Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : หวังพึ่ง‘สื่อเชื่อถือได้’ไม่พอ สู้ภัย‘ข่าวลวง’เรื่องของทุกคน

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683606

สกู๊ปแนวหน้า : หวังพึ่ง‘สื่อเชื่อถือได้’ไม่พอ  สู้ภัย‘ข่าวลวง’เรื่องของทุกคน

สกู๊ปแนวหน้า : หวังพึ่ง‘สื่อเชื่อถือได้’ไม่พอ สู้ภัย‘ข่าวลวง’เรื่องของทุกคน

วันเสาร์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ โคแฟค (ประเทศไทย) และ Google News Initiative (GNI) จัดเวทีประชุมสุดยอด APAC Trusted Media Summit ประจำปีครั้งที่ 5 ซึ่งเป็นงานรวมตัวกันของทุกภาคส่วนที่สนใจประเด็นการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนเผยแพร่ ตลอดจนการรับมือและจัดการกับข่าวลวง-ข้อมูลเท็จ โดยในช่วงท้ายของงาน เป็นเวทีแสดงความคิดเห็น “Voice of the Voiceless เสียงสะท้อนจากภาคสังคมในการแสวงหาความจริงร่วม” ชวนภาคประชาสังคมมาร่วมให้มุมมองว่าด้วย “สื่อที่เชื่อถือได้ (Trusted Media)”และความสำคัญของข้อมูลที่เป็นจริง

กมล หอมกลิ่น เครือข่ายอีสานโคแฟค กล่าวว่า ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารท่วมท้นจนไม่รู้ว่าอะไรเชื่อได้-ไม่ได้ สิ่งที่เครือข่ายทำคือการสร้างคนให้รู้เท่าทันสื่อ และสร้างทุกคนให้เป็นนักสื่อสารที่มีจรรยาบรรณสื่อ “ตรวจสอบข่าวลวง-ทวงความจริง” ทั้งนี้ จุดที่เจ็บปวดคือ “เมื่อทำงานในพื้นที่แล้วรู้สึกสงสารผู้สูงอายุ” เนื่องจากผู้สูงอายุซึ่งใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ (เช่น Line, Facebook) ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน อันเป็นเครื่องมือใหม่ที่เข้ามาในชีวิต

“เขารู้สึกว่าเมื่อก่อนเขาเคยเชื่อรัฐบาล ณ ปัจจุบันเขามาเชื่อโทรศัพท์มือถือ แต่ปรากฏว่าโทรศัพท์มือถือทำให้เขาโดนหลอก สิ่งเหล่านี้มันเป็นจุดเจ็บปวดที่เราต้องทำงาน ผมคิดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องลุกขึ้นมาร่วมกันทำงาน ทุกคนต้องร่วมมือกัน มันเป็นสิ่งจำเป็นไม่น้อยไปกว่าเรื่องของการเมือง เรื่องของทรัพยากร เรื่องของสื่อที่มันปนไปด้วยเรื่องความลวงความมายา Disinformation (ข้อมูลบิดเบือน) Misinformation (ข้อมูลคลาดเคลื่อน) เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างมาก” กมล กล่าว

เชลศ ธำรงฐิติกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 ต.หนองหญ้าไซ อ.หนองหญ้าไซ จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า นอกจากจะเป็นผู้ใหญ่บ้านแล้วยังทำงานวิทยุชุมชนด้วย ซึ่งวิทยุชุมชนที่ทำอยู่มุ่งให้ข้อมูลข่าวสารกับชาวบ้านอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งต้องอาศัยเวลาทำงานกันนานถึง 19 ปี กว่าที่วิทยุชุมชนจะได้รับความเชื่อมั่น เป็นที่พึ่งและสร้างการมีส่วนร่วมของชาวบ้านเพื่อให้เกิดความรู้เท่าทัน ให้ชาวบ้านออกมาช่วยกันตรวจสอบข่าวเพื่อที่จะปกป้องตนเองและครอบครัว

“อีกเครื่องมือหนึ่งของเรา เราใช้จารีตประเพณี เพราะกลุ่มของเราเป็นวิทยุที่ยังทำงานให้กับกลุ่มคนที่ยังไม่ไปถึงสื่อใหม่ เรายังมีคนกลุ่มนี้อยู่กับเราเยอะเลย พ่อแม่ของเรา กลุ่มพ่อเฒ่า-แม่เฒ่า กลุ่มนี้ถือว่าใช้จารีตประเพณีในการสร้างความเชื่อมั่น ยิ่งพวกเราทำงานสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชน ทำหน้าที่ของสื่อชุมชน เรายิ่งได้รับความร่วมมือ” ผู้ใหญ่เชลศ กล่าว

มะรูฟ เจะบือราเฮง Digital4Peace และเครือข่าย Deep South Cofact ยกตัวอย่างนก 3 ตัว ตัวแรกถูกขังอยู่ในกรง ทำให้ไม่สามารถบินไปหาอาหารหรือใช้ชีวิตตามปกติได้ ตัวที่ 2 ไม่ได้อยู่ในกรง แต่ป่าไม้หรือสภาพแวดล้อมในพื้นที่ที่นกอยู่อาศัยถูกทำลาย ทำให้แม้ไม่ได้ถูกขังไว้แต่ก็ไม่สามารถหาอาหารได้ และตัวที่ 3 ไม่ได้อยู่ในกรง และมีปีกเหมือนนกตัวอื่นๆ แต่ถูกทำให้เชื่อว่าไม่สามารถบินได้ โดยบทสรุปคือนกทั้ง 3 ตัวล้วนตายเหมือนกัน

ซึ่งเรื่องราวชะตากรรมของนกทั้ง 3 ตัว เป็นการเปรียบเปรยกับประเด็น “ความรุนแรง” ที่มีหลากหลายรูปแบบตั้งแต่ 1.ความรุนแรงทางกายภาพ หมายถึงนกตัวแรกที่ถูกนำไปขังไว้ 2.ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง หมายถึงนกตัวที่ 2 ที่แม้จะไม่ได้ถูกกักขัง แต่ก็ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัวไม่เอื้อ และ 3.ความรุนแรงเชิงความเชื่อ หมายถึงนกตัวที่ 3 ที่แม้จะมีปีกแต่ถูกทำให้เชื่อว่าไม่สามารถบินได้

“ดังนั้นเราในฐานะคนทำสื่อ ทำอย่างไรให้เราต้อง Empower (เสริมแรง) คนหลายๆ คน ให้เขาเชื่อว่าเขาเป็นนกที่สามารถบินได้ เขาเป็นนกที่สามารถออกไปหาอาหารได้ทุกคนมีมือถือ ทุกคนมีสื่ออยู่ในมือ สามารถที่จะทำสื่อได้ ผมเคยเห็นชาวบ้านคนหนึ่ง คนธรรมดา เขาสามารถที่จะเอามือถือถ่าย TikTok ของตัวเองแล้วก็อธิบายกฎหมาย PDPA (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562) ด้วยภาษามลายูอย่างเข้าใจง่าย

