นายกฯ ย้ำ แรงงานไทย ค่าแรงต้องเป็นธรรม ไม่ลืมคำสัญญา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573913

01 พ.ค. 2567

14:18 น.

นายกฯ ย้ำ แรงงานไทย ค่าแรงต้องเป็นธรรม ไม่ลืมคำสัญญา

นายกฯ โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊ก ไม่ลืมคำสัญญา แรงงานไทย ค่าแรงต้องเป็นธรรม ควบคู่พัฒนาทักษาฝีมือแรงงาน ลดรายจ่าย

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความลงเฟสบุ๊ก เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติว่า แรงงานไทยต้องมีเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำที่เป็นธรรม เพียงพอที่จะดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี มีความปลอดภัยในการทำงาน เข้าถึงระบบสวัสดิการได้อย่างเหมาะสม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีครับ

รัฐบาลพยายามที่จะสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการสร้างงาน ควบคู่กับการพัฒนาทักษะ ฝีมือ ของแรงงานไทยให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ วิสัยทัศน์รัฐบาลที่วางไว้ ต้องอาศัยพี่น้องแรงงานทุกท่านช่วยขับเคลื่อนครับ 

หยาดเหงื่อของพี่น้องแรงงาน เป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศ ผมไม่ลืมคำมั่นสัญญาที่จะยกระดับเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำ ลดรายจ่าย เพิ่มเงินในกระเป๋า เพราะเข้าใจถึงความลำบากของทุกท่านที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตที่ดีขึ้นครับ

นายกฯ ย้ำ แรงงานไทย ค่าแรงต้องเป็นธรรม ไม่ลืมคำสัญญา

เศรษฐาเอฟเฟกต์ ‘ชลน่าน’ สะเทือน ‘หมอก้อย’ ลมใต้ปีกบอบช้ำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573903

01 พ.ค. 2567

12:20 น.

เศรษฐาเอฟเฟกต์ ‘ชลน่าน’ สะเทือน ‘หมอก้อย’ ลมใต้ปีกบอบช้ำ

รู้จักตัวจริง หมอก้อย นวลสกุล บำรุงพงษ์ แอดมินเพจหมอชลน่าน FC ไม่มีดราม่า ลมใต้ปีก สส.นกแล ประมุขเพื่อไทย และเสนาบดี สธ.

หมอก้อย คู่ชีวิตหมอชลน่าน แอดมินเพจหมอชลน่าน FC ไม่มีดราม่าหมอก้อย คู่ชีวิตหมอชลน่าน แอดมินเพจหมอชลน่าน FC ไม่มีดราม่า

เอฟเฟกต์เศรษฐา 2 ชลน่าน เคียงข้างลมใต้ปีก หมอก้อย ถอดหัวโขนเสนาบดี ปิ๊กน่านบ้านเฮาศักดิ์ศรี สส.หน่วยกล้าตายเหลืออะไร

รู้จักตัวจริง ‘หมอก้อย’ แอดมินเพจหมอชลน่าน FC ไม่มีดราม่า ผู้อยู่เบื้องหลัง สส.นกแล ประมุขเพื่อไทย และเสนาบดีสาธารณสุข ปฏิกิริยาจากการปรับ ครม.เศรษฐา 2 ในพรรคเพื่อไทยรุนแรงเกิดคาด เฉพาะกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว        ถูกปรับพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นับแต่เย็นวันอาทิตย์ที่ 28 เม.ย.2567 คนในพรรคเพื่อไทยติดต่อ ‘นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว’ ไม่ได้ แต่ก็มีความเคลื่อนไหวผ่านเพจเฟซบุ๊คหมอชลน่าน FC ไม่มีดราม่า สื่อสารผ่านบทกลอน ‘ชลน่านพลีชีพโดดเดี่ยวโดนกระทืบ’ เหล่าเอฟซีหมอน่านทราบดีว่า แอดมินเพจนี้คือ หมอก้อย-พญ.นวลสกุล บำรุงพงษ์ ภรรยาหมอชลน่าน ที่มีฉายา ‘หมอนิเทศศาสตร์’

ทำไมหมอชลน่านจึงถูกปลดจากตำแหน่ง ในแถลงการณ์ชมรมแพทย์ชนบท พูดไว้ชัดเจนคือ หมอชลน่านคุมข้าราชการไม่อยู่ ระดับบิ๊กยังอืดไม่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญ บิ๊กข้าราชการก๊กใหญ่ เสี้ยมและใช้รัฐมนตรีเป็นเครื่องมือคุกคาม สปสช. หวังวางระบบประกันสุขภาพที่ สธ.เป็นใหญ่ ทำให้ 30 บาทรักษาทุกที่ ไปได้ลำบาก

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หรือ ‘หมอไหล่’ เรียนจบคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเวียงสา อ.เวียงสา จ.น่าน และเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว อำเภอปัว จ.น่าน หมอชลน่านเป็นหมอบ้านนอก ไม่ใช่หมอชนบทหรือชมรมแพทย์ชนบท วิธีคิดและทัศนคติ จึงใกล้เคียงกลุ่มหมอเมือง มากกว่าหมอชนบท เหนืออื่นใด หมอชลน่าน มีภรรยาคือ หมอก้อย พ.ญ.นวลสกุล บํารุงพงษ์ เป็นลมใต้ปีกเหล็กอุ้มหมอบ้านนอก เป็น สส.น่าน มา 6 สมัย พลันที่ได้รับตำแหน่ง รมว.สาธารณสุข หมอชลน่านแต่งตั้งหมอก้อย เป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรี ตามมาด้วยดราม่าในโซเชียลเรื่องตั้งเมียเป็นที่ปรึกษา

