Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ขอให้มีอิทธิบาท ๔ แล้วความสำเร็จจะเป็นของทุกท่าน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616647

ขอให้มีอิทธิบาท ๔ แล้วความสำเร็จจะเป็นของทุกท่าน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.30 น.

จิตใจที่จะสามารถทำอะไร หรือสามารถบรรลุผลให้ประสบกับความสำเร็จ เป็นที่หนึ่งได้นั้น ต้องมีคุณธรรมอยู่ ๔ ประการด้วยกัน เรียกว่า อิทธิบาท ๔ ประกอบด้วย ๑. ฉันทะ คือ ความชอบใจ ความรัก ความพอใจในงาน ในสิ่งที่เราจะกระทำ ๒. วิริยะ คือความขยันหมั่นเพียร ความอุตสาหะพยามยาม กระทำงานของเราให้สมบูรณ์ ๓. จิตตะ แปลว่า ความจดจ่อ ใส่ใจ หรือความตั่งมั่นของจิตใจ คือการมีสมาธิในการทำงานนั้นๆ หรือทำสิ่งนั้นๆ ด้วยความจดจ่อ เอาใจใส่ และ ๔. วิมังสา คือ ความใคร่ครวญ การใช้เหตุผล ใช้สติ ใช้ปัญญา

ถ้ามีคุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร กิจอันใดก็ตาม จะเป็นทางโลกก็ดี เช่น การแข่งขันกีฬา หรือว่าการประกอบอาชีพ ทำมาหากิน ทำมาค้าขาย หรือการเรียนหนังสือ อยากจะเรียนให้จบ ก็ต้องอาศัยคุณธรรมเหล่านี้ หรือในทางธรรม จะประพฤติปฏิบัติตน เพื่อให้บรรลุถึง มรรค ผล นิพพาน ได้นั้น ก็ต้องอาศัยอิทธิบาท ๔ นี้ คือต้องมี “ฉันทะ” คือ มีความรัก ความชอบ ในสิ่งที่เราปรารถนา “วิริยะ” มีความขยันเหมั่นเพียร ที่จะทำหน้าที่การงานของเราให้บรรลุล่วงไปได้ “จิตตะ” มีความตั้งมั่น อยู่ในการงานของเรา ไม่ปล่อยให้จิตใจของเราลอยไปลอยมา คิดจะทำแต่เรื่องโน้น เรื่องนี้ งานหลักที่ควรลงมือทำกลับไม่ทำ ถ้าไม่ทำแล้ว ก็จะไม่สามารถบรรลุถึงผลที่ปรารถนาได้ และ “วิมังสา” คือ ความเฉลียวฉลาด รู้ว่าสิ่งต่างๆ ที่กำลังทำอยู่นั้น ถูกหรือผิดอย่างไร ถ้ามีคุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรย่อมจะประสบความสำเร็จ 

เพราะอิทธิ…แปลว่าความยิ่งใหญ่ บาท..แปลว่าทางเดิน “อิทธิบาท” จึงแปลว่าทางเดินที่จะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่นั่นเอง ถ้าเราปรารถนาจะประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการงานก็ดี การศึกษาก็ดี หรือกิจการงานใดๆ ก็ตาม เราต้องใช้ อิทธิบาท ๔ สิ่งแรก เราต้องถามตัวเองเสียก่อนว่าเราชอบอะไร เรารักอะไร เพราะว่าการที่เราจะไปทำอะไร ถ้าทำในสิ่งที่เราไม่ชอบเราไม่รักแล้ว บางทีมันจะทำให้เราไม่มีความยินดี ไม่มีความพออกพอใจ มันก็จะทำให้เราไม่มีความขยันหมั่นเพียรที่จะประกอบภารกิจการงานนั้นๆ  ดังนั้นให้เราถามตัวเองเสียก่อนว่าเราชอบอะไร บางคนชอบเล่นกีฬา บางคนอยากเป็นหมอ บางคนชอบเป็นพยาบาล บางคนชอบเป็นดารา นักร้อง นักแสดง หรือบางคนชอบเป็นนักเรียน อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องถามตัวเองดูเสียก่อน ให้เรามีความมั่นใจ ถ้าเรารู้แล้วว่าเราชอบอะไร เราจะมีความขยันหมั่นเพียร มันจะง่าย ถ้าเราไปเลือกทำในสิ่งที่เราไม่ชอบแล้วมันจะฝืนตัวเอง เมื่อฝืนตัวเองแล้วจะไปทำมันก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

บางครั้งพ่อแม่มีลูก อยากให้ลูกเป็นหมอ เป็นทนายความ เป็นครู แต่บางทีลูกกลับไม่ชอบเป็นครู ไม่ชอบเป็นหมอ หรือไม่ชอบเป็นทนายความ พ่อแม่ก็ไม่ควรไปบังคับลูก เพราะว่าถ้าไปบังคับลูกแล้วลูกไม่สามารถจะทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบได้ เพราะไปฝืนใจเขา ทำไปแล้วก็ไม่เกิดผลดีอะไร ควรเปิดโอกาสให้ลูกเลือกทำในสิ่งที่เขาชอบ เพราะว่าสิ่งที่เขาชอบ ทำไปแล้วมันง่ายมันสนุก แล้วเขาจะมีความพากเพียร มีความขยัน มีความตั้งอกตั้งใจ และจะพยายามทำในสิ่งนั้นๆ จนประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ 

ยกเว้นสิ่งที่เขาชอบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร เช่น เขาชอบอาชีพการทำงาน เปิดบาร์ เปิดผับ เปิดโรงเหล้า โรงยา อย่างนี้เป็นต้น ถือว่าเป็นอาชีพที่ไม่เหมาะสม เป็นอบายมุข ไม่ควรกระท เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องห้ามลูก ไม่ควรส่งเสริม เพราะทำไปแล้วจะมีแต่ความเสื่อมเสียตามมา มีแต่ความวุ่นวาย มีแต่เรื่องราวต่างๆ อันนี้ พ่อแม่ต้องบอกเขาสอนเขา ให้เขาเปลี่ยนใจให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำอาชีพที่สุจริตเป็นสัมมาอาชีวะ พ่อแม่ควรส่งเสริมลูกให้ไปในทิศทางนี้ นี่คือเรื่องของ “ฉันทะ” ความชอบใจ ความพอใจ ถ้าคนเรานั้น ได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบแล้ว เวลาจะทำอะไรก็ง่าย ความขยันหมั่นเพียรก็จะตามมา เป็นเหตุที่จะทำให้ประสบกับความสำเร็จในที่สุด

เหตุปัจจัยที่ ๒ ก็คือ “วิริยะ” ความขยันหมั่นเพียร ถ้าเราชอบอะไรแล้วไม่ต้องมีคนบอก ไม่ต้องมีคนใช้ ถึงเวลาเราก็จะทำเองเลย เพราะเราชอบ จิตใจจะอยู่กับสิ่งนั้นๆ การกระทำจะเป็นไปได้อย่างดี ผลต่างๆ ที่ปรารถนาก็จะตามมา เช่น ถ้าอยากจะได้ปริญญาตรี โท เอก ก็ต้องชอบเรียนหนังสือ ถ้าชอบแล้วก็จะขยันเรียนหนังสือขยันเข้าห้องเรียน ขยันฟังอาจารย์ ขยันดูหนังสือ ขยันทำการบ้าน อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเราขยันแล้วผลที่ปรารถนาก็จะต้องตามมาอย่างแน่นอน เพราะว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น นั่นเอง ตรงข้ามกับคนที่มีแต่ความเกียจคร้าน ถึงแม้จะไปโรงเรียน ก็ไม่ชอบเรียน เวลาเรียนก็ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ตั้งใจฟัง การบ้านก็ไม่ทำ หนังสือก็ไม่อ่าน อย่างนี้ยากที่จะเรียนจบได้ หรือเรียนได้ก็ไม่ดี เพราะขาดวิริยะ ความขยันหมั่นเพียร นั่นเอง ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ว่าจะทำธุรกิจการงานอะไรก็ตาม ทางโลกหรือทางธรรม เราต้องมีวิริยะ  ความขยันหมั่นเพียร