อันนี้เป็น Empowerment (การเสริมแรง) ที่เขารู้ว่าเขามีปีก เขาสามารถที่จะทำสื่อ เขาสามารถที่จะสร้างหรือแบ่งปันข้อเท็จจริงได้ ดังนั้น หน้าที่ของเราในฐานะคนทำสื่อนั้น นอกจากจะเป็นคนที่ฉายแสง หรือว่าให้ไมค์ทำให้เสียงของเขาดังขึ้นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องทำก็คือเราต้อง Empower ทำให้เขาคิดว่าเขาสามารถบินได้ เขาสามารถที่จะไปไหนมาไหนได้อยู่รอด แล้วก็สร้างสังคมให้ดีขึ้นได้ด้วยมือของเขาเอง” มะรูฟกล่าว

กฤษณะเดช โสสุทธิ สมาคมผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย(จังหวัดเลย) และตัวแทนเครือข่ายสูงวัยรู้ทันสื่อ 20 จังหวัด กล่าวว่า คณะทำงานได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในการจัดทำหลักสูตรสูงวัยรู้ทันสื่อ ซึ่งหัวใจสำคัญคือการทำให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้และวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารเป็น โดยสรุปเป็นคาถา 3 ข้อ “จำเป็นไหม-หาข้อมูล-เดือดร้อนใคร” หมายถึงเมื่อพบข้อมูลข่าวสาร ให้ถามตนเองก่อนว่าจำเป็นกับตนเองหรือไม่ หาข้อเท็จจริงของข้อมูลนั้น และข้อมูลนั้นเดือดร้อนตนเองหรือคนในครอบครัวหรือไม่

“ตอนนี้เราขยายผลไป 20 จังหวัดแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสุด เราทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับกรมกิจการผู้สูงอายุ กับ สสส. กับสาขาของสมาคมผู้สูงอายุ กับเครือข่าย 20 จังหวัด เราพบว่าหลักสูตรของเราน่าจะไปใช้ได้กับโรงเรียนผู้สูงอายุที่มีอยู่ทั่วประเทศประมาณ 2,000 แห่ง ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะเกิดอาสาสมัครเฝ้าระวังสื่ออย่างน้อย 20 จังหวัด ก็ประมาณจังหวัดละ 20 คน” กฤษณะเดช ระบุ

อิงฟ้า ชัยยุทธศุภกุล ตัวแทนทีมชนะเลิศ กิจกรรม Girls in Tech Detecthron กล่าวว่า ปัจจุบันสื่อและการค้นหาข้อมูลสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าสมัยก่อน แต่ในความง่าย
ก็ต้องระมัดระวังเพราะยุคนี้คนทั่วไปก็สามารถสร้างสื่อได้ เช่น ผู้ที่สนใจเรื่องใดก็อาจจะสร้างบล็อก (blog) ขึ้นมาเพื่อนำเสนอสิ่งที่สนใจได้ ซึ่งเมื่อค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เนตก็จะพบแหล่งข้อมูลทั้งที่เป็นสำนักข่าวอย่างเป็นทางการและบล็อกดังกล่าว ดังนั้นสุดท้ายตัวเราเองที่เป็นผู้เสพสื่อก็ต้องเป็นผู้ไตร่ตรอง แต่อีกด้านหนึ่ง การทำงานของสื่อก็มีคำถามเช่นกัน

“มีตัวอย่างข่าวที่เห็นได้ชัดว่าเป็นข่าวที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานของสื่อ นั่นคือข่าวของลุงพล ซึ่งตอนแรกคดีของน้องชมพู่ ลุงพลจะถูกพูดว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีน้องชมพู่ แต่สักพักหนึ่งก็จะมีข่าวการแชร์ภาพลุงพลที่มีหน้าตาดีคนก็เลยแชร์เยอะแล้วก็มีความสนใจในด้านนี้เยอะ หลังจากนั้นพอลุงพลเริ่มติดลม เริ่มติดกระแส ก็เริ่มมีข่าวมาเรื่อยๆ ว่าลุงพลสามารถร้องเพลงได้ หรือนำเสนอด้านดีๆ ของลุงพลออกมาเช่นกัน ซึ่งทำให้คนหลุดโฟกัสกับสิ่งแรก ก็คือลุงพลอยู่ในผู้ต้องหาของคดีน้องชมพู่

ทุกคนก็หลุดกันหมดเลย กลายเป็นไปโฟกัสตรงนี้แทนทำให้ได้เห็นว่าจริงๆ แล้วสื่อก็ไม่ได้มีความซื่อตรงอะไรขนาดนั้นพอเขารู้ว่าเขานี้สามารถพอที่จะเล่นได้ เขาก็เล่นต่อไปเพื่อเลี้ยงกระแส ซึ่งคิดว่าการทำสื่อแบบนี้ทำให้เรียกยอดผู้เข้าชมได้อย่างต่อเนื่อง จนตั้งคำถามว่าจริงๆ แล้วจริยธรรมของสื่อมันสำคัญมากแค่ไหน ในวันที่เรตติ้งมีความสำคัญ” อิงฟ้ากล่าว

ปิดท้ายโดย พระมหานภันต์ สนติภทโท มูลนิธิสถาบันการจัดการวิถีพุทธเพื่อสุขและสันติ (สกพ.) กล่าวว่าในวันสันติภาพโลก (International Peace Day) ประจำปี 2565 นี้ องค์การสหประชาชาติ (UN) ให้คำขวัญว่า “ยุติการเหยียดเชื้อชาติแล้วสร้างสันติสุข (End Racism Build Peace)” แต่การจะทำแบบนี้ได้ต้องหาเครื่องขยายเสียง(Amplifier) ให้การส่งเสียงเพื่อสันติภาพ (Voice for Peace) ทั้งนี้ ต้องบอกว่า “สื่อที่เชื่อถือได้ (Trusted Media) ไม่มีอยู่จริง” และการคิดว่าสื่อน่าเชื่อถือก็สร้างปัญหาด้วย

“ที่จะมีคือ Trusted Mindset (วิธีคิดที่เชื่อถือได้) กระบวนทัศน์ที่ไว้ใจได้คือ Never Trust (ไม่เชื่อไว้ก่อน)กาลามสูตร พระพุทธเจ้าบอกว่า 1.ฟังกันมาอย่าเพิ่งเชื่อ 2.ทำกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อไม่ได้ 3.ตื่นเขาเล่ามาอย่าเชื่อไป 4.อย่าไว้ใจแม้แต่ตำรา 5.อย่าเชื่อเพราะเดาเอาเองเล่น 6.เพราะกะเกณฑ์คาดคะเนไว้ล่วงหน้า 7.เพราะนึกตรึกตรองและตรวจตรา 8.เพราะว่าต้องตามธรรมเนียมตน 9.อย่าเชื่อเพราะว่าเพียงคนเชื่อเขา 10.ครูเราแท้ๆ มาแต่ต้น ก็ใช่จักเชื่อได้น้ำใจคน จงเชื่อผล เชื่อเหตุ สังเกตเทอญ พระพุทธเจ้าสอน อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประพันธ์” พระมหานภันต์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มวัย17เปิดใจ เอาชีวิตรอดหลงป่า 9 คืน 10 วัน บนดอยสูง‘พะเยา-ลำปาง’

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683673

หนุ่มวัย17เปิดใจ เอาชีวิตรอดหลงป่า 9 คืน 10 วัน บนดอยสูง‘พะเยา-ลำปาง’

หนุ่มวัย17เปิดใจ เอาชีวิตรอดหลงป่า 9 คืน 10 วัน บนดอยสูง‘พะเยา-ลำปาง’

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.06 น.

