Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สาวโรงงานวัยเกษียณเปลี่ยนลูกมะพร้าวที่ไร้ค่าเป็นโมบายขายสร้างรายได้

Posted on December 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696763

สาวโรงงานวัยเกษียณเปลี่ยนลูกมะพร้าวที่ไร้ค่าเป็นโมบายขายสร้างรายได้

สาวโรงงานวัยเกษียณเปลี่ยนลูกมะพร้าวที่ไร้ค่าเป็นโมบายขายสร้างรายได้

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.52 น.

สาวโรงงานวัยเกษียณ อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เปลี่ยนลูกมะพร้าวที่ไร้ค่ามาเป็นโมบาย สร้างรายได้ ประดิษฐ์เป็นรูปสัตว์ต่างๆ จำหน่ายริมถนนหน้าบ้าน สร้างอาชีพให้ตนเองและชาวบ้านในชุมชน

ที่บริเวณริมถนนในหมู่บ้าน หน้าบ้านเลขที่ 25/2 หมู่ 5 ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง นางฉลอง เพียรจิตร อายุ 57 ปีและชาวบ้านในชุมชนได้นำลูกมะพร้าวแห้งที่ไร้ค่าตกหล่นอยู่ตามสวนเปลี่ยนมาเป็นโมบาย โดยการประดิษฐ์แกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ แล้วทำการขัดด้วยกระดาษให้เรียบเนียน ทาสีตกแต่งให้สวยงามแล้วเคลือบด้วยแลคเกอร์ให้เงางามทนต่อการเปียกน้ำและสึกหรอ แขวนเชือกที่ผูกติดไว้กับไม้รวกที่ติดอยู่ต้นกระจงริมถนนโชว์ความสวยงามของโมบายจากลูกมะพร้าวเพื่อรอจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจที่ริมถนนหน้าบ้านของตนเอง เป็นการเสริมสร้างอาชีพให้ตนเองและครอบครัวและสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนที่มาร่วมด้วยช่วยกันในการผลิตโมบายขาย

นางฉลอง เล่าให้ฟังว่า หลังจากเกษียณจากโรงงานจึงใช้เวลาว่างในการหาทำอาชีพเสริมรายได้และได้เห็นวิธีผลิตโมบายจากลูกมะพร้าวจากสื่อออนไลน์จึงได้เดินหาเก็บลูกมะพร้าวที่ผลผลิตเสียหายตกหล่นอยู่กับพื้นที่ไร้ค่านำมาประดิษฐ์เป็นโมบายโดยทำการฝึกฝน แกะสลักเป็นรูปสัตว์ต่างๆ จนชำนาญแล้วเริ่มมาวางขายหน้าที่บริเวณริมถนนหน้าบ้าน เริ่มต้นในราคา 100 บาทแล้วแต่ลวดลายความสวยงามและความอยากง่ายของชิ้นงาน พร้อมกับทำการขายในสื่ออนไลน์เฟสบุ๊ค chalong thingjit ได้รับการตอบรับจากลูกค้า นอกจากนั้น ยังมีชาวบ้านในชุมชนมาร่วมด้วยช่วยกันผลิตชิ้นงานโมบาย จากลูกมะพร้าวขาย สร้างรายได้หลังน้ำท่วม สนใจสอบถามได้ที่ เบอร์โทร 089-8729429 หรือ เฟสบุ๊ค chalong thingjit

หากผ่านมาในพื้นที่จังหวัดอ่างทองก็เดินทางเข้ามาชมได้ที่บริเวณริมถนนหน้าบ้านในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลหัวตะพาน โดยการเดินทางถนนเส้นโพธิ์พระยา-ท่าเรือ ก่อนถึงวัดม่วง เลี้ยวตรงถนนติดกับป้อมตำรวจ ข้างปั๊มน้ำมัน ปตท. แล้วตรงไป ประมาณ 2กิโลเมตร จะพบโมบายจากลูกมะพร้าว งานประดิษฐ์รูปสัตว์สวยๆ เลือกซื้อไปประดับตกแต่ภายในบ้านต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นของไม่เที่ยงทั้งนั้น

Posted on December 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696756

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นของไม่เที่ยงทั้งนั้น

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นของไม่เที่ยงทั้งนั้น

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.35 น.

พระพุทธเจ้าทรงบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นของไม่เที่ยงทั้งนั้น มีเกิดมีดับ มีเจริญมีเสื่อม มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทอง ก็มีมาบ้าง มีไปบ้าง มีเจริญบ้าง มีเสื่อมบ้าง ยศตำแหน่งต่างๆ ก็มีเจริญบ้างมีเสื่อมบ้าง ไม่มีอะไรถาวร ไม่มีอะไรที่จะนิ่งเฉย มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ 

ถ้าไปยึดไปติด ไปอยากให้มันไม่เปลี่ยนแปลง ก็จะเกิดความทุกข์ขึ้นมาเรียกว่าทุกขัง ก็เพราะว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้มันไม่ใช่เป็นของใคร มันเป็นของธรรมชาติ ไม่มีใครไปควบคุมบังคับให้มันเป็นอย่างนู้นเป็นอย่างนี้ได้ตลอดเวลานั่นเอง

ศึกษาให้เห็นความจริงของสภาวธรรมอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นลาภยศสรรเสริญสุขก็ดี ไม่ว่าจะเป็นร่างกายของเราก็ดี ไม่ว่าจะเป็นเวทนาความรู้สึกต่างๆ ก็ดี ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในใจของเราก็ดี ล้วนเป็นไตรลักษณ์ทั้งนั้น ล้วนเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

การพิจารณาการสอนใจนี้ต้องทำตอนที่เราออกจากสมาธิมาแล้ว อย่าทำตอนที่เราอยู่ในสมาธิ เพราะเราไม่ต้องการให้จิตทำงานในสมาธิ เราต้องการให้จิตพักผ่อน ให้มีกำลังมากๆ เพื่อเวลาที่ออกมาจากสมาธิจะได้มีกำลังพิจารณาทางปัญญาได้นั่นเอง

พอเราพิจารณาไปเรื่อยๆ ต่อไปเราก็จะจำได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ของเรา พอเราเกิดความอยากให้มันเที่ยง อยากให้เป็นของเรา เราก็จะได้ห้ามความอยากนี้ได้ว่าทำไม่ได้ ถ้าทำแล้วเดี๋ยวจะต้องทุกข์ เพราะว่าไม่มีอะไรเที่ยง อยากให้ร่างกายเที่ยง อยากให้ร่างกายไม่แก่มันก็ห้ามไม่ได้ เดี๋ยวร่างกายมันก็ต้องแก่ ถ้าอยากให้มันไม่แก่ พอมันแก่ก็จะทำให้ทุกข์ใจขึ้นมา แต่ถ้ารู้ว่าห้ามไม่ได้ มันจะแก่ก็ปล่อยมันแก่ไป ใจก็จะไม่ทุกข์ก็ไม่มีความอยากไม่แก่นั่นเอง เพราะมีปัญญาเห็นว่าทุกอย่างเป็นของอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉอีกแม่ค้าตลาดวารินชำราบโดนสาวท้องแก่ประกาศขายดวงตาหลอกสูญเงินเป็นแสน

Posted on December 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696733

แฉอีกแม่ค้าตลาดวารินชำราบโดนสาวท้องแก่ประกาศขายดวงตาหลอกสูญเงินเป็นแสน

แฉอีกแม่ค้าตลาดวารินชำราบโดนสาวท้องแก่ประกาศขายดวงตาหลอกสูญเงินเป็นแสน

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.18 น.

