Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

รายได้ปัง!! เหมือนมากซาลาเปา ‘ลูกท้อ-ส้ม’ รับตรุษจีน

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

รายได้ปัง!! เหมือนมากซาลาเปา 'ลูกท้อ-ส้ม' รับตรุษจีน

รายได้ปัง!! เหมือนมากซาลาเปา ‘ลูกท้อ-ส้ม’ รับตรุษจีน

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.14 น.

ร้านจำหน่ายซาลาเปาปรับกลยุทธ์การขายด้วยการทำซาลาเปาซิ่วท้อและซาลาเปาผลส้ม เป็นทางเลือกแทนผลไม้ที่มีราคาแพงในช่วงเทศกาลตรุษจีน ผลตอบรับทางออนไลน์ดีเกินคาด รายได้วันละหมื่นบาท จนทำขายแทบไม่ทันเลยทีเดียว

18 ม.ค. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านท้องมังกรคาเฟ่ เลขที่ 45/4 ถนนเจิมปัญญา เขตเทศบาลนครตรัง น.ส. นัฐกมล ท่าห้อง อายุ 33 ปีเจ้าของร้าน ได้ปรับกลยุทธ์ในการขายซาลาเปาแบบเดิม ๆ มาทำซาลาเปาสิ่วท้อและซาลาเปาผลส้ม ซึ่งซิ่วท้อหรือลูกท้อ และส้ม นับเป็นผลไม้มงคลที่ชาวไทยเชื้อสายจีน นิยมหาซื้อไปมอบให้กับญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ และเป็นผลไม้เซ่นไหว้เนื่องในเทศกาลตรุษจีน แต่เนื่องจากผลไม้ทั้งสองชนิดนี้ จะมีราคาแพงขึ้นมากในช่วงตรุษจีน โดยเฉพาะสิ่วท้อ ถือว่าเป็นขนมมงคลนำไปมอบให้ เพื่อเสริมโชคลาภบารมี ทำให้อายุยืน สุขภาพแข็งแรง แต่แทบจะไม่มีขาย ทำให้เจ้าของร้านซาลาเปา ผุดไอเดียทำซาลาเปาสิ่วท้อและเปาส้มขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า

ซึ่งทำออกมาได้เหมือนสิ่วท้อและผลส้มเป็นอย่างมาก นอกจากจะเป็นผลไม้หรือขนมมงคลแล้ว ยังมีราคาที่ถูกกว่า หาซื้อได้ง่ายและเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งต้องปิดหน้าร้านในช่วงนี้ เพื่อผลิตซาลาเปาสิ่วท้อกับเปาส้มขายให้ทันตามออเดอร์ของลูกค้า ที่สั่งซื้อเข้ามาวันละ 400-500 ลูก สร้างรายได้วันละนับ 10,000 บาทเลยทีเดียว

สำหรับซาลาเปาสิ่วท้อ มีไส้ถั่วเหลืองงาขาวและไส้เผือกหอม ขายลูกละ 25 บาท ส่วนซาลาเปาส้มไส้คัสตาร์ด ใช้ส้มแมนดารินแท้ เคี่ยวเองผสมกับแครอท ทำให้ได้สีสันออกมาคล้ายผลส้ม ขายลูกละ 30 บาท ซึ่งทุกลูกเป็นงาน Hand make หรืองานทำมือ ใช้สีธรรมชาติ สด ใหม่ หอมกรุ่นจากเตาแบบวันต่อวัน ที่สำคัญคือไม่ใส่สารอันตรายต่อผู้บริโภค โดยทำขายมาเป็นปีที่ 2 แล้ว ผลตอบรับดีเกินคาดจนต้องปิดหน้าร้าน เพื่อเร่งผลิตเปาสิ่วท้อและเปาส้มรับทรัพย์ในช่วงเทศกาลตรุษจีนกันเลยทีเดียว

ด้าน น.ส. นัฐกมล ท่าห้อง เจ้าของไอเดีย กล่าวว่า ผลตอบรับค่อนข้างดีเพราะลูกค้ารู้จักมากขึ้น ทั้งทางโซเชียลและหน้าร้าน ตอนนี้ทำไม่ทัน แต่ถ้าลูกค้าสนใจสามารถติดต่อได้ทางเฟสบุ๊กท้องมังกรคาเฟ่ ซึ่งตอนนี้ผลิตได้วันละประมาณ 400 ลูก ส่วนลักษณะพิเศษของขนมคือใช้สีธรรมชาติ เป็นแฮนด์เมดทุกลูก มีความพิถีพิถันขึ้น ไม่ใช้สารกันบูดไม่ใช้สารเสริม ลูกค่าจึงมั่นใจได้ว่าสินค้าทุกลูกมีความปลอดภัยและมีคุณภาพแน่นอน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่าเวทนา! ทิ้งเหลนวัย5ขวบให้ตาวัย74 เลี้ยงเพียงลำพังอย่างอนาถา

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705173

น่าเวทนา! ทิ้งเหลนวัย5ขวบให้ตาวัย74 เลี้ยงเพียงลำพังอย่างอนาถา

น่าเวทนา! ทิ้งเหลนวัย5ขวบให้ตาวัย74 เลี้ยงเพียงลำพังอย่างอนาถา

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.55 น.

สุดเวทนาตาวัย 74 ถูกลูกหลานทอดทิ้ง ปล่อยเลี้ยงเหลน 5 ขวบเพียงลำพัง อดมื้อกินมื้อ เคยถึงขั้นคิดสั้น จะพาเหลนฆ่าตัวตาย – ขณะเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือมอบถุงยังชีพและเงินจำนวนหนึ่ง

18 ม.ค.2566 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านชุมชนชุมเห็ด หลังโรงพยาบาลบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมืองบุรีรัมย์ ว่ามีคุณตาที่แก่ชราท่านหนึ่งถูกลูกหลานทอดทิ้งไม่เคยกลับมาเหลียวแล แถมปล่อยให้เลี้ยงเหลนอายุ 5 ขวบตามลำพัง ใช้ชีวิตอยู่อย่างอดอยาก มีเพียงเบี้ยผู้สูงอายุและเงินสงเคราะห์เด็กแรกเกิดประทังชีวิต บางครั้งเพื่อนบ้านเวทนาสงสารก็แบ่งปันข้าวอาหารให้บ้าง

