Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ขายสู้เศรษฐกิจ! ‘กับข้าวถุง’ครัวคุณยาย20บาท ได้กำไรหม้อละ50-100บาท

Posted on February 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710542

ขายสู้เศรษฐกิจ! 'กับข้าวถุง'ครัวคุณยาย20บาท ได้กำไรหม้อละ50-100บาท

ขายสู้เศรษฐกิจ! ‘กับข้าวถุง’ครัวคุณยาย20บาท ได้กำไรหม้อละ50-100บาท

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.12 น.

12 กุมภาพันธื 2566 กับข้าวถุงครัวคุณยาย ราคา 20 บาท ปรุงสดทุกวัน อร่อย สะอาด ถูกหลักอนามัย ร้านครัวคุณยาย อยู่ที่บริเวณติดด้านหลังเทศบาลวิเศษชัยชาญ อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ที่ขายกับข้าวถุงในราคาถุงละ 20 บาท แม่ค้าขายสู้เศรษฐกิจ กำไรพออยู่ได้

ในแต่ละวันมีกับข้าว 5 อย่าง ใส่หม้อวางขาย สดใหม่ให้เยอะ ชาวบ้านเขาแถวรอ เปิดตั้งแต่เวลา 07.00น. ไม่เกิน 09.00 น. ก็ขายหมดแล้ว ขายทุกวันหยุดวันวันอาทิตย์

ด้านนางไสว สุ่ทขำ อายุ 53ปี แม่ค้า เล่าให้ฟังว่า เป็นการแบ่งกันกัน กับข้าว 1 หม้อได้กำไร 50-100 บาท ก็อยู่ได้แล้วไม่ต้องการกำไรมากมาย แต่ละวันจะทำกับข้าว 5-6 อย่าง สลับพลัดเปลี่ยนกันไป หรือมีซ้ำบางตามคำลูกค้าเรียกร้อง

ในช่วงเศษฐกิจแบบนี้มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกัน ลูกค้าอยูได้แม่ค้าก็อยู่ได้ บางอย่างวัตถุดิบแพงมาหน่อยก็จะขายอยู่ที่ 30 บาท เช่น แกงป่าเนื้อ ถ้าวัตถุดิบซื้อมาจากตลาดอ่างทองยกถุงมานั้น จะราคาถูกก็จะขายในราคา 20 บาท แค่นี้แม่ค้าก็อยู่ได้แล้วแบ่งปันกันไป ขายวันละ 300 กว่าถุง มีกับข้าวหลากหลาย มาลองลิ้มชิมรสสชาติกันได้ที่ร้านครัวคุณยาย ลูกค้าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “อร่อยมาก ให้เยอะ” .012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กรุงเทพฯ’ผงาดรั้งอันดับ 13 ของโลก ที่สุดของจุดมุ่งหมายปลายด้านอาหาร

Posted on February 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710546

‘กรุงเทพฯ’ผงาดรั้งอันดับ 13 ของโลก ที่สุดของจุดมุ่งหมายปลายด้านอาหาร

‘กรุงเทพฯ’ผงาดรั้งอันดับ 13 ของโลก ที่สุดของจุดมุ่งหมายปลายด้านอาหาร

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.48 น.

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯยินดี Tripadvisor จัดอันดับให้กรุงเทพฯ อันดับที่ 13 ของโลกในประเภท ที่สุดของจุดมุ่งหมายปลายทางด้านอาหาร (Best Food Destination) ประจำปี 2566

12 กุมภาพันธ์ 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่ได้ทราบว่า เว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง ทริปแอดไวเซอร์ (TripAdvisor) ได้จัดอันดับ “จุดมุ่งหมายปลายทางอาหาร” หรือ “เบสต์ ฟู้ด เดสติเนชั่น”(Best Food Destination) ของโลก ประจำปี 2023 (Best Food Destinations in the World – Tripadvisor Travelers’ Choice Awards) (https://www.tripadvisor.com/TravelersChoice-Destinations-cFood-g1) ซึ่งผลปรากฏว่า กรุงเทพมหานคร ได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก

ในการจัดอันดับในครั้งนี้ เป็นการจัดอับดับโดยดูจาก คุณภาพ และ ปริมาณการรีวิว ความคิดเห็นของนักท่องเที่ยว และนักชิมจากทั่วโลก ที่เข้ามาเขียนเล่าเรื่องราวประสบการณ์ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์ในรอบ 12 เดือน รวมถึงความนิยมของโพสต์ที่รีวิว ซึ่งจากการที่ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับในประเภท Best Food Destination ในอันดับที่ 13 ของโลก และถือเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน โดย Tripadvisor ระบุว่า พระราชวังสีทอง ตลาดน้ำ ประติมากรรมจากเครื่องเคลือบดินเผาที่งดงาม ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจ ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวก็สามารถเยี่ยมชมย่านการค้า ได้แก่ ประตูน้ำ สยามแสควร์ เพื่อเลือกซื้อสินค้าระดับพรีเมียม รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งพระนคร ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมอย่าง วัดอรุณราชวราราม วัดโพธิ์ และ ฝั่งธนบุรี นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ลองทานข้าวเหนียวมะม่วงของหวานที่มีชื่อเสียงระหว่างทางก่อนเข้าชมความวิจิตรงดงามของพระบรมมหาราชวังอีกด้วย

“นายกรัฐมนตรี ยินดีที่ได้ทราบถึงผลการจัดอันดับ Best Food Destination 2023 ของ Tripadvisor ขอบคุณนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มีความทรงจำที่ดีในกรุงเทพฯ เป็นอันดับ 13 ของโลก และได้เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน เชื่อมั่นในเสน่ห์ และความหลากหลายในประเทศไทย มีสถานที่ที่สวยงาม มรดกวัฒนธรรมอันดีงาม รวมถึงงานกีฬา งานศิลปะ อาหารที่มีรสชาติถูกปาก และได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทั้งนี้ รัฐบาลดำเนินนโยบายพยายามพัฒนาเพิ่มคุณค่าสิ่งที่มีอยู่ มิใช่เพียงเพื่อแค่กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทย แต่ต้องการต่อยอดผลักดัน ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยให้เป็นที่รู้จัก” นายอนุชา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘บัวขาว’วอนพี่มาร์คช่วยด้วย! โดนเพจกัมพูชา ชวนเพื่อนร่วมชาติถล่มกดรีพอร์ต

Posted on February 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710544

'บัวขาว'วอนพี่มาร์คช่วยด้วย! โดนเพจกัมพูชา ชวนเพื่อนร่วมชาติถล่มกดรีพอร์ต

‘บัวขาว’วอนพี่มาร์คช่วยด้วย! โดนเพจกัมพูชา ชวนเพื่อนร่วมชาติถล่มกดรีพอร์ต

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.38 น.