หนุ่มวัย17เปิดใจ เอาชีวิตรอดหลงป่า 9 คืน 10 วัน บนดอยสูง‘พะเยา-ลำปาง’

30 กันยายน 2565 ร.ต.อ.สันติ กาบแก้ว รอง สว. (สอบสวน) สภ.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา รับแจ้งว่า นายนิทิตย์ อายุ 17 ปี อยู่หมู่ 18 ต.แม่กา อ.เมือง พะเยา ได้ไปหาของป่าและหายเข้าไปในป่าในพื้นที่บ้านแม่ต๋ำน้อย หมู่ 18 ต.แม่กา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา

หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่อาสาของมูลนิธิลือชาพะเยา , มูลนิธิสยามรวมใจ และเจ้าหน้าที่ ทหารค่ายขุนเจืองธรรมิกราช ระดมกำลังกว่า 50 นายออกค้นหา มาหลายวันหลายคืนช่วงระหว่างวันที่ 21-30 กันยายน 2565 รวม 9 คืน 10 วัน

จนกระทั่งชุดค้นหาพบตัวนายนิทิตย์ บนดอยเทือกเขาสูงบ้านท่าเจริญ ต.บ้านร้อง อ.งาว จ.ลำปาง ในสภาพร่างกายอิดโรย และกระหายน้ำ เพราะไม่ได้ทานข้าวดื่มน้ำมาหลายวันหลายคืน และพบตามร่างกายมีบาดแผลที่เท้า จึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งโรงพยาบาลพะเยาอย่างเร่งด่วน  

นายนิทิตย์ กล่าวว่า ตนได้ออกไปหาของป่ากับเพื่อน และเกิดพลัดหลงหาทางกลับไม่ได้ จึงวนเวียนอยู่ในป่าและหากินของป่า เช่น กล้วย เมล็ดกระถิน ประทังชีวิต จนมีเจ้าหน้าที่มาพบ ดีใจที่เห็นคนมาช่วยในวันนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การให้ทานในเขตและนอกเขตพระพุทธศาสนา โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683651

การให้ทานในเขตและนอกเขตพระพุทธศาสนา โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

การให้ทานในเขตและนอกเขตพระพุทธศาสนา โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.34 น.

สมัยเมื่อองค์สมเด็จพระพิชิตมารเสด็จไปบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก (เพื่อโปรดพระพุทธมารดา) องค์สมเด็จพระชินสีห์ประทับที่บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ เวลานั้นมีเทวดา 2 ท่าน มาเฝ้าองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถก่อนคนอื่นทั้งหมด เว้นไว้แต่พระอินทร์ พระอินทร์ท่านเป็นเจ้าภาพ ท่านรับอยู่ก่อน มีเทวดาองค์หนึ่งมา คือ ท่านอินทกเทพบุตร มานั่งอยู่ข้างๆ ขาเบื้องขวา ท่านอังกรุเทพบุตร มานั่งข้างขาเบื้องซ้าย เทวดามากันมากมายหมดดาวดึงส์ ท่านอินทกเทพบุตรนั่งตรงที่เดิม แต่ท่านอังกรุเทพบุตรต้องถอยไปอยู่ท้ายบริษัทอยู่ริมนอก เพราะเป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุดในดาวดึงส์

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงถามท่านอังกุรเทพบุตร (ท่านบันดาลให้เสียงท่านและเสียงเทวดาที่พูดกันได้ยินถึงคนที่คอยท่าน อยู่ที่เมืองพาราณสี ที่เมืองมนุษย์ คนทุกคนฟังชัด) องค์สมเด็จพระทรงสวัสดิ์ ถามว่า “อังกุระ เมื่อสมัยเมื่อตถาคตขึ้นมาใหม่ๆ มาถึงใหม่ เธอนั่งใกล้ข้างขาข้างซ้าย เวลานี้เทวดาทั้งหลายมากันครบถ้วน แต่ว่าเธอกลับมานั่งท้ายบริษัท ตถาคตอยากจะทราบว่า ในสมัยที่เธอเป็นมนุษย์ เธอทำบุญอะไรไว้ จึงเป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เทวโลก”

ท่านอังกุระ จึงได้กราบทูลสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ภันเตภควา ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เจริญพระพุทธเจ้าข้า ในสมัยที่ข้าพระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์ เป็นมหาเศรษฐีมีทรัพย์มากแล้วในสมัยนั้น เป็นต้นกัปป์คนมีอายุยืนมากอายุถึง 80,000 ปีจึงตาย ต่อมาสมัยที่ข้าพระพุทธเจ้าเป็นคนแก่เหลืออีก 20,000 ปี จะสิ้นอายุ จึงได้ให้ตั้งโรงทาน 80 แห่ง คือ 1 โยชน์ 1 แห่ง โรงทานนี้ให้แก่คนกำพร้าคนเดินทาง ทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งอาหารการบริโภค ผ้าผ่อนท่อนสไบ ของใช้ตามสมควร แต่ว่าเวลานั้นว่างจากพระพุทธศาสนา คนไม่มีศีลไม่มีธรรมคนไร้ศีลไร้ธรรม ไม่มีพระพุทธเจ้าทรงสอน บุญญาธิการที่ได้ จึงน้อยเกินไป (ลงทุนมาก 20,000 ปี ตั้งโรงทาน 80 แห่ง เลี้ยงไม่จำกัด ขอบรรดาท่านพุทธบริษัท คิดเอาว่าเขาต้องใช้เงินวันละเท่าไร แต่ว่าอาศัยว่า คนผู้รับเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ ท่านผู้ให้ก็ไม่ค่อยจะบริสุทธิ์นักเวลานั้น ศีลธรรมน้อยเกินไป เป็นของธรรมดาของชาวโลก วัตถุทานที่ได้มาก็เข้าใจว่าไม่ค่อยจะบริสุทธิ์ ฉะนั้นเวลาตายจาก ความเป็นมนุษย์ จึงมาเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเทวดาที่มีบุญน้อยที่สุด) เมื่อข้าพระพุทธเจ้ามาถึงใหม่ๆ นั่งใกล้พระ องค์แต่ในที่สุด ก็ต้องมานั่งท้าย เพราะบุญญาธิการ ไม่เท่าเทวดาทั้งหลาย”

