Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เช็กด่วนที่นี่!! เส้นทางน้ำท่วม-จราจรเช้านี้ ‘รถติดหนัก’ หลายพื้นที่

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678388

เช็กด่วนที่นี่!! เส้นทางน้ำท่วม-จราจรเช้านี้ 'รถติดหนัก' หลายพื้นที่

เช็กด่วนที่นี่!! เส้นทางน้ำท่วม-จราจรเช้านี้ ‘รถติดหนัก’ หลายพื้นที่

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.38 น.

7 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนถล่มหนักช่วงบ่ายถึงค่ำวานนี้ (6 ก.ย.) ส่งผลให้น้ำท่วมขังหลายจุด ทั้งในพื้นที่ กทม. ปทุมธานี และนนทบุรี โดยที่ กทม. “บางเขน” ท่วมหนักสุด การจราจรติดขัดหลายเส้นทาง และมีรถจอดเสียหลายคัน ส่วนที่ จ.ปทุมธานี “รังสิต” อ่วมหนัก น้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร เทศบาลฯ ต้องประกาศเตือนประชาชนขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ขณะที่ จ.นนทบุรี “แจ้งวัฒนะ” จมบาดาล ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง และสภาพการจราจรติดขัดทันที

ด้านกรมอุตุฯ ออกประกาศฉบับที่ 8 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยวันนี้ (7 ก.ย.) จะมีฝนหนักอีก 59 จังหวัด และจะตกต่อเนื่องจนถึงวันที่ 9 ก.ย.นี้ 

ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 7 ก.ย.65 ทำให้การจราจรติดขัดต่อเนื่องจากเมื่อวาน อาทิ ถนนงามวงศ์วาน ขาเข้า ตั้งแต่ใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน ยาวไปจนถึงแยกพงษ์เพชร ในพื้นที่มีน้ำท่วมขัง รถติดหนัก ท้ายแถวสะสมอยู่ที่เชิงทางขึ้นสะพานพระนั่งเกล้า ช่วงใต้ MRT ไทรม้า , ถนนประชาชื่น ช่วงหน้า ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ทั้งขาเข้า และขาออก น้ำท่วมขังทุกช่องทาง การจราจรติดขัดมาก , ถนนสุขุมวิท ขาออก ตั้งแต่แยกสำโรงเหนือ (ตัดถนนเทพารักษ์) ยาวต่อเนื่องไปจนถึงหน้าร้านอาหาร ป.ปลาทอง มีท่วมขังเป็นระยะ โดยเฉพาะในช่องทางซ้าย รถติดมาก , ถนนรัตนาธิเบศร์ ขาเข้า มุ่งหน้าแยกแคราย เหนียวแน่น ขยับได้ทีละนิดๆ สาเหตุจาก บริเวณใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน-แยกพงษ์เพชร น้ำท่วมขังผิวการจราจร ตอนนี้ ท้ายแถวสะสมอยู่ที่ต่างระดับตัดกับถนนราชพฤกษ์ , ถนนพหลโยธิน ขาเข้า ช่วงสะพานกลับรถฟิวเจอร์พาร์ค มีน้ำท่วมขัง ทุกช่องทาง รถติดขัดมาก ท้ายสะสมหน้าโรงกษาปณ์ , ถนนศรีนครินทร์ ขาเข้า ตั้งแต่แยกแบริ่ง ไปจนถึงแยกศิครินทร์ น้ำท่วมขังทุกช่องทางรถติดขัดมาก ท้ายแถวสะสมเกือบถึงหน้าโลตัส ศรีนครินทร์ , มอเตอร์เวย์ (ทล.7) ขาเข้า กม.3 – กม.0 รถมาก ฝั่งกลับกันขาออก รถน้อย คล่องตัว , ถนนติวานนท์ ขาเข้า จากสนามบินน้ำ มุ่งหน้าแยกแครายช่องทางซ้ายน้ำท่วมสูงมากรถเล็กวิ่งไม่ได้ ส่งผลการจราจรติดขัดท้ายสะสมยาวแล้ว เป็นต้น .-008



ภาพจาก : FM91 Trafficpro , CoachOrrawan , PuNnipa Crazii , Wattanaphol Bas , checkinreview , ฐิตารีย์ นิลพัฒน์ , Nutthorn Eakpreechachaikul

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รถแห่’จากวิถี‘อีสานใหม่’ สู่มหรสพขวัญใจมหาชนทั่วไทย

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678226

‘รถแห่’จากวิถี‘อีสานใหม่’  สู่มหรสพขวัญใจมหาชนทั่วไทย

‘รถแห่’จากวิถี‘อีสานใหม่’ สู่มหรสพขวัญใจมหาชนทั่วไทย

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 07.15 น.

“จังหวัดชัยภูมิเป็นดินแดนที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดรถแห่เลยก็ว่าได้ เพราะมีช่างฝีมือจำนวนไม่น้อยอยู่ที่นั่น แล้วมองว่าการเกิดรถแห่ในปัจจุบัน มันก็คือการตกผลึกของวัฒนธรรมที่มีอยู่ก่อนหน้านี้มาแล้ว แล้วก็มาศึกษาพื้นที่ในจังหวัดมหาสารคาม ที่ก็ถือเป็นดินแดนหนึ่งที่มีนักดนตรีมากมายอยู่พอสมควร”

จารุวรรณ ด้วงคำจันทร์ นักศึกษาปริญญาโท คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าถึงการเลือกลงพื้นที่ 2 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) อย่าง “มหาสารคาม-ชัยภูมิ” เพื่อศึกษาวัฒนธรรม “รถแห่” หรือการนำยานพาหนะขนาดใหญ่อย่างรถบรรทุก มาดัดแปลงให้กลายเป็น “เวทีคอนเสิร์ตเคลื่อนที่” ที่ระยะหลังๆ ได้รับความนิยมไม่เฉพาะแต่ในหมู่ชาวอีสานเท่านั้น แต่ยังขยายไปทั่วประเทศไทย

เรื่องราวการศึกษาวัฒนธรรมรถแห่ที่ จารุวรรณ นำมาบอกเล่านั้น เป็นส่วนหนึ่งในการบรรยายเรื่อง “รถแห่ : วัฒนธรรม (ประชาชน) บันเทิงของคนชั้นกลางใหม่” โดยมองรถแห่ ในฐานะมหรสพสัญจรข้ามพรมแดนวัฒนธรรม รวมถึงในฐานะมหรสพทางดนตรีและการแสดงในแบบ “อีสานใหม่” ซึ่งจัดโดยภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อช่วงปลายเดือนส.ค. 2565 ที่ผ่านมา

จารุวรรณ เล่าย้อนไปสมัยที่เรียนปริญญาตรี มีอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า “การศึกษาประวัติศาสตร์สังคมหรือประวัติศาสตร์ท้องถิ่นควรทำให้มองเห็นคนตัวเล็กตัวน้อย”จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจของการศึกษาประเด็นรถแห่เมื่อมาเรียนระดับ ป.โท ซึ่งนอกจากสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องกับรถแห่ใน 2 จังหวัดข้างต้นแล้ว ยังร่วมสังเกตการณ์บรรยากาศงานบุญต่างๆ ทั้งในและนอกภาคอีสาน รวมถึงดูกระแสบนโลกออนไลน์ด้วย

“รถแห่เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมพื้นถิ่นกับวัฒนธรรมสมัยใหม่ บทเพลงทั้งเนื้อร้องและทำนองผูกโยงกับวิถีชีวิตแบบชาวบ้านที่ถูกถ่ายทอดส่งต่อกันมายาวนาน” ซึ่งแม้ชาวอีสานจะได้รับวัฒนธรรมจากภายนอก แต่ก็เลือกรับในส่วนที่ถูกจริตของตนเอง ซึ่งดนตรีแบบอีสานนั้นมีความเรียบง่าย ไม่ได้ใช้โน้ตมากนัก ส่วนเครื่องดนตรีก็ทำจากวัสดุธรรมชาติ

