นายกฯ – ครม. แต่งชมพูพื้นเมือง ประชุม ครม.สัญจร พะเยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571151

19 มี.ค. 2567

12:05 น.

นายกฯ – ครม. แต่งชมพูพื้นเมือง ประชุม ครม.สัญจร พะเยา

‘นายกฯ เศรษฐา‘ นำ ครม. สวมผ้าพื้นเมืองสีชมพู สีประจำจังหวัดพะเยา ประชุม ครม.สัญจรฯ ครั้งที่ 3 กำชับ ‘ผู้ว่าฯ ททท.‘ เปิดสำนักงานพื้นที่ให้ทันก่อนฤดูท่องเที่ยวหน้าหนาวนี้ ใส่บาตรริมกว๊านฯ ไม่ได้ขอพร คาดฝุ่นลดลง

19 มี.ค. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 3 ที่หอประชุมพญางำเมือง มหาวิทยาลัยพะเยา โดยรัฐมนตรีทั้งหมด สวมเสื้อผ้าพื้นเมืองสีชมพู สีประจำจังหวัดพะเยา

นายกฯ – ครม. แต่งชมพูพื้นเมือง ประชุม ครม.สัญจร พะเยา

ก่อนเข้าประชุม ครม. นายกฯ เดินชมบูธหน่วยงานต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่นำมาจัดแสดง อาทิ ผ้าพื้นเมือง ผลผลิตทางการเกษตร เมล็ดกาแฟ โดยระหว่างเข้าชมบูธการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้ว่าฯ ททท. รายงานความคืบหน้าการเปิดสำนักงาน ททท.จังหวัดพะเยา จากนั้นนายกฯ กำชับทางผู้ว่าฯ ททท. ว่าอยากให้เปิดก่อนทันเข้าสู่ฤดูหน้าหนาวปีนี้ เพื่อสอดรับฤดูการท่องเที่ยวภาคเหนือ

นายกฯ – ครม. แต่งชมพูพื้นเมือง ประชุม ครม.สัญจร พะเยา


จากนั้นนายกรัฐมนตรี เปิดเผยกับสื่อมวลชนสั้นๆ ว่า เมื่อเช้าไปใส่บาตร ไม่ได้ขอพรอะไร พระท่านก็ให้พรมา พร้อมบอกว่าวันนี้บรรยากาศดี เชื่อว่าฝุ่นน่าจะดีขึ้นด้วย จากนั้นได้เดินเข้าห้องประชุม ครม.สัญจร พร้อมคณะรัฐมนตรี ทันที

‘ปชป.’ เสนอแก้ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ตั้งพรรคง่าย – ยุบยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571149

19 มี.ค. 2567

11:57 น.

‘ปชป.’ เสนอแก้ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ตั้งพรรคง่าย - ยุบยาก

‘ปชป.’ เสนอแก้ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ตั้งพรรคง่าย ยุบยาก ไม่ต้องจ่ายค่าสมาชิก รัฐต้องจัดสรรงบให้เพียงพอ มอง ‘ทักษิณ’ ตัดการเมืองไม่ขาด

คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนสภาผู้แทนราษฎร เข้าพบ กรรมการบริหารพรรค ประชาธิปัตย์  เพื่อปรึกษาหารือแนวทางการแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า พรรคการเมืองตั้งยาก ตายง่าย หากจะแก้ปัญหาต้องทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง ต้องทำให้พรรคการเมืองตั้งง่ายขึ้น มีพรรคการเมืองที่หลากหลายและควรเป็นพรรคการเมืองที่ตั้งด้วยศรัทธา อุดมการณ์ ถือเป็นเรื่องสำคัญ และการสมัครสมาชิกพรรคควรจะเป็นด้วยความสมัครใจ ไม่ควรมีค่าใช้จ่าย รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณให้พอเพียงเพื่อให้พรรคการเมืองนำไปขับเคลื่อนส่งเสริมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ยังพูดถึงการยุบพรรคการเมืองว่า ไม่ควรเกิดขึ้นในยุคนี้ หากคณะกรรมการบริหารพรรคกระทำความผิด ควรจะลงโทษกรรมการบริหารพรรค ให้มีความรุนแรงถึงการตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิตเลย เพื่อให้คนเหล่านี้ไม่กล้ากระทำความผิด แต่หากยุบพรรคการเมืองก็จะเป็นวงจรแบบนี้ไม่จบสิ้น

ส่วนเรื่องการยุบพรรคตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่จะมาถึงพรรคก้าวไกล ยิ่งยุบยิ่งโต นายเฉลิมชัย บอกว่า ต้องมองที่กฎหมายและยึดตัวกฎหมายเป็นหลัก วันนี้พูดถึงเรื่องการแก้ไขกฎหมาย ถ้าหากแก้ไขได้ตนก็ไม่อยากเห็นการยุบพรรคการเมืองง่ายๆ แต่ในวันนี้กฎหมายเป็นอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งต้องแยกกันให้ออกระหว่างวันนี้กับอนาคต ทั้งนี้หากแก้ไขได้อยากจะฝากกรรมาธิการ ฝั่งสภา ทำให้พรรคการเมืองเกิดง่ายตายยาก

