Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ลูกดกจริงๆ!! กล้วยหอมต้นเดียวออก 4 เครือ ชาวบ้านฮือฮาแห่ขอเลขเด็ด

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683237

ลูกดกจริงๆ!! กล้วยหอมต้นเดียวออก 4 เครือ ชาวบ้านฮือฮาแห่ขอเลขเด็ด

ลูกดกจริงๆ!! กล้วยหอมต้นเดียวออก 4 เครือ ชาวบ้านฮือฮาแห่ขอเลขเด็ด

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.46 น.

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 29 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ ม.1 ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง หลังมีชาวบ้านแห่ไปชมกล้วยหอมแปลก ต้นเดียวออกผลทีเดียว 4 เครือ จนทำให้เชื่อว่าเป็นต้นกล้วยที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาสถิตย์อยู่ จึงแห่กันมาจุดธูปขอโชคขอพรกันเพียบ

เมื่อไปถึงหมู่บ้านพบกับ น.ส.นัฐฐยา ธนะปราบพล ผู้ใหญ่บ้านหมู 1 ต.ชากบก เมื่อสอบถามถึงกล้วยหอม 4 เครือ ก็ได้นำทางไปยังบ้านเลขที่ 166 ม.1 ต.ชากบก ที่มีต้นกล้วยหอมต้นแปลก พร้อมทั้งกล่าวว่า มีชาวบ้านแห่กันมาขอโชค หลังจากที่มีการนำภาพกล้วย 4 เครือไปโพสต์ลงบนโซเชียล

เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวพบกับ น.ส.ประนอม แสงมณี อายุ 61 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมทั้งพาเข้าไปชมกล้วยหอม 4 เครือ ที่ปลูกอยู่หลังบ้าน เมื่อเข้าไปถึงพบว่ามีชาวบ้านกำลังยืนล้อมต้นกล้วยอยู่ กำลังยกมือไหว้ บ้างก็จับลำต้น เพื่อขอพร โดยพบว่ามีการนำผ้าแพรหลากสีมาผูกไว้ตรงกลางต้นกล้วยด้วย รวมถึงมีการจุดธูปเพื่อขอพรขอโชคลาภกันด้วย

สำหรับต้นกล้วยเป็นพันธุ์กล้วยหอม ออกผลทีเดียว 4 เครือ สูงประมาณ 2.5 เมตร เหมือนต้นกล้วยหอมทั่วไป แต่ที่แปลกคือมีทั้งหมด 4 เครือ โผล่ออกมาจากต้นเดียว จากการนับมีทั้งหมด 4 เครือ 4 หัวปี รวม 32 หวี

ด้าน น.ส.ประนอม เจ้าของต้นกล้วย 4 เครือในต้นเดียว ได้เปิดเผยว่า สำหรับต้นกล้วยหอมดังกล่าว ได้ปลูกมาตั้งแต่ 8 เดือนที่ผ่านมา โดยปลูกพร้อมกันทั้งหมด 10 ต้น จนกระทั่งเมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ต้องประหลาดใจ กับ ผลกล้วยที่ออกมา โดยออกมาทีเดียว 4 เครือ ซึ่งโดยปกติแล้ว กล้วย 1 ต้นจะออกผลเพียงหนึ่งเครือเท่านั้น จึงเรียกเพื่อนบ้านมาดู ต่างก็เชื่อว่าเป็นต้นกล้วยที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ พอข่าวแพร่สะพัดออกไป ชาวบ้านก็แห่มาดู พร้อมทั้งมาขอโชคขอพร และไม่พลาด ตีเป็นเลขเด็ด ซึ่งตนเองก็ไม่หวงยินดีให้เข้าชม

ด้านชาวบ้านที่มาขอโชค ต่างก็ตีเป็นเลขเด็ด ซึ่งส่วนใหญ่จะตีเป็นเลขจำนวนเครือและจำนวนหวี จึงทำให้ตีเป็นตัวเลข 194, 432, 94, 84 และ 32 เตรียมนำไปเสี่ยงดวงต่อไป. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มาพร้อมพายุ’โนรู’! จระเข้ยาว 3 เมตรโผล่กลางบึงสามโก้ ชาวบ้านผวาแจ้ง จนท.ล่า

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683236

มาพร้อมพายุ'โนรู'! จระเข้ยาว 3 เมตรโผล่กลางบึงสามโก้ ชาวบ้านผวาแจ้ง จนท.ล่า

มาพร้อมพายุ’โนรู’! จระเข้ยาว 3 เมตรโผล่กลางบึงสามโก้ ชาวบ้านผวาแจ้ง จนท.ล่า

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.44 น.

จระเข้ยาว 3 เมตรโผล่กลางคลองบึงสามโก้ ตำบลสามโก้ อำเภอสามโก้ ชาวบ้านที่พบรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย ประมงจังหวัดเข้าตรวจสอบ ระดมกำลังไล่ล่า หวั่นเกิดอันตรายกับชาวประมงที่ออกหาปลา

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 29 ก.ย.65 ที่บริเวณบริเวณคลองระบาย 1 ขวา สุพรรณ 3 หรือชาวบ้านเรียกว่าคลองบางเดื่อ หรือบึงสามโก้ หมู่ที่ 3 ตำบลสามโก้ อำเภอสามโก้  จังหวัดอ่างทอง นายสถิตย์ พวงพิกุล อายุ 61 ปี เจ้าของบ่อเลี้ยงปลาดุกได้พานายธนพนธ์ วิสุทธิสมาจาร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยนายวรวิทย์ คงขำ หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง และเจ้าหน้าที่ประมง พร้อมอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าไปตรวจสอบจุดที่ตนเองพบจระเข้ความยาวประมาณ 3 เมตร หลังจากถ่ายภาพเอาไว้ได้ที่บริเวณคลองหลังบ้านก่อนที่จระเข้ตัวดังกล่าวจะดำน้ำหายไปในคลอง ซึ่งคลองดังกล่าวเป็นคลองระบายน้ำที่ไหลมาจากอำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ไหลมาบรรจบกับ 2 สาย ก่อนที่จะไหลไปปลายทางที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี บริเวณดังกล่าวกระแสน้ำจะเป็นน้ำวน 

นายสถิตย์ เล่าให้ฟังว่า ในช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.30 น.หลังจากที่ให้อาหารปลาเสร็จได้นำถังอุปกรณ์ไปล้างบริเวณริมคลองหลังด้าน เห็นจระเข้ลอยตัวอยู่กลางคลอง ตอนแรกตนหันไปเห็นนึกว่าเป็นตัวเงินตัวทอง พอยืนมองจนแน่ใจว่าเป็นจระเข้ก็รีบวิ่งไปเอาโทรศัพท์ถ่ายไว้ได้ โดยในตอนแรกที่เห็นเป็นจะงอยปาก ลอยอยู่กลางคลองห่างจากตนประมาณ 30 เมตร แล้วค่อยๆ จมหายไป มีช่วงตัวยาวประมาณ 3 เมตร จึงได้เดินทางมาหานายสมเกียรติ คงปรีชา อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสามโก้พร้อมได้นำรูปที่ถ่ายภาพจระเข้ ให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำการค้นหา เพราะเกรงว่าอาจจะทำอันตรายกับพี่น้องชาวประมงที่กำลังออกหาปลา   

