Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ทนายตั้ม’เกือบซวยแล้ว วอนอย่าเชื่อวิชามาร เบี่ยงเบนคดีแตงโม

Posted on April 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646629

'ทนายตั้ม'เกือบซวยแล้ว วอนอย่าเชื่อวิชามาร เบี่ยงเบนคดีแตงโม

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2565, 10.42 น.

‘ทนายตั้ม’โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกือบซวยแล้ว วอนอย่าเชื่อวิชามาร เบี่ยงเบนคดีแตงโม

9 เม.ย.65  นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า 

#ยังไงความจริงก็ปรากฎ

ก่อนหน้านี้ข่าวจากทางฝั่งตำรวจถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นระบบ ว่าคดีนี้มีกุนซือ มีจอมบงการ ทำให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานสอบสวนช้า และมีการบิดเนื้อหาคดี โดยโยงมาที่ผม ว่าเป็นทนาย เป็นนักกฎหมายคนนี้แหละเป็นกุนซือ ทัวร์ส่วนนึงก็เตรียมพร้อมมาทักทายผม จนผมทนไม่ไหวต้องออกมาแถลงข่าวแฉตำรวจทำคดี พล.ต.ต.อุดร รองผบช.ภ.1 จึงออกมาให้สัมภาษณ์ว่าไม่ใช่ผมแน่นอน

วันนี้ข้อเท็จจริงชัดเจนแล้ว ว่าท้ายที่สุดกุนซือที่ถูกดำเนินคดีก็ #ไม่ใช่ทนาย อีกเช่นกัน ข่าวที่ปล่อยออกมาก็คือความเท็จหวังทำลายผมทั้งสิ้น เกือบซวยแล้วและไม่รู้อนาคตจะโดนสร้างเรื่องใส่ร้ายยังไงอีก ขอให้ประชาชนที่ติดตามหาความเป็นธรรมคดีน้องแตงโม อย่าเชื่ออะไรง่ายๆนะครับ โดยเฉพาะวิชามารจากทางเจ้าหน้าที่ ที่หวังเบี่ยงเบนประเด็น กลบเรื่องผิดพลาดของตัวเอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยวเล่นน้ำ ล่องเรือชมธรรมชาติพระอาทิตย์ยามเย็นที่ฝายโพนเลา ‘บ้านวังเลา’

Posted on April 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646625

เที่ยวเล่นน้ำ ล่องเรือชมธรรมชาติพระอาทิตย์ยามเย็นที่ฝายโพนเลา 'บ้านวังเลา'

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2565, 10.17 น.

วันนี้ (9 เม.ย.) ที่ฝายโพนเลา บ้านวังเลา ต.เอราวัณ อ.เอราวัณ จ.เลย นายกฤษณะ รักษ์มณี นายอำเภอเอราวัณ, นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานจังหวัดเลย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ภายใต้ชื่องาน “สงกรานต์นี้ที่โพนเลา” โดยมีนายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดงาน เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเล่นสงกรานต์ที่ฝายโพนเลา ที่มีธรรมชาติสวยงาน มีม่านน้ำ พร้อมกับล่องเรือนชมธรรมชาติ

นายกฤษณะ รักษ์มณี เผยว่า น้ำตกโพนเลา เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของตำบลเอราวัณ โดยสภาพเดิมเป็นลำน้ำสายหลักของตำบลที่หล่อเลี้ยงราษฎร ชาวตำบลเอราวัณ ทั้งในด้านการเกษตรกรรม อุปโภค บริโภค และเป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของลำน้ำสวยทำให้ตำบลเอราวัณ และชุมชนบ้านวังเลาได้ตระหนักเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ จึงได้ดำเนินการสำรวจเส้นทางเดินของลำน้ำสวย และก่อสร้าง ฝายกั้นน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ให้เกษตรกรใช้ในการประกอบอาชีพ

โดยประตูระบายน้ำเป็นรูปตัวยู ทำให้การระบายน้ำลงบ่อพักน้ำเกิดม่านน้ำที่สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งบริเวณดังกล่าวนี้จึงเรียกว่า “ฝายโพนเลา” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของอำเภอเอราวัณ ตั้งอยู่ ณ บ้านวังเลา หมู่ที่ 1 ตำบลเอราวัณ อำเภอเอราวัณ สามารถรองรับและบริการนักท่องเที่ยวให้มีความสะดวกสบาย มีการบริการที่ดี ภูมิทัศน์ที่ความสวยงาม และความหลากหลายทางธรรมชาติ มีแพเคลื่อน ร้านอาหารไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อน ชมวิวพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่สวยงาม – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ยกนั่งไม่ติด! ‘แบงค์ ศรราม’ถอนสิทธิ์ผ่อนผัน ลุ้นจับใบดำใบแดง

Posted on April 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646622

แม่ยกนั่งไม่ติด! 'แบงค์ ศรราม'ถอนสิทธิ์ผ่อนผัน ลุ้นจับใบดำใบแดง

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2565, 09.48 น.

