‘นายกฯ’ เดินสาย 3 จ.ชายแดนใต้ 27 – 29 ก.พ.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569689

26 ก.พ. 2567

10:31 น.

‘นายกฯ’ เดินสาย 3 จ.ชายแดนใต้ 27 - 29 ก.พ.นี้

‘นายกฯ’ เดินสายส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.ชายแดนใต้ ‘เที่ยวใต้ สุดใจ’ 27 – 29 ก.พ นี้ เป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ มีของดีไม่แพ้ที่อื่น

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีภารกิจเดินสายจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างวันที่ 27 ถึง 29 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เสริมสร้างความมั่นใจบรรยากาศในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ

1) วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ณ จังหวัดปัตตานี นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมตลาดวิถีชุมชนพื้นบ้านจังหวัดปัตตานี พบปะผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ณ มัสยิดกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเมืองปัตตานี ได้แก่ บ้านขุนพิทักษ์รายา บ้านเลขที่ 5 กือดาจีนอ ตลาดวัฒนธรรมกือดาจีนอ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง (เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว) พร้อมเยี่ยมชมมหกรรมท่องเที่ยวปัตตานีอาเซียน “กตัญญูคู่ฟ้ามหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวปัตตานี” ประจำปี 2567 นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะพบปะคณะกรรมการอิสลามและคณะกรรมการมัสยิด และเยี่ยมชมมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อ.เมืองปัตตานี

2) วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ณ จังหวัดยะลา นายกรัฐมนตรีเดินทางเยี่ยมชมอุทยานการเรียนรู้ยะลา (TK Park) อ.เมืองยะลา และเยี่ยมชมกิจกรรมส่งเสริมสินค้า “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” และ “ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา” สู่ GI ไทย โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมพบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา อ.เบตง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะการเยี่ยมชมกิจกรรมภายในสวนไม้ดอกเมืองหนาวเบตง (สวนหมื่นบุปผา) อ.เบตง และติดตามผลการดำเนินงานของด่านศุลกากรเบตง ณ ด่านศุลกากรเบตง อ.เบตง รวมถึงเยี่ยมชมอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ อุโมงค์ลอดภูเขาแห่งแรกของประเทศไทย และเยี่ยมชม Skywalk อัยเยอร์เวง อ.เบตง

3) วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ณ จังหวัดนราธิวาส นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมกิจกรรมภายในพิพิธภัณฑ์มรดกวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัล-กุรอาน และพบปะกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมหารือยกระดับการท่องเที่ยวและพัฒนาการท่องเที่ยวในสามจังหวัดชายแดนใต้ ณ ห้องประชุมพิพิธภัณฑ์ ต.ละหาร อ.ยี่งอ ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

“เป้าหมายของการลงพื้นที่ตรวจราชการ ณ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส นายกรัฐมนตรีต้องการให้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพิ่มกิจกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อให้เกิดกิจกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจและความครึกครื้นภายในจังหวัด ซึ่งประชาชนในพื้นที่มีอัธยาศัยและการเป็นเจ้าบ้านที่ดี รวมทั้งมีทั้งศิลปะวัฒนธรรมสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและอาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อ ทั้งหมดนี้ผนวกรวมกันแล้วเชื่อว่าจังหวัดชายแดนใต้มีศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวไม่แพ้ที่อื่น” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

“ทักษิณ-พจมาน” นัดลูกทานข้าวเย็น ย้อนความหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569671

25 ก.พ. 2567

18:35 น.

“ทักษิณ-พจมาน” นัดลูกทานข้าวเย็น ย้อนความหลัง

“อุ๊งอิ๊ง” เผย “ทักษิณ – พจมาน” นัดลูกทานข้าวเย็น ย้อนความหลัง เผยอาการล่าสุด สภาพจิตใจดีขึ้น ยังไม่อยากให้ใครมาพบเยอะ กลัวพ่อติดไข้ ขอนักข่าวไม่ต้องเฝ้าตลอดเวลา มาเฉพาะวีไอพีเข้าเยี่ยมก็พอ

12 ก.พ. 2567 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามาที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เพื่อร่วมรับประทานอาหารเย็นกับนายทักษิณ และครอบครัว 

นางสาวแพทองธาร บอกว่า วันนี้เป็นการทานข้าวกับคนในครอบครัว ทั้งหมด 5 คน คือ พ่อ แม่ และลูก 3 คน ไม่มีเขย สะใภ้ และหลานๆ เป็นแนวคิดของพ่อที่อยากจะย้อนความทรงจำวัยเด็กที่เคยอยู่บ้านหลังนี้ ไม่คิดว่าจะเป็นข่าวด้วย เป็นการทานข้าวกันเฉยๆ ภายในครอบครัว ไม่มีประเด็นการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น เพราะปกติพยายามจะทานข้าวกันสัปดาห์ละ 1 วันอยู่แล้ว หากวันอาทิตย์ไม่ได้ ก็จะเป็นวันธรรมดา ส่วนเมนูนั้น พ่อเป็นคนเป็นจัดเตรียม และมั่นใจว่าจะเป็นอาหารไทย