ลมใต้ปีกบอบช้ำ

ช่วงปีใหม่ 2567 หมอก้อย คงตระหนักถึงแรงกระแทกในตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข จึงสื่อสารผ่านเพจนวลสกุล บำรุงพงษ์ ว่า‘หมอก้อย เป็นเพียงเบื้องหลัง…ส่วนการเป็นผู้นำผู้สั่งการผู้บริหารนั้นคือภารกิจของท่าน รมว. งานของที่ปรึกษาฯพี่ก้อย จะทำตามที่พี่ๆน้องๆ สาธารณสุข ขอคำปรึกษาหารือในโครงการต่างๆมา และท่าน รมว.มอบหมาย เท่านั้น’

ผ่านมาถึงปลายเดือน กพ.2567 เริ่มมีกระแสข่าว ปรับ ครม.เศรษฐา และมีชื่อ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ติดโผถูกปรับออกด้วย หมอก้อย จึงโพสต์เฟซบุ๊คส่งสัญญาณทำนองว่า ทุกข์หรือสุขเราสู้ไปด้วยกันตลอด  ‘บางช่วงผู้คนก่นด่าตามกระแสโซเชียลซ้ำๆ เพราะไม่ยอมเปิดใจรับรู้ แต่สักวันหนึ่งจะมีคนได้รับรู้ในสิ่งที่เราสองคนตั้งใจทำ ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่ออุดมการณ์ของเรา’

ต้นทุนหมอนิเทศศาสตร์

ถ้าติดตามเพจ นวลสกุล บำรุงพงษ์ , หมอชลน่าน FC ไม่มีดราม่า และไป๊น่าน ชลน่าน FC ช่วยงานสามีแพร้บ จะรู้ว่า หมอก้อยเป็นแอดมินเพจเหล่านี้ พ.ญ.นวลสกุล บำรุงพงษ์ จะบอกเล่าเรื่องราวการทำงานในอดีตอย่างละเอียด เป็นชาวสระบุรี จบคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ไปรับราชการที่บ้านเกิด เป็น ผอ.รพ.มวกเหล็ก และ ผอ.รพ.วังม่วง จ.สระบุรี

มุมหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบ หมอก้อย ระหว่างเป็นแพทย์โรงพยา บาลชุมชน ได้รับรางวัลเกี่ยวกับการสื่อสารและการผลิตสื่อ จนได้รับสมญานาม หมอนิเทศศาสตร์ หมอก้อย วัย 28 ปี จึงได้รับแต่งตั้งทำหน้าที่ ผอ.สำนักงานสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข นี่คือต้นทุนการทำงานด้านสื่อ ในช่วงหมอชลน่านเป็น รมว.สาธารณสุข

ปี 2534 หมอก้อย ในตำแหน่ง ผอ.สำนักงานสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข มีโอกาสได้ติดตามทำงานของหมอหงวน-นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้ริเริ่มโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค  ในวันที่รับตำแหน่งที่ปรึกษา รมว.สธ. หมอก้อยจึงเขียนไว้ในเฟซบุ๊คว่า ‘ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้กลับเข้ามาสู่ #30บาทรักษาทุกที่ ในวันนี้’

หมอชลน่านหายไปไหน อนาคตทางการเมืองจะเป็นอย่างไร ไม่เพียงแต่เอฟซีเพื่อไทยอยากรู้ แม้แต่ผู้ถืออำนาจตัวจริง คงเฝ้าติดตามอยู่เหมือนกัน

‘พรรคก้าวไกล’ ขอขยายเวลาชี้แจงคดียุบพรรคอีก 30 วัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573902

01 พ.ค. 2567

12:02 น.

‘พรรคก้าวไกล’ ขอขยายเวลาชี้แจงคดียุบพรรคอีก 30 วัน

‘พรรคก้าวไกล’ ขอขยายเวลาชี้แจงคดียุบพรรคอีก 30 วัน หวังศาลรัฐธรรมนูญอนุมัติ เพราะเป็นคดีที่มีรายละเอียดเยอะ มีโทษร้ายแรง

นายชัยธวัช ตุลาธน ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้ (30 เม.ย.) มีการประชุม สส.พรรคก้าวไกล อัพเดทสถานการณ์เกี่ยวกับคดียุบพรรค โดยได้แจ้ง สส. ให้ทราบว่า มีการยื่นขอขยายเวลาในการส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา รอบสองอีก 30 วัน หลังจากที่ศาลอนุมัติและจะครบกำหนดในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ โดยคาดหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาอนุมัติการขอขยายเวลาส่งคำชี้แจง โดยอ้างอิงเหตุผลว่า ช่วงที่ผ่านมาการส่งคำชี้แจงมีความจำเป็นต้องลงรายละเอียดเยอะ ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในการต่อสู้คดี ซึ่งโทษร้ายแรงถึงขั้นยุบพรรคการเมือง และตัดสิทธิ์คณะกรรมการบริหารพรรค