แม่ยกรอลุ้นใจจะขาด “แบงค์ ศรราม” พระเอกลิเกชื่อดัง ถอนสิทธิ์ในการผ่อนผัน เข้าเกณฑ์ทหาร ลุ้นใบดำ-แดง ถึงแม้คิวการแสดงจะยาวและลงเรียนปริญญาโทแล้ว

เช้าวันนี้ 9 เม.ย.65 เวลา 07.30 น. ศรราม เอนกลาภ หรือ แบงค์ ศรราม พระเอกลิเกชื่อดังขวัญใจแม่ยก อายุ 25 ปี เดินทางเข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหาร ที่หน่วยตรวจเลือกทหารวัดท่าการ้อง ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา

โดย แบงค์ ศรราม มีสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ยังมีอาการวิตกกังวล เมื่อเดินทางมาถึงตรงไปกราบอัฐิของพ่อที่อยู่ภายในวัด และเข้าไปกราบพระพิพัฒน์ศาสนกิจพิธาน เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง พร้อมทั้งไปลงชื่อขอถอนสิทธิ์ในการผ่อนผัน ซึ่ง แบงค์ ศรราม มีชื่อผ่อนผันอยู่ โดยเข้าไปนั่งรอจะจับใบดำใบแดง 

โดยก่อนที่จะถึงเวลาเกณฑ์ทหาร แบงค์ ศรราม ก็เปลี่ยนใจขอผ่อนผันเป็นครั้งสุดท้าย โดยเปิดเผยว่า ตนเองยังมีภาระเรื่องคิวการแสดงที่รับไว้ เป็นห่วงทีมงานจำนวนมาก อีกทั้งยังมีภาระลงเรียนปริญญาโทไว้ด้วย ซึ่งตนได้ผ่อนผันมาแล้ว 4 ครั้ง 

ล่าสุด แบงค์ ศรราม ตัดสินใจขอจับใบดำใบแดงเนื่องจากแม่เห็นว่าจะได้หมดห่วงในเรื่องนี้ หากได้เป็นก็จะได้รับใช้ชาติ ซึ่งศรรามก็ยอมเข้ารับการตรวจเลือกในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ลวงหลอกไร้สาย-ออนไลน์ ปราบยากหากไม่บูรณาการ

Posted on April 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646547

สกู๊ปแนวหน้า : ลวงหลอกไร้สาย-ออนไลน์  ปราบยากหากไม่บูรณาการ

วันเสาร์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับงานสัปดาห์ค้นหาข้อเท็จจริง ในวาระวันตรวจสอบข่าวลวงโลก ประจำปี 2565 ช่วงปลายเดือนมี.ค.-ต้นเดือนเม.ย. 2565 ที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในนั้นมีการเสวนาหัวข้อ “รับมือปัญหามิจฉาชีพยุค 5G ถึงเวลาวาระแห่งชาติ” หยิบยกปัญหา “ข้อความสั้น (SMS) หลอกลวง” และ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่ปรากฏเป็นข่าวบ่อยครั้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีหลายคนตกเป็นเหยื่อเสียเงินเสียทองไปเป็นจำนวนมาก ตามมาด้วยคำถาม “ทำไมถึงปราบไม่หมดเสียที?” ขึ้นมาพูดถึง

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อธิบายวิธีการหลอกหลวงด้วยการส่ง SMS ว่า จะมีบริษัทที่รับ-ส่ง SMS แบบกระจายวงกว้าง ซึ่งลูกค้าที่ใช้บริการก็จะมีทั้งลูกค้าที่ดี คือหน่วยงานหรือบริษัทห้างร้านที่ให้บริการตามปกติทั่วไป เช่น ธนาคารหรือแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่แจ้งรหัส OTP กับผู้สมัครใช้งาน การสื่อสารประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ เป็นต้น

แต่ก็จะมีลูกค้าที่ไม่ดีมาใช้บริการนี้ด้วยเพื่อส่ง SMS หลอกลวง ดังนั้นสิ่งที่ กสทช. ดำเนินการคือกวดขันให้บริษัทที่รับ-ส่ง SMS คัดกรองลูกค้าที่จะมาใช้บริการ โดยเฉพาะการห้ามกำหนดชื่อผู้ส่งเองตามใจชอบ เพื่อป้องกันการแอบอ้างเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือบริษัทเอกชนต่างๆ ส่วนการปิดกั้นยอมรับว่าทำได้ยากและส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั่วๆ ไป เช่น รหัส OTP ที่ลูกค้าจะใช้งานไม่ถูกส่งมาเพราะเมื่อปิดกั้นก็ต้องปิดทั้งหมด อีกทั้งบริษัทใหญ่ๆ เองหลายแห่งก็มีเครือข่ายธุรกิจหลายประเภทด้วย การปิดกั้นจึงต้องทำเท่าที่จำเป็นและต้องละเอียดรอบคอบ

ส่วนการหลอกลวงแบบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มิจฉาชีพจะไปตั้งศูนย์ปฏิบัติการอยู่ในต่างประเทศแล้วโทรศัพท์ผ่านระบบอินเตอร์เนตเข้ามาหลอกลวงคนในประเทศไทย มีการปลอมแปลงหมายเลขโทรศัพท์ให้เหมือนกับที่ใช้กันในไทย ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากกว่า เพราะการสืบสวนจับกุมนั้นไทยต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศที่มิจฉาชีพใช้ก่อเหตุด้วย อีกทั้งต้นทุนการโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เนตข้ามประเทศมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างถูก

สำหรับการดำเนินการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็ใช้หลักการเดียวกับ SMS หลอกลวง คือ 1.กรณีโทร.จากต่างประเทศแต่ปลอมให้เหมือนหมายเลขโทรศัพท์ในประเทศไทย (หรือปลอมเป็นหน่วยงานของรัฐ เช่น ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ) ให้ปิดกั้นทันทีเพราะมีเจตนาหลอกลวงชัดเจน 2.กรณีโทร.จากต่างประเทศแล้วใช้รหัสประเทศที่ไม่มีอยู่จริง ซึ่งแต่ละชาติจะมีอยู่ เช่น ไทยคือ 066 สหรัฐอเมริกาคือ 001 อังกฤษคือ 044 บราซิลคือ 055 เป็นต้น

