Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ผอ.โรงเรียนดังสารคาม แจงหักคะแนนเด็กร้องไห้มีนานแล้ว หวั่นกวนเด็กคนอื่น

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/633229

ผอ.โรงเรียนดังสารคาม แจงหักคะแนนเด็กร้องไห้มีนานแล้ว หวั่นกวนเด็กคนอื่น

วันศุกร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 13.36 น.

หลังจากกรณีที่โซเชียลได้มีการแชร์ เรื่องราวของผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง กำหนดระเบียบในการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนอนุบาล 1-3 โดยกำหนด3 ข้อ ดังนี้ 1.นักเรียนต้องทดสอบทุกฐาน 2.หากนักเรียนที่เข้าทดสอบร้องให้ ให้หักคะแนนที่ร้องให้ฐานละ 3 คะแนน 3.ไม่อนุญาตผู้ปกครองเข้าห้องสอบทุกกรณี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : แชร์ว่อน! ผอ.โรงเรียน คัดเด็กเข้าเรียนอนุบาล ‘ใครร้องไห้ ตัดคะแนน’

ล่าสุด รศ.ดร.สุนันท์ สายกระสุน ผอ.โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ฝ่ายประถม ว่า ประกาศที่ที่มีการแชร์ผ่านสื่อออนไลน์ เป็นหนึ่งในระเบียบของการทดสอบเด็กนักเรียนที่จะเข้ามาศึกษาต่อในสถาบัน ซึ่งมีการกำหนดไว้มานานแล้ว ถือเป็นระเบียบเพื่อสร้างความเสมอภาคให้กับเด็กที่เข้าทดสอบคนอื่นๆ ด้วย

“การร้องไห้อาจรบกวนสมาธิของเด็กนักเรียนคนอื่นๆ หากเด็กคนหนึ่งร้องอาจทำให้เพื่อนคนอื่นๆ ร้องตามด้วย ทำให้ไม่สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และไม่สามารถเข้าทดสอบความรู้ความสามารถได้ต่อ ส่งผลกระทบต่อเด็กคนอื่นๆ” รศ.ดร.สุนันท์ กล่าว 

รศ.ดร.สุนันท์ กล่าวอีกว่า การตัดคะแนนก็ถือว่าให้ความเป็นธรรมต่อเด็กคนอื่นด้วย ส่วนคะแนนเพียง 3 คะแนน เป็นเพียงคะแนนส่วนน้อย ทั้งนี้ ต้องการอยากให้ผู้ปกครองทราบรายละเอียดเพิ่มเติมในการทดสอบ จากนั้นอาจต้องมีการทบทวนระเบียบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในแนวทางเดียวกัน. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หาดูยาก! เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาเหรง พบ ‘ดอกบัวผุด’ รวม 12 ดอก

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/633206

หาดูยาก! เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาเหรง พบ ‘ดอกบัวผุด’ รวม 12 ดอก

วันศุกร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 11.47 น.

4 ก.พ.65 นายกฤษฎา สุขาเขิน หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาเหรง พร้อมเจ้าหน้าที่สำรวจดอกบัวผุดบริเวณบ้านควนยาง หมู่ 11 ต.นาหว้า อ.จะนะ จ.สงขลา ภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาเหรง พบดอกบัวผุดใกล้บาน จำนวน 2 ดอก ขนาดเส้นรอบวงดอก 75 – 67 เซนติเมตร และดอกตูม 2 ดอก ขนาด 49 และ 42 เซนติเมตร และ ดอกตูมขนาดเล็กอีก 8 ดอก

“บัวผุด” หรือ “บัวตูม” เป็นกาฝากชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่บนรากของพืชจำพวกสกุลเครือเขาน้ำ มีลักษณะเด่นที่ดอกซึ่งเป็นดอกเดียวขึ้นจากพื้นดินมีขนาดใหญ่ มีกลิ่นเหม็นมาก ให้เห็นระหว่างฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนธันวาคม ดอกตูมอยู่จะคล้ายกับหม้อขนาดใหญ่มีกลีบหนาจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางของดอก 70-80 เซนติเมตร ที่โคนของดอกมีกลีบนำสีน้ำตาลอมเหลืองเรียงสลับซับซ้อนกันอยู่มาก ภายในดอกจะมีแผ่นแบนคล้ายจาน ด้านบนมีปุ่มคล้ายหนามแหลมจานนี้จะซ้อนเกสรตัวผู้และรังไข่ไว้ด้านล่าง ดอกของบัวผุดใช้เวลาตั้งแต่เป็นดอกตูมจนบานถึง 9เดือน ดอกจะบานอยู่ได้เพียง 4-5 วันเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะค่อย ๆ ดำเน่าไป และขณะนี้มีจำนวนลดลงเรื่อยๆ ฉะนั้นเมื่อนักท่องเที่ยวไปเดินป่าเพื่อชมดอกบัวผุดจึงควรใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะอาจจะไปเหยียบย่ำบนดอกตูมของบัวผุดได้. -008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แชร์ว่อน! ผอ.โรงเรียน คัดเด็กเข้าเรียนอนุบาล ‘ใครร้องไห้ ตัดคะแนน’

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/633206

แชร์ว่อน! ผอ.โรงเรียน คัดเด็กเข้าเรียนอนุบาล 'ใครร้องไห้ ตัดคะแนน'

วันศุกร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 10.58 น.

