รทสช. ไม่ยอม “รองอ๋อง” ทำผิดข้อบังคับ ตัดบทอภิปราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569558

23 ก.พ. 2567

14:40 น.

รทสช. ไม่ยอม “รองอ๋อง” ทำผิดข้อบังคับ ตัดบทอภิปราย

“รองโฆษก รทสช.” ซัด “รองอ๋อง” ตัดบท สส.รทสช. อภิปรายแก้ปัญหาสายไฟฟ้าลงดิน ไม่วางตัวเป็นกลาง ส่อขัดข้อบังคับการประชุม

23 ก.พ. 2567 นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงเหตุการณ์ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ กรณีนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1  ตัดบทไม่ให้นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ อภิปรายลงรายละเอียด ระหว่างตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร ทั้งที่กำลังอภิปรายตามกรอบเวลา ถูกต้องตามข้อบังคับ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างไม่ถูกต้อง และไม่เคยมีประธานในที่ประชุมคนใดเคยทำมาก่อนในประวัติศาสตร์ การปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ส่อเข้าข่ายผิดข้อบังคับการประชุมข้อ 9 วรรค 1 ที่ระบุไว้ชัดว่าประธานฯ ต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่  แต่นายปดิพัทธ์กลับใช้อำนาจกลั่นแกล้งปิดปาก อ้างผู้อภิปรายพูดร่ายยาวซ้ำซาก

“เท่าที่เปิดเทปฟังการอภิปรายย้อนหลัง นายอัครเดชอภิปรายย้ำถึงการนำสายไฟสื่อสารลงใต้ดินประหยัดงบประมาณได้หลายสิบล้านพูดตัวเลข 70-80 ล้านบาทไม่กี่ครั้ง เพราะเป็นตัวเลขสำคัญชี้ให้ประชาชนเห็นถึงการประหยัดงบประมาณของรัฐได้จำนวนมาก ขณะนั้นผู้อภิปรายใช้เวลาไปยังไม่ถึง 10 นาที จากสิทธิอภิปรายเต็ม 15 นาที ถูกหลักเกณฑ์ทุกอย่าง แต่ไม่เข้าใจเหตุใดประธานที่ประชุมจึงใช้อำนาจตัดบทเช่นนี้” นายพงศ์พล กล่าว

“ศิริกัญญา” ชี้ เศรษฐกิจฟื้นช้า ต้องมีมาตรการอื่น ไม่ใช่รอแต่เงินดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569553

23 ก.พ. 2567

13:52 น.

“ศิริกัญญา” ชี้ เศรษฐกิจฟื้นช้า ต้องมีมาตรการอื่น ไม่ใช่รอแต่เงินดิจิทัล

ศิริกัญญา รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้ เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า รัฐบาลต้องใช้มาตรการอื่นๆ กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่จะรอแต่เงินดิจิทัล 10,000 บาท เตรียมข้อมูลอภิปรายไว้แล้ว ทันสมัยประชุมนี้แน่นอน

23 ก.พ. 2567 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงความคืบหน้ารวบรวมข้อมูลเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ยังคงรวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและประเด็นอื่นๆ เพื่อเตรียมพร้อมการอภิปรายของฝ่ายค้าน พร้อมหยิบยกตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่ควรจะเป็น คาดหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ในทันที ไม่ควรรอดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เท่านั้น แม้ว่ารัฐบาลจะยังใช้งบประมาณปี 2567 ไม่ทัน แต่ในฐานะกรรมาธิการยืนยันว่า พิจารณาอย่างเต็มที่ ขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จในชั้นกรรธิมาการ และสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2-3 ได้เร็วกว่าที่กำหนดไว้ 2-3 สัปดาห์ พร้อมแนะให้รัฐบาลทำคนละครึ่ง หนุนท้องถิ่นนำงบออกมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ควรรอแต่ดิจิทัลวอลเล็ต