หลังจากนั้นองค์สมเด็จพระจอมไตร จึงถาม ท่านอินทกเทพบุตร ว่า ” อินทกะ เมื่อตถาคต มาถึงใหม่ๆ เธอมาถึงแล้ว ก็นั่งตรงนี้เวลานี้ เทวดามาหมดสวรรค์ ชั้นดาวดึงสเทวโลก เธอก็นั่งตรงนี้ ตถาคตอยากจะทราบว่า ในสมัยที่เป็นมนุษย์ เธอสร้างความดี คือ บุญกุศลอะไรไว้ เธอจึงเป็นเทวดาที่มีศักดาใหญ่นอกจากพระอินทร์”

ท่านอินทกเทพบุตรจึงกราบทูลสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า

“ภันเตภควา ข้าแต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ พระพุทธเจ้าข้า การที่ข้าพระพุทธเจ้าสมัยเป็นมนุษย์นั้นเป็นคนที่จนที่สุด หมายความว่าเป็นคนจนอยู่ในป่า ต่อมาท่านพ่อตายเหลือแต่ท่านแม่ ก็มีความกตัญญูรู้คุณพ่อแม่ เลี้ยงแม่ด้วยการตัดฟืน เหนื่อยยากลำบากขนาดไหนก็ไม่สนใจ สนใจอย่างเดียวว่าทำอย่างไรแม่จึงจะมีความสุขตามกำลังที่จะให้ท่านได้”

ฟังตอนนี้ ก็คิดด้วยนะ บรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายว่า คนที่มีความรู้คุณ ยอมรับนับถือความดี ของบุคคลผู้มีคุณแล้วสนองคุณท่านนี่ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญว่า เป็นคนดี ตามพระบาลีท่านว่า

“นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา” ซึ่งแปลว่า “บุคคลใดรู้อุปการคุณ ที่ท่านทำแล้ว แล้วก็ทำดี สนองตอบแทนคุณท่าน เราขอสรรเสริญบุคคลนั้น ว่าเป็นคนดี”

เป็นอันว่า เมื่อองค์สมเด็จพระชินสีห์สดับแล้ว ท่านก็เล่าต่อไป ท่านอินทกะถวายคำตอบต่อไปว่า “มาวันหนึ่งมีพระสงฆ์ใน พระพุทธศาสนาเดินทางมา ก็เป็นเวลาที่พอดีมีอาหารอยู่บ้าง ตามฐานะของคนจนคนป่า ยามปกติไม่มีของ สำหรับทำบุญคนจนนี่ก็ไม่มีพระ บางครั้งพระมาก็ไม่มีของถวาย ก็เลยจำใจนิ่ง เพราะอยากจะถวาย วันนั้นพอดีของในครัว พอมีอยู่บ้าง พระก็มาพอดี มีโอกาส ได้อาราธนาพระ ถวายเป็นสังฆทาน ครั้งเดียวในชีวิต ในชีวิต ของข้าพระพุทธเจ้า เป็นคนจน ถวายสังฆทานครั้งเดียว แต่ก็มีความกตัญญูรู้คุณกับแม่ด้วย ตายจากความเป็นคน จึงมาเกิดเป็นเทวดาบน สวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก เป็นเทวดาที่มีอานุภาพมากกว่าเทวดา อื่นนอกจากพระอินทร์

นี่บรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย ฟังแล้วต้องคิดว่า ท่านอังกรุเทพบุตร ทำบุญมากแต่ว่ามีอานิสงส์น้อย ท่านอินทกเทพบุตร ทำบุญน้อยแต่มีอานิสงส์มาก เรื่องนี้มีมากในพระพุทธศาสนา

ฉะนั้นการบำเพ็ญกุศลนี่ บรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลายโดยถ้วนหน้าต้องเลือกเขต เลือกนา การหว่านพืชในที่ดอนเกินไป ไม่มีน้ำเลี้ยงพืช ก็แห้งตาย การหว่านพืช ในที่ลุ่มเกินไป น้ำท่วมพืชก็ตาย จะต้องดูถึงพื้นนาที่ดีๆ ข้าวหรือพืชจึงจะงาม ผลจึงจะดกมีผลคุ้มค่าและเกินค่าที่เราทำ อย่างท่านอินทกเทพบุตร ท่านเป็นคนจนแสนจน แต่ว่าท่านถวายสังฆทานตาม เขตในพระพุทธศาสนา แล้วก็มีความกตัญญูรู้คุณต่อบิดามารดาอันนี้เป็นปัจจัยสูงสุด

แต่ก็เป็นที่น่าปลื้มใจ ที่คณะบรรดาญาติโยมพุทธบริษัทและภิกษุสามเณร ทั้งในวัดก็ดี นอกวัดก็ดี นิยมการบำเพ็ญทานอันดับสูงนั่นคือ

1. พอใจในการถวายสังฆทาน ถวายสังฆทาน มีของมาถวายจัดเป็นชุด โดยเฉพาะก็มี ของน้อยก็มี ของมากก็มี นี่เป็นสังฆทานและ

2. ก็มีมากท่านนิยมมาเลี้ยงพระ การเลี้ยงพระสงฆ์ตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไปไม่ต้องบอก ก็เป็นสังฆทาน 100 เปอร์เซ็นต์ ทีนี้การใส่บาตรหน้าบ้าน โดยไม่จำกัดพระ อันนี้ก็เป็นสังฆทาน อานิสงส์ใหญ่มาก ที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้ายกย่องว่า การบำเพ็ญทาน ถวายแด่พระองค์เอง 100 ครั้ง มีผลไม่เท่าถวายสังฆทานครั้งเดียว และ

3. บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท พระก็ดี เณรก็ดีที่นิยมการช่วยส่งเสริมในการสร้างวิหารทาน ถึงกับมาสร้างห้องเป็นห้องๆ เป็นชื่อของตัวเอง เป็นชื่อน่ะไม่ใช่โชว์ ที่เขาติดชื่อน่ะ จะได้ทราบว่า ใครทำไว้ ลูกหลาน จะได้โมทนา ได้เป็นส่วนบุญด้วย สร้างพระพุทธรูปสวยสดงดงาม

รวมความว่า การบริจาคทานของบรรดาท่านพุทธบริษัททำถูกต้องอย่างนี้มีอานิสงส์มาก

คัดมาจาก หนังสือบารมี 10 โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี ขอบคุณลานธรรมจัก http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=21961 – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สีสันใหม่‘อ่างท่าดินแดง’ ปูเสื่อชมอาทิตย์ตก‘เขาหลวง’ ขับเจ็ทสกีเล่นแพเปียก

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683649

สีสันใหม่‘อ่างท่าดินแดง’ ปูเสื่อชมอาทิตย์ตก‘เขาหลวง’ ขับเจ็ทสกีเล่นแพเปียก

สีสันใหม่‘อ่างท่าดินแดง’ ปูเสื่อชมอาทิตย์ตก‘เขาหลวง’ ขับเจ็ทสกีเล่นแพเปียก

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.26 น.

