Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘เวย์ ไทยเทเนี่ยม’ เคลื่อนไหว หลังเจอดราม่าเพลง ‘พ่อมึง’

Posted on May 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/654442

'เวย์ ไทยเทเนี่ยม' เคลื่อนไหว หลังเจอดราม่าเพลง 'พ่อมึง'

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 07.16 น.

จากกระแสร้อนแรงที่เกิดขึ้นบนโลกโซเชียล หลังวงแร๊ปอย่าง “ไทยเทเนี่ยม” ปล่อยเพลง “พ่อมึง” ออกมา เมื่อวันที่ 12 พ.ค.65 ที่ผ่านมา มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีเนื้อหาเหยียดคนรุ่นใหม่ จนทำให้แฮชแท็กเพลง #พ่อมึง ติดเทรนด์ทวิตเตอร์กันเลยทีเดียว 

ล่าสุด “เวย์ ไทยเทเนี่ยม” ได้โพสต์ข้อความผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นของเพลง
“พ่อมึง” พวกเราไทยเทเนี่ยม อยากขอขอบคุณทั้งคำติชม รวมถึงกำลังใจดีๆ ที่ส่งเข้ามา ด้วยเจตนาของการทำเพลงนี้ขึ้นมานั้นไม่ได้เกิดจากการต้องการดิสใครใดๆ มันคือเพลงหนึ่งเพลงที่ตั้งใจให้ความบันเทิงกับคนที่รักในดนตรีฮิปฮอปตามแบบฉบับของไทยเทเนี่ยม และตามวัฒนธรรมของดนตรีฮิปฮอป อย่างไรก็ตามพวกเราต้องขออภัย ถ้าเพลงนี้ทำให้ใครรู้สึกไม่ดี หรือทำให้ใครผิดหวัง จากหัวใจของพวกเราจริงๆครับ

AND with that being said to all the Thai Hip Hop artists that been holding it down, keep killin it!! The Thai HipHop Scene is very much alive and strong and THAITANIUM couldnt be more proud of all the young artists representing for Thailand. 

Respectfully,
THAITANIUM” 
-008

View this post on Instagram

A post shared by DABOYWAY (@daboyway)

View this post on Instagram

A post shared by DABOYWAY (@daboyway)

View this post on Instagram

A post shared by DABOYWAY (@daboyway)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘พื้นที่ทำกิน-รับรองชุมชน’ คนจนเมืองฝากถึงผู้ว่าฯกทม.

Posted on May 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/654386

สกู๊ปแนวหน้า : ‘พื้นที่ทำกิน-รับรองชุมชน’  คนจนเมืองฝากถึงผู้ว่าฯกทม.

วันพฤหัสบดี ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.30 น.

เหลืออีกไม่กี่วันก็จะถึงวันที่ 22 พ.ค. 2565 วันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเมืองหลวงของไทยแห่งนี้เป็นศูนย์กลางทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคม จึงเป็นศูนย์รวมประชากรหลากหลายกลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีความต้องการและความคาดหวังด้านนโยบาย ต่อว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่แตกต่างกัน รวมถึง “คนจนเมือง” หรือชนชั้นรากหญ้าหาเช้ากินค่ำ ดังที่ เครือข่ายสลัม 4 ภาค รวมแกนนำมาจัดแถลงข่าว (ออนไลน์) หัวข้อ “เสียงจากคนสลัม สู่นโยบายแก้ปัญหากรุงเทพฯ” เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้

จำนงค์ หนูพันธ์ กล่าวว่า สลัม 4 ภาค เป็นเครือข่ายที่ต่อสู้ด้านสิทธิในที่ดิน ทั้งที่ดินของรัฐหรือที่ดินสาธารณะ และที่ดินของเอกชนแต่ถูกปล่อยทิ้งร้าง เพื่อหยุดยั้งการไล่รื้อหรือขับไล่คนจนออกจากเมือง โดยมีกิจกรรมรณรงค์กันทุกปีในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญของ กทม. คือ การไปกำหนดเกณฑ์รับจดทะเบียนชุมชนไว้ที่ต้องมีอย่างน้อย 100 หลังคาเรือนขึ้นไป ทำให้มีชุมชนส่วนหนึ่งไม่อยู่ในระบบ แม้จะเป็นชุมชนที่เปลี่ยนผ่านจากการถูกไล่รื้อ สู่การแก้ปัญหาผ่านโครงการบ้านมั่งคงแล้วก็ตาม

ผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ชุมชนที่ไม่ได้จดทะบียนกับ กทม. จะไม่ได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์และมาตรการต่างๆ เพราะไม่มีการเชิญตัวแทนชุมชนไปร่วมประชุม เบื้องต้นทราบว่าทาง กทม. แก้ไขระเบียบไว้แล้วว่าไม่ต้องถึง 100 หลังก็ได้ แต่ผู้ว่าฯ กทม. คนเดิมหมดวาระไปก่อน ต้องรอคนใหม่มารับตำแหน่ง จึงคาดหวังว่า เมื่อได้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่แล้ว จะมีการประกาศระเบียบใหม่นี้อย่างเป็นทางการโดยเร็ว เพื่อเป็นแนวปฏิบัติในการรับจดทะเบียนชุมชนกับสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตของ กทม.

“อันนี้คือปัญหา เพราะถ้าเกิดเรารับรองชุมชนไม่ได้สิ่งแรกที่เราไม่สามารถเข้าถึงได้เลยคือข้อมูลของ กทม. ที่เขามีการประชุมกันทุกเดือน เราไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้เลย ว่า กทม. ตอนนี้ กทม. เขาทำอะไรบ้างไปถึงไหนอย่างไร ระบบต่างๆ สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อะไรต่างๆ เหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงได้เลย ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า ประปา ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่อยู่อาศัยเลย” จำนงค์ กล่าว

นุชนารถ แท่นทอง กล่าวว่า ในช่วงที่ไม่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จะเห็นว่า กทม. มีนโยบายที่ส่งผลกระทบกับคนจนเมือง เช่น การไล่รื้อชุมชน การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย หลายครอบครัวต้องสูญเสียอาชีพ และทำให้ผู้คนต้องไปพึ่งพาร้านสะดวกซื้อของทุนใหญ่มากขึ้น กลายเป็นปัญหาปากท้องโดยเฉพาะกับแรงงานราคาถูกหาเช้ากินค่ำในเมือง นอกจากนี้ยังพบการใช้แนวปฏิบัติที่ไม่เหมือนกันในแต่ละพื้นที่ ซึ่งประชาชนทุกคนในเมืองควรมีสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมกัน เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขร่วมกัน

