‘จุรินทร์’ ถาม รบ. เอาเงินไหนมาทำ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571683

27 มี.ค. 2567

11:00 น.

‘จุรินทร์’ ถาม รบ. เอาเงินไหนมาทำ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’

แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ถามย้ำรัฐบาล จะใช้งบประมาณไหนมาดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ตกลงจะกู้หรือไม่กู้ มองรัฐบาลบริหารแผ่นดินมาครึ่งปี คะแนนนิยมไม่ขึ้น

นายจุรินทร์ ลักษณ์วิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ที่รัฐบาลจะชี้แจงวันที่ 10 เมษายนนี้ว่า โครงการดังกล่าว ประชาชนรอมาจนชิน ”ยืนรอสแตนชิน” แล้ว เพราะจนขณะนี้ ก็ยังเป็นการซื้อเวลา ไม่มีเปลี่ยนแปลงจากเดิม และยังติดคำถามเดิมที่ยังไม่มีคำตอบว่า จะนำงบประมาณมาจากไหน เพราะหากไม่นำเงินมาจากงบประมาณมา และอาจจะไม่กู้ ก็ยังมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อน พร้อมมองว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ควรหงุดหงิดใส่สื่อมวลชนที่ถามคำถามดังกล่าว ที่ถือเป็นคำถามสำคัญ เพราะโครงการนี้ จะดำเนินการไม่ได้ หากรัฐบาลไม่มีงบประมาณ จึงเป็นคำถามใหญ่ที่รัฐบาลต้องตอบ และผลัดเลื่อนมาหลายครั้งแล้ว
 

ส่วนความเป็นไปได้ในการใช้เงินตามงบประมาณมาเสริม เพราะจำนวนเงินกู้ลดลงมานั้น นายจุรินทร์ ระบุว่า รัฐบาลจะต้องไปพิจารณา เพราะเดิมทีรัฐบาลระบุจะไม่กู้ และจะใช้เงินอื่น จนขณะนี้ ก็ยังไม่ชัดเจน ดังนั้น รัฐบาลจะต้องชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อน เพื่อกำหนดไทม์ไลน์ต่างๆ ให้มีความน่าเชื่อถือ  


ส่วนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่อยู่ระหว่างพักโทษ เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยเมื่อวานนี้ นายจุรินทร์ บอกว่า เป็นสิ่งที่ประชาชนคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว การกลับมาเลี้ยงหลาน เป็นสิ่งที่ไม่จริง แต่ไปเลี้ยง The Only ที่เป็นลูกสิงโตขาว ไนท์ซาฟารี จังหวัดเชียงใหม่มากกว่า ไม่ได้นอกเหนือการคาดการณ์ ส่วนจะกระทบต่อการเมืองมากน้อยเพียงใด ก็จะต้องรอติดตาม แต่ช่วงที่ผ่านมาความนิยมของรัฐบาล ก็ยังไม่ได้ดีขึ้น จากการบริหารราชการแผ่นดินมา 6-7 เดือน

ประธาน กกต. ชี้ ‘ทักษิณ’ ไปเพื่อไทย ไม่ครอบงำพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571682

27 มี.ค. 2567

10:49 น.

ประธาน กกต. ชี้ ‘ทักษิณ’ ไปเพื่อไทย ไม่ครอบงำพรรค

ประธาน กกต. ให้ความเห็นกรณี ‘ทักษิณ ชินวัตร’ เดินทางไปพรรคเพื่อไทย ยังไม่ถึงขนาดครอบงำพรรค ถ้ามีการกระทำเข้าข่าย กกต. จะดำเนินการ

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างพักโทษ เดินทางไปพรรคเพื่อไทย ถือว่าผิดกฎหมายพรรคการเมืองและเป็นการครอบงำพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลหรือไม่ ว่า กกต. มีหน้าที่ดูแลพรรคการเมืองอยู่แล้ว ถ้าพรรคใดยินยอมให้บุคคลใดมาครอบงำ หรือคนใดไปครอบงำพรรคการเมือง ก็มี พ.ร.ป.พรคการเมือง มาตรา 28 และ 29 ระบุไว้ชัดเจน ห้ามพรรคการเมืองยืนยอมให้ผู้ใดมาครอบงำ ดังนั้นถ้ามีการกระทำใดๆ ที่อาจจะเข้าข่ายฝ่าฝืน 2 มาตรานี้ ก็เป็นเรื่องที่ กกต. สามารถดำเนินการได้
 

