Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘การทำกรรมฐานต้องกำหนดต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือนปลูกต้นไม้’ โอวาทธรรม ‘หลวงพ่อชา สุภัทโท’

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629543

'การทำกรรมฐานต้องกำหนดต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือนปลูกต้นไม้' โอวาทธรรม 'หลวงพ่อชา สุภัทโท'

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 19.27 น.

“การทำกรรมฐานต้องกำหนดต่อกันไปเรื่อยๆ เหมือนปลูกต้นไม้” ถ้าเราเอาต้นไม้มาปลูกลงตรงนี้ ๓ วัน แล้วถอนออกไปปลูกตรงนั้นอีก ปลูกตรงนั้นได้อีก ๓ วันถอนไปปลูกต้นโน้นอีก ตายเลย ไม่ได้กินหรอก ต้นไม้ก็ตาย

“กรรมฐานก็หมดเหมือนกันอย่างนั้น” เข้าใจด้วยนะ มันเป็นอย่างนั้น ไปพิจารณานะ กลับไปนี่เอาต้นไม้ไปปลูกก็ได้ ปลูกตรงนี้ได้ ๓ วัน ถอนไปปลูกตรงนั้นได้ ๓ วัน ถอนอีกอยู่อย่างนั้นน่ะ ไม่ได้กินหรอก ตายหมด ไม่มีเหลือแล้ว

“กรรมฐานก็เหมือนกัน” ไปนั่งกรรมฐาน ๗ วัน ออกมา เล่นตั้ง ๗ เดือน ปล่อยจิตไปทำสกปรกหมด แล้วก็อีก ๗ วันก็มาทำกรรมฐานอีก ไม่พูด เฉย แล้วก็เลิกอีก “เหมือนกับต้นไม้แหละ ตายหมดไม่มีเหลือเลย” กรรมฐานไม่เกิดแล้ว ต้นไม้ก็ไม่เกิด กรรมฐานก็เหมือนกันอาตมาว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ผลหรอก”

โอวาทธรรม หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง ต.โนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พากันเฮ! ต้นแจง2สีใกล้จอมปลวก ให้โชคถูกเลข92กันถ้วนหน้า

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629523

พากันเฮ! ต้นแจง2สีใกล้จอมปลวก ให้โชคถูกเลข92กันถ้วนหน้า

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 18.22 น.

ฮือฮา! พบต้นแจง งอกเป็นสีสอง หรือ สีขาวอมชมพู ใกล้จอมปลวกภายในวัดห้วยชินสีห์ เจ้าอาวาสเผยปลูกมา กว่า 20 ปี ไม่พบ ด้านชาวบ้านเชื่อเป็นต้นไม้มงคล ให้โชคลาภหลังนำไปเสียงดวงถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว

18 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่เดินทางไปชมปรากฏการความแปลกของต้นไม้ภายในวัดห้วยชินสีห์ ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี งอกออกมาเป็นสีทอง หรือ สีขาวอมชมพู ซึ่งมีขึ้นอยู่เพียงต้นเดียวและแตกเป็น 9 ช่อ หลัง พระมหาสำรวย ปัญญาสาโร เจ้าอาวาส เป็นผู้มาพบและนำมาบอกกล่าวให้ญาติโยมที่มาทำบุญภายในวัดทราบ เนื่องจากนำมาปลูกไว้กว่า 20 ปี ไม่เคยมีมาก่อน ชาวบ้านจึงพากันมาชมความงามของต้นไม้ และ นำไปเสี่ยงโชคลาภถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว 92 กันจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปที่วัดห้วยชินสีห์ พบกับพระมหาสำรวย ปัญญาสาโร เจ้าอาวาส และ นายอุไร ปลื้มใจ อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นไวยาวัจกรประจำวัด พร้อมทั้งพาไปดูจุดที่ต้นไม้สีทองขึ้นดังกล่าว ซึ่งอยู่บริเวณด้านข้างศาลาประกอบพิธีงานบุญ เชิงบันดันพญานาค โดยพบว่า ต้นไม้สีทองต้นดังกล่าวคือต้นแจง หรือ ต้นแกง ที่ทางเจ้าอาวาสได้นำมาปลูกไว้เมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งขึ้นอยู่เพียงต้นเดียว และอยู่ติดกับจอมปลวกที่ติดกับต้น แจงต้นใหญ่ ซึ่งลำต้นมีลักษณะสีทอง หรือ สีขาวอมชมพู แตกออกเป็น 9 ช่อ มีความสูงประมาณ 80 – 90 เซนติเมตร ส่วนที่ปลายยอด ใบอ่อนแตกยอดเป็นสีชมพูอมม่วง ซึ่งดูแล้วมีความแปลก เนื่องจากภายในวัดมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นจำนวนมาก และไม่มีต้นไหนออกสีเหมือนกับต้นดังกล่าว และหลังจากเมื่อวันที่ 16 ม.ค.65 ที่ผ่านมาก่อนวันหวยออก ชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างก็เดินทางมาดูและนับช่อของต้นไม้และจำนวนปีที่ปลูก โดยตีเลขกันได้ 159 และ 920 และ 59 / 92 ซึ่งตรงกับรางวัลที่ 1 และเลขท้าย 2 ตัวงวดประจำวันที่ 17 ม.ค.65 หมายเลขรางวัล 159 และ 92 ทำให้มีโชคถูกรางวัลกันถ้วนหน้า

