Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เทียบชัดๆ! บทลงโทษฝ่าฝืนข้อห้าม’ทางม้าลาย’ ไทย VS ญี่ปุ่น

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631674

เทียบชัดๆ! บทลงโทษฝ่าฝืนข้อห้าม'ทางม้าลาย' ไทย VS ญี่ปุ่น

วันศุกร์ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2565, 08.40 น.

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2565 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ชำนาญด้านโครงการและแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนและท่าอากาศยาน โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ – Dr.Samart Ratchapolsitte” มีเนื้อหาดังนี้

จากกรณี พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย ถูกตำรวจขับบิ๊กไบก์ชนขณะข้ามทางม้าลายหน้าสถาบันไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา จนเสียชีวิต สร้างความเสียใจให้กับผู้ทราบข่าวยิ่งนัก มีการพูดกันว่าสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจนี้ก็เพราะบทลงโทษของเราไม่รุนแรง ทำให้มีผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย สู้บทลงโทษของญี่ปุ่นไม่ได้ เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ ? ติดตามได้จากบทความนี้

1. ทำไมจึงต้องเปรียบเทียบบทลงโทษกับญี่ปุ่น ?

เหตุที่ต้องเปรียบเทียบกับญี่ปุ่นก็เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรน้อยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ในขณะที่ไทยเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก (โดยเปรียบเทียบจำนวนผู้เสียชีวิตต่อจำนวนประชากรหนึ่งแสนคน) การเปรียบเทียบจะทำให้รู้ว่าเป็นเพราะบทลงโทษหรือไม่ ? จึงทำให้คนญี่ปุ่นเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรน้อยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

อีกทั้ง ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คนไทยจำนวนไม่น้อยได้ไปเยือนมาแล้ว ได้มีโอกาสสัมผัสกับการใช้รถใช้ถนนรวมทั้งการข้ามทางม้าลาย ทำให้การเปรียบเทียบเป็นที่เข้าใจได้ง่าย

2. บทลงโทษของไทยไม่รุนแรงเหมือนของญี่ปุ่นจริงหรือ ?

จากการเปรียบเทีบบทลงโทษในการฝ่าฝืนข้อห้าม “ทางม้าลาย” ระหว่างของไทยกับของญี่ปุ่นในแต่ละฐานความผิด ได้ผลดังนี้

(1) ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย

บทลงโทษของไทยจะถูกปรับไม่เกิน 1,000 บาท ในขณะที่ของญี่ปุ่นจะถูกจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือถูกปรับไม่เกิน 50,000 เยน (ประมาณ 15,000 บาท)

(2) ขับรถชนคนข้ามทางม้าลายได้รับบาดเจ็บ

บทลงโทษของไทยจะถูกจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในขณะที่ของญี่ปุ่นจะถูกจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านเยน (ประมาณ 300,000 บาท)

(3) ขับรถชนคนข้ามทางม้าลายเสียชีวิต

บทลงโทษของไทยจะถูกจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ในขณะที่ของญี่ปุ่นจะถูกจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านเยน (ประมาณ 300,000 บาท)

จากการเปรียบเทียบจะเห็นได้ว่าบทลงโทษของไทยมีทั้งที่รุนแรงน้อยกว่าและรุนแรงมากกว่าของญี่ปุ่น แต่ทำไมไทยจึงมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรมากกว่าญี่ปุ่นมาก ? หรือ ทำไมญี่ปุ่นจึงมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรน้อยกว่าไทยมาก ?

3. ทำไมญี่ปุ่นจึงมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรน้อยกว่าไทยมาก ?

ในเมื่อบทลงโทษของญี่ปุ่นมีทั้งรุนแรงมากกว่าและรุนแรงน้อยกว่าบทลงโทษของไทย แล้วทำไมญี่ปุ่นจึงมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรน้อยกว่าไทยมาก ? ที่เป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะ

(1) ญี่ปุ่นมีการเข้มงวดกวดขันการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างจริงจังมากกว่าไทย ?

(2) ญี่ปุ่นใช้มาตรการทางวิศวกรรมจราจรอย่างเต็มที่ เช่น สีทางม้าลายชัดเจน มีเครื่องหมายจราจรบนถนนเตือนก่อนถึงทางม้าลาย มีป้ายจราจรที่ชัดเจนและเพียงพอให้ผู้ขับขี่รู้ว่าข้างหน้ามีทางม้าลาย ซึ่งจะต้องลดความเร็ว มีไฟฟ้าแสงสว่างเพียงพอ มีการทาสีให้เป็นแถบนูน (Rumble Strip) ทำให้มีเสียงดังเมื่อขับรถผ่านก่อนถึงทางม้าลาย และบางแห่งมีการยกระดับทางม้าลายให้สูงกว่าระดับถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่เห็นทางม้าลายและคนที่กำลังข้ามทางม้าลายได้ชัดเจนขึ้น เป็นต้น

(3) คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เคารพกฎ กติกาสังคม คนที่เคยไปเยือนญี่ปุ่นจะพบว่าคนญี่ปุ่นเป็นคนที่ทำตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เช่น ข้ามถนนบนทางม้าลาย ไม่ทิ้งขยะในที่สาธารณะ ไม่ส่งเสียงดังในร้านอาหาร มีการเข้าคิวทุกการใช้บริการ ฯลฯ หรือคนที่เคยไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่นคงเคยมีประสบการณ์ในการแยกขยะก่อนนำถุงขยะไปวางไว้ตามจุดและเวลาที่กำหนด แต่อย่างไรก็ตาม มีการสำรวจเมื่อไม่นานมานี้พบว่ามีผู้ขับขี่ในบางเมืองของญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่ไม่หยุดรถหน้าทางม้าลายที่ไม่มีสัญญาณไฟจราจร

(4) สอบใบขับขี่ในญี่ปุ่นยากมาก

การได้ใบขับขี่ในญี่ปุ่นเป็นเรื่องยากมาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานาน จึงอาจทำให้คนญี่ปุ่นขยาดกับการทำผิดกฎจราจร เพราะเมื่อทำผิดจะถูกพักการใช้ใบขับขี่หรือเพิกถอนใบขับขี่ก็ได้

