Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

กัดฟันสู้หมูแพง!‘ข้าวสตูเกียดฟั่ง’ร้านดังหาดใหญ่ ยังตรึงราคาเดิม #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617709

กัดฟันสู้หมูแพง!‘ข้าวสตูเกียดฟั่ง’ร้านดังหาดใหญ่ ยังตรึงราคาเดิม

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.10 น.

กัดฟันสู้หมูแพง!‘ข้าวสตูเกียดฟั่ง’ร้านดังหาดใหญ่ ยังตรึงราคาเดิม

23 พฤศจิกายน 2564 ในช่วงนี้ราคาหมูในตลาดทรัพย์สินพลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปรับสูงขึ้นทุกวัน โดยวันนี้ราคาหมูหน้าเขียง เนื้อแดง กก.ละ 125 บาท หมูสามชั้น กก.ละ145 บาท เนื้อติดมัน กก.ละ 125 บาท เนื้อสันนอก กก.ละ 140 บาท เนื้อสันใน กก.ละ 140 บาท คอหมู กก.ละ145 บาท ซี่โครงอ่อน กก.ละ 135 บาท กระดูกซี่โครงหมู กก.ละ  105 บาท ขาหน้า กก.ละ 185 บาท ขาหลัง กก.ละ 135 บาท ยังถือเป็นราคาที่ผู้บริโภครับได้ แต่คิดว่าราคาหมูมีแนวโน้มสูงขึ้นแน่นอน เนื่องจากขณะนี้หมูในฟาร์มต่างๆมีปัญหาโรคอหิวาต์สุกรระบาด ปัญหาน้ำท่วม และหัวอาหารยังมีราคาสูงทำให้ต้นทุนสูง

ส่วนที่ “ข้าวสตูเกียดฟั่ง” ร้านดังกลางเมืองสงขลา ถนนนางงาม เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา มีลูกค้าทยอยเข้ามานั่งกินข้าวสตูในร้านอย่างต่อเนื่อง โดย ธนธร ศิริคติธรรม เจ้าของร้านข้าวสตูเกียดฟั่ง รุ่นที่ 3 เป็นผู้ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งยังคงขายดีอยู่เช่นเดิม แม้เป็นช่วงที่ จ.สงขลา อยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จนติดอันดับ 2 ของประเทศ วันนี้เจอราคาหมูแพงที่มีการปรับราคาหมูขึ้นไปแล้ว เนื่องจากทางร้านใช้หมูเป็นวัตถุดิบในการทำหมูสตูและซาลาเปาลูกใหญ่ด้วย โดยทางร้านยืนยัน ณ ตอนนี้ยังไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด ยังคงขายในราคาปกติ ของทางร้าน

สำหรับข้าวสตู ราคา 60 , 80 , 100 และ 150 บาท ส่วนหมูกรอบ ราคา 60 , 80 , 100 และ 150 บาท เช่นเดียวกัน ลูกค้าจะสั่งได้ตามราคาที่ตั้งเอาไว้ รวมทั้งหมูกรอบด้วย

ธนธร ศิริคติธรรม เจ้าของร้านข้าวสตูเกียดฟั่ง(โกยาว) เจ้าแรกต้นตำรับในสงขลา กล่าวว่า ตอนนี้ยังอยู่ได้ ทางร้านยังไม่มีการขึ้นราคา เพราะตอนนี้มีโควิด-19 ลูกค้าประจำลูกค้าขาจรก็มากันเยอะ แล้ว เรายังคงใช้มาตรฐานเดิม คือ ยังไม่มีการขึ้นราคา ณ ตอนนี้ จึงฝากบอกลูกค้าว่าทางร้านยังไม่ขึ้นราคา ขณะที่หมูขึ้นราคาไปแล้ว เนื่องจากสถานการณ์อย่างนี้ เราคิดว่าอย่าขึ้นราคาก่อนดีกว่า สถานการณ์แบบนี้และเศรษฐกิจแบบนี้แต่ละบ้านก็ลำบากอยู่แล้ว เราจึงไม่ขึ้นราคา ลูกค้าได้ซื้อด้วย และมีโครงการคนละครึ่งด้วย -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วยแชร์ก็ยังดี! น่าสงสารมีคนนำลูกสุนัขกว่า 10 ตัวมาปล่อยทิ้งไว้แถวๆเขาใหญ่ #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617708

ช่วยแชร์ก็ยังดี! น่าสงสารมีคนนำลูกสุนัขกว่า 10 ตัวมาปล่อยทิ้งไว้แถวๆเขาใหญ่

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.04 น.

23 พ.ย.64 เฟซบุ๊ก ที่นี่เขาใหญ่ โพสต์ขอความเมตตาเนื่องจากมีคนนำลูกสุนัขมาปล่อยทิ้งไว้ แถวๆโบนันซ่าเขาใหญ่ มีน้องผู้ชายได้ยินเสียงร้องเลยเข้าไปดู เพราะปกติบริเวณนี้จะไม่มีลูกสุนัขอยู่ จึงเห็นลูกสุนัขหลายตัว นับได้10ตัว ร้องเสียงดัง จึงรู้ว่ามีคนนำมาปล่อยทิ้ง น้องเลยไปหาข้าวหานมมาให้เพราะสงสาร และน้องได้ติดต่อมายังเพจ ขอความกรุณาลงโพสต์ให้เผื่อมีคนต้องการมารับน้องๆไปเลี้ยง เพราะน้องหมาน่าสงสารมาก หากท่านใดสนใจนำน้องไปเลี้ยง สามารถติดต่อน้องเอฟได้เลยนะคับ เพราะน้องอยู่แถวนั้น เนื่องจากน้องเองก็ไม่มีกำลังจะซื้อนมซื้อข้าวไปให้บ่อย และสงสารน้องหมามากๆคับ

เบอร์ติดต่อน้องเอฟนะคับ โทร 0642405513 พิกัดน้องมาอยู่ แถวๆโบนันซ่าคับ ช่วยแชร์ก็ยังดีคับ เผื่อมีท่านใดเห็นโพสต์และอยากเอาไปเลี้ยงคับ ขอบคุณครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพทย์ผิวหนังชี้ ภาวะ‘ผมร่วงเป็นหย่อม’ เกิดได้หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617705

แพทย์ผิวหนังชี้ ภาวะ‘ผมร่วงเป็นหย่อม’ เกิดได้หลังฉีดวัคซีนโควิด-19

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.41 น.

สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ชี้ภาวะ “ผมร่วงเป็นหย่อม” เกิดขึ้นได้หลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 ร่างกายจะมีการกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันตนเอง ทำให้เกิดปฏิกิริยาอักเสบที่บริเวณต่อมผมทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมได้ พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาที่ถูกวิธี

23 พฤศจิกายน 2564 นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคผมร่วงเป็นหย่อมเป็นโรคที่พบได้บ่อยในทุกช่วงอายุ ผู้ป่วยจะมีอาการผมร่วงเป็นหย่อมๆที่ศีรษะ โดยอาจจะมีขนร่วงที่บริเวณอื่นร่วมด้วย เช่น คิ้ว หนวด จอนหรือขนตามร่างกาย ในรายที่เป็นมาก อาจมีอาการผมร่วงทั่วศีรษะหรือขนตามร่างกายร่วงจนหมด โดยปกติแล้วโรคนี้จะเกิดไม่มีสาเหตุแน่ชัด

จากข้อมูลทางวิชาการเชื่อว่าการสร้างภูมิคุ้มกันตนเองของร่างกายร่วมกับการเสียการควบคุมของระบบภูมิคุ้มกัน และอาจมีปัจจัยทางกรรมพันธุ์เกี่ยวข้อง หรือร่างกายถูกกระตุ้นได้จากปัจจัยบางอย่าง เช่น ความเครียดจากภาวะเจ็บป่วยทางร่างกายและจิตใจ ทำให้มีการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวและสารสื่อประสาทที่บริเวณต่อมผม ส่งผลต่อการสร้างผมผิดปกติและวงจรชีวิตของผมเปลี่ยนจากระยะเจริญเติบโตเป็นระยะหลุดร่วงได้เร็วขึ้น

“สำหรับภาวะผมร่วงเป็นหย่อมภายหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากวัคซีนมีกระบวนการเลียนแบบการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันต้านตนเองทำให้เกิดปฏิกิริยาอักเสบที่บริเวณต่อมผมและมีผลทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมได้” นายแพทย์มานัส กล่าว

ด้านแพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวว่า ภาวะผมร่วงเป็นหย่อมภายหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 อาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ยังจำเป็นที่จะต้องรอผลการศึกษามากกว่านี้ในเรื่องอุบัติการณ์การเกิดหลังจากการฉีดวัคซีน ในปัจจุบันมีการศึกษาผู้ป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อมที่กลับมาเป็นซ้ำหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 และมีความเป็นไปได้ถึงการเกิดโรคผมร่วงเป็นหย่อมสามารถเกิดขึ้นใหม่ หรือผู้ป่วยโรคผมร่วงเป็นหย่อมที่เป็นอยู่แล้ว และจะมีอาการมากขึ้นหลังฉีดวัคซีน โดยจะคล้ายคลึงกับผู้ป่วยที่มีภาวะผมร่วงหลังจากมีการติดเชื้อโควิด-19 แต่ยังไม่มีรายงานการศึกษาผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าวมากพอที่จะสรุปผลได้

นอกจากนี้ยังพบว่าโรคผมร่วงเป็นหย่อมอาจเกิดภายหลังจากการฉีดวัคซีนอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น วัคซีนงูสวัด , วัคซีนไวรัสตับอักเสบบีและวัคซีนโรคไข้สมองอักเสบเจอี รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคผมร่วงเป็นหย่อมร่วมด้วย เช่น ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ , ความเครียด , การเจ็บป่วย , โรคภูมิแพ้ , โรคไทรอยด์ , โรคลูปัส, ภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก และภาวการณ์ขาดวิตามินดี

ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ผู้ที่มีภาวะผมร่วงเป็นหย่อมเพียงเล็กน้อย อาการผมร่วงอาจหายได้เองหรือสามารถรับการรักษากับแพทย์เฉพาะทางด้วยการทายาสเตียรอยด์หรือฉีดยาสเตียรอยด์ที่ศีรษะร่วมกับการทายาไมน็อกซิดิล 2-5% วันละ 2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นผมให้ขึ้นใหม่ ส่วนการรับประทานเหล็กและวิตามิน เช่น สังกะสี, ไบโอติน, วิตามินดี ยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการชัดเจนว่าจะมีส่วนช่วยรักษา แต่อย่างไรก็ตามหากอาการผมร่วงไม่ดีขึ้น มีผมร่วงทั่วศีรษะหรือมีขนตามร่างกายร่วงด้วย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของหมาไล่กัดเพื่อนบ้านยันไม่ใช่พิทบูลเป็นพันธุ์ ‘เฟรนช์บูลด็อก’ ไม่ดุร้ายนิสัยขี้เล่น #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617704

เจ้าของหมาไล่กัดเพื่อนบ้านยันไม่ใช่พิทบูลเป็นพันธุ์ 'เฟรนช์บูลด็อก' ไม่ดุร้ายนิสัยขี้เล่น

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.40 น.

เจ้าของหมาที่ไล่กัดเพื่อนบ้านในหมู่บ้านจัดสรรที่บุรีรัมย์ยันไม่ใช่พิทบูลเป็นสายพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกมีนิสัยขี้เล่นไม่ดุร้ายและฉีดวัคซีนครบแล้ว แต่เพื่อความสบายใจคนในหมู่บ้านเตรียมเอาไปไว้บ้านเกิดที่ยโสธร ด้าน อบต.-ปศุสัตว์รุดตรวจสอบพร้อมพูดคุยทำความเข้าใจทั้งสองฝ่ายลดปัญหาขัดแย้ง   

ความคืบหน้ากรณีที่ชาวบ้านในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งใน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนทางอำเภอว่า มีสุนัขพันธุ์พิทบูลของคนที่มาเช่าบ้านอยู่ติดกับสวนสาธารณะของหมู่บ้านจัดสรรดังกล่าวจำนวน 2 ตัว สีดำ และสีขาว วิ่งเพ่นพ่านไล่กัดชาวบ้านไปทั่ว โดยล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (22 พ.ย.) สุนัขได้ไล่กัดชาวบ้านถึง 2 คนในวันเดียวคือ ภรรยาชาวต่างชาติ โดนกัดขณะกำลังปั่นจักรยานออกกำลังกายบริเวณสวนสาธารณะ และอีกคนถูกกัดขณะนำขยะออกมาทิ้งหน้าบ้านโดยไม่ทันตั้งตัวจนกางเกงขาดเป็นรู มีรอยฟันสุนัขเป็นสีแดง บริเวณขาของผู้เสียหายทั้ง 2 คน แต่ยังเคราะห์ดีที่ตอนเกิดเหตุผู้เสียหายร้องตะโกนให้คนช่วย เพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ได้ยินเสียงจึงออกมาช่วยขับไล่สุนัข  ทำให้ไม่ได้บาดเจ็บมาก แต่กรณีดังกล่าวทั้งผู้เสียหายที่ถูกสุนัขกัด และราษฎรที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร ก็อยากให้เจ้าของดูแลควบคุมสุนัขของตัวเองไม่ให้ออกมาสร้างความเดือดร้อนกับคนอื่น

ล่าสุดวันนี้ (23 พ.ย.64) น.ส.มารศรี เค้าไธสง ปลัด อบต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่ อบต.ก็ได้ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านจัดสรรที่เกิดเหตุตามที่ได้รับร้องเรียน เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทราบว่า มีชาวบ้านถูกสุนัขกัด 2 คนแต่มีแผลลักษณะคล้ายรอยข่วนไม่ได้เข้าลึกถึงกับเลือดออก และเมื่อไปตรวจสอบที่บ้านเจ้าของสุนัข ซึ่งเช่าอยู่บริเวณใกล้กับสวนสาธารณะสำหรับออกกำลังกายและสนามเด็กเล่นก็พบสุนัขตัวสีดำและสีขาว 2 ตัวอยู่ภายในบ้านจริง เมื่อเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปใกล้กับรั้วบ้านก็ไม่ได้มีท่าทางดุร้ายหรือส่งเสียงเห่าเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