แต่จะมีรหัสที่สำรองอยู่และยังไม่ได้จัดสรรให้ประเทศไหน ซึ่งรหัสเหล่านี้หากมิจฉาชีพเอามาใช้ก็แปลว่าเป็นความพยายามปลอมแปลงเช่นกัน เพราะเมื่อสืบค้นก็พบว่าเป็นประเทศที่ไม่มีอยู่จริง ก็ให้ปิดกั้นเช่นกัน 3.กรณีโทร.จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย แล้วขอให้ผู้ให้บริการในไทยแปลงให้เหมือนกับหมายเลขที่ใช้ในไทย เรื่องนี้กำชับแล้วว่าห้ามผู้ให้บริการทำให้เด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้สวมรอยเป็นหน่วยงานรัฐและเอกชนในไทย

“ตอนนี้ตกลงกันอยู่ว่าเพื่อทำให้ประชาชนตระหนักและสงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพได้ไหม? อาจจะพยายามใส่รหัสเข้าไป ในเบื้องต้นทางสำนักงานก็แถลงว่าจะให้ใส่รหัสเป็น +66 บวกคือโทร.จากต่างประเทศ 66 คือรหัสประเทศไทย ถ้าโทร.จากต่างประเทศแต่เป็นรหัสประเทศไทยให้สันนิษฐานว่าเป็นเบอร์มิจฉาชีพหรือเปล่า? อันนี้ไม่ 100% ว่าจะเป็นมิจฉาชีพ จะต่างจากการปลอมแปลงเบอร์ เพราะบางทีคนไทยหรือคนที่อยู่ต่างประเทศ ซื้อซิมราคาถูกแล้วโทร.ข้ามประเทศกันผ่านระบบ VoIP มันก็สามารถใช้งานได้

ถ้าเรามาแปลงให้ทุกเบอร์เป็นเบอร์ 66 ก็แปลว่าจะมีทั้งคนที่ไม่ใช่มิจฉาชีพกับคนที่ใช่มิจฉาชีพใช้ ถ้าบล็อกทั้งหมดการสื่อสารก็อาจเป็นปัญหาสำหรับสุจริตชน ที่เราทำได้คือแปลงเบอร์ให้ผิดสังเกตแต่ไม่สามารถบล็อกได้ ผู้บริโภคพอรับสายเสร็จพอรู้ว่าเป็นมิจฉาชีพก็วางสายไป แต่ถ้าเป็นญาติหรือผู้ที่ติดต่อมาอย่างสุจริตชนก็พูดคุยต่อได้ ตรงนี้ในเบื้องต้นพยายามกำหนดตัวเลขอยู่ เบื้องต้นอาจเป็นตุ๊กตาไว้คือ +66 แต่ตอนนี้ผู้ให้บริการหลายค่ายบอก +66 อาจจะไม่ดี อาจจะหาเลขอื่น” นพ.ประวิทย์ กล่าว

ขณะที่ ชลดา บุญเกษม อนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า ประชาชนต้องเผชิญกับมิจฉาชีพหลายรูปแบบนอกจาก SMS ที่เผลอกดเข้าไปดูกลับกลายเป็นสมัครแล้วและต้องเสียเงินแต่การยกเลิกนั้นยากมาก หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นบริษัทรับ-ส่งพัสดุบ้าง ตำรวจบ้าง ศาลบ้างแล้ว ยังมีการหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การประกาศผ่านเฟซบุ๊ค โฆษณาชวนเชื่อว่ามีแหล่งเงินกู้ที่อนุมัติได้ง่ายๆ

“พอสมัครกู้ไปแล้วทำไมโอนเงินไม่ไป? เพราะฉะนั้นคุณต้องติดปัญหาอะไรสักอย่างหนึ่ง คุณต้องสมัครค่าธรรมเนียมก่อน ก็โอนเงินค่าธรรมเนียมไปให้เขาอีก พอโอนเงินค่าธรรมเนียมไปแล้วก็ยังไม่ได้อีก ถามว่าติดอะไรก็บอกว่าติดระบบนี้ คุณต้องปลดล็อกนี้ก่อน โอนไปอีก ก็คือทำให้ผู้บริโภคเองต้องเสียเงิน ที่บอกว่าเสียเงินเป็นหมื่นเป็นแสนเขาก็ใช้วิธีนี้” ชลดายกตัวอย่าง

เช่นเดียวกับ สว่าง ศรีสม สมาชิกสภาองค์กรของผู้บริโภค เล่าว่า เคยตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แล้วพบปัญหาคือหากถูกหลอกและโอนเงินไปในช่วงเย็น การจะไปแจ้งธนาคารให้อายัดบัญชีก็ไม่ทันเพราะธนาคารให้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อนแล้วนำเอกสารการแจ้งความมาติดต่อสาขาของธนาคาร แต่กว่าจะไปถึงธนาคารก็หมดเวลาทำการไปแล้ว และคิดว่าธนาคารควรมีบทบาทมากขึ้นในการป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพมาใช้บริการเพื่อหลอกลวงประชาชน