โผล่มาอีกเจอหลอกกันถ้วนหน้า! ชาวบ้านและแม่ค้าที่ตลาดที่วารินชำราบ อุบลร้องเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยเหลือ” เผยเคยถูกสาวท้องแก่วัย 39 ปีประกาศขายดวงตาเข้ามาตีสนิทอยากมีอาชีพสุจริตหาเงินไว้ให้ลูก อ้างเป็นคนท้องทำให้คนในตลาดสงสารให้หยิบยืมเงินแถมหลอกให้ค้ำเงินกู้รายวัน รวมแล้วสูญเงินเป็นแสน วอนมารับผิดชอบหนี้ที่สร้างเอาไว้ด้วย ขณะที่เพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย เดินทางไปพบผู้เสียหายเหยื่อสาวท้องแก่ที่อุบล

จากรณี น.ส.นาง อายุ 39 ปีสาวท้องแก่ชาว ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประกาศขายดวงตาหนึ่งข้างจำนวน 20,000 บาทหวังหาเงินเป็นทุนให้ลูกที่เกิดมาและเป็นทุนสร้างอาชีพให้กับตนเองโดยสาวท้องแก่เผยชีวิตสุดรันทดมี 2 ผัวคนตายหมด ลูกชายก็ตาย ไม่มีบ้านและทรัพย์สินอะไร ต่อมาคนไทยเห็นข่าวพร้อมบริจาคช่วยเหลือเพราะเห็นใจต่อมาชาวโซเซียลพากันจับโป๊ะได้เมื่อมีอดีตนายจ้างของสาวท้องแก่รายนี้โผล่มาแจ้งว่าสาวคนนี้เคยเล่าเรื่องราวผัวตาย ลูกตาย ของานทำด้วยความเห็นใจให้เงินเดือน 9,000 บาทจ่ายค่ารถไฟให้เดินทางมาเป็นคนสวนไร่อินทผาลัมที่ จ.สระแก้ว แต่ทำงานได้แค่ 2 วันก็หนีไป จ.อุบลราชธานี ถ่ายรูปมาให้ดูบอกว่าคลอดลูกแล้ว เมื่อเช็คไปที่โรงพยาบาลที่ จ.อุบลราชธานี ไม่มีชื่อแม่ลูกอ่อนรายนี้ และยังสงสัยทำไมมาคลอดอีกครั้งระยะเวลาห่างกันไม่ถึงเดือนที่ จ.อุดรธานี แต่อดีตนายจ้างยังสงสารมอบเงินให้ น.ส.นางด้วยจำนวนหนึ่ง โดยภายหลังจาก น.ส.นาง คลอดลูกแล้วเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมาเป็นเพศหญิง โดยมีคุณหมอและพยาบาลดูแลอย่างดีเพราะกลัวสาวรายนี้หอบลูกหนีหรือหลบหนีออกจากโรงพยาบาลและยังมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานของภาครัฐเข้าไปสอบถามพร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที่หากเดือดร้อนจริงๆ 

ล่าสุดวันนี้ (7 ธ.ค.65) นายภานุมาศ จิตรวศินกุล เพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย ได้รับแจ้งจาก น.ส.เอิร์น ชาว อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ทักมายังเพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วยเพื่อแฉพฤติกรรมของสาวรายนี้ พร้อมเปิดเผยว่า ประมาณ 2 เดือนที่แล้วสาวท้องแก่คนนี้ได้เดินทางมาขอเช่าบ้านของแม่แถวตลาด อ.วารินชำราบ โดยแม่เป็นคนดูแลห้องเช่าทราบจากเขาว่าอยากจะมาเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวหาเงินเลี้ยงลูกที่กำลังจะคลอด ตอนแรกไม่สนิท 

ต่อมาเขาก็เริ่มตีสนิทและเล่าชีวิตให้เขาให้ฟังว่า เขาเป็นคนโขงเจียม เล่าเหมือนในข่าวเป๊ะ มีผัว 2 คนตาย ลูกชายก็มาตายอีก ตอนนั้นเขาน่าจะท้องประมาณ 7 เดือนเห็นท้องเริ่มใหญ่ ต่อมาเขาบอกว่าไม่มีเงิน เขาอยากจะไปซื้อของที่ช่องจอม จ.สุรินทร์มาขาย อยากจะหาทุนไปซื้อของที่ช่องจอมมาขายก็อ้างว่าตัวเองท้องนี่แหละ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดก็สงสารให้หยิบยืมเงินคนละพัน คนละสองพันบาท ได้ประมาณ 30,000 บาทจากนั้นแม่ใจดีก็พาขับรถไปที่ช่องจอมสุรินทร์ เพื่อพาเขาไปซื้อของมาขาย แต่ปรากฏว่า แม่นอนรอในรถเพราะแม่ขับรถมาไกลและเหนื่อย เขาเดินไปในตลาดจากนั้นก็ติดต่อไม่ได้เลย คิดว่าเขาหนีแล้ว แม่ต้องขับรถกลับ จ.อุบลราชธานี

ที่ช้ำใจหนักสุดคือ ตอนนี้แม่ค้าในตลาดวารินชำราบ เขาก็มาว่าแม่รวมหัวกับสาวนี้โกงเงินคนในตลาดไปด้วย แต่ที่แน่ๆ แม่ของหนูก็เจอเขาหลอกโดยพูดหวานล้อมให้เห็นใจให้แม่ไปค้ำประกันเงินกู้รายวันให้ประมาณ 50,000 บาทแล้วเขาก็หนีไปเลย ตอนนี้แม่ทุกข์ใจมากต้องใช้หนี้แทนสาวรายนี้ นอกจากนี้ยังมีพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเจอคนละพัน สองพัน มีร้านขายเต้าหู้รายหนึ่งเจอไป 10,000 บาทเข้าไปแจ้งความดำเนินคดี รวมๆ แล้วที่เขาหลอกเงินพ่อค้าแม่ค้าและหลอกให้แม่ไปค้ำเงินกู้รายวันประมาณ 100,000 บาท เขาใช้คำว่าเขาท้อง ทำให้ทุกคนในตลาดวารินฯและแม่สงสาร และเชื่อว่าเขาไม่ได้ตั้งใจขายดวงตา แต่คิดว่าเขาจะอ้างว่าขายดวงตาเพื่อให้คนไทยสงสารเขาได้เงินไปเยอะมาก ตอนนี้แม่ปวดหัวมาก ต้องมาใช้หนี้ให้เขา อยากให้เขามารับผิดชอบหนี้ตรงนี้ด้วย 

ล่าสุด นายภานุมาศ จิตรวศินกุล เพจเฮียเปี๊ยกช่วยด้วย กำลังเดินทางจาก จ.อุดรธานีไปที่ตลาดวารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เพื่อไปสอบถามผู้เสียหายที่เป็นบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่โดนสาวท้องแก่รายนี้หลอกแล้ว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับเข่าคุยเจ้าของไอเดีย ‘ชะลอมเงิน’ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ของที่ระลึกผู้นำเอเปค

Posted on December 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696688

จับเข่าคุยเจ้าของไอเดีย 'ชะลอมเงิน' จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ของที่ระลึกผู้นำเอเปค

จับเข่าคุยเจ้าของไอเดีย ‘ชะลอมเงิน’ จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ของที่ระลึกผู้นำเอเปค

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 15.16 น.

จับเข่าคุยเจ้าของไอเดีย ‘ชะลอมเงิน’ จากไม้ไผ่สานภูมิปัญญาท้องถิ่น ประกาศอัตลักษณ์ความเป็นไทย กลายเป็นของที่ระลึกผู้นำเอเปค 2022

กลายเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง สำหรับผลงานผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน “ร้านบ้านเครื่องเงินประดาพร” ตั้งอยู่เลขที่ 309 หมู่ 11 ถนนพนมพนารักษ์ ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งร้านนี้อยู่ท่ามกลางชุมชนบ้านเก่า อาคารหรือสิ่งก่อสร้างสไตล์โคโลเนียน ศิลปะแบบอาณานิคม สีเหลืองเข้ม ถือเป็นร้านผลิตเครื่องเงินคุณภาพที่มีชื่อเสียง และมีผลิตภัณฑ์เครื่องเงินที่สื่อถึงความเป็นอัตลักษณ์ของไทย เน้นผลงานที่มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อเพิ่มมูลค่า

ทั้งนี้ นางสาวนฤมล ทอนใจ หรืออ้อม อายุ 44 ปี เจ้าของร้านบ้านเงินประดาพร อ.ธาตุพนม ได้เริ่มต้นประกอบธุรกิจผลิตเครื่องเงินมานานกว่า 20 ปี จนกระทั่งสร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยเมื่อปี 2562 จากผลงานมาลัยเงิน เป็นลักษณะรูปมาลัยกรที่ถอดแบบมาจากมาลัยกรร้อยจากดอกมะลิและดอกรักที่เป็นเอกลักษณ์สวยงามแบบไทย บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทย โดยได้รับคัดเลือกนำเป็นของที่ระลึกให้กับผู้นำในการประชุมอาเซียน และผู้เข้าร่วมประชุม ครั้งที่ 34