นายเฉลิมชัย ยังกล่าวถึงประเด็นการครอบงำทางการเมือง จากบุคคลภายนอกว่าหากมีหลักฐานปรากฏก็ไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว ตามกฎหมาย ส่วนกรณีการปรากฏตัวลงพื้นที่ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มองว่านายทักษิณตัดการเมืองไม่ขาด แต่ไม่อยากพูดถึงตัวบุคคลเพราะนายทักษิณก็เป็นบุคคลคนหนึ่ง ที่ได้รับการพิพากษาว่าเป็นนักโทษคนหนึ่ง แต่อยากพูดถึง ระบบยุติธรรมมากกว่า วันนี้ระบบยุติธรรมเสื่อม ซึ่งระบบยุติธรรมควรทำให้เป็นที่พึ่งที่คาดหวังของประชาชนได้ แต่ตราบใดที่ระบบยุติธรรมไม่สามารถสร้าง ความยุติธรรมหรือทำให้เป็นที่พึ่งที่คาดหวังของประชาชนได้สังคมนั้นจะไปยาก

สำหรับปรากฏการณ์ที่นายทักษิณลงพื้นที่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับความสนใจทั้งจากสื่อมวลชนและฝ่ายการเมือง ให้การต้อนรับ มองว่ามีผลทางการเมืองอย่างไรนั้นนายเฉลิมชัยกล่าวว่าในอนาคตไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าหากพูดก็เดากันทั้งหมด มีแต่หมอเดาไม่มีคนรู้จริง อยู่ที่ว่าจะเดาถูกหรือเดาผิดแต่ในทางการเมืองเชื่อว่าอะไรที่ถูกต้องอยู่ได้อะไรที่ไม่ถูกต้องจะอยู่ไม่ได้ เช่นเดียวกับกระบวนการยุติธรรมที่เจ็บ ป่วย เสื่อม ก็อย่าไปเหมารวมทั้งหมดหากเสื่อมตรงไหนก็แก้ตรงนั้น เชื่อว่าไม่ได้เลวทรามทั้งหมด

ส่วนที่การอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20-21 และ 25 มี.ค.นี้ นายเฉลิมชัยยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ทำเต็มที่ในฐานะฝ่ายค้านไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนยืนยันว่า จะทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ที่สุด ขอเลิกกันและกระแหนกันได้แล้ว การเมืองขอเอาความจริงมาพูดเพื่อประโยชน์ประเทศประชาชนเป็นตัวตั้งจะดีกว่า

‘ภูมิธรรม’ เผยสต๊อกจำนำข้าว ไม่เน่า ยังกินได้ ขายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571146

19 มี.ค. 2567

11:34 น.

‘ภูมิธรรม’ เผยสต๊อกจำนำข้าว ไม่เน่า ยังกินได้ ขายได้

‘ภูมิธรรม’ เผยผลตรวจสต๊อกจำนำข้าว ไม่เน่า ยังกินได้ ขายได้ เตรียมส่งเรื่องให้ ศาล รธน. พิจารณาแนวทางการแก้ไข รธน. ก่อนนำเรื่องส่ง ครม. ย้ำ รมต. – สส. พบ ‘ทักษิณ’ เป็นเรื่องธรรมดา

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ตรวจสอบข้าวในสต็อกที่เก็บรักษาไว้ในโครงการรับจำนำข้าวเป็นเวลา 10 ปี ที่ถูกร้องเรียนว่าเป็นข้าวเน่า ว่า ได้ไปตรวจสอบโกดังที่เก็บข้าวในโครงการรับจำนำข้าว 2 แห่ง คือ บจก.พูนผลเทรดดิ้งหลัง 4 อ.เมือง และคลังกิตติชัย หลัง 2 อ.ปราสาท ตามที่มีการร้องเรียน มีข้าวรวมกันประมาณ 1.2 แสนกระสอบ แต่โกดังดังถูกปิดล็อก ทำให้คนงานไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ จากที่ไปตรวจสอบข้าวแต่ละกระสอบพบว่ายังมีปลายจมูกข้าว ส่วนเม็ดข้าวมีสีเหลืองบ้างเล็กน้อย ได้นำข้าวดังกล่าวไปทดลองหุง ยังมีกลิ่นหอม ข้าวยังมียางเป็นข้าวชั้นดี สามารถนำมารับประทานได้ ดังนั้นการตรวจสอบทั้งหมดไม่ตรงกับที่มีการร้องเรียน โดยในระหว่างการตรวจสอบได้บันทึกภาพการตรวจสอบไว้ทุกขั้นตอนให้เห็นถึงความโปร่งใส หากรีบนำมาออกขายก็ยังได้ราคา เพราะราคาในท้องตลาดกำลังมีราคาดี โดยจะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้งก่อนนำมาขาย และจะมีเงินนำมาคืนเจ้าของโรงสีและโกดัง รวมถึงชำระค่าเช่าโกดังที่ยังค้างไว้ โดยเงินที่เหลือก็ยังนำคืนให้กับรัฐบาลได้ เพราะข้าวที่อยู่ในโกดังถือว่าเป็นของรัฐบาล แต่หากปล่อยทิ้งไว้ในโกดังก็จะเกิดปัญหา ทั้งนี้ตนจะไปตรวจสอบในโกดังอื่นที่มีการเก็บข้าวในสต็อกโครงการรับจำนำ เพื่อพิจารณาก่อนนำมาออกขาย

