Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

หลงรักนุด! กู้ภัยขุดเจอเหมียว รอดชีวิตดินไหวตุรกี ติดแจไม่ยอมไปไหน

Posted on February 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711505

หลงรักนุด! กู้ภัยขุดเจอเหมียว รอดชีวิตดินไหวตุรกี ติดแจไม่ยอมไปไหน

หลงรักนุด! กู้ภัยขุดเจอเหมียว รอดชีวิตดินไหวตุรกี ติดแจไม่ยอมไปไหน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.36 น.

ขอบใจมากนะนุด! กู้ภัยขุดเจอ ‘เจ้าแมว’ ช่วยชีวิตไว้ได้ในเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ตุรกี สุดท้ายติดแจ ไม่ยอมไปไหน

16 ก.พ.2566 เฟซบุ๊ก World Forum ข่าวสารต่างประเทศ เผยเรื่องราวของเจ้าแมวสู้ชีวิต จากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกี ระบุว่า 

เจ้าหน้าที่กู้ภัยในตรุกี ขุดพบน้องแมวตัวหนึ่ง ในซากอาคารไม่มีเจ้าของ วันรุ่งขึ้นเลยตั้งชื่อให้มันว่า Enkaz (ซาก *ค้นพบในซากปรักหักพัง ) น้องแมวอยู่กับทีมกู้ภัย เจ้าหน้าที่แบ่งอาหารของพวกเขาให้มัน มันดูแข็งแรงขึ้น หลังจากนั้นน้องแมวก็ตัวติดกันกับเจ้าหน้าที่อาลีที่ช่วยชีวิตมัน ไปไหนไปด้วย ส่วนเจ้าของที่แท้จริงนั้นยังไม่ทราบ

อยู่ระหว่างตามหา แต่บางทีอาจจะตามหาเจ้าของแมวเจอ ตอนนั้นเขาคงเศร้ามาก แต่หากหาเจ้าของไม่เจอ อาลีจะพาน้องไปอยู่ด้วย เพราะ “ซาก” เป็นความทรงจำที่ดีสำหรับเขา

-009

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

ขอบคุณภาพ : World Forum ข่าวสารต่างประเทศ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โจรใจกล้า! บุกขโมยทองหนัก 5 บาท ที่คอย่านาค กลางศาลวัดมหาบุศย์

Posted on February 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711499

โจรใจกล้า! บุกขโมยทองหนัก 5 บาท ที่คอย่านาค กลางศาลวัดมหาบุศย์

โจรใจกล้า! บุกขโมยทองหนัก 5 บาท ที่คอย่านาค กลางศาลวัดมหาบุศย์

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.06 น.

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้ใช้ TikTok รายหนึ่งได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเข้าจับกุมประชาชนรายหนึ่งที่ศาลแม่นาค พระโขนง วัดมหาบุศย์ โดยเจ้าตัวได้พยายามดิ้นรนและร้องโวยวาย

โดยผู้โพสต์ระบุว่า ขโมยสร้อยทองแม่นาคจากคอเลย พร้อมติดแฮชแท็ก #ขโมยสร้อยทองแม่นาค5บาท #วัดมหาบุศย์แม่นาคพระโขนง

หลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทุเรียนชะนีเกาะช้าง’ใกล้ออกผลผลิตราคาเริ่มต้นกิโลละ 200 นทท.เริ่มสั่งจองแล้ว

Posted on February 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711500

'ทุเรียนชะนีเกาะช้าง'ใกล้ออกผลผลิตราคาเริ่มต้นกิโลละ 200 นทท.เริ่มสั่งจองแล้ว

‘ทุเรียนชะนีเกาะช้าง’ใกล้ออกผลผลิตราคาเริ่มต้นกิโลละ 200 นทท.เริ่มสั่งจองแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.06 น.

ทุเรียนชะนีทุเรียนขึ้นชื่อของเกาะช้าง จังหวัดตราดใกล้ออกผลผลิตเผยราคาเริ่มต้นกิโลกรัมละ 200 บาท ขณะที่ล้งและนักชิมทุเรียนรวมทั้งนักท่องเที่ยวเริ่มสั่งจองเข้ามาแล้ว คาดผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาด 88,251 ตัน

นายสมโภชน์ ทัศมากร เจ้าของสวนทุเรียนสมโภชน์ อ.เกาะช้าง จ.ตราด กล่าวถึงสถานการณ์ทุเรียนชะนีเกาะช้างว่า ทุเรียนที่เกาะช้างโดยเฉพาะพันธุ์ชะนีที่ขึ้นชื่อของเกาะช้าง ตอนนี้กำลังติดผลใกล้จะเก็บผลผลิตได้แล้วซึ่งในรุ่นแรกจะออกในกลางเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งรุ่นแรกมีล้งมาติดต่อซื้อแบบเหมาจำนวน 1,000 ลูก น้ำหนักประมาณลูกละ 2.5 กิโลกรัม แต่ตนเองก็แบ่งไว้สำหรับการขายให้ชาวบ้านที่ต้องการซื้อทานด้วย

นายสมโภชน์ กล่าวอีกว่า ทุเรียนบนเกาะช้างมีสวนที่ปลูกและจำหน่ายทุเรียนหลายสวน แต่ละสวนก็จะปลูกหลายสายพันธุ์ แต่ที่เน้นคือ ชะนีเกาะช้าง ที่เป็นทุเรียนที่ขึ้นชื่อมีผู้คนสนใจมาซื้อหารับประทาน อย่างของปีนี้ ทุเรียนใกล้เก็บผลผลิตได้มีการสั่งจองทางเพจทางออนไลน์ หรือมาเหมาจากสวนก็มี ซึ่งลูกชายจะรับผิดชอบในการรับจองและส่งทุเรียน

ขณะเดียวกันก็จะมีการแบ่งส่วนเพื่อขายปลีกไว้สำหรับชาวบ้านและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีคนกรุงเทพฯ เดินทางมาสั่งจองถึงสวนเพราะกลัวไม่ได้ทาน ซึ่งที่สวนจะขายปลีกในราคากิโลกรัมละ 200 บาท แม้ทางสวนจะได้ใบรับรองผลผลิตทางการเกษตร(GI) แล้วเราก็ไม่ขึ้นราคา ยังคงขายราคานี้ทุกปี ส่วนพันธุ์อื่นๆ ก็ราคาตามท้องตลาด 

สำหรับทุเรียนชะนี และพันธุ์อื่นๆ บนเกาะช้าง จะเริ่มมีการเก็บผลผลิตในรุ่นแรกกลางเดือนมีนาคม รุ่นที่สอง เดือนเมษายน และรุ่นสุดท้ายในเดือนพฤษภาคมทั้งนี้สวนสมโชน์ได้มีการปลูกทุเรียนและพัฒนาพันธุ์ด้วยการทาบกิ่ง เพื่อสร้างพันธุ์ทุเรียน เช่น ทุเรียน 1 ต้น มี 4 สายพันธุ์ หรือที่เรียกว่าทุเรียนแฟนตาซี มีพันธุ์ก้านยาว ชะนี หลงลับแล พวงมณี ล่าสุดได้ทาบกิ่งหลินกับอีกต้นไว้แล้ว คุณสมโภชน์บอกว่ารอให้ติดดอกออกผลชิมรสชาติก่อนถึงจะกำหนดราคาในการขายได้

ขณะที่ นายชยุทกฤดิ นนทแก้ว เกษตรจังหวัดตราด เปิดเผยว่า การประชุมคณะทำงานมาตรการป้องกันผลผลิตทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดจังหวัดตราดระดับจังหวัด  ซึ่งจังหวัดตราด โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดตราดในฐานะเลขานุการคณะทำงานเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดตราด มีการนำเสนอเรื่องเกี่ยวข้องกับผลผลิตทุเรียน ซึ่งปี 2566 จังหวัดตราด มีพื้นที่ปลูกทุเรียนทั้งหมด 89,926 ไร่  พื้นที่ให้ผลผลิต 38,171 ไร่  คาดว่าจะมีผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาด 88,251 ตัน  เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ร้อยละ 2.22 โดยคาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดหลายรุ่น  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุทาหรณ์! บรรทุกอ้อยล้อหลุด วิ่งใส่เต็นท์รถ ความปลอดภัยอยู่ตรงไหน?