ด้านนายวรวิทย์ คงขำ หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง หลังจากลงตรวจสอบพื้นที่ กล่าวว่า เบื้องต้นสำนักงานประมงจังหวัดอ่างทอง ได้รับการประสานจากประมงอำเภอวิเศษชัยชาญ ที่รับผิดชอบในพื้นที่ว่ามีชาวบ้านพบจระเข้ลอยตัวอยู่ในบึงสามโก้ จึงได้รับคำสั่งจากประมงจังหวัดอ่างทอง ให้ออกมาตรวจสอบและประสานกับอำเภอสามโก้ ทางประมงจังหวัดอ่างทอง ได้ทำการประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงภาคกลาง ที่จะดำเนินการส่งเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ออกตรวจสอบ ค้นหาต่อไป – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผอ.โรงเรียนบ้านกองม่องทะ’พาศิษย์กลับมาเรียน’เผยฐานะยากจนต้องหนีไปหาทำงาน

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683206

ผอ.โรงเรียนบ้านกองม่องทะ'พาศิษย์กลับมาเรียน'เผยฐานะยากจนต้องหนีไปหาทำงาน

ผอ.โรงเรียนบ้านกองม่องทะ’พาศิษย์กลับมาเรียน’เผยฐานะยากจนต้องหนีไปหาทำงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.57 น.

ผอ.โรงเรียนบ้านกองม่องทะ ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โพสต์คลิป “พาน้องกลับมาเรียน ให้โอกาสทางการศึกษา” เหตุลูกศิษย์ยากจนต้องไปหางานทำ

วันนี้ (29 ก.ย.65) นายชูศักดิ์ ภูมูล ผอ.โรงเรียนบ้านกองม่องทะ ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้นำคลิปวีดีโอขณะขับรถยนต์ไปรับลูกศิษย์ “พาน้องกลับมาเรียน การให้ที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งคือ…ให้โอกาส…ทางการศึกษา ” : การสร้าง รักษา โอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียน เป็นจุดเน้นที่โรงเรียนบ้านกองม่องทะให้ความสำคัญในกระบวนงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน กรณีตัวอย่าง การแก้ไขปัญหา ติดตามนักเรียนที่ไปทำงานช่วงปิดภาคเรียนที่จังหวัดนครปฐม ให้กลับมาเรียน เมื่อต้นปีการศึกษา 2565 ทำให้โรงเรียนได้ทำหน้าที่รักษาโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนเอาไว้ได้ถึงปัจจุบัน “โรงเรียนบ้านกองม่องทะ ให้ความสำคัญกับนักเรียนทุกคนที่มาศึกษาเล่าเรียนที่โรงเรียนบ้านกองม่องทะ และอีก 4 สาขา”

นายชูศักดิ์ ภูมูล ผอ.โรงเรียนบ้านกองม่องทะ กล่าวว่า คลิปนี้จัดทำขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากช่วงต้นเดือน พ.ค.65 ทางโรงเรียนพบว่านายยุทธนา ไม่มีนามสกุลเด็กเชื้อสายกะเหรี่ยง อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ไม่ยอมมาเรียนหนังสือติดต่อกันหลายวัน ซึ่งนายยุทธนาอาศัยอยู่กับพ่อแม่และน้องชายอีก 2 คน ฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจนครอบครัวมีอาชีพรับจ้างทำสวนทุเรียน ส่วนบ้านก็ปลูกอาศัยอยู่ในที่ดินของเจ้าของสวน

ด้วยความเป็นห่วงวันที่ 16 พ.ค.คณะครู จึงได้เดินทางไปพบเด็กและครอบครัวเพื่อตรวจสอบสภาพปัญหาจึงทราบว่านายยุทธนาฯ ไม่อยู่บ้านแต่ได้เดินทางออกนอกพื้นที่ไปไปทำงานเพื่อหารายได้และทราบว่าพักอาศัยอยู่ที่มูลนิธิหลวงตาน้อย ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ทางคณะครู จึงประสานไปที่มูลนิธิฯเพื่อสอบถามเด็ก และเด็กก็ต้องการกลับมาเรียนหนังสือตามเดิม แต่เด็กกลับบ้านไม่ถูกเพราะไม่คุ้นเคยกับการเดินทางไกล ดังนั้น ตนและคณะครูจึงตัดสินใจขับรถยนต์ไปรับเพื่อนำเขากลับมาเรียนหนังสือ ซึ่งปัจจุบันเด็กได้บวชสามเณรอยู่ที่วัดบ้านกองม่องทะ แต่ก็ยังคงมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนตามปกติ

สำหรับโรงเรียนบ้านกองม่องทะ ตั้งอยู่กลางหุบเขาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ท้องที่หมู่ 2 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี  โรงเรียนบ้านกองม่องทะ มี 4 สาขา ประกอบด้วย 1.โรงเรียนบ้านกองม่องทะ 2.โรงเรียนบ้านกองม่องทะ ห้องเรียนบ้านเกาะสะเดิ่ง 3.โรงเรียนบ้านกองม่องทะ ห้องเรียนเกงสะเดา และ 4.โรงเรียนบ้านกองม่องทะ สาขาบ้านไล่โว่ และโรงเรียนบ้านกองม่องทะ สาขาบ้านสาละวะ มีนักเรียนรวมกันจำนวน 553 คน เปิดทำการสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) นักเรียนทั้งหมดมีเชื้อสายชาวกะเหรี่ยง 100%

– 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฟังครูพูดบ้าง’แค่ขอความร่วมมือ’ ไม่เจตนาไล่ย้าย ปมทำบุญกฐิน20บ.

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683191

ฟังครูพูดบ้าง'แค่ขอความร่วมมือ' ไม่เจตนาไล่ย้าย ปมทำบุญกฐิน20บ.

ฟังครูพูดบ้าง’แค่ขอความร่วมมือ’ ไม่เจตนาไล่ย้าย ปมทำบุญกฐิน20บ.

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 09.46 น.

จ.สุรินทร์ – ฟังครูพูดบ้าง แค่ขอความร่วมมือ ไม่เจตนาไล่ย้ายโรงเรียน ปมนักเรียนทำบุญกฐิน 20 บ. 