ในญี่ปุ่นกระบวนการขอรับใบขับขี่จะต้องผ่านการอบรมที่โรงเรียนสอนขับรถถึง 48 ชั่วโมง แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ประกอบด้วยขั้นตอนที่ 1 มีการอบรมทฤษฎี 10 ชั่วโมง และฝึกหัดการขับรถในสนามฝึก 12 ชั่วโมง หลังจากนั้นเป็นการทดสอบ หากสอบผ่านก็จะได้รับใบขับขี่ฉบับชั่วคราวเพื่อเข้าอบรมขั้นตอนที่ 2 ต่อไป ซึ่งจะมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการขับรถบนท้องถนนร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย 16 ชั่วโมง และยังมีการฝึกหัดขับรถบนถนนจริงอีก 10 ชั่วโมง แล้วจะได้รับการประเมินความสามารถในการขับรถบนถนนจริงว่าสามารถขับรถได้หรือไม่ ? ถ้าได้ จะได้รับใบขับขี่ฉบับจริง โดยเฉลี่ยคนญี่ปุ่นจะใช้เวลาในการอบรมและสอบเพื่อรับใบขับขี่ประมาณ 3 เดือน เสียค่าใช้จ่ายขั้นต่ำประมาณ 100,000 บาท

ในขณะที่ในไทยจะต้องเข้ารับการอบรมที่โรงเรียนสอนขับรถของกรมการขนส่งทางบก หรือที่โรงเรียนเอกชนที่กรมฯ รับรองเป็นเวลา 15 ชั่วโมง แบ่งเป็นภาคทฤษฎี 5 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติ 10 ชั่วโมง กรณีอบรมที่โรงเรียนของกรมฯ จะเสียค่าใช้จ่าย 650 บาท ส่วนกรณีอบรมที่โรงเรียนเอกชน จะเสียค่าใช้จ่าย 2,000-6,000 บาท

4. สรุป

อุบัติเหตุจราจรในไทยเกิดจากข้อบกพร่องของผู้ขับขี่เป็นส่วนใหญ่ เป็นที่ทราบกันดีว่าผู้ขับขี่ในบ้านเราส่วนหนึ่งไม่เคารพกฎจราจร ด้วยเหตุนี้ พวกเราทั้งราษฎร์และรัฐจะร่วมมือร่วมใจกันแก้ขอบกพร่องนี้ได้อย่างไร ? เพื่อไม่ให้ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เทใจให้เลย! กู้ภัยเมืองคอนโรยตัวช่วย 2 ลูกแมวตกปล่องแนวท่อระบายน้ำตึกสูง 3 ชั้น

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631662

เทใจให้เลย! กู้ภัยเมืองคอนโรยตัวช่วย 2 ลูกแมวตกปล่องแนวท่อระบายน้ำตึกสูง 3 ชั้น

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 23.13 น.

ทุกชีวิตมีค่า!กู้ภัยเมืองคอน โรยตัวช่วย 2 ลูกแมวตกปล่องแนวท่อระบายน้ำตึกสูง 3 ชั้น ปลอดภัย

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 27 ม.ค.65 เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือเหตุลูกแมวตกปล่องแนวท่อระบายน้ำของอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ขอให้มาช่วย เพราะเกรงว่าลูกแมวจะอดอาหารเสียชีวิต จึงรีบเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ข้างธนาคารธนชาติ ต.ท่าวัง อ.เมือง ตรวจสอบบริเวณปล่องท่อปูน แนวท่อระบายน้ำของอาคาร ซึ่งมีความสูงกว่า 10 เมตร มีลูกแมวสีดำติดอยู่ข้างล่างจำนวน 2 ตัว อย่างไรก็ตามจุดที่ลูกแมวทั้งสองติดอยู่ค่อนข้างแคบ เจ้าหน้าที่รายหนึ่งต้องใช้อุปกรณ์เสริมติดลำตัว ก่อนจะโรยตัวลงปล่องไปช่วยเหลือลูกแมว ขณะที่เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งเปิดช่องปล่องบริเวณบันได เพื่อส่งอุปกรณ์พร้อมกรงใส่ลูกแมว โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาช่วยเหลือลูกแมวทั้ง 2 ตัว นานร่วม 1 ชั่วโมง จึงช่วยเหลือลูกแมวได้สำเร็จ พบเป็นลูกแมวสีดำ เพศเหมีย อายุประมาณ 1 – 2 เดือน จึงมอบให้ผู้แจ้งไว้เลี้ยงดูต่อไป

สอบถามผู้แจ้ง เล่าว่า ก่อนทราบว่าลูกแมวติดอยู่ในปล่องแนวท่อระบายน้ำ ตนได้ยินเสียงลูกแมวร้องลักษณะขอความช่วยเหลือ จึงเดินตามหาต้นเสียง กระทั่งพบว่าในปล่องแนวท่อระบายน้ำ มีลูกแมวติดอยู่ ตอนแรกคิดว่าลูกแมวอาจเข้าไปในปล่องเอง แต่เมื่อสำรวจแล้วพบว่าปล่องดังกล่าวไม่มีทางเข้าออก จึงมั่นใจว่าลูกแมวน่าจะพลัดตกลงไปเอง จึงแจ้งขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยจนสำเร็จ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กายกับใจอยู่ที่ไหน ก็ที่นั่นแหละเป็นที่ปฏิบัติบูชาภาวนา’ โอวาทธรรม ‘หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร’

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631627

'กายกับใจอยู่ที่ไหน ก็ที่นั่นแหละเป็นที่ปฏิบัติบูชาภาวนา' โอวาทธรรม 'หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร'

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.35 น.

“… เราทุกคนทุกดวงใจที่มีชีวิตอยู่ ณ ภายในนี้ก็อย่าพากันนิ่งนอนใจ อยู่ที่ไหน กายกับใจอยู่ที่ไหน ก็ที่นั่นแหละเป็นที่ปฏิบัติบูชาภาวนา อยู่บ้านก็ภาวนาได้ อยู่วัดก็ภาวนาได้ บวชไม่บวชก็ภาวนาได้ทั้งนั้น บัดนี้จึงเป็นเวลาที่เราทุกคนทุกดวงทุกใจจะต้องตื่นมา “ตั้งใจปฏิบัติบูชาภาวนา” ให้จิตใจนี้มีความมั่นคงหนักแน่น ไม่ต้องสะทกสะท้านย่านกลัวต่อกิเลสกามวัตถุกามในโลกนี้ จงพยายามทำใจดวงนี้ให้บริสุทธิ์ผ่องใส…”

โอวาทธรรม หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง ต.บ้านถ้ำ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอแล็บแพนด้า’ถามความเห็นรับได้ไหมคิดค่าตรวจ ATK รวมในบิล?