12 กุมภาพันธ์ 2566 หลังจากโลกออนไลน์ร้อนระอุ กรณีเพจหนึ่งของกัมพูชา ปลุกระดมเพื่อนร่วมชาติ แท็กทีมชวนกันรุม กดรีพอร์ตเพจของบัวขาว “Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ) พร้อมบอกวิธีทุกขั้นตอนในการกดรีพอร์ตอย่างละเอียด  

ต่อมาพี่บัวขาว ได้โพสต์ข้อความบนเพจ Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ) โพสต์ระบุว่า 

‘ถึงมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เพจ FB ของเราถูกรายงานบ่อยมากช่วงนี้ โปรดช่วยเราด้วย #savebuakaw’

ต่อจากนั้นพี่บัวขาว ยังได้คอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า ‘พี่มาร์คครับ ช่วงนี้ เพจเรามีโดนรีพอร์ตเยอะ อย่างไรช่วยเชฟน้องบัวด้วยครับ #เซฟบัวขาว #MarkZuckerburg’

ต่อมา ทางด้านเพจของกัมพชา ได้แคปเจอร์โพสต์ของบัวขาว ลงในเพจพร้อมข้อความที่ว่า ‘You need help?’

.012

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FBanchamekGym%2Fposts%2Fpfbid02hK4vg1F4429SEfXJzUQ5aSD9azueoW6C3aKRMJW4he53MYj4jqMKCrX9xevQYMXgl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุตุฯประกาศฉบับ1 ‘อากาศแปรปรวน’14-17ก.พ. ฝน ลม อุณหภูมิลด 1-5องศาฯ

Posted on February 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710531

อุตุฯประกาศฉบับ1 ‘อากาศแปรปรวน’14-17ก.พ. ฝน ลม อุณหภูมิลด 1-5องศาฯ

อุตุฯประกาศฉบับ1 ‘อากาศแปรปรวน’14-17ก.พ. ฝน ลม อุณหภูมิลด 1-5องศาฯ

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.44 น.

อุตุฯประกาศฉบับ1 ‘อากาศแปรปรวน’14-17ก.พ. ฝน ลม อุณหภูมิลด 1-5องศาฯ

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป ประจำ12 กุมภาพันธ์ 2566 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่ ในขณะที่ลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

สำหรับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในระยะนี้

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 14 – 17 ก.พ. 66 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนระลอกใหม่จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ประกอบกับในช่วงวันที่ 16 – 17 ก.พ. 66 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงมีฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06:00 น. วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้

+ ภาคเหนือ

อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 11-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

+ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 14-18 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

+ ภาคกลาง

อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

+ ภาคตะวันออก

อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

+ ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่ จ.สุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร ตั้งแต่ จ.นครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

+ ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

+ กรุงเทพและปริมณฑล

อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง “อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 1 (47/2566) (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 14-17 กุมภาพันธ์ 2566)” ระบุว่า ในช่วงวันที่ 14-17 ก.พ. 66 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนระลอกใหม่จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ประกอบกับในช่วงวันที่ 16-17 ก.พ. 66 จะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงมีฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 3 – 5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1 – 3 องศาเซลเซียส

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในระยะนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ส่อง‘คุณธรรม’คนไทย(จบ) เจาะลึกรายข้อ..อะไรน่าห่วง?

Posted on February 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710485

สกู๊ปแนวหน้า : ส่อง‘คุณธรรม’คนไทย(จบ)  เจาะลึกรายข้อ..อะไรน่าห่วง?

สกู๊ปแนวหน้า : ส่อง‘คุณธรรม’คนไทย(จบ) เจาะลึกรายข้อ..อะไรน่าห่วง?

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยังคงอยู่กับ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตีผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ในการแถลงข่าว“สถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทยประจำปี 2565” โดยศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ซึ่งหลังจากฉบับที่แล้ว (หน้า 5 วันเสาร์ที่ 11 ก.พ. 2566) วิธีการสร้างตัวชี้วัดและตัวอย่างในภาพรวม ส่วนฉบับนี้จะว่าด้วย “จุดอ่อน” หรือข้อน่าเป็นห่วงในคุณธรรมของแต่ละช่วงวัย และในแต่ละหมวดของคุณธรรมทั้ง 5 ด้าน (พอเพียง-วินัย/รับผิดชอบ-สุจริต-จิตสาธารณะ-กตัญญู)

เมื่อไปดูพฤติกรรมน่าเป็นห่วงในหมวดคุณธรรมแต่ละด้าน ได้แก่ 1.พอเพียงซึ่งประกอบด้วยความพอประมาณ มีเหตุผลและมีภูมิคุ้มกัน ในกลุ่มอายุ 13-24 ปีที่น่าห่วงที่สุดคือ ทำสิ่งที่คิดหรือต้องการโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบ (ความพอประมาณ) ในกลุ่มอายุ 25-40 ปี ที่น่าห่วงที่สุดคือ ตัดสินใจแก้ปัญหาโดยใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล (ความมีเหตุผล) และในกลุ่มอายุ 41 ปีขึ้นไป ที่น่าห่วงที่สุดคือ ทุ่มเทเวลาให้งานมากกว่าดูแลตนเองและครอบครัว (ความพอประมาณ)

2.วินัย/รับผิดชอบ ประกอบด้วยยอมรับและปฏิบัติตามบรรทัดฐานทางสังคมการควบคุมตนเอง ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผลการกระทำของตน ภูมิคุ้มกัน ในกลุ่มอายุ 13-24 ปี ที่น่าห่วงที่สุดคือ ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎจราจร หากมั่นใจว่าไม่มีความเสี่ยง (ยอมรับและปฏิบัติตามบรรทัดฐานทางสังคม) ในกลุ่มอายุ 25-40 ปีที่น่าห่วงที่สุดคือ ยอมลงมือทำแม้จะขัดกับกฎกติกาสังคม เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ (ยอมรับและปฏิบัติตามบรรทัดฐานทางสังคม) และในกลุ่มอายุ 41 ปีขึ้นไป ที่น่าห่วงที่สุดคือ ใช้ชีวิตตามอารมณ์ตนเองเป็นหลักโดยไม่สนใจกฎระเบียบสังคม (ยอมรับและปฏิบัติตามบรรทัดฐานทางสังคม)

