Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

นาทีพา’หนุ่มชะแล’กลับบ้าน สภาพอิดโรยหายไปเกือบ5วัน

Posted on December 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624277

นาทีพา'หนุ่มชะแล'กลับบ้าน สภาพอิดโรยหายไปเกือบ5วัน

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 21.07 น.

คลิปนาทีญาตินำตัว หนุ่มชะแล กลับบ้านด้วยสภาพอิดโรย หลังตามหากว่า 4 วัน

23 ธ.ค.64 ความคืบหน้ากรณี นายไวพจน์ วังคีรี หรือ บิน อายุ 31 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 บ้านเขาพระอินทร์ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เข้าไปขับถ่ายภายในไร่มันสำปะหลัง แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหตุเกิดช่วงเวลาเที่ยงวันของวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู เจ้าหน้าที่ อส.อ.ทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่มูนิธิพิทักษ์กาญจน์ รวมทั้งชาวบ้านและนางสมจิตร นายรวย วังคีรี พ่อกับแม่ได้ออกติดตามหามาแล้วเป็นเวลา 3 วันแต่ไม่พบ 

ล่าสุดวันนี้ (23 ธ.ค.64) มีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้พบตัวนายไวพจน์ แล้ว เมื่อเวลา 17.30 น. โดยพบตัวผู้สูญหายที่บริเวณทุ่งเกษตร หมู่ที่ 5 บ้านภูเตย อบต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ ไร่ของนายทองสุก วรรณสัมผัส ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 8 กม. – 009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสียความรู้สึก!เจ้าของบ้านเหยื่อไฟไหม้หมิงตี้อึ้ง ได้ค่าชดเชย 40 บาท

Posted on December 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624259

เสียความรู้สึก!เจ้าของบ้านเหยื่อไฟไหม้หมิงตี้อึ้ง ได้ค่าชดเชย 40 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.35 น.

เจ้าของบ้านงงได้รับเงินเยียวยาบ้านได้รับผลกระทบจากไฟไหม้โรงงานหมิงตี้ 40 บาท เสียความรู้สึกใช้เกณฑ์อะไรพิจารณา ขณะที่ ‘อบต.ราชาเทวะ’ ออกโรงแจงไม่เกี่ยวข้อง ระบุ ‘อำเภอบางพลี-โรงงาน’ เป็นผู้ประเมิน

23 ธันวาคม 2564 จากกรณีเพจประชาสัมพันธ์ของ อบต.ราชาเทวะ สมุทรปราการ นำข้อมูลการประเมินรับเงินเยียวยาของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์บริษัท หมิงตี้ ระเบิด ชาวบ้านได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ซึ่งในแต่ละหลังที่ได้รับผลกระทบจะได้รับเงินเยียวยาไม่เท่ากัน สูงสุดอยู่ที่ 49,500 บาท ไล่ระดับลงมาจนต่ำสุดอยู่ที่ 40 บาท ซึ่งเป็นบ้านของนายไพโรจน์ พุ่มภักดี อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ 15 ซอยกิ่งแก้ว 41 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่ถูกแรงอัดระเบิดจนกระจกหน้าต่างแตกไปหลายบาน แต่ได้ค่าเยียวยาเพียงแค่ 40 บาท

นายไพโรจน์ เปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุที่เกิดระเบิดขึ้นทำให้กระจกหน้าต่างที่บ้านของตนแตกร้าวไป 4 บาน และมีการประกาศให้ชาวบ้านที่อยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตร ให้อพยพออกจากบ้าน ซึ่งบ้านตนอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตร เราก็เลยอพยพหนีไปเช่าโรงแรมอยู่คืนละ 2 พัน จำนวน 2 คืน หลังเหตุการณ์คลี่คลายก็กลับมาที่บ้านมาสำรวจความเสียหาย และเขาให้ไปยื่นเอกสารรับการเยียวยาที่ อบต.ราชาเทวะ เราไปยื่นเอกสารและรูปความเสียหายทั้งหมด หลังยื่นเรียบร้อยเขาก็ให้รอ เวลาผ่านไปนานก็ไม่มีอะไรคืบหน้า จึงได้ไปติดตามความคืบหน้าที่ อบต.ราชาเทวะ ว่าตนจะได้รับเงินเยียวยาหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ทาง อบต.ราชาเทวะ แจ้งให้ไปตามเรื่องที่ อ.บางพลี ซึ่งตนได้สอบถามไปที่ อ.บางพลี เขาบอกว่าเรื่องไปอยู่ที่จังหวัดแล้ว โดยทางจังหวัดจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ แต่ไม่รู้ว่าเท่าไร และเพิ่งมารู้ตอนนี้ว่าได้เงินเยียวยาที่ได้รับแค่ 40 บาท ตนมองว่าการได้เงินแค่ 40 บาท มันไม่ถูกต้องกับทางราชการที่ทำงานให้กับประชาชน เราเสียหายเราต้องเสียเงินฟรีๆไปกว่า 2 หมื่นบาท เสียความรู้สึกเป็นอย่างมาก ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชดใช้เงินค่าเยียวยาให้เหมาะสมกับการที่เรียกร้องไป ไม่ใช่แค่ 40 บาทเท่านั้น

ด้านนายทรงชัย นกขมิ้น นายก อบต.ราชาเทวะ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องอธิบายถึงขั้นตอนของการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากแรงระเบิดโรงงาน หมิงตี้ ซึ่งขั้นตอนคือให้พี่น้องที่ได้รับผลกระทบเขียนคำร้องพร้อมรูปถ่ายที่บ้านตัวเองได้รับผลกระทบและได้รับความเสียหาย นำมายื่นไว้ที่ อบต. ซึ่ง อบต.จะเป็นผู้รวบรวมคำร้องของผู้ที่ได้รับผลกระทบส่งไปให้ทาง อ.บางพลี ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาว่าบ้านแต่ละหลังจะได้รับการเยียวยาเท่าไร