นายภูมิธรรม ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เคยบอกว่าจะให้แล้วเสร็จในไตรมาสแรก ว่า ทางสภาฯ เตรียมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ต้องรอขั้นตอนตรงนี้ก่อน เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องข้อกฎหมายเท่านั้น หากศาลวินิจฉัยเสร็จก็จะนำเข้าที่ประชุม ครม. ได้ทันที

ส่วนกรณีที่มีบุคคลเตรียมยื่นให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบรัฐมนตรีไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ จ.เชียงใหม่ ว่า คนที่จะไปยื่นร้องเรียนคงคิดมากไป ใครที่จะไปร้องเรียนควรทำใจให้กว้าง มองที่ความเป็นมนุษย์ อย่ามองทุกอย่างการเมือง หากมองทุกอย่างการเมืองจะคิดแต่เรื่องเอาชนะ ด้วยประเด็นเล็กน้อย สังคมไม่สงบ ประเทศเดินต่อไม่ได้ เพราะเป็นการไปพบผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือไม่มีปัญหาอะไร และต้องตีความให้ชัดเจนว่าการแทรกแซงหรือครอบงำคืออะไร เพราะเป็นเรื่องธรรมดากที่ไปพบผู้ใหญ่ หรือเจ้านายลูกน้องได้เจอกัน ไปเยี่ยมเยียนกัน กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามให้ไปพบใคร ส่วนตนหากมีโอกาสคงได้ไปพบในฐานะที่เป็นลูกน้อง ไปแสดงความเคารพและคิดถึงหลังจากที่ไม่ได้เจอมานาน และยอมรับว่าอยากเจอเช่นกัน

‘ชลน่าน’ ไม่พบ ซื้อขายข้อมูลผู้ป่วย 2 ล้านรายชื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571141

19 มี.ค. 2567

11:12 น.

‘ชลน่าน’ ไม่พบ ซื้อขายข้อมูลผู้ป่วย 2 ล้านรายชื่อ

‘ชลน่าน’ ไม่พบ ซื้อขายข้อมูลผู้ป่วย 2 ล้านรายชื่อ ยืนยันให้ความสำคัญความปลอดภัยไซเบอร์เป็นลำดับ 1 มีระบบป้องกันเข้มข้น

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงชมรมแพทย์ชนบท พบการซื้อขายข้อมูลผู้ป่วยกว่า 2,000,000 รายชื่อ โดยยืนยันว่า จากการตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุข ไม่ปรากฏหลักฐานหรือข้อบ่งชี้ว่ามีการซื้อขายข้อมูลสาธารณสุข เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา และกระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญต่อเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นลำดับที่หนึ่ง ย้ำว่าไม่มีหลักฐานใดๆ ที่เชื่อมโยงว่า เป็นข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข

นายแพทย์ชลน่าน ยังยอมรับว่า เมื่อคืนนี้ระบบสาธารณสุขที่จังหวัดร้อยเอ็ดถูกโจมตี แต่สามารถป้องกันได้ ถือเป็นตัวอย่างของการวางระบบป้องกันของกระทรวงสาธารณสุข ขอประชาชนมั่นใจได้ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีระบบการป้องกันข้อมูลผู้ป่วยที่ปลอดภัย ให้ความสำคัญเป็นลำดับ 1

ส่วนการป้องกันข้อมูลในโรงพยาบาลต่างจังหวัดนั้น นายแพทย์ชลน่าน ระบุว่า โรงพยาบาลที่เข้าระบบมีการเชื่อมโยงกัน เช่น โครงการ 30 บาทพลัส ใน 4 จังหวัดนำร่อง มีการระบบป้องกันข้อมูลอย่างเข้มข้น แต่ละโรงพยาบาลมีวอร์รูมเฝ้าระวัง แต่โรงพยาบาลที่ยังไม่ได้เข้าระบบ จะมีการพัฒนาดูแลบุคลากรเฉพาะด้าน ซึ่งกระทรวงฯ ไม่กังวล และเมื่อโรงพยาบาลกว่า 20 จังหวัด เข้าสู่ระบบในช่วงเฟส 3 เดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว ระบบข้อมูลทุกอย่างจะมีความพร้อม และกระทรวงพยายามเรียนรู้ ถอดบทเรียนจากแฮ็กเกอร์ เพื่อสร้างระบบป้องกันและการรับมือที่มี โดยย้ำว่าจะสามารถป้องกันได้

‘วราวุธ’ สั่ง พม.จังหวัด ดูแลเด็ก-ผู้สูงอายุ เผชิญฝุ่นภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571140

19 มี.ค. 2567

10:58 น.