“การที่เปิดบัญชีม้าแล้วก็โอนกันไปหลายทอด มันก็ควรจะต้องสงสัยได้แล้วว่ามีความผิดปกติ อันนี้ก็อยากจะฝากให้ทางธนาคารคิดระบบที่จะมาตรวจสอบตรงนี้ อย่างน้อยก็เป็นต้นทางในการตรวจสอบแล้วลดปัญหาให้ได้มากที่สุด” สว่าง ระบุ

ด้าน สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งโคแฟค ประเทศไทย และอดีตกสทช. ถอดบทเรียนการรับมือมิจฉาชีพในต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย มีหน่วยงาน ACMA ทำหน้าที่แบบเดียวกับ กสทช. ของไทย มีกฎหมายที่ระบุให้ผู้ประกอบการสินค้าและบริการ ที่จะส่ง SMS ต้องได้รับความยินยอมจากผู้บริโภคด้วย ซึ่งผู้บริโภคสามารถร้องเรียนกับ ACMA ได้หากถูกละเมิด มีหน่วยงาน ACCC ซึ่งตั้งแผนก Scamwatch มาเพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการหลอกลวงรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะ รวมถึงบูรณาการการแก้ไขปัญหากับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สิงคโปร์ มีหน่วยงาน IMDA ทำหน้าที่คล้ายกับ กสทช. มีการปิดกั้นเว็บไซต์ต้องสงสัย ซึ่ง IMDA ทำงานร่วมกับตำรวจ การปิดกั้นการโทรศัพท์จากต่างประเทศกรณีเป็นหมายเลขต้องสงสัย หรือการแสดงเครื่องหมายเป็นหมายเลขจากต่างประเทศเพื่อเตือนผู้บริโภค มีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยคัดกรอง และ IMDA ยังทำงานกับธนาคารกลางแห่งชาติสิงคโปร์ สร้างระบบยืนยันตัวตนผู้ส่ง SMS แล้วให้ธนาคารต่างๆ เข้าร่วม

อังกฤษ มีหน่วยงานกำกับดูแลคือ Ofcom มีสายด่วน 7726 ให้ผู้ได้รับผลกระทบจาก SMS หลอกลวงร้องเรียนและแจ้งเบาะแส โดย Ofcom มีฐานข้อมูลและยังทำงานร่วมกับตำรวจ อีกทั้งทบทวนการทำงานทุกปีเพื่อรับมือการหลอกลวงรูปแบบใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น สหรัฐอเมริกา มีหน่วยงาน FCC นอกจากดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายแล้ว ยังวิเคราะห์รูปแบบการหลอกลวงต่างๆ มาจัดทำเป็นชุดข้อมูลเพื่ออธิบายให้ประชาชนเข้าใจเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ

“โดยสรุปถ้าจะทำเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ ก็จะต้องบูรณาการหน่วยงานภาครัฐบาล องค์กรกำกับดูแลด้านโทรคมนาคมอย่าง กสทช. องค์กรที่ทำด้านธนาคารอย่างแบงก์ชาติ (ธนาคารแห่งประเทศไทย) ร่วมทั้งธนาคารต่างๆ ผู้ให้บริการค่ายมือถือทั้งหลาย หน่วยงานดิจิทัลที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กระทรวงดีอี แล้วก็สภาองค์กรของผู้บริโภค แล้วก็ตำรวจ” สุภิญญา กล่าว

ปิดท้ายด้วย มีธรรม ณ ระนอง รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เปิดเผยว่า ระยะหลังๆ มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ เช่น จ่ายเงินแล้วไม่ได้ของ หรือสินค้าไม่ตรงปกชี้ให้เห็นว่าปัญหาการฉ้อโกงออนไลน์ทวีความรุนแรงขึ้นผู้ตกเป็นเหยื่อก็มีทุกช่วงวัยและระดับการศึกษา และเทคโนโลยียังเอื้อต่อการก่อเหตุ อาทิ เมื่อรวบรวมเงินจากการหลอกลวงได้แล้ว มีการโยกย้ายถ่ายเทเงินผ่านระบบสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) อย่างรวดเร็ว ในขณะที่การไล่ตรวจสอบบัญชีธนาคารต้องใช้เวลา

“ด้วยเทคโนโลยีเก่าๆ หรือที่เราใช้อยู่คงไม่ทัน ต้องมี AI ต้องทำในลักษณะ Active (เชิงรุก) มากขึ้น ในปีหน้าเราก็จะมีการทำเรื่องของ Social Monitoring แล้วก็การพัฒนาให้เป็นเชิงรุก ดีกว่านั่งรอแล้วก็รับคนที่จะโทร.เข้ามาอย่างเดียว สำคัญที่สุดน่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย ภาครัฐแต่ละหน่วยงานถ้ายังไม่บูรณาการกัน ในอนาคตคิดว่าก็น่าจะไปไม่ทันวิวัฒนาการของผู้หลอกลวง” มีธรรม กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คืบหน้าอาการ’น้องขวัญ’ลูกเสือโคร่งน้อย กินนมเก่งขึ้น ร่าเริง-ไม่มีไข้แล้ว

Posted on April 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646609

คืบหน้าอาการ'น้องขวัญ'ลูกเสือโคร่งน้อย กินนมเก่งขึ้น ร่าเริง-ไม่มีไข้แล้ว

วันศุกร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2565, 22.39 น.

