Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

รวมพลคนปีขาล! งานประเพณีไหว้’พระธาตุช่อแฮ’เมืองแพร่ แห่ตุงหลวงสุดงดงามตระการตา

Posted on March 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640915

รวมพลคนปีขาล! งานประเพณีไหว้'พระธาตุช่อแฮ'เมืองแพร่ แห่ตุงหลวงสุดงดงามตระการตา

วันเสาร์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.58 น.

งดงามตระการตา!! งานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่ แห่ตุงหลวง ประจำปี 2565 รวมพลคนปีขาล สืบสานตำนานพระธาตุช่อแฮ

เมื่อวันที่ 11 มี.ต.65 เวลา 15.30 น.ที่ผ่านมา จังหวัดแพร่ และประชาชนชาวแพร่ ได้จัดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ซึ่งเป็นงานบุญที่อย่างยิ่งใหญ่ของจังหวัด เนื่องจากวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่และภาคเหนือ เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีเสือ (ปีขาล) บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระธาตุ 1,000 ปี และนี้ปีขาลได้เวียนมาอีกครั้งหนึ่ง 

จังหวัดแพร่โดยการนำของพระโกศัยเจติยารักษ์ รองเจ้าคณะจังหวัดแพร่ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง และนายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และประชาชน 8 อำเภอของ จ.แพร่ ได้ร่วมกันจัดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง ประจำปี 2565 รวมพลคนปีขาล สืบสานตำนานพระธาตุช่อแฮ ในงานมีขบวนแห่เครื่องสักการะองค์พระธาตุ เครื่องกังสดาล สุ่มหมาก สุ่มพลู หมากเบ็ง ต้นผึ้ง ต้นดอก ดอกไม้เงิน ดอกไม้คำ และน้ำผึ้ง

ขบวนผ้าห่มองค์พระธาตุ 12 ราศี ตามด้วยขบวนช้างเจ้าหลวงเมืองแพร่ 5 เชือก ดังนี้ ช้างเชือกที่ 1.นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่และนางวันทนา พ่วงบางโพ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแพร่ ช้างเชือกที่ 2.นายประยูร กิ่งไทร ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแพร่ – ช้างเชือกที่ 3.พันเอกจักรชัย สำเภา ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 12 ช้างเชือกที่ 4.พันตำรวจเอกสิทธิชัย ไกรแสง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ช้างเชือกที่ 5.นายเสรี ทรงศักดิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ 

ติดตามด้วยขบวนเครื่องสักการะและของดีอ.เมืองแพร่ นำโดยนายสมศักดิ์ สุขประเสริฐ นายอำเภอเมืองแพร่ ขบวนเทศบาลเมืองแพร่ ขบวนเทศบาลตำบลช่อแฮ ขบวนปฐมตำนานขุนลั๊วะอ้ายก้อมวันทากราบน้อม บูชาพุทธองค์ และขบวนตุงจัยที่ยาวที่สุดในโลก และคณะฟ้อนกลองอืด โดยคณะแม่ครูสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจแพร่ ฟ้อนไหว้สาองค์พระธาตุช่อแฮ ของนักเรียนโรงเรียนนารีรัตน์ จ.แพร่

เวลา 16.30 น.พิธีเปิดงานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวง โดยนายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราราชการจ.แพร่ โดยมีสิบเอกหญิงกรวรรณ สุมมาตย์ วัฒนธรรมจ.แพร่ กล่าวรายงาน จากนั้นประธานได้คล้องมาลัยดอกดาวเรืองสักการะเสือครูบา และพระโกศัยเจติยารักษ์ รองเจ้าคณะจ.แพร่ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง ประธานฝ่ายสงฆ์ชักตุงชัยขึ้นถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเครื่องสักการะแบบโบราณล้านนาพื้นเมือง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่และคณะ และประเคนผ้าห่มพระธาตุและแผ่นทองจังโกแด่องค์พระธาตุช่อแฮ พร้อมการแสดงตีกลองจา และฟ้อนกลองอืดเมืองแพร่ 

โดยนายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า งานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่แห่ตุงหลวงจะมีไปถึงวันที่ 17 มี.ค.65 และมีขบวนแห่แต่ละแต่ละวัน ภายใต้สถานการณ์ การแพร่ระบาดโควิด-19 ได้กำหนดจัดแบ่งการเดินขบวนออกเป็น 5 วัน แบบ Social Distancing ลดการสัมผัสใกล้ชิด และเพื่อลดการแพร่กระจายของโรคในแต่ละวัน ผู้ร่วมเดินขบวนต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม 

เช่น วันที่ 12 มี.ค.ขบวนแห่อ.ลอง วันที่ 13 มี.ค.ขบวนแห่ อ.หนองม่วงไข่และอ.วังชิ้น วันที่ 14 มี.ค.ขบวนแห่ อ.สองและอ.ร้องกวาง วันที่ 15 มี.ค.ขบวนแห่อ.สูงเม่นและอ.เด่นชัย ซึ่งสามารถติดตามรับชมได้ทั้งแบบ Onsite และ Online ผ่านการ Live สดผ่าน Facebook : วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง และสมาคมคนแพร่ โดยรูปแบบขบวนในแต่ละวันนั้นดำเนินการภายใต้แนวคิดประวัติความเป็นมาของวัดพระธาตุช่อแฮ ตั้งแต่อดีต-ปัจจุบัน พร้อมนี้มีมโหรสพสมโภชตลอดงาน – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ทางออก‘แก้จนคนไทย’(1) ค้นหา-ช่วยเหลือ-เสริมพลัง

Posted on March 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640847

สกู๊ปแนวหน้า :  ทางออก‘แก้จนคนไทย’(1)  ค้นหา-ช่วยเหลือ-เสริมพลัง

วันเสาร์ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“เรารีวิวทั่วโลก โมเดลของจีน ของต่างประเทศ รวมถึงบริบทไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom) ของไทยว่าเราจะทำอะไรกับคนจน เราค้นพบอย่างนี้ คำถามเราต้องตอบให้ได้ คนจนอยู่ที่ไหน ระดับพื้นที่ ไม่ใช่คนจนที่ลอยอยู่บนระบบข้อมูลของรัฐเท่านั้น โดยเฉพาะคนจนที่เป็น 10% ล่างสุด คือคนจนดักดานหรือจนซ้ำซาก 20 ปีเขาก็จน เราต้องหาให้เจอ หาให้เจอด้วยกระบวนการวิจัย ด้วยกระบวนการความร่วมมือ แล้วความช่วยเหลือจะไปได้อย่างไรถ้าเราจะแต่ปัญหา ความช่วยเหลือต้องไปโดยฐานทุนของเขา

ประเทศไทยเราคิดโดยเอาปัญหาเป็นฐาน (Problem Base) มานาน อะไรก็หาความต้องการจริง (Real Need) หาปัญหาจริง (Real Problem) เขามีปัญหาอะไรเราก็ไปแก้ปัญหาให้เขา เขาไม่สามารถลุกขึ้นมายืนได้ด้วยตัวเองสักทีเราจะไปแก้ปัญหาเรื่องการเกษตร เขาไม่มีน้ำ ไม่มีที่ดิน ไม่มีที่อยู่ จบแล้ว! เราก็ไปยุ่งกับการจัดการการใช้ประโยชน์ที่ดินมา 20 ปี ยุ่งกับการแก้ปัญหากฎหมายมา 20 ปีถามจริงๆ ประเทศไทยมูฟไปเพราะการแก้ไขกฎหมายสักแค่ไหน? การปฏิรูปกฎหมาย ยิ่งปฏิรูปกฎหมายยิ่งเพิ่มขึ้น อันนี้เราทราบกันดี

ฉะนั้นการทำระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการเติบโตของพื้นที่ นั่นคือคำตอบ พอเราไปช่วยแล้วเกิดความยั่งยืน เราวัดกันที่ผลการเรียนรู้ (Learning Outcome) ของคนในพื้นที่ เราไม่ได้วัดกันที่การเติบโต (Growth) อย่างเดียว เราวัดกันที่ขีดความสามารถ การเรียนรู้ของเขาดีขึ้นแค่ไหน อันนี้เป็นการทำให้เขาเป็นเจ้าของความจน แล้วความยั่งยืนที่ว่ามันคือการเรียนรู้ของเขา ที่จะรับมือ ที่จะฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจ จากวิกฤตการณ์ต่างๆ ให้ได้”

กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กล่าวในการแถลงข่าว “บพท. : พลังความรู้ พัฒนาคน พัฒนาพื้นที่” เมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค. 2565 ถึง “ทางออกของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาความยากจน” ซึ่งอย่างแรกที่ต้องทำคือ 1.ตามหาคนจนให้พบ จึงเป็นที่มาของ “ระบบค้นหาและสอบทานคนจนในพื้นที่ โดยใช้ระบบบริหารจัดการข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (TP Map) เป็นฐาน” เพื่อนำมาวิเคราะห์ให้เห็นว่าคนจนอยู่ในพื้นที่แบบไหน ตกหล่นจากการสำรวจมากน้อยเพียงใด

แม้ที่ผ่านมามีการสำรวจข้อมูลเกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว ทั้งที่ทำโดยภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม รวมถึงชุมชนทำกันเอง แต่เมื่อ “สถาบันการศึกษา” แสดงบทบาทเป็น “พื้นที่กลาง” ให้ชุมชนเกิดความสบายใจ ผู้คนก็จะมาร่วมกันค้นหา ทั้งนี้ จากข้อมูล TP Map ปี 2562 พบคนจนใน 20 จังหวัดนำร่อง 242,214 คน แต่หลังจากตามหากันอย่างจริงจัง ปัจจุบันพบคนจนในพื้นที่ดังกล่าวถึง 824,806 คน

“สิ่งที่ค้นพบน่ากลัวมาก คือมีคนจนตกหล่น แน่นอนมันต้องมีอยู่แล้ว ว่าใครไม่ได้ เราเจอครัวเรือนที่มีลูกสาว 3 คน ไม่มีสตางค์ซื้อผ้าอนามัย เราเจอคนจนที่ยาสีฟัน 1 หลอดใช้ได้ 2 ปี แล้วคนจนแบบนี้เชื่อไหมว่าคนที่อยู่บ้านข้างเคียงยังไม่รู้เลยว่ามีคนจนอย่างนี้ในหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นการทำระบบค้นหาและสอบทานคือคำตอบ” ผอ.บพท. ระบุ

เมื่อตามหาคนจนพบ สิ่งที่ต้องทำต่อไป 2.คนจนเหล่านั้นมีต้นทุนอะไรในชีวิต ด้านหนึ่ง การตามหาคนจนทำให้เกิด “ระบบข้อมูลครัวเรือนยากจนเพื่อการวิเคราะห์ และส่งต่อการให้ความช่วยเหลือ (PPP Connext)” เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกภาครัฐเข้าให้ความช่วยเหลือ อาทิ กระทรวงการคลัง ในด้านการเข้าถึงบริการของรัฐ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)-พอช. ในด้านสภาพความเป็นอยู่, กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในด้านการศึกษา, มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในด้านสุขภาพ เป็นต้น

แต่อีกด้านหนึ่ง ข้อมูลจะถูกนำมาวิเคราะห์ว่าคนจนแต่ละคนมีต้นทุนอะไรที่สามารถนำมาใช้ผลักดันให้หลุดพ้นจากความยากจนได้บ้าง เช่น บางคนมีการศึกษาน้อยแต่มีพรรคพวกหรือเครือข่ายมาก หรือบางคนไม่มีทั้งการศึกษาและเครือข่ายแต่ก็ยังมีฐานทรัพยากร ทั้งนี้ ในการส่งต่อความช่วยเหลือ ในระดับพื้นที่นั้นเป็นงบประมาณที่ท้องถิ่นมีและใช้อยู่แล้ว ไม่ใช่งบประมาณจากโครงการวิจัย แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีการสนับสนุนจากภาคประชาสังคม เช่น วัด บ้าน โรงเรียน วิสาหกิจชุมชน

ทั้งนี้ แม้ไทยไม่สามารถทำได้แบบประเทศจีน ที่การแก้จน 1 พื้นที่ ใช้งบประมาณ 30 ล้านหยวน หรือราว 150 ล้านบาท อีกทั้งระดมสรรพกำลังไปดำเนินการแบบประกบตัวต่อตัว เช่น 1 เจ้าหน้าที่รัฐ 1 ครัวเรือนยากจน แต่ไทยนั้นมีพลังแฝงอยู่มาก และ 3.ทำให้เกิดความยั่งยืน คำถามสำคัญในเรื่องนี้คือ จะนำคนจนเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของการผลิตในพื้นที่ได้อย่างไร

“ปีนี้ (2565) เราจะทำยุทธศาสตร์แก้จน ทำให้ดูเป็นตัวอย่างว่า เราจะมีอำเภอ มีพื้นที่หนึ่งซึ่งเคลียร์คนจนได้ทั้งอำเภอทั้งตำบล เพื่อทำให้เห็นพลวัตของการแก้ปัญหาความยากจนที่เป็นวงรอบ ก็ช่วยภาวนาให้เราด้วย ให้เราสำเร็จ ถ้าเราสำเร็จมันก็จะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เราต้องทำให้คนลุกขึ้นมาไม่บ่น ต้องลุกขึ้นมาบอกว่าพรุ่งนี้เราจะทำอะไร แทนที่จะลุกขึ้นมาแล้วบอกว่าวันนี้มีปัญหาเรื่องใด”กิตติ กล่าว

ด้าน แมน ปุโรทกานนท์ หัวหน้าแผนงานการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำ กล่าวเสริมว่า จุดตั้งต้นของการตามหาคนจนคือการใช้ฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้ว แต่เป็นการสอบทานโดยอาศัยความร่วมมือจากผู้นำในพื้นที่ ทั้งที่เป็นผู้นำแบบทางการและไม่ทางการ เพื่อลดปัญหาคนจนตกหล่นจากการสำรวจ โดยมีสถาบันการศึกษาในฐานะคนกลาง ส่งต่อข้อมูลที่มาจากการทำความเข้าใจปัญหาความยากจนแบบเชิงลึก ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประสานความช่วยหลือด้านต่างๆ

แต่ความท้าทายของ บพท. ในปี2565 นี้ คือเมื่อตามหาคนจนพบ และประสานความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว จะทำอย่างไรให้คนเหล่านี้หลุดพ้นจากความยากจน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ1.กลุ่มพึ่งพิง ซึ่งจะเข้าสู่ระบบสวัสดิการของรัฐ 2.กลุ่มอาชีพหลากหลาย ต้องมีแพลตฟอร์มประสานอาชีพกับความต้องการและทักษะที่เหมาะสม และ 3.กลุ่มผู้ประกอบการ ซึ่งจะเชื่อมโยงกับกิจการเพื่อสังคมและภาคเอกชน

“การแก้จนระดับพื้นที่ เราจะทำให้การแก้จนหลุดพ้นได้ที่อำเภอ มี 9 อำเภอจะเข้ามาในกระบวนการทำเรื่องคลัสเตอร์สมุนไพร ส่งเสริมในรูปนั้น ส่วนทั้งหมดนั้นงานในระดับพื้นที่ก็จะเชื่อมโยงกับนโยบายที่เราไปเชื่อมโยงอยู่ 4-5 เรื่องด้วยกัน จะมีการริเริ่มเรื่องการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อมใน 2 จังหวัด ริเริ่มทำเรื่องการคุ้มครองทางสังคม (Social Protection) 4 จังหวัด ที่สำคัญคือเราจะริเริ่มเรื่องของการเงินเพื่อคนจน เพื่อที่จะทำให้แพลตฟอร์มที่มันเหมาะสมกับการทำงานของเขาเอง

ทั้งหมดนี้ประกอบด้วยเงื่อนไขที่จำเป็นต้องทำให้เกิดขึ้น ก็คือการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจท้องถิ่น (Local Economy) ในระดับพื้นที่ เราต้องไม่ละเลยในการเชื่อมต่อกับห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผ่านการทำงานที่ผ่านบทบาทของสถาบันวิชาการช่วยสนับสนุน หลายพื้นที่ในระดับพื้นที่เรามีท่านนายอำเภอ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการเครือข่าย (Network Manager) ช่วยกับเรา” แมน กล่าว

สำหรับ 20 จังหวัดนำร่องที่ บพท. เข้าไปทำงานกับกลไกในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ประกอบด้วย10 จังหวัดในปี 2563 ได้แก่ ปัตตานี อำนาจเจริญ แม่ฮ่องสอนชัยนาท สุรินทร์ ยโสธร ศรีสะเกษ สกลนคร มุกดาหารและกาฬสินธุ์ และ 10 จังหวัด ในปี 2564 ได้แก่ บุรีรัมย์ นราธิวาส อุบลราชธานี ลำปาง พัทลุง นครราชสีมา ร้อยเอ็ดพิษณุโลก เลยและยะลา

