Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘เจ้าจ้อน’ ทายผลฟุตบอลโลก 2022 รอบ 4 ทีมสุดท้าย

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697665

'เจ้าจ้อน' ทายผลฟุตบอลโลก 2022 รอบ 4 ทีมสุดท้าย

‘เจ้าจ้อน’ ทายผลฟุตบอลโลก 2022 รอบ 4 ทีมสุดท้าย

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.42 น.

“เจ้าจ้อน” ลิงชิมแปนซีฉลาดและแสนซนประจำสวนสัตว์สงขลา สร้างสีสันทายผลฟุตบอลโลก 2022 รอบ 4 ทีมสุดท้าย คู่ระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสกับทีมชาติโมร็อกโก ซึ่งจะทำการแข่งขันในวันที่ 14 ธันวาคม 2565 เวลา 02:00 น. ที่จะถึงนี้ 

หลังจากที่เจ้าจ้อน ลิงชิมแปนซีได้ทายผลฟุตบอลโลก 2022 คู่เปิดสนามระหว่าง กาตาร์และเอกวาดอร์ ถูกต้อง จนได้รับรางวัลจากสวนสัตว์สงขลาและเป็นที่ฮือฮาจากแฟนบอลกันมาแล้ว เป็นโอกาสดีที่เจ้าจ้อน ลิงชิมแปนซี ได้มีโอกาสกลับมาทายผลฟุตบอลโลก 2022 อีกครั้ง หลังจากที่พลาดโอกาสในการทายผลในรอบ 16 ทีม และ 8 ทีม เนื่องจากสภาพอากาศในจังหวัดสงขลาไม่เป็นใจ มีฝนตกกระหน่ำอย่างต่อเนื่องทุกวัน ทำให้ไม่สามารถให้เจ้าจ้อนออกสู่ส่วนแสดงได้ 

สำหรับในวันนี้ ท้องฟ้าเปิดแต่สภาพอากาศยังขมุกขมัว เต็มไปด้วยเมฆฝนที่พร้อมจะตกอยู่ตลอดเวลา และบางช่วงฝนก็โปรยปรายลงมาเล็กน้อย ด้วยคำเรียกร้องถามหาเจ้าจ้อนกับการทายผลฟุตบอลโลก 2022 จากเหล่าบรรดาแฟนคลับ สวนสัตว์สงขลา จึงให้เจ้าจ้อนได้ร่วมทายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก ในรอบ 4 ทีม สุดท้าย คู่ระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสกับทีมชาติโมร็อกโก  

โดยทางสวนสัตว์สงขลาได้นำธงชาติของทั้งสองทีมไปผูกไว้กับเชือก ท่ามกลางการรอลุ้นของกองเชียร์ที่เจ้าจ้อนจะไปเลือกธงชาติ เที่ยวนี้มันไม่ได้ตัดสินใจนานเลย เมื่อพี่เลี้ยงปล่อยเจ้าจ้อนออกมา มันก็คว้าลูกฟุตบอลแล้ววิ่งเลี้ยงไปรอบๆส่วนแสดงฯ หลังจากนั้นวิ่งกลับมาคว้าธงชาติโมร็อกโก แล้วก็วิ่งวนไปรอบๆส่วนแสดงฯ อยู่หลายรอบ ท่ามกลางเสียงเฮและเสียงปรบมือ ที่นี้ก็ต้องมาคอยลุ้นดูว่าเจ้าจ้อนจะทายบอลคู่นี้ถูกหรือไม่ ซึ่งจะทำการแข่งขันในวันที่ 14 ธันวาคม 2565 เวลา 02:00 น. ที่จะถึงนี้ 

หลังจากเจ้าจ้อนหรือมิสเตอร์จ้อนได้เสี่ยงทายผลการแข่งขัน โดยได้คว้าธงชาติโมร็อกโกเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นมันก็มาคว้าธงชาติฝรั่งเศสอีกด้วย คาดว่า ทีมชาติม้ามืดอย่างโมร็อกโก อาจขึ้นนำทีมชาติฝรั่งเศสก่อนก็เป็นได้ หรืออาจพลิกล็อก เอาชนะทีมชาติสายแข็งตัวเต็งในรายการนี้ ได้อย่างปาฏิหาริย์ ดังกรณีการพลิกล็อกของทีมรองในการแข่งขันฟุตบอลโลกในครั้งนี้ ที่ผ่านมาในหลายๆ คู่ เชื่อว่า การแข่งขันในวันที่ 14 ธันวาคมนี้ คงจะดุเดือดเผ็ดมัน ไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน 

เมื่อเจ้าจ้อนเสร็จภารกิจการเลือกธงชาติคู่ระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสกับทีมชาติโมร็อกโก เสร็จเรียบร้อยแล้ว และมันก็เล่นกับกองเชียร์ที่มาเฮอยู่หน้าคอกของมัน จนเหนื่อยและก็ได้รับรางวัลเป็นน้ำแดงเย็นๆ 1 ขวด ซึ่งเป็นของโปรด มันเดินลงมาหยิบน้ำแดง แล้วยืนซดกินตรงนั้นเลยอย่างสบายใจ 

การเสี่ยงทายผลบอลเป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์ Animal Enrichment ที่ต้องการกระตุ้นให้สัตว์ป่าได้ฝึกการสังเกตสิ่งแปลกปลอมและจัดการสิ่งแปลกปลอมในอาณาเขตของตนเอง ถือเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสัตว์ป่าในส่วนแสดงสัตว์ไม่ให้เกิดความน่าเบื่อ ตลอดจนลดความตึงเครียดแก่สัตว์ป่าได้ 

นายพิเชษฐ์ ทัปนวัชร์ รักษาการ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา กล่าวว่า หลังจากที่มิสเตอร์จ้อนทายผลฟุตบอลโลก 2022รอบคู่เปิดสนามและประสบความสำเร็จแล้วนั้น วันนี้ในรอบ 4 ทีม สุดท้ายในคู่ของฝรั่งเศสและโมร็อกโก ก็ต้องมาคอยลุ้นกันว่า เจ้าจ้อนจะทายผลบอลคู่นี้ถูกหรือไม่ถือว่าเป็นความบันเทิงและสีสันของคอบอลทั่วประเทศ ก็อยากให้ทุกท่านเข้ามาติดตามการทายผลครั้งนี้กันเยอะๆ ด้วย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดชุมชนท่องเที่ยว ‘แคคตัสวิลเลจ’ แหล่งผลิตใหญ่สุดในภาคอีสาน

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697664

เปิดชุมชนท่องเที่ยว 'แคคตัสวิลเลจ' แหล่งผลิตใหญ่สุดในภาคอีสาน

เปิดชุมชนท่องเที่ยว ‘แคคตัสวิลเลจ’ แหล่งผลิตใหญ่สุดในภาคอีสาน

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.39 น.

ททท.สำนักงานบุรีรัมย์ ร่วมสภาอุตฯ ท่องเที่ยวจังหวัดฯ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดฯ สมาพันธ์ SME ไทย จ.บุรีรัมย์และชุมชนตาไก้พลวง เปิดชุมชนท่องเที่ยว “แคคตัสวิลเลจ” และศูนย์รวมสินค้าชุมชน เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของบุรีรัมย์ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และจะเป็นแหล่งผลิตแคคตัสใหญ่ที่สุดภาคอีสาน

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานบุรีรัมย์ ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ สมาพันธ์ SME ไทย จังหวัดบุรีรัมย์ และชุมชนตาไก้พลวง เปิดตัวชุมชนท่องเที่ยว “แคคตัสวิลเลจ” และศูนย์รวมสินค้าชุมชน ที่วัดตาไก้พลวง ต.หนองกง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ หวังให้เป็นแลนด์มาร์กและแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ของจังหวัดบุรีรัมย์

โดยชุมชนท่องเที่ยวดังกล่าว จะเป็นแหล่งผลิตแคคตัสแห่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน โดยจะมีแคคตัส หรือ “กระบองเพชรจิ๋ว” หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งยังมีผลิตภัณฑ์จากชุมชน อาหารพื้นบ้าน ผ้าไหมทอมือ ผ้าภูอัคนี สินค้าเกษตรอินทรีย์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมและเลือกซื้อ นอกจากนั้น ยังมีวิหารกลางน้ำ สีขาว โดยเฉพาะในยามค่ำคืนเมื่อเปิดไฟก็จะมีแสงสะท้อนผิวน้ำอย่างสวยงามให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังจะได้ผ่อนคลายกับการนวดฝ่าเท้า และสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนอีกด้วย ซึ่งในวันเปิดตัวชุมชนท่องเที่ยววัดตาไก้พลวงในช่วงหยุดยาว วันที่ 11-12 ธ.ค. 65 ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชม และสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนอย่างคึกคัก

นางธัญวลัย ทัศนสนวิจารณ์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า แหล่งท่องเที่ยวชุมชนวัดตาไก้พลวงแห่งนี้ เป็นความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหรือแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของอำเภอนางรอง และจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวในพื้นที่จังหวัด ซึ่งนอกจากจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในชุมชนอีกด้วย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชื่อมโยงทุกพื้นที่ เปิดหัวใจ ‘ขจัดความยากจน’

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697652

เชื่อมโยงทุกพื้นที่ เปิดหัวใจ 'ขจัดความยากจน'

เชื่อมโยงทุกพื้นที่ เปิดหัวใจ ‘ขจัดความยากจน’

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.50 น.