“การไปที่พรรค ก็ไม่น่าจะถึงขนาดเป็นการครอบงำ แต่หากมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่าเป็นการครอบงำ ก็ถึงเวลาที่ กกต. ต้องปฏิบัติตามกฏหมาย” ประธาน กกต. กล่าว

หลังจากนี้ที่นายทักษิณ จะเดินสายไปพบมวลชน ทำได้หรือไม่ ประธาน กกต. ยืนยันคำเดิมว่า ถ้าการกระทำใดๆ ไม่เข้าข่ายที่จะถือเป็นการครอบงำ ก็ไม่สามารถไปห้ามได้ แต่ถ้าเป็นการครอบงำ ก็ต้องมีข้อเท็จจริงด้วย เราคงไม่สามารถตัดสินข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่เฉยๆได้

ส่วนคำร้องที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้สั่งยุบพรรคก้าวไกล ประธาน กกต. บอกว่า มีการส่งข้อมูลเพิ่มเติมไปเมื่อ 25 มี.ค. 67 ซึ่งไม่ใช่เอกสารใหม่ แต่เป็นเอกสารเก่าที่อยู่ในคำร้องของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นมาถึง กกต. แต่ข้อความบางส่วนเลือนลางอ่านลำบาก จึงส่งไปใหม่ ส่วนขั้นตอนการยุบพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทยนั้น อยู่ระหว่างการดำเนินการของนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด ก่อนให้ กกต. พิจารณา โดยมีกรอบระยะเวลาตามระเบียบ เช่น 30 วัน แต่ก็ขอขยายเวลาได้ หากต้องขอเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าคำร้องของพรรคภูมิใจไทย ล่าช้ากว่า พรรคก้าวไกล นั้น นายอิทธิพร กล่าวว่า เป็นคนละกรณีกัน โดยในส่วนของพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับเรื่องเงิน เป็นการยื่นคำร้องตามมาตรา 93 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่งต้องผ่านการพิจารณาของนายทะเบียนพรรคการเมือง แต่ในส่วนพรรคก้าวไกล เป็นเรื่องมาตรา 92 ที่ระบุว่าเมื่อ กกต. เห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำผิด ก็ให้ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ กระบวนการวินิจฉัยจึงไม่ล่าช้า แต่ยืนยันว่าถ้าดูระเบียบของ กกต. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็เป็นไปตามกระบวนการ ไม่ได้มีการเร่งอะไร

‘ประเสริฐ’ เผย เตรียมชวน ‘ทักษิณ’ พบปะชาว ‘โคราช’ เร็วๆ นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571647

26 มี.ค. 2567

16:52 น.

‘ประเสริฐ’ เผย เตรียมชวน ‘ทักษิณ’ พบปะชาว ‘โคราช’ เร็วๆ นี้

แกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ‘ทักษิณ ชินวัตร’ เข้าพรรคเพื่อไทย ไม่ได้แนะนำอะไร ทักทายสมาชิกเฉยๆ เตรียมชวนลงพบปะชาวโคราชเร็วๆ นี้

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มีทั้งมวลชนคนเสื้อแดง รัฐมนตรี สส. กรรมการบริหาร แกนนำพรรค และสมาชิกพรรค มาต้อนรับ โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พานายทักษิณขึ้นไปชั้น 8 ซึ่งเคยเป็นห้องทำงานเก่าของนายทักษิณสมัยพรรคไทยรักไทย และอยู่ที่พรรคประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อพบปะบุคคลต่างๆ แล้วเดินทางกลับ เพื่อให้ สส.พรรคเพื่อไทย ประชุมร่วมกัน ถือเป็นการกลับมาในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่การประกาศยุบสภา 2549 ก่อนการรัฐประหาร 19 กันยายน ซึ่งเวลานั้นอาคาร OAI Tower เป็นที่ทำการของพรรคไทยรักไทย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าว่า นายทักษิณ ไม่ได้ให้คำแนะนำใด ๆ นอกจากการทักทายสมาชิกพรรคฯ ที่มารอให้การต้อนรับ ตั้งแต่รุ่นพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนถึงพรรคเพื่อไทย บรรยากาศเป็นไปด้วยรอยยิ้ม ความสุข และกำลังใจ เพราะเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ที่นายทักษิณเดินทางมา และในอนาคตก็มีโอกาสที่นายทักษิณจะเดินทางเข้าพรรคอีก ฃ

