Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : ถอดบทเรียนดูแลแรงงาน ก่อนมรสุมโควิดผ่านพ้นไป

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643696

สกู๊ปแนวหน้า :  ถอดบทเรียนดูแลแรงงาน  ก่อนมรสุมโควิดผ่านพ้นไป

วันเสาร์ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เมือง” หมายถึงชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นกว่าหมู่บ้านหรือชนบท และมีโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมซับซ้อนกว่าหมู่บ้าน ดังนั้นการทำงานในเมืองจึงหลากหลายกว่า “แรงงาน” จึงมีความสำคัญในฐานะ “กำลังของเมือง” และมีคำถามตามมาว่า “เมืองได้ดูแลแรงงานมาก-น้อยเพียงใด” โดยเฉพาะในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ตลอดกว่า 2 ปีที่ผ่านมา

และเนื่องจากในขณะนี้หลายประเทศเริ่มทยอยยกเลิกมาตรการควบคุมโรค ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งไทยนั้นตั้งเป้าจะทำแบบเดียวกันในวันที่ 1 ก.ค. 2565 ด้วยการประกาศให้โควิด-19 ลดระดับลงเป็นเพียงโรคประจำถิ่น“สกู๊ปแนวหน้า” จึงขอนำเรื่องราวจากงานเสวนา Health Justice #1 ในหัวข้อ “แรงงานเคลื่อนเมือง: โอกาสและความเหลื่อมล้ำในสถานการณ์โควิด” จัดโดย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) และ WAY magazine เมื่อเร็วๆ นี้ มาชวนย้อนมองอดีต เพื่อนำไปสู่การวางแนวทางในอนาคต หากมีวิกฤตใดๆเกิดขึ้นอีก

ธนพร วิจันทร์ ตัวแทนเครือข่ายแรงงานอุตสาหกรรม สะท้อนปัญหา “การสื่อสารของภาครัฐ” โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ประชาชนสับสน เช่น กรณีคำสั่งปิดแคมป์ก่อสร้างแล้วมีแรงงานหนีออกมาแล้วก็ไปแพร่เชื้อในพื้นที่อื่น ซึ่งการแพทย์และสาธารณสุขเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจตรงกัน อีกทั้งภาครัฐต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานโดยฟังเสียงภาคส่วนอื่นๆ ทั้งผู้มีความรู้และผู้ได้รับผลกระทบให้มากขึ้น ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ รวมถึงงบประมาณต้องทุ่มไปที่การแก้ปัญหาโควิด-19 เป็นหลักด้วย

“คุณมีเครื่องมือในชุมชน หน่วยงานของรัฐ มหาดไทย อะไรเยอะแยะมากมาย อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน) ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อะไรต่างๆ ที่คุณจะสื่อสาร สาธารณสุข คุณก็มีถ้าจะใช้ มันมีทุกตำบล ทุกอำเภอ คุณต้องสื่อสาร แล้วก็ถ้าคุณจะมีชุดข้อมูลเพื่อให้ประชาชนเขาเข้าใจตรงกัน ตอนนี้ทุกคนก็ตื่นตระหนกกัน ไม่ออกมาทำมาหากิน เพราะว่าโควิดเป็นหลัก 4-5 หมื่นต่อวัน ตายก็เริ่มเยอะขึ้น เราก็คิดว่ามันจะมีมาตรการสื่อสารอย่างไร พวกเราเห็นงบประมาณของรัฐ เรามีความเชื่อว่ารัฐทำได้ เงินไม่หมดถ้าคุณจะมาทุ่มที่มาตรการโควิด เพื่อเชื่อมต่อถึงเศรษฐกิจ ถ้าโควิดมันจัดการได้เศรษฐกิจมันก็เดินได้ ทุกคนมีงานทำ ออกมาใช้ชีวิตปกติได้” ธนพร กล่าว

ธนพร ยังให้ความเห็นกรณี ธนาคารโลก (World Bank) เสนอให้รัฐบาลเก็บภาษีจากกลุ่มคนที่รวยที่สุดในประเทศ(1% Person) เพื่อมาแก้ไขปัญหาโควิด-19 และฟื้นฟูเศรษฐกิจ ว่า แม้จะเห็นด้วยกับเรื่องนี้แต่ในความเป็นจริงเป็นรู้กันว่ารัฐบาลไม่สามารถทำได้ เพราะผู้ถืออำนาจรัฐก็ยังอยู่ภายใต้อำนาจทุน แต่อีกด้านหนึ่งก็อยากให้คนรวยเข้าใจด้วยว่า หากคนส่วนใหญ่แย่ลง ไม่มีอำนาจซื้อ เศรษฐกิจของประเทศก็เดินต่อไปไม่ได้

มุมมองจากฝ่ายนายจ้าง ศุภกร เผ่าดี อุปนายกฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย(PMAT) และประธานชมรมผู้บริหารบุคคลธุรกิจอุตสาหกรรม(MAC+) พาย้อนฟังเสียงสะท้อนของภาคเอกชน ซึ่งก็คือผู้จ้างแรงงาน ถึงปัญหาการบริหารจัดการภาครัฐในสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา อ้างอิงจากการสอบถามผู้ประกอบการธุรกิจ210 แห่ง ครอบคลุมการจ้างงาน 5 หมื่นอัตรา พบว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการจากรัฐมากที่สุด อันดับ 1 การติดต่อกับหน่วยงานของรัฐผ่านระบบออนไลน์ เพื่อลดความเสี่ยงโรคระบาด

อันดับ 2 มาตรการด้านภาษีของภาคธุรกิจ อันดับ 3 มาตรการด้านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา อันดับ 4 มาตรการช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด และอันดับ 5 พักชำระหนี้ที่อยู่อาศัยทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในทุกสถาบันการเงิน ขณะที่ในด้านวัคซีน พบข้อจำกัดในการเข้าถึงในกิจการที่ไม่ใช่บริษัทขนาดใหญ่ และการต้องรอการจัดหาวัคซีนจากรัฐเท่านั้น แม้ภาคเอกชนพร้อมใช้งบประมาณของตนเองจัดหาไปฉีดให้พนักงานก็ตาม และแม้ต่อมาเอกชนจะสามารถจัดหาวัคซีนได้คล่องตัวมากขึ้น แต่ชุมชนรอบโรงงานก็ยังพบการได้รับวัคซีนล่าช้า

“มนุษย์ทุกคนมีพื้นฐานคือความเป็นสังคม เขาอยู่กับโรงงานทำงานสุดท้ายเขาก็ต้องกลับไปนอนบ้าน กินข้าวดูแลครอบครัวของเขา การที่เราจะทำตามมาตรการที่รัฐบอกก็ได้ แต่ความพร้อมมันมีไหม? Home Isolation (กักตัวที่บ้าน) Community Isolation (กักตัวในชุมชน) Factory (โรงงาน) ต่างๆ ที่พูดกันมา ระบบที่พูดกันมาจริงๆ แล้วกลไกของรัฐ Support (สนับสนุน) ไหม?

