Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ลึกลับในสนามข่าว : 31 พฤษภาคม 2565

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657091

ลึกลับในสนามข่าว : 31 พฤษภาคม 2565

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

nn…จากที่คิดว่าล้มนิดเดียว ไม่น่าจะเป็นอะไรมากมาย …พอไปหาหมอ ตรวจจริงๆ ปรากฏว่าก็หนักอยู่ ถึงขั้นกระดูกแตก ต้องใส่เฝือกยาวนาน แรกๆเดินเหินลำบาก ต้องใช้วอล์กเกอร์ แต่ปัญหาสุขภาพ ความเจ็บป่วยทางกายไม่เป็นอุปสรรคในการทำงานเลยสำหรับ “พี่โอ๋–รังสิมา รอดรัศมี” สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ เพราะตลอด 2-3 เดือนที่ใส่เฝือก เดินวอล์กเกอร์เจ้าตัวก็ลุยงานลงพื้นที่ตลอด ไม่ขาดตกบกพร่อง เพียงแต่เปลี่ยนจากเดิมเดินตรวจสอบ ลงมือทำเอง มานั่งบัญชาการอยู่ท้ายรถกระบะ บอกทีมงานต้องอย่างนั้นอย่างนี้ ชี้เป้าบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านได้เหมือนเดิม เรียกว่า “ใช้ปากทำงาน” …พอทุเลา พอเดินได้เองไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย ก็ยักแย่ยักยันลุยงานพบปะชาวบ้านในพื้นที่ ลุยงานสภาฯ กรรมาธิการฯปกติตามเดิม จนแฟนคลับและพ่อแม่พี่น้องชาวสมุทรสงครามกระเซ้าตลอดว่า “เดินไม่ไหวยังซนแท้”…

…ล่าสุดเห็นเจ้าตัวออกงานเต็มตัวแล้ว ประเดิมด้วยงานบุญงานบวช ร่วมขบวนแห่นาค ที่เด็ดกว่านั้นคือ ยังร่วมแจมวงดนตรี ช่วยเขาตีฉาบอีกต่างหาก ยัง…ยังไม่พอ เข้าไปแย่งเก็บเหรียญโปรยทานกะเขาด้วย ได้หลายเหรียญมาเต็มมืออยู่…แหมมมม…แข็งแกร่งแบบนี้นี่เอง ถึงได้รับความไว้วางใจจากพ่อแม่พี่น้องชาวสมุทรสงครามให้เป็นผู้แทนฯเป็นปากเป็นเสียงในสภามาตลอด แถมด้วยฉายา หญิงแกร่งแห่งเมืองสมุทรสงคราม สภาฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ แฟนคลับปรบมือรัวๆ ให้แถมกระซิบฝากมาบอกด้วยความเป็นห่วงว่า ลดความซนลงหน่อยนะทั่นผู้แทน ถนอมร่างกายบ้าง จะได้ลุยงานเพื่อประชาชนได้ยาวๆ จ้า…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โอ้ยสุดสงสาร! พบลูกแมวมงคล 4 ตัวพันธุ์ผสมราคาเกือบหมื่นถูกปล่อยกลางป่าสภาพอิดโรย

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657096

โอ้ยสุดสงสาร! พบลูกแมวมงคล 4 ตัวพันธุ์ผสมราคาเกือบหมื่นถูกปล่อยกลางป่าสภาพอิดโรย

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.57 น.

เมื่อเวลา 11.30 น.วันนี้ (30 พ.ค.65) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายอดินันท์ ผลเมือง อายุ 45 ปี ชาวบ้านหมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราชว่า พบลูกแมว 4 ตัว สภาพอิดโรยตัวเปียกปอนอยู่ในป่าห่างจากถนนสายริมเขา – ไฟฟ้าหมู่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นป่าสลับสวนยางพารา ห่างจากถนนประมาณ 50 เมตร 

ส่วนจุดที่พบลูกแมวอยู่บนเนินดิน ตรวจสอบเป็นลูกแมวอายุ 1 –  2 เดือน สีขาว – เทา ตัวผู้ 2 ตัวเมีย 2 ลักษณะคล้ายแมวสายพันธุ์ผสมระหว่างวิเชียรมาศกับลายสลิด ซึ่งเป็นแมวสายพันธุ์มงคลที่กลุ่มนิยมเลี้ยงแมวจะเลี้ยงไว้ที่บ้านเพื่อความสิริมงคล อย่างไรก็ตาม พบว่าลูกแมวทั้ง 4 ตัวอยู่ในสภาพตัวเปียกปอน อิดโรยจึงช่วยนำออกจากป่า ก่อนนำที่บ้านแล้วทำความสะอาด เช็ดตั ให้อาหารเมล็ด และนมกิน ซึ่งลูกแมวทั้ง 4 ตัวกินอาหารเมล็ดอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนกับไม่ได้กินอาหารมาหลายมื้อ

สอบถามนายอดินันท์ ผู้แจ้ง เล่าว่า ก่อนพบลูกแมวทั้ง 4 ตัวตนนำวัวมาล่ามบริเวณริมป่าข้างถนน เพื่อให้วัวหาหญ้ากินเองตามธรรมชาติ ระหว่างนั้นได้ยินเสียงคล้ายลูกแมวร้องและบริเวณพุ่มไม้บนเนินดินสั่นไหว ตอนแรกคิดว่าเป็นนก จึงเข้าไปดูใกล้ๆ จนพบว่าเป็นลูกแมวอยู่ในสภาพอิดโรยตัวเปียกปอน ด้วยความสงสารลูกแมวทั้ง 4 ตัวจึงขอความช่วยเหลือจากนายไพรวัลย์ อุบลกาญจน์ หัวหน้ามูลนิธิใต้เต็กตึ๊งทุ่งใหญ่เข้าช่วยเหลือ เพราะหากปล่อยลูกแมวไว้แบบนี้คงกลายเป็นเหยื่องูเหลือมหรือสัตว์มีพิษในป่าแน่นอน 

