Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เจ็บปวดเหลือเกิน! หนุ่มโพสต์เศร้า ‘ปลาคราฟ’ รักเหมือนลูกตายยกบ่อ 112 ตัว

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635860

เจ็บปวดเหลือเกิน! หนุ่มโพสต์เศร้า 'ปลาคราฟ' รักเหมือนลูกตายยกบ่อ 112 ตัว

วันพุธ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 08.49 น.

เจ็บปวดเหลือเกิน… ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ธนดล วุฒิสม” ได้ออกมาโพสต์ภาพลงในกลุ่ม “ชมรมคนรักปลาคราฟปทุมธานี” เล่าประสบการณ์ที่แสนเจ็บปวดเกี่ยวกับน้องปลาคราฟที่รักเหมือนลูก 

โดยข้อความระบุว่า “ใครเคยเจอ แบบนี้บ่าง(ยกบ่อ) เจ็บปวดเหลือเกิน จนไม่อยากจะเลี้ยงต่อเลย เห็นปลาคนอื่น แล้วคิดถึงปลาตัวเองเหลือเกิน เลี้ยงมา 5-6ปี ไม่เคยตาย ไม่เคยเป็นโรค เลี้ยงดูแลอย่างดี อย่างมาก ที่เคยตาย ก็แค่กระโดด แต่นี้ 112 ตัว ตายหมดภายในคืนเดียว ตอนเอาขึ้นจากบ่อ ทีละตัวๆ น้ำตาเหมือนจะไหล คนไม่รักไม่เลี้ยง คงไม่เข้าใจ

สาเหตุที่ตาย ตายเพราะขาดอ๊อกซิเจน ญาติผู้ใหญ่ มาที่บ้าน แล้วเค้าไปถ่ายรูปปลา แต่เค้าดันไปปิดอ๊อกซิเจน-น้ำตก เพื่อที่จะได้ถ่ายรูปได้สวยขึ้น แต่เค้าดันลืมเปิดกลับให้ ปิดตอนเย็นใกล้ๆจะค่ำ ผมมาเห็นตอนเช้า ตายหมดแล้วครับ



ปกติ ก่อนนอนผมจะเดิน ดูปลาเสมอ หรือมั่ยก็นั่งสูบบุหรี่ หน้าบ้าน ถ้าไม่ได้ยินเสียงน้ำตก ผมจะรู้ได้ทันที ว่าอ๊อกซิเจน ปิดอยู่ แต่วันนั้น ตอนกลางวันผม รื้อ ต่อเติมบ้านทั้งวัน เพลียและเหนื่อยมาก นั่งคุยกะช่างหลังบ้าน พอช่างกลับ ประมาณ 3 ทุ่ม ผมก็เข้าห้องนอนเลย โดยที่ไม่ได้คิดถึงปลาแม้แต่นิดเดียว และมันหน้าแปลกใจตรง แฟนผมจะใหว้พระกรวดน้ำทุกคืน แล้วเค้าจะไปนั่งตรวจน้ำใต้ต้นไม้ข้างบ่อปลาเสมอ แต่เค้ากลับไม่รู้สึก ผิดสังเกตุอะไรเลย ทั้งๆที่เค้าเป็นคนละเอียจ จะค่อยดูแล สังเกตุบริเวรบ้านอยู่เสมอ แต่คืนนั้น เค้ามั่ยแม่แต่จะ แอะใจหรือรู้สึกผิดปกติอะไร ที่ไม่ได้ยินเสียงน้ำตกบ่อปลา

***ข้อแก้ไขนะครับ มีหลายคน อ่านแล้วเข้าใจว่า สุดท้ายผมไปโทษแฟน จริงๆแล้วไม่เลยครับ แฟนผมให้อาหารปลาทุกเช้า ผมไม่แม้แต่จะคิดไปโทษเค้าหรอกครับ มันไม่ใช่ความผิดของเค้าเลย ที่คืนนั้นเค้าไม่แอะใจว่าเสียงน้ำตกไม่ดัง ตัวเค้าเองยังพูดกับผมเลย ว่าแปลกทำไมเค้าถึงไม่สังเกตุ

ทั้งๆที่ผมก่อนนอนก็จะไปดูมันทุกคืน คืนนั้นก็ไม่ได้นึกถึงมันเลย ปกติผมนั่งหน้าบ้าน แต่วันนั้นดันไปหลังหลังบ้าน แค่จะบอกว่า ทุกอย่าง มันบังเอิญ ประจวบเหมาะพอดี” .-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เดียร์ลอง’มาแล้ว! เคลียร์ปมย้ายประเทศ ยันเรียนต่อ-ขอสัญชาติ..ทำแน่นอน!

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635836

'เดียร์ลอง'มาแล้ว! เคลียร์ปมย้ายประเทศ ยันเรียนต่อ-ขอสัญชาติ..ทำแน่นอน!

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.51 น.

เดียร์ลอง ชี้แจงล่าสุด เพิ่งเริ่มต้นที่เนเธอร์แลนด์ ยืนยันจะทำเรื่องเรียนต่อ ขอสัญชาติแน่นอน

15 ก.พ.65 เพจเฟซบุ๊ก เดียร์ลอง หรือ กวาง อาริศา สตรีมเมอร์สาวสุดเซ็กซี่ ออกมาชี้แจงอีกครั้ง หลังจากที่มีข่าวความเคลื่อนไหวของเธอ ตัดสินใจไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เนเธอร์แลนด์แบบถาวร โดยมีการเผยเรื่องนี้ผ่าน เบลล์ ขอบสนาม 

ล่าสุด เดียร์ลอง ได้โพสต์ข้อความพร้อมกับชี้แจงประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจในขณะนี้ 

” สวัสดีค่ะทุกคน
กวาง เดียร์ลองนะคะ
กวางอยากจะบอกว่า…
กวางยังเพิ่งเริ่มต้นในเรื่องการย้ายมาที่นี่
ไหนจะทั้งเรื่องภาษา และเรื่องการขอทุนเรียน
เพื่อต่อยอดในเรื่องการทำงาน หาที่อยู่ และอื่นๆต่อไปค่ะ 
กวางไม่ได้มีอภิสิทธิ์พิเศษใดๆมากกว่าใคร
แค่มีความตั้งใจจะย้ายมาที่ที่เหมาะกับตัวเอง
ถึงจะดูยากหน่อย แต่เดียร์ลองมันถนัดเรื่องที่คนอื่นเค้าไม่ทำกันอยู่แล้วนี่ มันสู้จะตาย 
แต่ยังไงก็ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจนะคะ
ถ้าจะให้แนะนำเรื่องการย้ายประเทศกวางก็คงแนะนำไปไม่ได้มากกว่าอากู๋เกิ้ลหรอกค่ะ ฮ่าๆ
ด้วยรัก
เดียร์ลองสองไมค์ ” 

และล่าสุด เธอยังโพสต์ถึง เบลล์ ขอบสนาม ด้วยว่า 

” อย่าว่าพี่ เบลล์ ขอบสนาม เลยนะคะ
พี่เบลล์คือพี่ชายที่เราเคารพรัก และหวังดีกับเราเสมอ
ที่บอกว่าไปพักผ่อน ก็ใช่ค่ะ เรามาพักผ่อน
แต่ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าจะทำเรื่องมาเรียนต่อเพื่อขอสัญชาติ
ปลายทางที่หวังไว้ก็เหมือนที่พี่เบลล์บอกแหล่ะทุกคน 
เพราะฉะนั้นขอให้หยุดดราม่ากันเถอะค่ะ “
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักโภชนาการแนะ 5 เคล็ดลับกิน‘ไข่’ แหล่งโปรตีนที่ครองใจคนไทยมายาวนาน

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635832

นักโภชนาการแนะ 5 เคล็ดลับกิน‘ไข่’ แหล่งโปรตีนที่ครองใจคนไทยมายาวนาน

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.28 น.

