Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ลูกควายคลอดก่อนกำหนดพิการขาหน้ามีแต่ขาหลัง 3 ขาขาวชาวบ้านแห่ตีเลข

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627097

ลูกควายคลอดก่อนกำหนดพิการขาหน้ามีแต่ขาหลัง 3 ขาขาวชาวบ้านแห่ตีเลข

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 15.03 น.

แม่ควายตั้งท้องไม่ครบกำหนด ออกลูกไม่สมบูรณ์พิการขาหน้า มีแต่ขาหลัง 3 ขาแถมสั้นยาวไม่เท่ากัน ชาวบ้านและคอหวยที่ทราบข่าวแห่ตีเลขเด็ด

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 7 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ทุ่งนานอกหมู่บ้าน บ้านรุ่ง หมู่ 6 ต.รุ่งระวี อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ หลังทราบว่ามีควายออกลูกมาไม่สมบูรณ์ไม่มีขาหน้า มีแต่ขาหลังสามขา โดยขาข้างขวายาวเท่าควายปกติ แต่กลีบปลายขาหักงอ ส่วนขาซ้ายสั้นประมาณ 20 ซม.และมีขาสั้นออกตรงกลางระหว่าง 2 ขายาวประมาณ 10 ซม. ลูกยืนไม่ได้ ส่วนหัวมีหน้าตา ใบหู จมูกปกติดีทุกอย่าง

นายคำหมื่น บุญเหลือง อายุ 52 ปี เจ้าของควาย เล่าว่า ตนเลี้ยงควายทั้งหมด 6 ตัวนำมาเลี้ยงไว้ที่กลางทุ่งนา ห่างจากบ้านประมาณ 1,500 เมตร ตัวที่ออกลูกนี้ชื่อนางเฒ่า อายุ 5 ปีมีลูกมาแล้ว 1 ตัวตัวนี้เป็นตัวที่ 2 ตั้งท้องได้ 6 เดือนออกลูกเมื่อคืนที่ผ่านมา (6 ม.ค.65) ช่วงเวลาประมาณ 2 ทุ่ม ซึ่งยังไม่ครบกำหนด และตอนที่แม่ควายผสมพันธุ์ก็ผสมเร็วมาก เพราะลูกตัวแรกยังไม่ถึงปีก็ผสมพันธุ์แล้ว การที่แม่ผสมเร็วและลูกออกก่อนกำหนดอาจจะเป็นสาเหตุของการที่ทำให้ลูกไม่สมบูรณ์ ซึ่งตนคิดว่าลูกควายตัวนี้น่าจะมาให้โชคให้ลาภตนกับครอบครัว ซึ่งตนดูแล้วลูกควายแข็งแรงดี น่าจะมีชีวิตรอดอยู่ตนจะเลี้ยงให้ดีที่สุด

หลังจากที่ข่าวแพร่หลายออกไปก็มีชาวบ้านที่รู้ข่าวรวมทั้งคอหวย นักเสี่ยงโชค ได้พากันมาดูลูกควายและต่างตีเป็นเลขซื้อหวยเสี่ยงโชคงวดที่กำลังจะมาถึง ซึ่งลูกควาย 1 ตัว มี 3 ขา ต่างก็ตีเป็นเลขไปต่างๆ นานา ก็แล้วแต่ว่าใครจะมีโชคลาภ ดวงใครจะโชคดี – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมูแพง’ สวนทางค่าแรงขั้นต่ำ สอบ.แจงราคาที่จำหน่ายยุติธรรมหรือ?

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627091

‘หมูแพง’ สวนทางค่าแรงขั้นต่ำ สอบ.แจงราคาที่จำหน่ายยุติธรรมหรือ?

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.48 น.

สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) ชวนผู้บริโภคไปล้วงลึกว่าทำไมหมูถึงแพงจนเกือบเท่าค่าแรงขั้นต่ำที่ได้รับต่อวัน เกิดจากสาเหตุอะไร แล้วแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ ‘หมูมีราคาที่ยุติธรรม’ ตามไปอ่านกันได้เลย

ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมาเราต้องเผชิญกับโรคระบาดในคนอย่างโควิด – 19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะผลกระทบในด้านการเงิน บางคนตกงานหรือมีรายรับน้อยลงในขณะที่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้น แต่ก็เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะล่าสุดเรายังต้องรับมือกับโรคระบาดในหมูจนทำให้ราคาหมูแพงขึ้นอีกด้วย