'วราวุธ' สั่ง พม.จังหวัด ดูแลเด็ก-ผู้สูงอายุ เผชิญฝุ่นภาคเหนือ

‘วราวุธ’ สั่ง พม.จังหวัด ดูแลเด็ก-ผู้สูงอายุ เผชิญฝุ่นภาคเหนือ – นักจิตวิทยาเข้าเยียวยาเด็กหญิงวัย 13 ถูกรุมโทรมแล้ว

นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ ว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประสานกับสำนักงานฯ จังหวัด ให้ดูแลประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้พิการ ให้ใส่หน้ากากอนามัย ลดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง แล้วปิดหน้าต่างให้มิดชิด พร้อมขอความร่วมมือลดปริมาณการเผาในกลางแจ้ง

นายวราวุธ ยังกล่าวถึงเยาวชนหญิงวัย 13 ปี ถูกล่วงละเมิดทางเพศจากก๊วนวัยรุ่น 10 คนว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทั้งนักจิตวิทยา ได้เข้าไปพบผู้ปกครองและโรงเรียนในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามการดำเนินคดี และเยียวยาจิตใจ สนับสนุนเงินเยียวยาบางส่วนแล้ว

ส่วนที่ผู้ก่อเหตุที่เป็นเยาวชน ซึ่งปรากฏข่าวเยาวชนกระทำผิดหลายครั้งมีความจำเป็น จะต้องมีการปรับมาตรการการลงโทษหรือไม่นั้น นายวราวุธ เปิดเผยว่า ประเด็นดังกล่าวได้มีการพูดคุยกันในที่ประชุมคณะกรรมการคุ้มครองเด็ก โดยจะต้องแยกเด็กออกจากความเสี่ยง การลงโทษเด็กหรือการลดอายุการลงโทษนั้น ที่ประชุมเห็นว่า ยังไม่ใช่ทางออก เพราะหากลดอายุลง ก็จะเกิดกรณีที่จะต้องลดอายุลงไปอีก แต่บทลงโทษ จะต้องเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมเด็กที่ถูกกระทำ และถูกกระทำ ซึ่งจะต้องมีมาตรการแตกต่างกันไป

พรรคก้าวไกล จัดทัพ สส. เตรียมอภิปรายงบปี 67 วันที่ 20 – 22 มี.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571138

19 มี.ค. 2567

10:50 น.

พรรคก้าวไกล จัดทัพ สส. เตรียมอภิปรายงบปี 67 วันที่ 20 - 22 มี.ค.นี้

‘ก้าวไกล’ จัดทัพ สส. เตรียมอภิปรายงบปี 67 วาระ 2-3 วันที่ 20 – 22 มี.ค.นี้ พบโครงการไม่คุ้มค่า ไม่เหมาะสม ไม่โปร่งใส ยังไม่รู้ ปชป. จะอภิปรายเรื่องอะไร

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการเตรียมอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 วาระ 2 – 3  ว่า หากย้อนกลับไปดูวิธีการทำงานของพรรคก้าวไกลในสมัยที่แล้ว วาระ 2 โดยเฉพาะคนที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณ เวลาเจอบางรายการหรือบางโครงการที่เฉพาะเจาะจงบางกระทรวง ว่าควรมีการปรับลด มีความไม่เหมาะสม แต่ไม่สามารถตัดได้สำเร็จในกรรมาธิการ ก็จะนำความไม่เหมาะสมของโครงการเหล่านั้น ความผิดปกติของโครงการเหล่านั้น หรือความไม่คุ้มค่า เอามาอภิปรายในวาระ 2 เพื่อให้สภาฯ พิจารณาปรับลดงบประมาณ ซึ่งวาระ 2 เป็นการเจาะรายกระทรวงรายโครงการจริงๆ เช่น กระทรวง A มีโครงการ ก. ที่ไม่เหมาะสม ก็จะเจาะไปที่เฉพาะกระทรวงนั้นจริงๆ ไม่ใช่การพูดภาพกว้างๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการอภิปราย ซึ่งมี สส.ลงชื่อไว้เยอะพอสมควรและคิดว่าน่าจะมีเยอะอีก เพราะในกรรมาธิการเองมีหลายรายการ มีมาพูดคุยกับเพื่อน สส.ว่ามีโครงการในที่น่าจะหาข้อมูลต่อได้บ้าง

ส่วนกระทรวงที่มีโครงการที่ไม่คุ้มค่า ค่อนข้างจะกระจัดกระจายซึ่งในทุกกระทรวงมีบ้าง บางโครงการที่เรามองว่าไม่คุ้มค่า หรือมีความไม่เหมาะสม แต่ถ้าจะพูดถึงกระทรวงที่มีความไม่โปร่งใส ก็ต้องพูดตามตรงว่า ทุกปีกระทรวงกลาโหมที่จะมีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะมีเอกสารลับเยอะ หลายหน่วยงานก็เข้ามาในอนุกรรมาธิการ ขอเอกสารคืน ไม่ยอมมอบให้อนุฯ ไว้พิจารณาต่อ ปีนี้กระทรวงกลาโหมก็มีพอสมควร มีโครงการอีกเยอะที่ต้องเลือกโครงการที่สำคัญ ที่มีความไม่โปร่งใส หรือความไม่เหมาะสม หรือความไม่คุ้มค่า เช่นครั้งที่แล้วเจองบประมาณซื้อกางเกงในแพงกว่าตลาดทั่วไป คิดว่าปีนี้ก็น่าจะยังมีอีกที่มีรายการที่ราคาแพงกว่าการหาซื้อทั่วไป

สำหรับการอภิปรายครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลต่อการจัดงบปี 2568 หรือไม่ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า คาดหวังว่าจะเป็นแบบนั้น แต่ต้องบอกว่า จริงๆ แล้วถ้าพูดถึงการจัดงบโดยรวม ฝ่ายค้านได้พูดไปแล้วในวาระ 1 ถ้าพูดถึงภาพรวมวิธีการจัดงบประมาณ ก็คงจะยึดเอาเนื้อหาวาระ 1 จะเป็นประโยชน์มากกว่า ซึ่งวาระ 2 จะเป็นการส่งสัญญาณไปถึงหน่วยงานราชการ ว่าตั้งงบประมาณ จะต้องมีความโปร่งใสมากกว่านี้ และมีคงมีประโยชน์กับประชาชนมากกว่านี้ ในหลายๆโครงการ

นายปกรณ์วุฒิยังกล่าวถึงดาวเด่นในการอภิปรายงบประมาณว่า มีความแตกต่างกับการอภิปรายทั่วไป เช่นนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคก้าวไกล ก็ไม่เคยอภิปรายงบประมาณในวาระ 2 เพราะความถนัดไม่เหมือนกัน เมื่อเป็นการอภิปรายงบประมาณอาจจะเห็น สส.อีกชุดหนึ่งที่ชอบตัวเลข หรือชอบเจาะเป็นรายโครงการ ซึ่งในส่วนของพรรคก้าวไกล สส.ที่อาจจะต้องอภิปรายก็จะเป็น สส.ที่เป็นกรรมาธิการ เพราะมีเนื้อหาค่อนข้างลึก ส่วน สส.จากพรรคประชาธิปัตย์ ตนไม่ทราบเลย

“ฝากถึงนายกรัฐมนตรีว่า งบปี 68 เป็นปีงบที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะมีอำนาจเต็ม และมีเวลาที่จะจัดทำค่อนข้างนานพอสมควร เพราะฉะนั้นงบรอบปี 68 เป็นของจริงแล้ว ที่เราควรจะต้องเห็นการเปลี่ยนแปลง อย่างที่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพูดเอาไว้ก่อนการเลือกตั้งว่าประเทศเปลี่ยนทันที ตอนนี้ผ่านมา 6-7 เดือนแล้ว หลังจากการจัดตั้งรัฐบาล สิ่งที่จะสะท้อนให้เห็นได้ดีที่สุด ประเทศเปลี่ยนจริงหรือไม่ คือวิธีการใช้งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชน ว่าจะเปลี่ยนจริงหรือไม่ เราคาดหวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น” นายปกรณ์วุฒิกล่าว

‘ทวี’ แจงระเบียบพักโทษ ไม่ห้าม ส.ส. – รมต. พบ ‘ทักษิณ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571108

18 มี.ค. 2567

17:26 น.

‘ทวี’ แจงระเบียบพักโทษ ไม่ห้าม ส.ส. - รมต. พบ ‘ทักษิณ’

รมว.ยุติธรรม ชี้แจงระเบียบพักโทษ ไม่ห้าม ส.ส. – รมต. พบ ‘ทักษิณ’ จะลงพื้นที่คู่นายกฯ ได้หรือไม่ ต้องดูเงื่อนไข รายงานตัวพักโทษครบ 1 เดือน 19 มี.ค. นี้

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีผู้เตรียมร้องเรียนรัฐมนตรี และ สส.เดินทางเข้าพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่จังหวัดเชียงใหม่ เข้าข่ายเคลื่อนไหวทางการเมือง ขอให้ทบทวนการพักโทษ โดยย้ำว่า การปฏิบัติของรัฐบาลตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ รัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายทั้งหมด ซึ่งการกำหนดโทษเป็นเรื่องของศาล แต่การบริหารโทษเป็นเรื่องของราชทัณฑ์ ซึ่งรัฐบาลปฏิบัติตามกฎหมายทุกข้อ รวมอีกทั้งใน พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ มีการกำหนดการพักโทษไว้ ซึ่งมีเงื่อนไขหลายข้อ แต่ไม่มีเงื่อนไขการจำกัดการเข้าพบของบุคคล ซึ่งทั้งหมดต้องยึดเงื่อนไข แต่ก็เคารพมุมมองของแต่ละบุคคล

ส่วนอนาคตนายทักษิณ สามารถลงพื้นที่ร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้หรือไม่นั้น พ.ต.อ.ทวี บอกว่า ต้องไปดูรายละเอียดเงื่อนไขของกรมคุมประพฤติ ซึ่งมีอยู่ 10 ข้อ ถ้าไม่อยู่ในเงื่อนไข ก็เป็นสิทธิเสรีภาพ

ส่วนกรมคุมประพฤติ กำหนดรายงานตัวของนายทักษิณที่จะครบกำหนดการพักโทษ 1 เดือนนั้น พ.ต.อ.ทวี ชี้แจงว่า ถ้าจำไม่ผิดครบกำหนดการรายงานตัว คือวันที่ 19 มีนาคม ซึ่งกรมคุมประพฤติจะต้องรายงาน เพราะหลักสำคัญของเงื่อนไขคือต้องรายงานตัว

ส่วนที่มีรายงานนายทักษิณได้เข้าไปรายงานตัวแล้วนั้น พันตำรวจเอกทวี ระบุว่า ถ้ามารายงานตัว กรมคุมประพฤติก็ไม่ต้องแจ้ง หรือหากไม่มารายงานตัวจริง ๆ ไม่ต้องแจ้งก็ได้ ซึ่งกรมคุมประพฤติก็ปฏิบัติไปตามขั้นตอน แต่หากเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ และมีความผิดปกติไป  กรมคุมประพฤติ อาจจะต้องโทรถาม และตนเองจะสอบถามจากกรมคุมประพฤติอีกครั้ง

‘เพื่อไทย’ เยือน ‘กัมพูชา’ กระชับสัมพันธ์ 2 ประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571097

18 มี.ค. 2567

16:21 น.

