Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ลดการอักเสบ!! ใช้เครื่องเลเซอร์รักษาแผล ‘น้องตุลา’ ลูกช้างป่าหลงโขลง

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687865

ลดการอักเสบ!! ใช้เครื่องเลเซอร์รักษาแผล 'น้องตุลา' ลูกช้างป่าหลงโขลง

ลดการอักเสบ!! ใช้เครื่องเลเซอร์รักษาแผล ‘น้องตุลา’ ลูกช้างป่าหลงโขลง

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.58 น.

21 ตุลาคม 2565 กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565 น.ส.ธชพรรณ ลีลาพตะ พร้อมด้วย น.ส.กัญญ์ศิริ ฟักทอง สัตวแพทย์จากกลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่าได้ ร่วมกับสัตวแพทย์จากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) และสัตวแพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ทำการรักษาแผลของลูกช้างป่าเพศผู้ชื่อ “ตุลา” โดยการใช้เลเซอร์รักษาแผลเพื่อลดการอักเสบของเส้นเลือดและเนื้อเยื่อร่วมกับการทำแผลบริเวณใบหูทั้งสองข้าง โดยจะมีการทำเลเซอร์วันเว้นวันอย่างน้อยสามครั้งหรือต่อเนื่องจนกว่าจะดีขึ้น

สำหรับเครื่องเลเซอร์รักษาสัตว์ MLS Laser Therapy : Mphi Vet Orange (DEMO) ได้รับการสนับสนุนจากคุณกัญจนา ศิลปอาชา มอบให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่มีสัตว์ป่าบาดเจ็บที่ต้องดูแลอยู่จำนวนมาก โดยเครื่องเลเซอร์รักษาสัตว์เครื่องนี้ จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาสัตว์ป่าให้ดีขึ้น ช่วยในเรื่องของการรักษาบาดแผลต่างๆ ลดอาการเจ็บจากการรักษา ลดการอักเสบและช่วยกระตุ้นการสร้างใหม่ของเนื้อเยื่อได้ดียิ่งขึ้น.-008



ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อ้วกพุ่ง!! สาวอุดรฯผงะเจอวุ้นคล้ายปลาหมึกใน ‘น้ำมะเขือเทศ’ ยี่ห้อดัง ท้องเสีย2ราย

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687856

อ้วกพุ่ง!! สาวอุดรฯผงะเจอวุ้นคล้ายปลาหมึกใน 'น้ำมะเขือเทศ' ยี่ห้อดัง ท้องเสีย2ราย

อ้วกพุ่ง!! สาวอุดรฯผงะเจอวุ้นคล้ายปลาหมึกใน ‘น้ำมะเขือเทศ’ ยี่ห้อดัง ท้องเสีย2ราย

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.38 น.

21 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.ออย อายุ 21 ปีชาวบ้านช้างน้อย ต.นาทม อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี ว่า เจอวุ้นประหลาดเหมือนปลาหมึกในกล่องน้ำมะเขือเทศจากบริษัทดังที่วางจำหน่ายในร้านค้าทั่วไป เมื่อแม่และหลานกินเข้าไปมีอาการท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน

น.ส.ออย เปิดเผยว่า ปกติทุกคนในครอบครัวจะซื้อน้ำมะเขือเทศบริษัทนี้มากินประจำมานานหลายปีแล้ว แต่วันก่อนไปซื้อน้ำมะเขือเทศมาจากร้านค้าใกล้บ้านจำนวน 1 กล่องใหญ่ เราก็ดูข้างกล่องยังไม่หมดอายุ  พอเปิดฝาเทน้ำมะเขือเทศใส่แก้วเอาให้แม่และหลานกิน อีกแก้วให้ลูกสาววัย 1 ขวบดื่ม แต่ปรากฏว่าแม่ และหลานดื่มไป ปรากฏว่า ทั้งสองคนมีอาการคลื่นไส้ ท้องเสียอย่างแรง เราก็ตกใจ รีบซื้อเกลือแร่มาให้กิน ตอนนี้ทั้งสองคนอาการดีขึ้น และโชคดีที่ลูกสาววัยขวบเศษไม่ดื่ม น้องปัดแก้วทิ้ง หากดื่มด้วยไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง จึงตัดสินใจผ่ากล่องมะเขือเทศดูปรากฏว่า ในกล่องแทนที่จะเป็นน้ำมะเขือเทศแต่เป็นวุ้นแข็งทื่อเหมือนปลาหมึก จับดูมันจะแข็งๆ และมีตุ่มๆ จึงเอาไปโพสต์เตือนภัยให้ทุกคนดูดีๆ ก่อนซื้อน้ำมะเขือเทศ

ส่วนแม่เตี้ย อายุ 63 ปี บอกว่า ยายป่วยเป็นโรคหัวใจ ลูกๆ ก็ซื้อทั้งเห็ดหลินจือและน้ำมะเขือเทศมาให้กินประจำ วันนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร ลูกก็เทใส่แก้วให้ดื่มไปไม่ถึง 5 นาที จากนั้นก็มีอาการท้องปั่นป่วน คลื่นไส้ อาเจียนทันที แบบนี้คิดว่าตายๆ แน่ ส่วนหลานสาวมีอาการหนักท้องร่วงและอาเจียนตลอดเวลา ตอนนี้อาการดีขึ้นทุกคนแล้ว

