Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

รายงานพิเศษ : โควิดกระทบเด็กข้ามชาติ ‘สถานะ’ตัวแปรความรุนแรง

Posted on March 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642493

รายงานพิเศษ : โควิดกระทบเด็กข้ามชาติ  ‘สถานะ’ตัวแปรความรุนแรง

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล นำเสนอผลการศึกษา “โครงการวิจัยการประเมินสถานการณ์เด็กข้ามชาติในประเทศไทยและผลกระทบจากโควิด-19 (Assessingthe Situations of Migrant Childrenin Thailand and Impacts of COVID-19)” โดยคณะผู้วิจัยซึ่งประกอบด้วย รศ.ดร.เฉลิมพล แจ่มจันทร์ รศ.ดร.วาทินี บุญชะลักษี กัญญา อภิพรชัยสกุล พงษ์ศักดิ์ หมื่นศักดา และ ปัณณวัฒน์ เถื่อนกลิ่น

งานวิจัยนี้ศึกษาประชากรเด็กข้ามชาติ อายุ 0-17 ปี ซึ่งเป็นบุตรหลานของแรงงานข้ามชาติ หรือแรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน เกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ใน 3 ด้าน คือการศึกษา สุขภาพและการคุ้มครอง ทีมวิจัยทำการศึกษาคือระเหว่างเดือนก.พ.-ธ.ค. 2564 ใน 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ตาก สมุทรสาครและระนอง อันเป็นพื้นที่ที่แรงงานข้ามชาติจำนวนมาก

“ด้านสุขภาพ” อ้างอิงข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ณ เดือน ธ.ค. 2564 มีเด็กและเยาวชนข้ามชาติอายุ 0-17 ปี ติดเชื้อโควิด-19 แบ่งเป็นชาวเมียนมา 7,774 คน ลาว 392 คน และกัมพูชา 3,757 คน โดยหากแบ่งตามช่วงอายุ จะพบอายุ 0-5 ปี ติดเชื้อมากกว่า 6-11 ปี และ 12-17 ปี ทั้ง 3 สัญชาติ สะท้อนภาพ “เด็กเล็กได้รับผลกระทบมากกว่าเด็กโต” ทั้งนี้ มีปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของครัวเรือนแรงงานข้ามชาติ อาทิ

1.สถานะการเข้าเมือง การเข้าเมืองอย่างถูกหรือผิดกฎหมาย มีผลต่อการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพ เช่น ซื้อประกันสุขภาพหรือเข้าระบบประกันสังคม 2.สถานะทางเศรษฐกิจ รายได้มีผลต่อความเป็นอยู่และโภชนาการ โดยเฉพาะสถานการณ์โควิดที่มีแรงงานตกงาน 3.อาชีพ พบแรงงานในภาคเกษตรเข้าถึงบริการสุขภาพได้น้อยกว่าแรงงานนอกภาคเกษตร รวมถึงมีความเสี่ยงจากสารเคมี

4.การอยู่อาศัย มีทั้งที่อยู่ห้องเข่าแบบห้องเดียวอยู่กันเป็นครอบครัวหรือหลายครอบครัว และอยู่กันแบบเพิงพัก ซึ่งส่งผลกระทบเกี่ยวกับสุขอนามัยที่ดี เห็นได้จากในช่วงโควิดที่เกิดการระบาดแบบกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) ใหญ่ๆ เพราะอยู่อาศัยกันอย่างแออัด หรือแรงงานที่เคยทำงานในเมืองและมีประกันสุขภาพ ต่อมาเมื่อย้ายไปทำงานนอกเมืองหรือในชนบท ก็เป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพเพราะอยู่ไกลจากโรงพยาบาลที่ทำประกันไว้เดิม และ 5.สุขภาพมารดา ซึ่งเมื่อตั้งครรภ์จะส่งผลต่อสุขภาพของเด็กด้วย

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดในการศึกษาคือไม่สามารถรับรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงเพราะขาดข้อมูล จึงไม่ทราบว่าเด็กกลุ่มไหนได้รับผลกระทบระดับใด ซึ่งมีผลต่อการจัดลำดับความเร่งด่วนในการช่วยเหลือ และไม่อาจคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตได้ว่าจะเป็นอย่างไร ทำได้เพียงคาดประมาณการเท่านั้น จึงมีข้อเสนอว่า ควรส่งเสริมให้ อาสาสมัครสาธารณสุขประชากรต่างด้าว (อสต.) เก็บข้อมูลประชากรเด็กข้ามชาติในพื้นที่ที่ดูแลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

“ด้านการศึกษา” สำรวจเด็กในโรงเรียนตามระบบ (ประถม-มัธยม) และสถานศึกษานอกระบบทั้งแบบการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) และศูนย์การเรียนรู้ของเด็กข้ามชาติ (MLC) ซึ่งพบว่า MLC มีการทำงานร่วมกับโรงเรียนของไทย เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเด็กเล็กโดยเฉพาะการใช้ภาษาไทย ในการเข้าเรียนในระดับประถมศึกษาต่อไป

