Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

หมดกันบ้านสุดที่รัก!! ฝนถล่มท่วมกำแพงน้ำทะลักไหลเข้าบ้านพังเสียหาย

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684727

หมดกันบ้านสุดที่รัก!! ฝนถล่มท่วมกำแพงน้ำทะลักไหลเข้าบ้านพังเสียหาย

หมดกันบ้านสุดที่รัก!! ฝนถล่มท่วมกำแพงน้ำทะลักไหลเข้าบ้านพังเสียหาย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 07.51 น.

กลายเป็นเรื่องที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อผู้ใช้ติ๊กต็อก Dream.m.1998 โพสต์คลิปประมาณ 0.43 นาที โดยในภาพเป็นน้ำฝนที่ทะลุกำแพงหลังบ้านก่อนมวลน้ำพุ่งจากหลังบ้านออกหน้าบ้านจำนวนมาก โดยข้างๆชาวบ้านต่างทุบกำแพงเพื่อช่วยระบายน้ำออกตามถนน โดยข้อความระบุในโพสต์ว่า “ถมดินสูงด้านหลัง ฝนตกหนักอัดกำแพงหลังบ้านแตกไปเลยจ้า” ภายหลังที่ลงคลิปไปต่างมีคนแชร์ภาพและแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก  

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุที่เป็นบ้านที่โครงการแห่งหนึ่ง ต.บางเสร่​ อ.สัตหีบ​ จ.ชลบุรี โดยพบความเสียหายกำแพงด้านหลังพัง ประตู ทรัพย์สินในบ้านเสียหาย โดยจากการตรวจสอบพบว่าบริเวณด้านหลังของโครงการมีการถมดินสูงกว่าของหมู่บ้านเมื่อฝนตกทำให้น้ำขังและดันออกจนกำแพงพัง 

นายกันต์​ ธนาอัครชล ตัวแทนผู้บริหารโครงการ เปิดเผยว่า สำหรับคลิปดังกล่าวที่มีการเผยแพร่ออกไปนั้น ก่อนที่จะมีคลิปดังกล่าว ทางโครงการก็ทราบเรื่องว่ากำแพงนั้นมีโอกาสที่จะพังก็รีบมาตรวจสอบแต่ขณะที่กำลังตรวจสอบกำแพงก็พังพอดี น้ำไหลเข้ามาทางกำแพงเข้าบ้านจนประตูพัง เหตุผลคือทางด้านหลังหมู่บ้านมีการปั้นคันไว้ พอพายุเข้าหลายวันในตกเยอะดินอุ้มน้ำเยอะทำให้กำแพงรับน้ำไม่อยู่กำแพงจึงได้พังลงมา ซึ่งเบื้องต้นได้ดูแลในการขนทรัพย์สิน ดูแลความปลอดภัยเรื่องไฟฟ้า รอจนน้ำแห้ง ซึ่งได้พูดคุยเบื้องต้นกับเจ้าของบ้านที่เดือดร้อนทางโครงการจะเข้ามาช่วยเหลือซึ่งวันนี้ก็เข้ามา 2 รอบแล้ว ซึ่งทางเจ้าของบ้านอยากให้ทางโครงการทำกำแพงและประตูให้ใหม่ที่ได้รับความเสียหายซึ่งจะทำให้ทางเจ้าของบ้านร้องขอ ซึ่งการแก้ไขระยะยาวนั้นคงต้องคุยกับเจ้าของที่ข้างๆมาพูดคุยกัน ซึ่งแต่เดิมที่ข้างๆเป็นที่ต่ำ น้ำก็ซึมมาทางโครงการเอาดินมาปั้นทานน้ำไว้ ตอนนี้ทางโครงการได้ทุบกำแพงตรงที่กับรถให้เป็นทางระบายน้ำก่อนเบื้องต้น. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดสงสารควาย’เจ้านี๊หน่า’น้ำตาไหล คนใจบาปแอบตัดหาง ขณะผูกไว้ใต้ต้นไม้

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684724

สุดสงสารควาย'เจ้านี๊หน่า'น้ำตาไหล คนใจบาปแอบตัดหาง ขณะผูกไว้ใต้ต้นไม้

สุดสงสารควาย’เจ้านี๊หน่า’น้ำตาไหล คนใจบาปแอบตัดหาง ขณะผูกไว้ใต้ต้นไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 07.37 น.

6 ตุลาคม 2565 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ 4 บ้านหนองตะไก้ ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ว่าควายที่เลี้ยงไว้ที่ทุ่งนา ถูกคนร้ายย่องมาตัดเอาหางไป จนเป็นควายหางกุดเป็นที่น่าสงสารอย่างยิ่ง ต่อมาจึงเดินทางไปตรวจสอบที่บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านบ้านหนองตะไก้ ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 5 กม.

พบกับนางสำลี แข็งแรง อายุ 57 ปี เจ้าของควาย พาไปดูควายเพศเมีย อายุประมาณ 6 ปีชื่อ “นี๊หน่า” ถูกคนร้ายแอบมาตัดหางไป โดยลักษณะของคนร้ายที่ตัดเอาหางควายไป เฉือนเอาเฉพาะตรงกลางหางความยาวประมาณ 15 ซม.ทิ้งปลายหางเอาไว้ข้างๆ ควาย

นางสนธยา สุทธิวรรณา อายุ 49 ปี คนเลี้ยงควาย เปิดเผยว่า ควายตัวนี้พี่สาวแบ่งมาให้เลี้ยง เมื่อวานตอนเที่ยงตนเองได้ผูกควายไว้ใต้ต้นไม้ในป่าให้นอนพักผ่อน จากนั้นได้เดินไปพักที่กระท่อมนาห่างจากควายประมาณ 100 เมตรก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร พอบ่ายสามได้เดินกลับมาเพื่อจะมาปล่อยควายไปกินหญ้า

ปรากฏว่าเห็นควายเดินกระวนกระวาย และเห็นหางควายถูกตัด มีเลือดไหลออก ตกใจมาก ร้องตะโกนลั่นป่าใครมาตัดหางควายแบบนี้ และทิ้งปลายหางทิ้งไว้ข้างๆ ควายนั่นเอง จึงรีบวิ่งไปบอกสามีมาดู เราก็แปลกใจเพราะแถวบ้านไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้  จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านรีบมาดูทันที ตอนนี้ให้ลูกสาวไปแจ้งความไว้แล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่าจะเป็นวัยรุ่นติดยาคิดอยากกินหางควาย จึงคิดพิเรนมาตัดเอามาปิ้งกิน ตอนนี้ต้องเฝ้าระวังควายตัวอื่นอีกเพราะกลัวจะตัดหางไปอีก

ทางด้าน นางสำลี เจ้าของควาย บอกว่า มีควายทั้งหมด 7 ตัว ส่วนควายตัวนี้ลูกสาวที่อยู่เมืองนอกซื้อไว้ให้เลี้ยง และตนเองได้แบ่งให้นางสนธยา ซึ่งเป็นน้องสาวเลี้ยงแล้วแบ่งลูกกัน เมื่อวานนี้น้องสาวมาบอกว่าควายโดนตัดหางก็ตกใจมาก รีบมาดูช่วยกัน โดยลักษณะของคนร้ายแอบมาในช่วงที่เจ้าของไปกระท่อมนาและผูกควายเอาไว้ แล้วใช้มีดหรือของมีคมเฉือนเอาตรงกลางหางความยาวประมาณ 15 ซม.ไป ส่วนปลายหางทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า เลี้ยงควายมาเป็นสิบๆปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ คาดว่าคนร้ายจะเป็นคนติดยา อยากจะกินหางควายจึงมาตัดเอาไป 

ส่วนเพื่อนบ้านแถวนี้ก็ไม่เคยมีเรื่องกับใคร และได้ทายาไว้ที่ปลายหางที่ถูกตัดชั่วคราวกลัวแผลจะติดเชื้อ ตอนนี้ห่วงควายตัวอื่นๆ ที่เหลือกลัวเขามาแอบตัดหางไปอีก คงต้องได้นอนเฝ้าควายตอนพาไปกินหญ้าแล้วต่อไปนี้ แต่ก็ไม่น่าจะมาทำแบบนี้ สงสารควาย ตั้งแต่โดนตัดหางเห็นน้ำตาควายเขาไหลตลอดเลย คนที่เป็นเจ้าของควายก็จะร้องไห้ตามไปด้วย สงสารเขา นางสำลีกล่าวตอนท้าย 

ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านได้ออกประกาศเสียงตามสายแจ้งเตือนให้ชาวบ้านที่พากันเลี้ยงควายที่ผูกไว้ตามท้องไร่ท้องนาด้วย เพราะตอนนี้มีคนร้ายตัดหางควายไปแล้ว 1 ตัว กลัวคนร้ายย่ามใจตระเวนตัดหางควายอีก หากพบคนมีพฤติกรรมสงสัยให้รีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านทันที.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : เรื่องเล่า‘ศูนย์ฯคนพิการ’ ‘แปรรูปอาหาร’จุดความหวัง

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684647

สกู๊ปแนวหน้า : เรื่องเล่า‘ศูนย์ฯคนพิการ’  ‘แปรรูปอาหาร’จุดความหวัง

สกู๊ปแนวหน้า : เรื่องเล่า‘ศูนย์ฯคนพิการ’ ‘แปรรูปอาหาร’จุดความหวัง

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

“..ที่บ้านอยู่กำแพงเพชร จะไปขายไตปลาเตาถ่าน..” คำตอบสั้นๆ แต่ด้วยน้ำเสียงที่สัมผัสได้ถึงความหวัง ของ “น้องแหวว” ฐิตา สำเภารอด หนึ่งในเยาวชนของ ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการจังหวัดนครศรีธรรมราช อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช กล่าวในวงเสวนาเมื่อครั้งคณะทำงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสื่อมวลชน ร่วมศึกษาดูงาน ณ ศูนย์แห่งนี้ ช่วงปลายเดือน ก.ย.-ต้นเดือน ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา

น้องแหวว อาศัยอยู่ที่นี่มานานกว่าสิบปี ได้รับการฟื้นฟูพัฒนาการทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงฝึกทักษะอาชีพจนสามารถดูแลและหาเลี้ยงตนเองได้ จึงฝันว่าจะได้กลับไปใช้ชีวิตยังบ้านเกิดที่จากมาในอนาคตอันใกล้ เช่นเดียวกับ
“น้องเมย์” วาสนา พุมมา อีกหนึ่งเยาวชนในศูนย์ฯ ที่บอกเล่าถึงความประทับใจจาก “โครงการพัฒนาทักษะการแปรรูปอาหารของผู้พิการ” ว่า “..ส่วนมากก็จะชอบออกกำลังกาย เกี่ยวกับโยคะ เพราะทำให้เราแข็งแรงขึ้น จะทำให้ได้ไม่เจ็บไม่ไข้ ชอบทำอาหาร เช่น ไส้กรอกอีสาน แฮมเบอร์เกอร์ แล้วก็ส่วนมากจะเป็นน้ำเต้าหู้สด อะไรแบบนี้..”

