‘ชลน่าน’ ไม่นอยด์ กระแสข่าวถูกปรับพ้น ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573112

18 เม.ย. 2567

10:10 น.

‘ชลน่าน’ ไม่นอยด์ กระแสข่าวถูกปรับพ้น ครม.

‘ชลน่าน’ ไม่นอยด์ กระแสข่าวถูกปรับพ้น ครม.ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ‘เสริมศักดิ์’ ไม่ขอแสดงความเห็น ‘พิมพ์ภัทรา’ บอกยังไม่มีส่งสัญญาณถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ ‘พวงเพ็ชร’ บอกอยู่ก็ได้ ไปก็ได้ ‘พิชิต’ ยังไม่เตรียมยื่นบัญชีทรัพย์สิน เข้าเป็นรัฐมนตรีสำนักนายกฯ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกระแสข่าวปรับ ครม. ว่าไม่ทราบเลยว่ามีสัญญาณอะไร อย่างไร ส่วนการติดตามข่าวก็ติดตามอยู่ตลอด ส่วนตัวไม่ได้มีผลกระทบ แต่จะกระทบกับข้าราชการประจำหรือไม่นั้นตนไม่รู้ แต่ก็พยายามสั่งการอยู่ตลอดเวลาว่าห้ามเกียร์ว่าง ทุกคนต้องทำงานเต็มที่ ยืนยันไม่นอยด์ ไม่มีอะไร ไม่มีนอยด์ เรามีหน้าที่ก็ทำให้ดีที่สุด อย่าไปคิดมาก 

ด้านนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.กระทรวงวัฒนธรรม  ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่มีกระแสข่าวว่าจะถูกโยกกระทรวง ปฏิเสธแสดงความเห็น เรื่องการปรับ ครม. ขณะที่นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ขณะนี้ภายในพรรคยังไม่มีการส่งสัญญาณมาแต่อย่างใด ส่วนตัวมองเป็นเรื่องปกติ ของทุกครั้งที่มีกระแสข่าวเรื่องการปรับ ครม. ย้ำว่า คนที่จะตอบได้ดีที่สุด คือนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค ตนเองพร้อมรับทุกอย่าง ทิ้งท้ายว่า ยังไม่ปรับ ครม. 

ส่วนนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า อยู่ก็ได้ ไปก็ได้ ได้หมด ไม่ซีเรียส ทำงานตามที่ท่านนายกฯบอก ไปก่อน

ขณะที่นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ที่มีชื่อจะมานั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่า ยังไม่ทราบ ทำงานอย่างเดียว ยังไม่ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีเรื่องนี้ ยังไม่ได้มีการเตรียมยื่นบัญชีทรัพย์สิน

ส่วนที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บอกว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับประเทศไทย เมื่อถึงเวลาแล้ว กระบวนการเป็นไปตามกฏหมายถือว่าอย่างไร ก็เป็นไปตามนั้น ซึ่งยังไม่ได้คุยกับนางสาวยิ่งลักษณ์นานแล้ว ตั้งแต่รายงานคดีเมื่อตอนยกฟ้อง ยืนยันว่า กรณีนี้ไม่มีสองมาตรฐาน รวมถึงที่ผ่านมาก็ไม่มีสองมาตรฐาน คือมันเป็นเรื่องการบังคับโทษ การบริหารโทษ ไม่มีอะไรสองมาตรฐาน

‘ภูมิธรรม’ เผย ยังไม่มีส่งสัญญาณปรับ ครม. อำนาจอยู่ที่นายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573108

18 เม.ย. 2567

10:06 น.

‘ภูมิธรรม’ เผย ยังไม่มีส่งสัญญาณปรับ ครม. อำนาจอยู่ที่นายกฯ

‘ภูมิธรรม’ เผย ยังไม่มีส่งสัญญาณปรับ ครม. ยังไม่หารือพรรคร่วมรัฐบาล ย้ำอำนาจอยู่ที่นายกฯ เตรียมสรุปแนวทางแก้ไข รธน. ทำประชามติ 3 รอบ

นายภูมิธรรม​ เวช​ย​ชัย​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รมว.กระทรวง​พาณิชย์​ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะ​รัฐมนตรี​ว่า ยังไม่มีความชัดเจน เป็นเรื่องที่บุคคลภายนอกและสื่อมวลชนคาดเดา อำนาจจริงอยู่ที่การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นผู้นำสูงสุดในรัฐบาล ยังไม่ชัดเจนว่าจะปรับหรือไม่ปรับอย่างไร ต้องให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ประเมิน รัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย ยังคงทำงานอย่างเต็มที่ ตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล แม้แต่คนเดียว ส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยกันเรื่องงานเท่านั้น และตอนนี้รัฐมนตรีทุกคนก็ต้องไปเตรียมงานเรื่อง Digital wallet รวมไปถึงนโยบายต่างๆ ว่า จะทำอะไร ต่อเนื่องอย่างไรให้สำเร็จ ใครรับผิดชอบเรื่องอะไร ก็ต้องไปทำเรื่องนั้น 

