Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘หลวงตา’ขี้หลี! แซวสีการ้านขายแว่น ‘เจ้าคืองามแท้หล่า’ จะให้ใช้เงินเดือนละพัน

Posted on April 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/646008

'หลวงตา'ขี้หลี! แซวสีการ้านขายแว่น 'เจ้าคืองามแท้หล่า' จะให้ใช้เงินเดือนละพัน

วันพุธ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2565, 15.36 น.

‘หลวงตา’ขี้หลี! แซวสีการ้านขายแว่น ‘เจ้าคืองามแท้หล่า’ จะให้ใช้เงินเดือนละพัน อ้างเมายารักษาอาการป่วย

6 เม.ย.65 นายวีระพล รักษ์เสมอวงษ์ แอ้ดมินเพจบ้านดุงอัพเดท และเทศกิจเทศบาลเมืองบ้านดุง รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพระภิกษุมีอาการเมาสุราที่บริเวณบขส.อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งจึงได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบ พบกับพระบุญภา (นามสมมุติ) อายุ 65 ปี กำลังเดินเข้าไปร้านค้าและร้านแว่นตารอบๆ บขส. และมีอาการเมาสุรา เบื้องต้นพระบุญภา แจ้งว่าอาตมาพระจริงอยู่สำนักสงฆ์โพธิธรรม อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี โดยในมือยังมีขวดเครื่องดื่มพญานาคและพูดจาคล้ายคนเมา จากการตรวจสอบมีใบรับรองว่าได้บรรพชาอุปสมบทที่วัดธาตุอุโมงค์ ต.นาทราย อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี เมื่อวันที่  24 ก.พ.2562 นอกจากนี้ยังพบบัตรประชาชน 2 ใบชื่อพระบุญภา มูลวัน โดยบัตรใบแรกมีที่อยู่ที่ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และบัตรปชช.ใบที่ 2 อยู่ต.โนนสะอาด อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร โดยบัตรประชาชนทั้ง 2 ใบจะหมดอายุวันที่ 20 พ.ย.2568

ขณะที่พนักงานสาวร้านขายแว่นตา บอกว่า เห็นหลวงพ่อเข้ามาในร้านและบอกว่า อยากให้ถวายแว่นตาให้หน่อย พวกหนูก็บอกว่าถวายให้ไม่ได้เพราะเป็นแค่ลูกจ้าง แถมยังมีการมาแซวและพูดหยอกพวกหนูด้วยว่า สีกาเจ้าคือมางามแท้หล่า จะเอาเงินให้ใช้เดือนละพันเอาบ่ เห็นท่าไม่ได้จึงได้แจ้งมาตรวจสอบ

หลวงตาบุญภา บอกว่า อาตมาเพิ่งเดินทางมาจากบ้านนาดีเพื่อไปเอายามารักษาอาการป่วย โดยป่วยเป็นโรคเก๊าและโรคกระดูกเข้าข้อมานานแล้ว เลยต้องกินพญานาคเพื่อบรรเทาอาการและหมอก็บอกให้กินได้ แต่ไม่ได้กินบ่อย 3-4 เดือนถึงจะจิ๊บสักครั้งแต่วันนี้จิ๊บไปหลายขวดจึงทำให้มีอาการเมา เรามันป่วยอีกไม่นานก็ตายแล้ว ไม่มีใครช่วยเราต้องช่วยรักษาตัวเอง พระบุญภากล่าว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ฯได้นำไปให้เจ้าคณะอำเภอบ้านดุงทำการสึกต่อไป. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จะเกิดอะไรขึ้น! ‘บ้านมาตอรูซอ’ หมู่บ้านผลิตข้าวพันธ์ุดี ถูกล้อมด้วยโรงงานอุตสาหกรรม

Posted on April 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645991

จะเกิดอะไรขึ้น! 'บ้านมาตอรูซอ' หมู่บ้านผลิตข้าวพันธ์ุดี ถูกล้อมด้วยโรงงานอุตสาหกรรม

วันพุธ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2565, 14.59 น.

จะเกิดอะไรขึ้น! ‘บ้านมาตอรูซอ’ หมู่บ้านผลิตข้าวพันธ์ุดี ถูกล้อมด้วยโรงงานอุตสาหกรรม จนนาข้าวถูกเจาะเป็น ‘ไข่แดง’ แต่ยังมีการสือบทอดประเพณีรับ ‘ข้าวใหม่บ้านมาตอรูซอ’ ซึ่งเป็นมรดกสืบทอดกันมาทุกปี

จังหวัดชายแดนภาคใต้ในอดีตไม่เพียงเป็นดินแดนทอดสมอเรือใบของบรรดาพ่อค้าวาณิชย์ที่ต้องเผชิญคลื่นเดินทางเข้ามาค้าขายในดินแดนแห่งนี้ทั้งยุโรป ตะวันออกและตะวันตก ในนาม ”ลังกาสุกะ” ที่มีดินแดนกว้างขวางยาวไกลของอณาจักรแหลมมาลายู นอกจากเป็นที่ตั้งของทำเลค้าขายของนานาชาติแล้ว ดินแดนที่นี่อุดมสมบูรณ์ด้วยธัญพืช สมุนไพร สัตว์ป่า โดยเฉพาะข้าวที่มีการปลูกเป็นจำนวนมาก จะเห็นได้ว่าเกือบทุกหมู่บ้านตำบลจะมีแปลงนาข้าวกระจัดกระจ่ายเรียงยาวเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่แล้วชาวนาที่นี่นิยมปลูกนาปี หรือทำนาฤดูกาลปีละครั้ง เมื่อข้าวสุกต่างก็มีการเก็บเกี่ยวข้าวเพื่อนำข้าวเปลือกเก็บไว้ยุ้ง และจะมีการวิดน้ำในบ่อมุมแปลงนา เพื่อจับปลาเอามาแกงเลี้ยงกินทำบุญข้าวใหม่ให้กับสมาชิกในครอบครัว และเพื่อนบ้าน บ้างก็มีการแปลงข้าวเป็นขนมจีนเป็นต้น สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข เห็นจากรอยยิ้ม และเป็นเกราะของการสามัคคี ของคนในชุมชนอย่างปึกแผ่น

“บ้านมาตอรูซอ” เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ใน ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา ยังคงสานต่อความหวังและคำมั่นสัญญาต่อวิถีชาวนาจากบรรพบุรุษ ท่ามกลางอุปสรรคปัญหาที่ล้อมรอบด้วยโรงงานนับสิบ ได้แต่วอนรัฐช่วยแก้ปัญหาการจัดการน้ำในการทำนาและน้ำเสียจากโรงงาน ที่ไหลมาบรรจบในท้องนา เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่ามกลางความเจ็บปวดของชาวนาที่ยืนยัดกับการทำนาเพื่อเลี้ยงชีพและทำนาเป็นทุนในการดำรงชีวิตอย่างมั่นคง

“เสียงระเบิดภูเขาดังทุกวันๆ กลายเป็นเสียงเตือนก่อนเวลาละหมาดยามเย็นของชาวบ้านไปแล้ว” พื้นแปลงนาที่นี่ยังคงคล้าย ”ไข่แดง” ท่ามกลางโรงงานนับสิบโรงล้อมรอบ