ล่าสุด ทางบริษัทฯ น้ำมะเขือเทศดังกล่าวได้ติดต่อมา ขอนำน้ำมะเขือเทศดังกล่าวไปห้องทดลองตรวจสอบ และโอนเงินค่าส่งมาให้แล้ว 45 บาท และรับปากจะชดใช้ผลิตภัณฑ์แทนให้จำนวน 3 เท่า และหากมีอาการหนักได้เข้ารับการรักษาพยาบาลจะรับผิดชอบในค่าใช้จ่ายให้.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิการสู้ชีวิต! ‘ลุงอ๋อย’ชายวัย60ปี โยกสามล้อขายลอตเตอรี่ เลี้ยงแม่บังเกิดเกล้า

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687843

พิการสู้ชีวิต! 'ลุงอ๋อย'ชายวัย60ปี โยกสามล้อขายลอตเตอรี่ เลี้ยงแม่บังเกิดเกล้า

พิการสู้ชีวิต! ‘ลุงอ๋อย’ชายวัย60ปี โยกสามล้อขายลอตเตอรี่ เลี้ยงแม่บังเกิดเกล้า

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 08.23 น.

21 ตุลาคม 2565 ที่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 1 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนนทบุรี  ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายจุฬากร อาจยุทธ์ หรือลุงอ๋อย อายุ 60 ปี ผู้พิการขาขวาขาด ขับรถสามล้อโยกออกเร่ขายลอตเตอรี่ หาเลี้ยงนางเปล่งศรี ศิษย์พล อายุ 78 ปี ผู้เป็นแม่ ซึ่งมีความผิดปกติทางหูได้ยินไม่ค่อยชัด

โดยทั้งสองอยู่กันสองคนแม่ลูกมานานกว่า 3 ปี ความเป็นอยู่ลำบาก ฝนตกหลังคาก็รั่ว เคยมีเจ้าหน้าที่จากทางเทศบาลเข้ามาดูถึงสองรอบแล้ว ก็เงียบหายไป ได้เพื่อนบ้านและพระคอยดูแลความเป็นอยู่

ลุงอ๋อย เล่าว่า ตนโดนตัดขาเมื่อช่วงปี 63 เนื่องจากตนขี่รถจักรยานแล้วรถล้ม ตอนแรกก็เป็นแผลนิดเดียว แต่เนื่องจากแผลมีการติดเชื้อทำให้หมอต้องทำการตัดขาข้างขวาออก ช่วงนั้นใช้ชีวิตลำบากมาก เวลาไปไหนก็ลำบาก แถมตนอยู่กับแม่เพียงสองคนเท่านั้น แม่ก็อายุเยอะแล้ว ก็มีเจ้าหน้าที่นำไม้ค้ำและรถสามล้อโยกมาให้

ตอนนี้ตนขายลอตเตอรี่มาได้ 3 ปีแล้ว รายได้ก็ไม่แน่นอน บางวันก็ไม่ได้เลย ต้องอดข้าวกับแม่ก็มี บางวันขี่สามล้อออกไปตั้งไกล ขายลอตเตอรี่ได้ใบเดียวก็มี ส่วนเบี้ยเลี้ยงคนพิการ ตนก็ได้แต่ไม่เพียงพอใช้จ่ายภายในบ้าน ล่าสุดต้องไปขอกู้เงินคนอื่นมา 10,000 บาท มาซื้อลอตเตอรี่เพื่อที่จะได้นำไปขาย

ตอนนี้น้ำท่วมเข้าออกบ้านลำบากก็ได้เพื่อนบ้านช่วยทำสะพานไม้ให้ แต่ตนก็ยังต้องปีนข้ามกำแพงเพื่อไปที่รถสามล้อ ลำบากมากเกือบหงายหลังอยู่หลายรอบ เวลาฝนตกหลังคาก็รั่ว เคยมีเจ้าหน้าที่จากทางเทศบาลมาดูถึงสอบรอบ แต่ก็ยังไร้วี่แววที่จะเข้ามาซ่อมให้ เป็นห่วงแม่เวลาฝนตกเพราะต้องอยู่บ้านคนเดียว

ยิ่งตอนนี้น้ำท่วมด้วยก็ยิ่งเป็นห่วง ช่วงนี้ก็ได้ทางหลวงพ่อคอยดูแลเอาข้าวของเครื่องใช้และข้าวสารมาให้ ก็พอจะอยู่ได้ ตอนนี้อยากซ่อมหลังคาที่รั่วก่อน และอยากได้เครื่องช่วยฟังเพื่อให้แม่ของตน หากมีใครเรียกหรือหากเกิดเรื่องฉุกเฉิน แม่ของตนก็จะได้ยินชัดเจนกว่าเดิม.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ประวิตร’ หนุนคุณหญิงกัลยาเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำฯ

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687785

‘ประวิตร’ หนุนคุณหญิงกัลยาเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำฯ

‘ประวิตร’ หนุนคุณหญิงกัลยาเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำฯ

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

‘ประวิตร’ หนุนคุณหญิงกัลยาเดินหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำฯ เป็นประธาน MOU 3 ฝ่าย ศธ.-สทนช.-มูลนิธินโยบายสาธารณะไทย พัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารทรัพยากรน้ำ สร้างการเรียนรู้ชุมชน