ส่วนสาเหตุที่ลูกแมวทั้ง 4 ตัวอยู่ในป่า ไม่แน่ชัดว่ามีคนนำมาทิ้งหรือถูกแม่แมวคาบมาเอง อย่างไรก็ตาม หลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ช่วยเหลือลูกแมวทั้ง 4 ตัวได้ปลอดภัยจึงได้มีการประกาศตามหาเจ้าของ พร้อมกับหาคนเลี้ยงดูลูกแมวทั้ง 4 ตัว ล่าสุด หลังเจ้าหน้าที่นำภาพแมวโพสต์โซเชียลไม่ถึง 5 นาที มีคนใจบุญติดต่อขอรับลูกแมวทั้ง 4 ตัวไปเลี้ยงดูแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับลูกแมวทั้ง 4 ตัวมีลักษณะ รูปพรรณของสี ขน คล้ายกับแมวสายพันธุ์มงคลระหว่างสายพันธุ์วิเชียรมาศและสายพันธุ์ลายสลิด ซึ่งมีกลุ่มผู้รักแมวนิยมเลี้ยงเพื่อความสิริมงคลประจำบ้าน แต่เป็นที่น่าแปลกใจเหมือนกันว่าหากลูกแมวทั้ง 4 ตัว เป็นแมวสายพันธุ์มงคลจริง ซึ่งจะมีราคาหลัก 5,000 – 10,000 บาท แต่ทำไมถึงมาอยู่ในป่าในสภาพนี้ – 003  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หยุดความอยากของใจด้วยการปฏิบัติธรรม’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657088

'หยุดความอยากของใจด้วยการปฏิบัติธรรม' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.34 น.

“…สิ่งต่างๆ ที่เราไปอยากได้ ไปอยากมี ไปอยากเป็น หรือไปอยากไม่มีอยากไม่เป็นนี้ เป็นสิ่งที่เราไปควบคุมบังคับมันไม่ได้ ไปสั่งให้มันดีไม่ได้ ไปสั่งให้มันเป็นของเราไปตลอดไม่ได้ ถ้าเราไม่อยากจะทุกข์ ก็อย่าไปอยากให้มันเป็นตามความอยากของเรา ปล่อยให้มันเป็นไปตามความเป็นจริงของมัน 

สรุปก็คือ ถ้าเรามีปัญญา เราจะอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง คือความไม่เที่ยงแท้แน่นอน ความไม่มีตัวตนของสิ่งต่างๆ เราจะไม่อยู่บนพื้นฐานของความอยากของเรา เพราะถ้าเราอยู่บนพื้นฐานของความอยาก เราจะทุกข์ไปเรื่อยๆ อยากได้นั่นอยากได้นี่ พอไม่ได้ก็ทุกข์ หรือพอได้มาแล้ว พอเสียไปก็ทุกข์ มีแต่ความทุกข์ตามมาอยู่เสมอ

นี่คือ “มรรค” เขาเรียกว่า “สัจธรรม” อริยสัจข้อที่ ๔ ถ้าเราเห็นว่าทุกอย่างไม่เที่ยง เราก็ต้องรู้ว่าความทุกข์ของเรานี้เกิดจากความอยาก อยากให้ของเหล่านี้มันเที่ยง อยากให้มันเป็นของเรา อยู่กับเราไปตลอด แต่พอมันไม่อยู่กับเรา เราก็เลยทุกข์กัน เราก็เลยเศร้าโศกเสียใจ นี่แหละคือสิ่งที่พวกเราจะต้องมาสร้างกันมาปฏิบัติกัน คือมาสร้างปัญญา ปัญญาที่สามารถที่จะสอนใจให้หยุดความอยากได้ 

ปัญญานี้ก็มีอยู่ ๓ ระดับด้วยกัน ปัญญาระดับแรกก็คือปัญญาที่ท่านกำลังได้ยินได้ฟังกันอยู่ตอนนี้ เรียกว่า “สุตตมยปัญญา” ปัญญาคือความรู้ ความรู้ที่เกิดจากการได้ยินได้ฟัง แต่ปัญญาที่เกิดจากการได้ยินได้ฟังนี้ไม่มีกำลังที่จะไปหยุดความอยากได้ ถ้าหยุดได้ญาติโยมก็บรรลุกันหมดแล้วตอนนี้ เลิก! ไม่เอา! กาแฟไม่กิน! ขนมไม่กิน! ไม่เที่ยวไม่ดูไม่ฟังไม่เล่น อยู่เฉยๆ มันจะตายให้มันรู้ไปสิ ลองทำดูสิ ถ้าทำได้ก็บรรลุได้

แต่ปัญญาระดับนี้มันไม่มีกำลังพอที่จะไปหยุดความอยาก แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นของการที่จะพาเราไปสู่ปัญญาที่จะหยุดความอยากได้ เพราะเราต้องรู้ก่อนว่าอะไรเป็นเหตุของความทุกข์ของเรา ความทุกข์ใจของพวกเราก็คือความอยากของพวกเรา แล้วอะไรที่จะหยุดความทุกข์ใจ หยุดความอยากของใจได้ ก็คือการปฏิบัติธรรมนี่เอง การปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญา

โอวาทธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมย้าย ‘รูปปั้นพระนารายณ์บรรทมสินธุ์’ ครั้งแรกในรอบ 54 ปี มาใช้ครั้งแรกในไทย

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657080

เตรียมย้าย 'รูปปั้นพระนารายณ์บรรทมสินธุ์' ครั้งแรกในรอบ 54 ปี มาใช้ครั้งแรกในไทย

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.15 น.

นารายณ์ โฮเต็ล เตรียมเคลื่อนย้าย “รูปปั้นพระนารายณ์บรรทมสินธุ์” ครั้งแรกในรอบ 54 ดึงทีมอนุรักษ์งานศิลป์จากฝรั่งเศส นำเทคนิคเฉพาะมาใช้เป็นครั้งแรกในไทย

ภายหลังจากที่ได้มีการอัญเชิญ “องค์พระนารายณ์” ที่อยู่คู่โรงแรมนารายณ์ มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ในสถานที่ที่เหมาะสมเรียบร้อยแล้ว ความคืบหน้าล่าสุดที่ทางโรงแรมกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือ การเคลื่อนย้ายรูปปั้นพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ ซึ่งถือว่าเป็นประติมากรรม เก่าแก่ ที่สำคัญเช่นกัน แต่การเคลื่อนย้ายครั้งนี้ มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งต้องระดมทีมนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณมาร่วมตรวจสอบและประเมินโครงสร้างในครั้งนี้ด้วย

นายนที นิธิวาสิน กรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ โฮเต็ล จำกัด ให้ข้อมูลถึงการเคลื่อนย้ายว่า “ด้วยความที่รูปปั้นพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ อยู่คู่กับโรงแรมมาเป็นเวลากว่า 50 ปี ไม่เคยเคลื่อนย้ายเลย ย่อมต้องมีสึกกร่อนไปตามกาลเวลา ครั้งนี้ ถือเป็นการเคลื่อนย้ายครั้งแรก ทีมผู้บริหารจึงต้องการอยากให้คงสภาพเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด  เราจึงตัดสินใจ เลือก บริษัท JWD Art Space จำกัด ที่มีประสบการณ์ด้านดูแล งานศิลปะครบวงจร ทั้งซ่อมแซมงานศิลปะ เคลื่อนย้าย เก็บรักษา และติดตั้งกลับ เป็น One Stop Service  รวมทั้งมีรับประกันภัย ผลงานทุกชิ้น ในทุกขั้นตอน ซึ่งทำให้เราวางใจได้ว่างานศิลปะที่เรานำไปฝากไว้  ได้รับการเก็บรักษาเป็นอย่างดี” 