ในตอนแรกนี้ได้กล่าวถึง 3 เรื่องที่ต้องทำเพื่อแก้ปัญหาความยากจนไปแล้ว ส่วนในตอนหน้า ซึ่งว่าด้วยคำว่า “เศรษฐกิจฐานราก” ที่ต้องถูกตีความใหม่ให้ตอบโจทย์คนเล็กคนน้อยมากขึ้น รวมถึง “ทุนทางวัฒนธรรม” ทรัพยากรที่สังคมไทยมีอยู่มาก แต่ยังถูกนำมาใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตค่อนข้างน้อย..โปรดติดตาม!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าหนู 10 ขวบโชว์ทักษะขับรถไถอย่างมืออาชีพ ใช้เวลาว่างช่วยพ่อทำงาน

Posted on March 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640902

เจ้าหนู 10 ขวบโชว์ทักษะขับรถไถอย่างมืออาชีพ ใช้เวลาว่างช่วยพ่อทำงาน

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 22.10 น.

สุดทึ่ง!เด็กชาย 10 ขวบ โชว์ทักษะขับรถไถอย่างมืออาชีพ เผยใช้เวลาว่างช่วยพ่อตัดหญ้า-ทำสวน

วันที่ 11 มี.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเรื่องราวน่าทึ่งของเด็กชายคนหนึ่งในพื้นที่ตำบลบางศาลา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สามารถขับรถไถเพื่อการเกษตรอย่างคล่องแคล่ว มีความชำนาญ สามารถควบคุมรถ บังคับรถไม่แพ้ผู้ใหญ่ จึงเดินทางตรวจสอบพบ ด.ช.สกลวิชญ์ หรือ น้องไนท์ หนูนุ่น อายุ 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.4 โรงเรียนวัดบางไทร ต.บางศาลา  อ.ปากพนัง กำลังนำรถไถของพ่อออกปรับพื้นถนนริมทางเข้าบ้านอย่างชำนาญ โดยมีนายศรีวิทย์ หนูนุ่น อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 64/2 หมู่ 1 ต.บางศาลา อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะที่ชาวบ้านที่ผ่านมาต่างชื่นชมความสามารถ แต่ก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย

โดย ด.ช.สกลวิชญ์ หรือน้องไนท์ มักใช้เวลาว่างจากการเรียนหนังสือติดตามพ่อเข้าสวนบ่อยครั้ง และมักจะขออนุญาตพ่อเรียนขับรถทุกครั้งไป โดยเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่อายุ 7 ขวบจนปัจจุบัน สามารถขับรถไถออกช่วยตัดหญ้าในสวนปาล์มน้ำมันอย่างชำนาญ และยังขับรถกระบะได้เช่นกัน

นายศรีวิทย์ หนูนุ่น อายุ 52 ปี ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า ตนมีลูก 2 คน คนโตผู้หญิงอายุ 20 ปี ส่วนคนเล็กเป็นชายอายุ 10 ขวบ นิสัยต่างกันสิ้นเชิง ลูกชายคนเล็กจะชอบขับรถมาตั้งแต่ 7 ขวบ มักจะอ้อนให้ตนสอนขับรถให้ ตนก็สอนให้และเริ่มขับเป็นมีความชำนาญและคล่องแคล่วจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ไม่เคยปล่อยให้ลูกขับรถเพียงลำพัง เนื่องจากเกรงจะได้รับอันตราย แม้จะรู้ว่าเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ แต่เห็นความตั้งใจของลูก ตนจึงให้การสนับสนุนเรื่อยมา จนปัจจุบันสามารถช่วยงานสวน นำรถไถออกตัดหญ้าได้อย่างคล่องและชำนาญ

ด.ช.สกลวิชญ์ หรือน้องไนท์ เล่าว่า ส่วนตัวเป็นคนชอบขับรถอยู่แล้ว จะขับรถไถไปสวนกับพ่อทุกครั้งทั้งช่วยใส่ปุ๋ยตัดหญ้า โดยเรียนรู้จากพ่อตอนไปทำสวนตั้งอายุ 7 ขวบ พ่อจะย้ำเสมออย่าขับรถเร็ว ตอนนี้สามารถช่วยพ่อตัดหญ้าได้ และขับรถกระบะได้ด้วย ปัจจุบันมีความมั่นใจมากขึ้น ช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวสอบถามโตขึ้นอยากทำอาชีพอะไร ดช.สกลวิชญ์ หรือน้องไนท์ บอกว่าความฝันในอนาคตอยากเป็นนักฟุตบอล -001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เอ๊ะยังไง! หนุ่มตั้งข้อสงสัย เสียค่าปรับโอนเข้าบัญชีส่วนตัวได้หรือ!?

Posted on March 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640899

เอ๊ะยังไง! หนุ่มตั้งข้อสงสัย เสียค่าปรับโอนเข้าบัญชีส่วนตัวได้หรือ!?

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 21.14 น.

หนุ่มตั้งคำถาม! ตำรวจให้เสียค่าปรับผ่านการโอนเข้าบัญชีส่วนตัว พร้อมยืนข้อเสนอเปลี่ยนการตั้งข้อหา ลดค่าปรับ แต่ต้องจ่ายค่าปรับหน้าด้านเท่านั้น

11 มี.ค.65 เฟซบุ๊ก “Got Tries” ได้โพสต์ภาพใบเสร็จจากการเสียค่าปรับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งมนต์ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์  และสลิปการโอนเงินเสียค่าปรับ ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุข้อความว่า “คุณคิดเห็นอย่างไรกับการโอนจ่ายค่าปรับไปที่ บัญชี ส่วนตัวตำรวจนายหนึ่ง” หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็ได้มีผู้คนเข้ามาแชร์ และแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก และเกิดคำถามขึ้นมามากมายว่า สามารถทำแบบนี้ได้จริงหรือไม่? 

นายปฏิภาณ ส่งเสริม ผู้โพสต์รายดังกล่าว เล่าให้ทีมข่าวฯฟังว่า ตนตั้งข้อสงสัยว่าตอนที่ตนโอนเงินเสียค่าปรับนั้น ทำไมชื่อบัญชีนั้นไม่ใช่ของส่วนกลาง หรือของสำนักงานตำรวจ แต่เป็นชื่อบัญชีส่วนตัว ซึ่งตนก็ไม่มั่นใจว่าชื่อปรายทางนั้น เป็นชื่อของตำรวจ หรือเป็นชื่อของบุคคลอื่น เพราะตนดูสลิปการโอน ชื่อบัญชีปลายทาง ไม่ตรงกับชื่อตำรวจที่แสดงอยู่ในใบเสร็จที่ตนเสียค่าปรับ ตนก็ก็เลยเกิดข้อสงสัยว่า แบบนี้ทำได้จริงหรือ จึงได้โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก เผื่ออยากจะมีผู้รู้ให้คำตอบได้ หลังจากนั้น มีเพื่อนในเฟซบุ๊กเข้ามาคอมเม้นว่าเขาก็เคยโอนจ่ายเหมือนกัน แต่ชื่อบัญชีปรายทางนั้นเป็นชื่อ Royal Thai Police – Police Ticket ซึ่งเป็นของสำนักงานตำรวจ ตนก็เลยเกิดข้อสงสัยว่า ถ้าตนเสียค่าปรับผ่านบัญชีส่วนกลางก็ทำได้ แต่ทำไมที่ตนโอนนั้นเป็นชื่อบัญชีส่วนบุคคล

ด้านนายปฏิภาณ เล่าอีกว่า ตอนที่ตนนั้นขับรถเข้าไปที่ด่าน ตนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา ขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนด พอตนเดินลงไปที่โต๊ะเพื่อจะเสียค่าปรับ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งถามตนว่า จะเสียค่าปรับตรงนี้ หรือ จะให้ออกใบสั่งแล้วไปเสียค่าปรับทีหลัง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยืนข้อเสนอมาว่า ถ้าจะเสียค่าปรับตรงนี้เลย สามารถเป็นข้อหาได้ ซึ่งถ้าเป็นข้อกล่าวหาขับรถเกินความเร็วที่กำหนด จะเสียค่าปรับอยู่ที่ 500 บาท แต่ถ้าตนเสียค่าปรับเลย และเปลี่ยนข้อหาเป็นไม่มีสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถ เพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ทันทีในขณะขับรถ ตนจะต้องเสียเพียง 400 บาท ก็เลยเป็นแรงจูงใจที่ทำให้ตนยอมจ่าย เพื่อจะได้เสียค่าปรับน้อยลง