Posted on February 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711482

อุทาหรณ์! บรรทุกอ้อยล้อหลุด วิ่งใส่เต็นท์รถ ความปลอดภัยอยู่ตรงไหน?

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.06 น.

วงจรปิดจับภาพวินาทีรถพ่วง 18 บรรทุกอ้อย ล้อหลุดกลิ้งชนเต็นท์รถมือสองพังเสียหายไป 1 คัน เจ้าของร้านฝากเป็นอุทาหรณ์ รถใหญ่อย่าบรรทุกหนัก เช็คสภาพรถด้วย

16 กุมภาพันธ์ 2566 วงจรปิดจับภาพวินาทีรถพ่วงบรรทุก 18 ล้อวิ่งอยู่บนถนนมิตรภาพ แล้วเกิดล้อรถหลุดออกจากรถกลิ้งเข้าร้านเต็นท์รถมือสองไปโดนรถยนต์ที่จอดโชว์อยู่พังเสียหายยับเยิน 1 คัน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณถนนมิตรภาพ (ขาเข้า) จังหวัดนครราชสีมา ต.มิตรภาพ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เบื้องต้น ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้

โดย นายชน ใจทน อายุ 55 ปี เจ้าของเต็นท์รถมือสอง เปิดเผยว่า ตอนเกิดเหตุการณ์ตนนั่งอยู่ในร้าน แต่สักพักได้ยินเสียงดังอยู่หน้าร้านจึงได้ออกมาดูพบว่ามีล้อรถวางอยู่หน้ารถที่จอดขายและพบว่ามี 1 คัน ได้รับความเสียหายตรงบริเวณด้านหน้ารถที่จอดโชว์อยู่ เลยร้านตนไปมีรถบรรทุกพ่วงมีอ้อยอยู่เต็มคันจอดอยู่ ที่พ่วงท้ายมีล้อหลุด 1 ล้อ ซึ่งเป็นล้อที่หลุดเข้ามาในร้านทำให้รถเสียหายไป 1 คัน ซึ่งตอนเกิดเหตุการณ์นั้นโชคดีมาก เพราะไม่มีลูกน้องตนหรือคนที่มาดูรถมายืนอยู่หน้าร้าน เพราะถ้าล้อหลุดออกมาพุ่งชนคนที่อยู่ คาดว่า น่าจะบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้เลย ซึ่งตอนนี้รถก็พังเสียหายไป 1 คัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ไป แต่อย่างไรก็ตาม ตนก็อยากฝากทางคนขับรถบรรทุกหรือหน่วยงานควรกวดขันการบรรทุกของรถ เพราะตนคิดว่าการบรรทุกหนักประกอบกับการไม่เช็คสภาพรถเลย เป็นเหตุผลให้ล้อหลุดออกมาเพราะแบกรับน้ำหนักไม่ไหว ควรดูแลสภาพรถและคำนวณอัตราการบรรทุกให้ดีกว่านี้ ไม่งั้นก็จะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซากขึ้นแบบนี้

ด้าน นายวุฒิพงษ์  พรหมพันธุ์ใจ อายุ 31 ปี คนขับรถบรรทุก 18 ล้อ เปิดเผยว่า ตนขับรถมาจากสูงเนินมาลงทะเบียนอ้อยที่สีคิ้วและกำลังจะไปลงอ้อยที่อำเภอครบุรี ระหว่างทางตนขับมาตนได้เห็นแล้วว่า ล้อบริเวณด้านขวาของรถหลุดออกมา ตนจึงได้จอดรถข้างทางเพื่อลงมาดูแต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะหลุดพุ่งไปโดนรถจอดโชว์หน้าเต็นท์รถมือสองจนพังเสียหาย ทั้งนี้ ตนจึงได้ให้ทางหัวหน้าตนเดินทางมาติดต่อคุยกับทางเจ้าของเต็นท์รถเพื่อชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มูลนิธิซิโก้-ครอบครัวน้องดอม’แจ้งไม่เปิดรับบริจาคเงิน ‘หน่วยซีลไทย’โพสต์อาลัย

Posted on February 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711471

'มูลนิธิซิโก้-ครอบครัวน้องดอม'แจ้งไม่เปิดรับบริจาคเงิน  'หน่วยซีลไทย'โพสต์อาลัย

‘มูลนิธิซิโก้-ครอบครัวน้องดอม’แจ้งไม่เปิดรับบริจาคเงิน ‘หน่วยซีลไทย’โพสต์อาลัย

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.06 น.

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 เพจเฟซบุ๊กมูลนิธิซิโก้ “Zico Foundation” ของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทย ได้โพสต์ภาพ “น้องดอม” นายดวงเพชร พรหมเทพ 1 ใน 13 คน อดีตนักเตะทีมหมูป่าอคาเดมี่ ติดในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้เสียชีวิตที่ประเทศอังกฤษ

โดยระบุข้อความว่า มูลนิธิซิโก้ และ ครอบครัวน้องดอม ขอเรียนให้ทราบว่า ไม่มีการเปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือแต่อย่างใด เพื่อป้องกันการแอบอ้างของมิจฉาชีพ

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก เพจ Thai Navy SEAL Foundation  โพสต์ภาพ  น้องดอม ดวงเพชร พรหมเทพ 1 ใน 13 สมาชิกทีมหมูป่า หลังเสียชีวิตที่อังกฤษ เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา พร้อมข้อความว่า ” R.I.P.   พี่ๆหน่วยซีล ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการจากไปของน้องดอม  ….ดอม ได้เดินทางตามความฝันแล้ว ขอให้น้องไปสู่ภพภูมิที่ดีครับ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

เปิดโพสต์’น้องดอม’สัญญาจะตั้งใจเรียน ไม่ทำให้ครู-ครอบครัวผิดหวัง!

หลับให้สบายนะ! ‘ซิโก้’สุดเศร้า’น้องดอม’จากไป บอกอยากเห็นอนาคตที่วาดฝันไว้

สุดเศร้า! ‘น้องดอม’ หมูป่า 1 ใน 13 เยาวชนติดถ้ำหลวง ได้ทุนเรียนอังกฤษ เสียชีวิตแล้ว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วงเสวนาชี้จะหาทางออกปัญหา‘หาบเร่แผงลอย’ ต้องดึงทุกฝ่ายเปิดใจคุยกัน

Posted on February 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711461

วงเสวนาชี้จะหาทางออกปัญหา‘หาบเร่แผงลอย’ ต้องดึงทุกฝ่ายเปิดใจคุยกัน

วงเสวนาชี้จะหาทางออกปัญหา‘หาบเร่แผงลอย’ ต้องดึงทุกฝ่ายเปิดใจคุยกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.00 น.