“การพิจารณาว่า 4 หมื่นกว่าบาท หรือ 40 บาทนั้น เกิดจากการที่มีคณะกรรมการ ประกอบด้วย อำเภอ จังหวัด อบต. และเจ้าหน้าที่ของบริษัท หมิงตี้ เป็นคณะกรรมการร่วมกันในการพิจารณาตามคำร้อง ที่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ยื่นรายละเอียดเอาไว้ เพราะฉะนั้นในการพิจารณาสรุปไปเลยว่าตนไม่มีส่วนในการไปพิจารณาว่าใครควรได้เท่าไร เสียหายแค่ไหน มันเป็นรูปของคณะกรรมการที่เขาออกมาสำรวจมาดูข้อเท็จจริงว่าบ้านได้รับความเสียหายขนาดนี้ ควรได้รับการชดเชยเท่าไร” นายทรงชัย กล่าว

นายทรงชัย ระบุว่า ในช่วงที่มีการพิจารณาค่าชดเชย ตนไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายก อบต.ราชาเทวะ และอยู่ระหว่างที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างมาโยนว่าตนมีเส้นสายในการพิจารณา แต่ที่มีข่าวออกไปเมื่อวานนี้ก็เพราะว่าทาง อ.บางพลี เขาให้รายชื่อและจำนวนผู้ได้รับการเยียวยา เขาให้เป็นกระดาษมาปิดประกาศบนบอร์ดของ อบต. แต่เจ้าหน้าที่ของเราเอาไปลงเพจ และมีประชาชนสอบถามเข้ามาว่าทำไมได้เท่านั้นเท่านี้ ทางเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของเราก็ตอบไม่ได้ เพราะตัวเองไม่ได้เป็นผู้ที่พิจารณา และ อบต.ก็ไม่ได้เป็นผู้พิจารณาว่าใครควรได้เท่าไร เมื่อถามเข้ามาแล้วเราตอบไม่ได้ เจ้าหน้าที่จึงได้ปิดเพจไป เพราะชี้แจงไม่ได้

“ตอนนี้ตนก็อยากสรุปว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบในอัตราที่ทางอำเภอเขาเยียวยามา ถ้าเราดูแล้วว่ามันน่าจะได้มากกว่านี้ ก็ควรจะเขียนอุทธรณ์ไปที่ อ.บางพลี ให้เข้ามาสำรวจใหม่อีกครั้งว่าทำไมเราได้แค่นี้ เพราะของเราเสียหายมาก มีการคิดจำนวนเงินผิดหรือเปล่า หรือตัวเลขที่ลงมามันผิด ก็อุทธรณ์ไป และทางอำเภอจะเป็นผู้ชี้แจงได้ดีที่สุด อย่าเอา อบต.ราชาเทวะ ไปเล่นงานเลยเพราะเราไม่รู้เรื่องจริงๆ” นายทรงชัย กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านศรีสะเกษพบดวงไฟประหลาดลอยบนยอดไม้กลางทุ่งนาเชื่อเป็น ‘กระสือ’

Posted on December 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624237

ชาวบ้านศรีสะเกษพบดวงไฟประหลาดลอยบนยอดไม้กลางทุ่งนาเชื่อเป็น 'กระสือ'

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.45 น.

ชาวบ้านศรีสะเกษพบดวงไฟประหลาดลอยบนยอดไม้กลางทุ่งนาระหว่างบ้านรังแร้ง หมู่ 4 ต.รังแร้ง กับบ้านโนนกอง หมู่ 10 ต.โพธิ์ชัย อ.อุทุมพิสัย จ.ศรีสะเกษ ชาวบ้านเชื่อเป็น “กระสือ” คนพบเผย “ขณะที่ จยย.กลับบ้านพบเห็นดวงไฟลอยอยู่เหนือพื้นที่สูงประมาณยอดไม้ต้นใหญ่ ลอยขึ้นลงๆ และเคลื่อนตัวช้าๆ ไม่ได้หยุดนิ่งกับที่” (หมาย เป็นความเชื่อส่วนบุคคล) 

เมื่อบ่ายวันที่ 23 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ทุ่งนานอกหมู่บ้านระหว่างบ้านรังแร้ง หมู่ 4 ต.รังแร้ง กับบ้านโนนกอง หมู่ 10 ต.โพธิ์ชัย อ.อุทุมพิสัย จ.ศรีสะเกษ หลังจากมีคนนำภาพดวงไฟประหลาดโพสต์ในสื่อโซเชียลบอกว่าไม่เชื่อต้องพิสูจน์ ขอคำตอบที่เป็นวิทยาศาสตร์ เมื่อไปถึงเส้นทางพื้นที่ดังกล่าวได้พบกับนายเจษฎา บุญศรี อายุ 41 ปี ชาวบ้านคูซอด ต.คูซอด อ.เมืองศรีสะเกษ พาผู้สื่อข่าวเดินดูจุดที่ได้เห็นดวงไฟประหลาดซึ่งเป็นทุ่งนาโล่ง ไกลออกไปมีต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นรกลักษณะเป็นป่าละเมาะ

นายเจษฎา เล่าว่า เมื่อค่ำวันที่ 21 ธ.ค.64 ที่ผ่านมา ตนกลับจากไปขายของตลาดนัดที่ อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ กลับมาตามเส้นทางนี้เพื่อกลับบ้าน ผ่านบริเวณนี้เวลาประมาณทุ่มเศษ ตนมองไปห่างจากถนนประมาณ 400-500 เมตร ก็เห็นดวงไฟประหลาดดังกล่าวลอยอยู่เหนือพื้นที่สูงประมาณยอดไม้ต้นใหญ่ ตนขี่จักรยานยนต์จึงชะลอรถให้ช้าลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายแล้วก็เลื่อนรถไปเรื่อยๆ ดวงไฟลอยขึ้นลงๆ และเคลื่อนตัวช้าๆ ไม่ได้หยุดนิ่งกับที่ตนไม่รู้ว่าเป็นแสงไฟอะไร รู้ว่าบริเวณนั้นไม่มีบ้านคน อีกอย่างถ้าเป็นไฟบ้านคนก็ต้องอยู่กับที่ แต่นี่ลอยเคลื่อนที่ได้ 