แม้ว่าความยากจนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ แต่การ “ขจัดความยากจน” ก็เป็นสิ่งที่ยาก จึงต้องเดินหน้าสู่การเชื่อมโยงและการเปิดใจของทุกพื้นที่ที่จะมีเป้าหมายเดียวกัน คือ นำเกษตรคนเมือง “ขจัดความยากจน” 

“จีน” เป็นประเทศตัวอย่างที่เดินหน้าขจัดความยากจนอย่างเข้มข้นมาตลอด 40 ปี และ ตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา ประเทศจีนได้ขับเคลื่อนมาตรการขจัดความยากจนอย่างละเอียดแม่นยำ ตรงจุดตรงเป้าหมายและล็อกเป้าเป็นรายบุคคลได้อย่างแม่นยำเช่นกัน โดยหนึ่งในยุทธการขจัดความยากจน คือ การพัฒนาคน ซึ่งหนังสือ “คำสำคัญ เพื่อเข้าใจประเทศจีน” ฉบับขจัดความยากจนอย่างตรงจุด เขียนไว้อย่างน่าสนใจว่า “การขจัดความยากจนจึงกลายเป็นข้อเรียกร้องพื้นฐานในการพัฒนาศักยภาพของคนอย่างรอบด้าน สังคมนิยมไม่พียงแต่ต้องการบรรลุเป้าหมายด้านปากท้องและความอบอุ่นกายของประชาชนเท่านั้น แต่ยังต้องการให้ประชาชนได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่งดงามและพัฒนาอย่างรอบด้าน ด้วยเป้าหมาย “พัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน” โดยมีความหมายว่า การขจัดความยากจนนั้นไม่เพียงแต่เป็นปลดแอกจากข้อจำกัดที่ผูกมัดเศรษฐกิจอันเกิดจากประชากรกลุ่มยากจนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงต้องทำให้ความประสงค์ที่จะมุ่งสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเขานั้นเกิดขึ้นเป็นจริงให้ได้ 

“ท่านสี จิ้นผิง” จึงเรียกร้องว่า จะต้องยึดมั่นในวิสัยทัศน์การพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างรอบด้าน นำมาเป็นหลักคิดชี้นำการขจัดความยากจน สร้างความหลากหลายและสมบูรณ์ด้านวัฒนธรรมและคุณภาพชีวิตให้กับพื้นที่ยากจน เสริมการพัฒนาสังคมในพื้นที่ยากจน ยกระดับการศึกษา วัฒนธรรม สุขภาพและคุณสมบัติโดยรวมของประชาชนในพื้นที่ยากจน อันเป็นการกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงและยกระดับทั้งจิตวิญญาณภายในและภาพลักษณ์ภายนอก สำหรับพื้นที่ยากจนและประชาชนผู้ยากจนทั้งหมด 

แต่เป้าหมายของจีนก็พบกับอุปสรรคเช่นกันในระยะแรกเริ่ม โดยหนังสือเล่มนี้ระบุว่า ก่อนที่จะมีการปฏิรูปเศรษฐกิจและเปิดประเทศ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนนั้นเป็นไปได้อย่างเชื่องช้า ทำให้ข้อได้เปรียบอันเป็นจุดเด่นของระบอบสังคมนิยมไม่สามารถสะท้อนให้เห็นได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้แสดงถึงความได้เปรียบอันเป็นจุดเด่นของระบอบสังคมนิยมนี้ ก็ต้องทำให้ผู้คนมีชีวิตที่ร่ำรวยมั่งคั่งขึ้นมาก่อน 

แต่เนื่องด้วยทัศนคติผิดๆ บางอย่างที่ผูกมัดและจำกัดความคิดของผู้คนอย่างรุนแรง กลายเป็นข้อจำกัดต่อการพัฒนากำลังการผลิต ด้วยเหตุนี้ ท่านเติ้ง เสี่ยวผิง จึงนำเสนอนโยบายและวิสัยทัศน์ว่า “คนที่ร่ำรวยก่อนชักนำให้เกิดการรวยร่วมกัน” โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะกระตุ้นให้เกิดความกระตือรือร้นและพลังการสร้างนวัตกรรมใหม่ของมวลมหาประชาชน ท่านเติ้ง เสี่ยวผิ้ง ชี้ว่า เราส่งเสริมให้บางพื้นที่ร่ำรวยขึ้นมาก่อน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการกระตุ้นและชักนำให้พื้นที่อื่นๆ เกิดความร่ำรวยตามขึ้นมา และให้พื้นที่ที่ร่ำรวยก่อน ช่วยเหลือพื้นที่ที่ยังล้าหลังได้รับการพัฒนาอย่างดียิ่งขึ้น การสนับสนุนให้ประชาชนบางส่วนร่ำรวยขึ้นมาก่อนก็เป็นวิสัยทัศน์หลักคิดเดียวกัน ในบางพื้นที่หรือคนบางกลุ่ทสามารถ มั่งคั่งขึ้นมาก่อน กลายเป็นแรงดึงที่ชักนำและช่วยเหลือพื้นที่อื่นๆ และ บุคคลอื่นๆ มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น และ ก้าวไปสู่เป้าหมายมั่งคั่งร่วมกัน 

ตลอด 40 ปี ในการปฏิรูปและเปิดประเทศ ประเทศจีนประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการพัฒนาสภาพเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ประชากรที่ยากจนนับหลายร้อยล้านคนสามารถหลุดพ้นจากความยากจน ซึ่งคิดเป็นความสำเร็จลุล่วงมากกว่า 70% ของภารกิจขจัดความยากจนในประชากรทั่วโลกในขณะนี้ 

ส่วนข้อมูลที่น่าสนใจอีกด้านคือ ธนาคารโลกประจำประเทศไทยเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2563 ระบุว่าประเทศไทยมีตัวชี้วัดระดับสากลด้านภาวะความเป็นอยู่ที่ดีในระดับที่ดี เช่น การเข้าเรียนของเด็กปฐมวัย การมีน้ำใช้ สุขาภิบาล และการมีไฟฟ้าใช้ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน  อีกทั้ง อัตราความยากจนระดับรุนแรงของประเทศไทยที่ใช้มาตรฐานสากลเป็นตัววัด คือจำนวนประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.90 เหรียญสหรัฐต่อวันมีเพียงร้อยละ 0.03  แต่ความเหลื่อมล้ำยังคงเป็นประเด็นสำคัญของประเทศไทย   ความมั่งคั่งยังคงไม่ได้กระจายอย่างทั่วถึงไปสู่ประชากรที่มีรายได้ต่ำล่างสุดร้อยละ 40 ได้ดีนัก  ในช่วงปี 2558-2560 ที่ผ่านมายังพบว่า ประชากรกลุ่มนี้มีการบริโภคและรายได้ติดลบอีกด้วย   แนวโน้มการเติบโตที่พลิกผันของกลุ่มประชากรกลุ่มนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ เกิดจากรายได้แรงงานทุกประเภทลดลง รวมถึงการหยุดนิ่งของการเพิ่มค่าแรง และรายได้จากภาคการเกษตรและธุรกิจลดลง