‘เนื้อหมู’ โปรตีนที่คนไทยนิยมบริโภคมีการปรับราคาต่อกิโล ขึ้นมาเกือบเท่าค่าแรงขั้นต่ำต่อวันของคนไทย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงส่งผลกระทบกับผู้บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่กลับส่งผลไปทั้งระบบ ตั้งแต่เกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงหมูก็ต้องแบกรับภาระหนี้สินที่ท่วมตัว หลายรายล้มหายตายจากและออกจากระบบการเลี้ยงหมู พ่อค้าแม่ค้าแผงหมูขายหมูได้น้อยลง แผงหมูลดน้อยลงหรือปิดไปเลยก็มีเพราะขายของไม่ได้ รวมไปถึงร้านอาหารต่าง ๆ ที่มีการปรับราคาขึ้น  กระทั่งรัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือทุกภาคส่วน แต่ก็ดูเหมือนว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาหมูแพงได้อย่างแท้จริง และคาดว่าเร็ว ๆ นี้ราคาต่อกิโลก็มีแนวโน้มที่อาจจะสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำต่อวัน
_________________
‘หมูแพง’ เพราะอะไร?
_________________
“ผมเลี้ยงหมูมา 30 กว่าปีถือว่าหนักสุด” นิพัฒน์ เนื้อนิ่ม อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกร เขต 7 และนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี ให้สัมภาษณ์กับประชาชาติธุรกิจถึงสถานการณ์ราคาหมูช่วงนี้ว่า ที่ผ่านมาคนเลี้ยงหมูหลายรายต้องเผชิญกับการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในหมู (African Swine Fever : ASF) ซึ่งเป็นโรคที่ไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยารักษา สุดท้ายทำให้หมูล้มตายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการระบาดยังส่งผลให้แม่หมูเหลือลดน้อยลงกว่าครึ่ง จนทำให้กำลังการผลิตลูกหมูหรือที่เรียกว่าหมูขุน ลดน้อยลงไปด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือ เมื่อก่อนประเทศไทยเลี้ยงหมูในระดับที่เพียงพอกับการบริโภคภายในประเทศและยังสามารถส่งออกได้ แต่ขณะนี้จำนวนหมูหายไปถึงประมาณร้อยละ 50 – 70 ดังนั้น ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงกระทบไปทั้งระบบ ทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงที่ต้องแบกรับต้นทุนต่าง ๆ พ่อค้าแม่ค้าแผงหมูที่ต้องรับหมูมาในราคาที่สูงขึ้น ร้านอาหารก็มีการปรับราคาขึ้น และสุดท้ายผู้บริโภคก็ต้องซื้อหมูหรืออาหารที่แพงขึ้นด้วย สอดคล้องกับ วิฑูรย์ เลี่ยนจํารูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย : BIOTHAI) ที่มองว่าสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้หมูมีราคาแพง ก็คือ การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกันในหมูทำให้หมูตายไปเป็นจำนวนมาก ประกอบกับคนเลี้ยงหมูไม่สามารถรับภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการที่หมูล้มตาย ท้ายที่สุดรายย่อยก็หายไปจากระบบเพราะสายป่านที่ยาวไม่มากพอเหมือนกับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และเมื่อคนเลี้ยงหมูหายไปย่อม ส่งผลกระทบกับปริมาณเนื้อหมู แต่ทั้งนี้วิฑูรย์ กลับมองว่า การระบาดดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นมาได้สักพักแต่กรมปศุสัตว์ไทยกลับไม่ยอมรับว่ามีการระบาด เพราะอาจจะเป็นเพียงเพื่อ ต้องการปกป้องเรื่องการส่งออกเนื้อหมูของไทยไปยังต่างประเทศ ซึ่งการส่งออกที่ว่านี้มีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จำนวนหนึ่งได้ประโยชน์จากการส่งออกเนื้อหมูในยามที่ทั่วเอเชียเกิดโรคระบาด
นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าช่วงเดือนพฤษภาคมของปีที่ผ่านมา เวียดนามปฏิเสธการนำเข้าหมูจากไทย เนื่องจากพบว่าหมูจำนวน 980 ตัว ติดโรคอหิวาต์แอฟริกันในหมู ดังนั้น วิฑูรย์จึงเกิดคำถามว่า เป็นไปได้อย่างไรว่าการพบหมูติดโรคจำนวนมากขนาดนั้นกลับไม่มีการแถลงข่าวหรือปรากฏเป็นข่าวในประเทศไทยเลย ขณะที่ธีมะ กาญจนไพริน พิธีกร          รายการจั๊ดซัดทุกความจริง วิเคราะห์ในรายการดังกล่าวเมื่อ 5 มกราคมที่ผ่านมาว่า ‘อาหารหมู’ เป็นปัจจัยการผลิตที่สูงที่สุดที่เกษตรกรต้องลงทุนในการเลี้ยงหมู คิดเป็นประมาณร้อยละ 60 – 70 ของต้นทุนการเลี้ยง ซึ่งอาหารหมูที่ว่านั้นก็ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง มันสำปะหลัง มีราคาที่สูงมากเลยทีเดียวและมีการคาดการณ์ว่าปัจจัยการผลิตเหล่านี้น่าจะมีราคาที่สูงขึ้นกว่านี้ไปอีกในอนาคต นอกเหนือจากนั้นยังมีต้นทุนที่เกิดขึ้นมาใหม่สำหรับคนเลี้ยงหมูในไทย นั่นคือ การปรับปรุงฟาร์มเลี้ยงสุกรให้เข้าสู่รูปแบบมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ รวมถึงมาตรการปฏิบัติทางการเกษตรสำหรับฟาร์มสุกรฉบับทบทวน โดยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสูงจากทั้งปัจจัยการผลิต รวมถึงระเบียบกฎเกณฑ์ที่หน่วยงานประกาศออกมาทำให้เกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงหมูหายไปจากระบบ เนื่องจากไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ผลที่ตามมา คือ หมูในประเทศไทยมีน้อยลงแต่ความต้องการมีมาก จึงต้องปรับราคาขึ้นกระทั่งขณะนี้ราคาหมูก็สูงมากจนฉุดไม่อยู่
______________________________
ราคาหมูตอนนี้ เกือบเท่า ‘ค่าแรงขั้นต่ำ’