เหตุปัจจัยที่ ๓ คือ “จิตตะ” แปลว่าความใส่ใจ ความจดจ่อ ทำใจให้อยู่กับหน้าที่การงาน ไม่เถลไถลนั่นเอง ทำแต่หน้าที่ของเราอย่างเดียว เวลาทำงาน ก็ต้องทำอย่างเต็มที่ไม่เถลไถลไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บ้าง นั่งกินกาแฟบ้าง คุยกับคนโน้น คุยกับคนนี้ ผลงานก็ไม่มี ต่อไปบริษัทก็เจ๊ง ก็ต้องตกงาน ต้องออกจากงาน ถ้าเป็นเจ้าของบริษัทก็ต้องลำบาก ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีจิตตะความใส่ใจ มีความจดจ่อ มีสมาธิความแน่วแน่กับการทำงาน จะไม่เกียจคร้าน ไม่หนีเที่ยว ไม่เถลไถลไปไหน ผลงานก็จะเกิดขึ้น มีรายได้มีความเจริญรุ่งเรือง ประสบกับความสำเร็จในชีวิต

เหตุปัจจัยที่ ๔ คือ “วิมังสา” การใคร่ครวญ การใช้สติปัญญา รู้จักคิด รู้จักอ่าน ว่าสิ่งที่ทำไปนั้น ถูกหรือผิดอย่างไร ถ้าสิ่งที่ทำไปได้ผลดี ก็ควรจะทำให้มากขึ้น ถ้าสิ่งไหนผิดก็ควรจะแก้ไข อย่างเช่นการค้าขาย บางทีอาจจะขายไม่ได้ ก็ต้องถามตัวเองก่อนว่าทำไมของถึงขายไม่ออก เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะของไม่ดีไม่มีคุณภาพหรือเปล่า ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ควรพัฒนาคุณภาพ พัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น หรือถ้าสินค้าดีมีคุณภาพ แต่ไม่มีใครซื้อ ก็ต้องเปลี่ยนสินค้าใหม่ เรียกว่าใช้วิมังสา ใช้สติ ใช้ปัญญา ใช้ความฉลาดนั่นเอง คือ ต้องรู้จักคิด ไม่ใช่ทำแบบ หลับหูหลับตา ไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก ไม่ใช้สติไม่ใช้ปัญญา ผลที่จะเกิดตามมาจะไม่ดีอย่างที่อยากจะให้เป็น แต่ถ้าใช้สติปัญญา รู้จักเลือก รู้ว่าสิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ มันก็จะนำไปสู่ผล คือความสำเร็จนั่นเอง

ถ้าพวกเราทุกคนปรารถนาที่จะประสบกับความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นในหน้าที่การงาน การเรียน การกีฬา การกระทำอะไรต่างๆ ขอให้ใช้คุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้คือ  ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา คือ ๑. ต้องมีความรักความชอบใจในสิ่งที่ทำ ๒. ต้องมีความขยัน  ๓. ต้องมีความจดจ่อ มีความใส่ใจ จิตใจต้องมีสมาธิ ไม่เถลไถลไปทำอย่างอื่น และ ๔. ต้องมีความฉลาด ถ้าไม่รู้ ก็ต้องไปศึกษาจากผู้รู้ หรือหาหนังสือมาอ่าน หรือจ้างผู้ที่มีความรู้ มาเป็นที่ปรึกษา อย่างนี้เป็นต้น แล้วเราก็จะมีความรู้ มีสติปัญญา สามารถที่จะดำเนินไปสู่จุดหมายปลายทางที่เราปรารถนาได้ ไปสู่ความสำเร็จ ไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้

ขอฝากคุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้ให้กับญาติโยมนำไปพินิจพิจารณา ถ้าปรารถนาความสำเร็จในชีวิต ก็ขอให้มี ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา หรือ อิทธิบาท ๔ แล้วความสำเร็จจะเป็นของทุกท่านอย่างแน่นอน

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนึ่งเดียวในอ่างทอง ลอยกระทงในวิหาร ‘วัดคลองห้วยโพธิ์’ จัดเป็นปีที่ 7 #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616666

หนึ่งเดียวในอ่างทอง ลอยกระทงในวิหาร 'วัดคลองห้วยโพธิ์' จัดเป็นปีที่ 7

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.33 น.

วัดคลองห้วยโพธิ์ จัดงานประเพณี “ลอยกระทงในวิหาร” หนึ่งเดียวในจังหวัดอ่างทอง  ติดต่อกันเป็นปีที่ 7 หลังจากพื้นที่ประสบภัยแล้ง ปีนี้จัดพร้อมกับงานกฐิน  เริ่มตั้งแต่เช้ายันค่ำ

18 พ.ย.64 ที่วัดคลองห้วยโพธิ์ หมู่ 3 ตำบลป่างิ้ว อำเภอเมือง จ.อ่างทอง พระครูปลัดสุรินทร์ อภิยาโน เจ้าอาวาสวัดคลองห้วยโพธิ์ ได้จัดงานประเพณีลอยกระทงในวิหารวัดคลองห้วยโพธิ์ ติดต่อกันมาเป็นปีที่ 7  โดยในปีนี้จัดพร้อมกับงานทอดกฐิน ร่วมงานลอยกระทงภายในวิหารหนึ่งเดียวของ จังหวัดอ่างทอง  ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรักษาประเพณีวัฒนธรรมสืบและการท่องเที่ยว โดยให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้มาลอยกระทงไหว้พระขอพรกันตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงช่วงค่ำ

พระครูปลัดสุรินทร์ กล่าวว่า หลังจากเกิดภัยแล้งเมื่อปี พ.ศ. 2557 ทำให้ในลำคลองห้วยโพธิ์แห้งขอด ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีสถานที่ลอยกระทง ทางวัดคลองห้วยโพธิ์ จึงได้ปรึกษากับทางญาติโยม ในการใช้พื้นที่ด้านในวิหาร ที่มีสองชั้นโดยชั้นล่างต่ำกว่าชั้นบน 30 เซนติเมตร และกว้าง 1 เมตร เมื่อเติมน้ำเข้ามาในบริเวณวิหาร ก็คล้ายกับเป็นลำคลองใช้สำหรับการลอยกระทง ขอขมาพระแม่คงคา ไหว้พระขอพร  “จัดกันมาเป็นประเพณีเป็นปีที่ 7 แล้ว และในปีนี้จัดพร้อมกับงานทอดกฐินของทางวัด โดยให้ทางญาติโยมที่มาร่วมงานกฐิน ได้ลอยกระทงกันตั้งแต่เช้า เพื่อรักษาประเพณี และส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย” พระครูปลัดสุรินทร์ กล่าว.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวปัตตานีร่ำไห้ ‘กำแพงวังเก่าจะบังติกอ’ ถูกทุบทิ้ง จนท.แจงทรุดโทรมต้องบูรณะใหม่ #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616622

ชาวปัตตานีร่ำไห้ 'กำแพงวังเก่าจะบังติกอ' ถูกทุบทิ้ง จนท.แจงทรุดโทรมต้องบูรณะใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.46 น.

ภายหลังจากโลกโซเซียลได้มีการเผยแพร่การภาพการตุบรื้อกำแพงวังเก่าจะบังติกอ ซึ่งเป็นวังโบราณของเจ้าเมืองปัตตานี ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำปัตตานีตรงสามแยกจะบังติกอบนเส้นทางถนนหน้าวัง ซึ่งเป็นถนนลาดยางเลียบแม่น้ำปัตตานีถนนนี้เชื่อมระหว่างตัวเมือง ซึ่งตั้งต้นจากที่ตั้งของที่ทำการไปรษณีย์ปัตตานี เลียบแม่น้ำปัตตานีไปต่อกับถนนยะรัง เป็นเส้นทางรถยนต์เชื่อมระหว่างปัตตานีกับ จ.ยะลา 

ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากวังจะบังติกอได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของคนเชื้อสายมาลายูปาตานี และของพี่น้องในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นสัญลักษณ์ชิ้นสุดท้ายที่บงบอกถึงยุคสุดท้ายของการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบบกษัตริย์หัวเมืองมาลายูก่อนที่จะถูกยุบปกครองเป็นรูปแบบมณฑลเทศาภิบาล แล้วมาเป็นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จนตราบทุกวันนี้

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่าในราชสมัยสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2445 พระยาแขกเจ้าเมือง ตานี ยะหริ่ง สายบุรี ระแงะ รามันห์ ยะลา และหนองจิก คบคิดขบถรัฐบาลต้องใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามจนระงับเหตุได้ ต่อมาจึงได้มีการยกเลิกระบบกินเมืองและตั้งมณฑลเทศาภิบาลซึ่งเป็นการดึงอำนาจของหัวเมืองต่าง ๆ เข้าสู่ศูนย์กลาง จัดตั้งมณฑลปัตตานีเมื่อ พ.ศ. 2449 มีเมืองใหญ่น้อยรวมกัน 7 เมือง คือ ปัตตานี ยะลา ยะหริ่ง ระแงะ รามัน สายบุรี และหนองจิก โดยแต่งตั้งให้พระยาศักดิ์เสนี (หนา) ดำรงตำแหน่งเป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลปัตตานี

หลังจากจัดตั้งเป็นมณฑลปัตตานีโดยสมบูรณ์ ได้ยุบหัวเมืองทั้ง 7 เหลือเพียง 4 เมือง คือยุบเมืองหนองจิกและยะหริ่ง เข้ากับเมืองปัตตานี ยุบรวมเมืองรามันเข้ากับยะละรวมเรียกยะลา ส่วนระแงะกับสายบุรี คงไว้เช่นเดิม กระทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับนโยบายยกเลิกระบบเจ้าเมือง โดยอาศัยช่วงที่เจ้าเมืองคนใดคนหนึ่งถึงแก่อสัญกรรมแล้วไม่แต่งตั้งคนใหม่ทดแทน แต่มีการโยกย้ายยุบรวมตามความเหมาะสม ต่อมายุบเมืองระแงะเข้ากับบางนรา แล้วเปลี่ยนชื่อบางนราเป็นเมืองนราธิวาส เมื่อ พ.ศ 2458 ปีต่อมา พ.ศ. 2459 โปรดให้เรียกทุกเมืองที่เหลืออยู่เป็นจังหวัด มณฑลปัตตานีตอนนั้นจึงประกอบด้วย 4 จังหวัด คือ จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดสายบุรี จนกระทั่งปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2474 เมื่อมีการประกาศยุบเลิกมณฑลปัตตานี ได้ลดฐานะจังหวัดสายบุรีเป็นอำเภอตะลุบัน

มณฑลปัตตานีแตกต่างจากมณฑลทั่วไป คือ ประกอบด้วยราษฎรหลากหลายเชื้อชาติ ภาษา ขนบธรรมเนียมและศาสนา จึงมีการผ่อนผันเป็นพิเศษให้สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่น เช่น ผ่อนผันให้เกณฑ์ชายฉกรรจ์เป็นตำรวจภูธรแทนการเกณฑ์เป็นทหาร เนื่องจากชาวมุสลิมไม่พอใจในการเกณฑ์เป็นทหาร ได้มีการจัดตั้งศาลเป็น 2 ศาล คือ ศาลทั่วไปและศาลสำหรับการพิจารณาคดีศาสนาอิสลาม รัฐบาลยังประกาศยกเว้นการเก็บภาษีบางอย่าง เช่น ภาษีค่านา ค่าราชการ และสรรพภาษีภายใน พ.ศ. 2474 มณฑลปัตตานีได้รวมเข้ากับมณฑลนครศรีธรรมราช

ดังนั้นวังจะบังติกอจึงเต็มไปด้วยความทรงจำของคนมาลายูปาตานี ทั้งในแง่ดีและในแง่ของการสูญเสีย แม้จะเป็นเรื่องในอดีตของการเปลี่ยนแปลนการปกครองบ้านเมืองในดินแดนแห่งนี้ ทำให้ความผูกพันธ์สายสัมพันธ์ของวังจะบังติกอแยกจากคนมาลายูปาตานีและคนเชื้อสายมาลายูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้อย่างสิ้นเชิง แม้ปัจจุบันยังคงเหลือแค่สิ่งปรักหักพัง มีเพียงกำแพงวัง ประตูวังในสภาพทรุดโทรมตามกาลเวลาแล้วก็ตาม

ดังนั้นการทุบรื้อถอนกำแพงวังด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม โดยไม่บอกแจ้งล่วงหน้าจะถูกวิพากษ์อย่างหนักจากสังคมชาวมาลายูปาตานีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นการตอบย้ำถึงการรังแกและกดขี่ที่อาจไม่สามารถห้ามความรู้สึกเหล่านั้นได้เลย ดังนั้นรัฐต้องรีบเข้ามาดำเนินการแก้ไขให้กลับสู้สภาพเดิมโดยเร็ว เพราะมันเป็นมูลค่าทางโบราณคดี เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่เป็นสตอรี่ของชายแดนภาคใต้

ล่าสุดอัสรี สุทธิศาสตร์สกุล กรรมการมัสยิดรายอจะบังติกอ พร้อมด้วย ผศ.ดรงพรประวีณ์ พุ่มเกิด ผู้อำนวยการสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี นายอุดมศักดิ์ สาริฝีน นายช่างโยธาปฏิบัตทำงาน สำนักศิลปากร ที่11 เข้าพบนายรอซีดี แวดอเลาะ ที่บ้านเลขที่ 34 ตั้งภายในรั้ววังในฐานะผู้ดูแลและครอบครองพื้นที่วังแห่งนี้ เพื่อสอบถามหารือถึงสาเหตุของรื้อกำแพงวังในครั้งนี้เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไข โดยนายรอซีดี แวดอเลาะ ในฐานะคนที่ครอบครองพื้นที่วังแห่งนี้ได้ยินยันหนักแน่นว่ารื้อเพื่อบูรณะซ่อมแซมให้กลับมาใหม่อีกครั้ง ไม่ทุบทำลายตามที่การปรากฏในสังคมโซเซียลแต่อย่างใด เนื่องจากกำแพงวังดังกล่าวมีสภาพทรุดโทรมอย่างหนักถ้าไม่ทุบรื้อถอนอาจจะพังได้ในระยะ 3-4 วันก็เป็นได้ จึงได้รีบแก้ไขสถานการณ์จึงหาช่างมารื้อเพื่อสร้างใหม่ถามสภาพที่เห็น

ด้านคณะฯที่ร่วมกันหารือก็ได้พูดถึงว่าทำไมถึงไม่บอกกล่าวหรือแจ้งปัญหาให้ทราบก่อนที่จะมีการทุบทิ้งเพราะยังพอมีแนวทางการแก้ไข ได้อยู่ตามหลักวิชาการการดูแลของช่างโยธาโบราณสถาน แต่เมื่อมีความตั้งใจที่รื้อเอบูรณะซ่อมแซม ก็ต้องดำเนินการซ่อมแซมให้กลับมาให้เหมือนมากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องวัสดุการก่อสร้างต้องให้เหมือนเดิมเช่นต้องใช้ปูนขาวหมักเหมือนเดิมเพราะมีสภาพระบายความชื่นได้ดีกว่าปูนซิเมนตร์ทั่วไป จึงมีข้อตกลงร่วมกันว่าทางฝ่ายสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา โดยช่างโยธาฯจะเข้ามาควบคุมงานบูรณะกำแพงวังเพื่อให้เป็นไปคามหลักวิชาการโบราณคดี ทางนายรอซีดี ดอเลาะ จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ โดยจะมีทางสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนาฯอาจร่วมสมทบอีกทางหนึ่ง

หลังจากยุติในเรื่องการรื้อนายรอซัดี แวดอเลาะ ได้นำคณะลงไปดูสภาพกำแพงวังที่ช่างกำลังดำเนินการรื้อถอน เพื่อแนะนำแนวทางที่จะมีการดำเนินการบูรณะให้เป็นตามวิชาโบราณคดี ทั้งนี้เพื่อให้กำแพงกลับมาเหมือนเดิมมากที่สุดภายหลังจากการบูรณะซ่อมแซมใหม่ในครั้งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปัจจุบันวังเก่าจะบังตีฆอแห่งนี้กลายเป็นสตอรี่เป็นแหล่งมาร์ชของปัตตานีที่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศที่มาปัตตานีจะต้องแวะชมวังเก่าแห่งนี้ จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดชายแดนภาคใต้

ประวัติความเป็นมาของชุมชน วังเก่าจะบังติกอ เป็นวังโบราณของเจ้าเมืองปัตตานี ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำปัตตานีตรงสามแยกจะบังติกอบนเส้นทางถนนหน้าวัง ซึ่งเป็นถนนลาดยางเลียบแม่น้ำปัตตานีถนนนี้เชื่อมระหว่างตัวเมือง ซึ่งตั้งต้นจากที่ตั้งของที่ทำการไปรษณีย์ปัตตานี เลียบแม่น้ำปัตตานีไปต่อกับถนนยะรัง เป็นเส้นทางรถยนต์เชื่อมระหว่างปัตตานีกับจังหวัดยะลา

