Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชาวไทยเชื้อสายจีนไหว้ ‘ส่งเจ้าขึ้นสวรรค์’ ก่อนวันตรุษจีน

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631324

ชาวไทยเชื้อสายจีนไหว้ 'ส่งเจ้าขึ้นสวรรค์' ก่อนวันตรุษจีน

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.59 น.

26 ม.ค.65 ซึ่งเป็นวัน “ส่งเจ้าขึ้นสวรรค์” หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า “ซิ้งเจียที” ซึ่งจะตรงกับวันที่ 24 เดือน 12 ของจีน โดยในปี 2565 ตรงกับวันที่ 26 มกราคม วันนี้ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ถนนนางงาม เขตเทศบาลนครสงขลา อำเภอเมืองจังหวัดสงขลา ชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดสงขลาเดินทางมาไหว้ส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ ก่อนวันตรุษจีน อย่างต่อเนื่อง โดยมี นายธนธร รัตนปราการ นายกสมาคมฮกเกี้ยนจังหวัดสงขลาและผู้บริหารสมาคมฯมาคอยอำนวยความสะดวกให้กับชาวไทยเชื้อสายจีนที่เดินทางมาไหว้ส่งเจ้าขึ้นสวรรค์

วันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ เป็นหนึ่งในประเพณีเก่าแก่ของจีน ซึ่งในปัจจุบันอาจไม่ค่อยได้พบเห็นกันเท่าใดนัก ทั้งนี้ เชื่อกันว่า วันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ เป็นวันที่เทพเจ้าของจีนจะเสด็จขึ้นสู่สรวงสวรรค์ เพื่อไปรายงานความประพฤติของคนในโลกมนุษย์ให้เง็กเซียนฮ่องเต้ทราบ ซึ่ง “เจ้า” ที่ว่านี้ เดิมทีหมายถึง “เจ้าเตา” ซึ่งเป็นเจ้าที่สถิตอยู่กับเตาหุงข้าวของบ้านนั้นๆ

เนื่องจากเจ้าเตารู้ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ของคนในบ้านเป็นอย่างดี ว่าใครไปทำความดีความชั่วที่ไหนมาบ้าง ดังนั้น เจ้าเตาจะนำพฤติการณ์ของคนในบ้านไปรายงานต่อเง็กเซียนฮ่องเต้บนสรวงสวรรค์ ซึ่งการที่เจ้าบ้านจะต้องทำพิธีไหว้เจ้าเตานั้น เพื่อให้เจ้าเตาไปรายงานแต่ในสิ่งที่ดีงามของตนให้เง็กเซียนฮ่องเต้ทราบ ในปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่ได้หันไปไหว้เทพต่าง ๆ แทนการไหว้เจ้าเตาแล้ว แต่ไม่ว่าจะไหว้เทพหรือเจ้าเตา ก็ยังถือเป็นการส่งเจ้าขึ้นสวรรค์เหมือนกันนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วก่อนจะถึงวันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ แต่ละบ้านมักจะทำความสะอาดอาคารบ้านเรือน รวมถึงศาลของเจ้าทุกองค์ที่บูชาอยู่ เพื่อเป็นการขจัดสิ่งไม่ดีออกจากบ้าน และหลังจากทำพิธีแล้วก็จะมีการนำเสื้อผ้าเทพเจ้าหรือกระดาษไหว้ต่าง ๆ ไปเผา โดยบางส่วนนิยมทำความสะอาดเรือนเทพเจ้า ตัวองค์เทพเจ้า และกระถางธูป หลังเสร็จพิธีอีกด้วย

นายธนธร รัตนปราการ นายกสมาคมฮกเกี้ยนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า วันนี้ที่ศาลเจ้าหลักเมืองสงขลาเรามีพิธีไหว้ขึ้นปีใหม่เพื่อความเป็นสิริมงคลและมีพิธีเชิญเจ้าขึ้นสวรรค์ วันนี้เราทำพิธีไหว้ซึ่งเป็นการไหว้ล่วงหน้าก่อนวันตรุษจีนและในวันตรุษจีนวันที่ 31 มกราคม 2565 ก็จะมีพิธีไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภซึ่งจะเสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์ในเวลา 23:00 น.ซึ่งในช่วงนั้นจะมีคนมาไหว้เยอะมาก. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องกวาง’ นศ.บริหารธุรกิจ UTCC เผย LGBTQ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียม-ความสุข

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631281

'น้องกวาง' นศ.บริหารธุรกิจ UTCC เผย LGBTQ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียม-ความสุข

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.37 น.

ปัจจุบันความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) ได้มีบทบาทมากขึ้น และสามารถเปิดเผยตัวตนได้อย่างเสรีในสังคมไทย มหาวิทยาลัยเป็นเสมือนสถานที่ปลอดภัยอีกแห่งให้กับนักศึกษาทุกเพศทุกวัย ซึ่งจะส่งผลลัพธ์ด้านการเรียน สุขภาพร่างกายและจิตใจในเชิงบวก รวมถึงความนับถือตนเองของนักศึกษา ทำให้มีความสุขในการดำรงชีวิต เมื่อจบการศึกษาออกมาสามารถเป็นบัณฑิตที่ร่วมพัฒนาประเทศไทยได้อย่างมีศักยภาพต่อไป 