ทั้งนี้ ในสถานการณ์โควิด-19 เด็กข้ามชาติได้รับผลกระทบไม่ต่างจากเด็กไทย คือโรงเรียนถูกสั่งปิดตามมาตรการควบคุมโรค ซึ่งส่งผลกระทบทางตรงกับเด็ก เช่น ภาวะชะงักงันในการเรียนรู้ (Stagnant Learning) หรือโอกาสการเรียนรู้ที่เสียไปในบางช่วง หรือเพิ่มความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา อาทิ หากเป็นสถานการณ์ปกติ เด็กที่จบชั้น ป.6จะสมัครเรียนต่อชั้น ม.1 ทันที แต่สถานการณ์โควิด-19 เด็กบางส่วนอาจไม่สามารถเรียนต่อเนื่องแบบนี้ได้

รวมไปถึงความล่าช้าในการเข้าสู่ระบบการศึกษา (Delay Education) ซึ่งจะพบในกลุ่มเด็กเล็กหรือเด็กปฐมวัยโดยเฉพาะครัวเรือนข้ามชาติที่หวังให้บุตรหลานได้เรียนต่อในโรงเรียนไทย ที่แม้จะมีการเตรียมความพร้อมไว้แล้วแต่ไม่สามารถเข้าไปเรียนในระดับประถมศึกษาได้เพราะโรงเรียนถูกปิดนอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางอ้อม เมื่อเด็กไม่ได้อยู่ในโรงเรียน จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในชีวิต อาทิ ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอวัคซีนไม่ครอบคลุม ต้องติดตามพ่อแม่ไปทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัยกับเด็ก การถูกแสวงหาประโยชน์ เด็กติดหน้าจอ ท้องไม่พร้อม ฯลฯ

ซึ่งระดับความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับปัจจัย เช่น สถานะการเข้าเมืองของพ่อแม่ที่เป็นแรงงานข้ามชาติ จำนวนบุตรที่พบว่าครัวเรือนบุตรมากได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าครัวเรือนบุตรน้อย ความตระหนักของพ่อแม่ว่าเห็นความสำคัญของการศึกษาเพียงใด รวมถึงผลกระทบโดยตรงจากโควิด-19 ต่อพ่อแม่ของเด็ก ตลอดจนการอยู่อาศัยและย้ายถิ่น ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีความพยายามช่วยเหลือทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมแต่สถานการณ์โควิด-19 ที่งบประมาณลดลง อาจส่งผลต่อการดำเนินงานของ MLC ในบางพื้นที่ถึงขั้นต้องปิดตัวลง

จำนวนนักเรียนในครัวเรือนแรงงานข้ามชาติ 3 สัญชาติ (เมียนมา ลาวและกัมพูชา) ระหว่างปี 2559-2563 อ้างอิงจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พบว่า ช่วงปี 2559-2562 จำนวนเด็กที่เข้าเรียนในโรงเรียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่เมื่อถึงปี 2563 กลับลดลง ทั้งนี้ การปรับตัวยังมีข้อจำกัด เช่น การเรียนการสอนในชุมชนทำไม่ได้เพราะสถานการณ์โรคระบาดทำให้ไม่ไว้ใจให้คนภายนอกเข้าไป ขาดความพร้อมของเครื่องมือที่ต้องใช้เรียนออนไลน์ อีกทั้งผู้ปกครองไม่สามารถช่วยส่งเสริมการเรียนของบุตรหลานได้เพราะใช้ภาษาไทย เป็นต้น

และ “ด้านการคุ้มครอง” การจำกัดจำนวนผู้รับบริการในหน่วยงานต่างๆ ตามมาตรการควบคุมโรค ส่งผลกระทบ เช่น การจดทะเบียนการเกิด แต่บางพื้นที่ใช้วิธีแจกบัตรคิวนัดวัน-เวลา แม้จะล่าช้าไปบ้างแต่ก็ทำให้ได้รับการจดทะเบียนขณะที่เด็กเล็กยังเสี่ยงกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว โดยอ้างอิงกับสถานการณ์ของเด็กไทย การที่พ่อแม่หยุดงาน ขาดรายได้มีการหันไปดื่มสุรา ขาดสติและใช้ความรุนแรง มีความเสี่ยงต้องนำเด็กไปที่ทำงาน หรือไม่ก็ปล่อยให้อยู่กันเองกับพี่น้อง