‘เพื่อไทย’ เยือน ‘กัมพูชา’ กระชับสัมพันธ์ 2 ประเทศ

‘พรรคเพื่อไทย’ เยือน ‘พรรคประชาชนกัมพูชา’ กระชับความสัมพันธ์สองประเทศ เตรียมเจรจาลดค่าตั๋วเครื่องบิน ดันลงทุน – ท่องเที่ยว

18 มี.ค.2567 คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย นำโดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เข้าพบสมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และหัวหน้าพรรคประชาชนกัมพูชา โดยมี นาย ฮุน มานี รัฐมนตรีกระทรวงข้าราชการพลเรือน ให้การต้อนรับที่สนามบิน

‘เพื่อไทย’ เยือน ‘กัมพูชา’ กระชับสัมพันธ์ 2 ประเทศ

การมาเยือนกัมพูชาครั้งนี้ เป็นการประชุมระดับพรรคการเมือง เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนกัมพูชา ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เชื่อว่าการกระชับความสัมพันธ์ครั้งนี้ นำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างดีขึ้นตามลำดับ

นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับเชิญจาก ฯพณฯ อดีตนายกฯ ฮุนเซ็น ให้มาเยือนกัมพูชา พร้อมแสดงความยินดีในโอกาส ฯพณฯ นายกฯ ฮุน มาแนต ที่ได้เข้ารับตำแหน่ง ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นแกนนำของรัฐบาลไทยขณะนี้ มีความตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะทำงานร่วมกับพรรคของ ฯพณฯ ฮุนเซ็น และรัฐบาลของ ฯพณฯ ฮุน มาแนต เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทย – กัมพูชาให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยพื้นฐานความใกล้ชิดระหว่างทั้งสองพรรคเป็นต้นทุนเดิมที่สำคัญ เพราะเชื่อว่าการสร้างความใกล้ชิดและความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศผ่านกลไกพรรคการเมืองจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างยั่งยืน

‘เพื่อไทย’ เยือน ‘กัมพูชา’ กระชับสัมพันธ์ 2 ประเทศ

ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ นางสาวแพทองธารได้หารือถึงแนวทางในการใช้กลไกต่างๆ ที่มีอยู่เพื่อการแลกเปลี่ยนและส่งเสริมการติดต่อระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน วัฒนธรรม และ การท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งสองประเทศ พร้อมเน้นย้ำไปที่เรื่องการท่องเที่ยวเป็นพิเศษ โดยได้กล่าวว่า “ไทยและกัมพูชามีความเชื่อมโยงทั้งทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่สามารถนำมาร้อยเรียงเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวในภูมิภาคร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่าสนใจสำหรับทั้งชาวไทย ชาวกัมพูชาและชาวต่างชาติมากยิ่งขึ้น”

‘เพื่อไทย’ เยือน ‘กัมพูชา’ กระชับสัมพันธ์ 2 ประเทศ

นอกจากนี้ นางสาวแพทองธารยังได้สนับสนุนโครงการ ASEAN Drive Tourism ที่ถูกริเริ่มโดยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสินในการประชุม ASEAN Summit ที่ผ่านมา โดยโครงการดังกล่าวมีจุดประสงค์ที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน ภายใต้แนวคิด “6 Countries One Destination” ระหว่าง ไทย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย เวียดนาม และ เมียนมา ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเร็ววันนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการรองรับต่อนโยบายดังกล่าว นางสาวแพทองธารได้หารือเพิ่มเติมถึงแนวทางในการสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งเจรจากับสายการบินต่างๆ เพื่อเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและลดราคาตั๋วโดยสารซึ่งจะเป็นการดึงดูดและอำนวยความสะดวกต่อนักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศอย่างมีนัยยะสำคัญ

การประชุมในวันนี้นางสาวแพทองธารได้มีการหารือเพิ่มเติมถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภูมิภาคอาเซียนด้วยความร่วมมือระหว่างพรรคต่อพรรค และยังได้ติดตามความคืบหน้าความร่วมมือศูนย์เฝ้าระวัง Hotspot ระหว่างประเทศอาเซียนที่รัฐบาลไทยโดยนายกเศรษฐา ที่เคยได้หารือไว้เบื้องต้นด้วย

นางสาวแพทองธารกล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะนักการเมืองหญิงอยากเห็นความร่วมมือระหว่างนักการเมืองหญิงทั้งสองประเทศแลกเปลี่ยนความรู้และวิสัยทัศน์เพื่อพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมให้มีการเพิ่มสัดส่วนของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ สะท้อนและขับเคลื่อนประเด็นที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาของผู้หญิงอย่างยั่งยืนระหว่างสองประเทศ

บรรยากาศการพบปะหารือเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง โดย ฯพณฯ นายกฯ ฮุน มาแนต กล่าวว่า ยินดีกับการเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรคของนางสาวแพทองธาร และขอแสดงความยินดีต่อการกลับมาของอดีตนายกฯ ทักษิณ พร้อมฝากความระลึกถึงด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนกัมพูชา มีความใกล้ชิดกันมายาวนาน จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับการเยือนอย่างเป็นทางการของนางสาวแพทองธาร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและคณะในครั้งนี้

‘เพื่อไทย’ เยือน ‘กัมพูชา’ กระชับสัมพันธ์ 2 ประเทศ

โดยนายฮุน มาแนต กล่าวอีกว่าที่ผ่านมาได้พบหารือนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี หลายครั้ง ล่าสุดที่ประเทศออสเตรเลีย และได้จัดตั้งแนวทางการทำงานพิเศษ (Special Working Mechanism) ระหว่างกัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำงานร่วมกันตามแนวชายแดนให้เกิดสันติภาพเพื่อส่งเสริมการค้าชายแดน การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกัน

กำหนดการวันนี้ คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยได้เข้าพบคารวะ สมเด็จวิบุลเสนาภักดีซาย ชุม ประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ต่อด้วยการเข้าพบคารวะ สมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีประเทศกัมพูชา และตอนเย็นของนี้นั้น (18 มีนาคม) จะมีงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ โดยสมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน

คำร้องยุบ ‘พรรคก้าวไกล’ ถึงศาล รธน. แล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571091

18 มี.ค. 2567

15:36 น.

คำร้องยุบ ‘พรรคก้าวไกล’ ถึงศาล รธน. แล้ว

กกต. ส่งคำร้องยุบพรรคก้าวไกล ถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว รอลุ้น 20 มี.ค. ประชุมตุลาการ จะมีวาระพิจารณารับคำร้องหรือไม่

มีรายงานว่านายแสวง  บุญมี เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้ยื่นคำร้องประกอบเอกสารต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้พิจารณาสั่งยุบพรรคก้าวไกลและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค ตาม พ.ร.ป.ว่าพรรคการเมือง มาตรา 92 (1) และ (2) จากเหตุมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคก้าวไกลกระทำการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแล้ว โดยยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ  E-filing ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด

สำหรับคำร้องนี้ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเป็นมติเอกฉันท์ ว่าการที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคในขณะนั้นและพรรคก้าวไกล เสนอร่า ง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ. เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง ซึ่งนายธีระยุทธ สุวรรณเกษร อดีตทนายความของพระพุทธะอิสระ และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ยื่นคำร้องขอให้ กกต. ดำเนินการเอาผิดกับพรรคก้าวไกล ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยวันที่12 มี.ค. 2567 ที่ประชุม กกต. มีมติเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ และสำนักงานฯ ได้ดำเนินการยกร่างคำร้องก่อนที่ กกต. ทั้ง 6 คนจะลงนาม และยื่นคำร้องในวันนี้

โดยต้องติดตามว่าการประชุมศาลรัฐธรรมนูญ วันพุธที่ 20 มีนาคม จะมีคำร้องนี้เข้าสู่การพิจารณาหรือไม่ และจะมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่

‘สส.เพื่อไทย’ ขู่ สว.อภิปรายปม ‘ทักษิณ’ ผิดข้อบังคับ – เสี่ยงโดนฟ้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/571089

18 มี.ค. 2567

15:17 น.

‘สส.เพื่อไทย’ ขู่ สว.อภิปรายปม ‘ทักษิณ’ ผิดข้อบังคับ – เสี่ยงโดนฟ้อง

‘สส.เพื่อไทย’ ขู่ สว.อภิปรายปม ‘ทักษิณ’ ผิดข้อบังคับ – เสี่ยงโดนฟ้อง มองก้าวไม่พ้นความขัดแย้ง เชิญชวนกลับมาคิดเรื่องบ้านเมือง

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่ สว. และฝ่ายค้านจองกฐินอภิปรายเรื่องกระบวนการยุติธรรม และอาการป่วยของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มองว่าอาจป่วยไม่จริงว่า ไม่ได้ท้าเรื่องนี้ แต่ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง ดูจากหน้างานหากมีการอภิปรายที่ใส่ร้ายกัน ซึ่งนายทักษิณถือเป็นบุคคลภายนอกสภา หากไปอภิปรายเรื่องส่วนตัวก็ถือว่าผิดข้อบังคับ ก็ต้องมีการประท้วงและชี้แจงกัน ดีไม่ดีอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ และคิดว่าเรื่องอาการป่วยของนายทักษิณมีการพูดไปไกลมากแล้ว ซึ่งความจริงนายทักษิณออกจากโรงพยาบาลมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมาก็มีการวิพากษ์วิจารณ์อาการป่วยทุกวัน จึงคิดว่าเป็นเพราะไม่ได้ดั่งใจ ดังนั้นพวกตนไม่ได้ท้าทาย แต่เชื่อว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมจะตอบทุกคำถาม รวมถึง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ และเคยตอบกระทู้ไปหลายครั้งแล้ว จึงคิดว่าไม่น่ากังวล
 

