เปิดเงื่อนไขพักโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ห้ามทำอะไรบ้างหลังถูกปล่อยตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569227

18 ก.พ. 2567

08:26 น.

เปิดเงื่อนไขพักโทษ 'ทักษิณ ชินวัตร' ห้ามทำอะไรบ้างหลังถูกปล่อยตัว

เปิดเงื่อนไขพักโทษ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ห้ามทำอะไรบ้างหลังถูกปล่อยตัวจากโรงพยาบาลตำรวจ หากฝ่าฝืนถูกส่งเข้าเรือนจำทันที

18 ก.พ.2567 หลังจากที่ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการ พักโทษ ซึ่งเดินทางออกจากโรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลา 06.09 น. โดยมี น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาวทั้ง 2 คน ของนายทักษิณ เดินทางไปรับและนั่งมาบนรถตู้ สีดำ ทะเบียน ภษ 1414 กทม. โดยมีรถนำขบวนและปิดท้าย มาตลอดเส้นทาง

พักโทษปล่อยตัว พักโทษปล่อยตัว

เวลา 06.33 น. ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ถึงบ้านพักจันทร์ส่องหล้า ในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69  สู่อิสระภาพในรอบ 17 ปี ท่ามกลางตำรวจระดับสูงคุมเข้มความปลอดภัย เจ้าตัวเปิดโฉมหน้าชัดๆ ใส่เฝือกอ่อนที่คอ สวมเสื้อเชิ้ตเขียว น้ำเงิน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุ สีเขียว และ สีน้ำเงินเข้ม เป็นสีมงคลของวันอาทิตย์

ทั้งนี้การ พักโทษ ของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’  จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขคุมประพฤติ 8 ข้อ โดยระหว่างนี้จะมีเจ้าหน้าที่คุมประพฤติหรืออาสาสมัครคุมประพฤติไปเยี่ยม ที่บ้านของผู้ที่ได้รับการปล่อยตัว หากทำผิดเงื่อนไข จะถูกควบคุมตัวมาขังไว้ที่เรือนจำดังเดิม และมีการลงโทษทางวินัย

1.ผู้ได้รับการพักโทษ จะต้องพักอาศัยอยู่ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับเรือนจำ

2.ห้ามออกนอกเขตท้องที่ที่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต

3.ห้ามประพฤติตนเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน ดื่มสุรา ยาเสพย์ติด และกระทำผิดอาญาขึ้นอีก

4.ต้องประกอบอาชีพโดยสุจริต

5.ปฏิบัติตามลัทธิศาสนา

6.ห้ามพกพาอาวุธ

7.ห้ามไปเยี่ยมบ้านหรือติดต่อกับนักโทษอื่นที่ไม่ใช่ญาติ

8.ให้ไปรายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติเรือนจำ เจ้าพนักงานปกครอง หรือ หัวหน้าสถานีตำรวจทุกเดือน

สำหรับข้อกังวลที่อดีต นายกฯ อาจจะถูกอาญัติตัว จากอัยการ ในคดี ความผิด มาตรา 112 ไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้ามาอายัติตัว เพราะนับว่ากระบวนการเเจ้งข้อกล่าวหานั้นจบไปเเล้ว

ส่วนกลุ่มผู้คัดค้านการพักโทษ ของกลุ่มเห็นต่าง คปปส. ที่ระบุว่าจะเดินทางมาบ้านจันทร์ส่องหล้า ทางตำรวจสน.บางพลัด ได้ขอความร่วมมือ เเละ จัดสถานที่ไว้ด้านหน้าปากซอยจรัญสนิทวงศ์69 ห่างจากบ้านจันทร์ส่องหล้ากว่า 1 กิโลมเมตร

‘ทักษิณ’ ออกจาก รพ.ตำรวจ ถึงบ้านจันทร์ส่องหล้าแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569226

18 ก.พ. 2567

08:10 น.

'ทักษิณ' ออกจาก รพ.ตำรวจ ถึงบ้านจันทร์ส่องหล้าแล้ว

‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี กลับถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า แล้ว หลังได้รับการพักโทษ ขณะ อุ๊งอิ๊ง แชร์สตอรี่ กลับถึงบ้านแล้ว

18 ก.พ.2567  บรรยากาศบริเวณหน้าบ้าน จันทร์ส่องหล้า ย่านจรัญสนิทวงศ์ 69  ขบวนรถที่เดินทางไปรับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับการพักโทษ ซึ่งเดินทางออกจากโรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลา 06.09 น. โดยมี น.ส.แพทองธาร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรสาวทั้ง 2 คน ของนายทักษิณ เดินทางไปรับและนั่งมาบนรถตู้ สีดำ ทะเบียน ภษ 1414 กทม. โดยมีรถนำขบวนและปิดท้าย มาตลอดเส้นทาง

รถตู้ของนายทักษิณ ชินวัตร มาถึงหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ในเวลา 06.33 น.รถตู้ของนายทักษิณ ชินวัตร มาถึงหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ในเวลา 06.33 น.

