‘เพื่อไทรวมพลัง’ เปลี่ยนชื่อเป็น ‘ไทรวมพลัง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573276

20 เม.ย. 2567

15:24 น.

‘เพื่อไทรวมพลัง’ เปลี่ยนชื่อเป็น ‘ไทรวมพลัง’

‘เพื่อไทรวมพลัง’ เปลี่ยนชื่อเป็น ‘ไทรวมพลัง’ เดินหน้าเสรีนิยมก้าวหน้าสายกลาง ทันสมัย ไม่ฮาร์ดคอร์ เป็นพื้นที่ให้คนการเมืองรุ่นใหม่

ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคเพื่อไทรวมพลัง ครั้งที่ 1/2567 ที่โรงแรมกิจตรงวิลล์ รีสอร์ท จ.อุบลราชธานี ที่ประชุมมีมติเปลี่ยนชื่อพรรคเป็น “ไทรวมพลัง” (ทรพ.) โดยคำว่า “ไท” แปลว่าอิสระหรือเพื่อนที่มารวมกันทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง พร้อมเปลี่ยนโลโก้พรรคเป็นตัวอักษร ทร. สีชมพู-ม่วง และประกาศจุดยืนพรรคคือเสรีนิยมก้าวหน้าสายกลาง พรรคแรกของประเทศ ไม่สุดโตร่ง และเป็นโซ่ข้อกลางระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่  นโยบายยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ที่เริ่มต้นทำงานใหม่ 5 ปี และภาษีธุรกิจ Start-Up ให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสตั้งตัว สร้างครอบครัว รัฐก็สามารถจัดเก็บได้ต่อได้ ทำให้ไม่อยากหลบภาษี เน้นการกระจายอำนาจและไม่ทิ้งประเด็นความต้องการของท้องถิ่น (Think Locally, Act Globally) 

พร้อมย้ำว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลทำงานร่วมกัน โดยผลการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคยังคงได้ กังฟู นายวสวรรธน์ พวงพรศรี เป็นหัวหน้าพรรค นายวรเชษฐ เชิดชู เป็นเลขาธิการพรรคเช่นเดิม แต่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นรองหัวหน้าพรรค และเป็นกรรมการบริหารพรรคมากขึ้น

นายวสวรรธน์ หัวหน้าพรรค กล่าวต่อที่ประชุมว่า นโยบายหลักของพรรคที่จะเร่งผลักดันหลังจากนี้ 5 ข้อ คือ ยกเว้นภาษีตั้งตัว 5 ปีสำหรับบุคคลธรรมดาที่เริ่มต้นทำงานใหม่และธุรกิจสตาร์ทอัพ, เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด, ผู้ใหญ่บ้านมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี, เพิ่มเงินกองทุนฟื้นฟูแก้หนี้เกษตรกรและธนาคารน้ำใต้ดิน, เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาเป็นสภาพลเมืองหรือหุ้นส่วนพัฒนาจังหวัด และสามารถเสนอกฎหมายเข้าสภาโดยไม่ต้องใช้ตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งนี้ นายวสวรรธน์ ชี้แจงว่า เราพร้อมจะทำงานร่วมกับทุกพรรค ก่อนการจัดตั้งรัฐบาล พรรคสนับสนุนที่หนึ่งคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แต่เมื่อไม่ผ่านติดเงื่อนไข สว. ก็ต้องยกมือเลือกที่สองความกติกาเพื่อไม่ให้ไปถึงที่สามและที่สี่ตามเสียงของประชาชน กฎหมายไหนที่สำคัญเราพร้อมจะสนับสนุนไม่เลือกฝ่าย เช่น ร่างแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กฎหมายอากาศสะอาด หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม เป็นต้น เราเป็นพรรคที่ทำการเมืองแบบใหม่และจะค่อยๆ เติบโต ขอให้ทุกคนช่วยสนับสนุนพวกเราต่อไป 

จากนั้นให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในประเด็นเป็นพรรคสาขาของเพื่อไทยหรือไม่ หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ตอบว่า ไม่ใช่พรรคตัวแทนของใคร และวันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าการปรับโฉมใหม่เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ ด้วยแนวคิดเสรีก้าวหน้าสายกลาง ทันสมัย ไม่ฮาร์ดคอร์ พร้อมทำงานร่วมกับทุกพรรค วันนี้ร่วมรัฐบาลอยู่ก็ต้องขับเคลื่อนนโยบายที่พรรคหาเสียงไว้ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องพิจารณาตัวเอง ทั้งนี้ยังชี้แจงว่าพรรคไทรวมพลังเกิดมาจากท้องถิ่น แต่ก็อินเตอร์ได้ เพื่อให้เป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ได้มีพื้นที่ได้ส่งเสียงทางการเมือง อย่างไรก็ตาม พรรคไทรวมพลังไม่ได้ปรับโฉมเพื่อเตรียมต่อสู้กับใคร แต่สู้กับตัวเอง ทำงานให้มากขึ้น ขยันให้มากขึ้น รักษาสัญญาที่จะทำงานเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน เพราะโซเชียลมีเดียเร็ว เราพูดอะไรไว้ก็ต้องทำ

อย่างไรก็ตาม นายวสวรรธน์ ย้ำว่าพรรคของเป็นคนกลางประสานให้มีการขับเคลื่อนประเทศ พร้อมย้ำว่าทุกพรรคการเมืองออกแบบมา เพื่อให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้ หากเอาอคติออกเชื่อว่าทุกคนทำงานด้วยกันได้หมด

ทั้งนี้ พรรคไทรวมพลังมี สส. เขต 2 คนได้แก่ นางพิมพกาญจน์ พลสมัคร เขต 3 และนายสมศักดิ์ บุญประชม เขต 10 มาร่วมกิจกรรม และยังมีตัวแทนจากพรรคก้าวไกล จ.อุบลราชธานี และกลุ่มเพื่อไทยโคราช มาแสดงความยินดี

สิ้น “ทวี ไกรคุปต์” บิดาของ “เอ๋ ปารีณา” เสียชีวิตอย่างสงบด้วยวัย 85 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573258

20 เม.ย. 2567

08:33 น.