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) การพัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารทรัพยากรน้ำ เพื่อบูรณาการสร้างการเรียนรู้ของชุมชน ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และ มูลนิธินโยบายสาธารณะไทยและมอบนโยบายของรัฐบาลด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พร้อมด้วยนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) นายโชติโสภณพนิช ประธานมูลนิธินโยบายสาธารณะไทย ณ ห้องราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และมูลนิธินโยบายสาธารณะไทยในความร่วมมือของทั้ง 3 หน่วยงานที่มุ่งมั่นในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีความมั่นคง และเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ซึ่งการร่วมลงนามในวันนี้นับว่าเป็นการยกระดับความเข้มแข็งของการดำเนินงานร่วมกัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเกิดผลสัมฤทธิ์ที่สนับสนุนแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนจากการร่วมลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังในครั้งนี้

ทั้งนี้รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เนื่องจากน้ำเป็นทรัพยากรพื้นฐานที่สำคัญของชาติ โดยปัจจุบันมีคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติทำหน้าที่ในการบูรณาการ และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีเอกภาพ อย่างไรก็ตามจะต้องสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยจะต้องพัฒนาศักยภาพของชุมชนในการที่จะร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมพัฒนา และใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าเพื่อประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืนต่อไป

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นอีกก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการบริหาร
จัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ซึ่งการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในภารกิจและแผนการขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่จะสร้างคุณประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับประเทศชาติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารทรัพยากรน้ำ การบูรณาการสร้างการเรียนรู้ของชุมชน ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสร้างศักยภาพ การผลิตชลกรและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ท้องถิ่นและสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยชุมชนอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน ตามแนวพระราชดำริ เกิดขึ้นด้วยปณิธาน 1.ต้องการจะสืบสานแนวพระราชดำริ ช่วยเกษตรกรให้มีน้ำใช้ แก้จน แก้น้ำล้นพ้นภัยแล้ง 2.ต้องการสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ วางรากฐาน “น้ำเพื่อการเกษตร” 3.ต้องการสร้างหลักสูตร“ชลกร” เพื่อให้สถานศึกษาเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ 4.ต้องการสร้าง Smart Farmerโดยนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม มายกระดับการทำการเกษตร และ 5.ต้องการที่จะยกระดับองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำสู่มาตรฐานสากล

สำหรับวัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือในครั้งนี้ก็เพื่อบูรณาการความร่วมมือ สนับสนุนการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารทรัพยากรน้ำ เพื่อบูรณาการสร้างการเรียนรู้ของชุมชน แก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสร้างศักยภาพ การผลิตชลกรและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ท้องถิ่นและสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยชุมชนอย่างยั่งยืน เป็นการยกระดับองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำไปสู่ระดับสากล

ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การขับเคลื่อนหลักสูตรชลกรปัจจุบันได้เปิดการเรียนการสอนเป็นรุ่นที่ 2 แล้วในปีการศึกษา 2565 ใน 12 วิทยาลัยเกษตรฯ และในปีนี้ก็จะเป็นปีแรกที่รุ่นที่ 1 จะจบการศึกษา ซึ่งเชื่อว่าจะนำองค์ความรู้เรื่องการบริหารจัดการน้ำไปใช้ประโยชน์ และสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน และประเทศชาติ และความร่วมมือที่เกิดขึ้นในวันนี้จะช่วยยกระดับและเพิ่มศักยภาพให้กับนักศึกษาในหลักสูตรชลกรต่อไป

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มีความพร้อมที่จะดำเนินการเพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ตามที่ได้ตั้งไว้ การลงนามบันทึกความเข้าใจการพัฒนาองค์ความรู้ด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อบูรณาการสร้างการเรียนรู้ชุมชนในครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนการพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เกิดผลสัมฤทธิ์ คือ ประโยชน์สุขของประชาชน

นายโชติ โสภณพนิช ประธานมูลนิธินโยบายสาธารณะไทย กล่าวว่า มูลนิธินโยบายสาธารณะไทย เล็งเห็นความสำคัญของโครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ มาตั้งแต่แรกเริ่มเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการช่วยเหลือเกษตรกร ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนของคนในชาติได้อย่างยั่งยืน และต้องการสนับสนุนความตั้งใจของ ดร.คุณหญิงกัลยาโสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการขับเคลื่อนงานโดยเน้นการสร้างองค์ความรู้ให้กับนักศึกษาเพื่อให้สามารถนำมาต่อยอดและขยายผลสู่คนรุ่นต่อไปได้ โดยยังยืนยันเจตนารมณ์ของมูลนิธินโยบายสาธารณะไทยที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังที่โครงการฯ ตั้งเป้าหมายไว้ ในการสร้างประโยชน์ด้านการบริหารจัดการน้ำต่อสังคมโดยรวม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวอุดรฯเข่าทรุดเกาะรั้วทวงหนี้1.8ล้าน เจอสามีลูกหนี้แจ้งความกลับ!!

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687817

สาวอุดรฯเข่าทรุดเกาะรั้วทวงหนี้1.8ล้าน เจอสามีลูกหนี้แจ้งความกลับ!!

สาวอุดรฯเข่าทรุดเกาะรั้วทวงหนี้1.8ล้าน เจอสามีลูกหนี้แจ้งความกลับ!!

