Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘หมอธีระวัฒน์’เปิดความชอกช้ำ‘แพทย์ใช้ทุน’ หนึ่งต้นเหตุรพ.ต่างจังหวัดขาดหมอ #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616204

‘หมอธีระวัฒน์’เปิดความชอกช้ำ‘แพทย์ใช้ทุน’ หนึ่งต้นเหตุรพ.ต่างจังหวัดขาดหมอ

วันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 09.46 น.

‘หมอธีระวัฒน์’เปิดความชอกช้ำ‘แพทย์ใช้ทุน’ หนึ่งต้นเหตุรพ.ต่างจังหวัดขาดหมอ

17 พฤศจิกายน 2564 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” หัวข้อ “ความชอกช้ำ ของแพทย์ใช้ทุนโรงพยาบาลชุมชน” มีเนื้อหาดังนี้…

ความชอกช้ำ ของแพทย์ใช้ทุนโรงพยาบาลชุมชน

หมอดื้อ

จากใจของนายแพทย์ประกิต อนุกูลวิทยา อายุ 30 ปี ขณะเขียนเรื่องนี้ ปฏิบัติงานเป็นแพทย์ประจำบ้านอายุรกรรมประสาทชั้นปีที่ 3 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

2564 บรรจุเป็น อาจารย์ หน่วยประสาทวิทยา คณะแพทยศาสตร์ รพ จุฬา

“หมอไปไหน หมอทำอะไรอยู่ ทำไมยังไม่ออกตรวจ”

คงเป็นคำถาม ที่คนไข้ที่ไปใช้บริการที่โรงพยาบาลทั่วไปถาม บางคนคงคิดว่าหมอไปเปิดคลินิกบ้าง บางคนคงคิดว่าหมอไปอยู่เวรเอกชนบ้าง แต่มีไม่กี่คนที่รู้ว่าแพทย์ใช้ทุนที่อยู่โรงพยาบาลชุมชนเขาทำอะไรกัน ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยผ่านเหตุการณ์นั้นมา

เป็นที่ทราบกันดี ระบบการเรียนแพทย์ในประเทศไทยนั้น เรียนเป็นระยะเวลาทั้งหมด 6 ปี และหลังจากเรียนจบจากโรงเรียนแพทย์ แพทย์เกือบทั้งหมดต้องออกไปทำงานเพื่อชดใช้ทุน เนื่องจากการเรียนแพทย์ในประเทศไทย รัฐบาลมีส่วนสนับสนุนในการเรียน มีแค่ไม่กี่โรงเรียนแพทย์บางที่เท่านั้น ที่ไม่ต้องชดใช้ทุน

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แพทย์ที่จบทุกคนก็จำเป็นต้องเป็นแพทย์เพิ่มพูนทักษะในปีแรกของการทำงาน เพื่อจะได้มีโอกาสในการเข้ามาเรียนต่อเฉพาะทาง ซึ่งโรงพยาบาลที่ไปทำงานส่วนใหญ่ก็คือโรงพยาบาลจังหวัด หรือโรงพยาบาลศูนย์ที่มีความสามารถในการฝึกอบรมได้ หลังจากนั้นก็จะออกไปชดใช้ทุนที่โรงพยาบาลชุมชน ซึ่งการชดใช้ทุนอย่างน้อย รวมทั้งหมดประมาณ 3 ปี หลังจากนั้นจึงสามารถขอทุนเข้ามาเรียนต่อเฉพาะทางได้

แพทย์ส่วนใหญ่ในระบบสาธารณสุขของประเทศไทยส่วนใหญ่จะต้องเคยผ่านการใช้ทุนที่โรงพยาบาลชุมชน ซึ่งจากที่เราประมาณกัน หนึ่งปีน่าจะมีผู้ที่จบแพทย์ประมาณ 2,000 กว่าคน ซึ่งเป็นจำนวนมาก

แต่แล้วทำไมสาธารณสุขของไทยยังขาดแคลนแพทย์ที่อยู่โรงพยาบาลชุมชน ถ้าถามปัญหาในผู้ใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุข ก็คงบอกว่าแพทย์หลังจากชดใช้ทุน 3 ปี ก็อาจจะมาเรียนต่อบ้าง ลาออกบ้าง หรืออาจจะขอย้ายกลับมาบ้านเกิดบ้าง

แต่สาเหตุที่แท้จริงที่อยู่ใต้พรมของปัญหาเหล่านี้ล่ะ ว่าทำไมแพทย์ถึงไม่พอ การกระจายแพทย์ถึงไม่เป็นสัดส่วน บางภูมิภาคขาดแคลน บางภูมิภาคมีแพทย์ล้นหลาม ปัจจัยอะไรที่ทำให้แพทย์ไม่ไปอยู่โรงพยาบาลชุมชนต่อ สาเหตุหลักที่แท้จริงของการเกิดปัญหาเหล่านี้

น่าจะเกิดจากนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่มอบให้กับแพทย์ใช้ทุนที่ทำให้ทนแรงกดดันไม่ได้ และการเอารัดเอาเปรียบของแพทย์อาวุโส (Staff)

หนึ่งวันทำงานของแพทย์ใช้ทุนที่อยู่ตามโรงพยาบาลชุมชน ไม่ได้สบายอย่างที่คิด บางคนต้องตื่นมาแต่เช้า เพื่อมาตรวจคนไข้ในหอผู้ป่วยซึ่งอาจจะเป็น 10-20 คน หรือบางคนอาจจะตรวจมากถึง 50 คน หลังจากนั้นอาจจะต้องมาตรวจผู้ป่วยนอกที่รับบริการ เฉลี่ยวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 50-100 คน บางวันอาจจะมากกว่า 150 คนเลยก็ได้ ตอนเย็นยังต้องมาอยู่เวร ที่บางคืนไม่ได้นอน ซึ่งเดือนหนึ่งเฉลี่ยแล้ว ไม่ต่ำกว่า 10 เวรต่อเดือน

ซึ่งงานอื่นๆที่แพทย์ใช้ทุนต้องทำในโรงพยาบาล เช่น บางคนต้องเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลไปด้วย หรือบางคนต้องรับผิดชอบดูแลการสรุปเวชระเบียน (Audit chart) บางวันต้องออกไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วย หรือประชุมแผนงานการดูแลผู้ป่วยของแต่ละโรค (Service plan) เป็นต้น

ซึ่งจะเห็นได้ว่างานบางอย่างไม่ได้เป็นการตรวจหรือดูแลผู้ป่วย แต่เป็นจากนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่ทำให้เกิดงานเหล่านี้ ซึ่งจะเห็นได้ว่า แพทย์ใช้ทุนหนึ่งคนที่เพิ่งจบมาต้องมาเผชิญงานหนัก และงานที่ทำบางส่วน โรงเรียนแพทย์ไม่ได้สอนความรู้เหล่านี้เอาไว้ ทำให้แพทย์เลือกที่จะหาทางออกอื่น เช่น ไปเรียนต่อเฉพาะทาง หรือลาออก เพื่อลดภาระงานที่ไม่จำเป็นเหล่านี้

