Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ไหว้พระอำนาจเจริญ! นมัสการพระเวียงจันทร์ ชมสิมโบราณอายุ100ปี’วัดรังสิยาราม’

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630541

ไหว้พระอำนาจเจริญ! นมัสการพระเวียงจันทร์ ชมสิมโบราณอายุ100ปี'วัดรังสิยาราม'

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.20 น.

23 มกราคม 2565 วัดรังสิยาราม ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลเพราะห่างตัวเมืองอำนาจเจริญเพียง 5 กิโลเมตร ไปตามถนนชยางกูร(อำนาจเจริญ-อุบลราชธานี) โดยมีพระสงฆ์ 7 รูป ไม่มีสามเณรและแม่ชี สังกัดมหานิกาย บนเนื้อที่ 5 ไร่ ประกอบด้วย กุฏิพระสงฆ์ 7 หลัง ศาลาการเปรียญ อุโบสถ หออุปครุฑและสิมเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี แม้จะเป็นวัดขนาดเล็ก แต่มีพุทธศาสนิกชนเข้าไปทำบุญสร้างกุศลปฏิบัติธรรมและฟังธรรมเทศนาจากเจ้าอาวาสวัดไม่ได้ขาด  

สำหรับสิมตั้งอยู่หน้าศาลาการเปรียญ อาคารเป็นลักษณะคล้ายดินเหนียวผสมปูน หลังคามุงด้ายหญ้าคา ด้านหน้าประตูทางเข้าบริเวณผนังจะพบเห็นภาพวาดสมัยโบราณ อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี เรื่อราวประวัติของพระพุทธเจ้าและการสอนคนทำความดี หากทำไม่ดีก็จะตกนรกตามระดับชั้นต่างๆในฐานความผิด เพื่อต้องการสื่อให้รู้ถึงการทำความชั่วและให้เกรงกลัวต่อบาป  

นอกจากนี้ภายในสิม ก็จะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางมารวิชัย ชาวบ้านเรียกว่า พระเวียงจันทร์ ฝีมือ สกุลช่างเวียงจันทร์ ว่ากันว่า มีอายุกว่า 100 ปี เมื่อครั้งที่ชาวลาวเข้ามาค้าขายในภาคอีสานตอนล่าง เมื่อผ่านอำนาจเจริญ จึงได้สร้างพระพุทธรูปตามแรงศรัทธาขึ้น เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจและสักการบูชาด้วย ซึ่งมีเรื่องเล่าขานต่อๆกันมาหลายสิบปีว่า พระเวียงจันทร์ จะแสดงปาฏิหาริย์ ในช่วงวันเข้าพรรษาและวันพระในเวลากลางคืนช่วงใกล้รุ่งจะพบเห็นดวงไฟประกายแสง 7 สี ออกจากพระพุทธรูป ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านที่นั่งปฏิบัติธรรมภายในศาลาการเปรียญมักจะพบเห็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาตินี้บ่อยครั้ง ชาวบ้านไก่คำต่างก็ทราบดีและมีความเคารพศรัทธามาก ที่ผ่านมาจึงมีชาวบ้านที่เดือดร้อนเข้ามาขอพรเป็นประจำและก็สมหวังทุกราย 

ส่วนด้านขวาสิมโบราณห่างกัน 3 เมตร ก็จะพบเห็นบ้านไม้สี่เหลี่ยมขนาดเล็ก มีเสา 4 ด้าน ยกสูงจากพื้นดินประมาณ 2 เมตร ชาวอีกสาน เรียกว่า หออุปครุฑ ภายในก็จะบรรจุ จีวร บาตร กระติกน้ำ กาน้ำ ร่มฯลฯ ซึ่งหออุปครุฑนี้ มีไว้สำหรับทำพิธีในโอกาสที่ทางวัดจัดงานบุญประจำปี เช่น บุญเผวช บุญสงกรานต์ และอื่นๆ ก่อนงานบุญจะต้องมีการอับเชิญพระอุปคุต ถือว่ามีอุทธิฤทธิ์มาก ซึ่งเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า จึงมีการทำพิธีบริเวณป่าด้านทิศใต้ของวัด โดยอัญเชิญพระอุปคุฑมาสถิตที่หออุปครุฑ เพื่อปกป้องรักษาประชาชนที่มาเที่ยวงานหรือร่วมงานบุญ มีความปลอดภัย ไม่ให้เกิดเหตุหรือภัยที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดงานบุญได้ 

นอกจากนี้ วัดรังสิยารม ยังได้เปิดทำการสอนวิชา พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ซึ่งที่ผ่านมามีพ่อแม่ผู้ปกครองส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง นับว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง ทว่า ตั้งแต่เกิดโรคระบาดโควิด19 จึงต้องหยุดสอน เพราะป้องกันโควิด19  และก่อนเดินทางกลับ ควรแวะกราบขอพรและฟังธรรมเทศนากับเจ้าอาวาสวัดรังสิยาราม เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นแนวทางในการทำงานดำเนินชีวิตอันนำไปสู่หนทางแห่งความสำเร็จ   

ซึ่งท่านเทศนาตอนหนึ่งว่า การทำคุณงาม ความดีทุกครั้ง เช่น การได้ช่วยเหลือคน การได้ทำประโยชน์ต่อส่วนรวม ย่อมก่อให้เกิดความปิติดีใจ นั่นแหละ คือบุญให้รีบส่งบุญถึงผู้ที่เราต้องการให้บุญ ซึ่งบุญที่ทำไว้มีมากมายที่สะสมอยู่ในสรวงสวรรค์ ทั้งที่ทำในอดีตชาติหรือในชาตินี้ สามารถเบิกบุญนั้นมาแจกจ่าย อุทิศให้แก่ผู้ที่อยู่ในโลกวิญญาณได้ คนในศาสนาไหนก็ส่งบุญได้ ไม่ว่า คริสต์ อิสลาม ฮินดู ซิก ล้วนมีวิธีสร้างกุศลผลบุญสะสมคุณงามความดี ด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อเกิดบุญกุศลขึ้น สามารถส่งถึงผู้อยู่ในโลกทิพย์ได้ด้วยวิธีเดียวกัน ถึงเช่นกัน ก่อผลลัพท์แบบเดียวกัน พุทธศาสนาต่างจากศาสนาอื่นที่มีสุดยอดของการหลุดพ้น คือนิพพาน  