นักโภชนาการแนะ 5 เคล็ดลับกิน‘ไข่’ แหล่งโปรตีนที่ครองใจคนไทยมายาวนาน

ดร. สง่า ดามาพงษ์ นักวิชาการโภชนาการอิสระ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาราคาไข่ไก่มีการปรับขึ้นลง เป็นไปตามกลไกตลาด ส่วนใหญ่จะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่งแล้วจะกลับมาสู่สภาวะปกติ ถือว่าเป็นวัฏจักร ในฐานะผู้บริโภคอย่าไปวิตกกังวลเกินไป ไม่ว่าอย่างไร ไข่ไก่ ก็เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงในราคาที่จับต้องได้ หากได้รับผลกระทบจริงๆ ในช่วงที่ไข่ปรับราคาสูงขึ้นเราก็อาจจะกินน้อยลง หรือหาโปรตีนอย่างอื่นกินทดแทน เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา เป็นต้น

ราคาไข่จะขึ้นหรือลง กลับไม่ใช่สาเหตุที่คนไทยกินไข่น้อยกว่าคนเชื้อชาติอื่นๆ จากข้อมูลกลุ่มวิจัยเศรษฐกิจการปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบว่า ปี พ.ศ. 2563 คนไทยมีอัตราการบริโภคไข่ไก่เฉลี่ยเพียง 223 ฟองต่อคนต่อปี ซึ่งต่ำกว่าประเทศจีนที่มีการบริโภค 399 ฟองต่อคนต่อปี ญี่ปุ่น 345 ฟองต่อคนต่อปี และมาเลเซีย 314 ฟองต่อคนต่อปี นั่นเพราะส่วนหนึ่งคนไทยมีความเชื่อว่ากินไข่แล้วทำให้คอเลสเตอรอลสูง ซึ่งความเชื่อนี้ฝังลึกอยู่กับคนไทยมานานหลาย 10 ปี ในขณะที่ ต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจประเด็นนี้กันแล้ว เพราะยังไม่มีงานวิจัยชิ้นใดที่ระบุว่าการที่คนกินไข่ในปริมาณมากแล้วส่งผลให้มีคอเลสเตอรอลสูง

ดร. สง่า กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่แท้จริงของคอเลสเตอรอลสูงมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น กินอาหารที่มีไขมันสูง มีรสชาติหวานจัด มันมาก กินแป้งเยอะ กินผักผลไม้น้อย และไม่ได้ออกกำลังกาย หากลองพิจารณาในอีกมุมหนึ่งจะพบว่า ไข่ คือสุดยอดของอาหาร เป็นวัตถุดิบที่อยู่คู่ครัวคนไทยมายาวนาน เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ในไข่ 1 ฟองอัดแน่นด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ราคาเข้าถึงง่าย สามารดัดแปลงนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายเมนู ที่สำคัญเก็บไว้ได้นานแต่ต้องเก็บอย่างถูกวิธี

กรมอนามัย แนะนำว่า เด็กตั้งแต่ 1 ขวบจนถึงผู้สูงอายุ ถ้าร่างกายปกติไม่มีโรคประจำตัว ไม่อ้วน ไขมันไม่สูง กินไข่ได้วันละฟอง ควบคู่กับการกินอาหารให้หลากหลาย ควรกินโปรตีนจากแหล่งอื่น สลับกับการกินไข่ กรณีที่ผู้บริโภคบางกลุ่มมีคอเลสเตอรอลสูง ไขมันเกิน มีภาวะอ้วน สามารถกินไข่ได้ตามที่หมอแนะนำหรือสัปดาห์ละ 3-4 ฟอง ทั้งหมดนี้คือ หลักการง่ายๆ ของการกินไข่

นอกจากนี้ ดร. สง่า เผยเคล็ดลับ 5 ข้อ กินไข่อย่างฉลาดได้คุณค่าสารอาหารครบ ช่วยให้มีสุขภาพดี ดังนี้

1) กินไข่สุก อย่ากินไข่ดิบหรือไข่สุกๆดิบๆ เพราะไข่ดิบเชื้อโรคอาจจะเข้าไปทางรูเปลือกไข่และปนเปื้อนอยู่ในไข่ขาว เช่น อีโคไล ซัลโมเนลลา เชื้อไข้หวัดนก กินไข่สุกดีที่สุด เพราะร่างกายจะนำไข่ไปใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าไข่ดิบ แต่ถ้าจะกินไข่ลวกควรทำให้ไข่ขาวสุกเป็นสีขาว ไข่แดงเป็นยางมะตูม

2) เวลากินไข่ให้กินกับผัก อย่ากินไข่เดี่ยวๆ เพราะจะได้ไฟเบอร์หรือใยอาหารไปช่วยดูดซึมคอเลสเตอรอลส่วนหนึ่งออกจากร่างกาย

3) เน้นกินไข่ต้มหรือไข่ตุ๋น มากกว่าไข่เจียวหรือไข่ดาว เพราะให้พลังงานต่างกันเยอะ ไข่ต้ม 1 ฟองให้พลังงานเพียง 70 กิโลแคลอรี่ ไข่ดาว 1 ฟองให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี่ ไข่เจียวฟูที่นิยมกินให้พลังงาน 240 กิโลแคลอรี่ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอีกด้วย

4) กินไข่แล้วหลีกเลี่ยงอาหารที่มีแคลอรี่สูง กินไข่แล้วควรหลีกเลี่ยงปลาหมึก หมูสามชั้น อาหารมันๆ เพราะเราได้ไขมันจากไข่ระดับหนึ่งแล้ว

5) กินไข่แล้วต้องออกกำลังกาย หากทำได้ทั้ง 5 ข้อแล้ว มั่นใจได้ว่าสุขภาพจะ แข็งแรง สุขกาย สุขใจ ห่างไกลโรคได้แน่นอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดเคล็ดลับการบูชา ‘ท้าวเวสสุวรรณ’ ให้ได้ผล มีโชคลาภ บันดาลทรัพย์ให้ร่ำรวย

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635822

เปิดเคล็ดลับการบูชา 'ท้าวเวสสุวรรณ' ให้ได้ผล มีโชคลาภ บันดาลทรัพย์ให้ร่ำรวย

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.52 น.