นอกจากนี้ นายนที ยังได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนงานในขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้ว่า “ในส่วนที่เรากำลังดำเนินงานอยู่ในตอนนี้ ยังเป็นขั้นตอนการเคลียร์พื้นที่ภายในตัวอาคาร ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นพระนารายณ์บรรทมสินธุ์, เรือสุพรรณหงส์, จิตกรรมฝาผนัง, แชนเดอเรีย และอื่น ๆ คาดว่าจะแล้วเสร็จได้ ประมาณเดือนกรกฏาคมนี้ จากนั้น ก็จะเป็นขั้นตอนการทุบตึก ปรับปรุงพื้นที่ เพื่อรองรับการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตครับ”

ทางด้านนายโรแบร์ต บูแกรง ดูบูร์ก (Robert Bougrain-Dubourg) นักอนุรักษ์งานศิลปะชาวฝรั่งเศสที่ทำงานร่วมกับทีมงาน JWD Art Space ได้ให้ความรู้ในเรื่องนี้ด้วยว่า “งานศิลปะชิ้นนี้เป็นผลงานล้ำค่าอีกผลงานหนึ่งของประเทศไทย เป็นผลงานที่มีขนาดใหญ่ ปั้นขึ้นด้วยปูนปลาสเตอร์ อายุกว่า 50-60 ปีแล้ว การเคลื่อนย้าย ต้องอาศัยความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ ทุกขั้นตอนเสี่ยงต่อการแตกร่อนสูง 

ขั้นตอนก่อนเคลื่อนย้าย จึงสำคัญมาก สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือ ป้องกันชิ้นงานทั้งหมดเสียก่อน หน้าที่ของผมและทีมงาน เข้ามาดูแลตรงนี้ ด้วยเทคนิคเฉพาะ ที่นิยมใช้กันมากกับการอนุรักษ์งานศิลปะในประเทศแถบยุโรป โดยเฉพาะที่ประเทศฝรั่งเศส นี่ถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย  ที่นำเทคนิคนี้มาใช้ และหลังจากทำความสะอาดรูปปั้นพระนารายณ์บรรทมสินธุ์แล้ว ต้องทากาวน้ำชนิดพิเศษที่ทำจากไขกระต่ายแล้วปิดทับด้วยกระดาษสา ทำแบบนี้สลับกันไป 5-6 ชั้น เพื่อป้องกันชิ้นงานให้เสียหายน้อยที่สุดหรือไม่มีส่วนใด เสียหายเลย ขั้นตอนต่อไปใช้แผ่นสำลีหุ้มอีกครั้ง ก่อนนำมาบรรจุในกล่องไม้ เตรียมเคลื่อนย้ายด้วยระบบราง นำลงมาผ่านช่องหน้าต่างทางชั้น 2 โดยมีนั่งร้านและเคลนช่วยยก รองรับอีกทอดหนึ่งด้วย และนำไปเก็บรักษาไว้ในห้องเก็บงานศิลปะที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งเราควบคุมอุณหภูมิ 25-27 องศา ตลอด 24 ชม. ควบคุมความชื้น ป้องกันเชื้อรา และใช้ผ้าคลุมเอาไว้ตลอดเวลา โดยจะเปิดออกมาตรวจเช็กสภาพทุก ๆ 1 เดือน ซึ่งงานในส่วนที่จะมีเจ้าหน้าที่ของทาง JWD Art Space คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ชิ้นงานอยู่ในสภาพเดิมให้ได้มากที่สุดครับ”

“รูปปั้นพระนารายณ์บรรทมสินธุ์” เป็นผลงานทรงคุณค่า โดย นางสาวไข่มุกด์ ชูโต ประติมากรหญิงคนแรกของประเทศไทย ปั้นไว้ตั้งแต่ปี 2506  จัดอยู่ในงานปั้นประเภทประติมากรรมนูนต่ำ มีขนาด 2×8 เมตร “รูปปั้นพระนารายณ์บรรทมสินธุ์” เป็นองค์พระนารายณ์บรรทมบนอนันตนาคราชเจ็ดเศียร ขนาบข้างด้วยพระนางลักษมี พระชายา จุดเด่นของประติมากรรมชิ้นนี้ อยู่ที่ลวดลายละเอียดอ่อน มีความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณและความเป็นธรรมชาติ นับเป็นหนึ่งในผลงานสร้างชื่อเสียงให้กับนางสาวไข่มุกด์ ยิ่งไปกว่านั้น เปรียบเหมือนสัญลักษณ์และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจพนักงานทุกคน ซึ่งหากโครงการก่อสร้างอาคารเสร็จเรียบร้อย ทางทีมผู้บริหาร มีความเห็นว่า จะนำรูปปั้นพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ กลับมาติดตั้งไว้ในที่ที่เหมาะสมอีกครั้ง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหม่อันงดงามต่อไปอีกด้วย. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดภาพหนุ่มหัวร้อนปั่นจักรยานชนรถเก๋งล้มเองพอลุกมาได้ถีบรถเขาพังเสียหายอีก (คลิป)

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657071

เปิดภาพหนุ่มหัวร้อนปั่นจักรยานชนรถเก๋งล้มเองพอลุกมาได้ถีบรถเขาพังเสียหายอีก (คลิป)

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.32 น.

จากกรณีเพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ Part 2 โพสต์คลิประบุข้อความว่า “ตั้งใจหรือไม่หรือไม่เต็มม..แต่ที่แน่ๆทรัพย์สินชาวบ้านเสียหาย พิกัด เหตุเกิดวันเมื่อวันที่ 28 3-4 ทุ่ม บางบัวทอง หมู่บ้านพฤกษา 3 ครับ ถ้าบ้าจริง ก็สมควรเข้ารับการรักษา ไม่ใช่มาทำอะไรแบบนี้ ครั้งต่อไปถ้าคุณไปทำกับคนอื่นอีกละ ถ้าไม่ใช่รถและไปทำกับคนละจะทำยังไง??? คนที่เดือดร้อนก็คือคนในหมู่บ้าน”

ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 30 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณหมู่บ้านพฤกษา 3 ซอย 124/1 ตำบลพิมลราช อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เพื่อสอบถามนายชัยชนะ ริ้วทอง อายุ 30 ปี เจ้าของรถยนต์เก๋งยี่ห้อ Suzuki Swift สีขาวหมายเลขทะเบียน กง 3968 สิงห์บุรี สีขาว จอดไว้บริเวณข้างบ้าน ถูกชายขี่จักรยานปั่นชนกระจกด้านซ้ายรถเก๋งล้มเองลุกขึ้นมาใช้เท้าถีบเข้าที่รถเก๋งหลายครั้งทำให้รถเก๋งคันดังกล่าวได้รับความเสียหายเหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ค.65 เวลาประมาณ 20.31 น.แจ้งความไว้ที่สภ.บางบัวทอง

นายชัยชนะ ผู้เสียหาย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.65 เวลา 20.30 น.มีผู้ชายคนนึงปั่นจักรยานมาชนกระจกรถเก๋งของตนที่จอดข้างทางแล้วล้มเอง หลังจากนั้นเขาโมโหลุกขึ้นมาถีบรถตนกระจกมองข้างด้านซ้ายแตกหมดเลย ด้านข้างประตูก็เป็นรอย ฝากระโปรงหลังยุบ ในกล้องวงจรปิดเห็นตอนเขากำลังถีบเลย เขาปั่นจักรยานมา สภาพเขาไม่แน่ใจว่าเมาหรือเปล่า วันก่อนก็มาเตะถังขยะตรงปากซอยและถือไม้กระบองเดินไปทั่วหมู่บ้าน 

หลังจากเขาก่อเหตุก็ไม่ได้มาพูดคุยอะไร ตนได้ไปแจ้งความแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าอีก 2-3 วันจะเรียกตนให้เข้าไปให้ปากคำเพิ่ม ตนอยากให้คนก่อเหตุมารับผิดชอบ ตนเพิ่งมาเช่าบ้านหลังนี้อยู่ไม่นานตอนนี้รู้สึกกลัว ถ้าเขาไม่ปกติอยากให้พาไปรักษาเพราะกลัวว่าจะมาก่อเหตุซ้ำอีก ที่เขาบอกว่าตนรู้จักกับเขาตั้งแต่จังหวัดสิงห์บุรี ตนยืนยันว่าไม่ได้รู้จัก เพียงแต่รถของตนเป็นทะเบียนสิงห์บุรี

จากการสอบถามป้าสา อายุ 60 ปี ชาวบ้านในซอย 124/1 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนอยู่ที่หน้าโรงเรียน เขาปั่นจักรยานแล้วก็เอาไม้ขัดหลังแล้วเดินไปทั่ว ใครซ่าก็โดน ไม่รู้เมาเหล้าหรือเมายาเดินไปมาสุดซอย เอาไม้ที่ถือมาตีถังขยะบ้านคนอื่น เห็นเขาว่าคนนี้อยู่ ซ.123 พ่อแม่ไม่อยู่ด้วยแล้วให้เขาอยู่คนเดียว เขาก็เกเรแบบนี้ ตรงนี้เป็นหน้าโรงเรียนกลัวเกิดอันตรายกับเด็กนักเรียน ตนอยากให้หน่วยงานเข้ามาดูแลมาจับตัวไปเพราะตรงนี้เด็กเยอะ ตอนเด็กเลิกเรียนเขาก็ชอบออกมา เดินตัวลายน่ากลัว อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับไปรักษา คนในซอยก็กลัวเห็นเดินมาก็ปิดประตูหนีกันหมด เมื่อวานตอนที่เขาตีถังขยะตนก็ออกมาดูเพราะคิดว่าตีรถตน ลูกชายตนก็แอบมองอยู่ เขาเดินเป็นนักเลงในซอยเลย มันน่ากลัว อยากให้ออกไปจากซอยนี้ เด็กเลิกเรียนมันอันตรายเรากลัวตรงนี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือนายเอกชัย (ขอสงวนนามสกุล) ภายในซอย 123 หมู่บ้านดังกล่าว แต่ไม่พบมีคนบอกว่าซ้อนท้าย จยย.ออกไปกับเพื่อนตั้งแต่ช่วงเที่ยง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เคยสงสัยมั้ย? ทำไม ‘เลขไทย’ เหมือน ‘เลขเขมรปัจจุบัน’ เผยข้อมูลที่ไม่เคยรู้กว่าจะเป็น ‘ตัวเลขไทย’

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657070

เคยสงสัยมั้ย? ทำไม 'เลขไทย' เหมือน 'เลขเขมรปัจจุบัน' เผยข้อมูลที่ไม่เคยรู้กว่าจะเป็น 'ตัวเลขไทย'

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.30 น.

เคยสงสัยมั้ย! ทำไม ‘เลขไทย’ เหมือน ‘เลขเขมรปัจจุบัน’? เผยข้อมูลที่ไม่เคยรู้กว่าจะเป็น ‘ตัวเลขไทย’ ในปัจจุบัน

หลังจากมีประเด็นถกเถียงกันอยู่ในโลกโซเชียล เมื่อเว็บไซต์ www.change.org เผยแพร่การรณรงค์ ขอให้ใช้เลขอารบิกในเอกสารราชการไทยแทนตัวเลขไทย โดยผู้นำแคมเปญรายหนึ่ง ระบุว่า เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน เป็นสากล และส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูลดิจิทัล

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “โบราณนานมา” โพสต์เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเลขไทยที่ใช้ในปัจจุบันว่า “กว่าจะเป็น “ตัวเลขไทย” ในวันนี้ สืบเนื่องจาก ๒-๓ วันนี้มีการถกเถียงถึงเรื่อง “เลิกใช้เลขไทยในเอกสารราชการได้ไหม ?” ความเห็นก็แตกออกเป็น ๒ ทาง คือ 1. สนับสนุนให้ยกเลิก โดนให้เหตุผลเรื่องระบบดิจิทัล ถ้าใช้เลขอารบิก ข้อมูลดิจิทัลมันเป็นสากล และ 2. ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิก โดยให้เหตุผลในเรื่องของประวัติศาสตร์และความภาคภูมิใจในภาษาไทยและเลขไทย แล้วต่อมาก็เกิดประเด็นใหม่ขึ้นมา มีคนตั้งข้อสงสัยว่า “เลขไทยเราลอกมาจากเขมร” พร้อมกับแนบรูปตัวเลขเขมรในปัจจุบันเป็นภาพประกอบ