ส่วนปัจจัยที่สอง คือการเอารัดเอาเปรียบจากแพทย์อาวุโส (Staff) ซึ่งแพทย์ใช้ทุนคงจะต้องเจอกับปัญหานี้ เช่น การบังคับซื้อเวรให้อยู่เวรแทนตนเองเพื่อตนเองจะไปอยู่คลินิกอื่นนอกโรงพยาบาล การจำกัดจำนวนคนไข้ในการตรวจวันละไม่กี่คนเพื่อนำเวลาราชการไปตรวจคลินิกอื่นนอกโรงพยาบาล

การเลือกคนไข้ในการตรวจ การให้ทำงานวันหยุดให้ โดยไม่มีค่าตอบแทน หรือแม้แต่แพทย์อาวุโสบางท่าน มีชื่ออยู่ในโรงพยาบาลเพื่อใช้สิทธิ์สวัสดิการต่างๆแต่ไม่เคยมาทำงานตรวจคนไข้ หรือให้บังคับให้แพทย์ใช้ทุน ทำงานโดยที่ไม่อยากทำ นี่ยังไม่รวมถึงการที่แพทย์อาวุโสที่เป็นแพทย์เฉพาะทาง (Specialists) รับปรึกษาและตอบคำปรึกษา ด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ ด่าทอ

ซึ่งปัญหานี้เองทำให้แพทย์ใช้ทุนรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม บางคนถึงขั้นลาออกก่อนชดใช้ทุนครบ และเกลียดระบบนี้ไปเลย หรืออาจจะเป็นปัจจัยให้แพทย์ใช้ทุนต้องดิ้นรนเพื่อไปเรียนต่อเฉพาะทาง เพื่อไม่ให้อยู่ในชนชั้นล่างสุดของห่วงโซ่อาหารนี้

นโยบายกระทรวงที่เข้าใจปัญหาของแพทย์ใช้ทุนน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่น่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เช่น การให้แพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาลชุมชนมีส่วนให้ความเห็นกับนโยบายที่กระทรวงสาธารณสุขจะออก การจำกัดเวลาในการทำงานของแพทย์ต่อสัปดาห์ให้เป็นรูปธรรม การจัดสรรบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลงานอื่นๆที่แพทย์ใช้ทุนไม่มีความเชี่ยวชาญ หรือการจัดภาระงานของแพทย์อาวุโสกับแพทย์ใช้ทุนให้เทียบเท่ากัน และมีการตรวจสอบแพทย์ที่เอารัดเอาเปรียบและกำหนดบทลงโทษ เป็นต้น

การมีแนวทางเหล่านี้ อาจจะไม่ได้แก้ปัญหาได้ทั้งหมด แต่อาจจะลดความเครียดของแพทย์ใช้ทุน ที่ต้องมารับภาระเหล่านี้ได้ และอาจจะให้เขามีความสุขในการทำงานได้ ซึ่งก็จะมีผลต่อการตัดสินใจในการลาออก หรือการไปเรียนต่อของแพทย์ใช้ทุน ซึ่งน่าจะลดปัญหาการกระจายแพทย์ได้บางส่วน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้ำท่วมก็ไม่แคร์! ไอเดียเกษตรใหม่ ‘สวนมะนาวลอยน้ำ’ สะเทินน้ำสะเทินบก #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616198

น้ำท่วมก็ไม่แคร์! ไอเดียเกษตรใหม่ 'สวนมะนาวลอยน้ำ' สะเทินน้ำสะเทินบก

วันพุธ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 08.51 น.

17 พฤศจิกายน 2564 ตามที่กลุ่มเกษตรหนุกหนาน ได้โพสต์เฟสบุ๊คมีข้อความ ได้เวลาสวนมะนาวยกตัวลอยน้ำแล้ว ถึงน้ำจะมากหรือน้ำจะน้อย จะท่วมนานหรือไม่ท่วม สวนมะนาวสะเทินน้ำสะเทินบก ของอาจารย์สุพจน์ก็อยู่รอดปลอดภัย ปรับตัวไปกับธรรมชาติของฤดูกาลที่นี่#สวนมะนาวลอยฟ้า พร้อมมีรูปประกอบ น้ำท่วมสวนมะนาว ให้ได้ชม เนื่องจากเมื่อวันที่ 11 พ.ย.64 ที่ผ่านมา มีฝนตกหนักและมีน้ำท่วมในพื้นที่ตำบลเขารูปช้าง ทำให้สวนมะนาวลอยน้ำมีน้ำท่วม อย่างที่เห็นตามในภาพ

หลังจากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เดินทางไปยังสวนมะนาวลอยน้ำของนายสุพจน์ อ่อนเจริญ ที่ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลาซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมใหม่ทางด้านการเกษตร สวนมะนาวลอยน้ำ ของนายสุพจน์ อ่อนเจริญ หมู่ที่ 5 ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดย สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองสงขลา

นายสุพจน์ อ่อนเจริญ สมาชิกกลุ่มเกษตรกรหนุกหนาน เจ้าของสวนมะนาวลอยน้ำ เล่าว่า บริเวณบ้าน มีพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกพันธุ์ไม้แบบผสมผสาน กว่า 50 ชนิด ทั้งที่กินได้ ใช้สอย และเป็นสมุนไพร รอบบริเวณบ้าน แทบจะไม่มีที่ว่างเลย เนื่องจากใช้พื้นที่บริเวณบ้าน อย่างเต็มที่ ในส่วนสระน้ำ ขนาด 10 x 15 เมตร ลึกประมาณ 2 เมตร และปลูกมะนาวลอยน้ำตลอดทั้งปีในสระแห่งนี้ มีผลผลิตให้เกษตรกรที่จะเข้ามาเรียนรู้ได้เห็นอย่างชัดเจน

สำหรับมะนาวที่ปลูกทั้งลอยน้ำ และสะเทือนน้ำสะเทินบก จำนวนกว่า 100 ต้น โดยคุณสุพจน์ ทำสวนมะนาวมาแล้วกว่า 10 ปี ลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จ ในการทำสวนมะนาวลอยน้ำและมะนาวสะเทินน้ำสะเทินบก

เนื่องจากบ้านอยู่ในพื้นที่ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา ที่ข้างบ้านน้ำท่วมทุกปีเพราะเป็นทางผ่านของน้ำที่ระบายจากตัวเมือง จึงเกิดนวัตกรรมการปลูกมะนาวแบบลอยน้ำ โดยบริเวณรอบบ้านทำสวนแบบผสมผสาน อยู่แบบธรรมชาติไม่ขวางธรรมชาติ เรียนรู้จากธรรมชาติ เพื่อให้ธรรมชาติพึ่งพาเรา เราพึ่งพาธรรมชาติ คือทำแบบผสมผสาน ทำทุกอย่างที่อยากกิน ทุกอย่างที่รัก ทุกอย่างที่ชอบก็ปลูกอย่างนั้น เพื่อลดรายจ่ายไม่ได้ทำเพื่อเป็นธุรกิจ เพื่อลดรายจ่ายในครอบครัว และก็เป็นรายได้ของเราในส่วนที่มันเหลือออกมา