ขณะที่งานวิจัยของ ผศ.ดร.สมพร โกมารทัต และคณะ (2560) เรื่อง “การสำรวจสถานะเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในบริบทประเทศไทย และทางเลือกมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ สังคม และกฎหมาย เป้าหมายที่ 1 ขจัดความยากจน” สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อสำรวจสถานะและศักยภาพของประเทศไทยในการบรรลุซึ่งการขจัดความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ ให้ข้อมูลว่า ในประเทศไทยแค่ไหนที่เรียกว่าจน โดยให้เกณฑ์ในการดู 2 ข้อ ได้แก่ 

หนึ่ง แนวคิดการวัดความยากจนแบบสัมบูรณ์ คือ การแบ่งกลุ่มคนออกจากกัน โดยใช้เกณฑ์ค่าครองชีพขั้นต่ำสุดที่มนุษย์จะดำรงชีพได้เป็นตัวแบ่ง วิธีการนี้รู้จักกันในชื่อ ‘เส้นความยากจน’ ใครที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน คนนั้นจะถือว่าเป็นคนจน

สอง แนวคิดการวัดความยากจนแบบสัมพัทธ์ คือ การนิยามความจนโดยเปรียบเทียบกับคนกลุ่มอื่นๆ ในสังคม อย่างการนำรายได้สุทธิของประชากรมาเปรียบเทียบกัน เช่น กำหนดว่า ร้อยละ 10 ของคนมีรายได้ต่ำสุดถือเป็นคนจน หรือกำหนดจากรายได้เฉลี่ย เช่น 30,000 บาท ถ้าใครมีเงินต่ำกว่าร้อยละ 50 หรือ 15,000 บาทก็ถือว่าเป็นคนจน เป็นต้นประเทศไทยใช้แนวคิดการวัดความยากจนแบบสัมบูรณ์เป็นเกณฑ์ ซึ่งมีการคำนวณเพื่อกำหนดเส้นความยากจนทุกปี โดยการคำนวณจะพิจารณาจากค่าใช้จ่ายขั้นต่ำในการดำรงชีวิต ประกอบด้วย ค่าอาหารและสินค้าบริการจำเป็นขั้นพื้นฐาน และในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เส้นความยากจนของประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2550 อยู่ที่ 2,006 บาทต่อเดือน ปี 2555 อยู่ที่ 2,492 บาทต่อเดือน และปี 2559 อยู่ที่ 2,667 บาทต่อเดือน ตัวเลขปีล่าสุดสะท้อนว่าแต่ละวันคนไทยจะต้องหาเงินสร้างรายได้ให้ได้อย่างน้อย 89 บาทต่อวัน ถ้าคิดเป็นรายปีก็เท่ากับ 32,004 บาทต่อปี ผู้มีรายได้ต่ำกว่านี้จะนับว่าเป็นคนจนในสังคมไทย

ปัจจุบัน มีหน่วยงานหลายหน่วยงานที่มีความตั้งใจจะ “ขจัดความยากจน” ในไทย อาทิ “ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Centre for SDG Research and Support (SDG Move) ตั้งขึ้นในปี 2559 โดยมีเป้าหมาย 17 เป้าหมาย อาทิ  เป้าหมายที่ 1  “No Poverty” ขจัดความยากจนทุกรูปแบบในทุกพื้นที่ (End poverty in all its forms everywhere) เป็นเป้าหมายที่ว่าด้วยการลดความยากจนทั้งทางเศรษฐกิจ รวมทั้งความยากจนในมิติอื่น ๆ, เป้าหมายที่ 2 “Zero Hunger”  ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการและส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน (End hunger, achieve food security and improved nutrition and promote sustainable agriculture) มีเป็นประด็นที่ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ , เป้าหมายที่ 3 “Good Health and Well Being”  สร้างหลักประกันว่าคนมีชีวิตที่มีสุขภาพดีและส่งเสริมสวัสดิภาพสาหรับทุกคนในทุกวัย (Ensure healthy lives and promote well-being for all at all ages) ครอบคลุมประเด็นด้านสุขภาพและสวัสดิภาพที่สำคัญหลายประเด็น และ ฯ 

รวมทั้งเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ.2565 “คณะรัฐมนตรี” มีมติเห็นชอบแนวทางการขับเคลื่อน “การขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ในระดับต่าง ๆ และทีมปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในระดับพื้นที่  และ คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบให้ดำเนินการพัฒนาต้นแบบ ศจพ. นำร่อง “ศจพ. Model”  ร่วมกับ ศจพ. ในระดับพื้นที่ เพื่อพัฒนาต้นแบบที่สามารถนำไปขยายผลในพื้นที่อื่นที่มีความสอดคล้องกับภูมิสังคมและบริบทของพื้นที่ต่อไป โดยส ำนักงานฯ ได้พิจารณาคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบ 6 พื้นที่ ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์จังหวัดสระบุรีและจังหวัดอุดรธานี รวมถึง การพัฒนาคนทุกช่วงวัยในระดับพื้นที่ตามแนวทางฯ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนาให้สามารถ “อยู่รอด พอเพียง และยั่งยืน” โดยใช้ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform : TPMAP) เป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินงาน โดยมีหนังสือที่เป็นวาระเร่งด่วน โดย “นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ” รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเและศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการขจัดความยากจนและพัฒนาคน ทุก ช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ขณะที่แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งกำหนดให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านภาคการเกษตรของประเทศ และ การสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมเกษตรกรให้มีศักยภาพสู่การทำการเกษตรยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยส่วนที่สำคัญประการหนึ่งในการเพิ่มศักยภาพภาคการเกษตรด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล อีกทั้งยังเป็นการสร้างโอกาสและความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล 

เว็บไซต์ “https://www.depa.or.th” ระบุว่า จากข้อมูลภาวะความยากจนของประชากรไทย พบว่า กลุ่มคนที่ประสบภาวะยากจนจำนวนมากนั้นอยู่ในภาคเกษตรแทบทั้งสิ้น โดยครัวเรือนที่ประกอบอาชีพเกษตรกรส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชนบท ซึ่งหากพิจารณาในมิติของรายได้ พบว่า จัดเป็นกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำเพียงเฉลี่ยเดือนละประมาณ 5,000 บาท คิดเป็น 1 ใน 3 ของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของแรงงานนอกภาคเกษตรที่อยู่ที่ 16,000 บาท และหากพิจารณา ในเชิงลึก จะพบว่าในจำนวนนั้นส่วนใหญ่เป็นเพียงเกษตรกรรายเล็ก ประมาณร้อยละ 40 ถือครองที่ดินเพียง 1 – 10 ไร่ และอีกร้อยละ 8 ไม่มีที่ดินทำกิน และพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาสภาพภูมิอากาศในการทำการเกษตร ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ และส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตของเกษตรกรเป็นอย่างมาก ทำให้สมาชิกครัวเรือนบางส่วนจึงต้องเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังนอกภูมิภาคและนอกภาคเกษตรเพื่อหารายได้อื่น ๆ เป็นแหล่งรายได้สนับสนุนอีกทางหนึ่ง ซึ่งจากปัจจัยทั้งทางด้านมิติของรายได้ และการพึ่งพาสภาพภูมิอากาศนั้นมีส่วนเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันเป็นผลให้เกษตรกรเป็นอาชีพที่ไม่สามารถให้ความมั่นคงกับครัวเรือน มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย

สภาพปัญหาที่เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องเผชิญ ทำให้การทำ “เกษตรคนเมือง” ซึ่งไม่ต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก จะตอบโจทย์ปัญหาความยากจนของเกษตรกรไทย ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรไทยมีปัจจัยหลายด้านที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการถือครองที่ดินที่ลดลง และ สภาพภูมิอากาศที่ไม่สามารถควบคุมได้มากขึ้นเพราะผลกระทบจากภาวะโลกร้อน (Climate Change)  รวมไปถึงภาระหนี้ต่อครัวเรือน 

แต่การทำให้ “เกษตรคนเมือง” เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาความยากจน หรือ “ขจัดความยากจน” ได้อย่างเป็นรูปธรรมนั้น ทุกองคาพยพทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันขับเคลื่อน โดยมีกลไกตรวจสอบงบประมาณที่จะถึงมือเกษตรกรอย่างทั่วถึง และ เป็นธรรม ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจทางการเมืองจนทำให้ต้องมีการหักเปอร์เซนต์เพื่อแบ่งให้กับระบบการเมืองท้องถิ่นอย่างที่ผ่านมา ซึ่งนั่นหมายถึง การทำให้การปกครองส่วนท้องถิ่นเปิด “หัวใจ” สู่ความเมตตาต่อเกษตรกรอย่างแท้จริง ที่จะนำเงินงบประมาณในโครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับ “การขจัดความยากจน” ถึงมือเกษตรกรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย 