ส่วนอาการของนายทักษิณ นางสาวแพทองธาร บอกว่า คุณหมอแนะนำว่าอย่าพึ่งไปไหนให้พักน่าจะดีที่สุด แต่สิ่งที่ตนเองสังเกตุ หลังจากพ่อโทรไปหาคือ เสียงสดใส ที่อิ๊งไม่ได้ยินมานานจริงๆ เขาสดใสขึ้น และรู้สึกว่าเขาคงสบายใจขึ้น คนเป็นลูกก็ดีใจอยู่แล้วที่เขารู้สึกว่า จิตใจ ในใจเขาดูดีขึ้นเลย เพราะพ่อเป็นคนที่แอ็กทีฟมาก พออยู่ที่เดิมนานๆเขา suffer แน่นอน และพ่อได้ขี้นบันไดเป็นครั้งแรก เขาก็บอกว่าเจ็บขา แต่ก็พักและพยายามเพราะถูกจำกัดที่มานาน ก็อยู่ระหว่างปรับตัว แต่จิตใจดี

“อาคารทางร่างกายก็เริ่มดีขึ้นบ้าง แต่จิตใจดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่วนกรณีโรคเอ็นเปื่อยยุ่ย นั้น เป็นโรคคนแก่ ซึ่งตนเองได้ถามพ่อตอนที่เอ็นหลุดแล้วหมอให้ผ่าตัด ซึ่งพ่อบอกว่าแค่คว้าหยิบของ เอื้อมเร็วๆเท่านั้น ไม่ได้มีการล้มใดๆ ซึ่งเป็นโรคคนแก่ ก็สงสารพ่อเพราะผ่าตัดนาน” นางสาวแพทองธาร กล่าว

ส่วนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดง อยากเจอนายทักษิณ นางสาวแพทองธาร บอกว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนอะไรออกมา แต่คิดว่าพ่อคงอยากเจอแน่นอน สำหรับคนที่เคยสนับสนุนพ่อ ไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อแดง หรือใครก็ตาม ส่วนสัปดาห์หน้าจะเปิดให้ใครเข้าเยี่ยมมากขึ้นหรือไม่นั้น ก็ยังไม่ทราบคิวเช่นกัน ยอมรับว่า ส่วนตัวที่ยังไม่ได้เปิดบ้านให้ใครเข้าพบพ่อ เพราะแอบห่วงเรื่องการติดไข้ จึงอยากให้รอสักพักให้พ่อภูมิคุ้มกันดีๆก่อน เพราะหากติดมาจะได้ไม่ทรุดมาก ถ้าคนเยอะๆ อาจจะยังไม่ให้เจอก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายทักษิณมีแพลนจะทำอะไรเรื่องการเมืองบ้าง นางสาวแพทองธาร บอกว่า ยังไม่ได้พูดอะไรเรื่องการเมือง แต่ตนเองในฐานะพรรคเพื่อไทย อยากให้คุณพ่อได้เจอคนในพรรคบ้าง เป็นการเจอแบบในเรื่องทางจิตใจ เพราะทุกคนและคนในพรรคก็คิดถึง จึงอยากให้พ่อได้เจอ ส่วนจะเมื่อไรยังไม่ทราบ คงต้องรอก่อนเพราะยังไม่รีบ ส่วนจะเจอที่พรรคหรือให้ลูกพรรคมาหาที่บ้านนั้น ตนเองก็ไม่ติดให้พ่อเป็นคนเลือกที่พ่อสะดวก แต่ก็แนะนำว่าอยากให้เจอเพื่อให้กำลังใจกัน และเป็นกำลังใจให้รัฐบาล แต่ถ้าพ่ออยากไปพรรค ก็จะได้ไปดูว่าตนเองนั่งทำงานตรงไหนด้วย เพราะพ่อไม่ได้เห็นมานานแล้ว

ส่วนที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาพบเมื่อวานนี้ นางสาวแพทองธาร ระบุว่า ตนเองก็ไม่รู้ล่วงหน้า รู้ตอนที่มาแล้ว ก่อนหน้านี้ นายกฯ เคยบอกว่า ไว้มีโอกาวจะมาเยี่ยมแต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเลย นักข่าวยังรู้ก่อน ส่วนแขกที่พ่ออยากเจอมากที่สุด มองว่า คงเป็นญาติๆ แต่ไม่แน่ใจว่าพ่อจะนัดอย่างไร เพราะไม่ได้เจอหลายคน  และวันนี้ที่ทานข้าวกัน คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ก็มาร่วมรับประทานอาหารด้วย