3.สุจริต ประกอบด้วย ละอายต่อการทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่เอาเปรียบและไม่แสวงหาผลประโยชน์ ยึดหลักความถูกต้อง ในกลุ่มอายุ 13-24 ปี ที่น่าห่วงที่สุดคือ ไม่กล้าแจ้งตำรวจเมื่อรู้ว่าเพื่อนทำผิดกฎหมายเพราะไม่ใช่เรื่องของตน (ยึดหลักความถูกต้อง) ขณะที่ในกลุ่มอายุ 25-40 ปี และอายุ 41 ปีขึ้นไป ที่น่าห่วงที่สุดจะเหมือนกันทั้ง 2 กลุ่มอายุ คือ เลือกทำงานกับคนที่ให้ผลประโยชน์กับตน (ไม่เอาเปรียบและไม่แสวงหาผลประโยชน์)

4.จิตสาธารณะ ประกอบด้วยจิตอาสา สำนึกสาธารณะ เสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ในกลุ่มอายุ 13-24 ปี ที่น่าห่วงที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการเป็นอาสาสมัครของสถานศึกษาหรือชุมชนเพราะไม่เกิดประโยชน์กับตน (จิตอาสา) ในกลุ่มอายุ 25-40 ปี ที่น่าห่วงที่สุดคือ ไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชนเพราะทำให้เสียเวลา (จิตอาสา) และในกลุ่มอายุ 41 ปีขึ้นไป ที่น่าห่วงที่สุด ซึ่งในที่นี้หมายถึงพบการกระทำได้น้อย (หรือลังเลใจที่จะทำ) คือ เต็มใจช่วยเหลือผู้อื่นทันทีแม้จะทำให้ตนลำบากหรือทุกข์ใจ (เสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น)

และ 5.กตัญญู สำนึก เคารพและตอบแทนความดี ซึ่งเป็นคุณธรรมที่คนไทยมีมากที่สุดจากทั้ง 5 ด้าน ไม่ว่าจะในช่วงวัยใด อย่างไรก็ตาม หากเจาะลึกในข้อที่มีน้อย จะพบว่า ในกลุ่มอายุ 13-24 ปีคือ ตั้งใจทำงานบ้านเพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ผู้ปกครอง (ตอบแทนความดี) ในกลุ่มอายุ 25-40 ปี พฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง คือ ไม่จำเป็นต้องแสดงการขอบคุณหากมีคนมาทำดีหรือช่วยเหลือ (เคารพความดี) และในกลุ่มอายุ 41 ปีขึ้นไป พฤติกรรมที่ทำกันน้อย คือ ส่งคำอวยพรในวาระสำคัญเพื่อขอบคุณน้ำใจจากคนที่เคยช่วยเหลือตน (เคารพความดี)

อย่างที่กล่าวไปในตอนที่แล้วว่า “เกณฑ์วัดคุณธรรมนั้นแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ ปรับปรุงด่วน (น้อยที่สุด) น้อย ปานกลาง มาก และมากที่สุด” ซึ่ง รศ.นพ.สุริยเดว ยังเจาะลึกลงไปอีกว่า “ในหมู่พฤติกรรมที่น่าเป็นห่วงของคุณธรรมแต่ละด้านและแต่ละช่วงวัย มีอะไรบ้างที่อยู่ในระดับน้อยที่สุดหรือต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน” ซึ่งพบว่า ในกลุ่มอายุ 13-24 ปี คือ ไม่กล้าแจ้งตำรวจเมื่อรู้ว่าเพื่อนทำผิดกฎหมายเพราะไม่ใช่เรื่องของตน (สุจริต) กับ หลีกเลี่ยงการเป็นอาสาสมัครของสถานศึกษาหรือชุมชนเพราะไม่เกิดประโยชน์กับตน (จิตสาธารณะ)

ในกลุ่มอายุ 25-40 ปี คือ ตัดสินใจหรือแก้ปัญหาโดยใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล (พอเพียง), ยอมลงมือทำแม้จะขัดกับกฎกติกาสังคมเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ (วินัย/รับผิดชอบ), โต้แย้งทันทีเมื่อมีความคิดเห็นต่างจากผู้อื่น (วินัย/รับผิดชอบ), เลือกทำงานกับคนที่ให้ผลประโยชน์กับตน (สุจริต) และ ไม่กล้าร้องเรียนเรื่องทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐเพราะกลัวผลกระทบ (สุจริต) สุดท้ายในกลุ่มอายุ 41 ปีขึ้นไป คือ ทุ่มเทเวลาให้กับงานมากกว่าการดูแลตนเองและครอบครัว (พอเพียง) กับ ไม่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (พอเพียง)

ยังมีการเปิดเผยผลการศึกษา “ต้นทุนชีวิต” แบ่งได้ 5 ด้าน คือ พลังตัวตน พลังครอบครัว พลังสร้างปัญญา/องค์กร พลังเพื่อนและกิจกรรม และพลังชุมชน แบ่งคะแนนจาก 0-100 หากต่ำกว่า 60คือน่าเป็นห่วง แต่หากสูงกว่า 80 คือดีเยี่ยม พบว่า ช่วงอายุ 13.24 ปีในภาพรวมอยู่ที่ 76.67 โดยพลังตัวตนมากที่สุด 82.02 รองลงมาพลังครอบครัว 80.52 อันดับ 3 พลังเพื่อนและกิจกรรม 77.7 อันดับ 4 พลังสร้างปัญญา/องค์กร 75.62 และอันดับ 5 พลังชุมชน 68.6

ช่วงอายุ 25-40 ปี ภาพรวมอยู่ที่ 79.38 มากที่สุดคือพลังครอบครัว 83.01 รองลงมา พลังตัวตน 82.44 อันดับ 3 พลังสร้างปัญญา/องค์กร 78.68 อันดับ 4 พลังเพื่อนและกิจกรรม 78.13 และอันดับ 5 พลังชุมชน 74.38 ส่วนช่วงอายุ 41 ปีขึ้นไป ภาพรวมอยู่ที่ 78.13 มากที่สุดคือ พลังครอบครัว 82.11 รองลงมา พลังตัวตน80.91 อันดับ 3 พลังสร้างปัญญา/องค์กร 77.24 อันดับ 4พลังเพื่อนและกิจกรรม 75.92 และอันดับ 5 พลังชุมชน 74.48

