Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

หนุ่มนักดนตรีผันตัวมาขาย ‘โจ๊ก’ อร่อย-เครื่องแน่น ลูกค้าตรึม

Posted on December 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701239

หนุ่มนักดนตรีผันตัวมาขาย 'โจ๊ก' อร่อย-เครื่องแน่น ลูกค้าตรึม

หนุ่มนักดนตรีผันตัวมาขาย ‘โจ๊ก’ อร่อย-เครื่องแน่น ลูกค้าตรึม

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 21.07 น.

วันที่ 28 ธันวาคม 2565 บริเวณหน้าร้านโจ๊ก จ.จ๊อด ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 392 หมู่ที่  4 เยื้องโรงเรียนเซนยอเซฟฯ เขตเทศบาลตำบลนาแก มีประชาชนเข้าคิวรอรับโจ๊กหมูเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันเกิดลูกสาวของอดีตนักดนตรีเพื่อชีวิต นายคมกริช พรหมดี หรือจ๊อส อายุ 47 ปี เจ้าของร้านฉายาโจ๊กใจหล่อ โดยมีแนวคิดแจกโจ๊กฟรีตั้งแต่เปิดร้านครั้งแรก เหมือนเป็นการคืนกำไรให้ลูกค้า เป็นเวลานานกว่า 7 ปี

โดยนายจ๊อด เปิดเผยว่า ผ่านอาชีพเล่นดนตรีเพื่อชีวิตในกรุงเทพมหานครมา ถึง 13 ปี สุดท้ายเริ่มมีความเบื่อหน่ายชีวิตคนกลางคืน จึงคิดหาอาชีพอื่นแทน บังเอิญรู้จักกับชายชาวจีนที่ขายโจ๊กอยู่แถวร้านที่ตนเล่นดนตรี จนมีความสนิทสนมกัน ชายชาวจีนรู้ว่าตนเบื่ออาชีพคนกลางคืน จึงแนะนำให้ลองเปิดร้านขายโจ๊กดู พร้อมบอกสูตรลับนำไปประกอบอาชีพ ภายหลังลาออกจากงานกลับไปอยู่ อ.นาแก บ้านเกิด ทดลองทำโจ๊กแจกคนแถวบ้านชิมดู ปรากฏว่ารสชาติถูกปากจึงเปิดร้านขายเป็นล่ำเป็นสัน โดยวันแรกที่เปิดร้านก็แจกให้ชาวบ้านกินฟรี จากนั้นก็จะแจกโจ๊กฟรีในโอกาสสำคัญเสมอ

“วันนี้ถือว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดลูกสาว จึงถือโอกาสคืนกำไรให้ลูกค้าอีกครั้ง และขอถวายเป็นพระราชกุศลให้ในหลวง ร.9 ด้วย” นายจ๊อดเจ้าของร้าน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า โจ๊กที่นำมาแจกชาวบ้านใส่เครื่องแน่นทั้งเนื้อหมูเด้ง ตับ ไส้อ่อน และไข่ โดยระหว่างภรรยาตักโจ๊กแจกให้ชาวบ้านทาน นายจ๊อดสามีก็ยกเครื่องดนตรีมาบรรเลงเพลงขับกล่อม ระหว่างนั่งทานด้วย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อิ่มท้องสบายกระเป๋า!! ร้านข้าวแกง10บาท ตักข้าวได้ไม่อั้น-อร่อยสุดคุ้ม

Posted on December 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701129

อิ่มท้องสบายกระเป๋า!! ร้านข้าวแกง10บาท ตักข้าวได้ไม่อั้น-อร่อยสุดคุ้ม

อิ่มท้องสบายกระเป๋า!! ร้านข้าวแกง10บาท ตักข้าวได้ไม่อั้น-อร่อยสุดคุ้ม

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.10 น.

อิ่มท้องสบายกระเป๋า!! ร้านแกง10บาท ตักข้าวได้ไม่อั้น-อร่อย สบายกระเป๋าบรรยากาศสุดหรู แอร์เย็นฉ่ำ เปิดให้บริการ ตั้งแต่06.00-14.00 น.จันทร์-ศุกร์ หยุดเสาร์-อาทิตย์

ต้องลองแล้ว ร้านแกง10บาท ในตลาดอ่างทอง เลขที่ 4/4 ถนนอ่างทอง-สิงห์บุรี ต.ตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เป็นอาคารพานิชย์1คูหา  ที่เปิดร้านขายแกง ในราคา 10 บาท โดยตักแกงใส่ชามลูกค้า มีให้เลือกกว่า10 อย่าง สดใหม่ ให้เยอะ  ส่วนข้าวเป็นข้าวหอมมะลิ ทางร้านจะหุงแล้วใส่กระติกตั้งไว้พร้อมจานให้ลูกค้าที่เดินมาสั่งแกงแล้วไปตักใส่จานเองได้อย่างไม่อั้น ตามใจต้องการ อิ่มอร่อย ฟิน สบายกระเป๋า บรรยากาศทางร้านจัดไว้แบบสุดหรู ให้นั่งรับประทานในห้องแอร์ที่เย็นฉ่ำ หากสั่งกับข้าวกลับบ้าน ทางร้านคิดถุงละ25บาท  เปิดให้บริการ ตั้งแต่ 06.00-14.00 น.จันทร์-ศุกร์ หยุด เสาร์-อาทิตย์