เป็นกระแสที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากบนโลกโซเชียล เมื่อมีหนังสือทางราชการจากผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง กำหนดระเบียบในการคัดเลือกเด็กเข้าเรียนอนุบาล 1-3 โดยกำหนด3 ข้อ ดังนี้

1.นักเรียนต้องทดสอบทุกฐาน
2.หากนักเรียนที่เข้าทดสอบร้องให้ ให้หักคะแนนที่ร้องให้ฐานละ 3 คะแนน
3.ไม่อนุญาตผู้ปกครองเข้าห้องสอบทุกกรณี

จึงเกิดคำถามขึ้นว่า “เด็กอนุบาลร้องให้ทำไมต้องถูกหักคะแนน? , เด็กร้องไห้ไม่ได้เหรอ? , เด็กไม่มีสิทธิร้องไห้? และคำถามมากมายส่งไปถึงผู้อำนวนการรายดังกล่าว จนกลายเป็นไวรัสบนโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผุดไอเดีย! สร้างรางเลนรถจักรยานบนสะพานลอย

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/633201

ผุดไอเดีย! สร้างรางเลนรถจักรยานบนสะพานลอย

วันศุกร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 10.18 น.

4 กพ.65 นายอุดมไกรวัตนุสสรณ์ นายกอบจ.สมุทรสาครและนายอภิชาต โพธ์ถนอม รองนายกอบจ.สมุทรสาคร ได้ให้สัมภาษณ์ว่าได้มีการร่วมมือกันระหว่าง องค์การบริหารส่วนจังหวัดแขวงการทางหลวง และวิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร ช่วยกันสร้างติดตั้งรางเลนรถจักรยานขึ้นบริเวณสะพานลอยคนข้ามถนนพระราม2 หน้าตลาดกลางกุ้ง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เนื่องจาก ว่ามีประชาชนจำนวนมากใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางในชีวิตประจำวันจึงเห็นได้ว่าสะพานลอยดังกล่าวมีคนแบกจักรยานข้ามไปข้ามมาทั้งวันจากฝั่งทาง อ.กระทุ่มแบน ไปฝั่ง อ.เมือง ซึ่งประชาชนได้ร้องขอความช่วยเหลือมายังทาง อบจ.ให้หาวิธีช่วยชาวบ้านที่จะต้องแบกจักรยานคันหนักๆข้ามสะพานลอยทุกๆวัน

ทางอบจ.จึงได้เร่งทำการสร้างและติดตั้งรางเลนรถจักรยานจนแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยเปิดให้ประชาชนได้ใช้งาน และจะได้ไม่ต้องแบกจักรยานให้ลำบาก ซึ่งหากโครงการดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากประชาชนก็จะมีการสร้างรางเลนรถจักรยานขึ้นบนสะพานลอยในที่อื่นๆที่มีการร้องขอมาอีกต่อไป. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องแบม’ นศ.จบใหม่ ม.มหิดล อยากเห็น’ความเท่าเทียมทุกเพศ’เป็นเรื่องปกติ

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/633192

'น้องแบม' นศ.จบใหม่ ม.มหิดล อยากเห็น'ความเท่าเทียมทุกเพศ'เป็นเรื่องปกติ

วันศุกร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 09.36 น.

แนวคิดสตรีนิยม หรือ เฟมินิสม์ (feminism) คือแนวคิดที่ว่าด้วยความเท่าเทียมทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของเพศต่างๆ ซึ่งได้มีการเสนอข้อเรียกร้องและพัฒนาเรื่อยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ส่วนผู้ที่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าว เรียกกันว่า เฟมินิสต์ (feminist)

“ลลิตภัทร โปทาวี” หรือ “น้องแบม” นักศึกษาจบใหม่ หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาศาสนศึกษา จากรั้ววิทยาลัยศาสนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงความคิดเห็นว่า ในสังคมไทยเราต้องยอมรับก่อนว่า เราเติบโตและถูกปลูกฝังมาในสังคมปิตาธิปไตย (patriarchy) หรือ สังคมแบบ“อำนาจชายเป็นใหญ่” ซึ่งระบบความคิดนี้มันฝังรากลึกในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผู้คนเริ่มมีความคิดเปลี่ยน ทำให้กระแสแนวคิดสตรีนิยมหรือเฟมินิสต์ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทและมีแรงกระเพื่อมในสังคมไทยมากขึ้น

“สำหรับแนวคิดสตรีนิยม หนูรู้สึกว่าเขาไม่ได้ต้องการเชิดชูให้ผู้หญิงเป็นใหญ่ แต่สิ่งที่ต้องการก็คือ ความเท่าเทียมกันของทุกเพศ ไม่มีใครอยู่เหนือใคร แต่การที่ผู้หญิงยังถูกกดขี่ด้วยสังคมนิยมอำนาจปิตาธิปไตยแล้ว ก็จะไม่มีใครมองว่าผู้หญิงก็สามารถดูแลตัวเองได้ สามารถเป็นผู้นำได้ สามารถทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ การที่กลุ่มเฟมินิสต์ออกมาเรียกร้อง เราไม่ต้องการให้ใครมองว่าเราอ่อนแอหรือเราต้องการคนดูแล แต่พวกเราต้องการจะสื่อว่า ไม่ว่าจะหญิงหรือชายก็ควรมีความเท่าเทียมกัน ไม่ควรมีใครด้อยค่าไปกว่าใคร” น้องแบม กล่าว