ช่วงปลายกุมภาพันธุ์ถึงต้นมีนาคมเป็นฤดูเก็บเกี่ยวข้าวของชาวนาที่นี่ชายแดนใต้ ซึ่งจะมีกระจายกันไปทั่วทั้งในพื้นที่ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส  ที่ยังคงมีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยรักษาอาชีพดั้งเดิมตลอดมา ปัจจุบันมีทั้งนาปี นาปรังรวมแล้วหลายพันไร่ เช่นที่ ต.บาโลย  อ. ยะหริ่ง อ.หนองจิก และอ.สายบุรี จ.ปัตตานี ที่มีระบบคลองส่งน้ำชลประทานเข้าถึง แต่ยังคงมีอีกมากที่มีคลองแต่น้ำไม่สามารถเข้าถึง วิถีดั้งเดิมของชาวนาที่นี่คือ ถึงฤดูทำนาเป็นอาชีพหลัก ทำไว้ทานเองและเลี้ยงสัตว์ในครัวเรือน พอถึงช่วงทำสวนก็จะไปทำสวน ปลูกผัก พืชไร่ตามฤดูกาล และพบว่าที่นามีปัญหาอยู่หลายๆ แห่ง ซึ่งชาวบ้านยังมีปัญหาการจัดการน้ำ หน่วยงานรับผิดชอบหลักคือกรมชลประทาน แต่ชาวนายังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่นักเพราะน้ำยังมีปัญหา ปัญหาเหล่านี้สะสมมาไม่น้อบกว่า 40-50 ปีมาแล้ว

นาข้าวผื้นใหญ่ที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขา ทิวทัศน์สวยงาม ของบ้านมาตอรูซอ ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา ก็มีปัญหาแฝงเร้นหลายประการเช่นกันทั้งปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วมเข้านา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเดินของน้ำด้วยการถมที่ สร้างอ่างเก็บน้ำของราชการที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา และการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานที่ไร้ความรับผิดชอบ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่ามกลางน้ำตาชาวนาหลั่งท่วมอก เพราะทำได้แค่ร้องไห้ แต่ไม่รู้จะไปร้องใครได้บ้าง

“มาตอรูซอ” เป็นกาษามลายูถิ่น แปลว่า ตากวาง ชื่อของหมู่บ้านแห่งนี้มาจากเรื่องราวของความอุดมสมบูรณ์ในอดีต คือ หมู่บ้านนี้มีกวางลงจากเขาเข้ามาในหมู่บ้านบ่อย จนมีครั้งหนึ่ง มีกวางถูกล่าจากพรานป่าและดวงตาของกวางตกที่หมู่บ้านแห่งนี้จนได้กลายเป็นชื่อหมู่บ้านในเวลาต่อมา เมื่อมีการฟื้นฟูการทำนาจากนาร้าง และการผลิตข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ ในนาหลายๆ แปลงชาวบ้านหลายๆคน ท่ามกลางโรงงานรายล้อม ชาวมาตอรูซอพยายามรักษาความเข้มแข็งของชุมชน ด้วยการทำนากันต่อไป เมื่อพ้นฤดูนาก็ไถนาใหม่เพื่อปลูกผักระยะสั้นรอเวลาทำนาในฤดูกาลใหม่ และปลูกผักสวนครัวหรือสวนดุขงบริเวณบ้านของตนเอง

“อัสมา มังกรชัย” นักวิจัยฯ เปิดเผยว่า ท่ามกลางโรงงานรายล้อมหลายสิบ หมู่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อ บ้านมาตอรูซอ ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา พยายามรักษาความเข้มแข็งของชุมชน มรดกสืบทอดจากบรรพบุรุษและความมั่นคงทางอาหารที่ตนเองมี คือ การฟื้นฟูการทำนาและการผลิตข้าวอินทรีย์ปลอดสารพิษ 

“มาตอรูซอเป็นชุมชนที่มีความอุดมสมบูรณ์มาตั้งแต่อดีต ทำนามานาน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ ทำให้เกิดนาแล้งและน้ำท่วม เป็นเขตพื้นที่สีม่วง ล้อมรอบด้วยโรงงานนับสิบโรงงาน ชาวบ้านยังยืนหยัดทำนา คนที่ทำนาคือคนสูงอายุ ข้าวที่ปลูกเป็นพันธุ์พื้นเมือง ไม่ต้องซื้อ เป็นความมั่นคงทางอาหารและความมั่นคงของระบบนิเวศวิทยา ชาวบ้านส่วนใหญ่มีนาแค่ 1-2 ไร่ เป็นคนรากหญ้า”

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เข้ามาช่วยชาวบ้านในการฟื้นฟูนาร้าง สนับสนุนให้ชาวบ้านทำนาอินทรีย์ปลอดสารพิษโดยสมัครใจ รวมทั้งสำรวจความมั่นคงทางอาหาร ข้าวที่ชาวบ้านปลูกส่วนใหญ่เพื่อกินเองในครอบครัว ไม่ใช่เพื่อขาย  เพราะชาวบ้านแต่ละรายมีที่นาแปลงเล็กเพียงไม่กี่แปลง ชาวบ้านชื่นชอบในรสชาติของข้าวท้องถิ่นที่ตนเองกินมาตั้งแต่เด็ก  จากรุ่นสู่รุ่น  ข้าวที่ชาวบ้านปลูกกินจึงไม่ได้มีขายทั่วไปในห้างร้านหรือตลาดแต่อย่างใด

อัสมา ยังบอกว่า พันธุ์ข้าวที่ชาวบ้านปลูกส่วนใหญ่เป็นข้าวท้องถิ่น ได้แก่ เล็บนก , กระเฮาะ , ปาดีกุนิง , นาตู , เวาะห์ฮีแต เป็นต้น ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวเก่าแก่ ดั้งเดิมของพื้นที่ และมีพันธุ์อื่นใหม่ๆปน เช่น หอมกระดังงา มือลอ (มะลิ) พันธุ์ข้าวพื้นเมืองหายไปจากท้องถิ่นเยอะ จะมีพันธุ์ข้าวทุนนิยมเข้ามา ต้องสนับสนุนให้ชาวบ้านทำได้มากกว่ากินข้าวที่ปลูกเอง เป็นข้าวอินทรีย์ที่อยู่ได้นานและสู้ท้องตลาดได้ตามแบบหมู่บ้านเล็กๆ อยากให้หน่วยงานรัฐส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ถ้าโรงงานรอบข้างปล่อยน้ำเสียลงมา มาดูแลได้มั้ย นี่คือหน้าที่ของหน่วยงานที่ต้องทำอยู่แล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้ชาวบ้านอยู่ตามมีตามเกิดแบบนี้ ในบริบทปัญหาความมั่นคงและบริบทอื่นๆ ทำให้ชาวบ้านไร้พลังอำนาจ เวลาที่ชาวบ้านเกิดปัญหาเดือดร้อน น้ำท่วม น้ำแล้ง โรงงานปล่อยน้ำเสีย คุณมาช่วยชาวบ้านหรือไม่ 

ข้าวพื้นเมืองในสามจังหวัด เป็นความมั่นคงทางอาหาร มีพันธุ์ข้าวเยอะและสาบสูญไปเยอะเช่นกัน เพราะไม่ได้อยู่ในระบบของการตลาด เป็นการผลิตจากชาวบ้านที่รักในการทำนา เขาได้กินข้าวตามแบบที่บรรพบุรุษเคยทำมา มันอยู่ในความทรงจำ เป็นวิถีชีวิต รสชาตที่เขาจดจำ ถ้าพันธุ์ข้าวหายไปหมายความว่า บางส่วนของตัวตน ความทรงจำ รสชาต หายไปด้วย ปัตตานี นราธิวาส พื้นที่ทำนาของชายแดนใต้มีปัญหาคล้ายๆ กันคือ นาแล้ง  มาจากการเปลี่ยนทางน้ำโดยการก่อสร้างกีดขวาง ได้แต่ทำนาปี รอน้ำฝนอย่างเดียว ในการทำนาอินทรีย์ปลอดสารพิษของชุมชน โครงการจากสสส.รับซื้อส่วนหนึ่งด้วยการซื้อข้าวเปลือกกิโลละ 12 บาท จากนาอินทรีย์ที่เข้าร่วมโครงการ