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งก็พบ นายสัมฤทธิ์  แกล้วกล้า  อายุ 74 ปี ซึ่งมีสภาพร่างกายแก่ชรา เดินเหินไม่สะดวก อาศัยอยู่ในบ้านที่ค่อนข้างคับแคบ ทรุดโทรมกับ ด.ญ.ชญาดา หรือ น้องต้นข้าว อายุ 5 ขวบ ซึ่งเป็นเหลนเพียงลำพัง โดยคุณตา เล่าให้ฟังว่า ภรรยาเสียชีวิตไปกว่า 30 ปีแล้ว มีลูกทั้งหมด 3 คน คนโตเป็นผู้ชายไปรับจ้างอยู่ที่ จ.ปทุมธานี กว่า 20 ปีแล้ว ล่าสุดทราบว่าป่วยต้องตัดลำไส้ นอนติดเตียงแต่ก็ติดต่อไม่ได้หลายปีแล้ว คนที่สองเป็นผู้หญิงไปทำงานที่พัทยาติดต่อไม่ได้หลายปีเหมือนกัน แต่มีเพื่อนบ้านที่ไปทำงานที่พัทยาแล้วไปเจอ แต่พอเพื่อนบ้านไปถามลูกสาวกลับบอกว่าไม่เคยรู้จักคนนามสกุลนี้

ส่วนลูกชายคนเล็กก็ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ในกรมประมงกว่า 10 ปีแล้วไม่เคยกลับมาเยี่ยมเลย แต่พอตนเองติดต่อไปหาและขอเงินมาใช้จ่ายบ้างเขาก็บอกว่าไม่มี ส่วนหลานสาวซึ่งเป็นแม่ของน้องต้นข้าว เมื่อก่อนทำงานเป็นลูกจ้างที่โรงพยาบาล แต่หลังจากน้องต้นข้าวอายุได้ 7 เดือน ก็ทิ้งเอาไว้แล้วหนีหายไปเลย ปล่อยให้ตนเลี้ยงเหลนเพียงลำพัง

ตาสัมฤทธิ์ บอกว่า  เมื่อ 3 – 4 ปีก่อน ยังพอมีเรี่ยวแรงก็จะเอาหลานไปฝากกับเพื่อนบ้าน แล้วออกไปรับจ้างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ประปาตามบ้านก็พอได้เงินมาบ้าง เดือนละ 2 – 3 พันบาท บวกกับเบี้ยคนชราอีกเดือนละ 700 บาท และเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดของเหลนเดือนละ 600 บาท ก็พอใช้ชีวิตอยู่กันได้

แต่มาปีนี้ด้วยสังขารที่ร่วงโรยเพราะแก่ชรามาก สายตาเริ่มพร่ามัว แขนขาอ่อนแรง เดินเหินไม่ค่อยสะดวก จึงไม่ค่อยมีใครจ้าง ต้องอาศัยแค่เบี้ยคนชราและเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดประทังชีวิตไปวันๆ ก็อยู่กันแบบยากลำบาก อดมื้อ กินมื้อ จนต้องนำเครื่องมือช่างที่มีไปจำนำเพื่อเอาเงินมาซื้อข้าวกิน จนตอนนี้ไม่มีอะไรไปจำนำแล้ว บางวันก็ไปขออาหารจากบ้านพักคนชรามากิน และมีเพื่อนบ้านที่เวทนาสงสงสารหยิบยื่นข้าว อาหารให้บ้างตามกำลัง  ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านก็เก็บจากที่คนอื่นทิ้งแล้วเอามาซ่อมใช้เพราะไม่มีเงินซื้อ

คุณตาสัมฤทธิ์ ยังพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เมื่อก่อนรับจ้างขับรถ เลี้ยงลูกหลานจนโต แต่พอแก่ชรามาลูกหลานก็ทอดทิ้งไม่เหลียวแล ก็ท้อใจถึงขั้นคิดสั้นจะฆ่าตัวตายไปพร้อมกับเหลน อยู่ไปก็ไม่มีใครให้พึ่งพา อยากให้ลูกหลานกลับมาดูแลให้กำลังใจบ้าง ลำพังตัวเองก็ไม่ได้ต้องการอะไรแล้วเพราะแก่มากแล้ว แต่เป็นห่วงอนาคตเหลนเพราะอายุ 7 ขวบก็ต้องเข้าเรียน แต่ตนคงไม่มีปัญญาส่งเสียลำพังข้าวจะกินแต่ละมื้อยังลำบาก หากเป็นไปได้ก็อยากให้ลูกหลานที่รู้ข่าวมารับเหลนไปดูแล หรือพอมีหน่วยงานที่จะช่วยเหลือได้ก็อยากให้ช่วย หากใครอยากจะช่วยเหลือต่อลมหายใจให้ตากับเหลน สามารถบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี นายสัมฤทธิ์ แกล้วกล้า เลขที่บัญชี 020191552577  ธนาคารออมสินสาขาบุรีรัมย์

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ทางเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ โดย นายสกล ไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ มอบหมายให้นายสมศักดิ์ ธีระวิวัฒนกิจ รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นางสาวภรภัทร สงวนสิน ผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น และเยี่ยมให้กำลังใจ นายสัมฤทธิ์ แกล้วกล้า พร้อมมอบถุงยังชีพ และเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งแล้ว

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของร้านส้มตำแจงดราม่า ‘ใจดำ’ ไม่อนุญาตให้ขายของในร้าน

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705164

เจ้าของร้านส้มตำแจงดราม่า 'ใจดำ' ไม่อนุญาตให้ขายของในร้าน

เจ้าของร้านส้มตำแจงดราม่า ‘ใจดำ’ ไม่อนุญาตให้ขายของในร้าน

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.34 น.