“กฤษฎา วันเพ็ญ” หรือ “น้องกวาง” นักศึกษาสาขาธุรกิจระหว่างประเทศ ปี 2 คณะบริหารธุกิจ  มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เล่าว่า “ส่วนตัวชอบมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยอยู่แล้วและชอบคณะบริหารธุรกิจ ถ้านึกถึงคณะบริหารธุรกิจทุกคนก็จะต้องนึกถึงมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเป็นอันดับแรก ในฐานะตนเองเป็นกลุ่มความหลากหลายทางเพศ รับรู้ได้ว่ามหาวิทยาลัยหอการค้าไทยมีการเปิดรับอย่างเป็นรูปธรรม นักศึกษาสามารถแต่งกายให้ตรงตามเพศสภาพของตนเองได้โดยไม่มีการบังคับให้แต่งตัวตามคำนำหน้าในบัตรประชาชน ซึ่งเราก็คิดว่าตรงนี้ทำให้เรารู้สึกเป็นตัวของตัวเองมาก มีความสุขที่ได้มาเรียนมหาวิทยลัยทุกครั้ง ได้แต่งตัวในชุดนักศึกษาผู้หญิงโดยที่ไม่มีข้อกังวลใจใดใดให้ตัวเองรู้สึกไม่ดี การเข้ารับบริการต่างๆของมหาวิทยาลัยก็สามารถอำนวนความสะดวกได้เสมือนนักศึกษาปกติทั่วไป สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและไม่มีข้อเปรียบเทียบว่า LGBTQ ต้องแต่งตัวตามคำนำหน้า เรียนจบรับปริญญาก็สามารถแต่งกาย

ตามเพศสภาพเข้ารับปริญญาได้อย่างไร้ความวิตกกังวล ซึ่งมีอิสระมากกว่าตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ต้องแต่งกายตามที่โรงเรียนกำหนด นอกจากความเป็นรูปธรรมที่สัมผัสได้จริง การเรียนการสอนยังเน้นกระบวนการความคิดเป็นหลัก เพราะทุกคนที่เลือกเรียนคณะนี้ส่วนใหญ่อยากที่จะเป็นผู้ประกอบการ คระบริหารธุรกิจจะมีการสอนให้ทำหลายๆ อย่างเกี่ยวกับศาสตร์การเป็นผู้ประกอบการและการบริหารธุรกิจ ซึ่งบางอย่างนักศึกษาอาจจะไม่ได้มีความรู้ นักศึกษาก็จะได้รู้จากการมาเรียนในคณะนี้และทุกอย่างก็สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันได้จริง” 

“รู้สึกดีใจและประทับใจที่คณะบริหารธุรกิจดูแลนักศึกษาที่มีความหลากหลายในมหาวิทยาลัยอย่างดี ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการปฎิบัติสิ่งที่ถูกต้อง เรื่องรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้บ่งบอกความสามารถของนักศึกษา ไม่อยากให้ตัดสินคนคนหนึ่งจากรูปลักษณ์ภายนอก อยากให้ทุกคนมองผู้อื่นที่ความสามารถมากกว่า การที่เราเป็นสาวประเภทสองอยากให้ยอมรับที่ความดีความสามารถในการทำงานมากกว่ารูปลักษณ์ ภายนอก อาจารย์หลายท่านมีความเมตตามาก เพราะท่านไม่ได้มองว่าเราเป็นเพศไหน แต่มองว่าเราเป็นนักศึกษาคนหนึ่ง ดูแลเหมือนกับนักศึกษาทั่วไป การใช้ชีวิตในสถานศึกษาทำให้มีความสุขมาก เพราะไม่มีใครมาคอยบูลลี่ในเพศสภาพของเรา” กฤษฎา กล่าวทิ้งท้าย. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แสบมาก! ลูกชายร่างสัญญาทวงเงินพ่อ ยืมจากออมสิน500ยังไม่คืน

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631269

แสบมาก! ลูกชายร่างสัญญาทวงเงินพ่อ ยืมจากออมสิน500ยังไม่คืน

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.14 น.

ความน่ารักหนูน้อยวัย 7 ขวบ เขียนบันทึกในไดอารี่ทวงเงินพ่อที่แกะกระปุกออมสินยืมไป 500 บาท แต่ไม่ยอมคืนให้ทวงทีไรบอกให้ไปฟ้องจนหมดปัญญาจะทวงคืนต้องเขียนบันทึกในไดอารี่และแม่นำมาโพสต์ในเฟซบุ๊ก จนมีการแชร์ต่อกันจำนวนมากหลายคนชมลายมือสวย ล่าสุดพ่อยอมคืนเงินให้แล้วพร้อมดอกเบี้ยอีก 100 หนูน้อยเผยเข็ดไม่ยอมให้พ่อยืมอีกถ้าจะยืมก็ต้องทำสัญญา

ที่ จ.สงขลา ได้มีการแชร์เรื่องราวที่เป็นความน่ารักไร้เดียงสาของเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งใช้ชื่อเฟสบุ๊คว่า ”ปันปันอันนี้กี่บาท” เป็นการเขียนบันทึกในไอดารี่ส่วนตัวทวงหนี้พ่อของตัวเองที่ยืมเงินไป 500 บาท แต่ไม่ยอมคืนและแม่ได้ถ่ายรูปนำมาโพสต์ในเฟสบุ๊คของน้องใส่แฮชแท็กว่า ”นายเป็กเอาเงินไปคืน ด.ช.ปันปันด้วย ลงชื่อพยาน (แม่) 

พร้อมภาพกระปุกออมสินและข้อความที่เขียนในไออารี่ว่า “สัญญาพ่อยืมเงินแล้วไม่คืน นายเป็ก …… ได้ยืมเงินจากกระปุกออมสิน ของ ด.ช.ปันปัน…. 500 บาท แล้วไม่คืน ผมไม่มีปัญญาจะฟ้องใครแล้ว จะฟ้องแม่ก็ไม่ได้ เพราะแม่ไม่เกี่ยวเรื่องนี้ อ่ะนะ” และทิ้งว่า เอาเงินผมคืนมา 

โดยหลังจากที่แม่ได้โพสต์เรื่องนี้ลงไปในเฟสบุ๊คของน้องปันปัน ปรากฏว่ามีคนชอบ และขำในความไร้เดียงสาและความรู้สึกจริงๆของเด็ก และแชร์ต่อกันเยอะมากและส่วนใหญ่ชมว่าน้องปันปันลายมือสวยมาก 