นอกจากนี้ พันธุ์ข้าวที่ปลูกจะใช้พันธุ์ที่ใช้เวลาเท่าๆ กัน เพื่อได้เก็บเกี่ยวพร้อมกันในเวลา 6 เดือน บางปีได้ขายบ้าง ส่วนใหญ่คือทำนาไว้กินเอง ไม่ต้องซื้อข้าวสาร ได้กินข้าวใหม่ทุกปี มีหลายพันธุ์ที่เราเก็บไว้ให้ลูกหลานได้สืบทอดมี กลาเฮาะ กูนิง นาตู เวาะฮีแต เล็บนก เราเก็บพันธุ์มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย จะให้เป็นที่นาตลอดไป” รอกีเย๊าะ ดอเล๊าะ แกนนำกลุ่มมาตอรูซอ บอกถึงการทำนาของชุมชน

“ที่นี่ไม่มีชลประทาน เราทำนามาก่อนมีโรงงาน ทำกันมาตลอดจากการรอน้ำฝน จนมีโรงงานนับสิบมาตั้งล้อมรอบที่นาของพวกเราทั้งโรงงานยางพารา โรงไฟฟ้า โรงไม้ โรงโม่หิน การถมดินทำถนน ปิดทางเดินน้ำ ไม่มีที่ระบายน้ำ เราอยู่ตรงกลาง ผลผลิตได้ต่ำ ผลกระทบเยอะ เมื่อถึงฤดูทำนาโรงงานจะปล่อยน้ำเสียออกมาช่วงน้ำหลาก ทำให้ไม่เป็นที่สังเกตพอเราลงนาก็จะโดนน้ำเสีย คันกันทั้งตัว ถ้าเป็นน้ำฝนอย่างเดียวที่เราลงทำนามา ไม่เคยมีการคัน อยากให้มีน้ำช่วงทำนา ให้มีร่องน้ำและที่กักน้ำ แค่นั้นก็พอ เมื่อมีน้ำเพียงพอ หลังเกี่ยวข้าวชาวบ้านจะไถนาปลูกผักผสมผสานก่อนมาทำนารอบต่อไป มีพื้นที่นาร้างอีกเยอะในต.พร่อน พยายามให้ชาวบ้านมาทำนากันให้มากที่สุด ให้รัฐเข้ามาดูแลด้วยเวลาเก็บเกี่ยว อยากให้มีโรงงานที่สามารถขายส่งข้าวได้ เพราะไม่มีพ่อค้าคนกลางเข้ามารับซื้อ ชาวบ้านกลัวว่าถ้าทำนาเยอะ ได้ข้าวเยอะแล้วจะไปขายให้ใคร เวลาจะทำนาในแต่ละปีต้องเก็บเงินไว้ก่อน เราใช้เวลาซึ่งเป็นต้นทุนที่มาก ทำนาปีนึงได้มีเงินเก็บสักนิดก็ยังดี” อัสมา กล่าว 

“ฮาซานะ บุยาลา” สมาชิกกลุ่มฯ เล่าให้ฟังว่า การทำนามีต้นทุนตั้งแต่เริ่มด้วยค่าไถนาไร่ละ 1,200 บาท เช่นมีสองงานคือ 600 บาท จึงมีคนทำนาน้อยลง เริ่มมีคนกลับมาทำจริงกันเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะรัฐบาลให้ค่าประกันรายได้ไร่ละ 1,000 บาท แต่กว่าจะได้มาเมื่อเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ ช่วงทำนาต้องออกเองทั้งหมดก่อน ปีนี้เกี่ยวข้าวเสร็จแล้วก็ยังรอกันอยู่ แต่ไม่เพียงพอกับค่าไถนา ค่าดำนา ค่าปุ๋ย สารพัดค่า นาที่ยังเหลืออยู่พยายามเก็บไว้ให้นานที่สุด ไม่เปลี่ยนไปเป็นสวนยาง สวนทุเรียน มังคุดหรืออื่นๆ ต้องเดินหน้าต่อไป

“เวลาไม่มีกินให้มีข้าวสารไว้ ไม่มีกับข้าวก็ไม่เป็นไร คิดๆ แล้วก็ท้อเหมือนกันในการทำนา กว่าจะได้ข้าวมากินสักเม็ด ต้องมาเป็นชาวนาถึงจะรู้ พวกเราเป็นชาวนาธรรมดา ไม่มีใครมาสนใจในปัญหาที่มี การจัดการน้ำของที่นี่เพียงไม่ให้ท่วมโรงงาน น้ำจึงมาท่วมที่นาของชาวบ้าน หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ จะได้ยินหรือไม่หรือแกล้งทำเฉยต่อไป รัฐเป็นที่พึ่งให้ชาวบ้านได้จริงหรือไม่ในพื้นที่ชายแดนใต้” ฮาซานะ กล่าวทิ้งท้าย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วอนช่วยเหลือ! ต้นยางล้มทับสายไฟแรงสูงไร้หน่วยงานสนใจ ชาวบ้านหวั่นถูกไฟช็อต

Posted on April 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645988

วอนช่วยเหลือ! ต้นยางล้มทับสายไฟแรงสูงไร้หน่วยงานสนใจ ชาวบ้านหวั่นถูกไฟช็อต

วันพุธ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2565, 14.35 น.

6 เม.ย.65 ที่บริเวณถนนสายหนำคอก-บ้านเขาวังชิง อ.สะเดา จ.สงขลา  ก่อนจะถึงทางเข้าเขาวังชิง ประมาณ 200 เมตร ได้มีต้นยางพาราล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูง ทำให้ผู้คนที่ขับรถสัญจรไปมาถนนสายนั้น เห็นแล้วเสี้ยวแทน เพราะ ต้นยางพาราได้ล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูงมาหลายวันแล้ว ตั้งแต่ต้นยางพาราตอนล้มใบยางพารายังสดอยู่ พอเวลาผ่านไปหลายวัน ใบยางพาราก็เหี่ยวแห้งหลุดไปจนหมด เหลือแต่ต้น กับก้าน ให้เห็นที่ยังล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูง  

ชาวบ้านก็ได้แต่วอนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วยมาดำเนินการนำต้นยางพาราที่ล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูงออกให้ด้วย เนื่องจากหากว่าสายไฟฟ้าแรงสูงขาด ก็จะทำให้ไฟฟ้ารัดวงจรอาจจะเกิดไฟฟ้าช็อตผู้คนที่ผ่านไปมาได้ รับอันตราย และที่สำคัญ บ้านในละแวดนั้นหากสายไฟขาด ไฟฟ้าในหมู่บ้านก็จะดับ ไม่มีไฟฟ้าใช้อีกด้วย. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่มีเงินจ่ายภาษี! พิษโควิด2ปีเต็ม เจ้าของโรงแรมรีสอร์ทภูเรือแย่ วอนผ่อนปรนยืดเวลา

Posted on April 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645968

ไม่มีเงินจ่ายภาษี! พิษโควิด2ปีเต็ม เจ้าของโรงแรมรีสอร์ทภูเรือแย่ วอนผ่อนปรนยืดเวลา

วันพุธ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2565, 10.47 น.