หลังจากมีผู้ปกครองนักเรียนคนหนึ่ง ที่บ้านหนองเต่า ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้โพสต์ระบายความในใจลงเฟซบุ๊ก โดยระบุข้อความว่า “คือดิฉันงงกับคุณครูมาก ลูกชายคนโตเรียน ชั้น ม.1 #ห้องคิง แต่คุณครูบอกว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองเรื่องการบริจาคเงินเพียงแค่ 20 บาท ถึงขั้นว่าให้เด็กย้ายโรงเรียนเลยหรอ กูว่าครูแหละมึงควรย้าย ประสาทมากหลายรอบละ ไปเน้นเรื่องการสอนดีกว่าไหมครู “

จากนั้นก็ได้แคปคำเขียนของครูในกลุ่มไลน์ ห้องเรียน ม.1/1 ว่า เรียนผู้ปกครองนักเรียน ม.1/1 ครูได้ขอให้นักเรียนทำบุญ คนละ 20 บาท 37 คน 740 บาท ครูร่วมทำบุญ อีก 260 บาท รวม 1000 บาท กฐินกองละ 1000 บาท ห้องอื่นเค้าเก็บนักเรียน คนละ 100 บาท ได้ 2000 กว่าบาท ห้อง ม.1/1 ครูเก็บคนละ 20 บาท ยากเหลือเกิน ไม่เคยนึกเลยว่านักเรียนและผู้ปกครองจะไม่ให้ความร่วมมือในสิ่งที่ครูขอร้อง รู้สึกผิดหวังมากๆ ต้องทวง ต้องถาม ต้องตามตลอด หวังว่าสอบเสร็จภาคเรียนที่ 1 ผู้ปกครองและนักเรียนคงพิจารณา ว่าโรงเรียนไหนที่เหมาะกับนักเรียนนะคะ

หลังจากที่ผู้ปกครองคนนี้ได้โพสต์ลงโซเชียลเฟซบุ๊กก็ได้มีการแชร์และแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่พากันต่อว่าคุณครู

เรื่องนี้ผู้สื่อข่าว ได้พบกับผู้ปกครองของเด็กนักเรียน โดยผู้ปกครองคนเป็นพ่อ บอกว่า เบื้องต้น คุณครูให้ทำบุญคนละ 20 บาท แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครอง เก็บได้เพียง 740 บาท ในแชทบอกว่าผู้ปกครองไม่ให้ความร่วมมือและสุดท้ายในแชท บอกว่าเด็กควรจะเรียนที่นี่ต่อไหม คุยในไลน์กลุ่มห้องเรียนนี้ ผู้ปกครอง เลยไม่พอใจ ค่าเล่าเรียน เราจ่ายหมดทุกอย่าง ซึ่งมันควรแล้วแต่ศรัทธา อนุบาลคนละ 50 บาท ห้องหนึ่งก็กองหนึ่ง 1,000 บาท ถ้าลูกเรียนสามชั้นจะจ่ายเท่าไหร่ ลูกตนเองเรียนที่โรงเรียนนี้ 3 คน อยากให้ทำบุญตามศรัทธา ไม่ให้บังคับคนละ 20 บาท แล้วมาต่อว่าผู้ปกครอง สมควรให้เด็กเรียนต่อดีไหม สมควรว่าอย่างนี้หรือเปล่า ควรไปดูเรื่องไม่หนีเรียน ดูการเรียนการสอนดีกว่า เรื่องการเรียนการสอนน่าจะดี มาเสียเรื่องทำบุญและกลัวมาเสียหน้าเรื่องทำบุญมันใช่เรื่องหรือไม่ครับ

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบคุณครู คนที่ผู้ปกครองพูดถึงที่โรงเรียนหนองโตงสุรวิทยาคม ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้พบกับคุณครู นวลพรรณ มูลศาสตร์ ครูประจำขั้นเรียน ม.1/1 ซึ่งคุณครู นวลพรรณ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ปกครองเขาเอาเรื่องไปโพสต์ในโซเชียล แล้วก็มาไลน์ส่วนตัวมาขอโทษครู ไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ทำไม เพราะอะไรและผู้ปกครองบอกว่าเก็บเงินไม่ได้ 20 บาท ให้พิจารณาไปเรียนที่อื่น ประเด็นนี้ครูก็เข้าใจว่า ผู้ปกครองเขาเข้าใจว่าอย่างไร แต่พอโพสต์แล้วก็ส่งไลน์มาขอโทษคุณครู คุณครูยอมรับเองว่า เป็นคนพูดเรื่อง 20 บาท สิ่งที่ทำไปแล้วมันจบแล้วค่ะ สิ่งที่เขาทำแล้วมาขอโทษครู ครูมองว่าไม่สมควร เขาควรมาถามครูด้วยตัวเองว่า ทำไม เป็นอย่างไร แบบไหน ทำไมเป็นอย่างนี้

ในฐานะเป็นผู้ปกครองกับคุณครู มีเรื่องอะไรก็มาหา มาถามกัน ตรงนี้ครูเข้าใจโลกโซเชียล มันไปเร็วมาก มีอะไรก็โพสต์ ซึ่งห้องนี้เป็นห้องไลน์ส่วนตัว มีอะไรให้มาถามครูได้ ให้มาร่วมทำบุญ ไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น แต่ผู้ปกครองเขาโพสต์เสร็จ ส่งไลน์ส่วนตัว ขอโทษคุณครูด้วยนะคะกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องเป็นราว ครูไม่เข้าใจ

ส่วนประเด็นที่บอกว่าโรงเรียนที่เหมาะสมกับนักเรียน ครูคิดว่า ไม่น่าจะเป็นเรื่องอะไร เพราะว่าไม่ได้ว่าจะไล่ เพียงแต่ว่าบางครั้งเราตั้งกฏเกณฑ์อะไรขึ้นมา เราก็อยากได้ตามที่เราตั้งกฏเกณฑ์เอาไว้ แต่กรณีอย่างนี้ถ้าคิดว่าครูว่าไล่ออกมันก็ไม่ใช่นะคะ ส่วนคำว่าควรพิจารณา ครูคิดว่า องค์กรเรามีกฏมีเกณฑ์ ถ้าคิดว่าสิ่งที่เราทำขึ้นเขาอยู่หรือปฏิบัติได้ไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง เขาก็อาจจะคิดว่าเขาอยู่หรือปฏิบัติได้ไม่เหมาะสมไม่ถูกต้อง เขาก็อาจจะคิดว่าไม่เหมาะสมกับลูกกับนักเรียน เขาสามารถย้ายโรงเรียนได้ ไม่ได้ว่าจะไล่ออก เป็นความพอใจของผู้ปกครอง ครูคิดว่าไปบังคับเขา ขู่เข็ญเขา เขาก็คิดตรงนี้ได้ ส่วน 20 บาท ไม่ได้บังคับแต่ครูขอนะ มาร่วมมือกันคนละ 20  ส่วนถ้าไม่พอครูก็จะช่วยออกสมทบ จิตศรัทธาครูก็เคยทำตามศรัทธา แต่นี่เรามาขอความร่วมมือกัน มากกว่า