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 21.03 น.

สาวอุดรฯ เดือดจัด หลังสองแม่ลูกตีสนิท ล่อให้ตายใจ ขอยืมเงินเสนอดอกเบี้ยรายวันและรายเดือน ครั้งแรกๆ ก็จ่ายคืนให้ ล่อยืมอีกหลายครั้งแต่สุดท้ายไม่ยอมคืนเงินมาถึง 1,800,000 บาท สุดจะทน บุกถึงหน้าบ้านร่ำไห้จนเข่าทรุดขอเงินคืน ไหนบอกว่าจะไม่ทำให้เดือดร้อน กู้เงินธนาคารได้ 10 ล้าน กินหรูอยู่ดีและไม่ยอมคืนเงิน ขณะที่อีกฝ่ายเดือดกลับ แจ้งความเจ้าหนี้บุกหน้าบ้านข่มขู่ พร้อมส่งข้อความเจอกูอีชูชก ไปเจอกันที่ศาล

20 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี น.ส.บุษบา (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ชาว จ.อุดรธานี ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี และสื่อมวลชน ว่าถูกคนสนิทยืมเงินไปกว่า 1,800,000 บาท ตอนแรกๆ เสนอดอกเบี้ยและคืนให้ทั้งต้นทั้งดอก นานๆไป ยอดยืมเยอะขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายหายไม่ยอมจ่ายหนี้ ติดตามทวงถามแต่อ้างให้ไปเอากับบุคคลที่ 3 ทุกข์และทรมานใจอย่างมากกับเงินเป็นล้าน มิหนำซ้ำสามีก็จะขอเลิก หากตามเงินจำนวนนี้ไม่ได้ ตามที่ได้เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุด วันนี้ น.ส.บุษบา ได้ขอความช่วยเหลือจาก นายภานุมาศ  จิตรวศินกุล หรือ เฮียเปี๊ยก เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” เพื่อเป็นคนกลางช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยติดตามยอดหนี้ดังกล่าว โดยเดินทางไปหาลูกหนี้ที่หมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ในเขตชานเมืองอุดรธานี เมื่อไปถึงเจ้าหนี้ได้เรียกลูกหนี้อยู่หน้าบ้านและขอร้องให้ใช้เงินที่ยืมไปและขอให้ออกมาพูดคุยกันเพื่อหาข้อสรุป แต่ลูกหนี้ก็ไม่ยอมออกมาพูดคุยทั้งที่มีคนอยู่ภายในบ้าน

น.ส.บุษบาฯ ยืนร้องไห้ร้องเรียกลูกหนี้พร้อมเกาะรั้วบ้านอยู่นานกว่าครึ่งชั่วโมง พูดตัดพ้อและระบายความในใจต่างๆนาๆอ้อนวอนให้ลูกหนี้นำเงินที่ยืมไปมาคืน โดยความบางตอน ระบุว่า พ่อตนก็ป่วยติดเตียงต้องการเงินรักษาพ่อ ต้องการเงินมาทำมาหากิน บอกจะใช้คืนอีกไม่นานก็ไม่คืน ไหนบอกจะไม่ทำให้เดือดร้อน ทำไมมาทำแบบนี้ เวลาไปยืมเงินทั้งร้องไห้จะก้มกราบ แต่นี่ขอไม่คืนตังค์

ในเวลาต่อมา สามีของลูกหนี้ได้ขับรถยนต์มาที่บ้าน เมื่อมาถึงได้รีบลงรถวิ่งหน้าตื่นเข้าไปอุ้มลูกซึ่งอยู่ในบ้าน ยกมือไหว้บอกเจ้าหนี้ว่าที่บ้านนี้ ภรรยาตนไม่อยู่ มีแต่ลูกที่อยู่บ้าน ลูกร้องไห้เพราะมีคนมาร้องหน้าบ้านและเชิญให้เจ้าหนี้เข้ามาตรวจสอบว่าในบ้านมีภรรยาอยู่หรือไม่ แต่เจ้าหนี้ก็ไม่ได้เข้าไปและให้เบอร์โทรศัพท์ไว้กับนายภานุมาศฯ เพื่อจะนัดเจรจากันอีกครั้งหนึ่ง

นายภานุมาศ เจ้าของเพจ “เฮียเปี้ยกช่วยด้วย” เปิดเผยว่า กรณีนี้เราพาเจ้าหนี้มาทวงเงินตามสิทธิ ตอนนี้เราได้เบอร์โทรศัพท์ของสามีลูกหนี้แล้ว จากนี้จะนัดเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อยุติ แต่หากไกล่เกลี่ยแล้วไม่ลงตัวคงต้องใช้สิทธิทางศาลต่อไป

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามกับสามีขอลูกหนี้ ได้รับคำตอบว่าหลังจากมีการมาทวงหนี้หน้าบ้าน เราได้ส่งให้ทนายความแจ้งความไว้เป็นหลักฐานในการที่จะฟ้องร้องต่อศาล เรื่องนี้ทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างรู้ดีว่าเป็นอย่างไร ใครเป็นคนเอาเงินไป ใครเป็นคนจ่ายดอกให้เจ้าหนี้ การที่เขามาทำแบบนี้คิดว่าเขาจะดิสเครดิตภรรยาผมแน่นอน ขอฝากผ่านสื่อมวลชนว่าเรื่องนี้ขอให้อยู่ในกระบวนการของชั้นศาลต่อไป 

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่จึงควรขวนขวายสะสมบุญบารมี

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687773

ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่จึงควรขวนขวายสะสมบุญบารมี

ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่จึงควรขวนขวายสะสมบุญบารมี

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.17 น.