ทั้งน้องแหววและน้องเมย์ รวมถึงเพื่อนๆ เยาวชนอีกหลายคนในศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นกลุ่มที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะการแปรรูปอาหารของผู้พิการ ซึ่งมีแม่งานคนสำคัญคือ “อาจารย์แอน” ผศ.ดร.วิสาขะ อนันธวัช อาจารย์หลักสูตรวิทยาศาสตร์อาหารและนวัตกรรม สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช) โดยเริ่มตั้งแต่การเขียนแผนโครงการเสนอขอรับทุนสนับสนุนจาก กสศ. จนถึงการเข้ามาทำงานร่วมกับครูพี่เลี้ยงในศูนย์ฯ

จุดเริ่มต้นของโครงการนี้ ผศ.ดร.วิสาขะ เล่าว่า มีวันหนึ่งได้รับการติดต่อจากผู้อำนวยการศูนย์ฯ แห่งนี้ อยากให้ช่วยเหลือเรื่องทำอย่างไรการแปรรูปแกงไตปลาจึงจะเก็บรักษาได้นานขึ้น โดยหลังจากผ่านขั้นตอนประสานกับทางมหาวิทยาลัย และการอนุมัติเงินทุนจาก กสศ. แล้ว จึงได้ชวนทีมงานทั้งที่เป็นบัณฑิตเพิ่งจบใหม่ และนักศึกษาปี 2-3 มาร่วมด้วยเพื่อเรียนรู้จากการทำงานจริง พร้อมกับการดึงผู้เชี่ยวชาญหลายด้านมาร่วมสนับสนุนอย่างครบวงจร เช่น ธนาคารออมสิน (สำนักงานภาค 17) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นต้น

“คิดว่าจะได้คุยกับท่าน ผอ. แค่คนเดียว แต่จำได้วันนั้นท่านก็ตั้งโต๊ะ แล้วก็มีอยู่ประมาณ 7 คน อาจารย์ก็บอกว่าความชำนาญของอาจารย์มันคือการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ให้อาจารย์ไปทำอย่างที่ท่านทำ มัดย้อมกระเป๋า อาจารย์เขียนเข้าไป ไม่ได้ใจแน่เลย เพราะเหมือนไม่ใช่ Field (สายงาน) ของอาจารย์ ก็เลยบอกว่าขอเป็นอาหารนะ แล้วอาจารย์ก็คิดและคุยกับท่าน ผอ. ก็ตกผลึกการทำงานภาคสนามที่ กสศ. กสศ. ก็น่ารัก นัดสัมภาษณ์ ก็บอกเหมือนที่อาจารย์เล่าให้ฟัง พอได้มาปุ๊บก็มีกิจกรรม จะทำอะไรบ้าง

ก็จะมีสุขภาวะ ก็เชิญท่าน ผอ.รพ.สต. ก็ทำเรื่องสุขภาวะให้เด็ก แล้วก็มีเรื่องการเงิน ก็เชิญคนชำนาญคือออมสินภาค 17 ต้องบอกว่าออมสินภาค 17 น่ารักมาก มาทั้งทีมทุกครั้งที่มา ส่งผู้เชี่ยวชาญมา แล้วก็ขนมมา น้ำมา ก่อนมาเขาก็จะบอกมาศูนย์คนพิการ ทุกคนจะรวบรวมขนมนมเนย แล้วกิจกรรมถ้าถามน้อง น้องจะมีความสุข เราจะเห็นสีหน้ายิ้มแย้มและยกมือตอบ แล้วก็จะมีเรื่องแปรรูปผลผลิตของอาจารย์ ทำเสร็จแล้วมันต้องขาย ก็เชิญอาจารย์ที่เขาชำนาญด้านการขายมาขาย แต่หลักๆ เลยมาทำให้น้องสนุก” ผศ.ดร.วิสาขะ กล่าว

แม้จะเป็นอาจารย์มานาน แต่ลูกศิษย์ที่ผ่านๆ มาคือนักศึกษาระดับปริญญาตรี ดังนั้นเมื่อต้องมาให้ความรู้-ฝึกทักษะกับเยาวชนที่เป็นผู้พิการก็ต้องปรับวิธีการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียน โดยเป็นการผสมผสานระหว่างกิจกรรมสันทนาการ “ร้อง-เต้น-เล่นเกม-พูดคุย” กับการฝึกทักษะการทำอาหารหลากหลายชนิด ซึ่ง “อาหารที่ฝึกแปรรูปกันนั้นมาจากความต้องการเรียนรู้ที่ผู้เรียนเสนอขึ้นมา” เช่น กล้วยทอด แฮมเบอร์เกอร์ ซูชิ ฯลฯ

เมื่อถึงขั้นตอนฝึกอบรม อาจารย์แอน กำชับทีมงานว่า “ต้องให้น้องๆ ได้ทำเองทุกขั้นตอน” ซึ่งอาหารบางชนิดก็ไปชวนผู้เชี่ยวชาญมาช่วยสอน เช่น เบเกอรี่ มาจากร้านดังในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จนกลายเป็นทักษะซึมซับเข้าไปในตัวของผู้เรียนโดยไม่รู้ตัว “แม้เด็กแต่ละคนจะมีความถนัดแตกต่างกันหรือความชำนาญไม่เท่ากัน..แต่ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลองทำ” เช่น ในการทำไก่ฝอย มีเด็กคนหนึ่งเพื่อนๆ บอกว่าคนนี้ทอดไก่ไม่ได้ แต่อาจารย์เชื่อว่าทำได้ โดยให้ลองลงมือทอดและยืนอยู่ข้างๆ กระทั่งทอดได้ ซึ่งเมื่อทอดได้ครั้งหนึ่งก็เกิดความภูมิใจและมั่นใจในตนเองขึ้นมา

ผศ.ดร.วิสาขะ ยังกล่าวอีกว่า “โครงการนี้ไม่เพียงสอนเยาวชนผู้พิการ แต่ยังสอนอาจารย์และนักศึกษาที่เป็น
ทีมงานด้วย ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนี้เมื่อนักศึกษาได้ออกไปทำงานจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น” 
ขณะที่โครงการพัฒนาทักษะการแปรรูปอาหารของผู้พิการ ระยะที่ 2 ในปีถัดไป จะเน้นไปที่การฝึกอบรมครูพี่เลี้ยงในศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการจังหวัดนครศรีธรรมราชมากขึ้น เพื่อให้การเรียนการสอนแบบนี้ที่ศูนย์ฯ ยังคงอยู่ต่อไป แม้ในวันข้างหน้า ทีมงาน ม.วลัยลักษณ์ จะถอยออกไปแล้วก็ตาม

จากจุดเริ่มต้นที่ความต้องการแก้ปัญหาแกงไตปลาแปรรูปแล้วเก็บได้ไม่นาน กลายเป็นโครงการที่ทำให้เยาวชนผู้พิการมองเห็นความหวังในชีวิต ซึ่ง อรอนงค์ คำแหง ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ม.วลัยลักษณ์ มีทั้งอาจารย์คุณภาพและนักศึกษาซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง การที่ได้ทีมงานจาก ม.วลัยลักษณ์ เข้ามาสนับสนุน จึงทำให้เจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ ได้เติมเต็มส่วนที่ขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่แม้จะชำนาญงานด้านปฏิบัติ แต่ก็ต้องเรียนรู้ด้านทฤษฎี เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชนได้อย่างสมบูรณ์

“ก็พยายามย้ำทุกครั้งที่อาจารย์เข้ามาให้กับกลุ่มพี่เลี้ยงและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ว่าเราต้องมีส่วนร่วมเรียนรู้และร่วมลงมือทำกับอาจารย์ อย่าปล่อยให้อาจารย์ทำกลุ่มของอาจารย์อย่างเดียว ไม่เช่นนั้นจะไม่ประสบความสำเร็จ แล้วอาจารย์ก็จะไม่เห็นน้ำใจของเรา อยากให้อาจารย์เห็นว่าเรามีความตั้งใจที่จะร่วมมือกับอาจารย์ อยากให้มีใจแลกใจต่อกัน และหวังว่าในอนาคตอาจารย์จะมาทำกับเราอีก” ผอ.อรอนงค์ กล่าว