โดยมีนักวิชาการบางท่านกล่าวว่า “เสียงแคนคือภาพสะท้อนตัวตนของชาวอีสาน ซึ่งเกิดจากภูมิปัญญา อีกทั้งแคนยังเป็นเครื่องดนตรีที่ใช้ติดต่อสื่อสารกับโลกแห่งจิตวิญญาณ” ซึ่งเห็นได้จากการใช้แคนเป็นเครื่องดนตรีตั้งแต่มีงานรื่นเริงบันเทิง ไปจนถึงพิธีกรรมสำคัญต่างๆ “เสียงแคนยังมีความผูกพันต่อชาวอีสานที่ไปทำงานในต่างถิ่น” เพียงได้ยินก็รู้สึกราวกับได้กลับไปเยือนบ้านเกิด

นั่นทำให้ “นักดนตรีชาวอีสานรุ่นแล้วรุ่นเล่า จึงยังรักษาอัตลักษณ์เสียงเครื่องดนตรีพื้นถิ่นที่คุ้นเคย(แคน พิณ โหวต) เอาไว้” อย่างไรก็ตาม “ความหลากหลายทางชาติพันธุ์..ทำให้วัฒนธรรมรถแห่แตกต่างกันด้วยแม้จะเป็นภาคอีสานเหมือนกันก็ตาม” เช่น ในพื้นที่ “อีสานตอนใต้” รถแห่นิยมเล่นเพลงแนว “กันตรึม” ซึ่งเป็นดนตรีที่ได้รับ อิทธิพลมาจากวัฒนธรรมเขมร ขณะที่ “อีสานตอนกลาง” จะนิยมเล่นเพลงแนว “หมอลำ” เป็นต้น

“ส่วนตัวจากที่ศึกษา ก็มองว่ารถแห่ที่ปรากฏในปัจจุบัน ผ่านการผสมผสานระหว่างดนตรีพื้นบ้านที่มีในอีสานมาก่อนหน้านี้แล้วใน2 ทางด้วยกัน ก็คือดนตรีแห่กลองยาวและดนตรีหมอลำซิ่ง ที่ผ่านการปรับปรุงให้สำเร็จรูปจนมีชื่อเสียงเช่นกันในยุคก่อน จนมาถึงช่วงราวทศวรรษ 2550 จนถึงปัจจุบัน ผู้ประกอบการรถแห่ก็ได้ใช้ปรากฏการณ์ทางสังคมและวัฒนธรรมของตนเองผนวกเข้ากับดนตรีสมัยใหม่ที่เข้ามา รถแห่ก็คือสิ่งที่ถูกประกอบสร้างจากหลายสิ่งทั้งเก่า-ใหม่ในอีสาน และมีส่วนสำคัญต่างๆ จนเกิดมาเป็นรถแห่ในปัจจุบัน” จารุวรรณ ระบุ

ทั้งนี้ การดัดแปลงรถบรรทุกให้เป็นเวทีดนตรี เป็นกิจกรรมที่มีมานานแล้วในภาคอีสาน แต่ในอดีตเป็นเพียงการนำเครื่องดนตรีไปตั้งเล่นกันเป็นการชั่วคราวตามโอกาสหรืองานต่างๆ เท่านั้น พอเสร็จงานก็ยกเครื่องดนตรีลงและนำรถไปใช้งานตามปกติ กระทั่งระยะหลังๆ จึงมีการประกอบรถขึ้นมาเพื่อเป็นเวทีมหรสพเคลื่อนที่โดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีเครื่องดนตรีและอุปกรณ์ควบคุมเสียงแบบ “จัดเต็ม” ไม่ต่างจากเวทีคอนเสิร์ตของศิลปินชั้นนำ

จารุวรรณ เล่าต่อไปว่า สมาชิกทีมงานรถแห่มีตั้งแต่แต่งตัวสบายๆ เสื้อยืด-กางเกงยีนส์ ไปจนถึงสวมเสื้อสกรีนชื่อทีมหรือชื่อวงดนตรีของตน“รถแห่ 1 คัน จะมีสมาชิกตั้งแต่ 8-12 คน” ประกอบด้วย 1.คนขับรถ ซึ่งโดยมากคือเจ้าของรถที่แม้จะไม่ใช่นักดนตรีแต่มีใจรักในการแต่งรถและแต่งเครื่องเสียง 2.วงดนตรี มีนักร้องนำ มือกีตาร์ มือเบส มือกลองและมือคีย์บอร์ด และ 3.ผู้ติดตาม เช่น ช่างภาพประจำวง ทำหน้าที่ถ่ายภาพและคลิปวีดีโอ

“ลวดลายและสติ๊กเกอร์บนรถแห่ก็ไม่ใช่ติดไว้โก้ๆ เท่ๆ สวยงามดึงดูดผู้ชมเท่านั้น..แต่ทุกอย่างล้วนมีความหมาย” ตั้งแต่ชื่อวง สัญลักษณ์ของวง ยี่ห้อเครื่องเสียงที่รถแห่เลือกใช้ ช่างหรือร้านแต่งเครื่องเสียงที่รถแห่ใช้บริการซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ว่าจ้าง อีกทั้งยังมีผลทางจิตใจกับผู้สร้างรถแห่นั้นขึ้นมาด้วย อาทิ ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่พ่วงมาด้วยวิกฤตเศรษฐกิจ หลายคนต้องตัดใจขายรถแห่ทิ้งไป แต่บ้างก็รู้สึกภูมิใจหากรถแห่นั้นสามารถขายออกไปได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนั้นยังมีช่องทางการติดต่อ (เพจเฟซบุ๊ค ช่องยูทูบ หรือ QR Code) เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบผลงานรถแห่คันนั้นๆ ได้ติดตามหากไม่สามารถไปชมที่หน้างาน รวมไปถึงผู้สนับสนุนโดยมากคือร้านค้าหรือผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นมาติดต่อขอเช่าพื้นที่ข้างรถเพื่อโฆษณา แม้กระทั่ง “เครื่องหมายลิขสิทธิ์” ก็ยังพบได้บนรถแห่ ซึ่งหมายถึงการที่ผู้ประกอบการไปซื้อลิขสิทธิ์เพลงมาอย่างถูกต้องเพื่อใช้ประกอบอาชีพของตน ประเด็นนี้ถือเป็นการสร้างคุณค่าให้กับผู้ประกอบการอีกทางหนึ่ง เนื่องจากลิขสิทธิ์เป็นเรื่องที่ยุคสมัยใหม่ให้ความสำคัญ

“รถแห่กับค่ายเพลงยังมีลักษณะพึ่งพาอาศัยกัน” โดยค่ายเพลงบางแห่งอนุญาตให้รถแห่นำเพลงไปเล่นได้ จึงกลายเป็นการประชาสัมพันธ์ค่ายเพลงไปด้วยในตัว “รถแห่บางเจ้ายังเป็นอุตสาหกรรมครบวงจร” มีทั้งอู่ประกอบรถ บ้านพัก นักดนตรีซึ่งเป็นทั้งที่พัก ห้องซ้อมดนตรี และสตูดิโอตัดต่อวีดีโอ ทั้งนี้ “รถแห่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญบั้งไฟ อันเป็นประเพณีสำคัญของชาวอีสาน” โดยแต่ละหมู่บ้านจะระดมทุนกันเองเพื่อจ้างรถแห่ ซึ่งมีความอเนกประสงค์ทั้งการบรรเลงทำนองดั้งเดิมตามประเพณี และการเล่นดนตรีสดเอาใจวัยรุ่น

“มันมีการแข่งขันกันเล็กๆ ในขบวนอย่างนี้ด้วย หากชุมชนใดสามารถติดต่อรถแห่คณะที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังในขณะนั้น ถือเป็นเกียรติในชุมชนเป็นอย่างมาก ก็ถือเป็นการแข่งขันอย่างหนึ่ง แล้วก็พบว่า พื้นที่ในการแสดงของรถแห่เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในท้องถิ่นอีสานเอง เห็นได้จากงานนี้ หลายสิ่งถูกลดทอนและถูกจัดวางใหม่ เช่น ขบวนกลองยาวก็ไม่ได้หายไปเลยเสียทีเดียว ขบวนกลองยาวถูกจัดให้ไปอยู่ในกลุ่มของการอนุรักษ์ เป็นการประกวดประชันฟ้อนรำสวยงามมากกว่า แต่ Function (การใช้งาน) จริงๆ ใช้รถแห่” จารุวรรณ กล่าว