“ผมถ่ายคลิปอยู่ประมาณ 1 นาทีไม่รู้ว่าเป็นไฟอะไร ใจก็คิดไปว่าผู้เฒ่าผู้แก่เคยพูดถึงผีกระสือ ซึ่งผมไม่เคยเชื่อเรื่องนี้ แต่ใจก็หวั่นๆ อยู่ เพราะค่ำมืดแล้วอยู่ที่เปลี่ยว คนเดียวด้วย ก็คิดว่าถ้าเกิดดวงไฟลอยมาหา มาทางที่ผมยืนอยู่จะทำอย่างไรเลยปิดโทรศัพท์แล้วรีบกลับบ้านไปถึงบ้านก็เล่าให้แฟนฟังและเปิดคลิปให้ดูแฟนจึงนำคลิปไปโพสต์ในเฟสบุ๊กจนมีคนแชร์กันไปทั่ว” นายเจษฎา กล่าว

ส่วนชาวบ้านโนนกอง หมู่ 10 ต.โพธิ์ชัย ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับบ้านรังแร้ง กล่าวว่า เป็นกระสือ หรือผีพง เมื่อก่อนนี้เห็นบ่อยๆ ลอยอยู่บนยอดไม้ ต้นไม้ใหญ่จะเห็น ส่วนมากจะเห็นกันในวันพระใหญ่ ก็เชื่อกันว่าผีกระสือ หรือสิ่งลี้ลับยังมีอยู่จริง  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฉะเชิงเทราเปิดอุทยาน‘พระพิฆเนศ’เนื้อโลหะสำริด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก (คลิป)

Posted on December 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624185

ฉะเชิงเทราเปิดอุทยาน‘พระพิฆเนศ’เนื้อโลหะสำริด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก (คลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.07 น.

ฉะเชิงเทราเปิดอุทยาน‘พระพิฆเนศ’เนื้อโลหะสำริด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก (คลิป)

23 ธันวาคม 2564 สมเด็จมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย พล.ต.อ.สมชาย วาณิชเสนี ประธานกรรมการมูลนิธิทองประทานฯ ศาสตราจารย์ พิเศษ อรรถพล ใหญ่สว่าง นายกสมาคมชาวฉะเชิงเทรา และนายไมตรี ไตรติลานันท์  ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบพิธีเปิดอุทยานพระพิฆเนศ คลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ คณะกรรมการมูลนิธิทองประทานฯ คณะกรรมการจัดงานฯ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมพิธีเปิดฯ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา และสร้างความเจริญในท้องถิ่นและสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่

โครงการอุทยานพระพิฆเนศ คลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา จัดสร้างโดยการริเริ่มของสมาคมชาวฉะเชิงเทรา และได้รับการสนับสนุนจากประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ได้เริ่มการก่อสร้างองค์พระพิฆเนศเนื้อโลหะสำริด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก “ปางสำริด สำเร็จสมปรารถนา” องค์ยืนสูง 39 เมตร พร้อมฐานมาตั้งแต่ปี 2552 ด้วยเหตุที่ว่าพระพิฆเนศมีความเป็นสากล เป็นที่ยอมรับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเลือกสถานที่ก่อสร้างบนที่ดินขนาด 21 ไร่ ที่ตำบลบางตลาด อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่ด้านหนึ่งติดถนนและอีกด้านติดแม่น้ำบางปะกง

พระพิฆเนศมีลักษณะพิเศษคือพระหัตถ์ทั้ง 4 ถือพืชพันธุ์ธัญญาหาร ประกอบไปด้วย มะม่วง, กล้วย, อ้อย, และขนุน ซึ่งเป็นผลไม้อันแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองแปดริ้ว  เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร มาตั้งแต่โบราณจวบจนปัจจุบัน ส่วนที่พระบาทมีหูถือขนมโมทกะ ซึ่งความหมาย คือความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน อีกทั้งองค์พระพิฆเนศยังเป็นเทพเจ้าแห่งความสำเร็จในทุกสรรพสิ่ง รับเป็นเทพเจ้าแห่งการเริ่มต้นใหม่ทั้งปวง ทำให้ผู้มากราบไหว้บูชาจะทำการสิ่งใดก็ได้ผลดั่งใจหวัง ทั้งการค้า หน้าที่การงานก็จะเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นไป 

สำหรับโครงการนี้ได้ใช้เวลาในการดำเนินการก่อสร้างยาวนานหลายปีเนื่องจากเป็นงานปฏิมากรรม ต้องใช้ทุนทรัพย์ และใช้เวลาในการก่อสร้างกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปัจจุบันนี้ -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวใหญ่ใจกล้าช่วยงูเหลือมยาวเกือบ 4 เมตรบาดเจ็บหลบแดดใต้ จยย.

Posted on December 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624169

สาวใหญ่ใจกล้าช่วยงูเหลือมยาวเกือบ 4 เมตรบาดเจ็บหลบแดดใต้ จยย.

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.20 น.