______________________________
“กลายเป็นว่าขณะนี้เนื้อหมูมีราคาแพงถึงกิโลกรัมละ 250 บาท และมีการคาดการณ์ว่าราคาจะทะลุไปถึงกิโลกรัมละ 300 บาท เท่ากับว่า ราคาเนื้อหมูขนาดนี้แถมยังเป็นโปรตีนที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมบริโภค กลับมีราคาเท่า ๆ หรือใกล้เคียงกับค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งกระทบกับคนส่วนใหญ่ในประเทศแน่นอน” วิฑูรย์ กล่าว
หากดูรายงานการศึกษาจะพบว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศมีค่าใช้จ่ายด้านอาหารประมาณครึ่งหนึ่งหรือกว่าร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพราะฉะนั้นเมื่อราคาอาหารสูงขึ้น สิ่งที่ผู้บริโภคจะทำก็คือ อาจจะมีการบริโภคอาหารหรือมีกำลังในการซื้ออาหารน้อยลง ผลที่ตามมาคือพ่อค้าแม่ค้าขายหมูได้น้อยลง แผงหมูลดน้อยลงหรือปิดไปเลยก็มีเพราะไม่สามารถขายของได้ กลายเป็นว่าเกษตรกรรายย่อย พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ผู้บริโภค ล้วนได้รับผลกระทบไปทุกภาคส่วน แต่ที่ยังอยู่ได้น่าจะเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ที่สามารถผลิต อาหารสัตว์ได้ ผลิตหมูได้ และยังมีแหล่งกระจายเนื้อหมูของตัวเองไปยังผู้บริโภคโดยที่ยังไม่ได้รับผลกระทบมากเท่ากับรายย่อย
ด้านนิพัฒน์ ก็ได้ระบุถึงสาเหตุที่ราคาหมูพุ่งสูงไปกว่า 200 บาทต่อกิโลกรัมว่า หากรัฐบาลมีการบริหารจัดการที่รวดเร็วมากกว่านี้ เหตุการณ์อาจจะไม่รุนแรงมาก “วันนี้ผู้บริโภคเดือดร้อน คนเลี้ยงหมูก็เดือดร้อนด้วย มันไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคเดือดร้อนน้อยที่สุด ผู้เลี้ยงเจ็บน้อยที่สุด”
____________________
หมูต้องมี ‘ราคาที่ยุติธรรม’
____________________
เมื่อกล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลที่พยายามจะตรึงราคาหมูช่วยเหลือผู้บริโภค วิฑูรย์มองว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาหมูแพงได้อย่างแท้จริง และราคาหมูก็น่าจะพุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ แบบนี้ โดยเขามองว่า ‘หมูจะต้องมีราคาที่ยุติธรรม’ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้ คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบริหารงานของรัฐบาล เช่น การปกปิดเรื่องโรคระบาดเพื่อประโยชน์ของอุตสาหกรรมใหญ่ รวมถึงการปล่อยให้มีการรวมศูนย์ของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ไปจนถึงการผลิตหรือการกระจายเนื้อหมู หรือเรียกได้ว่ากินรวบตั้งแต่ต้นน้ำจนปลายน้ำ
ดังนั้น การแก้ปัญหาเรื่องนี้ คือ ไม่ปล่อยให้มีการผูกขาดรวมศูนย์ โดยต้องเพิ่มผู้เลี้ยงหมูรายย่อยให้มีมากที่สุด ส่งเสริมให้มีการผลิตอาหารสัตว์ได้เองหรือส่งเสริมให้มีแหล่งกระจายเนื้อหมู เพื่อไม่ให้มีการพึ่งพาบริษัทอาหารสัตว์ขนาดใหญ่อีก รวมถึงต้องรักษาเกษตรกรอื่นที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตด้วย เช่น เกษตรกรที่ผลิตข้าวโพด ปลายข้าว เพื่อให้เขามีอาชีพอยู่ได้และเพื่อไม่ให้มีการรวมศูนย์ในมือของคนใดคนหนึ่ง
_________________________
เรียกร้องรัฐจัดการปัญหาหมูแพง
_________________________
นิพัฒน์ มองว่าความจริงใจของภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้เป็นเรื่องที่สำคัญ รัฐควรแก้ปัญหาการระบาดของโรคดังกล่าว หรือการทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่หายไปกว่า 2 แสนรายกลับเข้ามาเลี้ยงหมูได้เหมือนเดิม หรือแม้กระทั่งการแก้ปัญหาเรื่องราคาหมูที่แพงจนกระทบพ่อค้าแม่ค้าแผงหมู ร้านอาหาร และผู้บริโภค โดยต้องหาแนวทางในการสร้างความสมดุลกับผู้บริโภค “แม้หมูจะมีราคาแพง แต่ผู้บริโภคอย่างเราก็ไม่ควรละเลยที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการปัญหาหรือผลักดันไม่ให้มีการผูกขาดปัจจัยการผลิตต่าง ๆ” วิฑูรย์ ระบุและยังเสริมอีกว่า การเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่สำคัญ เช่น การกระจายการผลิตอาหารให้กับรายย่อย หรือแม้แต่มีการเสนอให้มีการนำเข้าเนื้อสัตว์เพื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้ เขามองว่าอาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาในระยะยาว เนื่องจากเมื่อนำเนื้อสัตว์เข้ามาจะส่งผลกระทบกับรายย่อย โดยอาจจะเกิดการรวมศูนย์หรือการผูกขาดการนำเข้า และที่ตามมาในอนาคต คือ ผู้บริโภคจะลำบาก เพราะต้องพึ่งพาต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เราต้องอดทนและควรเรียกร้องให้มีการส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย ทั้งเรื่องการผลิตอาหารสัตว์ด้วยตัวเอง การผลิตหมู หรือแม้แต่การส่งเสริมให้มีสถานที่ที่รองรับการกระจายผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวล คือ เมื่อสินค้าบริโภคจำเป็นประเภทหนึ่งมีราคาถีบตัวสูงผิดปกติ มักจะทำให้ราคาของสินค้าประเภทอื่น ๆ ถีบตัวตามไปด้วย แม้ไม่ได้มีผลกระทบโดยตรงจากราคาของเนื้อหมู ดังนั้น จึงจำเป็นที่ รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ต้องพยุงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคให้เกิดความเสถียร เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อ
ผู้บริโภคมากเกินความจำเป็น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ข่าวดี! ‘นนท์พร้อม’ ประกาศให้ ปชช.ลงทะเบียนฉีดวัคซีนเข็ม 3 เป็น Pfizer