ล่าสุดเมื่อไม่นานนี้ ยังมีข้อค้นพบอีกว่า “รถแห่ไปไกลกว่าความผูกพันกับวัฒนธรรมอีสานกระแสหลักที่อิงศาสนาพุทธ..เพราะแม้กระทั่งผู้นับถือศาสนาคริสต์ในพื้นที่ก็ใช้รถแห่เป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมของชุมชนด้วย” โดยประมาณเดือน มิ.ย. 2565 มีการแชร์คลิปวีดีโอชุมชนชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ใน อ.ท่าแร่ จ.สกลนคร เฉลิมฉลองบาทหลวงคนแรกของชุมชนในรอบ 105 ปี ผ่านแอปพลิเคชั่นติ๊กต็อก ซึ่งในคลิปปรากฏภาพชาวบ้านใช้รถแห่ร่วมในขบวนพิธี

“ด้วยความที่ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการตั้งและเก็บเวที ทำให้รถแห่รับงานได้หลายแห่งในเวลาที่จำกัด” ซึ่งปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ มีอุปกรณ์เช็คระบบเสียงได้ทั้งงานและปรับแก้โดยผ่านคอมพิวเตอร์แท็บเลตเพียงเครื่องเดียวมีอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณอินเตอร์เนตทำให้สามารถถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ขณะทำการแสดงได้ด้วย ยิ่งเพิ่มชื่อเสียงและโอกาสที่จะมีผู้ว่าจ้างไปแสดงสดมากขึ้น รวมถึงเป็นช่องทางหารายได้ประทังชีวิตในช่วงล็อกดาวน์สกัดโควิด-19 ที่การชุมนุมรวมกลุ่มคนจำนวนมากถูกห้าม

ขณะเดียวกัน พื้นที่ออนไลน์ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรวมกลุ่มเพื่อประสานงานหรือเจรจาต่อรองกับผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้ เช่น เจ้าของลิขสิทธิ์เพลง หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เป็นต้นหรือการพูดคุยโดยตรงระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้ประกอบการรถแห่ แทนที่จะต้องผ่านนายหน้าอย่างการจ้างหมอลำในอดีตซึ่งนายหน้าจะหักค่าจ้างส่วนหนึ่งไป อนึ่ง “เพลง” ก็เป็นอีกองค์ประกอบที่เป็นอัตลักษณ์ของรถแห่ ดังที่มีคำว่า “เวอร์ชั่น รถแห่” หมายถึงการนำเพลงทั่วๆ ไปที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลงจังหวะให้เร็วขึ้นเพื่อเพิ่มความสนุกสนาน

บทสรุปของการศึกษาเรื่องราวของรถแห่ 1.รถแห่เป็นการแสดงตัวตนที่ซ้อนทับระหว่างวัฒนธรรมเก่าและใหม่ หรือก็คือความเป็นอีสานใหม่ บนรากฐานวัฒนธรรมเก่าในท้องถิ่น และข้ามพรมแดนเชื่อมต่อกับโลกภายนอก 2.รถแห่สร้างสุนทรียภาพของตนเองขึ้นมา ผ่านการผสนผสานะหว่างดนตรีอีสานกับเทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นรูปแบบเฉพาะตัว และ 3.การปรับตัวทำให้อยู่รอดได้ในช่วงวิกฤต ดังที่เห็นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเมื่อทุกอย่างเริ่มคลี่คลายลง การแสดงมหรสพกลับมาทำได้อีกครั้ง รถแห่ก็กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วย

“การศึกษารถแห่ในมิติประวัติศาสตร์สังคมของชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อย จึงได้เห็นพลวัตมีความเปลี่ยนแปลงไปตามเงื่อนไขปัจจัยต่างๆ ซึ่งเราก็ไม่อาจเพิกเฉยในประเด็นเล็กน้อยต่างๆ เหล่านี้ในสังคมได้ โดยเฉพาะวัฒนธรรมบันเทิงที่คิดว่ามันเป็นเรื่องของความสนุกสนานเท่านั้น แต่เบื้องหลังสิ่งเหล่านี้มันมีรายละเอียดของสังคม เศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรมที่แทรกซ้อนอยู่ ทุกการเปลี่ยนแปลง ทุกกิจกรรม

เราสามารถมองพื้นที่การศึกษาท้องถิ่น เพื่อเชื่อมโยงกับโลกใบใหญ่ได้เช่นกัน พวกเราในฐานะผู้ศึกษาก็สามารถเป็นผู้ถูกศึกษาได้เหมือนกันและประวัติศาสตร์สังคมมันก็เป็นประวัติศาสตร์ของคนธรรมดาอย่างเราๆ ที่พยายามจะเป็นจุดที่ทำให้เรามองว่า คนตัวเล็กตัวน้อยก็สามารถขับเคลื่อนสังคมได้ในรูปแบบหนึ่งของพวกเขา ในแนวทางของพวกเขา ในมิติต่างๆ ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอำนาจรัฐหรืออำนาจเศรษฐกิจใหญ่ๆ เพียงอย่างเดียว” จารุวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มใหญ่อยากกัญชาจัดปีนขึ้นนอนหลังคาบ้าน2วัน2คืน ทนหิวข้าวไม่ไหวลงมาเอง

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678318

หนุ่มใหญ่อยากกัญชาจัดปีนขึ้นนอนหลังคาบ้าน2วัน2คืน ทนหิวข้าวไม่ไหวลงมาเอง

หนุ่มใหญ่อยากกัญชาจัดปีนขึ้นนอนหลังคาบ้าน2วัน2คืน ทนหิวข้าวไม่ไหวลงมาเอง

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.12 น.

หนุ่มใหญ่ศรีสะเกษอยากกัญชาจัด ประท้วงพ่อที่จัดหาให้ไม่ได้ ปีนขึ้นหลังนอนบนคาบ้าน 2 วัน 2 คืนใครมาเกลี้ยกล่อม แม้กระทั่งนายอำเภอกันทรลักษ์มาช่วยเกล่อม ก็ไม่ยอมลง สุดท้ายทนหิวข้าวไม่ไหวจึงยอมปีนลงมาเอง

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 6 ก.ย.65 ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 16 ต.สังเม็ก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีเพื่อนบ้านและญาติพี่น้องมาเยี่ยมให้กำลังใจนายเสถียร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นพ่อของนายกันตร์พี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ซึ่งก่อเหตุปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านตั้งแต่เวลาประมาณ 20.30 น.คืนวันอาทิตย์ที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา แม้เพื่อนบ้านจะมาเกลี้ยกล่อมให้นายกันตร์พี ลงมาแต่นายกันตร์พี ก็ไม่ยอมลงมา และอยู่บนหลังคาบ้านดังกล่าวจนถึงวันนี้ (6 ก.ย.)

ต่อมานายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์ ได้รับแจ้งจึงเดินทางมาช่วยเกลี้ยกล่อม แต่นายกันตร์พี ก็ไม่ยอมลงมาจนกระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น.วันนี้ นายกันตร์พี คงจะทนร้อนและหิวไม่ไหวจึงได้ปีนลงมาจากหลังคาบ้านเอง จากนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาลและหน่วยกู้ภัยจึงได้นำข้าวปลาอาหารมาให้กินก่อนที่จะนำตัวส่งไปที่โรงพยาบาลกันทรลักษ์เพื่อให้หมอตรวจดูอาการ    

นายเสถียร เปิดเผยถึงสาเหตุที่นายกันตร์พี ลูกชายปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านถึง 2 คืน 2 วันว่า ตามปกติลูกชายคนนี้ค้าขายอยู่ที่กรุงเทพฯกับภรรยาแล้วติดกัญชาจึงกลับมาบ้านเพื่อจะมารักษาตัวโดยเมียกับพี่ชายคนโตพามาส่งที่บ้านเมื่อวันเสาร์ที่ 3 ก.ย.65 ที่ผ่านมา เมื่อส่งแล้วก็กลับกรุงเทพฯไป พอมาวันอาทิตย์ลูกชายก็อยู่บ้านทั้งวัน จนกระทั่งตกเย็นลูกชายเกิดอยากกัญชาขึ้นมา จึงมาขอกัญชาจากตน แต่ตนไม่เคยสูบกัญชาจึงไม่รู้ว่าจะไปหากัญชาที่ไหนให้ ลูกชายจึงไม่พอใจปีนออกหน้าต่างชั้น 2 ของบ้านขึ้นไปอยู่หลังคาทางห้องครัว ก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปบนหลังคาบ้านชั้น 2 อยู่บนนั้นข้ามวันข้ามคืนใครมาเกลี้ยกล่อมก็ไม่ยอมลงจนกระทั่งบ่ายวันนี้จึงยอมลงมา คงจะทนร้อนไม่ไหว ตนก็ดีใจที่ลูกลงมาแล้วก็ปลอดภัย