เรามักจะได้ยินเสมอเวลาคนตายไป มักจะพูดกันว่า ขอให้ไปสู่สุคติเถิด แต่การขอคือความปรารถนาดีนั้น ไม่สามารถพาให้ผู้ที่ตายไปแล้ว ได้ไปเกิดในสุคติได้ ต้องเกิดจากการกระทำของแต่ละคนในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เวลาตายไปแล้วจะนิมนต์พระมาสวดกุสลา มาทำบุญทำกุศลให้ก็ไม่เกิดประโยชน์กับคนที่นอนอยู่ในโลง เพราะคนตายไปแล้วไม่สามารถทำบุญได้ ไม่สามารถฟังธรรมะได้ ที่เขานิมนต์พระมาสวดนั้น ความจริงเขานิมนต์มาให้สวดให้คนเป็นมากกว่า คือญาติพี่น้องเพื่อนสนิทมิตรสหายที่ไปในงานศพนั้น เพื่อจะได้มีโอกาสได้ยินได้ฟังธรรม ถ้าฟังด้วยความตั้งใจ จิตก็จะสงบ เมื่อมางานศพของเพื่อน ก็จะได้มีโอกาสเจริญปัญญา คือได้ปลงสังขาร ปลงอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา 

ถ้าเราระลึกถึงว่าเพื่อนของเราคนนี้ เมื่อก่อนเขาก็เป็นเหมือนเรา เขาก็มีลมหายใจ เขาก็มีความสามารถที่จะทำอะไรได้ แต่ในวันนี้เขาทำอะไรไม่ได้แล้ว เขามีแต่รอให้นำเอาเข้าไปในเตาไฟ เพื่อที่จะเผาให้หมดสิ้นซากไป แต่เรายังมีชีวิตอยู่ เรายังมีโอกาสที่จะทำอะไรได้ และต่อไปไม่ช้าก็เร็ว เราก็ต้องเป็นเหมือนเขาเช่นกัน เราก็จะต้องไปนอนในโลงให้เขานิมนต์พระมาสวด แล้วก็นำเข้าเตาเผา เพื่อที่จะเผาร่างกายนี้ให้กลายเป็นเถ้าถ่านไปเหมือนกัน ถ้าเข้าวัดไปงานศพในลักษณะนี้ เราก็จะไม่ขาดทุน เพราะได้เข้าไปเติมบุญเติมกุศล ได้ปลงสังเวช ปลงอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สร้างสติให้เกิดขึ้น สร้างปัญญาให้เกิดขึ้น ว่าสังขารทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วต้องดับไปในที่สุด 

เพราะฉะนั้นในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ เราจึงควรขวนขวายสะสมบุญบารมี เพราะว่าเมื่อตายไปแล้ว คนอื่นสะสมบุญบารมีให้เราไม่ได้ บุญที่เขาอุทิศให้นั้นเป็นเพียงเศษบุญ เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของบุญที่เขาทำเท่านั้น ถ้าเปรียบก็เปรียบเหมือนกับเงินที่ให้ขอทานหรือให้คนที่ไม่มีค่ารถ เพื่อเดินทางไปข้างหน้าเท่านั้นเอง ไม่มากมายเท่าไรเลย เราจึงต้องไม่ประมาท ไม่ไปหวังบุญจากผู้อื่นที่จะอุทิศให้เราหลังจากที่เราตายไปแล้ว เราควรสร้างบุญสร้างกุศลให้กับตัวเราในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ อย่างน้อยที่สุดก็ควรเข้าวัดอาทิตย์ละ ๑ ครั้ง ถ้ามีพระเดินผ่านบ้านทุกๆวัน ก็ควรใส่บาตรทุกๆวัน แล้วก็รักษาศีล ๕ ให้ได้ทุกๆวันเป็นอย่างน้อย ถ้าทำได้เพียงเท่านี้ เชื่อได้ว่าเมื่อตายไปแล้ว เราจะได้ไปสู่สุคติอย่างแน่นอน โดยไม่ต้องให้ใครมาขอให้เราไปสู่สุคติ เพราะสิ่งนี้ขอกันไม่ได้ เป็นสิ่งที่จะต้องทำกันเอง ตัวใครตัวมัน 

กำลังใจ ๑๐, กัณฑ์ที่ ๑๕๐ วันที่ ๑๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๖ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี คัดลอกจากเพจ “พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่าเอ็นดูแท้! เมื่อหนูน้อยอยากใส่ชุดโปรดแต่พุงไม่เป็นใจ

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687721

น่าเอ็นดูแท้! เมื่อหนูน้อยอยากใส่ชุดโปรดแต่พุงไม่เป็นใจ

น่าเอ็นดูแท้! เมื่อหนูน้อยอยากใส่ชุดโปรดแต่พุงไม่เป็นใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 16.00 น.