นางสาวเก๋ อายุ 32 ปี (นามสมมุติ แม่ของเด็กนักเรียนชั้น ม.1 หรือคนโพสต์) เล่าว่า ตนรู้สึกว่าการที่ทางคุณครูพูดในไลท์กลุ่มในลักษณะที่ว่าจะให้ลูกชายของตนย้ายโรงเรียนเพียงแค่เรื่องกฐินผ้าป่า ตนว่าไม่โอเคเพราะถ้าเกิดว่าลูกไปกระทำความผิดหรืออะไรที่มันหนักหนาก็พอว่าไปอย่างและตนรู้สึกกลัวว่าทางครูและโรงเรียนอาจเพ่งเลงลูกชายเพราะต้นเรื่องตนเป็นคนโพสต์ แต่ตอนนี้ตนได้เข้าไปพูดคุยและขอโทษคุณครูคนดังกล่าวแล้วและจะให้ลูกของตนเรียนที่นี่อีกต่อไปและถ้าเกิดว่าวันใดวันหนึ่งมีเหตุการณ์สุดวิสัยหรือทางโรงเรียนเพ่งเลงตนก็พร้อมจะให้ลูกของตนย้ายโรงเรียนทันที

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เชื่อมั่น’หลายปัจจัยสร้าง ‘เทคโนโลยี’เพียงส่วนหนึ่ง

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683139

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เชื่อมั่น’หลายปัจจัยสร้าง  ‘เทคโนโลยี’เพียงส่วนหนึ่ง

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เชื่อมั่น’หลายปัจจัยสร้าง ‘เทคโนโลยี’เพียงส่วนหนึ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.

“Trust (ความเชื่อมั่น, ความไว้วางใจ) คือหัวใจของทุกอย่าง สมมุติว่าท่านกำลังจะแต่งงานแล้วต้องซื้อแหวนเพชรไปหมั้นเจ้าสาว รู้ได้อย่างไรว่าเพชรนั้นเป็นเพชรจริง รู้ได้อย่างไรว่าเพชรนั้นต่อให้เป็นเพชรจริง ไม่ใช่เพชรที่เป็น Blood Diamond(เพชรเปื้อนเลือด) ก็คือเพชรที่มาจากเหมืองที่เกิดขึ้นจากสงครามในบางประเทศทางแอฟริกา

หรือถ้าเกิดท่านอยากจะรับประทานผัก-ผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพ ท่านรู้ได้อย่างไรว่าผัก-ผลไม้ที่อยู่บนโต๊ะที่ท่านจะรับประทาน เป็นผัก-ผลไม้ Organic (เกษตรอินทรีย์) และร้ายกว่านั้น ถ้าเกิดท่านต้องรับประทานยาไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์อะไร ท่านรู้ได้อย่างไรว่ายานั้นเป็นยาจริง เพราะถ้าเกิดว่าทานผิดเสียชีวิตได้เลย เพราะฉะนั้น Trust คือสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง”

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (TDRI) กล่าวในการปาฐกถา หัวข้อ “ทำไมต้องมีสื่อที่สังคมเชื่อใจได้ในโลกที่ไม่น่าไว้ใจ (Why trusted-media matters in a zero-trust world?)” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเวทีประชุมสุดยอด APAC Trusted Media Summit ประจำปีครั้งที่ 5 จัดโดย โคแฟค (ประเทศไทย) และ Google News Initiative (GNI)เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าด้วยเรื่องของ Trust หรือความรู้สึกเชื่อมั่นไว้ใจกัน มีความสำคัญอย่างมากกับวิถีชีวิตในสังคมมนุษย์

ดังที่ 2 นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลอย่าง โรนัลด์ คอส (Ronald Coase) และ โอลิเวอร์ วิลเลียมสัน (Oliver Williamson) ได้ทำการศึกษาไว้ โดย คอส ซึ่งได้รางวัลในปี 2534 ค้นพบว่า “การเกิดขึ้นของบริษัทคือการลดต้นทุนในการทำธุรกรรม และธุรกรรมส่วนใหญ่ก็เกิดในบริษัท” ซึ่งหนึ่งในต้นทุนที่ว่าก็คือความไว้เนื้อเชื่อใจกัน เนื่องจากการทำงานในรูปแบบบริษัทหรือองค์กร เป็นการทำให้คนได้มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างสม่ำเสมอ จึงเกิดความไว้ใจกันได้มากกว่าไปจ้างคนทำงานแบบวันนี้จ้างคนหนึ่ง วันต่อไป
จ้างอีกคนหนึ่ง

ส่วน วิลเลียมสัน ซึ่งได้รางวัลในปี 2552 ชี้ว่า “การที่บริษัทกลุ่มหนึ่งเลือกทำธุรกิจร่วมกันบ่อยๆ ก็มาจากความไว้วางใจกัน” และนำไปสู่การทำงานแบบมีส่วนร่วมไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่เพราะเห็นว่าเป็นคนละบริษัท เช่น บริษัทรถยนต์กับซัพพลายเออร์ เนื่องจากซัพพลายเออร์คือบริษัทที่รับผลิตชิ้นส่วนป้อนเข้าโรงงานผลิตรถยนต์ ดังนั้นบริษัทผลิตรถยนต์ก็ต้องไว้ใจซัพพลายเออร์ด้วย

อย่างไรก็ตาม “เมื่อโลกพัฒนามาถึงยุคดิจิทัล..ดูเหมือนผู้คนจะเริ่มมองว่าโลกนี้ไม่มีอะไรน่าไว้ใจได้เลย (Zero Trust World หรือ Trustless World)” โดยเฉพาะเมื่อบนอินเตอร์เนตเต็มไปด้วยข่าวปลอม (Fake News) แถมระยะหลังๆ ยังมาในรูปแบบคลิปวีดีโอปลอมจากเทคโนโลยี Deep Fake ที่แนบเนียนจนแยกแยะได้ยาก ข่าวปลอมเหล่านี้ทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

จากวิกฤตแห่งความไว้ใจที่เกิดขึ้น จึงนำมาซึ่งแนวคิด “ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความเชื่อมั่น” เช่น เทคโนโลยี “บล็อกเชน (Blockchain)” ซึ่งใส่ข้อมูลอะไรลงไปแล้วลบหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขทำได้ยากมาก ถูกนำมาใช้สร้างความเชื่อมั่นกับสกุลเงินดิจิทัลยอดฮิตอย่าง “บิตคอยน์ (Bitcoin)” ด้วยสมมุติฐานว่าโลกอินเตอร์เนตไว้ใจใครไม่ได้ จึงต้องมีเทคโนโลยีมารับประกันว่า เงินบิตคอยน์ที่ใช้กันนั้นจะเป็นเงินจริงเพื่อป้องกันการถูกโกงเวลาซื้อ-ขายสินค้า