สีสันใหม่‘อ่างท่าดินแดง’ ปูเสื่อชมอาทิตย์ตก‘เขาหลวง’ ขับเจ็ทสกีเล่นแพเปียก

30 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุโขทัย ว่า ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำคลองข้างใน หรือ “อ่างท่าดินแดง” ต.ศรีคีรีมาศ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ปัจจุบันยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม มีประชาชนพาครอบครัวมาเที่ยวพักผ่อน นั่งแพ พายเรือ และกระโดดน้ำเล่นกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะมีกลุ่มวัยรุ่นและคนวัยทำงานแวะมาเที่ยวจำนวนมาก

ส่วนบนสันอ่างเก็บน้ำจะมีรถยนต์จอดกันเป็นแถวยาว บ้างเปิดท้ายกระบะ บ้างนำเสื่อมาปูพื้นนั่งรับประทานอาหารกับครอบครัว พร้อมดื่มด่ำกับวิวธรรมชาติ “เขาหลวง” ที่สวยงาม แล้วรอชมพระอาทิตย์ตกดินไปด้วย

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งสีสันที่สร้างความสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมาก คือ การเล่นแพเปียกโดยใช้เจ็ทสกีลากจูงด้วยความเร็ว แล้วขับวนไปรอบบริเวณอ่าง ถือเป็นสีสันใหม่ที่ทำให้หลายคนอยากมาเที่ยวเล่นน้ำที่นี่กันมากขึ้นด้วย ซึ่งจะมีให้บริการเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น. คิดค่าเล่นคนละ 50 บาทเท่านั้น

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมบทบาท! เจ้าตูบร่วมมือกับนักดับเพลิง สาธิตการทำ CPR

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683643

สมบทบาท! เจ้าตูบร่วมมือกับนักดับเพลิง สาธิตการทำ CPR

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.12 น.

30 ก.ย.65 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ลุงแหว๋ง ปลาหมึกปิ้ง ได้เผยแพร่คลิปที่เจ้าตัวสาธิต การทำ cpr+AED โดยใช้หลัก 6ป. 1.ประเมิน 2.ปลุก 3.ประกาศ 4.ปั๊ม 5.เป่า 6.แปะ แต่ที่น่าเอ็นดูคือนักแสดงที่นอนให้เขาทำการสาธิต คือเจ้าตูบที่ชื่อ เจ้ายักษ์ โดยมันนอนนิ่งให้ผู้โพสต์ทำการสาธิต ทำเอาชาวเน็ตที่เห็นคลิปนี้ต่างชอบใจในความแสนรู้จริงๆ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา!’ปลาบู่ทอง’มีจริง เชื่อมาให้โชคนักสะสมปลาเสนอราคา 7 หลักยังไม่ขาย

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683627

ฮือฮา!'ปลาบู่ทอง'มีจริง เชื่อมาให้โชคนักสะสมปลาเสนอราคา 7 หลักยังไม่ขาย

ฮือฮา!’ปลาบู่ทอง’มีจริง เชื่อมาให้โชคนักสะสมปลาเสนอราคา 7 หลักยังไม่ขาย

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.30 น.

ชาวบ้านนำลอบไปดักปลา พบปลาบู่ตัวสีทองโผล่ในสระน้ำหนักเกือบครึ่งกิโล ยาวประมาณ 1 ฟุตเชื่อมาให้โชคลาภ ทำพิธีเชิญเข้าบ้านพร้อมจุดธูปลุ้นขอเลขเด็ด คอหวยทราบข่าวแห่มาขอโชค เจ้าของเผยไม่เคยพบเห็นปลาบู่ทองตัวเป็นๆ มาก่อน คิดว่ามีแต่ในละคร ขณะที่นักสะสมปลาสวยงามทราบข่าวเสนอราคาให้ตัวเลข 7 หลัก แต่ยังไม่ตัดสินใจขาย

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 30 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 91 ม.25 ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นบ้านของนางอุบล บุญทศ อายุ 49 ปี หลังมีข่าวลือทั่วอำเภอวังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ว่าบ้านหลังดังกล่าวจับปลาบู่ทองตัวเป็นๆได้ ซึ่งเมื่อเดินทางไปถึงบ้านดังกล่าวพบนางอุบลฯฯและญาติๆพร้อมเพื่อนบ้านรวมกว่า 10 คน กำลังจุดธูปขอโชคลาภอยู่ที่หน้าตู้ปลาที่มีปลาบู่ตัวสีทองเหลืองอร่ามสวยงามแหวกว่ายอยู่ในตู้ปลา

จากนั้นนางอุบล ได้จับปลาบู่ทองในตู้ปลาฯ ออกมาใส่กาละมังเพื่อให้ชาวบ้านและญาติได้ดูอย่างใกล้ชิด โดยนางอุบลฯได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ย.65 ได้นำลอบไปดักปลาที่สระน้ำ ของคุณตาทองดี และยายวันดี บุญชัย ที่ขุดสระเลี้ยงปลาแบบธรรมชาติ ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดพายุฝนตกหนักมีน้ำไหลเข้าสระตลอดเวลา แต่ปรากฏว่ามีปลาบู่ตัวสีทองมาติดลอบของตน ซึ่งตนรู้สึกดีใจมากคาดว่าเป็นโชคดีของตนจึงนำกลับมาใส่ตู้ปลาไว้ที่บ้านฯ 

โดยมีชาวบ้านที่รู้ข่าวแห่มาขอดูกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นปลาบู่ทองที่นำโชคนำลาภมาให้ตนแน่นนอน และยอมรับว่าเกิดมาไม่เคยเห็นปลาบู่ทองคิดว่ามีแต่ในเฉพาะละครและนิยายเท่านั้น เมื่อมาเห็นตัวจริงเป็นๆ ทำให้ดีใจมาก และจากการตรวจสอบพบว่าปลาบู่ทองตัวดังกล่าวมีน้ำหนักประมาณ 450กรัมหรือเกือบครึ่งกิโลกรัม ความยาวประมาณ 28 ซม.หรือเกือบ 1 ฟุต และยอมรับอีกว่าได้มีนักนิยมสะสมปลาสวยงามได้ติดต่อมาขอซื้อปลาบู่ทองตัวดังกล่าวในราคา 7 หลัก แต่ตนยังไม่ตัดสินใจใดๆ และเชื่อว่าเป็นโชคของตนที่ได้เจอปลาบู่ทองตัวนี้ 

