Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

บทความพิเศษ : ‘ไทย’ยังไม่ปลอด‘แร่ใยหิน’ ถึงครา‘ผู้บริโภค’ลงมือ‘แบน’

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712976

บทความพิเศษ : ‘ไทย’ยังไม่ปลอด‘แร่ใยหิน’  ถึงครา‘ผู้บริโภค’ลงมือ‘แบน’

บทความพิเศษ : ‘ไทย’ยังไม่ปลอด‘แร่ใยหิน’ ถึงครา‘ผู้บริโภค’ลงมือ‘แบน’

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.40 น.

เราทุกคนย่อมรับรู้ว่า “บ้าน” เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่จะทำอย่างไรหากได้รู้ว่า“สิ่งที่อยู่เหนือศีรษะของเราขึ้นไปเพียงไม่กี่เมตร” กลับเป็นแหล่งกักเก็บ “สารก่อมะเร็ง” และโรคทางเดินหายใจที่สำคัญ ซ่อนตัวเป็นภัยเงียบอยู่ภายใต้หลังคาบ้านของเราเอง นั่นก็คือ “แร่ใยหิน (Asbestos)” ซึ่งเป็นชื่อทั่วไปที่ใช้เรียกเส้นใยแร่ซิลิเกต โดยแร่ใยหินนั้นเป็นแร่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติแข็งแรง เป็นสื่อนำความร้อนต่ำ และทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมี ทำให้แร่ใยหินเข้ามามีประโยชน์ทางการค้า

โดยนิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมของอุตสาหกรรมซีเมนต์และอิเล็กทรอนิกส์ เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องลอนคู่ กระเบื้องลูกฟูก ท่อซีเมนต์ ฝ้าเพดาน ตลอดจนใช้เป็นฉนวนไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม “เมื่อเวลาผ่านไปก็มีการค้นพบว่าแร่ใยหิน ซึ่งมีประเภทและชนิดแยกย่อยไปอีกนั้น ทุกชนิดล้วนเป็นสารก่อมะเร็ง” ที่มีผลต่อสุขภาพของทั้งคนงานที่สัมผัส รวมถึงประชาชนทั่วไป โดยเป็นสาเหตุสำคัญของโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจ โรคที่เกี่ยวกับปอดและมะเร็งปอดอื่นๆ เช่น มะเร็งเยื่อหุ้มปอด

“เนื่องด้วยแร่ใยหินเป็นเส้นใยที่มีขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า 3 ไมครอน จึงสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านการสูดหายใจ หรือการกลืนกิน และด้วยความสามารถฟุ้งกระจายได้ง่ายในอากาศ อนุภาคที่มีลักษณะคล้ายเข็มเล่มเล็กๆ เหล่านี้ก็จะเข้าไปทำลายเนื้อปอด จนเมื่อสะสมนานเข้าผู้ป่วยก็อาจแสดงอาการทรมานด้วยความเจ็บป่วย หายใจลำบากและเสียชีวิตภายในเวลาเพียง 2-3 ปี ข้อมูลยืนยันจาก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ชี้ว่ามะเร็งปอดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของคนไทย โดยหนึ่งปัจจัยสำคัญที่รองลงมาจากการสูบบุหรี่ ก็คือ การได้รับแร่ใยหิน ซึ่งผู้ที่สัมผัสกับแร่ใยหินอาจได้รับความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดมากกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า”

เมื่อเป็นเช่นนี้ ที่ผ่านมานานาประเทศทั่วโลกจึงได้ทยอยมีมาตรการ “แบน” โดยห้ามการผลิต นำเข้า-ส่งออก รวมถึงใช้งานแร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตามคำแนะนำของ องค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ออกมาระบุด้วยเช่นกันว่า แร่ใยหินเป็นหนึ่งในสารก่อมะเร็งจากการประกอบอาชีพที่สำคัญที่สุด และเรียกร้องให้ทั่วโลกมีการรณรงค์ในเรื่องนี้ แม้แต่ประเทศอย่าง แคนาดา บราซิล ที่เคยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก ก็ยกเลิกใช้และส่งออกไปแล้วด้วยเช่นกัน

ขณะที่ในภูมิภาคอาเซียน มีประเทศที่ประกาศยกเลิกแร่ใยหินแล้ว ส่วนเวียดนามก็แบนเลิกใช้แล้ว แม้กระทั่งในจีนและอเมริกา ก็เลิกใช้เช่นกัน “แต่ในขณะที่หลายประเทศกำลังทยอยเลิกใช้แร่ใยหิน รู้หรือไม่ว่าประเทศไทยกลับยังคงติดอันดับต้นๆ ของประเทศที่มีการนำเข้าแร่ใยหินสูงที่สุดในโลก” โดยอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงคือ “อุตสาหกรรมการผลิตกระเบื้องหลังคา” ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีธุรกิจเหล่านี้ในไทยก็ล้วนมีการใช้แร่ใยหินเป็นส่วนประกอบ

“แต่หลังจากที่เกิดความตระหนักในประเด็นนี้กันอย่างกว้างขวาง บริษัทผู้ผลิตจำนวนมากก็เลือกยุติการใช้” ทำให้ปัจจุบันเราพอจะอุ่นใจได้มากขึ้นจากสัดส่วนของกระเบื้องที่มีแร่ใยหินได้ลดลงไปมาก “ถึงขณะนี้เหลืออยู่เพียงไม่เกิน 20% ในตลาด โดยผู้ผลิตส่วนใหญ่ที่มีความห่วงใยต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้อยู่อาศัย ได้เลือกเปลี่ยนไปใช้วัสดุทดแทนที่ปลอดภัยกว่าและมีคุณสมบัติทนทานไม่แพ้กัน” อันเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก โดยบางบริษัทก็มีการพัฒนาวัสดุทดแทน เกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างสรรค์ให้อุตสาหกรรมกระเบื้องหลังคามีความก้าวหน้ามากขึ้น

