‘เศรษฐา’ ถก ผบ.ตร. กำชับ รปภ. บุคคลสำคัญ หลังเหตุ ป่วนขบวนเสด็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568827

11 ก.พ. 2567

18:25 น.

'เศรษฐา' ถก ผบ.ตร. กำชับ รปภ. บุคคลสำคัญ หลังเหตุ ป่วนขบวนเสด็จ

‘เศรษฐา’ หารือ ‘ผบ.ตร.’ กำชับมาตรฐาน การ รปภ. บุคคลสำคัญ หลังเกิดเหตุการณ์ ‘ป่วนขบวนเสด็จ’ หวั่นถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมือง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความ ภายหลังหารือกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ระบุว่า ตนหารือกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการ รักษาความปลอดภัย บุคคลสำคัญ

โดยระบุว่า เรื่องที่ตนเป็นห่วง และขอกำชับ คือเรื่องมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญ เพื่อไม่ให้ประเด็นนี้ กลายเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้โจมตีทางการเมืองของทุกฝ่าย หรือมือที่สาม มาฉวยสร้างสถานการณ์ ที่สำคัญเรื่องนี้ เป็นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยที่เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล และของผมในฐานะนายกฯ

นอกจากนี้ ยังระบุว่า ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐบาลมีหน้าที่ถวายการอารักขา และรักษาไว้ซึ่งพระเกียรติยศของสถาบัน เชื่อว่าเราคนไทยเห็นตรงกันในเรื่องนี้

เศรษฐาโพสต์ข้อความเศรษฐาโพสต์ข้อความเศรษฐาโพสต์ข้อความเศรษฐาโพสต์ข้อความ

ทั้งนี้ การหารือเพื่อหามาตรการป้องกัน คาดว่า เกิดขึ้นหลังเกิดปรากฏเหตุการณ์คุกคาม ป่วนขบวนเสด็จ ของกรมสมเด็จพระเทพฯ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และต่อมาก็ได้เกิดการปะทะกันระหว่าง ศปปส. กับกลุ่มทะลุวัง ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ ซี่งมีแนวโน้มว่าจะมีการเกิดความรุนแรงเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย เนื่องจากมีความไม่พอใจของประชาชนจำนวนมากเกิดขึ้น จนอาจเกิดอันตรายแก่ประชาชนทุกฝ่ายได้ 

อุ๊งอิ๊ง เปิดบ้านจันทร์ส่องหล้า รอ ทักษิณ ถ้าได้พักโทษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568731

09 ก.พ. 2567

16:00 น.

อุ๊งอิ๊ง เปิดบ้านจันทร์ส่องหล้า รอ ทักษิณ ถ้าได้พักโทษ

อุ๊งอิ๊ง ยังไม่รู้ว่ามีการเสนอชื่อพักโทษ ทักษิณ หรือไม่ แต่ได้เตรียมบ้านจันทร์ส่องหล้า เอาไว้ต้อนรับตั้งแต่กลับถึงไทยแล้ว

เมื่อวันที่ 9 ก.พ.67 อุ๊งอิ๊ง – น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อาจจะได้รับการ พักโทษ และปล่อยตัว ในวันที่ 18 ก.พ.67 ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเรื่อง ยังไม่ได้รับการประสานจากทางกรมราชทัณฑ์ และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่า มีรายชื่อคุณพ่อหรือไม่

ทั้งนี้ น.ส.แพรทองธาร ย้อนถามสื่อว่า “ข่าวที่ออกมามีรายชื่อของคุณพ่อหรือไม่” โดยสื่อมวลชนตอบกลับว่า ”ข่าวในขณะนี้มีรายชื่อว่านายทักษิณมีคุณสมบัติที่จะได้รับการปล่อยตัว แต่สื่อก็ยังไม่รู้จึงต้องถามคนในครอบครัว” ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ยิ้มก่อนจะตอบว่า “หวังว่าจะมีชื่อนะคะ แต่ยังไม่ทราบยังไม่เห็นเหมือนกันค่ะ “

เมื่อถามย้ำว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังไม่ได้แจ้งความคืบหน้าอะไรใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ยังไม่ได้แจ้งค่ะ”

เมื่อถามว่า ขั้นตอนในการขอ พักโทษ ทางครอบครัวได้เป็นผู้ขอด้วยหรือไม่ หรือเป็นขั้นตอนที่กระทรวงยุติธรรมดำเนินการเอง น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ต้องดูว่าเข้าเกณฑ์ไหม อันนี้ไม่ทราบคุณพ่อเป็นคนทำเอง ครอบครัวไม่ได้ทำ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าชื่อจะผ่านการพิจารณาหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมาก ทางครอบครัวก็แค่เตรียมความพร้อมที่บ้านเฉยๆ เพราะอยากให้ออกมาตลอดอยู่แล้ว นี่ก็เตรียมตั้งแต่คุณพ่อกลับมาถึงเมืองไทยแล้วค่ะ ไม่ใช่เพิ่งเตรียม โดยเป็นการเตรียมที่ บ้านจันทร์ส่องหล้า ไว้”

เมื่อถามว่าเป็นเพราะคุณพ่อคุ้นเคยกับ บ้านจันทร์ส่องหล้า ใช่หรือไม่ถึงอยากให้อยู่ที่นั่น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ค่ะ แต่ยังไม่ทราบ ว่ามันต้องมีรายละเอียดทางราชการอะไรยังไง บ้านที่อยู่ด้วยกันขณะนี้อยู่กันหลานครอบครัว ก็ไม่ทราบ ว่าจะยังไงแต่ก็คิดว่าจะได้อยู่ด้วยกัน”

เมื่อถามย้ำว่าตื่นเต้นหรือไม่ ที่จะถึงวันที่ 18 ก.พ.67แล้ว น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “ตื่นเต้น ตื่นเต้นค่ะ ตื่นเต้นแน่นอน ตื่นเต้นมากๆค่ะ”