ผลของการส่งบุญทำให้เทวดาที่ได้รับบุญแล้วมีอิทธิฤทธิ์ขึ้น สามารถช่วยเหลือผู้ส่งบุญให้ได้รับความสำเร็จ ทำให้เจ้ากรรมนายเวรหยุดการจองเวรแล้วกลับมาเป็นมิตรที่ดี ทำให้เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ สัตว์ทั้งหลาย ไปทางไหนมีเสน่ห์แก่ผู้พบเห็น เป็นต้น

การจ่ายบุญนี้ ใช้กันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล แต่สาบสูญไปเมื่อ 600 ปี ถ้าค้นคว้าในพระไตรปิฎกก็พบมากแห่ง ที่เกี่ยวข้องกับการทำบุญและเทวดาผู้รับบุญ ฉะนั้น ญาติโยม ทั้งหลาย ควรหมั่นทำบุญ ทำทาน สร้างกุศลให้มากๆ ชีวิตจะได้มีแต่ความสุขความเจริญนั่นเอง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นั่งเรือสุดชิว! ชม’ดอกบัวแดง’ บานชมพูสะพรั่งที่หนองคาย

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630528

นั่งเรือสุดชิว! ชม'ดอกบัวแดง' บานชมพูสะพรั่งที่หนองคาย

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.01 น.

หนองคายอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อดอกบัวแดงที่วังบัวแดง พื้นที่กว่า 2 พันไร่ ผุดดอกพ้นน้ำหนาแน่นและบานสะพรั่งรับอากาศหนาวเย็นยามเช้า ส่งผลให้บรรยากาศท่องเที่ยวช่วงนี้คึกคัก นักท่องเที่ยว ต่อแถวล่องเรือชมดอกบัวแดง ในขณะที่อุณหภูมิทั่วที่จังหวัดหนองคาย ยังคงหนาวเย็นต่อเนื่อง อุณหภูมิต่ำสุดช่วงเช้าอยู่ที่ 18-20  องศาเซลเซียส

จากสภาพอากาศในจังหวัดหนองคาย ที่หนาวเย็นต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ได้ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย ที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม ลง ล่องเรือชมดอกบัวแดง ซึ่งกำลังบางสะพรั่งสวยงามในวังบัวแดง พื้นที่กว่า 2,600 ไร่ ซึ่งมีบัวออกดอกหนาแน่น ชาวบ้านได้นำเรือออกมาให้บริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวให้ได้สัมผัสดอกบัวแดงอย่างใกล้ชิด และทำโป๊ะไว้กลางน้ำให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปถ่ายรูปเก็บความสวยงามไว้เป็นที่ระลึก

นายชัยมงคล คุณาวุฒิ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองบ่อ ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย กล่าวว่า ช่วงนี้อากาศเย็น บัวแดงบานสวยงาม มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไม่ขาดสาย พื้นที่แห่งนี้ มีบัวแดงเกิดขึ้นประมาณ 1,000 ไร่ กำลังออกดอกบานสพรั่งสร้างความสวยงาม ตนและชาวบ้าน ต่างพากันนำเรือออกมาที่ให้บริการ กับนักท่องเที่ยว โดยคิดค่าบริการ ถ้ามาคนเดียวเหมาลำ 100 บาท หากมา 2 คน จะคิดค่าบริการคนละ 50 บาท โดยแต่ละลำ จะอนุญาตให้นั่งเพียง 4­-5 คน เท่านั้น และทุกคนที่ลงเรือจะต้องสวมเสื้อชูชีพเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เป็นที่น่าสังเกตว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมากันเป็นกลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อนๆ

ในขณะที่อุณหภูมิทั่วที่จังหวัดหนองคาย ยังคงหนาวเย็น โดยอุณหภูมิต่ำสุด ช่วงเช้าอยู่ที่ 18-20 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลดีต่อบัวแดง ที่ผุดดอกขึ้นมารับอากาศหนาวเย็นและแสงแดดในช่วงเช้าหนาแน่น ดอกใหญ่ สีชมพูสวยงามและเป็นที่ประทับใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กลุ่มรถ6ล้อสายบุญ! ขน’ทราย-ดิน-ปรับหน้าดิน’ให้มัสยิดชายแดนใต้ฟรี

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630518

กลุ่มรถ6ล้อสายบุญ! ขน'ทราย-ดิน-ปรับหน้าดิน'ให้มัสยิดชายแดนใต้ฟรี

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 09.15 น.

23 มกราคม 2565 กลุ่มรถ 6 ล้อ รวมกลุ่มทำความดี เป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์ใหม่ สร้างสิ่งดีๆใน พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เดินหน้าทำบุญทำการกุศล ขนทราย ขนดินฟรี ให้กับมัสยิดต่างๆ เพื่อได้ทำนุบำรุงมัสยิด โดยมัสยิดทุกที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากขนดินขนทรายแล้ว ยังช่วยปรับหน้าดินเพื่อพร้อมใช้งานขั้นตอนการก่อสร้างต่อไป

โดยกลุ่มรถ 6 ล้อ BTM หรือทีมบัยตุลมาลนารา ได้ก่อตั้งกลุ่มตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ริเริ่มก่อตั้งเพื่อการกุศล จากเพียง 4-5 คนเท่านั้น จนขณะนี้ได้รวมกลุ่มพ้องเพื่อนสมาชิครถ 6 ล้อ เกือบ 50 คน 50 คัน เพื่อสร้างรอยยิ้ม และสร้างกิจกรรมการกุศลให้ฟรี โดยทางกลุ่มมีแผนจะทำความดี เดือนละ 1 ครั้ง ตระเวนช่วยเหลือมัสยิดใดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ต้องการขนทราย ขนดินและปรับหน้าดิน สามารถโทรแจ้งจองคิวได้ ซึ่งขณะนี้มีคิวจองแน่นในหลายพื้นที่แล้ว