ส่วนที่หลายคนน่าจะส่งสัย คือ ทำไม “เลขไทยปัจจุบัน” และ “เลขเขมรปัจจุบัน” เหมือนกันอย่างกับแกะ อันนี้ก็มีคำอธิบายทางประวัติศาสตร์ ในเรื่องของ “การมีอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรม” ก่อนหน้า “เขมร” จะรับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจาก “ไทย” ไป ไทยเองก็เคยรับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมจากหลาย ๆ แหล่งด้วยกัน รวมถึง “เขมรโบราณ” (คนละกลุ่มกับเขมรปัจจุบัน ถ้าอธิบายคงยาว) ด้วย

“ไทย” เริ่มเข้าไปมีอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมใน “เขมร” แบบจริง ๆ จัง ๆ ก็ช่วงปลายยุคกรุงธนบุรีและต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งสมัยก่อนเมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จะมีประเพณีหนึ่ง คือ การชุบเลี้ยงดูองค์รัชทายาทเขมรเป็นพระราชบุตรบุญธรรม ในฐานะลูกเจ้าเมืองประเทศราช (เมืองขึ้น) ซึ่งเป็นธรรมเนียมเก่าแก่ มีมาแต่โบราณ เพื่อมิให้เขมรเกิดความกระด้างกระเดื่องต่อสยาม (ไทย) เหตุการณ์และประเพณีนี้เริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ จนถึงรัชกาลที่ ๔ รวมเวลาทั้งสิ้น ๗๓ ปี

การที่องค์รัชทายาทเขมร ได้เข้ามาบวชเรียนและเติบโตในราชสำนักไทยตั้งแต่วัยเยาว์ จึงได้รับเอาวัฒนธรรมและรสนิยมแบบไทยในราชสำนักไทย เอาไว้มาก เมื่อต้องกลับไปครองราชบัลลังก์เขมร

เมื่อสมัยกรุงธนบุรี พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ (ครั้งดำรงพระยศเป็นเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก) เสด็จออกไปปราบกบฏเมืองเขมรปี ๒๓๒๓ ไม่ทันไรก็ต้องเสด็จกลับเข้ามาระงับยุคเข็ญในกรุงธนบุรี ต่อมาประเทศเขมรก็แตกแยกกันเป็นก๊กเป็นเหล่า ประจวบกับมีสงครามแขกจามจะยกมาตีเขมร พระยายมราช (แบน) เห็นจะสู้ไม่ได้จึงพาเจ้านายเชื้อพระวงศ์เขมรที่เหลืออยู่มี “นักองค์เอง” เจ้าชายองค์น้อยมีพระชันษาเพียง ๑๐ ปี อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารอยู่ในกรุงเทพฯ

รัชกาลที่ ๑ ได้ทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงเป็นพระราชบุตรบุญธรรม นอกจากนั้นเจ้าหญิงซึ่งเป็นพระเชษฐภคินีของนักองค์เองอีก ๒ องค์ คือ นักองค์อีและนักองค์เภานั้น สมเด็จพระอนุชาธิราช (กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท) ทรงรับไปเลี้ยงเป็นพระสนมเอก ส่วนพระยายมราช (แบน) ได้รับแต่งตั้งจากความดีความชอบเป็นเจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ ต้นตระกูลอภัยวงศ์ นับแต่นั้น

ต่อมาเขมรสงบลง เหล่าขุนนางจึงได้ร้องขอพระราชทานรัชทายาท คือ “นักองค์เอง” ออกไปครองประเทศเขมร รัชกาลที่ ๑ ยังไม่ทรงอนุญาตเพราะทรงเห็นว่านักองค์เองยังทรงพระเยาว์อยู่มาก เกรงจะมีอันตราย แต่ได้โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (แบน) ออกไปรั้งราชการกรุงกัมพูชาแทน

ต่อมาเมื่อ “นักองค์เอง” ทรงเจริญพระชันษาและได้ทรงผนวชแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้ออกมาครองเขมรสืบทอดต่อมา โดยได้รับพระราชทานนามว่า “สมเด็จพระนารายน์รามาธิบดี ศรีสุริโยพรรณ บรมสุรินทรามหาจักรพรรดิราช บรมนาถบพิตร เจ้ากรุงกัมพูชา”

สมเด็จพระหริรักษ์รามมหาอิศราธิบดี (พระองค์ด้วง) ได้ส่ง “นักองค์ราชาวดี” เข้ามาทำราชการที่กรุงเทพฯ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ เมื่อพำนักในกรุงเทพฯ พระองค์มีสถานะเป็นพระราชบุตรบุญธรรมของกษัตริย์สยาม ทรงผนวชในธรรมยุติกนิกาย ๑ พรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร

ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ในกัมพูชาเกิดความขัดแย้งขึ้น สยามได้เรียกตัว “นักองค์ศรีวัตถา” และ “นักองค์ราชาวดี” เข้ากรุงเทพฯ สยามได้ตัดสินใจสนับสนุนให้ “นักองค์ราชาวดี” ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งกรุงกัมพูชา โดยมีขุนนางกัมพูชาในกรุงเทพช่วยกันประกอบพิธี พิธีราชาภิเษกของพระนโรดมที่กรุงเทพฯ ได้เป็นไปโดยนิตินัย ก่อนที่จะมีพิธีราชาภิเษกอีกครั้งที่กรุงพนมเปญ โดยพฤตินัย

ทางการสยามได้จัดทัพทางเรือไปส่งนักองค์ราชาวดีที่เมืองกำปอด และเดินทัพทางบกไปยังเมืองอุดงมีไชย ในระหว่างนี้ เกิดการกบฏอีก ออกญาสุทศ (บา) ได้รวบรวมกองทัพตั้งมั่นที่โพธิสัตว์ สยามจึงส่งทัพจากเสียมราฐและจันทบุรีไปปราบจนราบคาบ และได้อัญเชิญสมเด็จพระนโรดมประกอบพิธีราชาภิเษกที่กรุงพนมเปญและขึ้นเป็นกษัตริย์อย่างสมบูรณ์

ขณะนั้นกัมพูชาเป็นประเทศราชของสยาม เชื้อพระวงศ์ที่จะอภิเษกเป็นพระเจ้ากรุงกัมพูชา ต้องมาจากการแต่งตั้งของรัตนโกสินทร์ ทางสยามมีสิทธิในการสถาปนากษัตริย์กัมพูชา

