Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ช่วงหน้าฝนกล้วยทอด ‘ป้าอร’ หน้าสวนสัตว์สงขลาขายดิบขายดีจนทอดไม่ทัน

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687240

ช่วงหน้าฝนกล้วยทอด 'ป้าอร' หน้าสวนสัตว์สงขลาขายดิบขายดีจนทอดไม่ทัน

ช่วงหน้าฝนกล้วยทอด ‘ป้าอร’ หน้าสวนสัตว์สงขลาขายดิบขายดีจนทอดไม่ทัน

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 15.56 น.

กล้วยทอด “ป้าอร” หน้าสวนสัตว์สงขลา ช่วงฝนตกขายดิบขายดี จนต้องนำบัตรคิวมาใช้อีกครั้งหนึ่ง ทำให้วันนี้ “ป้าอร” ยิ้มออกและได้เฮอีกครั้ง ลูกค้ายังเพียบเหมือนเดิม จนทอดกล้วยขายไม่ทัน 

วันนี้ (18 ต.ค.65) ที่บริเวณปากทางเข้าสวนสัตว์สงขลา ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา รถเข็นขายกล้วยทอดของนางอรชุลี ถาวรกิจ หรือป้าอร อายุ 58 ปี และนายศุภวิทย์ ถาวรกิจ อายุ 60 ปี สองสามีภรรยาที่มาจอดขายกล้วยทอดทุกวัน และมีลูกค้าขาประจำ และขาจร มายืนรอคิวเพื่อซื้อกล้วยทอด และมันทอดตลอด ตั้งแต่เริ่มเปิดขายประมาณ 10 โมง จนถึงบ่าย 2 โมง จนต้องใช้บัตรคิวเพื่อไม่ให้สับสนว่าใครมาก่อนมาหลัง และทอดขายกันแบบหม้อต่อหม้อไม่มีของเหลือตกค้าง

ที่ผ่านมา แม้เจอวิกฤติโควิด-19 รายได้ลดลง แต่ก็ยังคงขายตามปรกติทุกวัน เนื่องจากขายกล้วยทอดมานานกว่า 20 ปี จนลูกค้าติดใจมีทั้งขาประจำ และขาจร โดยเทคนิคการทอดจะไม่ใช้กระทะเหมือนที่ทอดขายกันทั่วๆ ไปแต่จะใช้หม้ออะลูมิเนียมทอด เพราะจากประสบการณ์ทอดด้วยหม้อจะดีกว่าทอดด้วยกระทะ เนื่องจากเวลาทอดความร้อนจะสม่ำเสมอ และสุกพร้อมกันทั้งหมด และน้ำมันก็ร้อนเร็วกว่ากระทะ ส่วนกล้วยที่ใช้ทอดมีทั้งกล้วยน้ำว้า กล้วยนางยา และยังมีมันม่วงทอด ซึ่งนำมาผสมแป้งสูตรเฉพาะ เมื่อสุกแล้วจะมีความหอมกรอบอร่อยชวนกิน และการทอดด้วยหม้อก็เป็นจุดขายที่แตกต่างจากร้านอื่นๆ

โดยเฉพาะช่วงนี้ซึ่งจะมีฝนตกทุกวันและกำลังจะย่างเข้าสู่หน้ามรสุมตะวันออกเฉียงเหนือของภาคใต้ กล้วยทอดป้าอรจะขายดิบขายดีกว่าปกติกว่าเท่าตัว แต่ละวันจะใช้กล้วยน้ำว้า 45 หวี กล้วยนางยา 12 หวี และมันม่วง 10 กิโลกรัม และขายหมดก่อนเวลาบ่าย 2 โมง เพราะมีลูกค้าทั้งขาประจำ และขาจรที่ขับรถผ่านเข้าออกเมืองสงขลา และเส้นทางลัดผ่านสวนสัตว์จะแวะซื้อ ซึ่งเมื่อก่อนจะมาสั่ง และยืนรอแต่ช่วงหลังลูกค้ามากขึ้นจำไม่ได้ว่าใครมาก่อนมาหลังจึงต้องใช้บัตรคิวเพื่อไม่ให้สับสน 

ทำให้ในวันนี้ กล้วยทอดของ “ป้าอร” ที่ผ่านพ้นยุคโควิด-19 ได้กลับมาฟื้นตัวและต้องนำบัตรคิวกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากช่วงวิกฤติโควิค-19 ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบ จนรายได้ลดลงกว่า 30% และหน้าฝนปีนี้ ลูกค้าแห่กันมาซื้อกล้วยทอดป้าอรจนขายดิบขายดีจนทอดขายไม่ทันชนิดล้อมรถเข็น วันนี้มีทั้งกล้วยทอดมันทอดและฟักทองทอด  ป้าอรได้ซื้อวัตถุดิบทั้งกล้วยทั้งหัวมันและฟักทองสำรองไว้เป็นจำนวนมากเพื่อไม่ให้ของขาดในช่วงหน้าฝนรองรับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ทุกวัน

นางอรชุลี ถาวรกิจ หรือ “ป้าอร” กล่าวอย่างอารมณ์ดี ว่า ช่วงนี้ฝนตกขายไม่ทันลูกค้า ลูกค้าเยอะมาก คิวยาว อีกทั้งฝนไม่เป็นอุปสรรคในการขายกล้วยทอดของป้าอร แม้ว่าฝนตกกล้วยทอดป้าอรก็ขายดี แต่ว่าคิวยาว ลูกค้ามาอุดหนุนเยอะมาก คิวยาวรอบหนึ่ง 10 กว่าคิว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สตรีทอาร์ต’สะท้อนวิถีชีวิตชาววังทองบนฝาบ้านไม้ ปูน สังกะสี แลนด์มาร์คตลาด120ปี

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687225

'สตรีทอาร์ต'สะท้อนวิถีชีวิตชาววังทองบนฝาบ้านไม้ ปูน สังกะสี แลนด์มาร์คตลาด120ปี

‘สตรีทอาร์ต’สะท้อนวิถีชีวิตชาววังทองบนฝาบ้านไม้ ปูน สังกะสี แลนด์มาร์คตลาด120ปี

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 15.27 น.

เทศบาลตำบลวังทอง เมืองสองแคว สร้างแลนด์มาร์คดึงดูนักท่องเที่ยว นำศิลปินท้องถิ่นวาดภาพวิถีชีวิตชาวชุมชนชาววังทอง บนฝาบ้านไม้เก่าโบราณ ผนังปูน ผนังสังกะสี ตรอกกลางตลาด 120 ปีวังทองเป็นสตรีทอาร์ต ตั้งเป้าต้อนรับท่องเที่ยวช่วงเทศกาลฤดูหนาวและเทศกาลปีใหม่ได้แวะถ่ายรูปซื้อสินค้าท้องถิ่นกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย

ที่สตรีทอาร์ต ตรอกกลางตลาด 120 ปีวังทอง จุดกึ่งกลางเชื่อมระหว่างจุดหอนาฬิกา – วัดวังทองวนาราม ได้มีนายวิทยา รัดกุม ศิลปินอิสระ ศิลปินท้องถิ่นจังหวัดพิษณุโลกได้ใช้สีอะคริลิคและสีน้ำมัน บรรจงวาดภาพ บันทึกวิถีชีวิตชาวชุมชนวังทองไว้บนฝาบ้านไม้เก่าโบราณ ผนังสังกะสี กำแพงปูนเพื่อสร้างจุดแลนด์มาร์ค ดึงดูดนักท่องเที่ยวแวะมาถ่ายรูป ทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย

นายวิทยา รัดกุม ศิลปินอิสระ เปิดเผยว่า ตนได้รับการติดต่อจากทางเทศบาลตำบลวังทอง ให้มาสร้างสรรค์ผลงานในความเป็นพื้นถิ่นของชุมชนวังทอง จึงได้รวบรวมภาพในอดีตจากชาวอำเภอวังทอง จากนั้นนำมาคัดกรองเลือกเป็นภาพวาดไว้บนผนังไม้ ปูน สังกะสี สร้างภาพวิถีชุมชน เป็นการบันทึกเหตุการณ์ช่วง 100 ปีที่ผ่านมาเพื่อเป็นการสะท้อนให้คนในชุมชนรำลึกถึง เพราะในอดีตที่ผ่านมาเรื่องราวต่างๆ ถูกบันทึกในความทรงจำ จะมีการบันทึกภาพไว้เฉพาะผู้ที่มีฐานะถ่ายภาพเก็บ ก่อนเรื่องราวเรือนหาย แม้ปัจจุบันยังเหลือร่องรอย สถานที่สำคัญอยู่ 