ส่วนนอกจากเตรียมบ้านแล้วทางครอบครัวได้มีการเตรียมอะไรไว้เซอร์ไพรส์ให้คุณพ่อหรือไม่ น.ส.แพทองธาร หัวเราะ ก่อนบอกว่า “เดี๋ยวก็ไม่เซอร์ไพรส์”

ขณะเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวถึงการต่อสู้คดี มาตรา 112 ที่อัยการอายัดตัวนายทักษิณ ว่า คดีนี้ยังอยู่ในการพิจารณาของอัยการ ยังไม่ทราบเลยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป อัยการได้เข้าไปสอบสวนคุณพ่อแล้ว ตามนั้น เป็นไปตามกระบวนการไป

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ หากได้รับการปล่อยตัวแล้วยังเหลือคดีอีก 1 คดี ที่ยังต้องรอการพิจารณาอยู่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “กังวล จนไม่กังวลแล้วค่ะ”

‘สุวัจน์’ เปิดบ้าน วันเกิด 69 ปี ‘เศรษฐา-แพทองธาร’ นักการเมือง อวยพร คับคั่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568719

09 ก.พ. 2567

14:05 น.

'สุวัจน์' เปิดบ้าน วันเกิด 69 ปี 'เศรษฐา-แพทองธาร' นักการเมือง อวยพร คับคั่ง

‘สุวัจน์’ เปิดบ้าน ย่านราชวิถี เนื่องใน วันเกิด ครบ 69 ปี ‘เศรษฐา-แพทองธาร’ รวมทั้ง นักการเมือง-ภาคธุรกิจ-วงการกีฬา เข้าอวยพรแน่น

(9 ก.พ. 2567) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดบ้านเลขที่ 333 ราชวิถี จัดพิธีสงฆ์ และเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ครบ 69 ปี โดยมีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ สมเด็จธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธานในพิธีสงฆ์  ซึ่งมีครอบครัว และบุคคลในวงการการเมือง และภาคธุรกิจ เข้าร่วมอวยพร   

โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางมาอวยพรวันเกิด นายสุวัจน์ ก่อนที่จะเดินทางลงพื้นที่ จ.สระบุรี และลพบุรี ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวอวยพร ขอให้นายสุวัจน์สุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นเสาหลักของการเมืองไทยไปอีกนานๆ

ขณะที่ นายสุวัจน์ ได้มอบพระเครื่องหลวงพ่อคูณ รุ่นกุฎี ที่สร้างในวันเกิดของหลวงพ่อคูณ ในปีสุดท้ายก่อนที่จะละสังขาร ให้กับนายเศรษฐา พร้อมขอให้ทำงานเพื่อแก้วิกฤตของประเทศ 

นายกเศรษฐาอวยพรวันเกิด 69 ปี สุวัจน์นายกเศรษฐาอวยพรวันเกิด 69 ปี สุวัจน์

ขณะที่ ทางด้าน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็ได้เดินทางมาร่วมอวยพรวันเกิดให้กับนายสุวัจน์ เช่นเดียวกัน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า น.ส.แพทองธาร มีอาการขาเจ็บ ใส่เฝือกอ่อน เนื่องจากเล่นกีฬาสกี แต่ยืนยันว่า ยังปฏิบัติภารกิจได้

     แพทองธารอวยพรวันเกิด 69 ปี สุวัจน์แพทองธารอวยพรวันเกิด 69 ปี สุวัจน์

จุรินทร์ ฟาดรัฐบาล หมดเวลายื้อ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ต้องรับผิดชอบนโยบายหาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568662

08 ก.พ. 2567

16:42 น.

จุรินทร์ ฟาดรัฐบาล หมดเวลายื้อ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ต้องรับผิดชอบนโยบายหาเสียง

จุรินทร์ ทวงถามรัฐบาลแทนประชาชน หมดเวลายื้อ “ดิจิทัลวอลเล็ต” พรรคการเมือง ต้องรับผิดชอบตามที่หาเสียงไว้ เมื่อทำหน้าที่เป็นรัฐบาลก็ต้องทำให้ได้ เพราะจะทำให้นักการเมืองมีความรับผิดชอบมากขึ้น แม้จะใช้นโยบายโครงการประชานิยม

“ดิจิทัลวอลเล็ต” ปมร้อนพรรคเพื่อไทยและลุกลามไปถึงรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อสิ่งที่หาเสียงก่อนหย่อยบัตรเลือกตั้ง2566 ยังไม่เกิดขึ้นจริง และเลื่อนเวลาออกไปเรื่อยๆ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี ป.ป.ช.มีข้อเสนอแนะต่อนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล โดยมองว่าขณะนี้ รัฐบาลหมดเงื่อนไขที่จะซื้อเวลาแล้ว ดังนั้น ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง และเชื่อว่า ประชาชนก็ยังรอคำตอบอยู่ 

โดยข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.มีความชัดเจน และสะท้อนว่า ป.ป.ช.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ พร้อมชื่นชม ป.ป.ช.ว่า มีทีมงานด้านเศรษฐกิจที่ดี มีศักยภาพสูงในการให้ความเห็นและทำหน้าที่ตรวจสอบต่อไปในอนาคต

นายจุรินทร์ ยังย้ำว่า ป.ป.ช.ชี้ชัดว่า เศรษฐกิจไม่ได้วิกฤติ ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจระดับมหภาค ดังนั้น ถ้ารัฐบาล จะตัดสินใจใด ๆ ต้องคำนึงถึงว่า จะต้องไม่ก่อให้เกิดการทุจริต ทั้งเชิงนโยบาย และภาคปฏิบัติ หรือทำผิดกฎหมาย

ส่วนหากรัฐบาลตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งจะเกิดผลดี หรือผลเสียอย่างไรนั้น นายจุรินทร์ เห็นว่า เมื่อรัฐบาลหาเสียงไว้แล้วก็ต้องทำ พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่เคยขัดขวางโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่พรรคการเมืองต้องแสดงความรับผิดชอบตามที่หาเสียงไว้ เมื่อทำหน้าที่เป็นรัฐบาลก็ต้องทำให้ได้ เพราะจะทำให้นักการเมืองมีความรับผิดชอบมากขึ้น แม้จะใช้นโยบายโครงการประชานิยม ก็ต้องเป็นประชานิยมที่มีความรับผิดชอบ ที่ต้องทำให้ตรงปก และต้องรับผิดชอบตามผลที่ตามมา