ส่วนเด็กโตก็จะมีปัญหาการใช้สารเสพติด ทะเลาะวิวาท ท้องไม่พร้อม ไปจนถึงเป็นแรงงานเด็ก ซึ่งการสำรวจระดับโลกนับตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา จำนวนแรงงานเด็กลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งในปี 2563 ที่โควิด-19 เริ่มระบาด พบว่าเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น สำหรับตัวอย่างที่พบ เช่น พ่อแม่ที่เป็นแรงงานเกษตรและประมง ให้ลูกไปช่วยทำงานด้วยเพราะไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ หรือไม่กล้าปล่อยเด็กไว้ตามลำพัง แต่เมื่อออกไปทำงานแล้วก็ยากที่จะกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอีก ซึ่งจะเชื่อมโยงกับปัญหาการแต่งงานและตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร

ซึ่ง “สถานะทางทะเบียน” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มและลดความเสี่ยง ไม่ต่างจากอีก 2 ด้านข้างต้น!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สสส.’ห่วงคนไทยเสี่ยงป่วย‘NCDs’จากพฤติกรรมการกิน

Posted on March 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642486

‘สสส.’ห่วงคนไทยเสี่ยงป่วย‘NCDs’จากพฤติกรรมการกิน

วันอาทิตย์ ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. โครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แผนอาหารสุขภาวะ บูรณาการความร่วมมือภาคีเครือข่ายเพื่อขยายผลและสื่อสารงานอาหารสู่สาธารณะ ร่วมกับภาคีเครือข่ายอาหารทั่วประเทศ จัดเวทีประชุมประจำปีแผนอาหาร 2565 นำเสนอผลงาน นวัตกรรม รูปธรรมพื้นที่ ความรู้และการขับเคลื่อนสังคม ระหว่างวันที่ 16-17 มี.ค. 2565 ที่ผ่านมา ณ รร.แกรนด์ ริชมอนด์ ถ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี

นายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า พฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งการกินผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ถูกจัดอยู่ในอันดับ 5 ของปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตมากที่สุด ขณะที่ภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วนถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 3 โดยปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน คือ การกินอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ที่มากเกิน

อีกทั้งยังพบว่าในปัจจุบันคนไทยเกินกว่าร้อยละ 60 กินผักผลไม้ในปริมาณน้อย แต่กลับมีแนวโน้มเข้าถึงอาหารแปรรูปต่างๆ ได้ง่าย เพราะซื้อหาได้สะดวก มีให้เลือกหลากหลาย ราคาไม่แพง ดังนั้น การจัดการปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการกินอาหารของคนไทยจึงนับเป็นโจทย์สำคัญที่มีความท้าทายและจำเป็นต้องอาศัยการทำงานที่ขับเคลื่อนทั้งระบบอาหารตั้งแต่การผลิต การขนส่ง การจำหน่าย ไปจนถึงการปรุงประกอบอาหารและการบริโภค เพื่อเอื้อให้ประชากรสามารถเข้าถึงผักผลไม้และอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพได้มากขึ้น

รวมทั้งลดโอกาสหรือช่องทางการเข้าถึงอาหารประเภทแปรรูป เพื่อนำไปสู่พฤติกรรมการกินที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการและดีต่อสุขภาพ ซึ่งจากการสำรวจผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 และการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร่วมกับการส่งเสริมมาตรการ Social Distancingในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2563 พบว่า การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้คนไทยหันมาทำอาหารกินเอง ร้อยละ 57.5 แต่กลับกินผักและผลไม้ลดลงร้อยละ 8.3 และร้อยละ 10.5 ตามลำดับ

นอกจากนี้ คนไทยมีความเครียดร้อยละ 39 นอนหลับยากมากขึ้นร้อยละ 16.7มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 29.3 ดื่มเครื่องดื่มรสหวานเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.7 กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ร้อยละ 18.3 อาหารกระป๋องร้อยละ15.6 ขนมกรุบกรอบ ร้อยละ 13.6 และขนมหวานหรือลูกกวาด ร้อยละ 6.8 ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ทำให้ภาระของโรค NCDs รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชากรกลุ่มเปราะบาง

นางประภาศรี บุญวิเศษ กรรมการกองทุน สสส. และประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 5 กล่าวว่า นับแต่ปี 2555 เป็นต้นมา แผนอาหารเพื่อสุขภาวะได้ขับเคลื่อนประเด็นอาหารเพื่อความตระหนักและการรับรู้ของสังคมไทย และส่งผลต่อการสร้างพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสมอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ขับเคลื่อนลดการบริโภคหวาน มัน เค็มเสริมสร้างความปลอดภัยและด้านความมั่นคงทางอาหาร เป็นต้น นอกจากนั้นยังดำเนินการพัฒนารูปธรรมและต้นแบบการจัดการด้านอาหารในระดับพื้นที่