คุณสุพจน์ อ่อนเจริญ กล่าวว่า สวนมะนาวลอยน้ำ เนื่องจากพื้นที่ในบริเวณบ้านน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ถ้าเราจะถมที่ก็ต้องใช้งบเยอะ เราจะได้ทำให้เป็นตัวอย่าง พื้นที่ที่เราไม่มีงบ แต่เราสามารถปลูกพืชได้ พื้นที่ที่มันจำกัด ทำอย่างไรให้มันสามารถอยู่ได้ เลี้ยงตัวเองได้ พื้นที่ที่เราคิดว่าทำไม่ได้ เราก็ต้องหาวิธีการคิดวิธีการ พื้นที่ที่มันเป็นสระ เพราะการทำเกษตรก็ต้องมีสระ เพราะในสระเป็นพื้นที่ที่หายไป 1 ไร่ ก็หายไปเยอะ เพราะฉะนั้นในสระเราก็สามารถปลูกได้ จะปลูกพริกปลูกมะเขือพวงมะนาวลอยน้ำ ปลูกได้หมดและก็แปลงที่น้ำยังไม่ท่วมก็เป็นพื้นที่ที่ราบลุ่มอยู่ หน้าแล้งก็แห้ง ก็ทำเป็นแพเอาไว้ ก็ให้เป็นแปลงสะเทินบกสะเทินน้ำ น้ำมาเมื่อไหร่ก็ลอยขึ้น พอน้ำแห้งก็ลงกลับที่เดิม

ตอนที่น้ำท่วมเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นการท่วมครั้งแรก บริเวณตรงนี้มันจะท่วมทุกปี ปีละ 2- 3 ครั้ง ประมาณวันหรือสองวันแล้วมันก็แห้งไป เมื่อฝนตกมันก็ท่วมขึ้นมาใหม่ บางช่วง ก็อยู่ได้หลายๆวัน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องคิด ว่าเราจะทำอย่างไรไม่ให้ต้นไม้เราเสียหาย ปลูกแล้วไม่ต้องเสียกำลังใจว่า ปลูกแล้วตาย แต่ปลูกครั้งเดียว ให้มันอยู่ได้หลายๆปี

ในส่วนผลผลิต เพราะอาจจะได้ต่ำกว่า ที่เราปลูกบนดินสักหน่อยเท่านั้นเอง แต่เราสามารถบังคับผลผลิตให้ออกตามฤดูกาลได้เพราะไม่ได้ลงดิน โดยเฉพาะมะนาวเราบังคับได้ จะให้ออกช่วงไหนก็ได้ เพราะเราจะให้รดน้ำใส่ปุ๋ย อะไรได้หมด เพราะเราบังคับได้ มันเป็นการดีตรงนั้น และมะนาวลอยน้ำอยู่ มันดีตรงที่ว่า คือสามารถกันโรคได้ รากสามารถหาอาหารกินเองได้ ในขณะที่อยู่ในน้ำ เราไม่ต้องไปรดน้ำ ในส่วนมะนาวที่สะเทินบกสะเทินน้ำก็ต้องรดน้ำ แต่ก็ดีตรงที่ว่าสามารถลอยขึ้นได้ เวลาน้ำมาลอยขึ้น เวลาน้ำลงก็กลับตั้งที่เดิม. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กระหึ่ม!เปิดแคมเปญ‘เมืองรอง ต้องไปน่าน’ ฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616169

กระหึ่ม!เปิดแคมเปญ‘เมืองรอง ต้องไปน่าน’ ฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.54 น.

ททท.สำนักงานน่าน จับมือสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน และสายการบินไทยสมายด์จัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจท่องเที่ยว “เมืองรอง ต้องไปน่าน” Trade Meet 2021 กระตุ้นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว หวังช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 4.7 ล้านบาท

16 พฤศจิกายน 2564 ที่โรงแรมน่านกรีน เลก วิว รีสอร์ท ตำบลไชยสถาน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจท่องเที่ยว “เมืองรอง ต้องไปน่าน” Trade Meet 2021 นำผู้ประกอบการด้านธุรกิจนำเที่ยว (Travel Agent) จำนวน 30 ราย ร่วมเจรจาธุรกิจ (Table Top Sale) กับผู้ประกอบการด้านธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดน่าน โดยมีนายโยธิน  ทับทิมทอง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน กล่าวรายงานการจัดกิจกรรม โดยมีพันธมิตรสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) ให้ความร่วมมือในการจัดงานครั้งนี้        

นายโยธิน กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด – 19 ในหลายพื้นที่ของประเทศคลี่คลายรัฐบาลได้ผ่อนคลายข้อจำกัด มาตรการป้องกัน และการควบคุมโรค รวมทั้งการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวไปพร้อมกับด้านสุขอนามัยที่รู้จักกันดีในชื่อมาตรฐาน SHA และ SHA Plus  ประกอบกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน มีแผนงานส่งเสริมการตลาด ประจำปี 2565 ภายใต้โครงการเที่ยวเมืองรองต้องไปน่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นเมืองรองเพิ่มมากขึ้น เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชม และผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน สอดคล้องตามแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประเด็นการท่องเที่ยว ที่มีแนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองรองที่มีศักยภาพ ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพรายได้สูง ส่งเสริมสินค้าและบริการ ที่มีศักยภาพสู่ระดับสากล การดูแลความปลอดภัยและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้เกิด   การกระจายรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวสู่ชมชน

ทั้งนี้ ททท.สำนักงานน่าน ได้ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย (สนท.) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวน่าน (สธน.) และสายการบินไทยสมายด์ กำหนดจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจท่องเที่ยว “เมืองรอง ต้องไปน่าน” Trade Meet 2021 ขึ้น โดยนำผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว (Travel Agent) จำนวน 30 ราย ในฐานะผู้ซื้อ (Buyers) มาพบปะเจรจาธุรกิจ   กับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดน่าน ประกอบด้วย ชมรมที่พัก ชมรมรถเช่า ชมรมร้านอาหาร ท่องเที่ยวชุมชน Cluster เครื่องเงิน Cluster ผ้าทอ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (ของฝาก ของที่ระลึก) สายการบินไทยสมายด์ สายการบินนกแอร์ และสายการบินไทยแอร์เอเชีย ในฐานะผู้ขาย (Sellers) เพื่อนำเสนอขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย

สนท.ยังได้ใช้โอกาสนี้เดินทางสำรวจสินค้าและบริการ สถานประกอบการ ชุมชน แหล่งท่องเที่ยว และอื่นๆ ซึ่งจะทำให้เห็นถึงศักยภาพ และความพร้อมของจังหวัดน่าน สามารถนำไปออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเส้นทางใหม่ๆ เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดน่าน (เมืองรอง) ได้อย่างมั่นใจ     

ททท. สำนักงานน่าน คาดหวังว่าการจัดกิจกรรมเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวครั้งนี้ จะส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดน่าน และผู้ประกอบการสมาชิก สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวไทย ให้สามารถต่อยอดขยายผลด้านการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ สมาชิก สนท. จะจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดน่าน เสนอขาย Package ให้กับนักท่องเที่ยวนอกพื้นที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดน่าน (เมืองรอง) เพิ่มขึ้น จำนวนไม่ต่ำกว่า 300 คน (PAX) และสามารถรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยว เข้าสู่พื้นที่จังหวัดน่าน ไม่ต่ำกว่า 4,719,000 บาท

อีกทั้งการท่องเที่ยวภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย จะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นต่อการท่องเที่ยวภายใต้พฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งจังหวัดน่านมีศักยภาพความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังมาถึงด้วย 

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศึกรักสามเส้า! เมียเก่ายกพวกปิดซอยบุกบ้านเมียใหม่รุมทำร้ายร่างกายจนดั้งหัก #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616165

ศึกรักสามเส้า! เมียเก่ายกพวกปิดซอยบุกบ้านเมียใหม่รุมทำร้ายร่างกายจนดั้งหัก

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.43 น.