สำหรับกรณีมีการวิพากวิจารณ์ว่ามีนายกรัฐมนตรี 2 คน คือนายเศรษฐา และนายทักษิณ นางสาวแพทองธาร ถอนหายใจเสียงดัง พร้อมระบุว่า ตอนที่คุณเศรษฐาพึ่งขึ้นตำแหน่งแล้วอยู่กับอิ๊ง ก็บอกเป็นนายกฯ 2 คน อยู่กับพ่อก็บอกเป็นนายกฯ 2 คน ให้คุณเศรษฐาทำหน้าที่ของคุณเศรษฐาไปดีหรือไม่ ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้วมั้ย

นักข่าวพูดขึ้นว่า ตอนนี้เป็น 3 คนแล้ว นางสาวแพทองธาร ถอนหายใจอีกครั้ง แล้วตอบว่า อิ๊งเป็นแม่ที่ลูกเป็นไข้อยู่ เสาร์อาทิตย์นี้ก็อยู่โรงพยาบาลไม่ได้ไปไหน สดใสแล้วได้กลับมาบ้านนี้

นางสาวแพทองธาร ยังฝากแจ้งสื่อมวลชนด้วยว่า ไม่อยากให้มารอที่บ้าน เพราะหากจะมีวีไอพีมาเยี่ยมนักข่าวจะทราบก่อนอยู่แล้ว และหากมีวีไอพีมาค่อยมาดีกว่าหรือไม่ เพราะซอยค่อนข้างเล็ก มีชาวบ้านเดินทางไปมา อาจจะสร้างความลำบาก จึงอยากให้มาเฉพาะวันที่มีวีไอพีมาดีกว่า จะได้ไม่รบกวนกัน พร้อมขอบคุณสื่อมวลชนที่มาเกาะติดเฝ้าทำข่าว ในสภาพอากาศที่ร้อน

หัวกระไดไม่แห้ง “เสื้อแดง” ไปบ้านจันทร์ส่องหล้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569664

25 ก.พ. 2567

16:49 น.

หัวกระไดไม่แห้ง “เสื้อแดง” ไปบ้านจันทร์ส่องหล้า

“เสื้อแดง” ชูป้าย Welcome Home ทักษิณ หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ตอกกลับแดงที่ปันใจให้ส้ม ไม่ภูมิใจในพรรคตัวเอง กลายเป็นซอมบี้ ตอกก้าวไกลมีหัวหน้าพรรค 3 คน

ช่วงบ่าย 25 ก.พ.2567 นายนิยม นพรัตน์ หรือเค สามถุยส์ แกนนำกลุ่ม the red fc พรรคเพื่อไทย ถือป้ายข้อความ “Welcome Home ยินดีต้อนรับนายกขวัญใจมหาชนคนเสื้อแดงกลับบ้าน” หน้าบ้านจันทร์​ส่องหล้า 

นายนิยม บอกว่า วันนี้มาให้กำลังใจนายทักษิณ ชินวัตร เพราะ 2-3 วันที่ผ่านมา เห็นบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นคนเสื้อแดง แต่จริงๆแล้ว เป็นฝูงซอมบี้ส้มมาคุ้มคลั่งตรงนี้  วันนี้จึงนำกำลังใจของคนเสื้อแดงแท้ๆ มาส่งมอบให้กับนายทักษิณ และเจตนาของคนเสื้อแดงต่อสู้มาตั้งแต่ต้น เพื่อเรียกร้องให้นายทักษิณกลับบ้าน เพราะถูกรัฐประหาร ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่พอกลับมาแล้วกลับมาบอกว่านายกทักษิณหักหลังประชาชน คนพวกกินส้มจนสมองเพี้ยน สติปัญญาไม่มี ตอนนี้กลายเป็นฝูงซอมบี้ไปแล้ว ตอนนี้หันไปเชียร์ส้มแล้วแต่กลับไม่ภูมิใจในพรรคของตัวเอง กลับมาอ้างว่าเป็นคนเพื่อไทยแต่ถูกทักษิณหักหลัง ต้องเผาเสื้อสีแดงทิ้ง

ทั้งนี้ มองว่า บทบาทของนายทักษิณ  อยู่ที่การตัดสินใจของนายทักษิณเอง เราไม่ก้าวล่วง แต่ใจจริงของคนเสื้อแดง อยากให้ท่านกลับมาช่วยหรือเป็นที่ปรึกษาให้กับรัฐบาล ให้ความเห็นเกี่ยวกับการบริหารประเทศ เพราะนายทักษิณ เป็นคนมีความรู้ความสามารถ เห็นได้จากผลงานที่ผ่านมา