เจ้าเมืองปัตตานีราชวงค์กลันตันจะบังติกอที่ปกครองเมืองปัตตานีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2388-2449 มีทั้งหมด  5 พระองค์ 1. ตนกูบือซา หรือ ตนกูมูฮัมหมัด 2. ตนกูปูเต๊ะ 3. ตนกูตีมุง หรือ รายอโต๊ะเยาะห์ 4. ตนกูสุไลมานซารีฟุดดิน ไม่ได้ประทับในวังจะบังติกอ แต่ได้สร้างวังใหม่ทางทิศตะวันออกของวังเก่าติดกับมัสยิดรายอจะบังติกอปัจจุบัน 5. ตนกูอับดุลกอเดร์ กามารุดดิน ได้ประทับที่วังใหม่จะบังติกอ ซึ่งเป็นวังของบิดาเป็นผู้สร้างแต่ปัจจุบันกลายเป็นที่รกร้างและเป็นเชื้อสายราชวงศ์กลันตันองค์สุดท้ายที่ปกครองเมืองปัตตานี

สถานที่ฝั่งศพของเจ้าเมืองทั้ง 5 พระองค์ 1. ตนกูบือซาหรือตนกูมูฮำหมัด ศพของพระองค์ไปฝังไว้ ณ สุสานตันหยงดาโต๊ะ  (แหลมโพธิ์ ) 2. ตนกูปูเต๊ะ ศพของพระองค์ฝังไว้ ณ เมืองกลันตัน ประเทศมาเลเซียปัจจุบัน 3. ตนกูตีมุงหรือรายอโต๊ะเยาห์ ศพของพระองค์ฝังไว้ ณ สุสานกูโบร์โต๊ะเยาะห์ ตำบลจะบังติกอ อำเภอเมือง จังหวัปัตตานี 4. ตนกูสุไลมานซารีฟุดดิน ศพของพระองค์ฝังไว้ ณ กูโบร์โต๊ะเยาะห์ ตำบลจะบังติกอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี 5. ตนกูอับดุลกอเดร์ กามารุดดิน ศพของพระองค์ฝังไว้ ณ เมืองกลันตัน ประเทศมาเลเซียปัจจุบัน

วังจะบังติกอ ตั้งอยู่ที่ตำบลจะบังติกอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี สร้างโดยสถาปนิกชาวจีนในสมัยตนกูมูฮัมหมัดหรือตนกูบือซา พ.ศ. 2388-2399 เชื้อสายราชวงศ์กลันตัน    ( กำปงลาว์หรือบ้านทะเล)ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองปัตตานี ตัววังล้อมด้วยกำแพงทึบก่ออิฐถือปูน รูปทรงของวังเป็นบ้านชั้นเดียวขนาดใหญ่ หลังคาทรงปั้นหยา หรือแบบลีมะ ตัวอาคารเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายกพื้นสูง 1 เมตร สร้างด้วยไม้ ภายในอาคารมีห้องโถงขนาดใหญ่ใช้เป็นที่ทำงานของเจ้าเมือง ส่วนด้านหลังของห้องโถงจะเป็นที่อยู่อาศัยของภรรยาและบริวาร วังจะบังติกอได้ใช้เป็นศูนย์กลางการปกครองในท้องถิ่นและเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าเมืองปัตตานี จนกระทั่งถึงสมัยตนกูอับดุลกอร์เดร์ เจ้าเมืองคนสุดท้าย ได้มีการยุบเมืองรวมเป็นมณฑลปัตตานี ทำให้วังซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองก็เปลี่ยนสภาพไปกลายเป็นเพียงที่อยู่อาศัยของบุตรหลานสืบต่อมาถึงปัจจุบัน จนกระทั่งล่าสุดวังเก่าแห่งนี้ครอบครัวของนายนายสุรียะ  แวดอเลาะ หรือครูซูยี เข้ามาครอบครองมาหลายสิบปีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้กำลังป่วยไม่สบายเป็นคนไข้ติดเตียงมาระยะหนึ่งแล้ว โดยปกติแล้วเมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางชมวังเก่าครูซูยี จะคอยทำหน้าที่บรรยายถึงสตอรี่ของวังเก่าแห่งนี้เป็นประจำ จึงทำให้ขณะนี้นายรอซีดี แวดอเลาะ ในฐานะน้องชายต้องมารับผิดชอบแทนเกือบทั้งหมด. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รอชมเลย! ‘โจโฉ’ รับคำท้านักเขียนชื่อดัง อยู่ป่าวันละ 5 พัน กับมีดเล่มเดียว #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616557

รอชมเลย! ‘โจโฉ’ รับคำท้านักเขียนชื่อดัง อยู่ป่าวันละ 5 พัน กับมีดเล่มเดียว

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.47 น.

รอชมเลย! ‘โจโฉ’ ยูทูบเบอร์ช่องดัง รับคำท้านักเขียนชื่อดัง ‘คมฉาน ตะวันฉาย’ อยู่ป่าวันละ 5,000 บาท กับมีดเล่มเดียว ลั่นอย่ากลับคำ เตรียมนำเงินที่ได้ไปทำบุญ

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล หลังจากที่ชาวเน็ตรายหนึ่งเข้าไปคอมเมนต์ในช่องของ “โจโฉ” ยูทูบเบอร์ช่องดัง ที่เผยแพร่เรื่องราวชีวิตตัวเองในการใช้ชีวิตในป่า การเอาชีวิตรอดในป่า ว่า “โจโฉ” เข้าไปในป่า เพื่อหลอกตาคนดูจริงหรือไม่ ทำไมเข้าไปใช้ชีวิตในป่า 3 วัน 2 คืน ถึงไม่มีสภาพอิดโรย ทั้งที่พกอาหารและน้ำไปเพียงเล็กน้อย

ต่อมาเรื่องราวไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อเจ้าของช่อง “โจโฉ” ออกมาตอบข้อความดังกล่าว ว่าการเข้าไปในป่าของตนนั้นเข้าไป เพื่อเป็นการสาธิตการในการใช้ชีวิตในป่า

และประกาศท้า ชาวเน็ตคนดังกล่าวที่เข้าไปแสดงความคิดเห็น ว่ากล้าวางเงิน 10 ล้านหรือไม่ โดยระบุข้อความบางส่วนว่า “ถ้าคุณกล้าบอกว่าผมหลอกคนดูของผม คุณกล้าวางเงิน 10 ล้านไหมครับ ไม่ต้องว่า 3 วันหรอก ผมจะอยู่ 10 วันให้คุณดู”

แต่เรื่องราวดราม่าครั้งนี้ ยังมีต่อ เมื่อ “พรรณชัย คงสนิท” นักเขียนชื่อดัง หรือที่หลายคนคุ้นหูในนามปากกาว่า “คมฉาน ตะวันฉาย” ได้ออกมาท้าทาย “โจโฉ” โดยระบุว่า “ผมท้าโจโฉดีกว่า ไม่ต้องถึง 10 ล้านหรอก ผมเอาวันละ 5000 พอ จะให้นอนในป่ากี่คืนบอกมา ขอมีดอย่างเดียว..ติดต่อขออนุญาต จนท.ที่ดูแลพื้นที่ป่าให้เรียบร้อย…ผมจะเอาเงินซื้อเครื่องฟอกไตให้ รพ…บอกวันมาได้เลย…ทำคลิปมานั่น .มันไม่ได้เก่งกาจหรือวิเศษวิโสอะไรเลย..คนเที่ยวป่าเขาก็ทำได้หมด..แล้วไม่ใช่ผมคนเดียวที่อยากรับคำท้า..คนเที่ยวป่าจริงๆ เขาก็คงอยากท้าโจโฉเหมือนกัน ..เพราะที่โจโฉมาอวดนึ่น..เขาทำกันได้หมด ที่โจโฉมาทำคลิปนั่น..บางเทปคนเที่ยวป่าเขายังขำเลย”

และล่าสุด “โจโฉ” ได้ออกมารับคำท้า “คมฉาน ตะวันฉาย” ที่ระบุว่า จะให้เงินวันละ 5 พัน หากใช้ชีวิตอยู่ในป่ากี่คืนก็ได้แต่ต้องอยู่ในนั้นเพียงมีดเล่มเดียว โดยระบุข้อความว่า “ผมขอรับคำท้าครับ..!!คุณ พรรณชัย คงสนิทนามปากกา คมฉาน ตะวันฉาย นักเขียนชื่อดังเกี่ยวกับธรรมชาติ หนังสือเลื่องชื่อ ไปตามฝันคนรักป่า ตะกอนป่า หรรษาประดาน้ำ แบกเป้ไปเก็บดาว และคอลัมนิสต์อีกมากมาย ก่อนอื่นผมต้องกราบขออภัยที่เเสดงกิริยามารยาทไม่ดีต่อโพสต์สาธารณะที่อาจารย์ได้เขียนไปบนหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว และผมขอยืนยันจุดยืนว่าผมเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่อยากพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมจากใจจริงเช่นท่าน