ศึกรักสามเส้าเดือดสนั่นเมืองอุดร! เมียเก่ายกพวกปิดซอยบุกบ้านเมียใหม่รุมทำร้ายร่างกายจนเมียใหม่ดั้งหัก แถมกระชากผมและลากคอยายอีก 2 คนที่เข้าไปช่วยออกกลางถนนทำร้ายร่างกายเกือบถึงตาย ชาวบ้านเห็นเหตุการณ์วิ่งเข้ามาช่วยตกใจทั้งซอย ก่อนไปเมียเก่ายังขู่ซ้ำ “นี่แค่เตือนนะ” ขณะที่ฝ่ายเมียใหม่เผยนาทีถูกรุมยำสุดโหด ลั่นเอาเรื่องจนถึงที่สุด แจ้งความตำรวจแล้วแต่คดียังไม่คืบ ด้านฝ่ายเมียเก่ายันไม่จับมือ ไม่ขอเคลียร์ ส่วนผัวไม่เอาแล้วอยากได้ก็เอาไป เผยสาเหตุทั้ง 2 ฝ่ายบาดหมางแคลงใจเรื่องสามีและด่าทอกันในโซเซียลสารพัดคำด่าจนนำมาซึ่งการลงมือทำร้ายกัน

วันที่ 16 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งในบ้านอาสาพัฒนา ต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หลังได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.มิว (นามสมมติ) อายุ 20 ปีว่าถูกผู้หญิงชื่อ “อ้อม” ซึ่งเป็นภรรยาเก่าของแฟนใหม่ของ น.ส.มิวพาพวกรวม 5 คนเป็นหญิง 4 คนและทอมอีก 1 คนบุกเข้ามาทำร้ายร่างกายถึงภายในบ้าน โดยกลุ่มคนดังกล่าวไม่พูดพร่ำทำเพลงได้เข้าตะลุมบอนทั้งต่อยกระชากผมและลากคอออกมาที่ถนนหน้าบ้านทำร้ายร่างกาย น.ส.มิว จนน่วมไปทั้งตัวจนดั้งหัก โดยกลุ่มคนดังกล่าวหลังก่อเหตุปิดซอยทำร้ายร่างกาย น.ส.มิวแล้วได้ทิ้งรองเท้าเอาไว้ให้ดูต่างหน้าและก่อนไปได้บอกด้วยว่า “นี่แค่เตือนนะ” นอกจากนี้ ยังมียายอีก 2 คนที่เข้ามาห้ามก็โดนลูกหลงไปด้วย ทำให้ครอบครัวตกใจมากและหวั่นไม่ปลอดภัยไป น.ส.มิว จึงได้ไปแจ้งความที่ สภ.บ้านดุง แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้า วันนี้จึงนำเรื่องร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว

ส่วนสาเหตุทราบว่าเป็นศึกรักสามเส้าโดย น.ส.มิว เป็นแฟนใหม่ของอดีตสามี น.ส.อ้อม และมีการบาดหมางแคลงใจเรื่องสามีและด่าทอกันในโซเซียลสารพัดคำด่าจนนำมาซึ่งการลงมือทำร้ายในครั้งนี้

ทั้งนี้ น.ส.มิว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ย.64 ทีผ่านมา เวลาประมาณเที่ยง ขณะที่ตนนอนเล่นอยู่หน้าทีวีภายในบ้านสักพักก็มีผู้หญิงทราบต่อมาว่าเป็นอดีตภรรยาของแฟนใหม่ตน ชื่อ “อ้อม” ตอนแรกเขาเรียกชื่อหนูอยู่นอกบ้านว่า “อีมิว” สักพักเขาก็เดินเข้ามาภายในบ้าน พร้อมพวกรวม 5 คนเป็นผู้หญิง 4 ทอม 1 ไม่พูดพร่ำทำเพลงเข้ามารุมทำร้ายตนทั้งเตะทั้งต่อยทั้งถีบ ตนตกใจได้ร้องให้คนช่วย ยายที่อยู่ภายในบ้านได้เข้ามาห้าม แต่ปรากฎว่ากลุ่มคนที่รุมทำร้ายไม่ฟัง ล็อคคอและดึงผมยายวัย 59 ปี และกระชากผมของตนออกไปนอกบ้านพร้อมกันสองคน จากนั้นก็รุมทำร้ายบริเวณหน้าบ้าน 

ต่อมายายวัย 71 ปี ซึ่งเป็นญาติกันได้วิ่งเข้ามาห้ามอีกก็โดนกลุ่มคนดังกล่าวทำร้ายจนพากันระบมไปทั้งตัว พอทำร้ายเสร็จเขาก็พากันเดินออกไปขึ้นรถหน้าปากซอย ก่อนไปก็บอกว่า นี่แค่เตือนนะ! 

“หนูโดนรุมสกรัมจนดั้งหัก ไปหาหมอตรวจร่างกายและไปแจ้งความแล้ว ตอนนี้หวั่นความไม่ปลอดภัยง กลัวผู้หญิงคนนี้จะมาพวกมาอีก เพราะหลังก่อเหตุเขาก็ทักเฟสและโทรมาขู่ตลอด ส่วนสาเหตุเขาบอกว่าหนูไปด่าเขาว่า ขาย…และเข้าไปในบ้านเขาขโมยสิ่งของ หนูยืนยันหนูไม่รู้จักบ้านเขาด้วย ส่วนแฟนใหม่ที่เป็นอดีตสามีเขาเพิ่งคบกันได้ 2 เดือนก็มาเกิดขึ้น หากเมียเก่าเขาอยากได้ก็ให้เขาไปเลย หนูไม่เอาแล้ว เพราะเขามาทำร้ายหนูและยายหนูที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่พวกเขาก็พาพวกมาทำร้ายคุณยายที่อายุมากแล้ว ครอบครัวหนูงไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดแน่นอน หนูอยากให้สื่อมวลชนนำเสนอเรื่องนี้เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับหนูด้วยด้วย เพราะครอบครัวหนูถูกทำร้ายถึงบ้านและแจ้งตำรวจก็ไม่มีความคืบหน้าเลย” น.ส.มิว กล่าว

คุณยายสมควร ภูต้องศรี อายุ 59 ปี ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า วันนั้นเห็นผู้หญิงมาด่ามิว ซึ่งเป็นหลานอยู่หน้าบ้าน สักพักเขาก็เดินเข้ามาในบ้านทำร้ายน้องมิว ตนจึงได้เข้าไปห้าม แต่เขาไม่ฟัง เขาล็อคคอยายและกระชากผมออกไปทำร้ายที่ถนนหน้าบ้านพัก ดึงคอยายแรงมากจนสร้อยที่ห้อยพระไว้ขาด ยายเพิ่งป่วยมาและไม่คิดว่าจะมีคนมาทำร้ายแบบนี้ 