ในขณะที่บริษัทจำนวนมากเลือกดำเนินธุรกิจด้วยธรรมาภิบาล เดินหน้าตามแนวทางเดียวกันกับทั่วโลกที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ แม้ว่าจะแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นก็ตาม แต่ไม่น่าเชื่อว่าบางบริษัท (ที่ยังเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง) กลับไม่ได้เกิดความ “สะทกสะท้าน” และยังคงยึดมั่นในการใช้แร่ใยหินเป็นส่วนประกอบบนโลกที่มีสมการง่ายๆ ว่า “ต้นทุนการผลิตที่ลดลงย่อมเท่ากับกำไรที่มากขึ้น” ซึ่งก็กลายเป็นคำถามที่ว่า“เหตุใดจึงปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้?” ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นั่นเพราะที่ผ่านมา “เรายังไม่เคยได้เห็นมาตรการบังคับจากภาครัฐ” สิ่งเดียวที่มีให้ยึดถือเป็นเพียงข้อเสนอเชิงนโยบายจาก “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ” ที่เป็นกระบวนการนโยบายสาธารณะภายใต้การมีส่วนร่วมของ3 ภาคส่วน คือ ภาครัฐ-วิชาการ-ประชาสังคม ซึ่งให้ฉันทามติร่วมกันในเรื่อง “มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน” มาตั้งแต่ปี 2553 เร่งรัดให้แต่ละหน่วยงานควบคุมและจัดการกับแร่ใยหิน จนเกิดเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามมาในปี 2554 ที่ได้ “รับลูก” และมอบหมายบทบาทให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการ

แม้เวลาจะผ่านมาแล้วกว่าสิบปี แต่การกำจัดแร่ใยหินในประเทศไทยกลับยังไม่เกิดความสำเร็จ ซ้ำร้ายเรายังได้แต่ปริบตามองตัวเลขการนำเข้าแร่ใยหินที่เพิ่มสูงขึ้นในบางช่วง สวนทางกับความพยายามให้เกิดการ ลด-ละ-เลิก ในขณะที่เคสการเจ็บป่วยด้วยโรคปอดจากแร่ใยหิน ก็ได้ทยอยรายงานออกมาให้เห็นอยู่เป็นระยะ กระทั่งในปี 2562 ก็ได้เกิดฉันทามติเรื่อง “ทบทวนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มาตรการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหิน” ที่เร่งรัดให้แต่ละหน่วยงานควบคุมและจัดการแร่ใยหิน (อีกครั้ง)

ซึ่งแน่นอนว่ารอบนี้ก็ยังไม่อาจคาดหวังไปได้มากกว่า “เสียงวิงวอน” ในเมื่อยังเป็นเพียงกลไกของ “อำนาจอ่อน” ที่ไม่สามารถไปมีผลบังคับกับภาคธุรกิจได้แต่อย่างใด “คำถามสุดท้าย” จึงกลับมาถึงตัวประชาชนในฐานะ “ผู้บริโภค” อย่างเรา ว่าจะมีบทบาทปกป้องสุขภาพของตนเองได้หรือไม่ ในเมื่อยังไม่สามารถคาดหวังบทบาทของหน่วยงานรัฐ ที่จะไปบังคับบริษัทที่เหลืออยู่บางรายให้ “แบน” แร่ใยหินได้

เมื่อนั้นควรเป็นเราหรือไม่ ที่จะเป็นฝ่าย “แบน” ผลิตภัณฑ์จากบริษัทเหล่านี้แทน?

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องพลอย’สาวกะเหรี่ยงกลับถึงบ้านแล้วเปิดใจอยากมีแฟนเป็นคนอีสานเหมือนเดิม

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712944

'น้องพลอย'สาวกะเหรี่ยงกลับถึงบ้านแล้วเปิดใจอยากมีแฟนเป็นคนอีสานเหมือนเดิม

‘น้องพลอย’สาวกะเหรี่ยงกลับถึงบ้านแล้วเปิดใจอยากมีแฟนเป็นคนอีสานเหมือนเดิม

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.37 น.

วันที่ 22 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีน้องพลอย อายุ 24 ปีสาวชาวกะเหรี่ยงที่เดินทางนั่งรถทัวร์จากบ้านค้างภิบาล ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อมาตามหารักแท้กับหนุ่มอุดรชื่อนายพันธุ์ ซึ่งรู้จักกันทางติ๊กต๊อก จนสานสัมพันธ์หวังเป็นรักแท้นั่งรถทัวร์มากว่า 700 กม.เพื่อมาหาชายคนที่รัก แต่สุดท้ายไม่ได้เป็นดั่งฝันเพราะน้องพลอย ไม่ชอบโกหก แต่หนุ่มรายนี้บอกว่ามีบ้านมีรถ แต่พอมาถึงไม่มีอะไรเลย ซึ่งน้องพลอย ก็ไม่ได้ติดใจจะรวยหรือจนก็พร้อมสร้างชีวิตคู่ด้วย มิหนำซ้ำที่น้องพลอย ทนไม่ได้คือการมีเพศสัมพันธุ์ทั้งวันทั้งคืน จึงขอลาจากหนุ่มอุดรคนนี้ แต่ก็ยังไม่ปิดหัวใจเสียทีเดียว พร้อมเปิดรับหนุ่มอีสานคนใหม่เพราะน้องพลอย บอกว่าชอบหนุ่มคนอีสานอย่างมาก

โดยช่วงเย็นวานนี้นายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอดมินเพจบ้านดุงอัพเดตได้ไปรับน้องพลอย จากนางสมพร อายุ 53 ปีแม่เลี้ยงของหนุ่มพันธุ์ โดยญาติๆ ทุกคนเป็นห่วงน้องพลอยที่เดินทางมาไกลญาติๆ ได้พาส่งกลับบ้านโดยให้เงินคนละร้อยสองร้อยเพื่อเป็นค่ารถ และโอบกอดน้องพลอยรักเหมือนลูก และบอกว่าต่อไปอย่าหลงกลคนง่ายแบบนี้ จากนั้นก็พาน้องพลอย ไปขึ้นรถบัสที่ บขส.บ้านดุงไปต่อรถสายเหนือที่ บขส.อุดรธานี ทราบว่าตอนนี้น้องพลอยกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อนายพันธุ์ เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไรทำไมถึงได้ทิ้งสาวชาวเขาที่เดินทางไกลมาหาถึง จ.อุดรธานี แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ทราบว่าเข้าไปที่ค่ายทหารใน จ.อุดรธานีแล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านโนนหอม ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี พบกับนางสมพร แม่เลี้ยงของนายพันธ์ ได้เปิดเผยว่า ตนเป็นแม่เลี้ยงของนายพันธ์ ตอนนี้ลูกชายไปเป็นทหารเกณฑ์ที่ค่ายทหารใน จ.อุดรธานี เขาลาพักผ่อนกลับมาเยี่ยม ยอมรับลูกชายเจ้าชู้มีผู้หญิงหลายคน ตอนเห็นน้องพลอยมาก็ไม่รู้เขามาไกลเป็นคนชาวเขา เขามาก็เจอลูกชายนอนกับผู้หญิงอีก 2 คน น้องพลอย ก็ยอมรับได้ ลูกชายเป็นคนแบบนี้ คบกับผู้หญิงเมื่อเบื่อเขาก็ทิ้ง ส่วนน้องพลอย เป็นคนนิสัยดี รู้จักทำงานบ้าน เคารพผู้ใหญ่ทุกคน ลูกชายก็ไม่ให้น้องพลอย ติดต่อทางบ้านพ่อแม่เขาโทรมาก็ไม่ให้รับ บล็อกเฟซบุ๊ก บล็อกไลน์ น้องพลอย ก็อยากกลับบ้าน แต่แม่ก็ไม่มีเงิน ก็เลยโทรขอความช่วยเหลือ จนส่งกลับถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว สงสารน้องพลอย เขาเดินทางมาไกลและเห็นใจ แต่ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรลูกชายเป็นแบบนี้เราบังคับลูกชายไม่ได้ ลูกชายได้ผู้หญิงแล้วก็ทิ้งเป็นแบบนี้ประจำ