ขอบคุณข้อมูล 
https://knowledgefarm.tsri.or.th/thailand-and-sdgs-1/
https://www.sdgmove.com/sdg-101/
https://www.depa.or.th/th/article-view/agriculture-alternative-way-of-survival
http://nscr.nesdc.go.th/wp-contenthttps://static.naewna.com/uploads/2022/11/pelcd-interior-221165.pdf
https://www.worldbank.org/th/news/press-release/2020/03/03/thailands-poverty-on-the-rise-amid-slowing-economic-growth

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แวะถ่ายรูป! เที่ยวชมทุ่ง’ดอกมากาเร็ต’ ออกดอกสีม่วงสวยสะพรั่ง

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697647

แวะถ่ายรูป! เที่ยวชมทุ่ง'ดอกมากาเร็ต' ออกดอกสีม่วงสวยสะพรั่ง

แวะถ่ายรูป! เที่ยวชมทุ่ง’ดอกมากาเร็ต’ ออกดอกสีม่วงสวยสะพรั่ง

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.27 น.

12 ธันวาคม 2565 ในช่วงวันหยุด 3 วัน นักท่องเที่ยวต่างหาสถานที่ท่องเที่ยว ตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ โดยเฉพาะที่บ้านวังน้ำเย็น ตำบลแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก หรือริมถนนพิษณุโลก-หล่มสัก มีเกษตรกรได้ปลูกแปลงดอกทุ่งมากาเรต กว่า 10 ไร่ ให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปเช็คอิน อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพิษณุโลก

ที่บริเวณริมถนนพิษณุโลก-หล่มสัก บริเวณบ้านวังน้ำเย็น ตำบลแก่งโสภา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก นักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวตามเส้นทางรูท 12 ได้แวะถ่ายรูปทุ่งดอกมากาเร็ต ระหว่างเดินทางกลับจากการหยุดยาว 3 วัน

สำหรับทุ่งมากาเร็ตเป็นของ นางสาวกาญจนา แซ่โซ้ง อายุ 24 ปี เกษตรกรผู้ปลูกสตอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 พร้อมปลูกแปลงดอกไม้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมได้ถ่ายรูปกันอย่างสวยงาม โดยเฉพาะทุ่งดอกมากาเร็ต สีม่วง สีขาว และสีชมพู ที่กำลังออกดอก สีสันสวยงาม

โดยเก็บค่าเข้าท่องเที่ยวเยี่ยมชม ผู้ใหญ่คนละ 40 บาท เด็กคนละ 20 บาท เท่านั้น รวมถึงจะการขายสตอเบอรี่พันธุ์พระราชทาน 80 ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวและเก็บจากแปลงปลูกด้วยตนเองในราคา ขีดละ 70 บาท หรือแบบใส่กล่องที่เก็บเอาไว้แล้ว ขายขีดละ 50 บาท

นางสาวกาญจนา บอกว่า เดิมทีได้ทำการเกษตรปลูกสตอเบอรี่ขาย ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ แต่ปัจจุบัน มีคนมาปลูกสตอเบอรี่ขายจำนวนมาก ทำให้ขายไม่ค่อยได้เหมือนเมื่อก่อน จึงย้ายมาเช่าพื้นที่เพาะปลูกใหม่ที่ ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก จำนวน 10 ไร่ ซึ่งช่วงนี้สตอเบอรี่เริ่มออกผลผลิตให้นักท่องเที่ยวได้ชิมกัน พร้อมทั้งปลูกแปลงดอกไม้ โดยเฉพาะ ดอกมากาเรต ดอกเสี้ยนฝรั่ง ที่ทยอยปลูกให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมและถ่ายภาพไปสิ้นฤดูหนาว โดยเฉพาะวันหยุดเช่นวันนี้ก็มีนักท่องเที่ยวต่างทยอยมาถ่ายรูปเช็คอินกันอย่างต่อเนื่อง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ปูเขา หินปูนทุ่งหว้า’ สัตว์หายาก อวดโฉมใน ‘ถ้ำเล-สเตโกดอน’ ถ้ำมีชีวิตยาวที่สุดในประเทศ

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697632

'ปูเขา หินปูนทุ่งหว้า' สัตว์หายาก อวดโฉมใน 'ถ้ำเล-สเตโกดอน' ถ้ำมีชีวิตยาวที่สุดในประเทศ

‘ปูเขา หินปูนทุ่งหว้า’ สัตว์หายาก อวดโฉมใน ‘ถ้ำเล-สเตโกดอน’ ถ้ำมีชีวิตยาวที่สุดในประเทศ

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.43 น.

มุ่งหน้าไปที่พิพิธภัณฑ์อุทยานธรณีโลกสตูล ต.ทุ่งหว้า (อ่านว่าทุ่ง-ว่า) อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทางธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยาและแหล่งเรียนรู้จังหวัดสตูลโดย นายไพรัช สุขงาม  ผอ.ททท.สำนักงานสตูล นำคณะสื่อมวลชนเข้าชมและเรียนรู้เรื่องราวกำเนิดของแผ่นดินสตูล และการก้าวไปเป็นอุทยานธรณีโลก Satun UNESCO Global Geopark เพื่อการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนโดยมี นายทรงภพ วารินสะอาด  รองผอ.อุทยานธรณีโลกสตูล / ปลัดอบต.ทุ่งหว้า พาชมหลักฐานธรณีวิทยา บกและท้องทะเล ซากดึกดำบรรพ์สตูล ฟอสซิล ฟันกรามช้างสเตโกดอนที่พบที่นี่ (สามารถติดต่อเข้าชมได้ที่อบต.ทุ่งหว้าตามวันเวลาราชการ)

ก่อนที่จะนำคณะนั่ง “รถไม้แดงทุ่งหว้า” ไปทานข้าวเพื่อเติมพลังกันกับ “อาหารพื้นบ้านโฮมสเตย์” ที่วิสาหกิจชุมชนทุ่งหว้าโฮมสเตย์โกดอน ที่นี่บริการอาหารวันนี้ด้วยเมนู แกงไก่กับหยวกกล้วย , ปลาทอดกระเทียม , แกงปลาย่างใบเม่า(รสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม) น้ำพริกผักพื้นบ้าน ข้าวสายร้อน ๆ ทานกันชนิดเจริญอาหารกันทีเดียว ที่นี่เค้าคิด อาหารมื้อเที่ยงหัวละ 250 บาทอาหาร 5 อย่าง ที่พักโฮมสเตย์ก็มีนะคะคนละ 390 + อาหารมื้อเช้า ติดต่อได้ที่เฟสบุ๊ค ปุษยา ทิพมณี  โฮมสเตย์บ้านแม่แป้น โทร. 080-867-8875 หลังจากอิ่มหนำสำราญคณะเราก็มุ่งหน้าไปที่ “ถ้ำเล  สเตโกดอน” ก่อนลงเรือก็ต้องทำความเข้าใจในกฎกติกาและระบบความปลอดภัยกันก่อนจากไกด์และสต๊าฟ จากนั้นก็ลุยกันเลย

ถ้ำเล สเตโกดอน (Tham Le Stegodon) เป็นถ้ำอยู่ในเทือกเขาหินปูนทอดยาวมีลักษณะคล้ายอุโมงค์ใต้ภูเขา ภายในถ้ำมีลักษณะคดเคี้ยวมีระยะทางจากปากถ้ำจนถึงทางออก ประมาณ 4 กิโลเมตร สิ่งที่โดดเด่นของถ้ำแห่งนี้ที่สำคัญคือการพบซากดึกดำบรรพ์ของช้าง และ แรดสมัยไพลสโตซีน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งช้าง สกุล สเตโกดอน ซึ่งเป็นที่มาของการเรียกชื่อถ้ำแห่งนี้ว่า “ถ้ำเล สเตโกดอน” ซากดึกดำบรรพ์ ดังกล่าวเป็นซากกระดูกขากรรไกรพร้อมฟันกราม ซี่ที่ 2 และ 3 ด้านล่างขวาของช้างดึกดำบรรพ์เชื่อกันว่าการพบเจอฟันกรามช้างสกุล สเตโกดอน เป็นจุดกำเนิดเรื่อง.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สะพาน’เชื่อม‘สวรรค์กลางอ่าวไทย-แผ่นดินใหญ่’ ฟื้นความหวัง-พลิกศก.แดนใต้

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697631

‘สะพาน’เชื่อม‘สวรรค์กลางอ่าวไทย-แผ่นดินใหญ่’ ฟื้นความหวัง-พลิกศก.แดนใต้

‘สะพาน’เชื่อม‘สวรรค์กลางอ่าวไทย-แผ่นดินใหญ่’ ฟื้นความหวัง-พลิกศก.แดนใต้

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.43 น.