คืบหน้าการดูแล “น้องขวัญ” ลูกเสือโคร่ง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก

ความคืบหน้ากรณีชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) ได้จับผู้ต้องหาพร้อมของกลางได้ที่ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี หลังมีการซื้อขายลูกเสือโคร่งผ่านทางเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา โดยยึดของกลางลูกเสือโคร่ง  จำนวน 1 ตัว เพศเมีย อายุประมาณ 2 เดือน ก่อนส่งมอบให้ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก นำไปดูแล ก่อนตั้งชื่อให้ว่า “น้องขวัญ”นั้น

8 เมษายน 65 นายสุรศักดิ์ อนุเมธางกูร หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวากและศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก เปิดเผยว่า จากรายงานการดูแลลูกเสือโคร่ง เพศเมีย ชื่อขวัญ โดยรวมอาการเริ่มดีขึ้นกว่าเมื่อวาน ยังมีน้ำมูกเล็กน้อย มีอาการจามในบางช่วง ไม่มีไข้ พบว่าบริเวณเงือก ลิ้น และช่องปาก เริ่มมีสีชมพูอ่อน

ลูกเสือโคร่งกินนมเก่ง โดยกินนมได้ปริมาณ 6-10 ออนซ์ ต่อมื้อ เจ้าหน้าที่ป้อนนมทุก 2-4 ชั่วโมง/มื้อ นมที่กินจะเป็นนมทดแทนสำหรับลูกแมว ชนิด KMR การขับถ่ายเริ่มดีขึ้น อุจจาระมีเนื้อมากขึ้น (มีเนื้อมากกว่าน้ำ) มีพฤติกรรมที่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว ร่าเริง

ขอบคุณเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! ‘มะเกลืออรัญ’ไม้ต้นหายากใกล้สูญพันธุ์ นักวิจัยฯค้นพบในรอบเกือบ 90 ปี

Posted on April 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646604

ฮือฮา! 'มะเกลืออรัญ'ไม้ต้นหายากใกล้สูญพันธุ์ นักวิจัยฯค้นพบในรอบเกือบ 90 ปี

วันศุกร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2565, 22.01 น.

“มะเกลืออรัญ” ไม้ต้นหายากใกล้สูญพันธุ์ นักวิจัยฯ ค้นพบซ้ำอีกครั้งในรอบเกือบ 90 ปี

วันที่ 8 เมษายน 2565 นายอรุณ สินบำรุง นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กลุ่มงานวิชาการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) ได้เปิดเผยว่า เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ปี 2558 นายประมวล ประสมรอด ที่ปรึกษาโครงการป่าชุมชนเฉลิมพระเกียรติฯ (ทุ่งหนองหลวง) บ้านบางประ หมู่ที่ 5 ต.เคียนซา อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี และคณะทำงาน ซึ่งเป็นกลุ่มชุมชนที่ร่วมกันปกปักปักษาพื้นที่ป่าชุมน้ำในท้องที่แห่งนี้ ได้นำ นายผดุงศักดิ์ เสือแก้ว นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ และนายอรุณ สินบำรุง นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กลุ่มงานวิชาการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 4 (สุราษฎร์ธานี) พร้อมด้วยนายพรธวัช เฉลิมวงศ์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรมอุทยานแห่งชาติจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าไปสำรวจและจำแนกชนิดพรรณไม้ ในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ในพื้นที่โครงการฯ  และซึ่งมีสภาพสังคมพืชเป็นป่าที่ราบต่ำไม่ไกลจากชายฝั่งแม่น้ำตาปี (คล้าย ๆ ป่าบุ่ง-ป่าทาม ทางภาคอิสาน) พื้นที่ประมาณ 1,700 ไร่ ในฤดูน้ำหลากจะมีน้ำจากแม่น้ำตาปีที่เอ่อล้นและท่วม  ปีละ ประมาณ 5-7 เดือน ในช่วงเดือน กันยายน-กุมภาพันธ์ โดยท่วมสูงสุดถึง ระดับ 2-3 เมตร (ระดับน้ำไม่เท่ากันในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน)

โดยการสำรวจครั้งนี้ได้พบกลุ่มประชากรของไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางชนิดหนึ่ง ชาวบ้านในพื้นที่เรียกกันว่า “ต้นบูน” ซึ่งในเบื้องต้นจำแนกได้ว่าอยู่ในสกุลมะเกลือ (Diospyros L.) ในวงศ์มะพลับหรือมะเกลือ (Ebenaceae)  แต่ยังไม่สามารถระบุชนิดที่ชัดเจนได้ และได้ทำการเก็บตัวอย่างใบ ดอกเพศผู้และผลอ่อนไว้ในเบื้องต้น ทำการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการและเทียบเคียงจากตัวอย่างต้นแบบ (type specimens) จากสื่อออนไลน์โดยละเอียด ร่วมกับ ผศ. ดร.สุธีร์ ดวงใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์ไม้วงศ์มะเกลือ จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ดร.สมราน สุดดี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอนุกรมวิธานพืช จากหอพรรณไม้ (BKF) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปรากฏว่า พืชชนิดนี้คือ มะเกลืออรัญ (Diospyros bambuseti H.R. Fletcher) ซึ่งตัวอย่างต้นแบบที่เก็บจากป่าไผ่ ใน อ.อรัญประเทศ จ.ปราจีนบุรี (ปัจจุบัน จ.สระแก้ว) เมื่อปี ค.ศ. 1930 นั้นมีเพียง ใบและดอกเพศผู้เท่านั้น คณะสำรวจจึงได้คิดเตรียมการตามเก็บตัวอย่างดอกเพศเมียและผลแก่ให้ครบถ้วน เพื่อจัดทำคำบรรยายทางพฤกษศาสตร์ให้กับพืชชนิดนี้โดยสมบูรณ์ และรายงานการค้นพบในท้องที่การกระจายพันธุ์แหล่งใหม่