ด้าน “ครูติ๊ก” วิลาวัลย์ วรรณประดิษฐ์ ครูพี่เลี้ยงประจำศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวเสริมว่า โครงการที่ศูนย์ฯ ทำงานร่วมกับทีมของ ม.วลัยลักษณ์ ยังสร้างนิสัยให้เยาวชนในศูนย์ฯมีกิริยามารยาทดีขึ้น มีความรับผิดชอบตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมากขึ้น ซึ่งที่ศูนย์แห่งนี้มีแปลงเกษตรสำหรับเรียนรู้ด้านการปลูกผักด้วย โดยเฉพาะที่เห็นได้ชัดเจนคือ การทะเลาะเบาะแว้งกันลดลง จากเดิมที่มีเรื่องมีราวให้ครูต้องช่วยแก้ปัญหาแทบทุกวัน

“เขารู้สึกว่าพอได้ปลูกผัก เขาชอบ เราต้มถั่วเราขายด้วย เราให้เขากินด้วย แล้วพอขายได้ เรามีเงิน เราก็ทำโครงการให้เขา อยากกินอะไร? เขาบอกอยากกินส้มตำ เดี๋ยวจัดส้มตำให้เราก็ทำส้มตำ มีแกนนำทำส้มตำให้น้องๆ ทุกคนกิน คือไม่ใช่พี่เลี้ยงทำ เด็กเขาจะทำของเขาเอง ทุกคนก็จะมีส่วนร่วมทำ” ครูติ๊ก กล่าว

​SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 6 ตุลาคม 2565

Posted on October 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684671

ลึกลับในสนามข่าว : 6 ตุลาคม 2565

ลึกลับในสนามข่าว : 6 ตุลาคม 2565

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…เรียกว่าต้องออกมาเคลียร์ข้อสงสัยกันไปให้ชัดๆทีเดียว สำหรับ “สว.อุปกิต ปาจรียางกูร” สมาชิกวุฒิสภา หลังถูกกระแสข่าวเชื่อมโยงกับ “ทุน มิน ลัต” นักธุรกิจชาวพม่า ทั้งที่แค่เคยร่วมทำธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าด้วยกันในอดีตเท่านั้น..ที่สำคัญ“สว.อุปกิต”บอกว่า ความสัมพันธ์จำกัดเฉพาะเรื่องธุรกิจที่ถูกต้องเท่านั้น…จนที่สุดได้ขายกิจการออกไปหมดจนไม่เหลือหุ้นแล้ว…และยิ่งมารับตำแหน่ง“สมาชิกวุฒิสภา”ก็มุ่งทำงานเพื่อสังคมเป็นหลัก..เลยยังงงๆว่ามาถูกโยงให้เกี่ยวข้องได้อย่างไร…และยังเรียกร้องความเป็นธรรมให้ “ลูกเขย”ที่ถูกเชื่อมโยงด้วยว่า เป็นเพียงผู้ถือหุ้นธุรกิจในระยะสั้นๆ เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรในการบริหารโรงแรม และไม่เคยไปยังสถานที่ดังกล่าว…ที่สำคัญปัจจุบันก็ขายหุ้นออกไปหมดแล้ว..ข่าวที่ออกมาจึงขอให้สังคมช่วยกลั่นกรองกันหลายชั้น…จะว่าไป มันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเหมือนกัน เพราะมันเหมือนมี บริบทที่ใครบรรจงขีดไว้หรือเปล่า เหมือนมีการใช้เกมการเมือง ข้ามชาติ มาบีบรัดให้ต้องปฏิบัติตาม ด้วยเงื่อนไขบางประการ เพื่อกระทบชิ่งไปถึง “ผู้นำเพื่อนบ้าน”ด้วย ซึ่งเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง มองย้อนหลังไปดีๆ นี่จึงไม่ใช่ครั้งแรก…คดีนี้เจ้าหน้าที่ จึงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กันทุกฝ่าย เพราะทราบดีว่า ข้อกล่าวหาแทบไม่มีน้ำหนักพอแต่ไม่ว่าจะอย่างไร ท้ายที่สุด ทาง“สว.อุปกิต”ก็เตรียมพร้อมข้อมูลชี้แจงข้อสงสัย เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจของตัวเองแล้ว ก็ต้องรอดู เพราะกระบวนการยุติธรรมจะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญที่สุด…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิธีโบราณ! ชาวลำดวนเมืองสุรินทร์เเห่ทำพิธีฉลองสะพานห้ามห้วยหลังสร้างเสร็จ

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684701

พิธีโบราณ! ชาวลำดวนเมืองสุรินทร์เเห่ทำพิธีฉลองสะพานห้ามห้วยหลังสร้างเสร็จ

พิธีโบราณ! ชาวลำดวนเมืองสุรินทร์เเห่ทำพิธีฉลองสะพานห้ามห้วยหลังสร้างเสร็จ

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 20.01 น.

วันนี้ (5 ต.ค.65) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ได้เดินทางไปที่สำนักสงฆ์ครุฑภูมิกาวาส ตำบลลำดวน อำเภอลำดวน จังหวัดสุรินทร์ พบกับชาวบ้านที่กำลังทำพิธีเซ่นไหว้ฉลองสะพานห้ามห้วย ที่ชาวบ้านและพระสงฆ์ร่วมกันสร้างขึ้นในการข้ามห้วยแห่งนี้จากครั้งที่แล้วได้มีชาวบ้านในหมู่บ้านนำช้างแสนรู้มาช่วยในการสร้างสะพานจนเกิดข่าวดังและแห่ชื่นชมเจ้าช้างแสนรู้ตัวนี้

หลังจากที่มีช้างเเสนรู้มาช่วยสร้างและยกไม้สร้างสะพาน เมื่อเดือนที่ผ่านมา เเต่ยังไม่เสร็จท่านเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ครุฑภูมิกาวาส จึงพาชาวบ้านเร่งช่วยกันสร้างสะพานต่อให้เสร็จ เเต่กว่าจะเสร็จได้ก็พากันทุลักทุเลเป็นอย่างมาก บางวันก็มีฝนตกหนักน้ำท่วม เเละน้ำก็ไหลเเรกมากๆ เเต่ก็ผ่านพ้นมาด้วยดี ชาวบ้านต่างก็พากันดีอกดีใจเพราะจะได้มีทางเข้าไปทำบุญเเละช่วยงานที่สำนักสงฆ์ได้สะดวกเเละง่ายขึ้น จึงพากันเตรียมเครื่องเซ่นไหว้เพื่อทำพิธีก็จะมีขัน 5 ขัน 8 ผ้าขาว อาหารคาวหวาน ดอกไม้ธูปเทียน ขนมเเละผลไม้ต่างๆ หลังจากทำพิธีเสร็จชาวบ้านจึงพากันทำบุญตักบาตรเเละขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลเเก่ตนเองเเละครอบครัว

แเม่สนั่น สายน้อย ซึ่งพูดเป็นภาษาเขมร เเปลเป็นไทยว่า การทำพิธีโยนเหรียญลงเเม่น้ำ ในการโยนเหรียญลงเเม่น้ำก็เพื่อเป็นการขอทางต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าป่าเจ้าเขา ปู่ย่า ตายายที่ปกปักรักษาอยู่บริเวณนี้การทำพิธีต่างๆ มีมาตั้งเเต่สมัยโบราณแล้ว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เกษตรคนเมือง’ ไปได้ไกล ธุรกิจห้างฯตอบรับยาว

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684681

'เกษตรคนเมือง' ไปได้ไกล ธุรกิจห้างฯตอบรับยาว

‘เกษตรคนเมือง’ ไปได้ไกล ธุรกิจห้างฯตอบรับยาว

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.44 น.

งานมหกรรม “Sustainability Expo 2022” (SX2022) ซึ่งปิดฉากไปอย่างงดงามเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของภาคเอกชน โดยภายในงานนี้ปรากฎว่า กระแสตอบรับ “เกษตรคนเมือง” มีแนวโน้มสดใส เพราะอย่างเช่นที่บู๊ธของบางกอก รูฟท๊อป ฟาร์มมิ่ง (Bangkok Rooftop Farming) ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าไปจัดการขยะและนำเศษขยะมาใช้ประโยชน์ที่ห้างเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นับว่าเป็นอีกบู๊ธหนึ่งที่มีผู้เข้าชมงานทยอยเข้าไปขอความรู้และขอไอเดีย โดยที่บู๊ธของบางกอก รูฟท๊อฟ ฟาร์มมิ่ง ก็จัดบู๊ธภายใต้แนวคิดการทำเกษตรคนเมืองบนดาดฟ้า หรือ Urban Rooftop Farming  

ขณะที่ ผศ.ดร.มาโนช ชุ่มเมืองปัก หัวหน้าหลักสูตรภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) หนึ่งในผู้เคยผ่านการอบรมกับบางกอก รูฟท๊อฟ ฟาร์มมิ่ง ได้นำบอร์ดเกมที่มีเนื้อหาการทำเกษตร เพื่อให้คนเมืองได้สนุกและเรียนรู้การทำเกษตรผ่านกิจกรรมบอร์ดเกมในช่วงเวลา 10-15 นาที เรียกว่า สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมงานบน “ดาดฟ้า” ของห้างเซ็นเตอร์วัน จึงมีเรื่องราวที่มีชีวิตชีวาของผู้คนที่รักสายกรีน และ ยังส่งต่อเรื่องราวเหล่านี้ออกไปในสังคม เรียกว่า ธุรกิจห้างขยับตัวตอบรับสายกรีนในเมืองมาสักระยะจนนำมาสู่กระแส “เกษตรคนเมือง” ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวิถีชีวิตอย่างยั่งยืน

