‘เชาว์’ เขย่า ปชป. ทวงผลงาน ‘เสี่ยต่อ เฉลิมชัย‘

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572513

07 เม.ย. 2567

16:39 น.

‘เชาว์’ เขย่า ปชป. ทวงผลงาน ‘เสี่ยต่อ เฉลิมชัย‘

‘เชาว์’ เขย่า ปชป. ทวงผลงาน ‘เสี่ยต่อ เฉลิมชัย’ เป็นหัวหน้าพรรคเกือบ 4 เดือน ไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม หวังรับฟังความเห็นคนหวังดีกับพรรค

นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง ปชป. ต้องไม่รอ “ฟ้าลิขิต” มีเนื้อหาระบุว่า ย่างเข้าสู่ปีที่ 79 บนเส้นทางการเมือง เป็นช่วงเวลาท้าทายยิ่งของ “พรรคประชาธิปัตย์” การบ้านสำหรับหัวหน้าพรรค ที่คิดว่าตัวเองก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ด้วย “ฟ้าลิขิต” ไม่ใช่เรื่องการเชื่อโชคลาง แต่เป็นที่การกระทำ นายเฉลิมชัยรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคมาตั้งแต่วันที่  10 ธันวาคม ปีที่แล้ว รวมเวลาบริหารพรรค เกือบสี่เดือน ในช่วงเวลานั้น นายเฉลิมชัยประกาศพรรคประชาธิปัตย์มีเอกภาพที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ถ้าพูดแบบดิบ ๆ ก็ต้องบอกว่า ตอนนี้นายเฉลิมชัยยึดพรรคได้อย่างเบ็ดเสร็จ เด็ดขาดแล้ว จะพัฒนา ปรับปรุงอย่างไร ย่อมทำได้ตามใจนึก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่จะพลิกวิกฤตของพรรคให้เป็นโอกาส หรือความพยายามที่จะฟื้นศรัทธาประชาชนกลับมา เห็นแต่การหายใจทิ้งไปวัน ๆ กับการทอดถอนใจของคนรักพรรคจำนวนไม่น้อย ที่ทำได้แค่ดูอยู่ห่าง ๆ มองอย่างห่วง ๆ เท่านั้น 3 เดือนแรกหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันประกาศไว้ว่า จะต้องทำให้การเปิดกว้างด้านยุทธศาสตร์พรรค นโยบายพรรค การสื่อสารกับมวลชนผ่านโซเชียล ต้องมีรูปธรรมให้เห็น แต่ที่เห็นเป็นจริงคือ สภาพเดิมไร้การเปลี่ยนแปลงในเชิงรุก ก็ไม่ทราบว่านายเฉลิมชัยได้ประเมินตัวเองกันไว้อย่างไร จะปรับปรุงเพิ่มเติมแบบไหน ทำอะไรมากกว่าการยกตนข่มท่าน

“สิ่งเดียวที่ผมคิดว่าหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันพูดถูก คือ โลกเปลี่ยน ทุกอย่างเปลี่ยน ถ้าประชาธิปัตย์ไม่เปลี่ยน เราจะไม่มีปีที่ 79… แต่น่าเสียดายที่ผมเห็นแค่คำพูดจากลมปากที่ปราศจากการกระทำ และอุดมการณ์การเมืองที่หนักแน่น ก็หวังว่าท่านจะรับฟังความเห็นของคนที่หวังดีต่อพรรค เหมือนที่บอกว่า อย่าว่าพรรค ให้ว่าคนบริหาร และถ้ามันล้มเหลว ก็อยากเห็นความรับผิดชอบจากนักเลงคำไหนคำนั้นอย่างท่านด้วย ที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ จะก้าวหน้าหรือถอยหลัง ผมเชื่อที่การกระทำมากกว่าฟ้าลิขิตครับ” นายเชาว์ ระบุทิ้งท้าย

‘เศรษฐา’ ห่วงปัญหา กากแคดเมียม แต่ยังไม่กระทบ ปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572512

07 เม.ย. 2567

16:26 น.

‘เศรษฐา’ ห่วงปัญหา กากแคดเมียม แต่ยังไม่กระทบ ปชช.

‘เศรษฐา’ ห่วงปัญหา กากแคดเมียม แต่ยังไม่กระทบ ปชช. สั่งฝังกลบภายใน 15 วัน คุยรักษาการ ผบ.ตร. ยังไม่มีสั่งการเพิ่มเติมคดี ‘บิ๊กโจ๊ก’ บอกสื่อค่อยมาถามถ้ามีคืบหน้า ‘บิ๊กต่าย’ เผยสัปดาห์หน้าชัด ลงโทษวินัยหรือไม่

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงการลักลอบนำกากแคดเมียมมาเก็บที่จังหวัดสมุทรสาครว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ ว่ามีที่มาอย่างไรใครเป็นคนนำเข้ามา และเมื่อตรวจสอบสภาพอากาศตามหลักวิทยาศาสตร์ ก็ยังไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ต้องแต่จะต้องดำเนินการฟังกลบภายใน 15 วัน