เช่น ศาลาท่าน้ำ อาคารบ้านไม้เก่า การใช้วิถีชีวิตริมน้ำวังทอง ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จมาที่วัดวังทองวนาราม เป็นความประทับใจของชาวชุมชนโดยบันทึกเรื่องราวไว้บนผนังกำแพง ซึ่งภาพที่วาด จัดแบ่งโซน เป็น โซนวัฒนธรรม ประเพณี แหล่งการค้าขาย วิถีชีวิตชุมชนการละเล่น นับเป็นเรื่องค่อนข้างยากเนื่องจากว่างานต้องมีความละเอียดอ่อน เนื่องจากเป็นช่วงที่ใกล้งานประเพณี การท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว ใกล้ปีใหม่ จึงต้องการสร้างผลงานไว้เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงปีใหม่นี้ ซึ่งระยะเวลาในการวาดใช้เวลาประมาณ 30 วัน 

ล่าสุดเวลานี้ภาพสร้างสรรค์ไปได้กว่า 90% แล้ว เหลือเก็บรายละเอียด 3 วันน่าจะเสร็จเรียบร้อย ผลงานเป็นที่พอใจมาก เวลานี้ก็เริ่มมีประชาชนในพื้นที่วังทองและนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาถ่ายภาพ กับภาพที่วาดแล้ว

นายสมพงษ์ ศรีคมขำ ประธานชุมชนหน้าวัดวังทองวนาราม และเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังทอง เปิดเผยว่า เนื่องจากทางเทศบาลตำบลวังทอง เกิดแนวคิดการสร้างจุดแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นภายในชุมชนวังทอง จึงได้จัดงบประมาณ มาทำ Street Art (สตรีทอาร์ต) เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่ผ่านเส้นทางอำเภอวังทอง ขึ้นไปภาคเหนือ หรือภาคอีสาน จะต้องแวะเข้ามาท่องเที่ยวภายในตลาด 120 ปีวังทองและถ่ายรูปกับภาพวิถีชุมชน พร้อมซื้อสินค้าของชุมชน ก่อนเดินทางทั้งไปและกลับตามที่กำหนดไว้ 

การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตลาด 120 ปี ครั้งนี้เนื่องจากเห็นว่า หลายพื้นที่มีการสร้างจุดให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพจึงมองเห็นว่าสตรีทอาร์ตตลาด 120 ปีน่าจะเกิดขึ้น โดยเน้นการวาดภาพวิถีชีวิตคนวังทอง บันทึกประวัติศาสตร์ ประเพณีวัฒนธรรม เป็นภาพวาด 2 ฝั่งถนนตลาด 120 ปี โดยได้รับความร่วมมือจากคนในชุมชนและด้วยสภาพที่ชาวตลาดวังทองมีคนไทยเชื้อสายจีนมาอาศัยอยู่จำนวนมาก และสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคือศาลเจ้าแม่ทองคำเจ้าแม่ทับทิม อังกอร์ ของอำเภอวังทอง ขึ้นชื่อติดอันดับระดับประเทศและเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดพิษณุโลก

อังกอร์ ที่นี่เกิดจากการรวมกลุ่มของเยาวชนอย่างเข้มแข็งในการแสดงศิลปะ ซึ่งอนุรักษ์ทำเป็นประจำทุกปี และในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้เยาวชนเริ่มนัดซ้อมอังกอร์ที่หน้าที่ว่าการอำเภอวังทอง ก่อนมีงานประเพณีเกิดขึ้น นอกจากนี้ประเพณีวัฒนธรรม อย่าง งานบวชนาค รำวงย้อนยุค ลิเกคณะสายัณห์เจริญพร  คณะอัศวินเป๋ เป็นคณะลิเกที่ขึ้นชื่อของอำเภอวังทอง  

นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ภาพที่วาด ล้วนเห็นเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ของวังทอง จึงได้เกิดถนนเส้นนำร่องเส้นนี้ ที่ตลาด 120 ปีเป็นถนนสตรีทอาร์ต แม้เป็นตรอกเล็กๆ เชื่อมในชุมชน ซึ่งหลังจากวาดภาพเสร็จแล้ว ในอนาคตจะมีการสร้างซุ้มทางเข้า เพื่อให้นักท่องเที่ยวสังเกตเห็นว่าถนนเส้นนี้ มีผลงานศิลปะอยู่ภายใน การวาดภาพจะเน้นวิถีชีวิตชุมชน และสิ่งที่เคยมีในปัจจุบันและในอดีตอย่าง เช่น หอนาฬิกา สามล้อถีบ รถสองแถวที่เป็นเอกลักษณ์ของอำเภอวังทอง

หลังจากก่อนหน้านี้ตลาด 120 ปีวิถีชาววัง ทางอำเภอวังทองส่งเสริมให้เกิดเป็นจุดท่องเที่ยวให้กับอำเภอวังทองประกอบกลับ อำเภอวังทอง ยังมีบ้านไม้เก่าโบราณ ที่เป็นอัตลักษณ์ที่หาดูได้ยากในหลายชุมชน เป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยว เดินเที่ยวชมดูวิถีของชาววังทองในปัจจุบัน หลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย คาดว่าในช่วงปลายปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาอำเภอวังทองเพื่อถ่ายภาพจุดแลนด์มาร์คใหม่ แห่งนี้จำนวนมาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ล้มคอหัก!! ‘อุลตร้าแมน’ สูง5เมตร ‘ไฮโซปอ’ แก้บนไอ้ไข่ โซเชียลวิจารณ์แซ่ด

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687222

ล้มคอหัก!! 'อุลตร้าแมน' สูง5เมตร 'ไฮโซปอ' แก้บนไอ้ไข่ โซเชียลวิจารณ์แซ่ด

ล้มคอหัก!! ‘อุลตร้าแมน’ สูง5เมตร ‘ไฮโซปอ’ แก้บนไอ้ไข่ โซเชียลวิจารณ์แซ่ด

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 15.17 น.

18 ต.ค.65 กรณีนายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือ ไฮโซปอ สร้างหุ่น “อุลตราแมน” สูง 5 เมตร ตัวเดียวในโลก แก้บน “ไอ้ไข่ วัดเจดีย์ ” หลังขอพรแล้วสมดังใจ เมื่อ3 ต.ค. 65 ที่ผ่านมานั้น โดยนายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือ ไฮโซปอ หนึ่งในผู้ต้องหาคดีการเสียชีวิตของ แตงโม – นิดา พัชรวีระพงษ์ นำหุ่นอุลตราแมน ขนาดความสูง 5 เมตร แก้บนที่วัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช โดยเจ้าตัวเขียนข้อความเล่าผ่านไอจีส่วนตัว ระบุว่าUltraman สูง 5 เมตร ตัวเดียวในโลกใบนี้ ไปขอพรไอ้ไข่ วัดเจดีย์ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว สำเร็จได้ตามเป้าหมาย แต่ปัญหาที่ตามมา คือหาที่สร้างไม่ได้ เพราะไม่มีใครรับงาน สูงใหญ่เกินไป พอหาคนทำได้แล้ว หาวิธีขนส่งต่อไม่ได้อีก จนหาวิธีได้ ขนส่งได้แล้ว จะเอาไปถวาย หาที่วางเอาลงไม่ได้ง่ายๆ อีก

ล่าสุด โลกโซเซียลมีการเผยแพร่ภาพ หุ่นอุลตร้าแมน ของไฮโซปอ ที่แก้บนไอ้ไข่วัดเจดีย์ ล้มจนหัวขาด ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเซียลต่างๆนานา ว่า อาจจะเกิดจากอาถรรพณ์ เป็นเพราะไอ้ไข่ เด็ก วัดเจดีย์ อาจไม่ยอมรับการกระทำของไฮโซปอก็ได้ หรืออาจจะเป็นเพราะไม่แข็งแรงของหุ่นอุลตร้าแมนสูง5เมตร ทำให้ล้มลงจนหัวขาดก็ได้ ไม่ใช่เกิดเพราะอาถรรพณ์ ต่างอย่างใดก็ได้

ผู้สื่อข่าว เดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณสุสานไก่ วัดเจดีย์ ( ไอ้ไข่ ) หมู่ 7 ต.ฉลอง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสุสานไก่แก้บน ซึ่งอยู่ห่างจากวัดเจดีย์ประมาณ 1 กิโลเมตร เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่เป็นสถานที่เก็บรูปปั้นไก่ชนแก้บน ขนาดต่างๆที่มีผู้นำมาแก้บนถวาย ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นตัว ส่วนหุ่นอุลตร้าแมน สูง 5 เมตร มีสภาพนอนหงายบนพื้น ส่วนหัวขาด ถูกนำวางห่างตัวหุ่น 10 เมตร