เรื่องความเท่าเทียมในสังคมไทยก็เหมือนกัน การที่เราเป็นสังคมปิตาธิปไตยนี่ก็มีส่วนมากๆ ที่ทำให้เพศหญิงถูกกดขี่ ไม่สามารถมีปากมีเสียงได้มากเทียบเท่าผู้ชาย แต่นี่ก็ทศวรรษที่ 21 แล้ว อะไรหลายๆ อย่างได้เปลี่ยนไป แม้กระทั่งกรอบความคิด เริ่มมีอิทธิพลความคิดที่ตื่นตัวขึ้นมากจากในสมัยก่อน การที่ผู้หญิงจะมีปากมีเสียงหรือมีบทบาทที่เทียบเท่าผู้ชายมันไม่น่าใช่เรื่องผิดอะไร ซึ่งอาจจะมีคนบอกว่า ไม่เท่าเทียมยังไง?

ยุคนี้ผู้หญิงก็ออกไปทำงานหาเงินได้เหมือนผู้ชาย ใช่ ยอมรับว่ายุคนี้ผู้หญิงออกไปทำงานหาเงินได้เหมือนผู้ชาย แต่เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วต่อให้ผู้หญิงออกไปทำงานหาเงินได้เหมือนผู้ชายแต่สุดท้ายก็จะโดนมองข้ามเรื่องความสามารถไปโฟกัสเรื่องอื่นแทน เช่น กรณีที่เรามีนักการเมืองหญิง เรากลับวิพากษ์วิจารณ์เขาเรื่องหน้าตามากกว่าโฟกัสเรื่องความสามารถและผลงาน

“สุดท้ายนี้หนูอยากให้ทุกคนเปิดใจ พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดกัน และเคารพความเห็นซึ่งกันและกัน ต่อให้ในตอนนี้อาจจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนมาก แต่หนูก็หวังว่าในอนาคตอันใกล้ สังคมไทยของเราจะทำให้ความเท่าเทียมเป็นเรื่องปกติได้ ไม่มีใครกดขี่หรือเหยียดหยามใคร” น้องแบม กล่าวทิ้งท้าย. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รร.บ้านท่าตาฝั่ง’จัด‘เบบี้บังเกอร์’ซ้อมหลบภัยสงคราม พร้อมเสียงสะท้อนถึงภาครัฐ

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/633161

‘รร.บ้านท่าตาฝั่ง’จัด‘เบบี้บังเกอร์’ซ้อมหลบภัยสงคราม พร้อมเสียงสะท้อนถึงภาครัฐ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 22.06 น.

‘รร.บ้านท่าตาฝั่ง’จัด‘เบบี้บังเกอร์’ซ้อมหลบภัยสงคราม พร้อมเสียงสะท้อนถึงภาครัฐ

3 กุมภาพันธ์ 2565 ที่โรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ครูและนักเรียนกว่า 100 คนได้ร่วมกันซ้อมหนีภัยซึ่งเป็นผลกระทบจากการสู้รบระหว่างทหารกองทัพพม่าและกองกำลังทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ในบริเวณตรงข้ามแม่น้ำสาละวิน รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา

นายสายัณ โพธิ์สุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง ให้สัมภาษณ์ว่า โรงเรียนบ้านท่าตาฝั่งมีเด็กนักเรียนอยู่ 132 คน ซึ่งครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุลูกกระสุนปืนใหญ่จากอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำสาละวินข้ามมาตกในบริเวณใกล้หมู่บ้าน โดยมีกิจกรรม 2 แบบคือการซ้อมหลบภัยและการเยียวยา ซึ่งการซ้อมหลบภัยนั้นได้ทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 36 มาร่วมเป็นวิทยากรให้ โดยทำความเข้าใจกับเด็กๆว่า หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นควรปฎิบัติอย่างไร และให้ตระหนักถึงภัยรอบตัวอย่างไรบ้าง การหนีเข้าหลุมหลบภัยซึ่งทางโรงเรียนจัดขึ้นควรเข้า-ออกอย่างไร ขณะที่หากเกิดเหตุในตอนกลางคืนก็ต้องเข้าไปหลบที่บังเกอร์ใกล้บ้าน ในการฝึกซ้อมได้จัดเป็นโซนยึดตามสภาพพื้นที่ว่าห้องเรียนชั้นใดควรวิ่งไปก่อน และจะเคลื่อนไปจุดไหน เพื่อเวลาเกิดเหตุจะได้ไม่ฉุกละหุกโดยมีสัญญาณเสียงแจ้งให้ทราบ แต่การซ้อมในวันนี้ยังไม่ได้ซ้อมเคลื่อนไปจุดรวมพลของหมู่บ้าน