18 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ “ร้านส้มตำ ที่แม่ค้าปากจัด สักXXXทั้งตัว” ถ.ราษฎร์อุทิศ (ค.2) ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อตรวจสอบกรณีที่ทางร้านได้มีการเขียนป้ายติดหน้าร้านว่า “ไม่อนุญาตให้นำของเข้ามาขายในร้าน” พร้อมทั้งโพสข้อความลงในเพจของร้าน จนเกิดเป็นประเด็นดราม่า มีการคอมเม้นท์ต่อว่า แม่ค้าใจดำ จนกลายเป็นที่สนใจเข้ามาคอมเม้นท์กันจำนวนมาก

เมื่อไปถึงที่ร้านดังกล่าว ซึ่งเป็นร้านขายส้มตำและสารพัดยำ รวมถึงจิ้มจุ่ม เป็นร้านแบบเรัยบง่ายชั้นเดียว พบว่ามีรถจอดเป็นแถวยาวทั้งสองฝั่งถนน เข้าไปในร้าน พบกับ ป้ายไม้ขนาดกว้าง 60 ซม.สูงประมาณ 100 ซม.มีข้อความเขียนว่า”ไม่อนุญาตให้นำของเข้ามาขายในร้าน” ตั้งเด่นอยู่หน้าร้าน ซึ่งเป็นป้ายที่เดียวกับที่นำไปโพสลงบนโซเชี่ยล

น.ส.ธัญชนก หวดไธสง อายุ 32 ปี เจ้าของร้าน ที่กำลังง่วนกับการปรุงอาหารกันมือเป็นระวิง พร้อมทั้งเปิดเผยถึงประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นว่า สาเหตุที่ต้องขึ้นป้ายดังกล่าว และโพสต์บนเพจของร้านจนเกิดการต่อว่า กล่าวหาว่า ร้านใจดำ ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้ใจดำ สาเหตุที่ต้องห้าม เพราะมีแม่ค้าเร่บางรายที่เข้าไปขายสินค้าให้ลูกค้าภายในร้าน แล้วไปรบกวนแถมยังบังคับให้ซื้อสินค้า ไม่ซื้อยังมัการต่อว่า จนเกิดความไม่สบายใจต่อลูกค้าของร้าน จึงว่ากล่าวตักเตือน แต่กลับไม่ฟังแถมยังเถียงกับตนเองอีก ในเมื่อไม่ฟังกันทางร้านจึงจำเป็นต้องปกป้องลูกค้า และ ปกป้องร้าน ด้วยงดไม่ให้เข้ามาขายในร้าน แต่ยังอนุญาตให้ขายตรงหน้าร้านได้ จึงขอให้ทุกคนเข้าใจด้วย ถึงแม่ค้าจะเป็นคนปากจัดแต่ก็ไม่ใจดำ เพราะที่ผ่านมาหากไม่เกิดเหตุขึ้น ก็ให้เข้ามาขายตลอดหลายปี  

สำหรับตนเอง เข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ค้าดี เพราะเคยเป็นแม่ค้าเร่มาตั้งแต่เด็ก แต่ในเมื่อลูกค้าเราถูกรบกวน จึงจำเป็นจะต้องดูแล เพื่อรักษาลูกค้าไว้ เพราะลูกค้าคือผู้ที่มีบุญคุณนำเงินมาให้เรา 

ด้านนางรัศมี หวดไธสง อายุ 55 ปี มารดาของของแม่ค้า ได้เปิดเผยว่า ทางร้านไม่เคยใจดำกับพ่อค้าแม่ค้าด้วยกัน แต่เหตุที่เกิดขึ้น มันรับไม่ได้ จึงจำเป็นต้องหาทางออกที่ดี เพื่อให้ลูกค้าสบายใจที่เข้ามารับประทานอาหารในร้าน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนย้ายลูกเสือโคร่ง 3 ตัวถึงสวนสัตว์บึงฉวากแล้ว เผย’หมอ’ผูกพันมาก กลั้นน้ำตาไม่อยู่

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705154

ขนย้ายลูกเสือโคร่ง 3 ตัวถึงสวนสัตว์บึงฉวากแล้ว เผย'หมอ'ผูกพันมาก กลั้นน้ำตาไม่อยู่

ขนย้ายลูกเสือโคร่ง 3 ตัวถึงสวนสัตว์บึงฉวากแล้ว เผย’หมอ’ผูกพันมาก กลั้นน้ำตาไม่อยู่

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.09 น.

ทีมสัตวแพทย์ขนย้ายลูกเสือโคร่ง 3 ตัวของกลางที่ตรวจยึดได้จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี)  เดินทางถึงศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวากแล้วอย่างปลอดภัย รวมระยะเวลาเดินทางกว่า 8 ชั่วโมง

18 มกราคม 2566 เวลา 05.00 น. ทีมสัตวแพทย์ สัตวบาล ขนย้ายลูกเสือโคร่งของกลาง จำนวน 3 ตัว ตามที่ได้ดำเนินการจับกุม เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 65 (คดีอาญา 1684/65 ยึดทรัพย์ 250) จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) มาเลี้ยงดูแล ณ ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จ.สุพรรณบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยคณะเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ดำเนินการส่งมอบ-รับมอบ ลูกเสือโคร่งของกลาง ตามคดีอาญาที่ 1684/2565 ยึดทรัพย์ที่ 250/2565 จำนวน 3 ตัว ได้แก่ มุกดา เพศเมีย สะหวัน เพศเมีย และข้ามโขง เพศผู้ โดยมีนายธีระยุทธ วงศ์ไพเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) แทนผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) เป็นผู้ส่งมอบ นางสาวธชพรรณ ลีลาพตะ นายสัตวแพทย์ และนางสาวมาริษา ชุ่มวิจิตร นายสัตวแพทย์ กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เป็นผู้รับมอบ

การเคลื่อนย้ายลูกเสือโคร่งดังกล่าวข้างต้น ใช้รถยนต์ราชการหมายเลขทะเบียน ฮต 6406 กรุงเทพมหานคร และหมายเลขทะเบียน กจ 2619 ราชบุรี เคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีนางสาวธชพรรณ ลีลาพตะ และนางสาวมาริษา ชุ่มวิจิตร นายสัตวแพทย์ กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เป็นผู้แทนเป็นผู้ควบคุมการขนย้าย พร้อม สพ.ญ.กนกวรรณ ตรุยานนท์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษ สอป.สบอ.3 (บ้านโป่ง) และ สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ชำนาญการศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก คณะทำงานผู้ดูแลสุขภาพลูกเสือโคร่งระหว่างการเคลื่อนย้าย