ส่วนโครงสร้างหุนอุลตาแมน พบเป็นรูปปั้นที่สร้างด้วยโฟมทั้งตัว น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม ไม่มีปูนผสม ประกอบกับช่วงนี้พื้นที่ มีฝนตกและลมพัดกรรโชก อาจเป็นสาเหตุทำให้หุ่นอุลตร้าแมน ที่สร้างด้วยโฟม หักล้มลงจนหัวขาด ซึ่งทางคณะกรรมการวัด เห็นว่าไม่ปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว จึงเคลื่อนย้ายนำซากหุ่นซากนอุลตร้าแมน เก็บรวมกับหุ่นไก่ชนที่สุสานไก่

ขณะที่กรรมการวัดเจดีย์ ( ไอ้ไข่ ) กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงสาเหตุ น่าจะเกิดจากโครงสร้างของหุ่นอุลตร้าแมน ที่สร้างไม่แข็งแรง ประกอบกับช่วงนี้พื้นที่มีฝนตกลมแรง ทำให้ฐานรองตัวหุ่นอุลตร้าแมนที่ไม่แข็งแรงมั่นคง หุ่นจึงล้ม ไม่ได้เกิดจากอาถรรพณ์อะไรจากไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ ที่ชาวโซเซียล วิพากวิจารณ์พูดว่า ไอ้ไข่ไม่พอใจในตัวไฮโซปอ เพราะไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ เป็นผู้ที่มีใจบุญ มีแต่ให้กับทุกคนที่มาขอพร อยากให้ผู้คนในโลกโซเซียล เข้าใจตามนี้ด้วย. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับการทำธุรกิจดิจิทัล’

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687194

'ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับการทำธุรกิจดิจิทัล'

‘ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับการทำธุรกิจดิจิทัล’

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.18 น.

“ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับการทำธุรกิจดิจิทัล” โดย ผศ.สุพล พรหมมาพันธุ์ อาจารย์ที่ประจำสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

ที่ผ่านมา คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดพิธีเปิดโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ด้าน IT (NON DEGREE), RE SKILL- UP SKILL หลักสูตร Cyber Security รุ่นที่ 4 ปีการศึกษา 2565 โดย ผศ.ดร.ธนา สุขวารี คณบดีคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน, ศ.ดร.ประสงค์ ประณีตพลกรัง ที่ปรึกษาโครงการ กล่าวต้อนรับ, อาจารย์ชัชวาลย์   วรวิทย์รัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์วิทยบริการเทคโนโลยีดิจิทัล กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการฝึกอบรมบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ณ ห้อง Convention 1 อาคาร 40 ปี มหาวิทยาลัยศรีปทุม  โดยในโครงการนี้  มีบุคลากรผู้บริหารทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้ความสนใจเข้าเรียนเป็นจำนวนมาก สำหรับหลักสูตร Cyber Security นี้ รุ่นที่ 3 ปีที่ผ่านมามีจำนวน 60 คน และรุ่นที่ 4 ปีนี้มีจำนวน 40 คน

สำหรับโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ด้าน IT_NON DEGREE, RE SKILL- UP SKILL รุ่นที่ 4 นี้ เป็นโครงการที่กระทรวงกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม หรือ อว. มุ่งเน้นยกระดับสมรรถนะเพื่อผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ในยุค THAILAND 4.0 ดังที่  ดร.อรสา ภาววิมล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เคยกล่าวรายงานว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในหลักการโครงการผลิตอาชีวะพันธุ์ใหม่และบัณฑิตพันธุ์ใหม่ (ปี 2561-2565) และสร้างกำลังคนที่มีสมรรถนะสูงสำหรับอุตสาหกรรม (New Growth Engine) ตามนโยบาย Thailand 4.0 และการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย เมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2561 สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ในฐานะรับผิดชอบการสร้างบัณฑิตในระดับอุดมศึกษา ได้ดำเนินโครงการบัณฑิตพันธุ์ใหม่ในสถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 23 แห่ง ตั้งแต่ในปี 2561 เป็นต้นมา โดยจัดการเรียนการสอนแบ่งเป็น 2 หลักสูตร คือ 1) หลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-Degree) จำนวน 123 หลักสูตร และหลักสูตรระดับปริญญา (Degree) 99 หลักสูตร (https://www.moe.go.th)

ในส่วนของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้จัดดำเนินโครงการนี้โดยได้รับการสนับสนุนจาก กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อเป็นการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ และกำลังคนตอบโจทย์ภาคการผลิตตามนโยบายการปฏิรูปอุดมศึกษาไทย จำนวน 4 หลักสูตร คือ หลักสูตรความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับธุรกิจดิจิทัล (Cyber Security for Online Business), หลักสูตรการวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของผู้บริโภคโดยใช้เทคโนโลยีบิ๊กดาต้า (Consumer Insights Analytics and Data Center with Big Data Technology), หลักสูตรการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล และความเข้าใจผู้บริโภคในเชิงลึก (Industries Transformation with Data Analytics and Consumer Insights) และหลักสูตร เทคโนโลยีเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่ออุตสาหกรรม 4.0 (Technology Internet of Things for Industry 4.0) 

โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ และกำลังคนให้มีศักยภาพสูงทั้งเชิงวิชาการและวิชาชีพ ที่ทันต่อความต้องการของการทำงานในภาคอุตสาหกรรมใหม่สู่ New-S-Curve และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (New Growth Engines) ของประเทศ และเพื่อสร้างฐาน (Platform) การพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งอนาคต โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตบัณฑิต และสร้างต้นแบบของหลักสูตรและการเรียนการสอน โดยเน้นการปรับเปลี่ยนเนื้อหาสาระ โครงสร้างหลักสูตร และกระบวนการจัดการเรียนการสอนประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติในสภาพจริงเป็นสำคัญ พัฒนาการศึกษาเพื่อสร้างให้ผู้เรียนให้มีสมรรถนะและศักยภาพสูง รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการ หรือภาคอุตสาหกรรมในการผลิตบัณฑิตและกำลังคนของประเทศ

ด้วยโครงการ บัณฑิตพันธุ์ใหม่ด้านไอที (Information Technology: IT) มีกำหนดการเรียน รวมทั้งการศึกษาดูงาน ณ สถานประกอบการจริง ซึ่งใช้ระเวลาถึง 6 เดือน ในโอกาสนี้ ขอเขียนสรุปหัวข้อการบรรยายในวันแรกของการเปิดโครงการของวิทยากรบางคน ดังนี้ หลักสูตรความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ในหัวข้อ “ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับการทำธุรกิจดิจิทัลเบื้องต้น (Introduction to Cyber Security” 

โดย คุณนนทวัตต์ สารมาน นายกสมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ (CIPAT) คุณนนทวัตต์ สารมาน เล่าว่า เขาเคยทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย มาก่อนในตำแหน่ง Security Engineer โดยทำหน้าที่ Add รายชื่อของลูกค้าเข้าระบบคอมพิวเตอร์ และทำงานเกี่ยวกับระบบเครือข่าย (Network)  ซึ่งเป็นงานลักษณะ Real Secure จึงรู้เรื่องของระบบการทำงานของผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง (Backend) เป็นอย่างดี ต่อมาได้รับทราบนโยบาย และได้รับองค์ความรู้เรื่อง การประเมินความเสี่ยง ได้ทำเกี่ยวกับ Active Delivery ซึ่งใช้ระบบของ SUN System 

ในปัจจุบันคุณนนทวัตต์ ทำงานอยู่ที่อารักษ์ “ARAK” (Data Protection Suite by SRAN) ปัจจุบันเป็นยุคของข้อมูล Data is the new oil บริษัทใดมีข้อมูลมาก บริษัทนั้นย่อมได้เปรียบ โดยเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งประเทศในแถบบยุโรปเป็นผู้ริ่เริ่มมาก่อน ตัวละครที่สำคัญบนโลกใบใหม่นี้มีอยู่ 5 ตัว คือ IoT, Cloud, Big Data, AI และ Blockchain บริษัทต่างๆ ทั่วโลก การจะเอาชนะกันได้ คือ ต้องมี AI (Artificial Intelligence) ข้อมูลคือขุมทรัพย์ ในทุกเรื่องจะมี Cyber Security เป็นเงา ถ้าเราจะทำธุรกิจเกี่ยวกับ Cloud ก็จะยากหน่อย เพราะว่าปัจจุบัน บริษัทใหญ่ ๆ ก็ดำเนินการเรื่อง Cloud กันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น AIS, True, Dtac เป็นต้น 