“ระหว่างที่งบงบประมาณยังไม่ออก ยังมีหลายเรื่องที่รัฐบาลสามารถใช้มาตรการทางการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้ ยกตัวอย่างเช่น เงินสะสมขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีกว่า 1.8 แสนล้านบาท แน่นอนมีการปลดล็อคให้สามารถนำมาใช้ได้ง่ายขึ้นเพียง แค่ผ่านการอนุมัติในแต่ละสภาของแต่ละท้องถิ่น สามารถทำได้เลย เพียงแต่ยังไม่มีแรงจูงใจจากภาครัฐส่วนกลางที่จะให้ท้องถิ่นนำเงินออกมาใช้ เพื่อให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นหรือเศรษฐกิจฐานรากสามารถดำเนินต่อไปได้ระหว่างที่งบประมาณยังไม่ออก เราเสนอว่ารัฐบาลควรมีมาตรการ คล้ายๆ คนละครึ่ง หากท้องถิ่นนำเงินออกมาใช้ครึ่งนึงแล้วรัฐบาลสมทบอีกครึ่งหนึ่งเพื่อให้ 180,000 ล้านบาท ให้มากขึ้นเป็น 3 แสนล้าน โดยใช้งบกลางมีการอนุมัติงบไปก่อนกว่า 60,000 ล้านบาท“ นางสาวศิริกัญญากล่าว

รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยืนยันว่า สมัยประชุมนี้จะมีการอภิปรายของฝ่ายค้านแน่นอน อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและตัดสินใจว่าเป็นการอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ เพื่อให้ข้อเสนอแนะกับทางรัฐบาลนำไปพิจารณาปรับใช้ด้วยชี้เห็นถึงปัญหา หรือจะการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งใช้สิทธิ์อภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 หรือ 152 แน่นอน และการพักโทษของนายทักษิณ ชินวัตร เป็นประเด็นหนึ่งที่จะนำไปสู่การอภิปรายของฝ่ายค้านในครั้งนี้ด้วย

“เศรษฐา” ห่วง ย้าย “ท่าเรือคลองเตย” ต้องพิจารณาให้ครบ ต้องไม่กระทบส่งออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569551

23 ก.พ. 2567

13:32 น.

“เศรษฐา” ห่วง ย้าย “ท่าเรือคลองเตย” ต้องพิจารณาให้ครบ ต้องไม่กระทบส่งออก

“นายกฯ “ ประชุมมอบนโยบาย กทม. ย้ำข้อเสนอย้ายท่าเรือคลองเตย ต้องพิจารณาทุกองค์ประกอบ ต้องไม่กระทบการส่งออก “ชัชชาติ” ยกตัวอย่างมหานครทั่วโลก ย้ายท่าเรือออกนอกเมืองหมด

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง เป็นประธานประชุมติดตามความก้าวหน้าการเร่งรัดการพัฒนากรุงเทพมหานคร ร่วมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม. และผู้บริหาร กทม.
 

โดยนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอ กทม. ให้ย้ายท่าเรือคลองเตยว่า ต้องคำนึงถึงเรื่องการขนส่งที่เป็นฐานการส่งออก ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ต้องพิจารณาให้ครบทั้งองค์ประกอบ ทั้งการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง เฟส 2 และเฟส 3 หากโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ ต้องทำต่อเนื่องกันไป ต้องไม่ให้กระทบกับส่งออก

ขณะที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่า กทม. บอกว่า การย้ายท่าเรือคลองเตย อยู่ในวาระเรื่องฝุ่นแห่งชาติตั้งแต่ปี 2562 และเป็นเรื่องที่ทบทวนว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่จากตัวอย่างมหานครต่างๆ ทั่วโลก มีการย้ายท่าเรือออกข้างนอกหมด ซึ่งช่วยควบคุมน้ำทะเลที่หนุนสูงได้อีกด้วย แต่เรื่องนี้คงต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบอีกครั้ง

“นายกฯ” สั่งเข้มด่านเมืองกาญจน์ – ระนอง สกัดยาเสพติด สินค้าเถื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569550

23 ก.พ. 2567

13:15 น.