“บางชุมชนโดน ปว.44 บางชุมชนใช้มาตรา 44 แก้ปัญหา มีงบประมาณ แต่บางชุมชนถูกไล่รื้อแบบไม่ได้ดูเรื่องคุณภาพชีวิต ไม่ได้ดูว่าเขาจะไปอยู่ไหน ได้รับผลกระทบอะไร อันนี้เป็นมาตรการที่เราถูกกระทำ อีกอันหนึ่งที่เราเห็นคือเรื่องการใช้พื้นที่ บอกว่าพื้นที่สาธารณะต้องเป็นของทุกคน แต่พอทำจริงทำจัง ไล่คนจนไปแล้วคอนโดฯขึ้นกัน ตรงนั้นเป็นสวนหย่อมให้กับคอนโดมิเนียมต่างๆ เป็นที่โชว์สวยงามให้กับคอนโดมิเนียมซึ่งขายความหรูหรา ไม่ได้คำนึงถึงพวกเราที่เป็นแรงงานเลย” นุชนารถ ระบุ

สมบุญ คงคา สะท้อนปัญหาผลกระทบจากนโยบายจัดระเบียบหาบเร่แผงลอย ว่า อยากให้มีพื้นที่ค้าขายกลับมาเหมือนเดิม เพราะเป็นแหล่งอาหารของผู้ใช้แรงงานซึ่งจำนวนมากมีรายได้ค่อนข้างต่ำ การมีอาหารริมทางทำให้ลดการพึ่งพาร้านสะดวกซื้อ ขณะเดียวกัน ในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 มีผู้ต้องออกจากงานเดิมเป็นจำนวนมาก หนึ่งในสิ่งที่สังเกตเห็นคือ “ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างมีจำนวนเพิ่มขึ้น” และหลายคนในจำนวนนี้น่าจะเป็น “วินเถื่อน” ไม่ได้ขึ้นทะเบียน บางคนสภาพร่างกายหรือสภาพรถไม่พร้อม ทาง กทม. น่าจะกวดขันในเรื่องนี้ด้วย

“ชุมชนที่ไม่ได้จัดตั้งกับเขต แต่ทำไมเลือกตั้งท่านถึงไปหาเสียงถึงชุมชนเหล่านั้น อยากฝากว่าช่วยดูแลสาธารณูปโภคต่างๆ ในชุมชน ให้มันมีความสะดวกมากขึ้น ให้มันดีกว่านี้ รวมถึงสถานที่ขายของ หาบเร่แผงลอย ก็ควรจะมีการละเว้นบ้าง หรือว่าจัดสรรพื้นที่ให้คนรากหญ้าได้มีพื้นที่ประกอบอาชีพ ในการเลี้ยงปากเลี้ยงท้องบ้าง ถ้าเป็นโซนที่เป็นทางผ่าน มีจุดจอดรถให้กับคนที่สัญจรไป-มาสามารถจอดซื้อได้มันก็โอเค” สมบุญ กล่าว

สมศักดิ์ บุญมาเลิศ กล่าวถึงการเดินทางของประชาชนในเมือง ซึ่งต้องพึ่งพาระบบ “รถ” หมายถึงรถเมล์หรือรถโดยสารประจำทาง “ราง” หมายถึงรถไฟและรถไฟฟ้า และ “เรือ” หมายถึงเรือโดยสาร ว่า อยากให้มีระบบ “ตั๋วร่วม” ซื้อครั้งเดียวใช้ได้กับทุกผู้ให้บริการ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เห็นได้จากการเดินทางของคนคนหนึ่ง ต้องต่อพาหนะกันหลายช่วง

“อยากจะสะท้อนเรื่องรถไฟฟ้าเป็นสำคัญ เนื่องจากใช้งบประมาณหลายหมื่นหลายแสนล้าน ที่ลงทุนไป 5-6 เส้นทาง
ถามคนจนจริงๆ ใช้ได้กี่คน กี่เปอร์เซ็นต์ แล้วทำมาแล้วจะมีคนขึ้นมาก-น้อยแค่ไหนก็ไม่รู้ เพราะเขาไม่ได้เล็งเห็นความสำคัญของคนจนเมือง คนรวยที่มีฐานะหรือมีศักยภาพที่จะขึ้นรถไฟฟ้าได้ เขาก็มีรถยนต์ส่วนตัว เขาไม่มาขึ้นรถไฟฟ้า นอกจากจะเป็นพวกนักศึกษาหรือนักเรียนที่มีศักยภาพที่จะขึ้นได้ อันนี้ไปดูได้เลย คนจนเมืองอย่างเราได้แค่มอง เราอยากขึ้นไหม อยากเพราะมันไวมันเร็ว แต่เงินในกระเป๋าเรา ถ้าเราไปขึ้นรถไฟแล้ว แล้วชีวิตเราจะเดินต่อไปอย่างไร กินก็ไม่มี”
 สมศักดิ์ กล่าว

เนืองนิช ชิดนอก สะท้อนปัญหาค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัย เพราะหลายคนต้องการมีพักอยู่ใกล้กับที่ทำงาน ไม่ว่าการเช่าหรือการซื้อราคาก็ค่อนข้างแพงไม่สอดคล้องกับรายได้ เป็นที่มาของการที่ประชาชนส่วนหนึ่งเข้าไปใช้พื้นที่ของรัฐที่เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า มีการพัฒนาพื้นที่เพื่อตั้งเป็นชุมชนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และอยู่อาศัย
ต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี แต่ในเวลาต่อมาเมื่อมีโครงการพัฒนาของรัฐ สิ่งที่รัฐทำมักใช้วิธีไล่รื้อมากกว่าจะเจรจากัน

ดังนั้นในส่วนที่ดินของรัฐที่เป็นของ กทม. เมื่อ กทม. ต้องใช้ที่ดินเพื่อสาธารณประโยชน์ พื้นที่ใดที่สามารถแบ่งเขตที่ดินให้ประชาชนอยู่อาศัยได้ก็ควรแบ่งพร้อมกำหนดสัญญาเช่าระยะยาว 30 ปี เพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคง ส่วนพื้นที่ใดที่ไม่สามารถแบ่งเขตได้จริงๆ จำเป็นต้องรื้อย้ายชุมชน กทม. ควรหาพื้นที่ที่ไม่ไกลจากจุดเดิม สำหรับให้ประชาชนย้ายไปตั้งชุมชนใหม่ด้วย เพื่อให้ประชาชนยังสามารถทำงานและคงวิถีชีวิตแบบเดิมได้

“บางคนที่รายได้น้อยมากๆ เราต้องมองว่าทำไมเขาต้องมาบุกเบิกในที่ดินของรัฐ บางคนไม่อยากมาอยู่ที่ของรัฐแบบผิดกฎหมาย เขาก็อยากซื้อบ้าน แต่ผู้มีรายได้น้อยส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบ ไม่มีสลิปเงินเดือน ไม่มีรายได้มาก บางคนที่อยู่ในระบบก็เป็นแค่พนักงานแรงงานขั้นต่ำ ยอดเงินแต่ละเดือนมันก็ไม่ถึงที่จะกู้ซื้อที่ดินซื้อบ้าน เข้าไม่ถึงสินเชื่อ เข้าไม่ถึงธนาคาร” เนืองนิช กล่าว


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปลดล็อคสวัสดิการสู่ ‘สังคมเพื่อเราทุกคนและความเท่าเทียมที่ไม่เหลื่อมล้ำของ LGBTQI+ ผู้พิการ เด็ก ผู้สูงวัย และคนชายขอบ

Posted on May 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/654435

ปลดล็อคสวัสดิการสู่ 'สังคมเพื่อเราทุกคนและความเท่าเทียมที่ไม่เหลื่อมล้ำของ LGBTQI+ ผู้พิการ เด็ก ผู้สูงวัย และคนชายขอบ

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 21.38 น.