ล่าสุดในวันนี้ 26 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปติดตามเรื่องนี้เพราะหลายคนสงสัยและอยากรู้ว่าเป็นเรื่องจริงไหมและได้เงินคืนจากพ่อหรือยัง โดยไปที่บ้านของน้องอยู่ในพื้นที่ หมู่ 8 ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และพบกับเด็กชายปัณณวิชญ์ บุญสร้าง หรือ น้องปันปัน อายุ 7 ขวบ กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ ใน ต.บ้านพรุ พร้อมกับคุณพ่อเป็ก อายุ 53 ปี และคุณแม่กิ๊บ อายุ 35 ปี ซึ่งตอนนี้น้องปันปัน ยังเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับคุณพ่อเป็กและคุณแม่กิ๊บ เล่าว่า บันทึกการทวงหนี้พ่อที่น้องปันปัน เขียนขึ้นเป็นเรื่องจริงและคุณพ่อเป็กก็เป็นหนี้น้องปันปันจริงๆ

โดยเมื่อวันพฤหัสที่ 20 มกราคม สัปดาห์ที่แล้วคุณพ่อได้ขอยืมตังน้องปันปันในกระปุกออมสิน 500 บาท เพื่อไปเติมน้ำมันเพราะไม่มีเงินสด และสัญญาว่าเดี่ยวจะออกไปกดเงินกลับมาแล้วจะคืนให้ แต่ปรากฏว่าพ่อไม่ยอมคืนให้ และพอทวงพ่อก็จะบอกว่าให้ไปฟ้องเอา 

และทุกครั้งที่พ่อใช้หรือให้น้องปันปัน ทำอะไรน้องปันปันก็จะยกเรื่องที่พ่อยืมเงินไป 500 บาท มาเป็นข้ออ้างเสมอ สุดท้ายน้องปันปัน ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยเขียนบันทึกในไออารี่ทวงเงินพ่อ และแม่นำมาโพสต์ลงเล่นๆในเฟสบุ๊คน้องปันปัน เมื่อวานนี้จนมีการแชร์ต่อจำนวนมาก ส่วนเงินที่ พ่อค้างอยู่ 500 บาทนั้น พ่อยอมคืนให้แล้วเมื่อวันจันทร์นี้พร้อมดอกเบี้ยอีก 100 บาท 

คุณแม่กิ๊บ เล่าว่า น้องปันปันเริ่มเขียนบันทึกประจำวันลงในไดอารี่ตั้งแต่อายุ 5 ขวบครึ่ง แต่ช่วงนี้เรียนออนไลน์และมีการบ้านเยอะก็เลยให้เขียนอาทิตย์ละครั้ง

ด้านน้องปันปัน บอกว่า หลังจากนี้จะไม่ให้พ่อยืมตังค์อีกแล้วหรือถ้าจะยืมก็ต้องทำสัญญาให้ชัดเจนเพราะสัญญาใจเข็ดแล้ว   

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดภารกิจวันสุดท้าย! 24สาวงามผู้เข้าประกวดนางสาวไทยปี65

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631268

เปิดภารกิจวันสุดท้าย! 24สาวงามผู้เข้าประกวดนางสาวไทยปี65

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.10 น.

26 มกราคม 2565 เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน การเก็บตัวของผู้เข้าประกวดนางสาวไทยประจำปี พ.ศ.2565 ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ของวันที่ 25 ม.ค.65 ที่ผ่านมา คณะผู้เข้าประกวดนางสาวไทยประจำปี 2565 ทั้ง 24 คน หลังเสร็จสิ้น การทำกิจกรรมต่างๆในพื้นที่อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญแล้ว ได้เดินทางไปพักที่โฮมสเตย์นาภูคำ ต.นาหมอม้า อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ

โดยมี ชาวบ้านนาหมอม้า นำรถอีแต๊กมารับก่อนถึงหมู่บ้านนาหมอม้า โดยนางสาวไทยและคณะ ได้ขึ้นนั่งรถอีแต๊ก โดยคณะกองยาวแบบอีสาน นำเข้าหมู่บ้าน ท่ามกลางการประดับสไตร์พื้นเมืองอีสาน ตลอด 2 ข้างทาง โดยมีชาวบ้านยืนโบกมือทักท้าย ให้กำลังใจ อย่างอบอุ่น ทำให้ สาวงามทั้ง 24 คน ประทับใจตื่นเต้น ในการต้องรับอย่างดี ไปตามๆกัน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น สุขใจทุกคน ต่างมีใบหน้าเบิกบาน ยิ้มแย้ม แจ่มใส ทั้งผู้มาเยือนและผู้ต้อนรับ ตลอดเวลา  

ต่อมาผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ปี 2565 ถึงที่พักโฮมสเตย์นาภูคำ ต.นาหมอม้า อ.เมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ ได้ร่วมประกอบอาหารเย็นแบบพาเลงกับชาวบ้านนาหมอม้า จากนั้น เป็นพิธีบายศรีสู่ขวัญ ชมการแสดงต้อนรับ รำวงฝูงปลา รำวงย้อนยุค ซึ่งคณะนางสาวไทยร่วมเต้นบาสโลบ และรำวงย้อนยุค กับ ชาวบ้านนาหมอม้า สร้างความประทับใจที่เหล่านางงามร่วมซึมซับของวิถีชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง 

สำหรับโฮมสเตย์นาภูคำ ตั้งอยู่เลขที่ 215 หมู่ที่ 1 บ้านนาหมอม้า ตำบลนาหมอม้า อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ด้านทิศตะวันตกประมาณ  30 กิโลเมตร บนเนื้อที่ 12 ไร่ แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม กลางทุ่งนา อากาศบริสุทธิ์ และทิวทัศน์ที่งดงามอีกด้วย 

สำหรับกิจกรรมของผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ปี 65 ในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ วันนี้( 26 ม.ค.65) เวลา 13.00 น. เดินทางออกจากที่พักโฮมสเตย์นาภูคำ ต.นาหมอม้า อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เพื่อนมัสการพระธาตุนาป่าแซง วัดสุทธิกาวาส บ้านวินัย ต.นาป่าแซง อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ

โดยมีคณะกลองยาว นำขบวนเข้าวัดสุทธิกาวาส จากนั้น ชาวบ้านมอบผ้าลายเจ้าฟ้าศิริวัณณวรี เป็นการต้อนรับ และชมการแสดง ระบำ ตำนานถวายบูชาพระธาตุนาป่าแซง โดยลูกหลานชาวปทุมราชวงศา ต่อมา คณะนางสาวไทย ร่วมถวายสักการะ พระธาตุนาป่าแซง ด้วยขับหมากเบ็ง ต่อมา คณะนางสาวไทย เยี่ยมชมและเรียนรู้การผลิตเครื่องจักรสาน จาก วัสดุรีไซเคิล ตะกร้าพลาสติก การแปรรูปผ้าเป็นเครื่องประดับ เป็นต้น 

สำหรับพระธาตุนาป่าแซง ตั้งอยู่ภายในวัดสิทธิกาวาส บ้านวินัย ต.นาป่าแซง อ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ เกิดจากแรงศรัทธาของประชาชนชาวอำนาจเจริญ ร่วมกัน ก่อสร่างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2518 ซึ่งเป็นปีเดียวกับองค์พระธาตุพนม จ.นครพนม ล่ม จึงได้นำเอาอิฐหินปูนจากพระธาตุพนมมาผสมก่อสร้างเป็นพระธาตุนาป่าแซง ลักษณะรูปทรงจึงคล้ายพระธาตุพนมองค์จริง และได้มีการต่อเติมอยู่ตลอดเวลา จนเสร็จสมบูรณ์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน เพื่อเป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางศาสนา ที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวจังหวัดอำนาจเจริญและใกล้เคียง โดยเฉพาะทุกวันธรรมสวนะ หรือ วันพระ จะมีพุทธศาสนิกชน จัดกิจกรรมเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุนาป่าแซงอีกด้วย 

นอกจากนี้ ด้านทิศเหนือ เป็นที่ตั้งของสรีระร่างกายไม่เน่าไม่เปื่อยของ หลวงพ่อศรีทา หรือ พระครูสุทธิ พัฒนาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งละสังขารมาร่วม 10 ปี โดยบรรจุอยู่ในโลกแก้ว ภายในวิหารชั้นเดียว โดยโลงแก้วยกสูงจากพื้นประมาณ 1.30 เมตร จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ซึ่งชาวบ้านเดินทางมากราบไหว้ มาเห็นกับตา ในสรีระหลวงพ่อศรีทา ยังสมบูรณ์ทุกประการ 

จากนั้น คณะผู้เข้าประกวดนางสาวไทย ปี 65 เดินทางออกจากอำนาจเจริญ เพื่อกลับกรุงเทพมหานคร และเตรียมตัว เข้าประกวดชิงมงกุฎนางสาวไทย ปี 65 รอบตัดสิน ในวันที่ 6 ก.พ.65 ต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP พบจุดความร้อนมากกว่า 300 จุดทั่วประเทศ

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP พบจุดความร้อนมากกว่า 300 จุดทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.20 น.

26 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลดาวเทียมเมื่อวันที่ (25 ม.ค.) พบจุดความร้อนทั้งประเทศ จำนวน 343 จุด เพิ่มขึ้นจากวานก่อน 123 จุด โดยพบมากสุดในพื้นที่เกษตร 140 จุด พื้นที่เขตสปก. 74 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 42 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 42 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 39 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 6 จุด ส่วนจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากสุด คือ #กาญจนบุรี 25 จุด #กาฬสินธุ์ 24 จุด #อุดรธานี 21 จุด ตามลำดับ โดยเช้าวันนี้คุณภาพอากาศปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดยโสธรแตะระดับปานกลางเป็นครั้งแรก และพื้นที่อื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มเข้าใกล้ระดับปานกลางด้วยเช่นกัน ซึ่งอาจเริ่มส่งผลกระทบกับระบบทางเดินหายใจ จากภาพแสดงให้เห็นว่าจุดความร้อนมีปริมาณเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะบริเวณภาคอีสานตอนบน คาดว่าน่าจะเกิดจากการเตรียมพื้นที่เพื่อการเกษตร ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่ 1 มกราคม – 25 มกราคม 2565 พบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจุดความร้อนแล้วจำนวน 2,443 จุด ตามด้วยภาคกลาง 1,931 จุด และภาคเหนือ 1,018 จุด ตามลำดับ

สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน พบมากสุดที่ราชอาณาจักรกัมพูชา จำนวน 695 จุด รองลงมาอันดับ 2 เป็นประเทศไทย จำนวน 343 จุด และอันดับที่ 3 สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 224 จุด ตามลำดับ ข้อมูลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านบ้านอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ pm 2.5 ในพื้นที่บริเวณแนวชายแดนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก เนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามา ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ

ทั้งนี้ ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THOES-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่ ท่านสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทางเลือกใหม่! ชาวเมืองโอ่งใช้พื้นที่ข้างบ้านเลี้ยงปลาดุกในกระชังบกเสริมรายได้ช่วงโควิด

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631230

ทางเลือกใหม่! ชาวเมืองโอ่งใช้พื้นที่ข้างบ้านเลี้ยงปลาดุกในกระชังบกเสริมรายได้ช่วงโควิด

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.10 น.