สำหรับ “ข้อเสนอแนะ” ประกอบด้วย 1.นำหลักสุนทรียสนทนา (การสื่อสารพลังบวก) มาใช้กับบ้าน ชุมชน โรงเรียนและที่ทำงาน เช่น แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันแต่จะพูดคุยกันแบบสันติวิธีได้อย่างไร 2.สร้างกลไกทางสังคมที่ทำให้คนดี-ความดีมีที่ยืน อาทิ การสร้างระบบเครดิตทางสังคมที่เสริมพลังบวก ระบบนี้จะไม่ใช่การสอดส่องพฤติกรรม (เช่น บางประเทศใช้การติดกล้องวงจรปิดตามที่ต่างๆ) แต่เป็นการสะสมกิจกรรมทำความดี (เช่น การใช้เวลาเป็นจิตอาสา) เพื่อใช้เป็นเครดิตได้ เพื่อไม่ให้คนดีท้อแท้

3.รณรงค์สร้างสำนึกจิตสาธารณะที่เกิดจากความสมัครใจและเปิดพื้นที่ให้คนกลุ่มต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบกิจกรรมจิตอาสาตามความสนใจ ต้องทำให้กว้างขวางที่สุด 4.รณรงค์หยุดพักการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) เพื่อเสริมสร้างพลังบวก ใน Social Media ซึ่งมักเต็มไปด้วยเนื้อหา “ดราม่า”ปลุกเร้าอารมณ์ หากใช้มากเกินไปไม่พักบ้างก็อาจทำให้ไหลตามอารมณ์นำไปสู่การตัดสินใจด้วยอารมณ์ในโลกแห่งความเป็นจริง

และ 5.สนับสนุนให้มีการสำรวจดัชนีชี้วัดคุณธรรมและต้นทุนชีวิตรายจังหวัด (แบบปีเว้นปี) เพื่อนำข้อมูลไปใช้กำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการส่งเสริมคุณธรรมของจังหวัดเรื่องนี้สำคัญ เพราะการสำรวจข้างต้นที่ศูนย์คุณธรรมยกมาทั้งหมดนั้นเป็นข้อมูลที่ประชาชนประเมินตนเอง ไม่ได้มาจากผู้นำคนใดทั้งสิ้นการสำรวจจะทำให้ผู้ว่าฯ แต่ละจังหวัดได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาจากประชาชน!!!


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : เดินหน้าท่องเที่ยวสีเขียว ‘กลุ่มป่าแก่งกระจาน’ กรมอุทยานแห่งชาติฯ หนุนวิจัยวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์

Posted on February 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710498

สกู๊ปพิเศษ : เดินหน้าท่องเที่ยวสีเขียว ‘กลุ่มป่าแก่งกระจาน’  กรมอุทยานแห่งชาติฯ หนุนวิจัยวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์

สกู๊ปพิเศษ : เดินหน้าท่องเที่ยวสีเขียว ‘กลุ่มป่าแก่งกระจาน’ กรมอุทยานแห่งชาติฯ หนุนวิจัยวัดคาร์บอนฟุตพริ้นท์

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ประเทศไทยของเราเป็นประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติเป็นอย่างมาก มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม มีความหลากหลายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคซึ่งการท่องเที่ยวของไทยถือเป็นส่วนสำคัญที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าชมความงดงามตามธรรมชาติของพื้นที่ต่างๆ โดยไม่มีการควบคุมให้เหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดความเสื่อมโทรมทางสภาพแวดล้อม ทำให้เกิดความไม่ยั่งยืนของการท่องเที่ยว เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความตระหนัก

ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั่วประเทศ ถูกปิด จึงว่างเว้นจากกิจกรรมการท่องเที่ยว ทำให้เกิดการฟื้นฟูตามกลไกธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์กลับมาให้เห็นอย่างชัดเจน จึงเหมาะสมที่จะรักษาสภาพที่สวยงามเช่นนี้เอาไว้

และเมื่อไม่นานมานี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีการประชุมชี้แจงและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมและยกระดับพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการฯ ตึก H.A.Slade กรมอุทยานแห่งชาติฯ

นายสิทธิชัย เสรีส่งแสง รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงทิศทางการบริหารจัดการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ กลุ่มป่าแก่งกระจาน ว่า จากข้อมูลปี 2564 กลุ่มป่าแก่งกระจานมีพื้นที่กว่า 4 พันตารางกิโลเมตร ถือเป็นป่าผืนใหญ่ที่เชื่อมต่อไปทางด้านตะวันตกติดกับป่าทะนินตายีและเชื่อมต่อกับกลุ่มป่าตะวันตกทางตอนเหนือ ซึ่งเป็นแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศที่สำคัญยิ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับนโยบายการบริหารจัดการกลุ่มป่าแก่งกระจานนั้น นายสิทธิชัยกล่าวว่า กลุ่มป่าแก่งกระจาน ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ มี 92 หมู่บ้านอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ทางกรมฯ ได้เร่งรัดแก้ปัญหาที่ดินทำกินของราษฎรที่อาศัยในพื้นที่ โดยการสำรวจประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกิน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ มาตรา 64 ของ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และสำรวจประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า มาตรา 121 ของ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ขับเคลื่อนโครงการปรับปรุงคุณภาพชีวิต และสร้างอาชีพทางเลือก พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้ในการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลก ส่งเสริมกลไกการทำงานแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานและการมีส่วนร่วม

“เรื่องการท่องเที่ยวกลุ่มป่าแก่งกระจานทั้งหมด ทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี เราอยากให้มีการเชื่อมโยงกัน เพื่อคนในพื้นที่จะได้ประโยชน์ มีรายได้ที่ดีขึ้น” รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าว

ส่วนงานวิจัยการพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมและยกระดับพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน ที่ร่วมมือกันหลายหน่วยงานนั้น รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า เป็นการนำผลงานวิจัยที่ได้ไปสู่กระบวนการวางแผนพัฒนาระบบบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมและยกระดับพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนำมาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถือเป็น
จุดเริ่มต้นการนำร่องการพัฒนา และการออกแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานการสร้างความเข้าใจ เห็นคุณค่าและความสำคัญของระบบนิเวศ