คณะเริ่มทำการขนย้ายตั้งแต่ช่วงเวลา 19.00 น. ของวันที่ 17 ม.ค. 2566 และเดินทางถึงยังศูนย์พัฒนาฯ บึงฉวากเวลา 03.33 น. ของวันที่ 18 ม.ค. 2566 เป็นที่เรียบร้อย รวมระยะเวลา 8 ชั่วโมง 33 นาที ตลอดการเดินทางไม่เกิดเหตุฉุกเฉิน สภาพร่างกายลูกเสือโคร่งทั้ง 3 ตัว ปกติ นอนหลับตลอดการเดินทาง ซึ่งปกติแล้วลูกเสือโคร่งทั้ง 3 ตัว จะมีพฤติกรรมนอนหลับช่วงเวลากลางคืนเป็นส่วนใหญ่ ทีมสัตวแพทย์จึงวางแผนการเดินทางเป็นช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้ยังมีพี่เลี้ยงดูแลลูกเสือโคร่งทั้งง 3 ตัว อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากพบความผิดปกติจะทำการแจ้งทีมสัตวแพทย์ สัตวบาลทันที ภารกิจขนย้ายลูกเสือโคร่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ ขณะนำส่งลูกเสือโคร่ง 3 ตัว นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 ร่วมกับผู้เลี้ยงได้อุ้มลูกเสือนำไปใส่กรง ท้ายรถตู้ ระหว่างนั้นสัตวแพทย์หญิง คชรินทร์ ราชสินธุ์ กลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้ ด้วยความผูกพันและคุ้นชินกับลูกเสือทั้ง 3 ตัว ด้านนายชัยวัฒน์ ฯ ให้เหตุผลว่า “การที่ลูกเสือ ทั้ง 3 ตัว ไปอยู่ที่ศูนย์พัฒนาฯบึงฉวาก เป็นข้อดีมากกว่า ในทุกๆด้าน ทั้งด้านงบประมาณ ที่สถานีเพาะเลี้ยงจุฬาภรณ์ มีไม่เพียงพอ ด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่ศูนย์พัฒนาฯบึงฉวาก มีความพร้อมกว่าแน่นอน รวมถึงด้านบุคลากร ที่สถานีเพาะเลี้ยงจุฬาภรณ์มีน้อยกว่ามาก อีกทั้งที่ศูนย์พัฒนาฯบึงฉวากมีความพร้อมของสถานที่ อุปกรณ์ และยังมีงบประมาณเพียงพอที่จะดูแลลูกเสือทั้ง 3 ตัวนี้

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก สวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี โพสต์ความคืบหน้าว่า เช้าวันใหม่กับสถานที่ใหม่ของ 3 น้องตระกูล ข.หลังจากที่เดินทางมาถึงเมื่อเวลา 03.33 น. น้องทั้ง 3 มีความร่าเริง ปกติดี กินเก่ง ให้นมแล้ววันนี้ 2 รอบ เวลา 6.00 น. และ 9.00 น. รวมตัวละ 450 ml.ครับ น้ำหนักชั่งแล้ว ..
น้องขิง(สะหวัน) หนัก 12.6 Kg.
น้องข้าว(มุกดา) หนัก 12.5 Kg.
น้องโขง(ข้ามโขง) หนัก 13.6 Kg.

ขอบคุณเพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช , สวนสัตว์บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid029nDpsNLpsNgQo8TZU6z36aiRqALnET9QkE8hUA1FijW1e5HdyVSeXbedGiPGpaxrl%26id%3D100069651158728&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วยหมาจรจัด! เสียท่าติดอยู่โคนต้นไม้กลางน้ำ ชาวบ้านกลัวหมดแรงจมน้ำตาย

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705149

ช่วยหมาจรจัด! เสียท่าติดอยู่โคนต้นไม้กลางน้ำ ชาวบ้านกลัวหมดแรงจมน้ำตาย

ช่วยหมาจรจัด! เสียท่าติดอยู่โคนต้นไม้กลางน้ำ ชาวบ้านกลัวหมดแรงจมน้ำตาย

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.52 น.

18 มกราคม 2566 เมื่อเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือ สุนัขติดออยู่โคนต้นไม้ในป่ากลางน้ำลึกประมาณ 1 เมตร ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 20 ถนนเทศบาล 5 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงเดินทางไปตรวจสอบเพื่อทำการช่วยเหลือ  

โดยบริเวณดังกล่าวเป็นป่าละเมาะ ที่น้ำท่วมขังโดยทั่วบริเวณ สูงราว 1 เมตร และมีบ้านเรืรอประชาชนอยู่ด้านใน 1 หลัง ทางเข้าออกใช้ท่อปูนวางด้วยแผนปูนสำเร็จเป็นสะพานเข้าออกยาวประมาณ 100 เมตร

พบนางสาว ปุ๊ก อายุ 46 ปี เล่าให้ฟังว่า พบหมาจรจัดที่อยู่ริมถนนเทศบาล 5 ได้ลุยน้ำเข้าไปติดอยู่ในป่าโคนต้นไม้กลางป่าละเมาะตั้งแต่เช้าออกมาไม่ได้ คาดว่าคงลุยน้ำเข้าไปเพื่อหาอาหารกินในบ้าน แต่เสียท่าติดอยู่บริเวณโคนต้นออกไม่ได้ นานหลายชั่วโมงแล้ว 

ตนเองหวั่นหมาหมดแรงจมน้ำตายเนื่องจากอดอาหารตั้งแต่เช้า และตัวของหมายังแช่อยู่ภายในน้ำครึ่งตัว นานหลายชั่วโมง โทรแจ้ง1669 เพื่อประสานความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กู้ภัย

โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เดินเข้าไปตามสะพานปูน เข้าไปบริเวณบ้านด้านใน พบเห็นหมาติดอยู่โคนต้นไม้ จึงได้นำที่ผสสปูนที่เป็นกะละมังพลาสติกขนาดใหญ่ลอยไปในน้ำ แล้วลากออกไปไกลประมาณ 50 เมตร พบสุนัขเพศเมีย สีขาวน้ำตาล อายุราว 2ปี หมดเรี่ยวแรงไม่มีแรง แม้กระทั้งเสียงร้องหรือเห่า จึงทำการอุ้มขึ้นกะละมังพลาสติก ลากเข้ามายังบ้านหลังดังกล่าว