“ท้าวเวสวัณ” หรือ “ท้าวเวสสุวรรณ” หรือในภาษาพราหมณ์เรียกว่า “ท้าวกุเวร” ถ้าในพระพุทธศาสนาจะเรียก “ท้าวไพสพ” เป็นเทพเจ้าแห่งยักษ์ เป็นอธิบดีแห่งอสูร หรือเจ้าแห่งภูตผีปีศาจทั้งหลาย โดยท้าวเวสสุวรรณ เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ผู้คุ้มครองดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ประทับทางทิศเหนือมีอสูร รากษส และภูตผีปีศาจเป็นบริวาร 

ว่ากันว่าอาณาเขตที่ท้าวเวสสุวรรณ ปกครองนั้นใหญ่มหาศาลมากและท้าวเวสสุวรรณยังเป็นหัวหน้าของท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 อันประกอบไปด้วย “พระอินทร์” (ท้าวธตรฐ) ปกครองโลกด้านทิศตะวันออก, “พระยม” (ท้าววิรุฬหก) ปกครองโลกด้านทิศใต้ และ “พระวรุณ” (ท้าววิรูปักษ์) ปกครองโลกด้านทิศตะวันตก และเพราะ ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเจ้าแห่งอสูร ทรงอิทธิฤทธิ์อานุภาพมาก

คนไทยโบราณนิยมนำผ้ายันต์รูปยักษ์ผูกไว้ที่หัวเตียงเด็กเพื่อป้องกันวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้มารังควานแก่เด็ก ท้าวกุเวรองค์นี้มีกล่าวถึงในอาฏานาฏิยปริตรว่านำเทวดาในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกามาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และได้ถวายสัตย์ที่จะดูแลพระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกไม่ให้ยักษ์หรือบริวารอื่น ๆ ของท้าวจตุโลกบาลไปรังควาน

ท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวรรณนั้น ส่วนมากเราจะพบเห็นในรูปลักษณ์ของยักษ์ยืนถือกระบองยาวหรือคทา (ไม้เท้าเป็นรูปกระบอง) กันซะส่วนใหญ่ แต่แท้ที่จริงแล้ว ยังมีรูปเคารพของท่านในรูปของชายนั่งในท่า มหาราชลีลา มีลักษณะอันโดดเด่นคือ พระอุระพลุ้ยอีกด้วย กล่าวกันว่าผู้มีอาชีพสัปเหร่อ หรือมีอาชีพประหารชีวิตนักโทษ มักพกพารูปท้าวท้าวเวสวัณ สำหรับคล้องคอเพื่อเป็นเครื่องรางของขลัง ป้องกันภัยจากวิญญาณร้ายที่จะเข้ามาเบียดเบียน

ในภายหลังภาพลักษณ์ของท้าวกุเวรที่ปรากฏในรูปของชายพุงพลุ้ยเป็นที่เคารพนับถือ ในความเชื่อว่าเป็นเทพแห่งความร่ำรวย แต่ท้าวกุเวรในรูปของท้าวเวสวัณซึ่งมาในรูปของยักษ์เป็นที่เคารพนับถือว่า เป็นเครื่องรางของขลังป้องกันภูติผีปีศาจ นอกจากนี้ยังมีกล่าวว่า ท้าวเวสวัณยังมีกายสีเขียว สัณฐานสูง 2 คาวุต ประมาณ 200 เส้น มีอาวุธเป็นกระบอง มีพาหนะ ช้าง ม้า รถ บางทีปราสาท อาภรณ์มงกุฎประดับรูปนาค ดำรงอิสริยศเป็นเจ้าแห่งยักษ์ มีบริวารแสนโกฏิ ถือโล่แก้วประพาฬ หอกทอง

ในประเทศไทยมีคติการบูชาท้าวเวสวัณอีกรูปแบบหนึ่ง โดยเรียกเทพเจ้าองค์นี้ว่า พระไพศรพณ์ ตามนามในภาษาสันสกฤต ไวศฺรวณ มือขวาถือตะบอง มือซ้ายยกเสมอหน้าอกแสดงการห้ามปรามมิให้ (เทวดา) ทำผิด เนื่องจากมีหน้าที่รักษาความเรียบร้อยยุติธรรมในสวรรค์ ถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของอัยการมานาน คาดว่าตั้งแต่แรกตั้งกรมอัยการเมื่อกว่า 100 ปีมาแล้วเนื่องจากยกกระบัตร (ชื่อเรียกอัยการในสมัยโบราณ) หรืออัยการในปัจจุบันก็มีหน้าที่รักษาความยุติธรรมและกฎหมายเช่นเดียวกับหน้าที่ของพระไพศรพณ์ในสวรรค์ แต่ยังตรวจไม่พบหลักฐานว่าได้มีประกาศเป็นทางการให้ใช้รูปพระไพศรพณ์เป็นเครื่องหมายราชการของอัยการตั้งแต่เมื่อใด

มีความเชื่อกันว่า ผู้ใดห้อยบูชาท้าวเวสสุวรรณ จะบังเกิดโชคลาภมากมาย ร่ำรวยเงินทอง มีกินมีใช้ไม่ขาดแก้ปีชง เสริมปีชง เทพแห่งปีชง ป้องกันภัยจากสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ป้องกันภูติ ผีวิญญาณต่างๆไม่กล้ามาทำอันตรายใดๆให้กับคนในครอบครัว ในร้านนั้นๆ เพราะภูติผีปีศาจ ยักษ์ เป็นบริวารท้าวเวสสุวรรณ คนมีลูกเพิ่งคลอด หรือมีเด็กเล็ก มักนิยมบูชาท้าวเวสสุวรรณ ตั้งไว้ตรงที่เด็กนอนหลับ เพราะมีความเชื่อว่าภูติผีปีศาจจะไม่กล้ามารบกวนเด็ก เพราะท้าวเวสสุวรรณเป็นผู้ปกครองแห่งภูติผีปีศาจนั่นเอง จึงแนะนำคนที่มีลูกอ่อน ลูกเล็ก หากชอบร้องไห้ตอนกลางคืน ไม่หลับไม่นอนเหมือนมีอะไรมารบกวนเด็ก และยังสามารถกันภูติผีปีศาจคุณไสย์มนต์ดำได้หมด

ในตำราโบราณได้กล่าวไว้ว่าผู้ใดต้องการ ความเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา สูงสุดทางมหาเศรษฐีมีทรัพย์ ลาภยศ สรรเสริญสุข ไหลมาไม่ขาดสาย และขจัด ภูตผีปีศาจ สิ่งอัปมงคลไม่กล้าเข้ามารบกวน และช่วยบันดาลโชคลาภโภคทรัพย์ให้แก่ผู้บูชา 

สำหรับคาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ ผู้ใดหวังความเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา ให้บูชารูป องค์ท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวกุเวร ตามคาถาบูชาต่อไปนี้