ส่วนจะต้องมีทีมกฎหมายมาจับตาดูหรือไม่นั้น นายครูมานิตย์ กล่าวว่า การจับตาถือเป็นเรื่องปกติแต่ไม่ถึงกับต้องตั้งวอร์รูม เพราะในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็มี นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นที่ปรึกษาวิป ถือเป็นกฎหมายชั้นยอดของรัฐบาลอยู่แล้ว และพวกตนซึ่งมีประสบการณ์ในสภาก็คงจะวินิจฉัยได้ว่าอะไรถูกหรือผิด อะไรพูดได้ พูดไม่ได้ จึงไม่น่าหนักใจ


ส่วนถึงขั้นจะฟ้องร้องหรือไม่ เป็นเรื่องของคู่กรณี พวกตนซึ่งเป็น สส. มีหน้าที่ลุกขึ้นชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจข้อบังคับรัฐธรรมนูญ และข้อเท็จจริงในบางส่วน เพราะตาของตนกับเขามองคนละมุม เหมือนเลข 6 กับ เลข 9 ถ้ามองคนละมุม ก็มองต่างกันได้ ส่วนการฟ้องร้องเป็นเรื่องของบุคคลภายนอก หากมีการใส่ร้าย ก็เป็นเรื่องที่คนนอกจะฟ้องร้อง เพราะกฎหมายไม่ได้

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับการที่ นายทักษิณ พบประมวลชน จะทำให้คะแนนของพรรคเพื่อไทย ได้รับความนิยมมากขึ้นหรือไม่ นายครูมานิตย์ บอกว่า วันนี้ยังประเมินอะไรไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งคือคนที่รักนายทักษิณก็มาให้กำลังใจมากมาย ไม่ใช่เฉพาะคนเชียงใหม่ แต่คนเชียงรายลำพูน และคนอีสาน ก็ไปหา เชื่อว่าความเป็นห่วงเป็นใยของนายทักษิณกับประชาชนที่มีความศรัทธากันในอดีต ซึ่งจะอยู่ต่างประเทศ 17 ปี ถ้าไม่ใช่นายทักษิณประชาชนก็คงลืมไปแล้ว วันนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า 17 ปียังไม่ได้จางหาย ถือเป็นเรื่องปกติของความศรัทธาแต่เรื่องอย่างอื่นที่เกี่ยวกับกระบวนการการเมืองนั้นตนคิดว่าเร็วเกินไปที่จะประเมิน

ส่วนที่คนบางส่วนมองว่านายทักษิณหายเร็วเกินไป และไม่เชื่อว่าป่วยจริง นายครูมานิตย์ กล่าวว่า แล้วแต่มุมมองแต่ละคน แต่ขอให้เชื่อว่าคนอายุ 75 ปี สภาพร่างกายก็จะไม่ค่อยปกติ เป็นเรื่องธรรมดา ก็แล้วแต่มุมมอง ถ้าคนที่ชอบ ก็มองด้วยความเป็นธรรม แต่ถ้าคนไม่ชอบถึงจะนอนป่วยอยู่โรงพยาบาล แม้ไม่เห็นหน้า ก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานาได้ ทั้งนี้เชื่อว่าสิ่งที่ทำให้นายทักษิณหายเร็วคือกำลังใจ เชื่อว่ายาไม่ได้ทำให้หายไวแต่กำลังใจทำให้หายไวกว่า

นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่มาถามและไม่เชื่อเรื่องอาการป่วยของนายทักษิณ เราต้องถามตัวเองว่าเรามองปัญหานี้เป็นปัญหาส่วนรวม หรือเป็นปัญหาการเมือง เป็นปัญหาความขัดแย้งในอดีตที่ผ่านมาหรือไม่ และเราก้าวพ้นเรื่องนี้หรือยัง ตนอยากให้เอาคำถามนี้กลับมาถามตัวเอง แล้วสุดท้ายจะรู้ว่าเป็นอย่างไร และส่วนตัวคิดว่าการตั้งคำถามแบบนี้เป็นการถามเพื่อมีความเห็นและรู้สึกว่าความขัดแย้งยังมีอยู่ และยังก้าวไม่พ้นเรื่องพวกนี้เลย ตนขอเชิญชวนทุกคนมาคิดเรื่องบ้านเมือง เรื่องพีเอ็ม 2.5 เรื่องเศรษฐกิจ ก้าวข้ามเรื่องเหล่านี้จะดีกว่า การที่จะมาตัดสินใจว่าป่วยจริงหรือไม่ คำถามคือใครเป็นคนชี้และตัดสินใจ ซึ่งตนเชื่อว่านายทักษิณไม่ได้ตัดสินใจเอง ว่าตัวเองป่วยหรือหาย แต่เรื่องนี้มีคนรับผิดชอบหรือคณะกรรมการ ตัดสินใจและชี้แจงมาโดยลำดับ ดังนั้นโดยรวมอยากให้ก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ และอย่าเอามาเป็นประเด็น ท้ายสุดก็จะวนเวียนกับเรื่องนี้ ประเทศไทยจึงก้าวไม่พ้นอะไรกันสักที แล้ววนกลับไปที่เดิม