นางสาว ณิชาภา พสุธรวณิช (พี่จี้) อายุ 38 ปี เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านมีรายได้น้อย ประสบปัญหาโควิ19 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไม่ดี สิ้นค้าแพง กับข้าวแพง อาหารแพง ทุกอย่างแพงหมด ทำอย่างไรจะได้อิ่มท้องแบบสบายกระเป๋า เป็นที่มาของ แกง10 บาท เพื่อให้ชาวอ่างทอง ได้อิ่มอร่อย แบบราคาย่อมเยาว์  ที่สำคัญทางร้านยังเปิดแอร์เย็นฉ่ำให้นั่งรับประทานแบบฟิน ซึ่งที่ผ่านมานั้นได้เปิดร้านเกมส์อินเตอร์มาหลายปี ครั้งนี้เป็นเป็นร้านแกง10บาท มีอาหารให้เลือกกว่า 10อย่าง มีโอวันติน กาแช ให้ชมดื่มชุดละ10บาท  เชิญมาอุดหนุนอร่อยฟินได้ทุกวันจัน-ศุกร์ หยุดเสาร์-อาทิตย์ และตอนนี้หยุดช่วงปีใหม่ เปิดอีกที 4 ม.ค.66 อย่าลืมมาอุหนุน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทุ่งดอกบัวตอง’เงินสะพัดเกือบ500ล้าน คาดช่วงปีใหม่เพิ่มอีก100ล้าน

Posted on December 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701120

'ทุ่งดอกบัวตอง'เงินสะพัดเกือบ500ล้าน คาดช่วงปีใหม่เพิ่มอีก100ล้าน

‘ทุ่งดอกบัวตอง’เงินสะพัดเกือบ500ล้าน คาดช่วงปีใหม่เพิ่มอีก100ล้าน

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.02 น.

เงินสะพัดในห้วงเทศกาลทุ่งดอกบัวตองบานที่ดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอนเกือบ 500 ล้านบาทแม้จะเป็นห้วงสั้น ๆ ขณะที่ห้วงเทศกาลปีใหม่ ทาง ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอนประเมินจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประมาณ 2 หมื่นกว่าคนส่งผลให้เงินสะพัดอีกกว่า 100 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 นายมาโนช กิ่งเมือง หัวหน้าวนอุทยานทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยถึงสถิตินักท่องเที่ยว  ในห้วงวันที่  1  พฤศจิกายน  2565  ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2565 (ห้วงเทศกาลดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ ที่ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. – 15 ธ.ค. 65) มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในวนอุทยานทุ่งบัวตอง นักท่องเที่ยวรวม 89,350 คน,ยานพาหนะรวม 36,014  คัน , นักท่องเที่ยวชาวไทย 85,294 คน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 4,056 คน รถจักรยาน 38 คัน รถจักรยานยนต์ 13,257 คัน รถยนต์ 2,2757 คัน

หัวหน้าวนอุทยานทุ่งบัวตอง ฯ กล่าวต่อไปว่า และหลังจากห้วงเทศกาลดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ ที่ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนกำหนดไว้ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. – 15 ธ.ค. 65 ยังคงมีนักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวบนทุ่งบัวตอง ถึงแม้ว่าดอกบัวตองจะร่วงโรยไปแล้วก็ตาม พบว่า สถิตินักท่องเที่ยว  ในห้วงวันที่  16 – 27 ธันวาคม  2565  มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในวนอุทยานทุ่งบัวตอง  นักท่องเที่ยวรวม  1,422  คน,  ยานพาหนะรวม  590  คัน นักท่องเที่ยวชาวไทย  1,274 คน , นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 148 คน ,รถจักรยานยนต์ 247 คัน และรถยนต์ 343 คัน

ด้านนายธารา ชมสมองเลิศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่อูคอ อ.ขุนยวม ฯ เปิดเผยว่า ในปีนี้ การท่องเที่ยวของทุ่งบัวตอง ฯ เป็นไปอย่างคึกคัก สาเหตุมาจากการปลดล๊อคสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 ทำให้มีนักท่องเที่ยว เกือบ 1 แสนคน เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในทุ่งบัวตอง ฯ ส่งผลให้มีเม็ดเงินของนักท่องเที่ยว ตกลงในพื้นที่ ประมาณ 446,750,000 บาท และหากนับจนถึง วันที่ 27 ธ.ค.65 สรุปรวมยอดนักท่องเที่ยว ตั้งแต่ 1 พ.ย.65 ถึง 27 ธ.ค.65  ยอดนักท่องเที่ยว ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในทุ่งบัวตอง รวมทั้งหมด 90,722 คน  ค่าใช้จ่ายเม็ดเงินจำนวน 453,860,000 บาท กระจายลงสู่พื้นที่ใน อ.ขุนยวม และ ทั่วจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้การคิดค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่อคน เฉลี่ยคนละ 5,000 บาท ได้แก่ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหาร ทั้งนี้ยังไม่นับรวมไปถึงการซื้อของที่ระลึกและสิ่งของอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ตัวเลขยอดเงินที่กระจายลงสู่พื้นที่จะสูงมากกว่านี้

สำหรับการท่องเที่ยวในทุ่งบัวตอง ที่ดอยแม่อูคอนั้น ทาง อบต.แม่อูคอ เป็นคนดำเนินการเอง โดยไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานใด แต่ก็ส่งผลให้เกิดการสร้างรายได้และทำให้มีเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นเป็นจำนวนมหาศาล ถ้าเทียบกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ซึ่งในปีหน้าทาง อบต.จะดำเนินการบริหารจัดการการท่องเที่ยวให้ดีมากกว่าปีนี้ เพื่อตอบแทนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในทุ่งบัวตอง  

ว่าที่ร้อยตรี ภานุวัฒน์ ขัดนาค ผอ.ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ในส่วนของ ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน ได้มีการคาดการณ์เทศกาลวันหยุดสิ้นปี และวันปีใหม่ 2566 จ.แม่ฮ่องสอน จะมีนักท่องเที่ยว ชาวไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประมาณกว่า  20,000 คน และนักท่องเที่ยว ต่างชาติ ไม่ต่ำกว่า 3,000 คน คิดเป็นเงินที่นำมาใช้จ่ายในพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประมาณ 107.30 ล้านบาท ( ททท.คิดค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวประมาณ 2,102.22 ต่อคน ) คาดการณ์อัตราการเข้าพักในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 70%