“ผมขอฝากเตือนคนทั่วไป กัญชา ยาบ้า เป็นของที่ไม่ดี ไม่ดีมากๆ ไม่ดีที่สุดอย่าได้ลอง ลองแล้วจะติดได้ง่าย เมื่อติดแล้วเสพแล้วก็จะมีอาการหลอนก่อเหตุได้หลายอย่าง ทั้งฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ทำร้ายลูกเมีย เผาบ้านก็มี ผมเคยเห็นแต่ในข่าวไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองแบบนี้” นายเสถียร กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหตุการณ์ ‘หลวงปู่แหวน’ กับ ‘หลวงปู่ตื้อ’ น่าขนพองสยองเกล้า

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678305

เหตุการณ์ 'หลวงปู่แหวน' กับ 'หลวงปู่ตื้อ' น่าขนพองสยองเกล้า

เหตุการณ์ ‘หลวงปู่แหวน’ กับ ‘หลวงปู่ตื้อ’ น่าขนพองสยองเกล้า

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.43 น.

มีเหตุการณ์น่าขนพองสยองเกล้าครั้งหนึ่ง เขียนในนิตยสารโลกทิพย์ ดังนี้ ในเช้าวันหนึ่ง หลวงปู่แหวน กับ หลวงปู่ตื้อ ได้อาศัยบิณฑบาตที่หมู่บ้านชาวป่า มี 4-5 หลังคาเรือน ชาวบ้านพากันมาใส่บาตรด้วยความดีใจ เพราะนานๆ จึงจะมีพระธุดงค์มาโปรดสักที

ชาวบ้านถามว่า พระคุณเจ้าทั้งสองจะไปไหน หลวงปู่บอกว่า จะมุ่งไปทางเทือกเขาที่มองเห็น แล้วจะลงไปทางสุวรรณเขต (อยู่ตรงข้ามกับมุกดาหาร) ชาวบ้านแสดงอาการตกใจ พร้อมทั้งทัดทานว่าอย่าไปทางโน้นเลย เพราะมียักษ์ปีศาจดุร้ายสิงอยู่ คอยทำร้ายคนและสัตว์ที่ผ่านไปทางนั้น

หลวงปู่ทั้งสองกล่าวขอบใจในความหวังดี และบอกว่าท่านทั้งสองได้มอบกายถวายชีวิตให้พระศาสนาแล้ว ขออย่าได้ห่วงตัวท่านเลย แล้วท่านก็ออกเดินทางไปในทิศทางดังกล่าว

หลวงปู่ออกเดินทางโดยข้ามลำน้ำสองแห่ง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ป่าแถบนั้นเงียบกริบ ไม่ได้ยินเสียงสัตว์ต่างๆ เลย แม้แต่นกก็ไม่มี ดูผิดประหลาดมาก

พอใกล้ค่ำหลวงปู่ทั้งสองก็มาถึงยอดเขาสูงที่มีลักษณะประหลาดมาก คือยอดเป็นสีดำคล้ายถูกไฟเผา รูปลักษณะดูตะปุ่มตะป่ำคล้ายหัวคนบ้าง หัวตะโหนกช้างบ้าง แปลกไปจากเขาลูกอื่นๆ

หลวงปู่ทั้งสอง เลือกปักกลดค้างคืนข้างลำธารที่มีน้ำใสไหลผ่านอยู่ที่เชิงเขาลูกนั้น ปักกลดห่างกันประมาณ 10 เมตร เมื่อสรงน้ำพอสดชื่นแล้วต่างองค์ก็นั่งสงบภายในกลดของตน ทั้งสององค์ตระหนักในความประหลาดของสถานที่นั้น ไม่ได้พูดอะไรกันเพียงแค่นั่งสงบอยู่ภายในกลด

ประมาณ 5 ทุ่ม หลวงปู่แหวนก็ออกจากกลดเตรียมจะเดินจงกรม

หลวงปู่ตื้อออกมาตาม และพูดว่า “ผมรู้สึกว่าที่นี่วิเวกผิดสังเกตนะ”

หลวงปู่แหวนตอบ “ผมก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน”

พูดกันแค่นี้แล้วต่างองค์ต่างก็เดินจงกรมในทางของตน ต่อจากนั้นไม่นานก็มีเสียงกรีดแหลมเยือกเย็นดังลงมาจากยอดเขารูปประหลาดนั้น เสียงนั้นแหลมลึกบีบเค้นประสาทจนรู้สึกเสียวลงไปถึงรากฟันทีเดียว

หลวงปู่ตื้อถามพอได้ยินว่า “ท่านแหวนได้ยินแล้วใช่ไหม”

หลวงปู่แหวนตอบด้วยเสียงเรียบๆ ว่า “ผมกำลังฟังอยู่”

เสียงกรีดร้องนั้นใกล้เข้ามาทุกที ฟังแล้วน่าขนพองสยองเกล้า ทั้งสององค์คงเดินจงกรมอยู่เงียบๆ ตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ป่านั้นเงียบสงัดจริงๆ เสียงนกเสียงแมลงก็ไม่มี ครั้นแล้วเกิดพายุปั่นป่วนมาอย่างกระทันหัน ชนิดไม่มีเค้ามาก่อนเลย ต้นไม้โยกไหวรุนแรงราวกับจะถอนรากออกมา อากาศพลันหนาวเย็นวิปริตขึ้นมาทันที พลันปรากฏร่างประหลาดขึ้นร่างหนึ่ง ตัวดำมะเมื่อม สูงราว 7 ศอก มีขนยาวรุงรังคล้ายลิงยักษ์ แต่หน้าคล้ายวัวควาย ตาโปน มือสองข้างยาวลากดิน มันก้าวเข้ามาอยู่ห่างจากหลวงปู่ทั้งสองประมาณ 10 เมตรเห็นจะได้

สัตว์ประหลาดนั้นส่งเสียงร้องโหยหวนขึ้น พลันพายุนั้นก็สงบลง แสดงว่ามันมีอำนาจเหนือธรรมชาติ สัตว์นั้นส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงร้ายกาจเหมือนกลิ่นศพที่กำลังขึ้นอืด มันกระทืบเท้าสนั่นจนแผ่นดินสะเทือน

หลวงปู่แหวนเล่าในภายหลังว่า ท่านไม่รู้สึกกลัว แต่ขนลุกซู่ซ่าไปหมด เพราะไม่เคยเห็นสัตว์ประหลาดอย่างนั้นมาก่อน ยังไม่รู้ว่าเป็นปีศาจหรือสัตว์อะไรแน่ ท่านได้กำหนดสติไม่ให้ใจคอวอกแวก ทอดสายตาไปยังสัตว์ประหลาดนั้น กำหนดจิตแผ่เมตตาไปยังร่างนั้น สัตว์ร่างยักษ์นั้นหยุดร้อง หยุดส่งกลิ่นเหม็น แสดงว่ารับกระแสเมตตาได้ มันค่อยๆ ทรุดร่างลงนั่งยองๆ เอามือยันพื้นไว้ ทำท่าแสดงความนอบน้อมต่อท่าน

หลวงปู่ตื้อพูดพอได้ยินว่า “ท่านแหวนทำดีมาก” พร้อมทั้งเดินมาสมทบ แล้วพูดว่า “เขาแบกหามบาปหาบทุกข์อันมหันต์ เขามาหาเรา เพื่อให้ช่วยปลดทุกข์ให้เขานะ เขาสร้างกรรมไว้มาก เมื่อตายจากมนุษย์แล้วต้องมาเป็นปีศาจอสุรกาย ทนทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่”