ขณะที่ผู้สื่อข่าวติดต่อไปหาน้องพลอยอีกครั้ง โดยน้องพลอยบอกว่า ตอนนี้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว ตอนนี้ไม่ติดใจเรื่องบ่าวพันแล้ว ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้เรียนรู้ในเรื่องการใช้ชีวิต 

ผู้สื่อข่าวติดต่อไปหาน้องพลอยอีกครั้ง โดยน้องพลอย บอกว่า ตอนนี้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว ตอนนี้ไม่ติดใจเรื่องบ่าวพันแล้ว ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีของผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้เรียนรู้ในเรื่องการใช้ชีวิต

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับหนุ่มอุดรอึดพลังช้างจริงหรือไม่ น้องพลอย ยืนยันว่า เป็นเรื่องจริงจนตนไม่ได้พักผ่อนและทนไม่ไหว แต่อย่างไรก็ตามเรื่องมันผ่านมาแล้ว ตอนนี้กลับมาถึงบ้านแล้วก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ตอนนี้ได้งานทำเป็นเด็กเสริฟที่ร้านอาหารในตัว อ.แม่สอด ส่วนเรื่องหัวใจก็ยังไม่ปิด อยากมีแฟนเป็นคนอีสานอยู่เหมือนเดิม และก็อยากจะคบและดูใจและก็อยากให้เป็นคนดีไม่โกหก มีฐานะหรือไม่มีก็ได้ เราคบเป็นแฟนกันเราค่อยมาสร้างฐานะด้วยกัน – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เสกน้ำมนต์หลวงพ่อติ้ง’ สยมชายคลั่งถือขวานไล่ฟันคนในวัดเผยเป็นอดีต ตร.ใต้ป่วยจิตเวช

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712935

'เสกน้ำมนต์หลวงพ่อติ้ง' สยมชายคลั่งถือขวานไล่ฟันคนในวัดเผยเป็นอดีต ตร.ใต้ป่วยจิตเวช

‘เสกน้ำมนต์หลวงพ่อติ้ง’ สยมชายคลั่งถือขวานไล่ฟันคนในวัดเผยเป็นอดีต ตร.ใต้ป่วยจิตเวช

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.03 น.

ชายคลั่งพกขวานไล่ฟันชาวบ้านในวัดนากลาง อำเภอตะกั่วทุ่ง กุศโลบายปลุกเสกน้ำมนต์หลวงพ่อติ้ง ราดไป 1 ขวด อาการค่อยสงบลง พบเป็นอดีตตำรวจชายแดนใต้ ป่วยจิตเวช

วันที่ 22 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊ก “กำนันติ้ง ตะกั่วทุ่ง” โพสต์ข้อความพร้อมภาพเหตุการณ์ชายคลุ้มคลั่งภายในวัดนากลาง (หล่อยูง) ขณะนายยุทธนากร จ๋วนเจนกิจ กำนันตำบลหล่อยูง เจ้าของเฟสบุ๊ก ชาวบ้านและตำรวจ สภ.โคกกลอย​ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ช่วยกันล้อมจับชายมีอาการโวยวาย คลุ้มคลั่งเข้ามาในวัดนากลาง มิตรภาพที่ 163 หรือวัดนางกลาง อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา โดยถือขวานไล่ฟันชาวบ้าน จนเกรงว่าจะเข้าไปทำอันตรายกับเด็กๆ ในโรงเรียนเพราะอยู่ในช่วงพักเที่ยง จึงช่วยกันปิดล้อมโบสถ์ที่ชายคนนี้วิ่งหนีเข้าไปและควบคุมตัวไว้ได้ในที่สุด

ทราบภายหลังว่าชายคนดังกล่าวเป็นอดีตตำรวจสังกัด สภ.ยะรัง จ.ปัตตานี คาดว่าน่าจะเกิดความเครียดเลยควบคุมตัวเองไม่ได้ ขณะที่เข้าล้อมจับเอาแต่โวยวายพูดถึงแต่เรื่องไสยศาสตร์ ดึงพระที่ห้อยคอมาอม นายยุทธนากร จ๋วนเจนกิจ กำนันตำบลหล่อยูง จึงใช้กุศโลบายปลุกเสกน้ำมนต์หลวงพ่อติ้ง ราดไป 1 ขวด อาการค่อยสงบลง

กำนันตำบลหล่อยูง เล่าต่อว่า เมื่อวานนี้พระในวัดโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีชายอายุกว่า 60 ปีท่าทางมีพิรุธขับรถเก๋ง ยี่ห้อเชฟโรเลต ทะเบียนปทุมธานี เข้ามาในวัด ตนจึงเข้ามาตรวจสอบพอเดินเข้าไปจะถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เขาก็เปิดประตูรถใช้ขวานไล่ฟันทันที และในมือยังมีมีดอีก 2 เล่ม จึงเรียกชาวบ้านให้เข้ามาช่วยกันจับไว้ พอชาวบ้านมามากขึ้นเขาก็วิ่งหนีเข้าไปในโบสถ์ นั่งสวดมนต์ สักพักตำรวจมาถึงก็บุกเข้าชาร์จตัวเอาไว้ได้ แต่ก็ยังโวยวายอยู่จนกำนันบอกว่าเป็นพระจะช่วยปลุกเสกน้ำมนต์ให้ ชายคนดังกล่าวจึงมีท่าทีสงบลง จากนั้นจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลตะกั่วทุ่งและจากการตรวจสอบประวัติสอบว่า ชายคนดังกล่าวเป็นผู้ป่วยจิตเวชมีประวัติการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง คาดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากความเครียดเรื่องครอบครัว