ส่วนยายกว้าง ชัยเมือง อายุ 71 ปี บอกว่า มีบ้านอยู่ตรงข้าม ช่วงนั้นเห็นคนรุมทำร้ายน้องมิว ซึ่งเป็นหลานและทำร้ายยายสมควร ซึ่งเป็นน้องสาวก็วิ่งเข้าไปช่วย ก็โดนกลุ่มคนเหล่านี้ตบที่ใบหน้าและทั้งมือเท้าเตะมันดูชุลมุนไปหมด ครอบครัวอยากจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะอุกอาจที่มาทำร้ายยาย ทั้งที่ยายก็อายุมากแล้ว

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ “น้องอ้อม” ภรรยาเก่าของแฟนใหม่น้องมิว ที่พาพวกไปรุมทำร้ายน้องมิว โดยน้องอ้อมยอมรับว่า ได้เข้าไปทำร้ายเขาจริง แต่มันมีเหตุมาก่อน เขามาด่าเราในเฟสบอกว่า ขาย…ในรถหรือ และโพสต์กระแนะกระแหนตนตลอด วันนั้นตนไม่ได้ไปเพื่อไปตีไปฆ่า ตนไปมือเปล่า ไม่ได้มีอาวุธจะแจ้งพยายามฆ่าไม่ได้ สาเหตุเพราะตัวมิวและผัวใหม่เขานั่นแหละมาด่าหนูตลอด พูดไม่หยุด เลิกกันแล้วก็ไม่เลิกและมาบ้านตนบุกบ้านงัดบ้านตนด้วย มาถามคนในหมู่บ้านได้ 

น้องอ้อมกล่าวต่อว่า ตัวผู้หญิงนี่ตัวดี พอได้ผัวตนแล้วก็มาเย้ยตนตลอด ทำให้ตนอดไม่ได้ จึงพาเพื่อนไปถามดูว่า “สูยังไม่จบกันหรือแต่ก็โดนเขาเหน็บติดตามชมต่อไป” ทำให้ตนเลือดขึ้นหน้า ส่วนยายที่บอกว่าตนทำร้ายร่างกายนั้นตนไม่ได้ทำร้าย แต่คุณยายนั่นแหละที่มาขูดหน้าตนยังมีรอยแผลอยู่เลย

“ทำไมมาวุ่นวายกับหนูแท้ เลิกแล้วก็เลิกกันไป อยากได้ผัวก็ให้ไปแล้ว อย่าไปโพสต์ด่ากันอีก ถ้าหนูไม่ปกป้องตัวเองก็จะคาราคังอยู่ตลอด ตอนนี้หนูเลิกกับสามีคนนี้แล้วไม่ขอยุ่ง ส่วนเรื่องที่เข้าไปทำร้าย หนูไม่รับเคลียร์ ไม่ขอโทษ ไม่ไปขอขมา ไม่จับมือแน่นอน” น้องอ้อม กล่าว  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักภาวนาผู้แสวงหาความสงบของใจจึงต้องปลีกวิเวกหาที่สงัดอยู่คนเดียว : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616161

นักภาวนาผู้แสวงหาความสงบของใจจึงต้องปลีกวิเวกหาที่สงัดอยู่คนเดียว : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.26 น.

ที่ไหนมีคนที่นั่นมักจะมีเสียง คนนี่แหละเป็นตัวการสำคัญ พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนว่าอย่าคลุกคลีกัน อย่าสังคมกัน ถ้าคลุกคลีสังคมกันแล้ว มักจะมีเรื่องให้พูดให้คุย ให้วิพากษ์ให้วิจารณ์ ให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน ทำให้จิตใจว้าวุ่นขุ่นมัว

นักภาวนาผู้แสวงหาความสงบของใจ จึงต้องปลีกวิเวก หาที่สงบสงัดอยู่คนเดียว ทำกิจกรรมร่วมกันเท่าที่จำเป็น ขณะที่ทำก็ไม่คุยกัน ให้ดูใจของตนเป็นหลัก ให้มีสติคอยเฝ้าดูใจ ให้ตั้งอยู่ในความสงบ ให้รู้เฉยๆ

ใจมี ๒ ส่วน ส่วนที่เป็นตัวรู้และส่วนที่เป็นตัวคิด ตัวรู้นี้รู้อยู่ตลอดเวลา แต่มักจะถูกตัวคิดบังเอาไว้ ถ้ารู้เฉยๆก็จะไม่มีอารมณ์ ถ้ารู้แล้วคิดปรุงแต่งก็จะมีอารมณ์ มีอารมณ์รักอารมณ์ชัง ดีใจเสียใจ ความคิดนี้เป็นตัวสำคัญ

ถ้าถูกอวิชชา ปัจจยา สังขารา ถูกอวิชชาเป็นผู้ชักนำ ก็จะคิดไปในทางที่จะทำให้เกิดความว้าวุ่นขุ่นมัว ความทุกข์ใจ ผู้ปฏิบัติส่วนมากจะมีอวิชชาเป็นผู้คอยผลักดันให้คิด ให้คิดไปในทางโลก ไปกระทำอะไรต่างๆภายนอกใจ ไปหาความสุขกับรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ ไปหาคนนั้นไปหาคนนี้ ไปหาสิ่งนั้นหาสิ่งนี้ เพื่อจะได้มีความสุข

แต่เป็นความสุขที่ไม่ใช่เป็นความสุขแท้ เป็นความสุขปลอม เป็นความสุขที่เจือจางหายไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็มีความอยากตามมา อยากจะได้สัมผัสกับความสุขแบบนี้อีก ทำให้ต้องออกไปหาความสุขแบบนี้ไปเรื่อยๆ เป็นความสุขที่ทำให้มีความหิวมีความอยากเพิ่มมากขึ้น ไม่ได้ทำให้มีความอิ่มความพอเพิ่มมากขึ้นเลย

นักปฏิบัติจึงต้องคอยดูใจอยู่เสมอ ดูว่ากำลังคิดไปในทางไหน คิดไปในทางสมุทัยก็คือความอยาก เช่นอยากในรูปเสียงกลิ่นรส อยากกระทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ถ้าคิดอย่างนี้ก็ต้องรู้ทันแล้วระงับเสีย ให้คิดไปในทางธรรม คือคิดปล่อยวาง คิดเห็นว่าสิ่งต่างๆ ที่อยู่ภายนอกใจทั้งหมด ไม่ใช่เป็นความสุข แต่เป็นความทุกข์ เพราะไม่เที่ยง

มีมาแล้วก็ต้องมีไปเป็นธรรมดา มีเกิดก็ต้องมีดับเป็นธรรมดา มีเจริญก็ต้องมีเสื่อมเป็นธรรมดา ไม่ใช่ของเรา สิ่งที่เป็นของเราที่แท้จริง ก็คือความสุขภายในใจ ความสุขที่เกิดจากการปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างภายนอกใจ ถ้าปล่อยวางสิ่งภายนอกใจไม่ได้ ก็จะไม่ได้ความสุขที่แท้จริง

ถ้าปล่อยสิ่งต่างๆ ภายนอกได้ ก็จะมีความสงบสุขที่จะอยู่กับใจไปตลอด เป็นความสุขที่ถาวร เป็นความสุขที่แท้จริง ไม่มีวันเสื่อม ไม่มีวันหมดไป ดังนั้นนักปฏิบัตินักภาวนา จำต้องมีสติเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของใจตลอดเวลา
       
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่าเอ็นดูแท้ลูกเอ้ย! หนุ่มน้อยพกตะกรุดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616122

น่าเอ็นดูแท้ลูกเอ้ย!  หนุ่มน้อยพกตะกรุดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนฉีดวัคซีน

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 17.02 น.