ทั้งนี้ จากการสอบถามคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว บอกว่า เป็นเพื่อนร่วมงานที่มาอาศัยอยู่ด้วยกัน ส่วนเจ้าของสุนัขออกไปทำงานต่างอำเภอ เจ้าหน้าที่จึงได้โทรศัพท์สอบถามกับเจ้าของสุนัข ชื่อว่านายโชค อายุ 29  ปี ได้ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ว่า สุนัขทั้งสองตัวเป็นสายพันธุ์เฟรนช์บูลด็อก ปัจจุบันอายุประมาณ 2 ปียันยันว่าไม่ใช่สุนัขพันธุ์พิทบูลตามที่ชาวบ้านเข้าใจ และสุนัขเฟรนช์บูลด็อกก็มีนิสัยขี้เล่นขี้อ้อนไม่ดุร้าย 

ส่วนที่เพื่อนบ้านบอกว่าถูกสุนัขของตนเองกัดนั้นตนเองก็ยังไม่ได้พูดคุยกับคนที่บอกว่าถูกกัดเลยว่า เรื่องราวเป็นยังไงเป็นอะไรมากหรือไม่ ซึ่งหากสุนัขของตนเองกัดจริงก็พร้อมจะรับผิดชอบ แต่เท่าที่ตนเองเลี้ยงสุนัข 2 ตัวนี้มาก็ไม่เคยแสดงอาการดุร้ายหรือไปกัดใครเลย เพราะตนก็รู้อยู่แล้วว่าเขามีนิสัยยังไง แต่ถ้าหากเป็นสุนัขพันธุ์ที่ดุร้ายก็คงจะไม่ปล่อยออกมาเพ่นพ่านนอกบ้านแน่นอน เพราะตนเองก็ไม่ได้อยากมีปัญหากับเพื่อนบ้านอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความสบายใจของคนในหมู่บ้าน ตนก็รับปากว่าจะนำสุนัขทั้ง 2 ตัวไปไว้ที่ จ.ยโสธร เพื่อตัดปัญหา

ขณะที่ปลัด อบต.หนองคู บอกว่า หลังจากลงพื้นที่มาสอบถามข้อมูลรายละเอียดในเบื้องต้นแล้วก็จะได้นัดทั้งฝ่ายชาวบ้านและเจ้าของสุนัขมาพูดคุยกัน เพื่อทำความเข้าใจและหาทางออกร่วมกันเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่ายและป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยเนื่องจากอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ทั้งนี้ ยังได้ขอความร่วมมือผู้ที่เลี้ยงสุนัขตามบ้านเรือนในเขตพื้นที่รับผิดชอบของ อบต.ก็ควรจะควบคุมดูแลสุนัขของตัวเองเป็นอย่างดี อย่าปล่อยไปสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นด้วย  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สนั่นโซเซียล! ‘ไฮโซลูกนัท’โมโหปิดประตูหนีบ ด่ารปภ.ศาล’รถกูแพงกว่าบ้านมึงอีก’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617648

สนั่นโซเซียล! 'ไฮโซลูกนัท'โมโหปิดประตูหนีบ ด่ารปภ.ศาล'รถกูแพงกว่าบ้านมึงอีก'

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.25 น.

เรื่องนี้โซเซียลแห่แชร์กันสนั่น!!! ‘ไฮโซลูกนัท’อ้างโมโหหนักมาก โดน รปภ.ศาลปิดประตูเลื่อนหนีบตัวไม่ยอมให้เข้าไปฟังคำสั่งประกันตัวเพื่อน ด่าลั่น’รถกูแพงกว่าบ้านมึงอีก’ ก่อนจะออกมาขออภัยแสดงกิริยามารยาทไม่สุภาพ

23 พ.ย.64 บนโลกโซเซียลมีการแชร์เรื่องราวของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Nat Thanakitamnuay เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมาวา่า

เรื่องเล่าขี้ข้าเผด็จการในวันนี้ ณ ศาลจังหวัดธัญบุรี

ในขนะที่ผมกำและพีท(แฟนฟ้า) กำลังนั่งรอว่าศาลจะให้ประกันตัวแกนนำในวันนี้หรือไม่ อยู่ที่หน้าศาล (ด้านนอก) และท้ายที่สุดก็ได้รับแจ้งว่า เพื่อนเราได้รับประกันตัว ตามสิทธิ์อันชอบธรรมแล้ว! ด้วยความดีใจ ผมกับพีท จึงรีบเดินเข้าไปในศาลเพื่อจะไปรอรับฟ้า ตอนเดินผ่านประตู รปภ.(แต่ใส่ชุดเขียวๆ เหมือน สห.)ของศาล พยายามบิดประตูเลื่อนทับตัวผม ย้ำว่า ทับตัว แต่ผมก็ดันออกแล้วเดินเข้ามาได้ แล้วเข้าไปต่อว่า จนท.ว่า รถผมอยู่ข้างในนี้ จะมาปิดประตูใส่ผมมีสิทธิ์อะไร เงินเดือนมาจากภาษีของประชาชน เจียมตัวนิดนึง พอหลุดออกมาจากประตูได้ จนท จึงบอกว่า ถ้ารถอยู่ข้างในให้เข้าได้ (ก็แทนที่จะถามก่อน) แล้วด้วยความโมโห ที่โดนปิดประตูทับตัว จึงแสดงกิริยามารยาทไม่สุภาพออกมา (อันนี้ต้องขออภัย) โดยการชี้หน้าต่อว่า ด้วยคำพูดหยาบคายว่า

“รถกูแพงกว่าบ้านมึงอีก”

จุดพีคมันอยู่ตรงนี้ – เมื่อเราแสดงควาทยินดีกันเสร็จเรียบร้อย ผมก็เรียกให้คนขับรถ เอารถขึ้นมารับผมที่หน้าประตูทางออก (วันนี้ใช้รถ Jaguar XJL สีดำ คันใหม่ ป้ายแดง) จนท. คนเดียวกันเลยที่ตั้งใจปิดประตูทับตัวผม เดินเข้ามายกมือไหว้ ทำความเคารพ คนขับรถผม ผ่านกระจกหน้า ในขนะที่ผมกำลังจะเดินไปขึ้นรถ ที่เบาะหลัง – มันดูออกชัดเจนมาก ว่า ขี้ข้าเผด็จการเหล่านี้ บูชาเงิน/อำนาจ พอเห็นรถยุโรปคันหรูกำลังขับออกมา ถึงกับเดินเข้ามาไหว้ ทั้งๆทีพึ่งปิดประตูทับเจ้าของรถไป 5555 ผมจึงเกินเข้าไปต่อว่าอีกครั้ง จนท.ไม่กล้าสบตาและเดินถอยหลังกลับไป ก่อนที่คนขับรถจะลงมาเปิดประตูรถให้ขึ้นไปนั่งบนเบาะหลัง กลับบ้าน