“วันนี้เด็กๆก็ดูสนุกสนานกันตามประสา แต่ของจริงคงไม่สนุกแบบนี้ เราพยายามทำให้พวกเขาเห็นการจำลองของจริง วันนี้สภาพจิตใจของพวกเขาดีกว่าเดิมเยอะ แตกต่างจากเมื่อตอนเกิดเหตุที่มีการสู้รบบริเวณฝั่งตรงข้ามครั้งก่อน ตอนนั้นเด็กๆบ้านท่าตาฝั่งต้องอพยพหนีตามพ่อแม่ไปอยู่ในลำห้วย มีหญิงชาวบ้านคนหนึ่งเป็นคนตกใจง่ายเพราะได้รับผลกระทบจากชีวิตในอดีต พอได้ยินเสียงระเบิดเธอตกใจมากถึงขนาดโยนลูกน้อยที่เธออุ้มไว้ โชคดีที่เด็กไม่เป็นอะไรมาก เราเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ควรมีการเยียวยา”นายสายัณ กล่าว

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง กล่าวว่าการเยียวยาคือทำให้ทุกคนได้รู้สึกไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ครั้งก่อนที่เด็กๆต้องหนีไปหลบในลำห้วย ก็มีทีมตามเข้าไปโดยเอาข้าวของไปแจกและจัดหาห้องน้ำให้เพื่อให้เขาได้รู้ว่าไม่อยู่คนเดียว ขณะนี้ได้เตรียมข้าวของ เช่น มีตุ๊กตาเล็กๆข้างในมีเม็ดถั่วเขียวให้เด็กๆบีบเล่นเพื่อผ่อนคลาย เป็นกิจกรรมเพื่อให้ออกจากความเจ็บปวด หรือถ้ามีกรณีเจ็บป่วยเราได้หารือกันเรื่องการส่งต่อไปยังสถานพยาบาล ซึ่งสถานการณ์เฉพาะหน้าเช่นนี้เราไม่สามารถคาดการณ์ได้จึงต้องเตรียมพร้อมเสมอ บางครั้งยิงต่อสู้กันก็ไม่ส่งผลกระทบฝั่งไทย แต่บางครั้งก็กระทบ แต่ในพื้นที่บ้านท่าตาฝั่งการสื่อสารค่อนข้างมีข้อจำกัดและติดต่อภายนอกยาก เพราะสัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่ดี หากเกิดเหตุจึงกลัวว่าการสื่อสารกับหน่วยที่เกี่ยวข้องได้ยาก

ผู้สื่อข่าวถามว่าอยากให้รัฐหรือสังคมช่วยสนับสนุนอย่างไรบ้าง นายสายัณ กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือการให้การศึกษาที่ถูกกับสถานการณ์ ช่วยสร้างความเข้าใจและจิตสำนึกเกี่ยวกับสถานการณ์ เช่น เมื่อเกิดเหตุบางคนมีทัศนะไม่ดีต่อสงคราม ดังนั้นต้องทำความเข้าใจว่าสถานการณ์เช่นนี้อยู่นอกเหนือการควบคุม เราจึงต้องให้เด็กๆอยู่กับสถานการณ์เช่นนี้ให้ได้ เพื่อให้เด็กๆเกิดท่าทีที่ถูกต้อง

“ขณะนี้เรามีครูอาสาอยู่ 6 คน เงินเดือน 6 พันบาท แค่ค่าใช้จ่ายต่างๆรวมทั้งค่าอินเตอร์เน็ต พวกเขาก็แทบไม่มีเงินเดือนเหลือทุกวันนี้พวกเขาทำงานตามกำลังเท่าที่ทำได้ เราควรสนับสนุนเขา หรือกรณีงอินเตอร์เน็ต ทำอย่างไรที่จะได้สัญญาณที่แรงกว่านี้ ทุกวันนี้เราถ้าอยากได้สัญญาณที่แรงพอที่จะติดต่อกับโลกภายนอก ส่งภาพได้ เราต้องซื้อจากเอกชนวันละ 30 บาทจริงๆแล้วอยากได้เหมาจ่ายรายจ่ายเดือนๆละ 7 พันบาท แต่เราไม่มีงบประมาณ เราอยากทำสนามฟุตบอลและหญ้าเทียมให้เด็กๆชายแดนในชุมชนทั้งสองฝั่งแม่น้ำสาละวินได้มาเล่นกีฬากัน ตอนนี้ได้เขียนโครงการขอไปยังเอกชนรายหนึ่ง แต่ไม่รู้จะได้หรือไม่ การเล่นกีฬาทำให้เยียวยาและลืมความเลวร้าย หากได้สนามมาตรฐาน อนาคตอาจมีช้างเผือกของที่นี่ไปแข่งในระดับชาติก็ได้”ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง กล่าว

ด้านนายสันติพงษ์ มูลฟอง ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคลจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ชาวบ้านที่หนีภัยการสู้รบและเดินทางมาประชิดชายแดนไทยนั้น เกิน 50 % เป็นเด็กที่ต้องมากับครอบครัวและต้องเดินทางกลับเมื่อครอบครัวกลับ แต่ที่เป็นห่วงคือเด็กกลุ่มที่ต้องเดินทางมาด้วยตนเองโดยเฉพาะเข้ามาเรียนหนังสือในฝั่งไทย โดยเด็กเหล่านี้รู้ว่าพื้นที่ใดปลอดภัยจึงเข้ามาอาศัยอยู่ แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่คือหลายโรงเรียนต้องกลายเป็นหอพักกินนอนเพื่อรองรับเด็กข้ามแดนกลุ่มนี้ ขณะที่อีกหลายโรงเรียนบริเวณชายแดนกลับไม่ยอมรับเด็กเข้าเรียน แม้จะมีกฎหมายด้านการศึกษาระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามปฏิเสธเรื่องการศึกษา แต่หลายโรงเรียนกลับไม่ยอมรับจนเด็กๆต้องเดินผ่านไปเรียนในโรงเรียนที่ไกลกว่า เข้าใจว่าตัวผู้บริหารโรงเรียนอาจกลัวว่าจะถูกฝ่ายความมั่นคงเพ่งเล็ง