ส่วนพรรคพลังประชารัฐที่ยังเหลือโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง นายภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของพรรคพลังประชารัฐในโควต้า​นั้น หากจะเกิดขึ้นก็ให้พรรคพลังประชารัฐเป็นผู้กำหนด และขึ้นอยู่กับแผนรวมทั้งหมด ว่านายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจอย่างไร

สำหรับสภาพจิตใจของรัฐมนตรีที่มีชื่อว่าจะถูกปรับออก ยังเข้มแข็ง ทำงานแข็งแรงดี ไม่มีปัญหาอะไร ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็คงจะได้พบกัน ไม่น่ารีบร้อนคิดถึงเรื่องนี้ ยังไม่ต้องรีบร้องตื่นเต้น เห็นมีข่าวมาตั้ง 4-5 วันแล้ว ชักไม่แน่ใจว่าตนจะโดนปรับด้วยหรือไม่ ก่อนจะย้ำว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนที่รัฐมนตรีหลายคนพากันไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีนายกรัฐมนตรี ที่เชียงใหม่ ก็ไป ไปตามความเหมาะสม อย่างนายกรัฐมนตรีติดภารกิจก็ไปวันหลัง ตนไม่ได้ไป แต่ถ้ามีโอกาสก็จะเข้าไปขอพร 

นายภูมิธรรม ยังเปิดเผยถึงแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยว่า ขณะนี้กําลังเตรียมสรุปแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยชัดเจน คาดว่าจะส่งรายงานทั้งหมด เสนอเข้าคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า ใช้การทําประชามติ 3 ครั้งเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะเราทําด้วยความระมัดระวัง กระบวนการก็จะดำเนินไป ส่วนความเห็นต่างที่มีมากมาย ไม่ต้องกังวลใจ ยืนยันว่าที่ล่าช้า ไม่ใช่เพราะดึงเวลา แต่ต้องการความชัดเจน เราจึงเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุด คือการทำประชามติ 3 ครั้ง ไม่อยากให้ทําผิดและต้องไปเริ่มใหม่ ทั้งนี้ ตนจะหารือกันนายกฯ ในวันนี้ หากมีเวลา

ครม.ไฟเขียว ‘โคแสนล้าน’ อนุมัติกู้ครอบครัวละ 50,000 บาท ปลอดดอกเบี้ย 2 ปีแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573168

17 เม.ย. 2567

20:47 น.

ครม.ไฟเขียว 'โคแสนล้าน' อนุมัติกู้ครอบครัวละ 50,000 บาท ปลอดดอกเบี้ย 2 ปีแรก

‘สมศักดิ์’ ปลื้ม ครม.ไฟเขียว ‘โคแสนล้าน’ อนุมัติสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ กู้ยืม 50,000 บาท/ครอบครัว 2 ปีแรก ปลอดดอกเบี้ย รัฐจ่ายให้ 4.50%

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ได้มีมติเห็นชอบโครงการ “โคแสนล้าน” นำร่อง ตามที่ตนในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นผู้เสนอ ซึ่งตนต้องขอขอบคุณ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่เห็นถึงความสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพื่อให้มีรายได้เสริม และเพียงพอต่อการใช้หนี้ 

เพราะต้องยอมรับว่า สมาชิกกองทุนหมู่บ้าน กว่า 13 ล้านคน ส่วนใหญ่ยังเป็นหนี้ ดังนั้น การที่ ครม.เห็นชอบโครงการโคแสนล้านแล้ว ก็สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลไม่ได้ละเลยต่อปัญหาของพี่น้องประชาชน และกำลังทำตามแนวนโยบายที่หาเสียงไว้ให้กับประชาชนด้วย

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า โครงการโคแสนล้าน นำร่อง ครม.ได้เห็นชอบกรอบวงเงินสินเชื่อจาก ธ.ก.ส. 5,000 ล้านบาท ​​เพื่อให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ กู้ยืม 100,000 ครอบครัว ครอบครัวละ 50,000 บาท เพื่อนำไปซื้อโค จำนวน 2 ตัว โดย 2 ปีแรก ปลอดดอกเบี้ย เพราะรัฐจะช่วยชดเชยให้ในอัตราคงที่ร้อยละ 4.50 ต่อปี รวมเป็นเงิน 450 ล้านบาท ส่วนปีที่ 3 ปลอดชำระเงินต้น แต่ให้เริ่มชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 4.50 ต่อปี ส่วนปีที่ 4 ให้ชำระต้นเงินร้อยละ 50 ของวงเงินที่กู้ยืม พร้อมชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 4.50 ต่อปี และปีที่ 5 ชำระต้นเงินส่วนที่เหลือทั้งหมด พร้อมชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 4.50 ต่อปี 