นางสาวปวีณา คชเสนี ผู้อำนวยการ กลุ่มธุรกิจ สยามดิสคัฟเวอร์รี่ ระบุว่า บู๊ธ “อีโค่โธเปีย” (Ecotopia) เป็นหนึ่งในโซนที่สยามดิสคัพเวอร์รี่ ซึ่งอีโค่โธเปียได้รับการยกย่องจากอินไซด์ รีเทล (Inside Retail : สื่อธุรกิจชั้นนำของเอเซีย) ว่าเป็น 1 ใน 20 ร้านค้าปลีกที่ยอดเยี่ยมที่สุด 

“สยามพิวรรธน์” ยกมาโซนดังกล่าวไว้ที่บู๊ธ พร้อมกิจกรรมในสายกรีนเป็นรอบๆตลอด 7 วันการจัดงาน ซึ่งคนเมืองให้การตอบรับบู๊ธอีโค่โธเปียเป็นอย่างดี เพราะในส่วนของอีโค่โธเปียนั้นสร้างตนเองมากับสยามดิสคัพเวอร์รี่มาสักระยะแล้ว เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบคนเมืองอย่างยั่งยืน โดยมี รศ.ดร.สิงห์ อินทร์ชูโต เป็นที่ปรึกษาโครงการ “อีโค่ โปรเจก” 

สำหรับ 8 โซนของอีโค่โธเปีย ได้แก่ โซนบิวตี้ฟูล (Beautiful) แหล่งรวมออแกนิคสกินแคร์ (skincare) และเพอร์เซอนัล แคร์ (personal care) ซึ่งเป็นผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติที่ไม่มีการทดลองกับสัตว์, โซนเฮลท์ตี้ ( Healthy) โซนอาหารเพื่อสุขภาพจากวัตถุดิบออแกนิค, โซนกรีน (Green) แหล่งรวมต้นไม้ฟอกอากาศ พืชต่างๆ ใหญ่ที่สุดใจกลางเมือง, โซนอัพ-ไซเคิล (Up-cycled)  ผลิตภัณฑ์ที่นำมารีไซเคิลใหม่เพื่อสร้างมูลค่าและคุณค่าในการใช้ใหม่, โซนสไตล์ลิช (Stylish) รวมแฟชั่นที่ทำมาจากฝ้ายออแกนิค เศษผ้า และมุม clothes swap สามารถนำเสื้อผ้ามาแลกเปลี่ยนเสื้อผ้าดีไซน์ใหม่ได้, โซนไคนด์ (Kind) รวมงานฝีมือและภูมิปัญญาชาวบ้านที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบธรรมชาติเพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนและชาวบ้าน และ โซนซีโร่ เวสท์ (Zero Waste) สามารถนำบรรจุภัณฑ์มารีฟิลสินค้าอุปโภค บริโภค ของใช้ประจำวันเพื่อช่วยลดปริมาณขยะให้กับโลก

“สยามพิวรรธน์” เป็นหนึ่งในธุรกิจห้างค้าปลีกซึ่ง ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2 ของมูลค่าค้าปลีกไทยที่สูงกว่าแสนล้านบาทและ เป็นรองแค่กลุ่มเซ็นทรัลเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อโต้โผในธุรกิจค้าปลีกไทยขยับตัวครั้งใหญ่มาพอสมควรและยังขยับอย่างต่อเนื่องในการทำให้กระแสรักษ์โลกอย่างยั่งยืนเดินหน้าต่อ ทำให้ปีหน้ามีแนวโน้มว่า เกษตรคนเมืองซึ่งเป็นหนึ่งในองคพยพการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน จะเดินหน้าต่อ และไม่ใช่เพียงแค่เป็นผู้บริโภคเท่านั้น ในทางกลับกันปีหน้าจะได้เห็นผู้บริโภคสาย

กรีนเดินย้อนขึ้นไปเป็นผู้ผลิตในวงจรสายกรีน และ ส่งต่อความรู้ให้สังคมมากขึ้น เพื่อต่อยอด “ความยั่งยืน” อย่างจริงใจ และสร้างมูลค่าทางการค้าให้กับประเทศชาติ
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การเจริญพระกรรมฐานถึงขั้นอรหัตตผลไม่ใช่ของยาก เพราะไม่มีการลงทุน

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684669

การเจริญพระกรรมฐานถึงขั้นอรหัตตผลไม่ใช่ของยาก เพราะไม่มีการลงทุน

การเจริญพระกรรมฐานถึงขั้นอรหัตตผลไม่ใช่ของยาก เพราะไม่มีการลงทุน

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.23 น.

คำสอนระหว่างเข้าพรรษาปี ๒๕๒๑ โดย พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี 

ตอนที่ ๒ ขณิกสมาธิ

ท่านพระโยคาวจรทั้งหลาย สำหรับวันนี้ก็ขอปรารภ เรื่องอานาปานุสสติกรรมฐานต่อไป สำหรับการเจริญพระกรรมฐาน ท่านจะจับกรรมฐานกองใดกองหนึ่งก็ตาม เช่น อานาปานุสสติกรรมฐาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติ เราก็มักจะปฏิบัติควบกับพุทธานุสสติกรรมฐาน การทำอย่างนี้ไม่ใช่ของผิด เป็นของถูก เขาเป็นพระอรหันต์กันมามากแล้ว

ก็ขอเตือนว่าท่านจะใช้กรรมฐานกองใดกองหนึ่งก็ตาม จงใช้กองนั้นให้ถึงอรหัตตผล ในเมื่อเราเริ่มทำสมถะกองใด จงใช้สมถะกองนั้นให้ถึงอรหัตตผล คือว่าไม่ต้องเที่ยววิ่งไปหาที่โน่นวิ่งไปหาที่นี่อีก ไอ้ความดีหรือไม่ดีมันอยู่ที่จิตของเรา ทราบไว้แต่เพียงเท่านี้ การพลั้งพลาดที่ผ่านมาแล้วจงถือว่าเป็นครู คำว่าพลั้งพลาดในที่นี้ เพราะว่าเราใช้เวลามาก แต่ทว่าผลแห่งการปฏิบัติมีผลน้อย

ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าขาดความเข้มแข็งของจิต ถ้าพูดตามประสาชาวบ้านเขาถือว่าไม่เอาจริงเอาจัง สักแต่ว่าทำ สักแต่ว่าศึกษา มีความเมาในตน มีความเมาในจิต เมาในราคะ เมาในโลภะ เมาในความโลภ และก็เมาในความโกรธ เมาในความหลง ก็เพราะว่าเมา จึงไม่สามารถจะทำจิตให้เบาบางจากกิเลสได้

เหตุที่จะมา อย่างเดียวก็คือ ขาดความเอาจริงเอาจัง จรณะ ๑๕ ฟังแล้วไม่ปฏิบัติ บารมี ๑๐ ฟังแล้วไม่สนใจ อิทธิบาท ๔ ฟังแล้วก็วางไว้ พรหมวิหาร ๔ ฟังแล้วก็ทิ้งไป ที่เราไม่สามารถจะก้าวเข้าไปสู่ระดับของความดีได้ เพราะว่าขาดคุณธรรมประเภทนี้

ฉะนั้น ถ้าหากว่าการขาดคุณธรรมประเภทนี้ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถือว่าพวกเราเป็นอาภัพพะบุคคล เป็นบุคคลที่เอาดีไม่ได้ พระพุทธเจ้าสอนไม่ได้

แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่สายเกินไป คำว่าอาภัพพะบุคคลนั้น หมายความว่า บุคคลที่ไม่เอาจริงเอาจัง เราก็กลับเสียใหม่ได้ กลับเป็นคนจริงคนจังเสีย

การเจริญพระกรรมฐานถึงขั้นอรหัตตผลไม่ใช่ของยาก เพราะไม่มีการลงทุน เราลงแต่กำลังใจอย่างเดียว ฉะนั้นถ้ากำลังใจเข้มแข็ง ก็หมดเรื่องกัน ไม่มีอะไรหนักสำหรับท่านที่มีอารมณ์ใจเข้มแข็ง และก็เป็นคนมีความฉลาด ฉลาดในที่นี้ต้องหลีกจากกิเลส จงอย่าเอากิเลสมาฉลาด

จำพุทธภาษิตที่ว่า อัตตนา โจทยัตตานัง จงเตือนตนด้วยตนเอง กล่าวโทษโจทก์ความผิด อย่าไปโยนความผิด อย่าไปโยนโทษให้ไปอยู่กับใคร

ถ้าความเร่าร้อนในใจเกิดขึ้นกับเรา เราต้องแสวงหาความผิดของตนเอง กล่าวโทษโจทก์ตนเองไว้เสมอ ถ้าเราไม่เลว ไม่มีความเร่าร้อน ถ้าหาความเลวในชาตินี้ไม่ได้ ก็ต้องไปค้นคว้าหาความเลวในชาติต่อๆ กันมา

ในเมื่อเราพบหรือไม่พบ ในที่สุดเราก็ยกประโยชน์ให้แก่ขันธ์ ๕ เพราะว่าเรามีขันธ์ ๕ เราจึงมีความเร่าร้อน ถ้าเราไม่มีขันธ์ ๕ เราไม่ติดอยู่ในขันธ์ ๕ คือขันธ์ ๕ ของเรา เราไม่ติดในขันธ์ ๕ ของบุคคลอื่น เราไม่ติดในทรัพย์สินทั้งหลายทั้งหมดในโลก เราจะมีทุกข์มาจากที่ไหน

ผลที่สุดเราก็มายกโทษให้แก่ใจของเรา ว่าใจเรามันเลว ใจเราชอบเกาะสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นสาระ ถ้ากำลังใจของท่านทรงได้แบบนี้ ความเป็นอรหันต์เป็นของไม่ยาก และใช้เวลาไม่นาน