กลายเป็นสีสันบนโลกออนไลน์เมื่อเด็กนักเรียนคนหนึ่งกำลังจะฉีดวัคซีน แต่สิ่งที่ทำให้คนพบเห็นอมยิ้มคือ ก่อนที่จะฉีดวัคซีนน้องคนดังกล่าวถึงขึ้นต้องพกสิ่งศักดฺิ์ยกมือขึ้นท่วมหัว ดูแล้วทั้งเอ็นดูและแบบลุ้นแทนน้องจริงๆ

โดยผู้ใช้ติ๊กต๊อก “ศิโรรัตน์” โพสต์ข้อความระบุว่า “มาฉีดวัคซีนก็พกสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาด้วย 55 #วัยรุ่นไฟเซอร์ #หัวบ่คืน” โดยคลิปดังกล่าวมีคนเข้ามาดูกว่า 1.7 ล้านคน และมีคนแชร์ไปจำนวนมาก 

ทั้งนี้ ชาวเน็ตได้เข้าไปแสดงความคิดเห็น อาทิ นี่มาฉีดวัคซีน ถ้าคัดเลือกทหารจะเป็นแบบไหนกันน๊า , รอดูตอนไปเกณฑ์ทหาร จะอลังการกว่านี้แน่ๆ ,เอ็นดูจังลูกขอให้ไม่เจ็บนะ ขอให้ฉีดไปแล้วปลอดภัยคุ้มภัยโควิดนะลูก , ขอขำในความไหว้ตะกรุด เอ็นดู , โถ่ น่ารักมากลูก ปลอดภัยๆ เป็นต้น. -008 

ขอบคุณข้อมูลและคลิปจาก : ติ๊กต๊อก “ศิโรรัตน์”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มเจ็ดเสมียนไอเดียสุดเจ๋งใช้เครื่องจักสานจากไม้ไผ่มาประดิษฐ์กระทง #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616097

หนุ่มเจ็ดเสมียนไอเดียสุดเจ๋งใช้เครื่องจักสานจากไม้ไผ่มาประดิษฐ์กระทง

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 16.26 น.

ไปดูหนุ่มวัย 38 ปีชาวตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี มีไอเดียนำเครื่องจักสานจากไม้ไผ่ในท้องถิ่นมาประดิษฐ์กระทง แบบคิดสร้างสรรค์กับงานลอยกระทงรักษาสิ่งแวดล้อม

บอกได้คำเดียวว่าสุดยอดมากจากฝีมือความคิดสร้างสรรค์ของหนุ่มวัย 38 ปีประดิษฐ์กระทงที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติ เตรียมนำมาจัดแสดงในงานประเพณีลอยกระทงที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ของนายอนุสรณ์ ม่วงสุนทร อายุ 38 ปีอดีตนักศึกษาจบจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สาขาศิลปะกรรม อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 1 ต.เจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งได้ร่วมกับครอบครัวมีแนวคิดนำเครื่องจักสานไม้ไผ่หลายชนิดมาประดิษฐ์สร้างเป็นกระทงได้อย่างสวยงาม มีทั้งการนำพัดมาสร้างเป็นฐานกระทง นำหวดนึ่งข้าวเหนียวมาสร้างเป็นชั้นต่อ ใช้งอบใบลานสร้างเป็นลวดลายบริเวณชั้นต่อขึ้นไปและยังใช้ที่วางของสานด้วยไม้ไผ่ขนาดเล็กมาวางเรียงต่อกันเป็นลักษณะกลมๆ  

ส่วนบริเวณตัวพญานาคใช้ชะลอมไม้ไผ่จักสานสำหรับใส่ผลไม้ ที่มีขนาดเดียวกันมาตัดแต่งทากาวเป็นรูปตัว ส่วนช่วงเศียรจะให้ใบลานมาพับสานอย่างละเอียดต่อกันกลายเป็นเศียรที่งดงาม ประดับด้วยดอกบัวสีเหลือง ซึ่งเป็นสีแห่งความมงคลตามจินตนาการออกมาได้สวยงามแปลกตา ทั้งมีนางจิดาภา กาญจน์อร่ามกุล รองนายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน นายสมิทธิ สุภาพพรชัย กำนันตำบลเจ็ดเสมียน เป็นผู้ให้การสนับสนุนชุมชนเจ็ดเสมียน ซึ่งอยู่ระหว่างการประดิษฐ์

นายอนุสรณ์ ม่วงสุนทร เปิดเผยว่า ต้องการอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรมของชุมชน เช่น เครื่องจักสานไทย เรานำมาประกอบเป็นกระทงเพื่อเป็นการอนุรักษ์และวัสดุที่ทำคือจะย่อยสลายได้ ส่วนประกอบจะมีเครื่องจักสาน คือ พัดไว้ทำฐาน ส่วนที่เป็นเป็นตัวพญานาคคือชะลอมไว้ใส่ผลไม้ และขนม และยังมีงอบและที่นึ่งข้าวเหนียว นำมาออกแบบดีไซต์จนออกมาเป็นกระทง มีเครื่องจักสานจากของชุมชนในท้องถิ่นและซื้อจากที่อื่นมาร่วมทำกระทงด้วย 

ส่วนเศียรพญานาคจะใช้ใบลานแทนการใช้ใบตองสดมาทำได้ใช้เวลานานประมาณ 2-3 วันโดยที่ไม่ต้องใช้ตะปู ย่อยสลายได้ สืบสานประเพณีอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของชุมชนด้วย ทำให้เด็กรุ่นหลังรู้ว่าเครื่องจักสานเหล่านี้นอกจากนำมาใส่สิ่งของแล้ว ยังสามารถนำมาประดิษฐ์กระทงที่สวยงามได้อีกด้วย  