“การท่องเที่ยวแบบ Low Carbon อาจไม่ต้องถึงศูนย์ แต่ให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเบียดเบียนธรรมชาติน้อยที่สุด เราไม่เน้นปริมาณนักท่องเที่ยว แต่จะเน้นการท่องเที่ยวแบบมีคุณภาพ” รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าว

พร้อมกันนี้ ยังระบุว่า ปัจจุบันมีมาตรฐานอุทยานแห่งชาติสีเขียว (Green National Parks) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้กำหนดขึ้น ทั้งการจัดการขยะ การจัดการของเสียและจะเน้นเรื่อง คาร์บอนเครดิต ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ได้มากที่สุด รวมถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) พยายามใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อุทยาน การรีไซเคิลขยะ เพิ่มมาตรฐานการคัดแยกขยะไปรีไซเคิลให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เหลือขยะไปฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด

ดร.อุษารดี ภู่มาลี หัวหน้าโครงการวิจัยฯ กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ วัตถุประสงค์หลัก เพื่อประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) และกำหนดแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของการท่องเที่ยวพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติกลุ่มป่าแก่งกระจาน ประเมินการจัดการสิ่งอำนวยความสะดวก ภูมิทัศน์ที่สอดคล้องกับหลักการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการออกแบบกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยกระดับการมีส่วนร่วมของชุมชน บทบาทชุมชนท้องถิ่นลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“หลังจบโครงการ กรมอุทยาน สามารถนำโปรแกรมคำนวณ Carbon Footprint ไปใช้ในการวัดผลกระทบจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นในอุทยานแห่งชาติอื่นๆ เพื่อเป็นข้อมูลการตัดสินใจจัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็สามารถนำข้อมูลไปใช้ในทางการตลาดส่งเสริมสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ผ่านกิจกรรมที่เสริมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวสีเขียวอย่างสร้างสรรค์ อีกทั้งยังสามารถร่วมมือกับภาคธุรกิจการท่องเที่ยวในการจัดงานอีเว้นท์ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว และสร้างปริมาณนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้าสู่พื้นที่” ดร.อุษารดี กล่าว

ผศ.สุภาวดี โพธิยะราช ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สกสว. และประธานคณะอนุกรรมการแผนงานกลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวถึงความโดดเด่นของการวิจัยครั้งนี้ว่า มีการเชิญภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม ถือเป็นงานที่ดีมากสำหรับผืนป่าแก่งกระจาน ซึ่งผลประโยชน์หลายภาคส่วนจะได้รับ คือการได้โปรแกรมคำนวณว่า Carbon Footprint ที่หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการการท่องเที่ยวสามารถนำไปใช้ได้จริง และงานวิจัยนี้เราจะได้ข้อมูลที่เป็นตัวชี้วัดที่เป็นมูลค่าเศรษฐกิจ ตัวชี้วัดที่เป็นรายได้ของชุมชน ผู้ประกอบการด้วย

“ในต่างประเทศมีโปรแกรมการคำนวณ Carbon Footprint เช่น นักท่องเที่ยวจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหนสักแห่ง จะต้องเตรียมตัว เอาแก้วน้ำ ช้อน จาน ชามไปเอง ไม่เอาขวดน้ำพลาสติกไป เพื่อลดการใช้น้ำ การใช้ทรัพยากร รวมถึงการใช้น้ำมันการใช้รถระหว่างเดินทางท่องเที่ยว มีแพลตฟอร์มให้คำนวณ หากเราปล่อยคาร์บอนไปเท่าไหร่ นักท่องเที่ยวสามารถชดเชยด้วยการปลูกต้นไม้ ปลูกป่า ทำกิจกรรมเสริม เป็นต้น” ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุภาวดี กล่าว

การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถือเป็นเรื่องที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการที่จะช่วยกันทำให้เกิดความสำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติคงอยู่สืบไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วยชีวิต‘คนไร้บ้าน’อย่างไร?

Posted on February 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710494

ช่วยชีวิต‘คนไร้บ้าน’อย่างไร?

ช่วยชีวิต‘คนไร้บ้าน’อย่างไร?

วันอาทิตย์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ถ้าใครผ่านไปทางเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า ตรงข้ามโรงละครแห่งชาติ ตอน 11.30 น. หรือปากตรอกสาเก หลังโรงแรมรอแยล (โรงแรมรัตนโกสินทร์) ใกล้สนามหลวง ตอน 18.00 น. จะเห็นคนชาย-หญิงราว 200-300 คน นั่งหรือยืนรอรับแจกอาหารจากคนใจบุญหลายรายที่นำมาแจกฟรีเป็นประจำทุกวัน “คนที่ไปรอรับอาหารแจกฟรีเหล่านี้คือใคร?” ส่วนใหญ่เป็นคนจนเมืองที่มีรายได้น้อยหรือไม่มีรายได้ หรือเป็นคนไร้ที่พึ่ง (คนเร่ร่อน คนไร้บ้าน คนจรจัด) ที่มีอยู่ในกรุงเทพฯ ราว 2,000 คนส่วนมากเป็นชายที่มีอายุเกิน 50 ปี อาศัยหลับนอนตามที่สาธารณะ

“สาเหตุที่ทำให้คนไร้บ้านมีหลายอย่าง…แต่ส่วนใหญ่เกิดจากมีรายได้ไม่พอจ่ายค่าเช่าที่พักที่มีราคาสูง” ถูกให้ออกจากงาน ลดรายได้หรือค้าขายขาดทุน ซึ่งอาจเนื่องมาจากการระบาดของโควิด-19 ปัญหาครอบครัว รักอิสระ ชอบพเนจร ผจญภัย ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนหรือทำบัตรหาย คนชนเผ่าชาติพันธุ์ หรือคนที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย หรือเป็นคนต่างชาติที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

“ทุกคนมีสิทธิจะเป็นคนไร้บ้านได้ หากไม่มีเงินพอที่จะซื้อหรือเช่าบ้าน ซึ่งอาจเกิดจากการถูกคดโกง ถูกให้ออกจากงาน เป็นโรคจิตประสาท หรือเกิดปัญหาในครอบครัว จนไม่สามารถจะอยู่ด้วยกันได้” การแจกอาหารนั้นมีข้อดีที่ทำให้คนไร้บ้านมีอาหารกินประทังชีวิตไปหนึ่งมื้อโดยไม่สามารถลดจำนวนคนไร้บ้านจากข้างถนนลงได้ แต่มีข้อเสียที่ทำให้มีคนไร้บ้านมารวมตัวเพิ่มขึ้น เพราะอยู่ใกล้แหล่งอาหารและรายได้ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น การแพร่เชื้อโควิด การทิ้งขยะไม่เป็นที่ความสกปรกจากเศษอาหาร ภาชนะ และอาชญากรรม