ทั้งนี้ นายปฏิภาณ ยังนำเอกสารที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งมนต์ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ตั้งข้อกล่าวหาครั้งแรกให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมคลิปจากกล้องหน้ารถที่มีเสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งข้อกล่าวหา ก่อนที่ตนจะลงไปเสียค่าปรับ และกลายเป็นการเปลี่ยนข้อกล่าวหา

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้ไปสอบถามข้อมูลเรื่องช่องทางการชำระค่าปรับใบสั่งจราจรจากเจ้าตำรวจ สภ. เมืองสุรินทร์ ก็ทราบว่า จากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดกฎระเบียบของช่องทางการชำระค่าปรับใบสั่งจราจรนั้นมีทั้งหมด 6 ช่องทางด้วยกัน ถ้าประชาชนไม่สะดวกเสียค่าปรับที่ด่าน หรือเดินทางมาที่ สภ. ได้ คือ 1.สาขาธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ 2.NEXT ( Mobile Banking ) 3.ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ 4.ตู้บุญ 5.ร้านค้าที่มีสัญญาลักษณ์ Cen Pay ทั่วประเทศ ( อาทิ Top Family Mart ฯลฯ ) และ ไปรษณีไทยทั่วประเทศ. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การฝึกสมาธิสามารถทำได้ทั้งในท่านั่ง ท่ายืน ท่าเดิน ท่านอน : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

Posted on March 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640871

การฝึกสมาธิสามารถทำได้ทั้งในท่านั่ง ท่ายืน ท่าเดิน ท่านอน : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.31 น.

การนั่งสมาธิ เรียกว่าวิธีนั่งสมาธิ ให้นั่งเอาขาขวาทับขาซ้ายขัดสมาธิ เอามือซ้ายวางลงที่ตัก เอามือขวาวางทับ ให้หัวแม่มือจรดกันเบาๆ อย่าให้กด ตั้งกายให้ตรง คือนั่งให้รู้สึกว่ากายตรงให้เป็นที่สบาย อย่าเกร็งกล้ามเนื้อหรือส่วนต่างๆ ของร่างกาย นั่งพอพยุงกายให้ตรงอยู่ อย่าให้เอียงซ้าย เอียงขวา อย่าก้มนัก อย่าเงยนัก ลองนั่งให้ตรง สง่าผ่าเผยเหมือนพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิ อันนี้เป็นวิธีนั่ง

ต่อไปเป็นวิธีกำหนดจิตคือทำความรู้สึกที่จิตของตนเอง ความรู้สึกอยู่ที่ตรงไหน จิตของเราก็อยู่ที่ตรงนั้น เพื่อจะให้จิตมีฐานที่ตั้ง ให้กำหนดรู้ลมหายใจเข้า หายใจออก จะนึกพุทพร้อมลมเข้า โธพร้อมลมออกก็ได้ หรือใครจะไม่นึกอะไร เพียงแต่กำหนดรู้ลมหายใจซึ่งออกเข้าอยู่โดยธรรมชาติของการหายใจก็ได้ อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะเรียนให้รู้ธรรมชาติของร่างกาย ทำไมลมหายใจจึงชื่อว่าเป็นธรรมชาติของร่างกาย เพราะเหตุว่า เราจะตั้งใจก็ตาม ไม่ตั้งใจก็ตาม กายของเราก็หายใจอยู่โดยธรรมชาติ เพียงแต่เรากำหนดรู้ลมหายใจเฉยๆ อยู่ อย่าบังคับจิตให้สงบ แต่ประคองจิตให้รู้อยู่ที่ลมหายใจตลอดเวลา จิตของเราจะเป็นอย่างไร เราไม่คำนึงถึง คำนึงแต่ว่าจะรู้ที่ลมหายใจอย่างเดียว หายใจเข้ารู้ หายใจออกรู้ หายใจสั้นรู้ หายใจยาวรู้ เพียงแต่เอารู้ตัวเดียวกำหนดรู้อยู่ที่ตรงนี้

การกำหนดรู้ลมหายใจเป็นหลักสาธารณะทั่วไป และการปฏิบัติสมาธิก็เป็นหลักสาธารณะทั่วไป ไม่สังกัดในลัทธิและศาสนาใดๆ ทั้งสิ้น เพราะการฝึกสมาธินี้เราจะมาฝึกจิตของเราให้สามารถกำหนดรู้ธรรมชาติ การปฏิบัติธรรมหรือการเรียนธรรมก็คือเรียนให้รู้ธรรมชาติ วิชาการที่เราเรียนกันมาในศาสตร์ใดๆ ก็ตาม เป็นการเรียนรู้ธรรมชาติและกฎธรรมชาติทั้งนั้น การฝึกสมาธิไม่เฉพาะแต่เราจะมานั่งขัดสมาธิ หลับตากำหนดรู้ลมหายใจเพียงอย่างเดียว แม้ว่าเรามีสติรู้อยู่กับเรื่องชีวิตประจำวันทุกขณะจิต ทุกลมหายใจ ก็ชื่อว่าเป็นการฝึกสมาธิทั้งนั้น

แต่เพื่อจะให้มีวิธีการเข้มข้นเข้าไปหน่อย เราจึงมาฝึกกันแบบมีพิธีรีตองอย่างที่เรามาฝึกกันอยู่เวลานี้ นอกจากเราจะมากำหนดรู้ลมหายใจแล้ว เราอาจจะนึกพุทพร้อมลมเข้า โธพร้อมลมออกก็ได้ หรือเราจะท่องบริกรรมภาวนาอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น พุทโธ สัมมาอรหัง ยุบหนอ พองหนอก็ได้ หรือเราจะกำหนดรู้จิต คอยจ้องดูจิตของเรา เมื่อความคิดอะไรเกิดขึ้นให้มีสติกำหนดตามรู้ไปก็ได้ เป็นวิธีการฝึกสมาธิทั้งนั้น 

การฝึกสมาธิดังที่กล่าวมานี้ เราสามารถจะทำได้ทั้งในท่านั่ง ท่ายืน ท่าเดิน ท่านอน ใช้อารมณ์อย่างเดียวกันเพราะสมาธิเป็นกิริยาของจิต การปฏิบัติสมาธิเป็นกิริยาของจิต ไม่ใช่การยืน เดิน นั่ง นอน แต่การยืน เดิน นั่ง นอนเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถ เป็นการบริหารร่างกาย ว่าอย่างง่ายๆ ก็คือการออกกำลังกายนั้นเอง เพราะถ้าเรานั่งมากมันก็เมื่อยทรมานร่างกาย ต้องเปลี่ยนไปเดิน เดินมากทรมานก็เปลี่ยนเป็นยืน ยืนมากทรมานเปลี่ยนเป็นนอน เปลี่ยนอิริยาบถให้สม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความคล่องกาย

ในเมื่อกายของเราคล่อง แคล่วว่องไว จิตของเราก็คล่องแคล่วว่องไวขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นยืน เดิน นั่ง นอนจึงเป็นท่าประกอบเท่านั้น แต่สมาธิที่แน่ๆ ก็คือกิริยาของจิต ดังนั้น เราจะปฏิบัติสมาธิในท่าไหนได้ทั้งนั้น ยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด เพียงแค่มีสติสัมปชัญญะรู้พร้อมอยู่ ในขณะที่เราทำอะไรอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น เราทำสติตามรู้การยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด เป็นการเรียนให้รู้ธรรมชาติ ธรรมชาติของร่างกายย่อมมีการยืน เดิน นั่ง นอน รับประทาน ดื่ม ทำ พูด คิด นักปราชญ์ไม่ว่าในศาสนาใดๆ ท่านสอนมนุษย์ให้รู้จักความเป็นของตัวเองในเบื้องต้น ในเมื่อรู้จักความเป็น รู้จักธรรมชาติของตนเองได้ถ่องแท้แน่นอน การที่จะไปเรียนรู้ธรรมชาตินอกตัวเองนั้น จึงเป็นของไม่ยากนัก