ต่อมาญาติๆ ของนางอุบลฯได้จุดธูป เทียน ทำพิธี บอกกล่าวอัญเชิญสิ่งศักดิ์ เพื่อขอโชคขอลาภ นำโชคนำชัย หลังได้ปลาบู่ทองมาเป็นสิริมงคล เป็นการเชิญแม่ปลาบู่ทองเข้ามาอยู่ที่บ้าน จะได้มีโชคมีชัย ถ้ามีโชคมีลาภแล้ว ขอให้ลูกหลานชาวบ้านที่ได้มาร่วมกัน มีโชคลาภร่วมกันด้วยโดยมีการนำธุปเลขมาจุดเพื่อขอโชคลาภ โดยธูปได้ขึ้นตัวเลข 943 ทำให้ชาวบ้านต่างดีใจมากที่ได้เลขเด็ด เพื่อนำไปเสี่ยงดวงในวันพรุ่งนี้ที่ 1 ต.ค.65   

นางสาคร โสภา ประมงอำเภอวังน้ำเย็น เดินทางมาดูปลา เผยว่า ปลาที่ชาวบ้านพบเป็นปลาธรรมชาติ ซึ่งอาจมีความผิดปกติหรือผิดพลาดทางพันธุกรรมทำให้สีเปลี่ยนไปจากปกติสีเทาออกดำ มาเป็นสีทอง หากชาวบ้านมีไว้ครอบครองไม่ถือว่ามีความผิด แต่ถ้าหากเป็นปลาเรืองแสงและครอบครองไว้ถือว่าผิดกฎหมายจะต้องนำส่งคืนให้กับกรมประมงทันที เนื่องจากหากถูกปล่อยไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติจะมีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ปลาในธรรมชาติอย่างรุนแรง ซึ่งกรณีของปลาบู่สีทองที่ชาวบ้านพบครั้งนี้ สามารถเลี้ยงไว้ได้ ไม่มีผิดกฎหมาย เพราะไม่ใช่ปลาที่ควบคุมแต่อย่างใด – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แนวโน้ม ‘เกษตรคนเมือง’ ปี 2566 นวัตกรรมนำทาง ต่อยอดแปรรูปสินค้าเกษตร

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683593

แนวโน้ม 'เกษตรคนเมือง' ปี 2566 นวัตกรรมนำทาง ต่อยอดแปรรูปสินค้าเกษตร

แนวโน้ม ‘เกษตรคนเมือง’ ปี 2566 นวัตกรรมนำทาง ต่อยอดแปรรูปสินค้าเกษตร

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.22 น.

การทำเกษตรของคนเมืองจะเป็นอย่างไรในปี 2566 นั้น สามารถพยากรณ์หรือคาดการณ์ได้ โดยอาศัยการศึกษาและเรียนรู้ในรายละเอียดของผู้ที่มาร่วมงานในงานมหกรรม “Sustainability Expo 2022” (SX 2022) ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ทิ้งทวนไตรมาส 4 ของปี 2565 เพราะนับเป็นงานแสดงสินค้าที่มีพลังดึงภาคเอกชนและภาคราชการที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ มาร่วมงาน รวมถึงการดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรม ทั้งในมิติของเด็กเล็กอายุ 2-4 ขวบ, กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และ ประชาชนที่สนใจ

หนึ่งในกลุ่มนักเรียนที่มาร่วมงานนี้คือ นักเรียนในชมรมทำมาค้าขาย โรงเรียนบ้านหนองไหล (พุธเพิ่มวัฒนราษฎร์) อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งนำผลิตภัณฑ์ที่นักเรียนและอาจารย์ร่วมกันคิดค้นขึ้นมาเอง โดยใช้ชื่อว่า “ชาเยื่อฟักข้าว…อีหล่าน้อย” และ การร่วมงานมหกรรมครั้งนี้ เด็กๆมาด้วยกัน 8 คน พร้อมอาจารย์ผู้ดูแลและควบคุมการผลิตใบชาเยื่อฟักข้าว โดยมี บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  เป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งค่าเดินทาง ที่พัก และ ค่าอาหาร  

อาจารย์สมนึก มานะพิมพ์ ครูชำนาญการพิเศษ ด้านสังคม ศาสนา และ วัฒนธรรม รวมถึงเป็นอาจารย์ประจำวิชาภาคภาษาอังกฤษ โรงเรียนบ้านหนองไหลฯ (สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 1) และ เป็นผู้ดูแลควบคุมการผลิตใบชาเยื่อฟักข้าวเล่าให้ฟังว่า นักเรียนและอาจารย์ร่วมกันคิดค้นขึ้นมาโดยแนวคิดว่า ลูกฟักข้าวมีการใช้ประโยชน์หลากหลาย แต่ยังไม่มีใครนำส่วนของ “เยื่อฟักข้าว” มาใช้ประโยชน์ จึงเริ่มทดลองนำเฉพาะเยื่อมาตากแดด และ ทำใบชา ซึ่งก็ได้ผลิตภัณฑ์เป็นที่น่าพอใจ 

“เราเอาใบของใบฟักข้าวมาทำชา และ ทานน้ำฟักข้าว แต่เราก็มาคิดว่า ถ้าเยื่อของใบฟักข้าวมาทาน จะไม่อร่อย จะทำยังไงให้ทานเยื่อฟักข้าวได้ และ ดินที่เราปลูกฟักข้าวมาจากดินอินทรีย์ จึงพยายามคิดและนำเยื่อฟักข้าวมาทดลองตากแดด และ อบแห้ง เพื่อทำชา ก็ได้ผลดี” อาจารย์สมนึกเล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง 

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ชาเยื่อฟักข้าวของโรงเรียนบ้านหนองไหล มีทั้งหมด 3 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นใบฟักข้าว, กลิ่นขิง และ กลิ่นตะไคร้ โดยใช้ชื่อเพจเฟสบุ๊คว่า “เพจอิหล่า…มักฟักข้าว” ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี เข้าสนับสนุนการเพิ่มความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิต โดยมีอาจารย์กิตติพร สุพรรณผิว คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานีลงพื้นที่สอนเด็กๆให้เรียนรู้การใช้ตู้อบลมร้อน

เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าเทคโนโลยีการผลิตแปรรูปสินค้าเกษตรยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง และ เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า ปัจจุบันเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาขึ้นไป มีโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีการแปรรูปสินค้าเกษตร โดยนำผลิตผลทางการเกษตรในท้องถิ่นมาพัฒนา ผสมผสานกับงานด้านการวิจัย และ การตลาด ได้อย่างลงตัว 

นอกจากนี้ ภายในงานยังแสดงให้เห็นว่า “นวัตกรรม” ของเกษตรกรรมยังมีโอกาสโตได้อีกในไทย โดยเฉพาะเรื่องการนำแสงจากแอลอีดีมาใช้กับการทำเกษตรในเมือง หรือ ที่เรียกว่า การทำเกษตรระบบปิด 