การไปขอพื้นที่ตรงไหนก็ต้องใช้ส่วนงานราชการฝ่ายปกครอง ฝ่ายปกครองก็ไม่พร้อม สาธารณสุขก็ไม่พร้อม ดังนั้นถึงต้องเปิดโรงงานให้อยู่กัน อยู่กันแล้วต้องคิดนะว่าโรงงานอุตสาหกรรมมัน Design (ออกแบบ) ให้คนไปทำงานไม่ใช่ให้ไปนอนพักผ่อนเหมือนโรงแรม แล้วมันจะมี Facility (สิ่งอำนวยความสะดวก) เพียงพอหรือไม่? เราจึงมองเห็นสถานการณ์ที่บางจังหวัดบอกว่าปิดไม่ให้ข้ามจังหวัดกันมาเลย” ศุภกร ระบุ

ในสถานการณ์โควิด-19 “ไรเดอร์” หรือผู้ขี่มอเตอร์ไซค์ส่งสินค้าโดยรับงานจากแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่น เป็นอาชีพที่มีบทบาทสำคัญ ด้านหนึ่งเป็นที่รองรับคนจากหลากหลายอาชีพที่ต้องตกงานในช่วงดังกล่าวให้ยังมีงานมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว และอีกด้านเป็นเหมือนม้าเร็วนำสิ่งของอุปโภค-บริโภคกระจายไปถึงมือผู้รับในช่วงที่คนจำนวนมากต้องทำงานอยู่กับบ้าน ตามมาตรการลดการรวมกลุ่มอันเป็นความเสี่ยงต่อโรคระบาด

อนุกูล ราชกุณา แอดมินเพจ สหภาพไรเดอร์ Freedom Rider Union กล่าวว่า ไรเดอร์เป็นกลุ่มคนที่ไม่มั่นคงในอาชีพด้านหนึ่งคือสภาพการทำงานที่มากกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 8 ชั่วโมงต่อวัน เนื่องด้วยราคาค่ารอบที่ต่ำ จึงต้องรับงานวิ่งส่งของให้ได้รอบมากที่สุด ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ส่งผลกระทบทั้งต่อตัวไรเดอร์เองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ แต่อีกด้านคือไม่มีสวัสดิการใดๆ รองรับ ทั้งที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ มีโอกาสเจ็บป่วยจากการทำงาน

“อยากเสนอไปทางภาครัฐ อาจจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาสำรวจว่าค่ารอบที่เหมาะสมในการทำงานที่มันไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมง หรือทำงานน้อยกว่านั้น มันจะเป็นผลดีกับไรเดอร์ไหม? ซึ่งผมมองว่าเป็นผลดีแน่นอน เพราะยิ่งไรเดอร์ทำงานมีความเสี่ยงอยู่บนท้องถนน เขายิ่งสูดเอาควันที่มันเป็นพิษเข้าไป ทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพในระยะยาว ซึ่งมันไม่เห็นผลตอนนี้” อนุกูล กล่าว

อนุกูล กล่าวถึงความท้าทายสำคัญคือ “ไรเดอร์หลายคนมองว่าตนเองเป็นอาชีพอิสระ” แต่ในความเป็นจริงนั้นตรงกันข้ามเพราะบริษัทแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่นมีอำนาจให้คุณให้โทษไรเดอร์ได้ (อาทิ การลดค่ารอบ) ซึ่งเป็นการใช้อำนาจในลักษณะของการเป็นนายจ้าง ทั้งนี้ สิ่งที่สหภาพไรเดอร์พยายามผลักดัน ไม่ได้ระบุว่าจะต้องมีสถานะเป็นลูกจ้างเท่านั้น แต่หากไม่เป็นลูกจ้าง อย่างน้อยควรมีพื้นที่ให้ไรเดอร์สามารถพูดคุยกับบริษัทแพลตฟอร์มได้

ลำพังแรงงานไทยก็เผชิญปัญหามากพอสมควรแล้ว “แรงงานข้ามชาติ” นั้นปัญหายิ่งรุนแรงกว่า อดิศร เกิดมงคลผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ กล่าวว่า ในช่วงที่มีมาตรการล็อกดาวน์สิ่งที่ตามมาคือการเลิกจ้างพนักงาน แต่สำหรับแรงงานข้ามชาติจะต่างกับแรงงานไทยคือเมื่อถูกเลิกจ้างแล้วต้องหานายจ้างใหม่ให้ได้ภายใน30 วัน แต่สถานการณ์แบบนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในการหางานใหม่ จึงทำให้จำนวนคนต่างชาติที่อยู่ในไทยแบบผิดกฎหมายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งรัฐบาลได้พยายามแก้ไขตั้งแต่การระบาดระลอกที่ 2 ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม มาตรการของรัฐบาลไทยด้านแรงงานข้ามชาติเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา(2563-2564) มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขยายเวลาการดำเนินการเพื่อให้แรงงานข้ามชาติสามารถอยู่ในประเทศไทยไปแล้วถึง 13 ครั้ง ขณะที่มาตรการตรวจคัดกรองยังมุ่งเน้นเรื่องสถานะทางทะเบียนเป็นสำคัญ เช่น หลายแห่งรับตรวจเฉพาะผู้ที่มีบัตรประชาชนที่เอกสารอื่นที่เทียบเท่า หรือถึงจะได้รับการตรวจ แต่เมื่อพื้นที่โรงพยาบาลมีจำกัดจึงมักเลือกให้บริการคนไทยก่อน ภาพของการตีตราเลือกปฏิบัติ กลับมาอยู่ในสังคมไทยอีกครั้งหลังจากหายไปนาน

อดิศร กล่าวถึงสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือ 1.จัดระบบเพื่อให้แรงงานเข้าถึงการประกันรายได้ ทั้งการรักษาสภาพการจ้างงานเพื่อให้แรงงานยังอยู่ในระบบ หรือหากจำเป็นต้องเลิกจ้างก็ต้องมีมาตรการเยียวยาชดเชย การดึงคนที่หลุดจากระบบไปแล้วกลับเข้าสู่ระบบ ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าขั้นตอนการจ้างแรงงานข้ามชาตินั้นยุ่งยาก และการทำให้การเข้าทำงานอย่างถูกกฎหมายสามารถเกิดขึ้นได้ง่าย เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนมาทำงานอย่างผิดกฎหมาย

2.วางแผนบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติระยะยาวที่ผ่านมามีเพียงการดำเนินการแบบระยะสั้น และ 3.การลดอคติดังตัวอย่างจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ด้านหนึ่งฝ่ายสาธารณสุขอยากให้แรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบการรักษา แต่อีกด้านหนึ่งมีการตั้งชุดเฉพาะกิจออกจับกุมแรงงานข้ามชาติ หรือกำหนดให้ร้านขายยาคอยสอดส่องแรงงานข้ามชาติที่มาซื้อยาแก้หวัด ตลอดจนการสื่อสารบางถ้อยคำที่ทำให้เกิดการมองว่าแรงงานข้ามชาติเป็นพาหะนำโรคระบาด เช่น คนไทยไม่ติดแต่ต่างด้าวติด เป็นต้น

“สิ่งที่สำคัญมากกว่า รัฐบาลไม่สามารถที่จะจัดการได้เองสมมุติการมีส่วนร่วมทำให้ตัวแรงงานข้ามชาติเขามีส่วนในการจัดการด้วย ซึ่งผมคิดว่าโจทย์นี้มันไม่ปรากฏเลยในช่วงที่ผ่านมา”อดิศร กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอพรทิพย์’เคลียร์ปมตร.ไม่พอใจยุ่งคดีแตงโม ยันไม่ปล่อยผ่านความไม่ถูกต้อง

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643781

'หมอพรทิพย์'เคลียร์ปมตร.ไม่พอใจยุ่งคดีแตงโม ยันไม่ปล่อยผ่านความไม่ถูกต้อง

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 22.12 น.