“มีความคิดว่า ถ้า Bitcoin คือเทคโนโลยีที่สามารถสร้าง Trust ได้ในโลกที่มั่นเป็น Trustless World ก็สามารถเอา Blockchain มาใช้กับสารพัดเรื่องได้ ยกตัวอย่างเอามารับประกันเพชรที่ขุดขึ้นมาไม่ใช่ Blood Diamond และเป็นเพชรจริง ความเชื่อแบบนี้ก็อยู่ในวงการเทคโนโลยีพอสมควร แต่ผมจะชี้ว่าวิธีคิดแบบนี้มีปัญหาอย่างยิ่งและมีจุดอ่อน นั่นก็คือสิ่งที่ Blockchaim รับประกันได้ว่าเพชรนั้นเป็นเพชรจริงมันจะต้องอาศัยระบบการออกใบรับรอง (Certification) ของเพชร นับตั้งแต่เพชรที่ขุดขึ้นมา

ต้องมีใครสักคนไปดูว่าเพชรเม็ดนี้ไม่ได้เป็น Blood Diamond แต่เป็นเพชรที่ขุดขึ้นมาอย่างถูกต้องจริง แล้วก็เอาใบรับรองนั้นใส่เข้าไปใน Blockchain แล้ว Blockchain ก็เป็นฐานข้อมูลที่ไม่สามารถลบได้ ฉะนั้นคนก็เชื่อว่าจะโกงไม่ได้ แต่ทุกท่านก็จะทราบว่าท่านจะไปรับประกันเพชรจริงๆ ได้อย่างไร ในเมื่อเพชรเม็ดจริงกับเพชรที่อยู่ใน Blockchain ซึ่งมันเป็นเพียงข้อมูลดิจิทัล เป็นคนละส่วนกัน ในข้อมูลอาจเป็นใบรับรองที่ไม่ถูกปลอมแปลง แต่ระหว่างขนส่งเพชรเราจะรู้ได้อย่างไร นี่คือจุดอ่อนสำคัญของแนวคิด Trustless World” สมเกียรติ ระบุ

สมเกียรติ กล่าวเพิ่มเติมในประเด็นนี้ว่า เพชรอาจมีข้อได้เปรียบเพราะแต่ละเม็ดมีลวดลายไม่เหมือนกัน จึงสามารถนำลวดลายนี้ใส่เข้าไปเป็นฐานข้อมูลใน Blockchain ได้ แต่หากเป็นสินค้าอย่างผัก-ผลไม้ ยารักษาโรค จะทำอย่างไร อีกทั้งในความเป็นจริง “ความไว้วางใจไม่ได้อยู่เฉพาะขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง แต่ต้องมีในทุกขั้นตอนตั้งแต่การผลิต การกระจายสินค้า ฯลฯ ตั้งแต่ต้นจนจบ” จึงแทบไม่มีวิธีใดที่ป้องกันได้ 100%

ขณะเดียวกัน “การมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีอย่างมากเกินไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่นก็มีต้นทุนสูงมาก” เช่น เหมือง Bitcoin ใช้ไฟฟ้า 96 TWh ต่อปี มากกว่าชาวฟิลิปปินส์ใช้ไฟฟ้ารวมกันทั้งประเทศ และการใช้พลังงานอย่างมหาศาลแบบนี้ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าจะไม่มีการปลอมแปลง เพราะเทคโนโลยีนั้นป้องกันได้ก็เพียงการปลอมแปลงข้อมูล แต่ไม่ใช่กับการปลอมสิ่งของในโลกจริง

และเอาเข้าจริงๆ แล้วคงต้องย้อนกลับไปถามว่า “โลกเราไม่มีอะไรไว้ใจได้ (หรือเชื่อใจใครไม่ได้) เลยจริงหรือ?” หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือผลสำรวจในปี 2564 จากสถาบันพระปกเกล้า ว่าด้วยความเชื่อมั่นของสังคมไทยต่อองค์กรต่างๆ ซึ่งแม้บางองค์กรจะถูกมองว่ามีปัญหาในเชิงภาพลักษณ์ เช่น ตำรวจ พรรคการเมือง หรือแม้กระทั่งสื่อมวลชน แต่ในภาพรวมความน่าเชื่อถือก็ยังค่อนข้างสูงโดยอยู่ที่ร้อยละ 70-80

หรือแม้นักการเมืองจะถูกมองว่าไม่น่าเชื่อถือ แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กลับได้คะแนนความน่าเชื่อถือสูงมาก ซึ่งปัจจัยสำคัญคือ “ความรู้สึกใกล้ชิดจากการได้พบปะพูดคุยกันต่อหน้า (Face-to-Face Interaction)” ซึ่งแตกต่างในโลกอินเตอร์เนตที่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้สร้างหรือเผยแพร่ และแม้กระทั่งในโลกอินเตอร์เนตที่ถูกมองว่าเชื่อถือไม่ได้เลย ก็ยังมีความพยายามทำให้เกิดความน่าเชื่อถือขึ้นมา เช่น สำนักข่าวออนไลน์ต่างๆ จนถึงเครือข่ายอย่างโคแฟคที่ร่วมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

“เทคโนโลยี อัลกอริทึม มันช่วยได้เพียงบางส่วน เช่น ตัวข้อมูลข่าวสารระหว่างส่งว่ามันไม่ถูกปลอม แต่ถ้าข่าวมันเป็นข่าวปลอมตั้งแต่ต้น อัลกอริทึมไม่สามารถช่วยได้ อย่างมากก็เป็นเครื่องมือเล็กๆ ในองค์ประกอบหลายอย่าง ซึ่งยังต้องใช้มนุษย์ ยังต้องใช้ความเชื่อใจ” ปธ. TDRI ฝากข้อคิด

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตั้งสติก่อนโพสต์-แชร์-เมนต์! เตือนโกรธใครอย่าระบายลงโซเชียล ‘ชีวิตจะเปลี่ยน’

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683175

ตั้งสติก่อนโพสต์-แชร์-เมนต์! เตือนโกรธใครอย่าระบายลงโซเชียล 'ชีวิตจะเปลี่ยน'

ตั้งสติก่อนโพสต์-แชร์-เมนต์! เตือนโกรธใครอย่าระบายลงโซเชียล ‘ชีวิตจะเปลี่ยน’

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 23.50 น.

