Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เลยหนาว! อุณหภูมิลด3องศา พ่อค้าแม่ค้าสวมเสื้อกันหนาวขายของ

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707421

เลยหนาว! อุณหภูมิลด3องศา พ่อค้าแม่ค้าสวมเสื้อกันหนาวขายของ

เลยหนาว! อุณหภูมิลด3องศา พ่อค้าแม่ค้าสวมเสื้อกันหนาวขายของ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.04 น.

29 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าของวันนี้ ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเลย อากาศกลับมาหนาวอีกรอบ แม่ค้าพ่อค้าที่จำหน่ายสินค้าต่างๆในช่วงเช้าเช่นขายผักสดสินค้าต่างๆ ที่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าตรู่ตั้งแต่ตี 4 ตี 5 สภาพอากาศวันนี้อากาศลดฮวบ 2-3 องศาเซลเซียส ต่างนำเสื้อหนาวแขนยาวมาสวมใส่กันอีกครั้ง 

นางแดง สมมา แม่ค้าขายผักสดตลาดสดเทศบาลเมืองเลย บอกว่า วันนี้กลับรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิลดลงอย่างชัดเจน ช่วง ตั้งแต่ ตี 4-5 เพื่อเดินทางมายังตลาดสดในช่วงเช้า อากาศหนาวช่วงนี้ลดฮวบ 2-3 องศา วันนี้อุณหภูมิลดลงมากว่าอย่างชัดเจน ดึกๆคาดประมาณ 13-14 องศา แต่วันนี้เช้าๆ 14 องศา ที่ตลาดเช้าเทศบาลเมืองเลยเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงปลายปีช่วงสุดท้ายของอากาศหนาววันนี้ เช้าๆแม่ค้าทุกคนนำเสื้อหนาวมาใส่คนละตัว บางคนหนาวก็จัดไปเสื้อหนาว 2 ตัว

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆดังนี้ อ.เมืองเลย 10.6 องศาเซลเซียส , อ.วังสะพุง 11.2 องศาเซลเซียส , อ.ด่านซ้าย 10.0 องศาเซลเซียส , อ.เชียงคาน 12.0 องศาเซลเซียส , อ.ท่าลี่ 12.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูกระดึง 10.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูเรือ 7.5 องศาเซลเซียส , อ.นาแห้ว 9.0 องศาเซลเซียส , อ.ปากชม 12.0 องศาเซลเซียส , อ.นาด้วง 12.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูหลวง 12.0 องศาเซลเซียส , อ.ผาขาว 12.0 องศาเซลเซียส , อ.เอราวัณ 12.0 องศาเซลเซียส , อ.หนองหิน 12.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 7.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 6.0 องศาเซลเซียส ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 6.0 องศาเซลเซียส , ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 6.2 องศาเซลเซียส ,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 9.0 องศาเซลเซียส.

012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แพรรี่’แฉพระมหาชอบฉัน‘บวบ’ ขีดเส้น 3 วันไม่สละผ้าเหลืองปล่อยภาพ

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707419

‘แพรรี่’แฉพระมหาชอบฉัน‘บวบ’ ขีดเส้น 3 วันไม่สละผ้าเหลืองปล่อยภาพ

‘แพรรี่’แฉพระมหาชอบฉัน‘บวบ’ ขีดเส้น 3 วันไม่สละผ้าเหลืองปล่อยภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.48 น.

‘แพรรี่’แฉพระมหาชอบฉัน‘บวบ’ ขีดเส้น 3 วันไม่สละผ้าเหลืองปล่อยภาพ

29 มกราคม 2566 แพรรี่ ไพรวัลย์ หรืออดีตพระพระมหาไพรวัลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ไพรวัลย์ วรรณบุตร” อ้างว่า “ตาเถร ! ตายแล้ว มีคนส่งรูปพระฉันบวบมาให้ดิฉันดู ทราบว่าเป็นถึงรองเจ้าตำบลด้วย เป็นพระวัดหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ ชอบปลุกเสก ออกพระออกเหรียญให้คนบูชา ตายแล้วววววววววววว”

นอกจากนี้ยังโพสต์ต่อเนื่องว่า “พระมหารูปหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์นะคะ ที่้เป็นรองเจ้าคณะตำบล ชอบปลุกเสก ขายวัตถุมงคล เลี้ยงเด็กหนุ่ม ดิฉันให้เวลาท่าน 3 วันในการสละผ้าเหลือง ถ้าไม่สละ ดิฉันจะเอาภาพฉันบวบของท่านไปให้สื่อนะคะ จบ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เงินสะพัด!งานนมัสการ‘พระธาตุพนม’คึกคัก ผู้ว่าฯสั่งจับตาพวกโก่งค่าแผง

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707408

เงินสะพัด!งานนมัสการ‘พระธาตุพนม’คึกคัก ผู้ว่าฯสั่งจับตาพวกโก่งค่าแผง

เงินสะพัด!งานนมัสการ‘พระธาตุพนม’คึกคัก ผู้ว่าฯสั่งจับตาพวกโก่งค่าแผง

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.05 น.

งานนมัสการ‘พระธาตุพนม’ จังหวัดนครพนม หลากหลายธุรกิจเงินสะพัด ทุกตางรางนิ้วรอบวัดกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ‘ผู้ว่าฯ’ กำชับจับตาพวกฉวยโอกาสโก่งราคาแผงเช่าช่วง

29 มกราคม 2566 บรรยากาศการท่องเที่ยวงานประเพณีบุญเดือนสาม นมัสการองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อายุเก่าแก่กว่า 25,000 บาท ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ กระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง อ.ธาตุพนม ถือเป็นงานบุญใหญ่ที่จัดขึ้นทุกปี ปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2566 รวม 9 วัน 9 คืน 

ขณะเดียวกันอานิสงส์ของการจัดงานบุญใหญ่อีสาน ได้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว รวมถึงเกิดธุรกิจหลากหลายอาชีพ มีรายได้เงินสะพัด หลังจากซบเซามานานกว่า 2 ปี จากสถานการณ์โควิดระบาด จนกระทั่งปีนี้กลับมาจัดงานอีกครั้ง โดยเฉพาะธุรกิจจัดสรรพื้นที่เช่าแผงจำหน่ายสินค้า สามารถทำเงินสร้างรายได้ให้กับวัด รวมถึงเอกชนปีละกว่า 50 ล้านบาท เนื่องจากมีราคาเช่าไม่ต่ำกว่า จุดละ 5,000 – 20,000 บาท  เพื่อเปิดให้พ่อค้าแม่ค้ามาวางสินค้า จำหน่ายเครื่องอุปโภค บริโภค และอาหารหลากหลายเมนู ตลอดทั้งงาน นอกจากนี้ ยังส่งผลดีต่อทุกอาชีพ รวมถึงการจำหน่ายดอกไม้ ธูปเทียน บูชาพระธาตุพนม บริการห้องน้ำ ไปจนถึงที่จอดรถ มีรายได้หมุนเวียนสะพัด