25 มี.ค.65 จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาแสดงความไม่พอใจการทำงานของคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯ ของวุฒิสภ ในทำนองเข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของพนักงานสอบสวนคดีดาราสาว “แตงโม” น.ส.ภัทรธิดา​ พัชรวีระพงษ์​ ตกเรือเสียชีวิตนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: งัดข้อคดี‘แตงโม’!ผบช.ภ.1โวยกมธ.วุฒิฯส่อก้าวก่ายจนท.รัฐ)

ล่าสุด พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว  “Porntip Rojanasunan”  ว่า ขอบคุณในความห่วงใยจากทุกคน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดมานานแล้ว เข้าใจดีว่าความไม่พอใจมาจากหลายสาเหตุ เริ่มจากการแสดงความเห็นไม่คล้อยตามความเห็นของตำรวจเพราะถูกมองว่าไปยุ่งหรือก้าวก่าย

แต่สำหรับหมอคือการถือหลักการมองที่ความถูกต้อง ความอิสระ มองที่ความยุติธรรม ไม่มีอคติ ไม่มีความเกลียด เพียงแต่ไม่ได้มีความกลัว เพราะทำงานอยู่กับศพที่ให้สัจจธรรมชีวิตที่แท้จริงว่าเราเกิดมาคนเดียวและตายไปคนเดียวโดยไม่สามารถหอบอะไรในโลกตามไปได้นอกจากกรรมที่ได้ทำ มนุษย์เราเมื่อได้อำนาจ เมื่อได้ประโยชน์มักเสพติด ยึดติด กอบโกย ไม่อยากปล่อยหรือวาง และยังมองคนที่มีความมั่งคั่งมีอำนาจคือผู้เหนือคน จึงล้วนเข้าหาเพื่อให้ได้ประโยชน์

คดีคุณแตงโมเริ่มขึ้นด้วยสัญญานความเอียง คนที่มีเงิน มีเครือข่ายอำนาจได้รับการยกเว้น ได้รับประโยชน์ จากนั้นสังคมก็รวมใจกันช่วยผู้ตายอย่างไม่น่าเชื่อ หมอเป็นเพียงคนตัวเล็กที่ดูจังหวะในการนำเสนอ อย่างน้อยก็ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบ ขับเคลื่อนความตั้งใจในการสร้างกระบวนการยุติธรรมที่ดี ที่สำคัญไม่เคยคิดว่าเราตัวใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงได้ คิดเพียงแค่ว่าจะเป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอมคล้อยตามหรือปล่อยผ่านความไม่ถูกต้อง คดีนี้คงต้องสรุปในเวลาอีกไม่นานนัก ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไร พลังที่คนไทยรวมใจต้องการเห็นความถูกต้องในครั้งนี้จะเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน รอดู

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ดับร้อน! พายเรือคายัคชมน้ำตกแก่งซองถึงม่านน้ำ-ชมวิวธรรมชาติ 2 ฝั่งลำน้ำเข็ก

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643756

ดับร้อน! พายเรือคายัคชมน้ำตกแก่งซองถึงม่านน้ำ-ชมวิวธรรมชาติ 2 ฝั่งลำน้ำเข็ก

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 20.01 น.

สายแอดเวนเจอร์ทางน้ำต้องห้ามพลาด กิจกรรมดับร้อน พายเรือคายัคชมน้ำตกแก่งซองถึงม่านน้ำตกอย่างสวยงาม และชมวิวธรรมชาติ 2 ฝั่งลำน้ำเข็ก สนุกสนาน คลายร้อน ที่เรนฟอเรส รีสอร์ท พิษณุโลก

วันที่ 25 มี.ค.65 ผู้สื่อข่าวพาไปชมบรรยากาศการท่องเที่ยวหน้าร้อน สำหรับผู้ที่ชื่นกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ทางน้ำกับการพายเรือคายัค ชมน้ำตกแก่งซอง และวิวธรรมชาติ 2 ฝั่งลำน้ำเข็ก สนุกสนาน ท้าทาย คลายร้อน ที่เรนฟอเรส รีสอร์ท ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นกิจกรรมเสริมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสและผจญภัยกับการพายเรือคายัค ชมธรรมชาติ 2 ฝั่งของลำน้ำเข็ก ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลัก ที่รับน้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ และมีน้ำตกต่างๆ มากมาย อาทิ น้ำตกแก่งโสภา น้ำตกแก่งซอง น้ำตกปอย แต่ละแห่งมีความสวยงามแตกต่างกันไป โดยเฉพาะน้ำตกแก่งซอง ที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมกันจำนวนมาก และเริ่มให้ความสนใจมาเที่ยวพายเรือคายัคสัมผัสธรรมชาติและน้ำตกแก่งซองกันอย่างสนุกสนาน

ด้านนางสาวไรยนันท์ น้อยวงศ์ หนึ่งในนักท่องที่มาพายเรือคายัคที่เรนฟอเรส รีสอร์ท กล่าวว่า ตนเองชื่นชอบการผจญภัยพายเรือสัมผัสธรรมชาติมาก ซึ่งมีโอกาสมาเที่ยวพายเรือคายัคครั้งนี้รู้สึกชื่นชอบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจุดบริเวณโขดหินและม่านน้ำตก ที่สามารถพายเรือไปสัมผัสบริเวณด้านหน้าม่านน้ำตกแก่งซองได้อย่างประทับใจทีเดียว

นายอานนท์ พอกพูล 33 ปี เจ้าหน้าที่รีสอร์ท ได้บอกว่า กิจกรรมล่องเรือคายัค ช่วงนี้ค่อนข้างคึกคักเพราะน้ำกำลังเหมาะสมกับการพายเรือในช่วงฤดูร้อน โดยเส้นทางในการพายเรือจะนักท่องเที่ยวจะได้ชมวิวธรรมชาติแบบ100% 2 ฝั่งข้างทางของลำน้ำเข็ก โดยจุดปล่อยเรือจะอยู่ที่บริเวณตัวรีสอร์ท เลยนักท่องเที่ยวจะต้องพายเรือทวนน้ำ ฟันผ่าโขนหินธรรมชาติไปให้ได้ ระยะทางประมาณ 500 เมตร เพื่อไปพบกับความสวยงามของน้ำตกแก่งซอง แบบสัมผัสน้ำตกอย่างใกล้ ให้น้ำกระเซ็นใส่ สนุกสนานคลายร้อน เอาใจผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยทางสายน้ำ หรือชอบกิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ทางน้ำโดยทางรีสอร์ทจะมีอุปกรณ์เซฟตี้ให้อย่างเสื้อชูชีพ หมวกกันน๊อค และเจ้าหน้าที่สตาฟ 

สำหรับค่าบริการจะอยู่ที่ 300 บาท/ท่าน เรือ 1 ลำสามารถพายได้ 2 ท่าน และหากต้องการเจ้าหน้าที่สตาฟพายเรือให้ จะมีค่าใช้จ่ายของสตาฟ 200 บาท ระยะเวลาการพายเรือจะปล่อยเป็นรอบ รอบละ 2 ชั่วโมง คือ รอบ 08.00 น./10.00 น./12.00 น.และรอบสุดท้ายเวลา 16.00 น.ทางรีสอร์ทจะมีเรือไว้ให้บริการจำนวน 4 ลำ โดยนักท่องเที่ยวต้องโทรนัดเวลาและรอบล่วงหน้า ได้ทาง 081-3959575 และ  084-1656453 ได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ของขวัญวันปัจฉิม! จากใจน้องป.4 อุ้มไก่ชน ให้พี่ป.6วันเรียนจบ

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643741

ของขวัญวันปัจฉิม! จากใจน้องป.4 อุ้มไก่ชน ให้พี่ป.6วันเรียนจบ

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.34 น.

ของขวัญวันปัจฉิม! จากใจน้อง ป.4 อุ้มไก่ชน ให้พี่ ป.6 วันเรียนจบ

เด็กสมัยนี้เค้าช่างคิดกันจริงๆ จากกรณีคุณครูเผยนาทีการส่งลารุ่นพี่ชั่นประถมศึกษาปีที่ 6 จบการศึกษา โดยให้น้องมามอบของขวัญซึ่งกันและกัน ซึ่งในครั้งนี้มีรุ่นน้องอุ้มไก่ชนมาจากบ้าน นำมามอบให้รุ่นพี่ในพิธีอำลา ซึ่งก็ถือว่าแปลกและแทบไม่เคยเห็น 

เรื่องราวน่ารักแบบนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนวัดหนองเต่า จังหวัดอุทัยธานี คลิปนี้มีผู้เข้าชมกว่า 2 ล้านครั้ง 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อุบายตัดกรรมตัดเวร’…หยุดทำความชั่ว หยุดการอาฆาตพยาบาท : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643739

'อุบายตัดกรรมตัดเวร'...หยุดทำความชั่ว หยุดการอาฆาตพยาบาท : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.20 น.