“นายกฯ” สั่งเข้มด่านเมืองกาญจน์ – ระนอง สกัดยาเสพติด สินค้าเถื่อน

“นายกฯ” ชม ภาคเหนือ จัดการปัญหายาเสพติด-สินค้าเถื่อน ดีเยี่ยม เรียก ผบช.ภ. 7 กำชับพวกลักลอบเข้าทางเมืองกาญจน์ พูดตรงไปตรงมา “ยังทำงานไม่ดีพอ” สั่งทำงานเชิงรุกปิดช่องทางเข้าทุกเส้นทาง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงการเชิญ พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7  หารือประเด็นการแก้ไขปัญหายาเสพติดเมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) ที่รัฐสภาว่า เมื่อสักครู่นี้ยังได้มีโอกาสพูดคุยกับพลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกไปว่าพื้นที่ภาคเหนือเรามีการจัดการปัญหาภาพรวมได้ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินค้าเถื่อน เรื่องยาเสพติด หรือปัญหาการเผาที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ต่างๆ เหล่านี้ ภาคเหนือถือว่าทำได้ดีมาก ถือว่ามีการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ ทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงฝ่ายศุลกากรเองก็ดี

ขณะเดียวกันเมื่อทำได้ดีในพื้นที่ภาคเหนือ ผู้กระทำความผิดยังมีการลักลอบเข้ามาทางจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งพบมีการกระทำความผิดกฎหมายเยอะ และพบว่าจุดความร้อนก็ไปอยู่ที่เมืองกาญจน์เยอะขึ้นในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้ไปมาก็เห็นชัดเจน  สินค้าเถื่อนก็เข้ามาที่เมืองกาญจน์ ยาเสพติดที่เมืองกาญจน์ก็มีเยอะ ต้องคุยอย่างตรงไปตรงมาว่า “ยังทำงานไม่ดีพอ” และตนก็ได้พูดคุยกับพลเอกเจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก ท่านก็เข้าใจเร่งลงพื้นที่เข้มงวดกวดขันเรื่องนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า วันนี้ก็ได้พูดคุยกับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ท่านก็เข้าใจว่าจะลงไปบริหารจัดการปัญหาเอง แต่ถ้าไม่ดีขึ้น “ตนจะลงไปดูปัญหาเอง” เพราะถือว่าเป็นจุดยุทธศาตร์สำคัญเลยก็ว่าได้ เมื่อวานนี้ที่ไปรัฐสภาก็ได้เจอ สส.พื้นที่ ได้กำชับว่าให้เข้มงวดมากขึ้นด้วย ขอให้ลงพื้นที่มากขึ้น เพื่อถามไถ่ความทุกข์สุขของประชาชนว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และก็ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นธรรมกับหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการที่ดี

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เจ้าหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุกหรือไม่ เพราะเข้มงวดอีกทาง ผู้กระทำความผิดก็จะเข้ามาอีกทางหนึ่ง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถูกต้องครับ เราต้องทำงานเชิงรุก ตอนนี้ได้สั่งการไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดระนอง เพราะไม่ใช่ปิดทางกาญจน์ ก็ไปโผล่ที่ระนองอีก

“เศรษฐา” ย้ำ “คดีบิ๊กโจ๊ก – มินนี่” ไม่ไว้หน้า หากพบผิดกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569545

23 ก.พ. 2567

12:11 น.

“เศรษฐา” ย้ำ “คดีบิ๊กโจ๊ก - มินนี่” ไม่ไว้หน้า หากพบผิดกฎหมาย

“เศรษฐา“ ย้ำ “คดีบิ๊กโจ๊ก – มินนี่” ต้องเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่ไว้หน้าใคร หากพบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทำผิดกฎหมาย ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้พื้นที่สื่อตอบโต้ ไม่เหมาะสม

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.สุรเชษฐ์​ หักพาล รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​แห่งชาติ​ แถลงหลังถูกแจ้งกล่าวหาในมาตรา​ 157 และ​มาตรา​ 149 ในคดีเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์มินนี่ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นการเมือง​ แต่เป็นประเด็นการกระทำผิดกฎหมาย ที่ต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด รัฐบาลนี้ยึดตามหลักการทำงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องให้ความเป็นธรรมก่อนทั้งสองฝ่าย

ส่วนที่ตำรวจเข้าไปมีส่วนพัวพันเรื่องที่ผิดกฎหมาย​ จะทำให้ความไว้วางใจของประชาชนลดน้อยลงหรือไม่​ นายกรัฐมนตรี​ กล่าวว่า​ อยากพิสูจน์โดยเร็ว ยึดกฎหมายเป็นหลัก​ โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกๆ ฝ่ายที่ถูกกล่าวโทษด้วย เชื่อว่า​ทุกคนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว คงทราบว่าอะไรควรทำหรือไม่ และเมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำ ว่าการที่ผู้รักษากฎหมายทำผิดกฎหมาย​เสียเอง นายกรัฐมนตรี​ สวนกลับทันทีว่า อย่าเพิ่งพูดว่าเป็นผู้ทำผิดกฎหมาย