ช่วงเวลาที่ผ่านมาตามกรอบเวลาของศาล ช่วงเวลา 30 วัน ไม่เพียงพอในการแสวงหาข้อเท็จจริง รวมถึงการขอความร่วมมือที่จะขอมาให้เป็นพยาน หวังว่าวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาตามคำร้องของเรา หากศาลรัฐธรรมนูญไม่อนุมัติให้ขยายเวลาส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในรอบสอง จะถือว่าพรรคก้าวไกลไม่ได้รับโอกาสให้ได้ต่อสู้คดีที่มีความร้ายแรงขนาดนี้อย่างเต็มที่ 

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ยังเปิดเผยว่า มีการพูดคุยกันเรื่องท่าทีตอบคำถามการทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยที่ประชุม สส. เห็นตรงกันว่า ต้องการให้รัฐบาลทบทวนคำถามทำประชามติ ให้เป็นคำถามที่กว้างที่สุด ง่ายมีความชัดเจน ไม่ใช่คำถามที่ซ้อนคำถาม เช่นถามว่าประชาชนเห็นด้วยหรือไม่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ว่าเป็นคำถามที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์การทำประชามติ ที่ดี เข้าใจง่ายชัดเจน และจะเป็นคำถามที่จะทำให้ประชาชนที่เห็นด้วยกับการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่รวมเสียงอย่างเป็นเอกภาพมากที่สุด และทำให้แนวโน้มประชามติผ่านได้ และหากไม่มีการปรับคำถามประชามติทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและทำให้การทำประชามติตกไปในรอบแรกก็จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าประชามติไม่ผ่านตามอย่างที่คาดหวังไว้

ส่วนเรื่องการมี ส.ส.ร. หรือมีโครงสร้างอย่างไร เนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับฉบับใหม่ควรมีข้อจำกัดอย่างไรหรือไม่ สามารถนำไปกำหนดในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของแต่ละภาคการเมืองได้ 

นอกจากนี้ยังกล่าวย้ำในการเร่งพิจารณาร่างกฏหมายประชามติฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งหากสามารถแก้ไขได้ทันก่อนการทำประชามติครั้งแรกก็จะเป็นเรื่องที่ดี และพรรคฝ่ายค้านพร้อมจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ซึ่งมีร่างกฏหมายของพรรคก้าวไกลเสนอไปแล้ว แต่ฝั่งรัฐบาลยังไม่มีการยื่นร่างกฎหมายประชามติหวังรัฐบาลจะยื่นโดยเร็วหรือเปิดสมัยประชุมวิสามัญเพื่อพิจารณาในวาระที่หนึ่ง 

‘ธนวัช’ บี้ นายกฯ เร่งจัดงบกลาง ปี 67 แก้ภัยแล้งกระบี่ เร่งด่วน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573901

01 พ.ค. 2567

11:53 น.

‘ธนวัช’ บี้ นายกฯ เร่งจัดงบกลาง ปี 67 แก้ภัยแล้งกระบี่ เร่งด่วน

วิกฤตน้ำแล้งกระบี่ ประปาฯ จ่ายน้ำสลับพื้นที่ 3 สัปดาห์ติด หลังฝนหลวงยังไม่ได้ผล ‘ธนวัช’ ทนไม่ไหว บี้ นายกฯ เร่งจัดงบกลาง ปี 67 จัดหา – ติดตั้งระบบผลิตน้ำประปา แก้ภัยแล้งด่วน

นายธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้ประกอบการธุรกิจ จังหวัดกระบี่ กล่าวถึงวิกฤตภัยแล้งในจังหวัดกระบี่ว่า จนถึงขณะนี้สถานการณ์ก็ยังไม่คลี่คลาย แม้จะมีปฏิบัติการทำฝนหลวง แต่ก็ได้ผลในบางพื้นที่ ฝนยังไม่ตกในบริเวณพื้นที่รับน้ำ ทำให้ขาดแคลนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา โดยการประปาส่วนภูมิภาคสาขากระบี่ได้ประกาศจ่ายน้ำประปาสลับพื้นที่อีกครั้ง โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน ยาวไปถึงวันที่ 6 พฤษภาคม  ปัญหาที่เกิดขึ้นตอกย้ำว่ากระบี่ต้องเร่งกำหนดแผนลงทุนปรับปรุงพัฒนาศักยภาพแหล่งน้ำโดยด่วน เพราะกระบี่มีแต่จะขยายตัวเพิ่มขึ้น เพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญในแต่ละปีสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศราวแสนล้านบาท แต่ตอนนี้เริ่มมีคนโทรศัพท์มาถามแล้วว่า มากระบี่จะมีน้ำอาบหรือไม่ หากยิ่งปล่อยไว้นานก็จะยิ่งกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัด

“ผมย้ำอีกครั้งว่า นายกฯจะต้องจัดงบฯ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าทันที เพราะภัยแล้งไม่ได้กระทบเฉพาะน้ำอุปโภค บริโภคของประชาชนเท่านั้น แต่ยังกระทบภาพลักษน์การท่องเที่ยวที่มีมูลค่าเศรษฐกิจปีละกว่าแสนล้านบาท รวมถึงกระทบพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดกระบี่ด้วย ทั้งปาล์มน้ำมัน ยางพารา ทุเรียน GI และพืชเศรษฐกิจตัวอื่นๆ การตื่นตัวของผู้บริหารในการแก้ปัญหาน้อยมาก กระบี่แล้งมาเดือนกว่าแล้ว จังหวัดกระบี่เพิ่งเรียกประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและมีอบจ. ด้วย เมื่อวานนี้ (30 เม.ย.) สะท้อนขาดความใส่ใจ ไร้ความกล้าหาญ ขณะที่ อบจ.กระบี่ อ้างแต่กลัวผิดข้อกฎหมาย ปล่อยประชาชนเดือดร้อน”

ระดับบ่อน้ำประปา จังหวัดกระบี่ระดับบ่อน้ำประปา จังหวัดกระบี่

ระดับบ่อน้ำประปา จังหวัดกระบี่ระดับบ่อน้ำประปา จังหวัดกระบี่

นายธนวัช กล่าวต่อว่า มีงบประมาณที่นายกฯ ควรอนุมัติเร่งด่วนมาก่อน คือ งบกลางปี 2567 ที่การประปาฯ ขอไป 6,259,000 บาทเพื่อจัดหาและติดตั้งระบบผลิตน้ำประปาขนาด 20 ลบ.ม./ชม. จำนวนสามชุด เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งเร่งด่วน สถานีผลิต-จ่ายน้ำหนองทะเล เพื่อลดการจ่ายน้ำจากสถานีผลิตน้ำตลาดเก่า ซึ่งใช้น้ำดิบจากคลองกระบี่ใหญ่ไปพื้นที่ ต.อ่าวนาง และ ต.หนองทะเล และอีกหนึ่งโครงการที่ การประปาฯ มีการของบฯ ไปตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนแล้วเรื่องยังเงียบ ทั้งที่สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤต คือ การเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนด้วยการวางท่อน้ำดิบรับน้ำจากปลายท่อชลประทานเดิมในคลองกระบี่ใหญ่ งบประมาณ 13 ล้านบาท แบบแปลนเสร็จหมดแล้ว รองบประมาณอย่างเดียว ถ้าส่วนกลางยังล่าช้า อบจ.กระบี่ต้องเร่งประสาน  สส.กระบี่ทั้งหมด ต้องช่วยกันออกแรงผลักดัน  หากเขาจัดงบฯ ไม่ทัน ต้องดูข้อกฎหมายขอให้เขาร้องขอมา เพื่อให้ อบจ.กระบี่จัดงบฯ ดำเนินการได้หรือไม่ เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ควรรออย่างไร้อนาคต

‘ทักษิณ’ โผล่ชิลๆ ที่ ป่าตอง ขบวนอย่างกับนายกฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573897

01 พ.ค. 2567

11:24 น.

‘ทักษิณ’ โผล่ชิลๆ ที่ ป่าตอง ขบวนอย่างกับนายกฯ

เพจข้อมูลภูเก็ต ลงภาพ ‘ทักษิณ’ เดินป่าตอง ภูเก็ต ‘สุวัจน์’ นำทีมพาเที่ยว คนล้อมหน้าหลัง รักษาความปลอดภัยเข้ม อย่างกับนายกฯ ตัวจริง

เพจศูนย์ข้อมูลภูเก็ต เผยแพร่ภาพ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้ป่วยชั้น 14 เดินทางไปจังหวัดภูเก็ต แวะเดินดูบรรยากาศที่ซอยบางลา ป่าตอง และยังเผยแพร่ภาพพร้อมข้อความที่นายทักษิณ ถ่ายภาพร่วมกับนักท่องเที่ยวในป่าตองว่า ตัวจริงเสียงจริง อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ใช้เวลาว่างหลังปรับคณะรัฐมนตรีเสร็จ เดินทางมาพักผ่อนที่ภูเก็ต ชมบรรยากาศซอยบางลา หาดป่าตอง 

ทั้งนี้ ภายในภาพที่มีการเผยแพร่ยังปรากฏ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนาด้วย โดยมีผู้เห็น นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ มาร่วมขอถ่ายภาพด้วยกันอย่างเป็นกันเอง 

‘พรรคก้าวไกล’ เดินขบวนวันแรงงาน ทวงถาม ขึ้นค่าแรง 400 บาท จะได้กี่โมง ?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573896

01 พ.ค. 2567

11:18 น.

‘พรรคก้าวไกล’ เดินขบวนวันแรงงาน ทวงถาม ขึ้นค่าแรง 400 บาท จะได้กี่โมง ?