เพราะฉะนั้นท่านจึงสอนให้เราเรียนให้รู้ธรรมชาติของตนเอง ธรรมชาติของร่างกายต้องมีการยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูดและคิด ธรรมชาติของจิตก็เป็นผู้มีหน้าที่คอยบังคับบัญชาสั่งให้ร่างกายทำอะไร และเป็นผู้รับผิดชอบในกิจการทั้งปวงเพราะตนเองเป็นนาย ตนเองเป็นผู้สั่งการ สั่งการลงไปแล้วย่อมมีการรับผิดชอบจึงจะสมศักดิ์ศรีของผู้เป็นนาย

ดังนั้น ในตัวของเรานี้ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว การปฏิบัติธรรมจึงอาศัยกายกับจิตทั้ง 2 อย่างเป็นของคู่กัน เป็นหลักของการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นวิธีการทั้งหลายนั้น เป็นแต่เพียงวิธีการสำหรับประกอบการปฏิบัติ แต่แท้ที่จริงสมาธิ สมาธิเป็นกิริยาของจิต

ในขณะนี้เรามานั่งกำหนดรู้ลมหายใจ เรามาเรียนรู้ธรรมชาติของลมหายใจ แต่เรารู้อยู่ เราก็จะรู้ว่าธรรมชาติของกายย่อมมีการหายใจอยู่เป็นปกติขาดไม่ได้ เมื่อเรามีสติกำหนดรู้อยู่ที่ลมหายใจ ลมหายใจยาวเราก็จะรู้ ลมหายใจสั้นเราก็จะรู้ ลมหายใจหยาบเรารู้ ลมหายใจละเอียดเรารู้ เอารู้ตัวเดียวเท่านั้น รู้นี่เป็นกิริยาของจิต ทุกคนมีจิตรู้กันทั้งนั้น ไม่เฉพาะแต่มนุษย์ สัตว์ก็มีจิตรู้ ทีนี้รู้ตัวนี้ไม่ได้สังกัดในลัทธิและศาสนาใดๆ ทั้งสิ้น

ดังนั้น ที่เรามาเรียนรู้ธรรมชาตินี้ เพื่อจะให้รู้ความจริงของกฎธรรมชาติ เมื่อรู้ความจริงของธรรมชาติแล้ว ก็ควรจะรู้ความจริงของกฎธรรมชาติด้วย กฎของธรรมชาติทั้งหลายนั้น ธรรมชาติอันนี้เป็นกายกับใจ สถานการณ์และสิ่งแวดล้อม ดิน ฟ้า อากาศ ซึ่งเรียกว่าจักรวาลทั้งสิ้นนี่แหละเรียกว่าธรรมชาติ ทีนี้กฎของธรรมชาติก็คือการเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลนี้ ตั้งแต่อนูปรมาณูจนกระทั่งมวลสารที่เกาะกลุ่มกันเป็นก้อนใหญ่โต เขาย่อมตกอยู่ในกฎของธรรมชาติคือมีความเปลี่ยนแปลง มีปรากฏการณ์ขึ้นในเบื้องต้น ทรงตัวอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ในที่สุดย่อมสลายตัว อันนี้เป็นหลักภาษาวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นหลักสาธารณะทั่วไป

ส่วนบทบัญญัติของภาษาอินเดีย ความเปลี่ยนแปลง เขาเรียกว่า อนิจจัง ความทนไม่ได้อยู่ตลอดกาลเขาเรียกว่าทุกขัง ความสลายตัว เขาเรียกว่า อนัตตา ภาษาไทยว่าไม่เที่ยง ทนอยู่ไม่ได้ตลอดกาล ไม่เป็นตัวของตัว อันนี้เป็นคำสมมติบัญญัติเท่านั้น แต่แล้วโลกทั้งโลกนี้ยอมรับว่าทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้น ทรงอยู่ สลายตัว เกิดขึ้น ทรงอยู่ สลายตัว อันนี้ภาษาโลกที่เขานิยมใช้กันโดยทั่วๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาในหลักวิทยาศาสตร์เขาใช้กัน แต่พวกอินเดีย เขาใช้คำว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่ไทยเรียกว่าเปลี่ยนแปลง ยักย้าย ทนอยู่กับที่ไม่ได้ ไม่เป็นตัวของตัวคือสลายตัวอยู่ตลอดเวลา

ที่เรามาฝึกหัดสมาธิ เพียงแค่กำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกเท่านั้น เมื่อเรามีสติปัญญาเกิดขึ้น เราจะรู้ว่าลมหายใจนี้มันก็เปลี่ยนแปลงมีออกมีเข้าอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นลมหายใจหยาบ ลมหายใจละเอียด เราก็รู้แต่ว่าลมหายใจมันเปลี่ยนจากหยาบเป็นละเอียด ละเอียดเป็นหยาบ แต่ในบางครั้งเมื่อจิตสงบเป็นสมาธิอย่างลึกซึ้งถึงขนาดกายหายไป ลมหายใจมันก็หายไปด้วยเพราะลมหายใจมันเป็นส่วนกายก็ยังเหลือแต่จิตสงบ นิ่ง เด่นรู้ สว่างอยู่ 

ใครภาวนาแบบไหนอย่างไรพอจิตสงบลงเป็นสมาธิแล้วก็นิ่ง สว่าง รู้ ตื่น เบิกบาน ใครทำก็ได้ ถ้าทำจริง ไม่เฉพาะแต่ชาวพุทธผู้นับถือ พระพุทธศาสนา คนในศาสนาอื่นทำก็ได้ คนไม่มีศาสนาทำก็ได้ ในเมื่อทำลงไปแล้ว จิต สงบ นิ่ง สว่าง รู้ ตื่น เบิกบาน ใครจะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่จะสมมติบัญญัติ รู้เป็นธรรมชาติของจิต จิตเป็นธาตุรู้ จิตมีสภาวะรู้สึก รู้นึก รู้คิด แต่ถ้าขาดสติสัมปชัญญะจะไม่รู้จักดี จักชั่ว ไม่รู้จักผิด ไม่รู้จักถูก เพราะสติสัมปชัญญะของเรายังอ่อน เราจึงมาฝึกสมาธิเพื่อให้สติเพิ่มพลังเข้มแข็งขึ้น จะได้กำหนดรู้สิ่งต่างๆ ให้รู้จริงตามกฎของธรรมชาติ

ทีนี้กฎธรรมชาติทั้งหลายเหล่านี้ที่มันเกี่ยวข้องกับเรา เมื่อเราไปยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวเป็นเราเป็นเขา เป็นของเราของเขา สิ่งที่เราถือว่าเป็นเราเป็นเขา เป็นของเราของเขานั้น เมื่อหากว่าสิ่งนั้นเป็นไปในทางที่เราไม่พอใจ เราก็เกิดทุกข์เพราะเราเอาความรู้สึกของเราไปขัดอยู่กับความเป็นไปของกฎธรรมชาติ

ดังนั้น นักปราชญ์ไม่ว่าในลัทธิและศาสนาใดๆ จึงสอนให้ทุกคนให้เรียนรู้กฎของธรรมชาติ เผื่อจะได้แก้ไขปรับปรุงธรรมชาติบางอย่างซึ่งพอที่จะเป็นไปได้ให้อยู่ในสภาพที่เป็นไปตามความต้องการของเรา เครื่องยนต์ เครื่องกลทั้งหลายต่างๆ วัตถุดั้งเดิมเขาเป็นธรรมชาติที่มีอยู่ในดิน ในน้ำ แต่ผู้ฉลาดไปค้นคว้าคิดเอามาสร้างนู่นสร้างนี่ สร้างรถยนต์ สร้างเครื่องบิน สร้างจรวด สร้างปรมาณู นิวเคลียร์ เอามาเป็นพลังงานสำหรับเป็นเครื่องปฏิกรต่อชีวิตหรือทำลายซึ่งกันและกัน

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ดั้งเดิมวัตถุมาจากธรรมชาติ แต่ผู้ที่มีความฉลาดเฉลียว ก็สามารถเอามาดัดแปลงแต่งเป็นโน่นเป็นนี่ให้ใช้ในประโยชน์แก่ชีวิตของเราได้ ทีนี้ธรรมะอันเป็นธรรมชาติส่วนหนึ่งซึ่งเป็นนามธรรม ซึ่งเป็นรูปธรรม นามธรรม เราก็สามารถที่จะฝึกฝนอบรมสร้างสมรรถภาพให้เข้มแข็ง มีพลังทางสติปัญญาเพื่อเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตประจำวัน เป็นการดัดแปลงธรรมชาติเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ อันนี้เป็นวิสัยของมนุษย์จะต้องเป็นไปอย่างนั้น มนุษย์จะปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามบุญตามกรรมเหมือนอย่างสัตว์เดรัจฉานนั้น มันก็ย่อมไม่สมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