สิ้น "ทวี ไกรคุปต์" บิดาของ "เอ๋ ปารีณา" เสียชีวิตอย่างสงบด้วยวัย 85 ปี

สิ้น “ทวี ไกรคุปต์” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม บิดาของ “เอ๋ ปารีณา” เสียชีวิตอย่างสงบด้วยวัย 85 ปี

วันนี้ (20 เม.ย. 2567) มีรายงานข่าวแจ้งว่า “ทวี ไกรคุปต์” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีต สส.ราชบุรี บิดาของ “เอ๋ ปารีณา ไกรคุปต์” อดีตสส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ได้เสียชีวิตอย่างสงบแล้วในวัย 85 ปี

โดย นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุ “ขอแสดงความไว้อาลัย นักการเมืองอาวุโส 1 ในขุนพลของป๋าเปรม ท่านทวี ไกรคุปต์ ที่จากไปอย่างสงบเมื่อคืนนี้ คุณเอ๋ ปรีณา ไกรคุปต์ ได้เขียนมาบอกเมื่อสองทุ่มเศษ เพราะทราบว่าคุ้นเคยนับถือกันมานานแล้ว

เป็นการจากไปในเวลาที่ดาวพฤหัสย้ายราศีเข้าทับลัคนาดวงเมืองตามที่พยากรณ์เมื่อวานนี้ครับ ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ”

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FPaisal.Fanpage%2Fposts%2Fpfbid0mPRdDehjcm9WwV6nNzSLdBqnY3QKgGqoydNpEja4HZ8XVoPQSoRjRMZUHDW6tRAYl&show_text=true&width=500

นายทวี ไกรคุปต์ เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2482 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจาก​โรงเรียน​อำนวยศิลป์ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมรสกับ นางสิริบังอร ไกรคุปต์ อดีตผู้พิพากษาสมทบ มีบุตร-ธิดา 2 คน คือ

  • นายสีหเดช ไกรคุปต์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางโตนด
  • น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี 4 สมัย

งานการเมือง

ทวี เข้าสู่งานการเมือง ด้วยการเป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ใน พ.ศ. 2518 ก่อนที่จะมาลงรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี และได้รับเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ใน พ.ศ. 2522 ได้รับเลือกเรื่อยมา จนถึงปี พ.ศ. 2539 ส่วนการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2544 ได้ลงสมัครในนามพรรคไทยรักไทย แต่แพ้ให้กับนางประไพพรรณ เส็งประเสริฐ จากพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาจึงวางมือ โดยให้นางปารีณา บุตรสาวลงสมัครรับเลือกตั้งแทน

“ทวี ไกรคุปต์” เคยได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เมื่อปี พ.ศ. 2524 และเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เมื่อปี พ.ศ. 2535 วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 “ทวี ไกรคุปต์” ได้เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิก พรรคพลังประชารัฐ พร้อมกับ นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

“ทวี ไกรคุปต์” ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 7 สมัย คือ

  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2522 จังหวัดราชบุรี สังกัดพรรคสยามประชาธิปไตย
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2526 จังหวัดราชบุรี สังกัดพรรคชาติไทย
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2529 จังหวัดราชบุรี สังกัดพรรคกิจสังคม
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2531 จังหวัดราชบุรี สังกัดพรรคกิจสังคม
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป กันยายน พ.ศ. 2535 จังหวัดราชบุรี สังกัดพรรคความหวังใหม่
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2538 จังหวัดราชบุรี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์
  • การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2539 จังหวัดราชบุรี สังกัดพรรคประชาธิปัตย์

หลังจากวางมือทางการเมือง

ช่วงรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2549 ทวี ได้นั่งอดข้าวประท้วงที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ตั้งแต่เวลาเที่ยง เพื่อประท้วงการปฏิวัติยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ในปี พ.ศ. 2557 นายทวี ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) สนับสนุนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ

ทวี ไกรคุปต์ทวี ไกรคุปต์

ข้อมูล : วิกิพีเดีย

‘ปธ.กกต.’ ประกาศ คนฮั้วเลือก สว. มีโทษตัดสิทธิการเมือง – จำคุก – ปรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573228

19 เม.ย. 2567

15:46 น.

‘ปธ.กกต.’ ประกาศ คนฮั้วเลือก สว. มีโทษตัดสิทธิการเมือง - จำคุก - ปรับ

‘ปธ.กกต.’ ประกาศ คนฮั้วเลือก สว. มีโทษตัดสิทธิการเมือง จำคุก ปรับ คนพบเบาะแส มีรางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท ทีม กกต. เตรียมความพร้อม กระบวนการและข้อกฎหมาย

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวถึงการเลือก สว.ว่า ระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ส่งไปยังราชกิจจานุเบกษแล้ว รอประกาศ ซึ่งฉบับล่าสุดเกี่ยวกับการแนะนำตัวผู้สมัคร สว.จะส่งในวันที่ 23 เมษายนนี้ และวันนี้มีการมอบนโยบายเน้นย้ำกับ ผอ.กกต. ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในกระบวนการเลือก และเน้นย้ำให้ทุกคนศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ละเอียดรอบคอบ และนำไปถ่ายทอดกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน เพื่อเตรียมเลือก สว. ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีปัญหาอะไร ในการดำเนินการเตรียมการเลือก สว.

พร้อมเปิดเผยมาตรการป้องกันการฮั้วหรือบล็อคโหวต มี 2 กลไกหลักตามกฎหมาย 1. คือค่า สมัคร 2,500 บาท 2. คือการเลือกไขว้ รวมทาง กกต. ยังมีกระบวนการของผู้ตรวจการเลือกตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว รวมถึงภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคประชาชน ที่ร่วมกันตรวจสอบการทุจริตด้วย และย้ำขอผู้สมัครอย่าฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ถ้าหากพบการกระทำเข้าข่ายฮั้ว สามารถแจ้งเบาะแสกับ กกต.ได้ ซึ่งโทษจะมีทั้งทั้งจำและปรับและตัดสิทธิ์ทางการเมือง หากนำไปสู่คำพิพากษาว่ามีความผิดจริงก็จะมีเงินรางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท การสมัครมาเป็นผู้แทนประชาชน จิตสำนึกพยายามอย่าฝ่าฝืนกฎหมายไม่ว่าด้านใด ให้เป็นผู้สมัครที่ดี ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งกกต.ก็จะพยายามตรวจสอบการฮั้วให้ดีสุด 

“กลุ่มคนที่ตั้งใจจะฮั้ว อย่ามั่นใจว่าจะไม่ถูกจับได้ เพราะสมัยนี้ช่องทางการตรวจสอบเยอะ อย่าสุ่มเสี่ยง กระทำความผิด”นายอิทธิพรกล่าว

‘สุทิน’ ไม่มีปัญหา หากถูกปรับพ้น ครม. ไม่มีปัญหากับ ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573227

19 เม.ย. 2567

15:24 น.