นายประเสริฐ ยังยอมรับด้วยว่า ส่วนตัวในฐานะแกนนำจังหวัดนครราชสีมา จะเชิญนายทักษิณไปลงพื้นที่แน่นอน เพราะชาวโคราชเรียกร้อง แต่ยังไม่ได้พูดคุยกับนายทักษิณโดยตรง แต่ถ้ามีโอกาส เชื่อว่า นายทักษิณอยากจะไปเจอคนไทยทั่วประเทศ ทุกจังหวัด

ครม.อนุมัติ 2,739 ล้านบาท จ้างภารโรงเพิ่ม ช่วยเข้าเวร หวังให้ครูโฟกัสการสอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571639

26 มี.ค. 2567

15:50 น.

ครม.อนุมัติ 2,739 ล้านบาท จ้างภารโรงเพิ่ม ช่วยเข้าเวร หวังให้ครูโฟกัสการสอน

ครม. อนุมัติงบปี 68 จ้างภารโรง เพิ่มวงเงิน 2,739 ล้านบาท ช่วยเข้าเวรแทน เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระ หวังให้ครูโฟกัสการสอนเต็มที่

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณวงเงิน 2,739.96 ล้านบาท ตามที่กระทรวงศึกษาธิการ เสนอ เพื่อจ้างภารโรงเพิ่มขึ้นในปีงบประมาณปี 2568 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระครู ซึ่งไม่ใช่ทำหน้าที่เฉพาะการอยู่เวรยาม แต่ต้องทำหน้าที่ดูแลโรงเรียนในส่วนอื่น ๆ ด้วย เพื่อที่ครูจะได้โฟกัสการทำหน้าที่การเรียนการสอนเท่านั้น 

ทั้งนี้ การเสนอของบประมาณดังกล่าวของกระทรวงศึกษาการ สืบเนื่องจากกรณีครูสาวถูกบุกทำร้ายในโรงเรียนขณะอยู่เวร ทำให้เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ครม.มีมติยกเลิกครูเวร ซึ่งการประชุมครม.ในวันนี้ (26 มี.ค.) กระทรวงศึกษาธิการได้ขออนุมัติงบประมาณในการจ้างภารโรง เป็นเวลา 3 ปี คือ ปี 2568 – 2570 แต่ครม.อนุมติเฉพาะปี 2568 ก่อน ส่วนปี 2569 และ 2570 ครม.มอบหมายให้กระทรวงศึกษาไปหาวิธีการทางเทคโนโลยีทดแทนเพื่อลดการจ้างภารโรงและเพื่อประหยัดงบประมาณ

สว.ชุดใหม่ จากสาขาอาชีพ แต่ประชาชนไม่ได้เลือก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571632

26 มี.ค. 2567

14:54 น.

สว.ชุดใหม่ จากสาขาอาชีพ แต่ประชาชนไม่ได้เลือก

สว.ชุดใหม่ 200 คน แม้จะไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ เหมือนกับ สว. ที่ คสช. แต่งตั้งมา แต่กระบวนการได้มา ถูกวิจารณ์ว่า อาจมีการทุจริตเกิดขึ้นได้ และไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะประชาชนทั่วไปไม่สามารถเลือกได้

สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.ชุดปัจจุบัน 250 คน ที่ คสช. แต่งตั้งมา จะหมดวาระวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ กกต. จึงต้องดำเนินการเลือกตั้ง สว. ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน

รัฐธรรมนูญกำหนดให้ สว. ชุดใหม่ มี 200 คน เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุไม่น้อยกว่า 45 ปี จาก 20 สาขาอาชีพตามที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยใช้วิธีให้ผู้สมัครมาเลือกกันเอง ไขว้กันระหว่างสาขาอาชีพ ตั้งแต่ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ  ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้สมัครเป็น ส.ว. ไม่สามารถเลือกตั้งได้