ตั้งสติก่อนโพสต์-แชร์-เมนต์! นักวิชาการเตือน‘โกรธใครอย่าระบายลงโซเชียล’ ถูกฟ้อง‘หมิ่นประมาท’ติดคุก-เสียประวัติไม่คุ้ม

28 ก.ย. 2565 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดอบรมหลักสูตร “สื่อสังคมยุคใหม่กับการเคลื่อนไหวทางสังคมในประเทศไทย” ให้กับบุคลากรในแวดวงสื่อสารมวลชน ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ซ.สุขุมวิท 22 ถ.สุขุมวิท กรุงเทพฯ

โดยช่วงหนึ่งของการอบรม ดร.ใยแก้ว ศีลรักษ์ อาจารย์ภาควิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ สจล. ในฐานะนักวิชาการด้านกฎหมายธุรกิจ แอดมินเพจ “กฎหมายสำหรับผู้ประกอบการ” ซึ่งบรรยายหัวข้อ “กฎหมาย ประกาศที่เกี่ยวข้องกับสื่อยุคใหม่และการเคลื่อนไหวทางสังคม” กล่าวถึงความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 ว่าอยากให้ผู้เข้าอบรม รวมถึงนักเรียน-นักศึกษา ระมัดระวังการแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เช่น เฟซบุ๊ก

เพราะเมื่อมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น จะมีความผิดทั้งคนโพสต์ แชร์ รวมถึงคนที่ไปร่วมคอมเมนต์ด้วย หากผู้ฟ้องเห็นว่าเข้าข่ายทำให้ตนเองเสียชื่อเสียงและถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดยผู้ที่ต้องการฟ้องสามารถทำได้โดยแคปภาพข้อความที่เป็นปัญหาเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นจะมี 2 ช่องทางในการดำเนินคดี คือ 1.แต่งตั้งทนายฟ้องศาลเอง กับ 2.แจ้งความกับตำรวจ ณ ท้องที่ที่ทราบเรื่อง

“อยากจะบอกว่าถ้าเรารู้สึกว่าที่เราเขียน แล้วคู่กรณีเขามาแล้วเราทำให้เกิดความเกลียดชังหรือเขาเสื่อมเสียจริงๆ ยอมไปเถอะ เราก็อาจจะดีกว่า เพราะอันนี้มันเป็นโทษทางอาญา มันไม่คุ้ม เพราะถ้าสมมติเราไม่ยอม เราดื้อแพ่งไป เราอาจจะถูกจำคุก ซึ่งประวัติมันก็ไม่ดี อันนี้ก็เลยอยากจะบอกฝากว่าเกลียดใครก็เก็บไว้ในใจหรือมาฝากข้างนอก ก็ไม่ต้องไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก คือถ้าโพสต์ในเฟซบุ๊ก ชีวิตเราวันนี้มันอาจจะฆ่าชีวิตเราในอนาคต เรียนมาตั้งเยอะ เราเรียนหนังสือมาตั้งสูง มันอาจจะตกม้าตายเพราะแค่เรื่องวันนี้ที่เราโกรธนิดเดียว” ดร.ใยแก้ว กล่าว

ดร.ใยแก้ว กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีสำนักข่าวซึ่งปัจจุบันล้วนมีเพจเฟซบุ๊กสำหรับเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร แล้วอาจมีผู้มาคอมเมนต์ในช่องแสดงความคิดเห็นในลักษณะล่อแหลมหมิ่นเหม่เข้าข่ายหมิ่นประมาท ประเด็นนี้หากสื่อเป็นผู้เผยแพร่โดยทำตามหน้าที่ และเป็นการเสนอข่าวตามข้อเท็จจริงไม่ได้ใส่ความคิดเห็นของตนเองลงไป เช่น ข่าวนาย A ฆ่านาย B ข้อเท็จจริงคือนาย A เป็นผู้ลงมือฆ่าจริง และนาย B ก็ถูกฆ่าตายจริง นี่คือการเสนอข่าว ส่วนคนที่มาตอมเมนต์ว่านาย A ฆ่านาย B เพราะเหตุต่างๆ นานา หากมีความผิดก็เป็นความรับผิดของคนที่คอมเมนต์นั้นเอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เจ๊จุก คลองสาม’แฉแก๊งทะลุวังแตกยับ เปิดแถลงการณ์แยกทาง สาวไส้กันมันส์หยด

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683170

'เจ๊จุก คลองสาม'แฉแก๊งทะลุวังแตกยับ เปิดแถลงการณ์แยกทาง สาวไส้กันมันส์หยด

‘เจ๊จุก คลองสาม’แฉแก๊งทะลุวังแตกยับ เปิดแถลงการณ์แยกทาง สาวไส้กันมันส์หยด

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 23.14 น.

28 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทวิตเตอร์ เจ๊จุก คลองสาม ได้โพสต์ข้อความของผู้ที่อ้างว่าอยู่ใน“กลุ่มทะลุวัง” ประกาศแยกทางและยุติการทำกิจกรรมในนามของ”ทะลุวัง” พร้อมอธิบายเหตุผลหลายข้อที่น่าสนใจ อาทิ ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคนในกลุ่มที่ขัดแย้งกับอุดมการณ์ มองข้ามเสียงของเหยื่อความรุนแรงทางเพศ ถูกเอาเปรียบ แสวงหาผลประโยชน์ กดดัน ด้อยค่าในตัวคนอื่นๆ ไม่มีการรับฟังไม่ต่างอะไรจากเผด็จการ ไร้ภาวะจุดยืนที่ชัดเจน โอนอ่อนตามกระแสสังคม

นอกจากนี้ ยังมีการออกแถลงการณ์เนื้อหาบางส่วนเปิดโปงพฤติกรรมการของการถูกปั่นหัว การถูกแสวงหาผลประโยชน์จากการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองและความเป็นเยาวชน นำชื่อและผลงานเพื่อนำไปขอทุน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ให้คนที่อ้างว่าจะดูแลเราเมื่อออกจากบ้าน แต่เงินทุนตรงนั้นไม่ไปถึงสมาชิกบางส่วน 

แต่ประเด็นสำคัญที่ เจ๊จุก คลองสาม ได้ขีดเส้นใต้เอาไว้ก็คือ ประเด็นที่สมาชิกกลุ่มทะลุวังผู้นี้ ได้อ้างในแถลงการณ์ด้วยว่า มีการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ที่เป็นเยาวชน ขูดรีดผลประโยชน์ฉวยเอาเรื่องราวของเราในขณะทำกิจกรรมไปเขียนขอทุนเข้าร่วมโครงการหนึ่ง ที่อ้างว่าเป็นผู้ที่ให้คำปรึกษากฏหมายด้านกฏหมาย โดยให้เซนชื่อในเอกสารภาษาอังกฤษทั้งที่เราไม่ได้มีทักษะด้านภาษาอังกฤษมากพอที่จะเข้าใจ แถมยังถูกกล่าวหาว่าเป็นความผิดของเราที่หยุดเคลื่อนไหวทำให้ขอทุนไม่ได้