ได้แก่ โรงเรียนอาหารสุขภาวะ โรงเรียนอ่อนหวาน โรงพยาบาลสีเขียว โรงพยาบาลลดหวานมันเค็ม ขับเคลื่อนให้เกิดการทำเกษตรกรรมที่ยั่งยืน การทำเกษตรกรรมในพื้นที่เขตเมือง สร้างช่องทางจำหน่ายผลผลิตที่ปลอดภัยในรูปแบบตลาดสีเขียว การพัฒนาและจัดการอาหารริมบาทวิถีให้มีคุณภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นต้น รวมทั้งการผลักดันนโยบายและมาตรการที่ส่งผลต่อการสร้างสภาพแวดล้อมด้านอาหารและโภชนาการที่ดี การสื่อสารประเด็นอาหารต่อสังคมเพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้ของสังคมในวงกว้างทั่วในประเทศ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถรับชมย้อนหลังวีดีโอการประชุมทั้ง 2 วัน ได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ “Food Citizens”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บุกพิสูจน์ถ้ำมหาสมบัติ วัดเขาพระทอง เชื่อมี’พระพุทธรูปทองคำ’ ถูกลามโซ่ในถ้ำกลางยอดเขา

Posted on March 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642512

บุกพิสูจน์ถ้ำมหาสมบัติ วัดเขาพระทอง เชื่อมี'พระพุทธรูปทองคำ' ถูกลามโซ่ในถ้ำกลางยอดเขา

วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565, 21.23 น.

วันที่ 19 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่วัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช พระมหาอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสพร้อมด้วยคณะของอาจารย์คะชาธร วะราณะธำรง โหรใหญ่ที่ จ.สมุทรสงคราม และลูกศิษย์วัด ร่วมประกอบพิธีขอขมาหลวงพ่อองค์ใหญ่ เทพเทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เพื่อขออนุญาตขึ้นบนยอดเขาพระทอง เพื่อค้นหาถ้ำที่เชื่อว่ามีพระพุทธรูปทองคำถูกลามโซ่ทองคำเอาไว้ รวมทั้งทรัพย์สมบัติแก้ว แหวนเงินทองที่อยู่ในถ้ำจำนวนมาก

ทั้งนี้หากเทพยดาฟ้า ดิน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักรักษาทรัพย์สมบัติอนุญาตให้พบ และนำพระพุทธรูปทองคำ และทรัพย์สมบัติออกมาจากถ้ำ เพื่อนำมาใช้พัฒนาวัด บำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป หลังประกอบพิธีขอขมาหลวงพ่อองค์ใหญ่ ทางคณะ ฯ เริ่มเดินเท้าขึ้น ปีนป่ายหน้าผา เถาวัลย์ ขึ้นบนภูเขา จนพบว่ากลางยอดภูเขามีถ้ำเล็กๆคล้ายปล่องภูเขาไฟ แต่มีก้อนหินน้อย ก้อนหินใหญ่ หล่นปิดทับทางเข้าจนเหลือเพียงช่องเล็กๆ ที่สามารถเบี่ยงตัวลอดเข้าไปได้ คาดว่ามีลึกไม่น้อยกว่า 50 เมตร

จากนั้นทางพระมหาอารยนันต์ และลูกศิษย์ จุดธูปเทียนอธิฐานบวงสรวง ขออนุญาตลงในถ้ำ ก่อนปีนลงไปได้ช่วงหนึ่ง พบว่าภูเขามีอาการสั่นสะเทือนจนหินพังถล่มลงมาในถ้ำ พระมหาอารยนันต์ และลูกศิษย์วัด เกรงว่าจะเกิดอันตราย หากหินจะพังถล่มปิดทับทางเข้า จึงรีบปีนกลับขึ้นมาก่อนใช้เชือกหญ้าคาถักเป็นเถาวัลย์หย่อนลงไปในถ้ำจนถึงก้นถ้ำแทน จากนั้นต่อเชือกหญ้าคาลงไปด้านล่างผูกโยงกับหลวงพ่อองค์ใหญ่ และ พระพุทธรูปทั้ง 29 องค์ รวมทั้งผูกโยงท้าวเวสสุวรรณ , ตาหลวงเดช ,ศาลาไอ้ไข่เด็กวัด รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างในวัด แล้วสวดเจริญพระพุทธมนต์ สวดพุทธภิเษก บวงสรวง ขอเขมา ขออนุญาตเทพยดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้ามาเจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา ช่วยเปิดวัด และพบพระพุทธรูปทองคำ ทรัพย์สมบัติในถ้ำ เพื่อนำออกมาให้ผู้คนได้กราบไหว้และใช้สร้างโบสถ์และเสนาสนะต่าง ๆ บำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่ครบถ้วน 5,000 ปี อย่างไรก็ตามในอดีตผู้สูงอายุเคยเล่าต่อๆกันว่า ภายในถ้ำวัดเขาพระทอง มีพระพุทธรูปทองคำ ประกอบกับก่อนหน้านี้เคยพบพระพุทธรูปจำนวนหนึ่งแล้วในถ้ำเขาพระทอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องจริง! ‘อ.เจษฎา’คอนเฟิร์มเปิดแอร์ 27 องศาฯ-เปิดพัดลมด้วย ช่วยประหยัดไฟได้จริงๆ

Posted on March 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642510

เรื่องจริง! 'อ.เจษฎา'คอนเฟิร์มเปิดแอร์ 27 องศาฯ-เปิดพัดลมด้วย ช่วยประหยัดไฟได้จริงๆ

วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565, 20.19 น.