วิธีการคือ ให้ผู้สมัครเลือกกันเอง 3 ระดับ

1. ระดับอำเภอ ให้ผู้สมัครเลือกกันเองในสายอาชีพก่อน ผู้ที่ได้คะแนน 5 ลำดับแรกของแต่ละสายอาชีพ เอามารวมกันเป็น 4 สาย แล้วให้เลือกผู้สมัครกลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน ผู้ได้คะแนนสูงสุด 3 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่ม ได้เป็นตัวแทนระดับอำเภอรวม 12 คน เพื่อคัดเลือกระดับจังหวัด

2. ระดับจังหวัด ให้ใช้วิธีเลือกกันเหมือนกับระดับอำเภอ เพียงแต่ผู้ได้คะแนนสูงสุด 2 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่ม ได้เป็นตัวแทนระดับจังหวัดรวม 8 คน เพื่อคัดเลือกระดับประเทศ

3. ระดับประเทศ พอมาถึงขั้นตอนนี้ จะมีผู้สมัครจากทั่วประเทศ 616 คน แบ่งกลุ่มให้ผู้สมัครเลือกกันเองในสายอาชีพ โดยผู้ได้คะแนนสูงสุด 40 คนแรกของแต่ละสายอาชีพ จะถูกรวมกันเป็น 4 สายจำนวนเท่าๆ กัน แล้วให้เลือกผู้สมัครกลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน โดยผู้ได้คะแนนสูงสุด 10 ลำดับแรกของแต่ละสายอาชีพ ได้เป็น สว. ส่วนลำดับที่ 11 ถึง 15 เป็นบัญชีสำรอง

วิธีการแบบนี้ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีเจตนารมณ์ เพื่อป้องกับไม่ให้เกิดการทุจริตเลือกกันเองภายในสาขาอาชีพ แต่ก็มีข้อสังเกตว่าระบบนี้ อาจทำให้เกิดการทุจริตอีกรูปแบบที่เรียกว่า ‘จัดตั้ง Block Vote’ ด้วยการเอาคนสนิท คนรอบข้าง หรือจัดตั้งบุคคล ร่วมกันสมัครเป็น สว. แล้วให้เลือกตัวเองและพรรคพวกให้เข้ารอบลึกๆ ซึ่งถูกวิจารณ์ทั้งความเสี่ยงเกิดการทุจริต และไม่มีความเป็นประชาธิปไตย 

แม้วุฒิสภาชุดใหม่ทั้ง 200 คน จะไม่มีหน้าที่โหวตเลือกนายกฯ เหมือนกับ ส.ว. ชุดที่แล้ว แต่ยังมีหน้าที่สำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล กลั่นกรองกฎหมายจากสภาผู้แทนราษฎร และสรรหาตัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทยแล้ว คนเสื้อแดง – สส. – รมต. รอต้อนรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571626

26 มี.ค. 2567

14:26 น.

‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทยแล้ว คนเสื้อแดง – สส. – รมต. รอต้อนรับ

‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ เข้าพรรคเพื่อไทยแล้ว โดยมีคนเสื้อแดง – สส. – รมต. รอต้อนรับ

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ เข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทยช่วงบ่ายวันนี้ โดยมีรัฐมนตรีในสังกัดพรรค , สส. , อดีต สส. และมวลชนคนเสื้อแดง มารอต้อนรับ โดยการมาครั้งนี้นายทักษิณได้ทักทายมวลชนที่มารอต้อนรับ ไม่ได้สวมเฝือกคอ โบกมือทักทายสั้นๆ ก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปชั้น 7 เพื่อพบปะทักทาย สส. และรัฐมนตรีของพรรค แต่ยังไม่มีรายงานว่าจะมีการพูดคุยในประเด็นใด

‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทยแล้ว คนเสื้อแดง – สส. – รมต. รอต้อนรับ
‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทยแล้ว คนเสื้อแดง – สส. – รมต. รอต้อนรับ
‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทยแล้ว คนเสื้อแดง – สส. – รมต. รอต้อนรับ
‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทยแล้ว คนเสื้อแดง – สส. – รมต. รอต้อนรับ
‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทยแล้ว คนเสื้อแดง – สส. – รมต. รอต้อนรับ

‘เศรษฐา’ ของขึ้น สื่อจี้ถามที่มาเงินดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571616

26 มี.ค. 2567

12:43 น.