นางจิดาภา กาญจน์อร่ามกุล รองนายกเทศมนตรีตำบลเจ็ดเสมียน กล่าวว่า ทางเทศบาลยึดหลักของความปลอดภัยไว้ก่อน โดยให้มีการจัดงานไม่มีการรื่นเริงจะมีการจัดแสง สี เสียง จัดจุดถ่ายภาพไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาเซลฟี่ที่สำคัญงานปีนี้จะมีการจัดเรือไฟอยู่กลางแม่น้ำแม่กลองเพื่อโชว์แสง สีเสียงอยู่กลางแม่น้ำแม่กลอง ให้ประชาชนได้มาเที่ยว ปีนี้ไม่มีการจัดการประกวด ซึ่งอยากให้ปลอดภัยไว้ก่อนในช่วงโควิด – 19 ซึ่งจะมีการทำกระทงจากชาวบ้านในชุมชน แต่ก่อนทุกปีจะมีการประกวดกระทง ทุกหมู่บ้านให้ความร่วมมือ อย่างน้องคนนี้จะได้รับรางวัลกลับมาด้วย โดยทุกชุมชนจะร่วมด้วยช่วยกันประดิษฐ์กระทงประดิษฐ์เรือไฟเพื่อมาเฉลิมฉลองในวันลอยกระทง ยังมีอีกหลายชุมชนที่ประดิษฐ์กระทงออกมาเตรียมไปจัดแสดงด้วย 

นายสมิทธิ สุภาพพรชัย กำนันตำบลเจ็ดเสมียน กล่าวว่า ยังมีการแต่งกายย้อนยุคอนุรักษ์ประเพณีไว้ในวันนั้น บางวัดมีการทำกระทงเพื่อขายนำเงินเข้าวัด เป็นประเพณีของท้องถิ่นไทยมายาวนาน ขอเชิญชวนประชาชน และนักท่องเที่ยวมาร่วมแต่งกายไทยโบราณ เพื่อร่วมสืบสานอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามให้คงอยู่ ท่ามกลางการดูแลของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ที่จะประจำจุดตรวจคัดกรองให้กับผู้ที่มาเที่ยวงานลอยกระทงตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 การ์ดต้องไม่ตกมีความสุขกับการเที่ยวงานประเพณีไทย  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คุ้ยด่วน! หนุ่มประกาศรับซื้อเหรียญปีลึก อึ้งเหรียญ 10 บาท พุ่งเหรียญละ 7 แสน #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616042

คุ้ยด่วน! หนุ่มประกาศรับซื้อเหรียญปีลึก อึ้งเหรียญ 10 บาท พุ่งเหรียญละ 7 แสน

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.12 น.

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 กำลังฮือฮากับกระแสการรับซื้อเหรียญกษาปณ์ เหรียญเงินรุ่นที่ผลิตในปีหายาก ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมจนทำให้ราคาพุ่งสูง ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Hunter Gold Solo ได้โพสต์รับซื้อเหรียญหายากจำนวนมาก อาทิเช่น เหรียญ 10 บาท ล็อตปี 2533 รับซื้อในราคา 700,000 บาท เหรียญ 1 บาท รุ่นช้าง ร.5 รับซื้อในราคา 350,000 บาท เป็นต้น โดยระบุว่า

ประกาศรับซื้อครับ ท่านใดมีเหรียญสะสม แบงก์ ธนบัตร เงินพดด้วง เงินลาด เงินฮ้อย เหรียญจีน เหรียญต่างประเทศ ตั้งแต่ ร.1-ร.9

อยากขายสามารถส่งรูปมาทางแชทได้เลยคับ หรือแอดไลน์ มาที่ golfbow172933

เหรียญหมุนเวียนปัจจุบันที่รับซื้อ ดูแค่ พ.ศ คือ

1บาท ปี2529 มีราคาตั้งแต่100-1000

2บาท ปี2551ขึ้นไป (สีเงิน แม่เหล็กดูดติด)ราคา 300

5บาท ปี2540 ราคา 2500-8000

5บาท ปี2546 ราคา 200-1000

10บาท ปี2531 ราคา100-1000

10บาท ปี2541 ราคา50

25สตางค์ ปี2542 ราคา500-2000

25สตางค์ปี2544 ราคา 500-2000

50สตางค์ปี2530 ราคา3000-10000

10สตางค์ปี2500(เลข๑หางยาว)500-1000

ลองสังเกตุสักนิดเหรียญในมือท่านอาจจะมีมูลค่าก็เป็นไปได้ ช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ของสะสมของท่าน สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เรายินดีให้คำแนะนำและคำปรึกษา

-007

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กลับมาแล้ว! คณะลิเกดังเตรียมออกโรง เจ้าภาพจองคิว พ่อยกแม่ยกปูเสื่อรอชม #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616032

กลับมาแล้ว! คณะลิเกดังเตรียมออกโรง เจ้าภาพจองคิว พ่อยกแม่ยกปูเสื่อรอชม

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.56 น.

16 พฤศจิกายน 2564  ลิเกชื่อดังคณะสุขเกษม หัวล้าน ได้มาเปิดเวทีทำการแสดงงานแก้บน 2 คืน บริเวณริมถนนหน้าวัดหนองยาง ต.หนองยาง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี  โดยมีพ่อยกแม่ยก พร้อมแฟนคลับและ ประชาชน ทีทราบข่าวได้เดินทางมาชมการแสดงเป็นนับร้อยคน โดยมาปูเสื่อนั่งรอชมการแสดงหน้าเวทีลิเก และจอดรถยืนบนถนนชมการแสดง ภายในงานได้มีเจ้าหน้าที่ อสม.ประจำหมู่บ้านมาตรวจทำการตรวจคัดกรองโควิด -19 ก่อนเข้าไปหน้าเวทีชมการแสดง โดยทุกอย่างไฟแสงสี คุณภาพคับแก้วอย่างเช่นเดิม   

โดยในบรรดาแม่ยกพ่อยกและผู้เป็นแฟนคลับ ชายหญิงที่ติดตามการแสดง ในเขตจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สุพรรณบุรี ลพบุลี พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ ทีเคยติดตามผลงานการแสดงมาตลอดหลายสิบปี  โดยทำให้ลิเกคณะสุขเกษม หัวล้านมีงานมาตลอดทั้งปี มากกว่าคณะอื่น ๆ ในบรรดาลิเกด้วยกันในเขตภาคนี้

หลังจากที่ประสบปัญหาโรคโควิด19 มาตั้งแต่เมือช่วงกลางปี พ.ศ.2563 ทำให้คณะลิเกสุขเกษมประสบปัญหาในการแสดงมาตลอด และเจ้าภาพงานวัดประจำปี งานบวช หรืองานอื่นๆ  เจ้าภาพต้องขอยกเลิกงาน โดยบ้างรายต้องขอเงินมัดจำคืนทีหาไว้  แต่ก็ยังมีบ้างรายที่หาไว้ของดงานก่อน โดยไม่ขอเงินมัดจำคืน รอให้โควิด-19 หาย และมีการเปิดแสดงได้ใหม่ ก็ให้มาแสดงทีกำหนดงานไว้

ทำให้ลิเกคณะสุขเกษม หัวล้าน พร้อมลูกน้องอีก 40 ชีวิต ต้องงดงานแสดงมาถึงระยะ 8 เดือน ประกอบกับส่วนราชการให้งดจัดงานทั่วประเทศ ทำให้ลิเก กว่า 40 ชีวิตต้องงานการแสดงไม่มีงานทำกัน