16 ก.พ. 2566 คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และสถานีโทรทัศน์ ThaiPBS จัดเสวนาเรื่อง “อยู่หรือไป ‘หาบเร่แผงลอยไทย’ ใครกำหนด?”  เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 15 ก.พ. 2566 ที่ผ่านมา โดย นพ.ปรีดา แต้อารักษ์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นเมืองใหญ่ มีคนหลากหลายเข้ามาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ดั้งเดิมหรือที่อพยพเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนใครจะเป็นผู้กำหนด การดำเนินการนโยบายสาธารณะทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วม และการปรึกษาหารืออาจไมได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว

“คงเป็นไปได้ยากถ้าเรานึกถึงเรื่องของการชักเย่อ หรือถ้าใครเคยเล่นเกมที่เรียกว่าแย้ลงรู หลายๆ คนเอาเชือกผูกแล้วแล้วทุกคนวิ่งเข้าหารูตัวเอง จากเกมนี้เราชื่อไหมว่าไม่มีใครสามารถลงรูตัวเองได้เลย เพราะทุกคนต่างเกร็ง แต่จะทำอย่างไรจึงจะหาทางออกร่วมกัน แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถที่จะได้ไปเสียทั้งหมด และเราก็คงจะไม่อยากให้เห็นใครใครเสียทั้งหมด ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากในการฟังเสียงทุกคน การหาทางออกร่วมกัน” รองเลขาธิการ สช. กล่าว

รศ.ดร.กิริยา กุลกลการ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปัญหาหาบเร่แผงลอยมองว่าเกิดขึ้นจากอคติที่เป็นความไม่รู้ของคนส่วนใหญ่ มองว่าหาบเร่แผงลออยรุกล้ำพื้นที่สาธารณะ ไร้ระเบียบวินัย ไม่เสียภาษี ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่สะอาด ไม่ทันสมัย ดังนั้นหากสังคมเปิดรับทัศนคติที่ถูกต้องมากขึ้นก็จะเข้าใจมากขึ้น ซึ่งก็มีข้อเท็จจริงที่ทราบกันว่าประเทศไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม

ขณะเดียวกัน ในทางเศรษฐกิจก็ไมได้มีงานที่ทุกคนจะเข้าไปอยู่ในระบบได้ หรือไม่มีทางที่ทุกคนจะเข้าไปขายของในห้างสรรพสินค้าได้ ยังมีคนเล็กคนน้อยอยู่ในสังคมไทย มีความหลากหลายอยู่ในนั้น ซึ่งหากยอมรับและเข้าใจว่าการพัฒนาเศรษฐกิจยังไม่สมบูรณ์แบบถึงขั้นที่ทุกคนสามารถอยู่ได้เหมือนกันแบบเป็นตัวใหญ่ได้หมด หรือปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดได้ทั้งหมด ก็จะทำให้การพูดคุยมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นในสังคม

ทั้งนี้ ในระบบเศรษฐกิจมีความหลากหลาย มีทั้งคนตัวเล็กและตัวใหญ่อยู่ด้วยกัน แต่การปรับตัวนั้นคนตัวเล็กทำได้ยากกว่า เช่น มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อหรือขยับขยายกิจการเข้าไปในห้างสรรพสินค้าด้วยตนเอง ดังนั้นหากมองอย่างสร้างสรรค์ก็ควรคิดว่าจะช่วยปรับปรุงพัฒนาคนกลุ่มนี้ได้อย่างไร คนเหล่านี้อาจจะยังโตด้วยตนเองไม่ได้ สู้ไปก็แพ้ตลอดแต่ก็ต้องให้เขาสู้ตลอด ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่จุดเริ่มต้นในการแข่งขันไม่เท่ากัน ย่อมเป็นหน้าที่ของภาครัฐเข้ามาโอบอุ้มคนเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างสร้างสรรค์และไปต่อได้

อนึ่ง แม้ในทางเศรษฐศาสตร์จะมีสิ่งที่เรียกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) แต่ก็ไม่ได้ใช้สิ่งนี้เป็นตัวชี้วัดเดียวในทางอธิบายสภาพเศรษฐกิจ ยังมีตัวชี้วัดอื่นๆ ที่นำมาใช้ด้วย เช่น สัมประสิทธิ์จีนี (GINI Coefficient) ในการชี้วัดความเหลื่อมล้ำ เป็นต้น เพียงแต่เวลาเห็นตัวเลข เวลาทางการประกาศจะเห็น GDP เป็นหลัก ซึ่งจริงๆ ในทางเศรษฐศาสตร์บอกว่าจำเป็นที่เศรษฐกิจต้องโต ก้อนเค้กต้องโต แต่ไม่เพียงพอต่อความกินดีอยู่ดีของมนุษย์ ฉะนั้นจะมีปัจจัยอื่นๆ อีก GDP บอกแค่ว่าก้อนเค้กโต แต่ไม่ได้แบ่งว่าก้อนเค้กนั้นให้ใครบ้าง

“ทำอย่างไรเราจะชวน Stakeholders (ผู้มีส่วนได้-เสีย) ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคเองที่เขาชอบทานหาบเร่แผงลอย หรือคนที่ไม่สนใจเลยฉันต้องการพื้นที่วิ่งหรือเดินบนฟุตปาธ หรือหาบเร่แผงลอย เอามาคุยกัน เปิดใจที่จะคุยกัน แล้วก็คุยกันในเชิงสร้างสรรค์ว่าเรามีปัญหา เราต้องยอมรับว่าเรามีปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยอย่างมาก แล้วจริงๆ เรายอมรับความหลากหลายบนโลกนี้ขึ้นมาเยอะมาก ไม่ว่าจะความหลากหลายทางเพศ เรื่องสีผิว เรื่องความคิดที่แตกต่าง แล้วทำไมเราไม่เห็นความหลากหลายในแง่ของเศรษฐกิจ” รศ.ดร.กิริยา กล่าว

รศ.ดร.อมร กฤษณพันธุ์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า หาบเร่แผงลอยเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจนอกระบบ (Informal Sector) ซึ่งไปเชื่อมโยงกับความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่เฉพาะผู้ค้าแต่รวมถึงผู้ซื้อด้วยซึ่งอาจไม่มีเงินมากพอจะจับจ่ายในห้างสรรพสินค้า เป็นเรื่องของอุปสงค์และอุปทานมาเจอกัน

นอกจากนั้น หากมองคำว่าพื้นที่สาธารณะ จะพบว่าพื้นที่เดียวกันการใช้ประโยชน์ยังแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา เช้า-กลางวัน-เย็น และในเชิงของผังเมือง พื้นที่สาธารณะหากประชาชนเข้าไปใช้อย่างหลากหลายก็จะอยู่ได้ไม่รกร้าง ไม่ใช่ทำเพื่อสวย และการมีคนอยู่พลุกพล่านและสามัคคีกัน คนเหล่านี้ยังช่วยเป็นหูเป็นตาได้แม้บริเวณนั้นจะไม่มีกล้องวงจรปิด (CCTV) เลยก็ตาม ซึ่งพื้นที่สาธารณะของเมืองควรจะเข้าถึงได้ทุกคน ไม่ใช่จะเป็นห้างอย่างเดียวแล้วไม่มองคนรายได้ไม่สูงพอจะจ่ายได้

“คนที่ผูกพันขายของอยู่ตรงนั้นเขาตระหนักอยู่ว่านี่คือชีวิตเขา แต่บางคนเดินผ่านวิ่งผ่านวันหนึ่งสัปดาห์หนึ่ง อาจจะครั้งหนึ่งด้วยซ้ำ แต่นี่คือพื้นที่สาธารณะ ตุณก็ต้องเข้าใจด้วยเหมือนกัน ก็จะย้อนกันเหมือนกันว่าสิทธิ-หน้าที่ต้องมี และต้องมีความรู้ว่าตัวเขาในบริบทกรุงเทพมหานครหรือในสังคมเขาอยู่ตรงไหน ไม่ใช่ว่าตรงนี้ใครใหญ่ แต่ตรงนี้ใครเป็นพระเอกของเรื่องในช่วงเวลาหรือในพื้นที่นี้ แน่นอนมันอาจจะปรับเปลี่ยน มันอาจจะใม่ได้ยั่งยืนตลอดเวลา แต่พอเรารู้ว่าเข้าป็นอย่างนี้ในช่วงเวลานี้ แต่มันก็อยู่ในกรอบ” รศ.ดร.อมร กล่าว

ผศ.กฤษณะพล วัฒนวันยู อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า เมืองคือที่ที่คนมาอยู่ด้วยกัน จึงมีการทะเลาะเบาะแว้งหรือปะทะกัน แต่ต้องมีพื้นที่ให้คนได้พูดคุยทำความรู้จักและเรียนรู้ร่วมกัน เมืองจึงจะมีชีวิตชีวา เช่น หากเข้าใจหาบเร่แผงลอยก็จะสามารถออกแบบการจัดระเบียบร่วมกับผู้ค้าได้ซึ่งก็จะดีกับทุกฝ่าย