ล่าสุดกลับมาเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง หลังจากสร้างชื่อจากผลงานภูมิปัญญาชาวบ้าน นำมาพัฒนาเพิ่มมูลค่าทำชะลอมเงิน โดยนำเอาต้นแบบชะลอมใส่ของฝากที่สานจากไม้ไผ่ ตามภูมิปัญญาชาวบ้านอีสาน แปลงมาทำเส้นจักสานเงินแทนตอกไม้ไผ่ ที่มาจากงานฝีมือแฮนด์เมด  (Handmade) กลายเป็นของที่ระลึกเครื่องเงิน ที่สื่อถึงอัตลักษณ์ความเป็นไทยอีสาน พร้อมถูกคัดเลือกจากกระทรวงการต่างประเทศ ให้นำเป็นของที่ระลึกผู้นำเอเปค 2022 (APEC 2022) ในการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นประธานและเจ้าภาพ และนับเป็นความภาคภูมิใจของชาว จ.นครพนม รวมถึงผู้ประกอบการเครื่องเงิน ที่มีชื่อเสียงผลงานคุณภาพ และจะเกิดประโยชน์ต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาพื้นที่ จ.นครพนม โดยเฉพาะ อ.ธาตุพนม ได้มาชื่นชมความสวยงาม ของเครื่องประดับจากเงิน รวมถึงของที่ระลึกเครื่องเงินที่มาจากงานแฮดเมด ซึ่งหาเลือกซื้อเลือกชมยาก และมีเพียงหนึ่งเดียวในไทย

นางสาวนฤมล ทอนใจ อายุ 44 ปี หรืออ้อม เจ้าของร้านเครื่องเงินบ้านเงินประดาพร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เจ้าของที่ระลึกเครื่องเงินสร้างชื่อระดับโลก เปิดเผยว่า ย้อนไปเมื่อกว่า 20 ปี เดิมทีทำธุรกิจ เครื่องประดับหินมงคล ร้อยกำไรหินหยก ต่อมาเกิดไอเดียความคิด บวกกับความชอบเกี่ยวกับธุรกิจการทำเครื่องประดับเงิน เริ่มจากเครื่องประดับทั่วไป จนกระทั่งมีการพัฒนาเพิ่มมูลค่า พัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องเงิน เป็นของที่ระลึก เพิ่มความหลากหลาย ให้เป็นที่สนใจกับลูกค้า เน้นอัตลักษณ์ความเป็นไทย และเน้นการเพิ่มมูลค่าจากผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน นำมาเป็นของที่ระลึกเครื่องเงิน

สำหรับผลงานที่สร้างชื่อเสี่ยงระดับโล ชิ้นแรก หลังจากได้ไปโชว์ผลงานการทำมาลัยกรเงิน ที่ถอดแบบจากมาลัยกรมะลิกับดอกรัก เป็นต้นแบบทำมาลัยกรด้วยเงินแท้ นำไปโชว์ผลงานในงานอัตลักษณ์แห่งอีสาน จนได้รับคัดเลือกจากระทรวงการต่างประเทศ นำผลงานไป มอบเป็นที่ระลึกให้กับผู้นำอาเซียนในการประชุมอาเซียน เมื่อปี 2562 จำนวน 16 ชุดราคาชุดละ 35,000 บาท 

ล่าสุดถือว่าเป็นผลงานที่ภาคภูมิใจได้รับ ให้ออกแบบนำเสนอผลงานของที่ระลึกเพื่อนำเป็นที่ระลึกมอบให้กับคณะรัฐมนตรี ในการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค 2022 จึงเกิดไอเดียในการผลิตเครื่องเงิน เป็นรูปแบบของเครื่องจักสาน คือ ชะลอม ที่เป็นสัญลักษณ์ของการประชุมเอเปค ก่อนนำรูปแบบชะลอมภูมิปัญญาชาวบ้าน มาพัฒนาเพิ่มมูลค่าจากการสานด้วยตอกไม้ไผ่ แต่มาใช้การหลอมรีดเงินแทนเส้นตอกไม้ไผ่ นำไปให้ชาวบ้านสานแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นชะลอมใส่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นของที่ระลึก ที่สื่อถึงความเป็นอีสาน และความเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน จนได้รับคัดเลือกเป็นที่ระลึกมอบให้คณะรัฐมนตรีผู้นำเอเปค 2022 จำนวน 50 ชิ้น ราคาชุดละ 15,000 บาท แต่หลังจากมีข่าวเผยแพร่ออกไป ยังมีลูกค้าให้ความสนใจสั่งออเดอร์ นำไปเป็นของที่ระลึกตลอด

อ้อม เจ้าของร้านเครื่องเงินบ้านเงินประดาพร กล่าวอีกว่า สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องเงินของบ้านเงินประดาพร จะเน้นเงินที่มีคุณภาพนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ก่อนนำมาหลอมขึ้นรูปต่างๆ เป็นงานแฮนเมด เน้นรูปแบบที่สื่อถึงอัตลักษณ์ความเป็นอีสาน ความเป็นไทย และต้องเป็นงานละเอียดมีคุณภาพสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ของร้าน นอกจากนี้ยังมีความต้องการที่จะเป็นแหล่งผลิตภัณฑ์ เครื่องประดับทำจากเงิน ที่สำคัญของ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่จะเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของ จ.นครพนม เมื่อมาเยือน อ.ธาตุพนม เมื่อได้มากราบไหว้พระขอพรองค์พระธาตุพนม และแวะมาชื่นชมความสวยงามของเครื่องประดับจากเงินทุกรูปแบบที่เดียวของ จ.นครพนม ที่บ้านเงินประดาพร โทรสอบถามรายละเอียดได้ ที่ โทร. 081-9885176 หรือเข้าไปชมเครื่องประดับต่างๆ ได้ที่เฟซบุ๊ก บ้านเงินประดาพร – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วัดเขาพระทอง’เตรียมจัดงานใหญ่กราบหลวงพ่อองค์ใหญ่อายุกว่า 800 ปีรับปีใหม่

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696656

'วัดเขาพระทอง'เตรียมจัดงานใหญ่กราบหลวงพ่อองค์ใหญ่อายุกว่า 800 ปีรับปีใหม่

‘วัดเขาพระทอง’เตรียมจัดงานใหญ่กราบหลวงพ่อองค์ใหญ่อายุกว่า 800 ปีรับปีใหม่

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.05 น.

“วัดเขาพระทอง” อำเภอชะอวด เมืองคอน เตรียมจัดงานใหญ่ส่งท้ายปีเก่า “เปิดแหล่งท่องเที่ยวเทศกาล” กราบหลวงพ่อองค์ใหญ่อายุกว่า 800 ปีรับปีใหม่ 2566 แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และธรรมชาติ 23 ธ.ค.65-1 ม.ค.66

วันที่ 7 ธ.ค.65 ที่วัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช คณะสงฆ์นำโดยพระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัด, นายนิยม คงเมฆ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา นายณัฐกิตต์ หนูรอด ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เขต 3 (เดิม) นายไพฑูรย์ อินทศิลา สื่ออาวุโส ที่ปรึกษาวัด ร่วมประชุมหารือการเตรียมจัดงานแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาของภาคใต้และสายมูเตลู เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 หรือ “เทศกาลกราบหลวงพ่อองค์ใหญ่” วัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช และต้อนรับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในวันที่ 23 ธ.ค.65 ซึ่งทางวัดจะมีการเตรียมจัดสถานที่การต้อนรับรัฐมนตรี และคณะผู้เข้าร่วมงานการจัดการแสดงสินค้าโอทอป การแสดงของกลุ่มแม่บ้าน การจัดมหรสพ มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสวิด และการจัดเตรียมอาหารเพื่อจัดกเลี้ยงผู้ที่เดินทางมารร่วมกิจกรรมในวันดังกล่าว โดยในที่ประชุมได้กำหนดกิจกรรมต่าง ๆ เบื้องต้น และมีมติว่าจะประชุมสรุปการจัดงานอีกครั้งในวันที่ 16 ธ.ค.65 เวลา 13.00 น. ณ.วัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