‘สุทิน’ ไม่มีปัญหา หากถูกปรับพ้น ครม. ไม่มีปัญหากับ ‘ทักษิณ’

‘สุทิน’ ไม่มีปัญหา หากถูกปรับพ้น ครม. แต่นายกฯ ยังไม่ส่งสัญญาณ ย้ำไม่มีปัญหา ‘ทักษิณ’ ไม่รับไหว้พวงมาลัย ไม่คิดย้ายพรรค หากจะย้าย ไปนานแล้ว

นายสุทิน คลังแสง รมว.กระทรวงกลาโหม กล่าวถึงความพอใจผลงาน 6-7 เดือนที่ผ่านมา รวมถึงกระแสข่าวจะถูกปรับออกจากรัฐมนตรีว่า ผลงานเป็นพอใจแต่ยังไม่ 100% เพราะหลายเรื่องยังไม่ออกมา บางเรื่องยังเป็นเรื่องของการเริ่มต้น แต่เรามีคณะกรรมการ 8 คณะที่ตั้งขึ้นมา ซึ่งวันนี้ได้สั่งการอีกว่าคณะไหนที่ขับเคลื่อนได้โดยยังไม่ต้องพึ่งการแก้ไขกฎระเบียบ หน่วยงานไหนทำได้ก็ทำเลย ส่วนเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับการแก้กฎหมาย หรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง ก็จะเริ่มดำเนินการ เชื่อว่าคณะกรรมการ 8 + 2 ของตน ไม่เกิน 1-2 เดือนจะเห็นผล ส่วนเรื่องปรับ ครม. เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้คิดอะไรมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมถึงมีชื่อของนายสุทินในการปรับ ครม. นายสุทิน กล่าวว่า กระทรวงนี้เป็นที่น่าสนใจ ผมเคยบอกแล้วว่านายกฯ เป็นกัปตันทีม ท่านจะเปลี่ยนและสลับตำแหน่งผู้เล่น สามารถทำได้ เพราะเป้าหมายคือต้องได้ประตู และต้องชนะ สำหรับผมไม่มีปัญห

ส่วนที่นายกฯ จะมาควบกระทรวงกลาโหม นโยบายและแผนงานต่างๆ ที่ผ่านมา จะได้รับการสานต่ออย่างไร นายสุทิน กล่าวว่า หากท่านมา ท่านต้องทำอยู่แล้ว เพราะสิ่งที่ผมทำก็เป็นนโยบายรัฐบาล ใครมาอยู่ตรงนี้ หากมาจากพรรคเรา ก็ต้องทำต่อ ก็เสียดายเพียงว่า อยากจะใช้เวลาพิสูจน์ว่าพลเรือนก็เป็นรัฐมนตรีที่ดีได้ นักการเมืองก็มีวุฒิภาวะพอที่จะรับผิดชอบงานความมั่นคงได้ เสียดายตรงนี้นิดเดียว ส่วนเรื่องอื่นไม่เสียดาย เพราะใครมาก็ทำต่อได้ ถ้านายกฯ มา อำนาจท่านก็สมบูรณ์อยู่แล้วทำได้ดี

บางคนบอกว่าระยะเวลา 7 เดือน น้อยไปที่จะพิสูจน์การทำงาน นายสุทิน กล่าวว่า อยู่ที่เกณฑ์ช่วงเวลา เช่น 6 เดือนทำได้เท่านี้ ก็ดีแล้ว 10 เดือนเท่านี้ 2 ปีต้องเท่านี้ สำหรับ 7 เดือน ก็วัด 7 เดือนถ้า 7 เดือน ทำได้แค่นี้ ก็พอใจ มันอยู่ที่เกณฑ์วัดและเวลา ในอดีตนายกฯ ประเทศไทย 16 วัน ยังมีเลย 2 เดือนก็มี ไม่เป็นไร บ้านเมืองเราก็มี 

ส่วนแรงกระเพื่อมในพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะรายชื่อรัฐมนตรีที่หลุด ครม. เป็น สส.อีสาน ถึง 3 คน นายสุทิน กล่าวว่า ยังไม่เห็นรัฐมนตรีที่มีชื่อออกมาแสดงท่าทีจะทำให้เกิดปัญหา ทุกคนก็ให้เกียรตินายกฯ ให้เกียรติพรรค ถ้าทุกคนออกมาแสดงท่าทีโวยวาย หรือไม่ให้เกียรตินายกฯและพรรค อันนี้ตนมองว่าน่าห่วง แต่ตอนนี้ทุกคนมีท่าทีให้ความร่วมมือ 

หากถูกปรับ จะอยู่ในตำแหน่งใด ยังอยู่คงพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า พรรคให้อยู่ก็อยู่ ถ้าอยู่มันอยู่ 2 ฝ่าย คือ พรรคให้อยู่ และเราอยู่ ถ้าคิดจะย้ายพรรคก็ย้ายแล้ว ถูกไหม มีเหตุการณ์หนักกว่านี้ที่ควรย้ายเยอะชีวิตผม หากต้องพ้น รมว.กระทวงกลาโหม โครงการเรือดำน้ำ โครงการจัดหาเครื่องบินรบ และโครงจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์อื่นๆ คนมาทำก็ดำเนินการต่อได้ ผมอยู่ไหนก็ช่วยต่อ แม้ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ผมก็จะช่วย ไม่มีปัญหา