และหัวใจหลักของโพสต์นี้ ประเด็นที่สำคัญที่สุดอาจารย์ท้าผมและทุกๆ คนว่า อาจารย์ขอวันละ 5000 กี่วันก็ได้ โดยใช้มีดเพียงเล่มเดียว และจะนำเงินทั้งหมดไปซื้อเครื่องฟอกไตให้โรงพยาบาล ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อส่วนรวม ผมจึงขอรับคำท้าครับ และขอพี่น้องเพื่อนฝูงที่มีจิตที่เป็นกุศลร่วมด้วยช่วยกันทำบุญใหญ่ก่อนสิ้นปีในครั้งนี้ร่วมกัน

หวังว่าท่านจะไม่กลับคำพูดของตนเอง โดยส่วนตัวผมคิดยอดเงินในใจไว้แล้วครับ และจะมีพี่น้องเพื่อนฝูงสมทบมาอีก หากท่านอาจารย์ รับคำท้า โปรดคอมเม้นท์กลับมาในเพจ ผมจะเริ่มสบทบทุนทันที แต่ถ้าหากเกิน 1 สัปดาห์ ผมก็จะถือว่างานนี้อาจารย์แค่พูดเล่นและจบเรื่องกันไป และต้องขออภัยเพื่อนฝูงพี่ๆ น้องๆ ทุกๆ คนที่เสียเวลาอันมีค่าของทุกคนมาอ่านโพสต์นี้ด้วย ด้วยความเคารพอย่างสูง โจโฉ”.-008

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก Komchan Kok, Jocho Sippawat

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจ‘มาดามรถถัง’ บริษัทคนไทยผลิต‘ยุทโธปกรณ์’ขายทั่วโลก ออเดอร์อื้อ #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616530

เปิดใจ‘มาดามรถถัง’ บริษัทคนไทยผลิต‘ยุทโธปกรณ์’ขายทั่วโลก ออเดอร์อื้อ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.16 น.

ลุยอาณาจักร‘มาดามรถถัง’ บริษัทคนไทยผลิต‘ยุทโธปกรณ์’ขายทั่วโลก ออเดอร์อื้อ เตรียมส่งมอบรถเกราะล้อยาง 15 คันให้ภูฏานใช้ประจำการที่ UN

18 พฤศจิกายน 2564 ที่บริษัท ชัยเสรีเม็ททอล แอนด์ รับเบอร์ จำกัด ตำบลคูบางหลวง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี นางนพรัตน์ กุลหิรัญ เจ้าของฉายา “มาดามรถถัง” ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมส่งมอบรถเกราะล้อยาง สีขาว 4×4 รุ่น First Win ในการปฏิบัติภารกิจของสหประชาชาติ (ยูเอ็น-UN) 15 คัน เพื่อส่งมอบประเทศภูฏานไปประจำการที่สหประชาชาติ ในวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่จะถึงนี้

นางนพรัตน์ กล่าวว่า บริษัทเริ่มก่อตั้งในปี 2506 และเริ่มค้าขายกับกองทัพไทย มีสัญญาฉบับแรกในสมัย พล.อ.ประภาส จารุเสถียร เป็นผู้บัญชาการทหารบก พ.ศ.2511 โดยมีสัญญาซ่อมบำรุงรถ ค้าขายอะไหล่รถให้กับกองทัพ ส่วนมากคือการซ่อมรถต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้รวมระยะเวลา 54 ปีแล้ว สิ่งที่โรงงานเราทำคือ

1.การซ่อมรถให้กองทัพทุกชนิด ตั้งแต่รถจิ๊บM151 รถบรรทุกทหารM35 รถกู้ซ่อม รถถังทุกชนิด รถถังจีน รถถังอเมริกัน M113 M60 M48

2.เนื่องจากเราซ่อมรถมามาก โดยเฉพาะรถเกราะล้อยาง รถข้อต่อสายพาน หรือที่เขาเรียกว่า “รถถัง” ในโลกนี้มี 2 แบบ คือ ประเภทแบบตีนตะขาบ ซึ่งบริษัทผลิตช่วงล่างทั้งหมดของรถถังขายไปทั่วโลก 44 ประเทศ หมายถึงขายโดยตรงถึงกองทัพในแต่ละประเทศ

3.บริษัทสามารถผลิตรถเกราะล้อยางที่เราออกแบบเอง โดยคิดค้นดัดแปลงรถปิกอัพมาติดเกราะ แต่มีน้ำหนักมาก จึงไม่ประสบความสำเร็จ เราเอารถฮัมวี่มาติดเกราะก็ไม่ดีอีก เนื่องจากรถแต่ละชนิดที่เขาทำมาได้คำนวณน้ำหนักที่เหมาะสมแล้ว เมื่อเพิ่มเกราะไปการเคลื่อนที่ก็ลำบาก เราจึงคิดค้นออกแบบใหม่เป็นรถเกราะล้อยางที่สามารถกันกระสุนกันระเบิด

“รถเกราะของเราจะไม่เหมือนรถเกราะของประเทศต่างๆที่กันเฉพาะห้องผู้โดยสาร ซึ่งรถเกราะล้อยางของเราสามารถป้องกันได้ทั้งคันเลย และใต้ท้องรถก็สามารถกันระเบิดได้ เราพัฒนาถึง 5 แบบจึงประสบความสำเร็จ และสามารถขายให้กองทัพ” นางนพรัตน์ กล่าว

นางนพรัตน์ กล่าวอีกว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเมื่อผลิตแล้ว ประเทศผู้ผลิตไม่ได้ใช้ก็อย่าหวังว่าจะไปขายให้ประเทศต่างๆได้ เพราะฉะนั้นอุตสาหกรรมป้องกันประเทศมีความสำคัญมาก คือ เมื่อเราผลิตแล้ว ประเทศไทยเราต้องใช้ก่อน เมื่อเราขายให้กองทัพไทยได้ เราก็ขายให้กองทัพมาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมถึงขายให้กับ UN เนื่องจากเราซ่อมรถให้กับ UN ทุกชนิด ประสบการณ์ในการซ่อมรถมาอย่างยาวนาน จึงได้รับความไว้วางใจจากหลายๆประเทศทั่วโลก แต่ประเทศไทยของเรามีแอคชั่นน้อยในเรื่องแบบนี้ เพราะถือเป็นหน้าตาของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มของประเทศอาเซียน ไม่มีประเทศใดที่ผลิตและซ่อม นอกจากประเทศไทย ซึ่งก็มีคติอยู่ข้องหนึ่ง คือ ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ

เมื่อปี 2562 ทางกองทัพไทยจะต้องไปรักษาสันติภาพที่ประเทศเซาท์ซูดานในฐานะสมาชิก UN  ด้วยความเป็นห่วงคนไทยที่จะไปปฏิบัติภารกิจ ชัยเสรีจึงออกแบบรถเกราะพยาบาลที่สามารถช่วยคนได้เยอะๆ แต่กองทัพไทยบอกไม่มีเงินซื้อ เราจึงให้กองทัพไปใช้ไม่ต้องเสียเงิน แต่กองทัพปฏิเสธการรับเพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งเราก็เสียใจที่ทุ่มเททั้งกลางวันกลางคืน เพื่อที่จะสร้างรถเกราะพยาบาลที่ในโลกยังไม่มีใครทำ ทาง UN ทราบว่าประเทศไทยไม่รับ ทาง UN เขามองในเรื่องความปลอดภัยของกำลังพล ยินดีรับ ชัยเสรีเป็นบริษัทเอกชนไม่ได้ร่ำรวย ที่เราให้กับกองทัพไทยเพราะเราเป็นคนไทย เพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน เป็นสิ่งที่เราทำได้ UN มีเงิน เราจึงขายรถให้ไปในราคาต้นทุน ซึ่งเขายินดีรับรถเกราะล้อยางของเราไปประจำการที่สหประชาชาติ