“โครงการโคแสนล้าน ถือเป็นการสร้างอาชีพเสริมให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถใช้เวลาว่างจากงานหลัก มาดูแลโคได้ โดยโค มีวิธีการเลี้ยงที่ไม่ยุ่งยาก และใช้เวลาไม่มาก ซึ่งมีตัวอย่างชาวสุโขทัย เริ่มเลี้ยงโค 2 ตัว เป็นอาชีพเสริม ผ่านมา 4 ปี มีโคแล้ว จำนวน 10 ตัว หากคำนวนตามมูลค่า ตัวละ 25,000 บาท ก็จะมีมูลค่าถึง 250,000 บาท โดยจะเห็นได้ว่า เพียงพอต่อการใช้หนี้กองทุนหมู่บ้านฯ รวมถึงสามารถใช้หนี้สินส่วนตัวได้ด้วย ส่วนข้อกังวัลคุณภาพโคนั้น ผมขอเน้นย้ำว่า ประชาชน จะเป็นผู้ถือเงินไปเลือกซื้อโคคุณภาพด้วยตัวเอง จึงทำให้มั่นใจได้เลยว่า ผู้เข้าร่วมโครงการ จะได้โคคุณภาพไปขยายพันธุ์สร้างรายได้อย่างแน่นอน” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว 

อนุ กมธ.นิรโทษกรรม ไม่ตอบ ‘ยิ่งลักษณ์’ กลับบ้าน – เข้าข่ายนิรโทษกรรม หรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573087

17 เม.ย. 2567

17:19 น.

อนุ กมธ.นิรโทษกรรม ไม่ตอบ ‘ยิ่งลักษณ์’ กลับบ้าน - เข้าข่ายนิรโทษกรรม หรือไม่

อนุ กมธ.นิรโทษกรรม ไม่ตอบ ‘ยิ่งลักษณ์’ กลับบ้าน – เข้าข่ายนิรโทษกรรม หรือไม่ ต้องพิจารณารายบุคคล ย้ำหลักต้องเข้าข่าย 25 ฐานความผิด ก่อคดีเพราะแรงจูงใจการเมือง

นายนิกร จำนง ประธานคณะอนุกรรมาธิการนิรโทษกรรม กล่าวถึงกรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าข่ายถูกนิรโทษกรรมหรือไม่ว่า ในคณะอนุกรรมาธิการไม่ได้พิจารณาเป็นรายบุคคล ไม่ได้พิจารณาตรงนี้ แต่หากจะพิจารณา ต้องดูว่า เข้าเงื่อนไขหรือไม่คือ 1. ระยะเวลา ที่เราเสนอไปตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน เพราะหากเกิดก่อนปี 2548 ถือว่าไม่เข้า 2. คือฐานความผิดที่ขนาดนี้มีอยู่ 25 ฐานความผิด ก็ไม่ได้มีคดีที่ว่า เพราะไม่ได้พิจารณาเป็นรายบุคคล 3. มีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ อย่างไร ซึ่งเป็นประเด็นที่จะต้องพิจารณา ซึ่งทั้งหมดนี้จะอยู่ในคณะอนุกรรมาธิการที่มีนายยุทธพร อิสรชัย เป็นผู้จำแนกต่อไป

เมื่อถามย้ำว่า จำนำข้าวไม่ได้อยู่ใน 25 ฐานความผิดที่จะนิรโทษกรรมใช่หรือไม่ นายนิกร กล่าวว่า เราไม่ได้พิจารณาเป็นรายบุคคล ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการของนายยุทธพรจะลงในรายละเอียด ซึ่งทุกกรณีจะต้องพิจารณาว่าเป็นแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ตามนิยามที่ให้ ต้องดูว่าเป็นฐานความผิดที่เกี่ยวเนื่องหรือไม่ ส่วนตัวยังไม่มีความเห็นว่ากรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ จะเข้าข่าย 25 ฐานความผิดที่จะได้นิรโทษกรรมหรือไม่ เพราะยังไม่ถึงขั้นการลงรายละเอียด

นายนิกร ยังยืนยันว่าไม่มีใครส่งสัญญาณมา เราพิจารณามา 3,800,000 คดี ที่เกี่ยวเนื่องทางศาลไม่ได้แยกแยะให้ใช้เวลาอีกประมาณ 30 วัน ส่วนหากเป็นเรื่องทุจริตจะไม่เข้าข่ายเลยใช่หรือไม่ นายนิกร ยังคงยืนยันว่าไม่ได้พิจารณาเป็นรายบุคคลในชั้นนี้

โฆษกพรรค รทสช. ยืนยัน 4 รัฐมนตรีของพรรค ยังไม่ถูกปรับพ้น ครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573085

17 เม.ย. 2567

16:58 น.

โฆษกพรรค รทสช. ยืนยัน 4 รัฐมนตรีของพรรค ยังไม่ถูกปรับพ้น ครม.

โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ยืนยัน 4 รัฐมนตรีของพรรค ยังไม่ถูกปรับพ้น ครม. ยังไม่มีการส่งสัญญาณจากนายกฯ ยืนยัน รมต.ของพรรค ทำงานเต็มที่

กระแสข่าวปรับ ครม. เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ หลังรัฐบาลทำงานมาแล้ว 7 เดือน ไม่ใช่แค่การสลับตำแหน่งภายในพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่ยังมีข่าวถึงการปรับ ครม. ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ทำให้นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้สอบถาม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาพรรคแล้ว ได้ทราบว่า ยังไม่มีการหารือมาจากทางนายกรัฐมนตรี ส่วนในอนาคตถ้าจะมีการปรับครม. เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติกับนายกรัฐมนตรีต้องหารือกัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีในพรรคยังไม่มีการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ 4 รัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำงานด้วยความทุ่มเท มีความมุ่งมั่นตั้งใจแก้ปัญหา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ได้แก้ปัญหาพลังงานไม่ใช่แค่เฉพาะหน้าด้วย แต่ได้แก้ปัญหาระยะยาว แก้ถึงโครงสร้างพลังงาน เพื่อเกิดความเป็นธรรมให้ประชาชน ทั้งเรื่องไฟฟ้าแก๊ส นายพีระพันธุ์ ทำอย่างเป็นระบบเพื่อสร้างความยั่งยืน ให้ประชาชน 

ส่วน น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ก็ทำงานเต็มที่ แก้ปัญหาแคดเมียม โดยได้ตอบสนองต่อปัญหาได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง ได้ตามแก้ปัญหาลดค่าใช้จ่าย ลดดอกเบี้ย ลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน ผ่านทางธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 

ส่วน นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ก็มีผลงานอย่างต่อเนื่อง ทำเรื่องการพัฒนาที่ดิน มีผลงาน แม้ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการ แต่ก็ได้กำกับหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายเต็มความสามารถ 

“ผมจึงขอย้ำในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังไม่มีการประสานมาจากนายกฯ แต่อย่างใด” นายอัครเดช กล่าว 

ศาล รธน. ไม่รับวินิจฉัยอำนาจรัฐสภา แก้ไข – จัดทำ รธน.ใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573070

17 เม.ย. 2567

14:10 น.

ศาล รธน. ไม่รับวินิจฉัยอำนาจรัฐสภา แก้ไข - จัดทำ รธน.ใหม่

ศาล รธน. ไม่รับวินิจฉัยอำนาจรัฐสภา แก้ไข – จัดทำ รธน.ใหม่ เพราะยังไม่มีการยื่นญัตติ เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น พรรคก้าวไกล ขอขยายเวลาชี้แจงคดียุบพรรค 30 วัน ศาลให้ 15 วัน ครบกำหนด 3 พ.ค.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหา เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา จะบรรจุวาระและพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่มีบทบัญญัติให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยยังไม่มีผลการออกเสียงประชามติ ว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ และกรณีที่รัฐสภาสามารถบรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ที่มีบทบัญญัติให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ การจัดให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ออกเสียงประชามติเสียก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ จะต้องกระทำในขั้นตอนใด

โดยศาลพิจารณาข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบแล้ว เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจพิจารณวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ  ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๒) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗(๒) และมาตรา ๔๔ กรณีต้องเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจที่เกิดขึ้นแล้ว กรณีไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา และคำร้องมีสาระสำคัญเป็นเพียงข้อสงสัย ไม่ใช่กรณีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาที่เกิดขึ้นแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

ส่วนคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล ทางพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้อง) ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญออกไปอีก ๓๐ วัน ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นควรให้ขยาย ระยะเวลาออกไปอีก ๑๕  วัน นับแต่วันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๗ ซึ่งจะครบกำหนดยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๗

ศาล รธน. ไม่รับวินิจฉัยอำนาจรัฐสภา แก้ไข - จัดทำ รธน.ใหม่
ศาล รธน. ไม่รับวินิจฉัยอำนาจรัฐสภา แก้ไข - จัดทำ รธน.ใหม่
ศาล รธน. ไม่รับวินิจฉัยอำนาจรัฐสภา แก้ไข - จัดทำ รธน.ใหม่

กมธ.อุตสาหกรรม ซักปมขนย้ายแคดเมียม ทำไมต้องรอ 7 พ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573066

17 เม.ย. 2567

13:48 น.

กมธ.อุตสาหกรรม ซักปมขนย้ายแคดเมียม ทำไมต้องรอ 7 พ.ค.