นายณัฐกิตต์ หนูรอด กล่าวว่า วัดเขาพระทอง เป็นวัดเก่าแก่โบราณมีอายุกว่า 800 ปีตามหลักฐานที่ปรากฎได้จารึกไว้ว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยศรีวิชัยตอนต้น หรือในยุคกษัตริย์คนสำคัญคือพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช และพระเจ้าจันทรภาณุศรีธรรมราช ซึ่งสร้างขึ้นในยุคเดียวกับพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช โดยวัดเขาพระทองอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ มีภูเขา ป่าไม้ ที่สำคัญมีพระพุทธรูปโบราณอันศักดิ์สิทธิ์มากมายประดิษฐานอยู่บริเวณเชิงเขาด้านทิศตะวันออก โดยมี “พระใหญ่ หรือหลวงพ่อองค์ใหญ่” เป็นองค์องค์ประธานและมีจุดสำคัญต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับความเชื่อสายมูเตลู ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบสักการะขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ภายในวัดเขาพระทองเป็นจำนวนมาก ทางวัดอยู่ระหว่างการก่อสร้างโบสถ์และมีความพยายามในการพัฒนาเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ เพื่อรองรับโครงการพระบรมธาตุมรดกโลก

ทั้งนี้ ทางคณะสงฆ์และคณะกรรมการวัด ได้มีฉันทามติที่จะจัดงานพิธีเปิดแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาของภาคใต้ และสายมูเตลู เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565 “เทศกาลหราบไหว้หลวงพ่อองค์ใหญ่” ณ วัดเขาพระทอง ในวันศุกร์ที่ 23  ธ.ค.65 ตั้งแต่เวลา 13.00 น.เป็นต้นไป และเพื่อเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2566 และสายมูเตลู ทางวัดจะมีการจัดกิจกรรม “เทศกาลกราบหลวงพ่อองค์ใหญ่” และสวดมนต์ข้ามปี ต่อเนื่องจากวันที่ 23 ธ.ค.2565-1 ม.ค. 2566 จึงขอเชิญชวนพุทธเดินทางมาท่องเที่ยวกราบไหว้หลวงพ่อองค์ใหญ่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเขาพระทอง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตสืบไป ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่พระมหาอารยนันต์ อานันโทโทร. 094795 2998

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดวิธีล่าหนูนามาทำอาหารเลิศรสเหลือขายสร้างรายได้นับพันบาทต่อวัน

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696632

เปิดวิธีล่าหนูนามาทำอาหารเลิศรสเหลือขายสร้างรายได้นับพันบาทต่อวัน

เปิดวิธีล่าหนูนามาทำอาหารเลิศรสเหลือขายสร้างรายได้นับพันบาทต่อวัน

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.15 น.

วันนี้ จะพาลงพื้นที่ทุ่งนาหลังเก็บเกี่ยวข้าวในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ จะพบเห็นทั้งวัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงวัยออกไปล่าหาหนูนาตามทุ่งนาที่เพิ่งเกี่ยวข้าว รวมถึงที่บริเวณทุ่งนาปลูกข้าวบ้านหนองแวง ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ จะมีชาวบ้านทั้งวัยหนุ่ม ไปจนถึงผู้สูงวัย ออกเดินตามคันหาทุ่งนาข้าวเพื่อออกล่าดักหนูนาเพื่อนำมาประกอบอาหารและนำไปขาย 

การล่าหนูนา หรือดักหนูนา มีด้วยกันหลายแบบ ทั้งการกับดักหนู ใช้ปืนหน้าไม้ยิง ซึ่งการวางกับดักจะวางกับดักไว้ที่ปากรูทางเข้ารูของหนูนา เมื่อหนูนาเข้าหรือออกรู จะติดกับดักที่วางไว้ ซึ่งเป็นวิธีดักหนูแบบโบราณ โดยกับดักจะวางไว้ที่ปากรูทางเข้ารูหนูนา ซึ่งเป็นทุ่งนาที่เพิ่งเก็บเกี่ยวผลผลิตใหม่ เพราะหนูนาจะยังอยู่ในรูตามคันนา โดยจะเดินหารูตามคันนา เมื่อเจอแล้วจะทำการหารู บริเวณรอบๆ อีกทีว่ามีกี่รู จะนำดินอุดรูให้หมด ให้เหลือเพียง 2 รูเท่านั้น 

โดยรูหนึ่งนำฟางข้าวพร้อมกับจุดไฟ ทำให้เกิดควันแล้วนำไปใส่ในรูเพื่อที่จะให้ควันเข้าไปในรู เรียกว่ารูเข้า ส่วนอีกรูนั้นจะนำแหมาคลุมปากรู เรียกว่ารูออกเพื่อที่จะรอหนูนา ที่อยู่ในรู เมื่อเจอควันไฟ จะทนไม่ไหว จะวิ่งออกมายังรูมาติดแห่ที่ดักไว้ที่ปากรู โดยจะใช้เวลาในแต่ละหลุม 10-20นาที แล้วแต่ความลึกของรูที่หนูนาอาศัยอยู่ 

เมื่อหนูวิ่งออกจากรูจะติดกับแห ตระข่ายที่ขึงดักไว้จับใส่ภาชนะที่เตรียมมาจากบ้าน

นายวิทยา เข็มอุทรา อายุ 27 ปี ชาวบ้านหนองแวง ต.บ้านเพชร อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เล่าให้ฟังว่า ตนและเพื่อนๆ ได้ออกหาหนูนามากว่า 20 แล้ว ตั้งแต่อายุ 7 ขวบจะตามพ่อออกไปล่าหนูนาเป็นประจำ เมื่อโตขึ้นมาจะชวนเพื่อนๆ ออกไปล่าหนูตามทุ่งนาหลังเก็บเกี่ยวข้าวใหม่ๆเป็นประจำทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่หนูนาจะออกมาหากินเมล็ดข้าวที่ร่วงหล่นลงในผืนนา จึงรวมกันออกไปหาดักหนูตามท้องไร่ท้องนา โดยมีอุปกรณ์ดักหนูนาที่ทำจากไม้ไผ่ ผูกเข้ากับบ่วงที่ทำจากลวดสลิงและหนังยาง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่คิดค้นขึ้นมาเอง โดยบ่วงนี้จะนำไปปักไว้ที่ทางเข้ารูหนูที่อยู่ตามคันนา ช่วงนี้ในแต่ละวันจะได้หนูนา 10-20 ตัว ขนาดเล็กบ้างขนาดโตบ้าง 

โดยช่วงนี้เป็นที่นิยมกินสำหรับคอที่ชอบรับประทานเมนูเปิบพิสดารที่ทำจากหนูนา เมนูยอดนิยมมากที่สุดคือหนูนาย่าง ผัดเผ็ดหนูนา ซึ่งจะมีรสชาติอร่อย เป็นเมนูขึ้นชื่อในช่วงนี้ เพราะจะสามารถหาทานได้ปีละครั้งเท่านั้น หนูนาในช่วงนี้จะมีรสชาติมัน เมื่อนำไปปิ้งจะได้รสชาติที่อร่อยคล้ายกับไก่ย่าง หากหมักเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม จะได้รสชาติที่หนุ่มละมุนเป็นที่ติดอกติดใจของผู้ที่ได้ลิ้มลอง

นายวิทยา เข็มอุทรา อายุ 27 ปี นักล่าหนูนาประจำบ้านหนองแวง ยังบอกว่า หนูนาที่จับได้ในแต่ละวันจะนำไปประกอบอาหารกินกันภายในครอบครัว ที่เหลือจะนำไปส่งขาย โดยราคาที่ขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 200 บาทเท่านั้น ขนาด 2 ตัวหนึ่งกิโลกรัม ซึ่งเป็นหนูนาที่ได้จากการไล่ล่ามาจากทุ่งนาเท่านั้นเป็นที่นิยมกินมากกว่าหนูนาที่เลี้ยงตามฟาร์ม เพราะหนูนาจริงๆ นั้นเนื้อจะอร่อยกว่า มีมันหน่อยกว่าหนูนาฟาร์ม ทำให้หนูนาจากทุ่งนาเป็นที่นิยมมาก 

แต่ช่วงหลังๆ นี้หนูนาเริ่มหายาก เนื่องจากนักล่าหนูนามีมากขึ้น และปีที่ผ่านมา ทุ่งนาส่วนใหญ่น้ำท่วมทำให้หนูนาที่เคยอยู่ต่างหนีไปอยู่ที่อื่นหมด ทำให้ช่วงนี้หนูนาเริ่มหายากขึ้นทุกวัน มีผู้นิยมกินมากขึ้น ทำให้ราคาหนูนามีราคาสูงขึ้น ช่วงนี้หนูนาแท้จากทุ่งนาราคาตัวละ 80-100 บาทแล้วแต่ขนาดทำให้ช่วงนี้หนูนาที่จับได้นำส่งขายมีรายได้วันละกว่า 1 พันบาท

นอกจากนั้นหนูนาที่จับได้ในแต่ละวันเมื่อได้มากจะขายต่อให้กับผู้นำไปวางขายตามตลาดสด และตามสองข้างถนนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อที่ผู้ให้ผู้ชื่นชอบในอาหารป่าประเภทหนูนา ได้เลือกซื้อนำไปประกอบอาหารเมนูเด็ดตามแต่ละคนชื่นชอบอีกด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รวบมือแป๊บเหล็ก! ฟาดหัวเซียนพระสลบ หยามศักดิ์ศรีชอบล้อลามกเลียXXX

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696573

รวบมือแป๊บเหล็ก! ฟาดหัวเซียนพระสลบ หยามศักดิ์ศรีชอบล้อลามกเลียXXX

รวบมือแป๊บเหล็ก! ฟาดหัวเซียนพระสลบ หยามศักดิ์ศรีชอบล้อลามกเลียXXX

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.51 น.