กำลังใจของท่านต้องดูตัวอย่าง เมื่อสมัยองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประทับอยู่ที่ควงไม้ศรีมหาโพธิแต่คราวนั้น องค์สมเด็จพระภควันต์ทรงตั้งอธิษฐานจิตว่า เลือดและเนื้อของเราจะเหือดแห้งลงไปก็ตามที ชีวิตินทรีย์ของเราจะสลายไปก็ตาม ถ้าเราไม่สำเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณเพียงใด เราจะไม่ยอมลุกจากที่นี้

ความจริงน้ำพระทัยขององค์สมเด็จพระชินสีห์ตอนนี้ ท่านต้องจำและก็ทำตามด้วย อย่าทำตนเป็นอาภัพพะบุคคล

สำหรับอานาปานุสสติกรรมฐาน เราเริ่มทำใหม่ๆ รู้สึกว่าจะเป็นของยากไปนิดหนึ่ง คำว่ายาก ก็คือกำลังใจของเรายังเข้มแข็งไม่พอ

ความจริงงานที่ผ่านมาสำหรับผม ผมมีความเข้าใจถึงความยากความลำบาก ในการเจริญพระกรรมฐานในเบื้องต้น แต่ทว่าความยากความลำบากของผม ดูเหมือนว่ามันจะมีอยู่ ๓ วันเท่านั้น ในความรู้สึกในด้านของสมถะภาวนา

อันนี้โปรดอย่าคิดว่าผมเป็นพระอรหันต์ภายใน ๓ วันนับแต่บวช และก็จงอย่าคิดว่าผมเป็นพระอรหันต์เสียแล้ว ถ้อยคำใดๆ ที่เป็นคำสอน ขอให้ถือว่าเป็นคำสอนมาจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วเราก็มาอธิบายสู่กันฟัง

แต่ขอทุกท่านจงอย่าหลงตัว ว่าเป็นผู้ทรงฌานเป็นพระอริยเจ้า ความเป็นพระอริยเจ้าไม่ต้องประกาศ เห็นหน้าปั๊บ รู้จัก ได้ยินชื่อ ก็รู้ว่าเป็นพระอริยเจ้า หากว่าท่านยังไม่เป็น และก็หลงว่าเป็นนี่มันจะซวย ไม่ต้องประกาศเขา ความดีอยู่ที่เรา เราไม่ได้บวชเพื่อการบูชาของชาวบ้าน เราบวชเพื่อความดับไม่มีเชื้อ

มาพูดกันถึงด้านอานาปานุสสติกรรมฐานที่มันมีความหนักไปหน่อย นั่นก็คือในตอนต้นที่เราเริ่มปฏิบัติ อาศัยที่ใจของเรามันหยาบมาก่อน อาศัยที่อารมณ์ของเรามันหยาบมาก่อน อาศัยที่เราไม่ได้ใช้สติสัมปชัญญะควบคุมกำลังใจ อารมณ์ใจมันเชื่องกับความคิดที่ไม่มีขอบเขต

ตอนนี้ ในเมื่อองค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์ แนะนำให้เราใช้อานาปานุสสติกรรมฐาน ก็เพื่อเป็นการป้องกันและยับยั้งหรือว่าประหัตประหารอารมณ์ฟุ้งซ่านของจิต ฉะนั้น ต่อไปท่านจะเจริญสมถะกองไหนก็ตาม จะเจริญภาวนากองไหนก็ตาม หรือว่าจะเจริญวิปัสสนากองใดก็ตาม เป็นอันว่า ส่วนนั้นๆ กรรมฐานกองนั้นๆ จะเว้นอานาปานุสสติกรรมฐานไม่ได้

อันดับแรก ขอให้ทุกท่านทำอานาปานุสสติกรรมฐานให้เข้าถึงฌาน ๔  เอากันจริงกันจัง อย่าสักแต่ว่าทำ

ความกลุ้มมันจะเกิดขึ้นนิดหน่อย เพราะว่าใหม่ๆ เราจะควบคุมกำลังใจให้มันทรงอยู่ ใจมันก็คอยจะแยกไปโน่นแยกไปนี่ คิดโน่นคิดนี่ คิดป้วนเปี้ยน เรียกว่านอกรีตนอกรอย อย่างนี้อย่าเพิ่งตกใจว่าเราจะไม่ดี

ถ้าบังเอิญ เราทำกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกควบพุทธานุสสติกรรมฐานไปได้สักนาทีสองนาที จิตนี้ไม่เกิดอารมณ์พล่าน แล้วต่อมามีความรู้สึกกลัวว่า โอ หนอ นี่ใจเราออกนอกลู่นอกทางไปแล้วหรือ เราก็ดึงอารมณ์เข้ามา ดึงอารมณ์เข้ามาจับอานาปานุสสติกรรมฐานให้เป็นปรกติ กับพุทธานุสสติกรรมฐานควบคู่กัน ประเดี๋ยวหนึ่งมันก็ไป มันไปเรารู้ตัวเราก็จับมันมาใหม่

การทำอย่างนี้จงอย่าทำแต่เฉพาะเวลาที่ได้ยินคำสอน จงใช้เวลาของท่านตลอดวัน ที่ทำงานอยู่ พูดอยู่ กินอยู่ ขี้อยู่ เยี่ยวอยู่ เดินอยู่ นอนอยู่ ยืนอยู่ ใช้เวลาเป็นปรกติ

คำว่าเวลาเป็นปรกติ จะถามว่า เวลาพูดรู้ลมหายใจเข้าออกได้หรือ เวลาพูดนั่นจริงๆ เราจะขาดเฉพาะภาวนาเท่านั้น

การกำหนดรู้ลมหายใจหายใจออกเป็นของไม่ยาก เพราะอะไรจึงว่าไม่ยาก ถ้าหากว่าเรารู้ไปด้วย มันเป็นของไม่ยาก มันไม่ได้ห้ามปากของเราพูด

เวลาทำงานจะรู้ลมหายใจเข้าออกไปด้วย มันก็ไม่ห้ามมือเราทำ เวลาเราจะเดินไปไหน เราจะรู้ลมหายใจเข้าออก มันก็ไม่ได้ห้ามเดิน

เป็นอันว่าลมหายใจเข้าหายใจออก เราก็ลืมบ้างไม่ลืมบ้างเป็นของธรรมดา แต่ทว่าท่านทั้งหลายมีความเข้มแข็งของจิต ตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนจริงๆ อาการของอารมณ์อานาปานุสสติจะรู้สึกว่าไม่ยาก

แต่ทว่าเวลาที่ท่านทั้งหลายจะฝึกไป ผมขอแนะนำว่า ควรจะตั้งเวลาทรงฌานไว้ด้วย เพื่อประโยชน์ในขณะที่จิตของท่านเข้าถึงฌาน ด้วยอำนาจพุทธานุสสติกรรมฐานหรือว่าอานาปานุสสติกรรมฐาน

ในตอนนี้ ผมจะพูดเฉพาะอารมณ์ของอานาปานุสสติกรรมฐาน แต่ทว่าเวลาที่ท่านว่างจากคำพูด พูดคุย เวลาที่พอที่จะภาวนาได้ หายใจเข้านึกว่าพุท หายใจออกนึกว่าโธ ไม่ใช่เป็นของแปลก เป็นของดี ถ้าภาวนาไม่ได้ ปากมันต้องพูด ใจมันต้องคิดอย่างอื่น ก็ใช้แต่อานาปานุสสติกรรมฐาน

อานาปานุสสติกรรมฐานจะทำให้ท่านสบายใจ มีความสุข จงอย่าลืมว่าวันทั้งวัน ผมไม่ได้บอกให้ท่านคิดเรื่องอื่น ให้คิดถึงอานาปานุสสติกรรมฐาน

หากว่าจะมีคำถามเข้ามาว่า ถ้าจะทำงาน ถ้ากำหนดรู้อานาปานุสสติกรรมฐานคือลมหายใจเข้าออก งานมิเสียเหรอ

ผมก็ขอตอบว่า งานที่ท่านทำ มันจะเป็นงานที่ดีที่สุด เพราะว่าอานาปานุสสติกรรมฐานเป็นอารมณ์ละเอียด เป็นอารมณ์ทรงสติสัมปชัญญะ ขณะที่เราจะคิดงาน ก็วางอานาปานุสสติกรรมฐานสักครู่หนึ่ง ใช้การคิดพิจารณา

แต่ความจริงคนที่เขาคล่องแล้ว เขาไม่ทิ้งอานาปานุสสติกรรมฐาน เพราะว่าขณะที่จับอานาปาฯอยู่ ใช้ขนาดต่ำๆ แค่อุปจารสมาธิ ตอนนั้นอารมณ์จิตมันเป็นทิพย์ เมื่ออารมณ์จิตเป็นทิพย์ ปัญญามันก็เกิด ในเมื่อปัญญาเกิด งานที่ท่านจะทำมันจะมีอะไรยาก

ขอจงพยายามทำกันให้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อกี้นี้พูดไปว่า เวลาที่เจริญไป ขอท่านทั้งหลายตั้งเวลากำลังฌานไว้ด้วย นั่นก็คือหาเวลาตั้งไว้ ด้วยการนับก็ดี หายใจเข้าหายใจออกนับเป็น ๑ หายใจเข้าหายใจออกนับเป็น ๒ ก็นับไปเลยก็ได้ถึง ๑๐

และตั้งจิตไว้ว่าตั้งแต่ ๑ ถึง ๑๐ นี่ จะไม่ยอมให้จิตของเราแลบไปสู่อารมณ์อื่น ถ้ามันไปสู่อารมณ์อื่นเมื่อไหร่เราจะตั้งต้นใหม่ทันที และหากว่าถ้าถึง ๑๐ แล้วจิตของเราดี มีความสุข เราก็ยังไม่เลิก ตั้งต่อไปอีก ๑๐