ทางเลือกใหม่สำหรับชาวบ้านที่เมืองราชบุรี มีเนื้อที่เล็กน้อยข้างบ้านนำปลาดุกมาเลี้ยงในกระชังบกใช้เวลาเพียง 3-4 เดือนจับมาบริโภคได้ เหลือนำไปแปรรูปขายได้อีก ลงทุนหลักพันได้กำไรหลักหมื่น

วันนี้ (26 ม.ค.65) ไปดูตัวอย่างความสำเร็จของชาวบ้านที่ ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งใช้พื้นที่ข้างบ้านเพียงไม่กี่เมตรเลี้ยงปลาดุกในกระชังบกลักษณะเป็นตาข่ายสีฟ้าอยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างเป็นผ้ายางอย่างหนา โดยแบ่งเป็นรุ่นๆ มี 2 กระชัง โดยชุดแรกได้จับขายไปแล้ว ส่วนหนึ่งนำมาแปรรูปขายผ่านทางออนไลน์ มารุ่นนี้เลี้ยงมาประมาณ 3 เดือนเศษ เป็นปลาดุกที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว นำผักตบชวามาใส่ไว้เพื่อให้หลบอาศัย จะให้อาหารวันละมื้อและเปลี่ยนน้ำเพื่อให้ปลาเจริญเติบโตดี ไม่มีกลิ่นคาว

นายไชยวิทย์ บัวงาม อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 4 ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง จ.ราชบุรี เปิดเผยว่า ปลาที่เลี้ยงเป็นปลาดุกที่สะอาด ถ่ายเทน้ำได้สะดวก กรณีน้ำเสียก็ให้ถ่ายน้ำออก แล้วเติมน้ำเข้าไปใส่ใหม่ ทำให้ไม่มีกลิ่นคาวปลา แต่หากเลี้ยงเป็นบ่อน้ำหรือสระน้ำใหญ่จะถ่ายน้ำไม่ได้ โดยการเลี้ยงปลาในกระชังบกจะเลี้ยงอาหารเม็ดปลาดุก มีข้อดีคือไม่มีเมือก มีกลิ่นคาวปลา

สำหรับพันธุ์ปลาดุกซื้อมาขนาดเท่านิ้วก้อยตัวละ 60 สตางค์ เลี้ยงมา 3-4 เดือน ก็จับขายได้ อย่างที่เห็นนี้อายุประมาณ 3 เดือนเศษ เริ่มทยอยจับขายไปบ้างแล้วกิโลกรัมละ 50 บาท อย่างกระชังใหญ่จะเลี้ยงจำนวน 2,000 ตัว แต่หากกระชังเล็กอีกชุดที่เลี้ยงข้างๆ ปล่อยปลาได้ 1,000 ตัว ปลาดุกตัวใหญ่ จะมีน้ำหนักประมาณ 4-5 ตัวต่อกิโลกรัม

นอกจากนี้ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นปลาดุกแดดเดียว ปลาดุกร้า ลูกสาวจะเป็นคนทำและขายผ่านทางเฟสบุ๊กกิโลกรัมละ 180 บาท จึงถือเป็นข้อดีกับชาวบ้านที่มีพื้นที่เล็กน้อย ใช้เพียงพื้นที่รอบ ๆ บ้านก็สามารถเลี้ยงปลาไว้บริโภค เหลือก็ยังขายได้ เลี้ยงง่ายโตเร็วไม่ยุ่งยาก แค่ให้อาหารปลาดุกกินวันละ 1 ครั้ง สามารถทำงานอื่นได้ หมั่นดูน้ำที่เลี้ยงอย่าให้เสีย ให้สังเกตหากปลาดุกลอยหัวก็ให้รีบถ่ายเทน้ำออกแล้วเติมน้ำใหม่ลงไป หรืออาจจะถ่ายน้ำเดือนละ 1 ครั้งก็ได้ จะทำให้ปลาเจริญเติบโตดี 

นายไชยวิทย์ บัวงาม ผู้เลี้ยงกล่าวอีกว่า สำหรับต้นทุนการเลี้ยงจะมีตาข่ายกระชังปลาสั่งซื้อทางออนไลน์ราคา 1,500 บาท กว้าง 3.5 เมตร ยาว 5 เมตร พันธุ์ปลาดุกอุยตัวละ 60 สตางค์ เลี้ยงในกระชังใหญ่จำนวน 2,000 ตัว กระชังเล็ก 1,000 ตัว สำหรับค่าอาหารช่วง 3 เดือนหมดไปจำนวน 6 กระสอบ ๆ ละ 410 บาท โดยลงทุนครั้งแรกจะมีค่าตาข่ายกระชังปลาการเลี้ยง แต่พอเลี้ยงครั้งที่ 2 ก็สามารถเลี้ยงได้ต่อไปได้เลย เหลือลงทุนแค่ค่าอาหารกับพันธุ์ปลา วันไหนอยากกินก็จะไปทำกินเป็นกับข้าวได้ ช่วงโควิดมองว่า สามารถอยู่ได้ เพราะมีปลาเลี้ยงเอง และยังมีชาวบ้านมาสั่งซื้อเรื่อย ๆ ก็จะจับขายมีรายได้อยู่ตลอด

นอกจากนี้ ที่บ้านยังปลูกผักไว้กินเองหลายชนิด เช่น มะนาว มะละกอ มะรุม ฟัก ผักคะน้า พริก มะเขือ ด้านข้างยังเลี้ยงไก่ไข่ ไก่บ้านและห่านที่เลี้ยงเอาไว้เฝ้าบ้านหากมีผู้บุกรุกอย่างสุนัข งู และสัตว์อื่น ๆ เข้ามาในพื้นที่ก็จะส่งเสียงร้องเสียงดังเพื่อให้เกิดความกลัว อีกทั้งมีพืชผัก ผลไม้ ที่ปลอดภัย ส่วนปลาที่เลี้ยงไว้ทำกินเป็นอาหารบริโภค ช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ พออยู่ พอกิน ในช่วงโควิดที่จะต้องอยู่กันอย่างพอเพียง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

GISTDA เผยภาพถ่ายดาวเทียมพบ ‘คราบน้ำมัน’ หลังเรือบรรทุกน้ำมันอับปางกลางอ่าวไทย

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631220

GISTDA เผยภาพถ่ายดาวเทียมพบ ‘คราบน้ำมัน’ หลังเรือบรรทุกน้ำมันอับปางกลางอ่าวไทย

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 12.10 น.