ปลดล็อคสวัสดิการ สู่ “สังคมเพื่อเราทุกคน (Inclusive Society)” และความเท่าเทียมที่ไม่เหลื่อมล้ำของ LGBTQI+ ผู้พิการ เด็ก ผู้สูงวัย และคนชายขอบ

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ หลายองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนสังคมให้เป็น “inclusive society” หรือ สังคมของทุกคนอย่างจริงจังในหลายมิติมากขึ้น ซึ่งคำว่า “ทุกคน” ในที่นี้ จำเป็นต้องครอบคลุมถึงบุคคลที่มีความแตกต่างในเรื่องของสภาพร่างกาย อายุเพศวิถีผู้เปราะบาง รวมไปถึงบุคคลชายขอบในสังคมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันสังคมให้เป็น inclusive society ศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม (ATCSW) ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จึงได้จัดงาน “สัมมนาทางวิชาการนานาชาติสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมสู่การพัฒนายั่งยืน” ขึ้น

“ตั้งแต่ปีแรกของการระบาดจนถึงขณะนี้ โรคโควิด-19ได้พรากชีวิตผู้คนทั่วโลกไปแล้วถึง 6.2 ล้านคน ซึ่งนับว่าเป็นการสูญเสียที่มากกว่าสงครามเวียดนาม และสงครามคาบสมุทรเกาหลีรวมกัน” นางสาววรรณา สุขศรีบูรณ์อำไพ ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม (ATCSW) กล่าวในงานสัมมนาวิชาการนานาชาติซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาด้านสุขภาวะของคนทุกกลุ่มนั้น สร้างผลกระทบต่อชีวิตคนไม่น้อยกว่าสงคราม จึงเป็นที่มาของแนวคิดการจัดงานสัมมนาวิชาการครั้งนี้ว่า Healthy Society, Stronger Social Work ที่หมายความว่า การมีสังคมที่สุขภาพดี จะช่วยสนับสนุนงานด้านสังคมสงเคราะห์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นนั่นเองงานสัมมนาวิชาการนานาชาติครั้งนี้ที่เต็มไปด้วย 5 ประเด็นหลักจากกลุ่มคนที่มีความแตกต่างในสังคม เพื่อขับเคลื่อนให้สังคมไทยเข้าสู่การเป็นสังคมของทุกคนอย่างเท่าเทียม  ดังที่นางสาววรรณาได้กล่าวไว้ว่า “เราทุกคน รวมถึงผู้พิการ ผู้สูงวัย เด็ก ผู้เปราะบาง หรือ LGBTQI+ โปรดรับรู้ว่า เราทุกคนมีความแตกต่างกัน แต่ไม่มีใครด้อยกว่ากัน และจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

หลากหลายได้อย่างเท่าเทียม กับสวัสดิการองค์กรสำหรับผู้มีความหลากหลายทางเพศ

บุคคลกลุ่ม LGBTQI+ เป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มักไม่ได้รับสิทธิและสวัสดิการที่ทัดเทียมบุคคลที่มีเพศสภาพตรงตามเพศกำเนิด เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยให้ทุกเพศสภาพมีสิทธิเท่าเทียมนางสาวนาฎฤดี อาจหาญวงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC หนึ่งในวิทยากรรับเชิญในประเด็นเกี่ยวกับสวัสดิการสำหรับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในองค์กร ได้แบ่งปันนโยบายของบริษัทฯ ในการให้สิทธิ์พนักงานที่เป็น LGBTQI+ สามารถลาเพื่อไปจัดงานแต่งงาน อุปการะลูกบุญธรรม หรือจัดงานศพให้แก่คู่ชีวิต รวมไปถึงให้สิทธิ์พนักงานในการลาเพื่อผ่าตัดแปลงเพศได้ถึง 30 วัน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในบริษัทแรก ๆ ในเมืองไทยที่ออกนโยบายนี้ให้พนักงาน และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากพนักงานทุกภาคส่วนอีกด้วย

สู่สังคมที่เท่าเทียมเพื่อผู้พิการ: กรณีศึกษาจากประเทศอิสราเอล

บุคคลกลุ่มต่อมาที่ควรให้ความสำคัญหากสังคมต้องการพัฒนาสู่การเป็น healthy และ inclusive society นั่นก็คือกลุ่มคนพิการ ซึ่งในประเทศไทยนั้น ต้องยอมรับว่าสิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน และขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ยังไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้ งานสัมมนาวิชาการครั้งนี้ จึงได้รับเกียรติจากนางออร์นา ซากิฟ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ที่เข้ามาร่วมแบ่งปันข้อมูลผ่านการบรรยายเกี่ยวกับการสร้างสังคมเพื่อทุกคนที่ครอบคลุมถึงผู้พิการในประเทศอิสราเอลให้แก่ผู้ฟังชาวไทย ซึ่งประเทศอิสราเอลเป็นประเทศเดียวในโลกที่ผู้มีอาชีพให้บริการแก่ประชาชนจำเป็นต้องเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการให้บริการผู้พิการทุก ๆ ปี และต้องมีผู้ประสานเกี่ยวกับผู้พิการที่สามารถติดต่อได้ประจำการอยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายอื่น ๆ ที่ครอบคลุมด้านการศึกษา ที่สนับสนุนให้เด็กนักเรียนพิการเข้าเรียนในโรงเรียนร่วมกับเด็กปกติโดยไม่แบ่งแยก ส่งเสริมด้านการประกอบอาชีพ ไปจนถึงการรับใช้ชาติในกองทัพอิสราเอล

บริการสาธารณสุขที่เท่าเทียม ทั่วถึง และครอบคลุมคนทุกกลุ่ม

การพัฒนาให้คนทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขก็เป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาสังคมให้เท่าเทียม แต่ปัจจุบันประชากรที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองรวมไปถึงบริเวณชายแดนนั้นยังไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากอาศัยอยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาล ทำให้อาการเจ็บป่วยที่เล็กน้อยลุกลามใหญ่ขึ้นเพราะรักษาได้ไม่ทันการมูลนิธิไฟเซอร์ ประเทศไทย จึงดำเนินโครงการสร้าง “ศูนย์ปฐมพยาบาลไฟเซอร์” ในชุมชนทุรกันดารทั่วประเทศจำนวน 10 แห่ง ร่วมกับมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี 2562 เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึง ทันท่วงที และเท่าเทียม โดยนายอานุภาพ สลับแสง ผู้จัดการแผนกจัดหาทุนองค์กรธุรกิจ มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย หนึ่งในผู้ดูแลโครงการดังกล่าว ได้แจ้งความคืบหน้าว่า ศูนย์ปฐมพยาบาลไฟเซอร์ได้รับการก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้ว 4 แห่ง และจะเปิดให้บริการครบทั้ง 10 แห่งภายในปี 2566