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627089

ข่าวดี! 'นนท์พร้อม' ประกาศให้ ปชช.ลงทะเบียนฉีดวัคซีนเข็ม 3 เป็น Pfizer

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 14.37 น.

7 ม.ค.65 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี ประกาศแจ้งให้ประชาชนสามารถลงทะเบียน นัดวันฉีดวัคซีน booster เข็ม 3 เป้น Pfizer สำหรับคนไทยทั่วไป ไม่จำกัดพื้นที่อาศัย 

โดยแจ้งว่า “นนท์ booster” จัดฉีดวัคซีนเข็ม 3 เป็น Pfizer (booster)
***สำหรับคนไทย และไม่จำกัดพื้นที่อยู่อาศัย
*** เงื่อนไข
1. ฉีดSinovac หรือ Sinopharm มาครบ 2 เข็ม และ ฉีดเข็ม 2 มาก่อน 11 ธันวาคม 2564
2.ฉีด AstraZeneca มาครบ 2 เข็ม และ ฉีดเข็ม 2 มาก่อน 11 ตุลาคม 64
3. ฉีด Sinovac เข็ม 1 และ Pfizer เข็ม 2 โดยฉีดเข็ม 2 มาก่อน 11 กรกฎาคม 64
*** ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 7-10 มกราคม 2565 ก่อนเวลา 12.00 น. (หรือจนกว่าจะเต็มจำนวน) https://www.xn--o3cdavpl4ezlya.com/nontpr…/vcevent/slot/36
*** ฉีดวัคซีนที่ WestGate Hall เซนทรัล เวสเกต วันที่ 11, 12, 13 มกราคม 2565 วันละ 8,000 คน 
เป็นการลงทะเบียน แบบทราบวันนัด และสนามฉีดชัดเจนแล้ว ถือเป็นการยืนยันนัดทันที (ไม่มีการแจ้ง SMS) ในใบนัดจะแสดงสถานที่นัด วันและเวลานัดหมายชัดเจน ขอให้ไปตามเวลานัดหมาย เพื่อเป็นไปตามมาตรการ Social Distancing” .-008

ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้องเสือหน้าแบ๊วมาก! เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยว

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627073

น้องเสือหน้าแบ๊วมาก! เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมกระตุ้นท่องเที่ยว

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 13.07 น.

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน “Chiang Mai Night Safari”

7 มกราคม 2565 เมื่อเวลา 10.30 น. สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จัดพิธีแถลงข่าวการจัดโครงการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน “Chiang Mai Night Safari”โดยมี นายสายสิทธิ์ เจตสิกทัต ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เป็นประธานเปิด และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมด้วย ณ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

 นายสายสิทธิ์ เจตสิกทัต กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด19 ส่งผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อม ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง เนื่องจากมีมาตรการการปิดประเทศ ทำให้ภาคผู้ประกอบการท่องเที่ยวและภาคประชาชนต้องอยู่ในสภาวะวิกฤตจากพิษเศรษฐกิจที่หยุดชะงักตัวลง ความหวังเดียวในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือ การกระตุ้นการท่องเที่ยวของคนไทยในประเทศด้วยกันเอง เนื่องจากรายได้หลักมาจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจึงมีแนวคิดที่จะฟื้นฟู ปรับปรุง และสร้างกิจกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย เพื่อสร้างรายได้ให้กับเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีและชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้น

จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน “Chiang Mai Night Safari” ขึ้น เพื่อสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีและจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มขึ้น และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้กับชุมชน ให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งก่อให้เกิดกระแสการท่องเที่ยว การซื้อสินค้า และบริการ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค เป็นการกระจายรายได้สู่ภาคประชาชน ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน ต่อไป

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน SHA Plus จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการระดับดีเยี่ยม ประจำปี 2564 จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นักท่องเที่ยวสามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัยในการเข้าใช้บริการ ซึ่งมีมาตราการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด19 

โดยแสดงวัคซีนพาสปอร์ต หรือผลตรวจ ATK ไม่เกิน 72 ชั่วโมง, คัดกรองวัดอุณหภูมิก่อนเข้า (ไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส) และขอความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัยขณะเข้าใช้บริการ และเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอแล็บ’เฉลยแล้ว! ทำไมกินยา’ฟาวิพิราเวียร์’แล้วตาสีม่วง

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627065

'หมอแล็บ'เฉลยแล้ว! ทำไมกินยา'ฟาวิพิราเวียร์'แล้วตาสีม่วง

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.48 น.

วันที่ 7 มกราคม 2565 จากกรณีมีชาวเน็ตรายหนึ่งออกมาแชร์ประสบการณ์ติดโควิด พร้อมทานยาต้านโควิด-19 แล้วเกิดผลข้างเคียง โดยมีอาการตาเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง 

ล่าสุด ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน โพสต์เฟซบุ๊กแฟนเพจ “หมอแล็บแพนด้า” ระบุว่า กินยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ใช่แค่ตาสีม่วงน้ำเงิน แต่บางคนตาเรืองแสงได้ด้วยนะคร้าบ

ฟาวิพิราเวียร์เป็นยาต้านไวรัสที่ อย่างที่เรารู้กันว่ามีฤทธิ์ต่อต้านอาร์เอ็นเอไวรัสหลายชนิด ก็เลยเอามารักษาโควิดเพราะโควิดมันเป็นไวรัส

ฟาวิพิราเวียร์ อีกชื่อนึงมันคือ 5-Fluoro-2-hydroxypyrazine-3-carboxamide ซึ่งประกอบไปด้วยสารเรืองแสง ทีนี้พอเรากินยาเข้าไปเพื่อรักษาโควิด แถมต้องกินวันละเป็น 10 เม็ด ยามันก็เลยกระจายไปทั่วร่าง ทั้งผิว เส้นผม เล็บ ลูกตา บางคนจะเห็นชัดเลยว่าเรืองแสง บางคนก็มองด้วยตาเปล่าแล้วเห็นเป็นสีม่วงๆ ไม่ต้องตกกะใจครับ ไม่กี่วันเดี๋ยวร่างกายก็กำจัดยาออกไปเอง

ไม่ได้กลายเป็นมนุษย์เรืองแสงหรือตาม่วงไปตลอด เดี๋ยวก็กลับมาเป็นปกติครับ แต่เยี่ยวม่วงไม่เกี่ยวเด้ออออ 5555

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วงการสมุนไพรตีปีก! เกษตรฯผลิตพลูคาวปลอดโรคไร้สารพิษสำเร็จ

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627060

วงการสมุนไพรตีปีก! เกษตรฯผลิตพลูคาวปลอดโรคไร้สารพิษสำเร็จ

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 11.31 น.

กรมวิชาการเกษตร โชว์เทคนิคเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อผลิตต้นพลูคาวปลอดโรค ไร้สารพิษ ผลิตได้จำนวนมากภาย ใช้เวลาน้อย พร้อมวิจัยใช้สารกระตุ้นเพิ่มปริมาณ 2 สารสำคัญใช้ประโยชน์ในวงการแพทย์และอุตสาหกรรมเครื่องสำอางได้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เผยทดสอบปลูกต้นพลูคาวปลอดเชื้อในระบบไฮโดรโปนิกส์พบต้นโตเร็ว มีคุณภาพ ปราศจากโรค สร้างรายได้ให้เกษตรกรผลิตต้นพลูคาวได้ยาวตลอดปี   

นางปิยรัตน์ ธรรมกิจวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันพืชสมุนไพรเป็นพืชที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากพืชสมุนไพรหลายชนิดมีสารสำคัญสามารถรักษาโรคบางชนิดได้ และยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น สมุนไพลพลูคาว สมุนไพรที่ประเทศต่างๆ นำไปใช้รักษาโรคและเป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ส่วนในประเทศไทย มีการใช้สมุนไพรพลูคาวเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันเป็นสารต้านมะเร็ง รักษาภูมิแพ้ เบาหวาน และใช้เป็นยาต้านการอักเสบ

อย่างไรก็ตาม การผลิตพืชสมุนไพรพลูคาวของไทยยังมีปัญหาสำคัญที่มีผลต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตคือโรคใบจุดและโรคต้นกล้าแห้ง ซึ่งการสะสมของโรคในต้นพันธุ์พลูคาวทำให้พืชมีความอ่อนแอต่อการเข้าทำลายของเชื้อสาเหตุโรคอื่นๆ และทำให้ได้ผลผลิตน้อย จึงทำให้มีการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืชเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้มีการปนเปื้อนของสารเคมีจากการป้องกันกำจัดโรค 

สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ จึงได้ทำการประยุกต์ใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเพื่อผลิตต้นพลูคาวปลอดโรคและปลอดสารพิษจำนวนมากภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งสามารถย้ายเพื่อนำไปปลูกในโรงเรือนเพาะชำเพื่อผลิตเป็นต้นกล้าปลอดโรคให้แก่เกษตรกรได้ รวมทั้งสามารถนำต้นพลูคาวปลอดโรคและสารพิษไปต่อยอดประยุกต์ปลูกในระบบโรงงานผลิตพืช (Plant factory) ซึ่งเป็นการปลูกพืชในอาคารที่ถูกสร้างและออกแบบมาเฉพาะได้ทำให้สามารถผลิตสมุนไพรพลูคาวคุณภาพสูงได้ตลอดทั้งปี

นางปิยรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ยังได้พัฒนาขั้นตอนการเพิ่มการผลิตสารสำคัญสารเคอร์ซิตรินและรูตินในพลูคาว 2 สายพันธุ์ คือพันธุ์ใบเขียวกับพันธุ์ก้านม่วง ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้มักนิยมใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง จึงทำให้สารสำคัญทั้ง 2 ชนิดนี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ซึ่งแม้ว่าพลูคาวจะสามารถสังเคราะห์สารเคอร์ซิตรินและรูตินได้เองตามธรรมชาติแต่พบว่าจะมีปริมาณการผลิตที่ไม่สม่ำเสมอ บางครั้งจะได้สารในปริมาณที่น้อยมาก เนื่องจากปริมาณสารพฤกษ์เคมีหรือสารสำคัญในพืชมักแปรผันตามสภาพแวดล้อมหรือพื้นที่เพาะปลูก

แต่จากงานวิจัยของ นางสาววรารัตน์ ศรีประพัฒน์ นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ พบว่าการใช้สารที่สามารถกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองในพืชนั้นสามารถกระตุ้นให้พลูคาวสามารถเพิ่มการผลิตสารเคอร์ซิตรินในพลูคาวได้ถึง 3 เท่าและสามารถเพิ่มการผลิตสารรูตินในพลูคาวได้ถึง 1.6 เท่า ภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับต้นที่ไม่ได้รับสารกระตุ้น ซึ่งจะทำให้เกิดประโยชน์ในการผลิตสารสำคัญจากพืชในเชิงพาณิชย์ต่อไป

ปัจจุบันสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ ได้ทดสอบปลูกต้นพลูคาวปลอดเชื้อในระบบที่ไม่ใช้ดินหรือระบบไฮโดรโปนิกส์ พบว่าการปลูกพืชในระบบนี้ทำให้สามารถจัดปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำ แสง ธาตุอาหาร และอุณหภูมิ ให้แก่พืชได้อย่างเหมาะสม ต้นพลูคาวสามารถเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วอย่างมีคุณภาพ ปราศจากโรค ทำให้สามารถผลิตพลูคาวได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งงานวิจัยนี้สามารถพัฒนากระบวนการผลิตพืชสมุนไพรพลูคาวสายพันธุ์ไทยเพื่อให้ได้พืชสมุนไพรที่มีคุณภาพ ปราศจากการปนเปื้อนสารพิษและสิ่งเจือปน เป็นทางเลือกในการปลูกพืชที่มีประสิทธิภาพเพื่อการวิจัยและพัฒนา รวมทั้งควบคุมคุณภาพมาตรฐานในการผลิตสมุนไพรพลูคาวในเชิงพาณิชย์ต่อไป 

ผู้ที่สนใจ “เทคโนโลยีการพัฒนาคุณภาพสมุนไพรพลูคาว” หรือต้องการต้นพลูคาวปลอดโรค สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร โทร. 02-904-6885 ต่อ 213″  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนเก็บของเก่า เลี้ยงหมาแมวกว่าร้อยตัว วอนผู้ใจบุญช่วย ยังค้างค่าไฟ2หมื่น

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627048

คนเก็บของเก่า เลี้ยงหมาแมวกว่าร้อยตัว วอนผู้ใจบุญช่วย ยังค้างค่าไฟ2หมื่น

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.33 น.

ชาวบ้านอาชีพเก็บของเก่า จังหวัดพิจิตร เก็บสุนัขจรจัด เลี้ยงกว่า 100 ตัว และแมว อีก 60 ตัว ขณะนี้กำลังประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอ รวมถึงถูกร้องเรียนให้ทำโรงเรือนใหม่ จึงเรียกร้องผู้ใจบุญช่วยเหลือค่าอาหารสุนัขและแมวและสร้างโรงเรือน

7 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร สุนัขจรจัดและแมว รวมเกือบ 200 ตัว ของบ้านแมวกำพร้า บ้านสุนัขจรจัด ของนางยุพิณ ชาวพิจิตร อายุ 55 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 13 บ้านคลองอุดม ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ที่ทุกๆวันจะต้องหุงข้าว 30 กิโลกรัม พร้อมโครงไก่และอาหาร ทำการเลี้ยงดูสุนัขจรจัด ที่ถูกทิ้งตามที่สาธารณะ และกลับมาเลี้ยง ไว้ที่บ้าน จำนวน 112 ตัวและแมว อีก 60 ตัว รวมเกือบ 200 ตัว ทำให้แต่ละวันต้องมีค่าใช้จ่ายทั้งค่าอาหารและยาวัน วันละ 1,000 บาท 

โดย นางยุพิณ บอกว่า ตนมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ปัจจุบันต้องจ่ายค่าอาหารสุนัขและแมวจรจัดจำนวนมาก ซึ่งไม่เพียงพอในการใช้จ่าย โดยเป็นรายจ่ายที่สูงสวนทาง กับรายได้จากการเก็บของเก่าที่ไม่เพียงพอ แต่ไม่อยากให้สัตว์ต้องอดอาหารและตาย จึงต้องทำการเลี้ยงเนื่องจากสงสาร สุนัขและแมวที่ถูกทิ้ง ถึงแม้ว่าภาระหนี้สินทั้งค่าอาหาร ค่ายารักษา รวมถึงค่ากระแสไฟฟ้าที่ยังติดค้างเจ้าหน้าที่อีกกว่า 2 หมื่นบาท

นอกจากนี้ ทางบ้านแมวกำพร้า บ้านสุนัขจรจัด ยังถูกร้องเรียนจากชาวบ้าน หลังที่มีสุนัขจรจัดออกไปทำลายสิ่งของ รวมถึงสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบ ให้ปรับปรุงโรงเรือน อาคาร ซึ่งยังขาดเงินทุน สำหรับการก่อสร้าง จึงอยากให้ผู้ใจบุญช่วยเหลือสุนัขและแมวที่ถูกทิ้ง

สำหรับบ้านแมวกำพร้า บ้านสุนัขจรจัด ของนางยุพิณ ชาวพิจิตร ได้เก็บสุนัขจรจัดและแมวที่ถูกทิ้งมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน มากว่า 10 ปี  โดยแบ่งพื้นที่ในบ้านสร้างเป็นโรงเรือนอย่างดีให้กับแมวและสุนัข ปัจจุบันนอกจากจะเลี้ยงดูสุนัขและแมวจรจัดที่เก็บมาเลี้ยงภายในบ้านแล้ว ยังมีสุนัขจรจัดที่ถูกปล่อยทิ้งตามไร่อ้อย ซึ่งมีจำนวนมากที่ต้องดูแล ซึ่งอยากฝากวอนผู้ใจบุญที่รักสัตว์ช่วยเหลือ 

โดย สามารถ ช่วยเหลือได้ที่นางยุพิณ ชาวพิจิตร ชาวบ้านหมู่ที่ 13 ตำบลป่ามะคาบ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เบอร์โทรศัพท์ 085 722 1791 หรือช่วยเหลือบริจาคเงิน ได้ที่ชื่อนางยุพิณ ชาวพิจิตร บัญชีธนาคารออมสิน สาขาราชรถ เลขที่บัญชี 020068553112 เพื่อช่วยสุนัขและแมวจรจัดที่เก็บมาเลี้ยง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ ฟื้นอาชีพผู้เลี้ยงรายย่อย

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627045

เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเชียร์รัฐแก้ปัญหาหมูทั้งระบบ ฟื้นอาชีพผู้เลี้ยงรายย่อย

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.23 น.

เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรหนุนมาตรการเร่งแก้ปัญหาหมูของภาครัฐทั้งระบบบ พร้อมสนับสนุนแนวทางส่งเสริมเกษตรผู้เลี้ยงรายย่อยให้ฟื้นอาชีพกลับมาเลี้ยงสุกร เพิ่มซัพพลายหมู ขอเร่งเยียวยา-หาสินเชื่อช่วยเกษตรกร ย้ำต้องปล่อยกลไกตลาดทำงานเสรี

นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรสนับสนุนมาตรการเร่งแก้ปัญหาสุกรของภาครัฐ ด้วยการส่งเสริมเกษตรผู้เลี้ยงรายย่อยให้ฟื้นอาชีพกลับมาเลี้ยงสุกร เพื่อให้มีปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบโดยเร็ว หลังจากที่พี่น้องเกษตรกรต้องเลิกเลี้ยงหรือชะลอการเลี้ยงไปถึง 60% ของจำนวนผู้เลี้ยงทั่วประเทศ จากที่เคยมีถึง 200,000 ราย เหลือเพียง 80,000 รายในปัจจุบัน โดยภาครัฐต้องสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถกลับมาดำเนินการเลี้ยงให้ได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสะสมที่เกษตรกรต้องแบกรับมาตลอด ทั้งเรื่องการเร่งจ่ายเงินชดเชยคงค้างให้กับผู้เลี้ยงที่ประสบปัญหาเรื่องโรคในสุกร และได้รับผลกระทบจากมาตรการของภาครัฐ ที่กำหนดให้มีการทำลายสุกร เพื่อป้องกัน ควบคุมและกำจัดโรค รวมถึงการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในช่วงก่อนหน้านี้ เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนในการเริ่มต้นเลี้ยงสุกรใหม่ ควบคู่กับการสร้างแรงจูงใจและสร้างความมั่นใจ ด้วยการประกันภัย กรณีที่กลับมาเลี้ยงใหม่แล้วเกิดความเสียหาย จะต้องมีการชดเชยในทันที

“ที่ผ่านมาเกษตรกรให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลผู้บริโภคมาตลอด ทั้งที่ต้องเผชิญกับปัญหารอบด้านมานานกว่า 3 ปี เราต้องแก้ปัญหาโดยลำพัง ต้องดูแลและช่วยเหลือกันเอง โดยไม่เคยได้รับความช่วยเหลือใดๆ จนกลายเป็นปัญหาสะสมทำให้คนเลี้ยงไม่มั่นใจ พากันเลิกอาชีพ และปล่อยเล้าร้าง จำนวนหมูจึงลดลงอย่างมากในวันนี้ ถึงแม้ว่าราคาจะจูงใจ แต่ความกังวลต่อสถานการณ์ต่างๆ ทุกคนจึงไม่กล้าเสี่ยง ดังนั้นการจะาฟื้นอาชีพและเรียกความเชื่อมั่นของเกษตรกรกลับมาอีกครั้ง ภาครัฐต้องแก้ปัญหาทั้งระบบในทันที เพราะการเพิ่มปริมาณหมูขุนให้กลับมาใกล้เคียง 18-19 ล้านตัวต่อปี จะต้องใช้เวลา 1-2 ปี ภาครัฐต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือคนเลี้ยงหมู ให้เหมือนกับที่ช่วยเหลือเยียวยาภาคเกษตรอื่นๆ โดยเฉพาะการจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การช่วยลดหนี้ พักหนี้ หรือพักดอกเบี้ย พร้อมเร่งช่วยลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุด รวมถึงเลื่อนจ่ายภาษีของเกษตรกรออกไปก่อน และต้องปล่อยให้ราคาซื้อขายเป็นไปตามกลไกตลาด” นายสุนทราภรณ์ กล่าว

นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางแก้ปัญหา ด้วยการงดส่งออกสุกรไปต่างประเทศนั้น ข้อเท็จจริงคือ ขณะนี้การส่งออกหยุดไปโดยอัตโนมัติ จากปริมาณสุกรที่หายไปจากระบบและไม่เพียงพอป้อนตลาดในประเทศ ประกอบกับสุกรไทยมีต้นทุนสูงและราคาปรับเพิ่มขึ้นจึงไม่จูงใจในการสั่งซื้อ ส่วนที่แนะนำให้แก้ปัญหาโดยการนำเข้าสุกรจากต่างประเทศเป็นการชั่วคราว จะยิ่งซ้ำเติมปัญหา เพราะคนไทยต้องเสี่ยงกับสารเร่งเนื้อแดงที่อาจปนเปื้อนมากับผลิตภัณฑ์สุกรต่างประเทศ เกษตรกรต้องเสี่ยงกับโรคสุกรที่อาจติดมากับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รวมถึงผลกระทบต่อวงจรการผลิตสุกรทั้งอุตสาหกรรม ต่อเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชไร่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ ภาคเวชภัณฑ์และอุปกรณ์การเลี้ยง จนถึงภาคธุรกิจอื่นๆตลอดห่วงโซ่ ที่ต้องล่มสลาย เนื่องจากสุกรไทยไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับสุกรต่างประเทศได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศึกรถเมล์กลางกรุง! ขับปาดหน้าพยายามหาเรือง ไม่สนความปลอดภัยผู้โดยสาร (คลิป)

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627040

ศึกรถเมล์กลางกรุง! ขับปาดหน้าพยายามหาเรือง ไม่สนความปลอดภัยผู้โดยสาร (คลิป)

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 10.00 น.

วันที่ 7 มกราคม 2565 เฟซบุ๊กเพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 3” โพสต์คลิปสุดหวาดเสียวของรถเมล์ 2 คัน กลางกรุง ที่ขับปาดหน้ารถอีกคัน โดยระบุข้อความว่า “รถบริการสาธารณะ ขับกันแบบนี้ จะแย่ง ผดส.หรือยังไง หรือมีแซะกันมา ก็ไม่ควรเอาชีวิต ผดส.มาเสี่ยงกับการขับที่หวาดเสียวแบบนี้ รถเมล์ (รถร่วม) ขับพยายามหาเรื่องรถ ขสมก. ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยเลยครับ รถเมล์สาย 81 เบอร์ข้างรถ 34 ถนนเพชรเกษม ตั้งแต่สายสอง ถึงเดอะมอลล์ครับ ไม่มีปาดหรือแซงอะไรเลย ขับซ้ายตลอดครับ”

หลังคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารบนรถ รวมทั้งผู้ใช้รถใช้ถนน โชคดีที่ไม่มีอันตรายเกิดขึ้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนลุก! ภาพถ่ายติดวิญญาณ’ผีหัวขาด’กลางสะพานที่อุดรธานี

Posted on January 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/627034

ขนลุก! ภาพถ่ายติดวิญญาณ'ผีหัวขาด'กลางสะพานที่อุดรธานี

วันศุกร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2565, 09.24 น.

ขนลุกกันทั้งซอย ภาพติดวิญญาณกลางสะพานข้ามคลองที่อุดรธานี หวังหมอปลามาพิสูจน์ เชื่อมีอาถรรพ์และวิญญาณมาขอส่วนบุญ เพราะก่อนนี้มีคนตายจากอุบัติเหตุและผูกคอตาย เชื่อว่าวิญญาณยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด

7 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวจ.อุดรธานี รายงานว่า มีเรื่องขนลุกภาพติดวิญญาณบริเวณซอยไทยสมุทร 1 บ้านถ่อน ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังจาก 2 วัยรุ่นหนุ่มสาวเจอสิ่งลี้ลับระหว่างทางไปบ้านป้าเพื่อนำของไปให้ที่บ้าน แล้วนำโทรศัพท์มาภาพถ่ายภาพเป็นหลักฐาน แต่ไม่คาดคิดว่าภาพที่ถ่ายไว้จะติดวิญญาณตามความเชื่อจนส่งเรื่องไปยังเพจ “หมอปลามือปราบสัมภเวสี” เพื่อไขข้อสงสัย โดยมีนางอารียา ขันดี อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 835 หมู่ 1 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี นำ น.ส.วิภาพา ขันดี อายุ 17 ปี ลูกสาว และนายพีรวัฒน์ แสนพงษ์ อายุ 18 ปี เพื่อนชาย ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวและพาไปดูจุดที่ระบุว่าเห็นวิญญาณและถ่ายภาพไว้ได้

น.ส.วิภาพา ขันดี อายุ 17 ปี เปิดเผย วันที่ 5 ม.ค.65ที่ผ่านมา เพื่อนๆในกลุ่มนักศึกษาที่เรียนด้วยกัน ได้ชักชวนกันไปเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครอุดรธานี กระทั่งเวลา 19.30 น. นายพีรวัฒน์ ที่เป็นเพื่อนในกลุ่มได้ขี่รถจักรยานยนต์พามาส่งของให้ป้าที่บ้าน โดยขับขี่มาคนละคัน เมื่อขี่รถจักรยายนต์มาจอดที่ปากซอยไทยสมุทร 1 เพื่อลงไปซื้อของที่ร้านขายของชำเพิ่มเติมให้ป้า ซึ่งบ้านป้าอยู่ในซอยลึกเข้าไปประมาณ 300 เมตร และต้องขี่ผ่านสะพานข้ามคลองระบายน้ำ ที่เคยเกิดอุบัติเหตุเมื่อปีที่แล้ว เป็นเหตุให้มีผู้ชายเสียชีวิตอยู่บริเวณสะพานดังกล่าว และใกล้ๆกันก็เคยมีเหตุคนผู้คอตายมาแล้วเช่นกัน

‘ก่อนออกจากร้านขายของชำก็สังเกตเห็นเพื่อนมีอาการผิดปกติแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เมื่อซื้อของแล้วก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปบ้านป้าตามปกติ โดยมีเพื่อนตามมาส่ง พอถึงบ้านแล้ว เพื่อนเล่าให้ฟังว่าเห็นวิญญาณเห็นสิ่งลี้ลับและได้ถ่ายภาพเอาไว้ ก่อนจะเปิดโทรศัพท์มือถือเพื่อดูภาพที่บันทึกไว้พร้อมกัน พอเห็นภาพแล้วก็รู้สึกกลัว เห็นชัดเจนว่าเป็นภาพติดวิญญาณ เส้นทางนี้มืดน่ากลัวอยู่แล้ว อยู่บริเวณนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน เป็นคนกลัวผีมาก คงไม่กล้าผ่านบริเวณนี้อีกแล้ว’

ด้านนายพีรวัฒน์ เปิดเผยว่า ระหว่างรอเพื่อนซื้อของที่ร้านขายของชำ ตนได้ยืนมองเข้าไปในซอย ห่างไปประมาณ 50 เมตร สังเกตเห็นคนไม่มีศีรษะท่อนล่างมืดดำ เห็นแค่หัวเข่าถึงคอเท่านั้น รูปร่างคล้ายผู้หญิง ลักษณะเดินช้าๆทื่อๆ ผ่านคอสะพานจากทางซ้ายไปทางขวาบริเวณกลางสะพาน พอเห็นแล้วรู้สึกตกใจกลัวจนอึ้งและนิ่งไปเลย ตอนนั้นเพื่อนก็ถามว่าเป็นอะไรทำไมถึงเงียบ แต่ตนไม่อยากเล่าให้เพื่อนฟัง ยังมีสติอยู่ถอยหลังแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพนิ่งเอาไว้ แต่ไม่กล้าเปิดดู และเก็บโทรศัพท์มือถือทันที ปล่อยให้เพื่อนขี่รถนำหน้าไปก่อน ส่วนตนไปนั่งที่ฟุตปาทเปิดมือถือดูภาพดังกล่าว

‘พอมาถึงบ้านป้าเพื่อนก็ตัดสินใจเล่าสิ่งที่เห็นทั้งหมด และเปิดภาพถ่ายติดวิญญาณให้พ่อแม่และเพื่อนดู ซึ่งพ่อและแม่ก็บอกว่าคงเป็นวิญญาณที่อยู่บริเวณนั้นมาขอส่วนบุญ เรื่องดังกล่าวทำให้ตนถึงกับนอนไม่หลับ ข่มตาลงก็เห็นแต่ภาพวิญญาณที่เห็นเต็มทั้งสองตา ตื่นเช้าก็รีบไหว้พระสวดมนต์ และใส่บาตรทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณที่พบเห็นตามความเชื่อ เสร็จแล้วก็มาหาเพื่อนอีกครั้ง แม่และลุงของเพื่อนก็บอกว่าน่าจะเป็นวิญญาณมาขอส่วนบุญ’

นางอารียา ขันดี เปิดเผยว่า หลังจากเด็กๆมาเล่าให้ฟังและนำภาพที่ถ่ายติดวิญญาณให้ดู ก็รู้ทันทีว่าลูกเห็นวิญญาณ จึงรีบนำเอาด้ายสายสิญจน์มาผูกข้อมือเรียกขวัญ เอาน้ำมนต์มารด และให้กิน  เชื่อว่าพวกเขาเห็นจริงๆ ซึ่งเมื่อก่อนบริเวณนี้จะไม่เจริญเป็นป่า มีคลองน้ำและสะพานไม้น่ากลัว มีอุบัติเหตุผู้ชายเมาขี่รถจักรยานยนต์กับรถปิกอัพที่สะพานและเสียชีวิต จากนั้นตัดสินใจส่งภาพไปที่เพจหมอปลา ถามว่าภาพที่ปรากฏคืออะไร เขาต้องการอะไร หมอปลาตอบกลับมาว่า ถ่ายเมื่อไหร่ อยู่จังหวัดไหน ขอเบอร์โทรติดต่อกลับ เชื่อว่าวิญญาณมาขอส่วนบุญ ซึ่งได้ทำบุญให้แล้ว แต่ยังอยากได้คำตอบอยู่ ยังรอหมอปลามาให้คำตอบอีกครั้ง. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,288,008 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
ข้าราชการดีเด่น (3)
'บี้ เคพีเอ็น'ต่อมน้ำตาแตกหลักถูกภรรยา'กุ๊บกิ๊บ'เซอร์ไพรส์วันเกิด
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
TMB starts smart service  for portfolio management
ทรัมป์ถล่มมูลนิธิคลินตัน ใช้เส้นหาเงินเข้ากระเป๋า
‘คริสเทน สจ๊วร์ต’ ในบทบาท ‘เจ้าหญิงไดอาน่า’ #SootinClaimon.Com
S&P, Fitch stay negative on British debt on Brexit questions
Pressure is a privilege as Man City look to close out title
'อิ๋งอิ๋ง'ชวนชมภาพงานเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสิน

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d