เรื่องราวมีเท่านี้ – คิดว่าเพื่อความยุติธรรม จึงต้องพูดถึงการแสดงออกที่หยาบคายของตัวเองด้วย จริงๆผมไม่ควรใช้คำพูดว่า “รถกูแพงกว่าบ้านมึงอีก” เลย จะเก็บไปปรับปรุง- แต่ผมไม่ได้พูดเพราะดูถูกอาชีพ หรือความจนเค้านะ ผมดูถูกการเลือกที่จะการรับใช้เผด็จการ แล้วเลือกจะมีสองมาตราฐานที่จะปฏิบัติต่อคนในแต่ละชนชั้น มวลชนของราษฎรถูกเลือกปฏิบัติ แบบนี้ ในขนะที่คนรวยขับรถหรู จนท.ถึงกับเดินออกมาไหว้ด้วยตัวเอง ทั้งๆที่เค้าเองไม่ได้รู้จักเลยว่าใครเป็นใคร ถือเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจและจริงๆแล้วมันน่าสมเพชมาก ที่จนท.ของศาล เป็นข้าราชการ รับเงินเดือนจากภาษีประชาชน ยังนิยมการบูชา เงิน และสิ่งของที่แสดงที่ชนชั้นสูง แต่กับประชาชนเดินถนน กลับปฏิบัติด้วยอย่างอคติ มันน่าสมเพชมาก

ส่วนควมมหยาบคายของผมในวันนี้ขอน้อมรับผิดไว้ เนื่องจากความโมโหในการปฏิบัติหน้าที่ของ จนท.หรือขี้ข้าเผด็จการ สังกัดศาลจจังหวัดธัญบุรี มากๆครับ ยังคง concept อ่อนน้อมกับประชาชน แต่ก้าวร้าวต่อเผด็จการและขี้ข้าของมัน

ขอบคุณข้อมูล เฟซบุ๊ก Nat Thanakitamnuay

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ยายเหี่ยว สุดสวย’ทีมรับจ้างเกี่ยวข้าวแห่งกาฬสินธุ์ ลง‘มือ’แลกอาหาร-ค่าแรงถูก #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617685

‘ยายเหี่ยว สุดสวย’ทีมรับจ้างเกี่ยวข้าวแห่งกาฬสินธุ์ ลง‘มือ’แลกอาหาร-ค่าแรงถูก

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 17.47 น.

ชาวนานอกเขตพื้นที่ใช้น้ำชลประทาน‘กาฬสินธุ์’รวมกลุ่มตั้งทีมรับจ้างเกี่ยวข้าวด้วยมือ บรรเทาความเดือดร้อนช่วยเหลือเพื่อนชาวนาในเขตใช้น้ำชลประทาน ประสบปัญหาค่ารถเกี่ยวแพง คิดค่าแรงเพียงวันละ 300 บาท พร้อมค่าอาหาร 2 มื้อเช้า-เที่ยง รถรับ-ส่งฟรี

23 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวนาปี ของชาวนาใน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นช่วงเมล็ดข้าวได้อายุเก็บเกี่ยวเต็มที่ ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้เมล็ดข้าวแห้งกรอบ รวงเริ่มหัก และตกหล่น โดยพบชาวนานอกเขตชลประทาน ที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ความชุ่มชื้นในดินมีน้อย ได้เก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว โดยจ้างรถเกี่ยวสูงเฉลี่ยไร่ละ 800-1,000 บาท

ขณะที่ชาวนาในเขตใช้น้ำชลประทานเขื่อนลำปาว และมีพื้นที่นาหลายไร่ ความชื้นในดินสูง เมล็ดข้าวจึงแก่ช้ากว่าพื้นที่นอกเขตชลประทาน แต่ก็เริ่มแห้งกรอบ เนื่องจากกลางวันแดดร้อนจัด เมล็ดข้าวจึงแก่เร็ว  รวมทั้งยังรอคิวรถเกี่ยว ซึ่งคิวยังไม่ว่างมาเกี่ยวให้ โดยยังคิดอัตราค่าจ้างสูงไร่ละ 1,000 บาท ผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวอ้างว่าน้ำมันแพง เกี่ยวยาก เนื่องจากข้าวล้ม และเป็นโคลนตม มีน้ำขัง จึงต้องคิดราคาค่าจ้างสูงดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านต้องตั้งทีมรับจ้างเกี่ยวข้าวด้วยมือ เพื่อช่วยเพื่อนชาวนาที่ต้องจ่ายค่ารถเกี่ยวที่สูง

นายสาคร ภูนาสี อายุ 66 ปี ชาวนาบ้านตูม หมู่ 4 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนมีที่นา 20 ไร่ เป็นสมาชิกศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวกาฬสินธุ์ ผลิตเมล็ดพันธุ์ให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวฯ  เป็นการทำนาดำ จึงทำหลายขั้นตอน ทั้งหว่านเมล็ดพันธุ์ ถอนกล้า ปักดำ เกี่ยวด้วยมือ ซึ่งทุกขั้นตอนเป็นการจ้างแรงงานทั้งหมด หากรวมกับค่าปุ๋ยเคมี ต้นทุนการลิตต่อไร่สูงมากถึงไร่ละ 7,000 บาท ปีที่ผ่านมาขายผลผลิตข้าวเปลือก เฉลี่ยกิโลกรัมละ 20 บาท รายได้พอคุ้มทุน แต่ปีนี้ยังไม่ทราบราคา เนื่องจากรอทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ฯ แจ้งราคา หลังตรวจคุณภาพเมล็ดข้าว ทั้งนี้ ในการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าว ได้จ้างแรงงานเกี่ยวมือ และขอความร่วมมือคนงาน ในการคัดแยกพันธุ์ปลอมปน เพื่อคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ด้วย

ด้านนางวะ ตะวงษา อายุ 64 ปี อยู่หมู่ 2 บ้านหนองกุง ต.เขาพระนอน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า แปลงนาตนอยู่นอกเขตใช้น้ำชลประทาน หลังจ้างรถเกี่ยวข้าวเสร็จ ได้ชักชวนญาติพี่น้องลูกหลาน จำนวน 25 คน ตั้งทีมรับจ้างเกี่ยวข้าว ชื่อทีม “ยายเหี่ยว สุดสวย” ซึ่งชื่อยายเหี่ยวนั้นเป็นชื่อเล่นของตน โดยมีเงื่อนไขกับชาวนาหรือผู้จ้างที่ติดต่อว่าจ้างขอค่าแรงวันละ 300 บาท แถมเลี้ยงอาหารมื้อเช้ากับมื้อเที่ยง และรถรับส่งฟรี