ดังนั้น มนุษย์จึงมีการสร้างแก้ไข เปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ชีวิตของตนเอง สุดแล้วแต่ความสามารถสติปัญญาของผู้ใดจะสามารถทำได้ แม้เราไม่ได้คำนึงถึงการที่จะสร้างวัตถุ แต่เรามาสร้างพลังจิตพลังใจของเราให้มีสติสัมปชัญญะ มีปัญญา แก้ไขปัญหาชีวิตประจำวันปรับปรุงชีวิตของเราให้เป็นอยู่ได้สบายในสังคม ก็เป็นการเพียงพอสำหรับการปฏิบัติธรรม

ดังนั้น การทำสมาธินี้จึงเป็นอุบายวิธีอันหนึ่งเพื่อสร้างพลังดังที่กล่าวมาแล้วนั้น เพื่อสร้างจิต สร้างใจ สร้างชีวิตของเราให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น เราจะได้สามารถทำธุรกิจการงานต่างๆ ด้วยความมั่นใจ ด้วยความมีสติสัมปชัญญะ เพื่อเป็นการสร้างสรรชีวิตของตนเองและสังคม ให้มีความเจริญมั่นคงสืบไป

ดังนั้น ขอให้ท่านทั้งหลายจงตั้งใจฝึกฝนอบรมเอาให้ได้ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ต้องอาศัยสมาธิทั้งนั้นแหละ พวกทำสมาธิส่วนใหญ่ก็มุ่งสู่พระนิพพาน แต่เมื่อเรายังไม่ถึงพระนิพพาน เราก็ต้องหาเอาประโยชน์ในระหว่างทางให้ได้ ดังนั้นขอให้ท่านทั้งหลายจงพึงกำหนดจิตรู้ ลมหายใจออก หายใจเข้า กำหนดรู้อยู่เฉยๆ ในช่วงที่ท่านกำหนดรู้ลมหายใจอยู่ ถ้าหากมีอาการเคลิ้มๆ เหมือนกับง่วงนอน ก็ให้มีสติกำหนดรู้อยู่เฉยๆ หากมีการรู้สึกอึดอัดหรือหนักหน่วงตรงต้นคอ หรือเวียนศรีษะ ก็กำหนดรู้อยู่เฉยๆ กำหนดรู้ลมหายใจไว้เป็นหลัก 

ถ้าหากว่าจิตปล่อยวางลมหายใจ จิตมีอาการเคลิ้มวูบวาบลงไป ถ้าไปคิดสิ่งอื่นขึ้นมา ก็ควรปล่อยให้คิดไป แต่ให้มีสติตามรู้ไปทุกขณะที่จิตมีความคิด ให้ปฏิบัติสลับกันไปอย่างนี้ พยายามทำให้มากๆ อบรมให้มากๆ ในขณะที่ปฏิบัติอยู่ อย่าไปบังคับจิตให้สงบ หน้าที่ของเรากำหนดรู้ลมหายใจและอารมณ์ภาวนาอยู่เท่านั้น เมื่อใดจิตจะสงบก็อย่าไปคิด เมื่อใดจะรู้จะเห็นก็อย่าคิด ให้รู้อยู่ที่สิ่งรู้ในปัจจุบันเท่านั้น

ความสงบของจิตก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของจิตไป ความรู้ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของจิตไป ส่วนความรู้สึกในความตั้งใจ จิตจะรู้หรือไม่รู้ ไม่สำคัญ สำคัญอยู่ตรงที่กำหนดรู้อารมณ์จิตในขณะนี้ แล้วเมื่อเรากำหนดรู้อารมณ์จิตในขณะนี้ จิตของเราก็จะมีความสัมพันธ์กับอารมณ์จิตเอง เมื่อมีอารมณ์สัมพันธ์กับจิต จิตมีอารมณ์เป็นสิ่งที่กำหนดรู้อยู่ อารมณ์กับจิตไม่พรากจากกัน เราจะกำหนดก็ตาม ไม่กำหนดก็ตาม เราก็รู้อารมณ์จิตของเราอยู่อย่างนั้น นั่นแสดงว่าจิตได้วิตก มีสติรู้อยู่ได้วิจาร ถ้าเกิดมีปีติ สุข เอกคักตาก็ได้ปีติ สุข เอกคักตา ถ้าจิตเสวยวิตก วิจาร ปีติ สุข เอกคักตาอยู่เป็นเวลานานๆ ก็ได้ปฐมฌาน คือ ฌานที่ 1 อันนี้เป็นวิธีการนั่งสมาธิ ปฏิบัติสมาธิในท่านั่ง

ทีนี้ปฏิบัติสมาธิในท่าเดินเรียกว่าเดินจงกรม ก็กำหนดอารมณ์อย่างเดียวกับการนั่ง ปฏิบัติสมาธิในท่าเดินเรียกว่าเดินสมาธิ ปฏิบัติสมาธิในท่ายืนเรียกว่ายืนสมาธิ กำหนดอารมณ์อย่างเดียวกัน เวลานอน นอนสีหไสยาสน์ นอนตะแคงข้างขวา เอาเท้าซ้ายเหลื่อมเท้าขวานิดหน่อย วางมือแนบกับใบหน้า จะพนมมือก็ได้

…………………………………………

พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา คัดลอกมาจาก http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=9872

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คาเฟ่ลับ! ‘มุดรู’ ข้ามกำแพง แปลกแหวกแนว บรรยากาศดีถ่ายรูปชิล

Posted on March 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640849

คาเฟ่ลับ! 'มุดรู' ข้ามกำแพง แปลกแหวกแนว บรรยากาศดีถ่ายรูปชิล

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 18.24 น.

“คาเฟ่ลับ” ช่วงนี้กำลังมา!! Ryoiireview ขอเกาะกระแสด้วยคาเฟ่ลับๆ ลับทะลุรูไปเลยก็ว่าได้ แต่ร้านอยู่ใจเมืองพิษณุโลก เป็นคาเฟ่ที่ยังไม่มีชื่อเรียก สไตล์แคมป์ปิ้ง เอาใจคนรักกาแฟและป่าไม้ บรรยากาศเต็มไปด้วยธรรมชาติ จิบกาแฟท่ามกลางต้นไม้สีเขียว ร้านตั้งอยู่ที่ถนนซอยสนามบิน 13 และทางเข้าร้านมีทางเดียวคือ “รู” ฟังไม่ผิด เพราะทางเข้าเป็น “รู” ขนาดเล็กที่ทุบจากกำแพง 

บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยต้นไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  มาพร้อมกับการชงกาแฟแบบ Slow Bar (สโลว์ บาร์) คือ ร้านกาแฟที่ใช้อุปกรณ์อื่น ๆ นอกเหนือจากเครื่องเอสเปรซโซในการชงกาแฟ โดยส่วนใหญ่มักเป็นเครื่องมือที่อาศัยแรงคนเป็นหลัก อาทิ กาแฟดริป (Drip Coffee) แอโรเพรส (Aeropress) เฟรนช์เพรส (French Press) และไซฟอน (Syphon)

นายนราธิป สักกาสะ อายุ 29 ปี เจ้าของร้านบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เดิมทีตนเล่นดนตรีและซ่อมเครื่องชงกาแฟมาก่อน เนื่องจากร้านที่ตนเล่นดนตรีต้องปิดยาวด้วยการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงอยากลองเปิดร้านกาแฟ เพราะตนชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว โดยมีรุ่นพี่ที่รู้จักกันหาทำเลร้านให้มาลองเปิดขาย ตอนที่มาดูที่นี้ครั้งแรกปิดล้อมไปด้วยกำแพง ไม่มีทางเข้าเลย ตนจึงปีนกำแพงข้ามมาดู พบว่ามีโครงสร้างลักษณะคล้ายโครงสร้างศาลาแต่ไม่มีหลังคาตั้งอยู่ และแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ ด้วยความที่ตนชอบป่า ชอบต้นไม้อยู่แล้ว จึงเปิดร้านหลังกำแพงนี้ โดยทุบกำแพงให้เป็นรูที่มีความกว้างพอให้ลูกค้ามุดเข้า-ออก และสามารถลำเลียงอุปกรณ์ชงกาแฟได้  มีเก้าอี้สนามอยู่สามสี่ตัวให้ลูกค้าได้นั่งชิล