‘พรรคก้าวไกล’ เดินขบวนวันแรงงาน ทวงถาม ขึ้นค่าแรง 400 บาท จะได้กี่โมง ? ค่าครองชีพขึ้นต่อเนื่องเป็น 10 ปี แต่ค่าแรงไม่เคยขึ้น

พรรคก้าวไกล นำโดย นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ปีกแรงงาน นำสหภาพแรงงานพรรคก้าวไกล ร่วมเดินขบวนวันแรงงานแห่งชาติ แสดงพลังเรียกร้องสิทธิและสวัสดิการของผู้ใช้แรงงาน ตั้งแต่ แยก จปร. ถนนราชดำเดินนอก มายังลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ร่วมยื่นข้อเรียกร้อง 10 ข้อต่อรัฐบาลร่วมกับคณะผู้จัดงานของผู้ใช้แรงงาน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน 

ช่วงหนึ่งบนรถขยายเสียง ระหว่างเคลื่อนขบวน นายชัยธวัช ปราศรัยด้วยคำถามว่า “รัฐบาลขึ้นค่าแรงกี่โมง” และกล่าวถึงการปรับขึ้นค่าแรงของรัฐบาลว่า รัฐบาลน่าจะมีคำตอบชัดเจนเรื่องการปรับขึ้นค่าแรง เพราะรอคอยรัฐบาลมา 7 – 8 เดือนแล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีความชัดเจน มีแต่โยนก้อนหินถามทางไปเรื่อยๆ ซึ่งมีกระแสข่าวว่าวันนี้จะมีของขวัญในการประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศ แต่ล่าสุดรัฐมนตรีก็ออกมาปฏิเสธข่าว และดูเหมือนว่าจะยังไม่มีความชัดเจนแน่นอน ซึ่งสิ่งที่พี่น้องแรงงานกังวลคือปรับขึ้นค่าแรงจะเท่าไรกันแน่ จะ 400 บาทแบบมีเงื่อนไขหรือไม่ เพราะการปรับขึ้นค่าแรง 400 บาท บางส่วนนั้น โดยเฉพาะพื้นที่โรงแรม ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไร และทำให้ผู้ใช้แรงงานผิดหวัง กว่า 10 ปีที่ค่าครองชีพขึ้นเร็วมาก แต่ค่าแรงไม่ขึ้นตาม

นายชัยธวัช เปิดเผยด้วยว่า ร่างกฎหมายที่พรรคก้าวไกลผลักดันเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว มีเนื้อหาเพิ่มวันลาคลอด 180 วัน เชื่อว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านและรัฐบาล น่าจะผลักดันให้ร่างกฎหมายนี้ ผ่านสภาได้  ส่วนร่างกฎหมายอีกฉบับที่ยื่นต่อสภาฯ แล้วคือ ร่างกฎหมายสหภาพแรงงาน เพื่อทดแทนกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ที่ประกาศใช้มากว่า 10 ปีแล้ว ที่ต้องการให้เกิดการปรับปรุง เพื่อให้เกิดการรับรองสิทธิการรวมตัวเจรจาต่อรองของผู้ใช้แรงงาน

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” นั่ง รมว.ต่างประเทศ มีผลทันที

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573895

01 พ.ค. 2567

11:05 น.

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "มาริษ เสงี่ยมพงษ์" นั่ง รมว.ต่างประเทศ มีผลทันที

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” นั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีผลทันที

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้ง รัฐมนตรี พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “มาริษ เสงี่ยมพงษ์” เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีผลทันที

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายเศรษฐา ทวีสิน เป็น นายกรัฐมนตรี ตามประกาศลงวันที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2566 แล้ว และแต่งตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 1 กันยายน พุทธศักราช 2566 และประกาศครั้งสุดท้าย ลงวันที่ 27 เมษายน พุทธศักราช 2567 นั้น

บัดนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กราบบังคมทูลว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ลาออกจากตำแหน่ง สมควรแต่งตั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แทนตำแหน่งที่ว่างเพื่อความเหมาะสมและบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 158 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน พุทธศักราช 2567 เป็นปีที่ 9 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
เศรษฐา ทวีสิน
นายกรัฐมนตรี

ราชกิจจานุเบกษาราชกิจจานุเบกษา

‘สุทิน’ แก้ระเบียบป้องกัน รปห. นายกฯ มีอำนาจสั่งพักราชการ หากพบเคลื่อนไหว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573878

30 เม.ย. 2567

17:36 น.

‘สุทิน’ แก้ระเบียบป้องกัน รปห. นายกฯ มีอำนาจสั่งพักราชการ หากพบเคลื่อนไหว

‘สุทิน’ แก้ระเบียบป้องกันรัฐประหาร นายกฯ มีอำนาจสั่งพักราชการ หากพบความเคลื่อนไหว ดีใจได้ตั๋วนั่ง รมว.กลาโหมต่อ เตรียมสรุปเรือดำน้ำ – เรือฟริเกต

นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเสนอแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่…) พ.ศ. … และร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจป้องกันการรัฐประหารไม่ได้จริง โดยยอมรับว่า มันก็อาจไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่เป็นการสกัดยับยั้ง ลดโอกาสที่จะเกิดลง มันก็ดี

ส่วนการให้อำนาจนายกรัฐมนตรีสั่งพักราชการไว้ก่อน ที่จริงนายกฯ สามารถสั่งการได้ เพราะฉะนั้นความเคลื่อนไหวในลักษณะที่ไม่เป็นคุณ ก็สามารถพบได้ว่าใครจะทำอะไร อย่างไร หรือเชื่อได้ว่าจะทำแบบนั้น ซึ่งความเคลื่อนไหวมันก็เป็นหลักฐานอยู่แล้ว เรื่องนี้เป็นการเสนอของคณะทำงาน ซึ่งยังต้องเดินทางต่อไปอีก เช่น การรับฟังความคิดเห็น แล้วก็ต้องร่างเป็นร่างเพื่อเสนอ ครม. และสภา จากนั้นสภาก็ไปรับฟังความเห็นอีก เพราะฉะนั้นความห่วงใย ความเป็นห่วง จุดโหว่จุดอ่อนของกฎหมาย หรือข้อปฏิบัติ ที่อาจจะคิดว่าเป็นได้หรือไม่ได้ จะได้ถกแถลงการณ์กันแบบอย่างละเอียดที่สุด ดังนั้นเชื่อว่าความห่วงใยใดๆ คิดว่าก็จะจบที่สภา