ผอ.ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน กล่าวต่อไปว่า สำหรับในห้วงเดือนพฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในแม่ฮ่องสอน  รวม 155,000 คน (โดยประมาณ) รายได้รวม 724 ล้านบาท (โดยประมาณ) ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย/คน/วัน 2,234.61 บาท(โดยประมาณ).-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เก่งระดับโลก!! ‘น้องเอ็นโซ่’ ซิวแชมป์โลกโกคาร์ท 2022

Posted on December 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701110

เก่งระดับโลก!! 'น้องเอ็นโซ่' ซิวแชมป์โลกโกคาร์ท 2022

เก่งระดับโลก!! ‘น้องเอ็นโซ่’ ซิวแชมป์โลกโกคาร์ท 2022

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.22 น.

“ลุงป้อม” ปลื้มชม น้องเอ็นโซ่’ เก่งใจถึง เป็นนักสู้ หลังซิวแชมป์โลกโกคาร์ท 

เมื่อเวลา 09.45 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้อนรับ ด.ช.เอ็นโซ่ ธารวณิชกุล แชมป์โลกการแข่งขันโกคาร์ท รายการเอฟไอเอ คาร์ทติ้ง ชิงแชมป์โลก 2022 ( FIA Karting World Championship 2022 )  ณ สง.คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ 

โดย พล.อ.ประวิตร  ชื่นชมน้องเอ็นโซ่ ที่อดทนและมีความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม และยังย้ำว่าใจสู้และใจถึง มีไหวพริบปฏิภาณ จึงสามารถคว้าแชมป์การแข่งขันโกคาร์ท สร้างประวัติศาสตร์และชื่อเสียงเป็นนักแข่งไทยคนแรกไทยคนแรก ถือเป็นความภาคภูมิใจคนไทยทั้งประเทศ พร้อมขอให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชนไทยต่อไป.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ลูกชิ้นยืนกิน’เร่งผลิตวันละกว่า100กก. วันหยุดปีใหม่นี้ขายดี ซื้อเป็นของฝาก

Posted on December 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701083

'ลูกชิ้นยืนกิน'เร่งผลิตวันละกว่า100กก. วันหยุดปีใหม่นี้ขายดี ซื้อเป็นของฝาก

‘ลูกชิ้นยืนกิน’เร่งผลิตวันละกว่า100กก. วันหยุดปีใหม่นี้ขายดี ซื้อเป็นของฝาก

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.11 น.

ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ เร่งผลิตลูกชิ้นจากเนื้อหมูวันละกว่า 100 กิโลกรัม เตรียมขายในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 คาดจะมีประชาชนนักท่องเที่ยวแห่ซื้อคึกคัก เป็นเอกลักษณ์การกินที่ไม่เหมือนใคร ตั้งเป้ายอดขายแต่ละร้านพุ่งเป็นวันละกว่า 1 หมื่นบาท

28 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ที่จะถึงนี้ ซึ่งมีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ก็จะมีประชาชนที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดเดินทางกลับภูมิลำเนา และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์

นอกจากส่งผลดีต่อร้านขายของฝากของที่ระลึก รวมถึงร้านอาหารต่างๆ แล้ว “ลูกชิ้นยืนกิน” ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งมีพ่อค้าแม่ค้ามาขายลูกชิ้นทอด และลูกชิ้นสดยังไทอด อยู่บริเวณด้านหลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์ และหน้าสถานธนานุบาล เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ (โรงรับจำนำหลังเก่า) ที่มีอยู่กว่า 10 ร้านนั้น ก็จะขายดิบขายดีไม่แพ้สินค้าชนิดอื่น เพราะมีเอกลักษณ์การกินที่ไม่เหมือนใคร และมีเพียงจังหวัดเดียวในประเทศไทย หรือแห่งเดียวในโลก   

โดยเฉพาะ “ลูกชิ้นหมูเกรียงไกร” ที่ขายอยู่หน้าสถานธนานุบาล เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ (โรงรับจำนำหลังเก่า) ที่ได้รับการรับรองโดยหอการค้าจังหวัดบุรีรัมย์เป็น “ของดีจังหวัดบุรีรัมย์” ซึ่งขายมานานหลายสิบปี เป็นลูกชิ้นหมูที่ทำจากเนื้อหมู มีความนุ่มอร่อย ที่สำคัญน้ำจิ้มเป็นสูตรเฉพาะทำจากน้ำมะขามเปียก พร้อมมีกลิ่นหอมของพริกทอด ทำให้รสชาติเป็นที่ถูกปากของลูกค้า

ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ก็ได้เตรียมปริมาณเนื้อหมูที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการทำลูกชิ้นวันละกว่า 100 กิโลกรัม ไว้สำหรับจำหน่ายให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ได้มาเลือกซื้อและยืนกินลูกชิ้นกันอย่างเพียงพอ

อีกทั้ง ในแต่ละวันช่วงนี้ ร้านลูกชิ้นยืนกินในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ก็มีลูกค้าคึกคักเนืองแน่นทุกร้าน ส่งผลให้แต่ละร้านมียอดขายเฉลี่ยวันละกว่า 8,000-10,000 บาท เพราะนอกจากนักท่องเที่ยวมาซื้อและยืนกินแล้ว หลายคนติดอกติดใจได้ซื้อลูกชิ้นหมูที่ยังไม่ได้ทอดติดไม้ติดมือกลับไปทอดเอง เพื่อรับประทานที่บ้าน และเป็นของฝากด้วย