เกิดการขับถ่ายส่งกลิ่นเหม็นตามโคนต้นไม้ ริมถนน ริมกำแพงที่มีคนไร้บ้านมาปักหลักนอนประจำ จนคนทั่วไปไม่กล้าเข้าวัด ไม่เดินผ่านสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านและพระสงฆ์ในบริเวณใกล้เคียง ส่วนการแจกเงินสดให้คนเร่ร่อนไร้บ้าน แม้จะทำให้เขามีเงินไปซื้ออาหารหรือสิ่งจำเป็นได้บ้าง แต่มีข้อเสียที่จะทำให้คนเร่ร่อนไร้บ้าน (ที่ไม่ผิดกฎหมาย) ติดนิสัยขอทาน (ที่ผิดกฎหมาย) และทำให้มีคนมารอรับการแจกเงินจำนวนมาก

คล้ายการทิ้งกระจาดตามโรงเจ จะมีบางคนไม่ยอมทำมาหากินคอยแต่นั่งหรือเข้าคิวรอให้มีคนมาแจกแบบผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่เมืองนอกมีการแจกเงินให้คนไร้บ้านมากกว่า 600 บาท แต่คนไร้บ้านไม่ลดลงโดยได้คนขี้เกียจ ขี้เมา ไม่อยากทำงานมาเพิ่ม คอยแต่รอรับเงินสวัสดิการและคูปองอาหาร บางคนเอาเงินไปซื้อเหล้ากิน เมื่อได้เงินช่วยเหลือไม่พอก็ไปเป็นขอทาน จนขอทานเต็มกรุงลอนดอน (อังกฤษ) และนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา)

“ถึงแม้ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 จะระบุในมาตรา 37 ว่า ห้ามมิให้ผู้ใด นั่งหรือนอนบนราวสะพานสาธารณะ หรือนอนในที่สาธารณะ และมีโทษปรับตามมาตรา 38 ระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท แต่พอถูกจับดำเนินคดีเสียค่าปรับแล้ว ก็ออกมานอน ริมชายคาอาคาร ตามวัด อาคารร้าง ตลาด หรือสถานที่ ซึ่งจ้าหน้าที่ตามจับไม่ทัน และเจ้าหน้าที่จะถูกด่าว่าไม่เห็นใจคนยากไร้ คนจน

ส่วนสถานสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่เจ้าหน้าที่มักไปชักชวนคนเร่ร่อนมาอยู่นั้น มักอยู่ห่างจากแหล่งหารายได้ และกำหนดเวลาเข้า-ออก ทำให้ไม่สะดวกสำหรับคนเร่ร่อนที่ต้องออกไปเก็บของเก่าและทำงานตอนเช้าตรู่ หรือกลางคืน และคนเร่ร่อนทั่วไปมักต้องอยู่รวมกับผู้ป่วยที่เป็นโรคจิต บางคนพูดคนเดียวหรือพูดกับต้นไม้ ที่เรียก กันว่าเป็นพวกรั่ว จนสถานสงเคราะห์ของ พม. มีสมญาจากคนไร้บ้านทั่วไปว่าเป็นคุกขอทาน”

คนเร่ร่อนไร้บ้าน ต้องการอาหาร งานอาชีพ ที่พักพิง การรักษาพยาบาล เสื้อผ้า ความปลอดภัย ความเข้าใจ ความรัก และความเห็นใจยอมรับจากกลุ่มเพื่อน เหมือนมนุษย์ทุกคน “สิ่งที่ควรดำเนินการเพื่อช่วยเหลือคนไร้บ้านในประเทศไทย” โดยหน่วยงานต่างๆ มีดังนี้ 1.กระทรวงสาธารณสุข ช่วยรับคนป่วยโรคจิต-โรคติดต่อ จากสถานสงเคราะห์ของ พม. เพราะตอนนี้มีจำนวนมากมายจนคนไร้บ้านทั่วไปไม่อยากเข้าไปอยู่

2.กระทรวง พม. ปรับปรุงสถานสงคราะห์ต่างๆ ในความดูแล เพื่อให้คนไร้บ้านอยากเข้าไปอยู่มากขึ้น โดยแยก คนป่วย คนเป็นโรคจิตและขอทานที่ทำผิดกฎหมายออกจากคนไร้บ้าน-ไร้ที่พึ่งทั่วไป นอกจากนั้น ควรจัดสร้าง/ขยาย บ้านพักคนชรา แบบบ้านบางแค เพื่อรับคนสูงอายุไร้ที่พึ่งอย่างน้อย 1,000 คนไปเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเดือนละ2,000 บาท และค่าแรกเข้าคนละ 3 แสนบาท แบบที่บ้านบางแค 1และ 2 ทำอยู่ (สุนัขจรจัดที่ไม่มีเจ้าของ ยังมีศูนย์เลี้ยงดูไปจนกว่าจะตาย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนและค่าแรกเข้า)

3.กระทรวงแรงงาน จัดฝึกอบรมอาชีพและหางานให้คนในสถานพักพิงคนไร้ที่พึ่งของ พม. ให้ได้อย่างน้อย 1,000 คนต่อปี เพื่อสถานพักพิงคนไร้ที่พึ่งจะได้มีสถานที่รับคนไร้ที่พึ่งรายใหม่เข้าไปได้ 4.สภาอุตสาหกรรมไทย รับคนที่ยังมีศักยภาพและฝึกอาชีพแล้วในศูนย์พักพิง ตามข้อ 2 และ 3 ไปทำงานอย่างน้อยปีละ 1,000 คน และ 5.กรุงเทพมหานคร (กทม.) ควรย้ายจุดแจกอาหาร และศูนย์ช่วยเหลือคนไร้บ้านออกจากบริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า และตรอกสาเก เพราะจะเป็นตัวเร่งให้คนยากจนมารวมตัวกันใกล้ถนนราชดำเนิน ที่มีนักท่องเที่ยวผ่านมาก โดยควรไปย้ายไปแจกที่สวนรถไฟจตุจักร สวนรมณีย์นาถ(คุกเก่า ใกล้วัดสุทัศน์) หรือบึงวารีภิรมย์ เขตมีนบุรี