การควบคุมโรคระบาดโดยคำนึงถึงคนทุกวัย

ประเด็นด้านสุขภาพที่จำเป็นต้องคำนึงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ คงไม่พ้นเรื่องการจัดการและควบคุมโรคระบาดอย่างโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนทั่วโลก ซึ่งขับเคลื่อนการพัฒนาวัคซีนที่รวดเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่อย่างไรก็ดี วัคซีนที่มีการพัฒนาออกมาในช่วงแรกนั้นครอบคลุมกับประชากรวัยผู้ใหญ่เท่านั้น ทำให้ประชากรกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่คิดเป็น 32% ของประชากรทั่วโลกยังไม่ได้รับการป้องกันจากการติดโรคโควิด-19ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นกลุ่มอายุที่มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงจากโรคได้ ยังมีสิทธิ์เป็นผู้ติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อให้แก่ประชากรกลุ่มผู้ใหญ่เช่นกันซึ่งนพ.นิรุตติ์ ประดับญาติ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัดจึงได้แบ่งปันข้อมูลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายในหัวข้อ “อนาคตของระบบสุขภาพที่เท่าเทียม” ว่าในสถานการณ์ที่มีการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 นั้น มาตรการต่างๆรวมถึงการวิจัยและพัฒนาวัคซีนให้ได้ผลในการควบคุมโรคจำเป็นต้องคำนึงถึงประชากรทุกกลุ่ม ทุกวัยโดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ซึ่งไฟเซอร์ได้ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครอบคลุมกลุ่มอายุต่างๆรวมถึงกลุ่มที่มีความต้องการเป็นพิเศษ เช่น เด็กเล็กอายุ 6 เดือน ถึง 5 ปี กลุ่มผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น ไม่เพียงแต่การวิจัยและพัฒนาวัคซีนเท่านั้น การเข้าถึงบริการสุขภาพ คุณภาพการดูแลผู้ป่วย และการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพยังเป็นสิ่งที่จะช่วยส่งเสริมสังคมสุขภาพดีอย่างเท่าเทียม โดยไฟเซอร์เองก็มีหลากหลายโครงการที่มุ่งพัฒนาด้านนี้ให้ดีขึ้น ทั้งการพัฒนาขวดยาอัจฉริยะที่ติดตามการกินยาของผู้ป่วย โครงการพัฒนาความรอบรู้ทางสุขภาพ (health literacy) เพื่อให้สังคมมีความเข้าใจในการดูแลสุขภาพของตนเองและพัฒนาสู่สังคมสุขภาพดีได้อย่างยั่งยืน

สังคมที่ดีขึ้น ร่วมสร้างได้ด้วยผู้สูงวัยและแรงงานข้ามชาติ

หากพูดถึงการสร้างสรรค์สังคมให้พัฒนายิ่งขึ้น คนจำนวนไม่น้อยน่าจะนึกถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน หรือเยาวชนที่ได้ชื่อว่าเป็น “อนาคตของชาติ” ทำให้คนบางกลุ่มอย่างผู้สูงวัย และผู้ใช้แรงงานต่างด้าวที่นับเป็นกลุ่มผู้เปราะบางในสังคมมักถูกมองข้ามไปโดยปริยาย ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง สังคมไทยนับเป็นสังคมสูงวัยตั้งแต่ปี 2564 โดยมีจำนวนผู้สูงอายุคิดเป็นกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ และยังมีผู้ใช้แรงงานต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนกว่า 2.5 ล้านคน ในงานสัมมนาวิชาการนานาชาติครั้งนี้จึงได้เปิดเวทีเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อคนทั้งสองกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานหลังเกษียณของผู้สูงวัยที่คาเฟ่อเมซอน การดูแลสุขภาวะทางเพศสำหรับผู้สูงวัย การเยียวยาจิตใจของกลุ่มแรงงานที่เป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรง การทำงานสังคมสงเคราะห์เพื่อกลุ่มผู้เปราะบาง และอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของสวัสดิการ สุขภาวะ คุณภาพชีวิต และสภาพจิตใจของคนทั้งสองกลุ่มนี้ในฐานะประชากรที่มีศักยภาพในการสร้างสรรค์ inclusive society และ healthy society

เนื้อหาจากการบรรยายข้างต้นนับเป็นสัญญาณที่ดีของความตระหนักรู้และขับเคลื่อนสังคมให้เป็นสังคมสุขภาพดีของทุกคนอย่างสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าจุดเริ่มต้นนี้จะช่วยสร้างสรรค์สังคมที่คนทุกกลุ่มสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและเท่าเทียม ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ“สัมมนาทางวิชาการนานาชาติสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคมสู่การพัฒนายั่งยืน” เท่านั้น ใครที่สนใจรับฟังหัวข้อการบรรยายที่น่าสนใจอื่น ๆ จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด 29 ท่าน ใน 5 ประเด็นใหญ่ สามารถรับชมได้ที่ช่อง ICTC MSOCIETY ทาง Youtubeหรือที่ลิงก์ bit.ly/3J4qXfD

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความตายเป็นที่สุดของทุกคน เกิดมาแล้วก็ต้องตาย ถ้าไม่อยากเกิดก็ทำให้มันหมดกิเลส

Posted on May 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/654387

ความตายเป็นที่สุดของทุกคน เกิดมาแล้วก็ต้องตาย ถ้าไม่อยากเกิดก็ทำให้มันหมดกิเลส

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.38 น.

“…อาตมากำพร้าพ่อแม่ พ่อแม่ตายจากแล้ว แต่ลูกเยอะมาก ลูกไม่มีแม่ ลูกศิษย์ลูกหา เกิดมาก็ตาย คนแก่ก็ตาย คนจนก็ตาย คนไม่มีเงินก็ตาย ความตายเป็นที่สุดของทุกคน เกิดมาแล้วก็ต้องตาย ถ้าไม่มีการเกิด ก็ไม่ต้องมีการตาย ไม่มีหนึ่งเริ่มแล้ว สอง สามจะมาจากไหน ไม่อยากเกิด ก็ทำให้มันหมดกิเลส…” 

โอวาทธรรมหลวงปู่แสง ญาณวโร – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เซ็งเป็ด!ร้านอาหารตามสั่งบางใหญ่โดนป่วนสั่งออเดอร์ทิพย์ เตือนภัยเพื่อนร่วมอาชีพระวัง

Posted on May 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/654385

เซ็งเป็ด!ร้านอาหารตามสั่งบางใหญ่โดนป่วนสั่งออเดอร์ทิพย์ เตือนภัยเพื่อนร่วมอาชีพระวัง

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.33 น.