พระศุภชัย นวลประกอบ สิริจันโท พระลูกวัดนากลาง กล่าวว่า ช่วงสายของวันที่ 21 ก.พ.66 มีรถยนต์เก๋งขับเข้ามาภายในวัด จอดบริเวณลานวัด จากนั้นมีโยมในพื้นที่เข้าสอบถามว่า “มาหาใคร” คนในรถคว้าขวานขึ้นมาทำทีท่าขู่จนโยมตกใจและวิ่งห่างจากรถ ตนเองจึงได้ติดต่อกำนันติ้ง นายยุทธนากร จ๋วนเจนกิจ กำนันตำบลหล่อยูง เพื่อเข้าตรวจสอบกระทั่งเป็นเหตุตามที่กำนันได้พูดถึง โดยชายคนดังกล่าวพูดว่าต้องการให้พระสงฆ์พรมน้ำมนต์ให้ – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สวนสัตว์เปิดเขาเขียวชวนเที่ยวแก้ชงทำบุญอุปภัมภ์สัตว์ป่า เสริมบุญบารมี เพิ่มสิริมงคล

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712897

สวนสัตว์เปิดเขาเขียวชวนเที่ยวแก้ชงทำบุญอุปภัมภ์สัตว์ป่า เสริมบุญบารมี เพิ่มสิริมงคล

สวนสัตว์เปิดเขาเขียวชวนเที่ยวแก้ชงทำบุญอุปภัมภ์สัตว์ป่า เสริมบุญบารมี เพิ่มสิริมงคล

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.56 น.

สวนสัตว์เปิดเขาเขียวชวนเที่ยวแก้ชง ทุกวันพฤหัสบดี ลด 20 % ทำบุญอุปภัมภ์สัตว์ป่า เสริมบุญบารมี เพิ่มสิริมงคล

นายเทวินทร์ รัตนะวงศะวัต ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดเผยว่า สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจัดโปรโมชั่น สำหรับคนที่เกิดปีชงในปีกระต่ายนี้ ภายใต้ชื่อ เที่ยวแก้ชง! ชวนเที่ยวสวนสัตว์พร้อมทำบุญอุปถัมป์สัตว์ป่า ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ในปีกระต่ายทอง สำหรับผู้ที่เกิดปีระกา ปีเถาะ ปีชวด และปีมะเมีย ด้วยการรับส่วน ลด 20% ค่าเข้าชมสัตว์เปิดเขาเขียว ทุกวันพฤหัสบดี ผู้ใหญ่เพียง 120 บาท จากราคาบัตรปกติ 150 บาท (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่วันนี้ – ถึง 31 พฤษภาคม 2566 เพียงท่านแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง ที่หน้าประตูทางเข้าก่อนทุกครั้ง

สำหรับสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดให้บริการทุกวันพลาดไม่ได้กับความน่ารักของเหล่าสัตว์ป่า สุดยอดไฮไลท์แห่งปี พาเหรดเพนกวิน เดินอวดโฉมกว่า 40 ตัว ช้างเล่นน้ำ โชว์ทักษะธรรมชาติว่ายน้ำ ด้วยลีลาที่น่าทึ่ง ทั้งดำผุดดำว่าย และเดินสองเท้าในสระน้ำ ที่มีขนาดใหญ่ ให้อาหารละมั่ง แรดขาว ยีราฟ ลีเมอร์หางแหวน ช้าง ครอบครัวฮิปโปโปเตมัส อาทิ ฮิปโปแม่มะลิ หมูตุ๋น หมูหวาน ขวัญใจเด็กๆ และอีกมากมาย สอบถามเพิ่มเติมโทร 038-318444 หรือเพจโปรโมชั่น สวนสัตว์เปิดเขาเขียว – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชาไทย’สุดปัง! คว้าอันดับ 7 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่อร่อยที่สุดในโลก

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712878

'ชาไทย'สุดปัง! คว้าอันดับ 7 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่อร่อยที่สุดในโลก

‘ชาไทย’สุดปัง! คว้าอันดับ 7 เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่อร่อยที่สุดในโลก

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.30 น.

22 กุมภาพันธ์ 2566 เว็บไซต์ TasteAtlass ซึ่งเป็นเว็บอาหารชื่อดัง ได้จัดอันดับ 10 Best Rated NON-ALCOHOLIC BEVERAGES in the World หรือ 10 อันดับเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ที่อร่อยที่สุดในโลก

โดยพบว่า มีเมนูจากประเทศไทยติดอยู่ด้วยในอันดับที่ 7 นั่นก็คือ ชาไทยเย็น โดยได้ให้เหตุผลระบุว่า ชาเย็นแบบไทยแท้คือการผสมผสานระหว่างชาดำเข้มข้น นมข้นหรือน้ำตาล และเครื่องเทศที่เสิร์ฟบนน้ำแข็งบด เครื่องดื่มทำด้วยชาดำ เช่น ชาอัสสัม ชาซีลอน หรือชากีมุน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันทั้งแบบข้างถนนและแบบร้านอาหารมักจะผสมชาแบบบรรจุสำเร็จที่มีสีผสมอาหาร ซึ่งทำให้ชามีโทนสีส้มที่โดดเด่นและไม่เป็นธรรมชาติ ในขณะที่แบบดั้งเดิมควรมีสีเหลืองอำพันเข้ม

ส่วนอันดับ 1 นั้น ตกเป็นของ Hong Kong-Style Milk Tea หรือ ชานมสไตล์ฮ่องกง อันดับที่ 2 Aguas Frescas. จาก เม็กซิโก อันดับที่ 3 Chai masala จากอินเดีย อันดับที่ 4 Maghrebi Mint Tea อันดับ 5 Horchata (Mexico) จากเม็กซิโก อันดับ 6 Salep จากตุรกี อันดับ 7 ชาเย็นจากไทย อันดับ 8  El submarino จากอาร์เจนตินา อันดับ 9 Ristretto จากอิตาลี และอันดับที่ 10 Darjeeling จากอินเดีย 

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีตลูกคู่หนังตะลุงลาโรงแกะตัวหนังตะลุง’บิ๊กตู่’เผยชื่นชมในคุณงามความดี

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712877

อดีตลูกคู่หนังตะลุงลาโรงแกะตัวหนังตะลุง'บิ๊กตู่'เผยชื่นชมในคุณงามความดี

อดีตลูกคู่หนังตะลุงลาโรงแกะตัวหนังตะลุง’บิ๊กตู่’เผยชื่นชมในคุณงามความดี

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.27 น.