ตอนนี้ เมนูที่ร้านจะมีเฉพาะกาแฟดำโดยที่ร้านจะชงแบบ Slow Bar (สโลว์ บาร์) ตนอยากแบ่งปันรสชาติกาแฟที่ตนชื่นชอบให้ผู้คนได้ลองชิมกัน ซึ่งกาแฟที่ร้านมีทั้งรสเปรี้ยว รสหวาน และมีกลิ่นหอมของกาแฟ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกรสชาติกาแฟได้ หากลูกค้าไม่รู้ว่าควรจะลองดื่มกาแฟแบบไหนก็สามารถสอบถามได้ เข้ามาพูดคุยกันได้ เพราะตนเน้นความชิลและความเป็นกันเอง บางวันลูกค้าก็พกเปลหรือพกเก้าอี้มากันเอง บางคนก็มุดกำแพงเข้ามาคิดงาน บางคนก็มางีบพักผ่อน เพราะที่นี่เงียบสงบ มีเพลงเปิดคลอเบา ๆ ให้กลิ่นไอแคมป์ปิ้ง  ตอนนี้ยังไม่ได้ตั้งชื่อร้าน ลูกค้าที่แวะเวียนมาก็รู้จักจากที่เห็นตามเฟสบุ๊คที่มีลูกค้าโพสต์และแชร์กันออกไป

เจ้าของร้านยังบอกอีกว่า ไม่ได้คาดหวังยอดขายมากนัก ตนเปิดร้านเพื่อเสพบรรยากาศมากกว่า อยากให้คนที่มาได้มานั่งชิลกัน  ในอนาคตอาจจะทำเป็นบาร์เล็ก ๆ และมีเครื่องเอสเปรซโซเข้ามา แต่ต้นไม้รอบ ๆ ยังคงไว้ให้ได้ความรู้สึกแบบแคมป์ปิ้งเหมือนเดิม 

กาแฟดำมีทั้งเย็นและร้อน ลูกค้าสามารถเลือกรสชาติกาแฟเองได้ ราคาเริ่มต้นที่ 60 บาท-120 บาท ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 08.30 – 17. 00 น. หยุดเฉพาะวันที่มีอีเว้นท์ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 087-336-2933

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แกะลายมือจดหมาย’กระติก’ เขียนอาลัยถึง’แตงโม นิดา’ใส่ไว้ในดอกไม้อาลัย

Posted on March 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640842

แกะลายมือจดหมาย'กระติก' เขียนอาลัยถึง'แตงโม นิดา'ใส่ไว้ในดอกไม้อาลัย

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.48 น.

วันที่ 11 มีนาคม 2565 ภายหลังน.ส.อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ กระติก ผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ นักแสดงสาวชื่อดัง วัย 37 ปี และเป็น 1 ใน 5 คน ที่อยู่บนเรือสปีดโบ๊ท แต่งชุดขาวโผล่ร่วมงานไว้อาลัย “แตงโม นิดา” ที่คริสตจักรแห่งเสรีภาพกรุงเทพ พร้อมช่อดอกไม้เป็นดอกไฮเดรนเยีย ใช้เวลาราว 15 นาที ก่อนเดินทางกลับด้วยใบหน้ามีน้ำตาคลอ

ซึ่งชาวเน็ตได้มีการสังเกตที่ช่อดอกไม้ พบว่ามีการเขียนการ์ดด้วยลายมือไว้มีประโยคหนึ่งที่เขียนว่า “กูอยู่ในทุกช่วงชีวิตของมึง และมึงอยู่ในทุกช่วงชีวิตของกูเช่นกัน”

ซึ่งนั่นเป็นเพียงข้อความส่วนหนึ่งเท่านั้น เพจเฟซบุ๊ก  ณัฐนัน ต้นศึกษา หรือ เจ๊น้ำ  มีการแกะลายมือของ “กระติก ผู้จัดการแตงโม” โดยข้อความมีบางส่วนที่ขาดหายไปเช่นกัน แต่จากการแกะลายมือแล้วได้ใจความประมาณนี้

“กูดีใจนะที่กูอยู่ในช่วงชีวิตของมึงและมึงอยู่ช่วงชีวิตกูเช่นกัน -เห็นน้ำตา- กูกับมึงเป็นมากกว่าเพื่อน มันคือครอบครัวเหล่านี้มันมีค่ามากๆ วันนี้มึงไปอยู่กับพระเจ้าแล้ว อยู่ในดินแดนสวรรค์ รอยยิ้มและ- อยู่ในใจกูเสมอ กูเสียใจที่-“

ซึ่งข้อความฉบับเต็มยังไม่ได้มีการเผยแพร่ออกมาแต่อย่างใด เป็นเพียงการแกะลายมือเท่านั้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านโอด ‘น้ำมันแพง’ กระทบปากท้องคนทำมาหากิน วอนรัฐช่วยเหลือ

Posted on March 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640838

ชาวบ้านโอด 'น้ำมันแพง' กระทบปากท้องคนทำมาหากิน วอนรัฐช่วยเหลือ

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.38 น.

11 มี.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปั้มน้ำมันสุขุมเซอร์วิส หรือ ปตท.ใน จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมีปั้มเดียวในอำเภอเมือง ราคาพุ่งไม่หยุด จากการออกตรวจสอบ พบว่ามีราคาแพงกว่าจังหวัดอื่นมากที่สุด คือ  เบนซิน 95 ลิตรละ 41.55 บาท เบนซินแก๊ส 91 ลิตรละ 41.28 บาท ส่วน E20 ลิตรละ 40.44 บาท ,น้ำมันดีเซล B7 พรีเมียม ลิตรละ 37.36 บาท ดีเซล และดีเซล B7 ลิตรละ 31.34 บาท จากการพูดคุยกับพนักงานปั้ม ปตท.แม่ฮ่องสอน ให้ข้อมูลว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปตามกลไกรตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนอยู่ห่างไกลต้องเสียค่าขนส่งสูงมาก

ชาวบ้านที่มาเติมน้ำมัน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า น้ำมันเชื้อเพลิงแพงมากเมื่อก่อนเคยเติมรถมอเตอร์ไซด์ 50 บาท เต็มถังแต่ปัจจุบัน 100 บาท ยังไม่ถึงครึ่งถัง เพราะน้ำมันเป็นหัวใจหลักของประชาชนทุกอาชีพในการทำงาน น้ำมันราคาแพงสินค้าก็ขยับขึ้นตามไปด้วย เดือดร้อนกันถ้วนหน้า อยากฝากไปยังรัฐบาลเข้ามาช่วยชาวบ้านบ้าง 

นายปรีชา นิลอุดมศักดิ์ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างกาดคำพาซ่าแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ทุกบริษัทเริ่มทยอยปรับสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันพืช นมผง ราคา 1 หีบ 590 ปรับเป็น 649 บาท รวมทั้งสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวันก็เริ่มทยอยปรับขึ้น 5-10 เปอร์เซ็นต์ แนวโน้มในอนาคตถ้าราคาน้ำมันยังสูงเรื่อย ๆ ในปีนี้ราคาสินค้าจะต้องปรับตัวเพิ่มขึ้น 10-15 เปอร์เซ็นต์ ราคาสินค้าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่ปรับตัวสูงขึ้น ปัจจัยหลัก ๆ มาจากค่าขนส่ง น้ำมันเชื้อเพลิงขึ้น ค่าขนส่งก็สูงขึ้น ทำให้ราคาสินค้าโดยรวมเพิ่มขึ้น สำหรับสินค้าที่จำเป็นในครัวเรือน เช่นน้ำมันพืช เมื่อก่อนราคาขวดละ 52 บาท ปรับขึ้นเป็น 63 บาท และผู้ผลิตก็จำกัดโคต้า เมื่อก่อนเคยสั่งได้ 300 ลัง ปัจจุบันจำกัดเหลือแค่ 100 ลัง นอกจากน้ำมันพืชแล้ว นมผง นม UHT ก็ปรับราคาขึ้น รวมทั้ง มาม่า ราคาส่งก็ปรับขึ้นนิดหน่อย แต่ก็มีสินค้าหลายตัวที่ทางห้างร่วมกับพานิชย์จังหวัดพยายามตรึงราคาให้คงราคาเติมให้นานที่สุด เช่น น้ำตาล น้ำปลา ซอสปรุงรส และสินค้าที่จำเป็นอื่นๆ .-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แห่เข้าอู่ติดตั้งแก๊สรถยนต์ รับไม่ไหวราคาน้ำมันแพงขึ้นทุกวัน

Posted on March 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640832

แห่เข้าอู่ติดตั้งแก๊สรถยนต์ รับไม่ไหวราคาน้ำมันแพงขึ้นทุกวัน

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.19 น.