นายสุทิน ยังชี้แจงเรื่องเอาพวงมาลัยไปไหว้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่นายทักษิณไม่ทักรับพวงมาลัยว่า ผมเข้าพบท่านทักษิณก่อนใครเลย คือวันที่ 9 เม.ย. สองต่อสอง ก็ไปรดน้ำดำหัว และคุยกัน ท่านก็มีเมตตาให้พร ให้คำปรึกษาในการทำงานเยอะ แต่มีคนไปลงข่าว บอกว่าวันที่ 12 เม.ย. ผมไปขอเข้าพบ แล้วท่านไล่มาทำงาน ไปทำไมบ่อยๆ จะไปวันที่ 14 เม.ย. ยังเกรงใจเลย กลัวว่ามาบ่อย แต่เพื่อนชวนก็ไป ตอนนั้นตอนที่คนเอาคลิปมาลง ถ้าสังเกตดีๆ ผมอยู่กับท่านพายัพ ชินวัตร ท่านพายัพก็ถือ ผมก็ถือพวงมาลัย ก็คุยกัน ท่านพายัพบอกว่าไม่เหมาะหรอก ถ้ามามอบตอนนี้ ให้ท่านนั่งเป็นทางการ เป็นเด็กให้ผู้ใหญ่ ผมไม่ได้ยื่นเลย แต่ผมยกมือไหว้ ถ้าจะมอบผมก็ต้องยื่น ถ้ายื่นท่านก็ต้องรับ ท่านเป็นผู้ใหญ่มีเมตตา ท่านไม่ได้คิดแค่นั้น ขอให้เข้าใจกันใหม่ เรื่องนี้ไม่มี ยังเป็นปกติ ยังคุยปกติ จากนั้นก็เข้าไปนั่งคุยในห้อง แล้วก็มอบให้ แต่ตอนมอบคนไม่ได้ดู ผมไม่ได้มีความรู้สึกอะไรที่ไม่ดี เป็นปกติ ผมยังแซวท่านเลย ท่านใส่เสื้อหัวใจแดง ท่านบอกว่าผมใส่เสื้อตัวนี้มา เพราะผมรักทุกคน

ส่วนวันที่ 9 เม.ย. ที่พูดคุยกับนายทักษิณ มีสัญญาใจรับประกันอะไรหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวจะถูกปรับไปนั่งประธานสภาฯ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่มีคุย แต่คุยเรื่องแนะนำการทำงานและอวยพรให้พรการทำงาน เทคนิคการทำงาน ส่วนการไปเข้าพบนายทักษิณเป็นสัญญาณได้อยู่ต่อหรือไม่ ท่านคงไม่แนะนำถึงขนาดนั้น ท่านแนะนำกว้างๆ ส่วนเรื่องการบริหารบุคคลบริหารทีม อยู่ที่นายกฯ ตัดสินใจของท่านเอง

ส่วนจะบอกคนในพื้นที่ภาคอีสานอย่างไร เพราะเป็นเหมือน เสร็จนาฆ่าโคถึก นายสุทิน กล่าวว่า ชาวบ้านรู้ใครทำงาน ชาวบ้านทุกวันนี้เก่ง พร้อมทั้งให้กำลังใจกับตน บอกว่าจะเป็นรัฐมนตรีกี่เดือนก็แล้วแต่ 6 เดือน ก็เป็น 6 เดือน ที่ครองใจประชาชนอยู่แล้ว เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาจะอธิบายกับประชาชนได้ 

เมื่อถามย้ำว่า มีกระแสข่าวปรับออกจาก ครม. ได้พูดคุย กับนายกฯ หรือไม่ นายสุทิน ระบุว่า ยัง ย้ำว่ายังไม่ใช่ และในที่ประชุม ครม. ไม่ได้คุยเรื่องนี้ เป็นการทักทายกันปกติ และคุยกันหลายเรื่อง

‘พรรคก้าวไกล’ เดือด ออกแถลงการณ์โต้ ‘ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573223

19 เม.ย. 2567

14:51 น.

‘พรรคก้าวไกล’ เดือด ออกแถลงการณ์โต้ ‘ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร’

‘พรรคก้าวไกล’ เดือด ออกแถลงการณ์โต้ ‘ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร’ กล่าวหาพรรคฝ่ายค้านเลื่อนลอย เตือนอย่าผูกขาดความรักป่า อย่างที่เคยถูกกล่าวหาใช้อำนาจเกินขอบเขต

พรรคก้าวไกล โพสต์แถลงการณ์ผ่านทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย ตอบโต้ กรณีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช สื่อสารในช่องทางออนไลน์ส่วนตัวและให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนในลักษณะที่ทำให้สังคมเชื่อว่าพรรคการเมืองและนักการเมือง รวมถึงพรรคการเมืองฝ่ายค้าน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาป่า ทำให้เกิดฝุ่นพิษเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

พรรคก้าวไกลขอชี้แจงว่า:

1. ข้อกล่าวหาดังกล่าว ถือเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงมาก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีข้อมูลหลักฐาน พรรคก้าวไกลขอให้นำมาเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา เพื่อนำไปสู่การดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมาย และตามแนวนโยบายของรัฐบาล

แต่หากไม่มีข้อมูลหลักฐาน พรรคก้าวไกลถือว่าเป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง

2. ภารกิจหลักในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นพิษเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและหน่วยงานราชการ ส่วนพรรคก้าวไกล ภาคประชาสังคม ร่วมทั้งอาสาสมัครประชาชน ให้การสนับสนุนช่วยเหลือเครื่องมืออุปกรณ์ กำลังคน อาสาสมัคร การเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์และกำหนดนนโยบายที่เหมาะสมที่สุด ด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง

3. พรรคก้าวไกลยังมีแนวนโยบายและการทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติอีกจำนวนมาก ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นพิษระยะยาวอย่างยั่งยืน

สุดท้าย ขอย้ำเตือนไปยังคุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ว่ากรุณาเปิดใจให้กว้าง อย่าผูกขาดความรักป่าไว้เพียงคนเดียว มิเช่นนั้นแล้ว จะนำมาสู่ความคิดที่ว่าตนเองดีและสูงส่งกว่าคนอื่นๆ ซึ่งอาจนำมาสู่การปฏิบัติหน้าที่โดยใช้อำนาจเกินขอบเขตและไม่เป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชน อย่างที่คุณชัยวัฒน์เคยถูกกล่าวหามาแล้วหลายครั้ง

#ก้าวไกล #ชัยวัฒน์ #บิลลี่ #บางกลอย #ไฟป่า #ฝุ่นPM25

กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยัน สู้รบเมียนมา ไม่มีผู้ลี้ภัยเข้าไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573220

19 เม.ย. 2567

14:38 น.

กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยัน สู้รบเมียนมา ไม่มีผู้ลี้ภัยเข้าไทย

กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยัน สู้รบเมียนมา ไม่มีผู้ลี้ภัยสงครามเข้าไทย ตั้งคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ พิจารณาขยายความช่วยเหลือมนุษยธรรม อิหร่านโจมตีอิสราเอล ยังไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บ

นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวถึงท่าทีของประเทศไทย ต่อสถานการณ์เมียนมาว่า รัฐบาลไทย มีการเฝ้าระวังเหตุการณ์การปะทะกัน ระหว่างกองทัพ และความเป็นไปได้ที่จะมีผู้ลี้ภัย ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้สั่งตั้งคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ชายแดนไทยเมียนมาแล้ว ซึ่งจะมีการประชุมใน 1-2 สัปดาห์หน้า โดยเบื้องต้นฝ่ายไทย ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านมนุษยธรรม และพร้อมพูดคุยกับทุกฝ่าย เพื่อสนับสนุนการพูดคุยและการปรองดอง เพื่อนำไปสู่สันติภาพในเมียนมา และฝ่ายไทยอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางที่จะเพิ่ม และขยายการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม เพื่อต่อยอดการช่วยเหลือครั้งที่แล้ว ผ่านองค์กรต่าง ๆ เข้าไปยังผู้ได้รับผลกระทบในเมียนมาเท่านั้น ไม่ได้เป็นการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเกี่ยวกับการทะลักเข้ามาแต่อย่างใด 

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังยืนยันว่า สถานการณ์ตามแนวชายแดนฝั่งไทยยังปกติ ไม่มีผลกระทบจากผู้ลี้ภัยสงคราม หรือผู้ทะลักเข้ามาฝั่งไทย เพราะสถานการณ์เกิดในฝั่งเมียนมา

ส่วนกรณีที่รัฐบาลทหารเมียนมา ปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ และนายวิน มิ้นต์ อดีตประธานาธิบดีเมียนมาออกจากเรือนจำ ไปกักตัวบ้านพักส่วนตัว จะช่วยให้แนวโน้มสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมาจะดีขึ้นหรือไม่นั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า มีการประเมินสถานการณ์ 2 เรื่อง ทั้งเหตุการณ์ที่ชายแดน และการปล่อยตัว ซึ่งจะต้องแยกจากกัน เพราะสถานการณ์ที่เมืองเมียวดี เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น และขณะนี้ มีการเจรจาภายในฝ่ายเมียนมาอยู่ ส่วนการปล่อยตัวนางซูจี เป็นเรื่องที่รัฐบาลเมียนมา มีแนวทางการลดโทษ เช่นเดียวกับประเทศไทยในช่วงเทศกาลสำคัญ ซึ่งการย้ายมากักบริเวณก็อยู่ในบริบทการลดโทษ 

ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ตะวันออกกลางหลังอิสราเอล โจมตีสถานกงสุลอิหร่านในกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรียทางอากาศ เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา จนอิหร่านได้ตอบโต้กลับด้วยโดรนจำนวน 300 ลูกว่า เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ ได้ประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมที่จะช่วยเหลือคนไทยในกรณีฉุกเฉิน จากรายงานที่ได้รับ มีจำนวนคนไทยในอิสราเอล ทั้งที่พำนัก และเดินทางกลับไปทำงานแล้วรวมทั้งสิ้น 28,000 คน และมีคนไทยในอิหร่าน 300 คน ซึ่งการปะทะกันในห้วงที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ยืนยันว่า ยังไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบใด ๆ 

ส่วนตัวประกันชาวไทยที่ถูกกลุ่มฮามาสจับกุมไปตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้วนั้น โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า ยังคงได้รับรายงานว่า มีจำนวน 8 คน และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ 

ปรับ ครม. เกี่ยวกับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ยังไง ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573215

19 เม.ย. 2567

14:14 น.

ปรับ ครม. เกี่ยวกับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ยังไง ?

‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ ไม่มีตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาล แต่ถูกมองว่าเป็นผู้มีอำนาจที่แท้จริง โดยเฉพาะการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งแรกของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน อาจเกิดขึ้นและจบอีกไม่กี่วันนี้ เพื่อป้องกันแรงกระเพื่อมทางการเมือง

กระแสข่าวปรับ ครม. มีมาต่อเนื่อง นายกฯ ในฐานะมีอำนาจโดยตรง พยายามบอกให้ตั้งใจทำงาน อย่าหวั่นไหว แต่นักวิชาการวิเคราะห์ตรงกันว่า บรรดารัฐมนตรีต่างรู้ว่าอำนาจที่แท้จริง อยู่กับ ‘นายใหญ่’ บ้านจันทร์ส่องหล้า และกำลังจะมีความชัดเจนในอีกไม่กี่วันนี้

ปรับ ครม. เกี่ยวอะไรกับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ยังไง ?

รศ.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มองถึงอิทธิพลของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อการปรับคณะรัฐมนตรี เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่สืบทอดมาในตระกูลชินวัตรเป็นแกนนำหลัก ไม่มีใครปฏิเสธความเป็นจริงอันนี้ แม้ว่าในแง่ความเป็นทางการนายทักษิณไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพรรคเพื่อไทย แต่ในแง่ของความที่ไม่เป็นทางการ เป็นทั้งพ่อของหัวหน้าพรรค เป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ที่เป็นรากฐานสืบเนื่องมาเป็นพรรคเพื่อไทย เพราะฉะนั้นไม่สามารถแยกระหว่างนายทักษิณกับพรรคเพื่อไทยได้ และในอนาคตนายทักษิณเอง ก็จำเป็นจะต้องมีพรรคเพื่อไทยเอาไว้ เพื่อทำให้ตัวเองมีอำนาจทางการเมืองต่อไป เพื่อเอามาต่อรองกับอะไรบางอย่างในสังคมการเมืองไทย

รศ.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา นิด้ารศ.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา นิด้า

สติธร ธนานิธิโชติ ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า สติธร ธนานิธิโชติ ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า