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631603

'หมอแล็บแพนด้า'ถามความเห็นรับได้ไหมคิดค่าตรวจ ATK รวมในบิล?

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.48 น.

27 ม.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้าของ  ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง ได้โพสต์ภาพใบเสร็จร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมตั้งประเด็นคำถามว่า “บางร้านให้ตรวจ ATK ก่อนเข้าร้าน แล้วคิดค่าตรวจรวมในบิล คิดเห็นยังไงกันบ้างครับ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ยอมรับได้ แต่ขอให้ทางร้านแจ้งลูกค้าก่อน และต้องไม่แพงมาก อาทิ ถ้าแจ้งก่อน ก็อยู่ที่ผู้ใช้บริการค่ะ แต่เป็นเราถ้าไม่แพงมาก ยอมจ่ายนะคะ สบายใจดีค่ะ,แจ้งก่อนเข้าร้าน ราคาไม่แรง ถ้ารับได้ทั้ง 2ฝ่าย ก็โอเค ,ราคาพอรับได้นะ ขอให้แจ้งก่อน,ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ควรจะแจ้งค่าใช้จ่ายที่จะเรียกเก็บก่อนใช้บริการ จะได้ไม่มีปัญหากันทั้ง 2 ฝ่ายครับ,ร้านซีฟู๊ดแห่งหนึ่งที่บางแสนค่ะ ค่าตรวจ 60 บาท หรือต้องมีผลตรวจ ของตัวเองไม่เกิน 72 ชม.มายื่น ก็เอาที่เราสบายใจค่ะ แต่ราคาไม่ควรแพงเกิน พาพ่อแม่ไปทาน ก็สบายใจค่ะ,ชัดเจนดีครับ แต่ขอให้แจ้งก่อนใช้บริการ,ถ้าแจ้งลูกค้าก่อนเข้าร้านโอเคเลยครับ ลูกค้าก็สบายใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะติดจากลูกค้าคนอื่น, เป็นต้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครูฉีกการบ้านต่อหน้าเด็ก เหตุเพราะยายช่วยทำ ด้านครูโต้กลับ!

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631580

ครูฉีกการบ้านต่อหน้าเด็ก เหตุเพราะยายช่วยทำ ด้านครูโต้กลับ!

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 16.11 น.

ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ ? คุณครูฉีกการบ้านต่อหน้าเด็ก เหตุเพราะยายช่วยทำการบ้าน

กรณีเพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 3 เผยภาพและข้อความว่า คุณครูฉีกกระดาษการบ้านของนักเรียน โดยเด็กนักเรียนบอกว่าคุณยายช่วยทำการบ้านและทำการบ้านผิดหน้า จากนั้น คุณครูถ่ายรูปดังกล่าว แล้วนำไปลงในกลุ่มผู้ปกครอง จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกสังคมวิพาษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้

ล่าสุด ด้านคุณครู ขอชี้แจงจากประเด็นดังกล่าวว่า “..คุณยายน้องทำแบบนี้มาบ่อย เวลาประชุมผู้ปกครองก็ไม่เคยมาฟัง การบ้านหรือแนวทางการส่งเสริมเด็ก ครูมีทุกวัน แม้แต่ช่วงเรียนโควิด ปกติน้องก็ทำเองได้ ตามช่วงวัยผลงานน้อง ก็ตามอายุ มีอะไรที่เกี่ยวกับการเรียน การบ้านเราจะมีไลน์กลุ่มผู้ปกครอง ก่อนฉีก เราคุยกับเด็กก่อนแล้วว่าน้องต้องทำใหม่ด้วยตัวเอง ซึ่งเด็กก็โอเค และยอมรับ เด็กๆคนก็เข้าใจ เพราะไม่ได้มีแค่น้องคนเดียว

ครูแคปไลน์กลุ่มส่งให้ไหม นั่นคือข้อเท็จจริง มันมีการคุยกันในรายละเอียดและวิธีการแก้ปัญหาหากเด็กให้ผู้ปกครองทำการบ้านมาให้…”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ฮ่องสอนปีนี้ไฟป่ามาเร็ว! จนท.เร่งดับไฟทั้งวันทั้งคืน ส่อแววเกิดภัยแล้ง

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631553

แม่ฮ่องสอนปีนี้ไฟป่ามาเร็ว! จนท.เร่งดับไฟทั้งวันทั้งคืน ส่อแววเกิดภัยแล้ง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.26 น.

เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าลุ่มน้ำปาย และหน่วยพิทักษ์ป่าแม่สา อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เร่งดับไฟทั้งวันทั้งคืน หลังเกิดไฟป่าในพื้นที่รับผิดชอบ นับเป็นสถานการณ์ที่น่าวิตกเมื่อมีไฟป่ามาเร็วกว่าปกติ ส่อแววจะทำให้เกิดภัยแล้งกระทบต่อประชาชนและเกิดเหตุไฟป่าเพิ่มมากขึ้น

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2565 ศูนย์อำนวยการควบคุมไฟป่าและหมอกควันไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับรายงานการดับไฟป่า ของหน่วย สถานีควบคุมไฟป่าลุ่มน้ำปาย สังกัด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 สาขาแม่สะเรียง และ หน่วยพิทักษ์ป่าแม่สา ได้เข้าทำการดับไฟป่าในพื้นที่ บ้านใหม่ดอนตัน ต.เมืองแปง อ.ปาย , บ้านมโนรา ต.ทุ่งยาว อ.ปาย

โดยได้เกิดไฟป่า มาตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งในการเข้าดับไฟป่าดังกล่าว พบว่ามีบางแห่งที่ไม่สามารถเดินทางเข้าไปดับไฟป่าได้ ต้องปล่อยให้ไฟป่าลุกลามจนมอดดับไปเอง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว อยู่บนเทือกเขาสูงชัน ไม่สามารถเดินทางปีนเขาขึ้นไปดับไฟป่าได้เนื่องจากเกรงจะเกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานดับไฟป่า