ทั้งนี้ เจ๊จุก คลองสาม ได้โพสต์ข้อความสำทับว่า เจ๊จุกสะดุดตรงที่โครงการดังกล่าว เป็นของสถานทูตอเมริกา เขาจะรู้ไหมว่า เยาวชนฝ่ายประชาธิปไตย ใช้กลโกงแบบนี้เพื่อขอรับทุน

“เรื่องที่เจ๊และสลิ่มบอกพวกหนูมาโดยตลอด ว่าคนที่เคลื่อนไหวกับพวกหนู คนที่คอยยุให้พวกหนูออกไปทำกิจกรรม มันก็แค่พวกประชาธิปไตยจอมปลอม หลอกใช้เด็กเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ตอนนี้พวกหนูคงตาสว่างแล้วเนอะ ทั้งนิสัยเผด็จการ โกงตัง ละเลยการคุกคามทางเพศ ฯลฯ สารพัดเรื่องจริงๆ”

เรื่องที่เจ๊และสลิ่มบอกพวกหนูมาโดยตลอด ว่าคนที่เคลื่อนไหวกับพวกหนู คนที่คอยยุให้พวกหนูออกไปทำกิจกรรม มันก็แค่พวกประชาธิปไตยจอมปลอม หลอกใช้เด็กเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ตอนนี้พวกหนูคงตาสว่างแล้วเนอะ ทั้งนิสัยเผด็จการ โกงตัง ละเลยการคุกคามทางเพศ ฯลฯ สารพัดเรื่องจริงๆ #ทะลุวัง pic.twitter.com/sk6n1TIMAu— เจ๊จุก คลองสาม (@jjookklong3) September 28, 2022

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่งกำลังใจให้ ‘เจ้ากังฟู’ ผ่าตัดก้อนเนื้อหนัก 5 กิโล ช่วยยื้อชีวิต

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683169

ส่งกำลังใจให้ 'เจ้ากังฟู' ผ่าตัดก้อนเนื้อหนัก 5 กิโล ช่วยยื้อชีวิต

ส่งกำลังใจให้ ‘เจ้ากังฟู’ ผ่าตัดก้อนเนื้อหนัก 5 กิโล ช่วยยื้อชีวิต

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.36 น.

28 ก.ย. 65 จากกรณี “เจ้ากังฟู” สุนัขเพศผู้พันธุ์ไทยผสมบางแก้ว ป่วยมีก้อนเนื้องอกหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ห้อยอยู่ที่ใต้ท้อง แล้วออกมาเดินเล่นบริเวณถนนสายยางซ้าย-ปากพระ หมู่ 1 ต.ยางซ้าย อ.เมือง จ.สุโขทัย จนมีผู้พบเห็นและรู้สึกสงสาร จึงแจ้งผู้สื่อข่าวท้องถิ่นให้ช่วยนำเสนอ จนกลายเป็นข่าวดังทั่วประเทศ (อ่านข่าวประกอบ : วอนช่วย’กังฟู’สุนัขพันธุ์ไทยผสมบางแก้ว ‘ก้อนเนื้อ’หนัก 5 กิโลห้อยต่องแต่งใต้ท้อง)

ล่าสุด ป้าติ๋ว อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของสุนัข บอกว่า หลังเป็นข่าวออกไปก็ได้มีผู้ใจบุญจำนวนมากโทรศัพท์ติดต่อเข้ามา เพื่อจะช่วยรักษาอาการป่วยของเจ้ากังฟู ตนรู้สึกซาบซึ้งใจและขอขอบคุณอย่างมาก ก่อนที่จะตัดสินใจมอบเจ้ากังฟูให้กับทีมงานสัตวแพทย์ผู้ใจบุญจาก จ.นครสวรรค์ มารับตัวไปตรวจอาการพร้อมช่วยรักษา ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา

และทราบว่าเจ้ากังฟูถึงมือหมอแล้ว จากการเอ็กซเรย์ผลเป็นเนื้องอก มะเร็งไม่ลามเข้าปอด แต่ก็มีความเสี่ยงตรงขนาดและอายุ ส่วนผลเลือดปกติ ทั้งนี้ ตนจึงตัดสินใจอนุญาตให้หมอผ่าตัด เพื่อช่วยยืดชีวิตเจ้ากังฟู แม้จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างก็ตาม โดยตอนนี้เจ้ากังฟูกำลังถูกส่งตัวไปผ่าตัดที่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง จึงขอแจ้งความคืบหน้าให้ทุกคนที่เมตตาและเป็นห่วงเจ้ากังฟูได้รับทราบ.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ระดม จนท.กว่า 30 ชีวิต ค้นหาชายจมหายในลำห้วย 2 วัน​ ยังไร้วี่แวว

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683168

ระดม จนท.กว่า 30 ชีวิต ค้นหาชายจมหายในลำห้วย 2 วัน​ ยังไร้วี่แวว

ระดม จนท.กว่า 30 ชีวิต ค้นหาชายจมหายในลำห้วย 2 วัน​ ยังไร้วี่แวว

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.32 น.

จนท.เทศบาลบ้านกรวดปัญญาวัฒน์  อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์  ร่วมกับหน่วยกู้ภัยฯ กว่า 30 ชีวิต ระดมงมค้นหาชายวัย 46  ป่วยจิตเวชลงอาบน้ำในลำห้วย ถูกกระแสน้ำพัดจมหายต่อหน้าชาวบ้าน 2 วันยังไม่เจอร่าง   แม่เผยความฝันก่อนเกิดเหตุมีผู้หญิงหน้าตาดี เชื่อเป็นผีมาเอาลูกชายไปอยู่ด้วย 

28 ก.ย.65 นายอิสรพงศ์ ยงปัญญา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านกรวดปัญญาวัฒน์  อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เทศบาลบ้านกรวดปัญญาวัฒน์ พร้อมด้วยนักประดาน้ำจากหน่วยกู้ภัยสว่างจุดอำเภอบ้านกรวด  กู้ภัยสว่างจุดอำเภอประโคนชัย  กู้ภัยบ้านสองเมือง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกว่า 30 ชีวิต  ไปช่วยกันงมค้นหานายทวี โพนเงิน อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่ลงไปอาบน้ำในลำห้วยโดน  ด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้าน  แล้วถูกกระแสน้ำพัดจมหายไปตั้งแต่ช่วงสายวานนี้ (27 ก.ย.65)   ซึ่งเจ้าหน้าที่ และหน่วยกู้ภัยในช่วยกันระดมค้นหาในลำห้วยตลอด 2 วัน ในรัศมี 500 เมตร  ท่ามกลางสายฝน และกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว   แต่ก็ยังไม่พบร่างนายทวี  ที่สูญหายแต่อย่างใด  ถึงแม้พ่อกับแม่จะมาจุดธูปบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางตามความเชื่อ  เพื่อขอให้เปิดทางและพบร่างลูกชายแต่ก็ไม่เป็นผล    กระทั่งช่วงเย็นวันนี้  เจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องยุติภารกิจไปก่อนเพราะทุกคนต่างเหนื่อยล้า  และเสี่ยงอันตรายเนื่องจากกระแสไหลเชี่ยวมาก       