เมื่อถึงที่เจ้าหมาได้วิ่งโซซัดโซเซเข้าไปกินอาหาร ที่ทางเจ้าของบ้านวางไว้ให้อย่างเต็มที่ แล้วทางกู้ภัยได้นำผ้าแห้งมาเช็ดตัว ก่อนอุ้มหมาขึ้นแล้วเดินไปตามสะพานปูนที่ยาวราว100เมตร นำมามาปล่อยยังถนนเทศบาล5 ได้อย่างปลอดภัย แล้วหมาก็วิ่งด้วยความดีใจไปตามถนน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หวังคลอดกม. คุ้มครองแรงงานนอกระบบ แก้เงื่อนไขบีบคั้นให้‘ไรเดอร์’ซิ่ง

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705135

หวังคลอดกม. คุ้มครองแรงงานนอกระบบ แก้เงื่อนไขบีบคั้นให้‘ไรเดอร์’ซิ่ง

หวังคลอดกม. คุ้มครองแรงงานนอกระบบ แก้เงื่อนไขบีบคั้นให้‘ไรเดอร์’ซิ่ง

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.21 น.

หวังคลอดกฎหมาย คุ้มครองแรงงานนอกระบบ แก้เงื่อนไขบีบคั้นให้ ‘ไรเดอร์’ ซิ่งจนก่ออันตรายบนถนน

18 ม.ค. 2566 ที่งานแถลงข่าว “โครงการความร่วมมือเพื่อสร้างการขับขี่ที่ปลอดภัยในกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างและกลุ่มไรเดอร์” ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ย่านงามดูพลี-สาทร กรุงเทพฯ นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ไรเดอร์หรือผุ้ใช้มอเตอร์ไซค์รับจ้างส่งอาหารโดยรับงานผ่านแอปพลิเคชั่น เป็นอาชีพเสี่ยง โดยเฉพาะการใช้ความเร็ว 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ลึกลงไปกว่านั้นคือสภาพการทำงานที่บีบคั้นให้ต้องมีพฤติกรรมนั้น เพราะแม้ผู้ขับขี่จะตระหนักเรื่องความระมัดระวัง แต่ก็ต้องเผชิญกับเงื่อนไขที่ทำให้ต้องเร่งรีบหรือบรรทุกของจำนวนมาก โดยมีการศึกษาพบว่า 1 ใน 3 ของไรเดอร์เคยประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน และในจำนวนนี้ร้อยละ 40 เป็นการบาดเจ็บรุนแรง  ขณะที่การดูโทรศัพท์ก็เป็นอีกพฤติกรรมเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยพบในกลุ่มไรเดอร์สูงถึงร้อยละ 86.5

นอกจากนั้น ยังมีการสำรวจความคิดเห็นของไรเดอร์ 465 คน พบว่า อายุน้อยที่สุดคือ 17 ปี ซึ่งผู้มีอายุ 16 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี สามารถสมัครงานไรเดอร์ได้โดยมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง ส่วนอายุมากที่สุดคือ 63 ปี เนื่องจากเป็นอาชีพที่เปิดกว้างใครก็สามารถเข้ามาทำได้ขอเพียงมีมอเตอร์ไซค์ของตนเอง แต่การเปิดอิสระแบบนี้โอกาสได้รับการฝึกอบรมหรือการวางระบบก็ไม่ง่ายแล้ว ทั้งนี้ หากเปรียบชีวิตไรเดอร์กับกีฬาวิ่งผลัด 4×100 เมตร ไรเดอร์ก็เหมือนไม้สุดท้ายที่ถูกตั้งความหวังให้วิ่งเข้าเส้นชัยให้เร็วที่สุด ในขณะที่ไม้อื่นๆ ที่วิ่งก่อนหน้าอาจไม่ได้รีบขนาดนั้น

“ผมเคยฟังไรเดอร์ท่านหนึ่ง เขาไปรอของที่ห้าง เขาจัดพื้นที่ให้ไรเดอร์เฉพาะไม่ให้ไปรอหน้าร้าน แต่กลายเป็นว่าเขารอนานเพราะรับออเดอร์มาหลายเจ้า เนื่องจากร้านอาหารร้านนี้เขาอยู่ชั้นบนๆของห้าง เขาก็เลยทำทีหนึ่งหลายเจ้า ปรากฏว่ามีไรเดอร์มารอรับหลายคิว ทุกคิวรอกัน คือฉัน (ร้านอาหาร) รอทำให้ครบทุกเมนูแล้วจึงให้เด็กเดินเอามาส่งให้ไรเดอร์ พูดง่ายๆ เจ้าแรกก็มารอนาน เพราะฉะนั้นถ้าวิถีไรเดอร์เป็นแบบนี้ ผมคิดว่าไม้ที่ 4 ลำบากแล้ว เพราะถ้าวิ่ง 4×100 ไม้แรกวิ่งมาช้าๆ ชิลๆ แต่ไม้สุดท้ายต้องวิ่งเข้าเส้นชัยก็ต้องเต็มที่เพราะลูกค้ารออยู่” นพ.ธนะพงศ์ ระบุ 

นพ.ธนะพงศ์ กล่าวต่อไปว่า อีกด้านหนึ่ง ยังมีการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการรับ-ส่งอาหารผ่านแพลตฟอร์ม มีกลุ่มตัวอย่าง 20 ราย พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญกับการที่ไม่เกิดผลกระทบต่ออาหารจนทำให้อาหารเสียหาย ร้อยละ 95 ดังนั้นจึงเป็นแรงกดดันให้ไรเดอร์ต้องทำงานอย่างเร่งรีบ รองลงมาคือกิริยามารยาทในการส่งอาหาร ร้อยละ 90 ส่วนการขับขี่ ความปลอดภัยของผู้ขับขี่ และความปลอดภัยของพนักงาน (เช่น สวมหมวกนิรภัย ถุงมือและรองเท้าป้องกันอันตราย) ถูกให้ความสำคัญอยู่ที่เพียงร้อยละ 45 25 และ 15 ตามลำดับเท่านั้น 