นางวะ กล่าวอีกว่า ปีนี้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำมาก เฉลี่ยข้าวเกี่ยวสดนำไปขายได้กิโลกรัมละ 5-6 บาท ข้าวเปลือกแห้ง 7 บาท สำหรับปีนี้ตนไม่คิดหวังรายได้จากการขายข้าวเลย  เพราะมีที่นา 4 ไร่ จ้างรถเกี่ยวไร่ละ 800 บาท รวม 3,200 บาท ค่าปุ๋ยเคมี ค่าไถ ค่าเสียโอกาสไม่ต้องพูดถึงเลย ขาดทุนยับเยิน ดังนั้นหลังจากจ้างรถเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จ โดยเก็บไว้เป็นอาหารทานในครัวเรือน จึงชักชวนญาติพี่น้องลูกหลาน ตั้งทีมยายเหี่ยวสุดสวย รับจ้างเกี่ยวข้าวด้วยมือดังกล่าว ทั้งนี้ ตนและญาติพี่น้องตั้งทีมรับจ้างมาหลายปี ตั้งแต่สมัยค่าแรงวันละ 50 บาท ทั้งถอนกล้า ปักดำ และเกี่ยวข้าว โดยจะตระเวนรับจ้างในเขตใช้นำชลประทาน ที่ชาวนามีที่นาหลายไร่ และผลิตเมล็ดพันธุ์ให้กับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวฯ ด้วยความเห็นอกเห็นใจและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเพื่อนชาวนา ที่แบกรับค่าใช้จ่ายแพง จึงคิดค่าแรงเพียงวันละ 300 บาท แต่ขอให้ทางเจ้าภาพรับส่งและเลี้ยงอาหาร 2 มื้อดังกล่าว -005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หอบเงิน 3 ล้านจ่ายกันสดๆ ทุ่มซื้อกล้วยด่าง ‘ทองคูณ’ สายพันธุ์แดงอินโด #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617683

หอบเงิน 3 ล้านจ่ายกันสดๆ ทุ่มซื้อกล้วยด่าง 'ทองคูณ' สายพันธุ์แดงอินโด

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 17.40 น.

หนุ่มเจ้าของบริษัทติดฟิมล์ กทม.ใจถึงหอบเงินซื้อกล้วยด่างสายพันธุ์แดงอินโด ชื่อ ทองคูณ เป็นต้นลูกของ ทองคันนา ในราคา 3 ล้านบาทที่ฟาร์มในอำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี โดยขอจ่ายเป็นเงินสด ด้านเจ้าของฟาร์มเผยจะนำเงินเพื่อไปเอาทองคืนเมีย  

วันนี้ (23 พ.ย.) มีการจ่ายเงินกันสดๆ 3,000,000 บาท (สามล้านบาท) ซื้อขายกล้วยด่างสายพันธุ์แดงอินโดของนายธนกร เพ็งนาเรนทร์ อายุ 37 ปี และนางนิภารัตน์ เพ็งนาเรนทร์ สองสามีภรรยา ตั้งอยู่หมู่ที่ 13 ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี หลังจากก่อนหน้านี้ที่ฟาร์มกล้วยด่างอวตารแห่งนี้เคยมีข่าวของการยืมทองเมียจำนวน 60 บาทเป็นเงินกว่า 1,600,000 บาทเพื่อไปลงทุนหาซื้อหน่อกล้วยด่างมาปลูกไว้ขายหน่อ เนื่องจากกระแสการขายดีมาก มีลูกค้าเข้ามาติดต่อและมาดูที่ฟาร์มกันอย่างคึกคัก แต่ละสายพันธุ์ก็จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป ราคาตั้งแต่หลักแสนบาทไปจนถึงหลักล้านและหลักสิบล้านบาท ถึงกับต้องยอมลงทุนกั้นกำแพงรอบและติดกล้องวงจรปิดทั้งด้านในและด้านนอกรอบ ๆ พื้นที่การปลูกถึงจำนวน 48 ตัวเพื่อไว้ดูแลความปลอดภัยของกล้วยด่างและไม้ตระกูลบอนอีกหลายสายพันธุ์ที่มีราคาแพงไม่แพ้กัน 

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น.วันนี้ นายบุญชัย ตุรัมย์ อายุ 39 ปีเจ้าของบริษัท THA CZFILM จำกัด เลขที่ 908 ถนนบางนาตราด แขวงบางนา กรุงเทพฯ ได้เดินทางมาพร้อมครอบครัวและเพื่อนชื่อนายปิตุโลจน์ สาริกะวณิช นำเงินสดจำนวน 3 ล้านบาทเพื่อมาซื้อกล้วยด่างแดงอินโดชื่อ “ทองคูณ” เป็นต้นลูกหน่อพันธุ์ของต้นแม่ “ทองคันนา” เพื่อหวังนำไปปลูกเลี้ยงขายต่อในอนาคต 

นายปิตุโลจน์ สาริกะวณิช กล่าวว่า การซื้อไว้เปลี่ยนค่าเงินอย่างนี้ เพราะต้นไม้มองจริงๆ ก็ให้ดอกเบี้ยทุกวัน พอโตขึ้นราคาก็ปรับมากขึ้นตาม ส่วนหนึ่งต้องชอบด้วยทำแล้วไม่เบื่อ 

นายธนกร เพ็งนาเรนทร์ เจ้าของกล้วย กล่าวว่า ต้นนี้ตกลงไว้ที่ราคา 3 ล้านบาท ด้วยเหตุผลที่คุยกันหลายอย่างที่ตกลงกันแล้วที่เห็นว่าเขาสามารถต่อยอดธุรกิจได้ ส่วนความเป็นมาของต้นนี้ตั้งใจจะเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ เป็นลูกของทองคันนา เป็นราคาสูงที่สุดของบ้านแล้ว ต้นนี้ชื่อว่าทองคูณ ขุดเมื่อวันที่ 9 กันยายน โดยลูกค้าไม่อยากรอหน่อที่โคนต้น เพราะหน่อที่โคนจะขายหน่อละ 2 ล้านบาท ลูกค้าบอกว่าอยากได้เร็ว ๆ เลยตัดสินใจมาซื้อต้นที่เก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ เลยขยับราคาที่ต้นละ 3 ล้านบาท โดยเงินทั้งหมดนี้ยกให้เมีย เพื่อเป็นการนำไปซื้อทองคืนเมียที่ขายมาลงทุน

ด้านนายบุญชัย ตุรัมย์ เจ้าของบริษัท THA CZFILM จำกัด กล่าวว่า ทำธุรกิจเกี่ยวกับฟิล์มกรองแสงอยู่ที่บางนาตราด กรุงเทพฯ ทำธุรกิจนี้มานานกว่า 5 ปีแล้ว ส่วนไม้ด่างเพิ่งมาจับได้ประมาณ 2 เดือน จากเพื่อนแนะนำมาดูการซื้อขายกันแล้วน่าสนใจดี คิดจะมาลองลงทุนดู จับแล้วสามารถทำราคาได้สูงมั่นใจว่าไปได้ และกำลังต่อยอดหาตลาดอื่นเพิ่มเติมด้วย คิดว่าไปได้เลยคิดที่จะกล้าลงทุน ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ความพอใจ และถ้าเราพอใจที่จะซื้อ ทำไมถึงกล้าซื้อได้แพงขนาดนี้ เพราะถ้าไปซื้อของที่ถูก แป๊บเดียวราคาก็ลง เราก็ไปต่อยาก แต่ถ้าเราซื้อของแพงเลย ต่อให้ราคาลงมาก็ลงไม่มาก ยังสามารถเก็บผลผลิตได้เลยมั่นใจที่จะซื้อไปทำแม่พันธุ์เพื่อเอาหน่อไปขายต่อ 