ด้านนายยัยลานี มะตอแฮ หนึ่งในคณะกรรมกลุ่มรถ 6 ล้อ บัยตุลมาลนารา จ.นราธิวาส ได้กล่าวว่า ตนรู้สึกภูมิใจที่อาชีพของตน ได้เป็นหนึ่งในการสร้างสังคมให้ดีขึ้น ใครไม่ช่วยเราพร้อมที่จะช่วย และเข้าใจมัสยิดในพื้นที่ส่วนใหญ่ มีงบน้อยตามกำลังที่มี จึงอาสา นำทีมกลุ่มรถ 6 ล้อ ตระเวนช่วยกันขนทรายขนดินปรับหน้าดินให้ฟรี และจะทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ และเชื่อมั่นว่าเราจะเป็นแบบอย่างให้กับคนกลุ่มอาชีพต่างๆให้สร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้นได้ ตามความสามารถ

นายอับดุลเลาะห์ ลาเต๊ะ อีกหนึ่งในสมาชิครถ 6 ล้อ บัยตุลมาลนารา กล่าวเสริมว่า ส่วนใหญ่ ทีมเรามักจะใช้เวลา วันที่ว่าง มาทำกิจกรรมการกุศลนี้ โดยเฉพาะวันศุกร์ สมาชิคทุกคนจะหยุดทำงานกัน จึงใช้โอกาสนี้รวมกลุ่มเดินสาย ช่วยเหลือมัสยิดต่างๆ พื้นที่วากัฟ หรือแหล่งพื้นที่บริจาค ทางเราพร้อมให้บริการ ซึ่งขณะนี้สามารถบริการได้ทั้ง 3 จังหวัดชายแดนใต้ และเราจะขยายสมาชิคทีมงานให้มากกว่านี้ เพราะกระจายทำพร้อมกันได้ในหลายพื้นที่ต่อไป

และนี่คือภาพบรรยากาศ ขบวนรถ 6 ล้อ บัยตุลมาน หลายกว่า 20 คัน ขนทราย ขนดิยอย่างแข็งขัน ที่มัสยิดสี่แยกบ้านฮูแตยือลอ ม.6 บ้ายฮูแตยือลอ ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เพื่อใช้พื้นที่ต่อเติมส่วนมัสยิดให้กว้างขึัน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิษณุโลกเปิดเที่ยวปีนผา23เส้นทาง ‘วาเลนไทน์’ปีนี้ จัดปีนผาจดทะเบียนสมรส

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630509

พิษณุโลกเปิดเที่ยวปีนผา23เส้นทาง 'วาเลนไทน์'ปีนี้ จัดปีนผาจดทะเบียนสมรส

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 07.56 น.

จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ปีนผาหินปูนของพื้นที่บ้านมุง อ.เนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก พร้อมเชิญคู่รักร่วมปีนผาจดทะเบียนสมรส 14 ก.พ.นี้

ที่จุดปีนเขาหน้าผา Hart Rock หมู่ 1 ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.)  พร้อมนายรณชัย จิตรวิเศษ  ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก  นางสาวดารารัตน์ น้อยพันธ์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านมุง และนายไกรศักดิ์ บุญทิพย์ (ครูต้อม) ผู้เชี่ยวชาญการปืนผาแห่งสมาคมการปีนผาแห่งประเทศไทย  เปิดการท่องเที่ยวใหม่ในการปีนผาภูเขาหินปูนของบ้านมุง พร้อมกิจกรรมที่จะจัดขึ้นเนื่องในวันแห่งความรัก วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2565  คือการปีนผาจดทะเบียนสมรส  นอกจากนี้ยังมีการสาธิตปีนผา โดยนายนิกโคล โทมาส “น้องเพชร” นักกีฬาปีนผาดาวรุ่งทีมชาติไทย อายุ 18 ปี ได้สาธิตการปีนผา Heart Rock ที่มีช่องหินรูปหัวใจ อีกทั้งมีการเปิดตัวคู่บ่าวสาวที่จะมาร่วมปีนเขาจดทะเบียนอีกด้วย

นายจุติ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่เปิดโอกาสมิติใหม่สำหรับตำบลบ้านมุง จังหวัดพิษณุโลก เราจะมีกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพ และเป็นการผจญภัยของการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย และจะสร้างเศรษฐกิจฐานรากธุรกิจชุมชนให้มีความเข้มแข็ง อีกทั้งจะเป็นโรงเรียนฝึกสอนนักกีฬาปีนผาสำหรับในอนาคต เป็นสถานที่ที่ทุกคนในครอบครัวสามารถเข้ามาร่วมกันอย่างมีความสุข ทั้งพ่อ แม่ ลูก โดยกิจกรรมนี้จะให้ทางท้องถิ่นช่วยในการออกแบบและการบริการสำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและสามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า กิจกรรมนี้ได้สร้างโอกาส องค์ความรู้ และรายได้ จากธุรกิจบริการของพื้นที่ให้กับชาวจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งทุกคนเป็นเจ้าของและมีส่วนได้ประโยชน์ รวมทั้งอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และยั่งยืน และตนขอฝากไว้กับนายกเทศมนตรีตำบลบ้านมุงให้ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติในพื้นที่แห่งนี้  ช่วยกันบริหารประโยชน์ จัดสรรปันส่วนให้กับประชาชนทุกกลุ่ม และตกอยู่กับชาวบ้านมุงทุกคน  อย่างไรก็ตาม กีฬาปีนผาเป็นกีฬาใหม่สำหรับคนไทยและประเทศไทย แต่เป็นกีฬาที่สามารถสร้างความตระหนักในการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ได้

นายไกรศักดิ์ บุญทิพย์ (ครูต้อม) ผู้เชี่ยวชาญการปืนผาแห่งสมาคมการปีนผาแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า สำหรับการปีนเขาหน้าผา Hart Rock หมู่ 1 ต.บ้านมุง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เป็นกิจกรรมใหม่ในภาคเหนือตอนล่าง สำหรับเส้นทางในการปีนมีทั้งหมด 23 เส้นทาง เป็นหน้าผาสูง 9 เส้นทาง หินใหญ่ 14 เส้นทาง ระดับอยู่ที่ง่ายถึงปานกลาง ทำให้ทุกเพศทุกวัยสามารถมาปีนออกกำลังกายได้ แต่ก่อนมาก็ขอให้มีการฟิตร่างกายมาก่อนบ้าง