สุดพีค! สาวใหญ่เมืองคอนใจกล้าลากงูเหลือมยาวเกือบ 4 เมตรด้วยมือไปปล่อยในป่าข้างทางหลังงูพบได้รับบาดเจ็บถูกรถเหยียบนอนหลบแดดอยู่ใต้รถ จยย.ของตนเอง เจ้าตัวเผยกลัวก็กลัวแต่ด้วยความสงสารงูที่ได้รับบาดเจ็บ จึงตัดสินใจช่วยงูเหลือมตัวดังกล่าว คอหวยทราบข่าวไม่พลาดเล็งเลขเด็ดทะเบียนรถแทงหวยงาดนี้

วันที่ 23 ธ.ค.64 นางอาพับ ชำนาญกิจ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 8 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เผยว่า ช่วงสายที่ผ่านมาตนขี่รถจักรยานยนต์พร้อมญาติเข้าไปสำรวจสวนยางพารา โดยตนจอดรถจักรยานยนต์บริเวณถนนลูกรังใกล้สวนยางพารา กระทั่งช่วงเที่ยงเดินทางออกจากสวนยางพารามาที่รถจักรยานยนต์เพื่อขี่กลับบ้าน ระหว่างนั้นต้องตกใจ เนื่องจากมีงูเหลือมยาวประมาณ 3.5 เมตร ไม่ทราบว่าเลื้อยมาจากไหน นอนซ่อนใต้เงารถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียน 1 กษ 3358 นครศรีธรรมราช

ภายหลังตนตั้งสติได้จึงเข้าไปดูใกล้ๆ พบว่างูเหลือม มีสภาพบาดเจ็บบริเวณแผ่นหลังช่วงกลางลำตัว มีร่องรอยคล้ายถูกล้อรถยนต์ทับ ตอนแรกคิดว่าจะแจ้งขอความช่วยเหลือกู้ภัย แต่ด้วยความสงสารประกอบกับอากาศร้อนจัด แสงแดด ทั้งตนและงูเหลือม จึงตัดสินใจช่วยงูเหลือมตัวดังกล่าว โดยใช้มือจับส่วนหางงูเหลือมแล้วลากไปปล่อยในป่าข้างทาง แล้วงูเหลือมเลื้อยอย่างช้าๆ เข้าป่าหายไป 

อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาที่ตนช่วยงูเหลือมตัวนี้ไม่มีท่าทีดุร้ายแม้แต่น้อย ซึ่งคาดว่าอาจเพราะบาดเจ็บ ประกอบกับอากาศร้อน จึงอิดโรยไม่มีเรี่ยวแรงที่จะดุร้าย ขณะที่ชาวบ้านทราบข่าวงูเหลือมตัวนี้ไม่พลาดที่จะส่องทะเบียนรถจักรยานยนต์ เพื่อนำไปเสี่ยงโชคแทงหวยงวดวันที่ 30 ธ.ค.นี้ หวังว่างูเหลือมจะให้โชคส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่      

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนลุก! ดูกันให้ชัดๆ งูเหลือมตัวเขื่อง กับวิธีขึ้นต้นหมากอย่างชิลๆ

Posted on December 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624158

ขนลุก! ดูกันให้ชัดๆ งูเหลือมตัวเขื่อง กับวิธีขึ้นต้นหมากอย่างชิลๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.57 น.

23 ธ.ค.64 เจอคลิปนี้เข้าไปบอกเลยว่าเสียววาบ ถูกโพสต์โดยผู้ใช้ติ๊กต๊อก adtapong_2546 ขณะที่งูเหลือมตัวยาว ทั้งเลื้อย ทั้งพัน ม้วนตัวขึ้นต้นหมาก คลิปนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช 

โดยเจ้าของคลิปได้โพสต์พร้อมระบุข้อความว่า “ขึ้นหมากให้ผมที” ล่าสุดมีผู้เข้าชมแล้วกว่า 2 ล้านครั้ง หลายคนบอก เกิดมาเพึ่งเคยเห็น , ผมผู้คิดผิด ว่าเวลาเจองูวิ่งขึ้นต้นไม้แล้วจะปลอดภัย , เพิ่งเคยเห็นว่างูขึ้นต้นไม้แบบนี้นี่เอง – 009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7044527741042969883?lang=th-TH

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต้อนรับฤดูหนาว! ‘ทุ่งดอกมากาเร็ต-ดอกซีโลเซีย’ บานสะพรั่งรอนทท.สัมผัส

Posted on December 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624156

ต้อนรับฤดูหนาว! 'ทุ่งดอกมากาเร็ต-ดอกซีโลเซีย' บานสะพรั่งรอนทท.สัมผัส

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.51 น.

นักท่องเที่ยวเที่ยวชมทุ่งดอกมากาเร็ต ดอกซีโลเซีย บานสะพรั่งหลากสีสัน รับลมหนาว อย่างสวยงาม พร้อมชิมเมล่อนออแกนิค หวานกรอบ ฝีมือ 2 ข้าราชการสามี ที่มีใจรักในการทำไร่นาสวนผสมบนพื้นที่กว่า 13 ไร่

“เจพีฟาร์ม” ตั้งอยู่เลขที่ 285 ม.1 บ้านแถว-วังน้ำใส ต.แม่ระกา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก สวนเกษตรผสมผสานเนื้อที่กว่า 13 ไร่ แบ่งพื้นที่ปลูกไม้ผล ทำโรงเรือนเมล่อน แบ่งพื้นที่ทำแปลงทุ่งดอกมากาเร็ต ดอกซีโลเซีย บานสะพรั่งหลากสีสันสลับกันสวยงาม นักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวแห่เข้าชมถ่ายรูปเช็คอิน พร้อมชิมเมล่อน เนื้อเขียวพันธุ์เลดี้กรีน และเนื้อส้ม พันธุ์แสนหวาน ออแกนิคในโรงเรือนแบบปลอดสารเคมี ที่ทยอยให้ผลผลิตตัดจำหน่ายได้แล้ว