จากนั้นขบวนรถของนายทักษิณ เดินทางมาถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า ในเวลา 06.33 น. ซึ่งที่บริเวณหน้าบ้านมีป้ายผ้า ที่เขียนข้อความต้อนรับนายทักษิณ กลับบ้าน ซึ่งมีฝีมือของหลานๆ ของนายทักษิณ และมีคนเสื้อแดง จำนวนหนึ่งเดินทางมารอรับนายทักษิณ กลับบ้าน ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มาเกาะติดอยู่ที่บริเวณหน้าบ้านเช่นเดียวกัน 

รถตู้ของนายทักษิณ ชินวัตร เลี้ยวเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า รถตู้ของนายทักษิณ ชินวัตร เลี้ยวเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า

ทั้งนี้รถตู้ของนายทักษิณ ซึ่งเลี้ยวเข้าบ้านโดยมีเจ้าหน้าที่คอยรักษาความปลอดภัย และหลังจากที่ปิดประตูแล้วปรากฎว่ามีคนในบ้านจันทร์จันทร์ส่องหล้า ออกมาปลดป้ายต้อนรับนายทักษิณ ซึ่งติดอยู่ที่ประตูบ้าน และเก็บเข้าบ้านโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
 

คนในบ้านจันทร์ส่องหล้าปลดป้ายต้อนรับที่ติดหน้าประตูเก็บเข้าบ้าน คนในบ้านจันทร์ส่องหล้าปลดป้ายต้อนรับที่ติดหน้าประตูเก็บเข้าบ้าน

ขณะที่ อินสตาแกรมของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มีการแชร์สตอรี่ เป็นของ นายทักษิณ ซึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ๊ตลายสีเขียว-น้ำเงิน สวมกางเกงขาสั้น สวมเฝือกอ่อนที่คอสีเนื้อ และเฝือกสีดำขวาแขน  

อุ๊งอิ๊ง แชร์สตอรี่ ในไอจี เผยให้เห็นภาพนายทักษิณ อุ๊งอิ๊ง แชร์สตอรี่ ในไอจี เผยให้เห็นภาพนายทักษิณ

ด้านนางประนอม พูลทวี หรือป้าอึ่ง คนเสื้อแดงที่เดินทางมารับนายทักษิณ เปิดกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองเปรียบนายทักษิณเหมือนพ่อ ที่บ้านจะมีรูปของนายทักษิณ ติดไว้ และถึงแม้จะเดินทางมารอรับนายทักษิณ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด แต่ไม่ได้เห็นตัวนายทักษิณเห็นเพียงรถตู้เท่านั้น แค่เห็นรถก็รู้สึกจะร้องไห้ เพราะเฝ้ารอการกลับมาของนายทักษิณ รักท่าน  ไม่รู้จะพูดอย่างไร บอกได้คำเดียวว่ารักท่าน  

'ทักษิณ' ออกจาก รพ.ตำรวจ ถึงบ้านจันทร์ส่องหล้าแล้ว

นางประนอม หรือ ป้าอึ่ง คนเสื้อแดง ที่มารับนายทักษิณ ที่หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้านางประนอม หรือ ป้าอึ่ง คนเสื้อแดง ที่มารับนายทักษิณ ที่หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า

นางประนอม ยังฝากถึงนายทักษิณ อีกว่า ไม่ต้องทำงานแล้ว งานใช้หัวสมองอย่างเดียวก็พอ เป็นห่วงที่นายทักษิณป่วย เพราะอายุ 70 กว่าปีแล้ว ซึ่งอาการป่วยป่วยเป็นเรื่องปกติของคนสูงอายุ ขอให้สุขภาพแข็งแรงอยู่กับหลานทั้ง 7 คนไปอีก 20-30 ปี 

เปิดภาพ ครอบครัว ‘ชินวัตร’ รับตัว ‘ทักษิณ’ กลับ จันทร์ส่องหล้า หลังได้พักโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569220

18 ก.พ. 2567

07:00 น.

เปิดภาพ ครอบครัว 'ชินวัตร' รับตัว 'ทักษิณ' กลับ จันทร์ส่องหล้า หลังได้พักโทษ

ครอบครัว ‘ชินวัตร’ รับตัว ‘ทักษิณ’ กลับบ้านจันทร์ส่องหล้า ย่านจรัญสนิทวงศ์ เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ท่ามกลางสื่อมวลชนที่ปักหลักรออย่างต่อเนื่องเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกในช่วง 180 วัน หลังเข้ารับการการรักษาตัว ที่ รพ.ตำรวจ

18 ก.พ. 2567 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ซึ่งได้รับการอนุมัติการ พักโทษ จากนักโทษจำนวน 930 คน  เนื่องจากเข้าเกณฑ์เจ็บป่วยร้ายแรง และมีอายุ 70 ปีขึ้นไป โดยการ พักโทษ นายทักษิณ เป็นไปตามเกณฑ์เพราะต้องโทษมาแล้ว 1 ใน 3 คือ 6 เดือน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 18 ก.พ.67 นี้

 

รถตู้สีดำ ที่นายทักษิณ นั่งออกจาก รพ.ตำรวจรถตู้สีดำ ที่นายทักษิณ นั่งออกจาก รพ.ตำรวจ

และเมื่อถึงกำหนดเวลา 06.09 น. ขบวนรถของนายทักษิณและครอบครัวชินวัตร เดินทางออกจากโรงพยาบาลตำรวจทันที โดยนายทักษิณ ชินวัตรและ น.ส.แพทองธาร บุตรสาว ซึ่งเดินทางมารับ นายทักษิณ  บิดา ได้นั่งประกบคู่กันบนรถตู้สีดำ