ตั้งนะโม 3 จบ จากนั้นก็ท่อง อิติปิโสภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณมรณังสุขัง อะหังสุคะโต นะโมพุทธายะท้าวเวสสุวรรณโณ จตุมหาราชิกา ยักขะพันตา ภัทภูริโตเวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโมพุทธายะ 

ส่วนเคล็ดลับการบูชาท้าวเวสสุวรรณ ให้ได้ผล มีโชคมี ลาภ และบันดาลทรัพย์ให้ร่ำรวยได้นั้นมีขั้นตอนปฎิบัติดังนี้ 

1.จุดสักการะธูป 9 ดอก และถวายดอกกุหลาบ 9 ดอก

2.นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสสะ (ตั้งนะโม 3 จบ)

3.ระลึกถึงคุณบิดา มารดา และครูบาอาจารย์ ทั้งหลาย ที่ประสิทธิประสาทวิชามาแล้วระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 

4.ท่องคาถาท้าวเวสสุวรรณดังนี้ “อิติปิ โส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ ท้าวเวสสุวรรณโณ จาตุมะหาราชิกา ยักขะพันตาภัทภูริโต เวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโม พุทธายะ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวพะเยาแห่เก็บ’ส้มป่อย’ เผยเป็นผลไม้มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว 1 ปีมีครั้งเดียว

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635797

ชาวพะเยาแห่เก็บ'ส้มป่อย' เผยเป็นผลไม้มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว 1 ปีมีครั้งเดียว

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.44 น.

ชาวบ้านเมืองพะเยา แห่เก็บส้มป่อยเดือนห้าเป็ง เผยเป็นผลไม้มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว 1 ปีมีครั้งเดียว หากเก็บไว้ช่วงเดือนห้าเป็งและหากผ่านพิธีปลุกเสกยิ่งมีพุทธคุณเพิ่มมากขึ้น

วันที่ 15 ก.พ.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฤทธิไกร กลมไล อายุ 45 ปีบ้านเลขที่ 41 หมู่ 6 ต.ตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา พร้อมชาวบ้านห้วยหม้อ พากันออกเก็บหาผลส้มป่อยเดือน 5 ซึ่งเป็นผลไม้มงคล ที่ใช้ประกอบการทำพิธีงานมงคล ตลอดจนงานบุญกุศลต่างๆ เพื่อนำมาจำหน่ายช่วงเดือนห้าเป็ง เหนือ หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 5 เหนือ (ก.พ.) เพื่อนำมาจำหน่ายได้ราคาดี เพราะ 1 ปีจะออกผลเพียง 1 ครั้ง เท่านั้น 

นายฤทธิไกร กลมไล บอกว่า ชาวบ้านจะพากันออกหาและเก็บส้มป่อยเดือนห้าเป็ง 1 ปีมี 1 ครั้ง ส้มป่อยผลไม้มงคลของชาวล้านนานิยมนำมาใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ทั้งทางศาสนาและพิธีกรรมของชาวบ้าน เช่น ทำน้ำมนต์ แก้อาถรรพ์ ตามความเชื่อเป็นดีมีคุณวิเศษ เป็นไม้ผลมงคล ต้นจะออกเป็นเถาเลื้อยพันกันเป็นต้น หรือเป็นพุ่ม ต้นไม้ใหญ่ จะออกผลเป็นฝักช่วงเดือน ธ.ค.-ก.พ.ของทุกปี โดยจะออกผลเพียง 1 ครั้ง 

“ตามความเชื่อของชาวเหนือล้านนามาแต่โบราณจะเก็บผลฝักส้มป่อยเดือนห้าเป็งหรือเดือน ก.พ. เพราะเชื่อว่าเป็นเดือนที่มีความสำคัญของทางพระพุทธศาสนา หรือวันมาฆบูชา เพราะส้มป่อยจะมีความศักดิ์สิทธิ์ในตัว หากเก็บไว้ช่วงเดือนห้าเป็ง และหากผ่านพิธีปลุกเสกก็จะยิ่งมีพุทธคุณเพิ่มมมากขึ้น แต่จะต้องเก็บส้มป่อยในช่วงเดือนห้าเป็งเท่านั้น” นายฤทธิไกร กลมไล กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท’ โปรดโยมบิดามารดา ‘บุญที่บวชในชาตินี้…โยมพ่อโยมแม่ก็ไม่ตกนรก’

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635794

'หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท' โปรดโยมบิดามารดา 'บุญที่บวชในชาตินี้...โยมพ่อโยมแม่ก็ไม่ตกนรก'

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.28 น.

(ต่อจากตอนที่แล้ว) เมื่อสมเด็จพระสังฆราชเจ้า (ชื่น) ท่านเสด็จมาสอบสวนเรื่องต่างๆ ที่มีคนเข้าไปกราบบังคมทูลฟ้องที่วัดทรายงาม ท่านมาพักที่วัดทรายงามเป็นเวลานานๆ โยมพ่อโยมแม่ท่านหลวงปู่เจี๊ยะ มีความเลื่อมใสท่านยิ่งนัก หรือแม้แต่ผู้คนในถิ่นแถวนั้นที่ทราบข่าวต่างก็ทยอยมากราบเข้าเฝ้า ท่านเป็นพระไม่ติดในลาภยศ สรรเสริญ สุข โลกธรรมไม่สามารถครอบงำท่านได้ น้อยนักที่ในชีวิตหนึ่งๆ จะมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้าออกธุดงค์

*ทูลสมเด็จพระสังฆราชเจ้า

หลวงปู่เจี๊ยะท่านเล่าว่า เมื่อพระองค์มาประทับที่วัดทรายงาม หลวงปู่ท่านได้ไปปฏิบัติท่านสม่ำเสมอ จัดน้ำให้ท่านสรง อยู่รับใช้ใกล้ชิดท่านโดยตลอด จึงสนิทกับพระองค์ท่านตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ภายหลังที่ท่านเสด็จกลับวัดบวรฯ แล้ว เมื่อมีโอกาสจึงได้นำสามเณรไปฝากเรียนหนังสือที่วัดบวร กับพระองค์ท่าน พระองค์ก็ทรงเมตตารับไว้เสมอๆ เพราะพระองค์ชอบให้เด็กๆบวชเณร อยากได้เณรเยอะๆ

ในฤดูผลไม้มาก ออกลูกออกผล โยมพ่อโยมแม่ก็นำผลไม้ต่างๆ ตามฤดูกาลนั้นๆ เข้าไปถวายท่านทีละมากๆ พระองค์เมื่อเห็นโยมของหลวงปู่ท่านมักจะทักอย่างสนิทกัน มักเรียกว่า “โยมแฟ… อย่างนั้นอย่างนี้เสมอ”

ต่อมาในระยะหลังเมื่อหลวงปู่ท่านกลับจากท่านพระอาจารย์มั่นแล้ว ก็จะแวะพักที่วัดบวรฯเสมอ สมเด็จท่านจัดให้พักกุฏิลออ ก่อนจากท่านก็เมตตาบอกเสมอว่า “มีโอกาส…เข้ามาพักด้วยกัน ใหม่นะ”