ส่วนการกลับมาของนายทักษิณ ทำให้ไทยมีนายกฯ 2 คน นายนิยม บอกว่า คงไม่ใช่เป็นนายก 2 คน แต่เป็นการใส่ความพรรคการเมืองตรงข้าม ซึ่งต้องบอกว่าเป็นกระแสไอโอของพรรคส้ม และอยากย้อนถามพรรคก้าวไกล ตอนนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และนายชัยธวัช ตุลาธน ก็ ไม่ใช่หัวหน้าตัวจริงแน่นอน แต่พรรคก้าวไกลมีถึง 3 คน 

“สุวัจน์” เปิดงานวิ่ง KU RUN 3 หารายได้สร้าง รพ.เกษตรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569663

25 ก.พ. 2567

16:32 น.

“สุวัจน์” เปิดงานวิ่ง KU RUN 3 หารายได้สร้าง รพ.เกษตรฯ

“สุวัจน์” เปิดงาน เดิน-วิ่ง ม.เกษตร KU RUN 3 ชิงถ้วยพระราชทาน หารายได้สร้างโรงพยาบาลคณะแพทย์ศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์

25 ก.พ. 2567 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะนิสิตเก่า KU33 ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการโครงการ KU RUN 3 เป็นประธานเปิดตัวนักวิ่ง KU RUN 3 การแข่งขันเดิน วิ่ง การกุศล ซีรี่ย์ 4 สนาม 4 “ชมพูพันธุ์ทิพย์ @กำแพงแสน” เดินวิ่ง การกุศล เพื่อสร้างโรงพยาบาล ม.เกษตรศาสตร์ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ณ  สนามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งเป็นสนามที่ 4 สนามสุดท้าย โดยมี นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล นายกสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฯ

ดร.ไกร ตั้งสง่า อุปนายกสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ฯ ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์, อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ม.เกษตรศาสตร์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการ KU RUN 3 พร้อมนักวิ่งนิสิตนักศึกษาศิษย์เก่า-ศิษย์ปัจุบันถึง 2,000 คน

นายสุวัจน์ กล่าวว่าสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกันจัดโครงการเดินวิ่งเพื่อการกุศล KU RUN ครั้งที่ 3 สนามที่ 4 วิทยาเขตกําแพงแสน หรือ “วิ่งชมพูพันทิพย์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งมหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัล การจัดการวิ่ง การเดินการกุศลในครั้งนี้ ถือว่ามีวัตถุประสงค์ที่สําคัญ คือ การสร้างความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะชาวเกษตร ซึ่งวันนี้เรามีถึงรุ่นที่ 83 ถือว่ามีอายุเก่าแก่มาก ศิษย์เก่านับแสนคนที่ได้ออกไปรับใช้ประเทศชาติและสร้างชื่อเสียงให้กับมหาวิทยาลัย

ดังนั้น วันนี้ ถือว่าเป็นการพบปะ สังสรรค์กัน ถือว่าได้รื้อฟื้นความหลัง และประโยชน์ที่เราได้มาเจอกันทําให้เกิดความรัก ความผูกพัน และจะเป็นพลังของชาวเกษตรที่จะทํางานรับใช้พี่น้องประชาชนและประเทศชาติ

สำหรับมหาวิทยาลัยในการเป็นครั้งแรกที่จะมีคณะแพทย์ มีโรงพยาบาล ถือว่าเป็นความก้าวหน้าทางด้านวิชาการ และกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็จะเป็นประโยชน์ในการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนชาวไทย แต่ว่างบประมาณที่ได้รับยังไม่เพียงพอ ถือว่าเป็นภาระหน้าที่ร่วมกันของชาวเกษตรทุกท่านที่จะได้ช่วยกันจัดกิจกรรมดีๆ แล้วนํารายได้ในการที่จะสร้างโรงพยาบาล และคณะแพทย์ให้ประสบความสําเร็จต่อไป รวมทั้งรายได้ส่วนหนึ่ง ทางสมาคมนิสิตเก่า และมหาวิทยาลัย ก็จะได้ใช้กิจกรรมด้านอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์

“ผมต้องถือโอกาสนี้ ขอบคุณท่านอธิการ ท่านนายกสมาคม และคณะผู้บริหารที่ได้มีจิตมุ่งมั่นในการจัดกิจกรรมดีๆ และอยากให้มีการจัด KU RUN เป็นประเพณีของชาวเกษตร เพราะว่าเราเป็นมหาลัยที่มีหลาย Campus แต่ละ Campus เราก็มีความสวยงามทุกแห่ง”นายสุวัจน์ กล่าว

“วิสุทธ์ ไชยณรุณ“ ปธ.วิปรัฐบาล” คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569662

25 ก.พ. 2567

16:12 น.