วันที่ 18 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีกลุ่มเฟสบุ๊กไรเดอร์นนทบุรี โพสต์เรื่องราวถูกลูกค้าสั่งออร์เดอร์ทิพย์ ทำให้ไรเดอร์หลายราย รวมทั้งร้านค้าได้รับความเดือดร้อน โดยมีลูกค้าสั่งอาหารแกล้งปักหมุดมาผิดบ้าน ซึ่งส่วนมากจะสั่งของที่มีราคาทำให้ไรเดอร์ต้องมาเคลียร์ระบบและเตือนภัยกันในกลุ่มไรเดอร์ให้ระมัดระวังเรื่องการรับออร์เดอร์

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านครัวปุ๊กกี๊ ผัดกระเพราตาจ๋า ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านอำเภอบางใหญ่ พบ น.ส.ชญาดา หรือเจ๊ปุ๊ก เจ้าของร้าน เปิดเผยข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเปิดร้านอาหารที่บ้าน ขายเฉพาะเดลิเวอรี่ ไม่มีหน้าร้าน ตนโดนลูกค้าสั่งอาหารที่ร้านยอดประมาณ 1 พันกว่าบาท แล้วติดต่อไม่ได้ ไรเดอร์ไปส่งแต่ไม่เจอตัวลูกค้า ตนเองไม่ได้เดือดร้อน แต่ไรเดอร์เขาเดือดร้อน 

หลังจากนั้นก็จะคอยตรวจสอบเบอร์ที่สั่งออเดอร์ พบว่าลูกค้าสั่งมาซ้ำๆ เบอร์เดิมมากสุด 8 ครั้ง ซึ่งตนก็เอะใจจึงกดยกเลิก จึงทำให้เรตติ้งในแอปฯตก ตอนนี้ร้านของตนขายของไม่ได้ เหมือนปฏิเสธลูกค้า ทำให้ตนต้องปิดร้านมาแล้ว 3 วันเพื่อดูว่าจะเกิดปัญหาแบบเดิมอีกหรือไม่ 

หลังจากปิดร้านไม่รับออเดอร์แต่กลับมีไรเดอร์มาส่งของที่ร้านแทน ทั้งที่ไม่ได้สั่ง ครั้งแรกเป็นไรเดอร์แม่ลูกอ่อน ของที่ส่งเป็นพิซซ่า มูลค่าประมาณ 1,300 บาท ตนส่งสารเขา จึงจ่ายเงินให้ แล้วแบ่งพิซซ่ากันคนละครึ่ง แต่ละวันมีไรเดอร์มาส่งของผิดเกือบ 10 คน แอปฯอื่นๆ อีกแต่ละวันก็ประมาณ 6-7 คน ตนไม่สามารถที่จะช่วยรับออเดอร์เขาได้ เพียงแค่ช่วยค่าน้ำมันให้เขาไป เรื่องนี้ตนคิดว่ามีคนแกล้งอย่างแน่นอน แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร 

เบื้องต้นได้ไปแจ้งความแล้วเพราะเป็นเบอร์โทรเดียวกัน 20 กว่าออร์เดอร์ ตอนนี้เครียดมากเพื่อนบ้านก็ว่าเรา เพราะเขาไม่ได้หลับนอน ไรเดอร์มาตอนประมาณตี 2-3 ไม่ได้นอนเหมือนกัน ตนไม่รู้สาเหตุว่ามาจากเรื่องลูกสาวที่เคยมีเรื่องทะเลาะกับที่ทำงานหรือเปล่า แต่ก็ไม่อยากไปกล่าวหาใคร เพราะตนไม่เคยมีปัญหาหรือขัดแย้งกับใคร เรื่องการเปิดขายอาหารก็คงไม่มี เพราะแต่ละร้าน เป็นเรื่องที่ลูกค้าสั่งซื้อ เราไม่ได้ขายตัดราคาใคร 

แต่แปลกใจคนสั่งระบุบ้านตนอย่างถูกต้อง แสดงว่าต้องเป็นคนที่รู้จักและทราบความเคลื่อนไหวของตน ลูกค้ากลุ่มนี้ที่แกล้งสั่งออร์เดอร์มาทั้งหมดรวมแล้วเกือบ 30 คนที่วิ่งมาส่งทั้งที่ตนไม่ได้สั่ง ค่าเสียหายรวมประมาณ 2-3 หมื่นบาท บางคนก็ได้เคลม บางคนก็เสียเงินฟรี จึงอยากวิงวอนให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามจับกุมตัวคนที่ป่วนมาลงโทษเพราะตนต้องทำมาหากินเลี้ยงหลาน นอกจากนี้ ตนยังป่วยมีโรคประจำตัวหลายโรค ต้องมาเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วปิดร้านนานๆยอดในแอปก็จะตกลงไปหลังเปิดร้านไม่รู้ว่าจะขายได้ยอดเดิมหรือเปล่า

ด้านนายนัฐธเดชน์ อายุ 40 ปี ผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวในกลุ่มไรเดอร์นนทบุรี ซึ่งเป็นสามีของเจ๊ปุ๊ก กล่าวว่า สาเหตุที่ตนโพสต์เกิดจากกลุ่มไรเดอร์ที่รับงานแล้วมาส่งที่บ้านที่ปักหมุด วันหนึ่งมีไรเดอร์มาส่งอาหารที่บ้านหลังนี้ 2-3 รอบ เช้า 6 คัน เย็น 6 คัน แต่ละคันมีออร์เดอร์ประมาณ 1 พันกว่าบาท ส่วนใหญ่ออเดอร์สั่งมาจากรอบนอก เช่น ตามห้างต่างๆ และร้านในปั๊มตนก็ยังเคยได้รับออเดอร์เหมือนกัน แต่พอดูบ้านเลขที่กลายเป็นที่อยู่บ้านของตน ก็เลยยกเลิกไปจึงนำเรื่องดังกล่าวไปโฟสต์เตือนเพื่อนร่วมอาชีพว่าเวลารับออเดอร์ให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อนเพราะบางคนไม่สามารถที่จะรับเงินคืนได้ ทำให้ต้องเสียเงินฟรี – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไอเดียแจ่ม! วัดดังอ่างทองวาดภาพประวัติศาสตร์เมืองวิเศษชัยชาญบนโอ่งที่ไม่ใช้งานแล้ว

Posted on May 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/654370

ไอเดียแจ่ม! วัดดังอ่างทองวาดภาพประวัติศาสตร์เมืองวิเศษชัยชาญบนโอ่งที่ไม่ใช้งานแล้ว

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 19.04 น.