อดีตลูกคู่หนังตะลุงลาโรงมาแกะตัวหนังตะลุงขายเลี้ยงครอบครัวมากว่า 35 ปี ล่าสุดผันตัวเองมาสอนการแกะตัวหนังตะลุงหวังให้มีคนสืบสานภูมิปัญญาการแกะหนังตะลุง โดยได้รวมกลุ่มคนในหมู่บ้านมาสอนการแกะตัวหนังตะลุงขาย ยอมรับกระแสตอบรับยังดีตลาดยังสดใส พร้อมโชว์ตัวหนังตะลุง “นายกฯประยุทธ์” ที่ตนเองรัก เคารพ และชื่นชอบในคุณงามความดี เผยมีคนมาขอซื้อ แต่ไม่ขายเพราะรักชื่นชอบขอเก็บเอาไว้กับบ้าน

ที่กลุ่มแกะหนังตะลุงบ้านหนองหวายน้ำ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ที่ 2 ต.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง นายสมหมาย พลประสิทธ์ อายุ 73 ปี ครูภูมิปัญญาด้านการแกะตัวหนังตะลุง วันนี้เป็นการสอนการแกะหนังตะลุงวันที่ 3 แล้วและเป็นรุ่นที่ 3 ที่ผ่านมามีการฝึกอบรมการแกะหนังตะลุงมาแล้ว 2 รุ่นๆละ 10-15 คน คนที่มาอบรมไม่ใช่ใครที่ไหนก็เป็นชาวบ้านที่ต้องการสืบทอดการแกะตัวหนังตะลุง ไม่ให้เลือนหายจากชุมชน และยังเป็นการสร้างรายได้เสริมหลังจากกรีดยางพารา ซึ่งชาวบ้านเองก็ได้เรียนรู้การแกะตัวหนังตะลุงจากนายสมหมาย พลประสิทธ์ ที่สอนขั้นตอนการแกะหนังตะลุงตัวต่อตัวตั้งแต่การเลือกหนัง การวาดลายตัวหนังตะลุง การตัด ตอกลายลงสี และการร้อยชิ้นส่วนต่างๆ ให้เป็นตัวหนังตะลุงที่สมบูรณ์พร้อมจำหน่าย

นายสมหมาย กล่าวว่า เดิมตนเป็นลูกคู่กับคณะหนังตะลุง พออายุมากลูกๆ ก็บอกให้หยุดเดินสายไปทำการแสดงที่ต่างๆ ตนเองก็ได้หยุด แต่ก็ด้วยใจรักในหนังตะลุง บวกกับฝีมือการแกะหนังตะลุงก็ไม่เป็นสองรองใครจึงได้แกะตัวหนังตะลุงขายเรื่อยมา รวม 35 ปี สร้างเงินสร้างงานให้กับตนเอง นับวันยิ่งอายุมากขึ้นก็หวั่นว่าวิชาความรู้ที่มีอยู่ติดตัวจะจางหายจึงได้ชักชวนคนในหมู่บ้านมาเรียนรู้การแกะหนังตะลุง โดยตนเองเป็นคนลงทุนซื้ออุปกรณ์และนำแบบตัวหนังตะลุงที่มีอยู่มาสอนให้ทุกคนได้ฝึกได้ทำจนได้ผลงานที่สวยงามพร้อมที่จะจำหน่ายได้ ตนเองก็เป็นคนหาตลาดให้ โดยตัวหนังตะลุงตัวใหญ่ก็จะขายให้กับโรงหนังตลุง ตัวเล็กก็ขายตามงานต่างๆ ทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัด 

โดยราคาจะเริ่มต้นที่ 20 บาท 60 บาท 200 บาท ถึงไปถึง 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด ลวดลาย และตัวหนังตะลุง หากเป็นตัวหนังตลุง อาทิ พูนแก้ว ยอดทอง นายเท่ง นายเปี๊ยก นายโถ ราคาก็จะไม่เกิน 300 บาท แต่ถ้าเป็นตัวเจ้าเมือง ตัวพระ ตัวนาง นางยักษ์ ฤๅษี ก็จะมีราคาสูงขึ้น อยู่ที่ตัวละ 500-900 บาทเพราะเป็นงานละเอียดและประณีต ส่วนที่มีค่าและราคาสูงหลักพัน ก็จะเป็นตัวละครในวรรณคดี เช่น พญาครุต พญานาค มังกร สุวรรณมัชฉา พระอิศวรทรงโค และนักการเมือง เช่น นายชวน หลีกภัย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายสมหมาย ยังบอกกับผู้สื่อข่าวว่าตนเองมีตัวหนังตะลุงที่เป็นที่รัก เคารพ ชื่นชอบเก็บไว้อยู่ 1 ชิ้น เพราะชื่นชมท่านในคุณงามความดีคนๆ นั้นคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมกับโชว์ตัวหนังตะลุงรูปนายกรัฐมนตรีให้ดู พร้อมบอกว่ามีคนมาขอซื้อ แต่ตนเองไม่ขายเพราะรักชื่นชอบขอเก็บเอาไว้กับบ้าน

ส่วนเคล็ดลับการทำนายสมหมาย เผยหมดเปลือกว่า ก่อนจะนำหนังฟอกมาตัดเป็นตัวหนังตะลุง ก็จะเอาไปแช่น้ำ 2-3 ชม.เพื่อให้หนังมีมันคลายตัว ก่อนที่จะนำมาขึงให้ตึง เมื่อหนังแห้งก็จะเอาแบบที่สร้างเอาไว้มาวาดลงบนหนังจากนั้นก็จะใช้มีดที่ทำขึ้นมาเองตัดตามรอยที่วาดไว้ แล้วนำเหล็กตอกรู หรือ ตุ๊ดตู่ มาตกให้เกิดลวดลาย ก่อนที่จะนำไปลงสี ซึ่งสีที่ใช่เป็นแม่สี ซึ่งเป็นสีผสมอาหารที่น้ำมาผสมกับเหล้าขาว 35 ดีกรี (เคล็ดลับทำให้สีสดสวยคนทนซึมเข้าหนังได้ดี) แล้วรอจนสีแห้งก่อนจะนำไปประกอบชิ้นส่วนเป็นตัวหนังตะลุงที่สมบูรณ์พร้องนำไปจำหน่าย เดือน 1 ๆ ก็จะขายได้ 10,000-30,000 บาท ขึ้นอยู่กับงานและเทศกาลที่ไปขาย เฉลี่ยสมาชิกในกลุ่มก็สามารถสร้างรายได้คนละ 2,500-3,500 บาทแม้จะไม่มาก แต่ทุกคนก็ภูมิใจในผลงานของตัวเอง