ส่วนที่พบเพิ่มเติมที่จังหวัดชลบุรี นายกรัฐมนตรี บอกว่า ก็จะต้องตามกลับเอามาให้หมด และขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว โดยนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ไปติดตามด้วยตัวเอง พร้อมยอมรับว่าสารดังกล่าวเป็นอันตราย แต่จากการตรวจสอบในพื้นที่มีสารแคดเมียมกระจายไป พบว่ายังไม่มีผลกระทบกับประชาชน

ส่วนการพบกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี มีการสั่งการถึงคดีตรวจสอบบิ๊กตำรวจที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับเว็บพนันหรือไม่ นายกฯ บอกว่า ไม่มีสั่งการอะไรเพิ่มเติม เพราะมีคณะกรรมการติดตามเรื่องนี้แล้ว 3 คน โดยมีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ย้ำว่าเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ตนพูดคุยกับพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ เรื่องปัญหาของประชาชนเป็นหลัก ทั้งเรื่องการตรวจคนเข้าเมือง การพนันออนไลน์ ซึ่งได้กำชับไปแล้ว 

ส่วนจะให้เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่า ใช่ จนกระทั่งจะมีความคืบหน้าและพิสูจน์ทราบความจริงออกมา สื่อมวลชนควรมาถามผมเมื่อมีความคืบหน้าจริงๆ ซึ่งอย่าไปกดดันดีกว่า ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว ว่าเป็นประเด็นที่สังคมมุ่งมองอยู่ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมดีกว่า

ขณะที่รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า คณะกรรมการด้านวินัยของ สตช.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐาน คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนเรื่องการลงโทษทางวินัยหรือไม่

นายกฯ เสนอไอเดีย พลิกท่องเที่ยว ‘เกาะสมุย’ เพิ่ม ซีเพลน – มารีน่า – ดิวตี้ฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572508

07 เม.ย. 2567

15:59 น.

นายกฯ เสนอไอเดีย พลิกท่องเที่ยว ‘เกาะสมุย’ เพิ่ม ซีเพลน - มารีน่า - ดิวตี้ฟรี

นายกฯ เสนอไอเดีย พลิกท่องเที่ยว ‘เกาะสมุย’ เพิ่ม ซีเพลน – มารีน่า – ดิวตี้ฟรี ขยายสนามบินรองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น ตั้งเป้าติดท็อป 10

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ตรวจราชการเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยช่วงเช้าลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) ที่แหลมนิคม เยี่ยมชมแปลงทุเรียนสาธิต ติดตามการแก้ไขปัญหาขยะ ที่เตาเผาขยะสมุย และประชุมหารือบูรณาการการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในเกาะสมุย ที่เทศบาลนครเกาะสมุย โดยผู้ประกอบการ ได้มอบเสื้อลายเกาะสมุย ให้นายกรัฐมนตรี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการเกาะสมุยเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการเกาะสมุย

นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังรับฟังปัญหา จากภาคส่วนต่างๆ ในเกาะสมุยว่า ทราบดีว่าเกาะสมุยมีศักยภาพสูงมาก เพราะเป็นเกาะที่ติดท็อป 20 ของการท่องเที่ยว ได้มอบ KPI ให้กับ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่าเกาะสมุยต้องติดท็อป 10 การท่องเที่ยวให้ได้ ซึ่งเบื้องต้นรับทราบปัญหาเตาเผาขยะชำรุดเสียหาย เกิดขยะค้างกว่า 150,000 ตัน รับปากว่าจะจัดการแก้ไขปัญหาให้ ต้องจัดการปัญหาขยะได้ในเกาะของตัวเอง ต้องมีโรงเผาขยะ หรืออาจจะผสมผสานกับการผลิตไฟฟ้าจากขยะได้ ส่วนเรื่องน้ำประปา งบประมาณ ปี 68 จะมีการนำท่อน้ำเข้ามาเกาะสมุย วางท่อน้ำปะปาที่ 2 ในเดือนตุลาคมปีนี้ เรื่องถนน ได้สั่งกรมทางหลวงให้นำแผนงานเข้ามาดูใหม่ ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจจะกระทบประชาชน เช่นการเวรคืนที่ดิน

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการเกาะสมุยเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการเกาะสมุย

เรื่องขนส่งสินค้าเกษตร สั่งการให้ รมช.กระทรวงคมนาคม ขยายเวลาเรือขนส่งสินค้า เพื่อให้มีเรือเข้ามาขนส่งสินค้าเกษตรจากเกาะสมุยเพิ่มขึ้น ส่วนการสร้างท่าเทียบเรือสำราญ เรื่องการลงทุนไม่ต้องเป็นห่วง และแนะนำให้มี Marina, Sea plane และ Duty Free ร่วมด้วย เพื่อทำให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ส่วนเรื่องน้ำมันปาล์ม อยากให้พัฒนาการจัดลำดับคุณภาพ เพราะมาเลเซียก็มีการทำเรื่องนี้ หากประเทศไทยทำไม่มีคุณภาพ ราคาก็จะไม่ดี จึงได้สั่งการให้กรมวิชาการการเกษตรไปดูเรื่องนี้ เรื่องลดดอกเบี้ย เชื่อว่าทุกคนทราบอยู่แล้วว่าดอกเบี้ยสูงเดือดร้อนมากเพียงไหน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยดูแลในเรื่องนี้ เรื่องความมั่นคง ก็เน้นย้ำรักษาการ ผบ.ตร. เรื่องของมาเฟีย การตรวจคนเข้าเมือง การขอขยายเวลาวีซ่า ให้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ 