ส่วนราคาขายก็ไม่แพงเพียงไม้ละ 3-5 บาท หากซื้อเป็นชุด ชุดเล็ก 50 บาท ชุดกลาง 100 บาท และชุดใหญ่ 140 บาท หรือแล้วแต่ลูกค้าจะสั่งซื้อ ส่วนลูกชิ้นเนื้อ ชุดละ 120 บาท โดยจะขายตั้งแต่ 06.00-18.00 น. ของทุกวัน ซึ่งปัจจุบันนอกจากจะมีลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์แล้ว ยังมีลูกชิ้นยืนกินกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ของจังหวัดอีกเป็นจำนวนมาก แต่ทุกร้านมีจุดเด่นเหมือนกันคือเป็นลูกชิ้นยืนกิน

นายเกรียงไกร ทองยัง เจ้าของลูกชิ้นเกรียงไกร บอกว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2566 ที่จะถึงนี้ก็ได้เตรียมผลิตลูกชิ้นวันละกว่า 100 กิโลกรัม เพื่อไว้จำหน่ายให้กับประชาชน อยู่ต่างจังหวัดเดินทางกลับภูมิลำเนา และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้มาเลือกซื้อไปรับประทานที่บ้าน หรือยืนกินลูกชิ้นอยู่หน้าร้าน รวมถึงซื้อเป็นของฝาก

ลูกค้าหรือนักท่องเที่ยวมากินลูกชิ้นที่บุรีรัมย์ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า นอกจากลูกชิ้นจะนุ่มอร่อยแล้ว น้ำจิ้มยังรสเด็ดถูกปาก และยังได้รับอรรถรสที่ไม่เหมือนที่อื่นอีกด้วย เพราะที่อื่นจะซื้อใส่ถุงกลับไปรับประทาน ไม่ได้มายืนกินหน้าร้านขายแบบนี้.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายกฯยินดีภาครัฐ-เอกชนร่วมกระตุ้นท่องเที่ยว สายการบินลดค่าบัตรโดยสาร

Posted on December 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701071

นายกฯยินดีภาครัฐ-เอกชนร่วมกระตุ้นท่องเที่ยว สายการบินลดค่าบัตรโดยสาร

นายกฯยินดีภาครัฐ-เอกชนร่วมกระตุ้นท่องเที่ยว สายการบินลดค่าบัตรโดยสาร

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.21 น.

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ยินดีภาครัฐและเอกชนร่วมกันเดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยว ลดค่าบัตรโดยสารทุกสายการบินสำหรับเส้นทางภายในประเทศสูงสุด 20%

28 ธันวาคม 2565  นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่ภายหลังจากที่รัฐบาลได้ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง ในส่วนของภาคเอกชนโดยสมาคมสายการบินประเทศไทยได้ร่วมกับรัฐบาลมอบของขวัญปีใหม่ 2566 ด้วยการลดค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางกลับภูมิลำเนาของประชาชน

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน และบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งการสนับสนุนจากภาครัฐในการส่งเสริมมาตรการการท่องเที่ยวนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยลดต้นทุนสายการบินแล้ว ยังส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวอีกด้วย ซึ่ง 7 สายการบินของสมาคมสายการบินประเทศไทย ได้ขานรับนโยบายของรัฐบาล ร่วมกันจัดโปรโมชั่นพิเศษในช่วงเดือนมกราคม 2566 ด้วยการให้ส่วนลดค่าบัตรโดยสารทุกสายการบินสำหรับเส้นทางภายในประเทศสูงสุด 20%

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สมาชิกสมาคมสายการบินประเทศไทยประกอบด้วย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สายการบินไทยแอร์เอเชีย สายการบินไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ สายการบินไทยสไมล์ สายการบินนกแอร์ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ และสายการบินไทยเวียตเจ็ท โดยทั้ง 7 สายการบินจะทยอยจัดโปรโมชั่นบิน เพื่อกระตุ้นการเดินทาง และการใช้จ่ายภายในประเทศ

“นายกรัฐมนตรีขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ที่เห็นแก่ประโยชน์ภาพรวมของประเทศ ร่วมกับรัฐบาลเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยวให้กลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มที่อีกครั้ง ทั้งนี้ นโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินอยู่นอกเหนือจากจะลดผลกระทบ และบรรเทาความเดือดร้อนจากความท้าทายต่าง ๆ ที่ส่งผลถึงประชาชน ยังมุ่งที่จะอำนวยความสะดวกสบายให้แก่พี่น้องประชาชน รวมถึงสนับสนุนส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ฟื้นฟูตัวเลขทางเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้ดีขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น ภายใต้ยุทธศาสตร์เดินหน้าประเทศไทยสู่ความมั่นคง ยั่งยืน” นายอนุชา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใส่สบงแล้วไปขอตังค์! ชาวบ้านสงสัยพระจริงมั้ย ‘หลวงพี่’เดินตลาดขอเงิน อ้างโยมพ่อป่วย

Posted on December 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701069

ใส่สบงแล้วไปขอตังค์! ชาวบ้านสงสัยพระจริงมั้ย 'หลวงพี่'เดินตลาดขอเงิน อ้างโยมพ่อป่วย

ใส่สบงแล้วไปขอตังค์! ชาวบ้านสงสัยพระจริงมั้ย ‘หลวงพี่’เดินตลาดขอเงิน อ้างโยมพ่อป่วย

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.08 น.