นางสาวอรุณโรจน์ คนธรรพ์สกุล ผู้จัดการ ฝ่ายขาย บริษัทซีวิค อะโกรว์เทค (Civic Agrotech) โดยมีนวัตกรรมแสงแอลอีดี (นวัตกรรมปลูกพืชด้วยแสงประดิษฐ์) เพื่อใช้ในการเกษตรสำหรับคนเมืองมาแสดง ให้สัมภาษณ์กับ “แนวหน้า ออนไลน์” ว่า อนาคตการนำแสงแอลอีดีมาใช้กับการเกษตร ก็อาจเชื่อมโยงและต่อยอดด้วยการนำแสงโซล่าร์เซลล์มาใช้ ซึ่งปัจจุบันการทำเกษตรในไทยเริ่มตอบรับกับการนำเทคโนโลยีมาใช้กับการเกษตรมากขึ้น 

“การนำแสงแอลอีดีมาใช้กับการเกษตร ญี่ปุ่นทำรายแรกของโลก และ ในส่วนของบริษัทเราเชี่ยวชาญด้านแอลอีดี จึงเริ่มรุกตลาดแอลอีดีกับการเกษตรมาได้ 4 ปี แต่ช่วงแรกๆ คนยังไม่รู้ว่าทำอะไร ส่วนตอนนี้ก็ทำกันเยอะขึ้น โดยเรียกว่าการทำเกษตรระบบปิด โดยบริษัทมีบริการครบวงจร มีทั้งวิศวกรที่ใช้จินตนาการ มีคนเขียนโปรแกรมเอง และมีคนออกแบบระบบเองในบริษัท” นางสาวอรุณโรจน์ เล่าให้ฟัง 

นางสาวอรุณโรจน์บอกด้วยว่า แอลอีดีกับการเกษตรในไทยยังไปได้ไกลมากขึ้น เพราะคนเริ่มรู้ว่า สามารถนำแสงแอลอีดีมาทำการเกษตรได้ โดยไม่ต้องรอฟ้ารอฝน เพราะตอนนี้ฝนเริ่มมา พายุมา ก็ใช้วิธีปลูกผักในคอนเทนเนอร์ ในตึก และ อาศัยแสงไฟแอลอีดีก็สามารถทำการเกษตรได้แล้ว โดยเป็นลักษณะสมาร์ทฟาร์มเมอร์ในเมือง 

เพราะฉะนั้น เหลืออีกเพียงไตรมาสเดียวก็จะถึงปี 2566 ทิศทางเกษตรคนเมืองในไทยจึงพยากรณ์ได้ว่าจะมีแนวโน้มตอบโจทย์เรื่องเทคโนโลยี ทั้งในแง่ของคนทำเกษตร และ ผู้บริโภค ที่จะต้องมีคำว่า “เทคโนโลยี” มาเป็นจุดเชื่อมโยงให้เกิดการพัฒนาการทำเกษตรทั้งระบบ โดยเฉพาะการทำเกษตรในเมืองซึ่งจะต้องมีการต่อยอดการนำเทคโนโลยีทุกรูปแบบมาใช้กับการทำเกษตรท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวน รวมไปถึงการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร เพราะถ้าลำพังเพียงปลูกผักสดเพื่อจำหน่าย เมื่อถึงปีหน้าอาจถึงคำว่า ใครๆก็ปลูก ใครๆก็ทำ ซึ่งจะทำให้สินค้าไม่ได้ราคาตามต้องการ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เบตงปรับปรุงภูมิทัศน์สำนักสงฆ์ถ้ำเก้าอี้เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683578

เบตงปรับปรุงภูมิทัศน์สำนักสงฆ์ถ้ำเก้าอี้เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

เบตงปรับปรุงภูมิทัศน์สำนักสงฆ์ถ้ำเก้าอี้เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.57 น.

เทศบาลเมืองเบตงร่วมพัฒนาทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบสำนักสงฆ์ถ้ำเก้าอี้ หรือ วัดถ้ำกุนุงจนอง เพื่อเตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

วันที่ 30 ก.ย.65 นายสกุล เล็งลัคน์กุล นายกเทศมนตรีเมืองเบตง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสมาชิกสภาเทศบาล ลงพื้นที่ให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลเมืองเบตง เจ้าหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองเบตง และเจ้าหน้าที่กองช่างในการพัฒนาทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบสำนักสงฆ์ถ้ำเก้าอี้ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าวัดถ้ำกุนุงจนองเพื่อเตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ต่อไป

สำหรับสำนักสงฆ์ถ้ำเก้าอี้ ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาหิน อยู่ห่างจากถนนมหามงคลประมาณ 300 เมตร มีฝูงลิงทั้งตัวใหญ่ ตัวเล็ก ลูกลิง อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก บางตัวก็อยู่บนหน้าผา บนหลังคาสำนักสงฆ์ ซึ่งภายในสำนักสงฆ์จะมีตาข่ายลวดกั้นรอบทางขึ้นและรอบกุฏิ ป้องกันลิงเข้ามาภายในจะมีเณรอาศัยอยู่ 1 รูปชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเรียกว่าหลวงพ่อเณร เพราะมาพักอาศัยอยู่สำนักสงฆ์แห่งนี้ตั้งแต่สมัยเป็นเณร เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว

หลวงพ่อเณร เล่าว่า มาอาศัยอยู่ที่สำนักสงฆ์นี้ตั้งแต่ปี 2519 ช่วงแรกมีชาวบ้านที่เลี้ยงลิงไว้ขึ้นมะพร้าวได้เอาลิงมาปล่อยไว้ 1 ตัวเนื่องจากไม่มีอาหารให้ลิงกินหลวงพ่อสงสารเลยเลี้ยงให้อาหาร จากนั้นก็มีลิงป่าละแวกนี้มาอาศัยอยู่บริเวณสำนักสงฆ์ ออกลูกออกหลานเต็มไปหมด จนปัจจุบันนี้มีประมาณ 50 กว่าตัวจะมีชาวบ้านในพื้นที่และนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่นับถือหลวงพ่อเณร เดินทางมาทำบุญให้อาหารลิง ทำให้เกิดขยะสะสมเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางเทศบาลเมืองเบตงจึงได้เข้ามาพัฒนาทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบสำนักสงฆ์ถ้ำเก้าอี้เพื่อเตรียมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อิหยังวะ! หนุ่มวัย 36 สุดเซ็ง ร้านเหล้าดังย่านรังสิต ห้ามคนเกิดก่อนปี 2534 เข้า

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683553

อิหยังวะ! หนุ่มวัย 36 สุดเซ็ง ร้านเหล้าดังย่านรังสิต ห้ามคนเกิดก่อนปี 2534 เข้า

อิหยังวะ! หนุ่มวัย 36 สุดเซ็ง ร้านเหล้าดังย่านรังสิต ห้ามคนเกิดก่อนปี 2534 เข้า

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.13 น.