ผู้ที่สนใจจะช่วยเหลือเร่ร่อนคนไร้บ้าน สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พม. (โทร.1300, 02-2452700) มูลนิธิอิสรชน (โทร.092-8656651) มูลนิธิกระจกเงา (092-2525454)มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (โทร.02-7186472) สานักงานเขตพระนคร กทม. (โทร.1555, 02-6289068) สานักพัฒนาสังคม กทม. ดินแดง (โทร.02-2479681)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระพยอม’สุดเอือม’หลวงพี่’ฉันบวบในห้องน้ำ ไล่ส่งถ้ายังมีอารมณ์ใฝ่ต่ำก็สึกไปเถอะ

Posted on February 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710525

'พระพยอม'สุดเอือม'หลวงพี่'ฉันบวบในห้องน้ำ ไล่ส่งถ้ายังมีอารมณ์ใฝ่ต่ำก็สึกไปเถอะ

‘พระพยอม’สุดเอือม’หลวงพี่’ฉันบวบในห้องน้ำ ไล่ส่งถ้ายังมีอารมณ์ใฝ่ต่ำก็สึกไปเถอะ

วันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 22.24 น.

จากกรณีเพจ “อีซ้อขยี้ข่าว 2 ” โพสต์ในข้อความว่า ฉันเพลเจริญอ็อก…หลวงพี่สะดวกอมบวบและนั่งฉันท์ผัดไท อย่างเมามันส์ หลังโยมหนุ่มจัดถวายที่ห้องน้ำสาธารณะแห่งหนึ่ง โดยมีโยมที่อยู่ห้องข้างๆ สงสัยเห็นพระเดินตามผู้ชายคนนึงเข้าไปในห้องจากนั้นมีเสียงชวบๆ ดังมาเป็นระลอกจึงได้นำมือถือก้มลงไปถ่ายเห็นหลวงพี่กำลังคุกเข่านั่งฉันท์บวบอยู่นั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เพจดังแฉภาพชายผ้าเหลืองแว็บๆ สงสัย’หลวงพี่’ ฉันเพลเสียงซวบๆในห้องน้ำ)

เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2566 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดสวนแก้า  ต.บางเลน  อ.บางใหญ่  จ.นนทบุรี  พระพยอม กัญลยาโน เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าวงการสงฆ์ช่วงนี้เป็นขาลงไปพร้อมๆ กับวงการตำรวจ ตอนนี้เรียกว่าทุกองค์กรที่น่าเชิดหน้าชูตาเป็นที่เคารพเลื่อมใส่ศัทธาไว้เนื้อเชื่อใจประพฤติตัว แทบจะเรียกกันว่า ถึงยุคเสื่อมทรามทางศีลธรรมสุด ๆ  ซึ่งเราเกิดมา 70 กว่าปี บวชมา 50 กว่าปี ก็เพิ่งมาเจอปีนี้ที่มีข่าวออกมาต่อเนื่อง  ก็อยากจะฝากบอกว่าท่านทั้งหลายที่บวชมา ถ้าทนอยู่ในผ้าเหลืองไม่ได้ ยังมีอารมณ์ใฝ่ต่ำ เพราะบวชต้องเป็นคนใฝ่ดีใฝ่สูงใฝ่งาม ก็ขอให้สำนึกเถอะ

“บวชมา 50 กว่าปี พึ่งเจอปีนี้ โยมมักถามมาท่านทำไมพระเป็นอย่างนี้ พระคุณเจ้าที่เป็นน้องท่านที่บวชรุ่นหลัง ขอพระศาสนาไว้อยู่เป็นที่พึ่งแกสัตว์โลกเถอะ ถ้าท่านทนไม่ได้ท่านอยู่ไม่ได้ท่านใฝ่ดีไม่ได้ ยังจะใฝ่ต่ำอยู่ในห้องน้ำก็ไปทำอะไรกันแบบนี้ก็ขอนิมนต์สึกไปเถอะ และก็ขอฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยไปดูเรื่องพรรค์นี้ ไปจัดการให้หน่อย อย่าปล่อยให้ลอยนวลเลย ตอนนี้บอกว่าไม่เคยเจอมาก่อนจริงๆ ไปบิณฑบาตไม่ขาดสักวันที่โยมจะต้องเข้ามาถามใกล้ๆทำไมพระถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมข่าวนี้ออกบ่อยเหลือเกิน อาตมาก็เอือมระอาเหมือนกัน แต่ว่าไม่รู้จะทำยังไง”พระพยอม กล่าว

พร้อมระบุว่า ขอฝากญาติโยมว่า อย่าเหมาเข่งก็แล้วกัน เพราะว่าถ้าเอามาเทียบเคียงดูมันก็ไม่ได้ต่างกว่าสมันก่อน เพียงแต่ว่าเทคโนโลยีโลกโซเชียล มันไม่มีไม่เหมือนยุคนี้ มีพระถูกฆ่า 500 รูป สมัยพระเจ้าอโศก และก็มี ถูกจับเฆี่ยนขณะประพฤติไม่ดีในผ้าเหลืองทำกันมาแล้ว แต่ว่าศาสนาก็ยังอยู่ ทำไมอยู่ เพราะหลักการดีแล้วก็มีคนปฏิบัติตามหลักการแล้วเขาได้ผล เขาได้ผลเชิงประจักษ์ เขาก็ยังทะนุบำรุงต่อไปถึงจะมีตัวทำลายมอดปลวกเข้ามาบ้างก็ตาม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพจดังแฉภาพชายผ้าเหลืองแว็บๆ สงสัย’หลวงพี่’ ฉันเพลเสียงซวบๆในห้องน้ำ

Posted on February 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710518

เพจดังแฉภาพชายผ้าเหลืองแว็บๆ สงสัย'หลวงพี่' ฉันเพลเสียงซวบๆในห้องน้ำ

เพจดังแฉภาพชายผ้าเหลืองแว็บๆ สงสัย’หลวงพี่’ ฉันเพลเสียงซวบๆในห้องน้ำ

วันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.38 น.