ส่วนการออกมาใช้พื้นที่ตอบโต้ผ่านสื่อ เป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่​ นายกรัฐมนตรี​ ระบุว่า ก็ไม่อยากให้ทำ ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากมีการกระทำผิดกฎหมายเกิดขึ้น​ ตนก็ไม่ไว้หน้าอยู่แล้ว ถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“ชัยชนะ” ทวงข้อมูลกรมราชทัณฑ์ แจงระเบียบ – งบ “ทักษิณ” นอน รพ.ตำรวจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569509

22 ก.พ. 2567

18:04 น.

“ชัยชนะ” ทวงข้อมูลกรมราชทัณฑ์ แจงระเบียบ - งบ “ทักษิณ” นอน รพ.ตำรวจ

ประธาน กมธ. ตำรวจฯ เดินหน้าทวงข้อมูลกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงระเบียบ – งบ “ทักษิณ” นอน รพ.ตำรวจ ดักคอเจ้าหน้าที่ ถ้าทำผิดกฎหมาย เจอวิบากกรรม

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการตำรวจ กล่าวถึงการตรวจสอบการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า คิดว่าเราคงไม่ตรวจสอบนายทักษิณ แต่จะต้องตรวจสอบกระบวนการ สิ่งที่กรมราชทัณฑ์ต้องตอบสังคมคือหลักการปฏิบัติผู้ต้องขังที่เป็นผู้ป่วย เวลาเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล อยู่ภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ และต้องใช้เงิน สปสช. ในการจ่ายเงินค่ารักษา เพราะฉะนั้นกรมราชทัณฑ์ต้องตอบให้ได้ว่า นายทักษิณ ชินวัตร ที่รักษาตัวโรงพยาบาลตำรวจก่อนหน้านี้ ใช้สิทธิ์อะไรถึงไม่ได้นอนห้องทั่วไปเหมือนกับคนอื่น นอนห้องชั้น 14 ใช้สิทธิ์ตรงไหน หากสามารถใช้เงินเกินสิทธิ์ สปสช. และสามารถใช้เงินของครอบครัวได้ ก็ต้องตอบให้ชัดเจนว่าใช้ระเบียบข้อไหน จะได้ชี้แจงกับญาตินักโทษทั่วประเทศ ว่าใครที่พอมีเงิน ญาติถูกขังอยู่ที่โรงพยาบาล ก็สามารถใช้สิทธิ์นี้ได้เหมือนกัน

ส่วนจะมีการใช้อำนาจคณะกรรมาธิการเรียกตรวจบันทึกข้อมูลย้อนหลัง ว่านายทักษิณรับโทษในโรงพยาบาลตำรวจจริงหรือไม่ นายชัยชนะ บอกว่า เป็นหน้าที่ของโรงพยาบาลตำรวจกับกรมราชทัณฑ์เป็นคนยืนยันกับสังคม แต่หน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ เราถามว่าค่ารักษาพยาบาลที่ใช้งบของสปสช. และมีระเบียบของกรมราชทัณฑ์รองรับ ใช้ระเบียบข้อใด แล้วการที่นายทักษิณเดินเข้าเรือนจำวันแรกได้กรอกใบ รท.101 หรือไม่ ทำไมถึงไม่ตัดผม ทำไมถึงไม่มีการกักตัว 7-10 วัน เป็นหน้าที่ที่กรมราชทัณฑ์ต้องตอบคณะกรรมาธิการฯ มาเป็นเอกสารให้ได้ ซึ่งตนเองได้ทวงถามเป็นครั้งที่ 2 แล้ว แต่กรมราชทัณฑ์ยังไม่ได้ให้คำตอบ จึงส่งเสียงถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ต้องกล้าชี้แจงต่อสังคม