กมธ.อุตสาหกรรม ซักปมขนย้ายกากแคดเมียมกลับ จ.ตาก ทำไมต้องรอ 7 พ.ค. ‘ปลัดกระทรวงฯ-อธิบดี’ ชี้แจง ต้องใช้ขออนุญาต – ตรวจสอบบ่อฝังกลบ

ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขนย้ายแคดเมียม เข้าให้ข้อมูลกับที่ประชุมคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นประธานกรรมาธิการฯ โดยนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงลำดับเหตุการณ์การติดตามกากแคดเมียมที่ขนออกมา 13,800 ตัน จากจังหวัดตาก และตรวจสอบพบหลายจุดในจังหวัดสมุทรสาคร ชลบุรี และเขตบางซื่อ กทม. รวม 12,535 ตัน พบกากแร่อุตสาหกรรมที่มีส่วนผสมของแร่สังกะสี แคดเมียม และทองแดง เบื้องต้นไม่พบกำมันตภาพรังสี ประชาชนขอให้วางใจในประเด็นนี้ ทั้งนี้ปัจจุบันแคดเมียม นับเป็นกากแร่อุตสาหกรรมที่มีค่า  

สำหรับแผนการเคลื่อนย้ายและแนวทางการจัดเก็บ ตอนนี้เก็บกากตะกอนทั้งหมดไว้ในอาคาร และมีการทำความสะอาดดูดฝุ่นจากในโรงงาน ส่วนที่อยู่ตามชายคาต้องใช้พลาสติกคลุมทับอีกครั้ง ให้มีความมิดชิดและไม่ถูกชะล้าง เตรียมการขนย้ายโดยใส่ในรถเปิดแต่ใส่ในถุงซ้อนที่ปิดมิดชิด คลุมด้วยพลาสติกอีกครั้ง จะขนได้ประมาณ 30 ตันต่อคันรถ และใช้รถ 30 คันคาดว่าจะเพียงพอ เมื่อไปถึงบ่อ ในวันนี้จะทดสอบความแข็งแรงของบ่อว่าพร้อมหรือไม่ ซึ่งตนและผู้บริหารจะลงไปตรวจสอบด้วยตนเอง เมื่อปรับปรุงบ่อเสร็จจะตรวจองค์ประกอบต่างๆ เช่น ตรวจสถานะของกากตะกอนทุกถุงว่าต้องเป็นด่าง ตามที่ EIA กำหนดไว้ ปรับระบบบ่อน้ำเสีย และมีเจ้าหน้าที่ควบคุมตลอดเวลา ปิดบ่อและดูดฝุ่นทุกวัน รวมถึงตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินทุก 3 เดือน

ส่วนวันที่ 18 เม.ย. ที่จะถึงนี้ จะสรุปความเห็นต่อคณะกรรมการ 6 กระทรวง หากมีจุดสุ่มเสี่ยงก็จะดำเนินการให้เหมาะสม และดำเนินการตรวจสอบอย่างเรียบร้อย ขณะการสืบหาสาเหตุที่กากตะกอนมาปรากฏที่กรุงเทพฯ ได้นั้น คาดว่าในกรุงเทพฯ เป็นจุดพักของ พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง และดำเนินการอย่างเต็มที่ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี

ทางกรรมาธิการฯ เสนอให้นำกากตะกอนใส่ตู้คอนเทนเนอร์ไว้ก่อน เพราะประชาชนในพื้นที่กังวลเรื่องความปลอดภัย และไม่ควรรอการดำเนินการของภาคเอกชนเพียงอย่างเดียว แต่ทางกระทรวงฯ ควรของบประมาณดำเนินการจากนายกรัฐมนตรีมาก่อนได้ โดย ปลัดกระทรวงฯ ชี้แจงเหตุที่ไม่ใส่ในตู้คอนเทนเนอร์ เพราะจะมีความยุ่งยากเรื่องการขนย้ายเข้าออก พร้อมย้ำว่า กากตะกอนไม่มีกัมมันตภาพรังสี หากไม่มีการฟุ้งกระจายก็สามารถควบคุมได้ แต่ให้เร่งทำถุงซ้อนสองชั้นเพื่อปกคลุมไม่ให้มีการฟุ้งกระจายไปก่อน ซึ่งมาตรการนี้เป็นไปตามมาตรฐานของสหประชาชาติ

จากนั้น นายอัครเดช ได้ตั้งคำถามว่า ทำไมต้องขนย้ายในวันที่ 7 พ.ค. โดยไม่ใช่วันที่ 17 เม.ย. ตามที่รัฐมนตรีได้เคยแถลงไว้ โดย นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ ชี้แจงว่า กระบวนการในการขนย้ายกากตะกอนกลับ ต้องมีการอนุญาตและเตรียมดำเนินการ ซึ่งต้องเผื่อระยะเวลาในการตรวจสอบและซ่อมแซมบ่อสำหรับฝังกลบใน จ.ตาก ให้เรียบร้อยก่อน และต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ พร้อมขออนุญาตหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

นอกจากนี้ จะใช้เวลา 1 สัปดาห์ เพื่อขนย้ายกากตะกอนที่อยู่ใน จ.ตาก แล้ว ลงบ่อ จากนั้นเป็นการขนย้ายกากตะกอนจากพื้นที่ต่างๆ โดยเรียงตามลำดับความสำคัญและความพร้อมในการขนส่ง กระบวนการนี้เป็นร่างที่กระทรวงฯ เห็นว่ามีความเหมาะสม โดยจะเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่เพื่อรับฟังความเห็นอีกครั้ง

‘สุรเชษฐ์’ ลั่นบ้านเมืองไม่ยุติธรรม ไม่ควรมีพ่อไม่กี่คนสั่งยุบ ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573056

17 เม.ย. 2567

12:00 น.