‘สะพาน’เชื่อม‘สวรรค์กลางอ่าวไทย-แผ่นดินใหญ่’ ฟื้นความหวัง-พลิกศก.แดนใต้

แนวคิดการก่อสร้างสะพานเชื่อม “เกาะสมุย-แผ่นดินใหญ่” กลายเป็นมหากาพย์ เล่าไม่จบ ที่ต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน 20 กว่าปี แรกทีเดียว มีทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้าน แต่ยิ่งนานวันเสียงคัดค้านเริ่มแผ่วลง ด้วยประจักษ์พยาน และความเดือดร้อนของคนเกาะสมุย ที่ต้องรับสภาพ “ชีวิตติดเกาะ” แบกภาระค่าใช้จ่ายสูงกว่าคนแผ่นดินใหญ่และคนทั่วไปถึง 2 เท่า ทั้งต้นทุนการใช้ชีวิต ค่าสาธารณูปโภค ค่าเดินทาง เวลา แม้แต่โอกาสของการมีลมหายใจ ในยามเจ็บไข้ได้ป่วย

คนเกาะสมุยเท่านั้น ที่จะเข้าใจ

จากเสียงของความเดือดร้อน ค่อย ๆ ดังขึ้น ๆ จนกลายเป็นเสียงสนับสนุนให้ก่อสร้าง แต่ …. ความหวัง ยังเป็น ความฝัน แม้จะมีการอนุมัติให้มีการศึกษาความคุ้มค่าจากการก่อสร้าง ทุกอย่างเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่บทเรียนการเมืองไทย  มติครม. สมัยไหน ๆ ก็ยกเลิกได้ตลอดเวลา ถ้ารัฐบาลใหม่มา ไม่พึงใจในโครงการ

ไม่เช่นนั้นคงไม่ลากยาวมา นับสิบปี

แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้เห็นปรากฏการณ์ การรวมตัวกันของกลุ่มนักธุรกิจ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และชาวเกาะสมุย ที่ต้องการให้มีการสร้างสะพานเชื่อมแผ่นดินใหญ่ – เกาะสมุย โดยจัดให้มีการเสวนา ระดมความคิดเห็นจากทุกฝ่าย

เชิญ “กรณ์ จาติกวณิช” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ที่มาพร้อมกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. สุราษฏร์ธานี เขต 2 พงศ์ศรี นาคเมือง หรือทนายอ๋อย ทนายความชื่อดังแห่งเกาะสมุย ที่เกาะติดการเรียกร้องก่อสร้างสะพานมาอย่างต่อเนื่องด้วย ในฐานะของคนพื้นที่และทนายของประชาชน ซึ่งคราวนี้ดูจริงจัง เพราะเป็นการรวมตัวกันของคนทุกวงการและชาวบ้านในพื้นที่ ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าจำเป็นต้องมี “สะพาน” เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย และการผูกขาดธุรกิจการบินและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ที่ชาวบ้านเข้าไม่ถึงโอกาส 

#ย้อนรอยเส้นทางการเรียกร้องสร้างสะพาน

เสียงเรียกร้องให้มีการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะสมุย – แผ่นดินใหญ่เริ่มมีมาตั้งแต่ปี  2540 ด้วยเหตุผลที่ชาวบ้านต้องรอคิวเรือเฟอร์รี่นานมาก เนื่องจากมีท่าเรือราชาเฟอร์รี่ที่ ต.ลิปะน้อย ให้บริการเพียงแห่งเดียว แต่คราวนั้นผู้ประกอบการโรงแรมส่วนใหญ่คัดค้าน เกรงว่านักท่องเที่ยวจะไม่พักแรมบนเกาะ และจะทำให้สมุยหมดเสน่ห์

ผู้จุดประกายและเรียกร้องให้มีการก่อสร้างสะพานมาโดยตลอดคือ นายวิรัช พงษ์ฉบับสภา หรือ โกฉุย  เจ้าของโรงแรมพาวิลเลียน สมุย บูติค รีสอร์ท 

“โกฉุย” มีเชื้อสายจีนไหหลำ สันนิษฐานว่าเป็นชนกลุ่มแรกที่มาตั้งรกรากที่เกาะสมุย ด้วยเหตุนี้ โกฉุย จึงรักและผูกพันกับเกาะสวรรค์แห่งนี้มาก จึงมาจับธุรกิจโรงแรม ที่เริ่มพัฒนามาจากพื้นที่เล็ก ๆ เมื่อ 36 ปีที่แล้ว จนขยายใหญ่เป็นโรงแรมบูติค ขนาด 90 ห้อง ริมหาดละไม

สิ่งที่โกฉุย เห็นและสัมผัสมาตลอดชีวิต คือ การท่องเที่ยวคือท่อน้ำเลี้ยงของการท่องเที่ยว ทั้งชาวเกาะสมุยเอง และของประเทศ แต่วันนี้เกาะสมุยพัฒนาได้ไม่สุด เพราะติดขัดในหลายปัญหา โดยเฉพาะการเดินทาง ที่มีปัญหาค่าโดยสารเครื่องบินแพง เนื่องจากผูกขาดอยู่เพียงรายเดียว  และถึงแม้จะสามารถเลือกใช้บริการ สนามบินสุราษฎร์ธานี แล้วนั่งรถไปที่ท่าเรือดอนสักเพื่อลงเรือข้ามไปที่เกาะสมุย สนนราคาค่าเดินทางถูกกว่ามาก แต่ต้องเสียเวลาเพิ่มขึ้นประมาณ 3-4 ชั่วโมง  นอกจากนี้ด้วยข้อจำกัดของเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากและเรือเร็ว การส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลศูนย์มีความยากลำบาก โชคร้ายที่สุดคือ ไปไม่ทัน ต้องเกิดการสูญเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกันคนบนเกาะสมุย ยังต้องแบกค่าสาธารณูปโภค ค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าน้ำมันเชื้อเพลง ค่าครองชีพต่าง ๆ สูงกว่า คนบนแผ่นดินใหญ่ถึง 2 เท่าตัว

#ลงทุนออกแบบสะพาน เพื่อประโยชน์ของคนสมุยและเศรษฐกิจของประเทศ

โกฉุย เล่าว่า จากการเดินทางไปท่องเที่ยวในหลายประเทศ ด้วยความที่เป็นคนชอบถ่ายรูป และชิมอาหาร ดื่มด่ำสัมผัสบรรยากาศอย่างใกล้ชิด เห็นสะพานข้ามถนน และข้ามไปยังเกาะต่าง ๆ ของหลายประเทศ ทำให้ได้เรียนรู้ว่า ถ้ามีสะพานข้ามเกาะ เราจะสามารถ นำหลากหลายธุรกิจ มารวมไว้ที่สะพานได้ จึงได้ออกแบบสะพานมีชีวิตขึ้นมา ซึ่งเขาเรียกมันว่าเป็น “นวกรรม” เพราะถือเป็นสะพานแห่งแรกของเอเชีย ที่คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย มีช่องทางรถยนต์ และเลนสำหรับรถจักรยานยนต์ที่แยกส่วนเพื่อความปลอดภัย ส่วนบริเวณกึ่งกลางสะพานออกแบบเป็นจุดชมวิว มีที่จอดรถเพื่อชมความงามของทะเลอ่าวไทยและถ่ายรูป นอกจากนี้ ด้านล่างมีพื้นที่ช้อปปิ้งมอลล์ มีลานสำหรับทำกิจกรรม จัดประชุม จัดคอนเสิร์ต เป็นที่รวมของซอฟท์พาวเวอร์ มีเลนจักรยาน มีพิพิธภัณฑ์พื้นเมือง ลานค้าขายของดีแต่ละจังหวัด ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้เลี้ยงรากหญ้าได้ทั้งภาคใต้จนสุดปลายด้ามขวาน และจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ที่จะสร้างเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน 