สำหรับอ.เนินมะปราง โดยเฉพาะพื้นที่บ้านมุง เป็นพื้นที่มีภูเขาหินปูนที่สวยงาม ถูกขนานนามว่า “กุ้ยหลิน เมืองไทย”  ทั้งนี้ จังหวัดพิษณุโลกขอเชิญชวนคู่รักที่สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมปีนผาจดทะเบียนสมรส ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 27 มกราคม 2565 และสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/1qfR0NiE49dJPzqFUlkpWubNFfpSjIHJB?usp=sharing  พร้อมส่งใบสมัครมาที่ E-mail : family_center08@hotmail.com

โดยจะประกาศผลคู่รักที่ได้รับการคัดเลือกในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งจะไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ตลอดการเข้าร่วมกิจกรรม สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูในใบสมัครและสอบถามได้ที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว โทร. 0 2 659 6717 – 18

.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : 2ศตวรรษ‘กรุงเทพมหานคร’ นิยาม‘ความสุข’ของคนเมือง

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630472

สกู๊ปแนวหน้า : 2ศตวรรษ‘กรุงเทพมหานคร’  นิยาม‘ความสุข’ของคนเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 07.15 น.

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เมืองหลวงปัจจุบันของประเทศไทย ผ่านร้อนผ่านหนาวต่างๆ มานานกว่า 2 ศตวรรษ (ในปี 2565 จะครบ 240 ปีการสถาปนากรุงเทพฯ) รวมถึงสถานการณ์ปัจจุบันอย่างการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ “เมือง” มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งเพื่อตอบโจทย์ “ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)”ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ มีการเปิดวงเสวนา “กรุงเทพในอนาคตเป็นของใคร” จัดโดย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

วิพัตรา โตเต็มโชคชัยการ นักวิจัยด้านการคาดการณ์อนาคตFutureTales Lab by MQDC กล่าวว่า ในอนาคตการใช้ชีวิตจะให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ เห็นได้จากสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบางส่วนเพื่อที่จะให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการเรื่องสุขภาพได้ดีมากขึ้น เทคโนโลยีในอนาคตอย่าง “HealTech” จะเข้ามามีบทบาทในสังคมเป็นอย่างมาก จึงทำให้ประชาชนสามารถสร้างข้อมูลผู้ป่วยขึ้นมาได้เอง โดยส่งให้แพทย์รักษาได้อย่างท่วงที นอกจากนี้“Indoor Technology” จะต้องมีเทคโนโลยีสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง

เช่น การออกสภาพอากาศระดับเมืองและภายในบ้านให้ดีมากขึ้น ซึ่งในต่างประเทศอย่างเมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีการออกแบบเมืองให้มีการสอดรับกับความปลอดภัยด้านสุขภาพโดยการสร้าง “Social distancing dashboard” เพื่อให้ประชาชนทราบถึงความหนาแน่นของประชาชนในเมือง เพื่อที่จะได้เตรียมการเว้นระยะห่างทางสังคมได้อย่างท่วงที การทำงานและการเรียนจะเปลี่ยนไปเนื่องจากถูกบังคับให้ต้องทำงานหรือเรียนที่บ้าน ซึ่งด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารออนไลน์ทำให้ประชาชนมีวิถีชีวิตรูปแบบใหม่

แต่ก็มีประชาชนบางกลุ่มที่ต้องการการสนับสนุน เช่น นักเรียนที่ไม่มีอุปกรณ์ในการเรียนออนไลน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในสังคม อีกทั้งงานในเมืองจะเปลี่ยนไป เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 โดยมีความคิดในการใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนมนุษย์ ซึ่งทั่วโลกมองว่าอีกนานกว่าจะเข้ามา แต่จากหลังโควิด-19 คนจะรู้สึกว่าการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน อาจจะสร้างความกลัวมากกว่าความสนุก เพราะฉะนั้นการเข้ามาของหุ่นยนต์ในการทำงานแทนมนุษย์ จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

วิพัตรา กล่าวต่อไปว่า อนาคตของกรุเทพมหานครในการพัฒนาเมืองจะขึ้นอยู่กับเทรนด์ใหญ่ (Megatrend) 7 เรื่อง ได้แก่ 1.Wellbeing For All ผู้คนจะใส่ใจในเรื่องของความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตที่ดีและสุขภาวะที่ดีของทุกสิ่งมีชีวิต ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่มนุษย์เพียงอย่างเดียว 2.Wise Nation ซึ่งในปี 2568 จะมีแรงงานผู้สูงอายุมากขึ้น จะต้องนำจุดเด่นของผู้สูงอายุมาแบ่งปันให้กับคนเจเนอเรชั่นใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเมืองได้ดี โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่จะใช้ประสบการณ์ที่เป็นจุดแข็งของผู้สูงอายุ ซึ่งจะทำให้เป็นสังคมที่ชาญฉลาดได้

3.Data Dominance โดยประเทศจะขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งมีประโยชน์กับสมาร์ทซิตี้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต 4.Platform Transparency จากสถิติในการประท้วงทั่วโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแปลว่าการออกมาเรียกร้องของประชาชนทั่วโลกมีจำนวนมาก เพราะฉะนั้นความจำเป็นต่อการสร้างแพลตฟอร์มที่โปร่งใสของภาครัฐ เป็นสิ่งสำคัญในการที่ประชาชนมีส่วนร่วม ในการสร้างเมืองที่ตรงความต้องการของประชาชน 5.Waste to Jobs คือการจัดการขยะไร้ประสิทธิภาพ จะทำให้สร้างงานให้กับคนมากขึ้นเช่นกัน

6.Health Holidays เนื่องจากประเทศไทยมีเรื่องของเศรษฐกิจการท่องเที่ยงเป็นที่หนึ่ง แต่การปรับตัวในอนาคตจะต้องทำเรื่องการพักผ่อนด้านสุขภาพ หรือกลุ่มชาวต่างชาติที่เกษียณอายุและอยากอาศัยที่ไทย และ 7.Village Harmony เนื่องจากประชาชนให้ความสนใจด้านสุขภาพมาขึ้น จึงทำให้เลือกใช้ชีวิตในชนบทมากขึ้น ซึ่งช่วยลดความแออัดในเมืองได้เป็นอย่างดี

รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล ประธานกฎบัตรสุขภาพ กล่าวว่า ความสุขของประชาชนทุกคนพึงต้องการ คือ “มีความมั่นคง มีที่พักอาศัย และมีงานทำ” ซึ่งทำให้อนาคตของกรุงเทพฯ เป็นในทางดี จากการวัดความสุขของมวลประชาชาติ ที่จัดตั้งโดยสหประชาชาติ (UN) พบว่าประเทศไทยมีความสุขของมวลประชาชาติอันดับที่ 54 ของโลก ส่วนอันดับที่ 1 คือประเทศฟินแลนด์

ส่วนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มีสูงกว่าไทย คือ ประเทศสิงคโปร์ ที่อยู่ในอันดับที่ 30 ของโลก โดยตัวชี้วัดที่ทำให้ประสบความสำเร็จด้านความสุข ได้แก่ 1.ธรรมาธิบาล ถ้าสังคมมีความเหลื่อมล้ำมาก ความสุขของคนในประเทศจะไม่ค่อยมี 2.การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ถ้าหากไม่สามารถที่จะพัฒนาให้ประชาชนมีรายได้อย่างเหมาะสม จะทำให้ประชาชนไม่มีความสุขเช่นกัน 3.วัฒนธรรม ใช้วัฒนธรรมเข้ามาเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต และยอมรับวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน และ

4.ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ทุกคนต้องการแม่น้ำลำคลองที่สะอาด และไม่มีกลิ่นรบกวน แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ “ถ้าประชาชนมีปัญหาสุขภาพก็คงมีความสุขไม่ได้” จึงอย่ามองปัญหาโควิด-19 เป็นเรื่องระยะสั้น แต่จะต้องเรื่องรู้ที่อยู่ร่วมกันและจัดการอย่างเป็นระบบ และอย่าทิ้งปัญหาโรคภัยอื่นๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบ ไวรัสเอชไอวี (เอดส์) และโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อให้เกิดความสุขของคนในเมือง

ผศ.ดร.ไตรทศ ขำสุวรรณ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวว่า การสร้างความสุขของคนในกรุงเทพฯ จะต้องเข้าใจก่อนว่าการใช้ชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ที่ต้องการคือเรื่องของความปลอดภัย ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต และความสุขในการดำรงชีวิต นอกจากนี้ยังต้องยอมรับว่ากรุงเทพฯ มีความหลากหลายในช่วงอายุ และมีพื้นที่ทั้งหมด 30 กว่าเขต

ซึ่งแต่ละพื้นที่มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน การที่จะทำให้เกิดความสุขที่เป็นมาตรฐานขั้นต่ำจึงมีไม่เท่ากัน ถ้ามองผ่านเรื่องความเหลื่อมล้ำออกไป การใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชน แต่ละเขตความมีกรอบเรื่องการใช้ชีวิตให้มีสุขลักษณะที่ดี การไม่ทะเลาะกับเพื่อนบ้าน และการเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ตอบโจทย์กับคนในกรุงเทพฯ

ปารีณา ประยุกต์วงศ์ สมาคมเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวว่า คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีประมาณ 20 ล้านคน แต่ไม่ใช่คนในกรุงเทพฯ จริงๆ ซึ่งมีอยู่ประมาณร้อยละ 20-30 เท่านั้น เรื่องของ “Active Citizen” หรือ “การมีส่วนร่วมของคนในสังคม” จึงเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความสุขซึ่งทุกคนในกรุงเทพฯ มีสิทธิ์เข้าถึงความสุขในเชิงเศรษฐกิจ ความสุขในเชิงสิ่งแวดล้อมที่ดี ความสุขในการอยู่ในสังคมที่ดี และความสุขในสุขภาวะที่ดี แต่ต้องเคารพสิทธิ์กันและกัน

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทิดปอง’เปิดใจหลังถูกสับ วอนอย่าเอาการบวช 30 ปีมาตัดสินชีวิต

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630505

‘ทิดปอง’เปิดใจหลังถูกสับ วอนอย่าเอาการบวช 30 ปีมาตัดสินชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 07.10 น.

‘ทิดปอง’เปิดใจหลังถูกสับ วอนอย่าเอาการบวช 30 ปีมาตัดสินชีวิต อย่ายึดติดภาพความเป็นพระ เพื่อทำให้ต้องลำบากใจในการเคลื่อนไหวชีวิต

23 มกราคม 2565 นายสมปอง นครไธสง หรืออดีพระมหาสมปอง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “สมปอง นครไธสง” ภายหลังมีการคอมเม้นต์ข้อความในเชิงตำหนิเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังสึกออกมา มีเนื้อหาดังนี้…

“ตั้งแต่ผมสึกออกมา มีหลายคนจับตามองในสิ่งที่ผมทำ ผมก็เป็นมนุษย์คนนึงแหละครับ ที่พร้อมจะทำในสิ่งที่ดี และอาจจะไม่รู้ตัวในการทำสิ่งที่ไม่ดี อย่าเอาการบวช30ปีของผม มาตัดสินชีวิตผมเลย ว่าผมจะต้องเป็นคนที่ดีพร้อม และทำในสิ่งที่ทุกคนพอใจ

ผมอาจจะเป็นคนที่น่าชื่นชม ในสายตาใครหลายๆคน แต่ผมก็อาจจะเป็นที่ไม่ดีสำหรับใครอีกหลายๆคนเช่นกัน อย่าจับตามองผมด้วยความหวังเลยครับ

ผมไม่สามารถเป็นคนที่ดีพร้อมเพื่อให้ใครสมหวังได้เลย อย่ายึดติดภาพความเป็นพระของผม เพื่อทำให้ผมต้องลำบากใจในการเคลื่อนไหวชีวิต

ผมพร้อมจะแก้ไขในสิ่งที่ทุกคนตำหนิ

ผมพร้อมจะเดินหน้าต่อเพื่อทำตามความฝัน

ผมพร้อมจะเรียนรู้การอยู่ร่วมกับทุกคนทุกเพศทุกวัยในสังคม ในฐานะคนธรรมดาที่ไม่ใช่พระมหา