นางพนมพร ภู่อ่ำ อายุ 50 ปี นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการ เจ้าของเจพีฟาร์ม เล่าให้ฟังว่า ตนและสามีเริ่มวางแพลนการใช้ชีวิตหลังเกษียณว่าจะทำอะไรดี ก็อยากจะใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามแนวเกษตรทฤษฏีใหม่ เมื่อ 4 ปีก่อนจึงได้มาหาซื้อที่ตรงนี้เนื้อที่ 13 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ทำสวนผสมผสานปลูกไม้ผล ทั้งทุเรียน ลิ้นจี้ ลำไย ฝรั่งกิมจู เงาะโรงเรียน และทำโรงเรือนปลูกเมล่อนเนื้อเขียวพันธุ์เลดี้กรีน และเนื้อส้มพันธุ์แสนหวานแบบออแกนิคปลอดสารเคมี 100% ที่ตอนนี้เริ่มทยอยเก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่ายภายในฟาร์มได้แล้ว ในราคาเพียงกิโลกรัมละ 90 บาท

นางพนมพร ภู่อ่ำ พูดถึงจุดเริ่มต้นในการทำทุ่งดอกไม้ว่า เมื่อปีก่อนได้มีโอกาสไปเที่ยวชมทุ่งดอกไม้แนวนี้ แล้วเห็นว่าทุ่งดอกไม้ของเขามีทำเล ใกล้เคียงกับฟาร์มของเรามาก ทั้งสภาพอากาศต่างๆ ก็ใกล้เคียงกัน และเห็นว่าปัจจุบันนี้เกษตรเชิงท่องเที่ยวกำลังไปได้ดี จึงอยากลองทำที่ฟาร์มของตัวเองบ้าง พอกลับมาจึงเริ่มศึกษาดอกไม้แต่ละประเภท ทั้งดอกมากาเร็ต ดอกซีโลเซีย และดอกคอสมอส ว่าดอกไม้แต่ละประเภทปลูกอย่างไร ดูแลอย่างไร ระยะเวลาบานช่วงไหน จึงเริ่มเพาะกล้า และลงแปลงดอกไม้ตามช่วงเวลาเพื่อให้ดอกไม้บานสะพรั่งพร้อมๆ กันในช่วงฤดูการท่องเที่ยวฤดูหนาวนี้ ซึ่งตอนนี้ทั้งดอกมากาเร็ตก็บานสะพรั่งเป็นสีม่วงพาสเทลสลับกันทั้งสีเข้มและสีอ่อนอย่างสวยงาม ส่วนดอกซีโลเนียก็ชูช่อสีแดงเข้ม สีชมพู และสีเหลืองสดใสสลับกันสวยงามเป็นอย่างมาก

โดยเปิดฟาร์มรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป จนถึง 28 กุมภาพันธ์ 2565 นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมถ่ายรูปกับทุ่งดอกไม้ โดยทางฟาร์มจัดพร็อพและจุดถ่ายรูปไว้ให้เลือกมากมายภายในฟาร์ม นอกจากนี้เครื่องดื่ม ทั้งชา กาแฟ น้ำส้มคั้น ในทานที่บริเวณโซนคาเฟ่ และเลือกซื้อเมล่อนเนื้อเขียวพันธุ์เลดี้กรีน และเนื้อส้มพันธุ์แสนหวานแบบออแกนิคปลอดสารเคมี ได้ในราคากิโลกรัมละ 90 บาทเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ยอดสั่งจองเมล่อนมีเข้ามาไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่นิยมซื้อไปมอบให้ผู้หลักผู้ใหญ่ และคนที่เคารพนับถือเป็นของขวัญปีใหม่

สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ มาถ่ายรูปเช็คอินกับทุ่งดอกไม้หลากสีสัน ที่กำลังออกดอกต้อนรับเทศกาลปีใหม่ยาวไปถึงเทศกาลวันวาเลนไทน์ หรือเลือกซื้อเมล่อนปลอดสารเคมี ก็สามารถเดินทางมาได้ที่เจพีฟาร์ม เส้นทางสะดวกสบายอยู่ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลกเพียง 15 กม.เท่านั้น ฟาร์มตั้งอยู่ที่ บ้านแถววังน้ำใส หมู่ 1 ตำบลแม่ระกา อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ฟาร์มเปิดทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 17.30 น. โดยนักท่องเที่ยวจะเสียค่าเข้าชมทุ่งดอกไม้ ในราคา คนละ 40 บาทเท่านั้น โดยไม่จำกัดเวลาในการเข้าชม  ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 0919611996 และ 0869315226 หรือ เพจ Facebook เจพีฟาร์ม พิษณุโลก. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ลูก3เหมือนเกิดใหม่ พมจ.นนทบุรีเข้าช่วยเหลือ ผัวตามง้อรับปากขอดูแลครอบครัว

Posted on December 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624154

แม่ลูก3เหมือนเกิดใหม่ พมจ.นนทบุรีเข้าช่วยเหลือ ผัวตามง้อรับปากขอดูแลครอบครัว

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.45 น.

23 ธันวาคม 2564 เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังเพิงพักไม่มีเลขที่ ตั้งอยู่ภายในซอยวัดป่ามั่นเจริญบัวธรรม หมู่14 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมด้วยนายวิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง , น.ส.ฉัตราพร อรุณบุตร พนักงานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก , เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้การช่วยเหลือนางสัญลักษณ์ สายหมี อายุ 39 ปี อาชีพเก็บของเก่าขาย และลูกน้อยอีก 3 คน  ข่าวเพิ่มเติม : สุดรันทด! เเม่ลูก3ถูกผัวทิ้ง กระเตงลูกเก็บของเก่าขายประทังชีวิต