ต่อมาทางพระราชาจิกมี แห่งประเทศภูฏาน ได้ทำสอบรถเกราะจากทั่วโลก พบว่า รถของประเทศไทยราคาไม่สูง คุณภาพดี เหมาะกับประเทศ จึงได้จัดซื้อ 15 คัน โดยส่งคณะทหารมาฝึกการขับรถ การบำรุงรักษา ซ่อม มีทั้งชุดที่ประจำการที่ประเทศภูฏาน และประจำการที่สหประชาชาติ ทั้งหมดนี้มีสัญญาเรียบร้อยแล้ว โดยวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เวลา 14.00 น. เราจะมีการส่งมอบที่กระทรวงกลาโหม ศรีสมาน นนทบุรี นับว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ส่งรถเกราะล้อยางไปประจำการที่สหประชาชาติ

“ชัยเสรีของเราทำการตลาดกับประเทศต่างๆในการซื้อขายได้โดยตรงอยู่แล้ว แต่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาล จึงเจรจาและการทำสัญญาซื้อขายรถเกราะล้อยางแบบรัฐต่อรัฐ (Government to Government : G to G) โดยเสนอขายจากรัฐบาลเราไปยังรัฐบาลหลายๆประเทศ ซึ่งมีประโยชน์ต่อประเทศไทยมาก ที่สามารถผลิตยุทโธปกรณ์จำหน่ายไปทั่วโลก ในสภาวะแบบนี้รัฐบาลต้องมีผลงาน และแสดงถึงรัฐบาลไทยมีความเข้มแข็ง เป็นหนึ่งในผู้นำอาเซียน ได้เซ็น MOU กับกองทัพฟิลิปปินส์ ในโครงการขายรถเกราะล้อยางจำนวน 900 คัน โดยล็อตแรก 200 คันก่อน เพราะฉะนั้นคนขายต้องตามคนซื้อ ถ้าเราจะไปตั้งกฎเกณฑ์มากมาย ใครจะมาซื้อของเรา การที่เราได้งานแบบนี้ดีตรงนี้ทำให้คนงานเรามีงานทำในสภาวะเหตุการณ์แบบนี้” มาดามรถถัง กล่าวทิ้งท้าย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เฮ้ยคราบอะไร? ฝีมือนักท่องเที่ยวมือบอนละเลงใส่หินงูในถ้ำนาคา-ถ้ำนาคี #SootinClaimon.Com

Posted on November 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616510

เฮ้ยคราบอะไร? ฝีมือนักท่องเที่ยวมือบอนละเลงใส่หินงูในถ้ำนาคา-ถ้ำนาคี

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.45 น.

18 พ.ย.64 ในโลกโซเซียลมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก กฤษฏากร ป้องหา โพสต์ภาพหินเกร็ดที่มีลักษณะคล้ายงูใหญ่ ภายในถ้ำนาคา ถ้ำนาคี อุทยานแห่งชาติภูลังกา จังหวัดบึงกาฬ ถูกนักท่องเที่ยวมือบอนนำของเหลวสีขาวมาราดจนเป็นคราบเลอะเทอะ โดยผู้โพสต์ระบุว่า…

อย่าหาทำ!!!!
เมื่อวานได้มีโอกาสไปกราบปู่อีกครั้ง โดยการเดินทางจากถ้ำนาคี-เดินไปถ้ำนาคา โดยมีเจ้าหน้าที่นำทาง
พอไปถึงเอ้ย!!!! คราบอะไรอะไร ใครทำ????
ทำเพราะวันหวยออกหรอ หรือทำตั้งเเต่วันใหน ดูจากคราบเเล้วคิดว่าเป็นน้ำอบ
ฝากถึงพี่น้องนักท่องเที่ยวนะครับอย่าจับ หรือ เอาน้ำต่างๆไปสาดใส่ปู่เลย ฝากด้วยนะครับเที่ยวอุทยานอย่างสร้างสัน ช่วยกันสอดส่องดูเเลช่วยเจ้าหน้าที่ของเราด้วย
ช่างภาพภูลังกา ถ้ำนาคา นาคี

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก  กฤษฏากร ป้องหา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เถื่อนจัด! 5 วัยรุ่น รุมทำร้ายเด็ก 15 ปี กระโดดถีบผู้หญิงตกรถ จยย. #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616506

เถื่อนจัด! 5 วัยรุ่น รุมทำร้ายเด็ก 15 ปี กระโดดถีบผู้หญิงตกรถ จยย.

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.44 น.

18 พ.ย.2564 เพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น Part 1” ได้โพตส์ข้อความว่า “เรื่องวุ่นๆของวัยรุ่น(บางคน) กระโดดถีบขณะน้องผู้หญิงนั่งซ้อนอยู่นี่อะนะ กากกมาก ไอ้น่าห…ไอ้… เก่งจริงมึงทำลูกสาวกู กูเอามึงแน่ใครเห็นรถในคลิปหรือเคยเห็นพวก… พวกนี้ติดต่อผมที อยากเจอตัวไวๆ พิกัดเซเว่นคลอง 8 ลำลูกกา กะบะสีขาวมึงกะโดดถีบลูกกู รถจักรยานยนต์คว่ำโดนเมื่อคืน ใครเห็นหรือเคยเห็นติดต่อได้เลยคับหรือแชทมาอยากได้ตัวไวๆ” 

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ พบ น.ส.พิมพ์สิริ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนมากับเพื่อนผู้ชายอีก 1 คน ชื่อ นายฟ้ารุ่ง (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ได้มาซื้อของที่เซเว่น พวกเขาก็เปิดเพลงเสียงดังตนกับเพื่อนก็เข้าไปซื้อของแล้วก็เดินออกมา ตอนออกมากลุ่มวัยรุ่นได้เดินเข้ามาถาม นายว่ามองหน้ามีอะไรป่าว นายก็บอกไปว่าพวกพี่เปิดเพลงเสียงดังผมก็เลยมอง แล้วนายมันก็ถอยรถออก เขาก็วิ่งเข้ามาถีบแล้วก็โดนอย่างในคลิปเลย ตนไม่เคยรู้จักกับกลุ่มวับรุ่นนี้มาก่อน จุดคือเหตุคือหน้าเซเว่น คลอง 8 ลำลูกกา คู่กรณีมาประมาณ 4-5 คน ตอนแรกมีการปาขาวใส่ แต่ไม่มีอาวุธ

จากนั้นก็ใช้ทั้งมือและเท้า ทำร้ายตนและเพื่อน ตอนนั้นเห็นนายลงไปอยู่กับเพื่อนตนเลยลงไปห้ามเอาไว้ ตนมาเซเว่นนี้เป็นครั้งแรกเลย ไม่เคยรู้จักกับคู่กรณีมาก่อน ตนว่าคู่กรณีน่าจะเมาเลยมาหาเรื่อง รถของคู่กรณีเป็นรถกระบะสีขาว ยังมีคนนั่งดื่มสุราอีกหลายคน หลังเกิดเหตุตนได้ไปถามชาวบ้านแถวนั้นว่าคนกลุ่มนี้คือใคร เขาบอกแค่ว่าวันรุ่นกลุ่มนี้ชอบมานั่งกินเหล้าหน้าเซเว่นเกือบทุกวัน ช่วงที่โดนกระทืบเสร็จพวกตนก็ตกใจขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านเลย ตอนแรกนายขับแล้วก็มาสลับกันขับเพราะบาดเจ็บทั้งคู่ ตนได้ไปแจ้งความที่ สภ.ลำลูกกา คอลง 7 ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าจะช่วยตามตัวมาดำเนินคดีให้. -008 

ขอบคุณข้อมูลและภาพบางส่วนจาก : เพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น Part 1”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลุยสำรวจ‘นนท์-กทม.’เจอจะๆ‘หวยแพง’-แหกกม.ขายให้เด็ก ชงทำ‘4 รี’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616501

ลุยสำรวจ‘นนท์-กทม.’เจอจะๆ‘หวยแพง’-แหกกม.ขายให้เด็ก ชงทำ‘4 รี’

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.06 น.