ด้านนายวันชัย จันทร์พร ผวจ.นครพนม มอบหมายให้ นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รอง ผวจ.นครพนม พร้อมด้วย นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ ปลัดจังหวัดนครพนม นายสุพจน์ ผิวดำ ปลัดอาวุโสอำเภอธาตุพนม พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง ตัวแทนคณะกรรมการวัดที่ดูแลการจัดงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อย ป้องกันปัญหาการฉวยโอกาสนายทุน นำพื้นที่วัดที่มีการบริการจัดสรรพื้นที่ เป็นแผงเช่าจำหน่ายสินค้า รวมถึงเส้นทางสาธารณะไปโก่งราคาเช่าช่วง ถือเป็นเอาเปรียบผู้ประกอบการ

ในส่วนของพื้นที่เอกชน ให้มีการจัดเก็บราคาเช่า อยู่ในความเหมาะสม ไม่เอาเปรียบผู้ประกอบการ เนื่องจากทุกปีจะมีกลุ่มนายทุนฉวยโอกาส เช่าพื้นที่วัดไปเปิดเช่าช่วงโก่งราคาสูง จากราคาต้นทุนที่เช่ามากับวัดประมาณ 3 -4 เท่า จากราคาประมาณ 10,000 – 15,000 บาท เพิ่มเป็น 20,000 – 30,000 บาท สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าที่มาขายสินค้าในงาน จึงต้องมีการจัดระเบียบวางมาตรการป้องกันดูแล

ด้านนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รอง ผวจ.นครพนม เปิดเผยว่า ได้รับมอบนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนคณะกรรมการวัดพระธาตุพนม ลงพื้นที่ตรวจสอบดูแลความเรียบร้อย ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่การจัดงาน รองรับประชาชน นักท่องเที่ยว รวมถึงการจัดพื้นที่เช่าจำหน่ายสินค้า ทั้งในส่วนของวัดและในส่วนของเอกชน ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว รวมถึงการดูแลด้านความปลอดภัย บริการประชาชน นักท่องเที่ยว ทุกด้าน มั่นใจว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้ประชาชน นักท่องเที่ยวมั่นใจ ในการเข้ามาท่องเที่ยวทำบุญในพื้นที่

ส่วนนายสุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ ตัวแทนคณะกรรมการวัด และผู้ดูแลการจัดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม เปิดเผยว่า เกี่ยวกับการดูแลความเรียบร้อย ในการจัดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2566 ทางวัดพระธาตุพนมฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ดูแลความเรียบร้อยทุกด้าน ทั้งการรองรับประชาชนนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาทำบุญ นอกจากนี้ยืนยันว่า ในส่วนของการดูแลจัดสรรพื้นที่วัด ให้ผู้ประกอบการเช่าจำหน่ายสินค้า เป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีราคาที่เป็นธรรม รายได้ทุกบาทนำเข้าวัดทั้งหมด และมีการตรวจสอบไม่ให้มีนายทุนนำพื้นที่เช่าโก่งราคา เช่าช่วง ไม่ให้กระทบต่อการค้า การท่องเที่ยว เน้นจากผู้เช่าคนเดิมทั้งหมด จนครบที่เหลือจึงจะเปิดให้ผู้เช่ารายใหม่ และในส่วนของพื้นที่เช่า ได้จัดให้อยู่ในพื้นที่เหมาะสม ไม่กระทบต่อการสัญจรของประชาชน นักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน  สำหรับคนที่มีการสมยอมกันในการเพิ่มราคาเช่าช่วง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับทางวัด เนื่องจากทางวัดมีราคามาตรฐาน และจัดเก็บรายได้เข้าวัดทั้งหมด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘นักชิม’อาชีพทางเลือก เอื้อศักยภาพ‘ผู้พิการสายตา’

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707343

สกู๊ปแนวหน้า : ‘นักชิม’อาชีพทางเลือก  เอื้อศักยภาพ‘ผู้พิการสายตา’

สกู๊ปแนวหน้า : ‘นักชิม’อาชีพทางเลือก เอื้อศักยภาพ‘ผู้พิการสายตา’

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.10 น.

ข้อมูลจาก กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ระบุว่า ณ สิ้นปี 2565 ประเทศไทยมีคนพิการทั้งสิ้น 2,153,519 คน (นับจากผู้ที่ขึ้นทะเบียนและได้รับบัตรประจำตัวคนพิการ) ในจำนวนนี้ราวครึ่งหนึ่ง หรือร้อยละ 50.81 หรือจำนวน 1,094,101 คน เป็นคนพิการประเภททางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย รองลงมา ร้อยละ 18.64 หรือ 401,318 คน พิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย และอันดับ 3 ร้อยละ 8.58 หรือ 184,711 พิการทางการเห็น

และเพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการออกกฎหมาย พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 เพื่อสนับสนุนการมีงานทำของคนพิการ ขณะเดียวกัน ยังมีความพยายามจากหลายภาคส่วนในการฝึกทักษะอาชีพให้กับคนพิการ อาทิ “โครงการพัฒนาทักษะอาชีพนักชิมอาหารปรุงสำเร็จผู้พิการทางการเห็นเพื่อสร้างรายได้เสริม” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 2 สถาบันอุดมศึกษาของไทยอย่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ระยะเวลาดำเนินงาน 12 เดือน (ก.พ.2565 – ก.พ. 2566) มีเป้าหมายยกระดับรายได้ให้กับคนพิการทางการเห็นผ่านการพัฒนาทักษะอาชีพนักชิมอาหาร ดำเนินการร่วมกับบุคลากรและนักเรียนในโรงเรียนสอนคนตาบอด/ศูนย์ฝึกอาชีพคนตาบอด ในพื้นที่เป้าหมาย 3 แห่ง ได้แก่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อ.เมือง จ.สิงห์บุรี และ อ.สามพราน จ.นครปฐม

ผศ.ดร.ธิติมา วงษ์ชีรี นักวิจัย ศูนย์วิจัยและบริการเพื่อชุมชนและสังคม สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในฐานะหัวหน้าโครงการ เล่าถึงงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพของคนพิการทางการเห็น ที่ทำการศึกษามาตั้งแต่ปี 2558 แล้วพบว่า“คนพิการทางการเห็นมีความสามารถในการจำแนกกลุ่มกลิ่นได้แม่นยำ” ซึ่งน่าเสียดายหากคนพิการไม่สามารถนำจุดเด่นนี้มาสร้างรายได้หาเลี้ยงชีพตนเอง

โดย “นักชิมอาหาร” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนพิการทางการเห็นสามารถพัฒนาตนเองเป็น “นักชิมอาหารปรุงสำเร็จมืออาชีพ” ได้ในอนาคต แต่ก็ต้องมีการเตรียมตัว ต้องมีความรู้ที่ลึกและกว้าง และต้องมีความรู้ถึงสินค้าวัตถุดิบหลายชนิดรวมถึงคุณลักษณะต่างๆ ของเมนูอาหาร ดังนั้น ก่อนที่คนพิการจะเข้าร่วมงานวิจัย จึงต้องทดสอบขีดความสามารถในการแยกแยะรสหวานเปรี้ยวเค็มขมต่ำสุดในระดับที่มนุษย์จะรับรสได้ตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน

“ที่มาของแนวคิดอาชีพนักชิมอาหารปรุงสำเร็จคนพิการทางการเห็น เริ่มจากสถานการณ์โควิค-19 เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่จะสั่งอาหารจากร้านต่างๆ มาทาน หากคนพิการไปชิมอาหารให้กับร้านค้าและสามารถให้ดาว ในด้านรสชาติอาหาร หรือร้านอาหารที่มีออกเมนูใหม่ๆ ทุก 3 เดือน 5 เดือน หรือได้ชิมอาหารที่สร้างความแตกต่างจากร้านอื่นก็จะช่วยเพิ่มมูลค่ายอดขายให้กับผู้ประกอบการได้ และจะทำให้คนพิการมีรายได้” ผศ.ดร.ธิติมา กล่าว