เมื่อถึง ๑๐ แล้วยังดีอยู่ เราก็ยังไม่เลิก ต่อไปอีก ๑๐ ในระยะใหม่ๆ แค่ ๑๐ ต้นมันก็ไม่สามารถจะควบคุมได้ แต่เราก็ต้องนำน้ำใจขององค์สมเด็จพระจอมไตรมาใช้ ว่าแค่ ๑๐ ต้นจิตยังซ่านอยู่ สมเด็จพระบรมครูทรงดำริว่า เลือดและเนื้อของเราจะเหือดแห้งไปก็ตามที ชีวิตินทรีย์จะตายไปก็ตาม ถ้าเราไม่สำเร็จพระสัมมาสัมโพธิญาณเพียงใด เราจะไม่ลุกจากที่นี่

เราก็จงคิดว่าถ้า ๑ ถึง ๑๐ นี้เอาดีไม่ได้ จะให้มันตายไปเสียเลย จิตพล่านนิดเริ่มตั้งต้นใหม่ รักษาอารมณ์ใจให้เข้าถึงสุข อย่างนี้เป็นจุดหนึ่ง

แต่เมื่อนานๆ ไป ถึงครึ่งเดือนแล้ว ถ้าหากว่าท่านยังทำแค่ ๑๐ ผมก็ถือว่าเลวเกินไปสำหรับผ้ากาสาวพัสตร์ หรือว่าบรรดาท่านพุทธบริษัทชายและหญิงที่อยู่ในเขตนี้ เมื่อถึงเวลา ๑๕ วันผ่านไป ท่านทั้งหลายยังรักษาอารมณ์ถึง ๑๐ ก็คิดว่าไม่ควรจะอยู่ในที่นี้ มันเลวเกินไปสำหรับเขตของพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เพราะอะไร

เพราะผมทำมาก่อน ผมรู้ อย่ามาอ้างเหตุอ้างผลใดๆ ทั้งหมด การอ้างเหตุอ้างผลกับบุคคลที่ผ่านมาแล้วมันไม่เกิดประโยชน์ ทำไมแค่นับ ๑ ถึง ๑๐ มันเป็นเวลานิดเดียว ที่เขาใช้กันกว่าจะถึง ๗ วัน นับ ๑ เป็น ๑๐๐ แล้ว บางที ๒๐๐ ๓๐๐ จิตมันยังสบาย ทำให้มันคล่อง

ถ้าเราทำกันทั้งวัน ไอ้ความยุ่งของจิตมันไม่มี ความโลภมันก็ไม่เกิด ความรักในอารมณ์ต่างๆ ก็ไม่เกิด ความโกรธความพยาบาทมันก็ไม่เกิด ความหลงมันก็ไม่เกิด มันจะเกิดมายังไง เพราะจิตมันมีสภาพรับอารมณ์อารมณ์เดียว

ในเมื่อจิตมันรับอารมณ์ที่เป็นกุศล ทรงสติสัมปชัญญะด้วยอานาปานุสสติกรรมฐาน แล้วอะไรมันจะเข้ามาอีก ที่มันเข้ามาได้เพราะว่า พวกท่านทั้งหลายมีหน้าที่แต่เพียงฟัง ดีไม่ดีกำลังสอนอยู่อย่างนี้ก็ไม่ฟัง ไปฟังวิทยุเสียบ้าง ไปนั่งคุยกันเสียบ้าง ไปทำงานกันเสียบ้าง นั่นแสดงถึงความเลวอย่างหนักของพวกท่านจึงไม่ได้ดี

อันนี้ผมขอพูดแต่เฉพาะคนที่ไม่สนใจ สำหรับท่านที่ดีก็มีอยู่มาก ที่สามารถปราบปรามอารมณ์ร้ายที่มีอยู่ในจิต ความหยาบในจิตหมดไปเหลือแต่ความละเอียด

คนที่มีความหยาบในจิตหมดไป เหลือแต่กองธรรมที่ละเอียด จะดูว่าเขามีความขยันขันแข็งในการงาน จิตใจเขาไม่ได้ฟุ้งซ่านไปในด้านโลกียธรรม มีความมุ่งมั่นโดยเฉพาะว่างานที่ทำนี่มันเป็นอามิสบูชา และการตั้งใจปฏิบัติงานโดยไม่คิดสินจ้างรางวัล มันเป็นปฏิบัติบูชา เป็นจาคานุสสติกรรมฐาน

หรือที่เราเรียกว่า พุทธัง ชีวิตัง ยาวะ นิพพานัง เรียกว่า การถวายชีวิตแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตลอดจนกว่าจะเข้านิพพาน เป็นอย่างนี้

ที่พูดอย่างนี้จะถือว่าไปยกยอปอปั้นหลอกใช้คน ดูน้ำใจของเขาว่าเขาทำงานน่ะเขาทำเพื่อตัวหรือว่าทำเพื่อพระพุทธศาสนา เขาไม่เคยรับฟังว่าจะจ้างเท่าไหร่ ให้รางวัลเท่าไหร่ เขาก็ทำกันด้วยความเต็มใจ การทำอย่างนี้เป็นพุทธบูชา คือเป็นปฏิบัติบูชาตรงในพระพุทธเจ้า กระทำในทรัพย์สินขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า

นี่เขาทำกันอย่างนี้ ผมก็ทำมาอย่างนี้ ไม่เห็นว่างานทำลายพระกรรมฐาน เวลาหยิบงานขึ้นมา จิตใจก็ตั้งหน้าโดยเฉพาะในการงานที่เราทำ สำหรับพระที่รักษาสมบัติของพระพุทธศาสนามีการผลัดเวรเปลี่ยนกัน นี่เป็นพุทธัง ชีวิตังจริง ธัมมัง ชีวิตัง สังฆัง ชีวิตังจริงเหมือนกัน เพราะว่ายอมพลีความสุขส่วนตัว เอามารักษาทรัพย์สินของพระศาสนา

เวลาท่านเดินไปเดินมาน่ะ ก็ใช้การเดินเป็นเขตของการจงกรม อย่าปล่อยให้ใจมันเสียเวลา เวลานั่งอยู่ก็จับอานาปานุสสติกรรมฐานเป็นปรกติ ความจริงงานประเภทนี้ได้กำไรมาก

๑. รักษาทรัพย์สินของพระพุทธศาสนา เป็นการแสดงความกตัญญูต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

๒. ใช้โอกาสใช้สมถะภาวนาและวิปัสสนาภาวนาไปด้วย ช่วยกำลังใจให้มีความสุขเข้าถึงอารมณ์ฌาน

เป็นอันว่า สำหรับวันนี้ก็ขอแนะนำท่านในส่วนที่จะใช้อานาปานุสสติกรรมฐาน กับพุทธานุสสติกรรมฐานควบคู่กันไป แต่ว่างานเฉพาะนี้เป็นงานเฉพาะของอานาปานุสสติกรรมฐาน คือจงพยายามใช้กำลังใจให้อยู่ขอบเขต มีความเด็ดเดี่ยว ถือว่าทำไม่ได้ให้มันตายไป

พระอรหันต์ทั้งหลายที่ท่านบรรลุมรรคผล ท่านก็เป็นคนมีสิบนิ้วเหมือนเรา สองมือสิบนิ้ว มือละห้านิ้ว มีอาการ ๓๒ เหมือนเรา ถ้าดูตามประวัติของท่านแล้ว เรากับท่านไม่ต่างกันอะไรนัก เว้นไว้แต่ว่าเรามีกำลังใจเท่าท่านหรือไม่เท่านั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลานอน ก่อนจะนอนจับลมหายใจเข้าออกเป็นปกติ จนกว่าจะหลับไป ให้มันหลับไปด้วยการดูลมหายใจเข้าออก ตื่นขึ้นมาใหม่ๆ จะลุกขึ้นมาหรือไม่ลุกก็ตาม เวลาเช้ามืด ใช้อารมณ์ใจให้มันถึงที่สุดทุกวัน

นี่ความจริงผมสอนมาแล้วนะเรื่องนี้นะ เห็นบางท่านที่ผลุบๆ โผล่ๆ น่ะ เป็นอันว่ารู้ ผมรู้ว่าท่านเหล่านั้นไม่ได้สนใจอะไร เป็นที่น่าเสียดาย ชีวิตของท่านที่ตายแล้วมันจะต้องลงนรก เราจะประมาทกันเพื่อประโยชน์อะไร เห็นว่าพระพุทธศาสนาไม่ดีก็สึกไป มันก็หมดเรื่อง ฆราวาสก็เหมือนกัน เห็นว่าเขตพระศาสนาไม่ดีก็ออกไปเสียก็หมดเรื่อง อย่ามาอยู่ให้เปลีองที่ของพระศาสนาเพื่อประโยชน์อะไร

เพียงแค่รักษากำลังใจเท่านี้ ยังถือว่าลำบาก มันก็ควรแล้วที่จะต้องไปลากโคลนทำงานให้สบายใจตามอัธยาศัยของตน นี่การพูดอย่างนี้ จะถือว่าด่าใครไม่ใช่ เพราะต้องการให้ดี รักษากำลังใจนั้น มันเสียอะไรบ้าง

เวลาเดินไปบิณฑบาต ก้าวเท้าซ้ายหายใจเข้า ก้าวเท้าขวาหายใจออก ทำมันไปจนกว่าจะบิณฑบาตจนกลับ แค่นี้จิตมันก็ทรงฌานแบบสบายๆ อย่าไปหาเวลาที่ไหน

ไอ้ที่เรื่องปรารภอะไรอย่างอื่นภายนอก จงรู้ตัวว่าเราบวชมาเพื่อ นิพพานัสสะ สัจฉิกิริยายะ เอตังกาสาวัง คะเหตวา เราอธิษฐานว่า ขอรับผ้ากาสาวพัสตร์เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน

ฉะนั้น ทางใดก็ตามที่เป็นปัจจัยของพระนิพพานเราต้องทำให้ได้ เราต้องชนะใจ อย่าลืมว่าวันเดียวสองวันมันไม่ชนะ ทำไปมันทุกวันมันต้องถึงคำว่าชนะ คำว่าไม่ชนะไม่มี ถ้าเรามีความพยายาม

ชาวนาน่ะเขาไถนาด้วยควายตัวเดียวไถคันเดียว เนื้อที่ ๓๐-๔๐ ไร่ เขาทำได้ เพราะว่าเขาใช้รอยไถน้อยๆ แต่ว่าไถบ่อยๆ ไม่ยอมหยุด ข้อนี้มีอุปมาฉันใด

แม้แต่อานาปานุสสติกรรมฐานก็เช่นเดียวกัน มันจะกลุ้มมันจะกลัดประการใดก็ตามที เราถือว่ากิจนี้เป็นกิจที่เราจะต้องทำ ยอมตายมันซะสิ ถ้ามันทำไม่ได้ให้มันตายไป เดินไปเดินมาอย่าทิ้งอารมณ์อานาปานุสสติ เดินไปก็ใช้เท้าเป็นเครื่องวัด ก้าวไปเท้าซ้ายหายใจออก ก้าวไปขวาหายใจเข้า เอามันอย่างนี้เรื่อยๆ ไป อย่าไปนั่งนึกนั่งคิดอะไร

ถ้าท่านทำกันอย่างนี้จริงๆ ผมให้เวลาอย่างเลวที่สุด เพียงแค่เดือนเดียว อารมณ์ฌานในอานาปานุสสติกรรมฐานเป็นของท่าน สำหรับที่จิตใจของท่านทั้งหลายเข้าสู่อารมณ์ฌาน จะเป็นฌานไหนก็ตาม ฌานก็ดี อุปจารฌานก็ดี ใจของท่านทั้งหลายเหล่านั้นมีแต่ความเรียบร้อยของจิต มีอารมณ์แนบสนิทในด้านของกุศล ทั้งการจะทำการจะพูดการจะคิดของแต่ละบุคคล เต็มไปด้วยอารมณ์ที่เยือกเย็น ปราศจากเวร ปราศจากภัย ไม่เดือดร้อนในกิจการงานใดๆ ที่มันจะเกิดกับเราหรือมันจะหมดไปจากสภาพของเรา

เอาละ สำหรับวันนี้ ก็ขอเตือนกันไว้แต่เพียงเท่านี้ สำหรับวันพรุ่งนี้จะได้พูดถึงอารมณ์ของฌาน ในขณะที่ท่านทั้งหลายเอาจิตของท่านก้าวเข้าไปสู่ระดับอานาปานุสสติกรรมฐานที่เป็นฌาน แล้วก็อย่าลืมว่า เฉพาะอานาปานุสสติกรรมฐานนี้ ผมจะแนะนำท่านถึงอรหัตตผล จะได้ทราบว่าคำสอนขององค์สมเด็จพระทศพลแต่ตอนก่อนที่เราปฏิบัติ
ควรทำให้ได้ถึงอรหัตตผลได้ทุกจุด

เอาละ ต่อแต่นี้ไป ขอบรรดาท่านทั้งหลาย จงตั้งกายให้ตรง ดำรงจิตให้มั่น กำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออก ใช้คำภาวนาและพิจารณาตามอัธยาศัย จนกว่าที่ท่านจะเห็นว่า เวลานั้นเป็นการสมควร เพราะว่าผมไม่ให้เวลากับท่าน ให้ท่านทำตามอัธยาศัยของท่าน

จบ ตอนที่ ๒ ขณิกสมาธิ (คัดลอกจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=45167) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวโพสต์ขาย’พวงกุญแจไม้ขีดไฟ มหัศจรรย์มีชิ้นเดียวในสามโลก’สร้างกำลังใจให้พ่อ

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684650

สาวโพสต์ขาย'พวงกุญแจไม้ขีดไฟ มหัศจรรย์มีชิ้นเดียวในสามโลก'สร้างกำลังใจให้พ่อ

สาวโพสต์ขาย’พวงกุญแจไม้ขีดไฟ มหัศจรรย์มีชิ้นเดียวในสามโลก’สร้างกำลังใจให้พ่อ

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 18.30 น.

“พวงกุญแจไม้ขีดไฟ มหัศจรรย์มีชิ้นเดียวในสามโลก” บุตรสาวน่ารักโพสต์ขายในโซเซียลกระแสฮือฮา หวังให้คุณพ่อที่สุขภาพไม่แข็งแรงมีกำลังใจผลิตชิ้นงานดีๆต่อไป

สิ่งประดิษฐ์งานแฮนเมด “พวงกุญแจไม้ขีดไฟ มหัศจรรย์มีชิ้นเดียวในสามโลก” ทางเจ้าของว่า งั้น งานนี้ก็ต้องพูดคุยกันหน่อยว่า ทำมาจากอะไร ซึ่งทางนางสาวกล้วยไม้ สุขแก้ว นักพัฒนาการท่องเที่ยวชำนาญการ อบจ.สตูล นำมาให้เราชมเพราะเป็นฝีมือของคุณพ่อที่ใช้เวลาว่างอยู่บ้านทำในสิ่งที่รัก โดยวัตถุก็นำมาจากสิ่งใกล้ตัวไม่ว่าจะเป็น หินกรวด หินลูกรัง เหรียญสตางค์และแม้กระทั่งเขาแพะ ก็นำมาตกแต่งเพิ่มมูลค่าเป็นพวงกุญแจแล้ว ยังใช้ประโยชน์ได้อีกด้วยคือเป็น ไม้ขีดไฟ กิ๊บเก๋ไม่พอเพราะเป็นงานแฮนด์เมดมีชิ้นเดียวในสามโลก น้องกล้วยไม้การันตี

คุณพ่อ หรือที่หลายคนเรียกท่านว่า ช่างสิทธิ์ นายไสว สุขแก้ว วัย 66 ปีร้านโรงศิลป์เมืองคอน (ตลาดนัดยรรยงค์หาดใหญ่) เนื่องด้วยสุขภาพไม่แข็งแรงนัก ลูกๆ ให้อยู่บ้านและทำงานเบาๆ ที่รักก็คืองานด้านฝีมือ โดยคุณพ่อจะขึ้นชื่อในด้านการแกะสลักด้ามขวานเล่มเล็กๆ และพวงกุญแจไม้ขีดไฟ เป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ที่พ่อทดลองทำและได้รับความสนใจหลังบุตรสาว น้องกล้วยไม้ ได้โพสต์ในโซเซียลโดยหวังอยากจะช่วยคุณพ่อขายงานฝีมือเพื่อให้ท่านได้มีกำลังใจ และผลิตชิ้นงานดีมีฝีมือออกมาเรือยๆ

หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อได้สอบถาม ได้ทางหมายเลข โทร.081-7986349 หรือ 0872935515 ช่องทางโซเซียล Tiktok : kluay black orchid   หรือ  Kluay Kluaymai โดยจำหน่ายราคาชิ้นละ 350 บาท

นางสาวกล้วยไม้ สุขแก้ว นักพัฒนาการท่องเที่ยวชำนาญการ อบจ.สตูล กล่าวว่า พวงกุญแจไม้ขีดไฟงานแฮนด์เมดมหัศจรรย์ชิ้นเดียวในสามโลก เป็นการทำขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า เนื่องจากไม้ขีดไฟมีกลุ่มน้อยมากที่รู้จักและไม่ได้ใช้แล้ว เมื่อนำมาประดับใช้งานแล้วก็จะใช้งานง่าย หากดูผิวเผินก็จะไม่รู้ว่าเป็นไม้ขีด แต่เมื่อนำมาใช้งานก็จะรู้ว่านำมาใช้ประโยชน์ได้จริง ที่มหัศจรรย์ในสามโลกเพราะหากคุณซื้อไปแล้วจะไปหาซื้อที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว เหมือนอย่างพวงกุญแจหน้าแข้งวัวชิ้นนี้ก็จะมีตัวเดียว ลักษณะก็จะแตกต่างกันไม่เหมือนกัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนสตูลชอบทาน’ลาโตส’เฮ! มี ‘สาหร่ายขนนก’อาหารพื้นถิ่นกินได้ตลอดทั้งปีแล้ว

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684637

คนสตูลชอบทาน'ลาโตส'เฮ! มี 'สาหร่ายขนนก'อาหารพื้นถิ่นกินได้ตลอดทั้งปีแล้ว

คนสตูลชอบทาน’ลาโตส’เฮ! มี ‘สาหร่ายขนนก’อาหารพื้นถิ่นกินได้ตลอดทั้งปีแล้ว

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 17.30 น.