“การตัดกรรม” ก็คือหยุดทำความชั่ว ความบาป “การตัดเวร” ก็คือหยุดการพยาบาทอาฆาตจองเวรซึ่งกันและกัน คือ ไม่แก้แค้นซึ่งกันและกัน รู้จักคำว่าให้อภัยซึ่งกันและกันผู้ทำผิดก็ให้รู้จักคำว่าขอโทษ ผู้ถูกขอโทษก็ควรรู้จักคำว่าให้อภัย ไม่เป็นไรหรอก อันนี้เป็นอุบายตัดกรรมตัดเวร

พระพุทธเจ้าสอนไว้ว่า ใครทำกรรมใดไว้ ได้รับผลของกรรมนั้นแน่นอนหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไปทำพิธีตัดกรรมก็เป็นการลบล้างคำสอนของพระพุทธเจ้า กรรมใดใครก่อลงไปแล้ว ใจเป็นผู้จงใจคือเจตนาทำลงไป พอทำลงไปแล้วกรรมอันเป็นบาป ภายหลังเรามานึกว่าเราไม่ต้องการผลของบาป มันก็หลีกเลี่ยงปฏิเสธไม่ได้ เพราะ “ใจ” เป็นผู้สั่งให้กาย วาจา ทำลงไป พูดลงไป “ใจ” ตัวนี้ต้องรับผิดชอบโดยความเป็นธรรม โดยหลักของธรรมชาติ เพราะฉะนั้นการที่เราไปทำพิธีตัดกรรมนี่ หมายถึง ตัดผลของบาป มันตัดไม่ได้ อย่าไปเข้าใจผิด

ขอให้พุทธบริษัททั้งหลายจงปลูกฝังนิสัยให้เด็กของเราในข้อนี้ เป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญที่สุด ถ้าเด็กๆ ของเราไปนี่เข้าใจว่า ทำบาปทำกรรมแล้วไปทำพิธีล้างบาป ทำพิธีตัดกรรมแล้วมันหมดบาป ประเดี๋ยวเด็กๆ มันไปทำบาปแล้วไปหาหลวงพ่อ หลวงพี่ตัดบาปตัดกรรมให้ มันก็ไม่เกิดความกลัวต่อบาป เพราะฉะนั้นอย่าไปเข้าใจผิดว่า ทำกรรมอันเป็นบาป แล้วตัดกรรมให้มันหมดไป มันเป็นไปไม่ได้

แต่ตัดเวรนี่มีทาง… เวร หมายถึง การผูกพยาบาท คอยแก้แค้นกันอยู่ตลอดเวลา เช่น เราฆ่าเขาตาย บางทีนึกถึงบาปกรรมกลัวว่าเขาจะอาฆาตจองเวร เราทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้เขา ถ้าหากว่าเขาได้รับส่วนกุศลจากเรา เขาได้รับความสุข เขาเลื่อนฐานะจากภาวะทึ่ทุกข์ทรมานไปสู่ฐานะที่มีความสุข เขานึกถึงคุณงามความดี นึกถึงบุญคุณของเรา เขาก็อโหสิกรรมให้เรา ไม่ตามล้างตามผลาญกันอีกต่อไป อันนี้ตัดเวรนี่ตัดได้

………………………………………..

คัดลอกเนื้อหามาจากหนังสือมรดกธรรม สุขสงบด้วยศีล พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีอายุครบ ๗๗ ปี, หน้า ๓๘) ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=4&t=39575

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ห่วง ‘หลวงตาซุซ’ โพสต์แฉโจ๋ส่งยาบ้าหน้าวัดไม่ปลอดภัย ชาวบ้านยันมีจริง

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643734

ห่วง 'หลวงตาซุซ' โพสต์แฉโจ๋ส่งยาบ้าหน้าวัดไม่ปลอดภัย ชาวบ้านยันมีจริง

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.00 น.

สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์ห่วง “หลวงตาซุซ” โพสต์แฉโจ๋ส่งยาบ้าหน้าวัดจะไม่ปลอดภัย ขณะที่ชาวบ้านยันมีจริง

ความคืบหน้ากรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อว่า “Such NaNa” โพสต์ข้อความว่า “กราบเท้าวัยรุ่นบ้านเสม็ด ไปส่งยาบ้าที่อื่นเถอะครับ อย่าส่งยาหน้าวัดโคกคฤห์ เลย รู้ว่าท่านเส้นใหญ่ใช้รถตรามหาดไทยส่งยา” จนสร้างความฮือฮาในโลกโซเชียล มีคนเข้าไปสอบถามรายละเอียดจากผู้โพสต์ และแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่าผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวคือพระมหานรินธร ปสันโน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงตาซุซ” ปัจจุบันเป็นพระวัดป่าโคกคฤห์ ต.ป่าชัน อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์   

จากการสอบถามหลวงตาซุซ ก็ยอมรับเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง สาเหตุสืบเนื่องมาจากตั้งแต่ที่มาสร้างวัดป่าแห่งนี้ เมื่อปี 2551 ก็มีเจ้าหน้าที่มาขอตรวจค้นยาเสพติด และไม้พะยุงที่วัดบ่อยมาก เนื่องจากมีชาวบ้านและพระสงฆ์ไปร้องเรียนกล่าวหาว่าหลวงพ่อค้ายาบ้า แต่พอตรวจกี่ครั้งก็ไม่เจออะไร เพราะหลวงพ่อไม่เคยมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย

ล่าสุดวันนี้ (25 มี.ค.65) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ไปยังวัดป่าโคกคฤห์ เพื่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดกับพระมหานรินธร ปสันโน หรือ หลวงตาซุซ หลังจากที่มีการโพสต์ข้อความวอนวัยรุ่นให้หยุดส่งยาบ้าหน้าวัด ซึ่งจากการสอบถามหลวงตาซุซ ก็ยอมรับว่าได้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง เพราะได้ข้อมูลจากการสอบถามวัยรุ่นที่ชอบเข้ามาเล่นในวัดแล้วมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด 

อีกทั้งวัยรุ่นคนดังกล่าวก็อ้างว่าเวลาส่งยาบ้าจะใช้รถยนต์ติดตราโลโก้ของมหาดไทยหน้ารถจึงไม่มีใครกล้าตรวจค้น กรณีดังกล่าวก็จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะตรวจสอบ เพราะสำนักพุทธไม่มีหน้าที่ที่จะไปตรวจสอบ แต่ในส่วนของหลวงตา ก็อยากให้ระมัดระวังเรื่องการใช้โซเชียลหรือโพสต์ข้อความในลักษณะที่อาจจะเป็นภัยอันตรายกับตัวท่านเอง   

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า สถานที่ดังกล่าวยังเป็นที่พักสงฆ์ยังไม่ได้เป็นวัดถูกต้อง ปัจจุบันมีพระ 2 รูปที่มาพักพักอยู่เพื่อเผยแพร่ศาสนา แต่ไม่มีเจ้าอาวาส ซึ่งกรณีนี้ก็ได้แนะนำให้ทางวัดไปยื่นเรื่องขอสร้างวัดให้ถูกต้อง พร้อมทั้งจะได้แจ้งไปยังเจ้าคณะปกครองสงฆ์ (ธรรมยุต) จ.บุรีรัมย์ เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการยกฐานะให้เป็นวัดอย่างถูกต้อง จะได้อยู่ในการกำกับดูแลของคณะสงฆ์