“ถ้าเราไม่เข้าใจเขา ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร เขาคือใคร เขาทำอะไร เขามาขายกี่โมง เขาขายเล็ก-ขายใหญ่ ขายอะไรบ้าง ไปเอาของมาจากไหน ขายให้ใคร เราไม่เข้าใจเขาเราออกแบบไปมันก็เป็นเมืองที่ผิดพลาด เป็นเมืองที่ไม่น่าอยู่ มันเหมือนดึงอันนี้ออกแล้วใส่อันนี้เพิ่มแล้วมันจบ ไม่ใช่ เมืองมันมีคนอยู่ก็คือมีชีวิต วิวัฒน์ไป ดี-ไม่ดี อะไรอย่างนี้” ผศ.กฤษณะพล กล่าว

ศ.สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาของสังคมไทยทำกันโดยไม่ใช้ความรู้จักกัน เช่น การยกเลิกจุดผ่อนผันจากเดิมที่มีกว่า 700 จุด เหลือ 100 กว่าจุด ถามว่ามีใครรู้บ้างว่าผู้ค้าและครอบครัวจากจุดที่ถูกยกเลิกไปนั้นไปอยู่ที่ไหน มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร รวถมึงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 เขาได้รับผลกระทบอย่างไร อย่างมากก็รู้เพียงตัวเลขจำนวนเท่านั้น

โดยที่ผ่านมาการแก้ปัญหาทำด้วยการใช้อำนาจ แน่นอนไม่มีใครปฏิเสธว่าบ้านเมืองต้องแก้ปัญหาด้วยกฎหมาย แต่การขยายตัวของเมืองไม่ได้ขยายด้วยกฎหมายแต่ด้วยพลังทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ใหญ่กว่าเมืองที่ 2 หลายสิบเท่า และไม่น่าจะหยุดการเจริญเติบโตได้ง่ายๆ เพราะกรุงเทพฯ นั้นรวมศูนย์ของความสะดวกมากมาย อาทิ การที่ที่ดินย่านสีลมแพง ไม่ได้เกิดจากรมธนารักษ์ต้องการให้แพง กรมธนารักษ์เพียงแต่ออกมายืนยันว่าที่ดินดังกล่าวแพงเท่านั้น แต่คำถามคือใครมีสิทธิ์จะใช้ประโยชน์ในที่ดินแพงนั้นบ้าง

“หรือต้องเป็นคนรวยเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ใช้กรุงเทพฯ ได้ อันนี้มันก็เป็นคำถามสำหรับบ้านเมืองเรา ที่เรารู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน ผมคิดว่าเงื่อนไขอันแรกคือไม่ยอมทำความรู้จักจริงๆ แต่แก้ปัญหาด้วยเครื่องมือทางนโยบายแบบที่เคยชิน ยิ่งเวลารวมศูนย์อำนาจก็ใช้วิธีรวมศูนย์อำนาจ เสมือนว่ารวมศูนย์อำนาจแล้วจะแก้ปัญหา ทุบโต๊ะแล้วจะแก้ปัญหาได้หมด ผมคิดว่าเราสร้างความยากลำบากหรือสร้างเคราะห์กรรมให้กับคนไปเท่าไรยังไม่รู้เลย” ศ.สุริชัย กล่าว

ดร.กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์ อาจารย์ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า ตนเคยทำวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคสินค้าจากหาบเร่แผงลอย พบผู้บริโภคที่กำลังยืนซื้ออาหารจากแผงลอยอยู่แต่กลับตอบแบบสอบถามว่าไม่เห็นด้วยกับการมีแผงลอย ซึ่งดูเป็นความย้อนแย้ง จากนั้นเมื่อถามต่อไปว่าในเมื่อไม่ชอบแผงลอยแล้วเหตุใดยังซื้อ คำตอบคือมีอาหารให้เลือกหลายอย่าง สะดวกและมีราคาที่เข้าถึงได้

จึงเห็นว่าการจัดการหาบเร่แผงลอยมีความซับซ้อนกว่าการมองเพียงด้านกฎหมายหรือความสะอาด หากแต่เป็นวิถีชีวิตของคนในพื้นที่นั้น เพียงแต่ที่ผ่านมาสื่อเสนอข่าวก็มักจะใช้ประเด็นความสะอาดเป็นตัวตั้ง โดยตนใช้พื้นที่สีลมเป็นสถานที่เก็บข้อมูล อีกทั้งก่อนจะเป็นอาจารย์ก็เคยทำงานอยู่ในย่านนั้นด้วย ทราบว่าลูกค้าหลักของอาหารแผงลอยคือคนทำงานในบริเวณนั้น โดยอยากให้ลองนึกภาพว่า หากสร้างอาคารสูงขึ้นมา ร้านอาหารในอาคารจานละ 70-80 บาท คนทำงานหากจบ ป.ตรี เงินเดือนราว 18,000-20,000 บาท ถามว่าจ่ายค่าอาหารแบบนั้นบ่อยๆ ไหวหรือไม่

และต้องไม่ลืมด้วยว่า คนที่ทำงานในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด หรือก็คือร้อยละ 70 ของคนที่ทำงานใน กทม. เป็นคนย้ายถิ่นมาจากที่อื่น ซึ่งก็ต้องมาเช่าที่พักใน กทม. นอกจากนั้นยังมีค่าเดินทาง ตนเคยสำรวจพบว่าคนคนหนึ่งมีค่าอาหาร 180 บาทต่อวัน และราคานี้เป็นการกินแบบประหยัด ค่าเดินทาง 3,000 บาทต่อดือน ลองคิดต่อไปว่าเงินเดือน 2 หมื่นบาท บริษัทไทยให้ได้ประมาณนี้ จะพอเหลือเก็บออมหรือไม่ ดังนั้นในอีกมุมหนึ่ง การมีแผงลอยอาจช่วยลดค่าครองชีพในเมืองก็ได้

อนึ่ง หากบอกว่าปัจจุบันประเทศไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยรัฐแต่ด้วยธุรกิจขนาดใหญ่ และธุรกิจขนาดใหญ่ทำเรื่องความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมกันมาก แต่ถามว่าทำอะไรกันบ้าง เช่น ทำความสะอาดวัด ปลูกป่า หรืออื่นๆ ที่อาจจะไม่ตอบโจทย์สังคมจริงๆ ทั้งที่ในเมืองมีปัญหาคนตัวเล็กตัวน้อยอยู่ รอบๆ สำนักงานผู้ค้าถูกไล่รื้อได้รับความเดือดร้อน ทั้งๆ ที่เรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) นั้นมีเรื่องของสิทธิมนุษยชนด้วย

และสิทธิมนุษยชนก็ไม่ได้มีแต่เรื่องกฎหมาย แต่รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่และการทำมาหากินของผู้คน ภาคธุรกิจจึงต้องมีส่วนร่วมด้วย ส่วนคำถามที่ว่าภาคธุรกิจโดยเฉพาะทุนใหญ่จะได้ประโยชน์อะไรกับการมีตัวตนของหาบเร่แผงลอย ก็ต้องถามกลับไปว่าแล้วชาวบ้านได้ประโยชน์อะไรกับเมืองที่มีตึกมีอาคารเติบโตขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยสรุปแล้วก็คือเรื่องของการจัดสรรผลประโยชน์ในสังคม ในทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

“อย่างไรมันก็ต้องกลับมาที่มันจะมีพื้นที่อะไรให้คนกลับมาพูดคุยกัน ปรึกษาหารือกัน อย่างที่บางท่านพูดว่าคุยกันอย่างสุจริตใจ คือคุยกันแบบตรงไปตรงมาและสุจริตใจ อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญ ถ้าคุยกันสุจริตใจไม่ต้องถกเถียงกันเลยว่าใครอยู่ข้างหลัง มีใครซ่อนอยู่บ้าง มันจะไม่มีทันทีเลย แต่มันคุยกันได้หรือเปล่าบนความเป็นไปได้ ซึ่งเป็นเรื่องยาก” ดร.กฤษฎา กล่าว