ส่วนใครสนใจชิ้นงานตัวหนังตะลุง ของกลุ่มแกะหนังตลุงก็สามารถติดต่อนายสมหมาย พลประสิทธิ์ ประธานกลุ่ม หมายเลขโทรศัพท์ 096 372 9706

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มุกดาหารเตรียมเปิด‘หาดมโนภิรมย์’ รับนักท่องเที่ยวคลายร้อนช่วงสงกรานต์

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712873

มุกดาหารเตรียมเปิด‘หาดมโนภิรมย์’ รับนักท่องเที่ยวคลายร้อนช่วงสงกรานต์

มุกดาหารเตรียมเปิด‘หาดมโนภิรมย์’ รับนักท่องเที่ยวคลายร้อนช่วงสงกรานต์

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.16 น.

มุกดาหารเตรียมเปิด‘หาดมโนภิรมย์’ รับนักท่องเที่ยวคลายร้อนช่วงสงกรานต์     

22 กุมภาพันธ์ 2566 นายสำเนียง ใจสุข นายกเทศมนตรีตำบลชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร กล่าวว่า เทศบาลตำบลชะโนด ร่วมกับอำเภอหว้านใหญ่ ส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน ตลอดจนประชาชนชาวหว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร เตรียมเปิด “หาดมโนภิรมย์” หรือ “หาดชะโนด” รับเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2566 โดยจะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ ตอนนี้ทางผู้ประกอบการร้านค้า ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่ เตรียมพร้อมจัดร้าน จัดซุ้มที่นั่งให้บริการ คาดว่าจะมีประมาณกว่า 40 ร้านค้า เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเล่นน้ำคลายร้อนที่หาดแห่งนี้ ภายในงานทางเทศบาลตำบลชะโนด ซึ่งจัดให้มีกิจกรรมลำวงย้อนยุค จัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด ซึ่งจะเปิดรับสมัครในวันที่ 10 มีนาคม 2566 ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2566 และจะเริ่มทำการแข่งขันในวันที่ 1 เมษายน 2566

ด้านนายอรัญ รูปดี รองนายกเทศมนตรีตำบลชะโนด กล่าวว่า สำหรับมาตรการการป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำ ได้จัดตั้งกองอำนวยการเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พร้อมเตรียมเสื้อชูชีพไว้ให้คอยบริการนักท่องเที่ยว และได้จัดตั้งกล้องวงจรปิดตลอดแนวชายหาด ป้องกันเหตุ ในส่วนการเก็บค่าบริการรถยนต์ ในปีนี้ ทางเทศบาลตำบลชะโนดร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้า ได้กำหนดเก็บบัตรฝากจอดรถคันละ 40 บาท ไม่เก็บค่าบัตรขึ้น-ลง แต่อย่างใด

“ขอยืนยันว่าจะมีค่าเก็บบัตรฝากจอดรถคันละ 40 บาท เท่านั้น หากนักท่องเที่ยวพบเห็นหรือมีบุคคลแอบอ้างเก็บบัตรขึ้น-ลง คนละ 10 บาท สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลชะโนดทันที เพื่อจะจับกุมดำเนินคดี จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวหาดมโนภิรมย์ หรือหาดชะโนดกัน” นายอรัญ กล่าว

สำหรับหาดมโนภิรมย์  หรือหาดชะโนด ตั้งอยู่ที่บ้านชะโนด ต.ชะโนด อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ห่างจากตัวจังหวัด 17 กิโลเมตร เป็นหาดทรายในแม่น้ำโขงซึ่งทอดยาวอยู่ใกล้กับวัดมโนภิรมย์ ชาวบ้านจึงเรียกหาดทรายนี้ว่าหาดมโนภิรมย์ตามชื่อวัด หรือเรียกว่าหาดชะโนดตามชื่อของหมู่บ้าน

“หาดมโนภิรมย์” ทอดยาวจากทิศเหนือของบ้านชะโนดไปบรรจบกับหาดพาลุกา ที่บ้านพาลุกา ในช่วงฤดูฝนแม่น้ำโขงมีระดับน้ำสูง จะไม่สามารถมองเห็นหาดทรายนี้ได้ เมื่อเข้าช่วงฤดูแล้งเริ่มจากเดือน พฤศจิกายนน้ำเริ่มลดลง จึงสามารถมองเห็นหาดทรายได้กว้างลงไปถึงกลางแม่น้ำโขง และมีความยาวหาดทรายจากทิศเหนือ-ทิศใต้ 1.5-2 กิโลเมตรโดยประมาณ หากยืนอยู่บนหาดมโนภิรมย์ จะสามารถมองเห็นสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ได้อย่างชัดเจน….-005

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ฟอร์ด’ยืนยันเป็นรถใหม่ ไม่ใช่มือสอง ยินดีซื้อคืน เจ้าของรถเดินหน้าทวงความยุติธรรม

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712865

'ฟอร์ด'ยืนยันเป็นรถใหม่ ไม่ใช่มือสอง ยินดีซื้อคืน เจ้าของรถเดินหน้าทวงความยุติธรรม

‘ฟอร์ด’ยืนยันเป็นรถใหม่ ไม่ใช่มือสอง ยินดีซื้อคืน เจ้าของรถเดินหน้าทวงความยุติธรรม

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.53 น.