ชาวสตูลเฮ! “ลาโตส” หรือ “สาหร่ายขนนก” อาหารพื้นถิ่นทานได้ตลอดทั้งปีแล้ว หลังหนุ่มสตูลดีกรีปริญญาโท ใช้นวัตกรรมการเลี้ยงในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด พร้อมส่งต่อชุมชน

ที่ศูนย์เรียนรู้นครรีละงูปาร์ค ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บ้านควนสำราญ ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล ซึ่งมีนายวศินะ รุ่งเรือง หนุ่มสตูลดีกรีปริญญาโทสาขาประมง วัย 28 ปี นำชมโรงเรือนเลี้ยงสาหร่ายขนนก (หรือ ลาโตส ภาษาถิ่น) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเลี้ยงสาหร่ายขนนกในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิดบนพื้นที่ 30 ไร่ แห่งเดียวในจังหวัดสตูล เป็นการนำสาหร่ายในธรรมชาติผ่านการเพาะเลี้ยงแบบอินทรีย์ในระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิด จนสามารถเลี้ยงสาหร่ายลาโตสจากพ่อแม่พันธุ์ธรรมชาติให้เกิดเป็นสปอร์ในโรงเรือนแบบปิดได้หลายต่อหลายรุ่นจากการลองผิดลองถูก จนขยายต้นอ่อนสู่ระบบการเลี้ยงในฟาร์มนับเป็นความท้าทาย และมุ่งมั่นกว่าจะมาเป็นวันนี้

สาหร่ายขนนก มีการดูแลคล้ายปะการังที่อ่อนไหวง่าย การเพิ่มคาร์บอนธาตุเพื่อการสังเคราะแสงในพืช อาหารจุลินทรีย์ย่อยเป็นแร่ธาตุไนโตรเจน ซึ่งการเลี้ยงจะใช้ 1 ตะกร้ามีสาหร่ายฯ 100 กรัม ผ่านไป 2 สัปดาห์จะมีสาหร่ายเพิ่มขึ้น 300 กรัมทำให้เราตัดแยกออก (เหมือนเก็บตัดผักบุ้งได้ตลอดทั้งปี) โดยจะส่งขายกิโลกรัมละ 200 บาทถึง 250 บาท (ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขอมาตรฐานผลิตภัณฑ์อินทรีย์)

นอกจากนี้ที่ศูนย์เรียนรู้นครรีละงูปาร์ค ยังร่วมกับมูลนิธิยูนูสสร้างโมเดลธุรกิจการเลี้ยง สาหร่ายขนนก (หรือ ลาโตส ภาษาถิ่น) ในถังเพื่อส่งต่อความรู้ให้กับชุมชนเป็นการสร้างงานและรายได้และอนุรักษ์สาหร่ายให้อยู่คู่กับชุมชนและชาวสตูลตลอดไป หลังพบว่าสาหร่ายชนิดนี้กำลังหาทานได้ยากขึ้นเนื่องจากหนึ่งปีมีให้รับประทานเพียง 3 เดือนแล้วเท่านั้นที่เป็นช่วงฤดูแล้งและร้อนจัด เพราะไม่ชอบฝน

“น้องม่อน” หรือ นายวศินะ  รุ่งเรือง ศูนย์เรียนรู้นครรีละงูปาร์ค บอกว่า จุดเริ่มต้นของการหันมาเลี้ยงสาหร่ายขนนก หรือ ลาโตส เพราะความชอบกิน และเห็นว่าสาหร่ายชนิดนี้มีเฉพาะฤดูร้อนเท่านั้นที่จะหามากินได้ เชื่อว่าตลาดมีความต้องการสูงและจะทำอย่างไรให้มีผลผลิตออกมาตลอดทั้งปี อีกทั้งชุมชนมีรายได้จึงเป็นที่มาของการตั้งศูนย์เรียนรู้ในครั้งนี้    

จุดเริ่มต้นเลี้ยงมาถึง 4 ปี ปีแรกสนุกและตื่นเต้นมากับสิ่งที่ทำ แม้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ มาปีที่ 2 และปีที่ 3 รู้ความต้องการของสาหร่ายชนิดนี้และสามารถเพาะเลี้ยงเองได้ จนวันนี้สามารถให้ผลผลิตเก็บทุกวัน 20-60 กก.สร้างรายได้หลักหมื่น เป้าหมายจะขึ้นขยายบ่อเลี้ยงพร้อมทำงานร่วมกับมูลนิธิยูนูส สร้างอาชีพเสริม โมเดลสู่ชุมชน ต่อยอดเป็นอาชีพ รายได้ เดือนที่ 3 – 4 ก็สามารถหลุดทุนได้ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบ่อตกปลา มีค่ายเรียนรู้ฟาร์มสเตย์ ครัวในฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้อนุรักษ์ป่าชายเลนด้วย 

นายอดิศักดิ์ รุ่งเรือง คุณพ่อของน้องหม่อน ซึ่งมีดีกรีเป็นปราชญ์ปลานิล เล่าว่า สำหรับการทานสาหร่ายขนนก หรือ ลาโตส ซึ่งมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม ทำให้ต้องทานแบบสด ๆ ไม่สามารถนำไปแช่ตู้เย็นได้ และเป็นอาหารท้องถิ่นชั้นเลิศ ซึ่งทางศูนย์ฯเห็นว่านี่คือจุดแข็งทำให้ผู้บริโภคที่ชื่นชอบทานต้องมาหาทานได้ที่จังหวัดสตูลเท่านั้น อีกทั้งการทานหากรู้เคล็ดลับก็จะทานสาหร่ายด้วยความอร่อย โดยเฉพาะสาหร่าย (ลาโตส) ของที่นี่ที่เลี้ยงแบบอินทรีย์ไม่มีสิ่งสกปรกก่อนรับประทานเพียงนำสาหร่ายที่ต้องการจะทานไปจุ่มน้ำ 1-2 ครั้งก็ยกใส่จานราดด้วยน้ำจิ้ม ขี้แซะ (ที่มีส่วนผสมของ ถั่วปน มะพร้าวคั่ว กะปิ พริก) ทานพอคำก็จะอร่อย

สำหรับสรรพคุณของ สาหร่ายขนนก มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามิน ไอโอดีน และกรดอะมิโนหลายชนิดที่พืชบกไม่มี – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุทยานฯสั่งปิดโพรง’ต้นช้างม่วง’ หลังนทท.สูดมูลค้างคาว ติดเชื้อราในปอดนับ10ราย

Posted on October 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/684586

อุทยานฯสั่งปิดโพรง'ต้นช้างม่วง' หลังนทท.สูดมูลค้างคาว ติดเชื้อราในปอดนับ10ราย

อุทยานฯสั่งปิดโพรง’ต้นช้างม่วง’ หลังนทท.สูดมูลค้างคาว ติดเชื้อราในปอดนับ10ราย

วันพุธ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 15.39 น.

ห้ามเข้าเด็ดขาด โพรง’ต้นช้างม่วง’อุทยานฯน้ำตกโยง หลังนักเดินป่าเข้าไปในโพรงสูดมูลค้างคาว ติดเชื้อราในปอดนับ10ราย

5 ตุลาคม 2565 กรณีมีนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ รวมทั้งนักเดินป่าเดินทางมาท่องเที่ยวธรรมชาติ บริเวณป่าลึก เขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง พื้นที่หมู่ 5 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ทำให้นักท่องเที่ยว เกิดอาการล้มป่วยโรคทางเดินหายใจแล้วหลายราย

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ต.ค.65 นายถิรนาท เอสะนาชาตัง นายอำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยฝ่ายปกครอง ปลัดอำเภอร่วมกับนายสัตวแพทย์ ภัทรพล มณีอ่อน พร้อมเจ้าหน้าที่กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ,คณะสัตวแพทย์ มทร.ศรีวิชัย, เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทุ่งสง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโพรงไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง พื้นที่หมู่ 5 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง 

หลังมีคณะนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เดินทางศึกษาธรรมชาติแล้วเข้าไปในโพรงต้นไม้ดังกล่าวแล้วล้มเกิดอาการป่วยโรคระบบทางเดินทางหายเกือบ 10 ราย ในจำนวนนี้แพทย์ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจวิเคราะห์ห้องแล็ป พบว่ามีเชื้อราเจริญเจริญเติบโตในปอด แพทย์จึงต้องทำการรักษาอย่างเร่งด่วนตามอาการ  

โดยจากการตรวจสอบโพรงต้นไม้ดังกล่าว เบื้องต้นพบว่า เป็นต้นช้าม่วง อายุกว่า 100 ปี มีความสูงกว่า 40 เมตร ขนาดโพรงสูงประมาณ 3 เมตร ส่วนในโพรงมีมูลค้าคาวจำนวนมาก จึงเก็บตัวอย่างดินและมูลค้างคาวในโพรงต้นไม้เพื่อตรวจสอบหาเชื้อโรค พร้อมกับนำป้ายปิดห้ามเข้าโพรงต้นไม้เด็ดขาด 

เบื้องต้นคาดว่านักท่องเที่ยวเข้าไปในโพรง โดยไม่มีการสวมชุด สวมแมสป้องกัน ระหว่างอยู่ในโพรงต้นไม้มีการสูดดมมูลค้างคาว และมูลสัตว์ที่อยู่ในโพรงเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจและล้มป่วย

นายถิรนาท เอสะนาชาตัง นายอำเภอทุ่งสง เผยว่า หลังได้รับแจ้งว่ามีนักท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เดินป่ามาท่องเที่ยวเส้นทางธรรมชาติที่เขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง แล้วเข้าไปในโพรงต้นช้างม่วง หลังจากนั้น 1 – 2 สัปดาห์ เกิดอาการล้มป่วย อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย แพทย์จึงเก็บชิ้นเนื้อตรวจแล็ป และพบว่าในปอดมีเชื้อราเจริญเติบโต จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเก็บตัวอย่างดินและมูลสัตว์ในโพรง พร้อมปิดป้ายห้ามเข้าในโพรงเด็ดขาด.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,935,475 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
พรรคประชาชน เปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนกรุงตั้งคำถาม กรุงเทพฯ ยากไปไหม
นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า ไทยช่วยไทย ช็อปกระจาย สส.พรรคส้ม เข็นรถบริการ อนุทิน  
อดีตรองอธิการฯมธ. ตั้งคำถามเจ็บ ปมชุดเดรสแขนกุดเข้าสภา ย้ำเกียรติสถานที่ต้องมาก่อน
คนใกล้ชิดไล่ไทม์ไลน์โต้ ยันหลานสุริยะไม่เคยพบราเชน
คุณแหน : 2 พฤษภาคม 2568
มติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด สุภา ปิยะจิตติ ปมไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7หมื่นล้าน

Recent Posts

  • สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน
  • ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่
  • สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน
  • อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d