หลวงปู่แหวนได้กำหนดจิตถามดู ก็ได้ความว่า สมัยเป็นมนุษย์เขามีการกระทำที่มากล้นด้วยตัณหา และความโลภ คือ ละเมิดศีลข้อ 2 และข้อ 3 อยู่เสมอ จึงต้องมาเป็นปีศาจอสุรกาย รับทุกข์อยู่ที่นั่นมากว่าร้อยปีแล้ว

ปีศาจอสุรกายนั้นดูท่าทางอ่อนลงมาก มันร้องไห้คร่ำครวญน่าสงสาร ขอความเมตตาจากพระคุณเจ้าทั้งสองให้เขาได้พ้นทุกข์ทรมานนั้นด้วยเถิด

หลวงปู่แหวนได้พิจารณาเห็นว่า เขาสร้างกรรมซับซ้อนเหลือเกินใครจะช่วยเขาได้ พลันหลวงปู่ตื้อตอบมาในสมาธิว่า “กรรมเป็นเรื่องสลับซับซ้อนลึกซึ้งอยู่ก็จริง บางทีพระผู้มีศีลบริสุทธิ์และมีบารมีเช่นท่านแหวน ก็อาจจะช่วยให้เขาพ้นทุกข์ได้ ลองอ่านพระคาถาหรือเทศนาธรรมให้เขาฟังดูสิ”

หลวงปู่แหวนได้กำหนดจิตว่าพระคาถา แล้วเทศนาให้เขาสำนึกบาปบุญคุณโทษ เขาค่อยๆ คลายความกังวลลง ก้มลงกราบด้วยความซาบซึ้ง

“พระคุณเจ้า ข้าพเจ้าได้กำหนดจิตพิจารณาตามกระแสธรรมของท่านแล้ว เกิดแสงสว่างกับข้าพเจ้าอย่างมหัศจรรย์ และข้าพเจ้าได้เห็นสภาวธรรม คือ ชาติ ชรา มรณะ อันเป็นทุกข์เป็นธรรมดาของสรรพสัตว์ทั้งหลายแล้วพระคุณเจ้า”

สีหน้าเขาดูสดชื่นขึ้น ก้มลงกราบหลวงปู่ทั้งสององค์ แล้วร่างนั้นก็หายไป

คัดลอกจากหนังสือ “หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ” วัดดอยแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ (โครงการหนังสือบูรพาจารย์ เล่ม 3) ขอบคุณลานธรรมจักร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เศรษฐีของสหรัฐอเมริกา’ ยังนำ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ออกมาใช้

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678300

'เศรษฐีของสหรัฐอเมริกา' ยังนำ 'เศรษฐกิจพอเพียง' ออกมาใช้

‘เศรษฐีของสหรัฐอเมริกา’ ยังนำ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ออกมาใช้

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.31 น.

รายงานพิเศษชุด “ตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” (Awake to urban agriculture) ตอนที่ 2 

สหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศที่มีความเป็นผู้นำ แม้กระทั่ง “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่พบว่า “เศรษฐีของสหรัฐอเมริกา” มีการนำ “เศรษฐกิจพอเพียง” ออกมาใช้โดยอัตโนมัติ ด้วยหัวใจแห่งความเมตตา 

“สตีฟ จอบส์” ผู้คิดค้นเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ภายใต้แบรนด์ “APPLE” เป็นอีกคนหนึ่งที่ในช่วงเวลาวัยกลางคน ช่วงที่เขาประสบความสำเร็จสูงสุด แต่กลับทิ้งความสำเร็จไปหาความรู้ในอินเดีย และ ใช้เวลาช่วงหนึ่งของชีวิตทำเกษตร ทำไร่ บนพื้นที่ว่างของบ้านพักในสหรัฐอเมริกา 

เช่นเดียวกับมหาเศรษฐีในสหรัฐอเมริกาหลายๆคน ที่หันมาสนับสนุนประเทศที่ยากจนและขาดแคลนโอกาสให้มีโอกาสทางด้านการทำเกษตร เช่น บิล เกตส์ (Bill Gates) ซึ่งมีการเผยแพร่ทฤษฎีการเลี้ยงไก่ในแอฟริกาใต้ เพื่อขจัดความยากจน โดยก่อนหน้านี้ได้ก่อตั้งมูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ โดยใช้เงินบริจาคส่วนตัว 3.05 แสนล้านบาทในรอบแรก และบริจาครอบที่สองอีก 1.34 ล้านล้านบาท ปัจจุบันมูลนิธินี้เน้นงานวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพ และมีบทบาทในการแจ้งเตือนสภาวะสุขอนามัยของชาวโลก โดยเฉพาะช่วงวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 รวมไปถึงการสนับสนุนด้านเกษตรกรรมในแอฟริกาใต้

คุณงามความดีของ “บิล เกตส์” ทำให้วอร์เรน บัฟเฟ่ต์ (Warren Buffet) นักเล่นหุ้นซึ่งรวยเป็นอันดับสองของโลก ประกาศสมทบทุนกับมูลนิธิของบิลเกตส์ เป็นจำนวนเงินถึง 1.67 ล้านล้านบาท 

เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า “เศรษฐีของสหรัฐอเมริกา” มีความเป็น “เศรษฐกิจพอเพียง”

โดยอัตโนมัติ อันเกิดขึ้นมาด้วยคุณงามความดีภายใน “จิตใจ” อันเป็น “ผู้รู้” ที่จะทำลาย “ความไม่รู้” ออกอย่างสิ้นเชิง เพื่อให้การดำเนินชีวิตในทางโลกนั้นงดงาม 

การตื่นรู้เหล่านี้ มีหลักปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่านคำว่า “ความพอดี” โดย “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาได้รวบรวมกระแสรับสั่งเกี่ยวกับหลักการดำเนินชีวิตแบบ “เศรษฐกิจพอเเพียง” ไว้ 6 ประการ ได้แก่ 1.ความพอดีด้านจิตใจ 2.ความพอดีในการรักษาวินัยและกติกาของสังคม 3.ความพอดีด้านเศรษฐกิจและการลงทุน 4.ความพอดีในการใช้ทรัพยากร  5.ความพอดีในการใช้เทคโนโลยี และ 6.ความพอดีด้านการเมือง

ส่วนอาจารย์อภิชัย พันธะเสน ผู้ทำวิจัยเรื่องการรวบรวมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่นำปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ไปใช้ได้อย่างเป็นผลได้เขียนสรุปในหนังสือ “การประยุกต์พระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงกับอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม” ซึ่งทำให้ธุรกิจที่น้อมนำแนวทางพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ไปใช้นั้นสามารถผ่านพ้นวิกฤตมาได้ มีอยู่ด้วยกัน 9 ข้อ คือ 1.ใช้เทคโนโลยี ที่เหมาะสมกับทุน และสภาพธุรกิจของตน 2.มีขนาดการผลิตที่เหมาะสม 3.ไม่เน้นการทำกำไรระยะสั้น 4.กระจายความเสี่ยง 5.ไม่ก่อหนี้เกิดขีดความสามารถในการใช้หนี้ 6.ตอบสนองตลาดท้องถิ่นก่อน 7.ใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ 8.ใช้แรงงานมากกว่าเครื่องจักร และ 9.ความซื่อสัตย์ 

“แนวหน้า ออนไลน์” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์อาจารย์สัมพันธ์ พิพัฒน์วรการ หนึ่งใน “เกษตรคนเมือง” ซึ่งลงมาลุยงานเกษตรอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2552 ด้วยเหตุผลล้มละลายกับธุรกิจ และ เป็นหนี้หลักหลายสิบล้านบาท ปัจจุบันสถานการณ์หนี้ส่วนตัวคลี่คลาย ด้วยอาชีพการทำเกษตรในเมือง และ วันนี้ต่อยอดสู่การบุกเบิกการทำโครงการ “1 อำเภอ 1 ฟาร์มนวัตกรรม 1 ศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตร” โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “เฟรชวิลล์ฟาร์ม” (Freshville Farm) และในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการขยายศูนย์เรียนรู้การทำเกษตรในเมือง สู่ปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร และ หัวเมืองในต่างจากหวัด เช่น บางใหญ่ กรุงเทพฯ, อัมพวา-บางคนที จ.สมุทรสงคราม และ จ.อุบลราชธานี เป็นต้น 