และที่ร่างกฎหมายของกระทรวงกลาโหม ดูจะเป็นร่างที่ซอฟท์ที่สุด ถ้าเทียบกับร่างของพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย นายสุทิน กล่าวว่า วันนี้ก็ดูจะเป็นเอย่างนั้น ซึ่งเขาเสนอกันมาแล้ว อย่างน้อยที่สุด 2 ร่างเข้าสู่สภาแล้ว ก็รอร่างของกระทรวงกลาโหมเข้าประกบ ทราบว่าน่าจะมีร่างของประชาชนด้วยอีก 2 – 3 ร่าง แต่ละร่างเขียนค่อนข้างหนัก จะว่าไปแล้วของกลาโหมก็อาจจะดูซอฟท์

ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยพุ่งเป้าไปที่บอร์ดการปรับย้ายนายทหาร แต่รัฐมนตรีไม่ได้แตะส่วนนี้ โดยไปโฟกัสที่การสกัดรัฐประหาร นายสุทิน กล่าวว่า เอาไว้ไปคุยกันในสภา ตรงนี้อยากฟังความเห็นในสภา ก็ไปดูในสภา ส่วนที่มองว่าเป็นการออกกฎหมายป้องปราม แต่มันหยุดไม่ได้จริง นายสุทิน กล่าวว่า ก็ไม่แน่มันอาจจะได้ เพราะเราสกัด ดับที่เหตุก่อน ดัดไฟแต่ต้นลม 

นายสุทิน ยังกล่าวเปิดใจภายหลังได้ตั๋วต่อนั่งรมว.กลาโหม ว่า เป็นความรู้สึกที่ดี เพราะได้ทำงานไว้แล้วก็อยากทำต่อให้จบ อย่างน้อยที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นผลงานออกมา เพราะบางอย่างเหมือนหว่านพืชอยู่ ยังไม่งอก แต่กำลังจะงอก เมื่อเราได้อยู่ต่อ ก็รดน้ำพวนดิน ก็เป็นเรื่องที่ดี

ส่วนการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี ถึงกระแสข่าวที่นายกฯ จะควบกระทรวงกลาโหมด้วยหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ท่านก็เปรยอยู่ว่า จริงๆ คนเข้าใจผิด ท่านไม่เคยคิดว่าจะมา แต่ก็เป็นการคาดหมายกันไป บางคนก็ซ้ำเติมปล่อยข่าวกันไป ท่านก็บอกแบบนี้

รมว.กลาโหม ยังให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ถึงการแก้ไขปัญหาเรือดำน้ำ ว่า ได้เชิญเอกอัครราชทูตจีนมา เพื่อสานต่อความคืบหน้าในเรื่องที่พูดคุยกันไว้ วันนี้ได้พูดคุยในหลายเรื่อง และมีความคืบหน้ามาเป็นลำดับ ซึ่งในที่สุดแล้ว รายละเอียดที่จะเป็นข้อสรุปสุดท้าย ทางจีนจะส่งเจ้าหน้าที่ชุดใหญ่เดินทางมาไทยภายในเดือนพฤษภาคม จากนั้นจะแจ้งให้ทราบว่าจะมีข้อสรุปอย่างไร

ระหว่างนี้ตนจะเสนอนายกรัฐมนตรี ส่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปพบเอกอัครราชทูตจีน ซึ่งอาจจะมีเรื่องเกี่ยวพันกันอยู่ ถือว่าทุกเรื่องก็ใกล้เข้ามา ความพยายามของทั้งสองประเทศดำเนินการมาอยู่ตลอด เพื่อให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว แต่บางเรื่องไม่เร็วอย่างที่ตั้งใจ หลายคนอยากให้จบ แต่อยู่ที่ข้อมูลการพูดคุย ต้องใช้เวลา คณะจีนที่จะเดินทางมา เพื่อมาพูดคุยในเรื่องรายละเอียด จนสามารถประมวลข้อมูลได้เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจ ซึ่งอาจจะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและกองทัพจีนเป็นหลัก และอาจจะมีตัวแทนบริษัทมาด้วย

เมื่อถามว่า พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ทวงสัญญาว่าอยากให้เรือดำน้ำจบโดยเร็ว นายสุทิน กล่าวว่า “ท่านก็อยากได้ เป็นธรรมดาของคนอยากได้ บุคลิกของท่าน พูดคุยแบบง่ายๆ ก็ไม่มีอะไร ก็ทำงานอยู่ ท่านก็ทำงาน เราก็ทำงาน เรื่องนี้จะจบ ไม่ใช่รัฐบาลทำงานอย่างเดียว กองทัพต้องทำงานคู่ขนานกัน”

ส่วนงบประมาณปี 2569 ที่กองทัพเรือจะเสนอซื้อเรือฟิเกต 2 ลำนั้น จะสอดคล้องกับเรือดำน้ำหรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เป็นคนละส่วน แผนเดิมของกองทัพเรือที่จะซื้อเรือฟริเกตก็เสนอได้ ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ เป็นเรื่องเก่าที่ต้องแก้ให้จบ จะพยายามทำให้งบประมาณไม่พอก

ส่องเส้นทาง ‘ทูตปู’ อาวุธคู่กาย ‘ทักษิณ’ จากพลังธรรมถึงเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573869

30 เม.ย. 2567

15:30 น.