ด้านนางนิภารัตน์ เพ็งนาเรนทร์ ซึ่งเป็นภรรยานายธนกร เพ็งนาเรนทร์ เจ้าของกล้วย กล่าวว่า รู้สึกดีใจมาก และก็ต้องขอบคุณวงการกล้วยด่างที่ทำให้ได้วันนี้ได้เงิน 3 ล้านบาท ขอบคุณสามีที่เก่งมากทำให้ได้ของที่เราเสียไปกลับคืนมา อย่างน้อยก็ได้เงินกลับมาทดแทนทองคำที่เสียไป คิดว่าจะขอเก็บเงินไว้ก่อน ยังไม่อยากซื้อทองตอนนี้ ถือว่าทำตามสัญญาที่สามีให้ไว้แล้ว  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่ง้อน้ำมันแพง! หนุ่มผุดไอเดียประดิษฐ์รถไฟฟ้าโซล่าเซลล์ ให้พ่อวัย 76 ปี #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617651

ไม่ง้อน้ำมันแพง! หนุ่มผุดไอเดียประดิษฐ์รถไฟฟ้าโซล่าเซลล์ ให้พ่อวัย 76 ปี

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.33 น.

23 พ.ย.64 นายมานะ  จูเขียว อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 8 ต.โตนด อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ได้ทำการประดิษฐ์รถไฟฟ้าโซล่าเซลล์ เพื่อให้พ่อวัยชรา อายุ 76 ปี ใช้ขับขี่ในหมู่บ้านได้สะดวกสบาย แบบไม่ต้องง้อน้ำมัน โดยนำรถจักรยานยนต์คันเก่ามาดัดแปลง พร้อมติดตั้งอุปกรณ์เสริมเข้าไป

นายมานะ บอกว่า ปัจจุบันมีอาชีพทำสวนกล้วยน้ำว้าเพื่อการแปรรูปขาย แต่อดีตเคยเป็นช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็พอมีความรู้อยู่บ้าง จึงคิดทำรถไฟฟ้าโซล่าเซลล์ด้วยรถจักรยานยนต์คันเก่าๆ เอามาดัดแปลงเป็นรถ 3 ล้อ แล้วขึ้นโครงติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ ใส่แบตเตอรี่ลิเธียมฯ และมอเตอร์บัสเลส 500 วัตต์ ขับเคลื่อนแทนเครื่องยนต์ พร้อมมีสวิทช์เกียร์เดินหน้า ถอยหลัง ขณะนี้โครงสร้างหลักเสร็จแล้ว เหลือแต่ทำบอดี้ ใส่เบาะนั่งให้ดูสวยงาม สาเหตุที่คิดทำก็เพื่อให้พ่อที่มีอายุมากแล้ว ได้ใช้ขับขี่อยู่ในหมู่บ้าน ไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้น และไม้ต้องเสียเงินเติมน้ำมัน

“รถไฟฟ้าโซล่าเซลล์คันนี้ ใช้แสงอาทิตย์ร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียม ถ้าช่วงไม่มีแสงหรือกลางคืน ก็ชาร์จด้วยระบบไฟบ้าน 2 ชั่วโมง วิ่งได้ประมาณ 14 กิโลเมตร ใช้ทุนทั้งหมด 10,000 กว่าบาท ไม่รวมค่าแรงกับรถจักรยานยนต์คันเก่า” นายมานะ กล่าว. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มหานิยม’ตำหนิ’พระเล็ก’แรงอยากได้ตำแหน่ง ชาวบ้านปักหลักนิมนต์ลาออกเถอะ #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617640

https://www.naewna.com/likesara/617640

'มหานิยม'ตำหนิ'พระเล็ก'แรงอยากได้ตำแหน่ง ชาวบ้านปักหลักนิมนต์ลาออกเถอะ

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.22 น.

“มหานิยม” นิมนต์ “พระเล็ก” ลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์เพื่อหยุดทำคณะสงฆ์และศรัทธาประชาชนแตกแยก แฉเคยให้ ส.ส.พื้นที่หนองคายโทรศัพท์บอกตนว่าจะไม่เข้ากาฬสินธุ์แต่กลับพูดไม่ตรงกับความจริง พร้อมตำหนิแรง อยากได้ตำแหน่ง ไม่คำนึงถึงพระธรรมวินัย ไม่เห็นแก่พระพุทธศาสนา ขณะที่ประชาชนยังปักหลักไล่ต่อเนื่อง วิงวอนให้ลาออกจากตำแหน่ง ไม่อยากให้เป็นบาปต่อกัน ให้อภัยทานแก่กัน

วันที่ 23 พ.ย.64 ที่วัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ สถานที่จัดสอบนักธรรมโทและนักธรรมเอก พบว่ายังคงมีประชาชนปักหลักเพื่อขับไล่พระเล็ก หรือ พระครูสุทธิญาณโสภณ (เล็ก สุทธิญาโณ) เจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคาย หรือเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) รูปใหม่ พร้อมเรียกร้องนิมนต์ให้ลาออกจากตำแหน่ง เป็นวันที่ 3 แต่ก็ยังไม่พบพระเล็ก เข้ามายังสนามสอบแต่อย่างใด 

นายกุเทพ ผกานนท์ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18/8 ชุมชนสุขสบายใจ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า อยากให้พระเล็กเสียสละเพื่อส่วนรวมโดยการลาออกจากเจ้าคณะจังหวัด เนื่องจากคณะสงฆ์เองรวมทั้งประชาชนชาวกาฬสินธุ์ไม่สบายใจ ซึ่งหากลาออกชาวพุทธกาฬสินธุ์ก็จะมีความสุข ไม่อยากให้เป็นบาปต่อกันอยากให้อภัยทานแก่กันจึงขอให้พระเล็กลาออก เพื่อยุติปัญหานี้โดยเร็ว

นายวิลัย ส่งสุข อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 ถ.บายพาสทุ่งมน ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า แม้หลวงพ่อเจ้าคุณบัวศรี จะบอกพวกเราแล้วว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวหรือไปพูดอะไร เนื่องจากหลวงพ่อไม่เอา ไม่ยึดติดตำแหน่ง แต่บรรดาศิษยานุศิษย์และประชาชนชาวกาฬสินธุ์รับไม่ได้ เพราะจิตใจของเราอยากรู้และอยากถามพระเล็กว่า คนกาฬสินธุ์เขาต่อต้านไม่ต้อนรับแล้วยังอยากจะมาอีกหรือไม่ หรือว่าหลงในอำนาจ โดยส่วนตัวแล้วไม่รู้จักกับพระเล็ก แม้จะได้รับการแต่งตั้งมาจากมหาเถรสมาคม แต่ก็อยากขอนิมนต์ให้พระเล็กลาออก เพื่อคืนความสุขให้ชาวกาฬสินธุ์

ด้าน ดร.นิยม เวชกามา หรือมหานิยม ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อต้นสัปดาห์ก่อน มีความพยามของพระเล็ก ที่จะมาพูดคุยทางโทรศัพท์กับตน แต่ตนได้ตอบที่จะไม่สนทนาด้วย จึงมี ส.ส.หนองคายโทรมายืนยันว่าพระเล็ก จะไม่เข้าไปอยู่ในพื้นที่กาฬสินธุ์ แต่เมื่อเห็นพฤติกรรมนี้แล้วการกระทำดังกล่าวจึงถือว่าพระเล็ก ไม่ได้พูดความจริง