เจ้าของอู่ ติดตั้งเชื้อเพลิงรถยนต์ แก๊ส LPG เผย ราคาน้ำมันขยับขึ้น ประชาชนหันมาติดตั้งระบบแก๊สรถยนต์มากขึ้น             

11 มี.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประเสริฐ บุญอ้อน เจ้าของ อู่ประเสริฐ ออโต้ เซอร์วิส ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เส้นทาง วัดพระญาติ – วัดใหญ่ชัยมงคล เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ ราคาน้ำมัน เบนซิน และแก๊สโซฮอลล์ ขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง แตะที่ 40-50 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ ประชาชนผู้ให้รถยนต์ เบนซิน และแก๊สโซฮอลล์ เริ่มที่จะปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงรถยนต์ จากน้ำมัน เป็นแก๊ส LPG ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันเชื้อเพลิง ตกอยู่ ที่ราคา 12.42 บาทต่อลิตร

ล่าสุดทางอู่ประเสริฐ ออโต้ เซอร์วิส ได้มีลูกค้าที่ใช้รถเติมน้ำมันเบนซิลเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ติดต่อมาเพื่อจะเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงจากน้ำมันเบนซินเป็นแก๊ส LPG แล้วจำนวน 5 ราย แต่ต้องนัดมาติดตั้งในภายหลังเนื่องจาก ทางอู่ประเสริฐ ออโต้ เซอร์วิส สามารถติดตั้งระบบแก๊ส LPG ในรถยนต์ ได้เพียงวันละ 1 คันเท่านั้น ส่วนราคาค่าติดตั้ง จะขึ้นอยู่กับ ระบบของการใช้แก๊สของรถยนต์แต่ละรุ่น เริ่มต้นที่ ราคา 22,000 บาท ถึง 24,000 บาท โดยมีใบรับรองการติดตั้งเพื่อสะดวกในการนำไปเปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงที่ขนส่ง -009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวสตูลฉุนจัด ถุงปริศนาวางหน้าบ้าน เตะกระจาย ยาบ้าหมื่นเม็ด

Posted on March 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/640813

สาวสตูลฉุนจัด ถุงปริศนาวางหน้าบ้าน เตะกระจาย ยาบ้าหมื่นเม็ด

วันศุกร์ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2565, 16.16 น.

สาวสตูลไม่สนใครหน้าไหน เตะถุงปริศนาถูกวางหน้าบ้าน ผงะ! ยาบ้า 12,000 เม็ด แตกกระจายเกลื่อนถนน

11 มี.ค.65 เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้ บนถนนสายยาตราสวัสดิ์ บ้านหัวทาง ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เยื้องโรงเรียนเทศบาล 5 เมื่อนางสาวเอ (นามสมมุติ) ได้โชว์ลีลาการเตะสิ่งของที่เชื่อว่าเป็นของไม่ดีและอาจจะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ได้มาวางไว้ใต้ต้นมะม่วงหน้าร้านน้ำชากาแฟ  

ด้วยความโมโห ซึ่งตนก็ไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งคืนเพราะนั่งทำงานเย็บผ้าจนดึกดื่น แล้วมารู้ข่าวว่ามีคนไม่ดีนำสิ่งของที่เชื่อได้ว่าจะเป็นสิ่งของผิดกฎหมายมาวางไว้ เพื่อจะสร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัว เมื่อแจ้งความให้ตำรวจสายตรวจเข้ามาดู แต่มาช้าไม่ทันใจ ตนในฐานะพี่สาวได้ปกป้องน้องสาวไม่ให้ต้องมาเจอกับเรื่องที่ไม่ได้เป็นคนก่อ และอาจจะมีการกลั่นแกล้งหรือไม่  จึงตัดสินใจเตะห่อสิ่งของถึง 5 ครั้ง เพื่อให้ไกลจากร้านน้องสาวไปอยู่กลางถนน เพื่อให้รู้ว่ามันไม่ใช่ของครอบครัวเรา และประสานนักข่าวให้มาช่วยเป็นพยานด้วย ก่อนที่รถที่วิ่งผ่านไปมาจะเหยียบแตกกระจาย พบว่าด้านในเป็นยาบ้า จำนวนมากที่อัดแน่นกระจายเต็มท้องถนนยิ่งสร้างความตกใจ แถมเจ้าตัวยิ่งโมโหที่มือปริศนามาวางไว้ตรงนี้

จากนั้น ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองสตูล ก็มาถึงพร้อมสารวัตรป้องกันและปราบปรามและร้อยเวรงานสอบสวน เก็บยาบ้าที่แตกกระจายบนท้องถนนพร้อมสอบปากคำเจ้าของร้าน ก่อนที่จะเตะมากองไว้กลางถนนให้รถเหยียบแตกกระจาย จากนั้นจึงเก็บรวบรวมของกลางทั้งหมดไปนับ พบว่าเป็นยาบ้า ชนิดสีส้ม จำนวน 12,000 เม็ด

นางสาวพริดา เจ้าของร้านน้ำชากาแฟอาหารเช้า เล่าว่า ทันที่ที่ฟ้าใกล้สว่างตนจะมาเตรียมร้านก็สังเกตเห็นสิ่งของวางใกล้ต้นมะม่วง จึงเรียกให้แฟนเข้าไปดูและจับพบว่าเป็นวัสดุแข็งๆ ถูกอัดแน่นจึงปรึกษากันและบอกพี่สาว รวมทั้งปรึกษาญาติซึ่งเป็นตำรวจจราจร และญาติซึ่งเป็นตำรวจกองปราบในต่างจังหวัด ก็สันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่าเป็นของไม่ดี และต้องเป็นอะไรสักอย่างที่ผิดกฎหมาย ระหว่างรอตำรวจมาตรวจสอบ พี่สาวได้เข้ามาจัดการเขี่ยให้คนไม่ดี พ้นออกไปจากบริเวณบ้านและร้านค้าของน้องสาว ก่อนที่รถจะมาเหยียบแตกกระจายและพบว่าเป็นยาบ้าในที่สุด ก็สร้างความตกใจให้ชาวบ้านที่มาในร้านค้า และญาติพี่น้องครอบครัวของพวกตน ซึ่งจะไม่ยอมให้สิ่งไม่ดีมาอยู่ใกล้บ้านและบุตรหลานของพวกตน

ด้าน พ.ต.อ.ภัทรวิชญ์  คีตโมทนียกุล รอง ผบก.ภ.จว.สตูล  กล่าวว่า  ขณะนี้ยาบ้าจำนวน 3 ห่อ ได้สั่งการให้ทางชุดสืบ สภ.เมืองสตูล และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตรวจ ดีเอ็นเอและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์เมื่อเช้านี้และยังได้ทำการแกะรอยจากกล้องวงจรปิดบริเวณรอบๆ เพื่อหาเจ้าของที่แท้จริงว่าเป็นฝีมือใครที่เอายาบ้ามาวางไว้ – 009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,275,342 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ประทานรางวัลสุดยอดหมู่บ้านท่องเที่ยวชนบท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
‘ไปด์-มาก่อน’กามิกาเซ่ เฮลั่น!! คว้ารางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยม
‘ใบเตย’รับห่วงสุขภาพ‘แมน’ ลุยงาน‘มวยไทย Battle ศึกค่ายชนค่าย’
จากละครและภาพยนตร์สุดโด่งดังในอดีต! สู่ละครเวที ‘มนต์รักลูกทุ่ง ทองกวาว เดอะ มิวสิคัล’
อานิสงส์จีนอหิวาต์หมูระบาดไทยส่งออกเพิ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
Bid to protect smaller parties in proposed primary voting system
Philippine police kill 32 in 'shock and awe' drug raids
Govt opens ‘order’ centres
Huawei predicts rapid 5G rollout, home robot adoption, “super sight”, increasing augmented creativit
First police conviction in Philippine drug war killing

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d