ด้านหลวงตาซุซ บอกว่า หลังจากที่โพสต์ข้อความดังกล่าวไป ก็มีหลายหน่วยงานเข้ามาสอบถาม รวมถึงพระเถระหลายรูปก็สอบถามและแสดงความเป็นห่วงด้วย ซึ่งก็ขอบคุณที่มีเมตตาห่วงใย แต่ถามว่าตอนนี้กังวลเรื่องความปลอดภัยมั๊ย ก็รู้สึกธรรมดาเพราะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา อาตมาก็โดนคุกตามมาตลอดจนทนไม่ไหวจึงได้โพสต์ออกไป เพื่อให้สังคมได้เข้าใจอาตมาบ้างว่าสิ่งที่อาตมาโดนกล่าวหาเจ็บปวดคนเดียวโดยไม่เคยได้ระบายอะไรกับใคร 

แต่พอโพสต์นี้ออกไปก็ทำให้หลายคนหูตาสว่างเรื่องข่าวลือที่กล่าวหาให้เสียหายจนถูกมองในแง่ลบ ตอนนี้ก็ถูกมองในด้านบวกขึ้นมาบ้าง ทั้งที่ที่ผ่านมาอาตมาไม่เคยทำเรื่องเสื่อมเสียจะเห็นได้จากที่อาตมาได้รับการนิมนต์ให้ไปเทศน์ถึงต่างประเทศ จนมีวัดที่ดูแลในอเมริกาอยู่ 3 วัดและกัมพูชาอีก 4 วัดได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจนได้รับตำแหน่งให้เป็นที่ปรึกษาของสมเด็จพระสังฆราชที่กัมพูชาด้วย 

ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้นอาตมามองว่า ถ้าทำดี ความดีต้องปกป้องคุ้มครองและที่อาตมาโพสต์ก็เพราะอยากจะเตือนสติวัยรุ่นที่กำลังหลงผิดไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดให้หยุดพฤติกรรม ไม่ได้ต้องการจะเป็นศัตรูหรือคิดร้ายกับใคร

ขณะที่ น.ส.เอ (นามสมมติ) ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงคนหนึ่งให้ข้อมูลว่า เมื่อ 3-4 วันก่อนก็ได้ยินข่าวว่ามีวัยรุ่นไปส่งยาบ้าในพื้นที่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นวัยรุ่นบ้านไหน หรือมีการใช้รถที่ติดตราของทางราชการหรือไม่ แต่ในส่วนของชาวบ้านก็ไม่มีใครอยากจะยุ่งเพราะกลัวเรื่องความปลอดภัย แต่ที่ผ่านมาก็เคยเห็นวัยรุ่นในพื้นที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเนื่องจากไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ส่วนตัวก็อยากให้เจ้าหน้าที่กวาดล้างปราบปรามทั้งคนเสพคนขายเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัยกับชาวบ้าน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชำแหละอาณาจักร ‘มังกรฟ้า’ จากแพลตฟอร์มขวัญใจคอหวยสู่ข้อสงสัยต้นตอลอตเตอรี่แพง

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643719

ชำแหละอาณาจักร 'มังกรฟ้า' จากแพลตฟอร์มขวัญใจคอหวยสู่ข้อสงสัยต้นตอลอตเตอรี่แพง

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 18.23 น.

“หวย” หรือสลากกินแบ่งรัฐบาล หนึ่งในวาระสำคัญของสังคมไทย โดยเฉพาะปัญหา “ขายเกินราคา” ที่พยายามแก้ไขกันมาทุกยุคสมัย รวมถึงปัจจุบันที่มีการตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ซึ่งล่าสุดผู้เป็นประธานคณะอนุฯนี้อย่าง “แรมโบ้อีสาน” เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี นำทีมบุกรัง “มังกรฟ้า” ผู้ให้บริการสลากฯรายใหญ่เพื่อตรวจสอบเป้าหมายกรณีมังกรฟ้านั้นเป็น “ผู้ค้าคนกลาง” ที่มีพฤติกรรมในการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนด

สำหรับ “มังกรฟ้า” หรือชื่อเต็มคือบริษัท มังกรฟ้า ล็อตเตอรี่ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทวันที่ 5 ต.ค.2563 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ระบุประเภทธุรกิจคือจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ทั้งปลีกและส่ง สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ อาคารเลขที่ 24 หมู่ที่ 2 ต.อ้อมเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มี นายพชรล์ เมสสิยาห์พร เป็นกรรมการผู้จัดการ ซึ่งชายหนุ่มวัย 30 รายนี้ มีดีกรีปริญญาตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยผ่านงานมาแล้วทั้งเซลส์ขายวัสดุก่อสร้าง เทรนเนอร์ฟิตเนส รับจัดคอนเสิร์ต ขนส่งอาหารและการตลาดออนไลน์ ก่อนจะมาแจ้งเกิดกับแพลตฟอร์มมังกรฟ้า ที่ยึดโยงกับความหวังของคนไทยอย่างสลากกินแบ่งรัฐบาล

มังกรฟ้า เป็นแพลตฟอร์ม ที่ทำงานร่วมกับคน 2 กลุ่ม คือ 1.ตัวแทนจำหน่ายสลากฯ ประเภทบุคคลทั่วไป หรือผู้ค้ารายย่อยที่จองซื้อกับตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย และ 2.ประชาชนทั่วไปที่ต้องการเสี่ยงโชคกับสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยจุดเริ่มต้นมาจากการมองเห็นปัญหาของกลุ่มที่ 1 หรือผู้ค้ารายย่อยที่ลงทุนจองซื้อสลากไปแล้วอาจจะขายไม่หมดเพราะไม่มีเลขที่กลุ่มที่ 2 หรือนักเสี่ยงโชคต้องการ ประกอบกับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ผู้คนลดการออกจากบ้านและเว้นระยะห่างทางสังคม ยิ่งทำให้ผู้ค้ารายย่อยประสบความยากลำบากในการขายสลากฯมากขึ้น

การดำเนินการนั้นทำโดยให้ผู้ค้าสลากฯ ที่ต้องการเข้าร่วมเป็นตัวแทนจำหน่าย สแกนสลากเข้าสู่ระบบของมังกรฟ้า เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถค้นหาสลากเลขที่ต้องการได้ อีกทั้งสามารถค้นหาและซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมงจึงสะดวกกับนักเสี่ยงโชคอย่างมาก โดยทั้งผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องลงทะเบียนด้วยชื่อ-นามสกุลจริง เพื่ออ้างอิงสิทธิในการซื้อ-ขายสลากฯและการรับรางวัลกรณีผู้ซื้อถูกรางวัล

การซื้อสลากกับแพลตฟอร์มมังกรฟ้า ผู้ซื้อต้องจ่ายเงิน 100 บาทต่อสลาก 1 ใบ แบ่งเป็นราคาสลาก 80 บาทและค่าดำเนินการระบบ 20 บาท เมื่อมีการซื้อ-ขายเกิดขึ้น เงินค่าสลากจะถูกโอนไปให้ผู้ค้าสลากและหากสลากใบใดถูกรางวัลไม่ว่ารางวัลใดก็ตามระบบมังกรฟ้าจะหักค่าธรรมเนียมร้อยละ 2 ของรางวัลนั้นก่อนโอนเงินรางวัลที่เหลือให้ผู้ซื้อสลากที่ถูกรางวัลภายใน 24 ชั่วโมง ที่สำคัญยังมีระบบ SMS ส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของผู้ซื้อสลากที่ถูกรางวัลด้วย เป็นการเตือนเผื่อกรณีที่ผู้ซื้อลืมนำสลากไปตรวจรางวัลในวันหวยออก