“วิสุทธ์ ไชยณรุณ“ ปธ.วิปรัฐบาล" คนใหม่

“วิสุทธ์ ไชยณรุณ“ นั่ง ปธ.วิปรัฐบาล คนใหม่ แทนอดิศร เพียงเกษ ลาออกเพราะปัญหาสุขภาพ ยันไม่มีความขัดแย้ง ขอ สส. ให้ความสำคัญงานประชุม

นายวิสุทธ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ยืนยันหลังนายกรัฐมนตรี ลงนามแต่งตั้งเป็นประธานวิปรัฐบาล แทนนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่ยื่นหนังสือลาออกจากประธานวิปรัฐบาลแล้ว คาดว่าวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ จะได้รับหนังสือแต่งตั้ง พร้อมทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาคอยช่วยนายอดิศรมาหลายเดือนแล้ว พร้อมยืนยันว่า ไม่มีปัญหาความขัดแย้งภายใน แต่เป็นเพราะนายอดิศร มีปัญหาสุขภาพ 

นายวิสุทธ์ กล่าวว่า กระบวนการทำงานของวิปรัฐบาลนั้น ไม่มีปัญหา แต่อยากฝากถึงประชาชนว่า ไม่ควรเชิญ สส.ไปงานในพื้นที่ช่วงวันพุธและวันพฤหัสบดี เนื่องจากเป็นวันประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ สส. ได้ทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มที่ หรือหากเห็น สส.ไปในพื้นที่ช่วงวันพุธ หรือวันพฤหัส ก็อยากให้ฝากเตือน สส.ให้มาเข้าร่วมประชุม เพราะถือเป็นหน้าที่สำคัญของผู้แทนที่จะต้องเข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณากฎหมายที่สำคัญ หากไม่ได้เข้าร่วมประชุมแล้วอยู่ในพื้นที่ อาจจะเกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก และถือเป็นการป้องกันการเช็คองค์ประชุม หรือทำสภาล่มได้  จึงขอให้ประชาชนเข้าใจด้วย

สำหรับผู้ที่จะมาเป็นกรรมการวิปรัฐบาล สัดส่วนพรรคเพื่อไทย แทนนายอดิศร คือ นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย

ปชช. ไม่เห็นด้วย อำนาจราชทัณฑ์ ลดโทษ – พักโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569648

25 ก.พ. 2567

12:54 น.

ปชช. ไม่เห็นด้วย อำนาจราชทัณฑ์ ลดโทษ - พักโทษ

เปิดผลสำรวจ “นิด้าโพล” ประชาชนไม่เห็นด้วย อำนาจราชทัณฑ์ ลดโทษพักโทษ ควรมีกรรมการคนนอกพิจารณาด้วย เชื่อ “ทักษิณ” มีบทบาทให้คำปรึกษาพรรคเพื่อไทย

“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดผลสำรวจความเห็น เรื่อง “อำนาจราชทัณฑ์กับการเมืองหลังพักโทษ” จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,310 ตัวอย่าง โดยสอบถาม 3 ประเด็น

1. อำนาจของกรมราชทัณฑ์ในการพิจารณาลดโทษ หรือพักโทษให้กับนักโทษหลังจากศาลมีคำพิพากษา พบว่า

– ร้อยละ 40.00 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย

– ร้อยละ 19.47 ระบุว่า เห็นด้วยมาก

– ร้อยละ 19.16 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย

– ร้อยละ 18.01 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย

– ร้อยละ 3.36 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

2. การพิจารณาลดโทษ หรือพักโทษของกรมราชทัณฑ์ ควรมีผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกร่วมเป็นกรรมการ พบว่า

– ร้อยละ 41.69 ระบุว่า เห็นด้วยมาก

– ร้อยละ 24.58 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย

– ร้อยละ 24.27 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย

– ร้อยละ 8.70 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย

– ร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ 

3. สถานการณ์ทางการเมืองหลังนายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษ พบว่า

– ร้อยละ 50.38 ระบุว่า นายทักษิณ จะมีบทบาทในการให้คำปรึกษากับพรรคเพื่อไทย

– ร้อยละ 28.93 ระบุว่า การชุมนุมต่อต้านนายทักษิณ จะไม่สามารถจุดติดเป็นการชุมนุมใหญ่ 

– ร้อยละ 26.72 ระบุว่า คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยจะลดลงจากบทบาทที่มากขึ้นของนายทักษิณ 

– ร้อยละ 21.68 ระบุว่า การชุมนุมต่อต้านนายทักษิณ จะสามารถจุดติดเป็นการชุมนุมใหญ่ 

– ร้อยละ 19.69 ระบุว่า การต่อสู้ทางการเมืองระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลจะเข้มข้นขึ้น 