6 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวไปรยดา สุธงษา ประธานชมรมผู้ประกอบการอำเภอกูเรือ พร้อมด้วยตัวแทนผู้ประกอบการ กว่า 20 คนเดินทางไปที่เทศบาลภูเรือ เพื่อยื่นหนังสือเพื่อขอให้พิจารณาหลักเกณฑ์การจัดเก็บภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างและขอเข้าพบนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวและนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลภูเรือ เพื่อพิจารณาผ่อนปรนยืดเวลาการจัดเก็บภาษี ที่จะขอเก็บในปีนี้

นางสาวไปรยดา สุธงษา ประธานชมรมผู้ประกอบการอำเภอกูเรือ กล่าวว่า เนื่องจากธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่ภูเรือได้รับผลกระทบหนักในขณะนี้ไม่มีรายได้เข้ามา 2 ปีเต็มแล้ว รายได้หายไปกว่า 90%ไม่มีเงินจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปถูกสร้างตามนโยบายรัฐแน่นอนเพราะทุกรายที่กลับมาเปีดกิจการยังขาดทุน

ในขณะที่ค่าบริหารจัดการต่าง ๆ ก็ปรับราคาเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะค่าวัตถุดิบค่าแรง ค่าน้ำ ค่าไฟ ต้นทุนบริหารอื่น ๆ รวมถึงดอกเบี้ยธนาคารที่กู้ยืมมาจากการก่อสร้างและบริหาร ดังนั้นจึงเห็นควรขอให้องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวและเทศบาลตำบลภูเรือ พิจารณากำหนดอัตราการจัดเก็บแยกจากธุรกิจอื่นและผ่อนปรนยืดเวลาการจัดเก็บภาษี 100% ออกไปก่อน เพื่อประเมินสถานการณ์ของไวรัสโควิคและการฟื้นตัวของธุรกิจการท่องเที่ยวอีกครั้ง

นายสมชาย ทองปั้น นายกเทศมนตรีตำบลภูเรือ กล่าวว่า หลังจากมีการรับเรื่องแล้วทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ปรึกษากับกรมธนารักษ์ ในเรื่องของการจัดเก็บว่าถูกต้องหรือไม่หรือทบทวนจำนวนการเก็บภาษีว่ามากน้อยเพียงใด และหาทางออกที่อาจจะช่วยในเรื่องของการผ่อนปรนใดๆได้บ้าง ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาช่วงหนึ่ง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วังเวงเธียเตอร์! ทวดวัย83ปีจ้างหนังฉายให้อากงอาม่า-ผีในสุสาน ดูเต็มอิ่ม3เรื่อง

Posted on April 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645955

วังเวงเธียเตอร์! ทวดวัย83ปีจ้างหนังฉายให้อากงอาม่า-ผีในสุสาน ดูเต็มอิ่ม3เรื่อง

วันพุธ ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2565, 08.09 น.

6 เมษายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ที่กลางป่าช้าข้างวัดไผ่ล้อม ต.บางป่า อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นที่บรรจุศพบรรพบุรุษคนจีน และคนไทยเชื้อสายจีน ที่ถูกฝังอยู่บริเวณสุสานแห่งนี้นับ 100 ศพ โดยมีการตั้งจอและเครื่องฉายหนังกลางแปลงชื่อ หมูเทอร์โบ เพาเวอร์แอมป์ พร้อมกับเปิดเพลงคายความเหงาวังเวงเป็นเพื่อนผี ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า

โดยหลังจากที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เวลา 19.00 น. คนฉายหนังเริ่มฉายหนังตัวอย่างลงจอ เป็นภาพยนตร์โป๊ยเซียน เพื่อเป็นการฉายภาพยนตร์ให้เจ้าดู ก่อนทำการฉายภาพยนตร์ พร้อมปรับแสง สี เสียง พร้อมฉายภาพยนตร์จีนเรื่องแรก

ขณะเดียวกันได้มีลูกชายของผู้ว่าจ้างหนังมาฉายครั้งนี้ ได้จุด เทียน ธูป ไหว้ขอขมาบรรพบุรุษ อากงและอาม่า รวมทั้งวิญญาณที่อยู่ที่สุสานแห่งนี้ให้มาดูหนังกัน โดยหนังเรื่องแรกเป็นภาพยนตร์จีน เรื่องที่ 2 เป็นภาพยนตร์ไทย เรื่องอีเรียมซิ่ง และเรื่องที่ 3 เป็นภาพยนตร์ต่างชาติ เรื่องคิงคองประก็อตซิล่า ซึ่งจะฉายจบในเวลา 01.30 น. ส่วนคนดูมีเพียง เจ้าของหนังและทีมงานเพียงแค่ 3 คน และต้องอยู่ชมภาพยนตร์ทั้ง 3 เรื่องพร้อมกับอากง อาม่า และผีที่อยู่ภายในสุสานจนจบและเก็บของกลับบ้าน

จากการสอบถาม นายวรพล พุฒิแสงจันทร์ เจ้าของหนังกลางแปลง เล่าว่า ตนได้รับการติดต่อจากนายวิทวัส แซ่ก๊วย อายุ 83 ปี เป็นคนอำเภอดำเนินสะดวก ให้มาทำการฉายหนังกลางแปลงที่บริเวณหน้าสุสานของ อากงและอาม่าที่ล่วงลับไปและนำร่างมาบรรจุไว้ที่สุสานแห่งนี้ พร้อมทั้งฉายหนังให้กับบรรดาผีที่อยู่ภายในสุสานได้ชมกัน

โดยฉายภาพยนตร์ 3 เรื่อง หนังจีน หนังไทย และหนังฝรั่ง ตกลงกันในราคา 7,000 บาท โดยจะมีลูกของทางนายวิทวัส มาเป็นผู้ดูแล ซึ่งก่อนที่ตนจะรับก็รู้สึกตกใจเพราะไม่เคยฉายในสุสานแบบนี้มาก่อน เนื่องจากทั้งวังเวงและเงียบสงัด และมีมีชาวบ้านมานั่งดูบ้าง แต่ก็ตัดสินใจรับไว้และนำมาฉายให้ในวันนี้ เพราะคิดว่าอากงอาม่า จะให้โชคถูกรางวัลที่ 1 หรือรางวัลใหญ่ๆบ้าง เพราะอยู่ในช่วงเทศกาลเชงเม้งของชาวไทยเชื้อสายจีน ที่จะมาไหว้บรรพบุรุษกัน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อ่านแล้วยิ่งรักเรื่องราวเจ้า’ขุนไกร’ ลูกเลียงผากำพร้า วันนี้ได้กลับบ้าน…แล้วนะ

Posted on April 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645786

อ่านแล้วยิ่งรักเรื่องราวเจ้า'ขุนไกร' ลูกเลียงผากำพร้า วันนี้ได้กลับบ้าน...แล้วนะ

วันอังคาร ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2565, 22.10 น.

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2565 เว็บไซต์ DNP news ได้รายงานเรื่องราวที่น่าสนใจของเจ้า“ขุนไกร” ลูกเลียงผาพลัดหลงจากอกแม่ได้กลับคืนสู่ธรรมชาติเพื่อใช้ชีวิตอย่างที่เขาควรจะเป็นแล้ว

“ขุนไกร” ลูกเลียงผาพลัดหลงจากอกแม่ ด้วยสถานการณ์ถูกฝูงสุนัขจิ้งจอกไล่ล่า ด้วยความตกใจระคนความหวาดกลัว มันซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ เมื่อฝูงสุนัขจิ้งจอกจากไป และมั่นใจว่าสถานการณ์ปลอดภัย มันเดินออกมา แต่ทว่า แม่ของมันได้หายไปแล้ว ความหวาดกลัวและความหว้าเหว่ที่ต้องสู้ชีวิตในป่าใหญ่ถาถมเข้ามาในหัวใจทันที มันตัดสินใจซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ต่อ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม ออกลาดตระเวนและพบเจอเจ้าขุนรามโดยบังเอิญ และทำการต้อนให้เจ้าเลียงผาน้อยกลับเข้าสู่ป่าลึก แต่ทว่า หลังจากเจ้าหน้าที่หันหลังกลับ มันก็เดินตามออกจากป่า เสมือนว่าเจ้าหน้าที่เป็นแม่คนที่สอง ความรักและความหวังของเจ้าขุนไกร คงกลับมาเต็มเปี่ยมในหัวใจอีกครั้ง