19 มี.ค.65 จากกรณีที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยข้อแนะนำของกระทรวงพลังงานในการประหยัดน้ำมันและไฟฟ้า คือควรเปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส พร้อมกับเปิดพัดลมตั้งพื้นควบคู่กัน ช่วยเพิ่มการเคลื่อนที่ของอากาศในห้อง และช่วยลดอุณหภูมิลงได้ประมาณ 2 องศาฯ โดยจะช่วยให้ประหยัดไฟมากกว่าการเปิดแอร์ที่ 23-24 องศาฯ อย่างเดียว รวมทั้งควรทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศทุกเดือนและล้างแอร์ทุก 6 เดือน จะช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์และประหยัดไฟ ซึ่งวิธีใช้แอร์ดังกล่าวจะช่วยประหยัดค่าไฟลงได้ 10-30 %นั้น

เรื่องนี้ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์” ระบุว่า เรื่องนี้ ทำเอาหลายคนสงสัยว่า คำแนะนำนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า ? และก็ส่งมาถามผมกัน ก็ต้องบอกว่า เป็นเรื่องจริงนะครับ ! และผมก็มักจะใช้วิธีนี้ที่บ้านตัวเอง เป็นประจำด้วย

หลักการคร่าวๆ คือ การเปิดแอร์ที่อุณหภูมิสูง เช่น ที่ 27 องศาเซลเซียสนั้น แอร์จะกินไฟน้อยกว่าการเปิดเเอร์ที่อุณหภูมิต่ำ เช่น ที่ 23-24 องศา ที่เป็นเช่นนั้น เพราะส่วนคอยล์ร้อนหรือคอมเพรซเซอร์ของแอร์ จะทำงานน้อยลงเมื่อตั้งอุณหภูมิสูงขึ้น โดยคอมเพรสเซอร์จะทำงานไม่นาน ก็ตัดการทำงานเพราะอุณหภูมิลงไปถึงจุดที่ตั้งไว้แล้ว (27 องศาเซลเซียส) ทำให้แอร์กินไฟน้อยลงด้วย

ซึ่งความจริง การที่แอร์ลดภูมิอุณหภูมิห้องลงเหลือ 27 องศาเซลเซียสนั้น ก็เพียงพอที่จะลดความชื้นในห้อง จนทำให้เรารู้สึกสบายขึ้นได้ แล้วขณะที่การเปิดพัดลม เป่ามาที่ตัวเรา จะช่วยให้เรารู้สึกเย็นสบายขึ้นอีก จากกระแสลมที่มาปะทะตัว แล้วทำให้การแลกเปลี่ยนความร้อนออกจากร่างกายของเรา เกิดได้ดีขึ้น

แถมพัดลมตั้งพื้นนั้น กินไฟต่ำกว่าแอร์มากๆๆๆ คือใช้ไฟเพียงแค่ไม่กี่วัตต์เท่านั้น …. จะเปิดพัดลมเบอร์ 2 เบอร์ 3 หรือเปิดพัดลมเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ตัว ก็ยังกินไฟน้อยกว่าแอร์อยู่ดี #สรุปคือ การปรับอุณหภูมิของเครื่องแอร์ จากที่เคยตั้งไว้ 23-24 องศา มาเป็น 27 องศาพร้อมเปิดพัดลมตั้งพื้นเป่าตัว ช่วยให้เราประหยัดพลังงาน ประหยัดค่าไฟได้มากขึ้น และอย่าลืมว่าให้หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองแอร์ ล้างแอร์เป็นประจำด้วยนะครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนที่หมั่นชำระหนี้สงฆ์ตลอดเวลานั้นชีวิตจะเริ่มดีขึ้น : โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Posted on March 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642505

คนที่หมั่นชำระหนี้สงฆ์ตลอดเวลานั้นชีวิตจะเริ่มดีขึ้น : โอวาทธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565, 20.00 น.

อานิสงส์การสร้างพระชำระหนี้สงฆ์ พระชำระหนี้สงฆ์ พระพุทธรูปหน้าตัก ๔ ศอก ขึ้นไป ถ้าทำแล้ว ตัดกรรมที่เป็นอกุศลเก่าทั้งหมด คือบาปเก่า ๆ ที่เราทำมาแล้ว ไม่สามารถจะนำเราเข้าสู่อบายภูมิ ได้อีกต่อไป คล้ายพระโสดาบัน ทั้งนี้ เว้นไว้แต่เราจะทำ (บาป) ใหม่