'สุรเชษฐ์' ลั่นบ้านเมืองไม่ยุติธรรม ไม่ควรมีพ่อไม่กี่คนสั่งยุบ 'ก้าวไกล'

‘สุรเชษฐ์’ มองไม่ควรยุบก้าวไกล ลั่นบ้านเมืองไม่ยุติธรรม ไม่ควรมีพ่อไม่กี่คนสั่งยุบพรรค พร้อมเชื่อมีปรับครม.เศรฐา 2 ถามถึงผลงาน ‘สุริยะ’ มีอะไรใหม่ 20 บาทตลอดสายก็ทำแก้เก้อ

ความเคลื่อนไหวพรรคก้าวไกลหลังมีกระแสยุบพรรค นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า อย่างที่เป็นข่าวเป็นประเด็น ตนคิดว่าปากกาอยู่ที่เขา ตนในฐานะผู้แทนราษฎรก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในทุกวัน ตนและเพื่อน สส. ต้องทำให้ดีที่สุด ส่วนอะไรที่ควบคุมไม่ได้คงต้องให้พี่น้องประชาชนได้เห็น 

อนาคตถ้าเกิดยุบพรรคจริงๆ ก็คงจะให้การสนับสนุนพรรคที่พวกเราจะไปอยู่หรือพวกเราสนับสนุน แต่ในเชิงกฎหมายเราก็พยายามสู้อย่างเต็มที่ มองว่าไม่น่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะยุบพรรค

เมื่อถามถึงภายในพรรคพูดคุยกันว่าอย่างไรบ้าง นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในพรรคก็มีการแบ่งงานกันทำอย่างเป็นระบบ ส่วนเรื่องกฎหมายก็จะมีคนดู ต่างคนต่างทำหน้าที่ และทำทุกวันให้ดีที่สุดเต็มความสามารถของพวกเรา ยืนยัน สส.ในพรรค กำลังใจดีเยี่ยม ทุกคนเข้าใจในบริบทของการต่อสู้แบบพรรคก้าวไกลที่เราเอาพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง และเราก็คิดว่าน่าจะมีคนได้เห็น ได้สัมผัส ว่า เรามีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เรื่องของกำลังใจทุกคนยังมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในทุกๆวันที่เรายังอยู่

“บ้านเมืองมันไม่ยุติธรรม มันเป็นแบบนี้ แต่เราก็ยังทำทุกวันให้ดีที่สุด เรายังไม่อยากให้พรรคก้าวไกลโดนยุบ และเราก็เชื่อว่าถ้าตัดสินกันด้วยเหตุด้วยผลอะไรจริงๆ มันไม่ควรจะยุบพรรค ส่วนตัวมองว่า เป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชน เหมือนเราจะคบกันเป็นเพื่อน ไม่ควรมีพ่อรู้ดีที่ไหนมาบอกว่าไม่ควรคบกัน ดังนั้น ไม่ควรจะถูกยุบพรรคค ถ้าอุดมการณ์ไม่ดี ประชาชนลดความนิยมต้องเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ใช่มีพ่อรู้ดีไม่กี่คนสั่งว่า ห้ามคน 14 ล้านคน มาคงกันเป็นเพื่อน มันไม่ควร ” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

ส่วนกระแส “ปรับครม.” เศรษฐา 2 นายสุรเชษฐ์ ระบุว่า ได้ยินตามข่าว ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง อย่างล่วงอภิปราย 152 พรรคก้าวไกลก็ตั้งคำถามกันในหลายๆเรื่องว่า จริงๆแล้ว อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ใครและทำเพื่อใครอยู่ 

ในฐานะที่ตนดูเรื่องคมนาคมของพรรคก้าวไกล มองว่า ควรมีการปรับโครงสร้างของกระทรวงคมนาคม แต่ด้วยระบบปัจจุบัน มีคลังแสงจากค่าประมูล ค่าจัดฮั้ว ต่างๆ อาจจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนนั้น นี่คือสิ่งที่เราเรียกร้องว่า คนที่มาดูแลคมนาคมไม่ควรหากินไปวันๆ แต่ต้องคิดแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒินายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ

ส่วนการทำหน้าที่ของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม นั้น นายสุรเชษฐ์ ถามกลับว่า มีอะไรใหม่ๆมาหรือไม่ ที่เคยโฆษณา 20 บาทตลอดสาย ก็ไม่ใช่ แค่ 2 สาย คือ สายสีแดงและสายสีม่วง ซึ่งเคยทำมาแล้ว และไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่ทำแก้เก้อ เพราะ 20 บาทตลอดสาย คือ ต้องทำทุกสายแบบเชื่อมโยงกัน เช่น ขึ้นสายสีเขียวต่อสายสีน้ำเงินเก็บแค่ 20 บาท แต่นายสุริยะ ได้กำหนดแล้วจะทำให้ได้ภายใน 2 ปี เราก็จะติดตามและตรวจสอบต่อไปว่าทำได้จริงหรือไม่ ตนเคยอภิปรายตอนนโยบายว่า ทำไม่ได้และไม่ควรทำ ขณะนี้ก็ยังยืนยันคำพูดเดิมทุกคำ 

โดยตัวชี้วัดจริงและสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ รถไฟฟ้าสายสีส้ม อยากให้ประชาชนจับตาดู เพราะกำลังอยู่ในช่วงเด้งกลับมาผ่านการพิจารณาจากศาล แต่มีส่วนต่างจากประมูล 2 ครั้ง ประมาณ 68,000 ล้านบาท จะปล่อยไปหรือไม่ ค่าผ่านทางจะเป็นอย่างไร หากจะดำเนินการ 20 บาทตลอดสายในสายสีส้มด้วย มองว่าเรื่องนี้ต้องลากกันใหม่และใช้ระยะเวลายาว

เมื่อถามว่า ความเหมาะสม ปรับครม.ในตำแหน่งรมว.คมนาคม นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับตนคิดว่า ผลงานไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันอย่างที่บอก เหตุผลในการปรับครม.จริงๆอาจจะไม่ได้วัดกันที่ผลงาน 

เมื่อถามว่า หากพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาลจะเห็นการปรับครม. เกิดขึ้นหรือไม่ นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ปัจจุบันพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาล ฉะนั้นถ้าจะปรับก็คงไม่ใช่ชุดนี้ คงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้ไปก้าวก่ายยาก อีกทั้งพรรคก้าวไกลก็ไม่มีแผนที่จะไปร่วมรัฐบาลด้วย แต่เราจะตรวจสอบการทำหน้าที่ของทุกกระทรวง แต่ไม่ได้คิดถึงขั้นใครจะได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงไหนเพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้

อย่างไรก็ตามวันนี้นายสุรเชษฐ์มีการแถลงข่าวจี้ถามหาเหตุผลจากนายเศรษฐา ทวีสิน หลังปัดตกร่างกฎหมาย3ฉบับ ของก้าวไกลและภาคประชาชน 1 ในนั้นคือ พ.ร.บ.ถนน ซึ่งเกี่ยวข้องกับงบประมาณกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี และเป็นงบลงทุนใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ต้องตอบให้ได้ว่า ร่าง พ.ร.บ.เก่าดีอย่างไรหรือเป็นแค่ของพรรคก้าวไกลจึงปัดตก ซึ่งมองว่า พรรคยื่นตามกระบวนการนิติบัญญัติ รัฐบาลควรคิดวิธีการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ใช่แค่ ปะผุปัญหาและหากินกับโครงการไปวัน ๆ เหมือนที่น่ายกฯ เคยประกาศไว้ว่า “เหนื่อยยากขนาดนี้ ผมไม่เอากระทรวงดี ๆ ไปให้พวกแม่งหรอก ” และอย่าเอากระทรวงคมนาคมไปเป็นคลังแสงให้พรรคการเมืองแต่ควรกระจายอำนาจอย่างเป็นธรรม และพรรคก้าวไกลพร้อมถกเถียงในรายละเอียดการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 

‘เศรษฐา’ เปิดทำเนียบต้อนรับนายกฯ นิวซีแลนด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573050

17 เม.ย. 2567

11:21 น.

‘เศรษฐา’ เปิดทำเนียบต้อนรับนายกฯ นิวซีแลนด์

‘เศรษฐา’ เปิดทำเนียบต้อนรับนายกฯ นิวซีแลนด์ พร้อมยกระดับการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ พัฒนาเทคโนโลยี – ท่องเที่ยว ระหว่างสองประเทศ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง เปิดทำเนียบรัฐบาล พร้มพิธีต้อนรับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ที่เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยจะมีการพูดคุยกับคณะผู้บริหารฝ่ายไทย และตัวแทนภาคเอกชน บนเป้าหมาย ยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับนิวซีแลนด์ โดยปี 2569 ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศจะครบรอบ 70 ปี

นายกรัฐมนตรี ไทย - นิวซีแลนด์นายกรัฐมนตรี ไทย – นิวซีแลนด์

นายกรัฐมนตรี บอกว่า ผมยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับท่านคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ พร้อมด้วยคณะภาคเอกชนในวันนี้ ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของนิวซีแลนด์ในการเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในครั้งนี้ ขอบคุณที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยครับ 

วันนี้ ตั้งใจที่จะหารือแนวทางที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งหาแนวทางที่จะร่วมมือกันทางด้านเทคโนโลยีการเกษตรและการบินที่นิวซีแลนด์มีความเชี่ยวชาญ รวมไปถึงการท่องเที่ยวที่อยากให้มีการท่องเที่ยวระหว่างกันเพิ่มขึ้นครับ

‘ไอติม’ ทวง กกต. ระเบียบเลือก สว. 2567 จะเสร็จกี่โมง ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573046

17 เม.ย. 2567

11:02 น.

‘ไอติม’ ทวง กกต. ระเบียบเลือก สว. 2567 จะเสร็จกี่โมง ?

‘ไอติม’ ทวง กกต. ระเบียบเลือก สว. 2567 จะเสร็จกี่โมง ? สว. ชุดปัจจุบันจะหมดวาระอีกไม่ถึงเดือน แต่ กกต. ยังไม่มีข้อมูลให้ผู้สมัครเตรียมตัว หากมีปัญหา สว.ชุด คสช. รักษาการอำนาจเต็ม ไม่มีกำหนด

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน โพสต์ข้อความทวงถาม กกต.ถึงความคืบหน้าในการจัดทำระเบียบ และประกาศเกี่ยวกับการเลือก สว. เพราะชุดปัจจุบันจะครบวาระอีกไม่ถึง 1 เดือนแล้ว และต้องเข้าสู่กระบวนการเลือกอย่างเป็นทางการ หลังตัวแทนสำนักงาน กกต. ชี้แจงกรรมาธิการว่า ระเบียบและประกาศดังกล่าวจะแล้วเสร็จและเผยแพร่ก่อนเทศกาลสงกรานต์ 

โดยเฉพาะยังมีข้อสงสัยเรื่อง ประกาศเกี่ยวกับคุณสมบัติของ 20 กลุ่มอาชีพ – เช่น นิยามโดยละเอียดของแต่ละกลุ่มอาชีพที่ผู้สมัคร สว. ต้องเลือกในการสมัครรับคัดเลือก กับเรื่องระเบียบเกี่ยวกับการแนะนำตัวของผู้สมัคร – เช่น ผู้สมัครแนะนำตัว-รณรงค์อย่างไรได้บ้าง? ผู้สมัครประกาศจุดยืนหรือแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ เช่น จุดยืนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้หรือไม่ ประชาชนทั่วไปสามารถแนะนำตัว-รณรงค์ให้ผู้สมัครที่ตนสนับสนุนอย่างไรได้บ้าง?

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กกต. จะ 1. เร่งหาข้อสรุปและเผยแพร่ ระเบียบ/ประกาศ โดย “เร็ว” ที่สุด 2. ออกแบบกฎเกณฑ์และกติกาใน ระเบียบ/ประกาศ ให้ “เปิดกว้าง” ที่สุด เพื่อให้ – ผู้สมัครแต่ละคนได้แนะนำตนเองได้อย่างครอบคลุมที่สุด –  ผู้สมัคร (ซึ่งจะเป็นผู้มีสิทธิเลือก สว.) เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครคนอื่นได้อย่างรอบด้านที่สุดเพื่อประกอบการพิจารณา –  ประชาชน (แม้ไม่มีสิทธิเลือก สว. โดยตรง) มีส่วนร่วมในกระบวนการได้อย่างกว้างขวางที่สุด  ยิ่งกติกาดังกล่าวออกมา “ช้า” เท่าไหร่ และออกมาในลักษณะที่สร้าง “ข้อจำกัด” มากเท่าไหร่ ความไม่ชัดเจนที่ตามมา ก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้กระบวนการที่มีความซับซ้อนอย่างมากอยู่แล้ว มีปัญหาในเชิงปฏิบัติมากขึ้นกว่าเดิม อาจกระทบต่อความเที่ยงตรงและเป็นธรรมของกระบวนการทั้งหมด

ข้อกังวลหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือหากกระบวนการคัดเลือก สว. มีปัญหาและนำไปสู่ข้อร้องเรียนจำนวนมาก จนทำให้ กกต. ไม่พร้อมจะยืนยันว่าการคัดเลือกดังกล่าว “เป็นไปโดยถูกต้อง สุจริต และเที่ยงธรรม” ทาง กกต. มีช่องในการที่จะยังไม่ประกาศผลการคัดเลือก สว. ชุดใหม่ ตามระเบียบว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ข้อ 154 ซึ่งจะทำให้ สว. 250 คน ชุดปัจจุบัน รักษาการต่อไปโดยไม่มีกำหนด โดยแม้จะไม่มีอำนาจตามบทเฉพาะกาลแล้ว แต่ก็จะมีอำนาจเทียบเท่ากับ สว. ชุดใหม่ที่กำลังถูกคัดเลือก เช่น อำนาจยับยั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อำนาจรับรองตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ-ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