– ร้อยละ 19.24 ระบุว่า เร็วๆ นี้จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี 

– ร้อยละ 17.63 ระบุว่า นายทักษิณ จะไม่ยุ่งกับการเมืองอีกแล้ว 

– ร้อยละ 17.02 ระบุว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ 

– ร้อยละ 14.43 ระบุว่า ประเทศไทยจะดูเหมือนมี นายกรัฐมนตรี สองคน 

– ร้อยละ 12.21 ระบุว่า ศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองยังคงอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล 

– ร้อยละ 11.15 ระบุว่า ศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองจะย้ายไปอยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า 

– ร้อยละ 11.07 ระบุว่า จะมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จากนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นน.ส.แพทองธาร ชินวัตร 

– ร้อยละ 9.54 ระบุว่า คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยจะสูงขึ้นจากบทบาทที่มากขึ้นของนายทักษิณ 

– ร้อยละ 6.11 ระบุว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลจะเป็นมิตรกันมากขึ้น 

– ร้อยละ 10.00 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

นิด้าโพล หัวข้อ “อำนาจราชทัณฑ์กับการเมืองหลังพักโทษ”นิด้าโพล หัวข้อ “อำนาจราชทัณฑ์กับการเมืองหลังพักโทษ”

“จ่าประสิทธิ์” อยากเจอทักษิณ แต่เข้าไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569646

25 ก.พ. 2567

12:43 น.

"จ่าประสิทธิ์" อยากเจอทักษิณ แต่เข้าไม่ได้

“จ่าประสิทธิ์” มาไกลจากศรีสะเกษ ถึงหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า แต่พบ ”ทักษิณ“ ไม่ได้ เหตุไม่ได้ประสานล่วงหน้า ขอสำนึกบุญคุณ อยากให้เป็นนายกฯ อีกครั้ง

25 ก.พ. 2567 จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาจากจังหวัดศรีสะเกษ มากดกริ่งหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ขอเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีการตอบรับ เพราะไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า

จ.ส.ต.ประสิทธิ์ บอกว่า วันนี้ตั้งใจ มาพบกับนายทักษิณ เพื่อให้กำลังใจ เพราะนายทักษิณเป็นคนที่ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศไทยและคนไทยมากมาย ประทับใจเรื่องนโยบายที่ทำให้ประชาชนคนบ้านนอกได้อยู่ดีกินดี ที่ผ่านมานายทักษิณ ก็ได้ให้ความเมตตากับตนเองมาตลอด แม้จะเคยถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ ที่ผ่านมามีโอกาสได้เข้าไปพบหลายครั้งตั้งแต่อยู่ที่ดูไบ สิงคโปร์ และวันนี้นายทักษิณกลับมาที่ประเทศไทยแล้ว จึงถือโอกาสเข้ามาเยี่ยม เพื่อแสดงความสำนึกบุญคุณ รู้สึกชื่นชมและประทับใจ รักและเคารพท่านมาตลอด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อยากให้นายทักษิณมารับตำแหน่งไหน จ.ส.ต.ประสิทธิ์ บอกว่า “ตำแหน่งไหนก็ได้ที่ได้ประโยชน์กับประเทศไทย ถ้าเป็นนายกฯ ได้ยิ่งดี เพราะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ หรือเป็นที่ปรึกษาก็ได้ เพราะท่านอยู่ตรงไหนก็ได้ประโยชน์

ส่วนที่คนมองว่าประเทศไทยมีนายกฯ 2 คน นั่นเป็นเพียงความคิดของคนที่ไม่เห็นด้วย ตนอยากให้ความขัดแย้งจบลง อยากให้นายทักษิณกลับมาบริหารประเทศ เพราะประเทศบอบช้ำมามากแล้ว และการที่นายเศรษฐาเข้าพบกับนายทักษิณ ก็ไม่ได้เข้ามาพบนายทักษิณเพียงคนเดียว แต่ที่ผ่านมาก็มีการเดินสายพบทุกอดีตนายกฯ หลายคน จึงอยากให้ทุกคนเปิดใจกว้าง และมองเรื่องการพัฒนาประเทศ

‘สมศักดิ์’ สั่งเขตตรวจราชการ เร่งรวบรวมโครงการน้ำ โยกงบพัฒนาด้านอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569641

25 ก.พ. 2567

11:16 น.