ตั้งแต่นั้นมา “ขุนไกร” ลูกเลียงผา เพศผู้ ที่พลัดหลงแม่จึงถูกนำมาเลี้ยงไว้ชั่วคราวที่สำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม หมู่ 7 ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564 การดูแลลูกสัตว์ป่าที่ยังไม่หย่านมเป็นเรื่องที่ท้าทายมากสำหรับหมอและพี่เลี้ยง ในขณะนั้นขุนไกรอายุยังไม่ถึง 1 เดือน “พี่แมว” พี่เลี้ยงที่คอยดูแลและประคบประหงมขุนไกรให้เติบโตมาได้ ความทุ่มเทความเอาใจใส่ของพี่แมว ช่วยทำให้หมอทำงานได้สะดวก และสบายใจอย่างยิ่ง ในคราวที่ขุนไกรป่วย พี่แมวคอยรายงานอาการตลอด 24 ชม. เข้าไปผูกเปลนอนที่คอกทุกคืนเกือบ 3 – 4 เดือน และในทุกๆวัน พี่แมวต้องคอยสังเกตอุจจาระ ปัสสาวะ พฤติกรรม อาหารที่กิน ปริมาณนมที่ป้อนของขุนไกรส่งรายงานให้หมอ และหัวหน้าเขตฯ ตลอดระยะเวลา 1 ปี

ล่าสุด นายบรรณดิษฐ วรรณทอง หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองสัตว์ป่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าถ้ำเจ้าราม เปิดเผยว่า ตอนที่พบขุนไกรครั้งแรกมีน้ำหนักตัวประมาณ 4.7 กิโลกรัม ความสูง 15 เซนติเมตร ต่อมาหลังจากนั้นประมาณ 5 เดือน ตัวใหญ่ขึ้น หนัก 30 กิโลกรัม สูง 80 เซนติเมตร แข็งแรงสมบูรณ์มาก มีพฤติกรรมร่าเริง ขี้เล่น ชอบประลองกำลัง ทั้งดันทั้งชนพี่เลี้ยงที่คอยดูแล ปัจจุบันปรับเรื่องการกิน ลดนมแพะเหลือวันละ 3 กระป๋อง เน้นให้กินอาหารหยาบมากขึ้น เช่น กล้วย หญ้าสด ใบไม้ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ

“หมอฟ้า” สพ.ญ.สุภกานต์ แก้วโชติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) ได้วางแผนที่จะลดการเข้าหาของคน ให้เหลือเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้สัมผัสและดูแลขุนไกรไปจนถึงวันที่เขาต้องกลับสู่ป่าใหญ่ โดยให้หย่านมในช่วงปลายปี 2564 ในขณะนั้นอายุได้เกือบ 10 เดือนแล้ว และขุนไกรเรียนรู้ที่จะกินใบไม้ หญ้า ผลไม้ในพื้นที่ดูแลได้เป็นอย่างดี

ช่วงต้นปี 2565 ความเริ่มเป็นหนุ่ม ความเริ่มอยากรู้อยากเห็น ความเล่นแรงๆ วิ่งชนหมอ ชนพี่แมว จนเขียวช้ำทุกครั้งที่เข้าไปหา ขุนไกรเริ่มแหกคอกออกมาบริเวณภายนอกบ่อยขึ้น แต่ยังคงวนเวียนใกล้ๆกับบ้านพักเจ้าหน้าที่มีเพียงพี่แมวคนเดียวที่จะเรียกหาได้ นั่นคือสัญญาณที่ทำให้พวกเรารู้ว่า ขุนไกรพร้อมที่กลับเข้าสู่ป่า เพื่อใช้ชีวิตอย่างที่เขาควรจะเป็น!!

เจ้าหน้าที่ได้การวางแผนขยายคอกอย่างเป็นขั้นตอน และรับรู้จากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เปิดคอกออกสู่พื้นที่ป่าภายในเขตฯ เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยขุนไกรหายไปสำรวจพื้นที่บริเวณนั้น 2-3 วัน ก็กลับมาบ้าง เรารับรู้ได้จากกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ภายในคอกอนุบาลเก่า หลังจากนั้นระยะห่างก็นานขึ้น

จน ณ วันนี้พวกเราก็มั่นใจและหวังว่า ขุนไกร จะได้ไปใช้ชีวิตในป่าใหญ่ สร้างครอบครัว มีลูกหลาน เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของเขาต่อไป นั่นคือสิ่งที่พวกเราตั้งมั่นในการดูแลขุนไกรตลอดระยะ 1 ปีกว่าที่ผ่านมา และยังคงเปิดคอกไว้รอเวลาที่ขุนไกร…จะแวะเวียนมาเยี่ยม พาครอบครัวกลับมาทักทายพวกเราอีกครั้ง !!

ขอบคุณข้อมูล-ภาพเว็บไซต์ DNP news 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ธรรมะ’ คือ ‘ความจริงของชีวิต’ : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Posted on April 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645904

'ธรรมะ' คือ 'ความจริงของชีวิต' : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันอังคาร ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.20 น.

การศึกษาธรรมะตามแนวทางแห่งพระพุทธศาสนา เรามุ่งที่จะศึกษาให้รู้สภาพความเป็นจริงของสิ่งทั้งปวง ศาสนาพุทธ คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องของความจริงของสภาวธรรม เพื่อจะทำความเข้าใจกับท่านผู้ฟัง ธรรมะที่เราถือว่าเป็นคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น แบ่งออกได้เป็น ๒ ประเภท ๑. สภาวธรรม ๒. ธรรมคำสอน

ธรรมะประเภทที่เป็นสภาวธรรม เป็นสิ่งที่มีมาก่อนพระพุทธเจ้าเกิด ที่เรายอมรับว่าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าก็เพราะเหตุว่า พระพุทธเจ้าเป็นผู้ทรงรู้ความจริงของสภาวธรรม เช่น รู้อริยสัจธรรมทั้งสี่ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เป็นต้น อันนี้มีพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้นรู้ คนอื่นแม้ว่าจะมีส่วนรู้อยู่บ้างแต่ก็ยังไม่รู้เหตุหรือผลไม่ลึกซึ้งเหมือนพระพุทธเจ้า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งเป็นบทความจริงของสภาวธรรมที่จะเป็นไปนั้น พระพุทธเจ้าเป็นผู้ทรงทราบ เป็นผู้ทรงรู้ เมื่อก่อนที่พระพุทธเจ้ายังไม่เกิดนั้น การเปลี่ยนแปลงของสภาวธรรมที่เรียกว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เขาก็มีการเปลี่ยนแปลงมาก่อนแล้ว แต่ถึงจะมีผู้รู้อยู่บ้างก็ไม่ละเอียดและรู้ไม่ถึงแก่น แต่เมื่อพระพุทธเจ้ามารู้แจ้งเห็นจริงแล้ว จึงเอาแก่นแท้ของ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ออกมาตีแผ่ให้ชาวโลกได้รู้ข้อเท็จจริง

คำว่าสภาวธรรมหมายถึงอะไร เราทุกคนมีสภาวธรรมเป็นสมบัติประจำตัวกันอยู่ทุกคน สภาวธรรมอันนั้นคือกายกับใจ กายกับใจคือสภาวธรรม นอกจากกายกับใจจะเป็นสภาวธรรมแล้ว สถานการณ์แห่งสิ่งแวดล้อมทั้งหลายที่เราประสบอยู่ เช่นลมหายใจเข้าออก อันนั้นก็คือสภาวธรรม แม้แต่วิชาความรู้ที่เราเรียนมา จะเป็นแขนงไหนศาสตร์ไหน สิ่งเหล่านั้นคือสภาวธรรม นี่คือสภาวธรรมที่พระพุทธเจ้ารู้แจ้งเห็นจริงมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาวธรรมอันเป็นของของเรา คือ กายกับใจ