อย่างไรก็ตามโกฉุยออกตัวว่า การออกแบบนี้เป็นเพียงแนวความคิดของตนเท่านั้น แต่หากเป็นไปได้ ก็อยากให้รัฐได้ทำในรูปแบบที่เขาคิดไว้ ดีกว่าสร้างสะพานข้ามเพียงอย่างเดียว

“ถึงเวลาแล้วที่ต้องทำสะพานจากแผ่นดินใหญ่ฝั่งขนอมเชื่อมมายังเกาะสมุย ระยะทางประมาณ 18 กิโลเมตร เพราะมันจะสามารถแก้ปัญหาได้ทุกมิติ รวมทั้งสายเคเบิลไฟฟ้า ท่อส่งน้ำประปา ก็เดินคู่มากับสะพานได้เลย ไม่ต้องลงใต้ทะเลแล้ว รูปแบบของสะพานที่ผมออกแบบนี้ มีความพิเศษแตกต่างจากสะพานในต่างประเทศ เพราะจะมีช่องทางสำหรับปั่นจักรยาน เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวดึงดูดให้นักปั่นจากทั่วประเทศนับล้านคนมาปั่นจักรยานข้ามทะเลระยะทาง 18 กิโลเมตร โปรโมทออกไป ผมเชื่อว่าใครก็อยากมา และนักท่องเที่ยวที่มากับเครื่องบินเช่าเหมาลำมาลงสนามบินสุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช จะมีความสะดวกมากขึ้นที่จะเดินทางเข้ามาเป็นการเติมเต็มนักท่องเที่ยวให้กับเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ที่สำคัญจะทำให้คนไทยสามารถมาท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น” โกฉุย กล่าว

ด้วยความพยายาม และความร่วมมือร่วมใจกันของผู้ประกอบการท่องเที่ยว และนักธุรกิจบนเกาะสุมย ที่ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงรัฐบาล บอกเล่าถึงเหตุผลและความจำเป็น นำไปสู่การเข้าสู่การลงนามความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม กับ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการกำหนดแนวทางในการพัฒนาโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง โครงการทางหลวงชนบท และโครงการทางพิเศษ ทั้งสิ้น 5 โครงการ และ 1 ใน นั้นคือ โครงการสะพานเชื่อมจากเกาะสมุย ไปยัง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช แต่.. ความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นเพียงการวางแผนการศึกษา และออกแบบโครงการเท่านั้น

แต่ถึงกระนั้น โกฉุย บอกว่า ถึงจะมีการศึกษาอย่างจริงจัง แต่จากประสบการณ์ในอดีต แม้จะออกมาเป็น มติครม. ก็สามารถยกเลิกได้ตลอดเวลา หากรัฐบาลต่อมา ไม่เห็นความสำคัญ และสิ่งที่พวกเขากังวลคือ ในอนาคตหากเกาะสมุยไม่เตรียมความพร้อมการเดินทางเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวแล้ว อาจทำให้เกาะสมุยไม่ได้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว ซึ่งนั่นนอกจากจะทำให้เกาะสมุยขาดโอกาสที่จะพัฒนาแล้ว ประชาชนทั้งภาคใต้ ก็จะเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไปอย่างน่าเสียดาย

“ทั่วโลกที่เดินทางมาที่นี่ เขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สมุยคือสุดยอดของเกาะ ทำไมเราไม่ใช้โอกาสสร้างเกาะนี้เป็นที่จรรโลงระบบซอฟท์แวร์ เป็นที่ทำงานของคนทั่วโลก คนที่บอกว่า มีสะพานแล้วจะเสียความเป็นเกาะ คุณไปดู City Island ของปีนังโน่น มีสองสะพาน บางคนกลัวว่า คนจะไม่พักค้าง อันนี้ไม่ต้องกลัว เพราะอย่างน้อยเขาก็ต้องกิน ต้องซื้อของ ไปมาสะดวก ได้ประโยชน์ทั้งคนบนฝั่งและคนบนเกาะ ข้อกังวลเดียวที่ผมเห็นด้วย และต้องวางแผนจัดการคือ การจราจร ซึ่งจะเป็นปัญหาตามมา สิ่งเหล่านั้นบริหารจัดการได้ ก็ต้องบริหารพื้นที่ หรือถมทะเลบางจุด เพื่อเป็นที่จอดรถ แล้วเคลื่อนคนด้วยรถยนต์สาธารณะ”

นอกจากนี้ ยังส่งผลดี ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนกรณีมีผู้ป่วยฉุกเฉินก็สามารถส่งไปรักษาต่อยังรพ.สุราษฎร์ธานี หรือโรงพยาบาลอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะในปัจจุบันการส่งต่อผู้ป่วย จะส่งผ่านเรือเฟอร์รี่เป็นหลักในเวลากลางวัน แต่หากมีผู้ป่วยฉุกเฉิน ที่ต้องส่งต่อในเวลากลางคืน หรือในช่วงมรสุม มีคลื่นลมแรง จะมีความยากลำบากมาก ซึ่งกรณีดังกล่าว เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และคุณภาพชีวิตของประชาชน

“เมื่อปีที่แล้ว ลูกน้องผมประสบอุบัติเหตุ ต้องผ่าตัดสมอง แต่โรงพยาบาลที่มีศักยภาพบนเกาะต้องเสียค่าใช้จ่าย 3-5 ล้านบาท ผมถามว่าชาวบ้านที่ไหนจะมีเงินจ่าย แล้วถ้าส่งต่อไปยังโรงพยาบาลบนฝั่ง ก็ต้องใช้เวลานาน สุดท้ายลูกน้องผมเสียชีวิต ประชาชนบนเกาะสมุย พบเจอกับเหตุการณ์นี้ไม่เว้นแต่ละวัน”

ขณะที่ กรณ์ จาติกวณิช กล่าวเชิงสนับสนุนว่า สถานการณ์บ้านเมืองปัจจุบัน สิ่งที่ต้องรีบแก้ไขเพื่อสะสางปัญหาด้านอื่น ๆ ได้คือ ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ประเทศเราจะมีทรัพยากรเพียงพอในการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนได้ เศรษฐกิจต้องดีก่อน จากการพูดคุยกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคที่จ.สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช ทุกคนเห็นตรงกันว่า การจะแก้ปัญหาปากท้องได้ เราต้องมีจุดยืนในการสร้างสะพานเชื่อมเกาะสมุย-แผ่นดินใหญ่ สะพานแห่งนี้จึงเป็นเพชรเม็ดงามของอ่าวไทย แต่เพชรจะงามได้ต้องอยู่บนแหวน ที่ออกแบบเพื่อให้การท่องเที่ยวเชื่อมโยงกันได้สะดวก

“ดังนั้นพวกเราจึงตั้งใจจะมาทอดสะพานแห่งโอกาสและระดมสมองเพื่อให้การก่อสร้างสะพาน เกิดขึ้นได้ เพื่อไปสู่เป้าหมายคือ พลิกฟื้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวของภาคใต้ให้สามารถรับนักท่องเที่ยวรายได้สูงจากทั่วโลกได้ตลอดทั้งปี มี land-bridge มอเตอร์เวย์พาดผ่าน จากอ่าวไทยถึงอันดามัน จากหาดเฉวงจนถึงปลายแหลมพรหมเทพ ซึ่งจะกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ครึกครื้น พลิกฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้ และส่งผลต่อจีดีพีประเทศ” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว

หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ยังเห็นว่า นอกจากส่งเสริมการท่องเที่ยวแล้ว การมีสะพานยังเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ประชาชนด้วย เพราะปัจจุบัน ต้นทุนค่าครองชีพที่สูงมากทั้งราคาน้ำมันที่โดยทั่วไปก็สูงอยู่แล้ว แต่ที่เกาะสมุยราคาสูงกว่าแผ่นดินใหญ่ถึง 2 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายต่างๆ แพงกว่าปกติเกือบทุกรายการ ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท เข้าถึงแหล่งเงินทุนค่อนข้างยากลำบาก อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน ในขณะที่ รถไฟฟ้าใน กทม. มีรถไฟฟ้านับสิบสายมีการลงทุนเป็นแสนล้าน แต่เกาะสมุยกลับไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังมองถึงผลในทางบวกต่อประชาชนที่จะได้รับ คือ 1.ลดค่าครองชีพของชาวเกาะสมุยกว่า 6 หมื่นคน และพี่น้องชาวใต้ ชาวอีสาน ที่ทำมาหากินที่นี่อีกหลายแสนคนในแต่ละปี 2.การเพิ่มคุณภาพชีวิต เข้าถึงการรักษาพยาบาล ลดต้นทุนการเดินทางของนักเรียนนักศึกษา และประชาชน ที่มีค่าใช้จ่ายสูงต่อการเดินทางแต่ละครั้ง และอาจต้องพักค้างบนฝั่งเนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องเวลาให้บริการของเรือ 3.การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชาวสมุยที่มีธรรมชาติงดงามมาก ส่วนกระบวนการก่อสร้างนั้น คิดว่าถึงเวลาแล้ว ต้องสื่อสารให้พี่น้องชาวเกาะสมุยได้รู้ถึงประโยชน์ที่จะได้รับ

“ส่วนผลกระทบทางลบมีแต่บริหารจัดการได้  กระบวนการทางการเมืองที่เหมาะสมคือต้องมาจากภาคประชาชนส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองว่าเราได้กลั่นกรอง ทบทวน พิจารณาแล้ว ในอนาคตอาจเปิดให้มีการทำประชาพิจารณ์ จากนั้นเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันทั่วโลก เป็นโอกาสในการสร้างประติมากรรมและแลนด์มาร์กที่สำคัญ และจะเป็นประโยชน์แก่ลูกหลานนับชั่วอายุคน และผมก็พร้อมที่จะเคียงข้างประชาชนไปพูดทุกเวที หากมีการดีเบทเรื่องการสร้างสะพานแห่งนี้” กรณ์ กล่าว

เกาะสมุย มีพื้นที่ประมาณ 252 ตารางกิโลเมตร ข้อมูลก่อนเกิดสถานการณ์โควิด เกาะสมุยมีประชากรตามทะเบียนราษฎร 69,064 คน มีประชากรแฝงประมาณ 300,000 คน มีผู้เดินทางเข้ามายังเกาะสมุย 2,651,500 คน เกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนักท่องเที่ยวในจังหวัด ทำรายได้ 64,726.98 ล้านบาท หรือ 63 เปอร์เซ็นต์ของรายได้การท่องเที่ยวรวมทั้งจังหวัด เป็นชาวต่างประเทศ 85 เปอร์เซ็นต์ ชาวไทย 15 เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็นชาวเยอรมัน จีน ยุโรปตะวันออก ออสเตรเลีย และอังกฤษ

วันนี้ “เกาะสมุย” จะเป็น “สวรรค์กลางอ่าวไทย” ปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และเป็นท่อน้ำเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศอยู่หรือไม่ ชาวเกาะสมุยพูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า…

สะพาน…

คือ ‘คำตอบ’

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หอยแมลงภู่อบชีส’ เมนูแสนอร่อย โดย ติ๊ก มิสเตอร์ทีม และ เปเล่ ธัญญรัตน์

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697610

‘หอยแมลงภู่อบชีส’ เมนูแสนอร่อย โดย ติ๊ก มิสเตอร์ทีม และ เปเล่ ธัญญรัตน์

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.22 น.

‘หอยแมลงภู่อบชีส’ เมนูแสนอร่อย โดย ติ๊ก มิสเตอร์ทีม และ เปเล่ ธัญญรัตน์ 

รายการ “ต๊ะต่อนยอนSTYLE” นำโดยติ๊กมิสเตอร์ทีม สำหรับ EP.ที่48 นี้ ติ๊กมิสเตอร์ทีมได้เชิญคุณ เปเล่ ธัญญรัตน์ มาทำเมนูสุดจี๊ด “หอยแมลงภู่อบชีส” งานนี้สายอาหารทะเลห้ามพลาดเด็ดขาดที่สำคัญ น้ำจิ้มซีฟู้ดขอบอกว่าเด็ดมากจน ติ๊กมิสเตอร์ทีมบอกว่า ทานแล้วเหมือนได้ไป ภูเก็ตจริงๆ ว่าแต่จะเป็นยังไง ไปชมคลิป ต๊ะต่อนยอน STYLE EP 48 : หอยแมลงภู่อบชีส | เปเล่ ธัญญรัตน์ กันเลยดีกว่า……….

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร้านยำเจอรีวิว 1 ดาว ติยำโคตรไม่อร่อย หน้าโรงเรียนยังอร่อยกว่า-ก่อนมาโป๊ะเบอร์โทร

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697606

ร้านยำเจอรีวิว 1 ดาว ติยำโคตรไม่อร่อย  หน้าโรงเรียนยังอร่อยกว่า-ก่อนมาโป๊ะเบอร์โทร

ร้านยำเจอรีวิว 1 ดาว ติยำโคตรไม่อร่อย หน้าโรงเรียนยังอร่อยกว่า-ก่อนมาโป๊ะเบอร์โทร

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.07 น.

วันที่ 12 ธันวาคม 2565 เจ้าของร้านแห่งหนึ่ง ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความลงในกลุ่มแอปฯ ร้านอาหาร หลังมีลูกค้ามารีวิว 1 ดาว พร้อมระบุว่า “สั่งยำมากินโคตรไม่อร่อยเลย กล้าเรียกแบบนี้ว่ายำได้ยังไง ยำหน้าโรงเรียนยังอร่อยกว่าอีก”

ซึ่งท้างเจ้าของร้านได้มีการตรวจสอบเบอร์โทร ที่โชว์ในแอปฯ ปรากฏว่าเบอร์ลูกค้าที่มารีวิวนั้นเป็นเบอร์โทร ของร้านอาหารหน้าโรงเรียน ที่ห่างจากร้านตนเองไปเพียง 300 เมตร พร้อมแคปภาพจากร้านดังกล่าวมาซึ่งมีเมนูยำขายด้วย

โดยเจ้าของร้านได้โพสต์ข้อความว่า “ขอบคุณมากที่มาอุดหนุน แต่งงว่าทำไมไม่กินร้านตัวเอง อย่าหาทำนะคะ แค่เอาเบอร์ไปค้นหาก็ขึ้นมาแล้วค่ะ”

หลังจากเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปทำให้เกิดคอมเมนต์เสียงวิจารณ์จำนวนมาก ถึงพฤติกรรมของร้านคู่แข่ง 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมืองท่องเที่ยวยอดฮิต! ‘ปางอุ๋ง-บ้านรักไทย’แม่ฮ่องสอน นทท.แน่นรถติดยาว

Posted on December 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697604

เมืองท่องเที่ยวยอดฮิต! 'ปางอุ๋ง-บ้านรักไทย'แม่ฮ่องสอน นทท.แน่นรถติดยาว

เมืองท่องเที่ยวยอดฮิต! ‘ปางอุ๋ง-บ้านรักไทย’แม่ฮ่องสอน นทท.แน่นรถติดยาว

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.36 น.