ชาวบ้านที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ร้องพระเดินตลาดยามเช้าขอเงินทั้งวัน สงสัยเป็นพระจริงหรือพระปลอม เจ้าหน้าที่ฯ ตรวจสอบพบเงินเต็มย่าม พูดวกไปวนมา อ้างหาเงินให้โยมพ่อป่วย เดินไป บขส. ขึ้นรถทันที

28 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ นายวีระพล รักเสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุงและแอ้ดมินเพจบ้านดุงอัพเดต รับแจ้งจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดเทศบาลเมืองบ้านดุง จ.อุดรธานี ว่าสงสัยพฤติกรรมของพระภิกษุรูปหนึ่ง เดินขอเงินค่าน้ำมันรถในตลาดสดเทศบาลเมืองบ้านดุง ดูแล้วไม่เหมาะสม หากใครไม่ให้ พระรูปนี้จะยืนมองหน้าจึ้ง!!! รออยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหน

ชาวบ้านเลยสงสัยทำไมพระท่านไม่ไปบิณฑบาต ทำไมเดินมาขอเงินในตลาดแบบนี้ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บ้านดุง และเจ้าหน้าที่ฯ เทศกิจ เทศบาลเมืองบ้านดุง โดยพระรูปนี้ บอกว่า ‘อาตมาอยู่ที่วัดบูรพาใน ต.ท่าลี่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี หลวงพ่ออบเป็นพระอุปัชฌาย์ นานๆ มาบ้านดุงซักครั้ง’

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัตรประชาชน ชื่อนายประสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี และตรวจสอบใบสุทธิปรากฏว่า หน้าไม่เหมือนพระ บอกว่าบวชมาแล้ว 1 พรรษา แต่บวชเณรมาเป็นสิบๆ พรรษาแล้วนะโยม อาตมามาบ้านดุงเมื่อเช้าวันนี้ โดยนั่งรถมา

ขณะที่เจ้าหน้าที่ฯสอบถามว่า ‘เคยเห็นมาครั้งหนึ่งเคยไปส่งแล้วใช่ไหม ไม่ใช่กิจของสงฆ์ที่มาเดินขอเงินแบบนี้ แนะนำว่าถ้าไม่ใช่พระก็สึกซะ’

หลวงพี่ก็มีอาการลุกลี้ลุกลนและบอกตัดบท ‘เดี๋ยวอาตมาจะไปบขส. ขึ้นรถโดยสารกลับกุมภวาปีก่อนนะ’

เจ้าหน้าที่สงสัยจึงถามกลับไปอีกว่า ‘ถ้าบวชจริงทำไมมาเดินขอเงิน’

หลวงพี่ก็บอกว่า ‘คือว่าแหละโยม อาตมาไม่ค่อยมีเงินติดถุงเท่าไร ถ้ามีเงินก็ต้องไปซื้อยาให้โยมพ่อที่ป่วยต้องรีบไปดูท่าน’

เจ้าหน้าที่ฯ ยืนพูดคุยกันอยู่นาน หลวงพี่ก็ย้ำว่าอาตมาไม่ค่อยได้มานะโยม นานๆ ได้มาที ยืนนานไม่ได้ปวดขา อาตมาขอลาก่อน ครั้งนี้ขอบิณฑบาตเถอะอย่าทำอะไรเลย อาตมาจะขอไปซื้อยาให้โยมพ่อก่อน และพระก็รีบบอกว่าขอเอกสารคืน และบ่นว่า ‘หน้าหนาวนี่ก็นานหมดจัง อาตมายิ่งเป็นคนภูมิแพ้อยู่ บ่มักอากาศหนาว’

เจ้าหน้าที่ฯเลยแนะนำว่า หน้าหนาวจริงๆ ควรอยู่วัด ตื่นเช้ามาก็ออกบิณฑบาต ศึกษาพระธรรมวินัย รับกิจนิมนต์ ไม่ต้องมาเดินขอเงินในตลาด เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบสิ่งของภายในย่าม ปรากฎว่าเจอผลไม้ น้ำ และเงินสดธนบัตรใบละ 20 , 50 , 100 อยู่เต็มย่าน ได้ถ่ายรูปเอาไว้เป็นหลักฐาน แนะนำถ้าเป็นพระจริงควรอยู่วัด จากนั้นหลวงพี่ก็รีบเดินหนีไป บขส. บอกว่าจะกลับ อ.กุมภวาปี ทันที.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มิสแกรนด์กาญจน์2023สุดอลัง มงลงที่ใครรับรถหรู’ลัมโบร์กินี-เฟอร์รารี่’ประจำตำแหน่ง

Posted on December 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701067

มิสแกรนด์กาญจน์2023สุดอลัง มงลงที่ใครรับรถหรู'ลัมโบร์กินี-เฟอร์รารี่'ประจำตำแหน่ง

มิสแกรนด์กาญจน์2023สุดอลัง มงลงที่ใครรับรถหรู’ลัมโบร์กินี-เฟอร์รารี่’ประจำตำแหน่ง

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.55 น.

เตรียมประกวดมิสแกรนด์ฯสุดอลังการ ชวนชาวกาญจน์ร่วมเวทีและแด๊นซไปกับ ราชินีอินดี้ แดนซ์ “ลำไย ไหทองคำ” ผอ.ใจป้ำ ปี 2023 มงลงที่ใครรับรถหรู ลัมโบร์กินี-เฟอรารี ไปประจำตำแหน่ง   

28 ธันวาคม 2565 จากกรณี นางนภัสนันท์ สมบูรณ์ทรัพย์ หรือที่ในวงการสาวงามมิสแกรนด์ เรียก “แม่นิ”ผู้อำนวยการกองประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรี เตรียมจัดเวทีการประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรี ขึ้นที่ศาลา 60 พรรษาฯ ในวันที่ 14 ม.ค.2566 ที่จะถึงนี้

ล่าสุดเมื่อเวลา 07.30 น.วันนี้ 28 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับนางนภัสนันท์ สมบูรณ์ทรัพย์ หรือแม่นิ  ที่คฤหาสหรูส่วนตัว เลขที่ 111 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อขอสัมภาษณ์ถึงการประกวดมิสแกรนด์ฯ โดยนางนภัสนันท์ สมบูรณ์ทรัพย์ หรือแม่นิ  ผอ.กองประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรี กล่าวว่า การประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรี จะจัดขึ้นวันที่ 14 ม.ค.65 ที่ศาลา 60 พรรษมหาราช ถ.ริมน้ำ อ.เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี

จุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็นที่รู้จัก จากเหตุผลดังกล่าว กองประกวดฯ เล็งเห็นว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อจังหวัดกาญจนบุรี ในด้านการท่องเที่ยวและสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนชาวกาญจนบุรีได้ ซึ่งรายได้ที่เกิดจากการประกวดหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว กองประกวดฯ จะดำเนินการมอบเงินให้กับองค์กรการกุศลที่มีกิจกรรมอันเป็นสาธารณะประโยชน์ในพื้นที่หวัดกาญจนบุรีต่อไป

แม่นิ ยอมรับว่า การจัดการประกวดครั้งแรกไม่มีนางงามมาสมัครเข้าประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรีเลย  ครั้งนั้นแม่นิ ถึงกับร้องให้และถามตัวเองว่า “ทำไมหละ” แต่จากการสอบถามไปยังกองประกวดฯจึงทราบว่า PD.คนเก่าไม่มีความรับผิดชอบเรื่องเงิน จึงทำให้ผู้เข้าประกวดฯเข็ดไม่อยากมาสมัคร แม่นิ จึงขอให้กองประกวดส่งคนมาช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ และทุกครั้งที่ทำการประกวดแล้วเสร็จ แม่นิได้จ่ายเงินรางวัลให้กับผู้ประกวดรวมทั้งพี่เลี้ยงทุกคนโดยไม่มีติดค้าง  ทำให้นางงามรวมทั้งพี่เลี้ยงของผู้เข้าประกวด ต่างก็ชื่นชม การประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรีจึงประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้

สำหรับการจัดเวทีการประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรี ประจำปี 2566  ได้กำหนดให้ผู้เข้าประกวดรายงานตัวในวันที่ 5 ม.ค.66 ที่ห้างสรรพสินค้นโรบินสันกาญจนบุรี หลังจากรายงานตัวเสร็จ จะให้ผู้เข้าประกวดเข้าพักที่ โรงแรมสวนน้ำ(WaterparkHotel)

จากนั้นวันที่ 6 ม.ค.แม่นิ จะนำพาผู้เข้าประกวดไปชมและถ่ายภาพตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งถือว่าเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดกาญจนบุรีให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ส่วนช่วงเย็นของวันเดียวกัน จะมีการเปิดตัวผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ในชุดตรีมของวิคตอเรีย ซีเคร็ท ที่หาดชื่นฤดี ซึ่งผู้ชนะจะได้รับรางวัลเป็นขวัญใจชาวกาญจนบุรี

ช่วงเย็นทุกคนจะได้พบกับ ราชินีอินดี้ แดนซ์ “ลำไย ไหทองคำ”บนเวที มี “น้องชาล็อต” และ “น้องชมพู” มาร่วมแสดงและโชว์ตัวด้วย สำหรับค่าตั๋วหากซื้อผ่านออนไลน์ จะจำหน่ายในราคา 150 บาท หากไปซื้อที่หน้างาน จำหน่ายในราคา 200 บาท ส่วนระดับวีไอพี จำหน่ายในราคา 1,500 บาท  

สำหรับการประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรีรอบไฟนอล จะจัดขึ้นที่ศาลา 60 พรรษามหาราช ในวันที่ 14 ม.ค.66 โดย “น้องอิงฟ้าและน้องชาล็อต” จะมาร่วมแสดงและโชว์ตัวด้วย”ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวกาญจนบุรี รวมทั้งชาว กทม.และจึงหวัดใกล้เคียง มาร่วมสัมผัสบรรยากาศ พร้อมกับเชียร์และให้กำลังใจผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรีกันอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งเชื่อว่าบรรยากาศการประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรีในปีนี้ กองประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรีจะจัดได้อย่างอลังการไม่แพ้จังหวัดอื่นอย่างแน่นอน” แม่นิ กล่าว

แม่นิ กล่าวว่า การประกวดมิสแกรนด์กาญจนบุรี หลายปีที่ผ่านมา แม่นิรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยมีการล็อคมง และการประกวดในปี 2023 นี้ขอให้ผู้เข้าประกวดสบายใจได้เพราะจะไม่มีการล็อคมง โดยเด็ดขาด และที่สำคัญคณะกรรมการผู้ตัดสินที่มามีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายสาขาอาชีพ เช่น บัวขาว บัญชาเมฆ คุณหมอ และอาจารย์ ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ  ส่วนผลงานการส่งเข้าประกวดระดับประเทศ มิสแกรนด์กาญจนบุรี ได้รับรางวัลชุดประจำชาติเป็นประจำทุกปี  และในปีนี้หากมงลงกับสาวงามผู้เข้าประกวดรายใด จะมีรถประจำตำแหน่งให้ มีทั้งรัมโบกินี เฟอรารี สามารถเลือกเอาได้เลย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อึ้ง!‘ศศิน’สะท้อนภาพลือทุจริต‘กรมอุทยานฯ’เมื่อ 3 ปีก่อน ต้องใช้เงิน 3 กิโลฯรักษาเก้าอี้

Posted on December 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701066

อึ้ง!‘ศศิน’สะท้อนภาพลือทุจริต‘กรมอุทยานฯ’เมื่อ 3 ปีก่อน ต้องใช้เงิน 3 กิโลฯรักษาเก้าอี้

อึ้ง!‘ศศิน’สะท้อนภาพลือทุจริต‘กรมอุทยานฯ’เมื่อ 3 ปีก่อน ต้องใช้เงิน 3 กิโลฯรักษาเก้าอี้

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.37 น.