หลวงปู่เจี๊ยะเล่าว่า เมื่อท่านมาพักที่วัดบวรฯ บ่อยๆจึงรู้มักคุ้นกับพระเถระที่วัดบวรฯ หลายรูป สมเด็จพระญาณสังวรฯ สมเด็จพระสังฆราช องค์ปัจจุบันนี้ก็คุ้นกับท่านมาก ท่านเจ้าคุณพระพรหมมุนี (วิชมัย ปุญฺญาราโม) นี่ถือว่าเป็นสหธรรมิกกันเลย

“เราสนิทกับท่านมาก งานศพโยมพ่อโยมแม่ท่านไปแสดงธรรม ไปช่วยเหลือตลอด ที่คุ้นกับพระเถระผู้ใหญ่เหล่านี้ ส่วนมากสาเหตุเบื้องต้นเริ่มจากการคุยสนทนาธรรมะทางภาคปฏิบัติกัน ท่านชอบสอบถามพระป่า เกี่ยวกับเรื่องจิตตภาวนา เพื่อตรวจสอบความรู้ที่ท่านเรียนมาและในเรื่องที่เราปฏิบัติมาว่าความจริงแห่งธรรมที่เราปฏิบัติกับที่ท่านเล่าเรียน มันไปในทิวแถวแนวทางเดียวกันหรือไม่”

*หวนคืนถิ่นโปรดโยมบิดามารดา

เมื่อหลวงปู่เจี๊ยะออกจากจากกรุงเทพฯ มาจันทบุรี ก็เข้าไปพักที่วัดป่าคลองกุ้ง แล้วเดินทางต่อไปที่วัดทรายงาม โยมพ่อ โยมแม่ทราบข่าวว่ามาเท่านั้นก็วิ่งออกมาจากบ้าน ร้องห่มร้องไห้กันใหญ่ โยมแม่บอกว่า “ลูก ไปยังไง ทำไมไม่ส่งข่าวมาทางบ้านบ้าง อยู่หรือตาย ไม่สบายหรือป่วย ให้แม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่ก็ยังดี?” โยมแม่พูดพร้อมร้องไห้ซิกๆ เอามือปาดน้ำตาที่ไหล อาบหน้าอยู่ตลอด ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยสบาย

หลวงปู่เจี๊ยะตอบไปว่า “โยมแม่…ก่อนไปก็ร้องไห้ กลับมาก็ร้องไห้ นี่ถ้าอยู่บ้านปกติไม่ต้องไปไหน โยมแม่ก็คงจะร้องไห้เหมือนเดิม หรืออาจจะเป็นเหตุให้แม่ร้องไห้มากกว่าเดิมก็ได้ โยมแม่… สิ่งที่ล่วงมาก็ผ่านมาแล้ว ตอนนี้ก็มาแล้ว เห็นโยมแม่อาตมาก็ดีใจเหมือนกัน”

หลวงปู่ท่านกล่าวอีกว่า “บุญที่บวชในชาตินี้ ทดแทนบุญคุณพ่อแม่ได้ อย่างไรโยมพ่อโยมแม่ก็ไม่ตกนรก” พูดเพียงเท่านั้น โยมแม่ก็ยิ่งร้องไห้โฮใหญ่เข้าไปอีก

ปี ๒๔๙๐-๒๔๙๑ ท่านได้กลับมาจำพรรษาที่บ้านเกิด มีพระจำพรรษาด้วยกัน ๑๑ รูป ตอนนั้นการพิจารณาอะไรรวดเร็วได้ดั่งใจ จึงมีหลักแล้วไม่กังวลอะไร เดินทางกลับมาที่บ้านเกิดวัดทรายงาม

พอดีมาพบกับท่านอาจารย์จันทร์ เขมปตฺโต และท่านอาจารย์มหาทองสุก สุจิตฺโต ซึ่งท่านก็มาพักจำพรรษาอยู่วัดทรายงามเช่นกัน เมื่อเจอกันท่านทั้งสองจึงพูดกับหลวงปู่ท่านว่า “เจี๊ยะเอ๊ย! ท่านไปอยู่กับครูอาจารย์มั่นตั้งหลายปี พวกเรานี้ได้จากท่านพระอาจารย์มั่นมาตั้งนาน คิดถึงท่าน อยากฟังธรรม อยากรับโอวาทอันเป็นอุบายอันแยบคาย อันนำมาซึ่งธรรมปีติ พอดีแหละกับที่ท่านมา ท่านมานำหมู่เพื่อนนี้ พวกผมจะไปกราบท่านพระอาจารย์มั่น ท่านจงเฝ้าวัด”

เมื่อเหตุการณ์เป็นดังนั้น หลวงปู่ท่านก็ต้องทำหน้าที่รักษาการณ์ดูแลเรื่องราวต่างๆอยู่ที่วัดทรายงาม

*ปีติใน “วิสุทธิมรรค” คัมภีร์

อยู่ต่อมาวันหนึ่งหลวงปู่ท่านเห็นหนังสือธรรมะเกี่ยวกับการปฏิบัติที่พระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ท่านบรรยายไว้เกี่ยวกับเรื่องการพิจารณากาย ก็นำมาอ่านดู เกิดความปีติน้ำตาไหล

“เพราะสิ่งที่เราทำอยู่นั้นโดยไม่ได้ดูจากตำรา แต่ตรงกับตำรา นอกจากการปฏิบัติตรงกับตำรา มีตำราวิสุทธิมรรคแล้ว ทางด้านวินัย เมื่อนำมาอ่านทีหลังท่านพระอาจารย์มั่นพาดำเนิน พาปฏิบัติถูกต้องตามหลักธรรมวินัยไม่มีผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อย เกิดความปลื้มปีติว่า ครูบาอาจารย์เรานี้สอนเพื่อมุ่งพระนิพพานอย่างประจักษ์ใจจริงๆ เราก็ภูมิใจในสิ่งได้ดำเนินมาพร้อมทั้งผลที่ปฏิบัติ

ปลายปี ๒๔๙๑ หลังจากที่จำพรรษาอยู่ที่วัดทรายงามแห่งนี้ ออกพรรษากรานกฐินเสร็จแล้ว หลวงปู่เจี๊ยะก็ออกไปเที่ยวธุดงค์ตามที่ต่างๆ หาที่สงัดวิเวกกายจิต ปลอดผู้คนที่จะมาเกี่ยวข้อง หลวงปู่ท่านกล่าวว่า บางทีมันรำคาญคน ต้องแกล้งไล่มันหนีไปไกลๆเราจะได้ภาวนาสะดวก เทือกเขาสอยดาว เขาตานก เขาสุกิม ฯลฯ เราไปเที่ยวภาวนามาหมดแล้ว สมัยก่อนไม่มีวัด ไม่มีผู้คน มีแต่ช้าง เสือ สัตว์ป่าเยอะแยะ เข้าไปภาวนาสงบสงัดดี”