นายอุไร เล่าว่า ต้นไม้ดังกล่าวคือต้นแจง เป็นต้นไม้ที่ทางเจ้าอาวาสวัดได้ล้อมมาปลูกภายในวัดเมื่อ 20 ปี ก่อน ปลูกไว้จำนวน 15 ต้น เนื่องจากเป็นต้นที่ไม่ค่อยผัดใบ และอายุยืน ให้ร่มเงาเพราะใบแพร่ปกคลุมเหมือนหางนกยูง อีกทั้ง ยังมีสรรพคุณเป็นยาหลายชนิด โดยเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา พระมหาสำรวย ปัญญาสาโร เจ้าอาวาส ได้เดินผ่านมาพบเห็นทีแรกนึกว่าใครมาจุดไฟเผาต้นไม้จนกลายเป็นสีแห้งๆ จึงเดินเข้ามาดู ปรากฏว่าเป็นสีเหลืองทอง ซึ่งสร้างความแปลกใจ เนื่องจากปลูกมากว่า 20 ปี ต้นที่งอกมาก็จะออกเป็นแต่สีเขียว มาในครั้งนี้ออกเป็นสีทอง พอผ่านไปได้ 2 วันใบก็กลายเป็นสีขาวอมชมพู ช่วงปลายจะออกสีชมพูอมม่วง จึงได้มาเล่าให้ญาติโยมฟัง ทำให้ชาวบ้านเกิดความสนใจขึงเดินทางมาดูกันไม่ขาดสาย โดยเฉพาะก่อนวันหวยออก ชาวบ้านเข้ามาชมและนำไปตีเป็นเลขเด็ดถูกรางวัลกันหลายคน วันนี้ตนจึงต้องนำเชือกมากั้นเขตเพราะกลัวจะมีคนเข้ามาเด็ด ทำให้ต้นไม้ตายได้

สำหรับ “ต้นแจง” หรือ “ต้นแกง” มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย มีเขตการกระจายพันธุ์ในประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กไม่ผลัดใบ พบได้บ้างที่เป็นไม้พุ่มเตี้ย ๆ เป็นพรรณไม้โตช้า มีความสูงของต้นประมาณ 5-10 เมตร แตกกิ่งแขนงมากมายคล้ายกับไม้พุ่ม กิ่งก้านแตกออกแผ่เป็นรูปร่ม เปลือกลำต้นเป็นสีเขียวเข้มจนเกือบดำ เปลือกเรียบหรือแตกเป็นสะเก็ดเล็ก ๆ ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดหรือวิธีการตอนกิ่ง สามารถขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด พบขึ้นได้ในป่าละเมาะ ป่าดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ ป่าเต็งรังแล้ง ป่าโปร่งแห้ง เขาหินปูน ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 0-400 เมตร โดยจะพบได้มากทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วน “สรรพคุณของต้นแจง” อาทิ รากใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกาย  ลำต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาบำรุงธาตุในร่างกาย ทำให้กระปรี้กระเปร่าและแข็งแรง เปลือกต้น ราก และใบแจงนำมาต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้ดีซ่าน (เปลือกต้น, ราก, ใบ)บ้างว่าใช้ทั้งต้นต้มดื่มเป็นยาแก้ดีซ่าน (ทั้งต้น, ใบ) ใช้ยอดและใบแจงเป็นยาแก้ไข้ ใช้เป็นยาแก้ไข้มาลาเรีย ด้วยการใช้เปลือกต้น ราก และใบนำมาต้มกับน้ำดื่ม ต้นช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ ยอดอ่อนผสมเกลือใช้รักษาโรครำมะนาด ช่วยแก้อาการหน้ามืดตาฟาง ด้วยการใช้เปลือกต้น ราก และใบ นำมาต้มกับน้ำดื่ม ยอดอ่อนนำมาต้มใช้ล้างหน้าจะช่วยแก้ตาฝ้าฟางได้ ใบและยอดนำมาตำหรือโขลกให้พอแหลกเล็กน้อย แล้วปั้นกลม ๆ เป็นลูกกลอนขนาดเท่าหัวแม่มือนำมาใช้สีฟัน จะช่วยทำให้ฟันทน ปากหอม ฟันขาวสะอาดสดชื่น และ ใบช่วยแก้ฟันผุ

ทั้งนี้ ต้นแจงจัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ เป็นต้นไม้หายากที่กำลังจะถูกลืมเพราะไม่เป็นที่รู้จักกันนัก จึงควรค่าแก่การอนุรักษ์ เหมาะแก่การนำมาปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อชื่นชมความงามของดอกและผลที่มีลักษณะสวยงามและแปลกตา อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ที่มีทรงพุ่มสวยงาม เหมาะใช้ปลูกเพื่อตกแต่งภูมิทัศน์ ปลูกให้ความร่มรื่นและร่มเงาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้เพื่อแจกแจงอายุขวบขัยของวงปีต้นไม้ได้ สังเกตได้การตัดไม้ตามขวางของลำต้นจะเห็นวงปีได้ชัดเจน จึงนิยมนำมาใช้เป็นตัวอย่างในการเรียนการสอนทางชีววิทยา (ข้อมูลโดย : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)

– 009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หิมะดำ’ปกคลุม!เศษลอบเผา‘ซางอ้อย’ปลิวว่อนเข้าที่พัก ประกาศขายบ้านหนี

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629505

‘หิมะดำ’ปกคลุม!เศษลอบเผา‘ซางอ้อย’ปลิวว่อนเข้าที่พัก ประกาศขายบ้านหนี

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.42 น.