บริษัทรถยนต์ยืนยัน “เป็นรถใหม่ ไม่ใช่รถมือสอง” หากลูกค้าไม่สบายใจ ยินดีซื้อรถคืนตามราคาที่เหมาะสม หรือ เยียวยาหากต้องการใช้รถต่อ – ส่วนเจ้าของรถยังเดินหน้าสู้ต่อเพื่อทวงความยุติธรรม

จากกรณี น.ส.จันดารัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ร้องเรียนว่าซื้อรถกระบะสี่ประตู สีดำ ยี่ห้อหนึ่ง มาตั้งแต่ปี 2563 ด้วยเงินสดจากศูนย์แห่งหนึ่งใน ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง หลังใช้มากว่า 2 ปี รถเกิดปัญหา จึงเข้าศูนย์เคลมประกันพบว่า รถคันนี้ถูกจดทะเบียนไปแล้ว เมื่อปี 2561 จึงไม่สามารถเคลมได้เพราะหมดประกัน แถมหมายเลขเครื่องยนต์ก็ไม่ตรงกันกับเล่มทะเบียน ศูนย์กลับบ่ายเบี่ยง แล้วเสนอให้ประกันเพิ่มอีก 2 ปี แลกกับการจบเรื่อง (อ่านข่าว สองผัวเมียสุดช้ำ!! จ่ายเงินสดซื้อรถยี่ห้อดังป้ายแดง แต่ได้รถเก่าใช้มาแล้ว 2 ปีกว่า)

ล่าสุด ทางศูนย์เรียกให้ น.ส.จินดารัตน์ เข้าเจรจาหาข้อยุติ พร้อมทั้งพาไปต่อทะเบียนรถยนต์ ทางบริษัทเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ที่ติดต่อไม่ได้ สาเหตุอาจเกิดจากเอกสารไม่ตรงกัน ล่าสุด ต่อทะเบียนได้แล้ว น.ส.จินดารัตน์ ยืนยันจะไม่ขอยอมรับข้อเสนอจากศูนย์รถ เพราะยังไม่ได้ความเป็นธรรม จะขอต่อสู้ต่อไป 

เกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ก.พ.2566 นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง กรรมการผู้จัดการบริษัทฟอร์ดเอกระยอง ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง ได้กล่าวว่า เกี่ยวกับกรณีเรื่องร้องเรียนที่เกิดขึ้น ทาง น.ส.จินดารัตน์ ชำเลืองฤทธิ์ อายุ 26 ปี ได้เข้ามาเจรจากับทางศูนย์แล้ว โดยทางศูนย์ได้ชี้แจงกับปัญหาที่เกิดขึ้นดังนี้

กรณีที่มีการร้องเรียนว่าเป็นรถยนต์เก่า ทางศูนย์ยืนยันว่า รถยนต์ที่ลูกค้าซื้อเป็นรถยนต์ใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์ที่นำมาโชว์ ไม่เคยขายให้กับบุคคลอื่นมาก่อนและไม่มีการเปลี่ยนหรือสวมเครื่องยนต์ สามารถต่อทะเบียนได้ตามปกติ โดยทางศูนย์ได้ต่อทะเบียนที่สำนักงานขนส่ง จ.ระยอง ให้เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ได้ยื่นข้อเสนอรับดูแลลูกค้าทุกกรณี แต่ไม่เกินกว่ามูลค่าที่ลูกค้าซื้อรถยนต์ไปจากบริษัทฯ ซึ่งข้อเสนอของลูกค้าต้องการรถยนต์คันใหม่รุ่น 4 ประตู (Model ใหม่ Next Gen Ranger) ในราคาที่สูงกว่ารุ่นที่ลูกค้าซื้อ ทางบริษัทฯ จึงไม่สามารถให้ข้อเสนอตามที่ลูกค้าต้องการได้และบริษัทฯ ได้ขอเข้าพบสำนักงานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จังหวัดระยอง เพื่อนัดไกล่เกลี่ยพร้อมกับลูกค้าในการหาข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งเป็นการนัดเข้าพบเป็นครั้งแรกหลังจากได้รับหนังสือแจ้งเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการหาข้อตกลงร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาให้กับลูกค้าภายใต้หลักการที่เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายและขอยืนยันว่า บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริตและเป็นธรรม มุ่งเพื่อการรักษาความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ด้าน น.ส.จินดารัตน์  ผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า หลังจากที่ ทางบริษัท ยื่นข้อเสนอให้ ทางตนเองได้ปรึกษากับทางครอบครัวแล้ว จะไม่ข้อรับข้อเสนอของบริษัท จะขอต่อสู้จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม เพราะตนเองเป็นผู้ถูกกระทำ 

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตือนสายควัน! ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ทำลายถึงดีเอ็นเอ เพิ่มเสี่ยงมะเร็งมากกว่าบุหรี่ธรรมดา

Posted on February 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712851

เตือนสายควัน! 'บุหรี่ไฟฟ้า'ทำลายถึงดีเอ็นเอ เพิ่มเสี่ยงมะเร็งมากกว่าบุหรี่ธรรมดา

เตือนสายควัน! ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ทำลายถึงดีเอ็นเอ เพิ่มเสี่ยงมะเร็งมากกว่าบุหรี่ธรรมดา

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.59 น.

22 กุมภาพันธ์ 2566 รศ.ดร.พญ.เริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยผลงานวิจัยใหม่โดยคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเซาท์เทิร์น แคลิฟอร์เนีย ที่พบว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลให้ดีเอ็นเอของเซลล์ในช่องปากถูกทำลายไม่ต่างจากการสูบบุหรี่ธรรมดา ซึ่งการที่ดีเอ็นเอถูกทำลายนี้จะทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ รวมทั้งโรคมะเร็ง โดยนักวิจัยคัดเลือกผู้ใหญ่ 72 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.ผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า (ไม่เคยสูบบุหรี่ธรรมดาเลย) 2.ผู้สูบบุหรี่ธรรมดา (ไม่เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้าเลย) 3.ผู้ที่ไม่มีประวัติสูบทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ธรรมดา เก็บข้อมูลประวัติการสูบ ความถี่ ชนิดของบุหรี่ที่สูบ และความเสี่ยงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด และเก็บตัวอย่างเซลล์เยื่อบุช่องปากทุกคนเพื่อนำมาตรวจลักษณะของดีเอ็นเอ

รศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวต่อว่า ผลวิจัยพบว่าคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าพบดีเอ็นเอของเซลล์เยื่อบุช่องปากถูกทำลายเป็น 2.6 เท่า ส่วนคนที่สูบบุหรี่ธรรมดาพบดีเอ็นเอถูกทำลายเป็น 2.2 เท่าเมื่อเทียบกันคนที่ไม่มีประวัติสูบบุหรี่ใด ๆ ในกลุ่มที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าพบว่ายิ่งสูบมากขึ้น ดีเอ็นเอยิ่งถูกทำลายมาก หากพิจารณาตามชนิดบุหรี่ไฟฟ้าที่สูบ พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าแบบพอด ดีเอ็นเอถูกทำลายมากที่สุด หากพิจารณาตามรสชาติบุหรี่ไฟฟ้าที่สูบ เช่น รสผลไม้ รสเมนทอล พบดีเอ็นเอถูกทำลายมากขึ้น ทั้งนี้ไม่เกี่ยวกับระดับนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า คือไม่ว่าจะมีนิโคตินมากหรือน้อยก็ส่งผลให้ดีเอ็นเอถูกทำลายเช่นกัน