20 ต.ค.65 ชื่อผู้ใช้เเฟซบุ๊กว่า Pakjira Thurabut ได้เผยแพร่คลิปสุดน่ารัก ของลูกชายตัวน้อยวัย 2 ขวบ กับความพยายามในการใส่ชุดนักบินสุดโปรด แต่ดูเหมือนว่าชุดจะเล็กเกินไป เพราะติดพุงรูดซิปไม่ขึ้น โดยคุณแม่บอกว่ามันใส่ไม่ได้เดี๋ยวซื้อให้ไหม่ ก็ยังบอกให้คุณแม่ช่วยรูดซิปชุดปิดพุงให้หน่อย เป็นคลิปที่เรียกรอยยิ้มให้กับผู้ชมได้อย่างมากเลยทีเดียว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ยิ่งลักษณ์’ สุดภูมิใจ ‘ไปป์’ ได้รางวัลจากมหาลัยดัง ยกเป็นของขวัญดีที่สุดของแม่

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687692

'ยิ่งลักษณ์' สุดภูมิใจ 'ไปป์' ได้รางวัลจากมหาลัยดัง ยกเป็นของขวัญดีที่สุดของแม่

‘ยิ่งลักษณ์’ สุดภูมิใจ ‘ไปป์’ ได้รางวัลจากมหาลัยดัง ยกเป็นของขวัญดีที่สุดของแม่

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.59 น.

วันที่ 20 ตุลาคม 2565 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพคู่กับลูกชาย ไปป์ ศุภเสกข์ อมรฉัตร โดยระบุว่า วันนี้มาร่วมงานรับรางวัลของลูกไปป์ หลังจากที่หลายปีก่อนแม่เศร้าและคิดถึงลูกมาก และอยากให้ลูกมาเรียนที่ต่างประเทศ แม่จะได้มีโอกาสดูแลลูกอย่างใกล้ชิด แต่ไปป์ขอให้แม่รอให้เรียนจนจบมัธยมปลายที่ประเทศไทยก่อน พร้อมสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนไม่ให้แม่ผิดหวัง เพื่อสอบเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่อิมพีเรียลคอลเลจ เนื่องจากมีสาขา Mechanical Engineering หรือวิศวกรรมเครื่องกลที่ไปป์สนใจ

สาขานี้สอบเข้ายากมาก แต่ลูกก็สอบได้ตามที่หวัง แม้เข้าไปแล้วยังต้องเผชิญกับการปรับตัววิกฤตโควิดที่ทำให้ต้องเรียนทางไกล หรือ Learn From Home ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับการเรียนวิศวะที่จะต้องเน้นการปฏิบัติควบคู่กับการเรียนทฤษฎี แต่ไปป์ก็ยังทุ่มเท มุมานะ กับการเรียนจนได้รับรางวัล “National Power Prize in Mechanical Engineering” หรือ รางวัลคะแนนรวมสูงสุดของนักเรียนปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัย และ อีก 2 รางวัลสำหรับนักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุดในวิชาหลักของคณะวิศวกรรมเครื่องกล คือ คณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ (Mathematics and Computing) และ การถ่ายเทความร้อน (Heat Transfer)

วันนี้จึงเป็นอีกวันหนึ่งที่แม่ภาคภูมิใจ เพราะของขวัญที่สำคัญและดีที่สุดในชีวิตของแม่คือการเห็นลูกเติบโตเป็นคนดีมีคุณภาพ เข้มแข็งและดูแลตัวเองในอนาคตได้เป็นอย่างดี แม่คนนี้จะคอยเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างพร้อมเป็นแรงสนับสนุนเสมอ เหมือนกับที่ไปป์เคยเป็นกำลังใจให้แม่ในยามที่แม่ต้องพบเจอกับอุปสรรคต่างๆในทุกช่วงของชีวิต

แม่ดีใจสำหรับการรับรางวัลครั้งนี้ของลูกนะ และแม่ต้องบอกว่าถึงแม้แม่จะต้องมาอยู่ต่างประเทศ แต่แม่ก็ต้องขอขอบคุณลูก ที่ลูกเป็นความภูมิใจให้แม่ แม่รักลูกนะจ๊ะ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปรี้ยวหวาน! ‘ส้มลิ้ม’มะม่วงกวน ลูกค้าจองเกลี้ยง เจ้าเดียวในสุโขทัยทำขายทั้งปี

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687691

เปรี้ยวหวาน! 'ส้มลิ้ม'มะม่วงกวน ลูกค้าจองเกลี้ยง เจ้าเดียวในสุโขทัยทำขายทั้งปี

เปรี้ยวหวาน! ‘ส้มลิ้ม’มะม่วงกวน ลูกค้าจองเกลี้ยง เจ้าเดียวในสุโขทัยทำขายทั้งปี

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.56 น.