‘เศรษฐา’ ของขึ้น สื่อจี้ถามที่มาเงินดิจิทัล

‘เศรษฐา’ ของขึ้น หลังถูกสื่อถามที่มาเงินดิจิทัล บอกให้รอฟังแถลงรายละเอียด อย่าสร้างความสับสน แถลงเมื่อไรก็เมื่อนั้น เดินดูเลี้ยงอาหารรังสื่อ ไอติมหมดก่อน

หลังการแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนายเศรษฐา​ ทวีสิน​ นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการคลัง เดินจากตึกนารีสโมสร มาดูอาหารที่นายกรัฐมนตรีนำมาเลี้ยงผู้สื่อข่าวข้างรังผู้สื่อข่าวที่ 3 ที่ประกอบด้วย ไก่ย่าง​ ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว​ และไอศกรีม​ เจ้าโปรดของนายกรัฐมนตรี

ระหว่างเดินจากตึกนารีสโมสร นายกรัฐมนตรีได้หันมาถามผู้สื่อข่าว​ ที่ติดตามทำข่าวว่า ทำไมไม่ไปฟังแผนการค้าไทยและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน แถลงข่าว การดำเนินงานของรัฐบาลด้านการลงทุนและความร่วมมือกับภาคเอกชนต่างชาติ​ ซึ่งผู้สื่อข่าวได้แจ้งต่อ​นายกรัฐมนตรี​ว่า มีทีมข่าวทำอยู่แล้ว ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะหันมาบอกกับผู้สื่อข่าวว่า​​ พร้อมกับหัวเราะและกล่าวย้ำว่า ถ้าไม่ฟัง ห้ามถามด้วยนะ เพราะในการแถลงจะมีการลงรายละเอียด

ขณะเดียวกันเมื่อผู้สื่อข่าว ถามถึงแหล่งเงินในโครงการดิจิทัลวอ​ล​เล็ต​ว่า จะใช้จากที่ใด นายกรัฐมนตรีถึงกับชักสีหน้า ก่อนจะบอกผู้สื่อข่าวคน​ดังกล่าวว่า ก็ให้ฟังแถลงไง ผมบอกไปแล้ว คุณพูดเดี๋ยวมันก็จะสับสนตลอดเวลา คอยแถลงหน่อยได้ไหม

เมื่อถามจะเป็นวันที่ 10 พฤษภาคมใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวในทันทีว่า เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ ที่เขาแถลงไปอ่ะ อย่าให้มีการสับสนเลย บอกขั้นตอนชัดเจนเรียบร้อยแล้ว​

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินดูอาหารที่นำมาเลี้ยงสื่อมวลชน พร้อมเปิดถังไอติมและถามแม่ค้าว่า ”หมดแล้วหรือ เฮ้ยหมดก่อนเลยหรือ“ ทำให้นายกรัฐมนตรีถึงกับอมยิ้ม​ ซึ่งผู้สื่อข่าวตอบกลับนายกฯ กลับมันอร่อย แต่ยังเก็บไว้ให้นายกรัฐมนตรีอยู่​ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตอบกลับว่า​ “ไม่เป็นไร​ ขอบคุณครับ​” ก่อนที่จะเดินขึ้นกับไทยคู่ฟ้า เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

‘ปกรณ์วุฒิ’ ปัดข่าวตั้ง ‘พรรคก้าวใหม่’ สำรองรอยุบพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571614

26 มี.ค. 2567

12:25 น.

‘ปกรณ์วุฒิ’ ปัดข่าวตั้ง ‘พรรคก้าวใหม่’ สำรองรอยุบพรรค

‘ปกรณ์วุฒิ’ ปฏิเสธกระแสข่าว ‘ธนาธร’ เตรียมตั้ง ‘พรรคก้าวใหม่’ สำรองรอยุบพรรค ประชุมใหญ่เมษานี้ ยังไม่เปลี่ยน กก.บห. ยังไม่ตั้ง ‘พิธา’ กลับมานั่งหัวหน้าพรรค