ไอเดียแจ่ม! วัดไผ่หมูขวิดศรัทธาธรรม วาดภาพประวัติศาสตร์เมืองวิเศษชัยชาญบนโอ่งแดงจนาดใหญ่ ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เพื่อให้ญาติโยมที่เข้าวัดได้พบเห็นภาพในอดีต

วันที่ 18 พ.ค.65 ที่บริเวณวัดไผ่หมูขวิดศรัทธาธรรม ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ทางวัดได้นำโอ่งแดงขนาดใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานแล้วนำมาตั้งบริเวณด้านข้างอุโบสถพระอรหันต์มีภาพวาดสวยงามทั้ง 4 ใบ เป็นภาพประวัติศาสตร์เมืองวิเศษชัยชาญ ที่ทางวัดได้ว่าจ้างช่างมาเขียนภาพไว้โดยรอบโอ่งแดงอย่างสวยงาม เช่น ภาพวาดพระราชมนู ออกพระวิเศษไชยชาญ พันท้ายนรสิงห์ ขุนรองปลัดชู ปู่โชติ ปู่อิน ปู่เมือง ภาพเรือโยงในแม่น้ำน้อย จากภาพถ่ายเมื่อปี 2512 ที่มองเห็นเป็นภาพแม่น้ำน้อยที่กว้างใหญ่ มีเรือโยงลากจูงเรือขนส่ง และภาพเรือจ้างข้างแม่น้ำน้อยในการรับส่งนักเรียนข้ามฝั่ง  ที่ได้เขียนลงไว้บนโอ่งแดงไว้อย่างสวยงาม

พระครูวิวุฬห์ธรรมาภิรักษ์ เจ้าอาวาส เปิดเผยว่า เกิดจากแนวคิดที่พบว่าโอ่งแดงบรรจุน้ำที่ญาติโยมนำถวายไว้ที่วัดและปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแล้วเนื่องจากมีน้ำประปาใช้ จึงได้ว่าจ้างช่างมาเขียนภาพลงบนโอ่งแดง โดยภาพประวัติศาสตร์เมืองวิเศษชัยชาญสมัยก่อนเพื่อให้ญาติโยมที่เข้ามาภายในวัดไผ่หมู่ขวิด จะได้พบเห็นเรื่องราวในอดีตของเมืองวิเศษชัยชาญ และเป็นการนำของเก่ามาใช้ประโยชน์อีกทางหนึ่ง 

นอกจากนั้นที่บริเวณรั้วโดยรอบโบสถ์ของวัดไผ่หมูขวิด ยังพบว่ามีรูปปั้นหมูอยู่บนกำแพงวัดโดยรอบเป็นสัญลักษณ์ และที่บริเวณผนังโบสถ์ด้านนอกโดยรอบยังว่ามีการนำพระพุทธรูป จำนวนมากที่ทางวัดได้ทำการหล่อรูปพระแล้วนำมาประดับไว้โดยรอบผนังโบสถ์ด้านนอกอย่างสวยงามอีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลูกศิษย์-ทนายวัดฯโต้ข่าว’หลวงปู่แสง’มีเงิน 180 ล้าน ยันไม่เป็นความจริง

Posted on May 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/654359

ลูกศิษย์-ทนายวัดฯโต้ข่าว'หลวงปู่แสง'มีเงิน 180 ล้าน ยันไม่เป็นความจริง

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 18.17 น.

18 พ.ค.65 จากกรณีที่มีข่าวบางสำนักอ้างว่า นายธนูศักดิ์ เสมอภาค นายอำเภอเมืองอำนาจเจริญ ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องเงินฝากหลวงปู่แสง ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากประจำที่ธนาคารธนชาต สาขาอุบลราชธานี ที่คาดว่ามีกว่า 180 ล้านบาท โดยฝากอย่างเดียวไม่เคยถอนนั้น

ล่าสุดมีรายงานว่า นายเฉลิม ชัยจันทะโคตร ลูกศิษย์หลวงปู่แสง ที่ได้รับมอบหมายเป็นโฆษกวัด ได้ออกมาระบุว่า รู้สึกตกใจมากที่มีข่าวออกมาว่านายอำเภอออกมาเปิดเผยตัวเงินของหลวงปู่ตามที่ปรากฏออกไป โดยเรื่องนี้มีการแถลงข่าวไปแล้วว่าห้ามมิให้ผู้ใดนำข้อมูลทางการเงินของหลวงปู่ออกไปเปิดเผย นอกจากตัวหลวงปู่เอง 

นายเฉลิม กล่าวว่า วันนี้ได้สอบถามไปยังนายอำเภอแล้ว และนายอำเภอก็ยืนยันว่าไม่ได้มีการให้ข่าวถึงตัวเลขเงิน 180 ล้านของหลวงปู่ ถึงขณะนี้ยังคงยืนยันว่าข้อมูลของหลวงปู่ทุกกรณีที่เป็นความจริงจะถูกเปิดเผยจากตนเองเท่านั้น เรื่องตัวเลขเงินของหลวงปู่ไม่มีใครรู้นอกจากธนาคารกับตัวหลวงปู่ เนื่องจากการตรวจเช็คบัญชีไม่มีลูกศิษย์คนไหนสามารถตรวจเช็คได้ หลังจากนี้หากสื่อท้องถิ่นยังคงให้ข่าวออกไปเป็นเท็จทางวัดจะประสานกับทนายดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ยืนยันว่าข้อมูลเรื่องเงิน 180 ล้านว่าไม่เป็นความจริง

ขณะเดียวกัยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Thaweesak Boontham ได้โพสต์ข้อความว่า “แถลงแก้ข่าวให้ด้วยครับ จากการสอบถามท่านนายอำเภออำนาจเจริญ ท่านไม่เคยพูดเรื่องยอดเงินในบัญชีหลวงปู่การที่ลงข่าวดังกล่าว โดยอ้างแหล่งข่าวซึ่งไม่เป็นความจริงอาจก่อให้เกิดความเสียหายและเป็นการกระทำที่มีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพ.ศ.2562 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 แจ้งเพื่อทราบเเละอาจมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ” ทนายความวัดป่าอรัญญาวิเวกทนายความหลวงปู่แสง

ขอบคุณข้อมูล Thaweesak Boontham

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ข้าวแตน’ ของดีเมืองพรหมพิรามขายดีสวนกระแส ศก.ฝืดชาวบ้านเร่งผลิตส่งตามออเดอร์

Posted on May 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/654330

'ข้าวแตน' ของดีเมืองพรหมพิรามขายดีสวนกระแส ศก.ฝืดชาวบ้านเร่งผลิตส่งตามออเดอร์

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.38 น.

“ข้าวแตนเจริญทรัพย์” ของดีเมืองพรหมพิราม พิษณุโลก เร่งผลิตตามออเดอร์ส่งขายหลายจังหวัดทั่วประเทศปีละกว่า 1.4 แสนพวง ยอมรับเศรษฐกิจปีนี้ฝืดแต่ไม่ได้ทำยอดขายข้าวแตนลด ออเดอร์ที่มีทำแทบไม่ทัน แต่ยอมรับได้กำไรน้อยลงเพราะต้นทุนเพิ่มขึ้นทุกอย่าง