นายสันติพงษ์กล่าวว่า ขณะเดียวกันปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องสถานภาพทางกฎหมายของเด็กกลุ่มนี้และรัฐไทยก็ยังไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน แต่โดยสถานะด้านการศึกษา พวกเขาเป็นเด็กตัวจีและยังไม่ได้ทำทะเบียนประวัติ อย่างไรก็ตามที่ซับซ้อนกว่านั้นคือ โรงเรียนตามแนวชายแดนหลายแห่ง เช่น โรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง โรงเรียนบ้านสบเมย โรงเรียนบ้านแม่สามแลบ เป็นพื้นที่ที่ร้อนแรงจากเหตุสู้รบ โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านท่าตาฝั่งที่เคยมีลูกกระสุนปืนใหญ่มาตกที่สนาม

“ปกติเด็กๆโรงเรียนนี้วิ่งหลบไปอยู่ใต้ถุนอาคารเรียนหลังหนึ่ง หลังจากเหตุการณ์ครั้งก่อน ทางโรงเรียนมีไอเดียร์เรื่องทำเบบี้บังเกอร์ ซึ่งมีเอกลักษณ์คือเป็นพื้นที่ปลอดภัยแต่เป็นมิตรสำหรับเด็กด้วย เพราะหากเป็นบังเกอร์ทหารทั่วไปก็ดูแล้วน่าระทึกใจ แต่ทางโรงเรียนไม่อยากให้เด็กกลัว จึงสร้างบังเกอร์ที่ไม่เหมือนของทหาร วาดเป็นรูปตุ๊กตาบ้าง รูปนกบ้าง มีบันไดขึ้นลงซึ่งในเวลาปกติกลายเป็นสนามเด็กเล่นด้วย”นายสันติพงษ์ กล่าว

นายสันติพงษ์กล่าวว่า ทางเครือข่ายฯได้เข้าไปให้การสนับสนุนการสร้างบังเกอร์ในโรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง นอกจากนี้ยังได้ฝึกอบรมบุคลากรในเรื่องการบำบัดเยียวยาโดยมีนักจิตวิทยามาร่วมเป็นวิทยากร ซึ่งการฝึกซ้อมหนีภัยในวันนี้บุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมได้มาร่วมใช้วิชาความรู้ด้วย

“ปีที่แล้วตอนเกิดเหตุการณ์สู้รบในฝั่งตรงกันข้าม เด็กๆหวาดผวามาก บางคนกลัวจนไม่กล้าห่างจากแม่ บางคนนอนฉี่ราด บางคนไม่กล้าพูดกับคนแปลกหน้า เด็กๆเหล่านี้ควรได้รับการเยียวยาที่ถูกต้อง ในปีนี้เราได้เตรียมกระเป๋าเป้ข้างในมีตุ๊กตาไว้ให้ เราได้ความรู้มาว่าหากเด็กเครียด ตุ๊กตาเหล่านี้จะช่วยลดความเครียดได้”นายสันติพงษ์ กล่าว

สำหรับโรงเรียนบ้านท่าตาฝั่ง อยู่ติดกับแม่น้ำสาละวิน ซึ่งบริเวณเยื้องๆคือฐานดากวินซึ่งมีทหารพม่าประจำการอยู่และเป็นฐานใหญ่สุดของทหารพม่าริมแม่น้ำสาละวิน โดยเป็นเป้าหมายสำคัญที่กองกำลังกะเหรี่ยง KNU ต้องการที่จะผลักดันให้ออกไป เนื่องจากสร้างปัญหาให้กับชุมชนลุ่มน้ำสาละวิน เช่น มีการดักปล้นเรือและยิงปืนขู่เพื่อขอเสบียงอาหาร โดยเมื่อปีก่อนทหาร KNU ได้โอบล้อมฐานดากวินและเตรียมปฎิบัติการ ทำให้กองทัพพม่าต้องส่งเครื่องบินรบมาทิ้งระเบิดรอบบริเวณฐานจนทำให้มีระเบิดข้ามมาตกฝั่งไทยบริเวณบ้านท่าตาฝั่ง เนื่องหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่บนโค้งน้ำที่เว้าเข้าไป -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วัน อยู่บำรุง’ออกโรงเตือน เหลิงมากก็ดับได้..ด้วยความหวังดี!

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/633157

'วัน อยู่บำรุง'ออกโรงเตือน เหลิงมากก็ดับได้..ด้วยความหวังดี!

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 21.35 น.