สำหรับเมนูอาหารที่นำมาใช้ทดสอบความเป็นนักชิมอาหารของคนพิการทางการเห็นครั้งนี้ มีด้วยกัน 3 เมนู ได้แก่ ทอดมันหน่อกะลา (จากร้าน Mango 88 Café เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี) แกงเขียวหวานซี่โครงหมูกรุบกะลา (จากร้าน Little Tree Garden อ.สามพราน จ.นครปฐม) และเค้กมะพร้าวอ่อน (จากร้านชมเฌอคาเฟ่ & บิสโทร อ.สามพราน จ.นครปฐม) มาเทียบกับอาหารเมนูเดียวกันที่ได้รับความนิยมจากร้านดังต่างๆ ที่นำมาทดสอบ

ว่า มีความต่างกันอย่างไร มีความโดดเด่นอย่างไร โดยการทดสอบชิมอาหารจัดขึ้น ณ ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอดสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ในวันที่ 17 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งนักชิมคนพิการทางการเห็นจะได้ใบประกาศนียบัตร เพื่อการันตีความรู้ที่ได้ผ่านการอบรมและการทดสอบประสาทสัมผัสในระดับหนึ่งที่จะเป็นใบเบิกทางในการสมัครงานหรือนำไปประกอบอาชีพนักชิมอาหารได้

ซึ่ง ผศ.ดร.ธิติมา ยังกล่าวอีกว่า ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบชิมอาหารของคนพิการ จะถูกส่งกลับไปให้กับทางร้านเหมือนเป็นการให้ข้อมูลย้อนกลับให้ร้านได้รู้ว่าเมนูอาหารของร้านมีความเด่นอย่างไร อาหารของเขามีกลิ่นอะไรเด่น หรือมีความแตกต่างจากร้านอื่นๆ อย่างไร ซึ่งทางร้านสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปเป็นแนวทางการปรับปรุงหรือพัฒนาสูตรอาหาร ทั้งนี้ จะไม่ได้มีการตัดสินว่าอาหารของร้านดีกว่าอาหารร้าน 5 ดาวแต่อย่างใด

ขณะที่ ผศ.ดร.อุศมา สุนทรนฤรังษี อาจารย์ประจำภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า เนื่องจากอาหารแต่ละประเภทมีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนั้น ขั้นตอนการทดสอบชิมจึงมีความแตกต่างกัน ในหนึ่งเมนูจะมีคุณลักษณะประจำอยู่ค่อนข้างมากซึ่งยังไม่รวมเรื่องรสชาติพื้นฐาน (หวาน เปรี้ยว เค็ม ขม อูมามิ)

ดังนั้น ก่อนฝึกงานชิมอาหารให้กับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการจริง คนพิการจะได้รับการอบรมเรื่องวัตถุดิบอาหารไทย และคุณสมบัติต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี smelling training kit หรือชุดฝึกฝนการดมกลิ่นเครื่องเทศ ที่บริษัท บุญ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ทำการสร้างสรรค์และสนับสนุนให้ทดลองใช้ในราคาพิเศษ โดยทางโครงการได้ทำการจัดส่งให้กับคนพิการที่ผ่านการคัดเลือกคนละหนึ่งชุด เพื่อให้คนพิการทดลองดมตัวอย่างอ้างอิงเหล่านี้ก่อนแล้วให้บอกลักษณะของกลิ่นและรสสัมผัสที่ได้รับ เพื่อดูความเข้าใจคุณลักษณะเหล่านั้นของคนพิการเบื้องต้น

“กลิ่นมะกรูดเป็นอย่างไร กลิ่นเครื่องแกงในแกงเขียวหวานและทอดมันแตกต่างกันอย่างไร ก่อนจะอบรมเรื่องของระดับความเข้มของรสชาติพื้นฐาน (หวาน เปรี้ยว เค็ม ขม อูมามิ) สามารถบอกหรือแยกแยะความเข้มของรสชาติในลักษณะที่ใกล้เคียงกันได้ จากนั้นเป็นการฝึกให้คะแนน โดยการสร้างขั้นตอนในการชิม เพื่อเป็นไกด์ไลน์หรือแนวทางในการทดสอบให้กับคนพิการสามารถอธิบายคุณลักษณะและการให้คะแนนได้” ผศ.ดร.อุศมา ยกตัวอย่าง

สำหรับโครงการอาชีพนักชิมอาหารปรุงสำเร็จผู้พิการทางการเห็น จะเป็นการอบรม 3 หลักสูตรต่อเนื่องกัน เริ่มจาก หลักสูตร Train the Trainer ระยะเวลาอบรม 1 เดือน ผ่านระบบออนไลน์ มีตัวแทนครูหรือผู้สอนคนพิการทางการเห็น จากศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการเข้าร่วมหลายแห่ง ต่อด้วย หลักสูตรพื้นฐานการชิมอาหาร ระยะเวลาอบรม 2 เดือน โดยมีผู้ผ่านเข้ารับการอบรมประมาณ 50 คน เป็นหลักสูตรออนไลน์ สอนตั้งแต่วัตถุดิบ ลักษณะเด่นของอาหารแต่ละภาค ลักษณะหวานเปรี้ยวเค็มขม และการใช้เครื่องเทศต่างกันอย่างไร สุดท้ายคือ หลักสูตรนักชิมเบื้องต้น หรือฝึกงานชิมอาหาร ที่มีผู้ผ่านเกณฑ์ 25 คน เป็นการพาไปชิมอาหารจากร้านที่เข้าร่วมโครงการ

โดยก่อนการชิมอาหารจริง ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับการฝึกอบรมในเรื่องของคุณลักษณะวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ อบรมการทดสอบการชิม และอบรมการให้คะแนนก่อนเพื่อทดสอบว่านักชิมจะสามารถแยกแยะรสชาติได้จริงหรือไม่!!!

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์’ สถานพยาบาลต้นแบบ ใช้กลไกการรับรองเฉพาะโรค ตามมาตรฐาน สรพ. ดูแลผู้ป่วย

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707357

สกู๊ปพิเศษ : ‘รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์’ สถานพยาบาลต้นแบบ  ใช้กลไกการรับรองเฉพาะโรค ตามมาตรฐาน สรพ. ดูแลผู้ป่วย

สกู๊ปพิเศษ : ‘รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์’ สถานพยาบาลต้นแบบ ใช้กลไกการรับรองเฉพาะโรค ตามมาตรฐาน สรพ. ดูแลผู้ป่วย

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข สถานพยาบาลระดับตติยภูมิได้ใช้กลไกการรับรองเฉพาะโรค ตามมาตรฐานของ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) ในการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับการดูแลผู้ป่วยเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่จากเดิมที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศ ปัจจุบันลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากการทำงานบูรณาการกับเครือข่าย