แต่ถ้าจะทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่อง Big Data ก็ยังพอทำได้ การพัฒนาแอปพลิเคชันนิยมทำกันมาก ตัวอย่างเช่น LINE Application มีคนดาวน์โหลดทั่วโลก 90 ล้านคน ทางรัฐบาลก็ออกแอปพลิเคชันเป๋าตังค์, ฉลากกินแบ่งออนไลน์, คนฃละครึ่ง ธุรกิจส่วนใหญ่ปัจจุบันล้วนใช้ซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Software as a Service บริษัทใหญ่ ๆ เหลือไม่กี่ยี่ห้อที่ยังไม่ได้ทำ ส่วนใหญ่ทำกันเกือบหมดแล้ว เช่น Microsoft Office365, Google Workspace, ERP เป็นต้น วิถึชีวิตของคนปัจจุบันจึงเปลี่ยนไป

ความจริงอยากจะเล่าให้ฟังก็คือ ยุคของเศรษฐกิจไม่ดี ความจริงเรื่องเศรษฐกิจดีหรือไม่ดีไม่สำคัญ ที่สำคัญคือประเทศไทยจะต้องพึ่งตัวเองได้อย่างไร รัสเซียรบกับยูเครน เงินเฟ้อ เราซื้อ Microsoft Office365 แพงขึ้น เพราะว่าส่วนใหญ่ซอฟต์แวร์ขึ้นปอยู่บน Cloud หมด และ Cloud ตัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของ Support ลงไปด้วย ไม่ใช้คน ต่อไปเราจะต้องมีของตัวเราเองบ้าง ใครเคยได้ยิน Hybrid Mail บ้าง ว่าวันหนึ่งเราต้องมีที่ยืนเป็นของเรา สิ่งที่ทุกองค์กรขาดไม่ได้ คือ Software Backup ไม่ใช้ Firewall หรือ Antivirus ซึ่งตอนนี้เหลืออยู่เพียงไม่กี่ยี่ห้อ เช่น McAfee, Urada 

อีกประการหนึ่ง เราต้องรู้เรื่องช่องโหว่ ต้องมองให้เห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น คนอาจติดโรคโควิด-19 ได้ เพราะอยู่ใกล้ชิดกัน และอุณภูมิความชื้น แต่เราก็สามารถมองเห็นได้ด้วยตาว่าใครติดโควิด แต่การโจมตีมองไม่เห็น ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไปให้ระวังเรื่อง Spyware แต่ถ้าเป็นองค์กรให้ระวังเรื่อง Ransomware ถ้ามีคนส่งลิงค์มาให้ ถ้าไม่แน่ใจอย่ากดลิงค์ เพราะว่าเงินอาจสูญหายเป็นล้านบาทได้ หรือสามารถเอาลิงค์ไปตรวจสอบได้ที่เว็บ sogo.com การยิงเราเรียกว่า กระสุนไซเบอร์ หรือ Exploit

องค์กรสมัยใหม่ ต้องรู้เท่าทัน ต้องมองให้เห็น ต้องมองให้เห็นด้วยเครื่องมือ ปัจจุบันมีการแฮกเกิดขึ้นจำนวนมาก เช่น การแฮกข้อมูลของรถยนต์ Skoda และอีกส่วนหนึ่งที่ถูกแฮกเป็นข้อมูลเกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภค ข้อมูลจากสมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cyber Innovation Promotion Association of Technology:  CIPAT) มีข้อมูลกว่า 100,000 IP ที่ติด Black List ซึ่ง IP นั้น มีอยู่ 2 ประเภท คือ 1. ไอพีสาธารณะ หรือไอพีข้างนอก (Public IP) และ 2. ไอพีส่วนบุคคล หรือไอพีข้างใน (Private IP) ซึ่งพวกแฮกเกอร์นั้นจะชอบ Public IP เพราะว่าน่าสนใจกว่า 

นอกจากนั้นก็ยังเรื่องของ Patching คือการข้ารหัส คือการเข้าไปแล้ว ถอยออกไม่ได้ ซึ่งใน 1 เดือนในระบบคอมพิวเตอร์ จะมีช่องโหว่เกิดขึ้นเป็นจำนวน 1,000 ครั้ง ส่วนใหญ่แล้วพวกแฮกเกอร์จะมี Exploit คือ กระสุนปืน ถ้าแฮกเกอร์ไม่มีกระสุนปืนก็ทำอะไรไม่ได้ ในเว็บไซต์ techtalkthai.com ได้อธิบายความหมายของคำว่า Exploit เอาไว้ว่า Exploit เป็นศัพท์ที่ผู้อยู่ในวงการ Security เข้าใจความหมายกันดี เนื่องจากการโจมตีไซเบอร์ส่วนใหญ่มักเกิดจากการ Exploit จุดอ่อนของระบบความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งจุดอ่อนทางด้านความมั่นคงปลอดภัยก็มีหลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น รหัสผ่านที่ไม่แข็งแกร่ง ผู้ใช้ที่หลงกดเข้าหน้า Login ปลอม หรือไฟล์แนบแฝงมัลแวร์ที่ผู้ใช้เผลอเปิดโดยไม่ระวัง เป็นต้น 

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ Computer Security นั้น Exploit มีความหมายที่เฉพาะเจาะจง นั่นคือ เป็นวิธีการใช้บั๊กของซอฟต์แวร์ในทางที่ไม่เหมาะสม เพื่อทำการบายพาสระบบความมั่นคงปลอดภัยที่ใช้งานอยู่ขณะนั้น ซึ่งบั๊กของซอฟต์แวร์ที่สามารถ Exploit ได้เป็นที่รู้จักกันดีในนาม “ช่องโหว่” นั่นเอง คุณนนทวัตต์ ได้เล่าต่อไปว่า ดังได้กล่าวแล้วว่า แฮกเกอร์ ต้องมีกระสุนปืน ถ้าไม่มีกระสุนปืนก็ทำอะไรไม่ได้ คราวนี้ มีคำอีก 2 คำที่นิยมใช้เรียกกัน คือ นักฆ่า กับนักสืบ การเป็นนักสืบนั้นยากกว่า Exploit เป็นอาวุธที่สำคัญของนักฆ่า กระสุนปืน คือ Exploit หรือช่องโหว่ Exploit ส่วนใหญ่จะหาได้ใน Google หรือ Deep Web ซึ่งต้องใช้ Tool ในการค้นหาใน Deep Web สำหรับ Exploit นั้น มีคนเขียนขึ้นมา และนำมาฝัง เนื่องจากในปัจจุบันเครื่องใช้อุปโภคต่างๆ มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ (Internet of Things: IoT) ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น เครื่องซักผ้า ทีวี ดังนั้น กฎหมายเกี่ยวกับเรื่อง Cyber Security จึงมีออกมากันมากมาย เช่น ถ้าบริษัทไม่ทำเกี่ยวกับเรื่อง Cyber Security อาจเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายได้

ดังนั้น กฎหมายเกี่ยวกับ Cyber จึงมีความสำคัญ ใครทำงานอยู่ในภาครัฐ จึงจำเป็นต้องรู้ แม้เรื่อง พ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์ บริษัทต้องพร้อมรับมือกับสิ่งเหล่านี้ (ต้องทำ) ด้วยความมั่นคงภาครัฐ รวมไปถึงเรื่องระบบสาธารณสุข ไฟฟ้า ธนาคาร น้ำประปา จะนิ่งเฉยไม่ไม่ได้ ผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่เอา NIST Framework คือ NIST Cybersecurity Framework เป็นหนึ่งในกรอบทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ซึ่งเป็นที่นิยมใช้อย่างมากใน (catcyfence.com) ประกอบด้วย (1).Identify – การระบุและเข้าใจถึงบริบทต่างๆ เพื่อการบริหารจัดการความเสี่ยง, (2).Protect – การวางมาตรฐานควบคุมเพื่อปกป้องระบบขององค์กร, (3). Detect – การกำหนดขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ เพื่อตรวจจับสถานการณ์ที่ผิดปกติ, (4).Respond – การกำหนดขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้น, (5). Recovery – การกำหนดขั้นตอนและกระบวนการต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง และฟื้นฟูระบบให้กลับคืนมาเหมือนเดิม  

จาก 5 ประการดังกล่าวนี้ จะเห็นได้ว่า เรื่องของ Cyber Security มีความสำคัญมากต่อองค์กร และองค์กรเองก็ต้องให้ความสำคัญ ตัวอย่างเช่น การจัดเก็บข้อมูล Log File ของผู้ใช้เอาไว้ 90 วัน เป็นต้น ซึ่ง พ.ร.บ.ความมั่นคงไซเบอร์มีครอบคลุมเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ และข้อมูลส่วนบุคคล เป็นข้อมูลที่อ่อนไหว พนักงานขององค์กรจึงต้องทำความเข้าใจ ทั้งนี้ ยังรวมไปถึงเรื่อง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ปรับปรุงแก้ไขใหม่ใน ปี พ.ศ.2560 อีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แพรรี่’ ไม่เห็นด้วยใช้ความรุนแรงกับ ‘พี่ศรี’ แนะถ้าจะชกต้องเวทีมวย

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687176

'แพรรี่' ไม่เห็นด้วยใช้ความรุนแรงกับ 'พี่ศรี' แนะถ้าจะชกต้องเวทีมวย

‘แพรรี่’ ไม่เห็นด้วยใช้ความรุนแรงกับ ‘พี่ศรี’ แนะถ้าจะชกต้องเวทีมวย

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 13.27 น.