เรื่องสนามบินสมุย ก็ชี้แนะว่าหากขยายสนามบินได้ เรื่องคอขวดก็จะหายไป เพื่อให้เกาะสมุยรองรับนักท่องเที่ยวได้อีกจำนวนมาก ให้มีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น เรื่องการท่องเที่ยวเกาะสมุย คนส่วนมากรู้จักเพราะทะเลสวย แต่เชื่อว่ายังมีสิ่งดีงามซ่อนเร้นอยู่อีกเยอะมาก กำชับให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขุดสิ่งที่ซ่อนเร้นออกมาให้ได้ ให้นักท่องเที่ยวอยู่นานขึ้น และจะกลับมาเกาะสมุยอีกครั้ง เพื่อมาดูความคืบหน้า ในช่วงปลายปีนี้

‘พิมพ์ภัทรา’ สั่งปูพรมตรวจ ‘กากแคดเมียม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572500

07 เม.ย. 2567

13:58 น.

‘พิมพ์ภัทรา’ สั่งปูพรมตรวจ ‘กากแคดเมียม’

‘พิมพ์ภัทรา’ สั่งปูพรมตรวจสอบกากแคดเมียม จ.สมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง หลังพบเพิ่มเรื่อยๆ เร่งส่งกลับฝังกลบ – ดำเนินคดี

ช่วงที่ผ่านมา กากแคดเมียมจากโรงงานในจังหวัดตาก 13,000 ตันเศษ ถูกขนออกจากพื้นที่ และพบกากแคดเมียมที่โรงงานในจังหวัดสมุทรสาครประมาณ 2,500 ตัน ที่เหลืออีกกว่า 10,000 ตัน ไม่พบในบริเวณโรงงาน และเมื่อวันที่ 6 เมษายน กระทรวงอุตสาหกรรมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบกองกากแคดเมียม อีกกว่า 6,000 ตัน ในโกดังแถวคลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ตรวจสอบแล้วมาจากแหล่งเดียวกันกับโรงงานในสมุทรสาคร ทำการยึดอายัด และแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ชี้แจงว่า กากสังกะสีปนแดคเมียม ถือเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ภายใต้ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ผู้ที่ครอบครองโดยผิดกฎหมายจะถูกดำเนินคดี ล่าสุด เมื่อเช้าวันที่ 7 เมษายน กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร สนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง และ บก.ปทส. เข้าตรวจสอบโรงงานแห่งหนึ่งในตำบลบางน้ำจืด สมุทรสาคร ซึ่งประกอบกิจการหล่อหลอมทองแดง และตะกอนทองแดง พบกองกากแคดเมียม กระจายอยู่ทั้งในและนอกอาคาร จำนวนกว่า 1,000 ตัน ซึ่งได้ทำการยึดอายัด และแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ กับโรงงานดังกล่าว ด้วยแล้ว นอกจากนี้ ยังได้สั่งให้โรงงาน เคลื่อนย้ายกองกากเข้าไปในอาคารทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีการฟุ้งกระจายของกากแคดเมียม 

ขณะเดียวกัน ทาง สอจ.สมุทรสาคร ยังได้แบ่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโรงงานอีกแห่งในพื้นที่นาโคก สมุทรสาคร ซึ่งคาดว่าจะมีกองกากแคดเมียม เช่นเดียวกัน

นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวว่า จากการตรวจสอบและยึดอายัดกากแคดเมียมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นับจำนวนได้เกือบ 10,000 ตัน คิดเป็นร้อยละ 70 ของจำนวนกากแคดเมียมทั้งหมดที่ขนมาจากที่ตากมาไว้ในสมุทรสาคร โดยตนได้มอบให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเร่งตรวจสอบในพื้นที่อื่น ๆ ทั้งในสมุทรสาคร และจังหวัดใกล้เคียงที่คาดว่าจะมีการจัดเก็บ เพื่อรอการแปรสภาพหรือขนส่งไปที่อื่น และเคลื่อนย้ายกากแคดเมียมที่ยึดอายัดทั้งหมดกลับไปฝังกลบที่เดิมโดยเร็ว ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนคลายความวิตกกังวล 

‘เศรษฐา’ โชว์กิน ‘แกงไตปลา’ มื้อเที่ยงที่สมุย บอกอร่อยจริงๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572497

07 เม.ย. 2567

12:55 น.