20 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านของนางสุกัญญา รจนา อายุ 60 ปี เลขที่ 14/2 หมู่ 1 ต.ย่านย่าว อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ได้มีการแปรรูปมะม่วงเป็น “ส้มลิ้ม” ขายเป็นอาชีพเสริมมายาวนานกว่า 60 ปี และปัจจุบันก็ขายดีมาก ลูกค้าต้องสั่งจองล่วงหน้าถึงจะได้ตามจำนวนที่ต้องการ แล้วยังเป็นเจ้าเดียวในสุโขทัยที่ทำส้มลิ้มขายตลอดทั้งปี

นางสุกัญญา  รจนา เปิดเผยว่า อาชีพหลักของที่บ้านคือทำสวนผสม มีทั้งกล้วยตานี กะท้อน มะปราง และมะม่วง พอมะม่วงสุกก็จะเก็บมาแปรรูปเป็นส้มลิ้ม ส้มแผ่น ขายเป็นรายได้เสริม ทำมานานกว่า 60 ปีแล้ว ตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า มะม่วงที่ใช้มีทั้งพันธุ์อกร่อง พิมเสน โชคอนันต์ แก้วขมิ้น และมะม่วงตาล

โดยขั้นตอนเริ่มจากนำมะม่วงมาปอก หั่นเป็นชิ้น แล้วใช้เครื่องกวน พร้อมปรุงด้วยน้ำตาล เกลือ ก่อนนำเข้าเครื่องบด เสร็จแล้วเอามาตักหยอด ตากแดด 2-3 วัน ก็พร้อมขายทันที กล่องเล็ก 35 บาท กล่องใหญ่ 50 บาท และแบบบรรจุถุงกิโลกรัมละ 100 บาท

นางสุกัญญา บอกว่า จากผลกระทบภัยแล้งและน้ำท่วมพื้นที่สวนผลไม้ ทำให้ปัจจุบันการแปรรูป “ส้มลิ้ม” ได้กลายเป็นอาชีพหลัก แทนการทำสวนไปแล้ว โดยที่บ้านจะทำขายกันตลอดทั้งปี พอมะม่วงในพื้นที่สุโขทัยหมดช่วงฤดู ก็จะนำมะม่วงจากภาคใต้ ภาคกลาง ภาคเหนือ และประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาแปรรูปแทน จนสามารถทำส้มลิ้มขายได้วันละ 100 กิโลกรัม ส่วนที่เห็นวางตากแดดอยู่หน้าบ้านทั้งหมดมี 200 กิโลกรัม ลูกค้าก็จองซื้อล่วงหน้าไปหมดแล้ว

ทั้งนี้ มีจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง แบบสามรส รสหวาน รสเปรี้ยว เนื้อมะม่วงแท้ 100% ไม่ใส่สี ไม่ใส่สารกันบูด สะอาด ปลอดภัย เนื้อเหนียว นุ่ม หนึบ อร่อย ไม่ติดฟัน สอบถามได้ที่เฟซบุ๊ก “สุกัญญา ส้มลิ้ม” หรือโทรเบอร์ 087-2024223

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขายราคาเดิม!! แม่ค้าข้าวแกง 3 ถุง 100 บาท เผยไม่เอาเปรียบแม้ของจะแพงขึ้น

Posted on October 25, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687682

ขายราคาเดิม!! แม่ค้าข้าวแกง 3 ถุง 100 บาท เผยไม่เอาเปรียบแม้ของจะแพงขึ้น

ขายราคาเดิม!! แม่ค้าข้าวแกง 3 ถุง 100 บาท เผยไม่เอาเปรียบแม้ของจะแพงขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.34 น.

แม่ค้าร้านขายแกงเมืองเบตงยังคงขายแกง 3 ถุง100 บาท ขนมหวานถุงละ 10 บาท กว่า 10 ปี ยังคงยืนหยัดขายในราคาเดิม แม้ราคาวัตถุดิบที่นำมาปรุงขายจะขึ้นราคา แต่เข้าใจคนหาเช้ากินค่ำในยุคเศรษฐกิจแบบนี้

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2565 ที่ร้านขายแกงพี่อร หรือ นางภัทรธิดา โพธิ์ศรี เจ้าของร้านขายแกง 3 ถุง 100 อยู่ปากซอย รวมวิทย์ ถนนสุขยางค์ อ.เบตง จ.ยะลา ยังคงมีลูกค้าทั้งประชาชน ที่หาเช้ากินค่ำ และเกษตรกร  เดินทางมาอุดหนุนซื้อแกงที่มีรสชาดดีราคาถูก 3 ถุง 100 บาท ของ พี่อร กันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่บ่าย ถึงแม้ว่า ในช่วงนี้ราคาผักหลายชนิด หมู ปลา จะปรับขึ้นราคา และแก็ส เครื่องปรุง  จะมีราคาแพงขึ้น ก็ไม่มีผลกระทบกับร้านขายแกง พี่อร แต่อย่างใด เนื่องจากทางร้านได้เตรียมรับมือในเรื่องนี้ไว้แล้ว ก็คือพยายามใช้ผักในพื้นที่เบตง ที่มีราคาไม่แพงมากนักนำมาปรุงอาหารแทน ผักที่ส่งมาจากส่วนกลางที่มีราคาแพง

นางภัทรธิดา บอกว่า สำหรับราคาแกง 3 ถุง 100 บาท ก็จะยังคงยืนหยัดขายราคาเดิมแบบนี้ต่อไป โดยไม่มีการขึ้นราคา ตักแกงก็ยังเท่าเดิม ปริมาณแกง กินกันได้ทั้งครอบครัว ถึงแม้ว่าราคาผักจะแพงขึ้นก็ตาม ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าขาประจำและเป็นเกษตรกรอยู่ในสวนยางพารา โดยจะซื้อแกง 3 ถุง 100 บาท ไปเป็นอาหารมื้อเที่ยงและอาหารมื้อเย็น  เป็นการสวนกระแสเศรษฐกิจ ซึ่งในช่วงนี้ร้านอาหารและร้านขายข้าวแกงในพื้นที่มีการปรับราคาสูงขึ้นแทบทุกร้าน ส่วนมากจะขายแกงถุงละ 50 บาท ส่วนที่ร้านพี่อร ยังคงขายแกง  3 ถุง 100 บาท เหมือนเดิมและมีลูกค้ามาอุดหนุนเนืองแน่นทุกวัน