นายจุรินทร์ ยังย้ำว่า รัฐบาลหมดเวลายื้อโครงการดังกล่าวแล้ว เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลอ้างกฤษฎีกา และวันนี้ ป.ป.ช.ก็มีคำแนะนำให้รัฐบาลแล้ว จึงหมดเวลาซื้อเวลาแล้ว

ส่วนประเมินเศรษฐกิจประเทศไทยถึงขั้นวิกฤตเศรษฐกิจหรือไม่นั้น นายจุรินทร์ ยอมรับว่า ประชาชนมีความเดือดร้อนจริง แต่ภาษากฎหมาย จะต้องเข้าเงื่อนไขเศรษฐกิจวิกฤต ซึ่งคำว่า เศรษฐกิจวิกฤต น่าจะหมายถึงเศรษฐกิจมหภาค ซึ่งเรื่องนี้ ป.ป.ช. ก็ให้ข้อเสนอแนะที่ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ จึงขอใช้โอกาสนี้ทวงถามแทนประชาชน

“ธรรมนัส” ประกาศ “พลังประชารัฐ” ไม่มีนโยบายทุจริตเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568659

08 ก.พ. 2567

16:05 น.

“ธรรมนัส” ประกาศ “พลังประชารัฐ” ไม่มีนโยบายทุจริตเลือกตั้ง

“ธรรมนัส” ประกาศ พลังประชารัฐ ไม่มีนโยบายทุจริตเลือกตั้ง หลังผู้สมัคร สส.นครสวรรค์ โดนใบดำ-ใบแดง ซื้อเสียง เตรียมหารือ กก.บห.แก้ปัญหา เร็วๆ นี้

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิจารณาให้ใบดำ หรือใบแดง กับนายพรวิศิษฐ์ แจ่มใส ผู้สมัคร สส.นครสวรรค์ เขต 5 พรรคพลังประชารัฐ กรณีพบการทุจริตซื้อเสียงการเลือกตั้งว่า ตนเองเพิ่งได้รับข้อมูลจากสื่อมวลชน แต่ยืนยันว่า แต่ไม่ใช่นโยบายของพรรคพลังประชารัฐ และเป็นความผิดส่วนบุคคล 

“ที่อดีตผู้สมัคร จะต้องไปแก้ต่างด้วยตัวเอง เพราะนโยบายพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีนโยบายสนับสนุนผู้สมัครในการกระทำการละเมิดกฎหมายการเลือกตั้งอยู่แล้ว”เลขาธิการ พปชร. อธิบาย

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบควบคู่ไปกับ กกต.หรือไม่ เนื่องจาก อดีตผู้สมัครดังกล่าว ยังเป็นสมาชิกของพรรคอยู่ด้วยนั้น รอ.ธรรมนัส อธิบายว่า ตนจะนำไปหารือกับคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) ว่า จะมีมาตรการ และการแก้ไขปัญหาอย่างไร

ส่วนกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาระบุจะปรับภาพลักษณ์ของพรรคใหม่ ให้เป็นอนุรักษ์นิยมที่ทันสมัย ได้มีการดำเนินการอย่างไรแล้วหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงว่า เรื่องนี้คณะกรรมการบริหารพรรคจะมีการประชุมกันอีกครั้ง ซึ่งเป็นแนวทางที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ได้นำเสนอ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของพรรค ที่จะต้องปรับภาพลักษณ์เตรียมพร้อมการเลือกตั้งครั้งหน้า 

“พรรคพลังประชารัฐ ถือว่าเป็นพรรคที่มีจำนวน สส.มากพอสมควร และกล้าการันตีได้ว่า แต่ละคนของพรรคฯ มีคุณภาพ และมีการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และยุทธศาสตร์ของพรรคในภาพรวมก็ต้องทำด้วยพร้อม ๆ กัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทุกพรรคก็ทำเหมือนกันหมด” เลขาธิการ พปชร. กล่าว

นายกฯ ไม่รู้ “น้ำกระท่อม” ระบาดหนัก สั่ง ตำรวจ กวาดล้างภายใน 1 สัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568655

08 ก.พ. 2567

15:41 น.

นายกฯ ไม่รู้ "น้ำกระท่อม" ระบาดหนัก สั่ง ตำรวจ กวาดล้างภายใน 1 สัปดาห์

นายกฯ ตอบกระทู้ โสภณ ซารัมย์ สส.ภูมิใจไทย ตกใจยาเสพติดขายเกลื่อนสี่แยก ลั่น ไม่รู้ “น้ำกระท่อม” ระบาดหนัก สั่ง ตำรวจกวาดล้างภายใน 1 สัปดาห์ โอด ปัญหายาเสพติดเพื่อนบ้าน ทะลักหนัก ส่วน PM 2.5 ฝ่ายนิติบัญญัติ กำลังพิจารณา พ.ร.บ.อากาศสะอาด

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2567 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถาม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 3 เรื่องสำคัญคือ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ในสภานายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ในสภา

1.การดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่หากแก้ไขปัญหาโดยมองว่าโลกสวยแก้ไม่ได้ โดยหากเปรียบกับผู้ป่วยอยู่ในขั้นโคม่า ดังนั้นต้องปฏิรูปทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้งหมด เพราะแม้สถิติการแก้ไขจะลด แต่สวนทางกับความเป็นจริง หากมองให้ลึกลงไป จากปกติปัญหายาเสพติดเกิดกับผู้ใช้แรงงาน แต่ปัญจุบัน กลับพบไปถึงนักเรียน นอกจากยาบ้า ยาไอซ์ 