‘เศรษฐา’ โชว์กิน ‘แกงไตปลา’ มื้อเที่ยงที่สมุย บอกอร่อยจริงๆ

นายกรัฐมนตรี โชว์กินแกงไตปลา เป็นมื้อเที่ยงระหว่างลงพื้นที่เกาะสมุย ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกจัดอันดับให้เป็นเมนูยอดแย่บนเว็บไซต์ TasteAtlas

วันนี้ช่วงเที่ยง (7 เม.ย.) ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการที่อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง แวะรับประทานอาหารเที่ยง มีเมนูแกงไตปลา ที่ติดอันดับอาหารยอดแย่ของโลกบน เว็บไซต์ TasteAtlas

ทันทีที่แกงไตปลา มาเสิร์ฟ นายกรัฐมนตรีได้ชิม โดยบอกว่า “อร่อยมากครับ” พร้อมกับยกนิ้วโป้ง แต่ก็มีสิทธิที่คนอื่นจะไม่ชอบ เพราะมีอะไรหลายๆ อย่างที่แตกต่างกัน เพราะเขาอาจจะชอบบางอย่าง หรือไม่ชอบบางอย่าง จะไปอะไรเขาก็ไม่ได้ เพราะอาหารไทยมีหลายอย่าง เช่น ต้มยำกุ้ง มัสมั่นไก่ พร้อมย้ำว่า กำลังลดน้ำหนักอยู่ แต่ “อร่อยจริงๆ ไม่ใช่อร่อยเล่นๆ”

‘ธนกร’ ฝากถึง ‘พรรคก้าวไกล’ อย่าด้อยค่าศาลรัฐธรรมนูญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572494

07 เม.ย. 2567

12:51 น.

‘ธนกร’ ฝากถึง ‘พรรคก้าวไกล’ อย่าด้อยค่าศาลรัฐธรรมนูญ

‘ธนกร’ ฝากถึง ‘พรรคก้าวไกล’ อย่าใช้วาทกรรมด้อยค่าศาลรัฐธรรมนูญ ย้ำ ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจรับคำร้อง – วินิจฉัยคดียุบพรรค

นายธนกร วังบุญคงชนะ  สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ให้สัมภาษณ์สื่อระบุว่าตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ไม่มีข้อไหนให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการยุบพรรคการเมืองว่า ก่อนที่นายชัยธวัชจะออกมาพูดแบบชัดถ้อยชัดคำนั้น ได้ศึกษาและดูรายละเอียดข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญมาก่อนแล้วหรือไม่ จะเป็นไปได้หรือ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยื่นคำร้องไปโดยไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจ ตนเชื่อว่า กกต.ผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบพรรคการเมืองนั้น รู้บทบาทและข้อกฎหมายเป็นอย่างดี  และล่าสุดอดีต กกต. ก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า นายชัยธวัชน่าจะเข้าใจคลาดเคลื่อนและหาก กกต.พบว่ามีพรรคการเมืองที่มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองสามารถส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ทำการยุบพรรคได้ รวมถึงตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคโดยไม่ได้กำหนดกรอบเวลาด้วย 

เมื่อถามว่า แต่การออกมาพูดว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจยุบพรรค เหมือนเป็นการลดทอนความเชื่อมั่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ตนไม่ทราบเจตนาเบื้องลึกของนายชัยธวัช ว่าต้องการอะไรกันแน่ แต่ขอเรียกร้องให้ทั้งนายชัยธวัช และพรรคก้าวไกลไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล ที่มีอำนาจหน้าที่ โดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่เป็นการสร้างความสับสน ไม่ไปลดทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมลง มองว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันหากทำผิดก็ต้องรับโทษ ซึ่งเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน

“คุณชัยธวัช เรียนกฎหมายเป็นถึงทนายความ ก่อนจะพูดอะไรต้องไตร่ตรองและตรวจสอบความถูกต้องให้ดี ไม่ควรพูดเพื่อสร้างความสับสน ทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ จึงไม่แน่ใจว่าคุณชัยธวัชมีเจตนาใดแอบแฝงหรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้ทุกคนเคารพกฎหมาย หากทำผิดก็ต้องยอมรับ ไม่ควรไปก้าวล่วงศาล หรือใช้วาทกรรมด้อยค่า”นายธนกร ระบุ

‘สุวัจน์’ เปิด บีช โปโล กระตุ้นท่องเที่ยวหัวหิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572486

07 เม.ย. 2567

10:01 น.

‘สุวัจน์’ เปิด บีช โปโล กระตุ้นท่องเที่ยวหัวหิน

‘สุวัจน์’ เปิดการแข่งขัน บีช โปโล แชมเปี้ยนชิพ 2024 กระตุ้นการท่องเที่ยวหัวหิน ใช้กีฬาและการจัดอีเวนท์ใหญ่ ส่งเสริมเศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยว

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนากล้า เป็นประธานพิธีเปิดงานแข่งขัน “อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2024” (InterContinental – B.Grimm Beach Polo 2024) ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีนักกีฬาทั้งประเทศไทย และต่างชาติ เข้าร่วมแข่งขันในงาน จุดประสงค์ในการจัดเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และ กระตุ้นเศรษฐกิจให้หัวหิน เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับโลก

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การแข่งขันบีชโปโลนั้น นิยมที่จะไปแข่งขันตามเมืองท่องเที่ยวระดับโลก เพราะฉะนั้นการแข่งขันบีชโปโล เกิดขึ้นที่หัวหินก็เป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดเป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองหัวหิน และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ ปัญหาสงคราม ปัญหาเรื่องเงินเฟ้อ ปัญหาเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้ภาวะการลงทุน ภาวะการส่งออกค่อนข้างจะตึงตัว ประเทศไทยเราต้องมีจุดแข็ง และที่สําคัญที่สุด คือ เรื่องการท่องเที่ยว ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม มีขนบธรรมเนียมประเพณี มีอาหารการกิน มีซอฟต์พาวเวอร์ มีอะไรต่างๆ อย่างมาก รัฐบาลก็ได้พยายามที่จะให้การท่องเที่ยวมาเป็นวาระแห่งชาติในการที่จะผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขยายในเรื่องให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเมืองไทยโดยไม่ต้องมีวีซ่า การขยายเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การจัดงานอีเว้นระดับโลกต่างๆ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เช่นเดี่ยวกับการจัดอีเว้นที่สำคัญที่เกิดขึ้นที่นี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ตรงกันแนวนโยบายในการประชาสัมพันธ์ให้เมืองไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว

บีช โปโล แชมเปี้ยนชิพ 2024บีช โปโล แชมเปี้ยนชิพ 2024

นายสุวัจน์ กล่าวว่าต้องขอขอบคุณทีมผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่เป็นทีมอินเตอร์เนชั่นแนลจากต่างประเทศ คือ ฮ่องกง เบลเยียม ได้ทําการแข่งขันกับทีมจากประเทศไทย ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเอกอัครราชทูตจากหลายประเทศมาร่วมงาน เช่น ท่านเอกอัครราชทูตโปแลนด์ และท่านเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์

“โอกาสนี้ต้องขอบพระคุณ ทุกท่านที่ได้ให้ความสนับสนุนในเรื่องของการแข่งขัน ขอขอบคุณ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม และนายกสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทย ที่ได้เป็นเสาหลักในการจัดกิจกรรมต่อเนื่องกันมาถึง 13 ปี และขอบคุณบริษัทพราว โรงแรมอินเตอร์ติเนนตัล ภาคเอกชนต่างๆ ขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ และการท่องเที่ยวหัวหิน ที่ได้ช่วยกันสนับสนุนดําเนินการแข่งขันที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ของประเทศ“ นายสุวัจน์ กล่าว

บีช โปโล แชมเปี้ยนชิพ 2024บีช โปโล แชมเปี้ยนชิพ 2024

โดยรายได้มอบการกุศลให้ “โครงการกําลังใจ” ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยา ภา นเรนทราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา นําไปใช้ประโยชน์ในการส่งต่อความรักการช่วยเหลือผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงในเรือนจํา ให้สามารถมีอาชีพ มีความสามารถด้านกีฬาและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ผลสำรวจ ‘นิด้าโพล’ ไม่เห็นด้วย ผู้เสพยาบ้า = ผู้ป่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572484

07 เม.ย. 2567

09:33 น.

ผลสำรวจ ‘นิด้าโพล’ ไม่เห็นด้วย ผู้เสพยาบ้า = ผู้ป่วย

ผลสำรวจ ‘นิด้าโพล’ ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ผู้เสพยาบ้า เท่ากับ ผู้ป่วย ไม่เห็นด้วยครอบครองยาบ้าไม่เกิน 5 เม็ด ไม่ต้องรับโทษ

นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ยาบ้า 5 เม็ด กับผู้เสพ คือ ผู้ป่วย”  สำรวจระหว่างวันที่ 18 – 20 มีนาคม 2567 ประชาชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 1,310 คน เกี่ยวกับประมวลกฎหมายยาเสพติดที่ยึดหลัก “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” พบว่า ร้อยละ 67.40 ไม่เห็นด้วยเลย รองลงมา ร้อยละ 12.60 เห็นด้วยมาก ร้อยละ 9.85 ค่อนข้างเห็นด้วย และไม่ค่อยเห็นด้วย ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 0.30 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

สำหรับความคิดเห็นประชาชนต่อการครอบครองยาบ้าไม่เกิน 5 เม็ด ถือว่าเป็นผู้เสพที่ต้องได้รับการบำบัดรักษาและไม่ต้องโทษจำคุก พบว่า ร้อยละ 78.85 ไม่เห็นด้วยเลย รองลงมา ร้อยละ 7.79  เห็นด้วยมาก และไม่ค่อยเห็นด้วย ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 5.50 ค่อนข้างเห็นด้วย และร้อยละ 0.07 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