GISTDA เผยภาพจากดาวเทียมพบคราบน้ำมันรั่วไหล หลังเรือบรรทุกน้ำมันอับปางกลางอ่าวไทย พร้อมส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

จากกรณีเรือบรรทุกน้ำมันดีเซลที่ชื่อ ป. อันดามัน 2 จอดทอดสมอและอับปางลงกลางอ่าวไทย ซึ่งมีระยะห่างจากปากน้ำชุมพรประมาณ 24 ไมล์ทะเล โดยภายในเรือมีน้ำมันอยู่ประมาณ 5 แสนลิตร ส่งผลให้มีน้ำมันบางส่วนรั่วไหลออกมา นั้น

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เผยภาพจากดาวเทียม Sentinel-1 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 เวลา 18.36 น. พบคราบน้ำมันลอยบริเวณชายฝั่งจังหวัดชุมพร ซึ่งมีลักษณะเป็นแผ่นฟิล์มน้ำมันจากตำแหน่งที่เรืออับปาง (ดาวสีแดง) เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2565 ไหลย้อนขึ้นไปทางทิศเหนือ (กรอบสีเหลือง) ระยะทางกว่า 40 กิโลเมตร โดย GISTDA ได้คาดการณ์การเคลื่อนตัวและทิศทางของคราบน้ำมันไปจนถึงวันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2565 ด้วยระบบ Geo-Spatial for Maritime System หรือ GMaS พบว่าคราบน้ำมันมีแนวโน้มเคลื่อนที่ไปทางทิศเหนือค่อนไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ (เส้นสีน้ำเงิน)  ทั้งนี้ ข้อมูลจากการวิเคราะห์ ทาง GISTDA จะส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้วางแผน ติดตาม ตรวจสอบในพื้นที่ต่อไป

-(016)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตะลึงทั้งงาน! ‘แม่ฉวีวรรณ’ศิลปินแห่งชาติรำถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่าทางแปลกคล้าย’พญาครุฑ’

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631210

ตะลึงทั้งงาน! 'แม่ฉวีวรรณ'ศิลปินแห่งชาติรำถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่าทางแปลกคล้าย'พญาครุฑ'

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.17 น.

ตะลึงทั้งงาน “คุณแม่ฉวีวรรณ ดำเนิน (พันธุ)” ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ) ปี พ.ศ. 2536 รำถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพิธีบูชาครูบาอาจารย์ “พระครูธวัชสันติคุณ หรือหลวงพ่อสมาน ธัมมรักขิโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดสันติวิหารร้อยเอ็ด ตามความเชื่อของชาวอีสาน ด้วยท่าทางแปลกๆ คล้ายท่ารำ “พญาครุฑ” นานกว่า 4 นาที เจ้าตัวยันไม่เคยรำท่าทางแบบนี้มาก่อน เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดร่วมอนุโมทนาบุญ

ที่วัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 25 ม.ค.65 ที่ผ่านมา หลังจากมีกิจกรรมตักบาตรในภาคเช้าและพิธีถวายเพลพระที่มาร่วมในงานสืบสานประเพณีบุญคูณลานบุญกุ้มข้าวใหญ่ ร่วมใจสร้างเจดีย์รวงข้าว ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของกิจกรรมงานบุญดังกล่าว วัดสันติวิหารโดยการนำของหลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์ (พระมหาชำนิ) เจ้าคณะตำบลธงธานี เจ้าอาวาสวัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ได้นำชาวบ้านกว่า 50 คนร่วมพิธีปิดงานสืบสานประเพณีบุญคูณลานบุญกุ้มข้าวใหญ่ ร่วมใจสร้าง “เจดีย์รวงข้าว” วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด ประจำปี2565 และกิจกรรมสุดท้ายของงานบุญดังกล่าวก็คือพิธีบูชาครูบาอาจารย์ และฉลองสมโภชน์ปิดงานฯ

โดยเริ่มจากการแห่ของขบวนนางรำชาวบ้านที่แต่งตัวมาร่วมกิจกรรมอย่างสวยสดงดงามมีการดีดสีตีเป่าด้วยเครื่องดนตรีอีสานเป็นจังหวะสนุกสนานรอบเจดีย์และปราสาทรวงข้าวจำนวน 3 รอบ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที บูชาครูบาอาจารย์ “พระครูธวัชสันติคุณ หรือหลวงพ่อสมาน ธัมมรักขิโต” อดีตเจ้าอาวาสวัดสันติวิหารร้อยเอ็ดตามความเชื่อของชาวอีสาน 

โดยมีคุณแม่ฉวีวรรณ ดำเนิน (พันธุ) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ) ปี พ.ศ. 2536 ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นราชินีหมอลำ ซึ่งเป็นราชินีหมอลำคนแรกของประเทศไทย เป็นผู้รำถวายครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในวัดสันติวิหารร้อยเอ็ด 

ในระหว่างรำอยู่ๆ ช่วงจังหวะที่คุณแม่ฉวีวรรณ กำลังรำอยู่นั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดเกิดขึ้นกับตัวคุณแม่ฉวีวรรณ ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่มาร่วมงานต่างงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งปกติคุณแม่ฉวีวรรณ จะทั้งฟ้อนและรำด้วยท่าทางที่อ่อนโยนสวยงาม ซึ่งในวันนี้ในช่วงแรกคุณแม่ฉวีวรรณ รำด้วยท่าทางที่สวยงาม แต่อมาท่าทางการฟ้อนรำของคุณแม่ฉวีวรรณ ก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นท่าทางที่ดุดัน แข็งขัน สายตาของคุณแม่ฉวีวรรณ เริ่มขวางแล้วก็แสดงท่าทางคล้ายกับ “พญาครุฑ”