รวบมือแป๊บเหล็ก หวดศีรษะเซียนพระสลบหน้าวัด หยามศักดิ์ศรีล้อว่าเป็นคนชอบเลีย…..ผู้หญิง เลยต้องสั่งสอนให้หลาบจำ 

6 ธันวาคม 2565 จากกรณีเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.ในคลองบางปลากด ได้รับแจ้งว่ามีชายถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ นอนอยู่ริมถนนสุขสวัสดิ์-ป้อมพระจุล บริเวณหน้าแผงพระใกล้เคียงวัดไตรมิตรวราราม หมู่ที่ 1 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ จึงรีบเดินทางไปให้การช่วยเหลือ  

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าแผงพระไม่มีชื่อ พบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายนั่งอยู่จมกองเลือดอยู่หน้าแผงพระในสภาพสลึมสลือตาลอย ทราบชื่อภายหลัง นาย สมคิด อายุ 55 ปี ชาวพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.ปากคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ มีบาดแผลแตกบริเวณด้านหลังศีรษะและใบหน้า  บริเวณทั่วตัวถึงศีรษะพบอุจจาระราดเต็มทั้งตัว ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง

ข่าวเพิ่มเติม : ไม่รู้แค้นอะไร! ‘เหล็กแป๊บ’ฟาดหัวเซียนพระจนสลบ สาดอึใส่หัวเหม็นคลุ้ง

เจ้าหน้าที่ต้องของน้ำจากวัดมาช่วยกันล้างอุจจจาระออกก่อน ช่วยกันปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง บริเวณจุดเกิดเหตุพบกองอุจจาระกระจายเกลื่อนพื้น โดยมีถุงพลาสติกสีขาวขุนที่ใส่อุจจาระตกรวมอยู่ด้วย 1 ใบ ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่าเป็นชายหลังลงมือได้นั่งรถจักรยานยนต์รับจ้างหลบหนีไปพร้อมอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ 

ล่าสุดเมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 6 ธ.ค.65 พ.ต.อ.ธนูเพ็ชร ฉมาฤกษ์ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชาญวุฒิเทียมมงคล รอง.ผกก.สืบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ร่วมกันจับกุมตัว นายวินัย อายุ 62 ปี ชาวพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจำได้รับบาดเจ็บ โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักภายในตรอกถั่วงอก หมู่ที่ 1 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ 

จากการสอบสวน นายวินัย อ้างว่าตนมีอาชีพเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของบริษัทแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะมาลงมือตีศีรษะเซียนพระนั้น ตนได้เลิกกับภรรยาเมื่อ 15 ปี ที่แล้ว ช่วงกลางปีที่ผ่านมาภรรยาเก่าได้พยามโทรศัพท์หาตน ให้ตนไปหาและพยามกลับมาเชื่อมความสัมพันธ์กันใหม่ หากไม่ทำตามที่ต้องการจะปล่อยคลิปที่เคยมีเพศสัมพันธ์กันลงในโซเชียล แต่ตนบ่ายเบี่ยงไม่กลับไป 

กระทั่งมาทราบว่า คลิปดังกล่าวกระจายแพร่ไปทั่วโซเชียลและเซียนพระผู้บาดเจ็บได้เห็นคลิป จึงนำมาล้อตนและดูถูกตนบ่อยครั้ง ว่าตนเป็นคนชอบเลีย……ผู้หญิง พร้อมทั้งยังอวดอ้างบอกตนว่า คนที่ชอบเลีย……ผู้หญิงจะมีอายุยืนยาวไม่ตายง่าย

ตนได้เคยเตือนหลายครั้งว่า เรื่องส่วนตัวของตนจะเอามาพูดเอามาล้อเล่นไม่ได้ แต่เซียนพระผู้บาดเจ็บไม่เคยเลิกล้อและจะล้อทุกครั้งที่ตนมาดูพระบริเวณที่เกิดเหตุ

กระทั่งเมื่อวันที่ 29 พ.ย.65 ที่ผ่านมา ตนใช้เวลาว่างหลังเลิกงานไปดูพระและพูดคุยกลุ่มเพื่อนบริเวณที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงเซียนพระผู้บาดเจ็บตะโกนเรียกว่า ‘เห้ยไอ้คนชอบเลีย…….ผู้หญิงมาแล้วโว้ย’ ก่อนที่ตนจะต่อว่าไปหลายคำ ในวันนี้ด้วยความคับแค้นใจที่ถูกหยามศักดิ์ศรีและถูกล้อบ่อยครั้ง จึงได้นำอุจจาระของตนที่ใส่ไว้ในถุงพลาสติกไว้ แล้วนำไม้ไผ่ขนาดยาวนั่งถือไปกับรถจักรยานยนต์รับจ้าง

คิดว่าจะใช้อุจจาระราดใส่ผู้บาดเจ็บเพื่อเป็นการสั่งสอน ว่าอย่างมายุ่งเรื่องครอบครัวของชาวบ้านอย่างเดียว แต่เห็นว่าผู้บาดเจ็บตัวใหญ่เกรงว่าทำลงไปอาจจะถูกผู้บาดเจ็บทำร้ายกลับได้ จึงใช้ไม้ไผ่ฟาดไปที่ศีรษะอย่างจังจนนอนหงายแน่นิ่ง ก่อนที่จะนำอุจจาระที่เตรียมไว้มาราดใส่หน้าผู้บาดเจ็บแล้วหลบหนีไป กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพักดังกล่าว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ขจัดความยากจน’ ฐานแห่งเศรษฐกิจไทยที่มั่นคง

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696544

'ขจัดความยากจน' ฐานแห่งเศรษฐกิจไทยที่มั่นคง

‘ขจัดความยากจน’ ฐานแห่งเศรษฐกิจไทยที่มั่นคง

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.54 น.

ถ้า “ขจัดความยากจน” ได้มากเท่าไหร่ ฐานแห่งความมั่นคงทางเศรษฐกิจของไทยก็จะทวีความมั่งคั่งและยั่งยืนไปด้วย เราจึงนำเสนอ “รายงานพิเศษ ชุด “เกษตรคนเมืองขจัดความยากจน” (Urban Agriculture to eradicating proverty) ตอน 4 “ขจัดความยากจน” ฐานแห่งเศรษฐกิจไทยที่มั่นคง

ปัญหาความยากจนของแกษตรกรไทย คือ การติดบ่วงหนี้สินภาคครัวเรือน และ ลามเข้าไปในหนี้เกษตรกร เมื่อเวลาที่เกษตรกรส่วนใหญ่ของประเทศ สนใจจะลงทุนด้านเทคโนโลยีการเกษตร ก็ปรากฏว่า ต้องชะงักด้วยเงินทุนที่มีอยู่ในมืออย่างจำกัด ไม่สามารถลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI :  Artificial  Intelligence)  ในพื้นที่การเกษตรได้ เพราะการลงทุนด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีต่างๆ มีต้นทุนอย่างน้อยจำนวนหลายหมื่นบาทเป็นเงินลงทุนเริ่มต้นด้านฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ โดยทางออกระยะสั้น ที่พอทำได้ก่อนเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีด้านการเกษตรอย่างทั่วถึง ภาครัฐอาจจะต้องตั้งงบประมาณเพื่อสนับสนุน (SUBSIDIZE) ให้เกษตรกร เช่น ถ้าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ ที่เอื้อต่อภาคเกษตรมีค่าลงทุน 50,000 บาท ภาครัฐอาจจะต้องซับซิไดซ์ให้เหลือต้นทุนเพียง 10,000 บาทต้นๆ ซึ่งการซับซิไดซ์นี้ ไม่ใช่เป็นการกู้เงิน หรือ สำรองจ่ายให้เกษตรกร แต่ต้องเป็นการซับซิไดซ์ในรูปแบบการลงทุนระยะสั้น เพื่อผลระยะยาวที่จะตามมาในอนาคต เปรียบเสมือนเป็นการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา  เพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่สะสมมาอย่างยาวนาน 