นายสติธร ธนานิธิโชติ ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ยกปรากฏการณ์รัฐมนตรีแห่รดน้ำขอพรนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ช่วงสงกรานต์ เกี่ยวข้องกับการปรับ ครม. โดยตรง เพราะคนที่มีสัญชาตญาณทางการเมืองที่ดีสุด ก็คือบรรดานักการเมืองนั่นแหละ เขารู้ว่าใครมีอิทธิพลต่อการปรับ ครม. เขาก็จะวิ่งไปหาตรงนั้น มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว และระยะเวลาจะช้าจะเร็ว ก็มีความเกี่ยวข้องกับนายทักษิณ อย่างที่บอก ตัวพรรคเพื่อไทยเองอยากปิดเกมเร็วแน่นอน แต่พรรคร่วมรัฐบาลอาจจะอยากดึงเกมช้า ที่นี้ระหว่างคนที่จะปิดเกมกับคนที่เติมเกม สุดท้ายเราอาจจะเห็นว่า อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแค่ในกลุ่มรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก ในพรรคร่วงรัฐบาลอาจจะเป็นเรื่องแซมๆ เท่านั้น

การปรับ ครม. จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ หรือต้องรอยุบพรรคก้าวไกลก่อน ?

รศ.พิชาย วิเคราะห์ว่า น่าจะมีการปรับ ครม. ภายในเดือนเมษายนนี้ เพราะว่าช่วงนี้มีข่าวที่ออกมาค่อนข้างจะหนาหูอยู่เหมือนกัน ถ้าดูระยะเวลาที่จะมีการพูดคุยเจรจากัน คือหลังจากนี้ไปอีก 2 สัปดาห์ ก็น่าจะภายในเดือนเมษายน หรืออย่าช้าก็เดือนต้นพฤษภาคม น่าจะมีการปรับ ครม. เกิดขึ้นได้

ส่วนสถานการณ์ยุบพรรคก้าวไกล ยังไม่รู้ว่าจะมีการยุบพรรคเมื่อไหร่ เพราะว่าศาลก็ขยายเวลาให้ชี้แจงไปถึงวันที่ 3 พฤษภาคม และศาลอาจจะใช้เวลาพิจารณาอาจจะ 1 – 3 เดือน ก็ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ หากไปยึดเอาตรงนั้นเป็นเกณฑ์สำหรับปรับ ครม. ด้วย สำหรับพรรคเพื่อไทยก็คงจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองอื่นเขาก็อาจจะอยากให้มีการปรับหลังจากมีการยุบพรรคก้าวไกล หากมีความมั่นใจว่าจะเกิดการยุบพรรคก้าวไกล แต่หากพรรคก้าวไกลไม่ถูกยุบ ก็อาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

แต่ถ้ามองในแง่ของการเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เขาคงไม่อยากให้เกิดความการกระเพื่อมมากกว่า เพราะฉะนั้นเขาคงจะต้องชิงปรับคณะรัฐมนตรีเสียก่อนที่จะมีการตัดสินยุบพรรคก้าวไกล และคิดว่าการปรับคณะรัฐมนตรีมีแนวโน้มน่าจะยึดตามโควตาเดิมกับตอนจัดตั้งรัฐบาล เพราะหากมีการปรับเปลี่ยนโควต้าระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล จะเกิดการกระเพื่อมภายในพรรคร่วมรัฐบาลครั้งใหญ่ อย่างเช่น หากพรรคเพื่อไทยอยากจะได้กระทรวงมหาดไทยมา ก็ต้องแลกกระทรวงคมนาคมกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งคนของพรรคเพื่อไทยเองก็คงจะไม่ค่อยสะดวกใจที่จะให้กระทรวงคมนาคมกับภูมิใจไทยเท่าไหร่ โดยเฉพาะนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพราะเคยพูดก่อนเลือกตั้งแล้วว่า อุตส่าห์หาเสียงตั้งนาน ซึ่งกระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงที่ใหญ่ ไม่อยากจะให้ใคร

เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าคงไม่มีการสับเปลี่ยนกระทรวงในช่วงนี้ แต่สำหรับพรรคการเมืองอื่นก็อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะขอปรับไปด้วย เช่น พรรคพลังประชารัฐ เขาอาจจะมีการปรับไปด้วยเช่น เอาคนของคุณธรรมนัส เช่นคุณไผ่ ลิกค์ หรือตัวแทนคนอื่นของคุณธรรมนัส จะเข้ามา เพราะเขายังคงมีโควตาเข้ามา เขาคงจะอาศัยจังหวะนี้เข้ามาด้วย ส่วนพรรคการเมืองอื่น อันนั้นก็แล้วแต่ว่าภายในพรรคจะประสงค์จะปรับหรือไม่อย่างไร แต่ดูในตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววเท่าไหร่ นอกจาก 2 พรรคนี้

เช่นเดียวกับ ผอ.สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย ที่มองว่า การปรับคณะรัฐมนตรีจะเร็วหรือช้าต้องมองเป็น 2 มุม อย่างพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรรการเมืองหลักในการจัดตั้งรัฐบาล น่าจะอยากปรับคณะรัฐมนตรีเร็ว เพื่อสยบทุกความเคลื่อนไหว ถ้าภายในเดือนนี้ได้เขาก็อย่าปิดเกมเร็ว เพราะไม่งั้นแรงกระเพื่อมไม่จบไม่สิ้น คนที่มีข่าวว่าจะโดนปรับออก เขาก็ต้องขยับขับเคลื่อนตัวเอง พยายามไม่ให้ตัวเองหลุดจากตำแหน่ง คนที่อยากเข้ามา เขาก็พยายามทุกวิถีทางที่จะเข้ามาแทน