 นางสัญลักษณ์ กล่าวว่า ตนอยู่ที่นี่ได้ประมาณ 8 เดือนแล้ว หลังจากทะเลากับสามี ตนจึงใช้ชีวิตอยู่กับลูก 3 คน รายได้ก็จะมาจากการเก็บของเก่าขาย ซึ่งเวลาจะไปเก็บของเก่า ตนก็จะไปยืมรถจักรยานยนต์ ของคนในซอย โดยตนจะออกไปพร้อมกับลูก 3 คน พอได้ขวดหรือของเก่าเป็นจำนวนมากก็จะรวบรวมไปขายทีเดียว แต่ละครั้งก็จะได้เงินประมาณ 200-300 บาท พอมีเงินก็จะหุงข้าวให้ลูกกิน โดยจะก่อฟืนที่หน้าเพิ่งพัก บางวันก็ไปขอข้าวชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงมาให้ลูกกิน ทุกวันนี้การใช้ชีวิตให้ผ่านไปแต่ละวันนั้นลำบากมาก ตอนนี้อยากได้รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เอาไว้ใช้ออกไปเก็บของเก่าเพื่อนำเงินมาเลี้ยงลูกน้อยทั้ง 3 คน

ด้าน น.ส.ฉัตราพร อรุณบุตร พนักงานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบสถานที่พักและความเป็นอยู่แล้ว มีความคิดเห็นว่า จะนำแม่และลูกอีก 3 คน ไปดูแล ที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี เพื่อรับความคุ้มครองด้านปัจจัยและทางด้านการศึกษาเนื่องจากครอบครัวนี้ มาอยู่ในพื้นที่สาธารณะซึ่งไม่ถูกต้องตาม พรบ.คุ้มครองเด็ก

ขณะเดียวกัน นายไพฑูร์ บุณจันทึก อายุ 38 ปี สามีที่เพิ่งจะเเยกทางกัน ได้เดินทางเข้ามาหาลูก เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่มากันเยอะ จึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่อยากให้นำลูกและภรรยาไปไหน ที่ผ่านมายอมรับว่าทะเลาะกันจริง แต่หลังจากนี้จะใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์และจะดูแลทุกคนในครอบครัวให้ดีที่สุด 

จากนั้น นายวิเชียร เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง ได้มอบเงินสดจำนวน 2,400 บาท กับครอบครัวดังกล่าว เพื่อให้ไปเช่าบ้านอยู่ภายในซอยดังกล่าว พร้อมทั้งมอบถุงยังชีพ และของใช้ที่จำเป็นอีกจำนวนหนึ่ง และจะหางานใหม่ให้ทำ คุณภาพชีวิตในครอบครัวจะได้ดีขึ้นและไม่ให้มาอยู่ในที่สาธารณะอีก ทั้งนี้ได้สั่งให้ลื้อเพิงเก่าทิ้งไป และถ้าหากมาอยู่เหมือนเดิมจะให้เจ้าหน้าที่นำตัวเด็กไปดูแล โดยทั้งสองสามีภรรยารับปากและลงบันทึกข้อตกลงเอาไว้เรียบร้อยเเล้ว. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผบ.มทบ.32 เปิดค่ายชวนชม‘บ้านป่องนัก’ พลับพลาที่ประทับสถาปัตยกรรมทรงคุณค่า

Posted on December 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624112

ผบ.มทบ.32 เปิดค่ายชวนชม‘บ้านป่องนัก’ พลับพลาที่ประทับสถาปัตยกรรมทรงคุณค่า

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.26 น.

ผบ.มทบ.32 เปิดค่ายชวนชม‘บ้านป่องนัก’ พลับพลาที่ประทับสถาปัตยกรรมทรงคุณค่า

23 ธันวาคม 2564 พลตรีอโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 (ผบ.มทบ.32) ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้ประวัติศาสตร์ “บ้านป่องนัก” พลับพลาที่ประทับ สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าให้ประชาชนชาวจังหวัดลำปาง เห็นความสำคัญทางประวัติศาสตร์ สมบัติอันล้ำค่าของชาวไทยและชาวจังหวัดลำปาง

สำหรับ “บ้านป่องนัก” เคยใช้เป็นพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนมณฑลพายัพ เมื่อเดือนมกราคม 2469  ต่อมา เดือนมีนาคม 2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จประทับระหว่างทรงเยี่ยมราษฎรภาคเหนือก็ใช้พลับพลาที่ประทับอีกครั้งหนึ่ง

การเรียกชื่อบ้านป่องนักเป็นการเรียกตามลักษณะการก่อสร้างบ้านในภาษาเหนือ ซึ่ง “ป่อง” หมายถึง “หน้าต่าง” ฐ “นัก” หมายถึง “มาก” เมื่อรวมกันแล้วจึงมีความหมาย คือ บ้านที่หน้าต่างจำนวนมาก มีลักษณะเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น ยกพื้นเตี้ย ขนาดกว้าง 19 เมตร ยาว 25 เมตร ชั้นล่างสูงจากพื้นดิน 80 เซนติเมตร มีหน้ามุขแบบ 5 เหลี่ยม จำนวน 5 มุข หลังคาทรงพีระมิด ตัวบ้านเป็นสถาปัตยกรรมยุโรปแบบคลาสสิก สมัยกรีก ราวศตวรรษที่ 13 ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบไทย มีหน้าต่างแบบแป้นเกล็ด ทั้งบานแบะและบานกระทุ้ง มากถึง 250 บาน ช่องหน้าต่าง 469 ช่อง ควบคุมการก่อสร้างโดย พันโท พระมหาณรงค์เรืองเดช ผู้บังคับกองทัพที่ 1 กรมทหารราบที่ 17 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างจำนวน 16,000 บาท (ในยุคสมัยนั้น) หากคิดเป็นราคาในปัจจุบันนี้คงประมาณค่ามิได้