สำหรับ สถานการณ์ไฟป่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 26 มกราคม 2565 จุดความร้อนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 26 มกราคม 2565 จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีจุดความร้อนสะสม ทั้งหมด 94 จุด คิดเป็นร้อยละ 0.79 ของจุดความร้อนสะสมปี 2564 หรือ คิดเป็นร้อยละ 0.98 ของค่าเป้าหมายปี 2565 ซึ่งทางจังหวัดตั้งเป้าหมายปี 2565 ไม่เกิน 9,556 จุด โดยอำเภอที่มีจุดความร้อนสูงสุด ได้แก่ อำเภอปาย จำนวน 27 จุดในส่วนของจุดความร้อนเมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันกับ ปี 2564 พบว่า เมื่อปี พ.ศ.2564 จุดความร้อนรวมทั้งจังหวัด 788 จุด ขณะที่ ปี พ.ศ. 2565 จุดความร้อน 94 จุด ถือว่าจุดความร้อนในต้นปีนี้ น้อยกว่าปีก่อนเป็นอย่างมาก. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มันต้องพันนี้! แห่ชมตำรวจเมืองคอน ห่วงปชช.ช่วยซ่อมประตูถึงบ้าน

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631547

มันต้องพันนี้! แห่ชมตำรวจเมืองคอน ห่วงปชช.ช่วยซ่อมประตูถึงบ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.13 น.

สนั่นโซเชียล! ชื่นชมตำรวจเมืองคอน แบบอย่างตำรวจในฝันที่ประชาชนอยากให้เป็น – หลังรอง ผกก.ป.นำกำลังตำรวจ และ อส.ตร.ออกตรวจตรารักษาความสงบเรียบร้อยพบหญิงชรา อาศัยอยู่กับหลานชายนักเรียน ป.2 เห็นประตูบ้านซึ่งทำด้วยไม้อัด ได้ผุ หัก เหลือครึ่งบานไม่มีเงินซ่อม–ซื้อประตูใหม่ พร้อมช่างติดตั้ง เพื่อป้องกันอาชญากรรมและความปลอดภัยของสองยายหลาน

27 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “สภ.เมืองนครศรีธรรมราช“ มีการโพสต์ภาพและข้อความภารกิจของการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2565 ที่ผ่านมา จนทำให้โลกโซเชียลเข้าไปแสดงความคิดเห็น ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจและแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง กว่า 30,000 ครั้ง และแชร์กว่า 300 ครั้ง โดยส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นในทำนองว่า อยากให้ตำรวจทั่วประเทศเป็นแบบนี้ , ให้รักษาความดีไว้ตลอดไป , ทำดีต้องตีมือเชียร์ , มันต้องพันนี้แหระตำรวจเมืองคอนเรา , ให้ใจไปเลย ชาวบ้านคงดีใจสุดๆ , ตำรวจในฝันที่อยากให้ตำรวจทั้งประเทศเป็นแบบนี้ , และที่อื่นต้องทำแบบนี้บ้างนะครับ อย่าจับอย่างเดียว เป็นต้น

โดยเป็นคลิปที่ พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ เมื่อพบบ้านของหญิงชราที่อาศัยอยู่กับหลานชาย หลังสอบถามความเป็นอยู่และพบว่าประตูบ้าน ซึ่งทำด้วยไม้อัดได้ ผุ หัก เหลือครึ่งบาน จึงถามหญิงชราจนทราบว่าประตูบ้านดังกล่าว ได้รับความเสียหายมานานแล้ว อยากจะเปลี่ยนใหม่ แต่ยังไม่มีเงินในการซ่อมแซม พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป. สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เกรงว่าหญิงชราและหลาน จะไม่ปลอดภัยจากพวกมิจฉาชีพ จึงพร้อมกำลังตำรวจ และ อส.ตร. พร้อมกับช่างไปติดตั้งประตูให้บ้านหญิงชราที่บ้านหลังดังกล่าว

โดยข้อความระบุว่า “ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช , พร้อมด้วย ด.ต.กวีพัฒน์ เกตุเกลี้ยง เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.ตร.ประจำหน่วยบริการประชาชนหัวถนน ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งมาถึงบ้านหลังหนึ่ง ตั้งอยู่ในซอยเล็กๆ ไม่มีชื่อ ตรงข้ามกับบ้านเด็กศรีธรรมราช ต.ในเมือง อ.เมือง พบผู้หญิงสูงอายุ พักอาศัยอยู่กับหลาน ซึ่งเรียนอยู่ชั้น ป.2 ได้พบปะพูดคุย สอบถาม ปัญหา สารทุกข์ สุขดิบ ขณะร่วมสนทนากันนั้น ได้สังเกตเห็นว่าบ้านหลังดังกล่าวประตูบ้านซึ่งทำด้วยไม้อัด ได้ ผุ หัก เหลือครึ่งบาน ได้สอบถาม จนทราบว่า ประตูบ้านดังกล่าวได้รับความเสียหายมานานแล้ว อยากจะเปลี่ยนใหม่ แต่ยังไม่มีเงินในการซ่อมแซม จนกระทั่งวันที่ ( 26 ม.ค.65 ) เวลาประมาณ 10.30 น. พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช, ด.ต.กวีพัฒน์ เกตุเกลี้ยง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อส.ตร. ประจำหน่วยบริการประชาชนหัวถนน ได้นำประตูไม้แปรรูปพร้อมช่างไปติดตั้ง ณ บ้านหลังดังกล่าวแทนที่ประตูบานเก่าที่ได้รับความเสียหาย เพื่อเป็นการป้องกันเหตุอาชญากรรมและเพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชน”