ผมพร้อมที่จะเป็นแค่คนธรรมดาในแบบที่ผมเป็น

ผมเชื่อว่าสังคมปัจจุบัน เปิดกว้างทางความคิดมากขึ้น ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น ผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกครั้งที่ผมอ่านความคิดเห็นในด้านลบ หลายครั้งที่ต้องอ่านคอมเม้นต์ในสิ่งที่ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมทำอะไรผิด มันก็ค่อนข้างทำให้ผมรู้สึกแย่

แต่ในอีกมุมนึง ชีวิตผมก็ยังต้องดำเนินไป ผมก็พยายามเลือกมองมุมดีๆ มุมที่ใครอีกมายมายพร้อมจะอยู่เคียงข้างผม ให้กำลังใจผม สนับสนุนผม และรักผม

ผมขอบคุณทุกคนมากจริงๆจากใจ แต่อย่าพยายามคาดหวังอะไรในตัวตนผมเลย ผมจะพยายามใช้ชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น เรียนรู้ไปทุกวัน และผมเชื่อว่าผมยังจะต้องพบเจออะไรอีกมากมาย กว่าการอยู่ในรั้ววัด มากมายกว่าชีวิตในผ้าเหลืองที่ผมเคยเป็น

สุดท้ายไม่ว่าใครจะรักผมหรือไม่รักผม ผมก็ยังอยากจะขอบคุณทุกคนจากใจเสมอ และผมสัญญาว่าผมจะไม่ทิ้งความเป็นตัวเอง

สมปอง นครไธสง”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ฝั่งธนฯ’ฟื้นคลอง..คืนชีวิต

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630466

‘ฝั่งธนฯ’ฟื้นคลอง..คืนชีวิต

วันอาทิตย์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรี ด้วยเครือข่ายคลังสมองของพื้นที่และแผนผังภูมินิเวศเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน (โครงการ Green Thonburi) จัดเวทีเสวนา “รวมกัลยาณมิตร ชุบชีวิตคลองฝั่งธนบุรี” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค. 2565 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนถึงแนวทางการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ชุนชนริมฝั่งคลอง บนฐานทรัพยากรและศักยภาพของชุมชน ระหว่างตัวแทนชุมชนริมฝั่งคลอง
นักวิจัย และ ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)

กัญจนีย์ พุทธิเมธี อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า การที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองด้วยระบบถนน ทำให้คูคลองที่เคยเป็นระบบคมนาคมสำคัญของคนฝั่งธนฯ ถูกมองข้าม ซึ่งระบบคูคลองคือหนึ่งในต้นทุนด้านทรัพยากร ที่ทำให้ชุมชนในพื้นที่บริเวณนี้มีอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่น่าสนใจ

แต่เมื่อระบบคมนาคมที่เข้ามา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการใช้คลองเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง ทำให้คูคลองในฝั่งธนฯ จำนวนมากถูกปล่อยทิ้งให้ตื้นเขิน หรือกลายเป็นแหล่งรับน้ำเสียจากเมือง โดยเราพบว่าการทำระบบขนส่งทางน้ำ (Water Transportation) ต่อเชื่อมกับระบบถนนหรือระบบราง และเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเดินทางเข้าสู่เมือง เราจะสามารถทำให้พื้นที่ฝั่งธนฯ ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านกสิกรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิต เหล่านี้ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจสีเขียว” (Green Economy) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในชุมชนได้จริง

เวทีนี้มีว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2 ท่านเข้าร่วม คือ รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กทม. และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดย รสนา กล่าวว่า อยากให้มองคูคลองเป็นมากกว่าเส้นทางระบายน้ำ และต้องมีงบประมาณมาพัฒนาคูคลองอย่างจริงจัง โดยยกตัวอย่าง โครงการขุดอุโมงค์ระบายน้ำเขตภาษีเจริญ บางแค บางบอน บางขุนเทียนลงสู่แก้มลิงคลองมหาชัย ของ กทม. ที่ใช้งบประมาณถึง 6 พันล้านบาท

สามารถนำมาขุดลอกคลองทั้ง กทม. ได้ระยะทางมากกว่า 60,000 กิโลเมตร (ต้นทุนค่าขุดลอกคลอง ประมาณ 1 แสนบาท/กิโลเมตร) ซึ่งเมื่อคูคลองได้รับการพัฒนา และมีการเชื่อมโยงกันและเชื่อมกับระบบขนส่งอื่นๆ นอกจากทั้งเส้นทางสัญจรเพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะเป็นเส้นทางลำเลียงผลผลิตในสวนออกมาขายที่ตลาด หรือขายให้กับนักท่องเที่ยว สิ่งเหล่านี้จะเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่เหล่านี้ได้ และพอเกิดสิ่งนี้ขึ้นมันก็จะย้อนไปทำให้คนในชุมชนหันมาดูแลคูคลองของเขาเองด้วยเช่นกัน

ขณะที่ ชัชชาติ กล่าวว่า นอกจากการทำให้คูคลองที่เป็นเสมือนเส้นเลือดฝอย ในการช่วยนำคนเข้าสู่ระบบเส้นเลือดหลักทั้งรถไฟฟ้าและระบบถนนแล้ว การมีหน่วยงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนริมคลองได้ เพราะจะทำให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นเป็นที่สนใจของคนได้ ทำให้การปลูกผัก ปลูกส้ม เป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงตนเองได้ เกิดเป็นเศรษฐกิจสีเขียวที่สามารถรักษาความเป็นชุมชนที่มีอัตลักษณ์ของตนเอง อยากให้ กทม. มีสำนักนี้เกิดขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ไปดูแล แนะนำคนกลุ่มนี้

ด้าน สัมพันธ์ มีบรรจง “น้าแอ๊ว” จากชุมชนบางประทุน ที่เข้าร่วมในเวทีเสวนา กล่าวว่า ผลสำเร็จจากการได้มาทำงานร่วมกับ มจธ. ภายใต้โครงการ Green Thonburi และโครงการอื่นๆ มายาวนานก็คือการทำให้คนในชุมชนได้มาร่วมกันคิดร่วมกันทำ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีคนในชุมชนขายสวนขายที่ไปไม่น้อยจึงพยายามรวมกลุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกันในการรักษาความเป็นชุมชนเกษตร เป็นกลุ่มรักบางประทุน