แพทย์หญิงสุวิมล คูห์สุวรรณ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เผยว่า ทางโรงพยาบาลได้ดำเนินการด้านการดูแลผู้ป่วยเอชไอวี ตามมาตรฐานการรับรองเฉพาะโรค/เฉพาะระบบ (Program and Disease Specific Certification : PDSC) ของ สรพ. มาประมาณ 10 ปี และได้รับการรับรองทางด้านของการดูแลเฉพาะโรคครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2560 หรือประมาณ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งตามหลักต้องประเมินทุกๆ 3 ปี แต่เนื่องจากติดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนการประเมิน และเพิ่งมาเข้ารับการประเมินครั้งที่ 2

“หากย้อนไป 10 ปีที่แล้ว ผู้ติดเชื้อสะสมในจังหวัดเชียงรายเรียกได้ว่าติด 1 ใน 5 ของประเทศ และเรามีการดูแลผู้ป่วยด้านเอชไอวีมาประมาณ 20 ปี ประกอบกับว่ามีการรับรองเฉพาะโรค ก็เป็นเหมือนมาตรฐานเพื่อที่จะให้เราพัฒนา นำไปสู่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ได้รับการรักษาที่ตรงมาตรฐาน เราเลยเลือกงานดูแลผู้ป่วยเอชไอวีมาปรับมาตรฐานและตัวชี้วัดในการดูแลประชาชน” แพทย์หญิงสุวิมล กล่าว

แพทย์หญิงสุวิมลกล่าวถึง การทำงานได้ร่วมกันกับเครือข่ายในจังหวัดเชียงราย โดยโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์จะเป็นแม่ข่ายในการทำงาน ที่แพทย์เฉพาะทาง ซึ่งผู้ติดเชื้อเอชไอวีก็สามารถรับการดูแลจากแพทย์ทั่วไปได้ในโรงพยาบาลชุมชน แต่การที่เราต้องทำงานกันเป็นเครือข่ายเนื่องจากว่าลำพังกระทรวงสาธารณสุขอาจไม่สามารถทำให้ยุติปัญหาเอดส์ (Ending AIDS) ได้สำเร็จ จึงทำงานขยับไปที่เครือข่าย นั่นคือโรงพยาบาลที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วย โรงพยาบาลสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงกลาโหม โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลสุขภาพตำบล (รพ.สต.)

การทำงานในลักษณะของเครือข่ายทำให้มาตรฐานทั้งจังหวัดเป็นแบบเดียวกัน และมีภาคประชาสังคม หรือ NGO ทั้งหมด 4 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มเอ็มพลัส 2. กลุ่มนับหนึ่ง
3. กลุ่ม ฅ ฅน เพื่อการเปลี่ยนแปลง และ 4. กลุ่มใบไม้ผลัดใบที่สามารถนำประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่มทรานส์ กลุ่ม Sex worker เข้าสู่ระบบการรักษาที่โรงพยาบาลและช่วยแนะนำการปฏิบัติตัวที่จะไม่ทำให้เขามีผลเลือดบวกในอนาคตด้วย โดยในแต่ละกลุ่มจะมีกลุ่มเป้าหมายประชากรที่ดูแลแตกต่างกันโดยข้อดีของการทำงานนี้คือเขาจะสามารถพากลุ่มเสี่ยงเข้ามาดูแลให้เราได้

“โรงพยาบาลเราทำหน้าที่ในการรักษาเป็นหลัก และการทำงานกับเครือข่ายในการหากลุ่มเสี่ยง ก็เป็นกระบวนการเป็นการส่งเสริมและป้องกัน เมื่อเราเจอผู้ป่วยที่มีผลเป็นลบสิ่งที่เราต้องทำคือไม่ใช่หยุดการรักษา แต่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำในการป้องกันการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อที่จะไม่ให้ผลเลือดของเขาเป็นบวก และหากพบว่าผลเลือดเป็นบวก ข้อดีของการมีเครือข่ายคอยดูแลคือจะสามารถนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาได้รวดเร็วขึ้น” แพทย์หญิงสุวิมล กล่าว

การใช้กลไกมาตรฐานการรับรองเฉพาะโรค/เฉพาะระบบ เกิดประสิทธิผลชัดเจน คือปัจจุบันจำนวนตัวเลขผู้ป่วยสะสมของจังหวัดเชียงรายอยู่ที่ประมาณ 10,000 กว่าราย เป็นผู้ป่วยที่อยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ประมาณ 4,000 กว่าราย ในส่วนของผู้ป่วยรายใหม่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว พบว่ามีประมาณ 500-700 รายต่อปี ซึ่งเฉลี่ยตอนนั้น 2 คนต่อวัน แต่ปัจจุบันหลังจากที่เรารับการประเมินรับรอง มาตรฐานการรับรองเฉพาะโรค/เฉพาะระบบ (Program and Disease Specific Certification: PDSC) ทำให้เราได้มีการขยับการทำงานจากโรงพยาบาลไปที่เครือข่าย และเครือข่ายสามารถทำได้เหมือนโรงพยาบาลเชียงราย เช่น จัดบริการทั้งการรักษาป้องกัน รูปแบบจะใกล้ๆ กัน ทำให้ ณ ปัจจุบัน ปี พ.ศ. 2565 จำนวนผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์อยู่ที่ 191 ราย ส่วนในภาพรวมตัวเลขทั้งจังหวัดเชียงรายอยู่ที่ประมาณ 300 ต่อปี

แพทย์หญิงปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ สะท้อนว่า ประชาชนพื้นที่จังหวัดเชียงรายส่วนใหญ่จะเป็นสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า และจะมีบางส่วนประมาณร้อยละ 2-3 เป็นแรงงานข้ามชาติหรือเป็นกลุ่มไร้สิทธิ์ เนื่องจากเชียงรายเป็นพื้นที่ชายขอบ ซึ่งคนกลุ่มนี้เคยเป็นปัญหาเก่าในอดีตก่อนเข้ารับการประเมิน และหลังจากที่เรารับการประเมินการดูแลเฉพาะโรค ผู้บริหารโรงพยาบาลและกระทรวงสาธารณสุข ก็เห็นความสำคัญเรื่องนี้ และนำเข้าสู่การรักษา ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันในอนาคต

“วันหนึ่งเขาจะมีครอบครัว และเด็กที่เกิดในประเทศไทยก็จะเป็นประชาชนคนไทย ดังนั้นเราจำเป็นต้องทำให้พ่อแม่เขาแข็งแรง เพื่อที่จะให้ดูแลลูกได้ เพราะฉะนั้นเรื่องการข้ามสิทธิ์หรือคนไม่มีสิทธิ์ ทางจังหวัดและกระทรวงสาธารณสุขได้รับทราบปัญหา และเราได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรระหว่างประเทศ ที่นำมาช่วยในกลุ่มคนไร้สิทธิ์ ซึ่งขณะนี้เราเองก็มีการปรับเชิงระบบของเราเอง และอาศัยเชิงนโยบายที่จะทำให้พวกเขาเป็นคนมีสิทธิ์ ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นแรงงานแต่มักพบว่านายจ้างไม่ซื้อสิทธิ์ประกันสังคมให้” แพทย์หญิงสุวิมล กล่าว