นับตั้งแต่แพลตฟอร์มมังกรฟ้า เริ่มให้บริการมาปีกว่าๆ ด้านหนึ่งได้รับความนิยมอย่างมากถึงขนาดที่มีเงินทุนไปสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 3 แต่อีกด้านหนึ่งก็ถูกเพ่งเล็งมาตลอดว่าอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย นอกจากการขายเกินราคาที่ตามรายงานข่าวระบุว่า ล่าสุดขายกันที่ใบละ 90-105 บาท แล้วยังถูกตรวจสอบอีกหลายเรื่อง ทั้งการได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างถูกต้องหรือไม่ ตลอดจนความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ทางมังกรฟ้าได้ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้เป็นต้นเหตุของปัญหาสลากฯเกินราคา พร้อมกับย้ำว่า มังกรฟ้าเป็นเพียงตัวกลางในการให้ผู้ค้ารายย่อยนำสลากเข้าร่วมแสกน และจำหน่ายในรูปแบบออนไลน์ สลากฯ ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ค้าและผู้ซื้อที่ทำการซื้อ-ขายกัน!!! 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บุกถ้ำ‘มังกรฟ้า’!ค้นรัง‘นนท์-เลย’ส่อโยง‘หวยแพง’ หมุนเวียนงวดละ100ล.

‘มังกรฟ้า’โต้ลั่นไม่ใช่ต้นตอทำหวยแพง อ้างแค่เป็นตัวกลางให้ผู้ค้ารายย่อยขายออนไลน์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอพรทิพย์’แจงปมตำรวจใหญ่ไม่พอใจ! ชี้คดี’แตงโม’เริ่มขึ้นด้วยสัญญานความเอียง

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643652

‘หมอพรทิพย์’แจงปมตำรวจใหญ่ไม่พอใจ! ชี้คดี'แตงโม'เริ่มขึ้นด้วยสัญญานความเอียง

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.56 น.

วันที่ 25 มีนาคม 2565 จากกรณีที่พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา และอดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายงาน “คุยทะลุดราม่า” ทางช่องเวิร์คพอยท์ โดยช่วงหนึ่ง “คุณหญิงหมอพรทิพย์” ได้มีการเปิดเผยว่า มีสายจากทนายดังโทรมาตักเตือน บอกว่า มีตำรวจผู้ใหญ่เขาฝากมานะ มีความไม่พอใจมาก ๆ อะไรประมาณนี้ พยายามจะทำให้เราอย่างนู้นอย่างนี้นั้น

ต่อมา เมื่อวันที่ 24 มี.ค. คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค นำโดยนายสมชาย แสวงการ ประธานฯและ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา และอดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าพบกับ พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี และพนักงานสอบสวนเพื่อขอตรวจสอบเรือลำที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของ แตงโม -นิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาวชื่อดัง ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (บก.ภ.จว.นนทบุรี) 

ล่าสุด พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ขอบคุณในความห่วงไยจากทุกคน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดมานานแล้ว เข้าใจดีว่าความไม่พอใจมาจากหลายสาเหตุ เริ่มจากการแสดงความเห็นไม่คล้อยตามความเห็นของตำรวจเพราะถูกมองว่าไปยุ่งหรือก้าวก่าย แต่สำหรับหมอคือการถือหลักการมองที่ความถูกต้อง ความอิสระ มองที่ความยุติธรรม ไม่มีอคติ ไม่มีความเกลียด เพียงแต่ไม่ได้มีความกลัว เพราะทำงานอยู่กับศพที่ให้สัจจธรรมชีวิตที่แท้จริงว่าเราเกิดมาคนเดียวและตายไปคนเดียวโดยไม่สามารถหอบอะไรในโลกตามไปได้นอกจากกรรมที่ได้ทำ

มนุษย์เราเมื่อได้อำนาจ เมื่อได้ประโยชน์มักเสพติด ยึดติด กอบโกย ไม่อยากปล่อยหรือวาง และยังมองคนที่มีความมั่งคั่งมีอำนาจคือผู้เหนือคน จึงล้วนเข้าหาเพื่อให้ได้ประโยชน์ คดีคุณแตงโมเริ่มขึ้นด้วยสัญญานความเอียง คนที่มีเงิน มีเครือข่ายอำนาจได้รับการยกเว้น ได้รับประโยชน์ จากนั้นสังคมก็รวมใจกันช่วยผู้ตายอย่างไม่น่าเชื่อ หมอเป็นเพียงคนตัวเล็กที่ดูจังหวะในการนำเสนอ อย่างน้อยก็ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบ ขับเคลื่อนความตั้งใจในการสร้างกระบวนการยุติธรรมที่ดี

ที่สำคัญไม่เคยคิดว่าเราตัวใหญ่ที่จะเปลี่ยนแปลงได้ คิดเพียงแค่ว่าจะเป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอมคล้อยตามหรือปล่อยผ่านความไม่ถูกต้อง คดีนี้คงต้องสรุปในเวลาอีกไม่นานนัก ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไร พลังที่คนไทยรวมใจต้องการเห็นความถูกต้องในครั้งนี้จะเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน รอดู

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉพฤติกรรมพระบวชใหม่ ย่องลักชุดชั้นใน ‘หมอปลา’บุกกุฏิ เตรียมเผ่นหนี

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643642

แฉพฤติกรรมพระบวชใหม่ ย่องลักชุดชั้นใน 'หมอปลา'บุกกุฏิ เตรียมเผ่นหนี

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.30 น.

แฉพฤติกรรมพระบวชใหม่ ย่องลักชุดชั้นใน ‘หมอปลา’บุกกุฏิ เตรียมเผ่นหนี

คาหนังคาเขา จากกรณี หมอปลา หรือ นายจีรพันธ์ และทีมงานเดินทางบุกไปที่กุฏิของ พระไกรศร เตชะปัญญา วัดหนองปรือ ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากที่มีชาวบ้านร้องเรียนว่า พระบวชใหม่มีพฤติกรรมแอบขโมยชุดชั้นในชาวบ้าน 

ในกุฏิพบ พระไกรศร เตชะปัญญา กำลังเตรียมกระเป๋าบรรจุเสื้อผ้าเตรียมหลบหนี แต่ถูกจับได้เสียก่อน จากการตรวจสอบยังมีรองเท้าผ้าใบ , รองเท้ากีฬา รวมถึงของใช้อื่นๆจำนวนมาก 

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก หมอปลาช่วยด้วย ยังได้เผยคลิปจากผู้เสียหาย เผยพฤติกรรมขณะที่ พระไกรศร กำลังย่องเข้าไปที่ราวผ้าเพื่อปลดชุดชั้นในแล้วรีบวิ่งหนีไป 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ประวัติศาสตร์‘สนามหลวง’…พื้นที่ชีวิตแหล่งรวมกิจกรรม‘ราษฎร์-รัฐ’

Posted on March 26, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/643619

ประวัติศาสตร์‘สนามหลวง’...พื้นที่ชีวิตแหล่งรวมกิจกรรม‘ราษฎร์-รัฐ’

วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.01 น.

ประวัติศาสตร์‘สนามหลวง’จากเปิดโล่งถึงล้อมรั้ว พื้นที่ชีวิต..แหล่งรวมหลากกิจกรรมทั้ง‘ราษฎร์-รัฐ’

เรียกว่า “ไม่เคยแผ่ว” เลยจริงๆสำหรับ “พรรคก้าวไกล”

ที่เสนออะไรออกมามักเป็นการ “เรียกแขก” สร้างกระแส-ปั่นดราม่าให้สังคมไทยตลอด

ล่าสุดกับ “ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.” ที่ตัวแทนของพรรคอย่าง “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ลงทุนลาออกจาก ส.ส. มาลงชิงชัยในสนามท้องถิ่นของเมืองหลวง ชูไอเดีย…

“เลิกล้อมรั้วสนามหลวง”!!!