ตัวอย่าง “จีน” ใช้เงินลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจำนวนมาก ในช่วงที่เข้าสู่แผนการเดินหน้า “ขจัดความยากจน” ในประเทศ โดย “จีน” เรียกปรากฎการณ์ช่วงที่ต้องลงทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำนี้ว่า “ปรากฎการณ์ปฏิกิริยาหน้าผา” 

หนังสือ “คำสำคัญเพื่อเข้าใจประเทศจีน” ฉบับขจัดความยากจนอย่างตรงจุด ตีพิมพ์โดยกรมกิจการและจำหน่ายหนังสือภาษาต่างประเทศแห่งประเทศจีน (CIPC),  สถาบันวิจัยประเทศจีนและโลกร่วมสมัย (ACCWS), สถาบันวิจัยการแปลแห่งประเทศจีน (CATL) และ ศูนย์วิจัย “หนี่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ไทย-จีน (CTC) ระบุว่า ในภาคปฏิบัติของยุทธการขจัดความยากจน ผู้บริหารในบางพื้นที่มีการยกระดับค่าชี้วัดมาตรฐานในการช่วยเหลือผู้ยากจนขึ้นไป ไม่ว่าจะมีความจงใจหรือไม่จงใจก็ตาม 

สำหรับค่ามาตรฐานชี้วัดการตรวจสอบผลดำเนินงานที่ตั้งขึ้นโดยผู้บริหารท้องถิ่น สูงกว่ามาตรฐาน “2 หมดห่วง 3 หลักประกัน” อย่างชัดเจน การปฏิบัติเช่นนี้ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำอย่างมากด้านการดูแล เอาใจใส่ระหว่างครัวเรือนผู้ยากจนกับครัวเรือนที่ไม่ยากจน จนก่อเกิด “ปรากฎการณ์ปฏิกิริยาหน้าผา”

ในหนังสือนี้ยังระบุว่า บางพื้นที่ถึงกับก่อหนี้เปล่าๆ เพื่อขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ชนบทที่ยากจน บางหมู่บ้านยากจนทุ่มงบก้อนโตถึงครั้งละ 10-20 ล้านหยวนจีน ก่อให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างหมู่บ้านยากจนกับหมู่บ้านไม่ยากจน ที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์ปฎิกิริยาหน้าผา” 

สำหรับปัญหาต่างๆเหล่านี้ในปี ค.ศ.2018 คณะกรรมการกลางของพรรคฯ และ รัฐบาลได้ประกาศใช้บทบัญญัติ “ความเห็นและข้อชี้แนะจากคณะกรรมการกลางของพรรคและสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคว้าชัยชนะในยุทธการขจัดความยากจน” ซึ่งมีข้อกำหนดอย่างชัดเจนคือ การขับเคลื่อนยุทธการขจัดความยากจนนั้น ต้องประมาณตนก่อนแล้วค่อยดำเนินการ ไม่ควรจะลดระดับค่าชี้วัด และไม่ควรเพิ่มระดับมาตรฐานค่าชี้วัดโดยพลการ ซึ่งก่อให้เกิดเป้าหมายที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง พึงหลีกเลี่ยงการตกลงไปใน “หลุมพรางรัฐสวัสดิการ” ป้องกัน “โรคแทรกซ้อน” ที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำระหว่างการปฏิบัติดูแลหมู่บ้านที่ยากจนกับหมู่บ้านที่ไม่ยากจน หรือการดูแลครัวเรือนยากจนกับครัวเรือนไม่ยากจน ซึ่งเรียกว่า “ปรากฏการณ์ปฏิกิริยาหน้าผา” 

สำหรับในประเทศไทยนั้น มีกำแพงที่แน่นหนาในการจะต้องทุบออกไปเพื่อ “ขจัดความยากจน” นั่นคือ ปัญหาคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย ซึ่งมีการคอร์รัปชั่นในทุกหย่อมหญ้า ทำให้แม้ว่าจะมีแผนนโยบายแห่งชาติด้านต่างๆดีเพียงใด แต่ยังสามารถทำได้ยาก เพราะปัญหาคอร์รัปชั่นที่สะสมมาอย่างยาวนาน โดยหากงบประมาณที่จะลดความเหลื่อมล้ำไปสู่เกษตรกรไทยเกิดขึ้นจริง แต่เม็ดเงินจริงจะไปถึงมือเกษตรกรเต็มเม็ดเต็มหน่วย รวมไปถึงการทำให้เกษตรกรเข้าถึงเม็ดเงินลงทุนด้านนวัตกรรมการเกษตรอย่างทั่วถึง และ เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ นี่คือกำแพงอันสำคัญที่ทำให้ “การขจัดความยากจน” ในไทยยังเป็นเพียงนามธรรม และ ยังไม่สามารถเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมได้

เพราะปัจจุบัน “ภาคเอกชนไทย” เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็พบว่า “ภาคเอกชน” ต้องแบกภาระอย่างหนักในค่าใช้จ่ายรอบด้านอย่างมีนัยยะสำคัญต่อการคอร์รัปชั่น และ การคอร์รัปชั่นส่งผลทุกองคาพยพ  โดยเฉพาะด้าน “การขจัดความยากจน” เพื่อมีเป้าหมายให้ฐานรากทางเศรษฐกิจของไทยเกิดความมั่นคง และ เชื่อมโยงกับการทำให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าถึง “เกษตรคนเมือง” ซึ่งเป็นการกระทำที่มีผลในทุกมิติแบบ 360 องศา ทั้งในมิติทางด้านสังคม, เศรษฐกิจ, อาชญากรรม, ศาสนาและวัฒนธรรม และ ฯลฯ 

จากข้อมูลของวิกิพีเดียระบุว่า ในปี พ.ศ. 2558 มีเกษตรกรไทย จำนวน 25.07 ล้านคนคิดเป็นร้อยละ 38.14 ของประชากรทั้งประเทศ ส่วนเศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจกำลังพัฒนาแบบผสมและเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่  และ  เมื่อปี 2561 มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศในรูปตัวเงิน (ราคาตลาด) เป็นอันดับที่ 25 ของโลก มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศที่ความเท่าเทียมกันของอำนาจซื้อ (พีพีพี) เป็นอันดับที่ 20 ของโลก นับว่าใหญ่สุดเป็นอันดับสองของอาเซียน มีอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.1%

สำหรับภาคอุตสาหกรรมและบริการเป็นภาคหลักในผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไทย โดยภาคอุตสาหกรรมเป็นสัดส่วน 39.2% ของจีดีพี ภาคเกษตรกรรมเป็นสัดส่วน 8.4% ของจีดีพี น้อยกว่าภาคการขนส่งและการค้า ตลอดจนการสื่อสาร ซึ่งเป็นสัดส่วน 13.4% และ 9.8% ของจีดีพีตามลำดับ ภาคก่อสร้างและเหมืองแร่เป็นสัดส่วน 4.3% ของจีดีพี ภาคอื่น (ซึ่งรวมภาคการเงิน การศึกษา โรงแรมและร้านอาหาร) เป็นสัดส่วน 24.9% ของจีดีพี โทรคมนาคมและการค้าบริการกำลังกำเนิดเป็นศูนย์กลางการขยายอุตสาหกรรมและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ 

ส่วนเมื่อ 14 ปีที่แล้ว หรือ ในปี 2551 ประเทศไทยส่งข้าวออกคิดเป็นประมาณ 33% ของการค้าข้าวทั่วโลก   และ ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางรายใหญ่ที่สุดของโลก  และเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่อันดับ 5 ของโลก   โดยในปี พ.ศ. 2560 ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกเป็นอันดับที่ 21 ของโลก และมีมูลค่าการนำเข้าเป็นอันดับที่ 25 ของโลก ซึ่งประเทศคู่ค้าหลัก ได้แก่ ประเทศจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออสเตรเลีย ฮ่องกง และ เกาหลีใต้