วัน อยู่บำรุง ออกโรงเตือน เหลิงมากก็ดับได้ เตือนด้วยความหวังดี

เป็นประเด็นดราม่าบนโลกออนไลน์ หลังจากที่มีผู้ใช้โซเชียลได้เผยคลิปลงในกลุ่ม “พวกเราคือผู้บริโภค” เป็นนาทีที่เนตไอดอลสายเกรียน นายจาตุรงค์ พาโพธิ์ หรือ “แจ็ก แปปโฮ” ได้ขึ้นเดินบนโต๊ะอาหารในร้านโอมากาเสะ

ด้าน แจ็ก แปปโฮ ได้ออกมาชี้แจงประเด็นนี้ว่า ในวันเกิดเหตุเป็นงานเลี้ยงคนกันเอง ซึ่งเป็นงานเปิดตัวเพลงใหม่ของ หมอสุนิล ซึ่งก็มีการเชิญเนตไอดอลหลายคนมานั่งทานอาหารด้วยบรรยากาศเป็นกันเองและมีแต่พวกเดียวกัน ส่วนเรื่องการปีนขึ้นไปยืนบนโต๊ะอาหารนั้น ตนมองว่ามีผู้ไม่หวังดี ซึ่งก็นั่งอยู่ในงานด้วยกัน นำคลิปที่ถ่ายแค่ตนบางส่วนไปลงโซเชียล ทั้งที่วันนั้นมีหลายคนขึ้นไปบนโต๊ะเช่นเดียวกันเพื่อความสนุกสนาน แต่ก่อนที่จะมีการปีนขึ้นโต๊ะ ตนได้ปฏิเสธไปแล้ว แต่ก็ได้รับคำยุยงให้ขึ้นโต๊ะเพื่อนความสนุกสนาน ตนจึงยอมทำและมีภาพออกมาดังกล่าวจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ 

สำหรับ ทางร้านได้ปิดให้บริการ 3 วันเพื่อทำการเปลี่ยนโต๊ะบาร์ไม้ ในร้านใหม่ ทั้งหมดและจะมีการห้ามปรามโดยเด็ดขาดไม่ให้ลูกค้าท่านใดทำแบบนี้อีกในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

– ‘แจ็กแปปโฮ’เคลียร์ดราม่าโดนยุให้ปีนโต๊ะ พ้อ’คลิปทำดี’ไม่เอาไปลงบ้าง

– ผู้บริหาร’โอมากาเสะ’ไม่นิ่งนอนใจ สั่งปิดร้านเปลี่ยนโต๊ะใหม่ทั้งหมด

– จวก’แจ็ก แปปโฮ’ยืนกลางโต๊ะอาหาร ทำคอนเทนต์ไร้มารยาท

ล่าสุด วัน อยู่บำรุง ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย ได้เคลื่อนไหวถึงกรณีนี้ด้วย พร้อมกับโพสต์ข้อความเตือนว่า

” ขอโทษครับ ผมผิดไปแล้ว ต่อไปจะไม่ทำอย่างนี้อีก

น่าจะดีกว่านะ…นี่ยิ่งพูดยิ่งดูแย่

ดังแล้วก็ควรรักษาทรงดีๆ เหลิงมากก็ดับได้ #ด้วยความหวังดี”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ป้าช็อก! หลานชายวัย14จุดไฟไล่หนู ลามไหม้มือถือ-กระเป่าเงินเสียหาย

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/633146

ป้าช็อก! หลานชายวัย14จุดไฟไล่หนู ลามไหม้มือถือ-กระเป่าเงินเสียหาย

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.31 น.

3 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.มณี พาทอง อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 8 บ้านเหล่าสวนกล้วย ต.โนนทองอินทร์ อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี เข้าแจ้งความบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กับ ร.ต.อ.อภิวุฒิ ลีโพนทอง รอง.สว.(สอบสวน) สภ.กู่แก้ว ว่ากระเป๋าเป้สีดำของตนเอง ถูกหลานชายวัย 14 ปี จุดไฟไล่หนูจนไฟไหม้เกรียม ทำให้เงินสดที่เป็นธนบัตร ทั้งแบงค์ 1,000 บาท แบงค์ 100 บาท แบงค์ 20 บาท รวม 5,000 บาทเศษ ถูกไฟไหม้แทบไม่เหลืออะไรเลย

โดยพบธนบัตรแบงค์ 1,000 บาท แบงค์ 20 บาท ถูกไฟไหม้เป็นบางส่วน และยังมีบัตรเอทีเอ็ม สมุดบัญชีธนาคาร สมุดชำระเงินกู้จาก ธกส. โทรศัพท์มือถือ ส่วนธนบัตรที่ถูกไฟไหม้เป็นบางส่วน นอกจากนี้ยังมีสร้อยคอทองคำหนัก 50 สตางค์และหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง โดยสร้อยคอทองคำถูกไฟไหม้ด้วย แต่หลวงปู่ทวดไม่ไหม้เลย ที่มาแจ้งความกับตำรวจนั้น ตนไม่เอาผิดหลานชาย แต่อยากไว้เป็นหลักฐานเพื่อจะนำเงินที่ถูกไฟไหม้ไปแลกกับธนาคารอยากได้เต็มจำนวน เพราะเงินจำนวนนี้มีค่ากับครอบครัวมาก