ดร.นิยม กล่าวต่อว่า ตนรู้สึกวิตกกังวนและเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมของพระเล็ก ที่ต้องการจะเข้ามาปกครองสงฆ์กาฬสินธุ์ ให้จงได้ พบเห็นการเดินทางเข้ามาพื้นที่กาฬสินธุ์ มีการเข้าไปกราบขอพบพระผู้ใหญ่ โดยมีการใช้กำลังทหารคุ้มกันพร้อมกับรถอีกหลายคัน ตนคงต้องถามว่าพระเล็กคิดอะไรอยู่ การอยากได้ตำแหน่ง เพราะมีกิเลสมากมายขนาดนั้นเลยหรือ การกระทำนี้บ่งชี้ให้เห็นว่าพระเล็ก ไม่คำนึงถึงพระธรรมวินัยเลย หรือทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะความโลภจนลืมวัตรปฎิบัติของพระสงฆ์ 

“พระครูเล็กจะใช้กำลังทหารคุ้มกันอย่างไรก็ตาม แต่ชาวพุทธกาฬสินธุ์ ได้ต้อนรับจนถึงขนาดออกมาเดินขบวนขับไล่ จะอยู่กันอย่างไร จนถึงวันนี้ยังไม่มีวัดอยู่ พระเล็กปรากฏตัวที่วัดสักกะวันจังหวัดกาฬสินธุ์ เพียงเพื่อให้เกิดความชอบธรรมไม่เกินกำหนด ละทิ้งหน้าที่เกิน 30 วันเท่านั้นหรือ แต่มุมมองของผมนั้นบอกได้เลยว่าพระเล็กไม่ถูกกฎหมายมาแต่แรกแล้ว เพราะไม่อยู่ในเขตพื้นที่กาฬสินธุ์มาก่อน จะมาเอา 30 วันทำไมขอให้ลดทิฐิลงเสียที ธรรมปฎิบัติของพระป่าไม่เคยมีแบบนี้ ครูบาอาจารย์สายพระป่า ถือปฎิบัติ มีแต่ให้ละโลภ โกรธ หลง ปล่อยวาง แต่พระเล็ก ทำแบบนี้คืออะไร” ดร.นิยม กล่าว    

ดร.นิยม กล่าวย้ำอีกว่า พระครูเล็ก เคยบอกกับ ส.ส.หนองคายคนหนึ่ง ขอสงวนนามบอกว่าไม่ประสงค์จะเดินทางมาจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่อยากอยู่ที่วัดอำเภอสังคม จ.หนองคาย เพราะตนได้สร้างวัดมากับมือแล้วและอ้างว่าถึงขนาดสร้างตึกโรงพยาบาลด้วย แต่กลับดิ้นมาแบบนี้เป็นการพูดไม่ตรงความจริงหรือไม่ ถึงขนาดท่าน ส.ส.หนองคายคนดังกล่าวจะต่อโทรศัพท์หาพระครูเล็กให้คุยกับตนเพื่อคุยยืนยันว่าไม่ประสงค์มากาฬสินธุ์จริงๆ ตนขอวิงวอนให้พระผู้ใหญ่ผู้ปกครองสงฆ์ธรรมยุตได้เร่งรีบเข้ามาแก้ไขปัญหาโดนด่วน เพราะพระเล็กได้เดินหน้าทำลายสงฆ์กาฬสินธุ์แล้ว ตนคิดว่าเข้าข่ายสังฆเภทไม่เห็นแก่พระพุทธศาสนาแล้ว 

อย่างไรก็ตาม สำหรับความเคลื่อนไหวบริเวณสนามสอบที่กาฬสินธุ์จนถึงขณะนี้ยังไม่พบการปรากฏตัวของพระเล็ก ซึ่งหากวันนี้พระเล็กไม่สามารถหาวัดหรือสำนักสงฆ์เพื่อตั้งเป็นสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ก็จะมีผลต่อ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ในข้อจริยาของพระในตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งถือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่ไม่สามารถเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ได้ภายใน 30 วันจะเข้าข่ายละเว้นการปฏบัติหน้าที่ผิดตามมาตรา 157 ด้วยเช่นกัน ในอีกทางประชาชนจังหวัดกาฬสินธุ์ได้วิงวอนพระเล็ก ให้ลาออกเพื่อยุติปัญหานี้ก่อนที่จะมีการยกระดับในการขับไล่ที่รุนแรงต่อไป  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหลือคนสุดท้าย! ยายวัย 84 ชาวเจ็ดเสมียนยึดอาชีพแล่หัวไชโป้วยาวนานที่สุดถึง 70 ปี #SootinClaimon.Com

Posted on November 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/617591

เหลือคนสุดท้าย! ยายวัย 84 ชาวเจ็ดเสมียนยึดอาชีพแล่หัวไชโป้วยาวนานที่สุดถึง 70 ปี

วันอังคาร ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.22 น.

คุณยายวัย 84 ปีชาวตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม ยึดอาชีพรับจ้างแล่และหั่นหัวไชโป้วยาวนานที่สุดถึง 70 ปีในตำบลเจ็ดเสมียน ขณะที่คนอื่นเลิกกันไปหมดแล้วเหลือยายคนเดียวยังทำอยู่

ไปดูคุณยายท่านหนึ่งรับจ้างแล่และหั่นหัวไชโป้วของดี ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มายาวนานกว่าครึ่งชีวิต ปัจจุบันคุณยายอายุมากแล้ว แต่ก็ยังยึดอาชีพนี้อยู่ แม้ว่าลูก ๆ พยายามให้เลิกเพื่อพักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่คุณยายก็ยังทำเพราะเป็นความเคยชิน สุขภาพร่างกายยังดูแข็งแรง สายตาดี แล่หัวไชโป้วด้วยความคล่องแคล่วว่องไวและชำนาญมาก

นั่นคือคุณยายสมพร แท่นอ่อน อายุ 84 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 1 ต.เจ็ดเสมียน ที่ยึดอาชีพรับจ้างแล่และหั่นหัวไชโป้วมาตั้งแต่วัยสาวเมื่ออายุประมาณ 14 ปีมาจนถึงปัจจุบันแล่หั่นหัวไชโป้วรวมแล้ว 70 ปีเต็มสมัยก่อนสามารถแล่ได้มากกว่า 100 กิโลกรัม แต่ปัจจุบันด้วยอายุที่มากแล้ว ทำให้ล่าเช้าลงไปบ้างเหลือได้แค่วันละประมาณ 50-60 กิโลกรัม ได้ค่าจ้างแล่กิโลกรัมละ 3 บาท หรือประมาณวันละ 150 บาท แต่ก็ยังดีได้อยู่กับบ้านในช่วงสถานการณ์โควิด