“วันนี้นายทักษิณได้รับอิสรภาพสู่อ้อมกอดความรักของครอบครัวแล้ว แต่บุคคลที่อยู่ในกระบวนการ เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้าทำถูกต้องก็จบไม่ได้มีอะไรผิด แต่ถ้าเจ้าหน้าที่กระทำอะไรที่ขัดต่อกฎหมาย ขัดต่อระเบียบ เชื่อผมเถอะครับ หลังจากนี้คุณจะเจอวิบากกรรมในชีวิต” นายชัยชนะ กล่าว

ส่วนความคืบหน้าต่อไปของคณะกรรมาธิการฯ นายชัยชนะ กล่าวว่า ได้ทวงถามเป็นหนังสือไปแล้วรอหนังสือตอบกลับจากกรมราชทัณฑ์อยู่ ถ้ากรมราชทัณฑ์ตอบเรื่องนี้ชัดเจน สังคมก็ไม่มีอะไรสงสัย ตนเองไม่ขอวิจารณ์อาการป่วย เพราะถือว่ามนุษย์ทุกคนป่วยกันได้ตลอดเวลา แต่สงสัยกระบวนการ ในเมื่อเราเรียกร้องว่าสังคมนี้ต้องมีความยุติธรรม สังคมต้องไม่มี 2 มาตรฐาน ถ้าเมื่อไหร่คนเรียกร้องใช้เรื่องนี้เสียเอง ผมคิดว่าสังคมก็จะลงโทษคนเหล่านี้พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร

ทดสอบ “หุ่นยนต์นำทาง” แก้ปัญหาเดินหลงทางใน “รัฐสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569486

22 ก.พ. 2567

13:46 น.

ทดสอบ “หุ่นยนต์นำทาง” แก้ปัญหาเดินหลงทางใน “รัฐสภา

ทดสอบระบบ “หุ่นยนต์นำทาง” แก้ปัญหาคนเดินหลงทางในรัฐสภา หาห้องประชุมไม่เจอ สื่อ – สส. – ข้าราชการ ลองเรียกใช้ หวังผลทดสอบได้ใช้จริง

22 ก.พ. 2567 เจ้าหน้าที่ของ PTT Raise บริษัทลูกของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำหุ่นยนต์อัจฉริยะนำทางมาทดลองระบบ เพื่อใช้กับอาคารรัฐสภา แก้ไขปัญหาผู้มาติดต่อราชการหลงทาง เนื่องจากอาคารรัฐสภามีพื้นที่กว้าง ห้องประชุมจำนวนมาก ทำให้คนที่ไม่เคยมาไปห้องประชุมไม่ถูก โดยนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง เป็นผู้ริเริ่มไอเดียใช้หุ่นยนต์นำทางอำนวยความสะดวกให้ผู้มาติดต่อราชการ ตามนโยบายรัฐสภายุคใหม่

เจ้าหน้าที่ที่มาทดสอบระบบ ระบุว่า ขั้นตอนการทำงาน เพียงแค่รู้ว่าตัวเองจะต้องไปที่ห้องไหน กรอกข้อมูลลงไปที่หน้าจอของ หุ่นยนต์ เพียงเท่านี้หุ่นยนต์ก็จะนำทางไปยังที่หมาย เมื่อส่งถึงที่หมายแล้ว และหุ่นยนต์จะกลับมายังที่จุดเริ่มต้น เพื่อรอให้บริการคนต่อไป หรือหากเจอระหว่างทาง ก็สามารถเรียกใช้บริการได้ทันที

เจ้าหน้าที่ย้ำว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองระบบ ยังไม่มีการสั่งซื้อหุ่นยนต์ หากผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ หวังว่าทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะอนุมัติงบประมาณ เพื่อจัดซื้อมาใช้อำนวยความสะดวกให้กับผู้มาติดต่อราชการในอาคารรัฐสภา

“ก้าวไกล” ซัก “ทวี” กลางสภาฯ ปมทักโทษ “ทักษิณ” เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่ ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569482

22 ก.พ. 2567

13:18 น.

“ก้าวไกล” ซัก “ทวี” กลางสภาฯ ปมทักโทษ “ทักษิณ” เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่ ?