อาจารย์สัมพันธ์ให้ความเห็นเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” ว่า ในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมาที่ทำอยู่ในแวดวงเกษตรกรรม จะพบว่าคนทำเกษตรเองก็ยังไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมากนัก ซึ่งจริงๆแล้วคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่นำมาใช้กับภาคเกษตรกรรมนั้น สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านการเกษตรได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดผลผลิตที่ดี รวมไปถึงการใช้หลักกการตลาดในการจำหน่ายผลผลิตด้านการเกษตร ไม่ได้จำกัดว่า จะต้องอยู่ที่การปลูกพืชลงดินเท่านั้น จึงจะเป็นเศรษฐกิจพอเพียง

สอดคล้อง กับที่ ดร.สุเมธ ถ่ายทอดออกมาว่า อยู่อย่างพอเพียงตามแนวพระราชทานนั้น แบ่งออกเป็นสองข้อใหญ่ ได้แก่ 1.เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้เป็นเรื่องของเกษตรกรรายเล็ก ส่วนธุรกิจขนาดใหญ่ต้องการบริหารจัดการให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้ ประเทศต้องการการพัฒนาเศรษฐกิจแบบคู่ขนาน หรือ Dual Tracks เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่ใช้ได้กับทุกองค์กรไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก ไม่ว่าองค์กรนั้นจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน 

และ 2.พระองค์ไม่ได้ห้ามไม่ให้รวย หากจะมีอาชีพสุจริตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้วจะมั่งมีจนสามารถซื้อข้าวของที่ต้องการใช้บ้างก็ไม่มีใครว่า ขออย่าได้เบียดเบียนคนอื่น หรือ ใช้ของอย่างไรไม่รู้คุณค่า ทิ้งๆขว้างๆ ให้เป็นขยะ หรือเป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม อย่างนี้ไม่ได้ 

หนึ่งในองค์ความรู้ แห่งการรู้ตื่นด้านการเกษตรที่เป็นตัวอย่างให้แก่คนเมืองมาหลายยุคคหลายสมัย ได้เรียนรู้ผ่านการเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และ เป็นสถานที่เผยแพร่ความรู้ด้านงานวิจัยเกษตรสถานที่นั้นคือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งมี “ฟักแม้ว” เป็นผักประจำถิ่นที่ต้อนรับผู้มาเยือน รวมไปถึงผลไม้เมืองหนาวที่มีให้ชิมตลอดทั้งปี เช่น ท้อ หรือ พีช , แอปเปิ้ล และสาลี่ บนเนื้อที่ 138 ไร่ 

ต้นแบบของการทำเกษตรที่ “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” เพื่อให้ได้ผลผลิตตามฤดูกาลของท้องถิ่นนั้นๆใน จ.เชียงใหม่ เป็นเรื่องราวที่ประทับใจสู่รุ่นต่อรุ่นมานาน อยู่ที่ว่าคนเมืองจะนำเรื่องราวเหล่านี้มาประยุกต์ใช้อย่างไร 

รวมทั้งในปัจจุบัน มีโครงการ “ทหารพันธุ์ดี” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่ทำให้คนไทยตระหนักถึงคุณค่าอาหารที่ได้จากการทำการทำเกษตรที่ปลอดสารพิษ และ พึ่งพาตนเองได้ ซึ่งคนเมืองก็มีโอกาสเรียนรู้การทำเกษตรผ่านโครงการนี้ได้เช่นกัน 

อาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถึงกับเอ่ยปากว่า “เกษตรคนเมือง” เป็นเรื่องดีมากๆ และ ตอนนี้กรุงเทพมหานครกำลังสำรวจและรวบรวมข้อมูลพื้นที่ว่างเปล่าใน กทม. เพื่อนำมาตีพิมพ์เผยแพร่ให้กับคนเมืองได้ทราบว่า ในเขตของตนนั้น มีพื้นที่ใดพอที่จะได้รับอนุญาติให้ทำเกษตรได้บ้าง ซึ่งพบว่ามีพื้นที่บางส่วนเป็นของราชการ เช่น กรมธนารักษ์ เป็นต้น 

ปิดท้ายรายงานพิเศษชุด “ตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” (Awake to urban agiculture) ตอนที่ 2 และโปรดติดตามตอนต่อไป


อ้างอิง :-
วารสาร อ.ส.ท. ฉบับเดือนธันวาคม ปี 2544 และ หนังสือ “เศรษฐกิจเขียวและใส” 
เศรษฐกิจพอเพียงสำหรับประเทศไทยในเรือนกระจก เขียนโดย ดร.พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล 
ขอบคุณภาพจาก มูลนิธิชัยพัฒนา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยกระดับปราบโกงยุคดิจิทัลหนุน’ผู้นำ’ใช้ Ai เป็นอาวุธ ACT ชวนคนไทยสแกน’ยันต์กันโกง’

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678231

ยกระดับปราบโกงยุคดิจิทัลหนุน'ผู้นำ'ใช้ Ai เป็นอาวุธ ACT ชวนคนไทยสแกน'ยันต์กันโกง'

ยกระดับปราบโกงยุคดิจิทัลหนุน’ผู้นำ’ใช้ Ai เป็นอาวุธ ACT ชวนคนไทยสแกน’ยันต์กันโกง’

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.22 น.

ยกระดับใช้ Ai ปราบโกงในยุคดิจิทัล ACTชวนคนไทยสแกน “ยันต์กันโกง” เข้าถึง “แพลตฟอร์ม ACT Ai” ใช้เป็นอาวุธสู้โกง พร้อมชูบทบาท “ผู้นำ…กับการปราบโกง”ต้องเท่าทัน เป็นต้นแบบการมีส่วนร่วม ปลุกพลังนำพาประชาชนไล่จับคนโกง ปราบปีศาจคอร์รัปชันให้สิ้นอิทธิฤทธิ์ ยุติความเสียหายให้ประเทศไทย 

6 ก.ย.65 นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT กล่าวว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันผนึกกำลังร่วมกับองค์กรสมาชิกกำหนดให้ทุกวันที่ 6 กันยายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอร์รัปชัน โดยได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต่อต้านคอร์รัปชันต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา แม้การขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชันจะดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งพบว่าปัญหาเพิ่มความซับซ้อน มีการหาช่องว่าง ช่องโหว่ รวมทั้งนำเทคโนโลยีทันสมัยมาเอื้อต่อการคอร์รัปชันมากขึ้น รูปแบบการฮั้วประมูลประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ที่คนโกงยังหาช่องทุจริตได้ หรือการจัดซื้อจัดจ้างในท้องถิ่น ที่ยกข้ออ้างเรื่องนวัตกรรมมาเพิ่มราคากลางให้สูงขึ้น

“ทั้งนี้ เราต้องรู้เท่าทันรูปแบบการโกงด้วยการนำเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลมาใช้ผ่านเครื่องมือ ACT Ai เพื่อป้องกันการโกงได้อย่างแม่นยำ อาทิ กรณีเสาไฟกินรีโซลาร์เซลล์ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลราชาเทวะ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นกรณีศึกษาที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเมื่อใช้เครื่องมือตรวจสอบที่เข้าถึงข้อมูลภาครัฐอย่างรวดเร็ว จะช่วยยับยั้งความเสียหายจากการโกงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนสามารถเข้าถึงการใช้งานแพลตฟอร์ม ACT Ai ด้วยการสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) ผ่านยันต์กันโกงทางเพจเฟสบุ๊กองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันซึ่งจะสามารถใช้งานเครื่องมือ ACT Ai ได้อย่างหลากหลาย” ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ระบุ

นอกจากนี้ นายวิเชียร ยังย้ำถึงบทบาทของผู้นำว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปราบโกง เพราะผู้นำคือต้นแบบ หากได้ผู้นำที่มุ่งโกงกินจะก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวง ดังนั้นประชาชนต้องสนับสนุนผู้นำที่โปร่งใสมุ่งประโยชน์ส่วนรวมและสนับสนุนการตรวจสอบจากภาคประชาชน รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสใช้เครื่องมือที่ทันสมัยตรวจสอบการคอร์รัปชัน 