ในช่วงท้ายยังมีตัวแทนผู้ค้าหาบเร่แผงลอยแสดงความคิดเห็น อาทิ นายเรวัตร ชอบธรรม ประธานเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวว่า การออกระบบจากข้างบนลงมาข้างล่าง หรือที่บางคนเรียกว่ามาจากหอคอยงาช้างแล้วคนข้างล่างปฏิบัติไม่ได้ ทางออกคือต้องแก้จากข้างล่างขึ้นไปข้างบน ให้ข้างบนเข้าใจว่ากรุงเทพฯ มี 50 เขต แต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงไม่เหมือนกับประเทศสิงคโปร์ ที่มีการทำ Hawker Center หรือศูนย์อาหารในอาคาร

“ผมได้ยินเขาบอกว่า ประเทศสิงคโปร์พื้นที่ทั้งหมดเป็นของรัฐ รัฐสามารถทำอะไรก็ได้ จะจัดระเบียบแบบไหนก็ได้ จะสร้างอะไรก็ได้ แต่กรุงเทพฯ เป็นของเอกชน ถ้าเป็นของเอกชนรัฐก็ไม่สามารถบังคับเอกชนได้ว่าถ้าให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ของคลาดเอกชนแล้วบังคับว่าคุณจะจ่ายค่าเช่าถูกๆ ได้ ถ้าหากตลาดเขามีมูลค่า ตลาดเขาดี เขาก็ต้องเพิ่มค่าเช่า ที่บอกว่าคนขายของเล็กๆ น้อยๆ ไม่สามารถจะเข้าได้ อันนี้เป็นข้อเท็จจริง” นายเรวัตร กล่าว

ขณะที่ นายปรีชา ไทยสงเคราะห์ ประธานสหพันธ์ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยกรุงเทพมหานคร เรียกร้องให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน มีนโยบายจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยแบบที่ผู้ค้ามีส่วนร่วม เพราะที่ผ่านมาสัดส่วนคณะกรรมการจัดระเบียบนั้นมีตัวแทนผู้ค้าน้อยมาก ทำให้การที่ผู้ค้าจะตอบสนองต่อนโยบายของ กทม. นั้นเป็นไปได้ยาก ทั้งนี้ ผู้ค้าคาดหวังว่าจะได้กลับไปทำการค้าในพื้นที่เดิม หรือหากเป็นพื้นที่ใหม่ก็ต้องมีความเหมาะสม

“เราต้องการเมืองแบบไหนของกรุงเทพฯ หรือเกือบทุกๆ เมือง ถ้าเราต้องการเมืองที่เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ เราก็จะอยู่อย่างสวยงาม โลกสวย ถ่ายรูปออกมาสวยงาม แต่ถ้าเราต้องการเมืองให้มันมีชีวิตชีวา ให้เมืองกลับไปมีชีวิตเหมือนเดิมก่อนที่จะมีการจัดระเบียบ ในความหมายของผมคือการจัดระเบียบคือผู้ค้าหาบเร่แผงลอยเข้าใจว่าจัดให้มันสวยงาม แต่ในความเป็นจริงมันเป็นการไล่เลิก” นายปรีชา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘แนวรบออนไลน์’น่าห่วง ‘การเมือง-สังคม’ยุคดิจิทัล

Posted on February 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711429

สกู๊ปแนวหน้า : ‘แนวรบออนไลน์’น่าห่วง  ‘การเมือง-สังคม’ยุคดิจิทัล

สกู๊ปแนวหน้า : ‘แนวรบออนไลน์’น่าห่วง ‘การเมือง-สังคม’ยุคดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 02.00 น.

“มีอินฟลูเอนเซอร์ที่มีฟอลโลว์เวอร์เป็นล้านๆ มีอินฟลูเอนเซอร์ขนาดกลางๆ ที่มีคนติดตามประมาณ 4 แสน หรือหลักแสน แล้วก็มีอินฟลูเอนเซอร์เล็กๆ ที่มีผู้ติดตาม 7-8 หมื่นกว่า แล้วก็จะมีทั้งไมโครกับนาโน คือเป็นอินฟลูเอนเซอร์ย่อยๆ ไปอีก ยังมีอินฟลูเอนเซอร์ข้างนอก อย่างอินฟลูเอนเซอร์คนนั้นมีคนติดตาม 23,000 แต่ดูรีแอ๊กชั่นที่สามารถทำขึ้นมาได้ คูณไปเป็นพันครั้ง แล้วก็คูณไปอีกพัน นี่คือจำนวนข้อมูลดิลอินฟอร์เมชั่นที่มันโถมเข้ามา”

เรื่องเล่าจาก เจสัน อาร์ กอนซาเลซผู้อำนวยการพรรคเสรีนิยม ประเทศฟิลิปปินส์ ในวงเสวนา “เราพลาดตรงไหน-อะไรที่ไม่ได้ทำ-ต้องทำอย่างไร เพื่อให้การหาเสียงเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และสร้างภูมิคุ้มกันต่อปฏิบัติการข้อมูลบนโลกออนไลน์” ซึ่งจัดโดย โคแฟค (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่าย เมื่อเร็วๆ นี้ ถึงคำว่า “ไอโอ (IO)”ที่ไม่ได้ย่อมาจาก “Information Operation (ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร)” แต่เป็น “Influence Operations (ปฏิบัติการสร้างอิทธิพลทางความคิด)” ซึ่งเกิดขึ้นในยุคของ “สื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย-Social Media)”

โดยในยุคสมัยแบบนี้ มีคนที่ถูกเรียกว่า“อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer)” หรือผู้ที่สามารถใช้สื่อออนไลน์สร้างอิทธิพลทางความคิด-ความเชื่อต่อคนอื่นๆ ในสังคม มีตั้งแต่ระดับเล็กๆ(ไมโคร-นาโน, Micro-Nano) ยอดผู้ติดตามเพียงหลักพัน ไปจนถึงระดับ “ตัวพ่อ-ตัวแม่” ที่ยอดผู้ติดตาม (ฟอลโลว์เวอร์-Follower) หลักแสน-หลักล้าน แน่นอนว่าเมื่อมีชื่อเสียงระดับนี้ ที่จะตามมาด้วยคือการได้รับการว่าจ้างจากธุรกิจต่างๆ ให้โปรโมทสินค้า บริการ ไปจนถึง “เนื้อหาทางการเมือง”เพื่อสร้างคะแนนนิยมหรือลดทอนความน่าเชื่อถือของพรรคการเมือง-ผู้สมัครรับเลือกตั้ง

เจสัน กล่าวถึงงานศึกษาหลายชิ้น อาทิ “This is what a paid operation looks like.” เมื่อปี 2561 อธิบายขั้นตอนการ “ปั่นกระแส”
อะไรสักอย่างขึ้นมา ไล่ตั้งแต่เมื่อมีลูกค้าต้องการใช้บริการ ฝ่ายวางแผนยุทธศาสตร์จะออกแบบ “สาร (Message)” ที่ต้องการสื่อออกไป ให้อินฟลูเอนเซอร์นำสารไปแปลงเป็น “เนื้อหา (Content)”เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์หลากหลายแพลตฟอร์ม (เฟซบุ๊ก-Facebook ยูทูบ-Youtubeอินสตาแกรม-Instagram ฯลฯ) สุดท้ายคือมีการใช้“บัญชีปลอม” (หรือที่คนไทยคุ้นกับคำว่า “อวตาร”)กระจายเนื้อหาเหล่านั้นไปสู่ชุมชน

“นักการเมืองจ้างให้เผยแพร่เรื่องราวปลอมๆ แล้วคูณเป็นพันครั้ง แล้วก็กลายเป็นอุตสาหกรรมที่ทำกันในบ้านที่ฟิลิปปินส์ บางครั้งบริษัทใหญ่ๆ เองก็เป็นคนว่าจ้างด้วยซ้ำ ตัวอย่างอินฟลูเอนเซอร์ที่ได้รับความนิยมในฟิลิปปินส์ มีฟอลโลว์เวอร์ 2.1-2.2 ล้าน มีข้อความว่า ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายเลนี (Leni Robredo-ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในการเลือกตั้งปี 2565) มา 6 ปีแล้ว แต่คุณทำลายมาร์กอส (Marcos-ตระกูลการเมืองในฟิลิปปินส์ ซึ่งในการเลือกตั้ง ปธน. ปี 2565 Bongbong Marcos ก็ลงสมัครด้วย) มาตั้งแต่ปี 1972 (2515) แล้วไม่ใช่หรือ?