‘หิมะดำ’ปกคลุม!เศษลอบเผา‘ซางอ้อย’ปลิวว่อนเข้าที่พัก ประกาศขายบ้านหนี

ความคืบหน้ากรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ข้อความ พร้อมภาพประกอบลงบนโลกโซเชียล ระบุว่า ที่หมุ่บ้านใน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พร้อมระบุข้อความว่า “ถ้าจะขนาดนี้นะ ตากผ้าไว้หิมะเกาะหมดแล้ว” โดยชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบจากการเผาไร่อ้อย พร้อมถ่ายรูปเศษซางอ้อยที่ลอยบนอากาศและปลิวเข้าบ้าน จนมีผู้เข้ามาแชร์ข้อความ และวิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น

ล่าสุดวันนี้ (18 มกราคม 2565) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่หมู่บ้าน C วิลเลจ ที่ได้รับผลกระทบ พบว่า มีเขม่าไฟเป็นจำนวนมากลอยเข้าบ้านเรือนของประชาชน และจับกับเสื้อผ้าที่ตากไว้

นางวัชรี อินทสงฆ์ อายุ 62 ปี ผู้พักอาศัยในหมู่บ้าน เปิดเผยว่า ได้รับความเดือดร้อนจากการเผาอ้อยเป็นอย่างมาก เนื่องจากเขม่าไฟที่ลอยมาเข้ามาบางครั้งหายใจติดขัด อีกทั้งยังลอยไปโดนกับเสื้อผ้าที่ตากไว้ ทำให้ต้องซักใหม่เป็นประจำ บ้านที่เปิดไว้ต้องปิดอยู่ตลอดเวลา จึงอยากให้หันมาตัดอ้อยสดแทน และอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดูแลแก้ไขด้วย เพราะตอนนี้ชาวบ้านจะอยู่กันไม่ได้แล้ว ตอนนี้ก็เริ่มประกาศขายบ้านอย่างต่อเนื่อง ส่วนตนไม่รู้ว่าจะทนอยู่ได้อีกนานเท่าไร

ด้านนายปวีร์ ทวีกิจอนุกูล ปลัดอำเภอบ้านบึง เดินทางมาที่เกิดเหตุ พร้อมกล่าวว่าขณะนี้ทางอำเภอได้ทราบเรื่องแล้ว และพยามหาทางแก้ไขเบื้องต้น พร้อมได้ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือไม่ให้มีการเผาอ้อยในช่วงนี้ เนื่องจากมีกระแสลมแรงทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน พร้อมฝากถึงชาวบ้านหากเดือดร้อนสามารถแจ้งได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมของทุกอำเภอ และจะเรียกนายกสมาคมชาวไร่อ้อยมาร่วมประชุมเพื่อแก้ไขและหาทางออกต่อไป -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลวงพ่อ’วัดศาลาลี’ ยุติทำพิธีลงนะหน้าทองแล้ว หลังสำนักพุทธฯสั่งห้าม

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629502

หลวงพ่อ'วัดศาลาลี' ยุติทำพิธีลงนะหน้าทองแล้ว หลังสำนักพุทธฯสั่งห้าม

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.24 น.

18 มกราคม 2565 เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดศาลาลี ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี หลังสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นนทบุรี สั่งห้ามไม่ให้พระครูสมุห์นพดล ปิยะธัมโม เจ้าอาวาสวัดศาลาลี ทำพิธีลงนะหน้าทอง 

พระครูสมุห์นพดล กล่าวว่า หลังเป็นกระแสในโลกโซเชี่ยล ทางเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนา ได้เข้ามาพูดคุยหาลือเพื่อหาแนวทาง ซึ่งทางอาตมาได้ขอยุติทำพิธีลงนะหน้าทองให้กับประชาชนและลูกศิษย์ ในส่วนเรื่องที่ญาติโยมจะมาทำบุญถวายสังฆทานหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็ยังทำพิธีให้แก่ลูกศิษย์ 

พระครูสมุห์นพดล กล่าวอีกว่า ญาติโยมและลูกศิษย์ ที่เดินทางมาหาให้ช่วยทำพิธีต่างๆให้ เพราะเขาต้องการความสบายใจ วัดก็เป็นที่พึ่งทางจิตใจ ทำแล้วเขาสบายใจสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ หลวงพ่อก็ทำให้ทั้งนั้น 

โดยพบว่ามีประชาชนและลูกศิษย์ เดินทางมาถวายสังฆทาน ประพรมหน้ำมนต์อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้พระครูสมุห์นพดล จะยุติลงนะหน้าทองแล้วก็ตาม. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! จระเข้หางกวัก 4 ตัวเจ้าของเชื้อเป็นสัตว์นำโชคลาภมาให้คนเลี้ยง

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629497

ฮือฮา! จระเข้หางกวัก 4 ตัวเจ้าของเชื้อเป็นสัตว์นำโชคลาภมาให้คนเลี้ยง

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 17.06 น.

พบจระเข้หางกวัก 4 ตัวเลี้ยงอยู่ในบ่อปูนหน้าทศชาติฟาร์ม อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง เจ้าของเชื่อเป็นสัตว์นำโชคลาภมาให้คนเลี้ยง เผยดังไกลถึงต่างแดนมีคนมาขอซื้อในราคา 2 แสนแต่ไม่ขาย  

วันที่ 18 ม.ค.65 ที่บริเวณหน้าร้านอาหาร ทางเข้าทศชาติฟาร์ม เลขที่ 170/1 หมู่ 6 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง พบมีจระเข้ขนาดใหญ่ 4 ตัวถูกเลี้ยงไว้ที่บริเวณหน้าร้าน โดยที่หางของจระเข้ทั้ง 4 ตัวจะม้วนกลับไปอยู่ภายใต้ท้องของจระเข้ เรียกว่า “จระเข้หางกวัก” ซึ่งทางเจ้าฟาร์มเชื่อว่าเป็นสัตว์นำโชคลาภมาให้ คนเลี้ยงจึงได้นำจระเข้หางกวักมาเลี้ยงไว้ที่บริเวณทางเข้าฟาร์ม โดยเลี้ยงอยู่ภายในบ่อปูนขนาดกว้าง 2.5 เมตรยาว 3 เมตรและสูง 1.20 เมตร ด้านบนมีกรงตาข่ายเหล็กปิดล็อกกุญแจไว้อย่างแน่นหนา ซึ่งชาวบ้านสามารถชมความแปลกของจระเข้ทั้ง 4 ตัวได้อย่างสะดวก เนื่องจากอยู่ตรงหน้าร้านอาหาร

นางศศิลักษณี มีศรี อายุ 52 ปี เจ้าของฟาร์ม เล่าให้ฟังว่า จระเข้หางกวักดังกล่าวความจริงแล้วเป็นจระเข้ที่มีความพิการ แต่พิการได้สมส่วน คือดูแล้วเป็นมงคล คือลำตัวของจระเข้ตรงไม่คดงอ แล้วหางม้วนเข้าไปอยู่ไต้ท้องอย่างสวยงาม มีตัวผู้ 2 ตัวและตัวเมีย 2 ตัว มีชื่อว่า เจ้าถุงเงิน เจ้าถุงทอง เจ้าถังเงิน เจ้าถังทอง เคยมีคนมาขอซื้อในราคาตัวละ 50,000 บาท รวม 4 ตัว 200,000 บาทแต่ตนไม่ขาย เพราะมีความเชื่อว่าเป็นสัตว์นำโชคเลี้ยงไว้จะให้โชคลาภแก่ผู้ที่เลี้ยงและยังดังไกลถึงแดนปลาดิบ มีรายการทีวีจากประเทศญี่ปุ่นเคยมาถ่ายทำจระเข้หางกวักนำโชคทั้ง 4 ตัวนี้แล้ว

สำหรับทศชาติฟาร์ม เป็นสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ เนื้อจระเข้ ทั้งปลีกและส่ง ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังจระเข้ รวมทั้งจำหน่ายอาหารตามสั่งที่ทำจากเนื้อจระเข้และยังมีฟาร์มเลี้ยงจระเข้ให้ชมอีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชีวิตต้องสู้! สองผัวเมียพิการหลังประสบอุบัติเหตุ ดิ้นรนเปิดร้านซักรีด-ขายส้มตำ

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629454

ชีวิตต้องสู้! สองผัวเมียพิการหลังประสบอุบัติเหตุ ดิ้นรนเปิดร้านซักรีด-ขายส้มตำ

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.34 น.

น่าชื่นชมสองสามีภรรยาพิการ หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมียพิการขาดขา 2 ข้าง เปิดร้านซักรีด ส่วนสามีพิการขา 1 ข้าง เปิดร้านส้มตำ ลาบ น้ำตก

18 มกราคม 2565 น่าชื่นชมสองสามีภรรยาพิการ หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ เมียพิการขาดขา 2 ข้าง เปิดร้านซักรีด ส่วนสามีพิการขา 1 ข้าง เปิดร้านส้มตำ ลาบ น้ำตก หน้าบ้านเลขที่ 7/5 หมู่ 5 ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เป็นสองสามีภรรยาต่อสู้ดิ้นรนทำมาหากินไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้ ถึงแม้ร่างกายจะไม่เหมือนเดิม

นายธวรักษ์ มณีโชติ อายุ 46 ปี สามีเล่าให้ฟังว่า ตนเองและภรรยา นางรุ่งรัตน์ มณีโชติ อายุ 45 ปี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อปี 2538  ทำให้ตนเองเสียขาขวาไป 1 ข้าง ส่วนภรรยาก็เสียขาซ้ายและขาขวา คือต้องตัดขาทั้ง 2 ข้าง เรื่องราวก็ผ่านมานาน 27 ปีแล้ว ซึ่งปัจจุบัน นางรุ่งรัตน์ ได้ทำการเปิดร้านซักรีด ทำได้ทุกอย่าง โดยเปิดร้านตั้งแต่เช้า นั่งอยู่บนรถเขน รับจ้างทำการซักผ้า รีดผ้า และตนเองก็จะนำใส่รถจักรยานยนต์สามล้อไปส่งตามบ้านลูกค้า ลูกค้าบางรายก็จะมารับผ้าที่ทำการซักที่ร้าน  เป็นสร้างรายได้ในครอบครัว

นอกจากเปิดร้านอบซักรีดแล้ว ตนเองยังใช้พื้นที่บริเวณหน้าร้าน ทำการเปิดร้านขาย อาหารอีสาน ส้มตำ ข้าวเหนียว น้ำตกลาบ ก้อย ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. เป็นการสร้างรายเพิ่มให้แก่ครอบครัว ถึงแม้นตนเองและภรรยาจะพิการขาทั้ง2คน แต่ตนเองทั้ง2ก็ไม่เคยท้อแท้และสิ้นหวัง ยังคงมีกำลังใจในการต่อสู้ ดิ้นรน ทำมาหากิน ทำให้ชีวิตอยู่ดี มีสุข ในสังคมตามอัตภาพ และเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ท้อแท้สิ้นหวังทุกคน  และหากผ่านที่อำเภอวิเศษชัยชาญ ก็เข้ามาอุดหนุนในการซักผ้า หรือรับประทานอาหารอีสาน ส้มตำ ลาบ ก้อย น้ำตก ได้ทุกวันสอบถาม 065 586 6551 นายธวรักษ์ มณีโชติ. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รพ.ราชวิถีอัพเดตอาการล่าสุด ‘น้องอุ้ม’พยาบาลอุ้มผางยังไม่รู้สึกตัว

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629437

รพ.ราชวิถีอัพเดตอาการล่าสุด 'น้องอุ้ม'พยาบาลอุ้มผางยังไม่รู้สึกตัว

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.03 น.

โรงพยาบาลราชวิถีอัพเดตอาการล่าสุด ‘น้องอุ้ม’ พยาบาลอุ้มผางยังไม่รู้สึกตัว

18 ม.ค.65 กรมการแพทย์ อัพเดทอาการ “น้องอุ้ม” พยาบาลสาวอุ้มผาง มารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลราชวิถี
หลังจากเมื่อวานนี้ (17 มกราคม 2565) โรงพยาบาลราชวิถี ได้รับการส่งตัว นางสาวปุณยวีร์ ศรีดวงแปง หรือ น้องอุ้ม พยาบาลสาวอุ้มผางที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุรถตู้พยาบาลฉุกเฉินของโรงพยาบาลอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ชนกับรถบรรทุกพ่วงบนถนนสายแม่สอด-อุ้มผาง เขตอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยทีมงาน Sky Doctor และศูนย์กู้ชีพนเรนทรโรงพยาบาลราชวิถี นั้น

อาการในขณะนี้ (18 มกราคม 2565 เวลา 12.00 น.) ผู้ป่วยยังคงไม่รู้สึกตัว ใช้เครื่องช่วยหายใจ และมีอาการสมองบวม แผลที่ขาไม่มีการติดเชื้อ โดยแพทย์ผู้ดูแลให้ความเห็นว่า ผู้ป่วยยังคงต้องได้รับการดูแลสังเกตอาการอย่างต่อเนื่อง และให้การรักษาภาวะสมองบวมดังกล่าว ทั้งนี้ โรงพยาบาลราชวิถีจะมีการแถลงอาการคืบหน้าเป็นระยะต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีต’แคดดี้สาว’ร้องปวีณาช่วย! ถูกคนร้ายสาดน้ำกรดเสียโฉม คดีไม่คืบ

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629433

อดีต'แคดดี้สาว'ร้องปวีณาช่วย! ถูกคนร้ายสาดน้ำกรดเสียโฉม คดีไม่คืบ

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.58 น.

18 มกราคม 2565 เมื่อเวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นางเอ (นามสมมุติ) วัย 31 ปี เดินทางมาจาก อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี  ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อให้ช่วยเหลือกรณีถูก 2 คนร้ายสาดน้ำกรดทั่วใบหน้าและตามตัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนรักษาตัวโรงพยาบาลนาน 3 เดือน ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ เร่งรัดคดีจับคนร้าย เพราะเกรงว่าจะกลับมาทำร้ายอีก

จากการสอบถามนางเอ (ผู้เสียหาย) บอกว่า ตนถูก 2 คนร้ายดักสาดน้ำกรดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ใบหน้าและตามตัว ใบหน้าเสียโฉม ขอให้นางปวีณาช่วยติดตามคดี  นางเอ  เปิดเผยว่า ในอดีตตนได้อยู่กับนายบี (สามี วัย 36 ปี) ที่อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีบุตรสาวด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 4 ขวบ คนเล็ก อายุ 3 ขวบ โดยขณะนั้น สามีได้ประกอบอาชีพรับจ้าง โดยตนเอง มีหน้าที่เป็นแม่บ้าน 

เมื่อปลายปี 2563 นายบี (สามี วัย 36 ปี) ได้ตกงาน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้สถานประกอบการได้ปิดตัวลง ตนได้ออกหางานทำเป็นแคดดี้ ที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ทำให้สามี มีอาการหึงหวง และมีการทะเลาะกันบ่อยครั้ง จึงเป็นสาเหตุมีการเลิกรากันไป ตั้งแต่เดือน เมษายน 2564 โดยบุตร ทั้ง 2 คน ยังอยู่กับสามี

จากนั้นนางเอ ได้ออกมาเช่าบ้านอยู่และได้คบหากับชายคนหนึ่ง วัย 53 ปี ที่ทำงานที่เดียวกัน ซึ่งชายดังกล่าวก็มีครอบครัวอยู่แล้ว ซึ่งอดีตสามี ได้สืบทราบภายหลัง และก็ได้ทำการง้อและขอคืนดีอยู่บ่อยครั้ง 

ต่อมาตนได้ย้ายมาอาศัยอยู่กับญาติ และได้นำบุตรทั้ง 2 มาอยู่ด้วย กัน แต่นายบี (อดีตสามี) ยังมาง้อขอคืนดี แต่ตนไม่ยอม อดีตสามียังมีการ ต่อว่าด่าทอ รวมถึงมีการไปบอกกับผู้อื่นว่า ถ้าเค้าไม่ได้ คนอื่นก็ไมได้ และเจอที่ไหนจะยิงทิ้ง 

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 เวลา 21.00 น. ตนได้ขับรถไปหาเพื่อนที่ศรีราชา เมื่อถึงที่ลานจอดรถคอนโดแห่งหนึ่ง ตนได้เจอกับนายบี (อดีตสามี วัย 36 ปี) ซึ่งได้สะกดรอยตามมา จากนั้นได้มีปากเสียงกัน และอดีตสามีได้ขับรถ จยย.ชนท้าย และขับปาดหน้า 

ต่อมา 19 กรกฎาคม 2564 ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรศรีราชา เข้าแจ้งความนายบี ที่ขับรถ จยย.ชนรถเก๋งได้รับความเสียหาย และได้พูดจาข่มขู่หมายจะเอาชีวิต และวันที่ 21 กันยายน 2564 ได้มีคนโทรมาหานางเอ ว่าสนใจกู้เงินไหม  ซึ่งตนตอบว่าได้สนใจ จึงมีการนัดเจอยื่นเอกในวันรุ่งขึ้น 15.00 น. วันที่  22 กันยายน 2564 ตามที่นัดหมาย ตนได้เดินทางไปยื่นเอกสารที่ บริเวณ ซอยห้วยยายมุก ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และได้พบชาย 2 คน ขับจยย.มา รูปร่าง ผอม 1 คน และอ้วน 1 คน 

จากนั้นชายรูปร่างผอมเดินมาหาเพื่อรับเอกสาร สักพักชายคนอ้วน ได้เดินเข้ามาสมทบ โดยในมือถือแก้วเฮติ เมื่อเข้ามาถึงตัวนางเอ ชายอ้วนนำแก้วเฮติสาดน้ำไปใบหน้าและที่ร่างกาย ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นน้ำกรด ตนเองจึงได้ตั่งสติขับรถยนต์กลับไปที่บ้าน และเอาน้ำมาราดตัว ก่อนที่ญาติจะนำส่งไปที่โรงพยาบาลบางละมุง 

จากนั้นได้มีการส่งตัวต่อไปที่ รพ.ชลบุรี นอนรักษาตัว 3 เดือน และในวันเดียวกันญาติของผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรหนองปรือ จ.ชลบุรี และวันที่ 7 ม.ค.65 ออกจากโรงพยาบาลมารักษาตัวอยู่บ้าน ทางด้านร้อยเวร  มาสอบปากคำระหว่างอยู่ ที่โรงพยาบาลเพียงครั้งเดียว นางเอ  จึงขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามด้านคดีในวันที่ 18 ม.ค.65 จึงได้เดินทางมาจาก อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อเข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อให้ช่วยติดตามคดี นำตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ หลังจากรับเรื่องได้ประสาน ไปยัง พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผู้กำกับการ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี  โดยวันพุธที่ 19 ม.ค.65 เวลา 13.30 น. นางปวีณา  จะพาผู้เสียหายไปพบ พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผู้กำกับการ สภ.หนองปรือ  เพื่อเร่งสอบปากคำเพิ่มเติม และนางปวีณา  ได้ประสาน นางมนัสนันท์ ศุภพิทักษ์สกุล  พัฒนาสังคมฯ และนางนัทธมน กิจดำรงกุล หัวหน้าบ้านพักเด็กฯ จ.ชลบุรี  เดินทางมาพบที่ สภ.หนองปรือ  เพื่อร่วมกับมูลนิธิปวีณาฯติดตามช่วยเหลือคดีนี้ต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพทย์ชี้โรคตุ่มน้ำพองใสอาจเกิดขึ้นได้ หลังฉีดวัคซีนต้านโควิด

Posted on January 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629382

แพทย์ชี้โรคตุ่มน้ำพองใสอาจเกิดขึ้นได้ หลังฉีดวัคซีนต้านโควิด

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.26 น.

กรมการแพทย์  โดยสถาบันโรคผิวหนัง  ชี้โรคตุ่มน้ำพองใสหลังการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 อาจเป็นเหตุการณ์ที่เกิดร่วมกันหรือเป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากวัคซีนต้านโควิด -19 ได้ ซึ่งจะพบได้ไม่มาก ทั้งนี้ โรคตุ่มน้ำพองใสไม่ใช่โรคติดต่อและสามารถรักษาให้หายได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง

18 ม.ค.65 นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวเผยแพร่ใน Social เรื่องการเกิดโรคตุ่มน้ำพองใสหลังได้รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 นั้น ขอเรียนว่า “โรคตุ่มน้ำพองใส” เป็นกลุ่มโรคผิวหนังที่พบไม่บ่อย แบ่งออกเป็น 2 โรค คือ โรคเพมฟิกัส มีอุบัติการณ์ 0.5 – 3.2 รายต่อประชากรแสนคน และโรคเพมฟิกอยด์ อุบัติการณ์ 2-22 รายต่อประชากรล้านคน ทั้งสองโรคมีอาการคล้ายคลึงกันคือมีตุ่มน้ำพองเกิดขึ้นที่ผิวหนังและเยื่อบุ เมื่อตุ่มน้ำพองแตกจะกลายเป็นแผลถลอกตามร่างกาย อาการของโรคจะเป็นเรื้อรัง มีช่วงที่โรคกำเริบและโรคสงบได้  ทั้งนี้ การเกิดโรคตุ่มน้ำพองใสมีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากผลข้างเคียงหลังได้รับการฉีดวัคซีนโควิด 19  ซึ่งจะพบได้น้อย ในต่างประเทศเคยมีรายงานข้อมูลอาการข้างเคียงทางผิวหนัง ในช่วงเดือนธันวาคม 2563 ถึง เดือนเมษายน 2564 หลังได้รับวัคซีนโควิด 19 พบว่าการเกิดตุ่มน้ำพองใสหลังจากฉีดวัคซีนโควิด -19 ชนิด mRNA มี 12 ราย โดย 7 ราย หายในระยะเวลาเฉลี่ย 3 สัปดาห์ และอีก 5 ราย มีการดำเนินโรคต่อเนื่องต้องเข้ารับการรักษา

นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ป่วยเป็นโรคตุ่มน้ำพองใสหลังฉีดวัคซีนชนิดไวรัสเว็กเตอร์ด้วยเช่นกัน ปัจจุบันนี้ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์เพียงพอที่จะสามารถระบุได้ว่า การเกิดโรคตุ่มน้ำพองใสหลังฉีดวัคซีน เป็นเหตุการณ์ที่เกิดร่วมกันหรือเป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากวัคซีน โดยอาจเป็นไปได้ว่าการออกฤทธิ์ของวัคซีนที่กระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทานต่อไวรัส เกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดทีเซลล์ ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญในการเกิดโรคผิวหนังหลายชนิด หรือโปรตีนบางอย่างที่เป็นส่วนประกอบของวัคซีนอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาแพ้ภูมิตัวเองโดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมในการเกิดโรคอยู่ก่อนแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่า การได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 นั้นมีผลดีมากกว่าผลเสีย

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ  วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์  ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า โรคนี้วินิจฉัยจากประวัติและอาการทางผิวหนัง ร่วมกับการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา ซึ่งมีลักษณะเฉพาะโรค คือ การพบการแยกตัวออกจากกันของชั้นผิวหนัง ยาที่ใช้รักษาหลักคือ ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคมากหรือมีผื่นในบริเวณกว้างก็จำเป็นต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันชนิดอื่น ๆ เช่น ยา cyclophosphamide หรือยา azathioprine ร่วมด้วย ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าในการรักษาด้วยยาฉีดกลุ่มชีวะโมเลกุลซึ่งควบคุมโรคได้ดีและมีผลให้โรคสงบได้นาน 

ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง  กล่าวเพิ่มเติมว่า การรักษาโรคตุ่มน้ำพองใสควรรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อประสิทธิภาพในการรักษาและเพื่อช่วยให้การหายของโรคเร็วขึ้น หากสงสัยว่าเป็นโรคตุ่มน้ำพองใส แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง  และค่ารักษาพยาบาลสามารถครอบคลุมค่ารักษาในระบบสาธารณสุขทั้งประกันสังคมและ 30 บาทรักษาทุกโรค หากต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรคตุ่มน้ำพองใสสามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้ที่ https://www.iod.go.th/category/info

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดกรุพระให้ชมเป็นบุญตา! อดีตนายทหารลพบุรีเปิดบ้านให้ชมพระสมเด็จเก่า

Posted on January 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/629363

เปิดกรุพระให้ชมเป็นบุญตา! อดีตนายทหารลพบุรีเปิดบ้านให้ชมพระสมเด็จเก่า

วันอังคาร ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.24 น.

อดีตนายทหารศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ จังหวัดลพบุรี วัย 62 ปี นายกสหพันธ์พระเครื่องไทยนานาชาติ เปิดบ้านให้ผู้สนใจนิยมพระเครื่อง พระบูชา เข้าชมพร้อมศึกษาประวัติ เผยอนาคตเตรียมสร้างพิพิธภัณฑ์ศูนย์ศึกษาเรียนรู้พระเครื่อง พระบูชา และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเพื่อให้นานาชาติเข้ามาร่วมเที่ยวชม

ร.ต.อนันต์ อินทร์อ่อน หรือ อาจารย์อู๊ด บางขุนพรหม อายุ 62 ปี อดีตนายทหารศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ จังหวัดลพบุรี นายกสหพันธ์พระเครื่องไทยนานาชาติ อยู่บ้านเลขที่ 40/433 หมู่บ้านพฤกษาบี ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้เปิดบ้านให้กับผู้สนใจที่เดินทางมาจาก จ.ราชบุรี จ.เชียงใหม่ จ.สุรินทร์ จ.นครราชสีมา และอีกหลายจังหวัดเข้ามาศึกษาพระสมเด็จ พระเครื่องยอดนิยม ที่ครอบครัวได้สะสมไว้นานหลายสิบปีแล้ว มีพระหลากหลายทั้งประเภทเนื้อผง พระตระกูลสมเด็จ เหรียญคณาจารย์ พระบูชาจำนวนมากให้ชมอย่างเป็นบุญตา 

ร.ต.อนันต์ เผยว่า ได้เปิดบ้านต้อนรับสมาชิกและผู้สนใจเข้ามาศึกษาชมพระเครื่อง พระบูชา ที่ได้สะสมมานานหลายสิบปี สมาคมฯเกิดขึ้นเพราะแรงศรัทธาจากตัวเอง จากที่ศึกษาเรื่อยมา อย่างพระสมเด็จวัดระฆัง วัดบางขุนพรหม วัดเกศชัยโย ศึกษาแบบลึกซึ้งเรื่อยมา

ช่วงแรกเปิดเป็นชมรมพลังศรัทธาบูชาพระเครื่องไทย ต่อมาได้ตั้งเป็นสมาคมพระเครื่องไทยนานาชาติ จากนั้นมาเป็นสหพันธ์พระเครื่องนานาชาติ ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีเครือข่ายนานาชาติมากมาย เผยแพร่พระแท้ที่มีการศึกษาร่วมกัน พยายามให้ความรู้กับนานาชาติที่ถูกต้อง พร้อมการันตีว่าเป็นพระแท้ให้โดยออกใบรับรองการันตี ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี มีสมาชิกเข้ามาอย่างล้นหลาม

ร.ต.อนันต์ ยังกล่าวอีกว่า มีกลุ่มคนไทยที่ส่วนมากจะแสวงหาความเป็นมาตรฐานของพระเครื่อง มีกลุ่มตัวอย่างในประเทศไทยหลายกลุ่ม ส่วนมากมาเจอที่สหพันธ์ฯเขามีความประทับใจจากที่ไปมาจากกลุ่มต่างๆ แล้ว มีความชัดเจนในเรื่องการตัดสิน รู้สึกดีใจที่มีกระแสตอบรับทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติที่ดี

อนาคตเตรียมจะสร้างแหล่งเรียนรู้เป็นพิพิธภัณฑ์ ตัวเองได้สะสมพระไว้เต็มบ้านและพระที่นี่ไม่ได้ขายหรือจำหน่ายจะแจกเป็นครั้งคราวไปตามวาระบ้าง เช่น ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ เคยจัดการประกวดพระเครื่องหลายครั้ง เคยแจกพระเครื่องนับร้อยองค์มาแล้ว พร้อมออกใบรับรองการันตีพระแท้ให้ด้วย 

สำหรับการสร้างพิพิธภัณฑ์ได้มองพื้นที่ไว้ที่ปากช่อง ทางขึ้นเขาใหญ่ มีเนื้อที่อยู่ร้อยไร่จะเปิดเป็นสถาบันพระเครื่องไทยนานาชาติและจัดเป็นศูนย์พิพิธภัณฑ์ เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม สร้างเป็นแลนมาร์คแห่งใหม่เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม เพื่อให้นานาชาติเข้ามาร่วมเที่ยวชม ซึ่งจะจัดระบบรูปแบบการแยกเป็นประเภทของคณาจารย์ต่าง ๆ มีกรรมการประจำพระประเภทนั้น ๆ คอยตรวจเช็คให้ แต่ต้องรอความพร้อมและปัจจัยเข้ามาสนับสนุน

“ผมเคยรับราชการทหารที่ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ จังหวัดลพบุรี หลังจากนั้นได้เดินทางเข้ามาทำงานที่กองบัญชาการกองทัพบก กรุงเทพฯ กรมกิจการพลเรือนทหารบก ทำงานร่วม 10 ปี ต่อมาได้เออรี่ออกมาก่อน 10 ปี และมีความเชื่อศรัทธาในองค์พระสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) จึงนับถือกราบไหว้เรื่อยมา พร้อมสะสมพระตระกูลสมเด็กไว้จนถึงปัจจุบัน” ร.ต.อนันต์ อินทร์อ่อน หรือ อาจารย์อู๊ด บางขุนพรหม นายกสหพันธ์พระเครื่องไทยนานาชาติ กล่าว

ด้านนายพิชัย ชาวนา หรืออาจารย์ชัย วัดโพธิ์ กล่าวว่า ตามที่อาจารย์อู๊ด บอกเป็นสิ่งที่ดี จุดประสงค์หลักคือการนำความรู้ความสามารถที่มีอยู่ออกมาเผยแพร่ให้กับผู้ที่ชื่นชอบพระเครื่องได้รู้จักหลายคนเคยได้ยินว่า พระเครื่องสายนิยม พระเครื่องสายอนุรักษ์ แต่ที่จะทำนี้คือจะผนวกสองเรื่องไว้ด้วยกัน การพิจารณาพิมพ์ มีทั้งยุคต้น ยุคกลาง ยุคปลาย  บางคนเรียนรู้ยังไม่ถึง ส่วนที่นี่มีนักวิชาการ และบรมครู นับว่าเป็นความโชคดีของสหพันธ์ฯ ซึ่งการตัดสินพระเครื่องจะต้องมีความรู้ ดูกันหลาย ๆ ครั้ง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,286,759 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
'บี้ เคพีเอ็น'ต่อมน้ำตาแตกหลักถูกภรรยา'กุ๊บกิ๊บ'เซอร์ไพรส์วันเกิด
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
TMB starts smart service  for portfolio management
ข้าราชการดีเด่น (3)
ทรัมป์ถล่มมูลนิธิคลินตัน ใช้เส้นหาเงินเข้ากระเป๋า
การศึกษา-ศิลปวัฒนธรรม #SootinClaimon.Com
S&P, Fitch stay negative on British debt on Brexit questions
Pressure is a privilege as Man City look to close out title
‘คริสเทน สจ๊วร์ต’ ในบทบาท ‘เจ้าหญิงไดอาน่า’ #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d