จากการขอสัมภาษณ์นาย หมูแดง ในคณะเตรียมแต่งชุดลิเก ออกทำการแสดงหน้เวที  ซึ่งเป็นลูกชายของนายเกษม เกิดสุข หรือสุขเกษม เกิดสุข  และเป็นพระเอกลิเกประจำวง เปิดเผยว่า  หลังจากประชาชน และทางคณะลิเกเรา ได้ประสบปัญหาโรคโควิด 19 มา ทำให้คณะลิเกต้องหยุดการแสดง เพราะสาหตุเจ้าภาพทุกท่าน  ได้ขอยกเลิกทำการแสดง  เนื่องจากทางรัฐบาลห้ามจัดงานทั่วประเทศ ทำให้คณะลิเกต้องหยุดไปเกือบปี 

หลังจากที่หยุดก็ต้องแยกย้ายกัน บางคนก็มีความรู้กันก็ไปหางานทำ และบางคนก็ไปรับของมาขายตามที่ต่างๆ ส่วนพ่อนั้นได้ประสบปัญหาในเรื่องส่งค่างวดรถยนต์ชุดคอนวอย ที่ต้องมีภาระส่งเงินค่างวดให้กับไฟแนนซ์รายเดือน ถึงต้องประกาศขายรถยนต์รับส่งนั่งแสดง เครื่องแต่งชุดลิ และตอนนี้ทางรัฐบาลได้เปิดคลายล็อ แล้ว และบางสถานที่ทีไม่ใช้พื้นที่สีแดงก็สามารถทำการแสดงได้

อย่างเช่นวันนี้เป็นคืนแรก หลังจากที่หยุดเล่นมากว่า 7 เดือน ได้เปิดทำการแสดงและนักแสดงทุกคนได้แสดงความดีใจ ที่มาร่วมตัวกันตั้งแต่ช่วงเย็นในงานแก้บน โดยเจ้าภาพหาไว้  2 คืน หลังจากนั้นก็ไม่มีงาน และจะมีงานแสดงต่อไปในคืนวันที 23 นี้ ในวัดหนองยาง

สำหรับเจ้าภาพท่านทีจะเตรียมมีงานจะเป็นงานที่เคยหาไว้ และบ้างรายที่เตรียมจะมีงานต่างๆ สามารถติดต่อมาได้ยังเบอร์ของพ่อสุขเกษม หัวล้าน เบอร์ 081-8872142 จองคิวไว้ก่อนได้เช่นเคย. 012       

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นาท่อนแคมป์วิว’จุดกางเต็นท์และชมวิวทะเลหมอกน้องใหม่ อ.นาแห้ว #SootinClaimon.Com

Posted on November 18, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/616031

'นาท่อนแคมป์วิว'จุดกางเต็นท์และชมวิวทะเลหมอกน้องใหม่ อ.นาแห้ว

วันอังคาร ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.54 น.

นายจริยาทร สูหู่ ผอ.ททท.สนง.เลย กล่าวว่า จุดชมทะเลหมอกน้องใหม่แห่งนี้ ตั้งอยู่บนความสูงของระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 700 เมตร ที่บ้านนาท่อน ต.นาพึง อ.นาแห้ว จ.เลย  ที่นี่ชาวบ้านได้ร่วมพัฒนาปรับพื้นที่จากไร่ข้าวโพดและไร่มันสำปะหลังบางส่วน ให้เป็นจุดกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสกับธรรมชาติ และอากาศที่หนาวเย็นของอำเภอนาแห้ว และในช่วงที่รัฐบาลได้ปลดคลายล็อคการเดินทางให้คนไทยเดินทางออกไปท่องเที่ยวเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้กลับมาคึกคักภายหลังที่ประสบกับภาวะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างหนัก 

ด้านนายชัชพงษ์ พิมพ์พก ผู้นำของกลุ่มชาวบ้านที่ได้ริเริ่มพัฒนาพื้นที่แห่งนี้กล่าวว่า ทางชุมชนได้เล็งเห็นประโยชน์ของกระแสการท่องเที่ยวในแบบแคมป์ปิ้ง ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน จึงได้วางแผนร่วมกันปรับพื้นที่ปรับให้เป็นจุดกางเต็นท์  ออกไอเดียเพื่อสร้างจุดกางเต็นท์แคมป์ปิ้งในฝันในอุดมคติของเหล่าแคมป์เปอร์ที่สำหรับคนที่ชอบการแคมป์ปิ้ง ได้มาร่วมกัน และหวังว่ารายได้ที่เกิดจากการท่องเที่ยวนี้ จะสามารถโน้มน้าวให้ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่ จะปลูกข้าวโพดกัน ให้หันมาปรับพื้นที่ไร่สวนของตนเอง เพื่อปลูกป่าในพื้นที่ให้เพิ่มมากขึ้นได้ในอนาคต และซึ่งตอนนี้ก็เริ่มได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ สนใจติดต่อมากางเต็นท์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจุดกางเต็นท์ของเราสามารถรองรับนักท่องเที่ยวสูงสุดได้ประมาณ 30 คน/คืน  ที่นี่สามารถประกอบอาหารได้ แต่ขอร้องให้แต่ละกลุ่มไม่รบกวนและก่อความรำคาญกับเพื่อนๆ กลุ่มอื่นๆ  เพื่อให้ทุกคนได้รับความประทับใจกลับไปให้มากที่สุดนั่นเอง หากท่านใดสนใจมากางเต็นท์แคมป์ปิ้งที่นาม่อนแคมป์ปิ้ง สามารถติดต่อมาที่โทรศัพท์ 08 9812 3998 หรือเฟซบุ๊คแฟนเพจ: นาท่อนแคมป์วิว 

นายจริยาทร สูหู่ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันจุดกางเต็นท์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.เลย  มีอยู่หลายจุด ซึ่งแต่ละที่ก็มีเอกลักษณ์และความสวยงามน่าสนใจที่แตกต่างกัน ซึ่ง ททท.เลย อยากจะประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวทุกคนได้ตระหนักถึงการท่องเที่ยวแบบเคารพต่อธรรมชาติ เพื่อนๆ นักท่องเที่ยวและสังคมด้วย  และขอให้เดินทางท่องเที่ยวแบบ New normal  มีการเว้นระยะห่างในพื้นที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก หรือพื้นที่ที่มีความแออัดของผู้คน เพื่อที่จะป้องกันการแพร่และติดเชื้อโควิด-19 อีกด้วย และถ้านักท่องเที่ยวท่านใดสนใจสามารถสอบถามข้อมูลด้านการท่องเที่ยว จ.เลย และ หนองบัวลำภู ได้ที่หมายเลข 0 4281 2812,  0 4281 1405 หรือทางแชท Inbox เฟสบุ๊คแฟนเพจ : ททท.สำนักงานเลย :TAT Loei Office 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,296,375 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
'ป้าตือ' ขึ้นแท่น 'มาดามแห่งวงการออนไลน์' คนใหม่ LIVE EP แรก คนดูชน 5 แสน!!! #SootinClaimon.Com
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
Tech for Life : 9 พฤษภาคม 2564 #SootinClaimon.Com
'หนึ่งคำพูด...ล้านกำลังใจ' ส่งถึง 'เหล่านักรบเสื้อขาวและผู้ป่วย' สู้ศึกโควิด-19 #SootinClaimon.Com
แอลกอฮอล์ อาชญากรรม และการปฏิรูปตำรวจ(ไทย)
Waymo to launch fully driverless service to the public - a first just in time for the pandemic #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d