แล้วเนื้อหาพวกนี้ถูกพวกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีอิทธิพลมากมายเป็นคนส่งต่อไป มันก็ไม่ไหว แล้วดูว่า 1 วีดีโอมันจะมีกี่วิว (View-ยอดการชม) แล้วอันนี้ไม่สามารถจะทำแฟคเช็ค(Fact Check-ตรวจสอบข้อเท็จจริง) ได้ด้วย เพราะมันแค่ป้ายสีผู้แข่งขันแต่ไม่ได้เป็นการอ้างอิงอะไรชัดเจน อย่างพิน็อคคิโอ(Pinocchio-ตัวละครในนิทาน ซึ่งก็ถูกหยิบมาใช้เล่าเรื่องการเมือง) ก็เป็นการพูดถึงตัวผู้สมัครคนหนึ่งเป็นการเสียดสีประชดประชันขึ้นมา” เจสัน ยกตัวอย่าง

งานศึกษาเรื่อง “Network of Primary and Secondary Creators Progagating Revisionist Content onYoutube” ในปี 2563 ว่าด้วยการสร้างเนื้อหาแล้วนำไปแพร่กระจายบนแพลตฟอร์มยูทูบ โดยใช้ประโยชน์จากอัลกอริทึม (Algorithm) เชื่อมโยงเนื้อหาของยูทูบ กล่าวคือ เมื่อคนคนหนึ่ง (ซึ่งมักเป็นอินฟลูเอนเซอร์ระดับใหญ่ๆ รู้จักในวงกว้าง) สร้างเนื้อหาออกมาแล้วโพสต์ขึ้นบนยูทูบ คนอื่นๆ ในเครือข่ายก็จะเข้าไปดู ซึ่งจะนำแบบนี้หมุนเวียนกันไปเพื่อให้อัลกอริทึมของยูทูบจดจำและสร้างความเชื่อมโยง ยิ่งความเชื่อมโยงมาก ยอดคนดูก็จะเพิ่มขึ้นแบบน่าทึ่ง

หรือล่าสุดในช่วงเลือกตั้ง ปธน. ฟิลิปปินส์ ปี 2565 มีงานศึกษาเรื่อง “Parallel Public Spheres : Influence Operations in the 2022 Philippine Elections” เห็นการแบ่งทีมแสดงบทบาทตั้งแต่ “Knowledge Influencer” หรือผู้เชี่ยวชาญ “Senator Satirist” หรือผู้อาวุโสนักประชดประชัน “AFAM Reactors” หรือชาวต่างชาติในฟิลิปปินส์ที่เข้ามาแสดงทรรศนะ โดยเฉพาะหากมีหน้าตาดีด้วยจะได้รับความสนใจมาก อนึ่ง Influence Operations ไม่ได้เร่งทำกันช่วงเลือกตั้ง แต่สร้างและปั่นกระแสกันมาก่อนพอสมควร รู้ตัวอีกทีผู้คนก็เห็นเรื่องโกหกเป็นความจริงไปแล้ว

“พอโควิดระบาด ติ๊กต็อก (TikTok) ก็ฮิตระเบิดกันขึ้นมาเพราะคนก็อยู่กันแต่บ้านอย่างเดียว แล้วคนจะนิยมอะไรที่มันสั้นๆ มากขึ้น ไม่ใช่แค่ติ๊กต็อก แต่เฟซบุ๊กรีล (Reels) ยูทูบชอร์ต (Shorts) นี่ก็ดังขึ้นมาหมดเลย แล้วความสนใจ สมาธิของเด็กๆ ลูกๆ ของเราก็สั้นลงหดลงเรื่อยๆ แล้วเป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง การศึกษาบอกไว้ว่า ยูสเซอร์บีเฮวิเออร์ (User Behavior-พฤติกรรมผู้ใช้งาน) ที่ดูเรื่องข่าวต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย เขาจะอ่านหัวข้อข่าวแล้วก็ข้ามเนื้อความไปหมด แล้วก็อ่านแค่คอมเมนต์ (Comment-ความคิดเห็น) อย่างเดียว”เจสัน ระบุ

ผศ.ดร.จันจิรา สมบัติพูนศิริ นักวิจัยหัวหน้าโครงการ Monitoring Center on Organized Violence Events (MOVE) สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แม้การทำสงครามข้อมูลข่าวสาร (อินฟอร์เมชั่นวอร์แฟร์- Information Warfare) จะเป็นเรื่องปกติของการเมืองหรือในสังคมที่ขัดแย้งกัน แต่สถานการณ์ที่ Information Warfare เป็นอันตราย คือเมื่อฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมากกว่าอีกฝ่าย

“มันตามมาด้วยการใช้มาตรการ เช่น กระจายข้อมูลที่เป็นการทำลายชื่อเสียง ทำลายบุคลิก รวมถึงตั้งคำถามกับศีลธรรม กับอารมณ์ความรู้สึกของกลุ่มบุคคลเพื่อที่จะทำลายความน่าเชื่อถือ และขณะเดียวกันทำให้กลุ่มบุคคลนั้นๆ เป็นที่รังเกียจของสังคม งานวิจัยที่ดิฉันเจอ การสร้างกระแสสังคมแบบนี้มันไม่ใช่เป็นไปเพื่อสร้างความเกลียดชังต่อบุคคลนั้นเท่านั้น แต่มันผสมกับการดำเนินคดี มันผสมกับการตั้งฉากให้กับการดำเนินคดีต่อไป” ผศ.ดร.จันจิรา กล่าว

อีกด้านหนึ่ง สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ฝากเตือนว่าในขณะที่ความสนใจถูกทุ่มไปที่สื่อสังคมออนไลน์เนื่องจากผู้คนติดตามข้อมูลข่าวสารในช่องทางนี้มากขึ้นในระยะหลังๆ แต่ “ช่องทางธรรมชาติ (ปากต่อปาก-ตัวต่อตัว)” ก็ยังเป็นอีกช่องทางที่คนรับสาร เช่น เรื่องเล่าของนักการเมือง หรือจากคนที่รู้จักกัน ซึ่งคัดกรองกันได้ยากกว่าข้อมูลที่ปรากฏบนอินเตอร์เนต

“ที่มาจากตัวต่อตัวจากนักการเมือง เวลาเขาพูดถึงตัวเองเขาก็ต้องในทางที่ดี ส่วนพูดถึงคู่แข่งก็ต้องทางที่ร้าย การพูดคุยกันเองระหว่างผู้คน ก็ตั้งเป็นประเด็นไว้ว่าเราจะเช็คกันไหวหรือ”สติธร ฝากประเด็นน่าคิด

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : เหลียวหลัง แลหน้า : จากเจ้าพระยาสู่อ่าวตังเกี๋ย ในสายตานักการทูต

Posted on February 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711433

บทความพิเศษ : เหลียวหลัง แลหน้า : จากเจ้าพระยาสู่อ่าวตังเกี๋ย ในสายตานักการทูต

บทความพิเศษ : เหลียวหลัง แลหน้า : จากเจ้าพระยาสู่อ่าวตังเกี๋ย ในสายตานักการทูต

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 02.00 น.