การเมืองที่เกิดจากระบบพ่อปกครองลูกได้ผูกมัดจิตใจให้เกิดความจงรักภักดีระหว่างสองราชอาณาจักรตลอดมา กษัตริย์เขมรที่เคยเสด็จมาพำนักและเจริญพระชันษาในกรุงเทพฯ สืบสันตติวงศ์ต่อกันมาในระยะนั้นมีสมเด็จพระนารายณ์รามาธิบดี (นักองค์เอง) สมเด็จพระหริรักษ์รามาธิบดี (นักองค์ด้วง) สมเด็จพระนโรดมพรหมบริรักษ์ (นักองค์ราชาวดี) และสมเด็จพระศรีสวัสดิ์ (นักองค์สีสุวัตถิ์)

ความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างพระราชวงศ์ไทยกับราชวงศ์กัมพูชา ได้เกิดขึ้นตั้งแต่นั้นต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มีความแน่นแฟ้นและยั่งยืนจนมาถึงรัชกาลที่ ๔ เพราะในอดีตนั้นเจ้านายหลายพระองค์ของราชวงศ์กัมพูชาล้วนมาพำนักที่กรุงเทพทั้งสิ้น แต่ในรัชกาลที่ ๕ กัมพูชาที่เคยเป็นประเทศราชของสยามนั้นก็ได้ตกไปเป็นของส่วนหนึ่งของจักรวรรดิอาณานิคมฝรั่งเศส เพราะพระเจ้านโรดม ตีตัวออกห่างจากสยามและยกกัมพูชาให้เป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส

นับจากรัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา กัมพูชาใช้ศิลปะและวัฒนธรรมแบบอย่างสยามเป็นต้นมา ไม่ว่าจะเป็นด้านการปกครอง, การใช้ฉัตร, พระราชลัญจกร, เครื่องราชกกุธภัณฑ์ อันมีพระมหามงกุฎเป็นเครื่องยศสูงสุด, การใช้ศาสนาพุทธนิกายแบบสยามหรือนิกายธรรมยุติ, การใช้เลขไทยและนับฐานเลขแบบไทย รวมถึงการรับท่ารำและการแสดงโขนกลับไปด้วย เป็นต้น ฯลฯ

กล่าวโดยสรุป คือ “เลขไทย” ในยุคต้นได้รับอิทธิพลมาจาก “เขมรโบราณ” ซึ่งเขมรก็รับมาจาก “อักษรอินเดียใต้ (หรืออักษรสมัยราชวงศ์ปัลลวะ)” อีกทีหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับ “อักษรทวารวดี” ที่พบในภาคกลางของประเทศไทย ในส่วนของอักษรไทยนั้น ศาสตราจารย์ ยอช เซเดส์ กล่าวว่า ระบบอักษรไทยสุโขทัย ถูกพัฒนาจากอักษรขอมหวัด + อักษรมอญ ส่วน “เลขเขมรปัจจุบัน” ได้รับอิทธิพลมาจากเลขไทยในยุค

“รัตนโกสินทร์ตอนต้น” ที่เวลานั้นเขมรเป็นประเทศราชของสยาม จึงทำให้ “เลขไทยปัจจุบัน” และ “เลขเขมรปัจจุบัน” เหมือนกันอย่างกับแกะ
ตัวเลขไทยนั้นมีวิวัฒนาการมาอย่างยาวนาน หากดูรากเหง้าที่มานั้น อาจกล่าวได้ว่าตัวเลขต่าง ๆ ในจารึกโบราณมีมาพร้อมกับการใช้ตัวอักษร อักษรในดินแดนอุษาคเนย์นั้นพบว่าได้รับอิทธิพลจากอักษรอินเดียใต้ในราชวงศ์ปัลลวะ ในจารึกเขมรสมัยก่อนพระนครปรากฏหลักฐานการใช้อักษรปัลลวะ ดังนั้นตัวเลขที่ใช้ก็เป็นเลขที่ได้รับอิทธิพลจากอักษรปัลลวะนั่นเอง ต่อมาอักษรในระยะนี้ได้มีวิวัฒนาการไปเป็นอักษรเขมรสมัยเมืองพระนคร และส่งอิทธิพลให้กับตัวเลขที่ปรากฏในลายสือไทยของพ่อขุนรามคำแหง

ขอบคุณที่มาจาก 

– เพจ โบราณนานมา 

– เว็บไซต์  www.change.org
– เพจ ภาษาไทย มหาวิทยาลัยรามคำแหง
– เพจ ASEAN “มอง” ไทย
– บทความ “ตัวเลขของไทยมีมาตั้งแต่เมื่อไร” โดย ก่องแก้ว วีระประจักษ์ วารสารศิลปากร ปีที่ ๑๖ เล่มที่ ๕ มกราคม ๒๕๑๖
– ไกรฤกษ์ นานา. วารสาร “นักล่าอาณานิคม” ตีแผ่สัญญารัชกาลที่ ๕ ทำไมสยามสละ “นครวัด” ?. https://www.silpa-mag.com/history/article_31756. (สืบค้นเมื่อ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๔).

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้ำมัน สปป.ลาวแพงกว่าไทย ชาวลาวขับรถข้ามโขงมาเติมฝั่งหนองคาย

Posted on May 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/657019

น้ำมัน สปป.ลาวแพงกว่าไทย ชาวลาวขับรถข้ามโขงมาเติมฝั่งหนองคาย

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.22 น.

น้ำมันในไทยว่าแพงแล้ว น้ำมันใน สปป.ลาวยังแพงยิ่งกว่า เบนซินของ ปตท.ในลาวพุ่งลิตรละ 52 บาทส่งผลให้คนลาวขับรถยนต์เข้ามาในเติมน้ำมันที่หนองคายมากขึ้น

วันนี้ (30 พ.ค.65) พบว่าตามสถานีน้ำมันต่างๆ โดยเฉพาะปั๊ม ปตท.ถนนเลี่ยงเมืองหนองคาย-เวียงจันทน์ ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย ได้มีรถยนต์ทะเบียนลาว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถตู้ รถบรรทุกขนาดเล็ก เข้ามาเติมน้ำมันภายในปั๊มเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มักจะเติมเต็มถังทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซล

ทั้งนี้ น้ำมันที่ขายในปั๊มน้ำมันที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เช่น ที่ปั๊ม ปตท.น้ำมันเบนซินพิเศษราคาขายอยู่ที่ลิตรละ 23,770 กีบหรือประมาณ 52.82 บาท (อัตราเปรียบเทียบ 450 กีบ เท่ากับ 1 บาท), น้ำมันเบนซินธรรมดา ลิตรละ 18,570 กีบ หรือ 41.26 บาท ส่วนน้ำมันดีเซล ลิตรละ 18,160 กีบ หรือลิตรละ 40.35 บาท 

ส่วนราคาน้ำมันที่ปั๊ม ปตท.หนองคาย เบนซิน 51.91 บาท เบนซิน 95 ลิตรละ 44.50 บาท, น้ำมันดีเซล ลิตรละ 32.59 บาททำให้ประชาชนชาวลาวที่มีกำลังซื้อได้ขับรถยนต์เข้ามาเติมน้ำมันที่หนองคาย ทำธุระ ช็อปปิ้ง ท่องเที่ยว ก่อนจะกลับก็เติมน้ำมันให้เต็มถังแล้วเดินทางกลับ 

โดยชาวลาวบอกว่าน้ำมันที่ลาวแพงกว่าและนำเข้ามาจากไทย ทำให้มีราคาสูงกว่า เมื่อได้เดินทางเข้ามาในไทยก็มักจะเติมน้ำมันให้เต็มถัง จะสามารถนำกลับไปขับขี่ที่ลาวได้ทั้งสัปดาห์ หรือสองสัปดาห์เป็นอย่างมาก เมื่อน้ำมันใกล้หมดแล้วก็จะเข้ามาเติมที่หนองคายใหม่อีกครั้ง เนื่องจากระยะทางจากนครหลวงเวียงจันทน์ มาที่หนองคาย ระยะทางประมาณ 25 ก.ม.เป็นระยะทางที่ใกล้ และสามารถเดินทางได้สะดวก ยิ่งมีการเปิดด่านพรมแดนให้ไปมาหาสู่กันได้ นำรถยนต์เข้าออกได้ก็ทำให้สะดวกยิ่งขึ้น – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของเข่าทรุด! รถบรรทุก6ล้อจอดข้างกองฟาง ไฟไหม้ลามวอดเสียหาย คาดโดนวางเพลิง

Posted on May 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656920

เจ้าของเข่าทรุด! รถบรรทุก6ล้อจอดข้างกองฟาง ไฟไหม้ลามวอดเสียหาย คาดโดนวางเพลิง

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.31 น.

30 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 29 พฤศจิกายน 65 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากชาวบ้านว่า เกิดเหตุไฟไหม้ในชุมชนบ้านกรวด หมู่ที่ 15 ตำบลตรวจ อำเภอศรีณรงค์ จังหวัดสุรินทร์ ว่ามีเหตุเพลิงไหม้กองฟางของชาวบ้าน และลุกลามไหม้รถ 6 ล้อที่จอดอยู่ข้างๆได้รับความเสียหายทั้งคัน

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 206/1 บ้านตรวจ ต.ตรวจ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ นายอนุพงษ์ บุญร่วม เจ้าของรถ เล่าว่า เนื่องจากในวันที่ 29 พ.ค.2565 ที่บ้านได้จัดงานแต่งให้ลูกชาย ตนเองจึงนำรถยนต์หกล้อที่ใช้ทำมาหากินออกไปจอดไว้ใกล้กองฟาง ของเพื่อนบ้านซึ่งเป็นที่โล่งกว้าง เพราะตนเองต้องใช้พื้นที่บริเวณบ้านในการจัดงานแต่งลูกชาย และเมื่อเวลา 22.00 น. ก็ได้เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น ตอนแรกตนเองก็ไม่ได้คิดอะไรนึกว่าชาวบ้านเขาเผาขยะ หรือจุดไฟไล่ยุงให้วัวควาย เพราะช่วงนี้ยุงค้อนข้างชุม

จากนั้นมีชาวบ้านวิ่งมาบอกว่าไฟไหม้ฟางและไหม้รถบรรทุกตนเอง จึงวิ่งไปดูปรากฏว่าไฟได้ไหม้รถบรรทุกตนเองจริงๆ จึงได้เรียกชาวบ้านช่วยกันดับเพลิง ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพลิงได้สงบ พบความเสียหายคือรถบรรทุก 6 ล้อของตนเองความเสียหายมูลค่า 5 แสนบาท ตนเองคิดว่าหน้าจะเป็นการวางเพลิงอย่างแน่นอน เพราะจะเป็นไฟฟ้าลัดวงจรก็คงไม่ใช่ เพราะบริเวณนั้นเป็นที่โล่งกว้างไม่มีสายไฟหรือไฟฟ้าอะไรเลย อีกอย่างตนเองก็ไม่ได้มีความขัดแย้งอะไรกับใครเลย ไม่รู้ว่าคนที่วางเพลิงมีจุดประสงค์อะไร

นายอนุพงษ์ บุญร่วม ยังกล่าวด้วยความรู้สึกเสียใจว่า รถบรรทุกที่เสียหายเป็นรถที่ต้องใช้ทำมาหากินในการขนส่งพืชการเกษตร เมื่อไม่มีแล้วคงต้องลำบากมากๆ เพราะเป็นรถที่ตนเองรักและทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว หลังจากนี้ก็ต้องให้คนอื่นมาขนส่งแทน

ส่วนนายสมัย อรชัย เจ้าของกองฟาง กล่าวว่า ฟางถูกไฟไหม้เสียหาย ซึ่งได้อัดไว้ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวเมื่อปีที่แล้ว เพื่อเตรียมเอาไว้เป็นอาหารของวัวควายที่ตนได้เลี้ยงไว้ ในช่วงฤดูทำนาที่จะถึงนี้ แต่คงต้องลำบากเพราะต้องออกไปหาเกี่ยวหญ้าตามท้องนามาให้วัวกินแทน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่! ‘ปางช้างเผือกสกลนคร’ ค่าเข้าชม 50 บาทตลอดงาน

Posted on May 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656912

เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่! 'ปางช้างเผือกสกลนคร' ค่าเข้าชม 50 บาทตลอดงาน

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 12.27 น.

30 พฤษภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ปางช้างเผือกสกลนคร สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสกลนคร ตั้งอยู่บ้านนาขาม ต.ห้วยยาง อ.เมือง จ.สกลนคร หลังเปิดทำการได้ไม่นาน ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชน พาลูกหลานมาเที่ยวชมจำนวนมาก โดยในปางช้างมีกิจกรรมให้อาหารช้าง ชมการแสดงช้างน้อยแสนรู้

โดยในวันนี้ ดร.ชูพงศ์ คำจวง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ร่วมกับนาย บุญหลาย ผาใต้ นายก. อบต.ห้วยยาง สกลนคร ได้นำเจ้าหน้าที่ตรวจมาตรฐานความปลอดภัย และให้กำลังใจผู้ประกอบการปางช้างเผือก โดยดร.ชูพงศ์ คำจวง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดี ที่จังหวัดสกลนครมีสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มอีกแห่งหนึ่ง จังหวัดสกลนคร เป็นเมืองแห่ง 3 ธรรม นั้นคือธรรมมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม นักท่องเที่ยว 