หลวงปู่ท่านกล่าวว่า พอย่างเข้าสู่ต้นปี ๒๔๙๒ …ขณะออกไปภาวนาตามป่าเขา จิตเกิดความอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง…เมื่อจิตเกิดความมหัศจรรย์อย่างนั้น จิตหมุนเพื่อการกำจัดไปโดยถ่ายเดียว เหมือนหมอยาที่มีปัญญาเดินทางเข้าไปในป่า นำรากไม้กิ่งไม้มาเป็นยาได้ทุกชนิดฉะนั้น

จิตได้พิจารณาอยู่อย่างนั้น แต่ว่ามันมีอยู่ช่วงหนึ่งคือ เวลาที่พิจารณากายมากขึ้นเพียงไร นึกอยู่ในตัวเราเป็นชั่วโมงอยู่อย่างนั้น ไม่ให้มีอารมณ์คิดเข้ามาก่อกวนเลย “แล้วเวลาที่เราเลิกจากการนั่ง ภาวนาอย่างนั้น เราก็มานั่งสมาธิ คือไม่ต้องใช้ความคิดตัวนี้มาเข้า ความสงบมันก็สงบ แจ้งแจ่มใสอยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมงๆ เราไม่มีความเชื่อมาก่อนเลย ว่ามันจะเป็นไปได้”

“แต่พอทำเข้าจริงๆ แล้วมันเป็นนะ เป็นจนเกิดมหัศจรรย์ ยิ่งทำก็ยิ่งดีขึ้น ทุกวันทุกคืน ไม่เอาอะไรแล้ว ถึงจิตนั้นจะสงบเป็นอัปปนาสมาธิแน่นขนาดไหนก็ตาม เงื่อนธรรมที่ท่านพระอาจารย์มั่นได้กล่าวสอนตักเตือนไว้ก็คือ “ตีกายให้แตกด้วยอริยสัจ” นั้นจำเป็นต้อง ดำเนินไม่ให้เนิ่นช้า”

จิตนั้นคล้ายเป็นอิสระเต็มดวง แต่เรายังไม่วางใจในการพิจารณา จับติดโดยตลอด ด้วยการพิจารณาด้วยการหยั่งทราบ จิตนั้นเป็นอิสระคล้ายปุยนุ่นที่ล่องลอยไปบนอากาศ ไม่มีอะไรให้มันยึดติด แต่เมื่อมาพิจารณาให้ดีอีกทีหนึ่ง “ปุยนุ่นที่ล่องลอยไปในอากาศ แม้จะดูเป็นอิสระดี แต่มันก็ยังตกเป็นทาสของกระแสลม เลื่อนลอยไปตามอำนาจของแรงลม การปฏิบัติของเรานี้ก็เช่นกัน จำเป็นต้องพินิจพิจารณาทางปัญญา ทบทวนแล้วทบทวนเล่า เพราะยังตกอยู่ภายใต้วิชชา

*คว่ำวัฏจักร วัฏจิต แหวกอวิชชา

ตอนย่างเข้าสู่ต้นปี ๒๔๙๒ ขณะที่เข้าป่าดงไปภาวนานั้น หลวงปู่เจี๊ยะเกิดป่วยเป็นไข้มาลาเรียอยู่ในป่าโดยลำพัง ท่านได้เข้าไปในดงมาลาเรีย ในเชิงเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ บ้านยางระหง อันเป็นป่าทึบ

โรคไข้มาลาเรียนได้คร่าชีวิตชาวบ้านแถบนี้มามาก ขึ้นชื่อว่าผู้ใดสามารถถากถางป่าแถบนี้เป็นเจ้าของอยู่รอดได้ นับว่าเป็นคนเก่งกาจมากๆ และยังมีสัตว์ป่า เช่น ช้าง เสือ หมี งู หมูป่า กวาง เก้ง อยู่มาก ชาวบ้านโดยทั่วไปเป็นพรานล่าสัตว์ หาของป่ามาเลี้ยงชีพ

หลวงปู่เจี๊ยะท่านเล่าว่า ในขณะที่ป่วยนั้นรู้สึกว่า จิตมันเป็นธรรมชาติที่อัศจรรย์ตลอดเวลา แต่มันต้องประกอบกับร่างกายที่สมบูรณ์ ลมหายใจทุกชนิดต้องให้บริบูรณ์ เมื่อเราทำได้อย่างนั้นต้องค่อยๆ ผ่อนลมหายใจพิจารณา

พิจารณาอยู่อย่างนั้นจนเต็มที่จนจิตลงได้ แล้วก็ต้องตามดูลมหายใจไปด้วย ผ่อนลงไป…ผ่อนลงไป… ทีแรกมันอยู่ตรงนี้ พออยู่ตรงนี้หมด… หมดขึ้นมาเรื่อย หมดขึ้นมาเรื่อย อยู่ตรงนี้ อยู่ตรงนี้ พิจารณากันอยู่อย่างนั้นตลอด

“แต่การพูดให้ฟังมากกว่านี้ไม่ดีจะเป็นการอวด แต่มันเป็นความจริงที่เราประสบ แล้วทีหลังออกมาจากป่า ไข้ก็กำเริบมาเรื่อยๆ อดข้าวภาวนาอยู่ ๒-๓ วัน บอกให้ท่านเฟื่องฟัง แหม!…ไม่เหมือนคราวอยู่วัดยางระหง อยู่บ้านดินแดง มันยังมีลมหายใจ ลมหายใจมันแรง กายยังเต้นแรง เพราะสังขารของจิตดับแรง กายมันตึ๊บๆ ๆ ๆ ได้รับรู้ มันไม่สนิท มันต้องประกอบกัน จิตที่เป็นสมาธิ ไม่มีหลับ ใครที่บอกว่าจิตที่เป็นสมาธิหลับไปเหมือนหัวตอ อย่าไปเชื่อเขา มันไม่จริง เราเอาหัวยืนยัน ถึงแม้ตัดหัวเราออก เราก็ไม่เชื่อเพราะได้พิสูจน์ด้วยการปฏิบัติมาแล้ว”

พอพิจารณาตรงนี้มันดับหมดแล้ว เราก็หยุดความคิด คือ เรียกว่า “หยุดความค้น” ลองวางปั๊บ พอจิตวางปั๊บ… จิตมีอิสรภาพอย่างสูงสุด ปล่อยวางสังขารโลก คว่ำวัฏจักร วัฏจิต แหวกอวิชชา และโมหะอันเป็นประดุจตาข่าย ด้วยการฮุกหมัดเด็ดคือวิปัสสนาญาณ เข้าปลายคาง อวิชชาถึงตายไม่มีวันฟื้น