แพทย์หญิงปิยวรรณ ลิ้มปัญญาเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) กล่าวว่า โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นับเป็นต้นแบบในการใช้กลไกมาตรฐานการรับรองคุณภาพเฉพาะโรค /เฉพาะระบบเป็นมาเป็นเครื่องมือในการดูแลผู้ป่วยเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดการทำงานบูรณาการในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล ส่งผลให้ระบบบริการงานโรคติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ มีความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ ตั้งแต่การส่งเสริมป้องกันการติดเชื้อ การตรวจค้นหาโรคการตรวจวินิจฉัย และตรวจติดตามประเมินสภาวะโรคและการดูแลรักษา

แพทย์หญิงสุวิมล คูห์สุวรรณ

สอดคล้องกับขอบเขตของการรับรองเฉพาะรายโรค คือ การดูแลผู้ป่วยโรคใดโรคหนึ่งตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดหรือตลอดธรรมชาติของการกำเนิดโรค และเพื่อให้ดูแลเฉพาะโรคที่ดีดังกล่าวขยายความสำเร็จในระดับจังหวัด จึงเกิดความร่วมมือและการสนับสนุนจากกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค และ ศูนย์ความร่วมมือไทย สหรัฐ ด้านสาธารณสุข (PEPFAR) ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพด้านเอชไอวีทั้งในระดับโรงพยาบาล (HIV-DSS) และเข้าสู่การรับรองคุณภาพเครือข่ายระบบบริการสุขภาพด้านเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Healthcare Network Accreditation : HNA) สู่การยุติปัญหาเอดส์ ในปี พ.ศ.2573 (ค.ศ.2030)

โดยทางโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานเฉพาะโรค/เฉพาะระบบ ใน 5 ระบบ ได้แก่ การดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, ระบบการดูแลรักษาในห้องฉุกเฉินของสถานพยาบาล, การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง, ระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและระบบสู่การรับรองขั้นก้าวหน้า (Advanced HA) ด้วยการทำงานเป็นทีม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : เดินหน้าฮาลาลชายแดนใต้ ยกระดับวิสาหกิจชุมชนโคลังกาสุกะ

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707375

รายงานพิเศษ : เดินหน้าฮาลาลชายแดนใต้  ยกระดับวิสาหกิจชุมชนโคลังกาสุกะ

รายงานพิเศษ : เดินหน้าฮาลาลชายแดนใต้ ยกระดับวิสาหกิจชุมชนโคลังกาสุกะ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญากู้ยืมเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส

พร้อมทั้งมอบป้ายสนับสนุนเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ให้แก่วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส จำนวน 14 กลุ่ม และมอบนโยบายการ
ขับเคลื่อน โครงการเมืองปศุสัตว์ภายใต้กรอบระเบียงเศรษฐกิจฮาลาลจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รองผวจ.ปัตตานี นายอำเภอกะพ้อ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 14 กลุ่ม และกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมในพิธีดังกล่าว ณ สนามฟุตบอลตำบลปล่องหอย หมู่ที่ 5 ตำบลปล่องหอย อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี

โดยที่กองบริหารกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณาอนุมัติ สัญญายืมเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรเลี้ยงโคให้กับวิสาหกิจชุมชนจำนวน 14 กลุ่ม 14 โครงการ เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการต่อยอดอาชีพ การเลี้ยงโคเนื้อ และยกระดับสินค้าโคเนื้อให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากระดับชุมชน นำไปสู่การพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้ออย่างยั่งยืน รวมวงเงินทั้งสิ้น 54,149,600 บาท

ประกอบด้วย จังหวัดปัตตานี จำนวน 13 กลุ่ม 13 โครงการวงเงิน 50,538300 บาท และในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จำนวน 1 กลุ่ม 1 โครงการ วงเงิน 3,611,300 บาท

โดยนายนิพนธ์ บุญญามณี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญากู้ยืมเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร โครงการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคของวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส และมอบป้ายสนับสนุนเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้แก่วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาส จำนวน 14 กลุ่ม โดยมีตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคลังกาสุกะ มารับมอบจากรองปลัดกระทรวงเกษตรฯ

นายนิพนธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมจะร่วมขับเคลื่อนการทำงานให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เป็นรูปธรรม ผ่านโครงการสำคัญในพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินหน้าสู่ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร เช่น โครงการเมืองปศุสัตว์ชายแดนภาคใต้โดยกรมปศุสัตว์และหน่วยงานในสังกัดได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ และการพัฒนางานด้านการเกษตร ได้มีการมอบหมายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การพัฒนาส่งเสริมสินค้าและผลิตผลการเกษตรมาตรฐาน “ฮาลาล” ในพื้นที่ชายแดนใต้ การพัฒนาแบบมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ

ทั้งนี้นโยบายการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สถาบันเกษตรกร และเศรษฐกิจฐานราก การเข้าถึงแหล่งเงินทุน มุ่งเน้นการปฏิบัติงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานราชการและภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุเป้าหมายซึ่งการสนับสนุนสินเชื่อเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้แก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส

เพื่อส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโค การผลิตอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุนการผลิต การปลูกแปลงพืชอาหารสัตว์ที่มีคุณภาพให้เพียงพอต่อความต้องการ และการแปรรูปโคเนื้อ
คุณภาพสูง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเพื่อความมั่นคง และจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่เกษตรกรให้ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และจะเป็นการพัฒนาเพื่อต่อยอด และเป็นต้นแบบให้แก่เกษตรกร และประชาชนในพื้นที่ต่อไป

ซึ่งเราอยากเห็นโครงการนี้ประสบความสำเร็จ และเป็นโครงการต้นแบบของการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ผมเชื่อว่าการรวมกลุ่มอย่างนี้จะเกิดในพื้นที่อื่นๆ ด้วย ในการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบและเกษตรกรของเรามีองค์ความรู้ ทางด้านวิชาการ มีความรู้ด้านบริหารจัดการ ทำอย่างไรให้ต้นทุนต่ำที่สุด ทำอย่างไรให้เกิดกำไรสูงสุด ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อเรารวมกลุ่มกันและเรียนรู้กัน นี่คือจะเป็นปัจจัยเสริมให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคลังกาสุกะ ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างกลุ่มต้นแบบการนำไปสู่ความสำเร็จในการทำให้พื้นที่ชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่มีความมั่นคงทางด้านอาหารของประเทศ ทำให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลก โดยมุ่งเน้นว่าจะทำอย่างไร จะสร้างโอกาสให้คนเชื่อมั่นว่า อาหารที่มาจากประเทศไทย เป็นอาหารที่มีคุณค่า ถูกสุขลักษณะตามหลักการฮาลาล

ต่อจากนั้นนายนิพนธ์ บุญญามณี ได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการ ซึ่งจัดโดยหน่วยงานสังกัดกรมปศุสัตว์จังหวัดปัตตานี และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโคลังกาสุกะ และพบปะกับพี่น้องเกษตรกรที่มาร่วมในงานครั้งนี้

ครับ!!! จากนี้ไปเราจะเห็นสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในภาคใต้โดยเฉพาะด้านปศุสัตว์ อาทิ ศูนย์ผลิตอาหารสัตว์ (Feed Center) ร้านตัดแต่ง แปรรูปและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อโค
(Butcher Shop)