ตัวเลขเหล่านี้มีความเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงตลอด โดยเฉพาะหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และ ปัจจัยด้านราคาพลังงานทั่วโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่สูงขึ้น แต่ท่ามกลางวิกฤตการณ์เหล่านี้ประเทศไทยยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ด้วยรากฐานความเป็น “เมืองเกษตรกรรม”  ซึ่งเสมือนเป็นแหล่งมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งการดำเนินชีวิตของผู้คนที่น้อมนำแนวทางปรัชญา “เศรษฐกิจ” พอเพียงมาใช้ในวงกว้างมากขึ้น 

แต่ประเทศไทยก็ยังต้องพบกับกำแพงอันหนาแน่นที่ก่อตัวอย่างสะสมมานาน นั่นคือ ปัญหาคอร์รัปชั่น ซึ่งหากทุบกำแพงปัญหาคอร์รัปชั่นลงได้อย่างน้อย 50% ของที่เป็นอยู่ การดำเนินการเพื่อ “ขจัดความยากจน”  เพื่อต่อยอดในการสร้างเศรษฐกิจไทยที่มั่นคงก็จะมีความเป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ และ ลดความเหลื่อมล้ำของผู้คนในสังคมซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม 


ขอบคุณข้อมูล 
https://th.wikipedia.org/wiki/ 
หนังสือ “คำสำคัญ เพื่อเข้าใจในประเทศจีน” ฉบับขจัดความยากจนอย่างตรงจุด 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความสุขที่เกิดจากความสงบของจิต ที่เราปรารถนากันนักกันหนาเรียกว่าสันติสุข

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696535

ความสุขที่เกิดจากความสงบของจิต ที่เราปรารถนากันนักกันหนาเรียกว่าสันติสุข

ความสุขที่เกิดจากความสงบของจิต ที่เราปรารถนากันนักกันหนาเรียกว่าสันติสุข

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.09 น.

ความสุขที่เกิดจากความสงบของจิต ที่เราปรารถนากันนักกันหนาเรียกว่าสันติสุข ความสุขที่เกิดจากความสงบนั้นต้องอาศัยการควบคุมจิตใจให้อยู่นิ่ง เหมือนกับที่เรามานั่งอยู่นี่ เราสามารถควบคุมร่างกายเราได้ ร่างกายเรานั้น ไม่ใช่เป็นของยากที่จะบังคับ สามารถให้นั่งนิ่งได้ ชั่วโมง สองชั่วโมงนี่ พอบังคับกันได้ แต่จิตใจนี่ ให้มันนิ่งได้แม้กระทั่งเพียงสองสามนาทีก็รู้สึกว่ายากเหลือเกิน ให้มันอยู่กับคำว่าพุทโธ พุทโธ ไม่ให้ไปคิดเรื่องราวต่างๆ ก็รู้สึกว่ามันแสนจะยาก ที่มันยากก็เพราะว่าเราขาดเหตุปัจจัย คือตัวที่จะควบคุมจิตใจนั่นเอง

ตัวที่จะควบคุมจิตใจเราเรียกว่าสติ ความระลึกรู้ ความระลึกรู้หมายถึง ทำให้รู้อยู่กับปัจจุบัน ให้รู้อยู่ที่นี่ เดี๋ยวนี้ รู้อยู่ว่าใจกำลังคิดอะไรอยู่ ถ้าเรานั่งอยู่ ก็ให้ใจรู้อยู่กับการนั่ง ให้รู้อยู่กับลมหายใจเข้าออก ที่เราเรียกว่าอานาปานสติ ถ้ารู้อยู่ตรงนี้ รู้อยู่กับลมหายใจเข้าออก ก็ถือว่าเรามีสติควบคุมใจ โดยใช้การกำหนดรู้ลมเป็นเครื่องควบคุมใจ อานาปานะ แปลว่าลมเข้าลมออก   

สติแปลว่าการระลึกรู้ อานาปานสติคือการกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออก อันนี้ก็เป็นวิธีควบคุมจิตใจให้มันนิ่ง 

ถ้าจิตใจถูกควบคุมอยู่กับลมได้โดยสม่ำเสมอต่อเนื่องกัน จิตก็จะค่อยๆ สงบตัวลง ค่อยๆ นิ่ง ค่อยๆ นิ่ง และในที่สุดมันก็จะหยุดนิ่งไปเลย เมื่อหยุดนิ่งแล้ว ก็จะเกิดความรู้สึกที่แปลกประหลาดมหัศจรรย์ เกิดขึ้นมาภายในจิตใจ ซึ่งเราไม่เคยสัมผัสมาก่อน เป็นความรู้สึกที่มันว่างเปล่า เวิ้งว้าง เบาอกเบาใจ เกิดความปิติ เกิดความสุข บางทีขนลุกซ่าขึ้นมาในขณะนั้น หรือน้ำตาอาจจะไหลออกมา เพราะเป็นความรู้สึกที่มันอัศจรรย์ใจ เป็นสิ่งที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต นี่คือความสุขที่เกิดจากความสงบ พระพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ว่า นัตถิสันติปรังสุขัง ไม่มีสุขไหนจะเท่ากับความสงบ สุขอื่นที่จะเหนือกว่าความสุขที่เกิดจากความสงบของจิต ไม่มีในโลกนี้ ต่อให้มีเงินมีทองกี่ร้อยล้านกี่พันล้าน สามารถซื้อข้าวซื้อของ สร้างตึกสูงเป็นร้อยๆชั้น มีรถยนต์ราคาคันละสิบๆล้านก็ตาม ความสุขที่ได้จากสิ่งเหล่านั้นไม่เท่าธุลีเมื่อเปรียบเทียบกับความสุขที่เกิดจากความสงบของจิตใจ  พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า รสแห่งธรรมชนะรสทั้งปวง 

สมาธิก็เป็นธรรมอย่างหนึ่ง เป็นธรรมเบื้องต้นเท่านั้นเอง ยังมีความสุขที่เหนือกว่าสมาธิอีก คือสุขที่เกิดจากปัญญา สุขที่เกิดจากการหลุดพ้นวิมุตติ อันนี้เป็นขั้นตอนของการปฏิบัติที่เราต้องไต่ขึ้นไป จากสุขที่เราได้รับจากการให้ทาน สู่ความสุขที่เกิดจากการรักษาศีล ไม่เบียดเบียนผู้อื่น สู่ความสุขของสมาธิ ขณะที่จิตสงบตัวอยู่นั้น จิตจะไม่มีอาการดิ้น จิต จะไม่หนีไปไหนโดยที่เราไม่ต้องบังคับ คือหลังจากที่เรากำหนดลมหายใจและจิตค่อยๆ สงบเข้าไป จนกระทั่งจิตเข้าไปรวมตัวลง เราเรียกว่าจิตรวมลงเป็นสมาธิ  พอรวมตัวลงเป็นสมาธิแล้ว ในขณะนั้นเราไม่ต้องไปกำหนดสติ เราไม่ต้องไปกำหนดลมอีกต่อไป ขณะนั้นเราก็ปล่อยวางลมไป ลมก็หายไป จิตรวมอยู่เฉยๆ ตั้งนิ่งอยู่ในขณะนั้น ถ้าเป็นนักโทษ  นักโทษตอนนั้นก็ไม่วิ่งหนีแล้ว นักโทษเหนื่อยวิ่งไม่ไหวก็นั่งอยู่เฉยๆ ตำรวจผู้ที่จะต้องคอยตามจับนักโทษก็ไม่ต้องคอยมานั่งเฝ้า