11 ก.พ.66 เรียกว่ากลายเป็นประเด็นร้อนเขย่าวงการผ้าเหลืองอีกแล้ว เมื่อเพจเฟซบุ๊ก“อีซ้อขยี้ข่าว 2” โพสต์ภาพพร้อมข้อความที่ชายคนหนึ่งอ้างว่า เห็นคนที่แต่งกายคล้ายพระสงฆ์เดินเข้าไปในห้องน้ำชาย ก่อนที่เขาจะตามเข้าไปถ่ายภาพดังกล่าวจากห้องข้างๆ เห็นเพียงบางส่วนเป็นชายเหลืองและการคุกเข่า โดยระบุว่า “ฉันเพลเจริญอ็อก…หลวงพี่สะดวกอมบวบและนั่งฉันผัดไทยอย่างเมามันส์ หลังโยมหนุ่มจัดถวายที่ห้องน้ำสาธารณะแห่งหนึ่ง โดยเป็นเสียงซวบๆ ดังมาเป็นระลอก”

ทั้งนี้ ได้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ตำหนิถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และหากเป็นพระสงฆ์จริง ถือว่าสร้างความเสื่อมเสียให้แก่วงการสงฆ์เป็นอย่างมาก 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิษณุโลกเตรียมจัดใหญ่! งานแสดงแสงสีเสียง ‘ตามรอยบูรพกษัตริย์ไทย’

Posted on February 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710499

พิษณุโลกเตรียมจัดใหญ่! งานแสดงแสงสีเสียง 'ตามรอยบูรพกษัตริย์ไทย'

พิษณุโลกเตรียมจัดใหญ่! งานแสดงแสงสีเสียง ‘ตามรอยบูรพกษัตริย์ไทย’

วันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.30 น.

วันที่ 11 กงพ.66 นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนางปริษา ปานพรหม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพิษณุโลก และ รศ.ดร.วศิน ปัญญาวุธตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกันแถลงข่าวการจัดกิจกรรมการแสดงแสง สี เสียง ตามรอยบูรพกษัตริย์ไทย ระหว่างวันที่ 15-19 กุมภาพันธ์ 2566 ณ วัดวิหารทอง ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ จ.พิษณุโลก โดยสํานักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพิษณุโลกและกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ประกอบด้วย พิษณุโลก สุโขทัย เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ ได้ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1

นางปริษา ปานพรหม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพิษณุโลก กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมนี้ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยว และเข้าร่วมกิจกรรมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 เพิ่มมากขึ้น และเพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบที่หลากหลาย สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ และกระจายรายได้สู่ชุมชน ส่งเสริมให้กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 กลายเป็นจุดมุ่งหมายปลายทางของการท่องเที่ยว การจัดประชุม และนิทรรศการ รวมถึงเป็นพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายสินค้า และบริการในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ด้านการเป็นเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยว และเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น ให้กับกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1

นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่ากิจกรรมตามรอยบูรพกษัตริย์ไทย เป็นการท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภายหลังจากวิกฤติโควิด อีกทั้งเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวในภูมิภาค ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ ต่างประเทศ และกลุ่มสำคัญ คือ นักท่องเที่ยวสูงวัย ให้รับรู้ว่าที่นี้เหมาะสมที่จะเป็นหมุดหมาย และครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องมาที่นี่

รศ.ดร.วศิน ปัญญาวุธตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า การแสดงแสงสีเสียงเทิดพระเกียรติบูรพกษัตริย์ไทย ด้วยเอฟเฟคตระการตา แสงสี ต่อยอดเจดีย์วัดวิหารทองให้สมบูรณ์เหมือนอดีตกาล การแสดงนิทรรศการผ่านสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยระบบจอสัมผัส ร้อยเรียงประวัติศาสตร์พระเครื่อง พระบูชา และการจัดจําหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ และของดีของชุมชน การแสดงศิลปวัฒนธรรมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 โดยจัดกิจกรรม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 15-19 กุมภาพันธ์ ณ พระราชวังจันทร์ จ.พิษณุโลก จึงขอเชิญร่วมงานกิจกรรมส่งเสริมเส้นทางท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม เชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 “เหนือล่างกลางใจ” ดื่มด่ำกับมรดกแห่งวัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่าง สืบทอดความรุ่งเรืองจากอดีตสู่ปัจจุบัน -003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,903,859 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
ทำเนียบฯลงตัว! อนุทิน จ่อตั้ง อรรถพล-เพิ่มพูน นั่งที่ปรึกษานายกฯ
ไม่สนความจริง เพราะเชื่อไปแล้ว กิ๊ก อนิศ อัดทัวร์ไทยปมกักตุนน้ำมัน
"ทรัมป์" ขู่ทำลายล้างโครงสร้างพื้นฐานอิหร่านเพิ่ม
เลขาฯ สภาฯ รัฐบาลยังไม่ประสานจัดแถลงนโยบายฯ
ศิลปินจีเอ็มเอ็มมิวสิคร่วมรณรงค์แต่งชุดไทยในแคมเปญ‘ภูมิใจแต่งไทยทั้งแผ่นดิน’
นายกฯ แต่งตัวชิล เดินตรวจราคาสินค้า ไทยช่วยไทย แนะผู้ประกอบการจัดโซนเฉพาะหาง่ายต่อการซื้อ 
ปลัด มท. สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ขับเคลื่อน 4 มาตรการเพิ่มเติม รับมือวิกฤตตะวันออกกลางยืดเยื้อ
ยูเอ็นเตรียมโหวตมติคุ้มครองการเดินเรือ "ช่องแคบฮอร์มุซ"
‘อนุทิน’สั่งเชือดแก๊งค้าน้ำมัน เหิมกักตุน-เก็งกำไร ประวิงเวลา/ไม่ส่งให้ปั๊ม แสวงหาประโยชน์มิชอบ

Recent Posts

  • นายกฯ สิงคโปร์แถลงมาตรการเชิงรุก เสริมความมั่นคงพลังงาน หวั่นวิกฤตตะวันออกกลางยืดเยื้อ
  • นาซาเผยภาพถ่ายโลกความละเอียดสูงครั้งแรก จากลูกเรือ Artemis II ระหว่างมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์
  • รัฐสภากัมพูชา ไฟเขียวกฎหมายยฉบับแรกที่มุ่งปราบศูนย์สแกมเมอร์ เพิ่มโทษจำคุกหนักสุด 20 ปี
  • อิหร่านอ้าง สอย F-15 สหรัฐฯ ร่วง สั่งค้นหา-จับเป็นนักบิน
  • ทำเนียบขาวเสนอเพิ่มงบกลาโหมปี 70 ราว 40% พร้อมลดงบในประเทศ หลังค่าใช้จ่ายเพิ่มจากสงครามอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d