นอกจากนี้จากบทบาทของผู้นำในระดับจังหวัดและท้องถิ่นที่ร่วมเวทีเสวนา 2 ครั้งก่อนหน้านี้ จัดโดยความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทย สถาบันพระปกเกล้า สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันเปิดพื้นที่ทางความคิด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้นำระดับท้องถิ่นได้ตระหนักถึงบทบาทความสำคัญของประชาชนในการการมีส่วนร่วมเป็นพลังปราบโกงไปด้วยกัน ซึ่งสอดคล้องกับการขับเคลื่อนแนวคิด “ผู้นำ…กับการปราบโกง” ในปีนี้ด้วย

ขณะเดียวกัน ผศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้ดูแลโปรเจกต์ ACT Ai ระบุถึงการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (Ai) มาสนับสนุนการตรวจสอบการคอร์รัปชันว่า จากเดิมการตรวจสอบข้อมูลเอกสารราชการทำได้ยากและยังไม่ปลอดภัยต่อตัวผู้ตรวจสอบ ส่งผลให้ประชาชนหลายคนไม่กล้าแสดงบทบาทนี้ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันและพันธมิตรได้ออกแบบแพลตฟอร์ม ACT Ai เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานได้ง่ายและปลอดภัย เชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐ ที่ผ่านมาใช้ตรวจสอบการทุจริตเสาไฟกินรีด้วย ACT Ai โดยประชาชนและสื่อได้รับความสำเร็จมาแล้ว ทั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเครื่องมือ ACT Ai จะได้รับการยอมรับจากประชาชนเพื่อใช้เป็นอาวุธ ในการปราบโกง เพราะถ้าหากเราไม่ร่วมมือช่วยกันปราบโกงแล้ว จะยิ่งทำให้ปีศาจคอร์รัปชันมีอิทธิฤทธิ์สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อประเทศเพิ่มขึ้นตามมา

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้าใช้งาน ACT Ai ผ่านการกดเข้าใช้งานได้ที่ https://actai.co เพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลในการตรวจสอบอย่างหลากหลาย ประกอบด้วย โครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ, ระบบจับโกงงบ COVID, โครงการ Build Better Lives by CoST, การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินนักการเมือง, การตรวจสอบงบท้องถิ่น, กระดานวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเครือข่ายการโกง (Corruption Analysis Dashboard), การตรวจสอบการใช้งบในโรงเรียนด้วย School Governance และยังรวมถึงแพลตฟอร์มที่ระดมไอเดียใหม่ ๆ จากโครงการ ACTKathon เช่น แจ้งเบาะแสเหตุสงสัยทุจริตคอร์รัปชันผ่าน LINE OA : จับตาไม่ให้ใครโกง Corruption Watch (@corruptionwatch) และ Voice of Change เครื่องมือรับแจ้งเบาะแสการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น

สำหรับ กิจกรรมวันต่อต้านคอร์รัปชัน ประจำปี 2565 จัดขึ้นในแนวคิด “ผู้นำ…กับการปราบโกง” ณ ลานเวทีใหญ่ ชั้น M สถานีกลางบางซื่อ กรุงเทพฯ เป็นเวทีให้ผู้นำตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับชาติมีโอกาสมาร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การปราบโกงร่วมกัน ประกอบด้วย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายณรงค์ วุ่นซิ้ว  ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา, นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา, นางสาวเพ็ญภัค รัตนคำฟู นายกเทศมนตรีตำบลเกาะคา จังหวัดลำปาง และนายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง อีกทั้งยังถ่ายทอดสดผ่าน เพจเฟสบุ๊กองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เพื่อให้ผู้นำและประชาชนทั้งประเทศมีส่วนร่วมปลุกพลังปราบโกงไปในคราวเดียวกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดแสบ! เจ้าตูบแสนซนคาบของฝากกลับบ้าน

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678223

สุดแสบ! เจ้าตูบแสนซนคาบของฝากกลับบ้าน

สุดแสบ! เจ้าตูบแสนซนคาบของฝากกลับบ้าน

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.10 น.

ผู้ใช้ติ๊กต็อกชื่อว่า @nana091399 ได้โพสต์คลิปสุดน่ารักของเจ้าตูบตัวแสบ ที่มักคาบของฝากกลับบ้านตลอด ไม่ว่าจะเป็นกิ่งไม้ หม้อ กะละมัง เสื่อ รวมทั้งปลาเป็นๆ ทำเอาชาวเน็ตที่ได้เห็นคลิปนี้ต่างยิ้มแก้มปริให้กับความน่ารัก พร้อมทั้งคอมเมนต์ว่า “มีของมาฝากทุกวันเลย” เรียกว่าเป็นคลิปที่ไม่ว่าใครได้ชมก็อารมณ์ดีจริงๆ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มทนไม่ไหว! ถูกหลวงพี่ลวนลามกลางห้างดังโคราช รู้ถูกถ่ายเดินหนีจีวรปลิว

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678218

หนุ่มทนไม่ไหว! ถูกหลวงพี่ลวนลามกลางห้างดังโคราช รู้ถูกถ่ายเดินหนีจีวรปลิว

หนุ่มทนไม่ไหว! ถูกหลวงพี่ลวนลามกลางห้างดังโคราช รู้ถูกถ่ายเดินหนีจีวรปลิว

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.05 น.

วันที่ 6 กันยายน 2565 ผู้ใช้ TikTok @graf19 ได้โพสต์คลิปที่ตัวเองถ่ายไว้ได้ หลังถูกชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์เข้ามาลวนลามในร้าน ในห้างชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา โดยระบุข้อความว่า “มีใครพอจะรู้จักหรือเคยเห็นบุคคลแต่งกายคล้ายพระในคลิปนี้บ้างทักหาผมหน่อยครับ กำลังตามหาบุคคลในคลิปเนื่องจาก บุคคลในคลิปพยายามเข้ามาลวนลามผม”

โดยในคลิปจะเห็นว่า ผู้โพสต์ได้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายคลิป แล้วชายแต่งกายคล้ายพระก็รีบเดินออกจากร้านไปทัน จากนั้นผู้โพสต์ได้ตามไป แล้วถามว่า เดินหนีทำไม ทำให้ชายแต่งกลายคล้ายพระเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

ชมคลิป : คลิก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนูน้อยตุ้ยนุ้ยโคลนดูดขึ้นไม่ได้ร้องโวยวาย ลั่น ‘แม่หยุดถ่ายได้แล้ว มาช่วยหนูก่อน’ (คลิป)

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678209

หนูน้อยตุ้ยนุ้ยโคลนดูดขึ้นไม่ได้ร้องโวยวาย ลั่น 'แม่หยุดถ่ายได้แล้ว มาช่วยหนูก่อน' (คลิป)

หนูน้อยตุ้ยนุ้ยโคลนดูดขึ้นไม่ได้ร้องโวยวาย ลั่น ‘แม่หยุดถ่ายได้แล้ว มาช่วยหนูก่อน’ (คลิป)

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.39 น.

ผู้ใช้ติ๊กต็อก vanchanamakmee ถ่ายคลิปลูกชายของตัวเอง ไปเล่นโคลนจนจมลงไป ขึ้นมาไม่ได้ ต้องไปตามพ่อมาช่วย ตามเพื่อนมาช่วยกันดึงอย่างทุลักทุเล 

ระหว่างที่หนูน้อยกำลังตะเกียกตะกายขึ้นมาจากหล่มโคลนนั้น ผู้เป็นแม่ ก็ได้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ไว้ตลอด จนหนูน้อยต้องพูดว่า “แม่เลิกถ่ายได้แล้วมาช่วยหนูก่อน” สร้างเสียงหัวเราะสนั่นโลกออนไลน์อย่างมาก 

แต่สุดท้ายก็ช่วยหนูน้อยขึ้นมาได้สำเร็จ ในสภาพเปรอะโคลนไปทั้งตัว ทำเอาชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก และกลายเป็นคลิปที่สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจนโด่งดังในโลกโซเชียล.-008 

https://www.tiktok.com/embed/v2/7138397934038699291?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F678209

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ม.หอการค้าไทยชูมิชชั่นปั้น’เด็กอาร์ตหัวการค้า’ผลผลิตแห่งอนาคตจากคณะศิลปะการออกแบบดิจิทัล

Posted on September 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678207

ม.หอการค้าไทยชูมิชชั่นปั้น'เด็กอาร์ตหัวการค้า'ผลผลิตแห่งอนาคตจากคณะศิลปะการออกแบบดิจิทัล

ม.หอการค้าไทยชูมิชชั่นปั้น’เด็กอาร์ตหัวการค้า’ผลผลิตแห่งอนาคตจากคณะศิลปะการออกแบบดิจิทัล

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.38 น.