ในขบวนมีรถตู้ของ น.ส.แพรทองธาร นำขบวน และรถฟอร์จูนเนอร์ สีน้ำเงินเข้ม ปิดท้ายขบวนคอยคุ้มกัน ขับออกไปทางฝั่งถนนอังรีดูนังต์ เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านพักจันทร์ส่องหล้า ย่านจรัญสนิทวงศ์ กรุงเทพฯ

รถตู้ของ น.ส.แพทองธาร นำขบวนรถตู้ของ นายทักษิณ ออกจาก รพ.ตำรวจรถตู้ของ น.ส.แพทองธาร นำขบวนรถตู้ของ นายทักษิณ ออกจาก รพ.ตำรวจ

โดยนายทักษิณ  สวมเสื้อเชิ้ตสีเขียว พร้อมสวมเฝือกอ่อนที่คอสีเนื้อ และเฝือกสีดำขวาแขน นั่งรถเบนซ์สีดำ ทะเบียน ภษ 1414 ออกจากอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา รพ.ตำรวจ พร้อม น.ส. แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดย นายทักษิณ นั่งฝั่งซ้าย และ น.ส.แพทองธาร นั่งฝั่งขวา และมี น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ นั่งมาด้านหลัง 

สำหรับเสื้อที่นายทักษิณสวมใส่ สีเขียว และสีน้ำเงินเข้ม อยู่ด้วย ซึ่งผู้เชียวชาญ ระบุ สีเขียว และ สีน้ำเงินเข้ม เป็นสีมงคลของวันอาทิตย์

นายทักษิณ ชินวัตร นั่งรถตู้ สีดำ เดินทางออกจาก รพ.ตำรวจ พร้อมลูกสาวทั้ง 2 คน นายทักษิณ ชินวัตร นั่งรถตู้ สีดำ เดินทางออกจาก รพ.ตำรวจ พร้อมลูกสาวทั้ง 2 คน

ทั้งนี้ ที่บริเวณหน้า โรงพยาบาลตำรวจ มีสื่อมวลชนจำนวนมากปักหลักเฝ้าติดตามการกลับบ้านของนายนายทักษัณ ตลอดทั้งคืน เพราะเป็นครั้งแรกในรอบ 180 วัน ที่นายทักษิณได้ออกจากโรงพยาบาลหลังเข้ารับการรักษาตัว โดยไม่ได้กลับเข้าไปภายในเรือนจำ แล้วเป็นการปรากฏตัวนายทักษิณครั้งแรกต่อสื่อมวลชน 

นายทักษิณ ชินวัตร นั่งรถตู้ สีดำ เดินทางออกจาก รพ.ตำรวจ พร้อมลูกสาวทั้ง 2 คน นายทักษิณ ชินวัตร นั่งรถตู้ สีดำ เดินทางออกจาก รพ.ตำรวจ พร้อมลูกสาวทั้ง 2 คน

โดยมาตรการรักษาความปลอดภัยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้จัดกำลังสับเปลี่ยนเวรยามคงเข้มในพื้นที่ เฝ้าระวังความปลอดภัยตรวจรถเข้าออกทุกคัน และเฝ้าระวังกลุ่มมวลชนจากเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือคปท. ที่มาปักหลักเฝ้าติดตามสถานการณ์ตลอดทั้งคืน
 

รถตู้ ของนายทักษิณ เลี้ยวเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า รถตู้ ของนายทักษิณ เลี้ยวเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า

คนไทย ร้อยละ 76.9 หนุน “ชาดา ไทยเศรษฐ์” เป็น สส.คนกล้า อภิปรายปกป้องสถาบัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569209

17 ก.พ. 2567

17:10 น.

คนไทย ร้อยละ 76.9 หนุน “ชาดา ไทยเศรษฐ์” เป็น สส.คนกล้า อภิปรายปกป้องสถาบัน

ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ พบคนไทย ร้อยละ76.9 หนุน “ชาดา ไทยเศรษฐ์” เป็น สส.คนกล้าแสดงจุดยืน อภิปรายปกป้องสถาบัน เชื่อมีเครือข่ายในสภา ชักใยกลุ่มทะลุวัง ขณะที่ร้อยละ 95.7 ระบุ มีความสุขดีที่เห็นคนไทย เป็นหนึ่งเดียวกัน แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ

สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง สส.คนกล้า ในสภาอันทรงเกียรติ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศอายุ 18 ปีขึ้นไป ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวน 1,135 ตัวอย่างในการวิเคราะห์ทางสถิติ 

ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 15-17 กุมภาพันธ์  2567 พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.9 ระบุต้องมีพรรคการเมืองที่มีคนแบบ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ กล้าแสดงจุดยืนชัดเจน จงรักภักดี ปกป้องเทิดทูน สถาบันหลักของชาติ

รองลงมาคือร้อยละ 75.0 เชื่อว่ามี เครือข่าย สส. ในสภา สนับสนุน กลุ่มเด็กเยาวชน คนสามนิ้ว กลุ่มทะลุวัง และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.1 เช่นกัน สนับสนุน นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.พรรคภูมิใจไทย อภิปรายปกป้องสถาบันฯ

นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.7 ระบุ มีความสุขดีที่เห็นคนไทย เป็นหนึ่งเดียวกัน แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันฯ ในขณะที่ ร้อยละ 4.3 มีความสุขน้อยถึงไม่มีความสุขเลย

ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.5 ขอให้คนไทยมีสติ ไม่ตกเป็นเครื่องมือ ทำคนในชาติแตกแยก ในขณะที่ร้อยละ 12.5 ไม่ขออะไร

ผลสำรวจ สส.คนกล้า ยกให้ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทยผลสำรวจ สส.คนกล้า ยกให้ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย

‘มาดามเดียร์’ ฉายภาพทิศทาง การเมือง-ประชาธิปไตยไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569196

17 ก.พ. 2567

12:44 น.