พระพุทธเจ้าพระองค์อยู่ที่ใดทราบได้อย่างประจักษ์ใจ คำว่า “เป็นหนึ่ง” นั้น ไม่มีความหมายใดจะอธิบายต่อได้อีก ภพชาติที่หมุนวนมาตั้งกัปตั้งกัลป์นั้น เป็นความโง่ที่ไม่อาจให้อภัยได้ ชาติสังขารอยู่ที่ใด ใจไม่เกี่ยวเกาะ สิ่งที่จิตเคยเกี่ยวเกาะ ถูกลบด้วยธรรมชาติที่เป็นหนึ่งนั้น จะว่าบริสุทธิ์ก็พอจะคาดเดาได้ แต่ธรรมชาติอันนี้หยั่งลึกเกินอธิบาย เป็นอจินไตยสำหรับปุถุชน ไม่ควรถามคิดให้ปวดหัว

ความงกเงินเนิ่นช้า ถูกเราทำลาย และถากถางเข้าไปใกล้โดยตลอด ถูกทะลุทะลวงด้วย ปัญญาญาณโหมโรมแรงด้วยศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา เป็นกำลังหนุน ด้วยการบ่มอินทรีย์มาเป็นอย่างดี

ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่มีช่องทางให้อวิชชาเดิน ถูกปิดด้วยมหาสติ มหาปัญญา วิปัสสนาญาณตีตะล่อมเข้าภายใน หักล้างอวิชชา อันเป็นตัวการ จิตปล่อยจิต เป็นธรรมอันเดียว เป็นธาตุที่บริสุทธิ์เป็นมหัศจรรย์ ยิ่งกว่าความมหัศจรรย์ทางสมาธิปัญญาใดที่เคยผ่านมา

………………………

ตามรอยพระอริยะเจ้า! “หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท” พระผู้เป็นดั่งผ้าขื้ริ้วห่อทอง คัดลอกจากหนังสือ “ตามรอยพระอริยเจ้าหลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี” ท่านคือสมณะสงฆ์สายป่าผู้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองของแม่ทัพกรรมฐานแห่งสยาม : ดำรงธรรม เรียบเรียง

(ติดตามตอนต่อไป) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เทศบาลนครเชียงราย’ทำพิธีอัญเชิญ‘พระอุปคุต’ขึ้นจากลำน้ำกก เตรียมตักบาตรเป็งปุ๊ด

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635791

‘เทศบาลนครเชียงราย’ทำพิธีอัญเชิญ‘พระอุปคุต’ขึ้นจากลำน้ำกก เตรียมตักบาตรเป็งปุ๊ด

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.26 น.

‘เทศบาลนครเชียงราย’ทำพิธีอัญเชิญ‘พระอุปคุต’ขึ้นจากลำน้ำกก เตรียมตักบาตรเป็งปุ๊ด 

15 กุมภาพันธ์ 2565 ที่เกาะแม่ฟ้าของแผ่นดิน เขตเทศบาลนครเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย พระครูโสภณ ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมือง เจ้าคณะตำบลเวียงเขต 1 จังหวัดเชียงราย เป็นประธานสงฆ์ พร้อมด้วย นายบัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย นายบุญธรรม ทองพิจิตร นายอำเภอเมืองเชียงราย   พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู นักเรียน เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงราย ประกอบพิธีอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นจากแม่น้ำกก บริเวณเกาะแม่ฟ้าของแผ่นดิน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อขึ้นประดิษฐานบนรถบุษบกก่อนจะเคลื่อนขบวนแห่พระอุปคุต ไปยังวัดมิ่งเมือง อ.เมือง จ.เชียงราย

ทั้งนี้ การอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นจากน้ำ สืบเนื่องจากในคืนที่ย่างเข้าสู่วันพุธ ที่ตรงกับวันเพ็ญ 15 ค่ำ เป็นค่ำคืนที่ดวงจันทร์เต็มดวงชาวล้านนาในอดีตมีความเชื่อว่า อดีตมีพระอรหันต์องค์หนึ่ง ชื่อพระมหาอุปคุตพระอรหันต์ เจ้าที่มีอิทธิฤทธิ์ สามารถดลบันดาลโชคลาภวาสนาได้ออกจากใต้สะดือทะเลในค่ำคืนย่างเข้าวันพุธซึ่งตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ แปลงกายเป็นสามเณรน้อยขึ้นมาโปรดสัตว์โลก และเชื่อกันว่าหากผู้ใดได้ทำบุญตักบาตรพระมหาอุปคุต จะบังเกิดให้ ผู้นั้นเป็นผู้มีบุญมีโชคลาภวาสนาร่ำรวยเงินทอง และสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอย่างที่สุด โดยเรียกวันดังกล่าวว่า “วันเป็งปุ๊ด”

โดยเฉพาะชาวเชียงราย และชาวภาคเหนือยึดถือปฏิบัติมาอย่างยาวนาน ซึ่งความพิเศษของวันดังกล่าวในปีหนึ่งจะมีวันเป็งปุ๊ด เพียง 1 หรือ 2 ครั้งเท่านั้น จึงถือได้ว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากในการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลสำหรับตนเองและครอบครัว สำหรับในปีนี้ปี 2565 ที่มีวันพระตรงกับวันพุธ มีเพียง 2 ครั้งเท่านั้น คือ วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันมาฆบูชา   และ วันพุธที่ 13 กรกฎาคม  2565 ซึ่งจะตรงกับวันอาสาฬหบูชา

ทั้งนี้ ทางเทศบาลนครเชียงราย ขอเชิญชวนร่วมพิธีตักบาตรในวันเป็งปุ๊ด และกราบไหว้สักการะพระอุปคุต บริเวณหน้าวัดมิ่งเมือง ไปจนถึงหอนาฬิกาเชียงราย ตั้งแต่เวลา 23.30 น.เป็นต้นไป -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ออกปีละครั้ง! ‘ส้มป่อย’ผลไม้มงคลล้านนา หากปลุกเสกยิ่งมีพุทธคุณ

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635789

ออกปีละครั้ง! 'ส้มป่อย'ผลไม้มงคลล้านนา หากปลุกเสกยิ่งมีพุทธคุณ

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 18.25 น.

15 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฤทธิไกร กลมไล อายุ 45 ปี บ้านเลขที่ 41หมู่ 6 ตำบลตุ่น อ.เมือง จ.พะเยา พร้อมชาวบ้านห้วยหม้อ พากันออกเก็บหาผลส้มป่อย เดือน 5 ซึ่งเป็นผลไม้มงคล ที่ใช้ประกอบการทำพิธีงานมงคล ตลอดจนงานบุญกุศลต่างๆ เพื่อนำมาจำหน่ายช่วงเดือนห้าเป็ง เหนือหรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 5 เหนือ (กพ.) เพื่อนำมาจำหน่ายได้ราคาเพราะ1ปีจะออกผลเพียง1ครั้งเท่านั้น 

นายฤทธิไกร กล่าวว่า ชาวบ้านจะพากันออกหาและเก็บส้มป่อยเดือนห้าเป็ง 1 ปี มี 1 ครั้ง ส้มป่อยผลไม้มงคลของชาวล้านนา นิยมนำมาใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ทั้งทางศาสนาและพิธีกรรมของชาวบ้าน เช่นทำน้ำมนต์ แก้อาถรรพ์ ตามความเชื่อเป็นดีมัคุณวิเศษ เป็นไม้ผลมงคล