18 ต.ค.65 จากกรณีที่ ศรีสุวรรณ จรรยา กำลังให้สัมภาษณ์สื่อ หลังได้ไปร้องเรียนให้ ปอท. สอบ โน้ส อุดม จากกรณีวิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ในเดี่ยว 13 ที่ตอนนี้กลายเป็นกระแสข่าวโด่งดัง

ล่าสุด ไพรวัลย์ วรรณบุตร หรือ แพรรี่ ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กแสดงความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยระบุข้อความบนเฟซบุ๊กว่า “ถึงดิฉันจะไม่ชอบลุงศรีแค่ไหน โดนร้องมาหลายครั้งตอนเป็นพระ แต่ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงนะคะ ถ้าจะชกกัน ควรอยู่บนเวทีมวยเท่านั้นค่ะ” .-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กฐินทาน’ ของคนเมือง

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687167

'กฐินทาน' ของคนเมือง

‘กฐินทาน’ ของคนเมือง

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 12.41 น.

แม้ว่ากาลเวลาของพุทธกาลจะล่วงเลยมานานเข้าสู่ปี พ.ศ.2565 แล้ว แต่การสืบทอดพระธรรมวินัยขององค์เด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือ องค์สมณโคดมบรมครู ยังคงสืบทอด อย่างเคร่งครัดโดย “พระสงฆ์” เป็นแกนหลักในการทำให้พระธรรมวินัยนั้นถูกต้อง 

ขณะที่คนเมืองซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองหลวง คือ กรุงเทพมหานคร ได้มีโอกาสทำบุญใหญ่ประจำปี คือ “กฐินทาน” เพียงปีละครั้งตามพระธรรมวินัย โดยเน้นการไปทอดกฐินที่วัดในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อย่างเช่น การทอดกฐินที่วัดศรีรัตนธรรมาราม จังหวัดสมุทรปราการ ในแต่ละปีจะมีผู้ไปร่วมทอดกฐินเป็นจำนวนมาก โดยมี “สมเด็จพระญาณวชิโรดม” (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เป็นประธานสงฆ์และกล่าวสัมโมทนียกถา เพื่อให้หลักธรรมตามคำสอนขององค์สมณโคดมบรมครูอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธ ซึ่งในพิธีทอดกฐิน ณ วัดศรีรัตนธรรมาราม จังหวัดสมุทรปราการ สมเด็จพระญาณวชิโรดม (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) ได้กล่าวสัมโมทนียกถา เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2563 โดยมีเนื้อหาหลักธรรมที่สำคัญบางตอนว่า “เราต้องบริจาคเป็นเรื่องเป็นราว เราบริจาคกฐินคราวนี้เราได้สร้างโบสถ์ใหญ่ สร้างเจดีย์ใหญ่ ไม่ใช่ใหญ่เฉยๆน่ะ สวยด้วย เป็นที่ซาบซึ้ง หลวงพ่อฯต้องมาดูทุกวัน ตั้งใจจะให้มันเสร็จ เสร็จแล้วก็ฉลองกันใหญ่ให้ทั่วแผ่นดินไทย มันจะติดตัวติดใจเรามากมายเหลือเกิน มากมายกว่าเงินที่เราบริจาคไป เพราะว่ามันเป็นอานิสงส์ เขาเรียกว่า อานิสงส์ หลวงพ่อขอให้อานิสงส์นี้ติดตามตัวไปทุกภพทุกชาติ” 

เช่นเดียวกับ พระธรรมวชิรญาณ (จิรพล อธิจิตฺโต)  เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ (ธรรมยุติ) และเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ได้กล่าวสัมโมทนียกถาในงานทอดกฐินประจำปี 2565 ของวัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยมีเนื้อหาบางส่วนดังต่อไปนี้ 

“กฐินทาน คือว่า เป็นทานพิเศษคือเป็นการถวายเป็นกรณีพิเศษ เพราะว่าเป็นการถวายเฉพาะกาล ที่เรียกว่า กาลทาน คือ ให้ตามทาน หรือว่าเฉพาะกาลเท่านั้น เพราะว่าวัดไหนอารามใดจะทอดกฐินได้นั้นต้องมีคุณสมบัติของการทอดกฐินได้ เป็นต้นว่าต้องมีพระภิกษุจำนวน 5 รูปขึ้นไปอยู่จำพรรษาครบ 3 เดือนตลอดทั้งเดือน จึงจะจัดพิธีทอดกฐินได้ หากวัดใดมีพระไม่ครบ 5 รูป หรือ ครบ 5 รูป แต่จำพรรษาไม่ครบ 3 เดือนก็ทอดไม่ได้ และ จะต้องทอดเฉพาะในกาลที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาติ คือ ตั้งแต่แรม 1 ค่ำ เดือน 11 คือ หลังจากออกพรรษามา แรม 1 ค่ำ ไปถึงขึ้น 15 ค่ำ คือ วันลอยกระทงเป็นวันสุดท้าย นอกจากกาลนี้แล้วทอดกฐินไม่ได้ ทรงห้าม และการทอดกฐินนั้นอย่างในอารามนี้ คือ วัดธรรมมงคล ได้เรียนถามท่านเจ้าอาวาสว่า จะต้องตัด ต้องเย็บ ต้องย้อม ต้องให้แห้ง ต้องให้สำเร็จภายในวันนี้ใช่ไหม ท่านตอบว่า ใช่ คือ พระต้องช่วยกันตัดเป็นชิ้นเป็นขันธ์ เสร็จแล้วช่วยกันเย็บเป็นผ้าสบง หรือ เป็นจีวร หรือ เป็นสังฆาติ ให้เสร็จภายในวันนี้ เสร็จแล้วต้องย้อมให้เสร็จภายในวันนี้ เสร็จแล้วต้องทำให้แห้งภายในวันนี้ด้วย เมื่อตัด เมื่อเย็บ เมื่อย้อม และ ทำให้แห้ง การทำให้แห้งนั้นต้องกระพือกันด้วยมือ พัดกันด้วยมือ จับเข้าสี่มุมและช่วยกันกระพือให้มันแห้ง 

อย่างที่วัดบวร (วัดบวรนิเวศวิหาร) ก็เช่นเดียวกัน ต้องดึงกันช่วยกันเพื่อให้ผ้านั้นแห้งทันภายในวันนี้ และเมื่อผ้าแห้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระภิกษุทั้งวัดจะต้องมาอนุโมทนากฐินอีกครั้งหนึ่ง ตอนสุดท้าย เพราะอะไร เพราะว่า เมื่อพระเหล่านั้นได้อนุโมทนากฐิน ท่านจะได้รับอานิสงส์ของกฐินทั้ง 5 ข้อ ที่พระท่านสวดไปเมื่อกี้ว่า ปัญจะ กัปปิสสันติ อะนามันตะจาโร ข้อที่ 1 อะสะมาทานะจาโร ข้อที่ 2 คะณะโภชะนัง ข้อที่ 3 ยาวะทัตถะจีวะรัง ข้อที่ 4 โย จะ ตัตถะจีวะรุปปาโท โส เนสัง ภะวิสสะติ ข้อที่ 5 พระท่านจะได้รับอานิสงส์ 5 ข้อ เมื่อได้ทอดกฐิน และ เมื่อจำพรรษาครบเป็นเวลา 1 เดือน และ เมื่อได้อนุโมทนากฐิน กรานกฐินด้วย อานิสงส์ทั้ง 5 ข้อนี้ มะหันตีกะโต ภะวิสสะติ จะตูสุ เอมันติเกสุ ขยายไปถึงกลางเดือน 4 อานิสงส์นี้จะขยายเวลาไปถึงกลางเดือน 4 สรุปแล้ว พระได้รับอานิสงส์ภายใน 5 เดือนนี้” 

สำหรับอานิสงส์ของพระในการทอดกฐิน 5 ข้อได้แก่ ไปยังสถานที่อื่นได้โดยมิต้องบอกลาพระภิกษุด้วยกัน, นำไตรจีวรไปโดยไม่ครบได้, ฉันอาหารเป็นคณะโภชน์ได้, เก็บจีวรไว้ได้ตามปรารถนา และ ลาภที่เกิดขึ้นเป็นของพระภิกษุผู้จำพรรษาในวัดนั้น 