โดยเฉพาะขณะนี้การนำกระท่อมมาใช้สูตรที่เรียกว่า 4 คูณ100 กำลังเป็นแฟชั่น รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งยาเสพติดมีหลายประเภท หาง่าย ราคาถูก การแก้ไขไม่จริงจัง จนเป็นปัญหาสังคม ขณะที่กฎหมายก็ไม่เอื้อต่อผู้ปฏิบัติ จับแล้วก็ปล่อยจึงมองว่าปัญหายาเสพติดในขณะนี้อาจจะเป็นวิกฤต เท่ากับวิกฤตเศรษฐกิจหรือการศึกษา

2.การแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นระยะสั้นและระยะยาว ที่ภัยอันตรายจาก PM2.5 มีในต่างจังหวัดมากกว่าในกรุงเทพมหานคร แต่ประชาชนไม่รู้ และตนก็ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลจะสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชนอย่างไร

และ3.จากการที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศ จะมีแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างไร เพราะขณะนี้ยังมองไม่เห็นนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะการแชร์นักท่องเที่ยวจากเมืองหลักอย่างกรุงเทพ พัทยา และภูเก็ต ไปสร้างรายได้ให้กับจังหวัดอื่นๆที่เป็นเมืองรองอย่างไร

นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ในสภานายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ในสภา

โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ประเด็นยาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนห่วงใย เพราะจากตัวเลขการจับกุม 4 เดือนสุดท้ายเมื่อปลายปีที่แล้ว ( 2566 ) สามารถจับผู้ค้ารายย่อยเพิ่มมากกว่า 40 เปอร์เซ็น จำนวน 32,000 เคส , ยาบ้าจับได้มากกว่าปีก่อน 2 เท่า คือกว่า 250 ล้านเม็ด , โดยเน้นจับผู้ค้ารายใหญ่ไม่ให้ไปกระจายต่อ ซึ่งรายใหญ่ที่ขายมากกว่า 500,000 ขึ้นไป จับได้ 62 เคส ยึดทรัพย์แล้วกว่า 2500 ล้านบาท

ดังนั้นหากพูดถึงปัญหาจริง ก็ต้องยอม รับว่าตัวเลขเหล่านี้ ยังไม่ได้เป็นที่น่าสบายใจ เพราะแม้ผู้ค้ารายใหญ่จะถูกจับไป แต่ไม่ได้ส่งผลให้ราคายาบ้าแพงขึ้น จึงเป็นการบ้านของรัฐบาลที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมาก ต้องยอมรับ รากเหง้าของปัญหา มาจากเศรษฐกิจ การที่ประชาชนประสบปัญหารายจ่ายสูง รายได้น้อย อาจหมดหวังมาหลายปี รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะตระหนักปัญหาที่เกิดขึ้น

ส่วนเรื่องยาเสพติดที่จับได้แล้วใช้เวลาในการทำลายนานนั้น นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่จะจับและพิสูจน์ทราบ และเก็บตัวอย่างเล็กๆไว้ ส่วนที่เหลือให้ทำลายล้างโดยเร็ว เพื่อตัดปัญหาหาที่สังคมสงสัยว่าอาจมีการรั่วไหล ขณะที่เรื่องน้ำกระท่อม ถือว่าเป็นยาเสพติดชนิดใหม่ที่วัยรุ่นให้ความสนใจ และแพร่กระจายไปเร็ว

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ไม่เคยทราบว่า มีการจำหน่ายอย่างแพร่หลายตามสี่แยก จึงได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาพูดคุย เพื่อให้ดำเนินการกวาดล้างอย่างรวดเร็ว ร่วมกับฝ่ายปกครอง จนสามารถดำเนินการได้ภายใน 1 สัปดาห์ที่จังหวัดอุบลราชธานี หลังได้พบกับ สส ในจังหวัด พร้อมกันนี้ยังพยายามกระจายให้ดำเนินการต่อในจังหวัดอื่นๆด้วย และย้ำว่า หาก สส.ในพื้นที่มีปัญหา ขอให้แจ้งรัฐบาลเพื่อจัดการอย่างทันควัน

นายกรัฐมนตรี มองว่า ปัญหายาเสพติดโยงไปถึงประเทศเพื่อบ้านด้วย เพราะต้องยอมรับว่า ประเทศที่มีปัญหาภายในอย่างมาก คือ ประเทศเมียนมา ที่มีพรมแดนติดต่อกัน 2,500 กม. ประเทศไทยจึงได้รับมอบหมายจากประเทศอาเซียน ที่จะเข้าไปเจรจากับฝ่ายเมียนมา จึงเป็นเรื่องน่ายินดี ที่สัปดาห์ที่ผ่านมา มหาอำนาจ 2 ประเทศ ส่งผู้นำระดับท๊อปมาเจรจาพูดคุยในหลายๆปัญหา ตนเองก็ได้เจรจา รวมทั้งพูดคุยเรื่องปัญหาที่ส่งผลกับประเทศไทย ทั้งปัญหายาเสพติดที่ทะลักเข้ามาตามแนวชายแดน

แต่ก็ต้องขอขอบคุณกองทัพไทยและความร่วมมือระหว่าง การปกครอง สส.พื้นที่ และกองทัพบกโดยแม่ทัพภาพ 3 ได้กำจับออเดอร์ได้อย่างมาก ซึ่งการที่ประเทศเพื่อนบ้านมีปัญหาภายใน เรื่องเงินจึงเป็นเรื่องสำคัญ เขาต้องการเงินง่ายสุดคือผลิตยาแล้วส่งกลับมาขายกับเรา เราก็ไม่ยอมและพยายามพูดคุยและชี้แจงให้มหาอำนาจทั้ง 2 ประเทศเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่ประเทศไทยมีส่วนได้เสียเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้นำทั้ง 2 ประเทศเข้าใจและนำปฏิบัติ ส่วนในอนาคตเรื่องนี้ก็ต้องให้ความสำคัญเรื่องการสกัดการเข้ามาตามแนวชายแดดต่อไป เพราะปัจจุบันทางภาคเหนือทำได้ดี แต่ไปเจอที่ภาคกลาง เช่น กาญจนบุรีที่พบปัญหา จึงต้องสู้กันไป

สำหรับการบำบัดคืนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย ก็เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องดำเนินการต่อไป โดยจะเรียกรัฐมนตรีสาธารณะสุขเข้ามาหารือในช่วงบ่ายวันนี้

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงเรื่องของฝุ่นละออง PM2.5 ว่า เป็นปัญหาที่มีรากเหง้าจากปัญหาเศรษฐกิจ ยังมีการเผาทำลายวัชพืชด้วยการใช้ไม้ขีดเพียงก้านเดียว ดังนั้นเราจึงจำเป็นจะต้องสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตรกร ซึ่งรัฐบาลนี้ให้ความสำคัญ ควบคู่กับการผลักดัน พรบ.อากาศอากาศ

และจะเห็นได้ว่าจุดความร้อนที่เกิดขึ้นปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาพบว่าลดลงอย่างมีนัยยะ แต่ต่อเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจจะยังเข้าใจการแก้ปัญหาน้อยหรือขาดปัจจัยบางอย่าง แต่เมื่อวานนี้ก็ได้มีการหารือกับผู้นำของกัมพูชา ซึ่งยืนยันว่าจะร่วมมือกันแก้ปัญหาเรื่องนี้

ขณะเดียวกันตนได้สั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหากเกษตรกรยังใช้วิธีการเผาอยู่ก็อาจจะมีการใช้บังคับกฎหมายโดยกระทรวงมหาดไทย หรือตัดความช่วยเหลือจากรัฐบาล

ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลนี้ลงทุนเยอะมากในการออกนโยบายต่างๆเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งระยัสั้นและระยะยาว เพราะประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีมาก ไม่ใช่แค่ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยาหัวหิน หรือกรุงเทพ อย่างเดียว แต่เมืองรองก็ถือเป็นส่วนสำคัญ รัฐบาลอยากสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวไปเมืองรอง เพื่อเป็นการกระจายรายได้ ผ่านทางซอฟต์พาวเวอร์ด้วยการจัดเทศกาลต่างๆ ทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะไฮซีซั่นเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตามเรื่องของนโยบายอย่างเดียวก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเมืองรองได้ การคมนาคมที่สะดวกสบายก็เป็นส่วนสำคัญ ซึ่งรัฐบาลมีแผนที่จะอัพเกรดสนามบินทั่วประเทศ เพื่อให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศสามารถเดินทางเข้าสู่เมืองรองได้

ขณะเดียวกันเราก็ได้มีการประสานพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย บรูไน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่อได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เพราะเราไม่ได้มองเพื่อนบ้านเป็นคู่แข่งแต่จะมาช่วยสนับสนุนซึ่งกันและกัน จึงมั่นใจว่าสิ่งที่การพัฒนาเมืองรอง สามารถตอบสนองนักท่องเที่ยวได้แน่นอนและวันที่ 1 มีนาคมนี้ก็จะมีการเปิดวีซ่าฟรีกับจีน นี่ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการประสานพูดคุย เรื่องขอฟรีวีซ่าเชงเก้นเข้ายุโรป

นายกรัฐมนตรี ยืนยันไม่ได้ให้ความสำคัญกับจังหวัดใหญ่เพียงอย่างเดียวเพราะตนเองก็ได้เดินทางไปทั่วประเทศไทยเข้าใจถึง วัฒนธรรม และสิ่งดีๆที่เมืองรองสามารถนำเสนอให้กับนักท่องเที่ยวได้ โดยปลายเดือนนี้ก็จะลงพื้นที่สามจังหวัดใช้แดนภาคใต้เพื่อดูเรื่องของวัฒนธรรม อาหารการกิน มีอะไรบ้างที่รัฐบาลสามารถสนับสนุนสร้างโอกาส พี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ แต่ทั้งหมดยังเป็นยังมีการบ้านที่ต้องทำต่อเพื่อปรับปรุงให้ดีที่สุด

“เศรษฐา” น้อมรับ ข้อเสนอแนะ ป.ป.ช. ปิดช่องทุจริต “ดิจิทัลวอลเล็ต”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568613

07 ก.พ. 2567

21:01 น.

"เศรษฐา" น้อมรับ ข้อเสนอแนะ ป.ป.ช. ปิดช่องทุจริต "ดิจิทัลวอลเล็ต"

เศรษฐา น้อมรับ ข้อเสนอแนะ ป.ป.ช. ปิดช่องทุจริต “ดิจิทัลวอลเล็ต” แจง ถก บอร์ดชุดใหญ่ ตั้ง อนุฯ ดูแลอยู่แล้ว สวน ป.ป.ช. ไม่มีหน้าที่ขีดเส้นให้รัฐบาลแจกกลุ่มเปราะบางตามนิยาม ข้องใจ แค่ไหนถึงเข้าเกณฑ์ “จุลพันธ์” เผย ยังไม่เคาะถกวันไหน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 ครั้งที่ 1/2567 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ถึงข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถึงการดำเนินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า ตนได้รับทราบคร่าวๆ โดยในเรื่องการทุจริต ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต และจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อดูเรื่องนี้โดยเฉพาะ เป็นเรื่องที่ต้องตอบคำถามให้ได้

เมื่อถามว่า มีข้อเสนอแนะให้ระมัดระวังในเรื่องของการแจกเงิน นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องระมัดระวัง ซึ่งก็มีคณะอนุกรรมการอยู่แล้ว ต้องตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน 

ส่วนหลังจากนี้ จะมีการส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกา ไม่นั้น ตนคิดว่าคณะทำงานก็คงทำทุกอย่างที่เป็นการปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน และสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้ง หลังจากนั้นจะมีการแถลงข่าวใหญ่

เมื่อถามว่า ป.ป.ช.มีข้อเสนอแนะ อยากให้กลับมาใช้เงินงบประมาณประจำปีปกติมากกว่าการออกพ.ร.บ.กู้เงิน นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เดี๋ยวต้องไปคุยกัน เพราะตนก็เพิ่งทราบ