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสข่าวกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ใช้ช่วงเวลาหนึ่งพูดคุยกับ สส.พรรค โดยประเมินเรื่องการยุบพรรคก้าวไกลว่าพรรคอาจจะถูกยุบแน่นอนว่า มีหลายข้อที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น กระแสข่าวตั้งพรรคสำรอง “พรรคก้าวใหม่” ยืนยันไม่ได้มีการพูดในที่ประชุม สส.อย่างแน่นอน แต่ยอมรับว่ามีการพูดเรื่องการเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะออกมาทางใดก็เตรียมพร้อมเต็มที่ โดยที่ประเมินไว้คือ ยุบพรรค กับไม่ยุบพรรค และในพรรคไม่ได้พูดคุยกันถึงความน่าจะเป็นว่าจะออกมาในทิศทางไหน เนื่องจากอำนาจไม่ได้อยู่ในมือ ซึ่งหากคำพิพากษาออกมาไม่ยุบพรรคก็ไม่ต้องทำมากเดินหน้าทำหน้าที่ต่อไป หรือหากกรณียุบพรรคก็ไม่ต้องทำมากยังคงเดินหน้าทำหน้าที่เหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรที่แตกต่าง

“เพียงแต่ว่าเป็นการพูดคุยกันเพื่อให้เข้าใจดีว่า สส. ส่วนใหญ่เป็นสมัยแรก ที่อาจจะมีความกังวลไม่สบายใจ เลยต้องการปลุกใจในที่ประชุม สส. มากกว่า ไม่มีอะไรแค่บ้านหลังเดิมและเปลี่ยนป้ายชื่อ แค่นั้นไม่ได้คิดอะไรกันมาก” นายปกรณ์วุฒิกล่าว

ส่วนข้อมูลข่าวที่ระบุว่านายธนาธร กล่าวในที่ประชุมว่าหากมีการยุบพรรค ก็ขอให้ สส. ทุกคนไปพรรคใหม่พร้อมกันทั้งหมดนั้น นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่าเป็นคำพูดของนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นการปลุกกำลังใจ ด้วยอยากให้ทุกคนเดินไปด้วยกันและต่อสู้ไปด้วยกันในเส้นทางที่สู้มาด้วยกันตั้งแต่ต้น

สำหรับการประชุมสามัญประจำปีของพรรคก้าวไกลตามกฏหมายที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้ จะเป็นการประชุมปกติโดยยังไม่มีการปรับเปลี่ยน คณะกรรมการบริหารพรรค และเท่าที่ทราบในขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยว่าจะเสนอให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กลับมานั่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล เนื่องจากก่อนหน้านี้นายชัยธวัช ตุลาธน เคยให้สัมภาษณ์ไว้

ส่วนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพรรคเพื่อไทย เพื่อพบ สส. ในวันนี้ นายปกรณ์วุฒิ บอกว่า ก็เป็นสิทธิ์ของนายทักษิณที่จะเข้าไปพบใคร และเป็นสิทธิ์ของสังคมเช่นกันที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ได้บอกว่ามีอะไร ไม่ได้มองว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม มองแค่ว่าเป็นสิทธิ์ ในเมื่อเนื่องจากจะทำการแบบไหน ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่เมื่อทำแล้วสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร นายทักษิณก็คงทราบดีว่าต้องรับคำวิจารณ์นั้น

ศาลยกฟ้อง “ชวน” หมิ่นประมาท “ทักษิณ” ปม ไฟใต้ ปิดฉาก 12 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571610

26 มี.ค. 2567

12:13 น.

ศาลยกฟ้อง "ชวน" หมิ่นประมาท "ทักษิณ" ปม ไฟใต้ ปิดฉาก 12 ปี

ศาลยกฟ้อง “ชวน” คดี หมิ่นประมาท “ทักษิณ” ปิดฉาก มหากาพย์ 12 ปี ปม “ไฟใต้” ชี้ มีสิทธิวิจารณ์เหตุการณ์ ในฐานะ นักการเมือง-อดีตนายกฯ

( 26 มี.ค. 2567) ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมิ่นประมาท หมายเลขดำ อ.1590/2565 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2555 โดยศาลพิจารณายกฟ้อง มีรายละเอียดดังนี้

โดยอัยการโจทก์ ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิด สรุปว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2555 เวลากลางวัน นายชวน จำเลย หมิ่นประมาท นายทักษิณ ระหว่างการบรรยายในงานเปิดงานโรงเรียนการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีข้อความเป็นการใส่ความผู้เสียหายทำนองว่า