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น.ส.มณี พาทอง หรือ “ป้าเขียว” ที่บ้านเหล่าสวนกล้วย โดยป้าเขียวหยิบธนบัตรให้นักข่าวดู มีทั้งแบงค์ 1,000 แบงค์ 20 เงินเหรียญ 10 บาท และเหรียญบาทที่ถูกไฟไหม้ นอกจากนี้ยังมีโทรศัพท์มือถือ บัตรเอทีเอ็ม สร้อยคอทองคำที่ถูกไฟไหม้ด้วย แต่น่าแปลกใจหลวงปู่ทวดเลี่ยมทองไม่มีรอยไหม้แต่อย่างใด

ป้าเขียว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานนี้ช่วงบ่ายตนเองพร้อมญาติพี่น้องพากันไปดายหญ้าในป่าอ้อยที่ อ.ไชยวาน ส่วนกระเป๋าสะพายใบนี้ เวลาตนไปไหนมาไหนจะเอาไปด้วยเพราะมีทรัพย์สินมีค่า ทั้งเงินที่เก็บเล็กผสมน้อยเอาไว้ มีสร้อยคอทองคำและเอกสารต่างๆ พอไปถึงป่าอ้อยก็เอากระเป๋าใบนี้ไปซุกไว้คันแทนา เพราะกลัวคนมาขโมย

จากนั้นก็ไปดายหญ้าในป่าอ้อย ก็ไปหลายคนทั้งพี่ป้าน้าอารวมทั้งหลานชายด้วย ดายหญ้าอ้อยไปได้สักพัก หลานชายก็วิ่งไปบอกว่า กระเป๋าใครอยู่คันแทนาไฟไหม้หมดตนเองก็บอกว่ากระเป๋าของป้า วิ่งมาดูก็พบว่ากระเป๋าถูกไหม้ เห็นกระเป๋าไฟไหม้แทบเป็นลม ทั้งเงิน สร้อยและเอกสารถูกไฟไหม้ โดยหลานชายบอกว่า จุดไฟไล่หนูที่คันแทนา ไม่รู้ว่ามีกระเป๋าวางไว้

‘กระเป๋าใบนี้จะเก็บสิ่งของมีค่าเอาไว้ตลอดไปไหนมาไหนจะเอาไปด้วย ไปทำงานรับจ้างที่ไหนก็จะเอาไปด้วย ตนเองก็มีอาชีพรับจ้างทั่วไป เงินจำนวนนี้แม้จะไม่มาก แต่สำคัญกับครอบครัวตนเองมาก เงิน 5,000 บาท ถูกไฟไหม้ก็เสียดาย ข้าวไม่กิน นอนไม่หลับมา 1 คืน ซึ่งกระเป๋าใบนี้จะเก็บทรัพย์สินมีค่าเอาไว้หมดไปไหนจะเอาไปด้วย คิดหนักเรื่องเงินที่ถูกไฟไหม้ และคิดถึงหลานชายห่วงและสงสารเขา ตนเองไม่เอาเรื่องเอาราวหลาน หลานไม่มีเจตนาจะเผาด้วยจึงฝากไว้เป็นอุทาหรณ์ ใครๆก็ตามอย่าเผลอวางไว้โดยมักง่าย อาจจะสูญเสียทรัพย์สินเงินทองและเอกสารด้วย’

ทางด้าน ร.ต.อ.อภิวุฒิ ลีโพนทอง รอง.สว.(สอบสวน) สภ.กู่แก้ว เปิดเผยว่า วันนี้มีชาวบ้านบ้านเหล่าสวนกล้าวเข้ามาแจ้งความ บอกว่า ไปดายหญ้าในป่าอ้อยแล้วเอากระเป๋าไปด้วย โดยกระเป๋ามีเงินสดและเอกสารสำคัญ โดยเจ้าของได้ซุกหญ้ากลางคันแทนา พูดๆคือซ่อนกระเป๋าเงินเอาไว้เพราะกลัวลูกหลานจะไปขโมยเงิน

แต่หลานชายที่ไปด้วยดันไปจุดไฟไล่หนูไม่เห็นป้าที่วางกระเป๋าไว้ จึงทำให้ไฟไหม้กระเป๋าเงิน แต่เงินที่ถูกไฟไหม้ก็เหลือบางส่วน เจ้าตัวบอกว่าไม่เอาเรื่องหลานชาย แต่มาแจ้งความเพื่อนำเอกสารไปแลกเปลี่ยนเงินกับทางธนาคาร ทางตร.ก็ได้แนะนำว่า สามารถนำเงินที่ถูกไฟไหม้ไปแลกได้ที่ธนาคารหรือคลังจังหวัดอุดรธานี เพราะไหม้บางส่วนอาจจะแลกได้เต็มจำนวน ส่วนเอกสารสำคัญก็สามารถไปยื่นทำใหม่ได้. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สดุดีทหารกล้า เชิดชูวีรกรรม ‘แม่ฮ่องสอน’เยี่ยมให้กำลังใจทหารผ่านศึก

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/633141

สดุดีทหารกล้า เชิดชูวีรกรรม 'แม่ฮ่องสอน'เยี่ยมให้กำลังใจทหารผ่านศึก

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 20.05 น.

หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 7 ค่ายม่อนตะแลง จ.แม่ฮ่องสอน ให้กำลังใจทหารผ่านศึก ชาวแม่ฮ่องสอน ที่ผ่านสงครามและได้รับบาดเจ็บและทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ สู้รบกับ ผกค.ที่ เชียงรายจนขาดขาดทั้งสองข้าง

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565 พ.อ. สุจินต์ ทรัพย์สิน ผบ.ฉก.ร.7 มอบหมายให้ พ.อ.ยอดชาย พวงวรินทร์ รอง ผบ.ฉก.ร.7 เป็นผู้แทนพร้อมด้วย ผบ.ร้อย.ร.711 ฉก.ร.7 , ประธานสมาคมทหารผ่านศึก อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไปพบปะ เยี่ยมเยือน ให้กำลังใจ ร.ท.ประยุทธ์ ก่าหยั่นนะ อายุ 64 ปี  ทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บและทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องในวันทหารผ่านศึก 3 ก.พ. 2565  ณ บ้านเลขที่ 76 หมู่ 5 ต.ปางหมู อ.เมือง ฯ

ร.ท.ประยุทธ์ ก่าหยั่นนะ เป็น นนส.ทบ.หลักสูตร 2 ปี รุ่นที่ 8  เมื่อปี พ.ศ. 2524 บรรจุเข้ารับราชการครั้งแรก ตำแหน่ง หน.ชุดยิง สังกัด ร.7 พัน.1 (ชั้นยศ สิบโท) ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามในการกวาดล้าง ผกค. พื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งในขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนได้เหยียบกับระเบิดที่ ผกค.วางไว้ เป็นผลให้ขาท่อนล่างขาดทั้งสองข้าง และแขนซ้ายยังถูกสะเก็ดระเบิด ส่งผลให้นิ้วหัวแม่มือซ้ายขาด

ในการนี้ รอง ผบ.ฉก.ร.7 ได้มอบดอกป๊อปปี้ สัญลักษณ์วันทหารผ่านศึก , มอบถุงยังชีพ , ของเยี่ยม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและกล่าวเชิดชูในความเสียสละของท่าน เพื่อให้เกิดความสงบสุขของประเทศชาติ

ปัจจุบัน ร.ท.ประยุทธ์ ก่าหยั่นนะ ได้ใช้ชีวิตด้วยการนั่งรถเข็นวีลแชร์ และใช้ขาเทียม โดยได้แต่งงานกับภรรยาซึ่งประกอบอาชีพเป็น จนท.องค์กรรัฐวิสาหกิจ (เกษียณแล้ว) มีบุตรธิดาด้วยกัน 1 คน. 01

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำโชเฟอร์ตาสว่าง แม่ค้าในชุดวาบหวิว ทำยอดขายทะเลุเป้า

Posted on February 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/633135

ทำโชเฟอร์ตาสว่าง แม่ค้าในชุดวาบหวิว ทำยอดขายทะเลุเป้า

วันพฤหัสบดี ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 19.47 น.

ทำโชเฟอร์ตาสว่าง แม่ค้าในชุดวาบหวิว ทำยอดขายทะเลุเป้า

3 ก.พ.65 เป็นภาพที่โลกโซเชียลแห่ชมความน่ารักของแม่ค้าขายพวงมาลัย เรื่องนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดขึ้นที่บริเวณสามแยกถนนหัก ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ มีแม่ค้ารายหนึ่ง กำลังเดินขายพวงมาลัย , ผลไม้ ให้กับผู้ใช้รถระหว่างติดไฟแดง 
แต่ที่สะดุดตาลูกค้า รูปหญิงสาวสวมชุดบิกินีสุดเซ็กซี่ แต่เมื่อมองดีๆแล้วเป็นผ้ากันเปื้อนนั่นเอง 

ด้าน นางสาวปทุม ไจโพธิ์ อายุ 36 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 15 บ้านทุ่งแหลม ต.ถนนหัก อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เผยว่า เมื่อก่อนมีอาชีพเล่นลิเกอยู่ที่โคราช แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องหยุดทำการแสดงและขาดรายได้ 

จึงหันหน้ากลับบ้านนับหนึ่งใหม่ด้วยการเอาผลไม้สด-ดอง มาเดินขายที่บริเวณสี่แยก จากเมื่อก่อนขายได้วันละประมาณ 1,000-1,200 บาท แต่เมื่อได้ผ้ากันเปื้อนจากในอินเตอร์เน็ตในราคา 180 บาท ก็ทำให้ยอดขายพุ่งขึ้น กลายเป็นจุดเด่นเรียกลูกค้าไปเลย – 009 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,279,891 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

"ผู้นำชาติ" ต้องมองแบบเหยี่ยว
หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
Indonesia's Joko Widodo on track to win presidency: pollsters
Thai quarantine cut for recipients of 8 vaccine brands #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
บี มาย เกสท์ : ‘แม่เก๋-เปรมฤดี พันธุ์รัตน์’สร้าง‘สปาร์คเซ็นเตอร์’ เปิดโลกของเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้สังคมเข้าใจ
๙ ศาสตรา” ท้าพิสูจน์ฝีมือคนไทย ถ้าไม่มัน “คืนเงิน”ทันที!!!
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com
"บิ๊กตู่"นั่งหัวโต๊ะถก ศบศ.วอนเอกชน-ภาคธนาคาร เสียสละช่วยเหลือภาระหนี้สินปชช. #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d