นอกจากพระพุทธเจ้าจะทรงรู้ความเป็นจริงของมันแล้ว ก็ยังสามารถที่จะทราบความจริงว่าสภาวธรรมนี้มันเกิดมาเพราะอาศัยอะไรเป็นเหตุ ที่เกิดมาเป็นคนอาศัยอะไรเป็นเหตุ อันนี้พระพุทธเจ้าทรงทราบเหตุ ที่ทำให้คนต้องเกิดมาเป็นคนก็เพราะอาศัยว่าคนพยายามรักษาศีล ๕ รักษากรรมบถ ๑๐ และใครทำให้บริสุทธิ์บริบูรณ์จริง ผู้นั้นมีสติเที่ยงแท้ก็เกิดมาเป็นคน พระพุทธเจ้าก็ทรงทราบ เมื่อก่อนพระพุทธเจ้ายังไม่เกิด ยังไม่มีใครเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย พระพุทธเจ้าทรงให้เราพิจารณาให้รู้ซึ้งเห็นจริงตามความเป็นจริง

บางท่านอาจจะคิดว่า ใครๆ เขาก็รู้กันอยู่ เกิดมาแล้วต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย เหตุใดพระพุทธเจ้าจึงให้มาพิจารณาดูความแก่ ความเจ็บ ความตาย ที่พระองค์ให้พิจารณาความแก่ ความเจ็บ ความตาย ก็เพื่อเป็นอุบายให้สาธุชนรู้แจ้งเห็นจริงถึงความแก่ ความเจ็บ ความตาย ที่เราได้ยินได้ฟังหรือรู้ๆ กันมานั้นเป็นแต่เพียงรู้ด้วยปัญญาว่าเราจะต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย แต่มันยังไม่ซึ้งถึงจิตถึงใจ จิตใจของเราจึงไม่ยอมรับสิ่งเหล่านั้น เมื่อเราไม่ยอมรับสภาพความเป็นจริงของสิ่งเหล่านั้น เราก็ฝืนกฎของความเป็นจริง ในเมื่อประสบความแก่เราเกิดทุกข์ เกิดความเจ็บเราทุกข์ เกิดความตายเราทุกข์ หรือคิดว่าเราจะตายเราเกิดความทุกข์ขึ้นมาทันที เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเราไม่ยอมรับสภาพความเป็นจริงว่าเราจะเป็นอย่างนั้น แล้วไปฝืนกฎของความเป็นจริง จึงพากันเกิดทุกข์

สิ่งเหล่านั้นพระพุทธเจ้าทรงทราบ ในเมื่อพระองค์ทรงทราบแล้ว จึงนำมาสั่งสอนพุทธบริษัทซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพระองค์ท่านให้รู้ถึงสภาพความเป็นจริง เริ่มต้นแต่ว่าเรามีความแก่เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้ เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะหนีความเจ็บไข้ไปไม่ได้ เรามีความตายเป็นธรรมดา จะหนีความตายไปไม่ได้ พระองค์ท่านให้พิจารณาอย่างนั้น ก็ต้องการให้พิจารณาถึงความเป็นจริง

เพราะฉะนั้น การยึดหลักธรรมะและการปฏิบัติธรรมะตามหลักของพระพุทธศาสนานั้น เรามุ่งที่จะทำจิตใจของเราให้รู้สภาพความเป็นจริง รู้ถึงจิตถึงใจ แล้วจิตจะยอมรับสภาพความเป็นจริง ไม่ฝืนกฎธรรมชาติของสภาวธรรม จิตใจก็ปล่อยวางสบาย เมื่อสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นมาเมื่อใด เราไม่วิตกกังวล เพราะเรารู้ซึ้งเห็นจริงแล้ว อันนี้เป็นสภาวธรรมและความเป็นไปของสภาวธรรม ความเป็นไปของสภาวธรรมส่วนรวมก็คืออนิจจังไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา อันนี้เป็นธรรมะส่วนสภาวธรรม นับว่าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าที่พระองค์เป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริง

ธรรมะอีกประเภทหนึ่งคือธรรมคำสอน เมื่อพูดถึงธรรมะคือคำสอน ก็คือ ศีล สมาธิ ปัญญานั่นเอง อันนี้พุทธบริษัททั้งหลายมีความสนใจในการปฏิบัติธรรมทางด้านจิต การปฏิบัติธรรมทางด้านจิตนั้นจะต้องเริ่มต้นด้วยการทำตนเป็นผู้มีศีล ศีลเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคุณธรรม เป็นภาคพื้น เป็นการปรับกาย วาจา และใจให้อยู่ในสภาพปกติโดยเฉพาะอย่างยิ่งศีล ๕ เป็นศีลที่ฆราวาสทั่วๆ ไปจะพึงสมาทานปฏิบัติ เป็นหลักใหญ่และเป็นศีลที่สำคัญ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ก็รวมลงอยู่ในศีล ๕ ข้อ จะเป็นผู้ใดก็ตาม เมื่อตั้งใจสมาทานศีล ๔ ข้อ ทำศีล ๕ ให้บริสุทธิ์แล้ว ก็ตั้งใจทำสมาธิภาวนาเพื่อทำจิตให้สงบ รู้ซึ้งเห็นจริงในสภาวธรรม ไม่เฉพาะแต่เท่านั้น ต้องการให้บรรลุมรรคผลนิพพานก็ทำได้ ยกตัวอย่างเช่น อุบาสกอุบาสิกาในอดีตเมื่อครั้งพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ก็มีหลายท่าน เช่น นางวิสาขามหาอุบาสิกา ท่านเป็นผู้ครองบ้านครองเรือน ก็มีศีลเพียง ๕ ข้อเท่านั้น และท่านปฏิบัติธรรมก็ได้บรรลุพระโสดาบัน

คนในสมัยปัจจุบันนี้มีเพียงศีล ๕ ก็ถือว่าน้อยหน้าต่ำตา ศีลไม่พอ ก็สงสัยว่ามีศีล ๕ ไม่สามารถปฏิบัติให้บรรลุมรรคผลนิพพานได้ อย่างนี้ เป็นการเข้าใจผิด ความจริงศีล ๕ ข้อนี้เป็นศีลที่กำจัดบาปกรรม หรือเป็นการตัดผลเพิ่มของบาปกรรมที่เราจะพึงทำด้วยกาย วาจา ปาณาติบาต เว้นจากการฆ่าสัตว์ อทินนาทาน เว้นจากการเบียดเบียนของที่เจ้าของไม่อนุญาต กาเมสุมิจฉาจาร เว้นจากการประพฤติผิดในกามมุสาวาท พูดเท็จ สุราเมรัย ดื่มของมึนเมา ถ้าใครสมาทานศีล ๕ ได้บริสุทธิ์บริบูรณ์แล้ว ก็ชื่อว่าเป็นการตัดผลเพิ่มของบาปกรรมที่ทำที่จะสร้างให้เสวยผลคือไปตกนรกหรือไปทรมานในสถานที่ที่หาความเจริญมิได้นั้น มีแต่การละเมิดศีล ๕ ข้อเท่านั้น 