พ.ต.อ. นัษฐวุฒิ ทองทิพย์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช กล่าวถึงกระแสของยกย่องชื่นชมจากประชาชนเนื่องมาจากกรณีดังกล่าวว่า ตนพร้อม พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย เพิ่งมารับตำแหน่ง ผกก.สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้ไม่ถึง 3 เดือน และได้ตกลงกันว่าจะให้กำลังตำรวจทุกนายทำตัวให้ใกล้ชิดเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง เพราะตนและ พ.ต.ท.ธีระพล เป็นลูกชาวบ้านจนๆเหมือนกัน จึงมอบนโยบายและกำชับตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชารวมทั้ง อส.ตร.ให้ปฏิบัติตามอุดมคติตำรวจที่ว่า “เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณาปราณีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ไม่มักมากในลาภผล” โดยตนและ พ.ต.ท.ธีระพล จะออกร่วมปฏิบัติหน้าที่กับผู้ใต้บังคับบัญชาและ อส.ตร.อย่างต่อเนื่อง เมื่อการปฏิบัติจนได้รับการยกย่องชื่นชมจากประชาชนแบบนี้ ทำให้ตนและเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกคนมีขวัญและกำลังใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์เพื่อความสงบสุขร่มเย็นบนพื้นฐานความพึ่งพอใจของประชาชนตลอดไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดฉาว! นักเรียนรวมตัวขับไล่’ผอ.ถ้ำมอง’ แอบดูครูสาวอาบน้ำ

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631546

สุดฉาว! นักเรียนรวมตัวขับไล่'ผอ.ถ้ำมอง' แอบดูครูสาวอาบน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.11 น.

วันที่ 27 มกราคม 2565 เพจเฟซบุ๊ก “เจ๊ม้อย v plus” โพสต์เรื่องราวของครูสาวท่านหนึ่ง ถูก ผอ.ถ้ำมอง ขณะอาบน้ำ ครูเข้าร้องสื่อ หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม 

โดยเพจดังกล่าวยะบุว่า นักเรียนออกมาประท้วง  ผอ.แอบดูครูอาบน้ำ  พอถามหาวงจรปิดก็บอกว่าไม่ต้องหาหรอก    #เป็นผมเอง แล้วยิ้ม คุณควรออกมาชี้แจงนะคะ ไม่ใช่ให้รอง ผอ.เขตออกมารับหน้า บึงกาฬ

จากนั้นยังโพสต์อีกว่า ขอความเป็นธรรมให้กับบุคลากรใน ร.ร และนักเรียนใน ร.รด้วยค่ะ ร.ร แห่งหนึ่งใน จ.บึงกาฬ มี ผอ.ที่พึ่งย้ายเข้ามาใน ร.ร ไม่ถึง 2 ปีทำเรื่องเสื่อมทรามใน ร.ร

เรื่องมีอยู่ว่า ในคืนวันพฤหัสบดี วันที่ 20 ม.ค 2565 มี ผอ.ท่านหนึ่ง ก็ไปแอบดูหัวผู้หญิงอาบน้ำหลังห้องพัก ทำทีเป็นรดน้ำผักตอน 2 ทุ่มที่จริงไปแอบดูครูผู้หญิงอาบน้ำ แล้วทางครูผู้หญิงได้ยินเสียงดังมาจากหลังห้องน้ำก็เลยแชทหาครูเวรว่ามีบุคคลผ่านนอกเข้ามาใน ร.ร ครูเวรผู้ชาย 2 คนเลยมาดูให้แต่เห็นผู้ชายคนหนึ่งนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียววิ่งเข้าไปในบ้านพัก เลยทำเรื่องขออนุญาตดูกล้องวงจรปิดจาก ผอ. แต่ ผอ.กับเลื่อนหนังสือขอดูกล้องวงจรปิดออกแล้วพูดว่า #ไม่ต้องขอดูหรอกเป็นผมเองที่แอบดู พูดว่าขอโทษแล้วยิ้มออกมาเหมือนโรคจิต

แล้วครูที่โดนคนแรกขอลาออกไปแล้ว ครูคนที่โดนในวันพฤหัสไปแจ้ง สพม.21 และ ผอ.เขต แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด และผอ.ร.ร ก็ยัง มาร.รตามปกติทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น #ทั้งที่ครูผู้หญิงนั่งร้องไห้ทุกวัน ส่วนครูและ นร.ใน ร.ร กำลังจะรวมตัวกันประท้วงให้ ผอ.ลาออก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นผลไหม ขอความยุติธรรมให้ครูที่โดนด้วยค่ะ

ขอบคุณ : เจ๊ม้อยv plus

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กสม.’จี้เอาจริงลดเจ็บ-ตายบนถนน ห่วง‘ไรเดอร์’อาชีพเสี่ยง

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631501

‘กสม.’จี้เอาจริงลดเจ็บ-ตายบนถนน ห่วง‘ไรเดอร์’อาชีพเสี่ยง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.38 น.

‘กสม.’จี้เอาจริงลดเจ็บ-ตายบนถนน ห่วง‘ไรเดอร์’อาชีพเสี่ยงเหตุสภาพการจ้างงานกดดันให้ซิ่ง

27 ม.ค. 2565 ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนกรณีแพทย์หญิงถูกรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขับชนระหว่างข้ามทางม้าลายและเสียชีวิตในเวลาต่อมา จนปรากฏเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนนั้น กสม. มีความห่วงกังวลอย่างยิ่งต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนผู้ใช้ทางสาธารณะ 

เนื่องจากสิทธิในชีวิตถือเป็นสิทธิมนุษยชนที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ทุกคน และได้รับการรับรองไว้ในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) รวมทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 28 โดยรัฐมีหน้าที่ต้องปกป้อง คุ้มครอง และส่งเสริมให้ประชาชนมีและได้รับประโยชน์จากสิทธินี้ และใช้มาตรการต่างๆ เพื่อประกันว่าสิทธิในชีวิตของบุคคลจะได้รับการคุ้มครองดูแลอย่างดีที่สุด และบุคคลไม่ควรเสียชีวิตจากเหตุอันไม่สมควรโดยเฉพาะเหตุที่สามารถป้องกันได้ 

ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนซึ่งกระทบต่อสิทธิที่จะมีชีวิตได้อย่างปลอดภัยบนท้องถนนเป็นเรื่องที่ กสม. ให้ความสำคัญ และ กสม. (ชุดที่ 2) เคยมีข้อเสนอแนะไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อปี 2558 โดยมีข้อค้นพบว่า การบังคับใช้กฎหมายจราจรยังไม่เข้มงวดและการควบคุมมาตรฐานด้านความปลอดภัยของยานพาหนะประเภทต่าง ๆ ยังไม่เพียงพอ พร้อมมีข้อเสนอแนะ เช่น รัฐควรให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับนโยบายอย่างจริงจังเทียบเท่านโยบายด้านการเสียชีวิตจากอาชญากรรมและยาเสพติด ดูแลให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเคารพกฎหมายและกฎระเบียบเพื่อความปลอดภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่เกี่ยวกับการจำกัดความเร็ว และควรมีมาตรการที่ประกันว่าถนนที่มีอยู่แล้วและถนนที่จะสร้างขึ้นใหม่จะเป็นถนนที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย เป็นต้น

“อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยในฐานะรัฐภาคีของกติกา ICCPR ยังมีภารกิจสำคัญที่จะต้องดำเนินการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อคุ้มครองสิทธิในชีวิตของประชาชน ด้วยการออกมาตรการทางกฎหมายหรือมาตรการอื่น ๆ ที่เข้มงวดและบังคับใช้ได้จริงเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่จะทำให้บุคคลสามารถดำรงชีวิตและสัญจรได้อย่างปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะที่สังคมโดยประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนจะต้องเคารพกฎจราจรเพื่อเคารพสิทธิของผู้อื่นอย่างเคร่งครัดด้วย” นายวสันต์ กล่าว 

นายวสันต์ กล่าวต่อไปว่า กสม. จะติดตามสถานการณ์ปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และจะระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิในการเดินทางบนเส้นทางสาธารณะได้อย่างปลอดภัยและได้รับการคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยในชีวิตจากอุบัติเหตุต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้และไม่ควรเกิดขึ้น
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ต้นตอของการใช้ความเร็วหรือการขับขี่ยานพาหนะแบบเสี่ยงอันตรายมาจากความเร่งรีบในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองจนลืมนึกถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกันหรือไม่ เนื่องจากคดีนี้ผู้ต้องหาซึ่งเป็นตำรวจอ้างว่าไปรับเอกสารที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ก่อนมุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้วเกิดเหตุจนมีผู้เสียชีวิต ซึ่งในความเป็นจริงยังมีอาชีพที่มีสภาพการทำงานที่กดดันให้ต้องเร่งรีบดังกล่าว เช่น พนักงานส่งเอกสารของบริษัทห้างร้านต่างๆ หรือแมสเซ็นเจอร์ รวมถึงผู้รับงานส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่น หรือไรเดอร์

ประเด็นนี้ตนเห็นว่า อุบัติเหตุบนท้องถนนปัญหาหลักอย่างหนึ่งคือการใช้ความเร็วรถ ซึ่งทั้งผู้ขับขี่เองและผู้มีหน้าที่รักษากฎหมายต้องช่วยกันดูแลไม่ให้ขับขี่ด้วยความเร็วเกินไปจนก่อให้เกิดอันตราย โดยกรณีนี้เป็นภาพสะท้อนว่ามีการใช้ความเร็วสูงจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุเป็นข่าวสะเทือนใจ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันจะเห็นรถรับ-ส่งเอกสารหรือสิ่งของต่างๆ ที่ขับขี่ในลักษณะใช้ความเร็วสูงหรือไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าเป็นห่วง

“เรื่องการจำกัดความเร็วรถกับเรื่องวินัยจราจรเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าไม่อย่างนั้นจะไปกระทบสิทธิ์ของผู้อื่น คือทุกคนที่ใช้รถใช้ถนนควรจะมีความปลอดภัยในชีวิต เพราะว่าสิทธิในชีวิตเป็นเรื่องสำคัญมาก เราคงไม่อยากเห็นประเภทที่ว่าเดินข้ามถนนแม้กระทั่งทางม้าลายก็ยังถูกชนตาย หรืออยู่บนฟุตปาธบางทีรถก็ยังข้ามมาชน คือลักษณะแบบนี้เป็นปัญหาสำคัญ เมืองไทยมีปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก” นายวสันต์ ระบุ

นายวสันต์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีข้อสังเกตที่ว่าผู้รับ-ส่งสินค้าที่รับงานผ่านแอปพลิเคชั่น ที่พนักงานไม่มีสถานะเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน บริษัทผู้ให้บริการควรร่วมรับผิดชอบอะไรบ้างหรือไม่นั้น ด้านหนึ่งผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนควรเคารพกฎจราจร พฤติกรรมเสี่ยง เช่น ขับขี่ย้อนศร ขับขี่บนทางเท้า อาจก่อให้เกิดอันตรายได้จึงต้องระมัดระวัง ส่วนสภาพการจ้างงานที่อาจจะทำให้ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ต้องเร่งรีบหรือขับขี่ในลักษณะเสี่ยงอันตรายทั้งตัวผู้ขับขี่เองและผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ก็เป็นเรื่องที่ควรแก้ไขในลักษณะของการจ้างงานหรือกฎในเรื่องของธุรกิจ 

ด้าน น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า เรื่องของไรเดอร์นั้นเป็นประเด็นของการจ้างงานที่ดูเหมือนจะไม่เป็นธรรม เพราะเป็นแรงงานนอกระบบ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังไม่มีการร้องเรียนเข้ามายัง กสม. จนนำไปสู่การศึกษาและมีข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม แต่โดยส่วนตัวก็พอทราบมาบ้างว่าไรเดอร์เป็นอาชีพเสี่ยงภัยแต่ไม่มีหลักประกันอะไรเลย จึงแนะนำว่าสื่อมวลชนน่าจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็นนำเสนอ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกสว.เปิดพื้นที่ถกงานวิจัยไทย กุญแจสู่มาตรการ ‘อากาศสะอาด’ แก้วิกฤต PM2.5

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631498

สกสว.เปิดพื้นที่ถกงานวิจัยไทย กุญแจสู่มาตรการ 'อากาศสะอาด' แก้วิกฤต PM2.5

วันพฤหัสบดี ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.18 น.