“รูปแบบการปกครองทุกอย่างต้องพัฒนาไปข้างหน้า แต่ต้องยอมรับว่า รูปแบบการปกครองของประเทศไทยให้โอกาสมาก บ้านเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นสิ่งที่เราต้องทำ คนไทยมีศักยภาพ แต่เรามีจุดอ่อนที่นักการเมืองโกง ซึ่งมาจากธุรกิจการเมืองและอุปสรรคของประชาธิปไตย คือ การยึดอำนาจระบอบประชาธิปไตย อำนาจประชาธิปไตยจะใช้ผ่านองค์กร สถาบันทั้งนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และตุลาการ โดยมีการคานอำนาจซึ่งกันและกัน แต่เมื่อบ้านเมืองมีปัญหาจึงเกิด องค์กรอิสระขึ้นมา เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) แต่เมื่อระบบทักษิณเกิดขึ้นก็ใช้วิธีการนอกกฎหมาย”   

สําหรับปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ปัจจุบัน เป็นเพราะนโยบายของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศว่า จะแก้ไขปัญหาใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ให้หมดภายใน 3 เดือนนั้น ทั้งที่ขณะนั้นไฟใต้มอดแล้ว ในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อนายทักษิณ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี กลับใช้คำว่า “โจรกระจอก” และมียกเลิกศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) หันมาใช้นโยบาย “ฆ่าหมดก็จบตรงนี้คือที่มาของการนองเลือดในปัจจุบันนี้…” 

โดยคำพูดต่างๆ ของนายชวน จำเลย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษ จำเลยตามความผิดด้วย 

ซึ่งการรับฟังคำพิพากษาครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น นายชวน ให้สัมภาษณ์ว่า ศาลยกฟ้อง ด้วยเหตุผลว่า เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ ในฐานะที่ตนเป็นนักการเมือง เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี มีสิทธิที่จะวิจารณ์เหตุการณ์ที่ได้ประสบมา 

เนื่องจากว่าในสำนวน มีการสืบพยานที่มาของคำพูด เช่น การฆ่าตัดตอน การฆ่าทิ้ง จัดการได้เดือนละ 10 คน 2 เดือนก็หมด โดยมีอดีตรองแม่ทัพภาค 4 มาเบิกความให้ โดยเป็นคนเดียวที่อยู่ในการประชุมวันที่ 8 เม.ย. 2544 ที่นายทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี และไปประชุมอันเกิดจากวันที่ 7 เม.ย. เกิดเหตุระเบิดที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ และวันที่ 8 เม.ย. คือวันที่ให้นโยบายว่า “คนร้ายมีไม่เกิน17-18 คน ที่เป็นหัวโจก จัดการเดือนละ 10 คน 2 เดือนก็หมด” และนี่คือที่มาของปัญหาภาคใต้ ที่เกิดจากนโยบายดังกล่าวนี้ และได้มีการส่งตำรวจเข้าไปเก็บ เพราะในคำสั่งดังกล่าวดังกล่าวนั้นระบุว่า จัดการได้เดือนละ 10 คน สองเดือนก็หมด และเชื่อว่าตำรวจทำได้ ไม่พึ่งทหาร 

ซึ่งอดีตรองแม่ทัพภาค 4 มีการบันทึกถ้อยคำเอาไว้แล้ว ถือว่าเป็นอีกบุคคลที่กล้ามาเบิกความ และเป็นคนเดียวในวันดังกล่าวที่กล้าติงในทำนองที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งหากเชื่อภาคใต้เราคงไม่นองเลือดแบบทุกวันนี้ ผลจากวันนั้นคือที่มาของเหตุการณ์ 4 ม.ค. 2547 ที่เกิดเหตุการณ์ปล้นอาวุธปืนค่ายปิเหล็ง ได้ไปกว่า 400 กระบอก และที่ปล้นฆ่ายิงกันทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากปืนที่ปล้นไปในวันนั้น ซึ่งเป็นที่มาของเหตุร้ายจนมีคนที่เสียชีวิตกว่า 7,500 คน ซึ่งเป็นผลมาจากความผิดพลาดของนโยบาย ซึ่งความจริงแล้วนายทักษิณ เคยยอมรับว่า เขาผิดพลาดในเรื่องนี้ ดังนั้น ศาลจึงเห็นว่า ตนในฐานะนักการเมือง และมีประสบการณ์เรื่องนี้เรื่องนี้ เพราะในสำนวนปรากฏว่า ตนได้ไปเห็นด้วยตนเอง และเรื่องนี้ได้สืบพยานทั้งหมด จึงมีสิทธิที่จะวิพากษ์วิจารณ์ได้

เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรบ้าง เนื่องจากคดีนี้ยาวนาน นายชวน ระบุว่า สำคัญที่สุดคือความจริง คงไม่ค่อยมีโอกาสได้ฟังความจริงจากผู้ที่มีส่วนร่วมประชุมในวันนั้น และเป็นคนเดียวที่กล้าติง คือรองแม่ทัพภาค 4 ซึ่งตนอยากให้จดจำบุคคลคนนี้เอาไว้ และขณะนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า มีการรื้อคดีความก่อนที่จะหมดอายุนั้น ตนไม่อยากให้ขาดอายุความ เพราะคดีมีเรื่องแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจจะโดนตำหนิได้ จึงต้องการให้สืบพยานให้จบ เพื่อคดีจะได้จบ และยุติโดยศาลเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ 

‘สุริยะ’ รอรับ ‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทย บ่ายนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571604

26 มี.ค. 2567

11:04 น.

‘สุริยะ’ รอรับ ‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทย บ่ายนี้

‘สุริยะ’ รอรับ ‘ทักษิณ’ เข้าพรรคเพื่อไทย บ่ายนี้ บอกเตรียมขอคำแนะนำการพัฒนากระทรวงคมนาคม ชี้ประสบการณ์ของอดีตนายกฯ คนรุ่นใหม่เรียนรู้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.กระทรวงคมนาคม กล่าวถึง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีกำหนดจะเดินทางเข้าพรรคเพื่อไทยในวันนี้ว่า ตนคงเข้าไปแน่นอน และก็ทราบข่าวว่าจะมี สส. จำนวนมากเข้าไปที่พรรค ซึ่งมากกว่าทุกๆ ครั้ง เพราะ สส. และอดีต สส.ของพรรคเพื่อไทย มีความรู้สึกอยากจะต้อนรับนายทักษิณด้วยความอบอุ่น เพราะท่านเปรียบเสมือนเป็นสัญลักษณ์ความสำเร็จของพรรค และตนจากที่ได้เคยทำงานร่วมกับนายทักษิณมาตั้งแต่ 25 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นตนเป็นเลขาธิการพรรค และนายทักษิณเป็นหัวหน้าพรรค ก็ช่วยกันทำให้กระทรวงคมนาคมในยุคนั้นมีผลงานสำเร็จ โดยเฉพาะการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ที่สร้างสำเร็จตรงเวลา และได้รับการจัดอันดับเป็นสนามบินที่ดีอันดับต้นๆ ฉะนั้นตนคิดว่าถ้ามีโอกาสกระทรวงคมนาคมก็คงจะไปขอคำปรึกษา ว่าจะทำอย่างไรให้สนามบินสุวรรณภูมิกลับมาติดอันดับโลกให้ได้ รวมถึงการอำนวยความสะดวกในเรื่อง ระบบรางและการทำถนนที่ต้องพัฒนา 

ส่วนการที่นายทักษิณกลับมาจะทำให้พรรคเพื่อไทยยิ่งใหญ่เหมือนปี 2548 หรือไม่ นายสุริยะ เชื่อว่าสิ่งที่อดีตนายกฯ ทำสำเร็จแต่คนรุ่นใหม่อาจจะยังไม่รับรู้ ก็คือการแก้ไขปัญหาวิกฤติต้มยำกุ้ง ผลงานของท่านก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถจับต้องได้ ฉะนั้นประสบการณ์ของท่านก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่เราต้องเรียนรู้และนำมาใช้ 

ส่วนกรณีที่นายทักษิณเข้าพรรคเพื่อไทยวันนี้จะทำให้ สส. ของพรรคเพื่อไทยมีกำลังใจที่ดีขึ้นอยู่หรือไม่นายสุริยะยอมรับว่า”แน่นอน“