ส่วนอื่นซึ่งเราทำลงไปจะได้บาปกรรมอยู่บ้างก็เพียงความมัวหมองภายในจิตใจเท่านั้น แต่ถ้าใครมีศีล ๕ บริสุทธิ์ บริบูรณ์ มุ่งหวังที่จะทำสมาธิ ปฏิบัติธรรม รู้ธรรม เห็นธรรม รู้แจ้งเห็นจริงในสภาวธรรมได้ เพราะฉะนั้น ผู้ที่ไม่สามารถที่จะมีศีลมากข้อขึ้นไปกว่านั้น ก็อย่าพึงทำความน้อยอกน้อยใจว่าเรามีศีลน้อยเหลือเกิน ไม่สามารถบรรลุมรรคผลนิพพานได้ ก่อนที่เราจะเพิ่มศีลของตัวเองให้มากข้อขึ้นไปนั้น ต้องพิจารณาถึงสมรรถภาพของตัวเองว่าสามารถจะรักษาศีลมากข้อได้หรือไม่ เมื่อเรายังไม่มีสมรรถภาพพอ ก็ให้มั่นคงในศีล ๕ เท่านั้น

ฆราวาสโดยทั่วไปมีศีล ๕ แล้ว เรายังประดับตกแต่งใช้เครื่องหอม เครื่องย้อม เครื่องทาได้ ดูหนัง ดูละคร ดูลิเกได้ นอนบนที่นอนที่สูงที่ใหญ่ก็ได้ แต่ถ้าเราไปเพิ่มศีลขึ้นอีก ๓ ข้อ เป็นศีล ๘ เช่น เพิ่มข้อ ๖ ให้งดเว้นจากอาหารมื้อเย็น แต่งดเว้นไม่ได้ เพิ่มข้อ ๗ ให้งดเว้นจากเครื่องหอม น้ำมันหอม เครื่องย้อม เครื่องทา แต่งดเว้นไม่ได้ เพิ่มข้อ ๘ งดจากการขับร้อง ประโคมดนตรี ดีด สี ตี เป่า แต่งดเว้นไม่ได้ การกระทำดังกล่าวนี้เป็นการเพิ่มบาปให้กับตนเองโดยไม่มีเหตุผล เพราะฉะนั้น การที่จะรักษาศีลให้มากข้อนั้นต้องดูสมรรถภาพของตัวเอง

เมื่อเรามีศีล ๕ บริสุทธิ์บริบูรณ์แล้ว บำเพ็ญเพียรภาวนาไป เมื่อเราภาวนาเป็นแล้วศีลนั้นจะเพิ่มขึ้นเอง ไม่เพิ่มแต่ศีล ๘ ศีล ๑๐ เท่านั้น เพียงแค่ศีล ๕ เมื่อมีสมาธิ มีปัญญา รู้แจ้งเห็นจริงในสภาวธรรม ความเป็นของตัวเองที่เกิดขึ้นในจิตนั่นแหละ ความที่จิตสงบเป็นสมาธิ ความที่มีปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในสภาวธรรม สามารถทำจิตให้อยู่ในสภาพปกติได้ จะเป็นอุบายเพิ่มศีลขึ้นไป อย่าว่าแต่เพียง ๒๒๗ ข้อ อีกหมื่นข้อแสนข้อก็เพิ่มได้เมื่อฐานของจิตใจดีแล้ว เพราะการปฏิบัติธรรม ผู้ปฏิบัติจะปรับระดับของตนให้สูงยิ่งขึ้นไปเพียงใด แค่ไหน ก็ให้พิจารณาดูสมรรถภาพของตัวเอง อย่าไปทำอย่างงมงายไม่มีเหตุผลว่ารักษาอุโบสถแล้วได้บุญมาก 

เมื่อเราไปรักษาอุโบสถ อดข้าวเย็น เกิดทุกขเวทนา เมื่อร่างกายได้อาหารไม่เพียงพอก็อ่อนเพลีย การปฏิบัติธรรมก็ทำไม่ได้เต็มที่ แทนที่จะได้ผลดี ก็เลยขาดทุน ทำให้เกิดโรคทางกาย เช่น โรคกระเพาะ โรคลำไส้ ทนทุกข์ทรมาน รักษากันไปเป็นเวลานานๆ กว่าจะหาย เพราะฉะนั้น สิ่งใดที่เราทำลงไปถือว่าเป็นข้อปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ หรือปฏิบัติยิ่ง อย่าปฏิบัติกันอย่างงมงาย ทำให้มันมีเหตุมีผล พิจารณาดูสมรรถภาพของร่างกายของตัวเองว่ามีความสามารถเพียงใดหรือไม่

เรื่องการปฏิบัติสมาธิ ซึ่งหมายถึงการทำสมถวิปัสสนากัมมัฏฐาน ซึ่งท่านทั้งหลายได้ยินมามากต่อมากแล้ว ในบางครั้งเราอาจจะมีความสงสัยว่าเราจะปฏิบัติอย่างไรแบบไหน จึงจะได้ผลดี เช่น บางคนเคยไปถามว่าอยากจะปฏิบัติให้มันได้ผลเร็วที่สุด มีอุบายวิธีใดบ้างที่จะปฏิบัติให้ได้ผลสำเร็จ ก็ได้บอกเขาเหล่านั้นไปว่า มันไม่มีแล้ว วิธีที่ปฏิบัติให้มันได้ผลเร็วจริงๆ ก็อยู่ที่การตั้งใจทำจริง ทำไปโดยปราศจากความลังเลสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น เราอาจจะไปศึกษาวิธีปฏิบัติกัมมัฏฐานตามวิธีของท่านผู้ใดผู้หนึ่ง 

เช่น ท่านสอนให้ภาวนายุบหนอ-พองหนอ เราก็ต้องปักใจมั่นลงไปว่าเราจะปฏิบัติอย่างจริงจัง จะเรียนจากสำนักวัดปากน้ำ สัมมาอรหัง เราก็ปักใจอย่างจริงจังว่าจะปฏิบัติตามแบบฉบับของท่าน หรือจะไปเรียนกับอาจารย์เสาร์ อาจารย์มั่น ท่านสอนให้ภาวนาพุทโธ เราก็ตั้งจิตให้มั่นลงไปว่าเราจะภาวนาพุทโธ ข้อสำคัญก็อยู่ที่ตรงนี้ อยู่ที่ต้องทำจริง เมื่อจะบริกรรมภาวนาอันใดก็ตาม หากตั้งใจให้มันแน่วแน่ลงไปว่า เราจะนั่งสมาธิวันละ ๓ ครั้งๆ ละ ๑ ชั่วโมง แล้วก็ตั้งใจทำให้จริงจังลงไป ผลมันจะเกิดขึ้นเอง

แต่ที่ปฏิบัติไม่ได้ผลเท่าที่ควรนั้น เพราะเราไม่สามารถที่จะตัดความกังวลสงสัยในระเบียบวิธีการที่ปฏิบัตินั้นๆ วันนี้มาหาหลวงพ่อที่วัดนี้ หลวงพ่อสอนให้ภาวนาพุทโธ แต่ถ้าพรุ่งนี้ไปฟังเทศน์วัดมหาธาตุฯ อาจารย์ใหญ่วิปัสสนาท่านอาจจะสอนว่าให้ภาวนาว่า ยุบหนอ-พองหนอ วันหลังไปวัดปากน้ำ หลวงพ่อวัดปากน้ำอาจจะสอนให้ท่อง สัมมาอรหัง สัมมาอรหัง แล้วเราก็จะเกิดความสงสัยว่า เอ๊ะ…! ทำไมพระสอนไม่เหมือนกัน เมื่อเกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างนี้ ใจของเราก็ลังเล เมื่อลังเลแล้ว เราก็ไม่อาจจะจับอะไรมาเป็นข้อปฏิบัติอย่างจริงจัง นี่คือสิ่งที่เป็นอุปสรรคแก่การปฏิบัติ 

ฉะนั้น มีทางเดียวอยู่ตรงที่ว่า ท่านจะปฏิบัติแบบไหน อย่างไร ขอให้ท่านตั้งใจให้มั่นคงลงไปว่าเราจะเอาแบบนี้แหละเป็นเครื่องปฏิบัติ ส่วนคำบริกรรมภาวนาทุกอย่างนั้นเป็นแต่เพียงอุบายฝึกหัดจิตให้ติดอยู่กับคำบริกรรมภาวนาเท่านั้น เป็นอุบายที่จะให้ทราบความรู้สึกนึกคิดที่จิตส่งกระแสฟุ้งซ่านออกไปตามอารมณ์ ให้มารวมอยู่กับคำบริกรรมภาวนาเพียงคำเดียวเป็นเบื้องต้น จุดมุ่งหมายมีอยู่เพียงเท่านี้ – 003

……………………………………

โอวาทธรรม พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=9900

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เมืองรถม้า’จัดใหญ่งานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง

Posted on April 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645899

‘เมืองรถม้า’จัดใหญ่งานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง

วันอังคาร ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2565, 19.02 น.