เพราะฉะนั้นขณะที่จิตเข้าสู่สมาธิ จึงเป็นขณะที่มีความสบาย ไม่มีความเครียด จากการที่ต้องคอยควบคุมจิตใจ เหมือนกับขณะที่เรากำลังเจริญอานาปานสติ ขณะที่เราเจริญอานาปานสติ จะเกิดความรู้สึกการต่อสู้กัน ระหว่างการมีสติกับการเผลอสติ เวลามีสติก็รู้อยู่กับลม เวลาเผลอสติ ก็ไปคิดอยู่กับเรื่องราวต่างๆ นานา คิดเรื่องโน้นบ้าง คิดเรื่องนี้บ้าง พอได้สติ ก็ดึงกลับมาหาลม ช่วงนั้นมันเป็นเหมือนกับการชักคะเย่อกัน เกิดความตึงเครียดระหว่างการต่อสู้กันสองฝ่าย ฝ่ายที่พยามจะดึงจิตไว้ กับฝ่ายที่พยามจะฉุดจิตให้ไปตามอารมณ์ต่างๆ แต่ถ้าฝ่ายที่มีกำลังมากกว่าเป็นฝ่ายสติ คือฝ่ายธรรมะ ถ้าสามารถรั้งจิตไว้ให้อยู่ได้ กระทั่งฝ่ายที่จะฉุดจิตให้ไปตามกระแสอารมณ์ต่างๆนั้น หมดกำลังลง จิตก็จะรวมตัวลง พอรวมตัวลงปั๊บ ก็เหมือนกับทีมสองทีมที่ชักคะเย่อกัน พอทีมหนึ่งยอมแพ้ ไม่มีกำลังที่จะต้านทานแล้ว ฝ่ายที่มีกำลังมากกว่าก็ไม่ต้องออกกำลังอีกแล้ว พอเขาปล่อย ความตึงเครียดมันก็หมดไป จิตเวลาเข้าสู่สมาธิก็เป็นในลักษณะนั้น มันหมดความตึงเครียดไม่ต้องมาคอยควบคุมจิตอีกต่อไป ไม่ต้องตั้งสติแล้วในขณะนั้น คือขณะนั้นสติมีแล้วโดยอัตโนมัติ มันรู้อยู่กับจิต ตัวสติกับจิตตอนนั้นมันรวมกันเป็นหนึ่ง ที่เราเรียกว่าจิตรวม หรือสักแต่ว่ารู้ จิตรู้อยู่ตามลำพังของตัวเอง รู้อยู่ว่าขณะนี้จิตไม่คิดไม่ปรุง จิตไม่คิดอยากจะไปโน่นมานี่ จิตสงบอยู่ จิตอยู่เฉยๆ 

อันนี้แหละเป็นความอัศจรรย์ใจเป็นความสุขที่ผู้ใดเมื่อได้สัมผัสกับความสุขแบบนี้แล้ว จะยินดีที่จะสละความสุขต่างๆ ที่เคยมีมาก่อน เคยมีความสุขอยู่กับการอยู่บ้านใหญ่โต อยู่ในพระราชวัง มีบริษัทบริวาร มีข้าวของเงินทองต่างๆ ที่จับจ่ายใช้สอยเหลือเฟือ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้มีความหมายกับจิตดวงนั้นอีกต่อไป จิตดวงนั้นจะพยายามแสวงหาแต่ที่สงบ ที่วิเวก ที่สงัด พยายามหลบหลีกคน เมื่อก่อนนี้เป็นคนที่ชอบสังคม เดี๋ยวนี้กลับกลายเป็นคนเบื่อสังคม ไม่อยากจะพูดคุย ไม่อยากจะเจอใคร เพราะเสียเวลา พูดไปมันก็เท่านั้น ไม่เกิดประโยชน์อะไร ไม่เหมือนกับหลบไปอยู่ตามลำพังที่ไหนเงียบๆ นั่งกำหนดจิต นั่งดูลมหายใจเข้าออก ไม่ให้จิตไปคิด ไปปรุง แล้วจิตก็รวมลงเป็นสมาธิ อันนั้นแหละเป็นความสุขที่แท้จริง

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นายกเล็ก’ชวนเที่ยวงานถนนนั่งยองทองผาภูมิ ชิมอาหารอร่อยปลายธันวาคมนี้

Posted on December 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696518

'นายกเล็ก'ชวนเที่ยวงานถนนนั่งยองทองผาภูมิ ชิมอาหารอร่อยปลายธันวาคมนี้

‘นายกเล็ก’ชวนเที่ยวงานถนนนั่งยองทองผาภูมิ ชิมอาหารอร่อยปลายธันวาคมนี้

วันอังคาร ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.12 น.

“นายกเล็กตำบลทองผาภูมิ” ชวนเที่ยวงานถนนั่งยองทองผาภูมิ ประจำปี 2566 พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ชิมอาหารอร่อยของดีองผาภูมิ 30 ธ.ค.65-1 ม.ค.66 นี้ 

วันนี้ (6 ธ.ค.65) นายประเทศ บุญยงค์ นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565-2566 เทศบาลตำบลทองผาภูมิร่วมกับชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมจัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว งานถนนนั่งยองทองผาภูมิ ขึ้นระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2565-1 มกราคม 2566 เวลา 06.00-20.00 น.ที่บริเวณถนนบุษปวนิช (ถนนซอยธรรมะ)ถึงตลาดริมแควเมืองท่าขนุน

วัดท่าขนุนได้พัฒนาจุดชมวิวแห่งใหม่ ด้วยการจัดสวนดอกไม้บริเวณสะพานแขวนหลวงปู่สาย โดยจะมีร้านค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนต่างๆ เอาไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว สำหรับการจัดงานถนนนั่งยองทองผาภูมิ เป็นการนำเสนอเอกลักษณ์รูปแบบวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวอำเภอทองผาภูมิ เพื่อเชื่อมโยงในด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

ในกิจกรรมเราได้จำลองวิถีชีวิตของคนทองผาภูมิสมัยก่อน ที่มีการค้าขายมาไว้ในงานนี้ โดยพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายสินค้า จะนั่งยองขายของ และนักท่องเที่ยวจะนั่งยองซื้อ อาหาร สินค้าพื้นบ้าน ของฝาก ฯลฯ ถือเป็นเอกลักษณ์ของอำเภอ 

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังได้ชมการแสดงต่างๆ เช่น การแสดงดนตรี รำวงย้อนยุค จุดถ่ายรูป ฯลฯ ส่วนในวันที่ 1 มกราคม 2566 ในช่วงเช้าบริเวณงานถนนนั่งยอง นักท่องเที่ยวจะได้ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จากวัดต่างๆ เนื่องโอกาสวันขึ้นปีใหม่ จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนเที่ยวงานถนนนั่งยองทองผาภูมิประจำปี 2566 อย่างพร้อมเพรียงกัน – 003

ภาพจากแฟ้ม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,931,120 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เปิดชื่อ 5 ประธาน-5 รองประธาน กมธ.สัดส่วนเพื่อไทย
ศรีลังกาจับพระ 22 รูป คาสนามบิน ฐานซุกกัญชา 110 กก.
พริษฐ์ ชวนเพื่อนฝ่ายค้าน ลงชื่อสอบ ป.ป.ช.ปมยกคำร้องคดี ศักดิ์สยาม ซุกหุ้น
กรมฝนหลวงฯ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
‘เลขา สมช.’ เชื่อตร.มีมาตรการดูแลบุคคลสำคัญของประเทศ หลัง ทรัมป์ ถูกลอบยิง
โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ รวมทั้งสิ้น 313,602 ราย
เอ-แป้ง บุกอุทัยธานี ดูขั้นตอนทำน้ำพริกปลาแรดของดีลุ่มน้ำสะแกกรัง
อ. วิเชียร เถาว์มูล ขึ้นรับตำแหน่ง นายกสมาคมนักแต่งเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย
เต๋า สมชาย โชว์หวาน ผงาดคว้าเหรียญ Six Star Finisher ปิดจ๊อบ Boston Marathon 2026 สำเร็จตามฝัน
ภูเก็ตเดินหน้าขับเคลื่อน 'ทุนวัฒนธรรม' รวมพลังศิลปินภูเก็ต สะท้อนอัตลักษณ์ศิลป์ร่วมสมัย เปิดแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และบ้านศิลปิน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

Recent Posts

  • ญี่ปุ่นทดลองใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ช่วยงานเคลื่อนย้ายสัมภาระที่สนามบินฮาเนดะ
  • ออสเตรียเริ่มพิจารณาคดี ชายวางแผนโจมตีคอนเสิร์ต “เทย์เลอร์ สวิฟต์” ปี 2024
  • “จิมมี คิมเมล” โต้ปมมุกล้อ “เมลาเนีย ทรัมป์” เป็น”ว่าที่แม่ม่าย” ก่อนเหตุยิงงานเลี้ยงสื่อ
  • ซูเปอร์ยอชต์มหาเศรษฐีรัสเซียพันธมิตร “ปูติน” แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซฉลุย
  • อินโดนีเซียรวบ 13 ผู้ต้องสงสัย ทารุณกรรมเด็กในสถานรับเลี้ยง มัดมือเท้า-ขังห้องแคบ จ่อคุก 5 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d