สกสว.จับมือภาคีเปิดพื้นที่สนทนา ‘ปลดล็อค! เพื่ออากาศสะอาด’ ถกงานวิจัยไทย-กุญแจสู่มาตรการอากาศสะอาดแก้วิกฤต PM2.5

สกสว.จับมือชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์ฯ จัดงาน TSRI Talk ‘ปลดล็อค! เพื่ออากาศสะอาด’ ระดมสมองนักวิจัย หน่วยบริหารจัดการทุน หน่วยงานบริษัทเอกชน ประชาชน ภาคประชาสังคม และอนุกมธ.พิจารณาแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศถอดรูปแบบเส้นทางการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมพัฒนามาตรการอากาศสะอาดสร้างผลกระทบแก้วิกฤต PM2.5

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมTSRI Talk สนทนาออนไลน์ “ปลดล็อค! เพื่ออากาศสะอาด”From Output to Impact : ระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมไทยกับการแก้วิกฤตฝุ่น PM2.5 เพื่อเป็นพื้นที่ในการสื่อสารสนทนา และระดมสมองถอดรูปแบบ4 ผลงานวิจัยเด่นสัญชาติไทยที่ถูกใช้งานจริงในระดับจังหวัด รวมถึงลดการปลดปล่อยมลพิษอากาศและ PM2.5 ปกป้องประชาชนจากการรับสัมผัสฝุ่นพิษเพื่อเสนอเป็นแนวทางการผลักดันให้งานวิจัยและนวัตกรรมอื่นๆของไทยสามารถพัฒนาเป็นมาตรการอากาศสะอาดที่สร้างผลกระทบได้โดยมีหน่วยบริหารจัดการทุน (สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) หน่วยงานราชการ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และศูนย์อนามัยที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่) บริษัทเอกชน (กลุ่มมิตรผล) ประชาชน (เกษตรกรไร่อ้อยจังหวัดสิงห์บุรี) ภาคประชาสังคม (สภาลมหายใจ จังหวัดเชียงใหม่) และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศสภาผู้แทนราษฎร ร่วมเสวนา

สำหรับงานวิจัยเด่นที่ถูกนำมาวิเคราะห์เส้นทางสู่การสร้างผลลัพธ์ผลกระทบประกอบด้วย

1) DustBoy เครื่องวัดฝุ่น PM2.5 และ PM10 ราคาถูก (ไม่เกิน 10,000 บาท) ที่มีความแม่นยำกว่าร้อยละ85 เมื่อเทียบกับเครื่องวัดฝุ่นที่ต้องซื้อมาจากต่างประเทศ (กว่า 1ล้านบาท)ซึ่งถูกติดตั้งแล้วกว่า 400 จุดทั่วประเทศช่วยให้ประชาชนกว่า 300,000 คนวางแผนหลีกเลี่ยงการรับสัมผัสฝุ่นพิษในชีวิตประจำวัน

2) FireD แอปพลิเคชั่นการจองเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์คาดการณ์การฟุ้งกระจายของฝุ่นจากการเผาล่วงหน้า 3 วันเพื่อการตัดสินใจเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการกำจัดเชื้อเพลิงในพื้นที่ ทำให้คณะทำงานระดับจังหวัดของเชียงใหม่มีข้อมูลในการอนุมัติให้เกษตรกรสามารถเผาเศษวัสดุเหลือใช้โดยเกิดฝุ่นฟุ้งกระจายน้อยที่สุด ในปี 2564 แอปพลิเคชั่นดังกล่าวเป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดจุดความร้อนในจังหวัดเชียงใหม่ได้กว่าร้อยละ60

3) สิงห์บุรีโมเดล โมเดลนำร่องการใช้ Open Government ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการร่วมกับส่วนราชการและภาคเอกชนจังหวัดสิงห์บุรีเพื่อใช้นวัตกรรมและมาตรการจูงใจทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนที่ร้อยเรียงเป็นห่วงโซ่ของมาตรการในการลดการเผาไร่อ้อย ก่อนตัดส่งเข้าโรงงานน้ำตาลให้ได้ร้อยละ90อันเป็นการลดการปลดปล่อย PM2.5 และมลพิษอากาศที่แหล่งกำเนิด

4) นวัตกรรมรถตัดอ้อย ของบริษัท น้ำตาลมิตรผล สิงห์บุรี ที่เกษตรกรสามารถใช้ตัดอ้อยสดในไร่ของตัวเอง และยังรับตัดอ้อยของเพื่อนเกษตรกรในพื้นที่โดยไม่ต้องเผา ทำให้ขายอ้อยได้ราคาดีและมีค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวลดลงกว่าร้อยละ50 เมื่อเทียบกับแรงงานคน นวัตกรรมนี้ใช้งานจริงและช่วยลดการปลดปล่อย PM2.5 ในพื้นที่มาแล้วกว่า 4 ปี

โอกาสนี้ รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวถึง “บทบาทของ สกสว.กับ วิกฤตมลพิษอากาศ PM2.5” ว่ากว่า4 ปีที่ผ่านมา 7 จังหวัดของประเทศมีค่าความเข้มข้นของ PM2.5 เฉลี่ยรายวันเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยระหว่างร้อยละ 25-50 ของเวลาใน 1 ปีโดยปี2563 ค่าฝุ่นเกินค่าที่ยอมรับได้ 112 วันต่อปี และปี 2564 กรุงเทพฯ ถูกจัดอันดับเป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ก่อนหน้านี้เมื่อพูดถึงการแก้ปัญหาฝุ่นละออง เราอาจใช้วิธีการสังเกต มองท้องฟ้า แต่ปัจจุบันองค์ความรู้ทำให้เกิดนวัตกรรมและเครื่องมือวัดค่าฝุ่น ซึ่งเราล้วนทราบกันดีว่าปัญหาฝุ่นเกินค่ามาตรฐานเกิดจากสภาพแวดล้อม ที่มีมนุษย์เป็นผู้สร้าง ทั้งแหล่งกำเนิดมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคม (จากข้อมูลพบว่าไทยมีรถยนต์มาตรฐานต่ำที่ผลิตควันดำกว่า 10 ล้านคัน) รวมทั้งการเผาของภาคเกษตร ที่ล้วนเกิดจากกระบวนการผลิตและการบริโภคของมนุษย์ทั้งสิ้น