“คนที่หมั่นชำระหนี้สงฆ์ตลอดเวลานั้น ชีวิตจะเริ่มดีขึ้น โรคเวรโรคกรรมจะหายขาด เงินทองที่เคยติดขัดหนี้สินที่เคยมีมากมายจะค่อยๆ ลดลงไปจนกลายเป็นคนมีเงินอย่างน่าอัศจรรย์” คำอธิษฐานชำระหนี้สงฆ์

“ของต่างๆ ในวัดทั้งหลาย ที่มีพระสงฆ์ก็ดี หรือไม่มีพระสงฆ์ก็ดี เป็นวัดร้างที่มีพระพุทธรูปก็ดี หรือเป็นที่ธรณีสงฆ์ ไม่มีสภาพเป็นวัดก็ตาม ถ้าข้าพเจ้าไปนำอะไร มาจากที่นั่น จะเป็นของหนักก็ดี ของเบาก็ดี ของน้อยก็ตาม ของมากก็ตาม ของมีค่าน้อยก็ตาม ของมีค่ามากก็ตาม ตั้งแต่ชาติแรก จนถึงชาติปัจจุบัน ข้าพเจ้าขอชำระหนี้สงฆ์ ด้วยเงินจำนวน……บาทนี้” . -008 

หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครูยังอึ้ง! เด็กชายผู้รู้อนาคต กาเสร็จแล้ว ทั้งที่ยังไม่แจกกระดาษคำถาม

Posted on March 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642476

ครูยังอึ้ง! เด็กชายผู้รู้อนาคต กาเสร็จแล้ว ทั้งที่ยังไม่แจกกระดาษคำถาม

วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.45 น.

นี่มันเด็กอัจฉริยะชัดๆ คุณครูรีบเบรก เด็กชายกากระดาษคำตอบ ทั้งที่ยังไม่ได้แจกกระดาษคำถาม ฮาลั่นทั้งโซเชียล

จี๊ดสุดในห้องแน่นอน! เมื่อคุณครูคุมสอบกำลังแจกกระดาษให้นักเรียนทำข้อสอบ แต่พบว่ามีเด็กนักเรียนชายผู้รู้ล่วงหน้า รีบกากระดาษคำตอบทันที ทั้งที่คุณครูยังไม่แจกกระดาษคำถาม เมื่อคุณครูทัก เด็กชายรายนี้ก็มีอาการเขินทันที 

งานนี้ชาวเน็ตเข้ามาแซวกันยกใหญ่บอกว่า คุณครูอย่าดุน้องนะ ตอนเด็กๆเราก็เคยเป็น ฮ่าๆๆ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปดู’ตูบชาย’เด็กติดอ่างบัว ทำพ่อหัวจะปวด ซื้อคืนวัดไม่ไหวแล้ว!

Posted on March 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642470

ไปดู'ตูบชาย'เด็กติดอ่างบัว ทำพ่อหัวจะปวด ซื้อคืนวัดไม่ไหวแล้ว!

วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.10 น.

ไปดูคลิปน่ารักปนความซนของเจ้าชาย ที่ชอบนอนแช่อ่างบัวเป็นประจำ คลิปนี้คนดูเยอะมาก ลุ้นว่าอ่างจะแตกวันไหน สุดท้ายไม่รอด  

ไปดูคลิปเรียกรอยยิ้ม จากติ๊กต๊อก wirat0072 ที่เผยความซนตามประสา ชอบไปนอนในอ่างบัวของวัดเป็นประจำตั้งแต่ตัวยังเล็กๆ ทั้งที่พ่อก็บ่นว่าแตกไปแล้ว 1 อ่าง แต่เจ้าชาย ก็ยังกระโดดขึ้นไปนอนแช่น้ำเป็นประจำจนตอนนี้ตัวใหญ่เต็มอ่าง สุดท้ายพ่อเจ้าชายยังไม่พลาดอัพเดทคลิปให้เหล่าเอฟซีได้ชมกันว่าสุดท้ายแล้ว อ่างก็แตกจนได้ เจ้าชายหน้าเศร้า พ่อต้องไปซื้ออ่างมาคืนหลวงพี่อีกแล้ว ฮ่าๆๆ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหมือนตายทั้งเป็น! แม่ ‘น้องปลื้ม’ เหยื่อรุ่นพี่โหดซ้อมดับ​ ร้องขอความเป็นธรรม​คดียังไม่คืบ

Posted on March 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642468

เหมือนตายทั้งเป็น! แม่ 'น้องปลื้ม' เหยื่อรุ่นพี่โหดซ้อมดับ​ ร้องขอความเป็นธรรม​คดียังไม่คืบ

วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.03 น.