เปิดผลสำรวจพบขาย “ลอตเตอรี่” ไม่สนกฎหมาย เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีก็ขายให้คาชุดนักเรียน แถม 98% เกินราคา 80 บาท จี้กองสลากคุมเข้มบังคับใช้ให้เป็นจริง เสนอ 4 ข้อคิด “4 รี”

18 พฤศจิกายน 2564 มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน และเครือข่าย Media Move ร่วมกันจัดเวที Talk online “ต่ำกว่า 20 ใครก็ขาย กฎหมายสลากบูด” พร้อมเปิดผลสำรวจ “การขายสลากให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี พ่วงด้วยการขายเกินราคา”

นางสาววศิณี สนแสบ เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน กล่าวว่า จากการลงสำรวจ 55 จุดขาย ใน14 เขตของกรุงเทพมหานครและนนทบุรี ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ให้น้องๆ อายุ 15-18 ปีไปลองขอซื้อสลากฯ พบว่าผู้ขาย 100% ขายสลากให้กับเด็กเยาวชน ไม่มีการสอบถามอายุ แน่นอนไม่มีการขอดูบัตรประชาชน และไม่เอะใจแม้เด็กแต่งชุดนักเรียน ยังให้คำแนะนำเลขเด็ด และเสนอให้ซื้อมากกว่า 1 ใบ เหมือนขายให้ผู้ใหญ่ตามปกติ

“ที่เป็นไปตามคาด คือ 98% ขายเกินราคา 80 บาท ขณะเดียวกันก็ทำการทดลองเข้าซื้อสลากทางแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดขายกันเต็มไปหมด พบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี สามารถซื้อได้ แม้บางรายจะให้กรอกอายุหรือให้ติ๊กว่าอายุไม่น้อยกว่า 20 ปี แต่ไม่มีผลอะไร เด็กซื้อสลากได้อยู่ดี” นางสาววศิณี กล่าว

นางสาววศิณี กล่าวอีกว่า จึงน่าสงสัยว่าผู้ค้าสลากรู้หรือไม่ว่าได้ทำผิดกฎหมายหรือว่ารู้แต่ไม่กลัว เพราะคิดว่าการขายสลากให้เด็กเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย กลายเป็นว่าการทำผิดกฎหมายเป็นเรื่องธรรมดาที่ทำกันจนเคยชิน จึงอยากให้สำนักงานสลากฯ เคร่งครัดในการบังคับใช้กฎหมายห้ามขายสลากให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และมีมาตรการเข้มข้นเหมือนกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นายณัฐพงศ์  สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวถึงสถานการณ์เด็กเยาวชน ว่า การพนันยอดนิยมในหมู่เด็กเยาวชนขณะนี้ ได้แก่ ไพ่ สลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน แทงบอล และเกมพนันออนไลน์ ที่ผ่านมาผู้ใหญ่อาจเข้าใจผิดคิดว่าเด็กไม่เล่นหวย ซึ่งในความจริงแล้วไม่ใช่ ทุกวันนี้เด็กหันมาซื้อและขายหวยกันเยอะมาก ผลสำรวจของนักวิชาการ ล่าสุดพบว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 7 แสนคนที่ซื้อสลากฯ สมมติเด็ก 7 แสนคนนี้ซื้อสลากเดือนละ 1 ใบ ๆ ละ 80 บาท พวกเขาจะเสียเงิน 56 ล้านบาทต่อเดือน หรือ 672 ล้านบาทต่อปี รัฐบาลได้ส่วนแบ่งตามกฎหมาย 23%

“เท่ากับรัฐบาลกินเงินเด็กปีละประมาณ 150 ล้านบาท ซึ่งมันควรเป็นเงินที่เขาจะได้นำไปใช้ทางอื่นที่เป็นประโยชน์มากกว่า เรื่องนี้รัฐบาลน่าจะต้องละอายที่ได้กินเงินเด็ก อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นเด็ก ฟังเด็ก และจริงใจกับเด็ก ด้วยการกระทำมากกว่าเป็นเพียงคำพูดหรือบทบัญญัติในกฎหมาย” นายณัฐพงศ์ กล่าว 

นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล เพิ่งถูกแก้ไขเมื่อปี 2562 ให้มีบทลงโทษเพิ่มนอกจากการขายสลากเกินราคาแล้ว คือ การห้ามขายสลากให้แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี กับห้ามขายสลากในสถานศึกษา จึงเป็นไปได้ที่ผู้ขายและประชาชนอาจยังไม่รู้กฎหมายข้อนี้ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นที่สำนักงานสลากฯต้องทำให้พวกเขาได้รู้ และบังคับใช้กฎหมายให้เป็นจริง การขายสลากเกินราคาอาจจะแก้ยาก เพราะเกี่ยวข้องกับอิทธิพลและผลประโยชน์ แต่การห้ามขายสลากให้เด็กน่าจะทำได้อย่างตรงไปตรงมา

“ถามว่าทำไมต้องปกป้องเด็ก เพราะสลากเป็นการพนันประเภทหนึ่งที่ดูดเงินจากกระเป๋าของคนจำนวนมากไปเข้ารัฐ แล้วรัฐนำเงินมาจัดสรรให้กับคนถูกรางวัลเพียงหยิบมือ คือ เพียง 1.4% เพราะในสลาก 1 ล้านใบจะมีคนได้รางวัลเล็กหลักพันบาทประมาณ 14,000 คน ได้รางวัลหลักหมื่นบาทประมาณ 160 คน ส่วนรางวัลหลักแสนได้แค่ 7 คน และหลักล้านบาทมีเพียงคนเดียว โอกาสถูกรางวัลมีน้อยมาก เด็กจึงไม่ควรเข้ามาเสี่ยงที่จะเสียเงินในเรื่องนี้ เด็กอาจจะคิดได้ว่าเขาอยากจะรวยเพื่อไปช่วยให้พ่อแม่ไม่ต้องลำบาก ซึ่งเป็นความคิดที่น่าชื่นชม  แต่รัฐบาลควรส่งเสริมให้เขาเป็นนักทำมาหากินมากกว่าจะมาหวังโดยการเป็นนักเสี่ยงโชค” นายธนากร กล่าว

ทั้งนี้ อยากฝากข้อเสนอต่อสำนักงานสลากฯ 4 ข้อ เพื่อทำให้การบังคับใช้กฎหมายเรื่องนี้เป็นจริง

1. รีดีไซน์ (redesign) ออกแบบใบสลากใหม่ เน้นข้อความไม่ขายให้บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีให้ชัดเจน เพราะใบสลากถือเป็นสื่อที่เข้าถึงคนหลายสิบล้านในทุกๆ สองสัปดาห์ ถ้าใช้พื้นที่สื่อนี้ให้คุ้มค่าจะเป็นประโยชน์มาก

2. รีไมน์ (remind)มีมาตรการเตือนผู้ค้ารายย่อยให้ต้องทำตามไม่เช่นนั้นจะถูกตัดโควตา รวมถึงจัดทำป้ายประกาศ ณ จุดขายต่างๆ กำหนดให้ต้องติดในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจน รวมถึงควรมีการรณรงค์ให้สังคมได้เข้าใจ หากผู้ค้ารายย่อยราวแสนรายที่เป็นคู่สัญญาของสนง.ทำจริงจังเรื่องนี้ ก็น่าจะมีผลให้ผู้ค้ารายย่อยอื่น ๆ ทำตาม 

3.รีเลิร์น (relearn) เพราะทุกวันนี้สังคมไทยเรียนรู้การพนันแบบเข้ารกเข้าพงไปมากโดยมีสลากกินแบ่งเป็นตัวนำ เช่น เชื่อว่าถูกหวยเป็นเรื่องง่าย เฉียดคือใกล้ถูก เป็นต้น ซึ่งหลายประเทศพยายามรณรงค์ให้ความรู้แก่เด็กเยาวชนและประชาชนของเขาให้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการพนันอย่างถูกต้อง และอยู่กับการพนันอย่างรู้เท่าทัน 

 4. รีทิงค์ (rethink)  คือทบทวนความคิดใหม่ ยอมรับว่าสลากคือการพนัน อย่าเลี่ยงบาลี ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ให้สังคมเกิดความเข้าใจตรงกัน เพราะทุกวันนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากที่สับสนว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลกับหวยใต้ดินใช่หรือไม่ใช่การพนัน พอคิดว่าไม่ใช่เป็นแค่การเสี่ยงโชค ก็เข้าหามันอย่างไม่คิดอะไรมากเท่าที่ควร การทำความจริงให้มีเพียงหนึ่งเดียวเพื่อหยุดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน แล้วใช้เป็นโอกาสในการสร้างการเรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกันให้คนของเราอยู่ร่วมกับการพนันได้น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ด้าน น.ส.กมลพรรณ สมหวัง ตัวแทนเยาวชน กล่าวว่า สังคมรอบตัวที่เล่นหวยซื้อสลากกันจนเป็นธรรมดา พ่อแม่ใช้ให้ลูกชี้สลากบ้าง หรือให้ลูกใบ้เลขบ้าง  รวมถึงการรายงานข่าวของสื่อต่างๆ โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย ล้วนมีผลต่อเด็กและเยาวชน เป็นการปลูกฝังค่านิยมพนันแก่เขาโดยไม่รู้ตัว  เป็นจุดเล็กๆ ที่ทำให้เด็กคิดว่าการพนันเป็นเรื่องปกติ  ยิ่งปัจจุบันในโลกออนไลน์เข้าถึงง่ายมาก เด็กเยาวชนมีโอกาสถูกชวนให้พนันตลอดเวลา หากเรื่องการไม่ขายสลากให้เด็กอายุต่ำกว่า 20  ปียังทำไม่ได้  แล้วจะให้พวกเขามีความเชื่อมั่นอะไรต่อผู้ใหญ่ในการจะปกป้องเขาจากอันตรายใด ๆ ที่ใหญ่หลวงกว่านี้  