“ณัฐชา” ตั้งกระทู้ถามสด หลักเกณฑ์พักโทษ “ทักษิณ” เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่ ยกประกาศกรมราชทัณฑ์ ระบุ ต้องเป็นกรณีช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ – ส่งผลต่อชีวิตหากคุมขังต่อ “ทวี” ย้ำกระบวนการเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการพักโทษ – การประเมินจากแพทย์แล้ว

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามสด พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ถึงหลักเกณฑ์การพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยอภิปรายตั้งข้อสังเกตตั้งอาการป่วยที่เป็นเหตุในการพักโทษ ซึ่งในประกาศกรมราชทัณฑ์ระบุเงื่อนไขว่า ต้องเป็นกรณีที่ส่งผลต่อชีวิตหากคุมขังต่อ รวมถึงคุณสมบัติอายุ 70 ปีขึ้นไปก็มีการระบุด้วยว่า ต้องเป็นกรณีที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงว่า กระบวนการเป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 และกฎกระทรวงเรื่องการพักโทษ ซึ่งผ่านการพิจารณาโดยคณะอนุกรรมการพิจารณาพักโทษ ที่มีตัวแทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการพิจารณาพักโทษเป็นการทั่วไปเป็นประจำทุกเดือน ส่วนการพักโทษเป็นกรณีพิเศษ เป็นอำนาจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นผู้เสนอตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และส่งให้คณะอนุกรรมการพิจารณา และส่งให้ รมว.กระทรวงยุติธรรม พิจารณา ส่วนหลักเกณฑ์เกี่ยวกับอาการป่วยและชราภาพอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป มีการประเมินจากแพทย์พยาบาลแล้วว่าคะแนนสุขภาพต่ำกว่าเกณฑ์

ระหว่างการอภิปราย มี ส.ส.บางส่วน ลุกขึ้นประท้วง อาทิ นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลภายนอก ไม่สามารถนำมาตั้งกระทู้ถามสดได้ ส่วน ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ประท้วงว่า กระทู้ถามสดต้องไม่มีลักษณะการออกความเห็นส่วนตัว และเป็นการถามวนเวียนเพื่อชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิดให้กับคนที่ไม่ได้อยู่ในสภาฯ

ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอให้ประธานในที่ประชุมเชิญผู้ประท้วงออกนอกห้องประชุม เพราะประธานในที่ประชุมวินิจฉัยแล้วว่าเป็นเรื่องที่สามารถตั้งกระทู้ถามสดได้

นายกฯ ย้ำ ปัญหา ส.ป.ก. รุกป่าอุทยาน ต้องเป็นไปตามกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569478

22 ก.พ. 2567

12:00 น.

นายกฯ ย้ำ ปัญหา ส.ป.ก. รุกป่าอุทยาน ต้องเป็นไปตามกฎหมาย

“นายกฯ” ย้ำ การแก้ปัญหาหมุด ส.ป.ก. รุกพื้นที่ป่าอุทยานฯ ต้องยึดตามกระบวนการกฎหมาย หลัง “ชัยวัฒน์” เปิดข้อมูล มีมากกว่า 1.5 แสนไร่ ไม่ใช่แค่หลักพัน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนระหว่าง ส.ป.ก. และ กรมอุทยานฯ หลังจากเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือที่ทำเนียบรัฐบาลว่า มีการพูดคุยไปแล้ว เมื่อวานก็มีการแถลงข่าวไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่พูดไว้

ส่วนกรณีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ออกมาเปิดข้อมูล ว่ามีการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ กว่า 1.5 แสนไร่ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า จะเป็นจำนวนเท่าไหร่ก็ตามที แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และเป็นไปตามแนวทางที่ได้หารือเมื่อวานนี้ เพราะการพูดคุยเมื่อวานนี้ก็ดีอยู่แล้ว

สภาฯ ไม่รับหลักการ “ร่าง พ.ร.บ.คำนำหน้านาม – คุ้มครอง LGBTQ+”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569448

21 ก.พ. 2567

18:08 น.