แม่ ‘น้องปลื้ม’ ร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกชายถูกรุ่นพี่รับน้องโหดเสียชีวิต แต่คดียังไม่คืบ เผยทั้งน้ำตาหลังสูญเสียลูกชายก็ใช้ชีวิตอยู่เหมือนตายทั้งเป็นบางวันแทบไม่อยากลืมตา วอนผู้เกี่ยวข้องช่วยติดตามเร่งรัดคดี

19 มี.ค.65 นางมนัสนันท์ ตามกลาง อายุ 59 ปี  ชาวอำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังจาก นายวีรพัฒน์ ตามกลาง หรือน้องปลื้ม ลูกชายคนเล็ก ซึ่งเป็นอดีตนักศึกษาอุเทนถวาย รุ่น 89  แผนกวิศวกรรมก่อสร้าง  ที่ถูกรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายหรือซ่อม เพราะไม่ยอมทำตามที่รุ่นพี่สั่ง ขณะเตรียมจัดงานรับน้อง  เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2564  จนอาการสาหัส  ถูกส่งรักษาตัวที่ รพ.นาน 8  วัน ก่อนจะเสียชีวิต เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2564 จนถึงขณะนี้เวลาผ่านมานานเกือบ 1 ปีแล้ว แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือทางสถาบันไม่เคยแจ้งอะไรให้ตนเองทราบเลย ต้องให้ลูกชายคนโต และทนายความไปสอบถามและติดตามเรื่องเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ให้คำตอบเพียงว่าอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ  แต่เท่าที่ทราบจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการสรุปสำนวนส่งอัยการเลย จึงเกรงว่าเรื่องจะเงียบหายและไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากเรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ช่วยติดตามเร่งรัดคดี เพื่อให้ครอบครัวและลูกชายที่เสียชีวิตได้รับความเป็นธรรมด้วย   

นางมนัสนันท์ บอกว่า ลูกชายมีความใฝ่ฝันที่จะเข้าเรียนอุเทนถวาย แต่ส่วนตัวแม่ไม่เคยสนับสนุนหรืออยากให้ลูกเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เลย เพราะจะได้ยินข่าวรุ่นพี่ทำร้ายร่างกายรุ่นน้องบ่อย   แต่ลูกชายก็บอกว่าตนเองคงไม่เป็น 1 ในร้อยหรอกแม่ และเขาก็เคยบอกกับแม่ว่าอยากเป็นวิศวกร กระทั่งลูกได้เข้าเรียนที่อุเทนถวาย  ตามที่เขาใฝ่ฝัน เป็นเวลา 1 ปีกว่า ส่วนสาเหตุที่ลูกชายถูกรุ่นพี่ทำร้าย   เพราะลูกชายเคยผ่านการรับน้องมาแล้วตอนเข้าปี 1 แต่ที่ลูกชายถูกทำร้าย เพราะรุ่นพี่สั่งให้จัดเตรียมสถานที่ เพื่อทำกิจกรรมรับน้องที่จะเข้าใหม่ในคณะฯ  จึงถูกทำร้ายหรือซ่อมจนเสียชีวิต   ในฐานะคนเป็นแม่เสียใจมาก  หลังจากสูญเสียลูกชายก็ต้องใช้ชีวิตอยู่เหมือนตายทั้งเป็น  บางวันแทบไม่อยากลืมตา แต่ก็ต้องทำใจให้เข้มแข็งเพราะยังมีลูกอีกคนที่ต้องดูแล แต่สิ่งที่ทำให้ลูกได้คือจะตื่นมาตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้ลูกทุกเช้า    แต่ยอมรับว่าทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชายก็จะอดร้องไห้ไม่ได้ ยิ่งมาเห็นข่าว นศ.ที่นครราชสีมา เสียชีวิตเพราะการรับน้องอีก ก็ยิ่งเหมือนตอกย้ำความรู้สึกที่ตนเองต้องสูญเสียลูกชาย   และไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้ต้องเกิดกับครอบครัวใครอีก 
สิ่งที่อยากได้ที่สุดตอนนี้คือ อยากให้รุ่นพี่ที่ทำร้ายลูกชายจนเสียชีวิตได้รับโทษตามกฎหมาย ไม่ได้อยากได้เงินทองเพราะมันไม่สามารถแลกกับสิ่งที่ตนเองสูญเสียได้ แต่พอเวลาผ่านไปนานเกือบ 1 ปีคดีกลับไม่มีอะไรคืบหน้า จึงเริ่มไม่มีความมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ตอนนี้ก็ 50/50 ไม่รู้จะมีวันนั้นหรือไม่. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลูกอยากกินชาบูฉลองวันเกิด แต่พ่อเงินไม่พอ เจ้าของร้านใจดีให้กินฟรี ทำพนักงานน้ำตาแตก!

Posted on March 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642459

ลูกอยากกินชาบูฉลองวันเกิด แต่พ่อเงินไม่พอ เจ้าของร้านใจดีให้กินฟรี ทำพนักงานน้ำตาแตก!

วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565, 16.43 น.