เมื่อถามถึงสาเหตุการแพร่ระบาดของยาเสพติดในปัจจุบัน ร้อยละ 57.63 ระบุว่า ยาบ้าหาซื้อได้ง่าย รองลงมา ร้อยละ 56.79 ระบุว่า ยาบ้ามีราคาถูก ร้อยละ 36.26 ระบุว่า กัญชาหาซื้อได้ง่าย ร้อยละ 35.57 ระบุว่า พืชกระท่อม/น้ำกระท่อม หาซื้อได้ง่าย ร้อยละ 35.27 ระบุว่า นโยบายของรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 34.27 ระบุว่า กัญชามีราคาถูก ร้อยละ 33.89 ระบุว่า พืชกระท่อม/น้ำกระท่อม มีราคาถูก ร้อยละ 31.07 ระบุว่า มาตรการการปราบปรามยาเสพติดไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 30.08 ระบุว่า มาตรการการป้องกันยาเสพติดไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 26.03 ระบุว่า ผู้บังคับใช้กฎหมายหย่อนยานในการดำเนินการ ร้อยละ 22.60 ระบุว่า สภาพทางสังคมทำให้คนเสพยาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20.76 ระบุว่า นโยบายถือครองยาบ้าไม่เกิน 5 เม็ด ถือว่าเป็นผู้เสพ ร้อยละ 17.63 ระบุว่า สภาพทางเศรษฐกิจทำให้คนเสพยาเพิ่มขึ้น ร้อยละ 12.44 ระบุว่า นโยบายผู้เสพ คือ ผู้ป่วย ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ผู้เสพไม่มีจิตสำนึกเอง ร้อยละ 11.07 ระบุว่า มาตรการการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดไม่มีประสิทธิภาพ และร้อยละ 1.22 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับปริมาณการครอบครองยาบ้าเพื่อเสพที่จะเข้ากับหลักการ “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” พบว่า ร้อยละ 59.85 ยืนยันว่าไม่เห็นด้วย/ไม่ค่อยเห็นด้วยกับหลักการ “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” รองลงมา ร้อยละ 23.66 ระบุว่า ไม่เกิน 1 เม็ด ร้อยละ 8.40 ประมาณ 2-3 เม็ด ร้อยละ 3.66 ประมาณ 4-6 เม็ด ร้อยละ 1.53 ประมาณ 10-12 เม็ด ร้อยละ 0.76 ประมาณ 7-9 เม็ด ร้อยละ 0.08 ประมาณ 13-15 เม็ด และร้อยละ 2.06 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

นิด้าโพล : ยาบ้า 5 เม็ด กับ ผู้เสพ คือ ผู้ป่วยนิด้าโพล : ยาบ้า 5 เม็ด กับ ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย

‘พรรคก้าวไกล’ วาง 3 เป้าหมาย ไม่หมั่นดดียุบพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572446

06 เม.ย. 2567

12:10 น.

'พรรคก้าวไกล' วาง 3 เป้าหมาย ไม่หมั่นดดียุบพรรค

ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล วาง 3 เป้าหมาย หลังการเปิดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ย้ำไม่หวั่นคดียุบพรรค พร้อมเดินหน้าต่อ ตอบสนองประชาชนมากขึ้น

ในการเปิดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2567 ‘พรรคก้าวไกล’ ที่โรงแรมเมเปิล เขตบางนา กทม. ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค รวมถึง สส.ของพรรค และสมาชิกพรรค เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง

โดย ชัยธวัช กล่าวเปิดการประชุมว่า นับเป็นการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง ปีนี้นับตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ เปลี่ยนมาเป็นพรรคก้าวไกล เรามีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญมากๆ สิ่งที่ถือว่า พวกเราได้ช่วยกันร่วมแรงร่วมใจกันทุกองคาพยพในการทำงานอย่างหนักตั้งแต่ระดับพื้นที่ไปจนถึงระดับชาติ และสามารถพิสูจน์ตนเองให้กับพี่น้องประชาชนได้ เป็นผลสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จที่สุดในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา ถือว่าเป็นความสำเร็จของพวกเราทุกคน ตนเองในฐานะหัวหน้าพรรคต้องขอบคุณทุกคนอีกครั้ง ที่สำคัญหลังการเลือกตั้ง ทุกการสำรวจความนิยมของพรรคการเมืองเกี่ยวกับตำแหน่งผู้นำประเทศที่ผู้คนอยากเห็น พวกเราได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีแผ่ว จนวันนี้นักวิเคราะห์การเมืองมีความเห็นว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพรรคก้าวไกล เราจะเป็นพรรคที่ครองความนิยมอันดับหนึ่งอีกแน่นอนในการเลือกตั้งครั้งหน้า 

ชัยธวัช กล่าวอีกว่า ประเด็นสำคัญคือ ผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประกอบกับผลสำรวจความเห็นประชาชน สะท้อนว่า การเมืองแบบอนาคตใหม่ การเมืองแบบ ‘พรรคก้าวไกล’ นี่แหละ คือสิ่งที่ประชาชนต้องการ การเมืองแบบก้าวไกลที่ก่อนหน้านี้สังคมไทยไม่เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จเป็นจริงได้

'พรรคก้าวไกล' วาง 3 เป้าหมาย ไม่หมั่นดดียุบพรรค

สังคมไทยไม่เชื่อว่า การเมืองที่ไม่ใช่อำนาจ อิทธิพล ระบบอุปถัมภ์ เงินทองในการซื้อเสียง จะสามารถชนะในการเลือกตั้งอันดับหนึ่งได้ในประเทศนี้ แต่ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้ทำลายเพดานความคิดนี้ไปแล้ว วันนี้สังคมไทยเชื่อแล้วว่า การเมืองแบบก้าวไกล ที่ให้ความสำคัญกับการทำงานความคิด การนำเสนอนโยบาย การเมืองที่ทำงานแบบตรงไปตรงมา เน้นคุณภาพ การเมืองที่เกิดจากพรรคการเมืองที่ประชาชนอย่างพวกเราช่วยกันสร้าง ประสบความสำเร็จได้จริงๆในการเมืองของไทย การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของการเมืองไทยได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และเมื่อความคิด ความเชื่อ ความเป็นจริงได้เปลี่ยนแปลงแล้ว หมายความว่า วันนี้ประชาชนเห็นและเชื่อมั่น มีความหวังว่า เราสามารถร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างที่เคยฝันไว้ในอดีตได้ ผ่านการเมืองระบบรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดของความสำเร็จที่ได้ทำร่วมกันในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