สภาฯ ไม่รับหลักการ “ร่าง พ.ร.บ.คำนำหน้านาม – คุ้มครอง LGBTQ+”

สภาฯ ไม่รับหลักการ “ร่าง พ.ร.บ.คำนำหน้านาม – คุ้มครอง LGBTQ+” กังวลกระทบความเสี่ยงก่ออาชญากรรม “ก้าวไกล” ย้ำควรสนับสนุนหลักการ เพื่อคุ้มครองเพศวิถีของความหลากหลายทางเพศ

สภาผู้แทนราษฎร มีมติ 257 ต่อ 154 ไม่รับหลักการร่าง พ.ร.บ.การรับรองเพศ คำนำหน้านาม และการคุ้มครองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ พ.ศ. …. ที่นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และคณะ เป็นผู้เสนอ

นายธัญวัจน์ ได้นำเสนอหลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้ต่อที่ประชุมว่า ตามที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติรับรองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง แต่ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายรับรองบุคคล ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ทำให้เกิดการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะเอกสารของรัฐไทยยังคงกำหนดให้ใช้คำนำหน้านาม ซึ่งถือตามเพศกำเนิดได้แก่ เด็กชาย เด็กหญิง นาย นางสาว และนาง ส่งผลให้บุคคลข้ามเพศและผู้มีความหลากหลายทางเพศอื่นประสบปัญหาในการแสดงตัวตน การตัดสินใจกำหนดวิถีทางเพศของตน และกระทบต่อการดำเนินชีวิต

ขณะที่ กฎหมายระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชนสากลได้รับรองเรื่องความหลากหลายทางเพศ ซึ่งยอมรับเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศและรสนิยมทางเพศที่มีความหลากหลาย ดังนั้นสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการรับรองเพศ คำนำหน้านาม และการคุ้มครองบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งมุ่งให้เกิดการคุ้มครองและรับรองสิทธิ ในเรื่องการใช้คำนำหน้านาม การระบุเพศของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ ตามหลักสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล

จากนั้น ส.ส.ได้อภิปรายทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อย่างนายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย แสดงความกังวลว่า หากมีการยินยอมให้เปลี่ยนคำนำหน้านามได้เองตามที่ต้องการ อาจเกิดความสุ่มเสี่ยงต่อการก่ออาชญากรรม เช่น การเปลี่ยนคำนำหน้านามเพื่อที่จะไปหลอกลวงทรัพย์ , ลวนลามเพศตรงข้าม เป็นต้น การจำคุกที่มีการแบ่งนักโทษชายและนักโทษหญิง หากสมมุติเพศทางเลือกได้มีการทำความผิดและมีจิตใจตรงข้ามกับเพศสภาพ ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะให้ไปอยู่กับชายหรือหญิง พร้อมกังวลว่าหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านอาจก่อให้เกิดปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศและการทำร้ายร่างกายมากขึ้น

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า เรื่องของคำเปลี่ยนคำนำหน้านาม ต้องรับฟังให้รอบ อย่าเหาะเกินลงกา ไปไกลชนิดที่ว่าสุดลิ่มทิ่มประตู และจะทำให้สร้างปัญหาต่อ ก่อปัญหาใหม่  พร้อมย้ำว่าการที่เราจะภาคภูมิใจหรือไม่ภาคภูมิใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้คำนำหน้าว่าอะไร

ขณะที่ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมาย และอยากให้สมาชิกรับหลักการวาระ 1 ไปก่อน เนื่องจากเป็นหลักการที่เปิดกว้าง เช่นเดียวกับนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคก้าวไกล ที่เห็นด้วยกับ ร่าง พ.ร.บ.นี้ ว่าาการเปลี่ยนคำนำหน้านามให้ตรงตามอัตลักษณ์ทางเพศ แม้จะมีผู้แย้งที่ให้เหตุผลเรื่องการถูกหลอก ซึ่งกรณีนี้ถือว่าเป็นปัจเจกบุคคล ที่หากเกิดขึ้นจริง ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะมาเหมารวมว่าบุคคลข้ามเพศจะเปลี่ยนคำนำหน้านามเพื่อหลอกลวงผู้อื่นทั้งหมด และหากมีอาชญากรรมเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนคำนำหน้านาม เช่น การปลอมแปลงตัวตนเพื่อก่ออาชญากรรม ก็เป็นประเด็นเรื่องอาชญากรรมที่ต้องจัดการในส่วนผู้ที่เกี่ยวข้อง
 

ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ร่างกฎหมายใดที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่รับหลักการ หากจะเสนอเข้ามาใหม่ จะต้องเสนออีกครั้งในสมัยประชุมถัดไป