เมื่อถามว่า ส่วนข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ที่อยากให้แจกเงินเฉพาะกลุ่มเปราะบาง นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดูว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.บอกมาเป็นอย่างไร และเหตุผลคืออะไร เพราะหน้าที่ ป.ป.ช. คือตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่วนนโยบายจะให้ใครบ้างเป็นของรัฐบาล เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องคำนึงถึงและน้อมรับฟังตามข้อสังเกตของการทุจริต ตนเน้นตรงนี้ดีกว่าที่เกี่ยวข้องกับป.ป.ช. คือต้องให้ป.ป.ช.มีความสบายใจ ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

“เรื่องของคนเปราะบาง ก็เป็นเรื่องตั้งแต่วันแรกที่เราได้พูดคุยกันแล้ว ว่าตรงไหนคือเปราะบาง ตรงไหนคือไม่เปราะบาง ถ้าผมบอกว่าต่ำกว่า 20,000 ไม่เปราะบาง หรือถ้าบอกว่าสูงกว่า 20,000 ไม่เปราะบาง คุณได้เงินเดือน 20,000 จะโต้เถียงหรือไม่ผมเปราะบางเหมือนกันผมก็มีหนี้เยอะ ผมก็ต้องการการกระตุ้นเหมือนกันใช่ไหมครับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะฉะนั้นทางด้าน ป.ป.ช. หน้าที่ของท่านคือเสนอมาแล้วเรื่องการทุจริตต้องระมัดระวังตรงนี้ผมก็น้อมรับ“นายเศรษฐา อธิบาย

เมื่อถามว่า ตามที่เคยหาเสียงระบุว่าจะไม่กู้เงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่ขณะนี้เตรียมจะกู้ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องอธิบายให้เข้าใจ ก็ขอดูทางออกสุดท้ายก่อน ทั้งนี้ ทุกความเห็นเราต้องนำกลับมาคำนึงใหม่หมด ตนยืนยัน

ขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งยืนฟังนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์อยู่ด้วย เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า “การประชุมบอร์ดชุดใหญ่ต้นสัปดาห์หน้า ยังไม่ได้ข้อสรุปจะเป็นวันใด” ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ตามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ไปหารือเรื่องนี้กันต่อ

ป.ป.ช.แนะ 8 จุดเสี่ยง “ดิจิทัลวอลเล็ต” ชี้ถ้าใช้งบปกติอาจไม่ขัด รธน.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568609

07 ก.พ. 2567

20:46 น.

ป.ป.ช.แนะ 8 จุดเสี่ยง “ดิจิทัลวอลเล็ต” ชี้ถ้าใช้งบปกติอาจไม่ขัด รธน.

ป.ป.ช. เตรียมส่ง 8 ความเสี่ยง แจกดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 ภายใน 2 วัน มองต่าง เศรษฐกิจยังไม่วิกฤต ชี้ไม่ควรกู้เงิน-แจกเฉพาะกลุ่มเปราะบางเป็นเงินสด มองเป็นเรื่องดีออกเป็นพ.ร.บ.​จะได้ฟังความเห็นของสภา แนะ “กกต.” สอบนโยบายนี้ เข้าขายสัญญาว่าจะให้หรือไม่

นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.​ มติเห็นชอบส่งความเห็นผลการศึกษานโยบายเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน ดิจิทัลวอลเล็ต ของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน แล้ว ประธาน ป.ป.ช. ได้ลงนาม และจะส่งให้รัฐบาลภายใน 1-2 วันนี้

ป.ป.ช. แถลง 8 จุดเสี่ยงดิจิทัลวอลเล็ตป.ป.ช. แถลง 8 จุดเสี่ยงดิจิทัลวอลเล็ต

โดยสาระสำคัญของรายงานพบว่ามี 4 ประเด็นเสี่ยง คือ  1.เสี่ยงต่อการทุจริตเชิงนโยบาย  2.มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต 

3.เสี่ยงด้านกฎหมาย ทั้งรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ร.บ.เงินคงคลัง พ..รบ.เงินตรา และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงระเบียบที่เกี่ยวข้อง 4. ในประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องเช่นเทคโนโลยีบล็อกเชน และประเด็นเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายของพรรคการเมือง

อีกทั้งเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 กรรมการ ป.ป.ช. ได้เสนอแนะป้องกันการทุจริต จากนโยบายดังกล่าวต่อ ครม.เพื่อพิจารณาหาทางป้องกันไม่เกิดความเสียหาย 8 ประเด็น คือ เสนอ 

1.ศึกษาวิเคราะห์อย่างเป็นรูปธรรม 2.ให้ กกต. ศึกษา เรื่องการหาเสียงของเพื่อไทยและคำแถลงนโยบายเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว 3. ควรคำนึงถึงความคุ้มค่าและผลกระทบทางเศรษฐกิจ และธรรมาภิบาลความโปร่งใส พิจารณาผลดีผลเสียการกู้เงิน 5 แสนล้านบาทที่จะสร้างภาระหนี้ในระยะยาว

4.ควรพิจารณาประเด็นความเสี่ยงด้านกฎหมายอย่างรอบคอบ เพื่อให้การดำเนินการเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเป็นไปตามกฎหมาย 5. ควรประเมินความเสี่ยงในการดำเนินโครงการ โดยกำหนดแนวทางหรือมาตรการในการบริหารความเสี่ยงและการป้องกันการทุจริต และมีกระบวนการในการตรวจสอบทั้งก่อนระหว่างและหลังดำเนินโครงการ เพื่อให้เป็นไปผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง

6.การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ควรพิจารณาถึงความจำเป็นและความเหมาะสมตลอดจนระยะเวลาและงบประมาณที่ใช้พัฒนาระบบ ซึ่งของการจ่ายเงินเพียงครั้งเดียวภายใน 6 เดือน