วันนี้ (18 พ.ค.65) ทีมเฉพาะกิจแนวหน้าออไนลน์ พาไปชิมของดีเมืองพรหมพิราม จ.พิษณุโลก ที่ใครเดินทางมาแล้วต้องไม่พลาดที่จะแวะไปซื้อเป็นของฝาก อย่าง “ข้าวแตนเจริญทรัพย์” ตั้งอยู่เลขที่ 162 ม.2 บ้านดงสมอ ต.หนองแขม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ของพี่แตง หรือ นางเจริญ รักธรรม อายุ 44 ปี ที่วันนี้ระดมคนงานซึ่งเป็นชาวบ้านในระแวกใกล้เคียงเกือบ 20 คนเร่งผลิตข้าวแตนให้ทันตามออเดอร์ลูกค้าที่สั่งจองกันเข้ามาไม่ขาดสาย แบ่งหน้าที่การผลิตเป็นขั้นตอน ทั้งทอด โรยหน้าน้ำตาล แพ็คใส่ถุง ร้อยใส่พวง ดูแล้วเพลินตาเพราะแต่ละหน้าที่ขะมักเขม้น เร่งให้ทันกับเวลาในแต่ละวัน

นางเจริญ รักธรรม เจ้าของธุรกิจครอบครัว “ข้าวแตนเจริญทรัพย์” บอกว่า ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 10 ปีก่อนตนทำธุรกิจเปิดร้านอาหารอยู่ กทม.แต่ร้านต้องประสบปัญหาน้ำท่วมจึงกลับมาตั้งหลักที่บ้าน ก็คิดว่าจะทำอะไรดี อ.พรหมพิราม ขึ้นชื่อเรื่องข้าวแตน และครอบครัวเราเองก็มีสูตรข้าวแตนของเรา ก็เลยคิดว่าไม่กลับแล้วเมืองกรุง ลงมือทำข้าวแตนสูตรของครอบครัวเรา แรกๆ ก็ทำขายหน้าบ้าน ก็ยอมรับว่าขายได้น้อย เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ในระแวกนี้ เขาก็ทำกัน แต่เราก็กัดฟันสู้พยายามติดต่อตามร้านค้าต่างจังหวัดที่เป็นพันธมิตรที่รู้จักกัน จนเริ่มมีออเดอร์เข้ามาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ผ่านมา 10 ปี ออเดอร์ที่สั่งเข้ามาเราทำไม่ทัน เพราะตัวแทนจำหน่ายของเรา มีทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด เช่น เพชรบูรณ์ สุพรรณบุรี น่าน ชลบุรี อุตรดิตถ์ และภูเก็ต

นางเจริญ รักธรรม บอกว่าตอนนี้ยอดผลิตของเรายอมรับเลยว่าทำไม่ทันจริงๆ ขนาดเราผลิตตั้งแต่ 8 โมงเช้า ไปถึง 3 ทุ่ม ทุกวันการผลิต คนงานวันละเกือบ 20 คนก็ทำไม่ทัน แต่ตนก็ทำเท่าที่เราผลิตไหว ออเดอร์ก็พยายามกระจายๆ ไปให้ทั่วทุกเจ้า วันหนึ่งเราสามารถผลิตได้ 400-500 พวงต่อวัน (1 พวงมี 12 ถุง/1 ถุง มี 2 ชิ้น) 1 ปี เราสามารถผลิตได้ประมาณ 140,000 พวง ช่วงนี้ยอมรับเลยว่าผลจากโควิด-19 และราคาสินค้าแพง ไม่ทำยอดขายลดลง แต่ทำให้เราได้กำไรน้อยลงเพราะต้นทุนสินค้าทุกอย่าง เช่น น้ำมัน น้ำอ้อย ถุง แก๊สหุงต้ม ข้าวเหนียว ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่าตัว

สำหรับใครที่สนใจอยากชิม “ข้าวแตนเจริญทรัพย์” ของดีเมืองพรหมพิราม จ.พิษณุโลก หรือสนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย ราคาไม่แพง พวงละ 80 บาทเท่านั้นใน 1 พวงจะมีทั้งหมด 12 ถุง 1 ถุงจะมีข้าวแตน 2 ชิ้น สามารถสั่งซื้อได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ 085-3610740 ได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กล้วยทับป้าลือ’ ยืนหนึ่ง ขายมานาน 15 ปี โกยรายได้วันละ 4,000 บาท

Posted on May 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/654313

'กล้วยทับป้าลือ' ยืนหนึ่ง ขายมานาน 15 ปี โกยรายได้วันละ 4,000 บาท

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.50 น.

เมนูขนมหวานอย่างกล้วยทับ  มันทับ ยังคงได้รับความชื่นชอบของลูกค้าชาวสตูลทุกรุ่นตั้งแต่รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ อย่างร้านกล้วยทับหน้าสำนักงานสาธารณสสุขจังหวัดสตูล ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งเป็นของ นางสมจิตร เมืองมา หรือป้าลือ อายุ 59 ปี แม่ค้าในพื้นที่ ต.พิมาน อ.เมือง เปิดขายกล้วยทับ มันม่วงทับ และมันไม้ทับ(มันสัมปะหลัง) มานานกว่า 15 ปี แม้ในยุคข้าวของแพงก็ยังขายได้อย่างต่อเนื่องเพราะไม่ได้ปรับราคาขึ้น  ยังขายในราคาชุดลละ  25  บาท ซึ่งขายในราคานี้นาน 6 ปีแล้ว

นางสมจิตร เมืองมา หรือ ป้าลือ กล่าวว่า  ป้าขายกล้วยทับมานาน 15 ปี แล้วมีลูกค้าเข้ามาซื้ออย่างต่อเนื่อง ทั้งข้าราชการ ลูกค้าทั่วไป  วัยรุ่น เด็ก ผู้ใหญ่มีหมด จุดเด่นของกล้วยทับ มันทับที่ขายนี้อยู่ที่น้ำกะทิ ซึ่งจะมีรสหอมหวานอร่อย ใช้กะทิสดใหม่ทุกวัน ช่วงเศรษฐกิจข้าวของแพง ก็กระทบบ้าง ราคามันม่วงปรับขึ้นจากถุง 10 กิโลกรัม ซื้อมาราคาถุงละ 200 บาท ปรับขึ้นเป็นถุงละ 300  บาท มันสำปะลังกิโลกรัมละ 10-13 บาท กล้วยหวีละ 20-25 บาท แต่ป้าก็ได้ได้ปรับราคาขึ้นมา ยังคงขายในราคาเดิมชุดละ 25 บาท ซึ่งขายในราคานี้มานาน 6 ปี แล้ว โดยจะขายได้ประมาณ 3,000-4,000 บาทต่อวัน

สำหรับมันม่วง และมันวสำปะหลัง เฉลี่ยจะขาย  อย่างละ 15 กิโลกรัมต่อวัน  ส่วนกล้วยเฉลี่ย 30 หวีต่อวัน โดยร้านจะเปิดขายทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา  11.00 น. จนกว่าจะหมดอยู่ที่เวลาประมาณ 17.00 น.