“อยากให้รัฐบังคับใช้กฎหมายให้เป็นจริง ทำให้คนรู้สึกว่าเมื่อทำผิดแล้วถูกปรับจับจริงคนก็จะไม่กล้ากระทำผิด การที่เด็กซื้อหวยเพราะเขาอยากรวย ก็ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ ถ้าบ้านเรามีสวัสดิการที่ดี มีโอกาสในชีวิตที่ดีกว่านี้  ประชาชนคงไม่มาหวังรวยด้วยวิธีนี้” น.ส.กมลพรรณ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แชร์ความน่ารัก! ครูสาว-เด็กชายป.2 เปิดใจที่ทำไป..เพราะผมรักคุณครูครับ #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616498

แชร์ความน่ารัก! ครูสาว-เด็กชายป.2 เปิดใจที่ทำไป..เพราะผมรักคุณครูครับ

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 13.59 น.

18 พฤศจิกายน 2564 โลกโซเชียลต่างอมยิ้ม แชร์ความน่ารักระหว่างคุณครูกับเด็กเรียน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นที่ โรงเรียนบ้านปากพล ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง หลังจากที่สถานการณ์โควิด19 ระบาด เริ่มลดลงทางโรงเรียนได้เปิดทำการสอน ความน่ารักก็ได้เกิดขึ้น ในช่วงที่คุณครูกำลังยื่นมือไปขอสมุดการบ้านมาตรวจ แต่นักเรียนกลับเอามือตนเองทำเป็นรูปหัวใจไปประกบกับมือครู ทำเอาทุกคนที่ได้เห็นภาพในติ๊กต๊อกต่างอมยิ้มไปตามกัน

คุณครูศุภาพิชณ์ สุริยะจันทร์ ผู้นำภาพน่ารักๆไปลงติ๊กต๊อก เล่าว่า ช่วงที่กำลังตรวจการบ้านของนักเรียน เด็กชายกฤษกร เพ็ชรประคอง นักเรียนชั้นประถมปีที่ 2 ที่ตนสอนอยู่ได้ทำมือรูปหัวใจมาประกบมือตน ตนรู้สึกขำอย่างที่เห็นในภาพ 

ด้าน น้องกฤษ บอกว่า ที่ทำแบบนั้นลงไป เพราะผมรักครูและคิดถึงครู หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนาน และเลียนแบบมาจากในติ๊กต๊อก. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วัดกลางพระอารามหลวง’ จัดงานสืบสานประเพณีลอยประทีปพันดวงบูชาพระรัตนตรัย #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616490

'วัดกลางพระอารามหลวง' จัดงานสืบสานประเพณีลอยประทีปพันดวงบูชาพระรัตนตรัย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 13.26 น.

วัดกลางพระอารามหลวง จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับพุทธศาสนิกชน จัดงานสืบสานประเพณี ลอยประทีป 1,000 ดวง บูชาพระรัตนตรัยร้อยพันดวงใจ ร่วมสวดมนต์ภาวนา เป็นครั้งแรก ที่บริเวณสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา สวดมนต์ นั่งสมาธิ เจริญจิตภาวนา และขอขมาพระแม่คงคา

วันที่ 18 พ.ย.64 วัดกลางพระอารามหลวง จังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับพุทธศาสนิกชน จัดงานสืบสานประเพณี ลอยประทีป 1,000 ดวง บูชาพระรัตนตรัยร้อยพันดวงใจ ร่วมสวดมนต์ภาวนา ในวันที่ 19 พ.ย.64 เมื่อเวลา 17.19 น.เป็นต้นไปที่บริเวณสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของ พระพุทธเจ้า เพื่อบูชาพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้าที่หาดทรายริมแม่น้ำนัมมทานที เมื่อคราวเสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ เพื่อต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลก เมื่อครั้งเสด็จไปจำพรรษาอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงเทศนาอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา และเพื่อขอขมาแก่พระแม่คงคา

โดยขณะนี้พระภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชน ต่างช่วยกันเตรียมกระทงเทียนนาคราช สีประจำวันเกิด 108 องค์ ที่ทำจากกะลามะพร้าว มีเทียนรูปพญานาค และธูปปักอยู่ภายในกะลามะพร้าว และกระทงเทียนดอกบัว สีประจำวันเกิด 1,000 ดวง ไว้สำหรับให้ประชาชนมาร่วมกิจกรรมสืบสานประเพณี โดยกระทงเทียนนาคราช สีประจำวันเกิด 108 องค์ๆ ละ 99 บาท

พระมหาวิเชียร คุณธาโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดกลางพระอารามหลวง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า กิจกรรมสืบสานประเพณีลอยประทีป 1,000 ดวง บูชาพระรัตนตรัย ร้อยพันดวงใจร่วมสวดมนต์ภาวนา ที่ทางวัด ร่วมกับพุทธศาสนิกชนจัดขึ้น เป็นการจัดครั้งแรก ในวันที่ 19 พ.ย.นี้ โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.19 น.ที่บริเวณสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ภายในวัดกลางพระอารามหลวง พิธีสวดธรรมจักรกัปปวัตนสูตร, นั่งสมาธิ เจริญจิตภาวนา, จุดประทีปอธิษฐานจิต จากนั้น เวลา 19.19 น.พิธีขอขมาพระแม่คงคา และพิธีลอยประทีป 1,000 ดวง

จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชน มาร่วมกิจกรรมกิจกรรม ครั้งนี้ ซึ่งการจัดงานสืบสานประเพณีลอยประทีป 1,000 ดวง บูชาพระรัตนตรัย ร้อยพันดวงใจร่วมสวดมนต์ภาวนา ในปีนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีดั้งเดิมที่มีรูปแบบและเอกลักษณ์ให้คงอยู่ เพื่อเป็นการบอกกล่าวขอขมาแก่พระแม่คงคาตามประเพณีความเชื่อ ที่จะมีการล่วงเกินโดยการนำกระทงลงไปลอยในน้ำอาจทำให้น้ำสกปรก อีกทั้งยังได้ขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวอีกด้วย ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ เน้นในเรื่องมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยคำนึงถึงมาตรการด้านความปลอดภัย โดยผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รวมทั้งเว้นระยะห่างตลอดเวลาที่อยู่ในงาน  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,293,441 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สุดอบอุ่น! 'บุ๋ม ปนัดดา'จัดทริปเที่ยวทะเลกับลูกบุญธรรม 8 คน
"แฟชั่น" ผ้าไหมไทยในงานเอเปค ดังไกลทั่วโลก
Tech for Life : 14 ตุลาคม 2561
คุณแหน : 11 ตุลาคม 2559
‘คุณน้ำผึ้ง’ ทุลักทุเล โซเซ!! ที่ดอยทูเล ข้ามภูเขา 4 ลูกใหญ่ #SootinClaimon.Com
เอ็มวีใหม่ ‘ข้าวทิพย์ ธิดาดิน’
เปิดประวัติและผลงาน 'ดร.อภิชัย จันทรเสน'
เป้ อารักษ์ เปิดมุมมองของผู้ชายวัย 40 เรื่องชีวิตและความรัก 'ผมไม่คิดจะแต่งงาน' (คลิป)
โบว์ เมลดา ใส่บิกินีสีสันสดใสอวดความแซ่บ ลุคนี้เซ็กซี่ร้อนฉ่าเกินต้าน
'ดวลเพลงดัง พลังมัธยม'เต้นยับสนั่นจอ ชวนแดนช์สุดมันกับเพลง 'คู่กัด'

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d