ภายในบ้านป่องนัก ได้มีการแสดงเรื่องราวความเป็นมาของจังหวัดลำปาง และศิลปวัฒนธรรม ตลอดทั้งอาวุธยุทธภัณฑ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2  และเครื่องใช้สมัยสงครามและของทหารกล้าในอดีตในแต่ละสมรภูมิ   อีกทั้งเครื่องใช้ส่วนพระองค์อีกจำนวนหนึ่ง ภายในบ้านยังคงสภาพงห้องทรงงาน ห้องเสวย ห้องบรรทม ซึ่งยังคงเก็บรักษาไว้อย่างดี เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเกิดความภาคภูมิใจ  โดยสามารถเข้าเยี่ยมชมได้ในวัน และเวลาราชการ โทรศัพท์ 054 – 225941 – 3 ต่อ 72318

กองทัพบก ให้ความสำคัญกับบ้านป่องนักที่เป็นสมบัติล้ำค่าและความเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ของมณฑลพายัพ  จึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นพิพิธภัณฑ์ทหาร และมอบหมายให้มณฑลทหารบกที่ 32 ดำเนินการดูแลสมบัติอันล้ำค่านี้ร่วมกับชาวจังหวัดลำปางและชาวไทย ในการบูรณะปรับปรุง ซ่อมแซม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ให้ “บ้านป่องนัก” มีความงดงามและคงสภาพเดิมไว้ทุกประการ เพื่อเป็นสถานที่ที่รวบรวมข้อมูล และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ อันเกี่ยวเนื่องกับความเป็นเอกราชและความเป็นไทย ไว้ให้ลูกหลานสืบไป -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีตนักร้อง’รักชาติ ศิริชัย’ ต้นตำรับเพลงดัง’ฉันทนาที่รัก’ ขายลาบก้อยสู้ชีวิต

Posted on December 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/624110

อดีตนักร้อง'รักชาติ ศิริชัย' ต้นตำรับเพลงดัง'ฉันทนาที่รัก' ขายลาบก้อยสู้ชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.19 น.

อดีตนักร้องลูกทุ่งดังยุค 80 “รักชาติ ศิริชัย” เจ้าตำรับเพลง “ฉันทนาที่รัก”ที่เคยโด่งดังในอดีตวัย 66 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น ผันตัวมาปักหลักขายลาบก้อย ที่ตลาดสด อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เจอพิษโควิดทำชีวิตพลิกผัน แต่ไม่เคยยอมแพ้สู้ชีวิตเลี้ยงครอบครัว วอนแฟนเพลงหากมีงานพร้อมรับการแสดงราคากันเอง ขณะที่แฟนคลับจำได้ช่วยอุดหนุน

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง มีพ่อค้าขายลาบก้อยรายหนึ่ง ที่ตลาดสดเทศบาลกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งทั้งลาบก้อยไปด้วยและร้องเพลงไปด้วย สร้างความสนุกสนานคลายเครียดให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่แผงใกล้กัน รวมทั้งประชาชนที่เข้ามาเลือกซื้ออาหาร ต้องหยุดฟังเพลงด้วยความสนใจ หลายคนกระซิบกระซาบกันว่าบุคลิกและน้ำเสียง เหมือนนักร้องมืออาชีพ โดยสุ้มเสียงของพ่อค้าขายลาบก้อยรายนี้ฟังออดอ้อน หวานหยดย้อย ซึ่งเพลงที่เขานำมาร้องนั้นเป็นเพลงลุกทุ่งยุคเก่าที่หาฟังยาก แต่เมื่อได้ยินแล้วประทับใจ จนอดใจไม่ได้ที่จะหยุดฟังและขอเพลงขณะยืนรอเมนูลาบก้อย  ถือเป็นรูปแบบการขายและวิธีการเรียกลูกค้าอีกแบบหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปสังเกตการณ์ พบชายคนดังกล่าว ตั้งแผงขายอาหารอีสานประเภทลาบ ก้อยและต้มเนื้อวัว ที่ตลาดสดเทศบาลตำบลกมลาไสย หรือตลาดเย็น บริเวณมุมทางออก 4 แยกไฟแดง ซึ่งมีลูกค้ายืนรอและรับฟังเพลงที่เขาร้องคลอไปด้วยขณะทำการปรุงอาหารให้กับลูกค้า โดยเพลงที่เขานำมาขับร้องขณะประกอบการปรุงอาหารนั้น เป็นบทเพลงลูกทุ่ง ที่เคยโด่งดังมากในยุค 80 หรือราวปี  2520-2530 เช่นเพลง ฉันทนาที่รัก , รักข้ามคลอง ,ฉันทนาใจดำ , สุขเถิดบัวคำ ซึ่งรูปร่างหน้าตา โดยเฉพาะสำเนียงที่เขาขับขานออกมานั้น เหมือนอดีตนักร้องดังชื่อ “รักชาติ ศิริชัย” มาก

จากการสอบถามพ่อค้าขายลาบก้อย ยืนยันว่าตนคือ “รักชาติ ศิริชัย” ตัวจริง เสียงจริง ปัจจุบัน อายุ 66 ปี สาเหตุที่มาตั้งแผงขายลาบก้อยที่นี่ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ทำให้งานร้องเพลงที่เคยเป็นอาชีพหลักต้องหยุดไป

โดยรักชาติ กล่าวว่า หลังจากยุคเพลงลูกทุ่งลดความนิยมลง ตนก็ยังรับงานอยู่ เช่น ตามร้านอาหาร งานมงคล งานสังคมต่างๆ พอเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบกับคนในวงการบันเทิง และร้านค้าร้านอาหารที่เคยไปรับงานร้องเพลง ตนได้เปิดร้านขายอาหารตามสั่งหลายแห่ง ล่าสุดที่กรุงเทพฯ แต่ก็ไปไม่รอด พอดีมีคนที่รู้จักรักใคร่กันดี ชักชวนมาทำธุรกิจขายปุ๋ยและพันธุ์ข้าว ที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ จึงใช้เวลาว่างมาขายลาบก้อยที่นี่