'สมศักดิ์' สั่งเขตตรวจราชการ เร่งรวบรวมโครงการน้ำ โยกงบพัฒนาด้านอื่น

‘สมศักดิ์’ สั่งเขตตรวจราชการ 12,17,18 เร่งรวบรวมโครงการน้ำเสนอของบจาก สทนช. โยกงบไปพัฒนาด้านอื่น เร่งผลักดันโคแสนล้านขจัดความยากจน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมและติดตามการปฏิบัติราชการในเขตตรวจราชการที่ 12 กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลาง จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด เขตตรวจราชการที่ 17 ตาก พิษณุโลกเพชรบูรณ์ สุโขทัย อุตรดิตถ์ และเขตตรวจราชการที่ 18 กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร อุทัยธานี

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ตนมีอำนาจในการอนุมัติการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้แก่หน่วยงานของรัฐ โครงการต่างๆ เป็นเรื่องของอาชีพและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น  ถนน แหล่งน้ำ โดยทั้งสองสิ่งนี้ตนอยากทำให้มากที่สุด พร้อมมองว่าเรื่องน้ำ สามารถของบประมาณจาก สทนช.ได้ ซึ่งจะทำให้งบประมาณในส่วนนี้ สามารถนำไปพัฒนาด้านอื่นได้อีก ดังนั้นขอให้ผู้ตรวจราชการช่วยกันรวบรวมโครงการที่เกี่ยวกับน้ำทั้งหมด เพื่อผลักดันเข้าสู่เว็ปไทยวอเตอร์แพลน ให้ สทนช.พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป 

ส่วนการส่งเสริมอาชีพ เพื่อแก้ปัญหาความยากจน นายสมศักดิ์ ระบุว่า ได้ผลักดันโครงการโคแสนล้าน ในแต่ละจังหวัดอย่างน้อยต้องมีประมาณ 5,000 ครอบครัว โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันพิจารณาว่า ครอบครัวไหนบ้างที่มีความพร้อมและมีศักยภาพในการเลี้ยงวัว

โดยจากการทำโครงการนำร่อง 4 ปี ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จึงขอให้ทางจังหวัดช่วยอบรมในเรื่องผสมเทียม จะได้มีสัตวบาลอาสา ซึ่งตนอยากให้มีตำบลละ 1 คน จะได้เพียงพอต่อการดูแลสมาชิกที่เลี้ยงวัว โดยกองทุนหมู่บ้านฯ มีสมาชิก 13 ล้านคน หากเริ่มต้นเลี้ยง 2 ตัว ผ่านไป 4 ปี จะมีรายได้รวมทั้งหมดถึง 5 แสนล้านบาท 
 

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนครอบครัวที่ยากจน ตนอยากให้มีการจัดอบรมการทำบัญชีครัวเรือน เพื่อจะได้รู้การใช้จ่ายและการอดออม รวมถึงการหารายได้เพิ่ม ตนจึงเสนอโครงการวัว เพื่อเป็นรายได้เสริม ส่วนเกษตรฯด้านอื่น ตนก็ยินดีที่จะส่งเสริมอาชีพให้ มั่นใจว่า หากเราไม่ทำในเรื่องของปศุสัตว์ ประชาชนจะไม่สามารถหลุดพ้น จากความยากจนได้ ตนจึงผลักดันอย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน

'สมศักดิ์' สั่งเขตตรวจราชการ เร่งรวบรวมโครงการน้ำ โยกงบพัฒนาด้านอื่น

เช็กด่วน กรมการจัดหางาน รับผู้ฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น ปี 67 ยื่นออนไลน์ ฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569613

24 ก.พ. 2567

13:28 น.

เช็กด่วน กรมการจัดหางาน รับผู้ฝึกงานที่ประเทศญี่ปุ่น ปี 67 ยื่นออนไลน์ ฟรี

เช็คด่วน ! กรมการจัดหางาน รับสมัครผู้ฝึกงานผ่านองค์กร IM Japan ปี 67 ประเภทงานอุตสาหกรมการผลิตและอุตสาหกรรม 5 รอบ” ยื่นออนไลน์ ฟรี!

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน ประกาศรับสมัครคัดเลือกผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นผ่านองค์กร IM Japan ปี 2567 ครั้งที่ 4 ในตำแหน่งผู้ฝึกปฏิบัติงานทางเทคนิค ประเภทงานอุตสาหกรรมการผลิตและอุตสาหกรรมก่อสร้าง ฟรีค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 

กรมการจัดหารงาน ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าเมื่อฝึกปฏิบัติงานครบ 3 ปี โดยผู้ผ่านการคัดเลือก เดือนแรกจะได้รับเบี้ยเลี้ยง 80,000 เยน หรือประมาณ 19,000 บาท ค่าที่พัก ค่าน้ำ – ค่าไฟ ฟรี เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 36 จะได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนด หรือประมาณ 41,000 บาทต่อเดือน ไม่รวมค่าทำงานล่วงเวลา

เมื่อฝึกครบตามกำหนด จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงาน และเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพ จำนวน 600,000 เยน หรือประมาณ 145,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับประเทศไทย รวมรายได้จากการทำงานตลอด 3 ปี ประมาณ 1.6 ล้านบาท

โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครสอบได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ลงทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์ การบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรอกข้อมูลเพื่อลงทะเบียนคนหางาน และศึกษาวิธีการสมัคร คุณสมบัติผู้สมัครและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ที่เมนูข่าวประกาศรับสมัคร หัวข้อ ประกาศคณะอนุกรรมการจัดส่งผู้ฝึกงานเทคนิคคนไทยไปฝึกงานประเทศญี่ปุ่น

นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า สำหรับการรับสมัครทำงานในครั้งนี้ เปิดรับทั้งสิ้น 5 รอบ

โดยรอบที่ 1 รับสมัครวันที่ 12 กุมภาพันธ์ – 9 มีนาคม 2567 ประกาศรายชื่อฯ วันที่ 13 มีนาคม 2567

รอบที่ 2 รับสมัครวันที่ 10 – 31 มีนาคม 2567 ประกาศรายชื่อฯ วันที่ 12 เมษายน 2567

รอบที่ 3 รับสมัครวันที่ 1 – 30 เมษายน 2567 ประกาศรายชื่อฯ วันที่ 3 พฤษภาคม 2567

รอบที่ 4 รับสมัครวันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2567 ประกาศรายชื่อฯ วันที่ 7 มิถุนายน 2567

รอบที่ 5 รับสมัครวันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2567 ประกาศรายชื่อฯ วันที่ 5 กรกฎาคม 2567

คุณสมบัติเบื้องต้นเปิดรับเพศชาย อายุ 18 – 30 ปี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)  ไม่จำกัดสาขาวิชา ไม่มีประวัติอาชญากรรม ไม่เคยทำงานหรือเข้าเมืองหรือพำนักโดยผิดกฎหมายหรือเป็นผู้ต้องห้ามเข้าญี่ปุ่น เป็นต้น

โดยผู้ที่ผ่านการคัดเลือกฯ จะไปฝึกงานในประเภทอุตสาหกรรมการผลิต อาทิ งานประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ งานบำรุงรักษาเครื่องจักร งานหล่อหรือขึ้นรูปพลาสติก งานซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ งานแปรรูปอาหาร เป็นต้น สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง อาทิ งานนั่งร้าน งานก่อสร้างแบบหล่อ งานก่อสร้างโครงเหล็ก งานทำระบบกันซึม งานเดินท่อ เป็นต้น 

ทั้งนี้ กรมการจัดหางานจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ ทางเว็บไซต์ของกรมการจัดหางาน doe.go.th/prd หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas และ facebook: IMthailand หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน โทร. 0 2245 9428 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือ โทร.1506 กด 2

‘เศรษฐา’ นั่ง รถประจำตำแหน่ง คันใหม่ เข้า บ้านจันทร์ส่องหล้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569611

24 ก.พ. 2567

13:07 น.

'เศรษฐา' นั่ง รถประจำตำแหน่ง คันใหม่ เข้า บ้านจันทร์ส่องหล้า

‘เศรษฐา’ นั่ง Lexus รถประจำตำแหน่ง คันใหม่ เข้า บ้านจันทร์ส่องหล้า พบ ‘ทักษิณ’ ยิ้มแย้ม ทักทายสื่อ คนแห่ส่องเลขทะเบียนรถ

เมื่อเวลา 12.20 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั่งรถ All NEW Lexus LM 350h Executive 4-Seater สีเงิน Sonic Titanium หมายเลขทะเบียน “สร 30 กรุงเทพมหานคร” ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล กองยานพาหนะจัดหา และเพิ่งส่งมอบให้เมื่อช่วงเช้า เดินทางมายังบ้านจันทร์ส่องหล้า ที่เป็นบ้านพักของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ

รถประจำตำแหน่งนายกฯรถประจำตำแหน่งนายกฯ

โดยนายเศรษฐา ได้ลดกระจกลง ยกรับมือไหว้ทักทายสื่อมวลชน ที่ปักหลักติดตามสถานการณ์อยู่ที่บริเวณด้านหน้าบ้าน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางพลัด มาคอยดูแลตรวจสอบความเรียบร้อย

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ เวลา 11.47 น พบว่า มีรถ Mercedes Benz​ รุ่น​ s 580 e ป้ายแดง​ หมายเลขทะเบียน ร​ 3355 กรุงเทพมหานคร เดินทางเข้าภายในบ้านพักของนายทักษิณ​ ซึ่งเป็นคันเดียวกันกับที่ สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุนเซน ประธานคณะองคมนตรีกัมพูชา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ใช้ในเดินทางมาเมื่อวันก่อน​ ซึ่งมีรายงานว่าเป็นรถของคนภายในบ้าน

เศรษฐาเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าเศรษฐาเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า