รศ.ดร.พญ.เริงฤดี กล่าวอีกว่า การที่กลุ่มสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าพยายามให้ข้อมูลกับสังคมว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีสารพิษน้อยกว่า ทำให้มีอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดา เชื่อถือไม่ได้แล้วเพราะสารพิษน้อยกว่าไม่ได้หมายความว่า อันตรายน้อยกว่า นอกจากนี้บุหรี่ไฟฟ้ายังมีสารเคมีอีกกว่า 2,000 ชนิดที่ไม่พบมาก่อนในบุหรี่ธรรมดา ส่วนกรณีบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังเป็นประเด็นดราม่าในสังคมไทย และมีนักการเมืองหลายพรรคกำลังมีความคิดว่าจะทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย อยากให้พิจารณาผลการศึกษาวิจัยบุหรี่ไฟฟ้าอย่างรอบคอบ คิดถึงผลกระทบที่จะเกิดกับสังคมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่จะหลงเข้าไปเสพติดบุหรี่ไฟฟ้าให้มากๆ ข้ออ้างที่ว่าทำบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมายเพื่อลดปัญหาคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกจุด ที่ถูกต้องคือแก้ที่เจ้าหน้าที่ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเด็กและเยาวชนมากกว่า

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดเซ็ง! สาวสั่งช่อดอกไม้เงินสด5หมื่น สุดท้ายหายทั้งของทั้งไรเดอร์

Posted on February 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712813

สุดเซ็ง! สาวสั่งช่อดอกไม้เงินสด5หมื่น สุดท้ายหายทั้งของทั้งไรเดอร์

สุดเซ็ง! สาวสั่งช่อดอกไม้เงินสด5หมื่น สุดท้ายหายทั้งของทั้งไรเดอร์

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.34 น.

22 ก.พ.66 เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part6 โพสต์ภาพช่อดอกไม้ที่ทำจากเงินสด เป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท ที่กำลังถูกจัดส่งโดยบริการรับส่งของด่วน ในแอปพลิเคชันชื่อดัง พร้อมระบุข้อความว่า “หายไปกับช่อดอกไม้เงินสด มีงานสุจริตทำไม่ชอบชอบติดคุก

“ตามหาคนหายค่ะ หายไปกับช่อดอกไม้มูลค่า 50,000 บาท ใครรู้จักหรือให้เบาะแสได้รบกวนติดต่อกลับหน่อยนะคะ ตอนนี้เราได้แจ้งความแล้วแต่ ตร.บอกแค่รอดำเนินการตามขั้นตอนค่ะ เราร้อนใจมาก ๆ เงินมูลค่าสูงและสำคัญกับเรามากค่ะ 

เมื่อวาน 20/2/66 เราได้สั่งดอกไม้ช่อเงินออนไลน์ต้องการมาเซอร์ไพรส์ แต่ไรเดอร์ไม่โทรหาปลายทางและกดจบงานเลยค่ะ พอเราติดต่อกลับ อ้างว่ามีคนมารอรับอยู่แล้วเลยไม่โทรหาปลายทาง แต่พอเราบอกให้ไปเอาของกลับมาส่งให้ ก็อ้างว่าติดลูกค้า และขาดการติดต่อไปเลยตั้งแต่บ่ายสามเมื่อวานค่ะ คนขับชื่อ ณรงค์ศักดิ์ ทะเบียน 1754 แท็กซี่เขียวเหลือง”

ทั้งนี้ ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ต่างบอกให้ติดต่อไปยังบริษัทดังกล่าวเพื่อให้ชี้แจงและรับผิดชอบ พร้อมกับให้ไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย

.-011

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid02szQSedJNb6Ew9wGHViZ7xnyhocnND6m3qQZ19vFAXUimbNV8w3V1QZzMPVmzNADjl%26id%3D100084847147197&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,853,828 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ไปรษณีย์ไทยแนะใช้ ChatGPT ยกระดับการส่งพัสดุ เหมือนมีพี่ไปรฯ ส่วนตัว
ยศชนัน-จุลพันธ์ นำทัพปราศรัยใหญ่เชียงราย ชูแก้จน-ปราบยาเสพติด
​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ
เจษฎ์ซ่อมป้ายหาเสียง วอนหยุดทำลายป้ายพรรคเล็ก ยันพรรครักชาติไม่มีนายทุน
อว.ผนึกรัฐ-เอกชน-มหา'ลัย ลงนาม MOU พัฒนากำลังคนด้าน AI - ยานยนต์ไฟฟ้า
เป๊ก เศรณี ตอบชัดความสัมพันธ์กับ แอนโทเนีย หลังลือหนักซุ่มคบกัน
'ปนป.15 สถาบันพระปกเกล้า' ผนึกกำลัง PPC - มูลนิธิคุณ กู้วิกฤตขยะคืนลมหายใจให้ทะเลไทย
ส่งสัญญาณแรงถึงผู้ว่าฯ นายกฯชี้จังหวัดบกพร่อง เหตุเผากว่าหมื่นไร่นครนายก
กทม.ฝุ่นพุ่งเช้านี้! อธิบดีกรมฝนหลวงฯ สั่งวางแผนเร่งระบายฝุ่นออกโดยเร็วที่สุด
ชูวิทย์จัดหนักพรรคส้มส่งท้าย โชว์คลิปเสียง-หลักฐาน ซัดแค่คัดสรรผู้สมัครยังมีปัญหา

Recent Posts

  • WHO ประเมิน ไวรัสนิปาห์ในอินเดีย ความเสี่ยงระบาดต่ำ เฝ้าระวังผู้สัมผัสกว่า 190 คน ยังไม่พบติดเพิ่ม
  • เอกสารลับคดีเอปสตีนฉาวอีกระลอก พบอีเมลชวน “ดยุคแห่งยอร์ก” พบหญิงรัสเซียวัย 26 ปี
  • ลุยจิ มันจิโอนี รอดโทษประหาร หลังศาลสหรัฐฯ สั่งยกฟ้องคดีฆาตกรรมซีอีโอบ.ประกัน
  • ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
  • วงการฮอลลีวูดสูญเสีย “แคทเธอรีน โอฮารา” คุณแม่จาก Home Alone เสียชีวิตวัย 71 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d