7. โดยอ้างอิงข้อมูลทางเศรษฐกิจและปัจจัยต่างๆซึ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังไม่ถึงขั้นวิกฤตเพียงแค่ชะลอตัว และ 8. หากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องช่วยเหลือประชาชน ควรเลือกช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยใช้แหล่งงบประมาณปกติไม่ใช่เงินกู้ตามพระราชบัญญัติเงินกู้ จ่ายในรูปแบบเงินบาทปกติที่เหมาะสม ผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตังที่มีประสิทธิภาพและมีฐานข้อมูลกับถ้วน โดยจะลดความเสี่ยงที่จะขัดต่อกฎหมายต่างๆและอาการสำคัญไม่สร้างภาระหนี้สาธารณะในประเทศระยะยาว

ส่วนที่เสนอแนะ กกต.ให้ตรวจสอบนโยบายว่าถือเป็นการสัญญาว่าจะให้หรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า ก็อยากให้กกตไปตรวจสอบว่าการที่ให้นโยบายไว้อย่างนึง แต่พอได้เข้ามาบริหารประเทศได้ดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ มันแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของที่มาของแหล่งเงิน แต่น่าจะต้องดูภาพรวมทั้งหมด สิ่งสำคัญคืออยากให้ทุกพรรคการเมืองคำนึงถึงการหาเสียง ควรจะพิจารณาให้รอบคอบก่อน ว่าพอมาบริหารประเทศแล้ว จะสามารถทำได้หรือไม่ มิเช่นนั้นจะเหมือนโฆษณาไว้ แต่เวลาซื้อจริงไม่ตรงตามโฆษณา ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะ ไม่ได้มีสภาพบังคับให้ กกต.ต้องดำเนินการ

ส่วนที่ กกต.เคย ตีตกคำร้องเรื่องนโยบาย Digital wallet มาแล้ว 1 ครั้งตอนหาเสียงเลือกตั้งว่าไม่ได้เข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ นายนิวัติไชย กล่าวว่า อาจจะเป็นดุลพินิจของ กกต. ในตอนนั้นเราไม่ก้าวล่วง แต่ข้อเสนอขอ ป.ป.ช.เราก็พิจารณาจากนโยบายที่รัฐบาลแถลงตอนนี้ โดยที่ยังไม่ได้มีการขับเคลื่อนโครงการ ซึ่งเราก็เสนอแนะในรูปธรรม ยังไม่ได้บอกว่าจะเกิดการทุจริต

ทั้งนี้ หากรัฐบาลไม่ดำเนินการตามข้อเสนอ 8 ข้อ ของ ป.ป.ช.จะเสี่ยงทุจริตหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า เราไม่ทราบว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร แต่ ป.ป.ช.มีหน้าที่เสนอแนะ ตามหน้าที่ในการป้องนำปราบ ไม่ใช่รอให้เกิดการทุจริตแล้วค่อยดำเนินการ พร้อมยืนยันว่าความเห็นของ ป.ป.ช. ไม่ใช่เรื่องมโน แต่มันเป็นความเห็นเชิงวิชาการ ไม่ใช่คิดเองเออเอง แต่มันเป็นความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายภาคส่วน

ส่วนมีความเสี่ยงหรือไม่ รัฐบาลเดินหน้าโครงการตามแนวทางเดิม นายนิวัติไชย กล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคตหากดำเนินการไปแล้วสามารถอธิบายได้ สามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้ ไม่มีการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้น และไม่มีการเอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ก็ไม่มีปัญหาอะไรที่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล

เมื่อถามว่าตอนนี้รัฐบาลมองว่าสถานการณ์เศรษฐกิจวิกฤต จึงต้องเดินหน้าโครงการนี้ นายนิวัติไชย กล่าวว่า สิ่งแรกที่เราต้องมองคือว่าประเทศไทยตอนนี้วิกฤตหรือไม่ซึ่งอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างกัน แต่นักวิชาการ ของ ป.ป.ช.มองว่ายังไม่วิกฤต เราจึงได้เสนอมุมมองนี้ให้กับรัฐบาล แต่หากรัฐบาลมีมุมมองและข้อมูล ว่า วิกฤตก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการดำเนินโครงการ

เมื่อถามว่าหากมีการ ออก พ.ร.บ.กู้เงิน มาดำเนินโครงการใครจะเป็นคนชี้ว่าคุ้มค่าตามกฎหมายหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า คงเป็นรัฐบาล เมื่อดำเนินโครงการแล้วก็จะต้องรับผิดชอบ แต่ในการขับเคลื่อนรัฐบาลก็ต้องมีข้อมูลพอสมควรว่าใช้ Big Data จากที่ไหน

นายนิวัติไชย ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ ป.ป.ช.ติดตามการอย่างใกล้ชิด เป็นแนวทางในการป้องกัน เพราะตอนนี้เราก็ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร แล้ว ป.ป.ช.ไม่สามารถที่จะชี้ชัดได้ว่า โครงการนี้ดีหรือไม่ดี รัฐบาลควรจะยึดติดโครงการนี้หรือเดินหน้าต่อ และยืนยัน ว่า ป.ป.ช.ไม่มีหน้าที่ไประงับยับยั้ง​โครงการ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ เว้นแต่กรณีที่มีความผิดเกิดขึ้น เกิดการทุจริตไปแล้ว ป.ป.ช.สามารถขอศาลให้มีสั่งยกเลิกโครงการ

เมื่อถามว่า หากรัฐบาลยืนยันจะออกเป็น พ.ร.บ.กู้เงิน เข้าสู่สภาฯ ป.ป.ช.สามารถตรวจสอบเชิงรุกได้เลยหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า เราก็ตรวจสอบเป็นระยะ แต่การที่กฎหมายจะผ่านสภาฯก็ต้องความผ่านความเห็นจากสมาชิก ซึ่งมาจากประชาชน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะต้องผ่าน ทั้งสส.และ สว. เขาอาจจะหยิบยกข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ไว้พิจารณาด้วย

เมื่อถามว่า รัฐบาลเดินหน้าโดยไม่รับฟังข้อเสนอแนะ มีโอกาสจะซ้ำรอยเหมือนโครงการรับนำเข้าหรือไม่ นายนิวัติไชย กล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต ไม่สามารถชิงที่จะวินิจฉัยก่อนได้ เป็นการลักไก่ไม่ถูกต้อง

กกต. เตรียมพร้อม เลือกตั้งสว.-ออกเสียงประชามติ ทั้งส่วนกลาง-ภูมิภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568611

07 ก.พ. 2567

20:44 น.