‘มาดามเดียร์’ ฉายภาพทิศทาง การเมือง-ประชาธิปไตยไทย

‘มาดามเดียร์’ ฉายภาพทิศทางการเมืองและประชาธิปไตยไทย สร้างพื้นที่และเสรีภาพให้ประชาชน ก้าวข้ามระบบอุปถัมภ์

น.ส.วทันยา บุนนาค  ร่วมสัมมนาวิชาการด้านการเมือง การบริหารและกฎหมาย "The JOURNEY OF DEMOCRACY-การเดินทางของประชาธิปไตยไทย " น.ส.วทันยา บุนนาค ร่วมสัมมนาวิชาการด้านการเมือง การบริหารและกฎหมาย “The JOURNEY OF DEMOCRACY-การเดินทางของประชาธิปไตยไทย “

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ เวลา 17.00 น. ที่คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา น.ส.วทันยา บุนนาค อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมสัมมนาวิชาการด้านการเมือง การบริหารและกฎหมาย “The JOURNEY OF DEMOCRACY-การเดินทางของประชาธิปไตยไทย ” จัดโดยคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

โดยช่วงหนึ่ง น.ส.วทันยา ชวนตั้งคำถามเกี่ยวกับการเมืองที่อยากเห็นต่อไป ว่า แท้จริงแล้วการเมืองหมายความว่าอะไร มีนักปรัชญาพยายามนิยามคำว่าการเมืองไว้มากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เมื่อศึกษาพบว่า นิยามหนึ่งของการเมือง คือ จะพูดถึงเรื่องของอำนาจ แล้วนำอำนาจไปใช้ในการไปจัดสรรประโยชน์เพื่อประชาชน หรือความเป็นจริงก็มีนักการเมืองบางคนที่ใช้อำนาจนั้นเพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง นี่จึงเป็นที่มาของระบอบประชาธิปไตย เพราะกติการะบอบประชาธิปไตยเป็นกติกาที่ทำให้คนที่มีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายอยู่ร่วมกันในสังคม แต่เป็นกติกาที่จะมากำหนดร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันและเป็นที่ยอมรับของสังคม แล้วเราช่วยกันจะพัฒนาประชาธิปไตยอย่างไรให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

น.ส.วทันยา กล่าวต่อว่า ประชาธิปไตยของเราจะพัฒนาเข้มแข็งได้มากยิ่งขึ้น สิ่งที่สำคัญส่วนหนึ่งคือบทบาทในการสร้างบรรยากาศเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง  ตั้งแต่การกำหนดเจตนารมณ์การเมืองร่วมกันไปในอนาคต หรือบทบาทประชาชนที่จะเข้ามาเป็นคนตรวจสอบถ่วงดุลคนที่ใช้อำนาจต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความรัดกุม ถูกต้อง และตรงกับเจตนารมณ์ประชาชนมากที่สุด

“สิ่งที่สำคัญมากๆถ้าเราอยากจะเห็นการเมืองไทย และระบอบประชาธิปไตยของประเทศเราพัฒนาเติบโตไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างพื้นที่ให้กับประชาชนที่เขาจะมีเสรีภาพและเข้ามามีส่วนร่วมกับการเมืองให้ได้มากที่สุด” น.ส.วทันยา กล่าว

น.ส.วทันยา ยังกล่าวต่อถึง ระบบอุปถัมภ์ของไทย ว่า จากผลการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา พบว่าระบบอุปถัมภ์ หรือบ้านใหญ่การเมืองท้องถิ่นได้เสื่อมสลายอำนาจไปในหลายจังหวัด ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีกับประเทศไทยที่จะพัฒนาการเมืองไปในอนาคต แต่สิ่งที่อยากจะเชิญชวนคือเราจะช่วยทำให้การเมืองไทยทั้งระบบสามารถก้าวข้ามระบบอุปถัมภ์ได้อย่างไร เพราะการที่เรายังมีระบบอุปถัมภ์ ระบบบ้านใหญ่อยู่ มันเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ในประเทศไทย และเมื่อการเมืองเริ่มต้นเข้าด้วยระบบอุปถัมภ์ก็อาจจะนำไปสู่การกระทำที่ผิดกฎหมาย การทุจริตคอรัปชั่น และอาจจะนำไปสู่เงื่อนไขการรัฐประหารภาพที่เราไม่อยากเห็น ดังนั้นสิ่งที่ตนอยากเห็นการเมืองที่ก้าวข้ามระบบอุปถัมภ์และเป็นพื้นที่กว้างเปิดโอกาสให้กับทุกคนที่มีความสนใจการเมือง มีความรู้ ความสามารถ เข้ามานำเสนอตัวเองให้ประชาชนได้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนมากยิ่งขึ้น

‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์ไอจีสตอรี่ หลานๆช่วยกันเขียนการ์ด รับ ‘ตาทักษิณ’ กลับบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569190

17 ก.พ. 2567

10:22 น.

‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์ไอจีสตอรี่ หลานๆช่วยกันเขียนการ์ด รับ 'ตาทักษิณ' กลับบ้าน

‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร โพสต์ไอจีสตอรี่ หลานๆช่วยกันวาดภาพระบายสี เขียนการ์ด รับ ‘ตาทักษิณ’ กลับบ้าน Welcome home grandpa

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.67 อุ๊งอิ๊ง – แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ไอจีสตอรี่ หลานๆ ช่วยกันเขียนการ์ด “Welcome home grandpa” , “We‘ve been waitting for this for so so” รอต้อนรับคุณตา คือ นายทักษิณ ชินวัตร กลับบ้านอีกครั้ง

โดยมีรายงานว่า นายทักษิณ อาจออกจากโรงพยาบาลตำรวจ กลับบ้านหลังเที่ยงคืนวันนี้

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ดีใจผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” ผ่านสภาฯ ส่งต่อ ครม.พิจารณา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569172

16 ก.พ. 2567

15:52 น.

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ดีใจผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” ผ่านสภาฯ ส่งต่อ ครม.พิจารณา

ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษก กมธ.แลนด์บริดจ์ ดีใจ ผลศึกษา “แลนด์บริดจ์” เมกะโปรเจค ผ่านสภาฯ เรียบร้อยแล้ว ส่งต่อ ครม.พิจารณา หวังเปลี่ยนประเทศไทยสู่ผู้เล่นใหญ่การขนส่งของภูมิภาค

น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย และอันดามัน หรือ โครงการแลนด์บริดจ์ กล่าวว่า หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ลงมติเห็นด้วย 267 เสียง จากทั้งหมด 415 เสียง รับรองรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ โครงการแลนด์บริดจ์ของ กมธ.แล้ว

กมธ.แลนด์บริดจ์กมธ.แลนด์บริดจ์

 ซึ่งในการอภิปรายที่เกิดขึ้นวานนี้(15 ก.พ. 67) ผู้ที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข.ได้เข้ามาชี้แจงข้อซักถามต่อสมาชิกทั้งในส่วนที่ได้เคยชี้แจงไปแล้วในการประชุมของ กมธ.แลนด์บริดจ์ในหลายครั้งที่ผ่านมา และในการอภิปรายที่เกิดขึ้นในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

จากนี้ไปเป็นขั้นตอนที่จะส่งผลการศึกษาของ กมธ.แลนด์บริดจ์ ให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษก กมธ.แลนด์บริดจ์ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษก กมธ.แลนด์บริดจ์

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวอีกว่า ในฐานะ กมธ.แลนด์บริดจ์ เห็นว่าโครงการนี้ ถือเป็นการนับหนึ่งของเมกะโปรเจค หรือการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย โดยการริเริ่มของรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ดึงศักยภาพของประเทศไทย ให้กลับมาเด่นชัดขึ้นในแผนที่โลกอีกครั้ง 

แม้ที่ผ่านมา กมธ.แลนด์บริดจ์ จะต้องพบเจออุปสรรคระหว่างทางไปบ้าง ทั้งในเรื่องของการศึกษาภาพใหญ่ของโครงการที่มองภาพไม่ตรงกัน มองคนละมุม หรือโฟกัสไม่ตรงจุด หรือการลาออกของกรรมาธิการ แต่ กมธ.ไม่เคยท้อถอย เพราะเชื่อว่าหากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยกลายเป็นผู้เล่นใหญ่ของการขนส่งในภูมิภาคเอเชีย

4 สส.ก้าวไกล ลาออก กมธ.แลนด์บริดจ์
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 4 สส.พรรคก้าวไกล ได้ลาออกจาก  กมธ.แลนด์บริดจ์

โดย 4 สส.ก้าวไกลประกอบด้วย

  1. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล
  2. นายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล
  3. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพมหานคร เขต 9 พรรคก้าวไกล 
  4. รศ.สมพงษ์ ศิริโสภณศิลป์

สรุป ปมร้อน ‘ชาดา’ ทำ สภาเดือด เปิดศึก ‘พิเชษฐ์ – รังสิมันต์ โรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569150

16 ก.พ. 2567

12:13 น.

สรุป ปมร้อน 'ชาดา' ทำ สภาเดือด เปิดศึก 'พิเชษฐ์ - รังสิมันต์ โรม'

สรุป ดราม่า สภาเดือด ‘ชาดา’ ทำ สภา ลุกเป็นไฟ เปิดศึก ‘พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน – รังสิมันต์ โรม’ สองวันติด ปม ป่วนขบวนเสด็จ

ยังคงสร้างสีสันความเดือดทะลุปรอทในสภา ได้อย่างไม่มีแผ่ว สำหรับ เจ้าพ่อแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง “ชาดา ไทยเศรษฐ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังเปิดศึกปะทะคารม ในที่ประชุมสภา 2 วันติด วันแรก “รังสิมันต์ โรม” ติดกันวันถัดมากับ รองประธานสภาฯ “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาล” คมชัดลึก สรุปดราม่า ชาดา ทำสภาเดือด ลุกเป็นไฟ

ยกแรก เปิดศึกสภาเดือด “รังสิมันต์ โรม-ชาดา”

1- ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 14 ก.พ. รับวันวาเลนไทน์ สส.ก้าวไกล “รังสิมันต์ โรม” นำภาพประกอบการอภิปรายฯ ขึ้นสไลด์ ซึ่งเป็นภาพกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ศปปส. ถ่ายภาพคู่กับ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” พร้อมข้อความที่มีการเซ็นเซอร์บางส่วน อ้างถึงสัญญาณความหวาดกลัว ทั้งที่ต้องห้ามปรามไม่ให้คนฆ่าฟันกัน