ดังนั้น การแก้ปัญหาจึงควรมองกลับไปทั้งระบบ ทั้งพฤติกรรมการผลิตและการบริโภค เวทีครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ทุกภาคส่วนและสื่อมวลชนจะได้บูรณาการการทำงาน เพื่อแก้ปัญหาอากาศของประเทศไทย โดย สกสว. เล็งเห็นว่าเครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ของประเทศ ทั้งการจัดทำแผนวิจัย การจัดสรรงบประมาณ ตลอดจนการมีระบบติดตามผลและการทำงานร่วมกันกับหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม โดยเฉพาะสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญ ในการบริหารจัดการงานวิจัยทางด้านฝุ่น เพื่อหนุนเสริมการแก้ปัญหานี้อย่างยั่งยืน

ด้าน ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง สกสว. และคณะอนุกรรมาธิการสภาฯ ด้านแก้ไขปัญหา PM 2.5 ฉายภาพว่าหากทบทวนมาตรการของประเทศอื่นๆ อย่างสหรัฐอเมริกา จะพบว่าประเทศเหล่านั้นประสบความสำเร็จในการสร้างอากาศดีให้ประชาชนด้วยมาตรการอากาศสะอาด เพื่อเป็นกฎระเบียบในการรักษาสภาพอากาศของประเทศ โดยกว่าที่มาตรการนี้จะคลอดออกมาต้องใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยและนวัตกรรมมาหนุนเสริม เพื่อให้ปกป้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยมีองค์ความรู้ด้านการวิจัยการแก้ปัญหานี้อย่างมากมายแต่ยังไม่ถูกนำไปพัฒนาเป็นมาตรการต่างๆอย่างจริงจัง ดังนั้นจึงมองว่าข้อเสนอแนะการเพิ่มศักยภาพของงานวิจัยและนวัตกรรมไทยเพื่อการแก้ไขปัญหา PM2.5 และมลพิษอากาศ มี 4 ประเด็นสำคัญ คือ

1.มาตรการสำหรับกฎหมายอากาศสะอาดของประเทศไทยเป็นหัวใจของความสำเร็จแค่การมีกฎหมายอากาศสะอาดอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีมาตรการที่ดีมีประสิทธิภาพและอิงวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม

2.งานวิจัยควรเน้นการสนับสนุนการออกแบบมาตรการ การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ การติดดามประเมินผลของมาตรการในการบรรลุเป้าหมายของอากาศสะอาด

3.การเชื่อมโยงงานวิจัยกับมาตรการในกฎหมายอากาศสะอาดที่จะมีในอนาคตจะทำให้ผลผลิตงานวิจัย นำไปสู่ผลลัพธ์และผลกระทบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนที่ต้องปฏิบัติตามมาตรการทางกฎหมายดังกล่าว และต้องการงานวิจัยเพื่อช่วยในการดำเนินมาตรการให้ประสบความสำเร็จ

4.ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของระบบ ววน. ควรมุ่งสนับสนุนเทคโนโลยี นวัตกรรม การบริหารจัดการให้กฎหมายอากาศสะอาดสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์สำคัญในการบรรลุเป้าหมายอากาศสะอาดโดยตรง เนื่องจาก ววน.เปรียบเสมือนหน่วยสนับสนุนเครื่องมือการทำงานให้หน่วยงานด่านหน้าที่สำคัญทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงภาคประชาชนให้สามารถบริโภคได้อย่างยั่งยืน โดยต้องทำงานบนฐานข้อมูลและองค์ความรู้ ประเทศไทยต้องเรียนรู้ว่ามาตรการแบบใดดีที่สุดจากต่างประเทศที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วนำมาใช้แล้วเหมาะสมกับบ้านเรา

ขณะที่ ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้แทนสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวเสริมว่า นอกเหนือจากการใช้องค์ความรู้จากงานวิจัยไปผลักดันให้เกิดกฎหมายแล้ว ควรมีกลไกเชื่อมต่อการใช้ประโยชน์  การนำมาตรการต่างๆที่ภาครัฐมีอยู่แล้วตอนนี้ แต่ยังขาดการนำไปใช้ การติดตามประเมินผลมาตรการที่เพียงพอเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน

ส่วน นางอารีย์พันธ์ เจริญสุข รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.)กล่าวว่ากฎหมายอาจไม่สำคัญเท่ามาตรการและการปฏิบัติจริง ถ้าแต่ละฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันและรู้ว่าแต่ละคนมีบทบาทการทำงานในส่วนไหนเพื่อแก้ปัญหาก็จะส่งผลสำเร็จมากขึ้น นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่เป็นแรงกระตุ้นในสังคมได้ คือ การแจ้งเตือนตัวเลขที่ชัดเจนว่าหลังจากนำงานวิจัยเชิงนวัตกรรมและงานวิจัยเชิงนโยบายไปปฏิบัติจริง คุณภาพอากาศดีขึ้นเพียงใด ค่าฝุ่นลดลงแล้วมากน้อยพียงใด มีปริมาณผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจลดลงเท่าใด สื่อสารให้ประชาชนได้ทราบว่าสิ่งเหล่านี้มันคือเรื่องเชื่อมโยงที่ใกล้ตัวเขา จะทำให้สังคมตระหนักรู้มากขึ้น ทั้งนี้ข้อมูลการถกประเด็นครั้งนี้ถือเป็นสารตั้งต้นสำคัญทั้ง สกสว.และทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาPM2.5 และผลักดันให้เกิดมาตรการสะอาดขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรมและดำเนินการใช้จริงอย่างมีศักยภาพต่อไป -(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,280,663 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

"ผู้นำชาติ" ต้องมองแบบเหยี่ยว
หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
Indonesia's Joko Widodo on track to win presidency: pollsters
Thai quarantine cut for recipients of 8 vaccine brands #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
บี มาย เกสท์ : ‘แม่เก๋-เปรมฤดี พันธุ์รัตน์’สร้าง‘สปาร์คเซ็นเตอร์’ เปิดโลกของเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้สังคมเข้าใจ
"บิ๊กตู่"นั่งหัวโต๊ะถก ศบศ.วอนเอกชน-ภาคธนาคาร เสียสละช่วยเหลือภาระหนี้สินปชช. #SootinClaimon.Com
๙ ศาสตรา” ท้าพิสูจน์ฝีมือคนไทย ถ้าไม่มัน “คืนเงิน”ทันที!!!
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d