แต่ในมุมพรรคร่วมรัฐบาล เขาอาจจะยังไม่อยากรีบ เพราะว่าเวลาพูดถึงการปรับ ครม. ในระยะเวลาเร็วๆ แบบนี้ มันต้องดูด้วยคือ พรรคเพื่อไทย โอเค เนื่องจากเป็นพรรคขนาดใหญ่ มีหลายกลุ่มหลายก้อน เวลาซัก 6 เดือน 7 เดือน ในการหมุนเวียนตำแหน่ง มันอาจจะเหมาะ แต่ว่าพรรคขนาด 30 – 40 ที่นั่ง จริงๆ เขาอาจจะอยาก 1 – 2 ปี ค่อยเปลี่ยนหมุนเวียนกัน เพราะเขาไม่ได้มีกลุ่มก้อนทางการเมืองในพรรคถึงขนาดที่จะหมุนเวียนตำแหน่งกันได้ทุก 6 เดือน เพราะฉะนั้นเขาอาจไม่อยากรีบในช่วงเวลาแบบนี้ เพียงแต่ว่าเราอาจจะเห็นข่าวที่ผสมโรงมีการปรับรัฐมนตรีในกลุ่มพรรคผู้ร่วมด้วย เพราะคนที่รออยู่ จากเดิมอาจจะดีลกันไว้ว่า 1 ปี แต่ถ้าครบ 7 เดือนแล้วเข้าได้เลย ก็เอาเหมือนกัน อย่างนี้เป็นต้น

ถ้าไม่มีการเปลี่ยนโควตา แต่เปลี่ยนตัวบุคคลในลักษณะเก้าอี้ดนตรี ส่วนใหญ่ก็จะกระทบเฉพาะตัวพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะนโยบายที่ต้องการขับเคลื่อน นโยบายตรงไหนเป็นพิเศษ และกระทรวงตรงนั้นจะไปอยู่ในกลุ่มของพรรคร่วมรัฐบาลหรือเปล่า เขาก็อาจจะขอมีการเจรจาแลกเปลี่ยน แต่ในกลุ่มของพรรคร่วมรัฐบาล หากเขาไม่จำเป็นเขาก็ไม่อยากเปลี่ยนหรอก เพราะพื้นฐานที่เขาเคยร่วมรัฐบาลกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มา 4 ปี เขาไม่เคยกันมีการเปลี่ยนกระทรวงเลย คือการที่จะลงไปทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรี แล้วก็ค่อยๆ สร้างฐานอำนาจกับบรรดาข้าราชการประจำ บรรดาที่คนที่อยู่ภายใต้ของกระทรวง มันต้องใช้เวลา วันนี้ใช้เวลา 6 – 7 เดือนกำลังได้ที่ แต่อยู่ๆ จะมาเปลี่ยนคนอีกแล้ว หรือต้องสลับไปนั่งกระทรวงอื่น คนทำงานการเมืองเขาก็ไม่มีความสุขหรอก เชื่อว่าจะไม่ค่อยมีการสลับกระทรวง แต่อาจจะมีการเปลี่ยนตัวบุคคล แต่อาจจะมีกรณีอย่างที่มีข่าว เช่น หากพรรตพลังประชารัฐ ยอมเสียบางกระทรวงไป แต่ได้คุมกระทรวงเกษตรฯ ทั้งหมด เดินหน้าแนวนโยบายของตัวเองไป อย่างนี้อาจจะคุ้มที่จะแลก แต่ถ้าเกิดสลับ เช่น จากกระทรวงแรงงานไปกระทรวงอุตสาหกรรม อย่างนี้มันอาจจะเป็นเหมือนการเริ่มต้นใหม่

ส่วนกรณีหากพรรรก้าวไกลถูกยุบ แล้วจะมีการดึง สส.เข้าพรรคร่วมรัฐบาล จะมีผลต่อสัดส่วนการปรับ ครม. หรือไม่นั้น วันนี้และสัดส่วนยังเป็นไปตาม จำนวนของ สส.ของแต่ละพรรค ถ้ามันจะมีการเปลี่ยนสัดส่วนวันนี้มันมีแค่ 2 เงื่อนไขคือ 1. หากพรรคก้าวไกล ถูกยุบ แล้วมี สส.หลุดจาก พรรคก้าวไกลแล้วไม่ไปกับพรรคใหม่ แต่มาอยู่กับพรรคที่เป็นรัฐบาล เพื่อโอกาสในร่วมรัฐบาล และ 2. ไปดึงพรรคอื่นเข้ามาเติมเสียงในรัฐบาล เช่น พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะทำให้สัดส่วนรัฐมนตรีเปลี่ยนไปแต่ถ้าหาก 2 เงื่อนไขนี้ไม่เกิด โควตาก็เป็นไปตามจำนวนเก้าอี้เดิม

เปิดเส้นทาง “สันติ พร้อมพัฒน์” จาก กระทรวง ‘เงิน’ สู่ กระทรวง ‘ยา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573201

19 เม.ย. 2567

11:25 น.

เปิดเส้นทาง "สันติ พร้อมพัฒน์" จาก กระทรวง 'เงิน' สู่ กระทรวง 'ยา'

เปิดเส้นทาง “สันติ พร้อมพัฒน์” บุรุษผู้โชกโชน จาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สู่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

จากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สู่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรียกได้ว่าข้ามห้วยเลยก็ว่าได้ เพราะชื่อของ “สันติ พร้อมพัฒน์” คร่ำหวอดในวงการเศรษฐกิจ และสายคมนาคม มาโดยตลอด แต่ในรัฐบาลยุค “เศรษฐา ทวีสิน” เขาได้นั่งเก้าอี้ รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข จาก กระทรวง “เงิน” สู่ “ยา”

สันติ พร้อมพัฒน์สันติ พร้อมพัฒน์

“สันติ พร้อมพัฒน์” เกิดเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2495 ปัจจุบันอายุ 72 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง (2545) ระดับปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง (2547) และผ่านการอบรมหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่นที่ 11 (2549-2550) และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจอุตสาหกรรม วิทยาลัยบริหารและจัดการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

นอกจากนี้ ยังได้รับปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ในปี 2552

ส่วนเส้นทางความรัก เขาแต่งงานกับนางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ แต่แจ้ง ป.ป.ช. จดทะเบียนหย่าและสมรสหลายครั้ง และมีบุตรในสมรส 2 คน และนอกสมรส 3 คน ได้แก่ นายพานิช พร้อมพัฒน์ ,นางสาวนิชพรรณ พร้อมพัฒน์ ,นางสาวภาสวรรณ พร้อมพัฒน์ ,นายนครินทร์ พร้อมพัฒน์ (รับราชการ) ,นายพัฒนา พร้อมพัฒน์