ดังนั้น ในสถานการณ์ที่พวกเราปฏิเสธไม่ได้ว่า กำลังเผชิญพายุใหญ่ในทางการเมือง ในสถานการณ์นี้ หลายคนอาจจะหวั่นไหว ประชาชนถามไถ่ทุกวันพร้อมมีความกังวลกับ ‘พรรคก้าวไกล’ แต่หากเราย้อนคิดในสิ่งที่ตนเองได้พูดไป จะเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงมันมาไกลมากเกินกว่าที่การเมืองแบบก้าวไกลจะถอยหลังหรือพ่ายแพ้แล้ว ดังนั้น ยืนยันว่า พวกเราไม่มีอะไรต้องหวั่นไหว เพราะคนที่หวั่นไหว คือคนที่อยากจะทำลายพรรคก้าวไกล คนที่หวั่นไหว ไม่ใช่เรา แต่คือคนที่อยากจะทำลายพรรคการเมืองที่ประชาชนต้องการ แต่ส่วนตัวยืนยันว่า มาถึงวันนี้ ไม่มีใครสามารถทำลายความคิด ความเชื่อและความหวังของประชาชนได้อีกแล้ว ไม่มีใครสามารถทำลายและหยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยได้อีก 

ชัยธวัช กล่าวอีกว่า ภารกิจของพรรคก้าวไกลหลังจากนี้ ไม่ใช่หวั่นไหว มีแต่เดินหน้าเต็มร้อย มั่นคง แน่วแน่ในเป้าหมายและอุดมการณ์ ทำพรรคก้าวไกลให้แข็งแรงมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของประชาชนมากขึ้น

ด้วยเป้าหมายภารกิจ 3 ประการคือ 1.ช่วยกันสานต่อปฏิรูปพรรคอย่างต่อเนื่อง เรียนรู้จากปัญหาและความผิดพลาดภายในพรรค คิดค้นแนวทางการทำงานใหม่ๆ เพื่อฝ่าฟันปัญหาและความท้าทาย เพื่อให้พรรคก้าวไกลเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน ให้สมาชิกและประชาชนมีส่วนร่วม เป็นเจ้าของ ร่วมขับเคลื่อน เป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง 2.เดินหน้าเป็นฝ่ายค้านเชิงรุก ให้ประชาชนเห็น แม้จะเป็นฝ่ายค้านที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร แต่ฝ่ายค้านเชิงรุกเป้าหมายของเรา คือ เตรียมพร้อมเป็นพรรคการเมือง เป็นรัฐบาลที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า ดังนั้น ระหว่างเป็นฝ่ายค้าน ต้องใช้ทุกกลไก ทุกพื้นที่ ผลักดันวาระที่ก้าวหน้าเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน เตรียมแนวทางในการนำเสนอสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประชาชน

และ 3.พวกเราทุกองคาพยพต้องช่วยกันทำงานอย่างสุดความสามารถ พิสูจน์ด้วยการทำงานจริง ปฏิบัติจริง ให้ผู้มีอำนาจประจักษ์ว่า พรรคก้าวไกลไม่ใช่ภัยคุกคามของสังคมไทย เราไม่ใช่ภัยคุกคามของใคร แต่พรรคก้าวไกลจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดของสังคมไทย พรรคก้าวไกลจะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสังคมไทยในอดีต เพื่อเดินหน้าไปสู่อนาคต เราจะเป็นคนที่เชื่อมอดีตที่มีข้อจำกัดที่ต้องการความเปลี่ยนแปลง เดินหน้าสู่อนาคตให้พวกเราเท่าเทียมกัน เท่าทันโลก เราเท่านั้นเป็นคำตอบสุดท้าย 

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอให้พวกเราไม่ต้องกังวล ไม่มีอะไรต้องกังวล มีแต่แสงสว่างอยู่ข้างหน้า” ชัยธวัช กล่าว

ทำไม ‘ธนาธร’ ซื้อบ้านปรีดี ที่ฝรั่งเศส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/572416

05 เม.ย. 2567

18:03 น.

ทำไม ‘ธนาธร’ ซื้อบ้านปรีดี ที่ฝรั่งเศส

‘ธนาธร’ ตัดสินใจซื้อบ้านปรีดี ที่ฝรั่งเศส เป็นการต่อสู้ระหว่างการลบเลือนกับความทรงจำ ย้ำควรเป็นสมบัติของชาติ หากรัฐบาลซื้อ ยินดีขายไม่เอากำไร

หลังจากที่มีข่าวว่าบ้านอองโตนี บ้านที่นายปรีดี พนมยงค์ ใช้ชีวิตทางตอนใต้ ชานเมืองปารีส ฝรั่งเศส กลายเป็นของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  ประธานคณะก้าวหน้า ไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็เริ่มมีคำถามกันว่า นายธนาธรซื้อบ้านหลังนี้ไปด้วยเหตุผลหรือไม่แรงจูงใจทางการเมืองอะไร