ห้วงวันหยุด เมืองสามหมอกยังเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย ที่พักเต็มต้องหาเต็นท์กางกันเอง ส่งผลให้เศรษฐกิจของแม่ฮ่องสอน กระเตื้องขึ้นในห้วงสั้นๆ ในฤดูกาลท่องเที่ยวนี้

12 ธันวาคม 2565 ช่วงวันหยุดติดต่อกันเสาร์ อาทิตย์และชดเชยวันรัฐธรรมนูญ บรรดานักท่องเที่ยวชาวไทยจากทั่วทุกภูมิภาค พากันหลั่งไหลขึ้นไปเที่ยวที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนกันเป็นจำนวนมาก

โดยในช่วงค่ำของคืนวันที่ 10 ธ.ค.65 ที่บริเวณถนนคนเดินรอบสวนสาธารณะหนองจองคำ กลางใจเมืองแม่ฮ่องสอนเต็มไปด้วยบรรดานักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ที่เดินเบียดเสียดกันซื้อของกิน ของที่ระลึกต่างๆ โดยเฉพาะสิ่งของที่มีรูปลักษณ์บ่งบอกถึงความเป็นเมืองแม่ฮ่องสอนผู้คนจะให้ความสนใจซื้อหาเป็นพิเศษ อาทิ เสื้อผ้าชุดไต ข้าวซอยตัด ขนมงา และน้ำผึ้งเป็นต้น

ที่บริเวณวัดพระธาตุดอยกองมู หรือวัดปลายดอย อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ช่วงเช้าและเย็นมีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปนมัสการองค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญประจำวันเกิดและขอพรปีใหม่ ทำให้ทางวัดมีรายได้จากการจำหน่ายชุดธูปเทียนดอกไม้บูชาและการร่วมบริจาคทำบุญในลักษณะต่างๆ ที่ทางวัดจัดขึ้นในช่วงวันหยุดนี้เป็นอย่างดี   

ส่วนที่ศูนย์โครงการตามพระราชดำริปางตอง 2 หรือปางอุ๋ง บ้านรวมไทย ต.หมอกจำแป่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน มีนักท่องเที่ยวชาวไทยพากันขึ้นไปนอนพักค้างแรมตามที่พักที่มีบริการ และกางเต็นท์นอนบริเวณปางอุ๋งกันเนืองแน่น เพื่อสุดสัมผัสอากาศหนาว ชมสายหมอกยามเช้าบริเวณอ่างน้ำปางอุ๋ง ซึ่งก็ไม่ผิดหวังช่วงเช้ามีสายหมอกให้ชมสวยงาม และอากาศก็หนาวเย็นอุหณภูมิอยู่ที่ 12 องศาเซลเซียส

ขณะที่บ้านรักไทย ต.หมอกจำแป่ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ที่อยู่ติดแนวชายแดนไทย-เมียนมา ห่างจากแหล่งท่องเที่ยวปางอุ๋งออกไปประมาณ 10 กิโลเมตร ก็มีนักท่องเที่ยวทั้งไปพักค้างคืน และไม่พักค้างคืนจำนวนมาก พากันเดินทางไปชมวิถีชีวิตของชาวจีนยูนนาน ชิมชา อาหารจีนยูนนาน และชมทัศนียภาพของหมู่บ้านที่มีอ่างน้ำขนาดใหญ่และตั้งอยู่กลางหุบเขา ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย จนทำให้เกิดปัญหาแออัดรถติดภายในหมู่บ้าน ต้องระบายรถให้วิ่งเข้าและออกหมู่บ้านเพียงทางเดียวเท่านั้น 

นอกจากนี้ช่วงวันหยุดติดกันแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในเขต อ.เมืองแม่ฮ่องสอน เช่น หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว สะพานซูตองเป้ สะพานข้าวก้าวเพื่อสุขภูโคลนคันทรี และบ่อน้ำพุร้อนผาบ่อง ก็มีผู้คนเดินทางไปเที่ยวชมอย่างเนืองแน่นเช่นกัน ทำให้พ่อค้าแม่ขาย พากันดีใจที่มีนักท่องเที่ยวพากันเดินทางมาเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของแม่ฮ่องสอน ซึ่งมันทำให้พวกเขามีรายได้หลังจาก 2 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวลดเหลือ 0 สืบเนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดของโควิด19.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขอซื้อจากชาวนา! พายเรือเกี่ยวข้าวน้ำท่วม นำไปให้เป็ดกิน ลดต้นทุนอาหารสัตว์

Posted on December 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/697598

ขอซื้อจากชาวนา! พายเรือเกี่ยวข้าวน้ำท่วม นำไปให้เป็ดกิน ลดต้นทุนอาหารสัตว์

ขอซื้อจากชาวนา! พายเรือเกี่ยวข้าวน้ำท่วม นำไปให้เป็ดกิน ลดต้นทุนอาหารสัตว์

วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.48 น.

ชาวบ้านพายเรือเกี่ยวข้าวในนาน้ำท่วม นำไปให้เป็ดกินเพื่อลดต้นทุน โดยขอซื้อจากชาวนาที่ปล่อยทิ้ง เกี่ยวข้าวใส่เรือ นำมาตากบนถนน ก่อนใช้รถย้ำข้าว นำใส่กระสอบกลับบ้าน

12 ธันวาคม 2565 ที่บริเวณกลางทุ่งนาหมู่ 9 ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบบ้านจำนวน 3 คน ได้นำเรือเหล็กออกเก็บเกี่ยวข้าวในนา ที่ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร ใส่ในเรือขนมาตากแดดไว้ที่ริมถนน ก่อนที่จะใช้รถย้ำข้าวแยกฝางและเมล็ดข้าวออกจากกัน พร้อมทำการตาแดดไว้ริมถนนแล้วฝัดข้าวแยกเมล็ดดีและเมล็ดที่ลีบออกจากกัน ก่อนนำใส่กระสอบปุ๋ยกลับไปเก็บไว้ที่บ้านเพื่อนำไปเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง เพื่อลดต้น

นายนริทร์  จำปี อายุ 63 ปี เล่าให้ฟังว่า ตนเองเลี้ยเป็ดไว้ที่บ้าน 60-70 ตัว ได้มาเก็บเกี่ยวข้าวที่ถูกน้ำท่วมในนาน้องชายที่ปล่อยทิ้งไว้ ข้าวออกรวงแล้วแต่น้ำน้ำกำลังเน่าเสีย จำนวน 4 ไร่ โดยให้เงินน้องชายเป็นค่าปลูกข้าวจำนวนหนึ่ง แล้วว่าจ้างชาวบ้านมาช่วยเกี่ยวข้าวในแปลงนาที่ถูกน้ำท่วม วันละ 300 บาท จำนวน 3 คน เป็นเวลา 9 วันแล้ว

โดยนำข้าวที่เกี่ยวเสร็จแล้วมาตากแดดให้แห้ง แล้วใช้รถย้ำข้าว แล้วฝัดข้าวแยกเมล็ดดีและเมล็ดที่ลีบออกจากกัน ตากแดดไว้ 2 วันก่อนเก็บเข้าบ้านเอาไปเป็นอาหารเลี้ยงเป็ดไก่ เนื่องจากขายไม่ได้ ก็เป็นลดต้นทุนของตนเอง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,928,645 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

โอมุคาเดะ (Omukade) 7/10
ทรัมป์ยืนยัน ยกเลิกส่งผู้แทนไปปากีสถาน ไม่ได้ชี้ว่าจะกลับไปรบต่อ
แนวหน้าวาทะเด็ด
'AdvanceBIO' ส่งต่อคุณค่าธุรกิจที่ยั่งยืนสู่ผู้บริหารรุ่นที่ 2 ตอบทุกโจทย์ธุรกิจสีเขียวปี 2026
ครั้งแรกกับ หมอลำ กลางเมือง ปลาร้าหมอลำ2026 แซ่บ เซิ้ง อินเดอะซิตี้
คุณแหน 25 เมษายน 2569
รัฐบาลสรุปรอบสัปดาห์ ยกเลิก MOU44 เตรียมเซตกรอบเจรจาใหม่ กาง 5 แนวทางดับไฟใต้
นันทิวัฒน์ ฮึ่ม!ชาติต้องมาก่อน ชูนโยบายความมั่นคงพึ่งตนเอง-ถ่วงดุลมหาอำนาจ
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
เช็กความพร้อมสอบเทียบ อัครนันท์ ส่ง ครูจวง ลุย Surprise Visit

Recent Posts

  • สเปนไม่กังวลข่าวสหรัฐฯ อาจผลักดันระงับสมาชิกนาโต
  • เครื่องบิน “สวิสแอร์” ไฟลุกท่วมเครื่องยนต์ขณะเทกออฟที่นิวเดลี ผู้โดยสารเจ็บ 6 ราย
  • ชาวปาเลสไตน์ในเวสต์แบงก์และกาซาออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น ครั้งแรกในรอบ 20 ปี
  • “หวัง อี้” พบ “มิน อ่อง หล่าย” ย้ำหนุนเมียนมาเต็มที่ด้านอธิปไตย-ความมั่นคง
  • ทรัมป์ชี้เป็น “ความพยายามลอบสังหาร” เหตุยิงงานเลี้ยงสื่อทำเนียบขาว

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d