ต่อมาในเดือนตุลาคม ปี 2561 ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูน้ำหลาก นายพรธวัช เฉลิมวงศ์ และคณะสำรวจ ได้ประสานไปยัง นายพัฒนา วุฒิพงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองทุ่งทอง เพื่อขออนุญาตเข้าไปเก็บตัวอย่างอีกครั้งซึ่งในช่วงเดือนนี้พืชชนิดนี้อยู่ในระยะติดผลแก่ และได้เก็บตัวอย่างใบและผลแก่ไว้ หลังจากนั้น ในกลางเดือนพฤษภาคม ปี 2563 นายอรุณ สินบำรุง และคณะสำรวจ ได้ตามเก็บดอกเพศเมียในแหล่งเดียวกับการเก็บครั้งแรก ซึ่งครั้งนี้เก็บได้ตัวอย่างดอกเพศเมียที่กำลังบานพอดี  ทำให้ได้ตัวอย่างในการนำไปใช้เขียนบรรยายครบทั้งหมด ได้แก่ กิ่ง ใบ ดอกเพศผู้ ดอกเพศเมีย ผลอ่อน และผลแก่   จึงได้ร่วมกันเขียนคำบรรยายทางพฤกษศาสตร์ให้กับพืชชนิดนี้โดยสมบูรณ์ และตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Phytotaxa เล่มที่ 541(3) หน้า 271-282 เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2565 (2022) ซึ่งเป็นการเขียนตีพิมพ์ร่วมกันโดยบุคลากรจาก 2 หน่วยงาน คือ นายอรุณ สินบำรุง  นายผดุงศักดิ์ เสือแก้ว  นายพรธวัช เฉลิมวงศ์ และ ดร.สมราน สุดดี จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับ ผศ. ดร.สุธีร์ ดวงใจ จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

มะเกลืออรัญ (บูน) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า (Diospyros bambuseti H.R.Fletcher) ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงถึง 20 เมตร (ออกดอกได้ตั้งแต่ความสูง 2.5 เมตร) ดอกแยกต้นแยกเพศ โคนต้นมักเป็นร่องหลืบ มีพูพอนเล็กน้อย เปลือกนอกสีเทาอมน้ำตาลเรียบหรือแตกสะเก็ด ยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลหนาแน่น แผ่นใบรูปใบหอกหรือรูปใบหอกแกมรูปไข่ ถึงรูปรีแกมรูปขอบขนาน ขนาด กว้าง 1.5–4.2 ซม. ยาว 3.5–11 ซม. ผิวใบด้านบนใบเกลี้ยง ด้านล่างมีขนประปรายถึงเกือบเกลี้ยง ผลมีขนาดเล็ก กว้าง 0.9–1.4 ซม. ยาว  2.0–2.6 ซม. กลีบจุกผล 3-4 กลีบ ติดทนจนผลแก่ ตัวผลรูปรีถึงรูปรียาว บางครั้งคล้ายผลมะละกอ พบเป็นไม้ชั้นรอง ในป่าที่มีโครงสร้างคล้ายป่าดิบชื้นแต่พื้นล่างเตียนโล่งและมีน้ำท่วมถึงตามฤดูกาล บางครั้งพบตามขอบหนองน้ำ คำระบุชนิด bambuseti  มาจากสถานที่เก็บตัวอย่างต้นแบบที่เป็นป่าไผ่ในท้องที่ อ.อรัญประเทศ ส่วน มะเกลืออรัญ เรียกมาจากชื่ออำเภอที่เก็บตัวอย่างต้นแบบว่าจาก อรัญประเทศ

สำหรับการรายงานในครั้งนี้ (2565, เริ่มเก็บตัวอย่าง ปี 2558) นับเป็นการรายงานการค้นพบอีกครั้ง ในระยะเวลาห่างกัน 85 ปี ในท้องที่ใหม่ซึ่งห่างไกลจากแหล่งเดิมกว่า 600 กิโลเมตร ซึ่งนักพฤกษศาสตร์หลายท่านเชื่อว่า พืชชนิดนี้อาจสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยแล้ว  หลังจากมีเก็บตัวอย่างครั้งแรก ในปี 1930 (2473) โดย หมอคาร์ (A.F.G. Kerr) นายแพทย์และนักพฤกษศาสตร์ชาวไอริช ผู้มีคุโณปการต่อวงการพฤกษศาสตร์ไทยอย่างใหญ่หลวง และไม่มีการรายงานการเก็บตัวอย่างอีกเลย (อาจมีการกระจายพันธุ์ในประเทศกัมพูชา แต่ยังไม่มีรายงานการเก็บตัวอย่าง)

นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่มาพบพืชชนิดนี้ที่บริเวณป่าชุ่มน้ำในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองทุ่งทอง อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานีและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ทราบว่าพืชชนิดนี้ยังไม่สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย จากการสอบถามจากกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนในพื้นที่ว่า ป่าผืนนี้ช่วยลดความรุนแรงและป้องกันภัยจากน้ำท่วมใหญ่ที่จะเข้าสู่ตัวอำเภอเคียนซาในหลาย ๆ ปี เป็นพื้นที่ชุมน้ำ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำและสัตว์น้ำหลายชนิด และยังมีการค้นพบการกระจายพันธุ์ของพืชที่อาจเรียกได้ว่าใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง  แต่ป่าผืนนี้ก็ยังถูกรบกวนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการบุกรุกถือครองพื้นที่เพื่อการเกษตร ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมด้วยช่วยกันคิดวางแผนและสร้างมาตรการเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมน้ำผืนนี้ให้อุดมสมบูรณ์และคงอยู่ตลอดไปชั่วลูกชั่วหลาน

ขอบคุณข้อมูล http://news.dnp.go.th/news/15525

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทนายตั้ม’ เคลียร์ใจ ‘ส.ส.เต้’ ห่วงคบคนไม่ดี หวั่นอาจถูกหลอกเป็นเครื่องมือ

Posted on April 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646596

'ทนายตั้ม' เคลียร์ใจ 'ส.ส.เต้' ห่วงคบคนไม่ดี หวั่นอาจถูกหลอกเป็นเครื่องมือ

วันศุกร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2565, 20.53 น.

วันที่ 8 เมษายน 2565 จากกรณีประเด็นร้อนระหว่าง“ทนายตั้ม”ที่พยายามเตือน“เต้ มงคลกิตติ์” ว่ากำลังถูก “บังแจ็ค”หลอกใช้เป็นเครื่องมือในการปั่นกระแสให้คดีแตงโม นิดา ทั้งผ้าที่บังแจ็ค อาจว่าเป็นของแตงโม ก็ได้รับคำยืนยันจากผู้รู้หลายท่านว่าไม่ใช่ผืนที่อยู่กับบังแจ็คแน่นอน

ล่าสุด ทนายตั้ม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ” ระบุว่า วันนี้ ส.ส.เต้ กับพี่ทนายกฤษณะ มาพบผมที่ Sittra Law Firm เพื่อคุยปรับความเข้าใจกัน โดยผมเป็นห่วงทั้งสองคนกลัวว่าจะโดนบังขายถั่วหลอกให้เป็นเครื่องมือ ยื่นหลักฐานเท็จ ซึ่งส.ส.เต้ และพี่ทนายกฤษณะได้เข้าใจถึงความเป็นห่วง และสัญญาว่าต่อไปนี้จะระมัดระวังมากขึ้น

หลังจากนั้นได้ไปทานอาหารกัน  มีโอกาสได้คุยถึงชีวิตพี่ทนายกฤษณะ ที่ค่อนข้างสู้ชีวิต และลำบากพอสมควร โดยผมได้ให้กำลังใจพี่ทนายกฤษณะให้สู้ต่อไป และพร้อมช่วยเหลือหากมีอะไรพอที่จะช่วยได้ครับ #เป็นกำลังใจให้นะครับพี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อาชีพสุดปังยุคโควิด!! รับจ้าง’ถอนผมหงอก’ ชั่วโมงละ 100 บาทรายได้ดี

Posted on April 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646588

อาชีพสุดปังยุคโควิด!! รับจ้าง'ถอนผมหงอก' ชั่วโมงละ 100 บาทรายได้ดี

วันศุกร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2565, 20.04 น.

เปิดอาชีพสุดปังยุคโควิด-19 รับจ้าง’ถอนผมหงอก’ ชั่วโมงละ 100 บาทรายได้ดี ลูกค้าฟินหมดหัวถึง 8 ชั่วโมงก็มี ลงคิวนัดถอนผมหงอกกันไม่ทัน

ในยุคที่เศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีมากนัก หลากหลายอาชีพต่างขวนขวายต่อสู้ชีวิต เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเล่า บางคนตกงานไม่มีงานทำ แต่!!ที่จังหวัดสตูล มีหนึ่งอาชีพคือร้านเสริมสวย ยุคโควิดระบาด ลูกค้าหดหายไป ไม่ออกมาทำเสริมสวยความงาม

ซึ่งทำให้นางรินรชา กอมาศวงศกร อายุ 43 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย “น้องซัลมาบิวตี้ แอนด์ซาลอน” ในพื้นที่ร้านเลขที่ 188 ม.6 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล เปลี่ยนแนวคิด การทำเสริมสวย เปลี่ยนป้ายร้านเดิม ลง เอาป้ายขึ้นมาใหม่  ติดว่า รับจ้าง  ”ถอนผมหงอก“ ชั่วโมงละ 100 บาท มีลูกค้าทั้งกลุ่มวัยรุ่นอายุ 18 ปี รวมทั้งข้าราชการ ประชาชนทั่วไป แม้กระทั้งคนเฒ่าคนแก่ที่มีผมขาว ทั้งผู้หญิง ทั้งผู้ชาย ส่วนวัยรุ่นเป็นคนแพ้ผมหงอกขึ้นทั้งหัว และคนเฒ่าคนแก่ ข้าราชการ ที่มาอยากยอมผมดำ หรือผมสี ก็จะมารับจ้างให้ถอน วันๆหนึ่งได้ 2 – 5 หัวเลยทีเดียว มาถอนที 1-3 ชั่วโมง รวมๆแล้ว ได้ 200 ถึง 300 บาท