ทำให้นางรำและประชาชนที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เห็นคุณแม่ฉวีวรรณ แสดงท่าทางดังกล่าวนานกว่า 4 นาที จึงค่อยๆ อ่อนกำลังลงและสงบลงในที่สุดโ ดยมีลูกศิษย์ของคุณแม่ฉวีวรรณ และประชาชนที่อยู่บริเวณไกล้เคียงต้องรีบเข้าไปประคองร่างของคุณแม่ฉวีวรรณ และให้คุณแม่ดมยาและบีบนวดสักพักคุณแม่ก็ฟื้นขึ้นมาปกติ

คุณแม่ฉวีวรรณ ดำเนิน (พันธุ) ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (หมอลำ) ปี พ.ศ. 2536 เล่าให้ประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์หลังจากฟื้นตัวขึ้นมาเป็นปกติว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะท่ารำที่ทุกท่านได้เห็นไม่เคยรำที่ไหนมาก่อน และไม่เคยคิดที่จะรำด้วยท่าทางแบบนี้มันเกิดขึ้นมาโดยฉับพลัน และอัตโนมัติไม่สามารถควบคุมได้ ตนคิดว่าเหตุการที่เกิดขึ้นนั่นเป็นเพราะว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดแห่งนี้ท่านต้องการที่จะมาร่วมอนุโมทนาบุญในกุศลบุญที่วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด ร่วมกับชาวบ้านได้กระทำมาโดยตลอดท่านมานิยมสมพร

นายจอมขวัญ แสงแก้ว อดีตข้าราชการบำนาญกระทรวงศึกษาธิการ หนึ่งในผู้อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า เกิดมาจะกว่า 70 ปีแล้วยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ต่อหน้าต่อตาช่างเป็นเรื่องที่อัฒจรรย์ใจยิ่งนัก ปกติตัวเองก็มาทำบุญกับหลวงพ่อมหาชำนิ ที่วัดแห่งนี้อยู่บ่อยครั้งได้เจอเหตุการณ์แบบนี้ถือว่าเป็นบุญอย่างยิ่ง

ด้านหลวงพ่อพระครูปริยัติวรศาสน์ (พระมหาชำนิ) เจ้าคณะตำบลธงธานี เจ้าอาวาสวัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด เผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องธรรมชาติ ขออนุโมทนาบุญกับญาติโยม และศรัทธาบุญทุกท่านที่มาร่วมกิจกรรมงานบุญกับวัดสันติวิหารร้อยเอ็ดมาโดยตลอด ขอให้ทุกท่านมีความสุข ทำบุญด้วยศรัทธาและใจบริสุทธิ ทำตามมีตามเกิด ไม่ให้เดือดร้อนตัวเองและสังคม 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อิ่มบุญ สุขใจ กินอาหารปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 ช่วงตรุษจีน

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631200

อิ่มบุญ สุขใจ กินอาหารปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 ช่วงตรุษจีน

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.34 น.

นักวิชาการด้านอาหาร ย้ำการปฎิบัติตัวช่วงเทศกาลตรุษจีน หลีกเลี่ยงฉลองในพื้นที่ที่มีคนเยอะ รับประทานอาหารปรุงสุก หมั่นทำความสะอาด พร้อมแนะวิธีการเลือกวัตถุดิบ การจัดเก็บและการปรุงอาหารอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงเชื้อโรคอื่นๆ

26 มกราคม 2565 ผศ.ดร.ศศิธร ใบผ่อง หัวหน้าศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า วันตรุษจีน จัดขึ้นเพื่อฉลองในฤดูใบไม้ผลิ โดยในวันฉลองตรุษจีน อาหารชนิดต่างๆ จะถูกจัดเตรียมเพื่อญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง รวมไปถึงคนรู้จักที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว วัตถุดิบที่มักนำมาใช้ประกอบอาหารในเทศกาลนี้ล้วนมีความหมาย เช่น เม็ดบัว หมายถึง การมีลูกหลานที่เป็นชาย เกาลัด หมายถึง เงิน ปลาทั้งตัวถือเป็นตัวแทนแห่งการอยู่ร่วมกันและความอุดมสมบูรณ์ ไก่ หมายถึง ความเจริญก้าวหน้า และเส้นหมี่ หมายถึง ชีวิตที่ยืนยาว

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ควรหลีกเลี่ยงไปในพื้นที่ชุมชน หรือรวมตัวกันจำนวนมากเพื่อป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้ ผู้บริโภคควรใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในการประกอบอาหาร เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆที่อาจจะปนเปื้อน โดยเริ่มต้นจากการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณลักษณะที่ดี ซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน มีการควบคุมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ไม่ควรเลือกซื้อจากแหล่งที่ไม่ได้มาตรฐาน การเลือกซื้อวัตถุดิบเนื้อสัตว์ ควรเลือกดังนี้ 1) เนื้อหมู มีสีชมพู มันสีขาว ถ้าเป็นสามชั้น มันระหว่างหนังกับเนื้อจะต้องไม่หนามาก 2) ไก่ ควรเลือกไก่อ่อน เนื้อจะนุ่ม หนังไม่เหนียว ไม่มีรอยเขียวช้ำตามคอหรือท้องและบริเวณอื่นๆ 3) เป็ด เลือกที่สดไม่มีรอยช้ำ ถ้าเป็ดแก่จะมีกลิ่นสาบ เนื้อเหนียว 4) กุ้ง หัวติดกับลำตัว ไม่หลุดออกจากกัน เปลือกสีเขียวแกมน้ำเงิน หางไม่มีรอยคล้ำ ไม่มีกลิ่นเหม็น 5) ปลา ต้องมีตาใส เหงือกแดง เนื้อไม่เละ 6) หอย ควรเลือกที่ยังไม่ตาย เปลือกหอยอ้าหุบเองได้