กกต. เตรียมพร้อม เลือกตั้งสว.-ออกเสียงประชามติ ทั้งส่วนกลาง-ภูมิภาค

อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. นั่งหัวโต๊ะประชุมเตรียมความพร้อม เลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา – การออกเสียงประชามติ ระดมระดับผู้บริหารระดมสมอง ทั้งส่วนกลาง-ภูมิภาค ยกระดับมาตราฐานการทำงาน

โรงแรมเชียงใหม่ออคิด จ.เชียงใหม่ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(ประธานกกต.) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนางาน ยกระดับมาตรฐานการทำงานและการบริหารจัดการภายใน ครั้งที่ 1/2567 ระหว่างวันที่ 7 – 9 กุมภาพันธ์ 2567

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.

โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง เลขาธิการ กกต. รองเลขาธิการ กกต. และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง เข้าร่วมประชุม

การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา(เลือกตั้งสว.) และ การเตรียมการออกเสียงประชามติ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน 

โดยจัดให้มีการเสวนา หารือ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น การแบ่งกลุ่มเพื่อรวบรวมสภาพปัญหา อุปสรรค ในเรื่องของการบริหารงาน การดำเนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาและการออกเสียงประชามติ 

ทีมผู้บริหาร กกต.ทีมผู้บริหาร กกต.

พร้อมทั้งข้อสังเกต แนวทางและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เกี่ยวกับการบริหารจัดการ การทำงาน นำไปสู่การปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในทิศทางของการพัฒนาการดำเนินงานของสำนักงาน ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เกิดการบูรณาการร่วมกัน ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มขึ้น

ผู้เข้าร่วมประชุมจะได้รับทราบแผนงานภารกิจ แนวทาง และการพัฒนางาน ยกระดับมาตรฐานการทำงานและการบริหารจัดการภายใน โครงการ ภารกิจ ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และการออกเสียงประชามติ ตลอดจนโครงการประจำปีงบประมาณ 2567 และกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารสำนักงานกับภาคีเครือข่ายและหัวหน้าส่วนราชการ


นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.

‘อรรถวิชช์’ ทวงคืน “บึงรับน้ำคู้บอน” หลังพบหายไปจาก ผังเมือง กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/568596

07 ก.พ. 2567

16:54 น.

‘อรรถวิชช์’ ทวงคืน “บึงรับน้ำคู้บอน” หลังพบหายไปจาก ผังเมือง กทม.

‘อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี’ อดีต สส.กทม. ทวงคืน บึงรับน้ำคู้บอน หลังหายไปจาก ผังเมือง กทม. กลายเป็นที่ดินบริษัทเสนา ทั้งที่ กรุงเทพฯ รับปากจะตามเรื่องให้ เผยจะยกเลิกขยายถนนซอยแคบด้วย

ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต สส.กรุงเทพมหานคร  เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับผู้บริหาร กทม.โดยได้ข้อสรุปเกี่ยวกับ “ผังเมือง กทม.” ที่เป็นปัญหาดังนี้

ดร.อรรถวิชช์ ร่วมประชุมกมธ.ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฏร ร่วมกับผู้บริหารกทม.ดร.อรรถวิชช์ ร่วมประชุมกมธ.ป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฏร ร่วมกับผู้บริหารกทม.

1.โครงการบึงรับน้ำคู้บอน แก้มลิงรับน้ำโซนกรุงเทพตะวันออก 130 ไร่ รับน้ำได้ 870,000 ลบ.ม. ที่เคยอยู่ในแผนงานสำนักการระบายน้ำ และผ่านการทำประชาพิจารณ์จากประชาชนเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้หายไปจากผังเมือง กทม. ปัจจุบันที่ดินส่วนหนึ่งถูกจัดสรรเป็นของบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง กทม.รับว่า จะตามบึงคู้บอนกลับเข้าผังเมืองตามคำขอผม

2.กทม.จะยกเลิกการขยายถนนในซอยกว้าง 12 และ 16 เมตร (ถนนประเภข ก และ ข.) ซึ่งครอบคลุมหลายพื้นที่มีปัญหา รวมถึงซอยอารีย์สัมพันธ์ ซอยสุขุมวิทหลายซอย

3.กทม.เตรียมขยายเวลารับฟังความเห็นผังเมือง จาก 29 ก.พ.นี้ ต่อไปอีก 6 เดือน

‘อรรถวิชช์’ ทวงคืน “บึงรับน้ำคู้บอน” หลังพบหายไปจาก ผังเมือง กทม.

4.สุดท้ายได้เจอผู้ทำวิจัยของ กทม. ผมได้ฝากให้ศึกษา ทำเป็นสีใหม่คือ “อนุรักษ์เพื่อการอยู่อาศัยในเขตเมือง” ซอยไหนไม่อยากสร้างตึกสูงในซอยก็ต้องทำเป็นสีเฉพาะให้เค้า

วันนี้ผู้ว่าฯ กทม. ไม่ได้มาชี้แจงเอง ผู้ที่รับเรื่องไปคือ คุณไทวุฒิ ขันแก้ว ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ผมอยากให้ผู้ว่าฯ กทม.พูดให้ชัดๆ ด้วยตัวเอง ท่านเป็นผู้มีความชำนาญด้านอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพมหานครดีอยู่แล้ว

โฉนดที่ดินของบริษัทอสังหา ที่อยู่พื้นที่โครงการบึงรับน้ำคู้บอน กรุงเทพฯโฉนดที่ดินของบริษัทอสังหา ที่อยู่พื้นที่โครงการบึงรับน้ำคู้บอน กรุงเทพฯ