2- ทันทีที่ได้ยิน ชาดา ลุกขึ้นตอบโต้ทันควัน สภาร้อนแรงขึ้นทันที ชาดา บอกว่า ผู้ที่อภิปรายส่อเจตนาไม่ดี สร้างความแตกแยก และกำลังจะนำเขาไปสู่ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน ซึ่งวันนี้ส่วนตัวไม่คิดจะอภิปราย แต่เสียหาย ก็ต้องโต้

ชาดาชาดา

Shot สภาร้อน ยกแรก

รังสิมันต์ โรม : คือมันยังมีความรุนแรง ถ้อยคำจำนวนมาก ที่ถูกเอื้อนเอ่ย ผ่านบุคคลสำคัญจำนวนมาก แม้กระทั่งรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ท่านชาดา ไทยเศรษฐ ที่พูดไปไกลถึงการเนรคุณแผ่นดิน

ชาดา : ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ ส่อเจตนาที่ไม่ดี ไม่ดีอย่างมาก สร้างความแตกแยก และคุณกำลังนำผมไปสู่ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และสร้างความเข้าใจผิดให้กับพี่น้องประชาชน

รังสิมันต์ โรม : การปลุกปั่นแบบนี้ ที่ผมพูดมา และอยู่ในญัตติ ที่ท่านฟังไม่จบ เพราะว่าท่านกำลังปลุกปั่นให้สถานการณ์มันร้ายแรง เกินกว่าความเป็นจริงมาก

ชาดา : ถ้าเป็นการแสดงออกด้วยหัวใจของคนไทย ไม่มีปัญหา แต่มันมีขบวนการ มันมีขบวนการในประเทศนี้ ที่จะล้มล้าง ที่จะบั่นทอน อย่าพูดว่าไม่มีนะครับ ถ้าพูดกับผมแบบนี้ ทำกับผมแบบนี้ เดี๋ยวผมจะพูดให้หมด อย่ามาพูดดูดีแต่ปฎิบัติไม่ดี เดี๋ยวผมจะโต้ทุกคนเลยครับที่พูด อย่าครับ อย่ามาขัดแย้งกับผม อย่ามาทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อย่ามาเล่นใต้ดินกับผม แล้วเรียกร้องไม่ให้คนอื่นเล่นใต้ดิน

3- หลังจากการอภิปรายจบ ปรากฎภาพ ชาดา เดินเข้าไปพูดคุยกับ รังสิมันต์ โรม เหมือนเป็นการเคลียร์ใจกัน แต่ชาดา ยืนยันว่า ไม่ได้เคลียร์ใจ แต่เดินไปตำหนิ ว่า อภิปรายไม่ชัดเจน ทำแบบแอบแฝง เป็นการกระทำที่ไม่ใช่ลูกผู้ชาย

 รังสิมันต์ โรมรังสิมันต์ โรม

ยกสอง เปิดศึกสภาเดือด “ชาดา-พิเชษฐ์”

4- การประชุมสภาผู้แทนราษฎร 15 ก.พ. 2567 หลังเสร็จสิ้นการพิจารณารายงานเรื่องแลนด์บริดจ์ กำลังเข้าสู่วาระการพิจารณาเรื่องใหม่ ชาดา ได้ลุกขึ้นตำหนิ การทำหน้าที่ของ “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” ประธานในที่ประชุม ที่ปล่อยให้มีการปล่อยภาพออกมา เหมือนทำตัวไม่เป็นกลาง พร้อมเรียกร้องให้ขอโทษ

5- แต่การเอื้อนเอ่ยของชาดา ไม่ได้รับความสนใจจากนายพิเชษฐ์ ยังปล่อยให้การประชุมดำเนินต่อไป ทำให้นายชาดาตะโกนสวนมาทันทีว่า “ประธานอยากคุยกับผมข้างนอกใช่ไหมครับ” ซึ่งนายพิเชษฐ์ตอบกลับว่า “เดี๋ยวผมทำหน้าที่ของผมก่อน ผมไม่ใช่นักเลง ไม่ใช่เจ้าพ่อ” ทำสภาเดือดขึ้นมาทันที

พิเชษฐ์พิเชษฐ์

shot สภาร้อน ยกสอง

ชาดา : ประธานพูดเอง แล้วใครนักเลง

พิเชษฐ์ : เดี๋ยวผมทำหน้าที่เสร็จแล้วเจอกันข้างนอก

ชาดา : ครับ ตอนไหนก็ได้ สำหรับผม แต่ประธานพูดเองว่า เจอกันข้างนอก

นอกจากนั้น นายชาดายังให้ขอให้นายพิเชษฐ์ถอนคำพูด คำว่า “นักเลง” ซึ่งนายพิเชษฐ์ยอมถอนคำพูด แต่ยังพูดต่อไปว่า “แล้วไปเจอกันข้างนอก” ก่อนจะตัดบทเข้าสู่วาระการประชุมต่อไป

“ภูมิธรรม” ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญ “สิทธิเสรีภาพสื่อ” ภายใต้ รธน.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569105

15 ก.พ. 2567

15:34 น.

"ภูมิธรรม" ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญ "สิทธิเสรีภาพสื่อ" ภายใต้ รธน.