ในส่วนพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพมหานครอย่างจังหวัดสมุทรปราการนั้น นับเป็นพื้นที่สำคัญและมีวัดที่สำคัญหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ “วัดอโศการาม” ของ “พระสุทธิธรรมรังสี คัมภีรเมธาจารย์” หรือ ท่านพ่อลี ธมฺมธโร ซึ่งได้จัดการทอดผ้ากฐินทานตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ซึ่งวัดในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการนับเป็นผู้นำแห่งสงฆ์ในการดำรงไว้ซึ่งพระธรรมวินัยผ่านงาน “กฐินทาน” ที่เป็นงานบุญใหญ่ประจำปีของชาวพุทธทั่วโลก

พระครูปลัดสุวัฒนญาณคุณ(พระอาจารย์มหาสามเรือน ปุญฺเญสโก) เจ้าอาวาส วัดอโศการาม จังหวัดสมุทรปราการ ได้กล่าวสัมโมทนียกถาในพิธีมหากฐิน เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2565  มีใจความสำคัญตอนหนึ่งดังนี้ 

“จึงตั้งตนเป็นผู้สัมมาปณิธิ ทั้งเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ด้วยกองบุญกองกุศลด้วยปัญญาของตน สำเร็จด้วยศรัทธาปสาทะ และ ความเชื่อความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย 3 ประการ คือ พระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า และ พระสังฆเจ้า จึงได้ชื่อว่าหว่านพืชของตนลงไว้ในควรที่ อันเป็นเหตุให้ได้รับ 3 ประการ ในสัมปรายภพเบื้องหน้า ดุจบุคคลผู้หว่านข้าวกล้าลงในเนื้อนาอันดี ย่อมได้รับผลงอกงามในที่ฉันนั้น และแล้วมาระลึกตรึกตรองรำพึงพิจารณาว่า ไม่มีการบุญอันใดเลยที่จะมาเปรียบปรานเท่ากับบุญการทอดกฐิน เมื่อพิจารณาเห็นอย่างนี้ได้แล้วไซร้ ก็อุตส่าห์รวบรวมจตุปัจจัย หาผ้ามา แล้วน้อมนำมาถวายพระสงฆ์ซึ่งจำพรรษากาลตลอดไตรมาสที่วัดอโศการามแห่งนี้ โดยเปล่งวจีเภท (วจีเภท คือ การเปล่งถ้อยคำและคำพูดต่างๆ) เป็นมคธภาษาว่า อิมัง มะยัง ภันเต , สะปะริวารัง , กะฐินะจีวะระทุสสัง สังฆัสสะ โอโณชะยามะ อย่างนี้เป็นต้น ความว่า ข้าแต่พระภิกษุผุ้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมถวายซึ่งผ้ากฐินจีวรกับทั้งเครื่องบริขารเหล่านี้กับพระภิกษุสงฆ์ดังนี้ นับว่าเป็นเครื่องอนุเคราะห์แก่พระภิกษุสงฆ์ให้ได้ทำกฐิน อีกอย่างหนึ่งท่านทั้งหลายได้มาบำเพ็ญทานอันเลิศว่าทานสามัญทั้งหลายทั้งปวง”

เพราะฉะนั้น การทำบุญ “กฐินทาน” ของชาวเมืองหลวงนั้น มีโอกาสทำบุญได้ทั้งวัดที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ วัดที่อยู่ในพื้นที่ปริมณฑล โดยมีกำหนดระยะเวลาตาม “พระบรมพุทธานุญาต” หรือ ที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์สมณโคดมบรมครู ทรงกำหนดไว้ในพระธรรมวินัยซึ่งสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน 


ขอบคุณข้อมูลและภาพ 
https://web.facebook.com/dhammongkol/?_rdc=1&_rdr
https://web.facebook.com/watasokaram.org/?_rdc=1&_rdr

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่งร่าง ‘จ่านาวิกโยธิน’ บริจาคอวัยวะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์บำเพ็ญกุศลภูมิลำเนา

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687156

ส่งร่าง 'จ่านาวิกโยธิน' บริจาคอวัยวะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์บำเพ็ญกุศลภูมิลำเนา

ส่งร่าง ‘จ่านาวิกโยธิน’ บริจาคอวัยวะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์บำเพ็ญกุศลภูมิลำเนา

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.18 น.

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 18 ต.ค.65 ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พล.ร.ท.เผดิมชัย สุคนธมัต ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ มอบหมายให้ พล.ร.ต.สมรภูมิ จันโท รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พล.ร.ต.ปรีชา รัตนสำเนียง ผู้บัญชาการศูนยการฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พล.ร.ต.วีระชัย หลีค้า ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน นำข้าราชการ กำลังพล หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และโรงพยาบาล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พร้อมด้วยนายสินศักดิ์ ศรีวสุศิริวิเมธา และนางศศินันท์ แสงหิรัญขจรศิริ บิดาและมารดา ตลอดจนญาติๆ นำร่างของ จ.อ.รณกร แสงหิรัญขจรศิริ อดีตข้าราชการกองทัพเรือ ที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ไปบำเพ็ญกุศลยังภูมิลำเนา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยนางศศินันท์ แสงหิรัญขจรศิริ มารดาจ่าเอก รณกร แสงหิรัญขจรศิริ กล่าวว่า แม่อาจจะเสียใจในการสูญเสียลูกชายไปในครั้งนี้ แต่วันข้างหน้าลูกจะเป็นผู้ที่ทำให้แม่ได้ภาคภูมิใจในวันที่แม่แข็งแรงกว่านี้

สำหรับ จ.อ.รณกร แสงหิรัญขจรศิริ อายุ 25 ปี ข้าราชการกองทัพเรือ ตำแหน่งผู้บังคับหมู่กองนักเรียนจ่านาวิกโยธิน หลังประสบอุบัติเหตุทางจราจร ทำให้เสียชีวิตสมองตาย โดยทางครอบครัว บิดามารดาแสดงเจตจำนงบริจาคอวัยวะสำคัญตามที่ จ.อ.รณกร ได้เคยแสดงเจตจำนงและมีบัตรผู้บริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยเพื่อนำอวัยวะไปต่อชีวิตผู้ป่วยที่รอการปลูกถ่ายอวัยวะรายอื่นต่อไป

โดยทีมแพทย์ พยาบาล โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และคณะแพทย์ จากสภากาชาดไทย ได้ทำการผ่าตัดนำอวัยวะ หัวใจ และไตทั้ง 2 ข้างของ จ.อ.รณกร ส่งสภากาชาดไทย เพื่อนำไปผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะให้กับผู้ป่วยรายอื่นต่อไป นับเป็นข้าราชการกองทัพเรือ ผู้ซึ่งได้ทำประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่ ในวาระสุดท้ายของชีวิต

พล.ร.ต.กิตตินันท์ งามศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ได้มอบประกาศเกียรติคุณจากสภากาชาดไทยและขอเชิดชูเกียรติ จ.อ.รณกร แสงหิรัญขจรศิริ ข้าราชการกองทัพเรือ ผู้ซึ่งได้ทำประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่ ในวาระสุดท้ายของชีวิต

สำหรับ จ.อ.รณกร แสงหิรัญขจรศิริ เกิดวันที่ 10 มีนาคม 2540 ที่จังหวัดพังงา เป็นบุตรของนายสินศักดิ์ ศรีวสุศิริวิเมธา ซึ่งเป็นบิดาและนางศศินันท์ แสงหิรัญขจรศิริ ซึ่งเป็นมารดา มีพี่น้อง 2 คน ผู้ป่วยเป็นบุตรคนที่ 2 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เมื่อปี 2559 และจบโรงเรียนจ่านาวิกโยธิน เมื่อปี 2560 และได้ศึกษาต่อในหลักสูตรรบพิเศษ recon และหลักสูตรส่งทางอากาศนาวิกโยธิน

จ.อ.รณกร ประสบอุบัติเหตุทางจราจร เกิดภาวะเลือดออกในโพรงสมอง เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2565 และได้ถึงแก่กรรมในวันที่ 12 ตุลาคม 2565 โดยมีกำหนดพระราชทานเพลิงศพ ในวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม 2565 เวลา 16.00 น. ณ เมรุวัดเกาะหลัก พระอารามหลวง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หมอกหนาตอนเช้า! เลยอุณหภูมิลดต่อเนื่อง ‘ยอดภูเรือ’หนาว 13 องศา

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687142

หมอกหนาตอนเช้า! เลยอุณหภูมิลดต่อเนื่อง 'ยอดภูเรือ'หนาว 13 องศา

หมอกหนาตอนเช้า! เลยอุณหภูมิลดต่อเนื่อง ‘ยอดภูเรือ’หนาว 13 องศา

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.46 น.