ส่องเส้นทาง ‘ทูตปู’ อาวุธคู่กาย ‘ทักษิณ’ จากพลังธรรมถึงเพื่อไทย

ยุคไทยรักไทยเฟื่องฟู มีผู้ชาย 2 คนเป็นเงาตามตัวทักษิณ หนึ่งในนั้นคือ ทูตปู มาริษ เสงี่ยมพงษ์ วันนี้เขากลับมาเป็น รมว.ต่างประเทศ รัฐบาลเศรษฐา

ทูตปู มาริษ เสงี่ยมพงษ์ เข้าพบนายกฯเศรษฐา ที่ทำเนียบรัฐบาล 30 เม.ย.67ทูตปู มาริษ เสงี่ยมพงษ์ เข้าพบนายกฯเศรษฐา ที่ทำเนียบรัฐบาล 30 เม.ย.67

30 ปี ทูตปู มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รับใช้คู่กาย ทักษิณ จากพลังธรรม ไทยรักไทย และเพื่อไทย ตรงสเปคเถ้าแก่ใหญ่ พร้อมลุย ตอบโจทย์ทดแทนปานปรีย์ 

ยุคไทยรักไทยเฟื่องฟู มีผู้ชาย 2 คนเป็นเงาตามตัวทักษิณ หนึ่งในนั้นคือ ทูตปู มาริษ จึงอย่าได้แปลกใจ หากวันนี้เขาจะกลับมาเป็น รมว.ต่างประเทศ

เล่ากันว่า วงในบ้านจันทร์ส่องหล้า ช็อกกับข่าว ดร.ตั๊ก-ปานปรีย์ พหิทธานุกร ลาออกจาก รมว.ต่างประเทศแบบกระทันหัน พอตั้งหลักได้ จึงโยนชื่อ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ เป็นว่าที่เจ้ากระทรวงบัวแก้วคนใหม่ ออกมาสู่สาธารณชน

คนในพรรคเพื่อไทยทราบดีว่า ทูตปู มาริษ เสงี่ยมพงษ์ มาช่วยงาน เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่แรกๆ แต่มีตำแหน่งทางการคือ ที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ (ปานปีย์) และเพิ่งพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา หลัง ดร.ตั๊กลาออกสายฟ้าแลบ

วันที่นายกฯเศรษฐา แถลงขอโทษ ดร.ตั้ก ปานปรีย์ ได้ส่งซิกว่า เพื่อไทยได้เตรียมสรรหาตัว รมว.บัวแก้วคนใหม่ว่า ‘อยู่ในแวดวงการทูต แวดวงการเมือง ทำงานข้างหลังพรรคเพื่อไทยมาตลอด’ ทำให้คนนึกถึง นพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และ ทูตปู-มาริษ ตัวเต็งเป็น รมว.ต่างประเทศคนใหม่

ในที่สุด เศรษฐา ได้เคาะชื่อทูตปู ที่โปรไฟล์การทำงานในอดีต อาจไม่หรูเริดเท่ากับ ดร.ตั๊ก ปานปรีย์ แต่ตอบโจทย์ทักษิณ ชินวัตร เพราะเป็นคนที่ทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2537

เริ่มต้นที่พรรคพลังธรรม

สมัยรัฐบาลชวน 1 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หัวหน้าพรรคพลังธรรม ได้ชักชวนทักษิณ อัศวินคลื่นลูกที่สามให้เข้ามารับตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ 

เวลานั้น มาริษ เสงี่ยมพงษ์ เป็นข้าราชการหนุ่ม ทำงานที่กรมสารนิเทศกระทรวงบัวแก้ว ได้ส่งทูตปู ไปเป็นทีมงานหน้าห้องทักษิณ 

แม้ทักษิณจะอยู่ในตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศช่วงสั้นๆ แต่ก็ประทับใจฝีไม้ลายมือในการทำงานของข้าราชการรุ่นใหม่ไฟแรงคนนี้

ช่วงที่ทักษิณเตรียมการก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ทูตปูก็ยังติดต่อกับนักธุรกิจโทรคมนาคมคนดัง และเป็นที่ปรึกษาในการให้ข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับต่าง ประเทศ

กระทั่งทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี ในปี 2544 ทูตปูได้เข้ามาประจำการหน้าห้องนายกรัฐมนตรี ตึกไทยคู่ฟ้า ในฐานะสตาฟฟ์การเมืองที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะงานด้านการต่างประเทศ 

เฟื่องฟูไทยรักไทย
 

23 ปีที่แล้ว นักข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลไทยรักไทย จะคุ้นเคยกับ ‘พี่ปู’ เป็นอย่างดี เพราะนายกฯทักษิณ มีคนติดตามเป็นเงาตามตัวอยู่ 2 คนคือ ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ และมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ทั้งคู่เสมือนเป็นเลขานุการส่วนตัวของทักษิณ

หลังรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 ทูตปูก็กลับไปทำงานในกระทรวงบัวแก้ว และเว้นว่างจากทำเนียบรัฐบาลไปอีกหลายปี

ปี 2554 สมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ทูตปูมาเป็นทีมงานด้านการต่างประเทศให้ยิ่งลักษณ์ แต่ทำงานหลังฉากในทำเนียบรัฐบาล ไม่ได้เดินตามเป็นเงาเหมือนสมัยทักษิณ 

เหตุที่ทูตปู มาริษ ไม่ได้ทำงานที่กระทรวงการต่างประเทศเต็มตัว ต้องมาทำงานการเมืองในรัฐบาลทักษิณ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทำให้เส้นทางการรับราชการในกระทรวงบัวแก้ว ไม่ได้เป็นทูตในประเทศใหญ่ๆ และเกษียณอายุราชการ ในตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงออตตาวา

เมื่อพลิกอ่านประวัติการทำงานของ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ย่อมมีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์เป็นธรรมดา เพราะหากนำไปเปรียบเทียบกับ ดร.ตั๊ก ปานปรีย์

ทูตปู มาริษ เป็น รมว.ต่างประเทศ จะได้รับการยอมรับจากข้าราชการบัวแก้วมากน้อยแค่ไหน คงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

เนื่องจากบทเรียนจากรัฐบาลไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย สไตล์การบริหารประเทศแบบเถ้าแก่ใหญ่ ต้องการรัฐมนตรีต่างประเทศที่กล้าได้กล้าเสีย และรับคำสั่งตรงโดยไม่ต้องสื่อสารทางอ้อมเหมือนกรณีปานปรีย์

ทั้งหมดนี้ ทูตปู จึงตอบโจทย์บ้านจันทร์ส่องหล้าด้วยประการทั้งปวง เพราะเห็นกันมาแต่เป็นข้าราชการหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง

‘ปานปรีย์’ เข้ากระทรวง เก็บของ ขรก. แห่ให้กำลังใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573868

30 เม.ย. 2567

15:20 น.

‘ปานปรีย์’ เข้ากระทรวง เก็บของ ขรก. แห่ให้กำลังใจ

‘ปานปรีย์’ เข้ากระทรวงเก็บของ อำลาข้าราชการ ปลื้ม ขรก. แห่ให้กำลังใจ บางคนถึงกับหลั่งน้ำตา ย้ำไม่ได้ไปไหนไก อำลาชั่วคราว เรียกใช้ได้

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรมว.ต่างประเทศ เดินทางเข้ากระทรวงการต่างประเทศ เก็บของในห้องทำงาน อำลาข้าราชการ พร้อมขอบคุณปลัดกระทรวงฯ ทีมงาน และเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ให้การสนับสนุนการทำงานตลอดที่ผ่านมา โดยเฉพาะในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดีในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งตนและข้าราชการในกระทรวง ได้ผ่านวิกฤตหลายอย่าง ที่สำคัญช่วงเวลาไม่ยาวนาน

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ อำลานายปานปรีย์ พหิทธานุกรข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ อำลานายปานปรีย์ พหิทธานุกร

นายปานปรีย์ ยอมรับว่า การเดินทางเข้าไปในกระทรวงวันนี้ (30 เม.ย.) ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า แต่เมื่อเข้าไปถึง ก็ตกใจ เพราะมีข้าราชการทุกระดับ ลงมาเกือบทั้งหมด เพื่ออำลา และได้พูดกับข้าราชการไปว่า “เป็นการอำลาชั่วคราว” ไม่ได้ไปไหน เรียกใช้งานได้ตลอดหากยังเห็นว่าเป็นประโยชน์ ก็ยินดีช่วยไม่มีปัญหาอะไร

นายปานปรีย์ มั่นใจด้วยว่า ข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศมีศักยภาพสูง ไม่ว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะเป็นใคร ก็เชื่อว่าจะทำงานได้ด้วยดี ไม่มีอะไรน่ากังวล

‘ปานปรีย์’ เข้ากระทรวง เก็บของ ขรก. แห่ให้กำลังใจ

สำหรับบรรยากาศในการอำลานายปานปรีย์ ในวันนี้ (30 เม.ย.) นั้น มีข้าราชการหลายคน ถึงกับหลั่งน้ำตา เนื่องจากเสียใจ และเสียดายที่นายปานปรีย์ลาออก ขณะที่ นายปานปรีย์ เองก็ยังมีรอยเจาะสายน้ำเกลือติดอยู่ ซึ่งนายปานปรีย์ เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อคืนนี้ (29 เม.ย.) หลังเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากอาการอ่อนเพลียจากการทำงานอย่างหนักต่อเนื่องหลายเดือน

ส่วนการสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OACD นั้น นายปานปรีย์ ระบุว่า ขณะนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผู้ช่วย รมว.กระทรวงการต่างประเทศ เดินทางไปที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสแทนตนเองแล้ว และอยู่ในระหว่างการประชุม ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่า จะไม่มีปัญหา เพราะข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ มีการทำงานที่เข้มแข็งอยู่แล้ว