แม้ว่าผักและผลไม้เป็นอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่หากมีการปนเปื้อนสารเคมี ยาฆ่าแมลง รวมถึงเชื้อโรคและพยาธิต่างๆ ก็จะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ดังนั้นควรเลือกซื้อผักและผลไม้สดที่ดูสะอาด สดใหม่ ไม่มีคราบดินหรือคราบขาว ไม่มีเชื้อราหรือไข่พยาธิปนเปื้อน รวมถึงไม่มีกลิ่นฉุนผิดปกติ ที่ผักสดควรมีรูหรือมีรอยกัดแทะของหนอนหรือแมลงอยู่บ้าง เลือกซื้อผักตามฤดูกาล เนื่องจากมีโอกาสเจริญเติบโตได้ดีกว่า ทำให้ลดการใช้สารเคมีอันตรายและปุ๋ยลง ควรรับประทานผักผลไม้ให้หลากหลาย เพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน หลีกเลี่ยงการได้รับสารเคมีสะสม นอกจากนี้ การล้างผักและผลไม้สดก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่จะช่วยลดการตกค้างของสารเคมี หรือยาฆ่าแมลง โดยแช่ผักหรือผลไม้สดในน้ำ จากนั้นนำผักหรือผลไม้สดใส่ตะกร้า/ตะแกรงเปิดน้ำไหลด้วยความแรงพอประมาณ แล้วใช้มือช่วยถูใบผัก หรือผิวผลไม้ประมาณ 2 นาที เพื่อความปลอดภัย และปลอดจากสารพิษอันตราย

ผศ.ดร.ศศิธร ใบผ่อง กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้วยยุคนี้หลายครอบครัวนิยมเลือกผลิตภัณฑ์ ไก่-หมูแช่แข็ง รวมถึงอาหารสำเร็จรูปในการประกอบอาหารมากขึ้น เพราะสะดวก รวดเร็ว แต่มีเรื่องหลักๆที่ควรให้ความสำคัญ คือ

1) สังเกตลักษณะบรรจุภัณฑ์มีความสมบูรณ์ ไม่ชำรุด 2) เก็บผลิตภัณฑ์แช่แข็งในอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส เพื่อยับยั้งและลดการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ 3) ทำการละลายอย่างถูกวิธี เช่น ละลายในตู้เย็นโดยการนำอาหารแช่แข็งมาไว้ในช่องแช่เย็นล่วงหน้าประมาณ 1 วัน เพื่อให้อาหารแช่แข็งค่อยๆละลาย หรือการละลายในน้ำเย็นโดยการนำเนื้อสัตว์แช่แข็งใส่ในถุงพลาสติกที่ปิดสนิท แช่ในน้ำเย็นให้จมลงไปทั้งชิ้น ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง หรือจับดูพอนิ่ม ควรเปลี่ยนน้ำทุก ๆ 30 นาที จะช่วยทำให้ละลายได้เร็วขึ้น ไม่ควรแช่ในน้ำอุ่น เพราะจะทำให้อาหารละลายเร็วเกินไปและเสียรสชาติได้

สุดท้ายนี้ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังไม่แน่นอน ผู้บริโภคต้องการ์ดไม่ตก โดยยึดหลักการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention For COVID-19) หลีกเลี่ยงไปเฉลิมฉลองในพื้นที่ที่มีคนเยอะ และควรเลือกรับประทานอาหารปรุงสุก ไม่รับอาหารดิบหรือสุกๆดิบๆ ใช้ช้อนกลาง ล้างมือให้สะอาด เพียงเท่านี้ก็สามารถลดเสี่ยงเชื้อโควิด-19 หรือเชื้อโรคต่างๆได้ ทำให้มั่นใจว่ารับประทานอาหารได้อย่างมั่นใจว่าปลอดภัย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครูรร.บ้านปากละงูชี้แจง นร.แบกกระเป๋า15กิโลฯ คือนมโรงเรียน!

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/631201

ครูรร.บ้านปากละงูชี้แจง นร.แบกกระเป๋า15กิโลฯ คือนมโรงเรียน!

วันพุธ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.34 น.

ครูรร.บ้านปากละงูชี้แจง คลิปนร.แบกกระเป๋า15กิโลฯ คือนมโรงเรียน!

26 ม.ค.65 จากกรณีคลิปไวรัล เมื่อชาวเน็ตรายหนึ่งบันทึกภาพนาทีนักเรียนหญิง ที่เดินอยู่ริมถนนในพร้อมกับแบกกระเป๋านักเรียน และ ปิ่นโต 1 ใบ สภาพล้มๆ ลุกๆ อยู่หลายนาที จนทำให้มีการพูดถึงคลิปนี้ในหลายทิศทางว่าสะท้อนระบบการศึกษา 

ล่าสุด ข่าวเช้าเวิร์คพอยท์ รายงานว่า จากการสอบถาม คุณครูโรงเรียนบ้านปากละงู อ.ละงู จ.สตูล ชี้แจงว่าในกระเป๋าไม่ใช่หนังสือ แต่เป็นนมโรงเรียนที่แจกให้นักเรียน และในวันนี้ทีมข่าวจะลงพื้นที่สอบถามข้อเท็จจริงว่าเป็นนมโรงเรียนจริงไม่!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ฮาไม่ออก! คลิปนร.แบกกระเป๋าหนักอึ้ง สะท้อนระบบการศึกษาอย่างแรง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,280,832 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

"ผู้นำชาติ" ต้องมองแบบเหยี่ยว
หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
Indonesia's Joko Widodo on track to win presidency: pollsters
Thai quarantine cut for recipients of 8 vaccine brands #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
บี มาย เกสท์ : ‘แม่เก๋-เปรมฤดี พันธุ์รัตน์’สร้าง‘สปาร์คเซ็นเตอร์’ เปิดโลกของเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้สังคมเข้าใจ
"บิ๊กตู่"นั่งหัวโต๊ะถก ศบศ.วอนเอกชน-ภาคธนาคาร เสียสละช่วยเหลือภาระหนี้สินปชช. #SootinClaimon.Com
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
๙ ศาสตรา” ท้าพิสูจน์ฝีมือคนไทย ถ้าไม่มัน “คืนเงิน”ทันที!!!
Trump says that as soon as Election Day ends, 'we're going in with our lawyers' #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d