‘ศศิน’ ย้อนโพสต์ให้ดูเมื่อ 3 ปีก่อน เคยสะท้อนสภาพปัญหาการทุจริตใน ‘กรมอุทยานฯ’ จะกลับมาหลังเกิดเสียงลือเสียงเล่าอ้าง ‘หน.อุทยานฯ’ ดังๆที่มีนักท่องเที่ยวเยอะๆต้องใช้เงินถึง 2-3 กิโลฯ เพื่อรักษาตำแหน่ง และส่งต่อกันเป็นทอดๆในระดับที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

28 ธันวาคม 2565 นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เมื่อสามปีที่แล้ว ผมสามารถให้ข้อคิดเห็นแบบนี้ในเพจของกรมอุทยานได้ โดยระดับนโยบายก็ไฟเขียวให้ความเห็นแบบนี้ลงได้ เพราะเดาไว้ว่าระบบทุจริตเรื่องตำแหน่งน่าจะต้องกลับมาหลังจากซาไปนาน”

ทั้งนี้ นายศศิน ได้แชร์โพสต์ดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ3 ปีก่อน มีเนื้อหาดังนี้…

21 กรกฎาคม 2019  ·

#วิเคราะห์ธรรมาภิบาล และสภาพปัญหา

ของการเข้าสู่ตำแหน่งของ#หัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์

ในสายตาคนนอก มีเสียงลือเล่าอ้างว่า… กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นหน่วยงานของรัฐที่ชื่อด้านการทุจริตเป็นอย่างมาก

“มีข่าวแว่วมาให้ได้ยินตลอดว่าตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดัง ๆ ที่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการเยอะ ๆ มักมีผลประโยชน์แอบแฝง ต้องใช้เงินสองสามกิโลเพื่อแลกตำแหน่ง แล้วก็ส่งต่อกันไปเป็นทอด ๆ ในระดับที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ”

ศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร สะท้อนเสียงของ “ข่าวลือ” ที่ได้ยินมาตลอดช่วงการทำงานอนุรักษ์ผืนป่า พร้อมอธิบายว่า หนึ่งกิโลคือหนึ่งล้านบาท

ศศิน ขยายความต่อว่า ผลประโยชน์ไม่ได้จบแค่การเรื่องการได้มาซึ่งตำแหน่ง แต่ขยับต่อไปถึงการเรียกเงินเพื่อรักษาตำแหน่งให้อยู่ได้นาน ๆ

เป็นต้นว่า หากอยากอยู่นานก็ต้องจ่ายเพิ่ม…

ต่อเสียงสะท้อนที่ได้ยินมา ในทัศนะของ ศศิน มองว่า นี่คือกระบวนการบ่อนทำลายงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรุนแรง เพราะแทนที่เป้าหมายจะเป็นเรื่องการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ แต่กลับเป็นการมุ่งหาเงินมาเพื่อรักษาไว้ซึ่งตำแหน่ง

“เราได้ยินเรื่องทำนองนี้มาตลอด ไม่ทราบหรอกว่าจริงหรือเท็จ แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงผมคิดว่าพอนานเข้ามันจะกลายเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดใด ในระยะยาวองค์กรต้องล่มสลายแน่ ๆ”

อย่างไรก็ตาม นับเป็นโชคดีที่ว่า “การเปลี่ยนแปลง” ที่ศศิน พูดถึง ได้เกิดขึ้นแล้ว ดังที่เราได้ฟังกันจากข่าวเรื่องการเก็บเงินรายได้อุทยานแห่งชาติที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า

อยู่ดี ๆ การจัดเก็บเงินรายได้อุทยานแห่งชาติก็เพิ่มมากขึ้นทั้งที่จำนวนนักท่องเที่ยวไม่ได้ต่างจากเดิม สิ่งนี้คือภาพสะท้อนของความไม่ปกติในอดีต

แต่เมื่อได้รับการแก้ไข ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีมูลค่ามหาศาล…

มูลค่ามหาศาล… ในที่นี้ก็ไม่ได้หมายถึงแค่เงินตรา แต่ยังรวมถึงการจัดการบำรุงรักษาทรัพยากรอันเป็นพันธกิจหลักของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ต้องนำความสำเร็จด้านนี้มาเป็นอันดับแรก

และเป็นสัญญาณที่บอกว่า การทุจริตได้ถูกทำลายลงบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตามในทัศนะของ ศศิน กรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นอาจไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะนำความยั่งยืนไปสู่การบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล เพราะเงื่อนไขการพัฒนาองค์กรอย่างมีศักยภาพจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างบุคลากรจากภายในหลายระดับ

เริ่มจากพื้นฐานคือ ผู้พิทักษ์ป่า หรือเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน ที่ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่เริ่มต้น

“รวมไปถึงปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอย่างเรื่อง มีชื่อแต่ไม่มีตัวตนจริง ต้องแก้ให้หมด”

ระดับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ คือ ตำแหน่งชี้เป็นชี้ตายในพื้นที่ หากมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็จะเกิดชนวนของระเบิดเวลาทันที

ระดับผู้บริหาร เช่น อธิบดีกรม คืออีกคีย์สำคัญ เพราะมีอำนาจต่อการโยกย้ายตำแหน่ง

“คนเป็นอธิบดีต้องเลือกคนจากผลงานไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ สมมติว่าเลือกคนนี้มาเพราะเป็นคนสนิทของตัวเองหรือไว้ใจเรื่องผลประโยชน์ เราจะได้บุคลากรที่ไม่มีความรู้จริงไปทำงาน”

เพราะการหาคนให้ถูกกับงานคือหัวใจสำคัญที่สุดของการรักษาทรัพยากร” ศศินกล่าวย้ำ

ย้อนกลับไปที่เรื่องเงินรายได้ที่ปัจจุบันมีการเปิดเผยรายละเอียดให้สาธารณชนได้ทราบ ประเด็นนี้ก็เป็นอีกเรื่องสำหรับการตรวจสอบความโปร่งใสองค์กร แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากสาธารณชนช่วยกันตรวจสอบ