สันติ พร้อมพัฒน์สันติ พร้อมพัฒน์

  • เส้นทางธุรกิจ

ก่อนจะโลดแล่นในสนามการเมือง “สันติ พร้อมพัฒน์” ทำธุรกิจ โดยเป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท นวพัฒนาธานี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจประเภท พัฒนาที่ดิน อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม ผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักร และชิ้นส่วนรถยนต์

สันติ พร้อมพัฒน์สันติ พร้อมพัฒน์

  • เส้นทางการเมือง

จากนั้น สันติ พร้อมพัฒน์ จึงได้หันเหเข้ามาทำงานการเมือง โดยการเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ) ในปี 2537 และเป็นกรรมการบริหารพรรคความหวังใหม่ จากนั้น ได้สมัครเข้ารับเลือกตั้งและเป็น สส. เพชรบูรณ์ 2 สมัย คือ ในปี 2538 และ 2539 เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ, อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยแบบบัญชีรายชื่อ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์

ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ที่มา : วิกิพีเดีย, ฐานเศรษฐกิจ

สว. ทิ้งทวน ดูงานต่างประเทศ 81 ล้าน ก่อนหมดวาระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573198

19 เม.ย. 2567

11:11 น.

สว. ทิ้งทวน ดูงานต่างประเทศ 81 ล้าน ก่อนหมดวาระ

เหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน สว. ชุดปัจจุบัน ที่ คสช. แต่งตั้งมา กำลังจะหมดวาระแล้ว แต่มีรายงานว่าคณะกรรมาธิการฯ หลายชุด จะไปดูงานต่างประเทศ ตรวจพบงบปี 67 จัดไว้ 81 ล้านบาท

สมาชิกวุฒิสภา 250 คน ที่ คสช. แต่งตั้ง กำลังจะหมดวาระวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ แต่มีรายงานการใช้งบประมาณของสมาชิกวุฒิสภา เพื่อศึกษาดูงานตามร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567  จัดงบไปประชุมทวิภาคี และไปเยือนต่างประเทศของคณะกรรมาธิการฯ 81 ล้านบาท อาทิ

กมธ.การทหารและความมั่นคงของรัฐ ที่มีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานกรรมาธิการฯ ไปเยือนคาซัคสถานและจอร์เจีย วันที่ 2 – 9 พ.ค.67

กมธ.การท่องเที่ยว ที่มีพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร เป็นประธาน ไปเยือนโครเอเชีย มอนเตเนโกร บอสเนีย และเฮอร์เซโกวีนา วันที่ 14-23 พ.ค.67

กมธ.แรงงาน ที่มีพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เป็นประธาน และ กมธ.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม วุฒิสภา ที่มีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง เป็นประธานกรรมาธิการฯ ไปเยือนนิวซีแลนด์ วันที่ 26 เม.ย.- 3 พ.ค.67

กมธ.การศึกษา ที่มีนายตวง อันทะไชย เป็นประธาน ไปเยือนเมืองกุ้ยหลิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 11 -16 พ.ค.67  และเดินทางเยือนสาธารณรัฐฟินแลนด์ ราชอาณาจักร สวีเดน และสาธารณรัฐเอสโตเนีย  27 พ.ค.- 3 มิ.ย.67  โดยรับเชิญจากกองทุน Robbo ให้ไปศึกษาดูงาน ด้านการศึกษา

กมธ.กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ กำลังพิจารณาไปประชุมทวิภาคี ที่สาธารณรัฐออสเตรีย สาธารณรัฐสโลวีเนีย และสาธารณรัฐโครเอเชีย

กมธ.ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำ และดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ที่มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธาน ไปเยือนประเทศเยอรมนี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ และสวีเดน วันที่ 19 – 30 เม.ย. 67 นี้

เบื้องต้น นายเสรี สุวรรณภานนท์ ในฐานะ สว.ชุดเดียวกันนี้ บอกว่า สว. บางคนปฏิเสธที่จะไป เช่นตนเอง , นายสถิต ลิ่มพงษ์พันธ์ , นายคำนูณ สิทธิสมาน ต้องระมัดระวังการใช้เงินแผ่นดิน สว.จะหมดวาระเดือนหน้านี้แล้ว จะไปดูอะไร ใครอยากไป ควรใช้เงินส่วนตัว เพื่อไม่เป็นขี้ปากชาวบ้าน ขณะที่ประธานรัฐสภา ปฏิเสธที่จะให้ความเห็น

‘สุทิน’ ยังประชุมสภากลาโหม กลางกระแสปรับ ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573193

19 เม.ย. 2567

10:49 น.

‘สุทิน’ ยังประชุมสภากลาโหม กลางกระแสปรับ ครม.

‘สุทิน’ ยังประชุมสภากลาโหม จับตาอาจเป็นการประชุมสภากลาโหมนัดสุดท้าย ท่ามกลางกระแสข่าวถูกปรับพ้น ครม. คาดการณ์นายกฯ นั่งควบเอง

นายสุทิน คลังแสง รมว.กระทรวงกลาโหม เดินทางมาเป็นประธานการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 4/ 2567 ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ โดยมี พลเอก สนิทชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พลอากาศเอก พันธุ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้การต้อนรับ ขณะที่ พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก และ พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ ไม่ได้ร่วมประชุม เนื่องจากติดภารกิจสำคัญ

โดยนายสุทิน ได้วางพานพุ่มถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ ก่อนเข้ารับฟังชี้แจงวาระประชุม ซึ่งนายสุทิน มีสีหน้าเรียบเฉย ยิ้มบางๆ

การประชุมในวันนี้ จึงถูกจับตามองว่า อาจจะเป็นนัดส่งท้ายของนายสุทินหรือไม่ หลังจากมีกระแสปรับคณะรัฐมนตรี และมีการคาดการณ์ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี อาจจะมานั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แทน

สำหรับวาระการประชุมสภากลาโหมในวันนี้ จะมีการหารือถึงการดูแลสถานการณ์ความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการดูแลความเรียบร้อยตามแนวชายแดน การสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย รวมไปถึงการดูแลผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตก 

พร้อมทั้งติดตามการทำงานสนับสนุนรัฐบาลในเรื่องการแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยเฉพาะปัญหาหมอกควันข้ามแดน ซึ่งต้องใช้กลไก ของฝ่ายความมั่นคงร่วมประสานงานแก้ปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน