Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘พระมหาสมปอง’สึกแล้ว! เป็นฆราวาสเต็มตัว ยังเก็บตัวเงียบ

Posted on December 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/625442

'พระมหาสมปอง'สึกแล้ว! เป็นฆราวาสเต็มตัว ยังเก็บตัวเงียบ

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.00 น.

วันที่ 29 ธันวาคม 2564 จากกรณีที่พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พระลูกวัดสร้อยทอง ประกาศลาสิกขา ในวันที่ 29 ธันวาคม เวลา 13.09 น.โดยก่อนหน้าที่จะลาสิกขา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “แม่ปอง” ที่เปลี่ยนชื่อไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ระบุว่า “ไม่กี่ชั่วโมงจะมีคนใส่เสื้อ ‘แม่ปอง’ และเสื้อท้องถิ่น ‘ไทยคอนสาร’ ชัยภูมิ ออกมาจากเงานี้” และ “เมฆสวย ฟ้าใส ในวันลาสิกขา อีกมุมหนึ่งก็ใจหายเนาะ” พร้อมกับโพสต์คลิปที่ถ่ายจากบนท้องฟ้าแสดงให้เห็นเมฆที่ลอยอยู่ นั้น

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก เรื่องเล่าเช้านี้ ได้โพสต์ภาพ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ได้ลาสิกขาเป็นฆราวาสเรียบร้อยแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ประกาศฤกษ์สึกในวันนี้ เวลา 13.09 น.

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต ได้ลาสิกขา เป็นนายสมปอง นครไธสง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากประกาศฤกษ์สึกในวันนี้เวลา 13.09 น.

ส่วน นายสมปอง ได้เก็บตัวเงียบ ไม่ยอมให้ผู้สื่อข่าวได้พบ และแจ้งว่า จะพบผู้สื่อข่าวอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (30 ธ.ค.) หลังจากเดินทางไปออกรายการโหนกระแสแล้ว

ขอบคุณภาพ คลิป จาก เรื่องเล่าเช้านี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เกษตรกรแพร่ปลูกไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง เดินหน้าเกษตรพอเพียงตามรอยรัชกาลที่ 9

Posted on December 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/625454

เกษตรกรแพร่ปลูกไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง เดินหน้าเกษตรพอเพียงตามรอยรัชกาลที่ 9

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.58 น.

“ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง” เป็นสินค้าเกษตรดาวรุ่งที่คุณวรรณบดี รักษา เกษตรกรจังหวัดแพร่ เลือกมาทำรายได้ พร้อมกับน้อมนำ “เกษตรพอเพียง” ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ 9) มาใช้กับการทำสวนไผ่ โดยเนรมิตพื้นที่เพียง 1 ไร่เศษปลูกไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง พร้อมกับสวนฝรั่ง และ ผักสวนครัว 

คุณวรรณบดี บอกว่า “ผมเริ่มออกจากงานประจำ ที่จังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นเกษตรกรเต็มตัว ตั้งแต่ปี 2549 โดยซื้อไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งมาปลูก 200 ต้น ฝรั่ง 200 ต้นซื้อผักหวานป่ามาปลูก เพื่อให้สวนเกิดความหลากหลาย พอผ่านไปประมาณปีครึ่งก็เริ่มขายหน่อไม้ ขายฝรั่ง ขายผักหวานป่า เห็นว่าหน่อไม้ก็น้ำหนักดี ไม่กี่หน่อก็ 1 กิโลกรัมและโดยเฉพาะคนทางเหนือ เขาชอบกินหน่อไม้ เราก็เลยนำมาปลูก 200 ต้น”

คุณวรรณบดี บอกด้วยว่า ปัจจุบันหน่อไม้พันธุ์ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งให้ราคาถึงกิโลกรัมละ 60 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ซื้อขายกันหน้าสวน เพราะเป็นพันธุ์ที่ไม่มีสารไซยาไนด์ที่ทำให้เกิดอาการปวดข้อ ปวดขา รวมทั้งยังมีการปลูกโดยวิธีอินทรีย์ ปลอดสารเคมี 100 ทำให้ยังมีลูกค้ามาซื้อไปรับประทานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 เพราะเป็นไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งกลายเป็นอาหารเพื่อสุขภาพไปแล้ว  

“พันธุ์นี้แม้เรากินดิบก็ไม่ขม ไม่มีสารไซยาไนด์ คนกินแล้วส่วนใหญ่ประทับใจ ไม่ปวดข้อ ไม่ปวดเข่า พอขายออกไปลูกค้าก็ประทับใจ เอาไปขายต่อ ไปเป็นของฝาก เป็นพันธุ์ที่ไม่มีสารไซนาไนด์ ไม่ขมเลย ตอนนี้เก็บหน่อไม้บงหวานเพ็ชรน้ำผึ้ง ต่อไร่ก็ประมาณ 10 กิโลกรัม หรือ 10 กว่ากิโลกรัม ก็ไม่พอขาย แล้วขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท มันก็ได้ ใช้เวลาแป๊บๆๆ ขายได้10 กิโลกรัมประมาณ 600  บาท ส่วนรายได้ต่อวันมาจากผักตัวอื่นบ้างซึ่งแล้วแต่ตามฤดูกาล” คุณวรรณบดีเล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง  

สำหรับแรงบันดาลใจที่คุณวรรณบดีหันมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว และ จับไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งขึ้นมาเป็นตัวหลักนั้น เพราะด้วยพื้นเดิมมีใจรักการทำเกษตร และ ประกอบกับเรียนจบคณะเกษตรศาสตร์ สาขาพืชสวน ภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อเรียนจบแล้วก็มีโอกาสทำงานในศูนย์วิจัยพืชไร่ จ.เชียงใหม่ จึงทำให้มีการต่อยอดเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำเกษตรมาเรื่อยๆ จนมีโอกาสในปี 2549 จึงตัดสินใจมาทำสวนไผ่ และ เดินหน้าเกษตรพอเพียงตามพระราชดำริอย่างเต็มตัว โดยใช้วิธีการปลูกแบบอินทรีย์ 

“หน่อไม้ที่ปลูกแนวอินทรีย์ ไม่ได้ใช้สารเคมี ฆ่าแมลง คนพอพูดถึงเกษตร ก็นึกถึงยาฆ่าแมลง หน่อไม้ ปกติจะไม่มีแมลง หรือ โรคกวนอยู่แล้ว หมายความว่า เราจะไม่ใช้เคมีให้พืชตัว และ แมลงจะไม่ชอบกิน ส่วนที่ใช้ปุ๋ยเคมี ยูเรีย พอมียอดอ่อน แมลงจะชอบ ที่สวนไผ่ของเราจะใช้แนวอินทรีย์ ให้เขาโตเองมาตลอด ประหยัดค่าปุ๋ย ค่าสารเคมี เพราะส่วนตัวผมจะไม่ชอบแนวสารเคมี และ ใจชอบการทำเกษตรอินทรีย์มาอยู่แล้วด้วย ก็เลยคิดว่า ถ้าเราจะเริ่มทำเกษตร ก็ไปดูตั้งแต่ชาวนาทำข้าวอย่างเดียว ก็จะเป็นหนี้ เป็นสิน ถ้าทำไร่อ้อย ส่วนใหญ่จะเป็นหนี้โรงงานก็ไม่รวยขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรจะปลูกพืชเชิงเดี่ยว ผมก็เลยหันมาจับเกษตรผสมผสาน ประกอบกับที่ดินมีน้อยก็เลยไม่ปลูกข้าว  ตอนแรกมีที่ดินประมาณไร่ครึ่ง ก็มาคิดว่ารายได้จากการปลูกไผ่หวาน เกษตรผสมผสานมีรายได้สูง ก็ปลูกไผ่ก่อน จากเดิมที่ผ่านมา ปลูก 200 ต้น ตอนนี้ เพิ่มเป็นหลายพันต้นแล้ว และ ขยายพื้นที่การทำไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์ด้วย” คุณวรรณบดีเล่าให้ฟัง  

คุณวรรณบดียังเล่าให้ฟังด้วยว่า เกษตรพอเพียงนั้น ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในแต่ละวันไปได้มาก โดยปัจจุบันครอบครัวมีกัน 4 ชีวิตมีค่าใช้จ่ายเพียง 20,000 บาทต่อเดือน มีรายได้เดือนละ 50,000-60,000 บาท ซึ่งก็เพียงพอกับการใช้ชีวิตประจำวัน และ ยังสามารถส่งลูก 2 คน เรียนหนังสือระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยนเรศวรและอีกคนหนึ่งกำลังเรียนชั้นอนุบาล  

คุณวรรณบดีฝากแง่คิดให้กับผู้คนหนุ่มสาวที่กำลังเผชิญกับมรสุมภัยโรคระบาดโควิด-19 และยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่อยู่ในขณะนี้ ให้มีกำลังใจและมองโอกาสพื้นที่บ้านเกิดว่าพอทำอะไรได้บ้างโดยเฉพาะการทำเกษตรกรรม  

“ถ้าเราคิดว่า เราใช้ชีวิตในเมืองไม่ไหวแล้ว ให้กลับบ้าน เพราะอย่างน้อยที่บ้านก็ยังมีเพื่อนฝูง มีพ่อแม่ หรือ หนึ่งไร่ สองไร่ ก็กลับไปอยู่กับพ่อแม่ ถ้าเราไม่มีที่ดินของพ่อแม่ เราก็หาเช่าก็ได้ เพราะต่างจังหวัดเขาจะคิดค่าเช่า 1,000 บาทต่อปี ก็ออกมาทำเกษตรผสมผสาน ปลูกผักบุ้ง กวางตุ้ง ผักชี พริก มะเขือ เราก็ทำแล้วไปขายตลาด ถ้าทำแนวอินทรีย์ คนเขารู้ ก็จะมาซื้อที่สวน ไม่ต้องเริ่มเยอะ เริ่มแค่ 1-3 ไร่ก็พอ ส่วนใหญ่จะลงทุนเยอะๆ แล้วเจ๊ง เพราะการทำเกษตรคนอาจจะมองว่า ต้องใช้ทุนเยอะ ทำไม่ได้ แต่จริงๆการทำเกษตรไม่ต้องใช้ทุนเยอะ” คุณวรรณบดีเล่าให้ฟัง  

สำหรับท่านใดสนใจไอเดียการทำสวนไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง ซึ่งเดินตามแนวทางพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 สามารถสอบถามรายละเอียดกับคุณวรรณบดี รักษา หรือ คุณเปีย ได้ที่ ต.แม่จั๊ว อ.เด่นชัย จ.แพร่ (อยู่ห่างสถานีรถไฟเด่นชัยมาทางในเมือง 3 กิโลเมตร) หรือโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 083-2663096 และ 082-2946224  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สบยช.เตือน ปชช.เดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ดื่มต้องไม่ขับ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด

Posted on December 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/625409

สบยช.เตือน ปชช.เดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ดื่มต้องไม่ขับ หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.43 น.

สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ เตือนประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ดื่มต้องไม่ขับขี่ยานพาหนะโดยเด็ดขาด งดการรวมกลุ่ม หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในสถานที่แออัด เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีวันหยุดยาว ประชาชนนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อพักผ่อนกับครอบครัว หรือเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสอากาสหนาวเย็น อาจมีการรวมกลุ่มเพื่อดื่มสังสรรค์ รวมไปถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างการเดินทาง หรือแวะดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามร้านอาหารแล้วเดินทางต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะเมื่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย จะทำให้ผู้ดื่มขาดสติ ควบคุมตัวเองไม่ได้ อาจเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาท หรือเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน สูญเสียทรัพย์สิน บาดเจ็บและร้ายแรงที่สุดอาจถึงขั้นเสียชีวิต 

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกจากส่งผลเสียต่อร่างกายผู้ดื่มแล้ว หากเมาแล้วขับจะมีโทษตามกฎหมาย โดยจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 – 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งพักการใช้ใบอนุญาตขับรถไม่ต่ำกว่า 6 เดือน หากเมาแล้วขับจนทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต มีโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถทันที ทั้งนี้ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังยังคงประสบปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 การรวมกลุ่มเพื่อดื่มสังสรรค์ จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อมากยิ่งขึ้น ยิ่งในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลงทำให้เม็ดเลือดขาวทำงานฆ่าเชื้อโรคในร่างกายได้ไม่เต็มที่ มีโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงการติดเชื้อ COVID -19 ด้วย

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลปีใหม่ ย้ำเตือนทุกคนที่ต้องขับขี่ยานพาหนะเพื่อกลับภูมิลำเนา หรือเดินทางท่องเที่ยว ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ เตรียมความพร้อมของรถโดยการตรวจเช็คสภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ เดินทางด้วยความระมัดระวัง มีสติรอบคอบ มีน้ำใจบนท้องถนน หากรู้สึกอ่อนเพลียควรหยุดแวะพักในจุดพักรถและต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนหรือระหว่างการขับรถโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID – 19 โดยการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ งดการรวมกลุ่ม หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่คนแออัด ย้ำคนในครอบครัวรวมถึงเพื่อนหรือคนใกล้ชิด ต้องดูแลซึ่งกันและกัน คอยบอกคอยเตือน 

หากมีการดื่มต้องไม่ให้ขับขี่โดยเด็ดขาดเพราะอาจเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน สูญเสียทรัพย์ บาดเจ็บ ร้ายแรงที่สุดอาจถึงขั้นเสียชีวิต เท่านี้ก็จะสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย หากประสบปัญหาเกี่ยวกับสุรา หรือยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pmindat.go.th

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตือนชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกเฝ้าระวัง 3 โรครุมระบาดช่วงต้นปี

Posted on December 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/625407

เตือนชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกเฝ้าระวัง 3 โรครุมระบาดช่วงต้นปี

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.32 น.

กรมวิชาการเกษตร เตือนชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกช่วงเดือนมกราคมเฝ้าระวัง 3 โรครุมทุเรียนระยะพัฒนาผล ให้หมั่นสำรวจสวนและป้องกันกำจัดตามคำแนะนำ ให้น้ำใส่ปุ๋ยให้เพียงพอ พร้อมใช้เชือกโยงกิ่งและผลป้องกันผลร่วงและลำต้นหักโค่น

นายศรุต สุทธิอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ปัญหาการผลิตทุเรียนที่สำคัญของชาวสวนทั้งภาคตะวันออกและภาคใต้คือการระบาดของโรคทุเรียนซึ่งในรอบ 12 เดือนจะมีการระบาดของโรคทุเรียนที่แตกต่างกันตามระยะการเจริญของทุเรียนและสภาพอากาศ ซึ่งเกษตรกรจะใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืชเป็นจำนวนมากทั้งได้ผลและไม่ได้ผลขึ้นอยู่กับความเข้าใจในการปฏิบัติดูแลของเกษตรกรแต่ละราย เนื่องจากการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชอย่างมีประสิทธิภาพนอกจากต้องรู้จักชนิดของโรคพืชแล้วระยะการเจริญเติบโตของพืชก็มีความจำเป็นที่ต้องนำพิจารณาด้วยเช่นกันเพื่อพิจารณาเลือกชนิดของสารป้องกันกำจัดโรคพืชให้เหมาะสม ใช้กับเชื้อให้ถูกชนิด ถูกประเภทและถูกวิธี ส่วนอัตราการใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชต้องเป็นไปตามคำแนะนำบนฉลาก  

ในช่วงเดือนมกราคมทุเรียนในภาคตะวันออกจะอยู่ในช่วงระยะพัฒนาของผล ซึ่งโรคทุเรียนที่พบการระบาดในช่วงเดือนมกราคมมีหลายโรคที่สำคัญ เช่น โรครากเน่าและโคนเน่า โรคราแป้ง และโรคใบจุดใบไหม้ จึงขอแนะนำให้เกษตรกรหมั่นสำรวจสวนอย่างสม่ำเสมอ หากพบการระบาดของโรครากเน่าและโคนเน่า ให้ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคนำไปทำลายนอกแปลงปลูก แล้วพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช หากพบอาการโรคบนกิ่งหรือที่โคนต้น ถากหรือขูดผิวเปลือกบริเวณที่เป็นโรคออก แล้วทาแผลด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช โดยสามารถใช้ตามคำแนะนำในการป้องกันกำจัดโรครากเน่าและโคนเน่า เช่น ฟอสอีทิล-อะลูมิเนียม 80% WP อัตรา 30-40 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เมทาแลกซิล 25% WP อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร นอกจากนี้ในช่วงที่อากาศแห้งแล้งและเย็นอาจพบการระบาดของโรคราแป้ง  ให้พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช  ไพราโซฟอส 29.4% W/VEC อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ส่วนโรคใบจุด ใบไหม้ พบได้ทั้งในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง แต่จะพบมากในช่วงฤดูแล้งหากพบอาการของโรคให้พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช อะซอกซีสโตรบิน  25% SC อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร

นายศรุต กล่าวว่า สำหรับการให้น้ำในช่วงเริ่มติดผลได้ 1 สัปดาห์ ให้ค่อยๆ เพิ่มปริมาณการให้น้ำขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถให้น้ำในอัตราปกติหลังการติดผล 3 สัปดาห์ โดยการให้น้ำต้องให้อย่างเพียงพอและสม่ำเสมอตลอดช่วงพัฒนาการของผลทุเรียน และให้ใส่ปุ๋ยหลังการตัดแต่งผลครั้งสุดท้ายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของผล โดยใส่ปุ๋ยเมื่อผลมีอายุ 7 สัปดาห์ ร่วมกับการพ่นโพแทสเซียมไนเตรท เพื่อควบคุมการแตกใบอ่อน ตัดแต่งผลที่มีพัฒนาการผิดปกติ มีขนาดเล็ก หนามแดง หรือมีโรคแมลงเข้าทำลายให้ตัดทิ้ง และควรมีการโยงกิ่งและผลทุเรียนเพื่อป้องกันการการหักโค่นของลำต้นและผลร่วง อย่างไรก็ตาม วิธีการที่ได้ผลที่สุดในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช คือ การใช้วิธีแบบผสมผสาน เช่น การทำเขตกรรม ใช้พันธุ์ต้านทานเพื่อลดการเกิดโรค บำรุงดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของพืช กำจัดวัชพืช ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง กำจัดส่วนที่เป็นโรค เพื่อลดประชากรของเชื้อสาเหตุ  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

OKMD ชวนคนไทยท่องเที่ยวตลอดปี65 แบบ Knowledge-based Tourism

Posted on December 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/625390

OKMD ชวนคนไทยท่องเที่ยวตลอดปี65 แบบ Knowledge-based Tourism

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.29 น.

OKMD ชวนคนไทยท่องเที่ยวตลอดปี65 แบบ Knowledge-based Tourism เน้นเที่ยวเชิงความรู้ กับ 12 สุดยอดแหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์ประจำปี

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) : สบร. หรือ OKMD (Office of Knowledge Management and Development: Public Organization) OKMD ร่วมเชิญชวนคนไทยท่องเที่ยวไปด้วย เรียนรู้ไปด้วย ตลอดปี กับ 12 สุดยอดแหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์ประจำปี หลังจากทุกภาคธุรกิจหยุดชะงักจากสถานการณ์โควิด-19 ตลอดปี 2565 เชื่อมั่นการท่องเที่ยวยังคงเป็นรายได้หลักที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ และยกคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดียิ่งขึ้น เหตุยังมีแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ที่น่าสนใจและค้นหาทั่วไทยอีกมาก!

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ประธานกรรมการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้  กล่าวว่า “อยากชวนคนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวแบบใหม่ ที่เรียกว่า ‘การเดินทางเชิงความรู้’ หรือ Knowledge-based Tourism ซึ่งเป็นการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน หย่อนใจ แสวงหา และเรียนรู้ไปตามที่ต่างๆ ไปพร้อมกัน ซึ่งแตกต่างจากการเดินทางท่องเที่ยวแบบที่เราคุ้นเคย ที่มีเป้าหมายในการพักผ่อน ผ่อนคลาย การเดินทางเชิงความรู้เป็นที่นิยมในยุโรป ที่ผู้คนจะออกเดินทางเพื่อเรียนรู้ และเติมเต็มประสบการณ์ให้กับชีวิต สนุกสนาน ไม่เคร่งเครียด และได้ความรู้ประเภทฝังลึก (Tacit Knowledge) ที่จะอยู่กับเราไปนาน”  

“ช่วงสองปีที่ผ่านมาพบว่า คนไทยเรียนรู้จากสื่อออนไลน์เป็นหลัก แต่การเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์จะแตกต่างกับการเรียนรู้ที่เกิดจากการได้ออกไปสัมผัสประสบการณ์จริง ได้หยิบจับ สัมผัส และเห็นของจริง เราจึงทำการศึกษาและจัดทำข้อมูลจากฐานข้อมูลการท่องเที่ยวที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 4,000 แหล่ง และคัดสรรมา 12 แหล่ง และมีเครือข่ายที่มีแหล่งย่อย ๆ ในบริเวณใกล้เคียงรวมแล้วจำนวน กว่า 100 แหล่ง ทำให้คนไทยมีสถานที่ที่น่าสนใจและสามารถออกเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยสามารถเข้าไปศึกษาค้นคว้าข้อมูลก่อนออกเดินทาง ได้ที่ http://www.okmd.or.th”

            สำหรับ 12 เดือน 12 สุดยอดแหล่งเรียนรู้สร้างสรรค์ประจำปี ที่ทาง OKMD คัดสรร ตามความเหมาะสมของฤดูกาล สถานที่ตั้ง เทศกาล อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและเหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือน มีทั้งแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติวิทยา ประวัติศาสตร์ เกษตรกรรม ชาติพันธุ์วิทยา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เพลินไปกับการเดินทางท่องเที่ยว พร้อมการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และยกคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดียิ่งขึ้น ได้แก่

            1. มกราคม : อุทยานธรณี จังหวัดสตูล เป็นหนึ่งในอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks) ที่มีทั้งหมด 120 แห่ง และเป็นแห่งแรกของไทย ช่วงเวลานี้เป็น High Season ของฝั่งอันดามัน จึงเหมาะแก่การท่องเที่ยวแถบนี้

            2. กุมภาพันธ์ : อุทยานประวัติศาสตร์ ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เป็นแหล่งโบราณคดีที่แสดงพัฒนาการทางสังคมและศาสนาของมนุษย์ ช่วงเดือนนี้อากาศเย็นเหมาะกับการเดินทางเที่ยวชม

            3. มีนาคม : พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย จังหวัดชลบุรี พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ริมทะเล เดือนนี้เหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอ่าวไทย ผู้เข้าชมจะได้ชื่นชมกับจุดชมวิวในมุมสูง

            4. เมษายน : โฮงเฮียนสืบสานล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ เมษายนตรงกับเทศกาลสงกรานต์ นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวเชียงใหม่ นอกจากจะได้องค์ความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านล้านนาแล้วยังมีกิจกรรมพิเศษในช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย

            5. พฤษภาคม : อุทยานธรรมชาติวิทยาสิริรุกขชาติ และพฤกษาดุริยางค์ (พิพิธภัณฑ์ต้นไม้ดนตรี) ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ต้นไม้เริ่มเขียวขจี สวยงาม และยังเป็นแหล่งเรียนรู้สมุนไพรอีกด้วย

            6. มิถุนายน : Space Inspirium อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ จังหวัดชลบุรี ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ในร่ม ดังนั้นแม้เป็นช่วงฤดูฝน นักท่องเที่ยวก็สามารถเข้าชมได้

            7. กรกฎาคม : โครงการชั่งหัวมันตามแนวพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี ก่อตั้งขึ้นในเดือนนี้ โครงการนี้ตั้งอยู่กลางหุบเขาที่งดงาม เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการมาหาความรู้ด้านเกษตรกรรมและพลังงาน

            8. สิงหาคม : สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดเชียงใหม่ มีทางเดินลอยฟ้าที่ออกแบบให้กลมกลืนกับการชมธรรมชาติ สถานที่แห่งนี้มีการจัดกิจกรรมพิเศษเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในเดือนนี้

            9. กันยายน : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เดือนนี้เป็นหนึ่งในสี่ช่วง ที่เหมาะแก่การชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ปราสาทพนมรุ้ง

            10. ตุลาคม : วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม กรุงเทพมหานคร ถือเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทย เป็นช่วงที่เหมาะแก่การศึกษาเรื่องสุขภาวะ และเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวด้วย

            11. พฤศจิกายน : อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ตรงกับเทศกาลลอยกระทง ซึ่งสุโขทัยถือเป็นต้นกำเนิดของเทศกาลนี้ จึงเหมาะกับการมาเยือนในช่วงเวลานี้อย่างยิ่ง

            12. ธันวาคม : หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ จังหวัดเชียงราย ที่นี่ให้ความรู้และมีความน่าตื่นเต้น ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาวที่นักท่องเที่ยวมักนิยมมาเยือนภาคเหนือ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ค้าอาหารตามสั่งทำใจ! คาดปีใหม่หมูปรับราคาขึ้นอีกกิโลกรัมละกว่า 200 บาท

Posted on December 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/625385

แม่ค้าอาหารตามสั่งทำใจ! คาดปีใหม่หมูปรับราคาขึ้นอีกกิโลกรัมละกว่า 200 บาท

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.40 น.

ราคาหมูปรับราคาสูง โดยเฉพาะสันคอราคากิโลกรัมละ 220 บาท แม่ค้าเขียงหมูหวั่นปีใหม่อาจมีการปรับราคาอีก ขณะแม่ค้าอาหารตามสั่งได้ต้องปรับตัว บางอย่างเมนูหมูกรอบ ไม่สามารถทำให้ลูกค้าได้

วันที่ 29 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวไปสำรวจราคาหมูที่ตลาดสดร่วมใจ จ.พิษณุโลก โดยเฉพาะที่ร้านขายหมู “โกตาหมูสด” ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนจำนวนมากมาเลือกซื้อเนื้อหมูอยู่ไม่ขาดสาย ถึงแม้ว่าในช่วงนี้ราคาของหมู ได้มีการปรับราคาขึ้นสูงจนน่าตกใจ จนลูกค้าที่มาซื้อต่างก็ถามเป็นเสียงเดียวกันว่าทำไมราคาหมูแพงขึ้น

นางสาวจุฬาลักษณ์ สัวกิตติกุล เจ้าของร้านบอกกับผู้สื่อข่าวว่า หมูราคาขึ้นมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว เนื่องจากหน้าฟาร์มส่งหมูให้ในราคาแพงขึ้น ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นทางร้านจึงต้องขึ้นราคาหมูตามไปด้วย ในปีนี้ราคาหมูแพงมาก แพงกว่าปีที่ผ่านมา การที่หมูราคาแพงจึงส่งผลระทบต่อทั้งผู้ขายและลูกค้า เพราะผู้ขายต้องรับหมูมาขายน้อยลง และเนื่องจากเศรษฐกิจที่ซบเซาแบบนี้ก็ส่งผลกระทบต่อลูกค้าตามไปด้วย ลูกค้าที่เคยซื้อหมูในราคาถูกกว่านี้ มาในปีนี้ทางร้านก็เสียลูกค้ากลุ่มนั้นไปทำให้กำไรน้อยกว่าปีที่ผ่านมา อีกทั้งแม้ที่หน้าฟาร์มจะขึ้นราคาหมูทุกส่วน แต่ทางร้านไม่สามารถขึ้นราคาหมูทุกส่วนได้ เพราะบางอย่างหากขึ้นราคาแพงไปอีกลูกค้าก็จะรับไม่ได้เลย แล้วก็จะไม่ซื้อเลยจึงอาจทำให้ลูกค้าหายหมด และยิ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ นี้อาจมีราคาเพิ่มขึ้นอีก

สำหรับราคาหมูสามชั้นมีราคาสูงกว่าเนื้อหมูส่วนอื่น ๆ จากเดิมกิโลกรัม (กก.) ละ 180 บาท ในปีนี้ราคาแพงถึง กก.ละ 200 บาท ส่วนสะโพกจากเดิม กก.ละ 120 บาท ขึ้นมาเป็น 180 บาท สันคอจากเดิม กก.ละ 150 บาท ขึ้นมาเป็น 220 บาท สันในจากเดิม กก.ละ 170 บาท ขึ้นมาเป็น 180 บาท หมูบดจากเดิม กก.ละ 140 บาท ขึ้นมาเป็น 170 บาท ส่วนซี่โครงจากเดิม กก.ละ 140 บาท ขึ้นมาเป็น 170 บาท

ด้านบรรดาอาหารตามสั่ง ได้รับผลกระทบจากหมูแพงนั้นก็ต้องปรับตัวเอง อย่างเช่นร้านอาหารตามสั่งของนางทรัพย์ เสระพันธุ์ ย่านวัดราชบูรณะ อ.เมืองพิษณุโลก หลังจากหมูแพงมาหลายวัน อย่างที่ไม่เคยมีราคาสูงเช่นนี้มาก่อน ร้านตนเองก็ต้องปรับตัว จากซื้อหมูชิ้นที่ละมากๆ ก็ต้องหันไปซื้อหมูบด มาทำเป็นอาหารให้ลูกค้า และต้องบอกลูกค้าว่า เมนูหมูบางอย่างไม่สามารถทำให้ได้ โดยเฉพาะ เมนูกระเพาหมูกรอบ ซึ่งร้านตนเองไม่กล้าซื้อหมูมาตุนขายทีละมากๆ แต่ร้านตนเองก็ไม่ได้รับราคาอาหารขึ้นแต่อย่างใด ก็ต้องทนรับภาระไปก่อน อยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลและช่วยเหลือราคาหมูอย่างจริงจัง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ท่องเที่ยวกาญจน์คึกคักรับเทศกาลปีใหม่ โรงแรมที่พักถูกจองเต็มยาว

Posted on December 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/625375

ท่องเที่ยวกาญจน์คึกคักรับเทศกาลปีใหม่ โรงแรมที่พักถูกจองเต็มยาว

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 12.31 น.

“ดร.จุ๊บ – วรสุดา สุขารมณ์” ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว เผยท่องเที่ยวกาญจน์คึกคักรับปีใหม่ โรงแรมที่พักถูกจองเต็มยาว ขณะที่จังหวัดจัดเคาท์ดาวน์เพียบ คาดทำเงินสะพัดหลายร้อยล้านบาท

วันที่ 29 ธ.ค.64 ดร.วรสุดา สุขารมณ์ หรือ ดร.จุ๊บ ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวของ จ.กาญจนบุรี กำลังฟื้นตัวกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 และรัฐบาลประกาศให้ประชาชนเดินทางกลับมาท่องเที่ยวได้ ประกอบกับพื้นที่ จ.กาญจนบุรี เป็น 1 ใน 8 จังหวัดสีฟ้า ที่ ศบค.ประกาศ ให้เป็นกลุ่มจังหวัดนำร่องการท่องเที่ยว ส่งผลให้ จ.กาญจนบุรี เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เนื่องจาก จ.กาญจนบุรีมีแหล่งท่องเที่ยว ทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม ครบทุกประเภท นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวของเอกชนที่กลายเป็นจุดเช็คอิน รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกมากมาย อีกด้วย

โดยช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาด จังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่ จ.กาญจนบุรี จำนวนมาก ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวเช่นกัน จากข้อมูลพบว่า ช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ที่จะถึงนี้ โรงแรม รีสอร์ต และที่พักต่างๆ ส่วนใหญ่มีอัตราการจองเข้ามามากกว่า 80-90% และบางแห่งถูกจองเต็ม 100% ไปจนถึงวันที่ 2 ม.ค.65

ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565 จ.กาญจนบุรี ได้กำหนดจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2022@kanchanaburi แสงสุดท้าย ที่ โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่ริมถนนแสงชูโต ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี ร่วมส่งความสุขในปีเก่ากับแสงสุดท้ายของปี และต้อนรับปีใหม่อย่างปลอดภัย ในรูปแบบ New Normal ภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-31 ธ.ค.64 และร่วมเคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในวันที่ 31 ธ.ค.64

ภายในงานมีอุโมงค์ไฟ และไฟประดับในธีมคริสต์มาส ปีใหม่ บริเวณรอบอาคารโรงงานกระดาษสุดคลาสสิก อายุกว่า 80 ปี ตระการตาไปกับการแสดงพลุไฟ ประกอบแสง สี เสียงสุดอลัง เพื่อเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565 พบความบันเทิงจากศิลปินมากมาย รวมทั้งยังมีการจำหน่ายอาหาร Foodtruck สินค้า OTOP สินค้าชุมชน ของฝากของที่ระลึกของจังหวัดกาญจนบุรี รวมกว่า 150 ร้าน เริ่มงานตั้งแต่เวลา 16.00 – 23.00 น. ยกเว้นวันที่ 31 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีที่จะมีการเคาท์ดาวน์ เริ่มงาน 16.00 – 01.00 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 65 เที่ยวชมฟรีตลอดงาน

โดยผู้เข้าร่วมงานต้องมีการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วอย่างน้อย 2 เข็ม หรือแสดงผลการตรวจ ATK ไม่เกิน 72 ชั่วโมง มีจุดคัดกรองเข้า-ออกทางเดียว จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานแต่ละวันไม่เกิน 1,000 คน เว้นระยะห่าง สวมแมสก์ตลอดเวลา ทั้งนี้ต้องดำเนินตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้อีกหลายอำเภอของ จ.กาญจนบุรี ก็ได้มีการจัดงานเคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565 เช่นกัน อาทิ ที่ อ.ทองผาภูมิ ทางเทศบาลตำบลทองผาภูมิ กำหนดจัดงานถนนนั่งยองทองผาภูมิ 65 แบบวิถีใหม่ (New Normal) ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค.64 – 2 ม.ค.65 บริเวณถนนบุษปวนิช (ถนนซอยธรรมะ) เวลา 06.00-20.00 น. เพื่อนำเสนอเอกลักษณ์รูปแบบวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวอำเภอทองผาภูมิ เชื่อมโยงการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

โดยภายในงานจำลองวิถีชีวิตของคนทองผาภูมิสมัยก่อน ที่มีการค้าขายมาไว้ในงานนี้ โดยพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายสินค้า จะนั่งยองขายของ และนักท่องเที่ยวจะนั่งยองซื้อ อาหาร สินค้าพื้นบ้าน ของฝาก ฯลฯ ถือเป็นเอกลักษณ์ของอำเภอทองผาภูมิ พร้อมรับชมการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน แวะชมจุดถ่ายรูปต่างๆ ตลอดงานถนนนั่งยอง และเพื่อเป็นการป้องกันสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 จะมีการเว้นระยะห่างของสถานที่ ร้านค้า ไม่ให้แออัด พ่อค้าและแม่ค้าต้องสวมหน้ากากอนามัยและถุงมือ มีเจ้าหน้าที่ อสม. ตั้งจุดตรวจคัดกรอง พ่อค้า แม่ค้า เจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยว

ส่วนในวันที่ 1 ม.ค.65 ในช่วงเช้านักท่องเที่ยวจะได้ทำบุญใส่บาตร โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่างๆ ของ อ.ทองผาภูมิ ให้นักท่องเที่ยวและประชาชนร่วมตักบาตรเนื่องโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2565 ด้วย

ขณะที่ อ.ท่าม่วง ทางเทศบาลตำบลท่าม่วง ขอเชิญเที่ยวงาน “ท่าม่วงบ้านฉันดีและงาม คืนความสุข ชาวท่าม่วง Countdown 2022” ในวันที่ 31 ธ.ค. – 2 ม.ค.65 ณ ตลาดนางลอย ซอยเทศบาล 12 อ.ท่าม่วง ในบรรยากาศเดินชิล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สัมผัส ลมหนาว แต่อบอุ่น มา ชิม ช้อป เที่ยว ภายในงานพบกับร้านอร่อย กว่า 100 ร้านค้า การแสดงจากในชุมชนท่าม่วง และในวันที่ 31 ธ.ค.เวลา 24.00 น. Countown ย่านริมน้ำ ชมพลุดอกไม้ไฟ และเชิญชวนทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง พระสงฆ์ 4 วัดต้อนรับปีใหม่ในวันที่ 1 ม.ค.เวลา 08.00 น. ณ บริเวณ ถนนเทศบาล 12 ซอยตลาดนางลอย

ส่วน อ.สังขละบุรี มีการจัดงาน “มหัศจรรย์สะพานมอญ” สีสันสะพานไม้และสายน้ำ 30 – 31 ธ.ค.64 นี้ ณ จุดชมวิวเทศบาลวังกะ อ.สังขละบุรี โดยวันที่ 30 ธ.ค.64 พบกับ พลพล พลกองเส็ง วันที่ 31 ธ.ค.64 พบกับ สินเจริญบราเธอร์ส ตระการตากับพลุเคานท์ดาวน์ต่อเนื่องข้ามปี ฟังเพลงชิลล์ๆ ณ จุดชมวิวริมแม่น้ำซองกาเลีย ชมน้ำพุแสงสี ลูกบอลแอลอีดีกลางน้ำ พระจันทร์สาดแสงกลางสะพานมอญ และจุดถ่ายรูปเช็คอินสะพานดาว ที่เชื่อมต่อกับสะพานมอญ นอกจากนี้ยังมีการประกวดถ่ายรูปในงาน

สำหรับที่พักเนื่องจากสังขละบุรีเป็นเมืองที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลด้านการท่องเที่ยวพบว่า ในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2565 นี้ห้องพักจำนวน 3,000 ของโรงแรมที่พัก ในสังขละบุรี ถูกจองไว้เต็ม 100% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางขึ้นไปเที่ยวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ อ.สังขละบุรี ควรเตรียมเต็นท์ที่พักไปให้พร้อม ซึ่งทางจังหวัดกำชับและเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่ที่จัดงานวางมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยยึดมาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรการผ่อนปรนและมาตรการอื่นๆ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามคาดว่าจะทำให้มีเงินสะพัดในพื้นที่หลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจของ จ.กาญจนบุรี กลับมาพลิกฟื้นอีกครั้ง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.เร่งเตรียมสถานที่จัดงานเคาท์ดาวน์ 2022 ที่ราชบุรีเริ่มวันนี้วันแรก

Posted on December 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/625335

ททท.เร่งเตรียมสถานที่จัดงานเคาท์ดาวน์ 2022 ที่ราชบุรีเริ่มวันนี้วันแรก

วันพุธ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 09.54 น.

ททท.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับจังหวัดราชบุรี เตรียมจัดงาน “Amazing Thailand countdown 2022 ตอนหน้าสุดท้ายของปฏิทิน” ระหว่างวันที่ 29-31 ธันวาคม 2564 ที่ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนาราชบุรี โดยผู้เข้าร่วมงานต้องลงทะเบียนเข้างานผ่านออนไลน์ แสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม และผลตรวจ ATK ไม่เกิน 72 ชม.

ทีมผู้จัดงานจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กำลังเร่งมือในการจัดเตรียมสถานที่ มีการจัดตั้งซุ้มอุโมงค์ไฟดาวล้านดวง และจุดถ่ายรูป แสงสี ต่างๆ รวมไปถึงการตกแต่งถนนสายอาร์ต บอกเล่าเรื่องราวราชบุรีเมืองแห่งศิลปะ และเวทีแสดงคอนเสิร์ตของศิลปิน เพื่อให้เตรียมเปิดงานในช่วงเวลา 16.00 น.ของวันนี้ (29 ธ.ค.) โดยปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้เลือกจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นอีก 1 จังหวัดของการท่องเที่ยวเมืองรอง ที่มีความพร้อม ทั้งมาตรการโควิด-19 และการฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงได้ ร่วมกับ จังหวัดราชบุรี จัดงานเทศกาลส่งความสุขสุดท้ายของปี 2564 และ ก้าวสู่ศักราชใหม่ 2565 ภายใต้ชื่องาน “Amazing Thailand countdown 2022 ตอนหน้าสุดท้ายของปฏิทิน” โดยจัดที่บริเวณ ณ ริมเขื่อนรัฐประชาพัฒนา แม่น้ำแม่กลอง เขตเทศบาลเมืองราชบุรี อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ระหว่างวันที่ 29-31 ธันวาคม 2564

โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเลือกราชบุรีเป็น 1 ในสถานที่จัดงานเคาท์ดาวน์ เพื่อที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการหมุนเวียน สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างความสุขให้กับประชาชนและยังสามารถกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนและจังหวัดราชบุรี หลังจากที่ทาง ศบค.ได้ผ่อนคลายให้สามารถจัดงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ อีกทั้งจังหวัดราชบุรี ถือเป็นการท่องเที่ยวเมืองรองเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ศิลปะ วัฒนธรรม มีแหล่งทรัพยากรการท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตก โดยเป็นศูนย์กลางในค้านอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร และที่สำคัญจังหวัดราชบุรีถือเป็นจังหวัดที่นักเที่ยวส่วนใหญ่นั้นให้ความสนใจเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัด เนื่องจากสะดวกเรื่องการเดินทาง และนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปจังหวัดอื่นๆ ใกล้เคียงได้ไม่ไกลมากนัก

การท่องเที่ยวประเทศไทย ยังคงที่จะช่วยส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอาหาร ส่งเสริมและการกระจายสินค้าท้องถิ่นในจังหวัดและเพื่อสร้างรอยยิ้มและความสนุกสนานคืนความสุขให้คนไทย โดยเฉพาะชาวจังหวัดราชบุรี

กิจกรรมภายในงานมี จุดถ่ายรูป แสงสี เหมือนอยู่ในโลกแห่งแสงกิจกรรมถ่ายรูปภายในงานที่เนรมิตแสงสีเหมือนอยู่ในโลกแห่งแสง, กิจกรรมถนนสายอาร์ต บอกเล่าเรื่องราวราชบุรีเมืองแห่งศิลปะ จากอดีตปัจจุบันสู่อนาคตแห่งความทันสมัย พร้อมชมการแสดง หุ่นละครเล็กของโจหลุยส์ ที่จะเล่าเรื่องราว ปีใหม่และการอวยพร, การจุดพลุฉลองปีใหม่ รวม 9 องค์ 9 เรื่องราว, กิจกรรมร่วมสนุกบอกเล่าเรื่องราว ผ่านภาพถ่ายในงานบนโลกออนไลน์ กับการถ่ายรูปภายในงานกับอุโมงค์ดาวแชะแอนด์แชร์สู่ดวงดาว, การแสดง จากแสง สี ศิลป์ Thailand’s Got Talent Show, การแสดงตีกลองร่วมสมัย จากทีมองศาศิลป์ และถือเป็นการรวมร้านค้าร้านในจังหวัดราชบุรีอร่อยมาให้ทุกท่านได้ชิม พร้อมกับรับชมโชว์ พลังเสียง สุดอลังการ ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จากดีว่าตัวแม่ “รัดเกล้า อามระดิษ”

นอกจากนี้ยังมีคอนเสิร์ตแบบ New Normal สนุกสุดชิล ตลอด 3 วันไปกับเพลงเพราะๆ โดยศิลปินชื่อดัง วันที่ 29 ธันวาคม 2564 “สิงโต นำโชค”, วันที่ 30 ชันวาคม 2564 วง “Musketeer” และ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 “Jctset’er” โดยจัดภายใต้มาตราการ Covid frce seting อย่างเคร่งครัด โดยผู้ที่จะเข้าร่วมงานต้องลงทะเบียนแบบออนไลน์ พร้อมทั้งแสดง App หมอพร้อมโชว์ผลการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มมาแสดงพร้อมบัตรประชาชน และ ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ ATK อย่างน้อย 72 ชม. ก่อนเข้าร่วมงาน  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สติทำให้เกิดคุณธรรม ‘หลวงปู่เหลี่ยม สุจิณฺโณ’ เทศนาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปี 65

Posted on December 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/625278

สติทำให้เกิดคุณธรรม 'หลวงปู่เหลี่ยม สุจิณฺโณ' เทศนาส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปี 65

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.25 น.

“ศูนย์การค้าเซ็นทรัล สาขาแจ้งวัฒนะ” ได้จัดทำบุญใหญ่ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่งนิมนต์พ่อแม่ครูอาจารย์ฯพระกัมมัฎฐานทั่วประเทศ เพื่อรับบิณฑบาต และฉันจังหันตามธรรมวินัยของพระสายป่า และตามรอยปฏิปทาขององค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยในงานนี้ “พระราชสุเมธี” หรือ หลวงปู่เหลี่ยม สุจิณฺโณ เจ้าอาวาสวัดภูตูมวนาราม ต.ทรายขาว อ.วังสะพุง จ.เลย เมตตาเทศนาธรรม และพระครูเกษมวรกิจ หรือ “หลวงพ่อวิชัย เขมิโย” เจ้าอาวาสวัดถ้ำผาจม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมตตาทำพิธีสวดมนต์สืบชะตาแบบล้านนา เพื่อความเป็นศิริมงคลแก่พุทธศาสนิกชน

ทั้งนี้ หลวงปู่เหลี่ยม สุจิณฺโณ เมตตาเทศนาธรรมหัวข้อ “สติทำให้เกิดคุณธรรม” แก่สาธุชนญาติโยมที่มาร่วมตักบาตรและฟังพระธรรมเทศนา เรียกว่า “ภาวนา” ก็จะเกิดขึ้น ภาวนามยปัญญาก็จะเกิดขึ้น ภาวนา คือ ได้คุณธรรม เกิดขึ้นกับตัวเราพร้อม เราหวัง “คุณธรรม” มิใช่หรือ เราจะต้องหวังเอาบารมีธรรม และคุณธรรมให้มันเกิดขึ้นกับตัวเรา ดังนั้นก็ให้มีสติซะก่อน เมื่อเรามีสติตั้งมั่น มั่นคง และคงที่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จะเกิดขึ้น เดี๋ยวนี้การฝึก “สติ” มีเกิดขึ้นทั่วโลกไม่ว่า “อเมริกา” หรือ “ยุโรป” ก็เริ่มขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้น ก็ขอให้ญาติโยมทั้งหลาย ก่อนส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่นี้ ขอให้ทุกท่านจงมี “สติ” เมื่อมี “สติ” “สัมปชัญญะ” ก็เกิด ทั้งสติและสัมปชัญญะ เป็นอาการมาจาก “จิต” ดวงจิตของเรานี้ มีตัวตนไหม ดวงจิตของเรา เป็น “นามธรรม” มีความรู้สึก เหมือนเราใช้คลื่นอยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าคลื่นเสียง คลื่นภาพ ที่เราใช้มือถือกันอยู่ทุกวัน ก็มันก็ล้วนแต่ มันมีตัวตน แต่มันเป็น “นามธรรม”

จิตของเราก็เป็น “นามธรรม” ดังนั้น เมื่อเราฝึกสติของเราให้คงที่แล้ว จิตของเราก็คงที่ “จิต” ก็จะเป็น “ตัวรู้” ก็จะเป็น “ตัวคิด” สั่งงานมาที่มันสมองในร่างกายของเรา ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็จะเกิดขึ้น ดังนั้นขอให้ทุกท่านจงมี “สติ”

วันนี้ “เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ” ได้จัดกิจกรรมก่อนเพื่อน ในการทำบุญตักบาตร “พระสุปฏิปันโน” ในคราวนี้ ก็นับว่าได้ให้พวกเราได้มาพบปะครูบาอาจารย์ฯเป็นจำนวนมาก มาจากหลายถิ่น มาจากหลายจังหวัด ครูบาอาจารย์ฯเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นศิษย์สายพระกัมมัฎฐานก็ได้สืบสานการปฏิบัติ มีอายุพรรษา ตั้งแต่ 60 พรรษาขึ้นไป เรื่อยเลยมา ที่เราได้เห็นอยู่นี้ ท่านได้บำเพ็ญบุญบารมีมามาก ดังนั้น การเห็น “สมณะ” จึงเป็นมงคล “สมณานญฺจะ ทสฺสนํ เอตมฺมงฺคลมุตฺตมํ” (สะมะณานัญจะ ทัสสะนัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง) การเห็นสมณะเป็น “มงคล” หนึ่ง เราได้กราบ สองเราได้ นมัสการ การกราบ เราได้กราบพระ 3 หน นมัสการ เราได้กระทำการอัญชลี ประนมมือ ทำการกระพุ่ม เวลากล่าว ยกมือไหว้ ด้วยว่าเราได้ทำกายอันนอบน้อม บุญทางกายเกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้น การเห็นสมณะเป็นมงคลก็อย่างนี้

แม้เราได้รับพร พรสี่ประการ อายุ วรรณะ สุขะ พละ อายุ ก็คือ ให้มีอายุยืนยาวนาน วรรณะก็ให้มีความผ่องใส มีความสง่างาม ในบุคลิกลักษณะ วรรณะ แล้วทีนี้ “ความสุข” สุขกาย สบายจิต อายุ วรรณะ สุขะ พละ พละก็คือกำลัง กำลังที่นี่ คือ หนึ่ง กำลังกาย สอง กำลังใจ สามกำลังแห่งปัญญา มันก็จะเกิดขึ้น กำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ กำลังปัญญา สี่กำลังก็จะเกิดขึ้น ดังนั้นในแต่ละวัน ในแต่ละเดือน เราได้รับพรจากครูบาอาจารย์ฯนั้นกี่ครั้ง เราก็ต่ออายุของเราได้ไป ก็มีอายุยืนตามอายุขัย ทุกวันนี้ คนเรามีอายุประมาณ 25,550 วัน เท่ากับอายุ 70 ปี เท่านั้น แต่ใครเกินอายุ 70 ปี หรือ 80 ปี แล้วก็บวกอายุแต่ละวัน แต่ละปีเข้าไป อายุของคนทุกวันนี้ อายุ 25,550 วัน เราหมดไปแล้วกี่วัน นี่คือ เราต่ออายุจากการที่เราได้รับพรจากครูบาอาจารย์ฯ จิตใจเบิกบาน การหายใจเข้ายาว การหายใจออกยาวนี้ ก็ทำให้ “หัวใจ” ของเราได้พัก คือ มันจะเต้นช้าลง หายใจเข้าไปสุดเฮือก แล้วก็หายใจออกยาวๆ ก็ทำให้หัวใจเต้นช้าลง เมื่อหัวใจเต้นช้า ก็ได้พักผ่อนไปในตัวเสร็จ ก็ทำให้ยืนไป

ในบรรดาสัตว์ที่เกิดมาในโลกนี้ มนุษย์ก็มีอายุเพียง 70 ปี ไม่เกิน 100 ปี ช้างสัก 100-150ปี แต่เต่ามีอายุยืน 200-300 ปี เพราะเต่านั้นหายใจช้า หายใจเข้าช้า หายใจออกช้า ทีนี้ เราฝึกสติ เราหายใจเข้ายาว เราหายใจออกยาว มันก็จะได้พักผ่อน คือว่า หัวใจจะได้พักผ่อน ก็ทำให้มีอายุยืนเข้าไป เนี่ยอายุได้แล้ว วรรณะ มีผิวพรรณวรรณะผ่องใส มีบุคลิกสง่างาม สุขขะ ความสุขกายสบายจิต แล้วก็ พละ กำลังกาย กำลังทรัพย์ กำลังปัญญา มันก็จะพัฒนาขึ้นในดวงจิตของเรา เมื่อ “จิต” ของเราสงบแล้ว อันนี้แหละ

จึงฝากไว้กับสาธุชนทั้งหลาย ก่อนสิ้นปีเก่า แล้วก็ต้อนรับปีใหม่ ขอให้ชีวิตของท่านจงสดใส ขอให้ทุกคนมีอายุยืนยาวนาน ตามอายุขัย ขอให้มีวรรณะผ่องใส มีบุคลิกสง่างาม ผิวพรรณวรรณะเปล่งปลั่ง แล้วก็กำลัง ก็ขอให้มีกำลังกายที่ดี มีกำลังใจที่มั่นคง มีกำลังทรัพย์ มีกำลังปัญญา ฝากไว้สุดท้าย คือ หนึ่ง เราจะต้องเด็ดเดี่ยว, สอง เราจะต้องเด็ดขาด, สาม เราจะต้องเชื่อมั่นในตัวเอง 3 ประการนี้ มีอยู่กับบุคคลใด บุคคลนั้นย่อมจะสัมฤทธิ์ผลในการประกอบอาชีพ แม้กระทั่งในการปฏิบัติธรรม เราอยู่ทุกวันนี้ เราเกิดมาเพื่อเสวยผลกรรม และ สร้างกรรมใหม่ต่อไป ดังนั้น จึงขอฝากไว้กับญาติโยมทั้งหลาย ในวาระส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

ขอความสวัสดี มีโชค มีชัย ความเจริญรุ่งเรือง ด้วยคุณธรรมที่ท่านมีอยู่แล้ว ขอบุญบารมี ที่ท่านได้ประกอบกระทำในวันนี้ด้วย ในอดีตด้วย และ จะกระทำในอนาคตด้วย จงเป็นพละวะปัจจัยเสริมส่งให้ทุกท่านเจริญ รุ่งเรือง ในธุรกิจหน้าที่การงาน พรั่งพร้อมไปด้วยสมบัติพัสถาน ความทุกข์อย่าได้ ความเจ็บไข้อย่าเกิดมี ความขัดสนจนอับ อย่าปรากฎ คำว่าไม่มี ขออย่าให้ได้ยิน ในที่ที่ไปแล้ว และ ไปแล้ว ขอให้ท่านทั้งหลาย จงชนะตลอด ปลอดภัยเสมอ พบเจอแต่คนดี และสิ่งที่ดี มั่งมีศรีสุข ไม่ทุกข์ ไม่ร้อน ร่ำรวยด้วยเงินและทอง ผ่องใสในจิต ไม่มีมิตร ไม่มีศัตรู เมื่อท่านยังดำรงชีพอยู่ในโลกนี้ ก็ขอให้มีสุขภาพ พลานามัย สุขสมบูรณ์ ตลอดไป และ ในที่สุดขอให้ทุกท่านที่มาพร้อมกันในที่นี้ จงได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุคุณธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเร็วพลันในชาติปัจจุบันนี้ จงทุกๆท่านเทอญ

ภายในงาน หลวงพ่อวิชัย เขมิโย เจ้าอาวาส วัดถ้ำผาจม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ทำพิธี “สวดมนต์สืบชะตาแบบล้านนา” และก่อนพิธีสวดจะเริ่มขึ้น ท่านเมตตาเล่าให้ญาติโยมฟังถึงการสวดมนต์สืบชะตาแบบล้านนาดังต่อไปนี้

ญาติโยมสาธุชน ผู้มีบุญทุกท่าน พุทธมนต์ที่จะสวดให้โยมนั้น เป็นประเพณีของชาวล้านนา ทุกงานเขาจะให้สวดมนต์ สะเดาะเคราะห์บูชาโชค สืบชะตา บ้านเมืองของเราวุ่นวาย ก็ให้ทำทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ถือว่าเป็นบุญอันสำคัญ สมัยครั้นพุทธกาล โยมน่ะ เมืองไวสาลี หรือ เมืองเวสาลี เกิดโรคระบาด องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พระอานนท์ไปสวดพระคาถานี้ เพราะเมืองไวสาลี เหมือนแผ่นดินพลิกใหม่ แผ่นดินเก่าไม่มีเลยคุณโยม พอสวดอันนี้จบก็แสดง ปรากฎว่าโรคภัยไข้เจ็บหยุดชะงักเลย ทางเหนือก็เลยเอามาเป็นบทอันสำคัญ นะคุณโยมน่ะ เพราะฉะนั้น บทนี่ก็เป็นบทที่พระพุทธเจ้าให้ “สุปติฏฐิตะเทพบุตร” เพราะเหลืออีก 7 วัน ท่านก็จะหมดบุญบนสรวงสวรรค์ ได้มาเกิดบนโลกมนุษย์นี้ จะเป็นเต่า เป็นสุนัข ล้วนแต่หูหนวก ตาบอดทั้งนั้น เพราะกรรมท่านทำไว้

พอท่านเอาไปเจริญบทนี้พอ 7 วันก็ไม่ได้หมดบุญในสรวงสวรรค์ ต่ออีกโยม จนถึงศาสนาพระศรีอาริยเมตตรัย “สุปติฏฐิตะเทพบุตร” นี่จึงจะได้ลงมาเกิด ได้ฟังธรรมครั้งเดียวก็ได้เป็นพระอรหันต์ เพราะฉะนั้นเป็นบทที่สำคัญขอให้โยมทุกท่านตั้งใจฟัง เวลาหายใจเข้า เราจะนึกว่าความดีทั้งหลายในสากลโลก ขอให้ไหลเข้าไปกับ “ลมหายใจ” ประดิษฐานอยู่ในกายในใจของเรา หายใจออกมาขอให้โรคภัยไข้เจ็บทุกอย่าง จงระงับดับสิ้นไป ทุกครั้งไป 

ทีนี้โยมจะรู้สึกว่า มันจะมีความสุข ความสบายขึ้น อันนี้ที่พูดให้ฟัง เพราะได้ทำมาแล้วโยม พระทางพม่ามาสวดให้หลวงพ่อฯ สมัยนั้นปีนั้นไม่ค่อยสบาย พอท่านก็ซัดน้ำมนต์ใส่เท่านั้นล่ะโยม เหมือนกับเอาเหล็กแดงๆ ที่เผาไฟน่ะ จุ่มน้ำ ดังซู่ๆ ก็หายทันทีเลย อาตมาก็เห็นอานุภาพอย่างนี้ ก็อยากให้ญาติโยมทุกท่าน มีโรคภัยไข้เจ็บอะไรก็ให้ระงับดับหายไป  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้ำใจ’ในสงครามมิตรภาพไร้พรมแดนของชาวแม่สอด

Posted on December 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/625267

'น้ำใจ'ในสงครามมิตรภาพไร้พรมแดนของชาวแม่สอด

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.29 น.

น้ำใจในสงครามมิตรภาพไร้พรมแดนของชาวแม่สอด

“มีข้าวมาแจก ออกมารับเร็วๆ” เสียงตะโกนโหวกเหวกเป็นภาษาพม่าดังขึ้น เมื่อรถกระบะจอดสนิทในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากแม่น้ำเมย พรมแดนไทย-พม่า ใน อ.แม่สอด จ.ตาก

หลายมือช่วยกันหยิบถุงใหญ่ที่กองพะเนินในกระบะ ออกมาวางที่ท้ายรถ ร้องเรียกกันเพียงไม่ถึงนาที คนหลายคนสวมใส่โสร่ง ผ้าถุง เดินออกมาจากเพิงพักหลายจุด ต่างเข้าแถวรับของที่ชาวบ้านจากตลาดแม่สอด นำมาแจกให้ผู้หนีภัยจากการสู้รบ ที่หนีลูกกระสุนและระเบิดจากการรุกรานรัฐกะเหรี่ยงโดยเผด็จการทหารพม่า ข้ามแม่น้ำเมยมายังฝั่งไทย

“มีข้าวกล่อง กลุ่มเราช่วยกันทำตั้งแต่เมื่อเช้า น้ำดื่ม ผลไม้ เอามาแบ่งๆ กัน เห็นใจที่เขาต้องลำบากในเวลานี้”  “มะ” หญิงกลางคนชาวไทยมุสลิมจากตลาดแม่สอด หนึ่งในผู้ใจบุญคณะนี้เล่าให้เราฟัง

ในมือของเธอที่ยื่นของไปให้ นอกจากข้าว น้ำ ยังมีหมากพลู “ของสำคัญ” ต่อหลายชีวิตในพื้นที่แถบนี้ซึ่งช่วยให้ผ่อนคลายในภาวะที่ต้องหนีภัยจากสงคราม

“ได้กินหมาก จะได้หายเครียดบ้าง” เธอบอก พลางยื่นสิ่งของต่างๆ ให้ผู้หนีภัยทุกคนอย่างคล่องแคล่ว ตามประสาแม่ค้า ทั้งๆที่หมากพลูเป็นความต้องการของผู้พลัดบ้านพลัดถิ่น แต่มักไม่มีใครนึกถึง

ชาวแม่สอดหลากหลายกลุ่มอาชีพรวมตัวกันทำอาหารและรวบรวมขงจำเป็นต่การยังชีพ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้หนีภัยจากการสู้รบ เช่นเดียวกับที่มะทำอยู่ แต่พวกเขาเลือกที่จะทำกันแบบเงียบๆ เพราะหากรับรู้ในวงกว้าง ก็ไม่แน่ว่า “ภัย” จะมาถึงตัวหรือไม่ เพราะพื้นที่ตลอดริมน้ำเมยมีความสลับซับซ้อนในเรื่อง “อำนาจ”

ผู้หนีภัยจากความไม่สงบครั้งล่าสุดที่พรมแดนไทย-พม่า หนีภัยความตายทะลักข้ามแม่น้ำเมย มายังเขตประเทศไทยเพื่อความปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2564 จนบัดนี้มีตัวเลขทางการไม่ต่ำกว่า 4-5,000 คน ส่วนใหญ่ในนั้นเป็นผู้หญิง ทารก เด็ก และผู้สูงอายุ ที่มีทั้งชาวกะเหรี่ยง และชาวพม่า แต่ตัวเลขจริงสูงกว่านี้มาก โดยจำนวนไม่น้อยต้องหลบซ่อนอยู่ริมแม่น้ำเมย รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเครือข่ายสันติภาพกะเหรี่ยง ระบุว่ามีประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 10,000 คน

ผู้หนีภัยที่หนีข้ามแม่น้ำเมยส่วนใหญ่ขณะนี้เกือบทั้งหมดอยู่ในการดูแลของทางการไทย โดยกองทัพภาคที่ 3 ณ คอกวัวมหาวันเมยโค้ง อ.แม่สอด

“ผมขอซ่อนอยู่ตรงนี้ ไม่ไปที่ทหารให้ ผมมีบ้าน มีหมู มีไก่ ผมต้องกลับไปดูแลให้อาหาร” ซอกวอ ชายหนุ่มชาวกะเหรี่ยงสัญชาติพม่า เล่าให้ฟังหลังจากได้รับอาหารจากผู้ใจบุญมาหลายกล่องในบ่ายวันหนึ่ง

เขาบอกว่าเสียงระเบิดที่ปะทุขึ้นกลางดึกในคืนแรก ทำเอาชาวบ้านในหมู่บ้านของเขาแตกกระเจิง หลายคนสูญเสียชีวิต หลายคนบาดเจ็บ คนที่พอจะมีสติก็พากันหนีเอาชีวิตรอด ลุยข้ามแม่น้ำเมย หนีมายังฝั่งไทย จนเป็นภาพข่าวที่ดังไปทั่วโลก

ซอกวอเล่าว่า แทบทุกคนห่วงบ้านเรือนและทรัยพ์สินของตนเองที่ฝั่งพม่า ไม่อยากทิ้งไปนานๆ ต่างอยากกลับไปคืนถิ่นฐานให้เร็วที่สุด

“ดูคลิปมั้ย ผมถ่ายไว้ที่หน้าบ้าน” ชายผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยงถาม แล้วเปิดคลิปวิดีโอที่เขาถ่ายความเสียหายให้ดู

บ้านไม้สักหลังใหญ่ของเขาเสียหายที่ประตู หลังคา และอีกหลายส่วน ขณะที่ถนนลูกรังหน้าบ้านในคลิปนั้น มีเสื้อผ้ากองอยู่ มีทั้งเสื้อผ้าผู้หญิง และชุดทหารพม่า วางรวมกันตรงนั้น

เขาบอกว่า เวลานี้ในหมู่บ้านไม่มีใครแล้ว มีเพียงทหารกะเหรี่ยง สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ​(KNU) คอยเฝ้าระวังอีกไม่กี่คน เขาบอกว่าหากประชาชนไม่กลับไป ทหารพม่าจะเผาทำลายและยึดหมู่บ้านไปทั้งหมด

ที่ๆ เขาอยู่ในเวลานี้เป็นเพียงเพิงไม้ที่เพิ่งสร้างอยู่ข้างกองฟาง มีผ้าห่มสีสดไม่กี่ผืนมุงเป็นหลังคา

“กลางคืนหนาว หนาวมากๆ แต่โชคดี เรานอนหนาวคืนเดียว คนไทยก็เอาผ้าห่มมาแจก เอาอาหาร เอาน้ำ มาให้ ผมขอบคุณจริงๆ ผมและลูกเมียขออาศัยอยู่ไม่นาน หากกลับได้เราจะกลับทันที บ้านเรา เราห่วงมาก อยากกลับบ้าน อยากลับเดี๋ยวนี้เลย” เขาบอก และว่าไม่เข้าใจที่ทำไมการโจมตีของทหารพม่า ใช้ทั้งเครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์ และปืนค. ถล่มหมู่บ้านของประชาชนมือเปล่า

เมื่อได้คุยกับ “มะ” อีกครั้งช่วงค่ำ เธอบอกว่าพรุ่งนี้จะเป็นชาวแม่สอด อีกกลุ่ม ที่อาสารับทำอาหารและสิ่งของจำเป็นไปส่งให้แก่ผู้หนีภัยสงคราม “เราช่วยกันหลายกลุ่ม อยากให้พี่น้องมีกิน เราเป็นห่วง จะคนฝั่งไทย ฝั่งพม่า ก็เป็นคนเหมือนกัน เราพี่น้องกัน อยากช่วยกัน” แม่ค้าตลาดแม่สอด บอกมาตามสาย

หลายคืนที่ผ่านมานี้ ที่หมู่บ้านชานเมืองแม่สอด ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงราว 10 คน มารวมตัวกันตั้งแต่ราวเที่ยงคืน เพื่อหุงข้าว และบรรจุลงถุงเพื่อนำไปส่งให้ผู้หนีภัยสงคราม ที่อยู่รวมกันในพื้นที่ชั่วคราว

“ได้ข้าวบริจาคมา มีทีมอาสาสมัครช่วยหุงข้าวในกะทะใบใหญ่ตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ มีคนที่หุงเป็น เอาข้าวใส่หม้อบนกะทะเป็นชั้นๆ จะหุงได้มากหน่อย แล้วช่วยกันตักข้าวร้อนๆ เอาใส่ถัง ให้ข้าวอุ่นๆ ไว้ ไม่เสียง่าย หุงหลายรอบ หลายชั่วโมง กว่าจะครบจำนวนที่เรารับมา 1,500 ชุด ตกดึกตีสอง อีกทีมก็มาช่วยกันตักใส่ถุงป็นชุดๆ ไว้ เช้ามืดก่อน 6 โมง เราก็เอาข้าวไปส่ง หากไปส่งช้า สายเกิน ข้าวบูด พี่น้องก็ไม่ได้กิน” ชายหนุ่มชาวกะเหรี่ยงบอกว่าทำแบบนี้มาหลายคืนแล้ว นับตั้งแต่ทหารพม่าโจมตีประชาชนจนต้องข้ามพรมแดนมา  เขาบอกว่าคนที่นำข้าวและอาหารไปส่ง ต้องมีสัญชาติไทย “หากไปส่ง ถูกตรวจแล้วไม่มีบัตร ก็อาจถูกจับได้” เขาบอก

ชาวบ้านสองฝั่งลำน้ำเมยเป็นเสมือนเครือญาติกันมายาวนาน เมื่อบริเวณไหนมีภัยก็จะอพยพหนีร้อนไปพึ่งเย็นกันไป-มา ชาวกะเหรี่ยงมีบทบาทสำคัญในการร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับสยาม ต่อสู้กับกองทัพพม่ามาโดยตลอด แต่ดูเหมือนในวันนี้ประวัติเก่ากำลังถูกฝังกลบ และประวัติศาสตร์หน้าใหม่กำลังถูกบันทึกไว้ว่า “กองทัพไทยมีสัมพันธภาพดีสุดยอดกับกองทัพพม่า”

ขอบคุณข้อมูล เพียรพร ดีเทศน์

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,289,094 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
ข้าราชการดีเด่น (3)
Phuket hospitals facing costly losses for treating uninsured foreigners
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
TMB starts smart service  for portfolio management
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
‘คริสเทน สจ๊วร์ต’ ในบทบาท ‘เจ้าหญิงไดอาน่า’ #SootinClaimon.Com
S&P, Fitch stay negative on British debt on Brexit questions

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d