สอบถามนายทองดี โพนเงิน อายุ 72 ปี พ่อของนายทวีที่สูญหาย บอกว่า ลูกชายมีประวัติการรักษาเป็นผู้ป่วยจิตเวช ก็ไปรับยาที่ รพ.ประจำ แต่บางครั้งลูกก็ไม่อยากกินยา ลูกชายจะชอบปั่นจักรยานไปเล่นกับญาติอีกหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมากนัก ตอนขากลับก็จะชอบแวะเล่นน้ำลำห้วยประจำ เช่นเดียวกันวันเกิดเหตุก็ปั่นจักรยานไปเล่นบ้านญาติ ขากลับก็แวะเล่นน้ำเหมือนเดิม แต่เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกหนัก ทำให้น้ำในห้วยเยอะและไหลเชี่ยว ซึ่งคนที่มาหาปลาในลำห้วยบอกว่าเห็นลูกชายลงเล่นน้ำ สักพักก็ถูกกระแสน้ำพักจมหายไป แต่เขาไม่กล้าลงไปช่วยเพราะน้ำลึกและไหลเชี่ยวมาก ซึ่งตนก็ได้ธูปมาจุดบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางตามความเชื่อแล้ว เพื่อขอให้ได้พบลูกชาย แต่ก็ยังหาไม่เจอ

ด้านนางมนต์ โพนเงิน อายุ 70 ปี แม่นายทวี บอกว่า คืนก่อนเกิดเหตุตนฝันว่ามีผู้หญิงหน้าตาดีสวมชุดสาว มายืนอยู่ที่กระท่อมใกล้จุดเกิดเหตุ ลักษณะจะมาสื่อสารอะไรสักอย่าง พอตื่นขึ้นก็เล่าให้สามีและลูกชายฟัง   กระทั่งช่วงสายมีคนมาบอกว่าลูกชายจมน้ำสูญหายที่ลำห้วย ใกล้กับจุดที่ตนฝันเห็นผู้หญิงชุดขาวยืนอยู่กระท่อม จึงเชื่อว่าผีผู้หญิงที่ตนฝันเห็นมาเอาลูกชายไปอยู่ด้วย อย่างไรก็ตามตนก็อยากเห็นร่างลูกชายจะได้นำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม จนท.ช่วยชีวิตน้องหมา 2 ตัวติดในร่องถนนนานกว่า 2 เดือน

Posted on September 29, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/683163

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม จนท.ช่วยชีวิตน้องหมา 2 ตัวติดในร่องถนนนานกว่า 2 เดือน

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม จนท.ช่วยชีวิตน้องหมา 2 ตัวติดในร่องถนนนานกว่า 2 เดือน

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.18 น.

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม จนท.มูลนิธิวอชด็อกช่วยชีวิตน้องหมา 2 ตัวหลงไปติดอยู่ในร่องถนนหมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ ย่านรังสิตมานานกว่า 2 เดือนโดยไร้หน่วยงานเหลียวแลเข้าไปช่วยเหลือ มีเพียงคนใจบุญที่พบเห็นเท่านั้นที่คอยไปโยนอาหารให้กินประทังชีวิตแบบไม่ตายก็เหมือนตาย

28 ก.ย.65 จากกรณีที่โลกโซเซียลได้แชร์เรื่องราวของผู้ใช้เฟชบุ๊กรายหนึ่ง ที่ได้ร้องขอความช่วยเหลือสุนัข 2 ตัว หลงเข้าไปอยู่ในร่องถนน #ตรงสะพานลอยไวท์เฮ้าส์ ย่านรังสิต ต้องนอนตากแดดตากฝนรอคนมาช่วยนานกว่า 2 เดือนแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปช่วยเหลือ สร้างความหดหู่ให้กับคนที่พบเห็นน้องหมา 2 ตัวอย่างยิ่งเพราะไม่ตายก็เหมือนตาย ที่อยู่รอดได้เพราะมีคนใจบุญนำอาหารมาโยนให้บ้างพอประทังชีวิตไปวันๆ จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปช่วยชีวิตน้องหมา 2 ตัวนั้น

ต่อมา ทางเพจ มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation – WDT รายงานว่า  ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกเดินทางลงพื้นที่ไปวางแผนช่วยเหลือสุนัขที่หน้าหมู่บ้านไวท์เฮาส์แล้ว

และล่าสุดเฟซบุ๊กของผู้ที่ใช้ชื่อว่า Earn Takianngam โพสต์อัพเดทว่า “พี่ๆช่วยน้องได้แล้วนะคะ ขอบคุณทุกๆความร่วมมือมากคะ ขอบคุณมูลนิธิ  #WDT ‘Rescue  #กู้ภัยสี่ขาสมุทรปราการ #คลินิกคุณกะลารักษาสัตว์ และบุคคลหรือหน่วยงานต่างที่ช่วยแชร์และช่วยเหลือน้องหมาค่ะ ตอนนี้น้องได้มีผู้รับอุปการะดูแล้วและต้องขอบคุณผู้อุปการะน้องๆด้วยค่ะ ” ขณะเดียวกันได้มีคนเข้าไปแสดงความขอบคุณเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทุกคนที่มีส่วนช่วยชีวิตน้องหมาทั้ง 2 ตัวเป็นจำนวนมาก

ขอบคุณข้อมูล มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ,Earn Takianngam

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,935,805 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
นายกฯ บุกบางใหญ่ ดูสินค้า ไทยช่วยไทย ช็อปกระจาย สส.พรรคส้ม เข็นรถบริการ อนุทิน  
พรรคประชาชน เปิดแคมเปญใหญ่ 100 จุด ทั่วกรุงเทพฯ ชวนคนกรุงตั้งคำถาม กรุงเทพฯ ยากไปไหม
คุณแหน : 2 พฤษภาคม 2568
มติ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด สุภา ปิยะจิตติ ปมไม่อุทธรณ์คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.7หมื่นล้าน
ศุภจี ร่ายยาว ไทยช่วยไทย กางแผนช่วยประชาชนลดค่าครองชีพยามวิกฤต
นักเขียนซีไรต์ ฉะ 'พรรคส้ม-ไอซ์' สร้างความแตกแยกระหว่างรุ่น แต่ยังหาเสียงกับคนแก่

Recent Posts

  • สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน
  • ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่
  • สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน
  • อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d