คืนพื้นที่ให้ทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเสรี

“คำว่าหลวง หมายถึงเป็นของประชาชน ใช้เงินภาษีประชาชน เช่นถนนหลวง ไฟหลวง สนามหลวงจึงเป็นสนามของประชาชน ต้องให้ประชาชนได้ใช้อย่างสะดวกไม่ปิดกั้น หากผมเป็นผู้ว่าฯ สนามหลวงจะเปิดใช้งานอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนที่เคยเป็น เอารั้วกั้นออกให้หมด เปิดให้ประชาชนทำได้ทุกอย่างที่ถูกกฎหมาย ตั้งแต่เล่นว่าว ดูดวง ออกกำลัง ไปจนถึงกิจกรรมทางการเมือง” วิโรจน์ กล่าว

ในด้านหนึ่ง ท่าทีของตัวแทนพรรคก้าวไกล ถูกนำไปตีความว่าต้องการ “กระทบชิ่ง” อะไรหรือไม่!?!?!

เนื่องจากจุดยืนของพรรคนับตั้งแต่ยุคของอนาคตใหม่ค่อนข้างชัดเจนว่าไปทางนั้นตลอด แต่อีกด้านหนึ่งเรื่องของความเหมาะสมในการใช้สอยพื้นที่ท้องสนามหลวง ก็เคยเป็นข้อถกเถียงกันมาหลายยุคสมัย สนามหลวงผ่านมาแล้วทั้งยุคตลาดนัด สถานที่ค้างแรมราคาถูก แหล่งรวมคนจร ตำนานผีขนุน แลนด์มาร์คทางการเมือง จนกระทั่งมีการล้อมรั้ว

“สนามหลวง” หรือท้องสนามหลวง เป็นพื้นที่ที่อยู่คู่กับกรุงเทพฯ มาตั้งแต่ยุคแรกๆของการก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมถูกเรียกว่า “ทุ่งพระเมรุ” เป็นที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ กระทั่งในปี 2398 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเป็นท้องสนามหลวง เนื่องจากชื่อทุ่งพระเมรุนั้นไม่เป็นมงคล

เดิมสนามหลวงนั้นมีลักษณะเป็นที่ดินแบบทุ่งที่สามารถทำการเกษตรได้ ซึ่งในช่วงที่ไม่มีการจัดพิธีใดๆมักถูกปล่อยให้เป็นพื้นที่รกร้างว่างเปล่า

กระทั่งในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โปรดเกล้าฯ ให้มีการทำนาหลวง ด้านหนึ่งเพื่อแสดงแก่แขกบ้านแขกเมืองที่มาเยือนว่าแผ่นดินไทย (หรือสยาม)นั้น อุดมสมบูรณ์ มีไร่นามากมายแม้แต่ในบริเวณใกล้กับพระบรมมหาราชวัง และอีกด้านหนึ่งยังเป็นการเตรียมความพร้อมด้านเสบียงอาหารอันเป็นปัจจัยสำคัญของบ้านเมืองด้วย

สนามหลวงถูกปรับปรุงจากพื้นที่ที่ใช้ผสมผสานกันระหว่างพื้นที่จัดงานพิธีกับพื้นที่การเกษตร เป็นพื้นที่สำหรับจัดงานพิธีหรือกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะ เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โปรดเกล้าฯ ให้ปรับปรุงพื้นที่ให้มีความราบเรียบ และขยายพื้นที่ให้กว้างขวางขึ้น โดยในปี 2425 สนามหลวงถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 100 ปี

ในปี 2440 เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ กลับจากประพาสยุโรป สโมสรน้ำเค็มศึกษา สมาคมของข้าราชการและนักเรียนที่เคยไปทำงาน ศึกษา หรือเดินทางไปยุโรป ได้ร่วมกับเจ้าของคอกม้าต่างๆ จัดแข่งม้าเทียมรถขึ้น เพื่อเป็นการต้อนรับและถวายความจงรักภักดี โดยปรับปรุงพื้นที่ท้องสนามหลวงให้กลายเป็นสนามแข่งม้าชั่วคราว

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจากจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในปี 2475 สนามหลวงยังคงเป็นพื้นที่ศูนย์กลางของการจัดกิจกรรมสำคัญของประเทศไทย (หรือสยาม) เรื่อยมา อาทิ งานฉลองรัฐธรรมนูญ ครั้งแรกที่สนามหลวง จัดขึ้นในวันที่ 10 ธ.ค. 2475 ซึ่งเป็นวันที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับทางการเป็นฉบับแรก ภายในงานมีการออกร้านขายสินค้าของหน่วยงานราชการและห้างร้านเอกชน มีการแสดงมหรสพ เช่น โขน ลิเก ละคร งิ้ว ภาพยนตร์ ประกวดนางสาวสยาม ประกวดเรียงความ และประกวดประณีตศิลปกรรม

จุดประสงค์สำคัญของงานฉลองรัฐธรรมนูญ จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รู้จัก เทิดทูน และเข้าใจความหมายของรัฐธรรมนูญและหลัก 6 ประการ ดังนั้นการออกร้านแสดงสินค้าในงานฉลองรัฐธรรมนูญ ห้างร้านต่างๆ จะต้องจัดซุ้มอาคารภายใต้แนวคิดเพื่อการเสริมสร้างความเข้าใจที่ดีต่อรัฐธรรมนูญ สิ่งที่ขาดเสียไม่ได้คือ สัญลักษณ์แทนรัฐธรรมนูญและหลัก 6 ประการ เช่น รัฐธรรมนูญจำลอง เสา 6 เสา ธง 6 ผืน เป็นต้น

สนามหลวงยังเคยถูกใช้เป็น “ตลาดนัด” โดยเริ่มต้นในปี 2491 ตามนโยบายของ จอมพล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีขณะนั้น ที่ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการทำมาหากินของประชาชน หลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี 2484-2488) ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่พระราชอุทยานสราญรมย์ เพราะทางการต้องการใช้พื้นที่สนามหลวง

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เวลานั้น กระทรวงการต่างประเทศ ตั้งอยู่ในพระราชวังสราญรมย์ จึงมีเรื่องร้องเรียนจากข้าราชการที่ได้รับผลกระทบ เช่น กลิ่นจากสินค้าต่างๆ ที่นำมาขาย ตลอดจนต้นไม้ยังถูกทำลายจากการจัดการที่ไม่ถูกสุขลักษณะ อาทิ ทิ้งน้ำร้อนหรือน้ำล้างภาชนะใส่ เป็นต้น

แม้ในปี 2500 จะมีการย้ายตลาดออกมาด้านนอก ก็ยังมีการปลูกเพิงจนเกิดภาพที่ไม่สวยงาม ทำให้ในปี 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ตัดสินใจให้ย้ายตลาดกลับมาที่สนามหลวงตามเดิม ต่อมารัฐบาลมีแผนปรับปรุงสนามหลวงให้เป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ อีกทั้งต้องเตรียมการจัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในปี 2525 ทำให้ในปี 2521 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ นายกฯ ขณะนั้น เริ่มแผนการย้ายผู้ค้าจากสนามหลวงไปยังพื้นที่ใหม่ข้างสวนสาธารณะจตุจักร

ช่วงแรกๆ ต้องเผชิญกับการต่อต้านจากผู้ค้าอย่างต่อเนื่อง กระทั่งย้ายได้สำเร็จในดือน ม.ค. 2525 ปิดตำนานตลาดนัดสนามหลวงอย่างเป็นทางการ และเปิดตำนานบทใหม่อย่างตลาดนัดจตุจักร ที่มีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน

หลังงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เป็นต้นมา สนามหลวงหรือท้องสนามหลวง ถูกใช้จัดกิจกรรมทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน เช่น การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน (โดยเฉพาะ “การเล่นว่าว” นั้นเป็นไฮไลท์ประจำงานของทุกปี) การจัดคอนเสิร์ต รวมไปถึงกิจกรรมทางการเมือง ชนิดที่เรียกได้ว่าใครจะชุมนุมประท้วงเรื่องใดต้องมาเริ่มตั้งขบวนกันที่นี่ หรือเมื่อจะมีการเลือกตั้ง ก็มักจะมีการขอตั้งเวทีปราศรัยของพรรคการเมืองเช่นกัน

ส่วนในช่วงที่ไม่มีการจัดงาน สนามหลวงเป็นที่รวมของ “คนจร” ทั้งที่เป็นคนไร้บ้าน (คนเร่ร่อน) และคนจากต่างจังหวัดที่มาทำธุระในกรุงเทพฯ แต่ไม่อยากเสียเงินแพงๆ ไปเช่าโรงแรมนอน ก็สามารถเช่าเสื่อนอนในบริเวณสนามหลวงได้ ไปจนถึง “ผีขนุน” หรือหญิงขายบริการทางเพศ ที่ออกมาหาลูกค้าในยามค่ำคืน

สนามหลวงถูก “ล้อมรั้ว” ในปี 2553 เมื่อทาง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ในยุคสมัยของผู้ว่าฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ลงมือจัดระเบียบอย่างจริงจัง ตั้งแต่การห้ามนำรถมาจอด ห้ามคนไร้บ้านอยู่อาศัย ส่วนผู้ค้าแผงลอยที่เคยมาอาศัยพื้นที่สนามหลวงค้าขายก็ได้รับคำแนะนำให้ไปหาพื้นที่ค้าขายในบริเวณใกล้เคียง จากนั้นมีการปรับปรุงทัศนียภาพในรูปแบบสวนสาธารณะ ทั้งสนามหญ้า ทางเดิน ม้านั่ง อาคารอำนวยการของเจ้าหน้าที่ กทม. และติดตั้งกล้องวงจรปิด ส่วนรั้วที่ติดตั้งก็เป็นรั้วเหล็กโปร่งที่มีล้อสามารถเลื่อนเข้า-ออกได้ ก่อนจะกลับมาเปิดให้บริการประชาชนในปี 2554 โดยมีเวลาเปิด-ปิดตามปกติ คือ 05.00-22.00 น. 

“การล้อมรั้วสนามหลวงโดย กทม. กลายเป็นข้อถกเถียงตลอดมา” ระหว่าง…

“ฝ่ายสนับสนุน” ที่มองว่าเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เพราะที่ผ่านมาพื้นที่สนามหลวงเต็มไปด้วยสิ่งไม่ดีไม่งามต่อทัศนียภาพและบางครั้งยังก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้สัญจรไป-มา เช่น การรวมตัวมั่วสุมดื่มสุราจนมึนเมา คนไร้บ้าน การขายบริการทางเพศ ประกอบกับพื้นที่ยังชำรุดทรุดโทรมจากผู้ใช้งานทั้งทำการค้าและหลับนอนค้างแรม ทั้งที่สนามหลวงนั้นขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานมาตั้งแต่ปี 2520 แล้ว

“ฝ่ายคัดค้าน” ที่เห็นว่าการล้อมรั้วทำให้ผู้ใช้บริการรถเมล์ลำบาก เช่น พื้นที่ทางเท้าสำหรับยืนรอไม่เพียงพอ อีกทั้งในช่วงที่สนามหลวงปิดทางเข้า-ออก ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม ประชาชนที่ต้องการเดินจากป้ายรถเมล์บริเวณตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) มาที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา ต้องเดินอ้อมเป็นระยะทางไกลตามเส้นรอบวงของสนามหลวงแทนที่จะเดินตรงข้ามฝั่ง

ขณะที่ประเด็นการจัดระเบียบคนไร้บ้าน ถูกมองว่าเป็นเพียงการย้ายปัญหาจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เห็นได้จากหลังสนามหลวงถูกล้อมรั้ว คนไร้บ้านจำนวนมากก็พากันไปอยู่อาศัยที่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบยั่งยืน

ในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หนล่าสุดนี้ เมื่อ “วิโรจน์ ก้าวไกล” เปิดประเด็นทวงคืนสนามหลวงขึ้นมา เชื่อได้ว่าข้อถกเถียงข้างต้นคงถูกนำมาพูดถึงกันอีกครั้ง!!!

-/-/-/-/-/-/-/-/-/-/-

บรรยายภาพ

ภาพ 01 : เรือนซุ้มไม้ไผ่ขนาดใหญ่สำหรับจัดงานแสดงให้ผู้คนได้เข้ามาขมสิ่งแปลกๆ จากทั่วแคว้นแดนสยาม ณ ท้องสนามหลวง ในงานสมโภชกรุงครบรอบ 100 ปี พ.ศ. 2425

ที่มา : ห้องสมุดมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช https://library.stou.ac.th/odi/som-pote-rat-ta-na-ko-sin/P03.html

ภาพ 02 : งานฉลองรัฐธรรมนูญ

ที่มา : พิพิธภัณฑ์รัฐสภา https://parliamentmuseum.go.th/ar63-feast.html

ภาพ 03 : ตลาดนัดสนามหลวง

ที่มา : นิตยสารสารคดี https://www.sarakadeelite.com/pic-talks/sanam-luang-in-the-past/

ภาพ 04 : “ว่าว” การละเล่นคู่สนามหลวง

ที่มา :  วารสารวัฒนธรรม โดยกระทรวงวัฒนธรรม http://article.culture.go.th/index.php/layouts-modules-positions/3-column-layout-6/259-2021-07-07-16-22-54

ภาพ 05 : MV เพลง “คนขายฝัน” ซึ่งใช้ภาพประกอบจากมหกรรมคอนเสิร์ต “ถูกใจคนไทย ร่วมใจใช้สินค้าถูกกฎหมาย” จัดโดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดขึ้นในปี 2545 ณ ท้องสนามหลวง

ที่มา : ยูทูปช่อง “Sekloso Channel” https://www.youtube.com/watch?v=NijRah2U9HU

ภาพ 06 : “คนจรนอนเสื่อ” หนึ่งในภาพที่ผู้ผ่านไป-มาแถวสนามหลวงยุคหนึ่งต้องเคยพบเห็น

ที่มา : เฟซบุ๊กแฟนเพจ “เครือข่ายคนไร้บ้าน” https://www.facebook.com/Homeless.network59/photos/a.316869538671506/316869502004843

ภาพ 07 : 24 มี.ค. 2565 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. (ขวาสุด) ยืนอยู่หน้ารั้วเหล็กล้อมสนามหลวง ในการลงพื้นที่สนามหลวง ประกาศนโยบายรื้อรั้วและเปิดให้ประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘วิโรจน์’บุกสนามหลวง ลั่นจะคืนพื้นที่ให้ปชช. รื้อรั้ว-เปิดทำกิจกรรมทางการเมือง https://www.naewna.com/politic/643525

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,273,361 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

‘ไปด์-มาก่อน’กามิกาเซ่ เฮลั่น!! คว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยม
Bid to protect smaller parties in proposed primary voting system
Philippine police kill 32 in 'shock and awe' drug raids
Trips on Gold Line to cost Bt15 from Saturday onwards #SootinClaimon.Com
Govt opens ‘order’ centres
Huawei predicts rapid 5G rollout, home robot adoption, “super sight”, increasing augmented creativit
ประชารัฐลดสถิติประสบอันตราย
KU23-2506
จากละครและภาพยนตร์สุดโด่งดังในอดีต! สู่ละครเวที ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’
กล้ามเนื้อแข็งแรง ระบบภูมิคุ้มกันก็แข็งแรง จริงหรือ? #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d