โดยในแต่ละวัน ทางร้านพี่อร จะปรุงอาหารไว้ขายไม่ต่ำกว่า 20 ชนิด อาทิ แกงส้ม แกงกะทิ ต้มยำ ผัดเผ็ด ปลาทอด หมูทอด และอาหารที่นี่ขายดี เนื่องจากรสชาดจัดจ้าน เป็นที่นิยมของชาวใต้มาก

นอกจากนี้ ยังมีขนมหวานไว้คอยบริการลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นขนมชิ้นต่างๆ ขนมชั้น ขนมกวน และยังมีน้ำพริกพร้อมผัก ให้แก่ลูกค้าอีกด้วย ทำให้ร้านพี่อร ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั้งประชาชน เกษตรกร ที่อยู่ในเมือง และพื้นที่ใกล้เคียงมาอุดหนุนแกงที่มีรสชาดดีราคาถูก อย่างต่อเนื่องทุกวัน

นางภัทรธิดา โพธิ์ศรี หรือ พี่อร อายุ 47ปี เจ้าของร้านขายแกง บอกว่า ยังคงขายราคาเดิม 3 ถุง 100 บาท ขนมหวานถุงละ 10 บาท ในช่วงที่ผักแพง และผักหลายชนิดที่ใช้อยู่ในร้านก็มีราคาแพงขึ้น แต่ก็พยายามหลีกเลี่ยงผักที่แพง โดยหันมาสั่งซื้อผักจาก เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเบตง มาปรุงอาหารแทน และยังคงยืนหยัดที่จะขายแกง 3 ถุง 100 บาทต่อไปถึงแม้จะได้กำไรน้อย แต่อาศัยปริมาณลูกค้าที่มาซื้อเป็นจำนวนมากทุกวัน เมื่อก่อนตอนที่สินค้าต่างๆไม่ปรับราคาพอมีกำไรเป็นกอบเป็นกำบ้าง แต่พอสินค้าหลายชนิดตั้งแต่ผัก ยัน เครื่องปรุง ปรับราคาขึ้นกำไรก็น้อยลง แต่ก็ยังดีที่ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใครได้วันละ 300 บาท แต่หันกลับมาทำแกงขาย ถึงกำไรไม่มาก แต่ลูกน้อง มีงานทำ และยังคงขายแกง 3 ถุง 100 บาท ต่อไป หากยังมีลูกค้ามาอุดหนุน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,934,465 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ชงพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตตอ.กลาง คลังเสนอครม. 5 พ.ค. นี้
นายกฯ อวยพรวันแรงงานสากล ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง มีความมั่นคงในชีวิต
ค่าไฟใหม่ถูกลงแน่ นายกฯ บอก อนาคตโซลาร์รูฟจะไม่แพง
ศาลสิงคโปร์สั่งปรับนักกิจกรรมหญิง 3 คน เดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
รมว.พม. ผนึกกำลัง 20 กระทรวง ขับเคลื่อนกลไกพัฒนาสตรี ลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ สร้างสังคมที่ทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ พูดติดตลกไม่อยากใส่เสื้อกันกระสุน เพราะกลัวดูอ้วนขึ้นอีก
สยามดนตรียามาฮ่า ฉลอง 60 ปี ลงนาม MOU ปั้นโมเดล ‘ดนตรีบำบัด’ ไทย-ญี่ปุ่น
ซูเปอร์มาร์เก็ตแทบแตก มิ้นท์ รัญชน์รวี ในลุค Grocery run ที่ทำเอาโซเชียลนอนไม่หลับ
เปาบุ้นจิ้นไทยภักดี หมอวรงค์ อาสาตีแผ่ความจริงกลางสภา หลังอธิบดีฝนหลวงร่อนจดหมายลาออก ชมคลิป
สวยสับไม่พัก เซย่า ณิชฎา ลูกสาวพ่อพีท ทองเจือ สลัดลุคหวานเดินรันเวย์ไฟลุก ชมคลิป

Recent Posts

  • อาสาสมัครรวมพลัง พา “นกกีวี” กลับคืนเมืองหลวงนิวซีแลนด์ หลังหายไปกว่า 100 ปี
  • อังกฤษตั้งข้อหาพยายามฆ่า “เอสซา สุไลมาน” หลังแทงชาวยิว 2 รายในลอนดอน
  • ทีมกฎหมายเตรียมเข้าพบ “อองซาน ซูจี” สุดสัปดาห์นี้ หลังเมียนมาย้ายกักตัวในบ้านพัก
  • “ทรัมป์” ประกาศยกเว้นภาษี “สกอตช์วิสกี้” ให้สหราชอาณาจักร เพื่อเป็นเกียรติแก่ “คิงชาร์ลส์”
  • ออสเตรเลียเดือด มวลชนบุกล้อม รพ. หวังล้างแค้นผู้ต้องหาฆ่า ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d