ขณะที่เมื่อดูต่างประเทศ ปัจจุบันมีเพียงสเปนชาติเดียวที่มีกฎหมายรับรองไรเดอร์ในฐานะแรงงานในระบบ กล่าวคือ มีสถานะเป็นลูกจ้าง มีสหภาพแรงงาน มีกฎหมายคุ้มครอง โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มมีหน้าที่ต้องประกันรายได้ขั้นต่ำ มีการทำประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ และต้องชดเชยรายได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ส่วนไรเดอร์ในไทยนั้นจัดเป็นแรงงานนอกระบบ ไม่มีสถานะเป็รลูกจ้าง ไม่มีกฎหมายคุ้มครองเฉพาะ ไม่มีการประกันรายได้ขั้นต่ำ ไม่มีการชดเชยรายได้จากแพลตฟอร์มเมื่อเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังมีการทำประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ การจะขับเคลื่อนประเด็นการยกระดับสถานะการเป็นแรงงานของไรเดอร์ ต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ไปจับมือกับฝ่ายกฎหมาย รวมถึงต้องผลักดันไปยังหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เช่น กระทรวงแรงงาน ซึงเป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่อาจต้องชั่งน้ำหนักหาสมดุลว่าหากไปในแนวทางนั้นจะเสียความเป็นอิสระหรือความเป็นเอกลักษณ์ แต่อีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ใช้บริการก็สำคัญ

“ทำอย่างไรให้ประชาชนไม่ใช่แค่สนใจในเรื่องอาหาร สนใจแค่เรื่องความเร็ว แต่ใส่ใจว่าเจ้านี้ความปลอดภัย 5 ดาว สั่งเจ้านี้ดีกว่า อะไรอย่างนี้ คือทำอย่างไรให้ในใจของผู้บริโภคมีเซนส์ หรือมีความรู้สึกว่าจะต้องเลือกความปลอดภัยควบคู่เสมอ ไม่ใช่อันดับท้ายๆ ความปลอดภัยมันต้องขึ้นมาอันดับต้นๆ” นพ.ธนะพงศ์ กล่าว

ด้าน นายประสิทธิ์ คำเกิด รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เปิดเผยว่า ตนมีโอกาสเข้าไปร่วมร่างกฎหมาย พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานนอกระบบ พ.ศ. …. ซึ่งไรเดอร์ก็ถือว่าเป็นแรงงานนอกระบบ ดังนั้นหากกฎหมายดังกล่าวสามารถผ่านขั้นตอนที่เกี่ยวข้องจนออกมาบังคับใช้ได้ ในอนาคตก็จะมีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและนำไปใช้ขับเคลื่อนเรื่องความปลอดภัยได้

แต่กว่าจะมีข้อมูลหรือกฎหมาย อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ จึงต้องมาพูดคุยกันว่าจะมีมาตรการอย่างไรสามารถใช้รถได้อย่างปลอดภัย และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจะต้องเข้ามามีบทบาท เช่น ออเดอร์ต้องสั่งล่วงหน้าหรือไม่ เพราะอย่างที่มีการเปรียบเทียบกันไว้ไรเดอร์เหมือนผู้เล่นไม้สุดท้าย เป็นด่านหน้าที่ต้องเร่งรีบเพราะไปช้าก็ถูกต่อว่า จึงต้องมีกฎเกณฑ์เพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงสนับสนุนคนทำดีด้วย อาทิ 1 ปีไม่เกิดอุบัติเหตุเลย

“เรื่องที่อยกให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ผมได้ไปดุตัวร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานนอกระบบ ที่เขากำลังจะทำ เขาออกแบบไว้ครอบคุลมแล้ว ดีมาก ก็พยายามที่จะต้องเชียร์ รัฐบาลนี้ไม่ทันอาจจะเป็นรัฐบาลหน้า แต่มันนี้มันมีในกรอบ ทั้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเองจะค้องดูแลอย่างไร สวัสดิการที่ต้องให้ไรเดอร์ มาตรฐานที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง ตรงนั้นก็จะไปคอบโจทย์ มันก็จะเป็นภาพที่ชัดเจนขึ้น” นายประสิทธิ์ กล่าว 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฉลาดมากเจ้าเหมียว! เดินโซเซมาหาหมออนามัย เพราะโดนงูเขียวรัดคอ

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705131

ฉลาดมากเจ้าเหมียว! เดินโซเซมาหาหมออนามัย เพราะโดนงูเขียวรัดคอ

ฉลาดมากเจ้าเหมียว! เดินโซเซมาหาหมออนามัย เพราะโดนงูเขียวรัดคอ

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.08 น.

18 มกราคม 2566 สุดยอด!!! เจ้าแมวแสนรู้เดินมาหาหมอบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพนแพง  หวังให้คนช่วยเพราะเสียท่าโดนงูเขียวรัดรอ เอาออกเองไม่ได้ คุณหมอเห็นรีบช่วยเหลือทันที

โดย ผู้ใช้ TikTok ชื่อ “@lammuaylek” โพสต์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับแมวตัวหนึ่ง ถูกงูเขียวรัดคอช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เดินเข้ามาหาหวังให้คนช่วยเหลือที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโพนแพง (รพ.สต.) ระบุข้อความว่า

“แมวเดินมาวนเวียนหน้าห้องฉุกเฉิน สังเกตที่คอเหมือนมีอะไรพัน นึกว่าปลอกคอ เอ้ย ยยย งูพันคอแมว ชีวิตหมออนามัยช่วยได้ทั้งคนทั้งสัตว์ ขอบคุณค่ะคุณหมอโอ๊ค หมออนามัยเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว รพ.สต.โพนแพงยินดีให้บริการ”

คลิกชมคลิป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บุรีรัมย์ประดับดวงไฟโคมแดงรอบศาลเจ้าพ่อหลักเมืองรับเทศกาล’ตรุษจีน’

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705125

บุรีรัมย์ประดับดวงไฟโคมแดงรอบศาลเจ้าพ่อหลักเมืองรับเทศกาล'ตรุษจีน'

บุรีรัมย์ประดับดวงไฟโคมแดงรอบศาลเจ้าพ่อหลักเมืองรับเทศกาล’ตรุษจีน’

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.48 น.

เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ร่วมกับมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถานบุรีรัมย์ จัดสถานที่ ประดับดวงไฟ โคมแดงรอบศาลเจ้าพ่อหลักเมืองบุรีรัมย์ เตรียมรับเทศกาล “ตรุษจีน” ไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าพ่อหลักเมือง แจกส้มมงคลให้กับผู้มากราบไหว้

วันนี้ (18 ม.ค.66) เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ร่วมกับมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถานบุรีรัมย์ ได้เร่งจัดเตรียมสถานที่ โต๊ะสำหรับวางของเซ่นไหว้ มีการประดับประดาดวงไฟ โคมแดง ซึ่งเป็นสัญญาลักษณ์มงคลของชาวไทยเชื้อสายจีน ตกแต่งอย่างสวยสดงดงามร่วม 500 ใบ รอบบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองบุรีรัมย์ และถนนบางสาย ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีน ได้มาร่วมประกอบพิธีเสริมสิริมงคลและกราบไหว้เจ้าพ่อหลักเมือง เทพปึงเถ่ากงม่า และเทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เนื่องในวันตรุษจีน

โดยในปีนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่ไว้สำหรับให้ประชาชนชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีน ได้นำเครื่องเซ่นไหว้ ประกอบด้วย หมู เป็ด ไก่ ผลไม้ และดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบรรพชน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เพื่อให้ค้าขายร่ำรวย ธุรกิจเจริญก้าวหน้า อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งผู้มาไหว้ศาลหลักเมือง ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกคน

อีกทั้งยังจะมีการนำส้มมงคลมาแจกให้กับผู้มากราบไหว้ศาลพระหลักเมือง เทพปึงเถ่ากงปึงเถ่าม่า เทพเจ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไหว้บรรพบุรุษ เพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการจัดสถานที่เป็นจุดสำหรับให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอีกด้วย

ด้านนายสกล ไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ ได้เชิญชวนประชาชนทั้งชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนทั้งในและต่างจังหวัด มาร่วมงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ที่ทางเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ร่วมกับมูลนิธิสว่างจรรยาธรรมสถานบุรีรัมย์ จัดขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมประกอบพิธีเซ่นไหว้และกราบไหว้สิ่งศักดิ์เพื่อเป็นสิริมงคลแต่ตนเองและครอบครัว  – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ซากุระเมืองไทย’บ้านใหม่ร่องกล้า บานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705102

'ซากุระเมืองไทย'บ้านใหม่ร่องกล้า บานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน

‘ซากุระเมืองไทย’บ้านใหม่ร่องกล้า บานสะพรั่งต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.22 น.

ชาวบ้านบ้านใหม่ร่องกล้า เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย ที่กำลังบานสะพรั่งสวยงาม เป็นสีชมพูทั้งหมู่บ้าน ในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ที่ “บ้านใหม่ร่องกล้า” พิษณุโลก

วันนี้ (18 ม.ค.66) บรรยากาศที่หมู่บ้านร่องกล้า หรือบ้านใหม่ร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก กำลังสวยงามเนื่องจากดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย กำลังบานสะพรั่งเป็นสีชมพูทั้งในหมู่บ้านและรอบหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านใหม่ร่องกล้ามีการปลูกกระจายอยู่ทั่วไปภายในหมู่บ้าน กำลังออกดอกเบ่งบานชมพูสะพรั่ง โดยเฉพาะมองลงมาจากจุดชมวิวที่วัดป่าภูหินร่องกล้า จะเห็นหมู่บ้านนี้เหมือนถูกระบายสีเป็นสีชมพูทั้งหมู่บ้าน จนหลายคนบอกว่า เป็น “หมู่บ้านสีชมพู” มีบรรยากาศดูคล้ายกับหมู่บ้านในประเทศญี่ปุ่น ยามฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระบาน ซึ่งในช่วงนี้ทำให้มีนักท่องเที่ยวไม่พลาดที่จะแวะขึ้นไปเพื่อถ่ายภาพหมู่บ้านสีชมพู อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวยังสามารถขึ้นมาเที่ยวชมถ่ายรูปกับ หมู่บ้านสีชมพู ได้จนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่ดอกนางพญาเสือโคร่งจะร่วงโรย

ทั้งนี้ หมู่บ้านร่องกล้า หรือ บ้านใหม่ร่องกล้า ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เป็นหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ช่วงนี้สภาพอากาศหนาวเย็นในฤดูหนาวอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 8-10 องศาเซลเซียส หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับความสนใจและเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว เมื่อ “ภูลมโล” จุดชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว บ้านร่องกล้าได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ภูลมโล ทางฝั่ง จ.พิษณุโลก เพราะเป็นจุดแวะพักและจุดต่อรถเพื่อขึ้นไปเที่ยวชมดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย 

ในเทศกาลตรุษจีนนี้ทางชาวบ้านบ้านใหม่ร่องกล้าขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่มีวันหยุดในเทศกาลตรุษจีนเดินทางมาท่องเที่ยวมาชมความงามของดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย และหมู่บ้านสีชมพู มาถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก ซึ่งชาวงนี้พบว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวไม่ขาดสายแม้จะเป็นวันธรรมดา ยิ่งช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยันไม่จริง!! อุทยานฯตั้งโต๊ะแถลงปมรับส่วยบนเกาะเสม็ด

Posted on January 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705087

ยันไม่จริง!! อุทยานฯตั้งโต๊ะแถลงปมรับส่วยบนเกาะเสม็ด

ยันไม่จริง!! อุทยานฯตั้งโต๊ะแถลงปมรับส่วยบนเกาะเสม็ด

วันพุธ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.12 น.

อุทยานฯเกาะเสม็ด ตั้งโต๊ะแถลง โต้พัลวัล ยันไม่จริง พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในทุกเรื่องเพื่อทำความจริงให้ปรากฎ

18 ม.ค.66 จากกรณีที่ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคโอกาสไทย อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับส่วยบนเกาะเสม็ด หลังจากไปตรวจสอบ พบว่า มีการเรียกเก็บเงินรายปีจากรถยนต์เช่า จำนวน 16,000 บ.ต่อคันต่อปี รถ จยย.คันละ 1,600 บาทต่อคันต่อปี พร้อมสติ๊กเกอร์ 1 แผ่น ใครไม่จ่ายวิ่งไม่ได้

นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการเรือโดยสารโอด ถูกขึ้นค่าธรรมเนียมเรือรายปี ถึง 3 เท่าตัวทั้งที่เพิ่งฟื้นจากสถานการณ์โควิดมา 3 ปี นอกจากนี้ ยังมีการเก็บเงินค่าแบบอนุญาตก่อสร้าง เก็บ 10 เปอร์เซ็น จากงบประมาณการก่อสร้างเกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว

นายก้องเกียรติ เต็มตำนาน ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่2  นายสาธิต ปิ่นกุล ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่2 และ นายชาณุ เดชธัญญนนท์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้าหมู่เกาะเสม็ด ได้เปิดโต๊ะชี้แจงแถลงข้อเท็จจริง กรณีที่ีมีการนำเสนอข่าว เกี่ยวกับการพาดพิงว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ ซึ่งได้สร้างความเสียหายและเข้าใจผิดต่อหน่วยงาน

นายก้องเกียรติ กล่าวว่า ประเด็นแรกกรณีที่มีการประกาศเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมเรือโดยสาร เข้าออกพื้นที่อุทยานฯ ซึ่งเป็นความจริง โดยเป็นการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 8 ส.ค.65 โดยทางเราไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังได้รับหนังสือจากสมาคมผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวบ้านเพเกาะเสม็ด ได้มีการส่งเรื่องไปยังกระทรวงเพื่อพิจารณาแล้ว

ส่วนประเด็นที่2 เรื่อง เรียกเก็บเงินจากรถโดยสารบนเกาะเสม็ด เป็นไปตามกฎกระทรวงที่กำหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต กำหนดเก็บค่าธรรมเนียม คันละ 2,000 บาทต่อปี ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่า ทางอุทยานฯเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการ จากรถยนต์เช่า คันละ 16,000 บาท และ รถจยย.คันละ 660 บาท สำหรับเรื่องดังกล่าว ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว

ประเด็นที่3 เรื่องการเรียกเก็บค่าผ่านเข้าอุทยานฯ จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มอีกคนละ 100 บาท นอกหนือจากค่าผ่านเข้าเกาะเสม็ด 200 บาท ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่กำหนดค่าบริการเป็นพิเศษ จึงไม่ใช่การเรียกเก็บเพื่อหาผลประโยชน์แต่อย่างใด

ประเด็นที่4 การเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะ จากการก่อสร้างต่อเติมในพื้นที่อุทยานฯ โดยมีการเปิดเผยว่า มีการเรียกเก็บ จำนวน 10 เปอร์เซ็น จากงบประมาณการก่อสร้าง ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เพราะการก่อสร้างต้องมีการยื่นแบบแปลนต่อกรมอุทยานฯ เพื่อตรวจสอบ ให้อยู่ในแบบแปลนที่กำหนดและในพื้นที่ที่ถูกกฎหมาย หากถูกต้องตามกำหนดก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลยแม้แต่บาทเดียว

ประเด็น 5 เกี่ยวกับเรื่อง การจับกุมผู้ที่เข้าไปกวาดหญ้าริมถนนซึ่งเป็นพื้นที่อุทยานฯ ที่กล่าวอ้างว่าถูกเรียกเก็บเงินเพื่อแลกกับการไม่จับกุม ซึ่งขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายก้องเกียรติ กล่าวต่ออีกว่า เกี่ยวกับเรื่องที่ถูกพาดพิง กรณีที่ถูกกล่าวหาหรือข้อมูลร้องเรียนอื่นๆที่มีรายละเอียดปรากฎตามสื่อต่างๆ  สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่2 (ศรีราชา) และ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกัน เพื่อทำความจริงให้ปรากฎ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และ จะเร่งดำเนินการ ส่วนกรณีที่ทางผู้ประกอบการหวั่นเกรงจะถูกกลั่นแกล้ง ขอให้มั่นใจ และ รับรองว่าจะไม่มีการกลั่นแกล้งกันอย่างแน่นอน สำหรับกลุ่มที่มีการร้องเรียน

ด้านผู้ประกอบการ ต้องการให้มีบุคคลจากนอกหน่วยงานเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการตรวจสอบด้วย เพราะหากเป็นสีเดียวกันตรวจสอบกันเอง แล้ว จะเกิดความเป็นธรรมได้อย่างไร.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,914,320 hits

Join 4,113 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

แนวหน้าวาทะเด็ด
ไมเนอร์ โฮเทลส์ เปิดตัวแพลตฟอร์มข้อมูลและ AI ระดับโลก ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าเจเนอเรชันใหม่
ละมุนทุกมุม! แพนเค้ก เขมนิจ สวมชุดไทยงดงามออร่าจับ
สะกดคนดูทั้งจุฬาฯ! ‘สังเวชนียสถานซิมโฟนี’ ปรากฏการณ์ดนตรีพุทธประวัติครั้งประวัติศาสตร์ไทย
อินโดนีเซียรวบ 6 ผู้ต้องหา ลักลอบค้า "มังกรโคโมโด" ส่งขายไทย
อิสราเอล-เลบานอน เจรจาตรงครั้งแรกรอบ 30 ปี หวังยุติสู้รบ
ชายปารีสคว้าภาพวาด "ปิกัสโซ" มูลค่า 32 ล้านบาท หลังซื้อสลากการกุศลใบละ 3,700 บาท
พริกยกสวน 'ธัญญ่า-หนิง'แท็กทีมปล่อยเซ็ตภาพ Wet Look ส่งท้ายสงกรานต์สวยฉ่ำ
พม. มอบของขวัญสงกรานต์ 69 ช่วยกลุ่มเปราะบาง-ผู้มีรายได้น้อย มีบ้านใหม่ง่ายขึ้น
นายกฯ ร่วมประชุม AZEC ดันเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด-Net Zero

Recent Posts

  • ผู้ว่าฯ-นายกฯ นิวยอร์ก หนุนเก็บภาษีคนรวยมีบ้านหลังที่ 2 มูลค่าเกิน 160 ล้านบาท
  • รัสเซียกระหน่ำยิงโดรน-ขีปนาวุธถล่มยูเครน ดับ 14 ศพ
  • ญี่ปุ่นอัดฉีด 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ช่วยเอเชียรับมือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่ง
  • ทรัมป์เผย ผู้นำอิสราเอล-เลบานอน เตรียมหารือครั้งแรกในรอบ 34 ปี
  • ไฟไหม้ใหญ่โรงกลั่นน้ำมันออสเตรเลีย ซ้ำเติมวิกฤตเชื้อเพลิงจากสงครามอิหร่าน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d