18 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงาน สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเลยในช่วงนี้อุณหภูมิลดลง 1-2 องศา อากาศในเช้าตรู่วันนี้กลับมีหมอกหนา 2 วันมาแล้ว ช่วงเช้าจะเห็นได้ชัดว่ามีหมอกตามถนนและพื้นที่ต่างๆในเขตเทศบาลเมืองเลย ถนนสาย 201 อำเภอเมืองเลย ไปเชียงคานถนนสาย 21 ถนนอำเภอเมืองเลย ไปภูเรือและอำเภอด่านซ้ายและสายเมืองเลยท่าลี่ 

นายปรเมศวร์ ยศปัญญา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย ออกเตือนผู้ที่ขับขี่รถในช่วงเช้าตรู่ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถหมั่นตรวจสอบสภาพรถ สัญญาณไฟ ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานเนื่องจากหากใช้รถในช่วงเช้าจะต้องมีความพร้อมของอุปกรณ์ต่างเช่นไฟรถ ไฟตัดหมอก ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยในการใช้ถนน

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆดังนี้ อ.เมืองเลย 17.6 องศาเซลเซียส ,อ.วังสะพุง 20.4 องศาเซลเซียส, อ.ด่านซ้าย 17.0 องศาเซลเซียส, อ.เชียงคาน 19.0 องศาเซลเซียส, อ.ท่าลี่ 18.0 องศาเซลเซียส, อ.ภูกระดึง 18.0 องศาเซลเซียส, อ.ภูเรือ 15.0 องศาเซลเซียส, อ.นาแห้ว 18.0 องศาเซลเซียส, อ.ปากชม 21.0 องศาเซลเซียส ,อ.นาด้วง 18.0 องศาเซลเซียส ,อ.ภูหลวง 18.0 องศาเซลเซียส , อ.ผาขาว 19.5 องศาเซลเซียส , อ.เอราวัณ 21.0 องศาเซลเซียส , อ.หนองหิน 21.0 องศาเซลเซียส, อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 14.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 14.0 องศาเซลเซียส, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 13.0 องศาเซลเซียส ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 14.0 องศาเซลเซียส,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 16.0 องศาเซลเซียส ,อุณหภูมิต่ำสุดยอดหญ้าที่ อ.เมืองเลย 16.5 องศาเซลเซียส

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนแห่ดูกว่า3ล้านวิว!! สาวสุดงง ซื้อบ้านใหม่ เจอหนอนบุกยั้วเยี้ย

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687134

คนแห่ดูกว่า3ล้านวิว!! สาวสุดงง ซื้อบ้านใหม่ เจอหนอนบุกยั้วเยี้ย

คนแห่ดูกว่า3ล้านวิว!! สาวสุดงง ซื้อบ้านใหม่ เจอหนอนบุกยั้วเยี้ย

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 08.50 น.

สาวสุดมึน ซื้อบ้านใหม่ เจอฝูงหนอนบุกบ้านยั้วเยียะ ทั้งที่อยู่บ้านตลอด อีกทั้งบ้านไม่ช่องให้สามารถเข้าได้  ทำคลิปโสต์ กลายเป็นคลิปดังมีคนชมแล้วมากกว่า 3.4 ล้านครั้ง เจ้าตัวเผยสอบถามไปยังโครงการ ได้รับคำตอบว่า “คาดหนีฝนมาจากกอหญ้าหลังบ้าน”

18 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้ติ๊กต็อก tipsrtt โพสต์คลิป พบหนอนในบ้าน ซึ่งไม่รู้ที่มาว่าสัตว์ชนิดนี้มาจากไหน ผู้โพสต์ระบุข้อความในคลิปว่า “เหตุเกิดจากอะไรงงมาก ในบ้านมีหนอนออกมา ไม่ใช่แค่มุมนี้มุมเดียวนะคะ มีอีกสามสี่มุมเลย คือบ้านใหม่นะคะ เราพึ่งเข้ามาอยู่ได้ 3 จะ 4 เดือน แล้วพึ่งเคยเจอปกติเห็นมุมนี้ไม่เคยมีหนอน แต่วันนี้มีเราตกใจมากว่าใครรู้บอกที เดี๋ยวพรุ่งนี้จะดูอีกว่ามีมั้ยเพราะกวาดและถูกประจำ”

โดยเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 65 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ได้พบกับ นายพัลลภ อิ้นมณี อายุ 25 ปี และ น.ส.ศรินทิพย์ วงค์ป้อม อายุ 25 ปี เจ้าของบ้าน ได้พาทีมข่าวเข้าไปดูในบ้าน พบว่าบ้านทั้งหลังสะอาด ไม่มีหนอนแล้ว โดยพาไปชี้จุดที่พบที่ปรากฎในคลิป ซึ่งพบบริเวณกำแพงบ้านได้ในช่วงทางเข้าห้องครัว และ ในห้อง 2 พบบริเวณมุมของห้องข้างตู้เสื้อผ้า

โดยนายพัลลภ อิ้นมณี อายุ 25 ปี และ น.ส.ศรินทิพย์ วงค์ป้อม อายุ 25 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 65 ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังเก็บกวาดบ้านก็เจอกลุ่มหนอน ตัวอ้วนขาว ประมาณ 20-30 ตัว กองอยู่ที่พื้นตรงมุมบ้าน ตนจึงถ่ายคลิปไว้และนำมาลง TikTok เพื่อสอบถามกับผู้รู้ และได้กวาดทิ้งไป

กระทั่งวันที่ 15 ต.ค. 65 ได้เจอหนอนเพิ่มอีก 1 ตัว ในห้องนอนอีก ตนก็เอาไปทิ้ง แต่หลังจากนั้นก็ไม่พบอีก ซึ่งตนยอมรับว่าเป็นเรื่องที่แปลกใจที่เจอหนอนในบ้าน เพราะบ้านตนมีมุ่งลวดปิดอย่างมิดชิด และไม่เคยมีแมลงหลุดเข้ามาในบ้าน ซึ่งหลังจากเจอหนอนก็เดินตรวจเช็คทุกซอกทุกมุมในบ้าน แต่ก็ไม่เจอรังหรือที่มาของหนอนพวกนี้

น.ส.ศรินทิพย์ วงค์ป้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนได้สอบถามไปทางเจ้าของโครงการหมู่บ้าน ซึ่งเขาให้เหตุผลว่าที่มาของหนอนอาจจะหนีฝนมาจากกอหญ้าหลังบ้าน เขาก็แนะนำให้ตนใช้ยาฆ่าหญ้าหลังบ้านเพื่อให้โล่งเตียน

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ตนโพสต์คลิปลงในติ้กตอก ก็ได้รับการช์และมีคนมาคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก บางคนก็แนะนำให้ดูบนฝ่าเพดานว่ามีอะไรตายหรือไม่ บางคนก็ให้ไปตรวจสอบแอร์. -008 

https://www.tiktok.com/embed/v2/7154363644942290202?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F687134

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงตาบุญชื่น’ เตรียมเดินธุดงธ์เท้าเปล่า ‘อีสาน-เหนือ-ใต้’ ระยะทางกว่า 1,000 กิโลฯ

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/687126

'หลวงตาบุญชื่น' เตรียมเดินธุดงธ์เท้าเปล่า 'อีสาน-เหนือ-ใต้' ระยะทางกว่า 1,000 กิโลฯ

‘หลวงตาบุญชื่น’ เตรียมเดินธุดงธ์เท้าเปล่า ‘อีสาน-เหนือ-ใต้’ ระยะทางกว่า 1,000 กิโลฯ

วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 07.29 น.