วันที่ 19 มีนาคม 2565 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวประทับใจกรณีที่เกิดขึ้นในร้านชาบู เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Panumas B. Sroitong เจ้าของร้านฮาโหลชาบู ได้เล่าเรื่องราวสุดซึ้งของพ่อลูกคู่หนึ่ง ระบุว่า

“เคยดูแต่ละครคุณ​ธรรมในเฟสบุ๊ค​ ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในชีวิตจริงของเรา

2 คนพ่อลูกจะมากินชาบู​ที่ร้าน​ แต่พ่อเงินไม่พอ​ และน้องส่วนสูงถึงราคาเด็ก​ เลยบอกให้ลูกนั่งกิน​ เดี๋ยวพ่อจะไปนั่งรอหน้าร้าน​ แต่ลูกก็อยากกินมาก​ นั่งตกลงกันสักพักใหญ่​ ลูกยอมตัดใจไม่กิน​ กำลังพากันลุกออกจากร้าน​ พ่อบอกกับลูกว่า​ เดี๋ยวไปฉลองวันเกิดข้างนอกก็ได้

พอดีน้องพนักงานวิ่งมาบอกเราทัน​ เลยบอกให้พ่อกับน้องนั่งกินได้้เลย​ ระหว่างที่นั่งกินเราก็แอบมองอยู่เรื่อยๆ​ พ่อคอยป้อนน้องตลอด​ เป่าให้ลูก​ ป้อนลูกตลอดเวลาเลย​ พ่อน่ารักมากๆ​

เห็นว่าวันนี้วันเกิด​น้อง​ เลยให้เด็กในร้านไปซื้อเค้กที่เซเว่นมาให้น้อง​และไม่ได้คิดเงินค่าอาหาร พ่อน้องร้องไห้​ แล้วพูดกับพนักงานว่า ถ้าแม่น้องเบลล่าอยู่​คงดีกว่านี้้​ แล้วก็ขอบคุณ​ เลยบอกกับพ่อน้องไว้ว่าวันเกิดคุณพ่อให้พาน้องมาอีกนะ​

พนักงานนี่พากันร้องไห้น้ำตาแตกเลยจ้าาา​ เห็น2พ่อลูกออกจากร้านไปอย่างมีความสุข​ เราเองก็มีความสุขมากๆเหมือนกัน

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็ได้มีผู้เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์อย่างต่อเนื่อง โดยใหญ่ชื่นชมความใจดีของเจ้าของร้านและพนักงาน รวมถึงซาบซึ้งในความรักของพ่อที่มีแต่ลูก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไรเดอร์สุดทน! ลูกค้าสั่งอาหารไม่ยอมโอนเงิน แปะกระดาษหน้าบ้าน

Posted on March 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/642453

ไรเดอร์สุดทน! ลูกค้าสั่งอาหารไม่ยอมโอนเงิน แปะกระดาษหน้าบ้าน

วันเสาร์ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2565, 16.33 น.

19 มี.ค.65 เฟซบุ๊ก “ชื่อ’ กาย กิตติธร แสงสุข” ไรเดอร์ส่งอาหาร ได้โพสต์ขอความ หลังจากเจอลูกค้าสั่งของ แล้วไม่ยอมโอนเงินให้ โดยหนุ่มทนไม่ไหว ติดป้ายประกาศหน้าบ้านลูกค้ารายดังกล่าวระบุว่า “หนักเลย ระวังนะ ใครส่งของฝั่งริมคลองท่าใหญ่ ใช้ให้ตั้ง แต่ไม่มีปัญญาโอน หนักเลยกุ เบี้ยไม่ใช่อีมากนิ แต่อยากให้อายคน เกลียดแรง… ความรับผิดชอบไม่มี แล้วสั่ง เปรต” 

โดยข้อความในกระดาษระบุว่า “พี่ครับเมื่อไหร่จะโอนค่าสินค้าครับ บอกเดี๋ยวโอนให้ ผ่านมาเป็นวันแล้วครับ เงินแค่ 249 บาท มันคงไม่หนักหนากับพี่นะครับ แต่ผมเดือดร้อนบอกจะโอนให้ ผมก็ตั้งไว้ให้ แต่ก็ไม่โอน ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องบอกว่าจะโอน อย่างสร้างความลำบากใจให้พนักงานเลย ยิ่งสถานะการณ์ช่วงนี้ ทุกบาทมันสำคัญหมดครับ”

ทั้งนี้ ผู้ที่สั่งอาหารดังกล่าวไม่ใช่เจ้าของบ้าน . -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,274,239 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ประทานรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
‘ไปด์-มาก่อน’กามิกาเซ่ เฮลั่น!! คว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยม
‘ใบเตย’รับห่วงสุขภาพ‘แมน’ ลุยงาน‘มวยไทย Battle ศึกค่ายชนค่าย’
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
จากละครและภาพยนตร์สุดโด่งดังในอดีต! สู่ละครเวที ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’
Bid to protect smaller parties in proposed primary voting system
Philippine police kill 32 in 'shock and awe' drug raids
Govt opens ‘order’ centres
Huawei predicts rapid 5G rollout, home robot adoption, “super sight”, increasing augmented creativit
First police conviction in Philippine drug war killing

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d