ข้าพเจ้าได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับการค้าการลงทุนในเวียดนามจากบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นวิสาหกิจของคนหนุ่มจากกรุงเทพฯร่วมกับแรงงานหนุ่มสาวในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผลิตสินค้าเยลลี่ ขนมขบเคี้ยวทานตั้งแต่วัยเด็กถึงผู้ใหญ่ โดยการสนับสนุนให้เครดิตลงทุนจากเอ็กซิมแบงก์ ข้าพเจ้าตอบรับไม่ลังเลที่จะไปร่วมในพิธีเปิดโรงงานแห่งใหม่ชานเมืองหาดใหญ่

เรามีผู้ดำเนินรายการ วิทยากรผู้บรรยายที่สัมผัสเรื่องการค้าการลงทุนของไทยในจีนและด้านอื่นๆ จากที่เคยเป็นผู้บริหารจากกระทรวงพาณิชย์มาถ่ายทอด ข้าพเจ้าได้รับเชิญโดยตรงและได้รับมอบหมายเพิ่มจากนางสาวจริยา จิราธิวัฒน์ ประธานสภาธุรกิจไทย-เวียดนาม ผู้มีอาชีพหลักเป็นผู้บริหารของบริษัทเซ็นทรัลในเวียดนาม ให้มาเป็นผู้แทนประธานในพิธีอีกด้วย

ข้าพเจ้าเดินทางมาหาดใหญ่ด้วยรถไฟตู้นอนเดี่ยวปรับอากาศ ใช้เวลา 17 ชั่วโมง ท่านอื่นมาทางเครื่องบินหรือขับรถมาเอง มีคนร่วมเดินทางจำนวนคับคั่ง บริการสะดวกสบาย สนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งโดยคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งอาจจะพอใจการเดินทางใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่อึกทึก เป็นโอกาสอันดีที่จะทบทวนประสบการณ์ที่ผ่านไปและวางแผนสิ่งที่จะทำข้างหน้า สมกับชื่อหัวข้อการไปบรรยายครั้งนี้ คือ “เหลียวหลัง แลหน้า : จากเจ้าพระยาสู่อ่าวตังเกี๋ย” เกี่ยวกับเวียดนาม บนพื้นฐานที่เคยศึกษาและทำงานเกี่ยวกับเวียดนาม และรับราชการนานถึง 40 ปี

การบรรยายแก่นักธุรกิจหนุ่มสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งกระตือรือร้นที่จะเปิดตลาดการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นสังคมนิยมเป็นพื้นฐาน แต่หลังปี 2529 ได้เลือกเส้นทางการพัฒนาเศรษฐกิจแบบการตลาดด้วยแนวคิด “โด๋ยเม้ย” โด๋ย คือ เปลี่ยน และ เม้ย คือใหม่ อีกทั้งมีการถอนกำลังทหารจากกัมพูชา ปรับความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย บรรดาประเทศเพื่อนบ้านและตะวันตก เปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ

ในสายตาคนจำนวนมาก เวียดนามพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สูสีที่จะแซงประเทศไทย เนื่องเพราะ ประการแรก 1) เวียดนามเป็นตลาดใหญ่อันดับที่สามของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย มีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ชายฝั่งทะเลยาวมาก 2) เวียดนามมีประชากรมากถึง 100 ล้านคน ซึ่งเป็นทั้งแรงงานและผู้บริโภคสินค้าอุปโภค-บริโภคจากไทย ซึ่งเป็นที่นิยมสูง เฉกเช่นจากจีน เศรษฐกิจใหญ่ทางตอนเหนือหของประเทศ เป็นแรงงานราคาย่อมเยา ปัจจัยดึงดูดต่อการลงทุนจากเอเชียตะวันออกและตะวันตกอย่างยิ่ง

3) เวียดนามมีเสถียรภาพทางการเมืองสูง สั่งสมความมุมานะตั้งใจมั่นมาจากการต่อสู้เพื่ออิสรภาพและเอกราชจากอาณานิคมจีน ฝรั่งเศส และสหรัฐฯ ในสงครามเวียดนามและการปรับตัวครั้งใหญ่หลังสงครามยุติลง เหล่านี้ได้รับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งจากผู้นำจิตวิญญาณ เช่น ประธานโฮจิมินห์ และลัทธิมาร์กซิสม์-เลนินนิสม์ซึ่งหล่อหลอมขึ้นเป็นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเวียดนาม ระหว่างการเดินทางนี้ พรรคฯ ผ่านร้อนผ่านหนาวผู้นำรุ่นหลังๆ ได้รับการทดสอบภาวะความเป็นผู้นำ ซึ่งผู้นำที่มีปัญหาคอร์รัปชั่น ใช้อำนาจในทางที่ผิด ถูกระบบเข้าจัดการกวาดล้างเพื่อให้คนรุ่นต่อๆ ไปเข้าบริหารผู้ที่ขาดความรู้ความสามารถทำงานไม่ได้ตามเป้าหมายจะถูกทดแทน

ปัจจัยประการต่อมา 4) การได้รับยอมรับจากต่างประเทศ ประเด็นนี้กับการบริหารปกครองเดินทางไปด้วยกันสอดคล้องกัน เวียดนามบัดนี้ประพฤติตนเป็นผู้ยึดถือกฎระเบียบระหว่างประเทศ ไม่เป็นผู้เกเร มีการยอมรับให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศสำคัญๆ รวมทั้งเอเปกและการพบปะสุดยอดระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ ซึ่งมีขึ้นเมื่อไม่นานนี้ แม้ว่าการประชุมไม่นำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้น แต่การเลือกกรุงฮานอยเป็นที่จัดการประชุมถือได้ว่าสร้างชื่อเสียงแก่เวียดนามอย่างมาก เพราะการเตรียมการทางด้านกายภาพ จราจร การรักษาความปลอดภัย การรักษาระเบียบวินัย การควบคุมฝูงชนในช่วงการประชุมถือว่าสำคัญมาก เรียกได้ว่า ในสัปดาห์นั้น โลกจับตามองไปที่เวียดนามโดยแท้

เวียดนามในยุคปัจจุบันจึงเป็นดินแดนแห่งโอกาสและการท้าทาย เพราะเหรียญๆ หนึ่ง มีสองด้านเสมอนักธุรกิจชาวไทยพึงพินิจพิเคราะห์ก้าวย่างในการไปทำการค้าและการลงทุน ยุคหลังโควิด-19 เปิดกว้าง การเดินทางไป-มาสะดวกขึ้นแล้ว

ในทางกลับกัน ไทยยังเป็นที่นิยมในเวียดนาม สินค้าส่งออกของไทยเป็นที่นิยมชื่นชม เราได้เปรียบดุลการค้า เราลงทุนอันดับต้นๆ มายาวนาน นักธุรกิจนักลงทุนไทยควรผนึกกำลังเพื่อไม่ทำงานลำพังโดดเดี่ยว ยุคสมัยใหม่ถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีกลไกสำคัญๆ ที่น่าใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนของภาครัฐ คือ ทีมไทยแลนด์ หรือทีมประเทศไทย นั่นก็คือ สภาธุรกิจไทย-เวียดนาม ที่กรุงเทพฯ ดังมีความร่วมมือกับสมาคมชมรมต่างๆ ในเครือข่าย และหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่นครโฮจิมินห์ ซึ่งทั้งสององค์กรสนับสนุนการทำงานที่เป็นปึกแผ่นกับภาคราชการ เช่น กระทรวงการต่างประเทศ สถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ การลงทุน การท่องเที่ยว การธนาคาร เรียกว่าทุกหน่วย

การเดินทางโดยรถไฟครั้งนี้นำไปสู่อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ นอกเหนือจากการไปพบปะและร่วมการบรรยายแก่บุคลากรที่มีศักยภาพและสนใจนับร้อยเหล่านี้ ทำให้ข้าพเจ้ามีโอกาสทบทวนบทเรียน พักผ่อน เปิดหูเปิดตาต่อสิ่งใหม่และความน่ารักของชาวเมืองหาดใหญ่ ซึ่งมีร้านอาหารไทย จีน อร่อยอยู่มากมาย รองรับคนจากมาเลย์ สามจังหวัดแดนใต้ มีชีวิตที่สงบ เป็นระเบียบปลอดภัย รถราอาจจะมากสักหน่อย แต่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีการใช้สัญญาณไฟจราจรอัตโนมัตินับถอยหลังตามจังหวะทุกสี่แยก ชีวิตปลอดภัย อยู่สุขสบาย

เมื่อถึงเวลาอันควร เจ้าภาพนำข้าพเจ้าไปส่งที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่เมืองหลวงนักการทูตน้อยๆ กำลังจะพลิกหน้าหนังสือไปสู่หน้าถัดไป แม้นมิใช่ทหารหาญ แต่สโลแกนนี้โดนใจใช้ได้กับเรามืออาชีพ “ทหารแก่ไม่ตายลับไป หากเพียงแต่จะจางหายไป — ไปสู่คนรุ่นต่อไปนั้นแล”

คมกริช วรคามิน

อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์ โรมาเนีย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลับให้สบายนะ! ‘ซิโก้’สุดเศร้า’น้องดอม’จากไป บอกอยากเห็นอนาคตที่วาดฝันไว้

Posted on February 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711435

หลับให้สบายนะ! 'ซิโก้'สุดเศร้า'น้องดอม'จากไป บอกอยากเห็นอนาคตที่วาดฝันไว้

หลับให้สบายนะ! ‘ซิโก้’สุดเศร้า’น้องดอม’จากไป บอกอยากเห็นอนาคตที่วาดฝันไว้

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.29 น.