ด้วยความที่คุณยายอายุมากแล้วและเหลือคนสุดท้ายในตำบลที่ยังรับจ้างแล่และหั่นหัวไชโป้วอยู่ ทำให้นายเทวัญ ห่วงตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน และนางจิดาภา กาญจน์อร่ามกุล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลได้ออกเยี่ยมเยียนชาวบ้านตามชุมชนและได้มาเยี่ยมเยียนคุณยาย ซึ่งกำลังนั่งแล่หัวไชโป้วได้พูดคุยสอบถามความเป็นอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด ซึ่งคุณยายได้ให้ข้อมูลถึงการยึดอาชีพรับจ้างแล่หัวไชโป้วอยู่กับบ้านปลอดภัยจากโรค แถมมีเงินเลี้ยงตัวเองอยู่อย่างพอเพียงในช่วงนี้ โดยจะมีเถ้าแก่นำหัวไชโป้วที่ผ่านกรรมวิธีหมักมาแล้ว นำมาให้คุณยายแล่หั่นเป็นชิ้นบาง ๆ และหั่นเป็นเส้นเล็ก ๆ ก่อนนำไปผ่านกระบวนการทำอีกหลายขั้นตอนปรุงตามรสชาติถึงจะนำไปบรรจุถุงจำหน่ายมีหลายรูปแบบ เช่น แบบเป็นเส้น เป็นแว่น เป็นลูกเต๋าขาย 3 กล่อง 100 บาท บรรจุใส่ถุงกระดาษติดโลโก้ยี่ห้อที่สวยงาม 

คุณยายสมพร แท่นอ่อน เปิดเผยว่า หั่นไชโป้วมาตั้งแต่อายุ 14 ปีสมัยก่อนรับจ้างกิโลกรัมละ 50 สตางค์ มาตอนนี้ได้กิโลกรัมละ 3 บาทวันหนึ่งได้ประมาณ 50 กิโลกรัมคนอื่นก็ยังยึดอาชีพนี้อยู่ แต่เหลือที่อายุมากที่สุดก็คือตัวเอง โดยเถ้าแก่จะเอาไชโป้วมาส่งที่บ้านและมารับเอาไปเข้ากระบวนการปรุงและบรรจุใส่ถุงจำหน่าย 

นางจิดาภา กาญจน์อร่ามกุล รองนายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน กล่าวว่า เจ็ดเสียมทำทำอาชีพหัวไชโป้วมานานแล้ว สมัยก่อนมี 8 แม่ ตอนนี้เริ่มมีเพิ่มขึ้นอีกกลายมาเป็น 12 แม่เมื่อก่อนจะใช้มือหั่นแล่แบบนี้หมด มาปัจจุบันมีเครื่องจักรเข้ามาช่วย แต่ความสวยงามสู้การทำมือไม่ได้ การทำค่อนข้างยากที่จะต้องใช้มีดคมมาแล่ให้เป็นชิ้นบาง ๆ แล้วพันม้วน จากนั้นจึงใช้มีดหั่นให้เป็นเส้นเล็กยาวเป็นฝอย ถือว่าเป็นของดีขึ้นชื่อของ ต.เจ็ดเสมียนก็ว่าได้ มีทั้งไชโป้วดองเค็ม ดองหวาน และการแปรรูป หั่นเป็นฝอย แผ่นเต๋า เป็นแว่น เป็นชิ้นขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาด วิธีทำเริ่มจากตัดหัวตัดท้ายแล้วแล่ให้เป็นชิ้นบาง ๆ แล้วเอามาม้วนใช้มีดหั่นเป็นชิ้นฝอย จากนั้นนำไปล้างทำความสะอาด และนำไปการดองหวาน การทำบรรจุภัณฑ์เพื่อจำหน่าย 

นายเทวัญ ห่วงตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน กล่าวว่า หัวไชโป้วถือเป็นของดี ต.เจ็ดเสมียน วิธีการหมักไม่เหมือนใคร รสชาติเข้าเนื้อเท่ากันหมด อร่อย เก็บไว้ได้นาน เทศบาลได้ส่งเสริมสนับสนุนการทำหัวไชโป้วของผลิตภัณฑ์นี้ เรื่องการผลิต หากมีกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชนก็จะเชิญมาร่วมกิจกรรมเพื่อส่งเสริมช่วยเหลือการหาลูกค้าให้ด้วย อีกทั้งเป็นของดีจะมีในสต๊อกไว้ไม่มาก จะมีการจองล่วงหน้าหากส่งต่างประเทศประมาณ 1 ปี เพราะฤดูกาลผลิตหัวไชโป้หนึ่งปีมีครั้งเดียว  

อีกทั้งวิธีการดองต้องใช้เวลา เมื่อลูกค้าจะมาสั่งต้องจองกันล่วงหน้า แต่หากอยากรับประทานไม่มากสามารถมาหาซื้อที่ชุมชนเจ็ดเสมียนได้ตลอด สามารถนำไปทำเมนูอาหารได้หลากหลาย ทั้งไข่เจียวหัวไชโป้ว ยำ กินกับข้าวต้ม หรือต้มกะทิก็ยังได้ ซื้อไปเป็นของฝากได้อีกด้วย 

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่สนใจ มาหาซื้อผลิตภัณฑ์หัวไชโป้หวาน เค็ม และอีกหลายอย่าง ได้ที่ชุมชนเจ็ดเสมียนที่ได้มาตรฐาน สะอาด และปลอดภัย เป็นสินค้าโอท็อปของดีของชุมชน มีผลิตภัณฑ์หัวไชโป้ว อย่างของ แม่กิมฮวย แม่ฮวย แม่บุญส่ง แม่ตังกวย แม่ตรากระต่าย แม่ทองสุข แม่ฮุ้น ตราชฎา แม่เนาวรัตน์ และร้านอื่น ๆ อีกหลายแห่ง ตั้งอยู่ใน ต.เจ็ดเสมียน สนใจเลือกซื้อไปเป็นของฝากหรือนำไปจัดกระเช้าของขวัญช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นการช่วยเหลือชาวบ้านในชุมชนมีรายได้ ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด ทางเทศบาลตำบลเจ็ดเสมียน จึงออกเยี่ยมเยียน ส่งเสริม เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และให้ทุกคนปลอดภัยผ่านพ้นจากโรคร้ายไปได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,292,794 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สุดอบอุ่น! 'บุ๋ม ปนัดดา'จัดทริปเที่ยวทะเลกับลูกบุญธรรม 8 คน
"แฟชั่น" ผ้าไหมไทยในงานเอเปค ดังไกลทั่วโลก
ส่องเทนรด์บีชแวร์มาแรงของสองนางฟ้าวิคตอเรีย ซีเคร็ท และนักร้องสาว #SootinClaimon.Com
เอ็มวีใหม่ ‘ข้าวทิพย์ ธิดาดิน’
Tech for Life : 14 ตุลาคม 2561
คุณแหน : 11 ตุลาคม 2559
‘คุณน้ำผึ้ง’ ทุลักทุเล โซเซ!! ที่ดอยทูเล ข้ามภูเขา 4 ลูกใหญ่ #SootinClaimon.Com
โบว์ เมลดา ใส่บิกินีสีสันสดใสอวดความแซ่บ ลุคนี้เซ็กซี่ร้อนฉ่าเกินต้าน
เปิดประวัติและผลงาน 'ดร.อภิชัย จันทรเสน'
เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d