บางคนผมหงอกเต็มหัวถอนให้ได้แรงหนังหัว (ศีรษะ) ปล่อยถอนยาว ถึง 8 ชั่วโมงได้ 800 บาทและลูกค้าให้ ทิป ถึง 1,000 บาท ถือว่าเป็นรายได้ดีเลยทีเดียว  ทำผมสระได้ยังไม่ถึงขนาดนี้ในยุคที่โควิดระบาด เพราะลูกค้าที่มาถอนหงอก เมื่อถอนเสร็จ ก็สะไดร์ เป่าผม หนีบผมต่อ ได้รายได้เพิ่มต่ออีก

นางรินรชา กอมาศวงศกร อายุ 43 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย กล่าวว่า ตนเองมีอุปกรณ์คือแหนบถอนผมหงอก มีไว้ที่ร้าน 3 อันจะทำความสะอาด และฝนๆให้คมและวิธีการถอนผมหงอกไม่ใช่จะแหวก ๆแล้วถอน ต้องมีวิธีการแบ่งผมจากบน หวีแทรกผมเฉียง ผมหงอกที่งอกจะชี้เด่น แล้วถอนดึง ลูกค้าบางรายบอกเลย ถอนดึงออกฟินๆสุดๆหายคันเลย และที่สำคัญที่คิดชั่วโมงละ 100 บาท เพราะต้องใช้สมาธิทางสายตาที่แน่วแน่เพ็งมอง ในการถอนหงอก

มีลูกค้าจากกรุงเทพฯ เข้ามาอยากมาถอน มาถึงสตูล มาให้ถอนผมหงอก ยังมีเลยและในส่วนใหญ่ลูกค้าจะมาทุกวัน มาถอนผมหงอก มากกว่ามาสระไดร์ จะโทรจองคิวล่วงหน้าโดยโทรมาที่เบอร์ 099-1828322 โทรจองคิวได้เลย ทุกวันนี้ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และคนเฒ่าคนแก่โทรจองคิวตั่งแต่เช้าใครสนใจมาอุดหนุนได้ค่ะ

นางสาวสโรชา ยกชม ลูกค้ามาใช้บริการถอนผมหงอก กล่าวว่า เบามือมาก สบายหัว ศีรษะเลย โกรกผมแทบไม่ทัน หากใช้ลูกหลาน ต่อลองเงินกินขนม ใช้ทีลูกหลานบ่นมาถอนที่นี่สบาย บางทีเผลอหลับไปเลย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แก๊งสปีดโบ๊ท’โผล่ศาลหลักเมือง บวงสรวงอะไรกันหว่า?

Posted on April 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646585

'แก๊งสปีดโบ๊ท'โผล่ศาลหลักเมือง บวงสรวงอะไรกันหว่า?

วันศุกร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.57 น.

วันที่ 8 เมษายน 2565 แฟนเพจเฟซบุ๊ก Nopadol Prompasit ได้มีการเผยแพร่ภาพของคนที่อยู่บนเรือ “แก๊งสปีดโบ๊ท” ที่คาดว่าน่าจะประกอบไปด้วย ปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์, โรเบิร์ต ไพบูลย์ ศรีกาญจนานันท์, กระติก อิศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ และ แซน วิศาพัช ระหว่างที่ทั้งหมดเดินทางไปศาลหลักเมืองออกมา

โดยแฟนเพจเฟซบุ๊ก ดังกล่าว ระบุว่า คนบนเรือมาไหว้ศาลหลักเมืองแต่เช้า บวงสรวงอะไรกันหว่า? 

ขอบคุณภาพ : Nopadol Prompasi

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปดูเก๋งขนมอเตอร์ไซค์ มีรถทั้งทีก็ต้องใช้ให้มันคุ้ม!!!

Posted on April 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646582

ไปดูเก๋งขนมอเตอร์ไซค์ มีรถทั้งทีก็ต้องใช้ให้มันคุ้ม!!!

วันศุกร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.42 น.

ไปดูรถเก๋งขนมอเตอร์ไซค์ มีรถทั้งทีก็ต้องใช้ให้มันคุ้ม!!!

นี่สินะ ที่เค้าบอกว่าซื้อรถทั้งทีก็ต้องใช้ให้คุ้มค่าหน่อย จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต๊อกชื่อ maitreejon123 เผยคลิปพร้อมบอกให้สังเกตรถเก๋งคันหนึ่งดี ที่มีลักษณะแปลก เหมือนลืมปิดประตูรถหรือเปล่า จึงพยายามขับเข้าไปดูใกล้ๆ แต่ก็ต้องอุทานดังว่า โอ้วววว ขนรถมอเตอร์ไซค์มาด้วย 

ทั้งที่ เจ้าตัวระบุแคปชั่นว่า “เป็นการใช้รถได้คุ้มจริงๆๆ ไอเราก็ตกอกตกใจนึกว่าเขาลืมปิดประตูรุยังไง ที่ไหนได้”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,271,302 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ประชารัฐลดสถิติประสบอันตราย
พลิกโฉม การปลูกชมพู่ในประเทศไทย ด้วย "ชมพู่ยักษ์ไต้หวัน" และ "ชมพู่สตรอเบอรี่" (ตอนที่ 1)
Snow Man ร่วมงาน Japan Expo Thailand2020กับการก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ
คอลเลคชั่นสุดพิเศษ Simone Rocha x H&M #SootinClaimon.Com
New York University makes tuition free for all medical students
Trips on Gold Line to cost Bt15 from Saturday onwards #SootinClaimon.Com
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Pia Wurtzbach ‘an absolute class act’
คุณแหน : 27 มิถุนายน 2562
‘เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ทรงปาฐกถาพิเศษ ‘การได้รับสารหนูกับการเกิดโรคมะเร็ง’

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d