‘เมืองรถม้า’จัดใหญ่งานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง

นายสิธิชัย  จินดาหลวง  ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง , นางลัษมา ธารีเกษ  วัฒนธรรมจังหวัดลำปาง , นางสาวตวงรัตน์ โล่สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง และนายสุรพล  ตันสุวรรณ รองนายกเทศมนตรีนครลำปาง ร่วมแถลงข่าว “การจัดงานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ประจำปี พ.ศ. 2565” ณ พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เมืองลำปาง (มิวเซียมลำปาง) ถนนบุญวาทย์ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง โดยได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ของจังหวัดลำปางภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid 19) อีกทั้งภายในงานยังมีมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด Covid 19 อย่างเคร่งครัด

สำหรับการจัดงานดังกล่าว จังหวัดลำปางร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม เทศบาลนครลำปาง องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง สภาวัฒนธรรมจังหวัดลำปาง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และสมาคมก๋องปู่จาและศิลปะการแสดงพื้นบ้านนครลำปาง กำหนดจัดงานสลุงหลวง กลองใหญ่ ปีใหม่เมือง นครลำปาง ประจำปี 2565 ในระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2565 ณ ข่วงนคร ห้าแยกหอนาฬิกา วัดปงสนุก และศาลเจ้าแม่สุชาดา (วังย่าเฒ่า) อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เพื่อส่งเสริมอนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่นจังหวัดลำปาง สืบสาน ประเพณี ภูมิปัญญา และศิลปวัฒนธรรมตลอดจนเสริมสร้างค่านิยมที่เหมาะสมในสังคม ยกระดับงานประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น สู่ระดับชาติและนานาชาติ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ติวเข้ม​ผู้ประกอบการโรงแรมร้านอาหารใช้ส่วนผสมกัญชาในอาหารอย่างปลอดภัย

Posted on April 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645863

ติวเข้ม​ผู้ประกอบการโรงแรมร้านอาหารใช้ส่วนผสมกัญชาในอาหารอย่างปลอดภัย

วันอังคาร ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2565, 17.26 น.

สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎบุรีรัมย์ จัดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหาร ใช้ส่วนผสมของกัญชาในอาหารอย่างปลอดภัย

วันนี้ (5 เม.ย.65) กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัช​ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จัดกิจกรรม การอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านกัญชา​ เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ โรงแรมและร้านอาหาร จังหวัดบุรีรัมย์ ที่อาคารวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ โดยมีนายแพทย์ อัครวัฒน์ เพียวพงภัควัต รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดการฝึกอบรม มีผู้ประกอบการ โรงแรมและร้านอาหาร ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เข้ารับการฝึกอบรมกว่า 30 ราย

สำหรับการจัดการอบรมในครั้งนี้ ได้มีการบรรยายในหัวข้อ “นโยบายกัญชา กัญชง พืชเศรษฐกิจ” โดยนายแพทย์ กิตติศักดิ์  โล่สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันกัญชาทางการแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข , การบรรยาย เรื่อง การปรุงประกอบอาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชา และการบรรยายเรื่อง “นวัตกรรมและเทคโนโลยีอาหาร กับการแปรรูป อาหารที่มีส่วนประกอบของกัญชา” ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการฝึกปฏิบัติ (Work Shop) ทำอาหาร  ขนมหวาน แ ละเครื่องดื่มประเภทต่างๆ โดยใช้กัญชาเป็นส่วนผสมในอาหารและเครื่องดื่มอย่างปลอดภัย

ด้านนายฉัตรชัยพัฒน์ สาระรัมย์  หนึ่งในผู้ประกอบการที่เข้าร่วมอบรม บอกว่า ขณะนี้บรรดาผู้ประกอบการได้ให้ความสนใจในการแปรรูปกัญชาเพื่อสุขภาพเป็นอย่างมาก ซึ่งกัญชาจะกลายเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ สร้างรายได้ให้จังหวัด และดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเองก็ต้องมีความรู้ในการนำมาประกอบอาหารเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อช.เขาหลวงสั่งปิด 6 น้ำตกทั่วเมืองคอน น้ำป่าทะลักหวั่นนักท่องเที่ยวได้รับอันตราย

Posted on April 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/645851

อช.เขาหลวงสั่งปิด 6 น้ำตกทั่วเมืองคอน น้ำป่าทะลักหวั่นนักท่องเที่ยวได้รับอันตราย

วันอังคาร ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2565, 16.56 น.

อุทยานแห่งชาติเขาหลวงสั่งปิด 6 น้ำตกทั่วนครศรีธรรมราช หลังฝนตกหนักหวั่นเกิดอันตรายแก่นักท่องเที่ยว

ความคืบหน้ากรณีจังหวัดนครศรีธรรมราชเกิดฝนตกติดต่อกัน 3 วันส่งผลให้ทั้ง 23 อำเภอเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา ถนนหนทางและสะพาน หลายแห่งไม่สามารถสัญจรผ่านได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังเข้าพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนเป็นการเบื้องต้นแล้ว

ล่าสุดวันที่ 5 เม.ย.65 นายหฤษฎ์ชัย เพชรช่วย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราช มีคำสั่งประกาศปิดน้ำตกทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วยน้ำตกกะโรม อ.ลานสกา,น้ำตกพรหมโลก อ.พรหมคีรี, น้ำตกอ้ายเขียว อ.พรหมคีรี, น้ำตกกรุงชิง อ.นบพิตำ, น้ำตกท่าแพ อ.ช้างกลาง และน้ำตกเหนือฟ้า อ.พิปูน ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ตั้งแต่ 5 – 10 เมษายน 2565  เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว จนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,271,859 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Trips on Gold Line to cost Bt15 from Saturday onwards #SootinClaimon.Com
ประชารัฐลดสถิติประสบอันตราย
พลิกโฉม การปลูกชมพู่ในประเทศไทย ด้วย "ชมพู่ยักษ์ไต้หวัน" และ "ชมพู่สตรอเบอรี่" (ตอนที่ 1)
Huawei predicts rapid 5G rollout, home robot adoption, “super sight”, increasing augmented creativit
เกษตรฯ เดินหน้าโครงการ 'ต้นกล้าสานฝันปันรัก…สู่ลูกหลาน'
นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
‘เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ทรงปาฐกถาพิเศษ ‘การได้รับสารหนูกับการเกิดโรคมะเร็ง’
Philippine police kill 32 in 'shock and awe' drug raids
'ไมมิ ยาจิมะ'เยือนไทย!!! Live!Concert ครั้งแรกบนเวที Japan Expo Thailand 2018
New York University makes tuition free for all medical students

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d