ซึ่งได้ มจธ. และอาศรมศิลป์ เข้ามาช่วยสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และทำให้พวกเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี โดยเฉพาะในเชิงเศรษฐกิจ เกิดเป็นกลุ่มแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ที่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และมีการทำการตลาดออนไลน์ไปพร้อมกัน ที่สำคัญทำให้เราได้รู้จักเพื่อนๆ ในชุมชนอื่นๆ ที่ทำให้เกิดการแชร์ความคิด ประสบการณ์ และเกิดการทำงานเป็นเครือข่ายที่เข้มแข็งในปัจจุบัน

ยังมีนักวิชาการอีกท่านคือ รัตมณี อ๋องสกุล สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย นักวิจัยโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวชุมชนคลองฝั่งธนบุรี กล่าวสรุปว่า สิ่งที่ผู้สมัครผู้ว่า กทม. และผู้นำชุมชน สะท้อนออกมาในเวทีนี้ ทั้งเรื่องระบบคมนาคม และศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวระดับพื้นที่ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบชุมชนริมคลองฝั่งธนบุรีด้วยเครือข่ายคลังสมองของพื้นที่และแผนผังภูมินิเวศเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของหลากหลายองค์กรและภาคีเครือข่าย

โดยใช้เครื่องมือยุทธศาสตร์ “แผนผังภูมินิเวศ” ในการกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ และเศรษฐกิจสีเขียวบนฐานต้นทุนนิเวศวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ดำเนินการร่วมกับ “คลังสมองของพื้นที่” หรือเครือข่ายภาคชุมชน-ภาควิชาการ-ภาครัฐ ในทั้ง 4 พื้นที่คือ ชุมชนพูนบำเพ็ญ เขตภาษีเจริญ ชุมชนตลาดพลู เขตธนบุรี ชุมชนคลองบางประทุน เขตจอมทอง และชุมชนคลองบางมด เขตทุ่งครุ-บางขุนเทียน รวมถึงการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ กทม. เพื่อการสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวระดับกลุ่มชุมชนที่เชื่อมโยงชุมชนร่วมสายคลองฝั่งธนบุรีเข้าด้วยกัน

ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเชิงพื้นที่มีความยั่งยืนต่อไป!!!

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศาสนาสอนให้เราเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ให้ไปฝืนความจริง : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630460

ศาสนาสอนให้เราเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ให้ไปฝืนความจริง : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.11 น.

ร่างกายของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราดูตัวเราตอนที่เราเป็นเด็กกับตอนนี้ เราจะเห็นว่าไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่เป็นคนๆเดียวกัน ร่างกายเดียวกัน แต่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามกาลตามเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปอยู่เรื่อยๆ เสื้อผ้าที่ซื้อมาใหม่ เดี๋ยวก็เก่า ใช้ไปนานๆเข้าก็ขาด นี่คือความไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เจริญเต็มที่แล้วก็จะเริ่มเสื่อม ในที่สุดก็สลายไปหมด 

ร่างกายเมื่อคลอดออกมาจากท้องแม่ ก็เริ่มเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กลายเป็นคนแก่ แล้วในที่สุดก็ตายไป นี่คือเรื่องอนิจจัง นอกจากเป็นอนิจจัง ไม่เที่ยงแล้ว ก็เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนด้วย แต่เราหลงไปยึดไปติดว่าเป็นตัวตน เมื่อเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี เราก็เสียใจ เราก็ทุกข์ เพราะไม่อยากจะให้เป็นไปในทางนั้น เราอยากจะให้ร่างกายแข็งแรง สวยงาม สดชื่น อยู่ตลอดเวลา 

แต่ร่างกายก็ต้องเป็นไปตามกาลตามเวลา เดี๋ยวอีกหน่อยผมก็ขาว ผมก็ร่วง หนังก็เหี่ยว ไม่มีกำลังวังชาที่จะทำอะไร เจ็บไข้ได้ป่วย ต้องนอนบนเตียง แล้วในที่สุดก็ไม่หายใจ เวลาเอาไปฝัง ก็สลายกลับไปสู่ดิน  น้ำในร่างกายก็ซึมลงไปในดิน ร่างกายนี้เมื่อพิจารณา ก็จะเห็นว่าเป็นธาตุ ๔ นั่นเอง ดิน น้ำ ลม ไฟ มาทางอาหารที่เรารับประทานเข้าไป แล้วก็เปลี่ยนเป็น อาการ ๓๒ เป็นผม เป็นขน เป็นเล็บ เป็นฟัน เป็นหนัง เป็นต้น 

ศาสนาสอนให้เราเห็นความจริงของกายและใจ ไม่ให้ไปฝืนความจริง ถ้าฝืนแล้วจะทุกข์ คนที่ยังต้องไปเสริมอะไรต่างๆ เช่นไปดึงหนังดึงหน้าให้ตึง ไปย้อมผม เป็นการพยายามฝืนความจริง ไม่ยอมรับความจริงว่าจะเป็นอย่างนี้ไปไม่ได้ตลอด เพราะต้องเปลี่ยนไป แต่เขาไม่ยอม ยังอยากจะสาว ยังอยากจะหล่ออยู่ จึงต้องพยายามหาอะไรต่างๆมารักษาร่างกายไว้ ไม่ให้เสื่อม แต่จะรักษาอย่างไรก็สู้กับความจริงไม่ได้ เดี๋ยวก็ต้องแก่ ต้องตายไปด้วยกันทุกคน 

แต่ถ้าเรายอมรับได้ ใจเราก็จะสบาย ใจเราก็จะเฉยๆ ไม่ทุกข์ เพราะระงับดับตัณหา ต้นเหตุของความทุกข์ได้ กำจัดความไม่อยากแก่ ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากตาย ไม่ให้มีอยู่ในใจได้ ยอมรับความจริงของร่างกาย ใจก็จะไม่มีอุปาทาน “ในอริยสัจ ๔” พระพุทธเจ้าทรงแสดงโดยสรุปว่า ทุกข์เกิดจากอุปาทานการยึดมั่นถือมั่นในขันธ์ ๕ นี้เอง 

วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.  ๒๕๔๘ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านแห่เช่าบูชา’หัวนะโม’วัดเขาพระทอง หลังเป็นข่าวดังป้าขับเก๋งชนรถไฟรอดตาย

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630450

ชาวบ้านแห่เช่าบูชา'หัวนะโม'วัดเขาพระทอง หลังเป็นข่าวดังป้าขับเก๋งชนรถไฟรอดตาย

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 18.34 น.

กรณีช่วงเช้ามืดวันที่ 20 ม.ค.65 นางปราณี แป้นสงค์ อายุ 60 ปี ชาวบ้าน ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ ขับรถยนต์เก๋งกลับจากตลาด ก่อนจะขับข้ามถนนช่วงทางตัดข้ามทางรถไฟ ท้องที่หมู่ 2 ต.ควนเกย แล้วเกิดชนกับขบวนรถไฟขนส่งสินค้าที่แล่นผ่านทางตัด จนถูกขบวนรถไฟลากไปไกล 20 เมตร เป็นเหตุให้รถยนต์เก๋งพังเสียหายทั้งคัน ส่วนนางปราณี คนขับ ร่างกระเด็นตกข้างรถ รอดตายหวุดหวิด ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย มีรอยฟกช้ำที่แขนเท่านั้น ซึ่งนางปราณี เชื่อว่า ที่รอดตายปาฏิหาริย์ เป็นเพราะบารมีหัวนะโม รุ่นสร้างโบสถ์ วัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ที่พกติดตัวตลอดเวลา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วันนี้ (22 ม.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังกระแสข่าว “หัวนะโม” วัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครสรีธรรมราช แพร่สะพัด ว่าสามารถช่วยชีวิตนางปราณี แป้นสงค์ อายุ 60 ปี ชาวบ้าน ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ ที่ขับรถยนต์เก๋งเลาะไม้กั้นทางรถไฟแล้วชนกับขบวนรถไฟขนส่งสิ้นค้าจนถูกลากไปไกล 20 เมตรจนรถยนต์เก๋งพังเสียหายทั้งคัน แต่นางปราณี รอดตายราวปาฏิหาริย์ บาดเจ็บเป็นแผลฟกช้ำที่แขนเท่านั้น ทำให้บรรยากาศที่วัดเขาพระทอง ตลอดทั้งวัน มีชาวบ้าน รวมทั้งนักท่องเที่ยว แห่มาเช่าบูชาหัวนะโม – แหวนหัวนะโม รุ่นสร้างโบสถ์ กันคึกคึกตลอดทั้งวัน ท่ามกลางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด – 19 

อย่างไรก็ตามมีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมาเป็นครอบครัว เดินทางมาจากจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า ตั้งใจมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อองค์ใหญ่ อายุกว่า 800 ปี เพื่อความสิริมงคล รวมทั้งเช่าบูชาหัวนะโม และแหวนหัวนะโม รุ่นสร้างโบสถ์ ที่สัดจัดสร้างขึ้น เพื่อเป็นเครื่องรางของขลังติดตัวไว้เพื่อความอุ่นใจ  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ฟลุ๊ค พชร’อดีตเดอะสตาร์ ประกาศลงสมัคร ส.ส.เขตครั้งหน้า สังกัดพรรคเพื่อไทย

Posted on February 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/630446

'ฟลุ๊ค พชร'อดีตเดอะสตาร์ ประกาศลงสมัคร ส.ส.เขตครั้งหน้า สังกัดพรรคเพื่อไทย

วันเสาร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2565, 18.10 น.

วันที่ 22 มกราคม 2565 นายพชร ธรรมมล หรือ ฟลุ๊ค เดอะสตาร์ นักร้องและนักแสดงชาวไทย ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก Phachara Thammon ประกาศว่าตนเองได้ตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางการเมืองกับพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มตัว

โดยระบุว่า “เรียนเพื่อนและ follower ที่รัก ผมเคยทวีตว่าพอแล้วเรื่องการเมือง ตอนนั้นผมเหนื่อยจริงๆ และตั้งใจจะพัฒนาตัวเองในเรื่องของการศึกษาเพิ่มเติมและการทำเพลง

หลังจากนั้นผมพักทบทวนเรื่องต่างๆ มันมีความอึดอัดเสมอเมื่อเห็นสิ่งไม่ถูกต้องแต่เรานั่งทับมือตัวเองไว้ ตราบใดที่บ้านยังมี wifi ผมยังเชื่อมต่อกับสังคมและเห็นปัญหา การนิ่งเฉยไม่มีประโยชน์

ผมใช้เวลาอยู่พักนึงในการตกตะกอนความคิดกับตัวเอง ผมตัดสินใจแจ้งความจำนงต่อพรรคเพื่อไทยที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และมาเขียนโพสต์แชร์ให้ทุกท่านได้ทราบครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและมีมิตรภาพที่ดีให้ผมมาตลอด อวยพรให้ผมด้วยนะครับ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,281,352 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

"ผู้นำชาติ" ต้องมองแบบเหยี่ยว
หวานเว่อร์!!'รัศมีแข'หมั้นแล้วแฟนหนุ่มชาวสวีเดน
Indonesia's Joko Widodo on track to win presidency: pollsters
Thai quarantine cut for recipients of 8 vaccine brands #SootinClaimon.Com
บี มาย เกสท์ : ‘แม่เก๋-เปรมฤดี พันธุ์รัตน์’สร้าง‘สปาร์คเซ็นเตอร์’ เปิดโลกของเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้สังคมเข้าใจ
บุคคลในข่าว
๙ ศาสตรา” ท้าพิสูจน์ฝีมือคนไทย ถ้าไม่มัน “คืนเงิน”ทันที!!!
"บิ๊กตู่"นั่งหัวโต๊ะถก ศบศ.วอนเอกชน-ภาคธนาคาร เสียสละช่วยเหลือภาระหนี้สินปชช. #SootinClaimon.Com
'มิ้งค์' ยอมเป็นมือที่ 3 ของ 'เทน – น้ำทิพย์' เพื่อหนีความลำบากใน'ฟ้ามีตา'
ฉลองมงคลสมรส ธารา รัตนาวะดี - ปภาดา ตันติมาสกุล

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d