การส่งเสริมการเลี้ยงโคเป็นหนึ่งในมาตรการภายใต้ยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหาร ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงโคของเกษตรกรสู่มาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ GFM/GAP เพิ่มปริมาณโคในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรับปรุงสายพันธุ์โคเนื้อคุณภาพดีที่เป็นความต้องการของตลาดทั้งในประเทศ และตลาดฮาลาลโลก สร้างอาชีพที่เกี่ยวเนื่องในห่วงโซ่การผลิตโคอีกด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สปส.’สรุปผลงานปี’65-เปิด4ของขวัญปี’66

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707364

‘สปส.’สรุปผลงานปี’65-เปิด4ของขวัญปี’66

‘สปส.’สรุปผลงานปี’65-เปิด4ของขวัญปี’66

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) นำโดยเลขาธิการ บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ แถลงข่าวสรุปผลงานเด่น ปี 2565 และแผนงานขับเคลื่อนปี 2566 เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2566 ที่ผ่านมา โดยภายในงานมีการโชว์ผลงานของ สปส. ในปี 2565 อาทิ 1.มาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทั้งฝ่ายลูกจ้างในฐานะผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้าง ทั้งการตั้งจุดตรวจคัดกรองโรคนอกสถานพยาบาล รวม 13 จังหวัดมีผู้ใช้บริการกว่า 5 แสนคน,

จัดหาโรงพยาบาล รวมถึงสถานที่พักฟื้น (Hospitel)ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างการรักษา ในพื้นที่ 24 จังหวัด รวม 175 แห่ง รองรับผู้ประกันตนราว 6 หมื่นคน, ให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ประกันตนที่ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อให้สามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนโดยไม่ต้องสำรองจ่าย มีผู้ประกันตนได้ใช้ประโยชน์กว่า 4.5 ล้านราย,จัดตั้งศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 และสายด่วน 1506 กด 1กด 6 และกด 7 รองรับการสอบถามข้อมูล ประสานและจัดหาสถานพยาบาล มีผู้ใช้บริการราว 2.5 ล้านคน,

ให้บริการวัคซีนโควิด-19 กับผู้ประกันตนทั้งที่เป็นแรงงานไทยและต่างชาติ ตั้งแต่เข็ม 1-เข็ม 3 ไปประมาณเกือบ 3.4 ล้านคน, สนับสนุนโครงการตรวจรักษาและควบคุมดูแลอย่างครบวงจรในสถานประกอบการ (Factory Sandbox) ในพื้นที่ 12 จังหวัด มีสถานประกอบการเข้าร่วม 730 แห่ง มีผู้ประกันตนได้รับการตรวจคัดกรองโควิด-19 ราว 4 แสนคน และฉีดวัคซีนไปราว 1.1 แสนโดส

2.มาตรการช่วยเหลือเยียวยา เช่น ลดอัตราส่งเงินสมทบ โดยในปี 2563-2565 เป็นการลดในส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 จากนั้นในปี 2564-2565 ได้เพิ่มในส่วนของผู้ประกันตนมาตรา 40 ลดภาระผู้ประกันตนได้ถึง 10.8 ล้านคน, จ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ร้อยละ 50 ของค่าจ้างที่ส่งเงินสมทบ อันเป็นผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 เช่น การปิดสถานที่ทำงาน (รวมถึงแคมป์คนงาน) การต้องกักตัว มีผู้ได้รับประโยชน์กว่า 2.8 ล้านคน คิดเป็นเงินราว5.6 หมื่นล้านบาท,

โครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ซึ่ง สปส. ทำงานประสานกับธนาคาร 5 แห่ง สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ให้กับสถานประกอบการไป 1,623 แห่ง วงเงินกว่า 9.6 พันล้านบาท รักษาสภาพการจ้างแรงงานไว้ได้ราว 1.1 แสนคน นอกจากนั้นยังสนับสนุนโครงการเยียวยาของรัฐบาลตาม พ.ร.ก.เงินกู้ จ่ายเงินให้กับผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 เป็นต้น

3.การพัฒนาสิทธิประโยชน์ เช่น แก้ไขกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ พ.ศ. 2560 เพื่อให้ได้รับเงินบำนาญครบ 60 เดือน, แก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยขยายอายุผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 60 ปี เป็น 65 ปี, การเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ จากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 70 ของค่าจ้าง,เงินสงเคราะห์การลาคลอดบุตรจาก 90 วันเป็น 98 วัน, แก้ไขให้ผู้ประกันตนเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ เป็นต้น

4.พัฒนาบริการทางการแพทย์ ทั้งการขยายระยะเวลาความตกลงร่วม (MOU) ระหว่าง สปส. กับ รพ.จุฬาภรณ์ ในการรักษาด้วยการทำหัตถการด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด (ตั้งแต่ 29 ส.ค. 2565-28 ส.ค. 2566), ลดขั้นตอนอนุมัติสิทธิฟอกเลือด,ขยายระยะเวลาบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปี 2565 จากสิ้นสุดวันที่ 31 ส.ค. 2565 เป็น 31 ธ.ค. 2565 กับผู้ประกันตนอายุ 50 ปีขึ้นไป และ 5.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการรับชำระเงินสมทบ, การเบิกจ่ายประโยชน์ทดแทน, ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 40 ผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” เป็นต้น

มาในปี 2566 นี้ สปส. เปิด “4 ของขวัญ” มาตรการช่วยเหลือนายจ้างและผู้ประกันตน ประกอบด้วย 1.ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตนดอกเบี้ย (ไม่เกินรายละ 2 ล้านบาทวงเงิน 30,000 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตนในเรื่องของการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง 2.เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงการรักษาของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมให้เข้าถึงการรักษา 5 โรค ตามโรงพยาบาลที่กำหนด ได้แก่ การผ่าตัดมะเร็งเต้านม ผ่าตัดก้อนเนื้อที่มดลูก ผ่าตัดนิ่วในไตและถุงน้ำดี หัตถการโรคหลอดเลือดสมอง และหัตถการโรคหัวใจและหลอดเลือด

3.ค้นหาความเสี่ยงโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจในสถานประกอบการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นำร่องไปแล้วใน 7 จังหวัด ดำเนินการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาและแบ่งกลุ่มความเสี่ยง (น้อย-ปานกลาง-สูง) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรายบุคคล และการติดตามประเมินผล และ 4.ลดเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนตามค่าประสบการณ์ของนายจ้าง โดย สปส. ได้แก้ไขประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณอัตราส่วนการสูญเสีย ลงวันที่ 2 พ.ค. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่1 ม.ค. 2566 เป็นต้นมา

สำนักงานประกันสังคม

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘โบว์’ฝากกระจายข่าว ‘คุณแม่’หายไป คาดอยู่ในโซน’กรุงเทพฯ-รังสิต’

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707400

'โบว์'ฝากกระจายข่าว 'คุณแม่'หายไป คาดอยู่ในโซน'กรุงเทพฯ-รังสิต'

‘โบว์’ฝากกระจายข่าว ‘คุณแม่’หายไป คาดอยู่ในโซน’กรุงเทพฯ-รังสิต’

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 22.15 น.