“ภูมิธรรม” รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญ “สิทธิเสรีภาพสื่อ” ภายใต้รัฐธรรมนูญ ชี้หากล่วงเกินต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ได้รับมอบหมายจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ตอบกระทู้ถามของน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถึงการแก้ไขปัญหาคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน และการฟ้องสื่อมวลชนโดยเปรียบเทียบการกำจัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวชนในยุค คสช.เปรียบเทียบกับกรณีล่าสุด ที่มีการจับกลุ่มผู้สื่อข่าวสำนักข่าวประชาไท ที่ไปทำข่าวกลุ่มเยาวชนพ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว ซึ่งการดำเนินคดี ไม่มีหมายเรียกมาก่อน โดยยืนยันว่า รัฐบาล เข้าใจความห่วงใยของผู้ตั้งกระทู้ถามต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน 

และรัฐบาลเห็นความสำคัญ เรื่องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน รวมถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน พร้อมย้ำว่า รัฐบาลชุดปัจจุบัน มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน แต่การใช้สิทธิเสรีภาพแต่ละส่วนจะต้องเป็นไปตามอำนาจที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ หากมีสิ่งใดที่ล่วงเกิน หรือละเมิด ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม 

และกรณีดังกล่าว ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว หมายจับนั้นออกมาตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งกระบวนการยุติธรรมรัฐบาลไม่สามารถก้าวก่ายล้วงลูกได้ และอำนาจรัฐบาลไม่ได้เหนือกฎหมาย พร้อมขออย่าพึ่งด่วนสรุปว่า รัฐบาลจะปิดปากสื่อมวลชน จึงขอให้ดูกระบวนการยุติธรรมก่อน พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายภูมิธรรม ยังเรียกร้องไปยังผู้ตั้งกระทู้ถามถึงการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อ ไม่ละเมิดเสรีภาพในการทำงาน ไม่ให้ถูกเซ็นเซอร์ฟ้องร้องปิดปากว่า อย่ากังวลใจ หรือหมกมุ่นกับสิ่งที่เคยเกิด หรืออย่าจินตนาการต่อเนื่อง เพราะยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้ ให้ความเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน และสื่อมวลชน 

พร้อมยกตัวอย่างการเขียนวิเคราะห์บทความวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของสื่อมวลชน ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการใด ๆ กลับ แม้จะเป็นเนื้อหาที่รุนแรง พร้อมขออย่านำบางเรื่องมาหยิบยก แล้วกล่าวหาว่ารัฐบาลคุกคามสื่อ และขอให้อยู่กับความเป็นจริง

นายกฯ นำทัพครม.ทัวร์อีสาน ติดตามนโยบาย 30 บาท-ประมงน้ำจืด-หนองวัวซอโมเดล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/569103

15 ก.พ. 2567

15:15 น.

นายกฯ นำทัพครม.ทัวร์อีสาน ติดตามนโยบาย 30 บาท-ประมงน้ำจืด-หนองวัวซอโมเดล

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ นำทัพครม. เตรียมลงพื้นที่ภาคอีสานตรวจราชการ จ.นครพนม สกลนคร อุดรธานี 17-19 ก.พ.นี้ ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ทั้ง 30 บาท-ประมงน้ำจืด-หนองวัวซอโมเดล หารือแผนพัฒนาและแก้ไขปัญหาของ 3 จังหวัด พร้อมพบปะปชช.

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมลงพื้นที่ตรวจราชการ จังหวัดนครพนม สกลนคร และอุดรธานี ระหว่างวันที่ 17-19 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อตรวจติดตามโครงการสำคัญตามนโยบายรัฐบาล 

เช่น ด้านการท่องเที่ยว สถานการณ์การส่งออกและพื้นที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ ด่านศุลากรจังหวัดนครพนม ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องการทำประมงน้ำจืด และการบริหารจัดการน้ำ เยี่ยมชมพื้นที่ต้นแบบในการแก้ไขปัญหาคุณภาพดิน การจัดการแหล่งน้ำ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร การพัฒนาจังหวัดสกลนครเป็นเมืองนวัตกรรมการเกษตร นโยบาย 30 บาทรักษาได้ทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว มอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้กับผู้เช่าที่ราชพัสดุตามโครงการ “หนองวัวซอโมเดล” จังหวัดอุดรธานี พร้อมหารือแผนพัฒนาและแก้ไขปัญหาของทั้งสามจังหวัด และพบปะประชาชนในพื้นที่

โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ร่วมคณะตรวจราชการ โดยนายกรัฐมนตรีมีภารกิจ ดังนี้

วันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ในช่วงเช้า เวลาประมาณ 09.00 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ จะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังท่าอากาศยานนครพนม ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม เพื่อเดินทางไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว ณ หมู่บ้านมิตรภาพไทย – เวียดนาม อนุสรณ์สถานประธานโฮจิมินห์ หมู่บ้านนาจอก ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม 

จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปที่ด่านศุลกากรจังหวัดนครพนม สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 3 ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม เพื่อติดตามสถานการณ์การส่งออกและพื้นที่ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) โดยจะมีการติดตามและพิจารณาในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของด่านศุลกากรฯ และการพัฒนาพื้นที่ อาทิ สถานการณ์การนำเข้า – ส่งออกสินค้าผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนครพนม โครงการศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนม และถนนสายเชื่อมศูนย์ซ่อมอากาศยาน – ศูนย์กลางการค้าส่งชายแดน บริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 – ถนนเชื่อมทางหลวงแผ่นดินหมายเลย 212 อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม

สำหรับในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะประชุมหารือแผนพัฒนาและแก้ไขปัญหาของจังหวัดนครพนม ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยนครพนม ต.มะขามเฒ่า อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม โดยจะได้พิจารณาแผนงานและโครงการที่จังหวัดนครพนมขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาล ได้แก่ โครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและการบริหารจัดการน้ำ การยกระดับเมืองรองเป็นเมืองหลัก Medical & Wellness Hub การเที่ยวชุมชน ยลวิถี ชุมชนคุณธรรมฯ บ้านท่าเรือ อำเภอนาหว้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP พร้อมกับเยี่ยมชมนิทรรศการของดีประจำ 12 อำเภอ ภายใต้ 3MUST (Eat Travel Visit) ณ บริเวณ ชั้น 1 หอประชุมมหาวิทยาลัยนครพนม ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อร่วมงานนมัสการพระธาตุพนมวรมหาวิหาร และพบประชาชน แล้วออกเดินทางไป จ.สกลนคร โดยในช่วงเย็น นายกรัฐมนตรีจะพบประชาชน ณ ตลาดเทศบาลนครสกลนคร ต.ดงมะไฟ อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2567 ช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปสักการะพระธาตุเชิงชุม ณ วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะร่วมหารือประเด็นความเดือดร้อนเรื่องการทำประมงน้ำจืดและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่หนองหาร ณ สวนเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เสร็จแล้วจะเดินทางต่อไปยังวัดถ้ำผาแด่น ต.ดงมะไฟ อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร เพื่อพูดคุยประเด็นการพัฒนาจังหวัดสกลนครเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนา ณ วัดถ้ำผาแด่น 

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.ห้วยยาง อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร เพื่อเยี่ยมชมพื้นที่ต้นแบบในการแก้ไขปัญหาคุณภาพดิน การจัดการแหล่งน้ำ และประชุมหารือแผนพัฒนาและแก้ไขปัญหาของจังหวัดสกลนคร โดยจะมีการพิจารณาประเด็นการพัฒนาที่สำคัญของจังหวัดสกลนคร อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และอาหาร (Gastronomy Tourisms) และการพัฒนาและยกระดับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ โดยการใช้นวัตกรรม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

ส่วนในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ผ้าย้อมคราม “วิชชาลัยดอนกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” ต.สว่าง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ซึ่งบ้านดอนกอยเป็นชุมชนมีชื่อเสียงทางด้านมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมการทอผ้าของไทย โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าอย่างครบวงจร ซึ่งได้มีการพัฒนาลวดลาย ดีไซน์ที่ทันสมัย สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน จนกลายเป็นชุมชนต้นแบบของประเทศ โดยมีปัจจัยความสำเร็จ ได้แก่ พลังแห่งการรู้รักสามัคคีของชาวบ้านและผู้นำในการเข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาหมู่บ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่นและหลากหลาย และการพัฒนาต่อยอดให้เหมาะสมกับภูมิสังคมและร่วมสมัย การบริหารจัดการตามหลักธรรมภิบาล และการบูรณาการขับเคลื่อนงานพัฒนาหมู่บ้าน ด้วยเครือข่ายพัฒนาชุมชน 

ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีจะพบปะประชาชน และติดตามนโยบาย 30 บาท รักษาได้ทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว ณ โรงพยาบาลบ้านม่วง ต.ม่วง อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะหารือประเด็นการพัฒนาจังหวัดสกลนครเป็นเมืองนวัตกรรมการเกษตร และชมผลิตภัณฑ์สินค้าทางการเกษตร จับคู่ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและเกษตรกร ณ อ่างเก็บน้ำห้วยโทง ต.วานรนิวาส อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ด้วย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในวันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีจะมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้กับผู้เช่าที่ราชพัสดุตามโครงการ “หนองวัวซอโมเดล” และเยี่ยมชมนิทรรศการวิสาหกิจชุมชนในการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ ณ ที่ว่าการอำเภอหนองวัวซอ ต.หนองอ้อ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี จากนั้นช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะประชุมหารือแผนพัฒนาของจังหวัดอุดรธานี โดยจะมีการพิจารณาประเด็นการพัฒนาที่สำคัญของจังหวัด อาทิ แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทะเลวัวแดง และการกำจัดวัชพืช การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดอุดรธานี การเตรียมการจัดงานพืชสวนโลก ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี ต.เวียงคำ อ.กุมภาวาปี จ.อุดรธานี เสร็จแล้ว นายกรัฐมนตรีเดินทางต่อไปยังโครงการเหมืองแร่โพแทช ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี เพื่อพูดคุยแผนงานมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง และแผนการฟื้นฟูเหมืองแร่โพแทซ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจ นายกรัฐมนตรีและคณะ จะเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ในเวลาประมาณ 16.15 น. ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

“การเดินทางลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.นครพนม สกลนคร และอุดรธานี ครั้งนี้ของนายกฯ เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลและนายกฯ ให้ความสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนและบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย โดยนายกฯ ได้เน้นย้ำให้ความสำคัญในการดึงและใช้ศักยภาพด้านต่าง ๆ ที่แต่ละพื้นที่หรือจังหวัดมีอยู่ มาพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ระบบเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ ให้ประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น ทั้งด้านการเกษตร สถานที่ท่องเที่ยว ศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น ฯลฯ ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับประชาชนทั้งการอุปโภคบริโภค การเกษตร อุตสาหกรรม รวมถึงการดูแลระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วย” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว