Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ลืมตาดูโลก! ลูก​เต่า​มะเฟือง​รังที่สาม​ ปล่อยคืนสู่​ธรรมชาติ​

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708347

ลืมตาดูโลก! ลูก​เต่า​มะเฟือง​รังที่สาม​ ปล่อยคืนสู่​ธรรมชาติ​

ลืมตาดูโลก! ลูก​เต่า​มะเฟือง​รังที่สาม​ ปล่อยคืนสู่​ธรรมชาติ​

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.09 น.

2 กุมภาพันธ์ 2566 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 โดยส่วนส่งเสริมและประสานงานเครือข่ายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง,ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 9 (บางวัน พังงา) และ 10 (ตะกั่วป่า พังงา) พร้อมด้วยนายหิรัญ กังแฮ นักวิชาการประมงฯ จากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.) ร่วมกันติดตามสถานการณ์หลุมฟักไข่เต่ามะเฟือง หลังตรวจพบการยุบตัวของปากหลุมรังฟักไข่รังที่ 3 ตั้งแต่เวลา 03.30 น. ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566

เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด พบปากหลุมได้ยุบตัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 00.00 น. ลูกเต่ามะเฟืองได้ทะยอยขึ้นปากหลุมอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่รอสักพักไม่มีลูกเต่ามะเฟืองขึ้นมา จึงได้ช่วยเปิดปากหลุมและดำเนินการขุดช่วยเหลือลูกเต่ามะเฟือง ที่ฟักออกจากไข่ขึ้นมาจากหลุม นำไปปล่อยลงสู่ทะเล จำนวน 73 ตัว นำไปอนุบาลที่ ศวอบ. จำนวน 25 ตัว ไข่เต่ามะเฟืองไม่มีน้ำเชื้อ จำนวน 16 ฟอง และลูกเต่ามะเฟืองตายแรกคลอด จำนวน 5 ตัว

คิดเป็นอัตราการฟัก 87%  อัตราการรอดตาย 95% ซึ่งรังไข่เต่ามะเฟืองรังที่ 3 เป็นรังที่ตรวจพบเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 จำนวนไข่ 119 ฟอง นับเป็นวันที่ 57 หลังจากที่พบแม่เต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหล่าเทรนเนอร์ห้ามพลาด ! ‘Pokémon Cafe’

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708309

เหล่าเทรนเนอร์ห้ามพลาด ! 'Pokémon Cafe'

เหล่าเทรนเนอร์ห้ามพลาด ! ‘Pokémon Cafe’

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.23 น.

เหล่า เทรนเนอร์ห้ามพลาด ! 

Pokémon Cafe (Nihonbashi, Tokyo)

ร้านคาเฟ่ห์แห่งนี้ต้องอยู่ที่ Nihombashi Takashimaya Shopping Center Tokyo Japan
ร้านนี้เดินออกจาก สถานี JR Tokyo เพียง 5 นาทีเท่านั้น ร้านจะตกแต่งไปด้วยเหล่าบรรดา โปรเกม่อน รวมถึงอาหารเครื่องดื่มก็จะตกแต่งและทำเป็นรูป โปรเกม่อนทั้งหมด งานนี้เหล่าเทรนเนอร์ที่ชื่นชอบโปรเกม่อนห้ามพลาดเลยแหละ ใครที่มีโอกาสไปเที่ยว ญี่ปุ่น ก็ลองไปแวะ เช็คอินหรือถ่ายรูปที่ คาเฟ่ห์แห่งนี้กันได้เลยจ้า 
พิกัด : https://www.pokemoncenter-online.com/cafe/

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเชียงของลงเก็บ’สาหร่ายน้ำโขง’ขายสร้างรายได้คนละ 1-2 พันบาทต่อวัน

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708303

ชาวเชียงของลงเก็บ'สาหร่ายน้ำโขง'ขายสร้างรายได้คนละ 1-2 พันบาทต่อวัน

ชาวเชียงของลงเก็บ’สาหร่ายน้ำโขง’ขายสร้างรายได้คนละ 1-2 พันบาทต่อวัน

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.44 น.

ชาวเชียงของ จังหวัดเชียงรายลงน้ำโขงหา “ไก” หรือ “สาหร่ายน้ำโขง” นำมาปรุงอาหารและขายสร้างรายได้คนละ 1-2 พันบาทต่อวัน

ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ในหลายพื้นที่ได้เดินทางมาที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บริเวณบ้านหาดไคร้ หมู่ 7 ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อเก็บ “ไก” หรือ “สาหร่ายแม่น้ำโขง” ซึ่งในช่วงนี้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงแห้งลง และเกิดไกหรือสาหร่ายแม่น้ำโขง ที่ขึ้นอยู่ตามซอกหิน และก้อนหินในแม่น้ำโขง เพื่อนำมาปรุงอาหาร และขายสร้างได้ในช่วงในช่วงฤดูแล้ง เพราะไกจะหาเก็บได้ในแม่น้ำโขงเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น จนทำให้ไกหรือ สาหร่ายน้ำโขง กลายเป็นอาหารตามฤดูกาล  และยังสามารถนำไปแปรรูปได้ ทั้งตากแห้ง และปรุงอาหารได้อีกหลายชนิด

นายเปรียบ กันทะพรม อายุ 60 ปี ชาวบ้านทุ่งอ่าง ต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย หนึ่งในชาวบ้านที่ออกเก็บไกในแม่น้ำโขง เปิดเผยว่า ไกเป็นสาหร่ายน้ำโขงที่มีรสชาดอร่อย ทำให้ ชาวบ้านนับร้อยคน ได้ออกมาเก็บกันเป็นจำนวนมากในช่วงหน้าแล้งของทุกปี ส่วนใหญ่จะเริ่มเก็บตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม หรือจนกว่าระดับในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้น

สำหรับการเก็บไก หรือ สาหร่ายน้ำโขง ก็ต้องเลือกที่ไม่แก่จนเกินไป หลังเก็บได้นำมาล้างในแม่น้ำโขง เพื่อเอาส่วนที่เป็นเมือกและสาหร่ายไกที่ไม่สมบูรณ์รวมทั้งเศษดินทรายออก จากนั้นบีบจนแห้งนำมาแขวนให้สะเด็ดน้ำริมแม่น้ำโขง ก่อนจะนำไปขายให้แม่ค้าในตลาดที่รับซื้อ โดยในวันหนึ่งๆ ชาวบ้านที่นี่จะหาไกได้คนละประมาณ 10 ถึง 20 กิโลกรัมต่อวัน สร้างรายได้วันละประมาณ  1,000 ถึง 2,000 บาท ซึ่งไกแม่น้ำโขงที่บ้านหาดไคร้ ถือว่าเป็นไกที่อร่อยที่สุด เป็นที่นิยมของผู้บริโภคและยังเป็นแหล่งเดียวกันกับที่ปลาบึกจะขึ้นมากินไก หรือสาหร่ายบริเวณแหล่งนี้ของทุกปีปีละ 1 ครั้ง 

ในปัจจุบันไกน้ำโขงสามารถนำไปแปรรูปเป็นอาหารได้หลายชนิด เช่นสาหร่ายไกอบแห้ง ที่มีราคาสูงกิโลกรัมละ 1,500 บาท สาหร่ายไกทรงเครื่อง ข้าวเกรียบไก น้ำพริกไก ไกแปรรูปยังได้เป็นสินค้าสุดยอดโอท็อปของบ้านหาดไคร้อีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวสวนละมุดเกาะยอหันมาปลูกละมุดยักษ์เวียดนาม 4 ลูก 1 กก.สร้างรายได้งาม

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708301

ชาวสวนละมุดเกาะยอหันมาปลูกละมุดยักษ์เวียดนาม 4 ลูก 1 กก.สร้างรายได้งาม

ชาวสวนละมุดเกาะยอหันมาปลูกละมุดยักษ์เวียดนาม 4 ลูก 1 กก.สร้างรายได้งาม

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.35 น.

เกษตรกรชาวสวนละมุดเกาะยอ หันมาปลูกละมุด (สวา) ไซส์ใหญ่ยักษ์เวียดนาม 4 ลูกต่อ 1 กิโลกรัมราคากิโลกรัมละ 50 บาท สร้างรายได้อย่างงาม แม่ค้ามารับซื้อถึงหน้าบ้านไม่พอขาย

ละมุดเกาะยอ หรือคนภาคใต้เรียกว่า “สวา” กำลังเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิต ชาวสวนละมุดเกาะยอต่างทยอยเก็บผลผลิต จำหน่ายสร้างรายได้ทั่วทั้งเกาะยอ

นายกุลโรจน์ ลาภวารี เกษตรกรบ้านป่าโหนด หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นเกษตรกรกรชาวสวนละมุดอีกรายหนึ่งที่ปลูกละมุดหรือสวาเกาะยอ ในสวนเกษตรผสมผสานของตนเองประมาณ 2 ไร่ ทยอยเก็บผลผลิตละมุดจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 เป็นต้นมา

นายกุลโรจน์ กล่าวว่า ละมุดเกาะยอ มีรสชาติ หอม หวาน กรอบ เนื้อละเอียด มีสีน้ำตาลเมื่อสุกเต็มที่ เนื่องจากเกาะยอมีสภาพพื้นที่เป็นเกาะมีทะเลล้อมรอบทำให้เกิดช่วงน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย (3น้ำ) ส่งผลให้ละมุดเกาะยอ (สวา)เกาะยอมีรสชาติต่างจากละมุดที่อื่น เกษตรกรชาวสวนละมุดในตำบลเกาะยอ ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกละมุดพันธุ์ไข่ห่าน และพันธุ์กระสวยหรือลูกแขก

แต่นายกุลโรจน์ จะปลูกละมุด 3 สายพันธุ์ นอกจากพันธุ์ไข่ห่าน พันธุ์ลูกแขกแล้ว ยังนำละมุดสายพันธุ์ยักษ์เวียดนาม เข้ามาปลูกในสวนอีกด้วย ซึ่งละมุดหรือสวาพันธุ์ยักษ์เวียดนาม หลังปลูกเพียง 2 ปีครึ่ง เริ่มให้ผลผลิตบริโภคและจำหน่ายได้ ลักษณะผลกลมโต เมื่อสุกเนื้อหอมหวานกรอบ เนื้อไม่เละเมื่อสุกเต็มที่ ขนาดน้ำหนักผลประมาณ 4 ผลต่อ 1 กิโลกรัม ให้ผลผลิตเก็บได้ตลอดทั้งปี ผลผลิตจะออกมากช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมกราคม และช่วงเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม โดยจะทำการเก็บผลละมุดทุกๆ 10 วัน

โดยวันนี้ได้ทำการเก็บละมุดทั้งพันธุ์ไข่ห่าน กระสวยหรือลูกแขกและสายพันธุ์ยักษ์เวียดนามได้ประมาณ 50 กิโลกรัม หลังเก็บเกี่ยวนำมาแช่น้ำสะอาดเพื่อล้างยางละมุดออก แล้วผึ่งลมให้แห้งก่อนคัดคุณภาพและคัดขนาด ส่งจำหน่ายโดยจะขายผลดิบที่ยังไม่บ่มสุกเท่านั้น ราคาจำหน่าย ละมุดพันธุ์ยักษ์เวียดนามขนาดน้ำหนักผล 4 ผลต่อกิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 50 บาทต่อขนาด 5-6 ผล ราคา 40 บาทต่อกิโลกรัม โดยมีแม่ค้ามารับซื้อถึงหน้าบ้านไม่พอขาย และผลละมุด (สวา) ทุกผล รับรองความปลอดภัย ใครได้กินแล้วจะติดใจ การันตีด้วยการผ่านการรับรองผลผลิตเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐาน GAP (จี เอ พี ) จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้สนใจละมุดไซต์ใหญ่ยักษ์เวียดนาม ติดต่อมาได้ที่เบอร์ 09 2635 9241

– 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้องกินของแพง! หนุ่มถูกรางวัล2ตัวท้าย เผลอวางทิ้งไว้ ลูกรักเล่นซะเละ

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708294

น้องกินของแพง!  หนุ่มถูกรางวัล2ตัวท้าย เผลอวางทิ้งไว้ ลูกรักเล่นซะเละ

น้องกินของแพง! หนุ่มถูกรางวัล2ตัวท้าย เผลอวางทิ้งไว้ ลูกรักเล่นซะเละ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.38 น.

น้องกินของแพงซะด้วย! หนุ่มถูกรางวัล 2 ตัวท้าย เผลอวางทิ้งไว้ ลูกรักเล่นซะเละ

ผู้ใช้ติ๊กต็อก montri_9234 เผยคลิปสุดเอ็นดู เมื่อรู้ผลว่าตนเองถูกรางวัลลอตเตอรี่เลขท้าย 2 ตัว คือ 92 งวดประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 แต่เจ้าตัวดันวางลอตเตอรี่ทิ้งไว้ในบ้าน แต่มาเจออีกทีพบว่าลูกรัก (น้องหมา) กัดเล่นซะจนขาดไป 1 ใบ 

แต่ก็ยังถือว่าโชคดีเพราะ เจ้าตัวบอกว่าสามารถขึ้นเงินรางวัลได้ เพราะยังมีคิวอาร์โค้ดอยู่ ถึงแม้เลข 92 ตัวท้าจะหายไป ก็ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ เกือบหวิดโชคลาภซะแล้ว   -009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7195160670722182426?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F708294

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : กฎหมาย‘ทรมาน-อุ้มหาย’ ก้าวแรกปฏิรูประบบยุติธรรม

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708226

สกู๊ปพิเศษ : กฎหมาย‘ทรมาน-อุ้มหาย’ ก้าวแรกปฏิรูประบบยุติธรรม

สกู๊ปพิเศษ : กฎหมาย‘ทรมาน-อุ้มหาย’ ก้าวแรกปฏิรูประบบยุติธรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ไปดูมาตรา 90 ของวิธีพิจารณาความอาญา เขาบอกว่าถ้ามีการจับโดยไม่ชอบ ให้อัยการขอปล่อยทันที จับโดยไม่ชอบนี่มันรวมหมดเลย ไม่ว่าเขาไม่ผิดก็ใช่ จับโดยวิธีที่ไม่ถูกต้องก็ใช่แล้วมาตรา 90 วิธีพิจารณาความอาญาที่มาตรฐานโลกด้วยนะ ถ้าท่านไปดูเกาหลี (ใต้) ญี่ปุ่น อเมริกา หรือแม้แต่ประเทศของ Civil Law (กฎหมายลายลักษณ์อักษร) ทางฝรั่งเศส เยอรมนี ก็มีมาตราแบบนี้เหมือนกัน แต่มาตรา 90 เราไม่ได้ใช้แล้วเพราะพอเราแยกหน่วยแต่เราดันไม่ให้เขาแจ้งการจับ

ถ้าท่านไปดูกฎหมาย Common Law (กฎหมายจารีตประเพณี) Civil Law อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เขียนเหมือนกันหมดเลยว่าเมื่อเกิดเหตุอาชญากรรมให้แจ้งหน่วยเหล่านี้ให้ทราบ หน่วยปกครอง หน่วยอัยการ เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องอยู่องค์กรเดียวกัน เพราะวิธีพิจารณาความเขา Link (เชื่อม) กันอยู่แล้วให้ตรวจสอบกัน แต่เพราะความไม่รู้ ผมใช้คำว่าไม่รู้ เราก็ดันไปแยกออกแล้วการทำงานแยกออกจากกัน อัยการก็เลยกลายเป็นคนที่อ่านนิยายที่มีคนพูดมากมายว่ามันเป็นความโกหกทั้งนั้น”

น้ำแท้ มีบุญสล้าง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาการสอบสวนและการดำเนินคดี สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวในงานเสวนา “พ.ร.บ. ซ้อมทรมานและอุ้มหายเดินหน้าหรือชะลอ ใครได้ ใครเสีย?” ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เมื่อเร็วๆ นี้ ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิฯ อาญา) แม้จะกำหนดให้การจับกุมผู้ต้องหาเมื่อจับแล้วต้องนำตัวไปยังที่ทำการ (สถานีตำรวจ) ทันที เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่มีบทลงโทษสำหรับการไม่ปฏิบัติตาม

นอกจากนั้น การแยกอัยการออกจากตำรวจและกระทรวงมหาดไทย ส่งผลให้ระบบที่อัยการเข้าไปดูคดีความตั้งแต่แรกหายไป ซึ่งมีหลักฐานเป็นเอกสารบันทึกการจับกุมและสอบสวนในอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน ระบุว่า หากเป็นคดีสำคัญอัยการจะมาดูคดีตั้งแต่แรกในทันที รวมถึงการที่ออกกฎหมายให้อำนาจตำรวจขอหมายจับ-หมายค้นกับศาลได้โดยตรงไม่ต้องผ่านอัยการ ซึ่งแตกต่างไปจากหลายประเทศในโลก แต่การให้อำนาจแบบนี้ก็มีผลเสีย

“จะค้นบ้านใครถามผู้ที่จะดำเนินคดีก่อนว่าเขาต้องการพยานหลักฐานชิ้นนี้ในการดำเนินคดีข้อหานี้หรือเปล่า? ฐานความผิดประเทศอื่นๆ ไม่เป็นผู้ต้องหาง่ายแบบประเทศไทย ประเทศไทยเขาไม่พอใจคุณเขาก็เดินรอบรถหาข้อหาให้ แต่ประเทศอื่นที่เอ่ยชื่อมาแล้วเขาจะสืบสวน-สอบสวนจนได้ความชัดเจนแล้วก็แจ้งอัยการ เมื่อมีเหตุอาชญากรรมอะไรเกิดขึ้นแจ้งอัยการทราบ ต้องการพยานหลักฐานอะไร? จะค้นบ้านใคร? อัยการเซ็นหมายค้น ไปขอหมายค้นที่ศาล เมื่อได้หมายค้นมาเข้าบ้านคนที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ใช่เข้าบ้านใครก็ได้ตามที่เจ้าหน้าที่อยากเข้า

พอไปค้น พยานหลักฐานพอหรือยัง? พอแล้ว พร้อมจะฟ้องแล้ว มั่นใจจะดำเนินคดีได้มาซึ่งคำพิพากษาลงโทษแล้วค่อยเซ็นหมายจับมาเพื่อฟ้อง ไม่ใช่จับมาขังไว้เล่นๆ 80 กว่าวันอย่างบ้านเรา แล้วไปเร่งอะไรไม่รู้ 145 145/1 (ม.145,ม.145/1 ป.วิฯ อาญา) แย้งสิเพราะคนจับก็กลัว 157 (ม.157 ประมวลกฎหมายอาญา) ก็ต้องแย้งตายเลยเพื่อให้ฟ้องให้ได้คนบริสุทธิ์-คนผิดไม่ต้องพูดแล้ว กลัว 157 ขอให้ฟ้องให้ได้อย่างเดียวถึงจะได้ ที่บอกว่า วิฯ อาญา ที่ออกหมายโดยไปศาลเลย คนเขียนเหลวไหลมาก” น้ำแท้ ระบุ

อัยการผู้นี้ ย้ำว่า ในต่างประเทศการจะไปจับใครคนที่มีอำนาจฟ้องต้องมั่นใจว่าพร้มดำเนินคดีให้ได้มาซึ่งคำพิพากษาลงโทษจากศาล ดังนั้ นสถานะผู้ต้องหาจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการส่งฟ้อง ไม่ใช่ถูกจับมาขังไว้ก่อน (ป.วิฯ อาญา ม.87 ให้ฝากขังได้สูงสุดไม่เกิน 84 วัน) โดยไม่รู้ว่าท้ายที่สุดจะมีคำสั่งฟ้องหรือไม่ ทำให้มีกรณีผู้บริสุทธิ์ต้องติดคุกโดยไม่ถูกฟ้อง หรือไม่ก็ต้องหาทางส่งฟ้องไปก่อนให้ได้ก่อนครบกำหนดเวลาสูงสุดที่ฝากขังได้ ทั้งที่ยังไม่พร้อมในการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าบุคคลที่จะส่งฟ้องนั้นมีมูลความเผิดจริงหรือไม่

ดังนั้นสภาพของกฎหมายที่เป็นอยู่จึงส่งผลกระทบทั้งต่อบุคคลที่ถูกขังไว้ก่อนโดยไม่รู้ว่าจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ และต่อรัฐที่ต้องสูญเสียทรัพยากรไปกับการขังคนเหล่านี้ ซึ่งใน ป.วิฯ อาญา มาตรา 227 ระบุว่า ให้ศาลใช้ดุลพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวง อย่าพิพากษาลงโทษจนกว่าจะแน่ใจว่ามีการกระทําผิดจริงและจําเลยเป็นผู้กระทําความผิดนั้น แต่หลักการนี้ควรถูกนำมาใช้ตั้งแต่จุดแรกของการดำเนินคดี

ตัวอย่างที่น่าสนใจจากต่างประเทศ เช่น อังกฤษ มีกฎหมายกำหนดว่า อัยการจะฟ้องคดีกับบุคคลใดต้องมั่นใจว่าฟ้องแล้วจะได้มาซึ่งคำพิพากษาลงโทษ แต่หากไม่มั่นใจก็ห้ามฟ้องแม้จะเป็นคดีแบบใดก็ตาม ซึ่งกฎหมายใหม่ของไทยอย่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ก.พ. 2566 จะมีข้อกำหนดให้ตำรวจเมื่อจับกุมผู้ต้องหาแล้วต้องแจ้งอัยการและฝ่ายปกครองด้วย

“เมื่อคุณจับแล้ว ตามระเบียบที่เราร่าง แจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ง่ายๆ ชื่อผู้ถูกจับ วิธีการจับ รูปถ่ายเขาคุณไม่รู้จักชื่อเขา เขาไม่มีบัตรก็ถ่ายรูปเขามา ถ่ายรูปนี่มันแทนถ้อยคำเป็นร้อยๆ ล้านๆ คำนะ เพราะว่าเขาอยู่ในสภาพที่ดี เนื้อตัวร่างกายเขาปกติดี พยานหลักฐานที่คุณกล่าวหาเขา ถ้าคุณบอกว่าเขาค้ายาก็ต้องมียา เขามีอาวุธก็ต้องมีอาวุธตรงนั้น ต้องมีรูปถ่ายทันที แล้วก็ชื่อ-สกุลผู้จับกุม” ผอ.สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาการสอบสวนและการดำเนินคดี สำนักงานอัยการสูงสุด อธิบาย

มีตัวอย่างคล้ายกันในการบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้ที่ สหรัฐอเมริกา โดยจะมีศูนย์ข้อมูลกลางคอยดูว่าแต่ละวันมีการจับกุมใครในคดีอะไรบ้าง โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะส่งรายงานเข้ามาทันทีเมื่อจับกุมได้ แต่การวางระบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่ประเทศไทยจะทำบ้าง เพราะไม่ได้ใช้เทคโนโลยีซับซ้อน มีเพียงกล้อง สัญญาณอินเตอร์เนต โปรแกรม และมีช่องทางการติดต่อก็สามารถทำได้แล้ว

ขณะที่ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ในมาตรา 7 ระบุให้เจ้าหน้าที่รัฐเมื่อควบคุมตัวบุคคลใด ห้ามปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำการนั้น หรือปกปิดชะตากรรม หรือไม่แจ้งสถานที่ เพราะการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้ถูกควบคุมตัวขาดการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมาย (เช่น การพบทนายความหรือแพทย์) ซึ่งผู้ฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ. นี้ทันทีโดยไม่ต้องอาศัยเงื่อนไขระยะเวลา (เช่น หายตัวไปนานเท่าไร) ส่วนปฏิบัติการจับกุมซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมต้องบันทึกภาพและเสียงตลอดเหตุการณ์จะอยู่ในมาตรา 22

“กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในรอบร้อยกว่าปี พูดได้เลยว่าปฏิรูประบบวิธีพิจารณาความอาญา มันทำให้ Due Process of Law (กระบวนการอันชอบด้วยกฎหมาย) เป็นความจริง” น้ำแท้ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กางข้อกฎหมาย‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ชัดเจน‘นำเข้า-ขาย’ผิดแน่… แต่‘ครอบครอง’ยังคลุมเครือ

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708283

กางข้อกฎหมาย‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ชัดเจน‘นำเข้า-ขาย’ผิดแน่... แต่‘ครอบครอง’ยังคลุมเครือ

กางข้อกฎหมาย‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ชัดเจน‘นำเข้า-ขาย’ผิดแน่… แต่‘ครอบครอง’ยังคลุมเครือ

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.29 น.

กางข้อกฎหมาย”บุหรี่ไฟฟ้า” ชัดเจน”นำเข้า-ขาย”ผิดแน่… แต่”ครอบครอง”ยังคลุมเครือรอชี้ขาด

ช่วงนี้ประเด็น “บุหรี่ไฟฟ้า” กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังเกิดกรณี “ส่วยนักท่องเที่ยว” เมื่อดาราสาวชาวไต้หวันที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยถูก “ตำรวจนอกแถว” เรียกรับผลประโยชน์เป็นเงิน 27,000 บาท เหตุเกิดในท้องที่ สน.ห้วยขวาง กรุงเทพฯ รวมถึงยังมีข่าวทำนองเดียวกันที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่าเจ้าหน้าที่ไปเรียกรับผลประโยชน์เป็นเงิน 60,000 บาท จากนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยหนึ่งในคำถามที่สังคมสงสัยคือ “การครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่? อย่างไร?” เพราะ ณ ปัจจุบัน ยังพบการนำบุหรี่ไฟฟ้ามาสูบแบบเปิดเผยทั่วไปในสังคม

ทั้งนี้ “บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งของต้องห้ามนำเข้ามาในประเทศ” โดยมี ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2557 ลงวันที่ 12 ธ.ค. 2557 ซึ่งประกาศนี้ออกตาม มาตรา 5 วรรคหนึ่ง (1) และมาตรา 25 แห่ง พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522

โดยผู้ฝ่าฝืนนั้น ตาม พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ผู้ใดส่งออกหรือนำเข้าซึ่งสินค้าต้องห้ามตามมาตรา 5 (1) หรือฝ่าฝืนมาตรา 7 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีหรือปรับเป็นเงินห้าเท่าของสินค้าที่ส่งออกหรือนำเข้า หรือทั้งจำทั้งปรับ กับให้ริบสินค้ารวมทั้งสิ่งที่ใช้บรรจุและพาหนะใดๆ ที่ใช้ในการบรรทุกสินค้าซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดรวมทั้งพาหนะที่ใช้ลากจูงพาหนะบรรทุกสินค้านั้นเสีย

เช่นเดียวกัน “บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าห้ามขาย” โดยมี คำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า” ลงวันที่ 28 ม.ค. 2558 ซึ่งประกาศนี้ออกตาม มาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556 และมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2556

โดยผู้ฝ่าฝืนนั้น มาตรา 36 วรรคหนึ่ง ระบุว่า เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าสินค้าใดอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค คณะกรรมการมีอํานาจออกคําสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจดําเนินการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้านั้น ถ้าผู้ประกอบธุรกิจไม่ดําเนินการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้าหรือดําเนินการล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร คณะกรรมการจะจัดให้มีการทดสอบหรือพิสูจน์โดยผู้ประกอบธุรกิจเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายก็ได้ในกรณีจําเป็นและเร่งด่วน คณะกรรมการอาจออกคําสั่งห้ามขายสินค้านั้นเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะทราบผลการทดสอบหรือพิสูจน์สินค้านั้น

วรรคสอง ระบุว่า ในกรณีที่ผลการทดสอบหรือพิสูจน์ปรากฏว่าสินค้านั้นอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค และไม่อาจป้องกันอันตรายที่จะเกิดจากสินค้านั้นได้โดยการกําหนดฉลากตามมาตรา 30 หรือตาม กฎหมายอื่น ให้คณะกรรมการมีอํานาจออกคําสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (1) ห้ามผู้ประกอบธุรกิจขายสินค้านั้น (2) ให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดเก็บสินค้าที่ยังไม่ได้จําหน่ายแก่ผู้บริโภคกลับคืน หรือเรียกคืนสินค้าจากผู้บริโภค

(3) ให้ผู้ประกอบธุรกิจแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงสินค้านั้นไม่ให้เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค หรือเปลี่ยนสินค้าหรือชดใช้ราคาสินค้าให้แก่ผู้บริโภค (4) ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งเป็นผู้สั่งหรือนําเข้ามาในราชอาณาจักรจัดส่งสินค้านั้นกลับคืนออกนอกราชอาณาจักร (5) ให้ผู้ประกอบธุรกิจทําลายสินค้านั้น (6) ให้ผู้ประกอบธุรกิจปิดประกาศ แจ้ง หรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับอันตรายของสินค้านั้นให้ผู้บริโภคทราบ หรือเกี่ยวกับการดําเนินการตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (5)

ส่วนมาตรา 38 วรรคหนึ่ง ระบุว่า เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบริการใดอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค คณะกรรมการมีอํานาจออกคําสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจดําเนินการทดสอบหรือพิสูจน์บริการนั้น ถ้าผู้ประกอบธุรกิจไม่ดําเนินการทดสอบหรือพิสูจน์บริการหรือดําเนินการล่าช้าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร คณะกรรมการจะจัดให้มีการทดสอบหรือพิสูจน์โดยผู้ประกอบธุรกิจเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายก็ได้ในกรณีจําเป็นและเร่งด่วน คณะกรรมการอาจออกคําสั่งห้ามให้บริการนั้นเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะทราบผลการทดสอบหรือพิสูจน์บริการนั้น

วรรคสอง ระบุว่า ในกรณีที่ผลการทดสอบหรือพิสูจน์ปรากฏว่าบริการใดอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค ให้คณะกรรมการมีอํานาจออกคําสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจปิดประกาศ แจ้ง หรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับอันตรายของการบริการนั้นให้ผู้บริโภคทราบ หรือเกี่ยวกับการดําเนินการตาม (2) หรือ (3) (2) ให้ผู้ประกอบธุรกิจแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงวิธีการให้บริการไม่ให้เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค หรือชดใช้ค่าบริการให้แก่ผู้บริโภค (3) ห้ามผู้ประกอบธุรกิจให้บริการนั้น

โดยผู้ฝ่าฝืนนั้น มาตรา 56 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดฝ่าฝืนคําสั่งของคณะกรรมการซึ่งสั่งห้ามขายสินค้าเป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา 36 วรรคสอง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ขณะที่ มาตรา 56/1 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดฝ่าฝืนคําสั่งของคณะกรรมการซึ่งสั่งห้ามให้บริการเป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 38 วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา 38 วรรคสอง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ส่วนประเด็น “การครอบครอง” นั้นต้องบอกว่า “ยังเป็นข้อถกเถียง” โดยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ซึ่งใน มาตรา 242 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ผู้ใดนําเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ที่มั่นคง ท่าเรือรับอนุญาต หรือเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ริบของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคําพิพากษาหรือไม่

มาตรา 246 วรรคหนึ่ง ระบุว่า ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานําหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจําทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม มีความเห็นแย้ง นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร และอดีต ส.ส.เชียงราย ที่ยืนยันมาตลอดว่า “ไม่สามารถใช้ พ.ร.บ.ศุลกากร จับกุมผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าได้” โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2566 ได้โพสต์ข้อความไว้ที่เพจเฟซบุ๊ก “หมอเอก Ekkapob Pianpises” ระบุว่า “ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าจับไม่ได้ !!!!! ถึงจะจับแล้วปรับก็ไม่ใช่อำนาจของตำรวจ ต้องยอมความแล้วให้ศุลกากรปรับ !!!!! ถ้าจะสู้คดีก็ต้องไปสู้ในชั้นศาล !!!!

สรุปให้ชัดๆ อีกครั้ง – บุหรี่ไฟฟ้าเป็น “ของต้องห้าม” ห้ามนำเข้า ห้ามนำผ่าน ห้ามส่งออกตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ – บุหรี่ไฟฟ้า ห้ามขาย ตามประกาศสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ที่ผ่านมาเคยจับผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าได้ เพราะใช้กฏหมายมาตรา 27ทวิ ของ พรบ.ศุลกากร (ฉบับเก่า) ที่ปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว ใน พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 242, 246, 247 ที่กล่าวถึงความผิดของผู้ลักลอบนำสินค้าเข้ามาโดยไม่ผ่านศุลกากร แต่…. ไม่ได้ระบุถึง “ของต้องห้าม” ไว้ในมาตราดังกล่าว

ดังนั้น ผู้ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าจะถูกจับกุมดำเนินคดีด้วยความผิดตาม พรบ.ศุลกากร ไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นคนลักลอบนำเข้า ถ้าจะจับก็ต้องจับกุมถ้ามีหลักฐานว่าเป็นผู้ขาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจชุดจับกุมที่ต้องมีหลักฐานว่าคนที่จับนั้นเป็นผู้ขาย ไม่ใช่ว่าจับๆ ไปแล้วให้ผู้ต้องหาไปแก้ต่างเอาเอง แบบนี้ถือว่า เป็นการจับกุมโดยมิชอบ ข่าวการจับนักท่องเที่ยว แม้กระทั่งคนไทยแล้วไปรีดไถเขานั้นต้องเอาผิดให้ถึงที่สุด ถึงเวลาที่เราต้องมาทบทวนมาตรการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าได้แล้วครับว่าการ “แบนทิพย์” นั้นส่งผลเสียหายต่อประเทศขนาดไหน”

ซึ่งกฎหมายเก่าที่ นพ.เอกภพ กล่าวถึงนั้นคือ พ.ร.บ.ศุลกากร พระพุทธศักราช 2469 (พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469) ระบุใน มาตรา 27 (ทวิ) ว่า ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานํา หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษีหรือของต้องจํากัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องก็ดีหรือเป็นของที่นําเข้ามา ในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อจํากัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดีมีความผิดต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจําทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม ใน พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ที่ออกมาบังคับใช้แทน พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ระบุใน มาตรา 247 ว่า ผู้ใดนําหรือยอมให้ผู้อื่นนําของต้องห้าม ของต้องกํากัด หรือของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ขึ้นบรรทุกหรือออกจากยานพาหนะ ต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 242 หรือมาตรา 244 แล้วแต่กรณี แต่มาตรานี้ก็เป็นการเอาผิดผู้ใช้ยานพาหนะเคลื่อนย้ายสิ่งของต้องห้ามเป็นหลัก

แม้กระทั่ง “คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1411/2564” คดีว่าด้วยจำเลยครองครองเตาบารากู่ซึ่งเป็นสิ่งของต้องห้ามเช่นเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้านั้น ศาลฎีกาก็ยังตัดสินแก้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ว่า “อนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นซึ่งพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 , 246 นั้น ไม่ถูกต้องเพราะพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 246 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 242 อันเป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังกระทำความผิดไม่เป็นคุณแก่จำเลย

จึงต้องปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 มาตรา 27 ทวิ อันเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรคหนึ่ง จะปรับบทลงโทษตามกฎหมายที่ใช้ภายหลังกระทำผิดไม่ได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความจะมิได้ฎีกาศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช 2469 มาตรา 27 ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์”

โดยสรุปแล้วก็ยังคงไม่มีความชัดเจนว่าการครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายหรือไม่? ดังนั้นเวลานี้ก็น่าจะ “ตีเหล็กตอนร้อน” มีหน่วยงานที่เชื่อถือได้ออกมา “ชี้ขาด” เมื่อให้ทั้งสังคมเข้าใจตรงกัน!!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

– โฆษก ตร.นำทีมสอบปากคำ’หนุ่มสิงคโปร์’ พยานคดีดาราสาวไต้หวัน

– ‘ดาบตำรวจ’พัทยายันไม่ได้รีดไถเงินบุหรี่ไฟฟ้า 6 หมื่นบาท จากกลุ่มทัวร์จีน

โพสต์ของ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ : https://www.facebook.com/photo/?fbid=642189847908935&set=a.361788195949103

อ้างอิง : https://www.smartdeka.com/deka/deka_judgement1411_2564

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีตเชฟโรงแรมดังในภูฎาน กลับบ้านเกิดมาขายข้าวแกง 20 บาท ช่วยผู้มีรายได้น้อย

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708272

อดีตเชฟโรงแรมดังในภูฎาน กลับบ้านเกิดมาขายข้าวแกง 20 บาท ช่วยผู้มีรายได้น้อย

อดีตเชฟโรงแรมดังในภูฎาน กลับบ้านเกิดมาขายข้าวแกง 20 บาท ช่วยผู้มีรายได้น้อย

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.08 น.

1 ก.พ.66 นายสุประวิทย์ เลิศศิริ หรืออ๋อย อายุ 41 ปี ชาว อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ อดีตเชฟ โรงแรมชื่อดัง ที่ประเทศภูฏาน ได้พาลูกชาย 2 คน และภรรยาชาวภูฎาน กลับมาเปิดร้านขายข้าวแกงราคาถูก 20 บาท ในตลาดสด หรือตลาดสระหญ้าม้า ในเขตเทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง หลังจากเกิดสถานการณ์โควิดระบาดอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจกลับมาเปิดร้านขายข้าวแกงที่บ้านเกิด ก็ถือเป็นโอกาสที่ได้มาอยู่กับครอบครัวที่บ้าน

ทั้งยังได้ช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยได้กินข้าวในราคาประหยัดเพียงจานละ 20 บาท โดยแต่ละวันจะทำกับข้าวเกือบ 10 เมนูให้ลูกค้าได้เลือกรับประทาน ซึ่งกับข้าวที่ทำขายจะสดใหม่ทุกวันและรับประกันความอร่อยแน่นอน เพราะมีประสบการณ์ทีเป็นเชฟมาเกือบ 10 ปี ซึ่งหลังจากเปิดขายมาได้ประมาณ 2 เดือน ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนอย่างคึกคัก

นายสุประวิทย์ เลิศศิริ เจ้าของร้านข้าวแกงราคาถูก เล่าว่า ตนไปทำงานเป็นเชฟที่โรงแรมชื่อดัง ที่ประเทศภูฏาน ประมาณ 4 ปี จากนั้นไปทำที่ประเทศสิงคโปร์ 2 ปี ซึ่งตอนที่เป็นเชฟอยู่ภูฏานก็เคยได้มีโอกาสทำอาหารถวายให้กับสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน หลายครั้ง หากพระองค์เดินทางมาเมืองไทยก็ได้ตามเสด็จมาทำอาหารถวายด้วย แต่หลังจากเกิดสถานการณ์โควิดระบาด เมื่อปลายปี 2564 จึงตัดสินใจพาลูกชายและภรรยาซึ่งเป็นชาวภูฏานเดินทางกลับมาบ้านที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์

จากนั้นเมื่อปลายปี 2565 ก็ลองพาครอบครัวมาเปิดร้านขายข้าวแกงในราคา 20 บาท ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั้งพ่อค้าแม่ค้าในตลาด รวมถึงประชาชนทั่วไปมาอุดหนุนคึกคักทุกวัน ส่วนที่เลือกขายข้าวแกงเพราะตนเองมีฝีมือด้านเชฟอยู่แล้ว และที่ขายในราคาเพียง 20 บาท เพราะอยากให้ประชาชนได้รับประทานอาหารในราคาประหยัด โดยเฉพาะในช่วงยุคข้าวของแพงแบบนี้ก็อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับประชาชนด้วย โดยแต่ละวันขายได้ 4,000 – 5,000 บาท หักต้นทุนแล้วก็จะเหลือประมาณ 1-2 พันบาท ก็เพียงพอเลี้ยงครอบครัวได้โดยไม่ลำบาก

หากลูกค้าท่านใดอยากจะไปลองลิ้มรสอาหารฝีมือเชฟ ที่การันตีทั้งคุณภาพและความอร่อย แถมยังราคาประหยัดกระเป๋าด้วย ก็สามารถไปอุดหนุนกันได้ที่ตลาดสระหญ้าม้า ฝั่งตรงข้ามกับคลินิกเสริมความงามเดอมาเฮ้าส์ ขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น.

.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มะเร็งหัวใจ’โรคร้ายเป็นได้ทุกวัย แพทย์แนะสังเกตสัญญาณเตือนเพื่อรักษาทันท่วงที

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708270

'มะเร็งหัวใจ'โรคร้ายเป็นได้ทุกวัย แพทย์แนะสังเกตสัญญาณเตือนเพื่อรักษาทันท่วงที

‘มะเร็งหัวใจ’โรคร้ายเป็นได้ทุกวัย แพทย์แนะสังเกตสัญญาณเตือนเพื่อรักษาทันท่วงที

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.48 น.

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลราชวิถี เผย “มะเร็งหัวใจ” โรคร้ายที่สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย แต่พบได้น้อยมาก อีกทั้งยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรคและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคที่แน่ชัด ควรหมั่นสังเกตอาการของตนเองเพื่อการรักษาที่ทันท่วงที

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งหัวใจ (Cardiac cancer หรือ Heart cancer) เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก แต่สามารถพบได้ในทุกเพศทุกวัย โดยส่วนใหญ่เป็นมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ แล้วกระจายมาที่หัวใจ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม ซึ่งสามารถแพร่กระจายมาที่หัวใจได้ แต่ถ้าเป็นมะเร็งหัวใจเองส่วนใหญ่เกิดจากเซลล์ผนังหลอดเลือดที่เรียกว่า Angiosarcoma ส่วนที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจเรียกว่า Rhabdomyosarcoma ซึ่งมะเร็งหัวใจของทั้ง 2 กลุ่มนี้ไม่ค่อยตอบสนองต่อการฉายแสงและยาเคมีบำบัด จึงต้องใช้วิธีรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อเอามะเร็งออกให้หมด

โดยมะเร็งหัวใจแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่ มะเร็งหัวใจปฐมภูมิ ได้แก่ มะเร็ง Angiosarcoma, Rhabdomyosarcoma, Fibrosarcoma, Malignant schwannoma, Mesothelioma และมะเร็งหัวใจทุติยภูมิ (Secondary cardiac cancer หรือ Metastatic cardiac cancer) ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งผิวหนังเมลาโนมา มะเร็งหลอดอาหาร เป็นต้น

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเกิดโรค รวมถึงยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคที่แน่ชัด โดยอาการของมะเร็งหัวใจมักจะมาด้วยอาการเหล่านี้ ได้แก่ เหนื่อยง่าย หอบ ไอเรื้อรัง มีไข้ต่ำๆ หน้าบวม คอบวม หลอดเลือดดำที่คอโป่ง ตับโต ท้องมานเพราะมีน้ำในช่องท้อง หรือขาบวมกดบุ๋มทั้งสองข้าง

สำหรับการตรวจวินิจฉัยมะเร็งหัวใจทำได้โดยการตรวจประวัติทางการแพทย์ต่างๆ ที่สำคัญคือประวัติอาการของผู้ป่วย การตรวจสัญญาณชีพ การตรวจฟังเสียงเต้นของหัวใจด้วยหูฟัง การตรวจร่างกาย การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจเอคโคหัวใจ การตรวจสืบค้นอื่นๆ เพิ่มเติมตามดุลยพินิจของแพทย์ ซึ่งเป็นการตรวจที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การตรวจภาพหัวใจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) และหรือเอ็มอาร์ไอ (MRI) การตรวจภาพและหลอดเลือดหัวใจด้วยการฉีดสีเข้าหลอดเลือดแดง (Cardiac angiography) และการตรวจก้อนเนื้อหรือรอยโรคด้วยการดูดเซลล์มาตรวจที่เรียกว่า การตรวจทางเซลล์วิทยา และหรือการตัดชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา

ทั้งนี้ การรักษาจะเป็นการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกให้หมด ด้วยการผ่าตัดเปิดหัวใจโดยตรง (Open heart surgery) และรักษาต่อเนื่องด้วยการให้ยาเคมีบำบัดตามชนิดของแต่ละเซลล์มะเร็ง ซึ่งการรักษาร่วม ทั้งผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด การฉายแสง จะขึ้นกับระยะของโรค ขนาดและชนิดของมะเร็ง อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกายเกิดความผิดปกติควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ติดต่อผู้โชคดีแล้ว!! งวดนี้รางวัลที่ 1 อยู่กองสลากพลัส 9 ใบ 54 ล้าน

Posted on February 2, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708265

ติดต่อผู้โชคดีแล้ว!! งวดนี้รางวัลที่ 1 อยู่กองสลากพลัส 9 ใบ 54 ล้าน

ติดต่อผู้โชคดีแล้ว!! งวดนี้รางวัลที่ 1 อยู่กองสลากพลัส 9 ใบ 54 ล้าน

วันพุธ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.59 น.

1 ก.พ.66 เพจเฟซบุ๊ก กองสลากพลัส ได้โพสต์ยินดีกับลูกค้าที่ถูกรางวัลที่ 1 โดยระบุว่า 

“รางวัลที่ 1 แตกที่กองสลากพลัส 9 ใบ 54 ล้านบาท!! สวัสดีวันพุธ วันดีที่ทุกคนรอคอย งวด 1 ก.พ. 66 กับเศรษฐีป้ายแดง 3 ท่าน ในงวดนี้

ผู้โชคดีคนนั้น คือ 
“คุณ หวา” จ.โคราช ถูกเลขชุด 5 ใบ 30 ล้าน
“คุณ นุช” จ.อุตรดิตถ์ ถูกเลขชุด 2 ใบ 12 ล้าน
“คุณ วันวิสาข์” จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกเลขชุด 2 ใบ 12 ล้าน

แอดมินขอแสดงความยินดีกับเศรษฐีใหม่ทุกท่าน ในงวด 1 ก.พ. 66 งวดนี้กองสลากพลัสต้องขออภัย ที่ไม่สามารถชำระภาษีแทนลูกค้าด้วยนะคะ” 

ขณะที่ นอท พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ โพสต์ระบุว่า “งวดนี้มีรางวัลที่ 1 อยู่กับกองสลากพลัส 9 ใบ 54 ล้านบาท 

โคราช 5 ใบ
อุตรดิตถ์ 2 ใบ
ประจวบคีรีขันธ์ 2 ใบ
เราติดต่อลูกค้าเรียบร้อยแล้วครับ” .-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,907,583 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

บางกอกเคเบิ้ล จัดงานวิ่งเพื่อพลังงานสะอาด ส่งต่อรายได้สนับสนุนโซลาร์ให้โรงเรียน
'2025 ASIA CEO SUMMIT & AWARD CEREMONY' ปีที่ 9 เชิดชูผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด
เช็กที่นี่! อนุทิน เซ็นแบ่งงาน 3 รมช.มหาดไทย
กกต.รับรองแล้ว ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็น สส.สุพรรณบุรี เขต 2
คูเวต-UAE อ้างอิหร่านยังโจมตีหลังหยุดยิง เตหะรานโวยโดนยิงก่อน
26 ปีผู้ตรวจการแผ่นดิน โชว์ผลงานแก้ปัญหาประชาชนแล้วเสร็จกว่า 6.4 หมื่นเรื่อง
ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 เม.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุดลิตรละกี่บาท
เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธ 3 วันติด ยิงขีปนาวุธ–ระเบิดคลัสเตอร์ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวใส่เกาหลีใต้
ลึกลับในสนามข่าว : 9 เมษายน 2569
จีนจี้สหรัฐฯ สอบปม "นักวิจัยชิป" พลัดตกตึกเสียชีวิต หลังถูก FBI สอบสวนอย่างหนัก

Recent Posts

  • อิหร่านเสนอเก็บค่าผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นคริปโต
  • ช็อกมาเลเซีย! ตำรวจระดับสูงเอี่ยวปล้นชาวต่างชาติ สูญกว่า 40 ล้านบาท ลักรถหรู-ทองคำเพียบ
  • ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันเยือนจีน เรียกร้องสันติภาพ “ท้องฟ้าควรมีแต่นก ไม่ใช่ขีปนาวุธ”
  • ปากีสถานจวกอิสราเอลถล่มเลบานอน เสี่ยงดีลสหรัฐ–อิหร่านล่ม ย้ำรวมเลบานอนอยู่ในดีล
  • เกาหลีใต้ระดมชุด SWAT-ทหาร-โดรน ล่าระทึก “หมาป่า” แหกกรงสวนสัตว์แทจอน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d