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 จากกรณีการเสียชีวิตของ นายดวงเทพ พรหมเทพ อายุ 18 ปี หรือ “น้องดอม” ซึ่งเป็น 1 ใน 13 เยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่เคยประสบเหตุติดอยู่ภายในถ้ำหลวง อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อกลายปี 2561 ปัจจุบัน ‘น้องดอม’ เป็นนักเรียนทุนมูลนิธิซิโก้ไปศึกษาต่อประเทศอังกฤษ ล่าสุดมีรายงานว่านายดวงเทพได้เสียชีวิต โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สุดเศร้า! ‘น้องดอม’ หมูป่า 1 ใน 13 เยาวชนติดถ้ำหลวง ได้ทุนเรียนอังกฤษ เสียชีวิตแล้ว)

ล่าสุด “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทย และปัจจุบันเป็นเฮดโค้ชของทีมฮองอันห์ยาลาย ในวีลีกเวียดนาม ประธานมูลนิธิซิโก้ ซึ่งมอบทุนให้แก่ “น้องดอม” ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “Kiatisuk Senamuang” ระบุว่า “Rest in peace ดอมเป็นลูกศิษย์ครู ที่น่ารัก สุภาพ เป็นสุภาพบุรุษ มีน้ำใจ มีความฝันที่อยากเป็นนักบอลอาชีพ อยากติดทีมชาติ มีเทคนิคที่ดี พร้อมเรียนรู้ เป็นกองหน้าที่เร็ว ครูก็อยากเห็นอนาคตที่ดอม ได้วาดฝันไว้นะ แต่ หลับให้สบายนะดอม”

– 006

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fkiatisuk.senamuang.1%2Fposts%2Fpfbid09U7MKtGE6ZNbZZJw5RBu1RLoVfRVc2tUkTonyNVFRR5WUhWgc3wDeKEHGnH1yqeTl&width=500&show_text=true&height=659&appId

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ราคาผักเกือบทุกชนิด​ถูกสุดในรอบปี​ แม่ค้าบุรีรัมย์โอดยอดขายลด

Posted on February 16, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711391

ราคาผักเกือบทุกชนิด​ถูกสุดในรอบปี​ แม่ค้าบุรีรัมย์โอดยอดขายลด

ราคาผักเกือบทุกชนิด​ถูกสุดในรอบปี​ แม่ค้าบุรีรัมย์โอดยอดขายลด

วันพุธ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.36 น.

บุรีรัมย์ผักเกือบทุกชนิดราคาถูกลงในรอบปี ส่งผลดีกับประชาชนผู้บริโภค ด้านแม่ค้าโอดผักราคาผักดิ่งลงแต่ยอดขายกลับลดมากกว่าเท่าตัว คาดคนหันปลูกผักกินเองและหาบเร่ขายเพิ่มขึ้น

วันที่ 15 ก.พ.66 จากการสำรวจราคาพืชผัก​ ในตลาดสด​เทศบาลเมืองบุรีรัมย์​ ช่วงเข้าสู่หน้าแล้ง พบว่า​ ราคาพืชผักเกือบทุกชนิดถูกลงเท่าตัว อาทิ ผักชีจากก่อนหน้านี้รับซื้อในราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 70 บาท ตอนนี้เหลือเพียงกิโลกรัมละ 40 บาท มะเขือเทศก่อนหน้านี้กิโลกรัมละ 80 บาท ปัจจุบันเหลือกิโลกรัมละ 20 บาท พริกแดงเดิมกิโลกรัมละ 60 บาท ปัจจุบันเหลือกิโลกรัม 40 บาท และต้นหอมก่อนหน้านี้กิโลกรัมละ 100 บาท ตอนนี้เหลือกิโลกรัมละ 60 บาท มีเพียงมะนาวที่ยังราคาแพงเฉลี่ยลูกละ 5-7 บาท ซึ่งราคาผักที่ถูกลงในช่วงนี้ก็ส่งผลดีกับประชาชนผู้บริโภค  แต่แม่ค้ากลับมียอดขายลดลงจากปกติเคยได้วันละ 2-3  พันบาท ทุกวันนี้เหลือวันละ 500 -1,000 บาทเท่านั้น ซึ่งแม่ค้าบอกว่าสาเหตุที่ขายไม่ค่อยได้อาจเพราะกำลังซื้อน้อยลง ประกอบกับชาวบ้านก็หันไปปลูกผักไว้กินเอง  บางคนปลูกแล้วหาบมาเร่ขายเองด้วย

นางอำเพ็ญ เฮงประโคน และนางทอน มอบประโคน แม่ค้า​ขายผักในตลาดสด​ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ บอกว่า ช่วงนี้ราคาผักเกือบทุกชนิดถูกลงมาก เหลือเพียงมะนาวที่ยังราคาราคาแพง แต่ก็แปลกใจว่าราคาผักถูกลงแต่ทำไมถึงขายไม่ค่อยได้ เพราะยอดขายลดลงจากเดิมเท่าตัว  คาดว่าน่าจะเป็นเพราะประชาชนไม่มีกำลังซื้อ ประกอบกับคนหันมาปลูกผักกินเองและหาบเร่ขายมากขึ้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,900,593 hits

Join 4,119 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ใต้เงาซ้อ “สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” สมรภูมิกรุงเก่า อุ๊งอิ๊งแทรกยาก
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
โค้งสุดท้ายเดือด! 'รวมศิษย์ครูสลาฯ'บัตรเหลือหลักสิบ ศิลปินฟิตเต็มแม็กซ์ เตรียมปล่อยของน้ำตาซึมทั้งฮอลล์
แนวหน้า ก้าวสู่ปีที่ 47 'มั่นคง ตรงไป ตรงมา' อุดมการณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยน
โอมุคาเดะ (Omukade) 7/10
นางแบบเซ็กซี่ หมิง น่านฟ้า เจอทัวร์ลงหนักเหตุแคปภาพ เซบาสเตียน กดไลก์รัวๆ
น้องเกล ก็โดน! เจอ แจ็ค แฟนฉัน เสนอขายลาบูบู้ตัวพิเศษ ตอนจบอย่างฮา (คลิป)
'น้องฟ้า อรัญญา'กับคุณค่าของบทเพลง'จากบัลลังก์สู่พื้นดิน'
บุคคลในข่าว
บุคคลในข่าว

Recent Posts

  • ออสเตรเลียจ่อลดภาษีน้ำมันลงครึ่งหนึ่ง หวังบรรเทาผลกระทบหลังราคาพุ่งสูงจากพิษสงครามตะวันออกกลาง
  • สเปนสั่งปิดน่านฟ้าห้ามเครื่องบินรบสหรัฐฯ ผ่านไปโจมตีอิหร่าน
  • เกาหลีใต้จ่อบังคับใช้มาตรการ “สลับวันวิ่งรถ” ทั่วประเทศ หากน้ำมันแตะ 130 ดอลลาร์
  • สว.สหรัฐฯ ย้ำไต้หวัน ผ่านงบกลาโหม 1.3 ล้านล้านโดยเร็ว รับมือภัยคุกคามจีน
  • อิตาลีสอบสวน Sephora และ Benefit ปมโฆษณาส่งเสริมให้เด็กต่ำกว่า 10 ปีใช้ “สกินแคร์”

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d