เมื่อเดินทางมาเที่ยวจังหวัดสกลนครจะสามารถเดินทางไปไหว้พระ เสริมความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังจะสามารถเยี่ยมชมวิชีวิตของคนพื้นบ้าน ชนเผ่าภูไท เผ่าลาว เผ่าย้อ เผ่าโส้ เผ่ากะเลิง ที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวชมธรรมชาติเทือกเขาภูพาน เที่ยวปางช้างเผือก การที่สกลนครมีปางช้างเผือกถือเป็นเรื่องดี เพราะจะดึงนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ สามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้ประชาชนในจังหวัดสกลนคร 

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะมาเดินทางไปเที่ยวชมปางช้างเผือกสกลนคร สามรถเดินทางไปชมได้ทุกวัน ค่าเข้าชม 50 บาท ตลอดงาน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โควิดจาง! ท่องเที่ยวเมืองเบตงกลับมาคึกคักแม่ค้าเผย 2 ปีกว่าเพิ่งได้เห็นเงินมาเลย์

Posted on May 30, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/656908

โควิดจาง! ท่องเที่ยวเมืองเบตงกลับมาคึกคักแม่ค้าเผย 2 ปีกว่าเพิ่งได้เห็นเงินมาเลย์

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.55 น.

วันที่ 30 พ.ค.65 ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ภายหลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ชุดใหญ่ เห็นชอบการเปิดด่านทางบก (จุดผ่านแดนถาวร) จำนวน 17 จังหวัด 31 ด่าน ซึ่งด่านพรมแดนเบตง ก็เป็น 1 ด่าน ที่ได้เปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ของจังหวัดยะลา มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อยืนยันไม่ถึงวันละ 5 คน และผู้ติดเชื้อเข้าข่ายเพียงหลักสิบ ส่งผลให้สถานการณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่เริ่มกลับมาคึกคัก 

โดยเฉพาะจุดเช็คอินในเขตเทศบาลเมืองเบตง ซึ่งมีการตบแต่งไฟตามถนนใจกลางเมือง เพื่อให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามาวางจำหน่าย พบว่ามีประชาชนคนไทยและนักท่อเงที่ยวต่างชาติพากันไปเที่ยวจับจ่ายใช้สอยจำนวนมากโดยเฉพาะของฝากและสินค้าพื้นเมือง แต่ยังคงมีมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวดทั้งผู้ที่จะเข้ามาจับจ่ายต้องมีการตรวจวัดอุณหภูมิ ตลอดจนพ่อค้าแม่ค้า และนักท่องเที่ยวทุกคน และต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เข้าไปเลือกซื้อสินค้าหรือท่องเที่ยวตามจุดเช็คอิน ซึ่งก็พบว่าทั้งพ่อค้าแม่ค้าและนักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

แม่ค้าขายข้าวเหนียวมะม่วง บอกว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 เริ่มเบาบาง ประกอบกับทางจังหวัดผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิด-19 และมีการเปิดสถานที่ท่องเที่ยว สถานบริการรวมถึงสถานบันเทิงประเภทผับ บาร์ คาราโอเกะ ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ทำให้การท่องเที่ยวของ อ.เบตง จ.ยะลา มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหลักและคนไทยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและเข้ามาทำธุรกิจ ทำให้ภาคธุรกิจ ตลอดจนสถานประกอบการ กลับมากระเตื้องขึ้น และการเปิดสถานบันเทิงจะช่วยให้การท่องเที่ยวกระเตื้องขึ้นอีกเพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบ

โดยตั้งแต่ปิดด่านพรมแดนมานานกว่า 2 ปีค้าขายไม่เคยเห็นเงินมาเลเซีย เลย และตั้งแต่เปิดด่านก็เป็นสัญญาณที่ดีคือมีเงินมาเลเซียสะพัดในพื้นที่ ที่ผ่านมาก่อนเปิดประเทศทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าและสถานประกอบการหลายแห่งปิดตัวลงเพราะยื้อไม่ไหวไร้เงานักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เมื่อมีการผ่อนคลายควบคู่ไปกับสถานการณ์.แพร่ระบาด อยู่ในขาลงทำให้ในพื้นที่อำเภอเบตง มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้เกิดเงินสะพัดและเงินหมุนเวียน ผู้ประกอบการมีรายได้หลังจากที่ซบเซามานานกว่า 2 ปี 

โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ไทยจะปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทยอีกครั้ง โดยยกเลิกการกักตัวทุกรูปแบบ สำหรับคนไทย ไม่ต้องลงทะเบียนผ่านระบบไทยแลนด์พาสและไม่ต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนเข้าไทย แต่ชาวต่างชาติ ยังต้องลงทะเบียนในระบบไทยแลนด์พาส โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนครบตามข้อกำหนดให้แนบหลักฐานการรับวัคซีนและประกันสุขภาพวงเงินขั้นต่ำ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ กรณีไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับวัคซีนไม่ครบตามข้อกำหนด ให้แนบหลักฐานการตรวจโควิด-19 ที่ออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ส่วนจุดผ่านแดนทางบกทุกจุด จะเปิดภายในวันที่ 1 มิถุนายนนี้เช่นกัน

นายมนชิต วาสะสิริ หัวหน้าฝ่ายบริการด่านศุลกากรเบตง กล่าวว่า หลังมีการผ่อนคลายในการเดินทางเข้า-ออก ของบุคคลผ่านช่องทางผ่านแดนทางบก อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านพรมแดนอำเภอเบตงมีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ ตามที่ ศบค.กำหนด สำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องแสดงหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบตามเกณฑ์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,259,433 hits

Join 4,134 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

10 ปีกรมหม่อนไหมสืบสานต่อยอดภูมิปัญญาพัฒนา Smart Farmer
‘สุ่ย-พรนภา’ โอด! ‘สุภาพบุรุษชาวดิน’บทยาก ต้องร้ายให้สุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Trespasser raises security fears at Govt House after he detonates small explosives
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
SEC issues debt crowdfunding regulations to ease funding access for startups
ช่อแกล้งลืม 'ไมค์' ระยอง เด็กก้าวหน้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
สาวเทรนเนอร์มวยเปิดร้าน ‘ผัดไทย’ ทีเด็ดชูสูตรต้นตำรับจาก ‘อาม่า’ #SootinClaimon.Com
Property Perfect to develop schemes on Sukhumvit, Chaeng Wattana
โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจ กรุงเทพ พร้อมเปิดการเรียนการสอน สิงหาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
ข้อคิดความเห็น

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,688 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d