‘หลวงตาบุญชื่น’ พระธุดงค์เท้าเปล่า สายหลวงปู่มั่น เตรียมจาริกบำเพ็ญเพียรจากอีสานสู่เหนือและใต้ ระยะทางกว่า 1,000 กม. พร้อมตั้งกองทุนช่วย รพ.สร้างตึกสงฆ์  

18 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครพนม ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับ การจาริกธุดงค์เท้าเปล่าของหลวงตาบุญชื่น  ปัญญาวุฒิโท   อายุ 74 ปี  แห่งสำนักสงฆ์ชั่วคราว ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านเสาเล้าใหญ่ หมู่ 2 ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม โดยท่านเป็นพระสายธรรมยุตชื่อดัง  ที่มีความมุ่งมั่นบำเพ็ญเพียร ตามรอยพระเกจิชื่อดังหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยได้บำเพ็ญเพียร ด้วยการจาริกธุดงค์เท้าเปล่า ในช่วงหลังออกพรรษา ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา หลังสละทางโลกเข้าสู่เส้นทางธรรม จาริกธุดงค์จากบ้านเกิด อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม ไปยังภาคเหนือ ภาคใต้ ประจำทุกปี รวมระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตรทุกปี 

โดยในปีนี้หลวงตาบุญชื่น เตรียมจาริกธุดงค์เท้าเปล่าแสวงบุญ จากจังหวัดสงขลา-เชียงราย-นครพนม จาริกธุดงค์เท้าเปล่า ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2565  โดยเริ่มออกเดินจากจังหวัดสงขลา มุ่งหน้าไปเหนือสุดจังหวัดเชียงราย  และเดินกลับอำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม ท่านตั้งมั่นจาริกธรรม บำเพ็ญเพียร ปฏิบัติธุดงค์วัตรตามรอยหลวงปุ่มั่นฯ ไม่ขอขึ้นรถ ไม่ต้องช่วยขนสัมภาระ ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่าเท่านั้น

ส่วนผู้มีจิตศรัทธาจะถวายปัจจัย สามารถร่วมสมทบทุนผ่านกองทุนซื้อที่ดินให้กับโรงพยาบาลอำเภอโพนสวรรค์ ในเบื้องต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ได้มีการจัดซื้อที่ดินให้กับโรงพยาบาลอำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม  เพิ่มอีกจำนวน 7 ไร่ 1 งาน 76 ตารางวา เป็นจำนวนเงิน 3.5 ล้านบาท พร้อมมอบกรรมสิทธิ์โฉนดที่ดินให้เป็นของโรงพยาบาล เพื่อวางแนวทางในการพัฒนาด้านการบริการแก่ประชาชน ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด  นอกจากนี้ยังได้วางเป้าหมายที่จะเปิดรับบริจาคถวายปัจจัยเพื่อสร้างตึกอาพาธสงฆ์ให้กับโรงพยาบาลอำเภอโพนสวรรค์เพิ่มอีกด้วย

ก่อนหน้านี้หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโฒ ได้กล่าวช่วงหนึ่งใน “ธรรมบรรยาย” ในเวทีการประชุมวิชาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และประเมินผลงาน Service Plan ปี 2565 ซึ่งจัดโดยเขตสุขภาพที่ 8 และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม ณ ห้องประชุม โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว นครพนม ว่า หลวงตาบุญชื่นจะออกเดินธุดงค์เท้าเปล่า เริ่มจากจังหวัดสงขลามุ่งหน้าไปจังหวัดเชียงราย ถึงบริเวณเหนือสุดสามเหลี่ยมทองคำ แล้วเดินกลับมายังอำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม โดยในการเดินแต่ละวันจะได้ระยะทางมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผู้ที่มารอถวายสิ่งของและขอพรตามเส้นทาง ถ้ามีน้อยก็จะเดินได้ระยะทางมาก ถ้ามีมากก็เดินทางได้ระยะทางน้อย ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาในการเดินจากภาคใต้สู่ภาคเหนือแล้วเดินกลับมาที่จังหวัดนครพนม ประมาณ 5-6 เดือน

สำหรับ หลวงตาบุญชื่น  ปัญญาวุฒิโท  พระธุดงค์สายป่าปัจจุบัน อายุ 74 ปี  พื้นฐานกำเนิดเป็นชาวบ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์  จ.นครพนม หลังสละทางโลกตัดสินใจอุบสมบท บำเพ็ญเพียร  ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน แสวงบุญ จาริกธรรม ตามรอยพระเกจิชื่อดังคือหลวงปู่มั่น ที่มีความเชื่อ ความศรัทธามาตลอด  เพื่อหาความสงบสุขในชีวิต ทำให้ตัดสินใจขอลาครอบครัว ภรรยา และลูกๆอีก 4 คน  อุปสมบทเป็นพระมาตั้งแต่อายุ 60 ปี นอกจากนี้ยังได้บำเพ็ญเพียร ด้วยการเดินจาริกธุดงค์เท้าเปล่าทุกปี ตั้งแต่ปี 2559  ถึงปัจจุบัน ทุกปีจะเดินจาริกธุดงค์เป็นระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร จากภาคอีสานบ้านเกิด ไปกลับตามภูมิภาคต่างๆ เพื่อเป็นการบำเพ็ญเพียร  โดยยอมสละสังขาร ด้วยการบำเพ็ญเพียรธุดงค์

โดยท่านกล่าวไว้ว่าถ้ามรณะภาพที่ไหน ให้เผาที่นั่น   ที่สำคัญตลอดเส้นทาง ไม่รับปัจจัยและสิ่งของ รับเพียงน้ำเปล่า พอดื่มดับกระหาย ทำให้มีชาวบ้านพลังศรัทธาที่ติดตามข่าว  มารอกราบไหว้ขอพรตลอดการธุดงควัตร  ส่วนการจัดตั้งกองทุนซื้อที่ดินนั้น เกิดหลังจากหลวงตาบุญชื่น  ปัญญาวุฒิโท   เข้ามารับการรักษาอาการอาพาธ จึงได้รับทราบปัญหา และหารือกับศิษยานุศิษย์ วางแนวทางช่วยเหลือโรงพยาบาล ด้วยการตั้งกองทุนจัดซื้อที่ดินให้กับโรงพยาบาล ทำให้มีพลังศรัทธาร่วมสาธุบุญกับหลวงตา ได้ปัจจัยซื้อที่ดินกว่า 7 ไร่ รวมมูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท ทำให้ส่งผลดีต่อโรงพยาบาลในอนาคตสามารถพัฒนาด้านต่างๆ รองรับการบริการให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน

อีกทั้งในอนาคตจะเป็นการรองรับการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยสงฆ์ เนื่องจากโรงพยาบาลยังไม่มีงบประมาณก่อสร้าง อย่างไรก็ตามทางผู้บริหาร และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล จะเร่งพัฒนาให้มีประสิทธิภาพด้านการบริการมากที่สุด ถึงแม้จะเป็นโรงพยาบาลขนาดเล็ก และฝากประชาสัมพันธ์ พลังศรัทธาร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างตึกอาพาธสงฆ์กับโรงพยาลในโอกาสนี้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,934,620 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ชงพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตตอ.กลาง คลังเสนอครม. 5 พ.ค. นี้
นายกฯ อวยพรวันแรงงานสากล ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง มีความมั่นคงในชีวิต
ศาลสิงคโปร์สั่งปรับนักกิจกรรมหญิง 3 คน เดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
ค่าไฟใหม่ถูกลงแน่ นายกฯ บอก อนาคตโซลาร์รูฟจะไม่แพง
ซูเปอร์มาร์เก็ตแทบแตก มิ้นท์ รัญชน์รวี ในลุค Grocery run ที่ทำเอาโซเชียลนอนไม่หลับ
เปาบุ้นจิ้นไทยภักดี หมอวรงค์ อาสาตีแผ่ความจริงกลางสภา หลังอธิบดีฝนหลวงร่อนจดหมายลาออก ชมคลิป
รมว.พม. ผนึกกำลัง 20 กระทรวง ขับเคลื่อนกลไกพัฒนาสตรี ลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ สร้างสังคมที่ทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ พูดติดตลกไม่อยากใส่เสื้อกันกระสุน เพราะกลัวดูอ้วนขึ้นอีก
สยามดนตรียามาฮ่า ฉลอง 60 ปี ลงนาม MOU ปั้นโมเดล ‘ดนตรีบำบัด’ ไทย-ญี่ปุ่น
เผยโฉม 6 ทูตนฤมิต 2026 ‘Bangkok Pride Festival 2026’ บนถนนสีลมสีรุ้ง

Recent Posts

  • อาสาสมัครรวมพลัง พา “นกกีวี” กลับคืนเมืองหลวงนิวซีแลนด์ หลังหายไปกว่า 100 ปี
  • อังกฤษตั้งข้อหาพยายามฆ่า “เอสซา สุไลมาน” หลังแทงชาวยิว 2 รายในลอนดอน
  • ทีมกฎหมายเตรียมเข้าพบ “อองซาน ซูจี” สุดสัปดาห์นี้ หลังเมียนมาย้ายกักตัวในบ้านพัก
  • “ทรัมป์” ประกาศยกเว้นภาษี “สกอตช์วิสกี้” ให้สหราชอาณาจักร เพื่อเป็นเกียรติแก่ “คิงชาร์ลส์”
  • ออสเตรเลียเดือด มวลชนบุกล้อม รพ. หวังล้างแค้นผู้ต้องหาฆ่า ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d