ต้นจะออกเป็นเถาเลื้อยพันกันเป็นต้นหรือเป็นพุ่ม ต้นไม้ใหญ่ จะออกผลเป็นฝักช่วงเดือน ธ.ค.-ก.พ.ของทุกปี โดยจะออกผลเพียง 1 ครั้ง ตามความเชื่อของชาวเหนือล้านนามาแต่โบราณจะเก็บผลฝักส้มป่อยเดือนห้าเป็ง หรือเดือนก.พ. เพราะเชื่อว่าเป็นเดือนที่มีความสำคัญของทางพระพุทธศาสนาหรือวันมาฆบูชา เพราะส้มป่อยจะมีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวหากเก็บไว้ช่วงเดือนห้าเป็งและหากผ่านพิธีปลุกเสกยิ่งมีพุทธคุณ ซึ่งการเก็บส้มป่อยจะเก็บช่วงเดือนห้าเป็งเท่านั้น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กู้ภัยเล่านาทีช่วยชีวิต เด็กชาย2ขวบจมน้ำดับ บ้านพูลวิลล่าพัทยา

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635759

กู้ภัยเล่านาทีช่วยชีวิต เด็กชาย2ขวบจมน้ำดับ บ้านพูลวิลล่าพัทยา

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 17.27 น.

15 กุมภาพันธุ์ 2565 จากกรณีเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 14 ก.พ.65 ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ได้เข้าช่วยเหลือเด็กชายวัย 2 ขวบ จมน้ำอาการสาหัส เหตุเกิดภายในบ้านพูลวิลลา ภายในซอยพระตำหนัก 4 เมืองพัทยา ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยทีมกู้ภัยฯพยายามช่วยเหลือปั้มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต อย่างสุดความสามารถ โดยมีพ่อและแม่ร้องไห้แทบขาดใจอยู่ไม่ห่าง ก่อนเร่งจะเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาล เพื่อให้ทีมแพทย์เข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเด็กชายวัย 2 ขวบไว้ได้ ตามที่ได้เสนอข่าวแล้วไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 15 กุมภาพันธุ์ 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายประวิทย์ บุญมาฉาย อายุ 40 ปี นามเรียกขาน กู้ชีพ 5711 เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ประจำจุดชัยพฤกษ์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯชุดที่เข้าช่วยเหลือ และปั้มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต ได้เล่าเหตุการณ์ว่า

หลังรับแจ้งก็รีบนำกำลังไปยังจุดเกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่า พ่อและแม่ของเด็กชายวัย 2 ขวบ ได้นำตัวน้องออกมารออยู่ริมถนนนอกตัวบ้านเพื่อรอขอความช่วยเหลือแล้ว ในสภาพเปลือยกายไร้สัญญานชีพ ตนเองได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ปั้มหัวใจ พร้อมประสานรถโรงพยาบาลเมืองพัทยาเข้าช่วยเหลือสมทบ

เนื่องจากเหตุลักษณะนี้ กู้ภัยไม่สามารถเคลื่อนย้ายเองได้ ซึ่งระหว่างทำการปั้มหัวใจเป็นเวลากว่า 10 นาที เด็กก็ยังไม่มีอาการตอบสนอง เนื่องจากพบว่า มีน้ำอยู่ในท้องค่อยข้างเยอะ ระหว่างปั้มหัวใจ ยังมีน้ำและเศษอาการสำลักออกมาทางปากของน้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ

โดยจากการสอบถามทางพ่อแม่เด็กทราบว่า เด็กจมน้ำไปประมาน 10 นาที แต่จากการตรวจสอบร่างกายเด็กคาดว่าน่าจะจมน้ำมานานจนตัวลอยขึ้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรก จึงขออยากฝากถึงพ่อแม่ปกครอง ถ้าหากพาเด็กๆบุตรหลานมาเที่ยวเล่นใกล้น้ำหรือสถานที่สุ่มเสี่ยง ควรมีบุคคลที่ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดเพราะหากเผลอเพียงนิดเดียวอาจจะหมายถึงชีวิตอย่างเหตุการณ์นี้ก็เป็นได้. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กระบะเบรกให้คนข้ามทางม้าลาย เจอเก๋งชนท้ายเต็มๆ งานนี้ถกสนั่น

Posted on February 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/635751

กระบะเบรกให้คนข้ามทางม้าลาย เจอเก๋งชนท้ายเต็มๆ งานนี้ถกสนั่น

วันอังคาร ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 17.03 น.

กระบะเบรกให้คนข้ามทางม้าลาย เจอเก๋งชนท้ายเต็มๆ งานนี้ถกสนั่น 

เพจเฟซบุ๊ก ควายหลุดถนน V1 เผยคลิปนาทีเกิดอุบัติเหตุ ที่บริเวณตลาดเกรียงไกร​ เคหะร่มเกล้า ขณะที่สัญญาณไฟเขียวปรากฎอยู่ มีคุณป้าสวมเสื้อสีแดง กำลังรอข้ามทางม้าลาย แต่พบว่ามีกระบะเบรกกะทันหันให้ จนเป็นเหตุให้รถเก๋งชนท้ายเต็มๆ หลังจากนั้น คุณป้าที่ยืนรอข้ามทางม้าลายก็เดินข้ามถนนจากไป

คลิปนี้แอดมินเพจ ยังตั้งคำถามให้คนดูคลิปนี้ช่วยกันตัดสินว่าใครผิด ใครถูกกันแน่ ? จนมีผู้ใช้รถออกมาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากบอกว่า คนข้ามควรดูสัญญาณไฟก่อนจะข้ามทางม้าลาย และรถเก๋งที่ไม่เว้นระยะห่างรวมถึงขับมาด้วยความเร็ว ส่วนกระบะก็ไม่ควรเบรกสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ ในเมื่อสัญญาณไฟเขียวอยู่ก็ไม่ควรเบรกกะทันหันเช่นนี้ จนกลายเป็นอุบัติเหตุดังกล่าว ​-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,278,305 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com
ฉลองมงคลสมรส ธารา รัตนาวะดี - ปภาดา ตันติมาสกุล
SIA flies first batches of Covid-19 vaccines to Australia and New Zealand #SootinClaimon.Com
Thais give alms to monks on Father’s Day
New tack for Trump: Delay final vote count #SootinClaimon.Com
'พิชัย' เชื่อ 'ทรัมป์' จะทำ ศก.สหรัฐฯ ดีขึ้น พาประเทศออกจากวังวนเดิม
โซไซตี้ : เอสจีเอส ประเทศไทย อาสาทำดีเพื่อน้อง ระดมพลังพนักงานจิตอาสา ลงแรง ด้วยใจ ให้น้องๆ ในจังหวัดสตูล ‘เพื่อชีวิต...ที่ดียิ่งกว่า’
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
star retro : ย้อนวันแห่งความสำเร็จ‘นกแล’ วงดนตรีในตำนาน ที่ยังเดินหน้าสร้างสรรค์งานเพลง

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,689 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d