โดยมีภรรยาและลูกชายช่วยกันขาย โดยเช้าช่วงเวลา 06.00-08.00 น. จะขายที่หน้าบ้าน ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย ตอนเย็นมาขายที่แผงตลาดสดเทศบาลตำบลกมลาไสย ปรากฏว่าได้รับการอุดหนุนจากลูกค้าค่อนข้างดี ก็ต้องขอกราบขอบคุณลูกค้า และมิตรรักแฟนเพลงเป็นอย่างมากที่จำกันได้ และมาช่วยอุดหนุนลาบก้อย ในอนาคตหากบรรยากาศการค้าขายดีขึ้น อาจจะเปิดร้านชื่อ “รักชาติลาบก้อย” และสำหรับการร้องเพลง ซึ่งเป็นอาชีพที่ตนรัก ก็ยังอยากจะร้องอยู่ หากเจ้าภาพท่านใดหรือแฟนพันธุ์แท้มีงานบุญงานกุศล อยากได้’รักชาติ ศิริชัย’ ตัวจริงเสียงจริง ไปขับกล่อมในงาน ก็สามารถมาติดต่อได้ราคาเป็นกันเอง

ทั้งนี้ ‘รักชาติ ศิริชัย’ ชื่อจริงนายบุญช่วย จิวิสาย บ้านเดิมบ้านหนองมะเขือ ต.โคกสำราญ อ.บ้านแฮด (เดิม อ.บ้านไผ่) จ.ขอนแก่น เริ่มจับไมค์ร้องเพลงครั้งแรกในงานแต่งงานงานหนึ่ง จากนั้นก็ตะเวนประกวดร้องเพลงในพื้นที่ใกล้เคียง และก็ชนะเป็นส่วนใหญ่ ช่วงหลังๆจึงมักได้รับการปฏิเสธไม่ให้เข้าร่วมประกวดจากกองประกวด จึงไปสมัครเป็นนักร้องกับวงดนตรี “จุฬาภรณ์” ที่ จ.มหาสารคาม แต่วงอยู่ได้แค่ 2 เดือนก็หยุด

ต่อมาด้วยความช่วยเหลือของคนในวงการ รักชาติได้มีโอกาสบันทึกเสียงเพลงแรกในชีวิต เป็นเพลงของครูชลธี ธารทอง ชื่อ “จดหมายฉบับสุดท้าย” แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จึงเดินทางกลับบ้านและบวช 1 พรรษา

ระหว่างนั้นมีเพื่อนมาพูดคุยเรื่องการเป็นนักร้องที่กรุงเทพฯ หลังจากลาสิขาออกมาจึงตัดสินใจลงไปกรุงเทพ หวังจะไปสมัครเป็นนักร้องกับวง “รุ่งเพชร แหลมสิงห์” ที่เขายึดเป็นนักร้องต้นแบบ แต่ปรากฏว่า เมื่อเดินทางถึงเห็นมีการประกาศขายรถบัสเดินสายของวง “รุ่งเพชร” ทำเอารักชาติรู้สึกผิดหวัง และคิดหาหนทางใหม่

ในที่สุดรักชาติก็ไปอยู่กับวงดนตรี “ศรีไพร ลูกราชบุรี” จึงมีโอกาสได้ร้องเพลงหน้าเวทีบ้าง ต่อมาเมื่อวงมาเดินสายอยู่แถวภาคเหนือ รักชาติ ได้ไปพบสุชาติ เทียนทอง นักร้องนักแต่งเพลงชื่อดังในยุคนั้น เพื่อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ ซึ่งสุชาติก็รับเขาและแต่งเพลงให้ร้องหลายเพลง นอกจากนี้ยังพารักชาติเข้าห้องอัดเสียงด้วย

รักชาติ ศิริชัย ร้องเพลงของสุชาติหลายเพลง แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนมาถึงเพลงที่ 8 เพลงสุดท้ายที่ตกลงกับสุชาติว่า ถ้าไม่ประสบความสำเร็จอีกก็คงต้องล้มเลิกการผลักดัน และเพลงสุดท้ายที่ทำให้รักชาติโด่งดังเป็นพลุแตก คือเพลง “ฉันทนาที่รัก” ซึ่งเป็นเพลงยุคแรกๆที่กล่าวถึงชีวิตของสาวโรงงาน จากความสำเร็จของเพลง “ฉันทนาที่รัก” รักชาติ ยิ่งทวีความดังมากขึ้นไปอีกจากผลงานเพลงสุดฮิต อย่างเช่น รักข้ามคลอง , ฉันทนาใจดำ ,สุขเถิดบัวคำ ความดังของเพลงฉันทนาที่รัก ทำให้คำว่า “ฉันทนา” ถูกใช้แทนความหมายของเหล่าบรรดาสาวโรงงานจนถึงปัจจุบัน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,289,632 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดี๊ด๊า...นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
9 เทคนิคลดน้ำหนักแบบยั่งยืนที่สาวหลัก 4 ต้องรู้
ข้าราชการดีเด่น (3)
ข่าวปลอม.. กินอาหารค้างคืน ที่นำไปอุ่นซ้ำ ทำให้เป็นโรคมะเร็ง #SootinClaimon.Com
Young daughter feared rape by sexually abusive repairmen, says mother #SootinClaimon.Com
TMB starts smart service  for portfolio management
น้ำตาจะไหล! 'ลุงฉลอง'วัย60 เก็บเงิน3แสนส่งคืนเจ้าของ #SootinClaimon.Com
Grand Opening W22 Hotel by Burasari
'ชนิสราฟาร์ม' ตัวอย่างเกษตรกร Contract Farming สร้างอาชีพมั่นคงด้วยสองมือ
ทรัมป์ถล่มมูลนิธิคลินตัน ใช้เส้นหาเงินเข้ากระเป๋า

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d