“ตอนนี้เรามีเงินรายได้เท่าไหร่ ถ้าต่อไปเงินรายได้มันลดลง สังคมต้องช่วยกันตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ แต่ต้องไม่ใส่ร้าย”

นอกจากนี้ ในอีกประเด็นหนึ่งที่ ศศิน เห็นว่าควรให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องใด คือ การพัฒนาระบบการคัดสรรคนเข้ามาเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ

“กระบวนการต้องมีความเข้มข้นมากกว่าเดิม เช่น หัวหน้าอุทยานแห่งชาติต้องผ่านการฝึกอบรม ต้องมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน มีความรู้ความสามารถสอดรับกับพื้นที่ หากขาดคุณสมบัติใดไป ก็ไม่ควรอนุมัติอนุญาตให้เข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้”

ศศิน ทิ้งท้ายว่า แม้การดูแลทรัพยากรธรรมชาติจะเป็นหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แต่องค์กรอื่น ๆ อย่างเอ็นจีโอหรือสาธารณชน คือ กลไกสำคัญในการช่วยตรวจสอบ เป็นหูเป็นตา เพื่อให้งานอนุรักษ์สามารถดำเนินไปได้บนหลักธรรมาภิบาลที่ถูกต้อง

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FSasin.Seub%2Fposts%2Fpfbid024y4xEmL4SxCB7x7GYTdSpviTDfqXxzAXVWTbYdPxWrrdD7fMr4zzWzAVXFVthCCLl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่ารักตากับหลาน! มาส่งที่โรงเรียน ต้องมาวิ่งด้วยอีก งอแงไม่ยอมให้กลับบ้าน

Posted on December 28, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/701065

น่ารักตากับหลาน! มาส่งที่โรงเรียน ต้องมาวิ่งด้วยอีก งอแงไม่ยอมให้กลับบ้าน

น่ารักตากับหลาน! มาส่งที่โรงเรียน ต้องมาวิ่งด้วยอีก งอแงไม่ยอมให้กลับบ้าน

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.24 น.

28 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ได้รับคลิปวีดีโอจากคุณครูท่านหนึ่ง ที่โรงเรียนบ้านหนองยาว ต.สมุด อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งในคลิปวีดีโอเป็นกิจกรรมที่คุณครูให้นักเรียนอนุบาล วิ่งออกกำลังกายรอบสนามฟุตบอลในช่วงเช้า เพื่อคลายหนาว แต่ภาพที่ทำให้สดุดตาก็คือ มีผู้ปกครองท่านหนึ่งวิ่งรอบสนามไปกับเด็กๆด้วย

หลังจากนั้นคุณครูได้เข้าไปสอบจึงทราบว่า เป็นคุณตาที่มาส่งหลานที่โรงเรียน แต่หลานงอแงไม่ยอมให้กลับ เลยต้องยอมวิ่งรอบสนามฟุตบอลเพื่อคลายหนาวเป็นเพื่อหลาน จนกลายเป็นภาพน่ารักๆขึ้น

ตามรายงานที่คุณครูได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่เด็กๆวิ่งคลายหนาวรอบสนามฟุตบอลเสร็จแล้ว หลานก็ยังงอแงไม่ยอมให้คุณตากลับ จนคุณตาต้องไปยืนเข้าแถวเคารพธงชาติเป็นเพื่อนหลาน ก่อนจะส่งเข้าห้องเรียน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,921,097 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม รับสมัครที่ปรึกษาวัฒนธรรม รุ่น 2 สู่บทบาท “ผู้ออกแบบอนาคตเมือง”
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มอบทุนนักศึกษา และเสวนาภายใต้หัวข้อ 'Mathematics for Industrial Solutions'ประจำปี 2569
กองทัพอิสราเอลยอมรับ ภาพทหารใช้ค้อนทุบ "รูปปั้นพระเยซู" ในเลบานอน เป็น "เรื่องจริง"
อนุทิน สั่งเข้มสู้ฝุ่น บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด เซฟสุขภาพประชาชนระยะยาว
สิงคโปร์ อินโดฯ มาเลเซีย ยืนยันดูแล "ช่องแคบมะละกา" เปิดใช้งานปลอดภัย ท่ามกลางความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
GMM Music ปิดจบด้วยดีร่อนจดหมายถ้อยแถลงความร่วมมือบริหารจัดการศิลปิน
ปกรณ์ รับรัฐบาลเล็งออก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้าน รับมือวิกฤตซ้ำซ้อน
'ซาร่า'ควง 'แดเรอล์ ยัง'เปิดใจ 2 ปีพิสูจน์รักแท้ในเรือนจำบทเรียนรักที่เกือบปล่อยมือ
ไฟใต้ ปอเนาะ ‘ปฏิบัติการไอโอ’ และคำขอโทษ
เซเลนสกีโวยสหรัฐฯ ขยายเวลาผ่อนปรนคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย

Recent Posts

  • โรงงานพลุอินเดียระเบิด ดับพุ่ง 25 ศพ
  • นิวซีแลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉินกรุงเวลลิงตัน น้ำท่วมฉับพลัน-ดินถล่ม
  • พบศพทารกกว่า 50 รายถูกทิ้งสุสานในตรินิแดด ตำรวจเร่งสอบปมทิ้งศพผิดกฎหมาย
  • ตั๋วเครื่องบินแพงกระฉูด Korean Air ขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน 7 เท่า
  • กองทัพอิสราเอลยอมรับ ภาพทหารใช้ค้อนทุบ “รูปปั้นพระเยซู” ในเลบานอน เป็น “เรื่องจริง”

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d