นายธนาธร บอกว่า อาจารย์ปรีดีอยู่บ้านนี้ ถ้าจำไม่ผิด อยู่บ้านนี้ 13 ปี ตั้งแต่ลี้ภัยจากเมืองจีนและไปเสียชีวิตที่บ้านนี้ ขายบ้านที่กรุงเทพฯ มาอยู่บ้านนี้ ซึ่งบ้านนี้รับแขกจากเมืองไทย คนไทยก็จะใช้บ้านอาจารย์ปรีดีแลกเปลี่ยนข่าวสารบ้านเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นราชนิกูล นักการเมือง อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ ไปฝรั่งเศส ก็ต้องไปบ้านหลังนี้ ถ้าคิดเทียบ กับสมัยนี้ก็คงเหมือนคนเดินทางไปดูไบ ก็จะรับคนที่มีความสนใจปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม การเมืองของประเทศไทย เป็นเรื่องคุยที่บ้านนั้นเป็นประจำ เป็นศูนย์กลางระหว่างคนไทยในยุโรปที่สนใจการบ้านการเมือง และสังคม

พออาจารย์ปรีดีเสีย ครอบครัวพนมยงค์ก็ขายบ้าน โดยมีครอบครัวเวียดนามมาซื้อ มีการตกลงกับครอบครัวเวียดนามว่า ถ้าจะขายต่อไป อย่างน้อยที่สุดขอให้ขายให้กับคนไทยก่อน นี่คือข้อตกลงที่ครอบครัวคนเวียดนามมีกับครอบครัวพนมยงค์ ผมเองได้ยินเรื่องนี้มาเป็น 10 ปีแล้ว เพราะว่าคุณยาย ที่เป็นเจ้าของบ้านสูงอายุแล้ว คุณยายอยากขายบ้านมาตั้งนานแล้ว แต่เราก็ไม่ได้คิดอะไร โดยส่วนตัวไม่อยากได้ ไม่คิดว่าจะต้องเป็นคนเข้าไปซื้อเอง

ภาพจาก สถาบันปรีดี พนมยงค์ภาพจาก สถาบันปรีดี พนมยงค์

คนที่เร่ขายเป็นนายหน้าให้ ก็มีคนอย่างอาจารย์จรัญ คนอย่างอาจารย์ปิยบุตร ก็ไปคุยกับนายทุน มีคนพยายามที่จะหาคนไทยที่ตระหนักถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ เข้าไปซื้อบ้านหลังนี้ไว้ ซึ่งจริงๆ คนที่ควรเข้าไปซื้อที่สุดคือรัฐบาลไทย

แต่พอเข้าได้เข้าเข็ม สภาพคุณยายเจ้าของบ้านเริ่มแย่ ยังหาคนไทยซื้อไม่ได้ อาจารย์ปิยบุตรก็เลยมาบอกว่าผมคนสุดท้ายแล้ว ถ้าผมไม่ซื้อก็ไม่มีใครซื้อแล้ว ก็เลยเริ่มคุยตั้งแต่ปีที่แล้ว กระบวนการใช้เวลาทำธุรกรรมเสร็จเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แล้วตั้งใจว่าจะใช้เวลา 1 ถึง 2 เดือนนี้ ทำแผนให้เสร็จและแถลงต่อประชาชน ว่าจะเอาบ้านหลังนี้ไปทำอะไรบ้าง

การตระหนักรู้ทางด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ สำคัญไม่แพ้กับการเมืองในสภา นี่คือ “การต่อสู้ระหว่างการลบเลือนกับความทรงจำ” ยกตัวอย่างอนุสาวรีย์หลักสี่หายไปทั้งอนุสาวรีย์ หมุดคณะราษฎร์ก็หายไป พวกนี้คือการรีไรท์เขียนใหม่ เขาต้องการทำให้ประชาชนลืม หน้าที่ของพวกเราคือทำให้ประชาชนจำ เพื่อตระหนักถึงความสำคัญ ในการต่อสู้ระหว่างการลบเลือนกับการปักหมุดให้เห็นคุณค่า ผมว่านั่นคือการตัดสินใจของผม ว่าทำไมถึงเข้าไปซื้อบ้านหลังนี้ แต่ก็ย้ำว่าการซื้อบ้าน คิดในเชิงการเมืองน้อยมาก จะคิดในเชิงว่าต้องการรักษาอะไรบางอย่างไว้มากกว่า

ถ้าคุณเศรษฐาอยากมาซื้อในนามรัฐบาลไทยผมยินดีขายราคาทุน ผมไม่ได้มีความคิดที่จะกอด 2475 ไว้เป็นของส่วนตัว มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ผมอ่านหนังสือของครูบาอาจารย์ เราก็เติบโตจากการอ่านหนังสือหนังหา ดังนั้นถ้าจะใช้คำว่ายึด 2475 มาเป็นของพวกเรามันไม่ใช่หรอก แต่กลับกัน ที่เราต้องมาทำ เพราะว่าในภาคการเมืองมันไม่มีคนพูดเรื่องนี้ อย่างมากที่สุดคือวันที่ 11 พฤษภาคม ไปงานปรีดีที่ธรรมศาสตร์ ไปมอบดอกไม้ และต่างคนก็ต่างกลับ

ย้ำอีกครั้ง ถ้ารัฐบาลไทยอยากมาซื้อ กำไรบาทเดียวก็ไม่เอา เพราะจริงๆ แล้ว ควรจะเป็นสมบัติของชาติ