ม.หอการค้าไทย ชูมิชชั่นปั้น #เด็กอาร์ตหัวการค้า ผลผลิตแห่งอนาคตจากคณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล ผ่านวิสัยทัศน์ “ดร.ดิสพล จันศิริ”

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ย้ำจุดยืนมหาวิทยาลัยอันดับ 1 แห่งการสร้างเด็กหัวการค้า สู่โลกผู้ประกอบการยุคใหม่ และเป็นอีกหนึ่งสถาบันในระดับอุดมศึกษาที่มีการปรับตัวและพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยอยู่เสมอ และในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา ได้มีการพัฒนาหลักสูตรวิชาการ สู่คณะวิชาใหม่อย่าง คณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล เพื่อขยายขีดความสามารถให้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก้าวเท่าทันสถาบันอุดมศึกษายุคใหม่ที่ไม่ใช่เพียงแค่การสร้าง #เด็กหัวการค้า ผ่านวิชาการด้านบริหารธุรกิจ แต่ยังเป็นมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้เรียนที่สนใจวิชาชีพด้านศิลปะ พ่วงความรู้ด้านธุรกิจ แบบฉบับ #เด็กอาร์ตหัวการค้า สอดคล้องกับยุคสมัยที่วิชาชีพมีความหลากหลาย และไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว

ดร.ดิสพล จันศิริ คณบดีคณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึง  พันธกิจและวิสัยทัศน์ต่อการขับเคลื่อนคณะฯ สู่ความเป็นเลิศด้านการสร้างบัณฑิตสู่วงการศิลปะในโลกดิจิทัลว่า คณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล (Digital art and design) มีจุดมุ่งหมายสำคัญคือการสร้างบัณฑิตผู้เต็มเปี่ยมด้วยองค์ความรู้ด้านศิลปะที่ผสมผสานไปกับเทคโนโลยีดิจิทัล ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อทักษะของทุกวิชาชีพ และมีความพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยมีคุณลักษณะที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ 

เพราะฉะนั้นทางคณะฯ มีความเห็นว่า ผู้ที่จะประกอบวิชาชีพด้าน Digital design จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจทางด้านศิลปะอย่างแท้จริง และต้องเป็นผู้ที่มีทักษะในการใช้ความคิดเพื่อสร้างสรรค์ผลงาน รวมถึงสามารถผลิตงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจ ตลอดจนสามารถพัฒนาเนื้อหาและเทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานบนดิจิทัลแพลตฟอร์มให้มีความโดดเด่น ทันสมัย โดยเรามีความพร้อมทั้งด้านอุปกรณ์ เครื่องมือ ห้อง Lab ที่สามารถให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ฝึกฝีมือได้อย่างเต็มที่สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ความเป็น Practice University 

นอกจากนั้น เรายังมีบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ที่มีความรู้ ความสามารถ ที่มีประสบการณ์ผ่านการทำงานจากสนามธุรกิจที่แท้จริง เพื่อให้นักศึกษาที่เรียนจบจากคณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล ของ ม.หอการค้าไทย มีความพร้อมในการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งทางคณะฯ ยังมีโครงการความร่วมมือกับองค์กรภายนอกอีกมากมาย เพื่อสร้างเวทีและโอกาสในการนำเสนอผลงานจากความสามารถของผู้เรียนให้เป็นที่ประจักษ์ แสดงให้เห็นถึงคุณภาพการเรียนการสอน และศักยภาพของผู้เรียนและผู้สอนได้อย่างเด่นชัด อย่างเช่นกิจกรรมการจัดนิทรรศการศิลปะ “รากเหง้า” ที่ผ่านมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่ง ม.หอการค้าไทย ได้ร่วมมือกับศูนย์การค้า Emquatier เพื่อให้ผลงานของนักศึกษาและคณาจารย์ ได้เป็นที่รู้จักสู่สายตาผู้ชมอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก และได้รับผลตอบรับที่ดีจากทุกภาคส่วน ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของคณะ ซึ่งในอนาคตเรายังมีแผนความร่วมมืออีกมากมาย เพื่อขยายโอกาสในการนำเสนอผลงาน ตลอดจนร่วมพัฒนาหลักสูตรร่วมกับองค์กรภายใต้ภาคีเครือข่ายของสภาหอการค้าที่มีศักยภาพต่อไป

สำหรับคณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล มีตัวอย่างรายวิชาที่น่าสนใจ ได้แก่ Graphic design, Interactive online media design, Animation อื่น ๆ อีกมากมาย โดยผู้เรียนจะมีโอกาสในการประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษาในหลายสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผู้ผลิตงานและนักออกแบบด้านคอมพิวเตอร์กราฟิก ผู้พัฒนาเว็บไซต์ ครีเอทีฟและออกแบบสื่อ ผู้ผลิตสื่อและเนื้อหาดิจิทัล ผู้ผลิตงานด้านสื่อมัลติมีเดีย ตลอดจนผู้ประกอบการด้านกราฟิกและมัลติมีเดีย โดยมีค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร รวมทั้งหมด  383,600 บาท

อย่างไรก็ดี ทางมหาวิทยาลัยยังมีทุนการศึกษาหลากหลายประเภททุน ยกตัวอย่าง 3 ประเภททุนที่น่าสนใจ อาทิ ทุนรัตนมงคล หรือ ทุน 100 % สำหรับเยาวชนผู้มีผลการเรียนดีเยี่ยม มีคะแนนเฉลี่ย 3.50 ขึ้นไป ความประพฤติดี ทำกิจกรรมในระดับมัธยมฯ มาพอสมควร ทุน UTCC Gold เหมาะสำหรับผู้สําเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายสามัญ หรือสายอาชีพ มีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 และ ทุน UTCC Silver สำหรับผู้สําเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สายสามัญหรือสายอาชีพ มีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 2.50 

นอกจากทุนทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมาข้างต้นที่ใช้ผลการเรียนเป็นเกณฑ์หลักแล้ว ยังมีทุนที่เน้นพิจารณาจาก portfolio หรือความสามารถพิเศษอื่น ๆ ได้แก่ ทุนความสามารถพิเศษ, ทุนกีฬา, ทุนดนตรีไทยและนาฏศิลป์, ทุนเด็กหัวการค้า, ทุนทายาท SME, ทุนทายาทเกษตรกร, ทุนผู้นำ, ทุนคนดี โดยสามารถศึกษารายละเอียดของทุนการศึกษาประเภทต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.utcc.ac.th

“ทางมหาวิทยาลัยฯ มีความเชื่อมั่นว่าเป็นอย่างยิ่งว่า คณะศิลปะและการออกแบบดิจิทัล ม.หอการค้าไทย จะเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่นอกจากจะผลิตบัณฑิตให้มีวิสัยทัศน์และจิตวิญญาณแห่งผู้ประกอบการแล้ว เรายังจะสามารถก้าวสู่การเป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาด้านศิลปะและการออกแบบชั้นนำของประเทศ และเป็นศูนย์กลางทางด้านวิชาการพร้อมด้วยวิชาชีพด้านการศิลปะและด้านออกแบบเพื่อ สร้างบุคลากรที่มีความสามารถ สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านทักษะในเชิงศิลปกรรมภายใต้เทคโนโลยีดิจิทัลต่อไปในโลกอนาคต”ดร.ดิสพล กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้สนใจศึกษาต่อ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ LINE Official : @utcccare  เว็บไซต์ http://www.utcc.ac.th/admission หรือติดต่อ ศูนย์รับสมัครนักศึกษาใหม่ อาคารสัญลักษณ์ (อาคาร 24) ชั้น 2 โทร 02-6976767 เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00  น. 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,296 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic

Recent Posts

  • อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
  • นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน
  • ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก
  • ทรัมป์ประกาศ เริ่ม “Project Freedom” พาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d