ด้านนายอาฟิส นางา อายุ 27 ปี  ลูกค้า กล่าวว่า  มาซื้อกล้วยทับบ่อย โดยจะซื้อแบบผสมกัน วันนี้มาซื้อ 2 ชุด  ติดใจที่รสชาติของน้ำกะทิ ซึ่งมีรสชาติอร่อย หอม ไม่หวานจนเกินไป. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อบจ.ปทุมธานีตัดสินภาพถ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยวคลองสวยน้ำใสวิถีไทยต้องกลับมา

Posted on May 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/654283

อบจ.ปทุมธานีตัดสินภาพถ่ายส่งเสริมการท่องเที่ยวคลองสวยน้ำใสวิถีไทยต้องกลับมา

วันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.54 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 18 พ.ค.65 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ตำบลบ้านฉาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) ปทุมธานี ได้เยี่ยมชมการตัดสินการประกวดภาพถ่าย โครงการคลองสวยน้ำใสวิถีไทยต้องกลับมา โดยมีนายสิระพงษ์ สิริโพธินันท์ รองนายก อบจ.ปทุมธานี, นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ เลขานุการนายก อบจ.ปทุมธานี, นายสุทัศน์ คงแย้ม ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี, นายพงศธรรศ รุจิพุฒธันยพัต นายกสมาคมนักข่าวจังหวัดปทุมธานี และนางพรอัปสร นิลจินดา ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินการถ่ายภาพ

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า โครงการประกวดภาพถ่ายเป็นโครงการที่ต่อเนื่องมากจาก “คลองสวยน้ำใสวิถีไทยต้องกลับมา” เดิมคลองแต่ละคลองเต็มไปด้วยขยะผักตบชวาและหญ้าที่ขึ้นภายในคลอง จนเราดำเนินการจนคลองทุกคลองไม่มีขยะและวัชพืชต่าง ๆ ปัจจุบันพี่น้องประชาชนมีกลับไปดำเนินชีวิตตามวิถีเดิม เหมือนในอดีตมีการตกปลามียอมายก มีการทอดแห วิถีชีวิตเดิม ๆ เริ่มกลับมาแล้ว ทางทีมผู้บริหารจึงคิดโคลงการประกวดภาพถ่ายชิงเงินรางวัล ที่สื่อคอนเซ็ปต์คลองสวยน้ำใสวิถีไทยต้องกลับมา วันนี้มีพี่น้องประชาชนสนใจร่วมส่งภาพเข้ามาประกวดเยอะมาก ผมมองว่าโครงการจะต้องเกิดขึ้นอีก และจะมีรางวัลให้สูงขึ้น ต้องขอบคุณทุกท่านที่ส่งภาพเข้ามาประกวด ทุกภาพที่ส่งมาเราจะเก็บไว้ เพื่อจัดนิทรรศการ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าจังหวัดปทุมธานีมีมุมสวย ๆ และบรรยากาศดี ๆ แบบนี้

นายสุทัศน์ คงแย้ม ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า ภาพต่างๆ ที่มีประชาชนถ่ายภาพมาร่วมประกวดเป็นการสื่อให้เห็นภาพโดยรวมของจังหวัดปทุมธานี ทำให้เห็นว่าจังหวัดปทุมธานีมีทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย โดยสภาพของธรรมชาติตัวคลองที่ใสสะอาด และน้ำที่สวยจะเป็นจุดขายอย่างหนึ่ง เราพยายามที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำอยู่แล้ว ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้ดำเนินการทำให้คลองทุกคลองมีความสะอาด ในภายภาคหน้าอาจจะมีกิจกรรมพายเรือคายัค ทางท่องเที่ยวตลาดน้ำริมคลองก็สามารถทำได้ตลอด และเป็นจุดเด่นที่ทำให้สภาพธรรมชาติเป็นสิ่งตึงดูดให้คนอื่น ๆ เข้ามาเที่ยวจังหวัดปทุมธานี

นางพรอัปสร นิลจินดา ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจากนายก อบจ.ปทุมธานี มีแนวคิดที่ส่งเสริมพัฒนาคลองสวยน้ำใส ในคลองต่างๆ ทั้งคลองรังสิต คลองเปรมประชากร จนมีการประกวดภาพถ่ายในวันนี้ ซึ่งตนเองเป็นคณะกรรมการมาให้คะแนนด้วย หากคลองบ้านเราสะอาด ร้านอาหารหรือการประกอบอาชีพในริมคลองก็จะกลับคืนมาจะทำให้จังหวัดอื่นหรือผู้คนที่อยู่ต่างจังหวัดมองว่าจังหวัดเราสะอาดเป็นการชวนคนอื่นเข้ามาเที่ยวเยี่ยมชมในอนาคตจะมีถนนคนเดินมากขึ้นก็จะเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของจังหวัดปทุมธานีเราสามารถไปเที่ยวได้ทุกที่ที่อยู่ในจังหวัดปทุมธานี อย่างน้อยมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยเราให้เงินสะพัดขึ้นในจังหวัดของเรา

นางรุจศลักษณ์ ธูปกระจ่าง ตั้งวงษ์เลิศ เลขานุการนายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า โครงการประกวดถ่ายภาพคลองสวยน้ำใสวิถีไทยต้องกลับมา เกิดขึ้นเนื่องจากเพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนในพื้นที่คนในชุมชนมีส่วนร่วมกับคลองต่างๆ ที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีได้ดำเนินการปรับปรุงให้สวยงาม โดยให้ส่งภาพถ่ายเข้ามา มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก เราได้คัดเลือกภาพที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การประกวดมาจำนวน 97 ภาพ และได้ตัดสินรางวัลที่ 1 รางวัลที่ 2 รางวัลที่ 3 และรางวัลชมเชยอีก 5 รางวัล โดยจะแจ้งให้มารับรางวัลต่อไป

ซึ่งทาง อบจ.จะมีการนำภาพถ่ายไปจัดนิทรรศการเพื่อโชว์ภาพถ่ายเหล่านี้ให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นถึงความสำคัญของการปรับปรุงคลอง และความสวยงามของคลองหลังจากที่เราได้ดำเนินการแล้ว หลังจากที่เราได้มีการจัดประกวดครั้งแรกไปแล้ว เราก็จะมีการประกวดในครั้งต่อ ๆ ไป จึงอยากให้พี่น้องประชาชนเตรียมถ่ายภาพ ซึ่งคอนเซ็ปต์เราจะเป็นอย่างไรก็ขอให้ติดตามได้ที่เพจของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,264,940 hits

Join 4,134 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Price of luxury homes in and around Bangkok remains sky-high despite Covid crisis #SootinClaimon.Com
นาเดีย เผยข่าวดีอีกครั้ง! อวบขึ้นเพราะกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง
Stranded Rohingya rescued by Indonesian fishermen: officials
ภัทรา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ‘ฝังหัวใจไว้ในขนมเค้ก’
พ.ต.สมพงษ์ สุขสงวน "ช่วยคนคือความสุข"
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
อดีต รมว.คลัง ธารินทร์-นกน้อย นิมมานเหมินท์ สุดปลื้ม บุตรชายสละโสด วริศร์ นิมมานเหมินท์ โชษิตา สลักคำ
วีแกนสายบุญ ‘กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง’ ทานอาหารวีแกนได้อะไรบ้าง? #SootinClaimon.Com
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
Asean Summit to discuss Karen issue as Thailand watches Myanmar situation #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,688 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d