28 ม.ค.66 น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว  ให้ชาวเน็ตช่วยกระจายข่าว”คุณแม่หายไป ใครพบตัวช่วยแจ้งโบว์ด้วยนะคะ ” พร้อมระบุรายละเอียดดังนี้

คุณแม่ชื่อ บัวบล มหัทธนา อายุ 67 สูง 165 หนักประมาณ 53 กก. หนีออกจากโรงพยาบาลเทพธารินทร์ ถ.พระรามสี่ เมื่อเวลา 14.52 น.วันนี้ ขณะที่โบว์กำลังปรึกษากับคุณหมอประจำตัวคุณแม่ (มีอาการจิตเวชสืบเนื่องจากโรคไทรอยด์และไม่ต้องการให้คุณหมอแอดมิท พยาบาลตามไม่ทัน อาการทางจิตจะไม่แสดงให้เห็นถ้าพูดคุยกันผิวเผิน)

เครื่องแต่งกายวันนี้โพกผมคล้ายในภาพ ใส่ชุดเสื้อกางเกงสีน้ำเงิน มีเสื้อคลุมสีชมพูเข้ม รองเท้าผ้าใบไม่มีเชือกผูกสีน้ำเงิน ถือถุงของใช้ส่วนตัวสองสามใบค่ะ

สถานที่ที่อาจจะไปได้อยู่ในโซนกรุงเทพ รังสิต (คลอง4ถึงคลอง15) ลำลูกกา ปทุมธานี ธัญบุรี นครนายก (อาจพยายามหาที่พักที่สงบเพื่อไม่ให้ถูกตามตัวมาส่งโรงพยาบาลอีก)

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ออกจากรพ.เวลา 14.52 น. แล้วเดินเลี้ยวไปทางขวา น่าจะขึ้นแท้กซี่บริเวณใกล้โรงพยาบาลในช่วงเวลาประมาณบ่ายสามโมง (ขอแรงเครือข่ายแท็กซี่กระจายข้อมูลด้วยค่ะ) หากใครพบตัวรบกวนกักตัวให้อยู่กับที่แล้วแจ้งทางคอมเมนท์ใต้ภาพนี้เพื่อการประสานงานรับตัวต่อไปนะคะ

สายตรวจ สน.ทองหล่อดำเนินการเบื้องต้นแล้ว โบว์แจ้ง จส.100 สวพ.91 และ ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา แล้ว

ขอบคุณมากสำหรับการกระจายข่าวค่ะ.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฝรั่งฮอลแลนด์วอนช่วยด้วย โดนสาวไทยหลอกสูญ5ล้าน

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707391

ฝรั่งฮอลแลนด์วอนช่วยด้วย โดนสาวไทยหลอกสูญ5ล้าน

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.28 น.

สุดเห็นใจ! หนุ่มฮอลแลนด์ โพสต์เศร้า เจอสาวไทยหลอกให้ซื้อที่ปลูกบ้าน-แม่ป่วย พอมาถึงเมืองไทยโดนไล่กลับ เครียดหนักคิดจะจบชีวิตตนเอง ต้องมาอัดคลิปขอความช่วยเหลือ 

28 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่ายรายงานว่า ในเพจบ้านดุงอัพเดต ได้โพสต์คลิปสั้นๆของชาวต่างชาติคนหนึ่ง เป็นชาวฮอลแลนด์ ได้ระบายความในใจ บอกว่า  “สวัสดีครับ ผมชื่อปีเตอร์ เรื่องราวต่อไปนี้ ที่ผมจะเล่าเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ไม่มีการเสริมแต่งใดๆ ผมได้เจอผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมาจาสกลนคร บนเว็บไซด์ Thai Cupid บางครั้ง เราก็มีการพูดคุยกันบ้าง และผมก็ไปพบหน้าเธอที่ จ.อุดรธานี เพราะเธอทำงานที่นั่น หลังจากนั้น เธอก็เริ่มคุยเกี่ยวกับอนาคตของผมและเธอ ผมจึงได้ซื้อทองให้เธอ เพื่อเริ่มการวางแผนแต่งงาน แต่ตอนนั้น ผมยังไม่พร้อม (มีเงินไม่พอ) เพื่อซื้อบ้าน เธอเลยมีความคิดว่า เราต้องขายบ้านผมที่ฮอลแลนด์ แล้วเอากำไรที่ขายได้มาซื้อที่ดินและสร้างบ้านที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี

จนสุดท้ายแล้ว ผมได้ขายบ้าน แล้วส่งเงินทั้งหมดมาให้เธอ เพื่ออนาคตของเรา ตลอดช่วงโควิด 2020-2021 ผมไม่สามารถเดินทางไปประเทศไทยได้ แต่ระหว่างนั้น ผมก็ยังส่งเงินมาให้เธอตลอด แต่ก็ยังไม่พอสำหรับเธอ จนกระทั่งผมต้องขอกู้ยืมเงินจากธนาคาและครอบครัวของผม เพราะเธอสัญญาว่า เธอจะเอามาคืนให้ผมทีหลัง ผมพยายามถามเกี่ยวกับบ้านและที่ดิน แต่ไม่เคยได้คำตอบจากเธอเลย และก็ไม่เคยคืนเงินและในระหว่างนั้น เธอก็เปลี่ยนงานหลายที่ โดยที่ผมไม่รู้ ผมตกใจมาก ตอนนี้ผมมีปัญหาอย่างมากกับทั้งครอบครัวของผมและกับธนาคาร “

หนุ่มต่างชาติคนนี้ ยังระบายอีกว่า ผมได้พบกับจิตแพทย์เนื่องจากสภาวะความเครียด ผมเริ่มมีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ ผมสูญเสียอนาคตของผม บ้านของผม เงินของผมและครอบครัวของผม ทุกอย่างหายไปกับแผนของเธอ ที่เธอทำสิ่งเหล่านี้ ภายในเวลา 5 ปี ผมต้องการความช่วยเหลือ โปรดให้ความช่วยเหลือผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ โดยภายหลัง จากมีคลิปออกไป ปรากฏว่า มีผู้มาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เช่น น่าเห็นใจฝรั่งคนนี้ อุดรเมืองเขยฝรั่ง ไม่น่าจะหลอกฝรั่งเลย อยากให้ผู้หญิงออกมาแสดงตัว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มขอนแก่นยื่นมือช่วยสาวอุดรฯท้อชีวิต จ่ายค่าเช่าบ้านให้2เดือน

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707362

หนุ่มขอนแก่นยื่นมือช่วยสาวอุดรฯท้อชีวิต จ่ายค่าเช่าบ้านให้2เดือน

หนุ่มขอนแก่นยื่นมือช่วยสาวอุดรฯท้อชีวิต จ่ายค่าเช่าบ้านให้2เดือน

วันเสาร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.59 น.