วันที่ 30 กันยายน 2565 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความลงในกลุ่ม “คนรักดอนเมือง” ซึ่งเจ้าตัวจะเข้าไปเที่ยวที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง โดยระบุว่า “แค่เล่าให้ฟังขำๆ นะครับ คือเราก็จะไปนั่งดื่มชิวๆ แต่พอตรวจบัตร เราอายุ 36 เขาบอกเข้าไม่ได้นะคับ ให้แต่ นักศึกษา หรือ คนที่เกิด ไม่เกิน ปี2534 ตายแล้วเราแก่เกินเข้าไม่ได้ กลับบ้าน บอกไว้จะได้ไม่เผลอไปให้เสียอารมณ์ครับ #เราก็ไปทุกเดือนนะ #แค่เล่าให้ฟังนะ ล่าสุดวันจันทร์ที่ผ่านมา”

หลังจากที่โพสต์ไป ก็มีคนเข้ามากดไลค์และแสดงความคิดเห็นมากมาย หลายคนบอกว่าถึงขนาดต้องจำกัดอายุเข้าด้วยเหรอ หรือบางคนกล่าวว่า “สะเทือนใจมาก เกิดก่อน 2534 = แก่ สงสัยต้องเตรียมเขียนพินัยกรรมทิ้งไว้ซะแล้ว” ขณะที่บางคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า “เค้าป้องกันเวลามีเรื่อง จะได้ตามตัวง่ายๆ ปะคะ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สื่อโซเชียลแห่แชร์ ‘น้องนัส’ สาวลูกครึ่งไทยอินเดีย​ช่วยแม่ขายโรตีใบเตย

Posted on October 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683549

สื่อโซเชียลแห่แชร์ 'น้องนัส' สาวลูกครึ่งไทยอินเดีย​ช่วยแม่ขายโรตีใบเตย

สื่อโซเชียลแห่แชร์ ‘น้องนัส’ สาวลูกครึ่งไทยอินเดีย​ช่วยแม่ขายโรตีใบเตย

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.05 น.

สื่อโซเชียลแห่แชร์ ‘น้องนัส’ สาวลูกครึ่งไทย-อินเดีย หรือ “พิ้งค์​กี้พังงา” ที่​ช่วยแม่ขายโรตีใบเตย สูตรเด็ดคิดค้นผสมเองจนลูกค้าติดใจ เผยมีแมวมองมาทาบทาบขึ้นเวทีประกวดความงาม เจ้าตัวเผยตอนนี้กำลังฝึกเดิน ตอบคำถาม และมีความฝันอยากก้าวต่อไปจนถึงเวทีมิสแกรนไทยแลนด์

ที่บริเวณหน้าร้านสารสินเภสัช ริมถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลตำบลโคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา มีร้านโรตีใบเตย ซึ่งมีนางสาวบีดา อายุบ อายุ 34 ปี ลูกครึ่งไทย-อินเดียเป็นแม่ค้าขายโรตีใบเตยมานานกว่า 4 ปีโดยมีนางสาวนัสรีน อายุบ อายุ 16 ปีเป็นลูกมือคอยช่วยแม่ดาอยู่ใกล้ๆ ขณะที่มีลูกค้าทยอยเข้าสั่งซื้อโรตีทั้งคู่ต่างขมักเขม่นทำโรตีแผ่นอย่างเชี่ยวชาญ และแยกหน้าที่ช่วยกันขายเป็นที่ชื่นชอบของผู้พบเห็น

สอบถามทราบว่า แป้งโรตีใบเตยเป็นสูตรที่แม่ดา และน้องนัส คิดสูตรกันขึ้นมาเอง โดยลองผิดลองถูกจนถูกใจลูกค้าในพื้นที่ จนสามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว ซึ่งโรตีที่ทาง 2 แม่ลูกช่วยกันขายมีหลากหลายชนิด ทั้งโรตีกรอบ โรตีลาวา โรตีไส้มะพร้าว ไส้เนย กล้วย เป็นต้น

แม่ดา เปิดเผยว่า มีลูก 4 คน น้องนัส เป็นคนที่ 3 ส่วนลูกคนสุดท้องอายุ 6-7 ขวบ โดยเฉพาะน้องนัส มีแมวมองในพื้นที่ใกล้เคียงได้มาพบเจอขณะขายโรตีอยู่กับแม่ดา เห็นถึงความสวยคมเข้มจึงทาบทามวักชวนขึ้นเวทีประกวดความงาม พร้อมกับนำไปแต่งหน้า แต่งตัว ปรับรูปโฉมดูแล้วนำไปโพสต์ลงสื่อโซเชียลโดยเฉพาะ TicTok จนมีผู้เข้าชมมากถึง 5 ล้านวิวและติดตามการโพสต์ภาพและคลิปของน้องนัส ต่อเนื่อง

“ขอบคุณทุกคนทุกฝ่ายที่เอ็นดูให้โอกาสน้องนัส แม้จะไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะเดินเข้าสู่เวทีนางงาม แต่เมื่อมีโอกาส ทางแม่ไม่ขัด ซึ่งกว่าจะคิดสูตรแป้งโรตีใบเตยจนรสชาดเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าต้องต่อสู้ลองผิดลองถูกมามาก และยืนยันว่าจะยึดอาชีพแม่ค้าโรตีต่อไปจนกว่าจะไม่มีลูกค้ามาซื้อ ส่วนสื่อโซเชียลทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นบ้างเล็กน้อย เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงประเพณีกินผักของชาวไทยเชื้อสายจีนทำให้รายได้ลดลงบ้าง” แม่ดา กล่าว

ส่วนนางสาวนัสรีน กล่าวว่า ตนดีใจที่มีแมวมองติดต่อทาบทามตนเข้าประกวด ซึ่งคาดว่าการเข้าประกวดครั้งแรกจะเป็นงานลอยกระทงของพื้นที่สารสิน ต.ท่าฉัตรไชย อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งตอนนี้ได้ฝึกเดินและตอบคำถามในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนวันจันทร์ ถึง ศุกร์ ตนต้องเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดไตรมาศสถิต นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับตัวเองและมีความฝันว่าจะก้าวต่อไปจนถึงเวทีมิสแกรนไทยแลนด์ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,935,728 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
พรรคประชาชน เปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนกรุงตั้งคำถาม กรุงเทพฯ ยากไปไหม
นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า ไทยช่วยไทย ช็อปกระจาย สส.พรรคส้ม เข็นรถบริการ อนุทิน  
อดีตรองอธิการฯมธ. ตั้งคำถามเจ็บ ปมชุดเดรสแขนกุดเข้าสภา ย้ำเกียรติสถานที่ต้องมาก่อน
คนใกล้ชิดไล่ไทม์ไลน์โต้ ยันหลานสุริยะไม่เคยพบราเชน
คุณแหน : 2 พฤษภาคม 2568
มติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด สุภา ปิยะจิตติ ปมไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7หมื่นล้าน

Recent Posts

  • สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน
  • ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่
  • สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน
  • อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d