หนุ่มใหญ่ชาว จ.ขอนแก่น ใจดีช่วยจ่ายค่าบ้าน 2 เดือน จำนวน 6,000 บาท ให้สาวอุดรวัย 55 ท้อชีวิต จะปลิดชีพตัวเอง พร้อมให้กำลังใจให้ผ่านพ้นมันไปให้ได้ เจ้าตัวรับปากจะฮึดสู้อีกครั้ง

28 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคุณปุ๊ อายุ 55 ปี ชาว จ.อุดรธานี ส่งข้อความไปยังกลุ่มคนรักแมว แจ้งว่า ดิฉันอยู่ที่จ.อุดรธานีค่ะ บ้านเช่าทาวน์เฮ้าน์ 2 ชั้น เลขที่ 321/187 หมู่บ้านอุดรการ์เด้นวิลล์ ซอย 3 ขวามือ หลังที่ 7 ดิฉันขังลูกๆ ทั้ง 4 ไว้ในห้องนอนด้านหน้าชั้น 2 ส่วนดิฉันอยู่ห้องด้านหลัง บ้านมืดถูกตัดมิเตอร์ไฟแล้ว ต้องเตรียมไฟฉายมาด้วย มือถือก็จะถูกตัดพรุ่งนี้ค่ะ คุณนัชญ์เป็นคนเดียวในโลกนี้ ที่ดิฉันเชื่อมั่นว่าลูกๆ จะแคล้วคลาดปลอดภัยและมีชีวิตที่ดีต่อไปได้ค่ะ ขอกราบขอบพระคุณอย่างสุดหัวใจ และอีกข้อความ “คุณนัชญ์ค่ะ กราบขอความช่วยเหลือค่ะขอความกรุณาช่วยรับอุปการะหาบ้านให้ลูกๆที่เป็นห่วงเดียวของดิฉันที่เหลืออยู่ 4 ชีวิตด้วยค่ะ  ดิฉันได้ตัดสินใจแล้วที่จะจบชีวิตตัวเอง หลังจากส่งข้อความนี้ โปรดเมตตาเด็กๆ ด้วยนะคะ” หลังจากมีข้อความนี้ในโซเซียล ปรากฏว่าสร้างความแตกตื่นให้คนทาสแมวเป็นอย่างมาก เกิดขึ้นอะไรขึ้นกับหญิงสาวรายนี้

อ่านข่าว บีบหัวใจ! สาวใหญ่ท้อชีวิต ประกาศปลิดชีพ ฝาก 4 ชีวิตหาบ้านดูแลต่อ

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเช่าในหมู่บ้านดังกล่าว บริเวณสี่แยกสามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี พบว่าเธอกำลังท้อแท้กับชีวิต เล่าว่า ที่ผ่านมาเคยทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และทำธุรกิจค้าขายกับภาครัฐ แต่ถูกโกงจนเจ๊ง สามีก็เลิก บ้านก็ถูกยึด รถก็ถูกยึด เมื่อปี 64  จึงหันมาทำน้ำดื่มหยอดเหรียญเจอโควิดก็เจ๊งอีก ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ 5 เดือนมีเงินเก็บอยู่ส่วนหนึ่ง ตอนนี้หมดแล้ว ไฟถูกตัด บ้านก็ค้างค่าเช่า 2 เดือน ไม่อยากขอรับความช่วยเหลือ แต่อยากให้แมวที่เลี้ยงไว้ 4 รับไปเลี้ยง คือคิดอะไรไม่ออกตั้งใจจะปลิดชีพตัวเองและอยากจะฝากแมวให้คนเลี้ยงต่อไป จึงได้ช่วยกันปลอบใจขอให้คุณปุ๊ฮึดสู้อีกครั้ง โดยค่าไฟค่าโทรศัพท์มีนักข่าวช่วยจ่ายให้เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น โดยคุณปุ๊แอบน้ำตาซึมที่มีคนมาให้กำลังใจในช่วงที่หมดหนทางและพร้อมสู้กับปัญหาต่อไป

ล่าสุดหลังมีข่าวออกไปปรากฏว่า คุณสมชาย ศิริเทพทรงกลด อายุ 50 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ผู้ใช้เฟสบุ๊คว่า ร่วมช่วยด้วยกันนะครับกับสมชาย ได้ติดต่อมายังหญิงสาวคนดังกล่าว และให้ช่วยเหลือหญิงสาวรายนี้โดยจ่ายค่าเช่าที่ค้างจ่ายอยู่ 2 เดือนเป็นเงินจำนวน 6,000 บาท พร้อมบอกว่า สู้ๆ นะครับ ว่างๆ ลองเข้ามาดูคนพิการ คนที่อ่อนแอ คนเจ็บ คนป่วยคนจนมากมายในเฟสบุ๊คของผมครับจะได้รู้ว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่ทุกข์ และขออีกอย่างว่า อยากให้ไปบวชชีพรามหณ์หรือถือศีล 8 สัก 3 วัน ไหนๆ ก็คิดสั้นแล้ว เอาให้มันสุด ทำตัวเหมือนคนที่ตายไปแล้ว อย่าไปคิดอะไร ส่วนแมวถ้าเป็นไปได้ก็ให้คนอื่นไปเลี้ยงจะได้หมดห่วง อดทนให้มันผ่านปีนี้ไปก่อน ให้ตายจากทางโลก ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา อย่าฆ่าตัวตายเด็ดขาด เพราะชีวิตมันไม่ได้หยุดแค่นี้ ขณะที่คุณปุ๊รับปากจะขอฮึดสู้อีกครั้ง โดยวันนี้จะเข้าหันหน้าเข้าวัดสงบสติอารมณ์ที่วัดป่าตาดถือศีล8 ถึงสิ้นเดือนม.ค.66 นี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,908,615 hits

Join 4,114 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

กกต.เคาะแล้ว 28 มิ.ย.นี้ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกเมืองพัทยา และสมาชิกเมืองพัทยา
สยามพารากอน เนรมิตพื้นที่งานคราฟต์สไตล์ไทยกับดีไซน์ล้ำสมัย จัดงาน ‘SIAM PARAGON SUMMERBEATS MUSIC FEST 2026’
ประสบความสำเร็จล้นหลามการแข่งขันเต้นนานาชาติ ATOD 2026 ชิงถ้วยพระราชทาน
Journey of Longevity ท่องเที่ยวใกล้กรุงกับเส้นทางสุขยั่งยืน 7 เมืองน่าเที่ยวภาคกลาง
ท้องก็หยุดแม่ไม่ได้ 'แพท ณปภา' เปิดท้ายขายของมือสอง 'นาฟ' แท็กทีมช่วยซัปพอร์ตสุดพลัง
"เมลาเนีย ทรัมป์" แถลงปฏิเสธโยงเอปสตีน พร้อมเสนอให้เหยื่อขึ้นให้การต่อสภาคองเกรส
เปิดคลิปนาที นายกฯอนุทิน สะอื้นร่ำไห้ พูดความในใจถึง ผบ.ทอ. ช่วงรบไทย-กัมพูชา
สจล. เปิดพิมพ์เขียว 'ศูนย์วิจัยโกโก้ไทย-รัสเซีย' ชูโมเดลเกษตรแม่นยำแยกโซนเหนือ-ใต้
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
คนดูไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้ดู วิกฤต ‘ตั๋วผี’แฟนคลับ ‘อัสนี-วสันต์’ร้องระงมบัตรอัปราคาระบาดเกลื่อนโซเชียล

Recent Posts

  • “Deep Purple” พบแฟนพันธุ์แท้ “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” นายกฯ ญี่ปุ่น
  • ช็อกพบสุนัขกว่า 250 ตัวถูกเลี้ยงแออัดในบ้าน องค์กรคุ้มครองสัตว์เผยเป็นภาพจริงไม่ใช่ AI
  • “สี จิ้นผิง” พบผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน ชี้ไม่ยอมรับการประกาศเอกราช มั่นใจสองฝั่งรวมเป็นหนึ่ง
  • “มิน อ่อง หล่าย” สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมา
  • สหรัฐฯ เตรียมปรับระบบ “ลงทะเบียนเกณฑ์ทหารอัตโนมัติ” สำหรับชายอายุ 18-25 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d