Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เช้านี้หมอกหนา! พะเยาหนาว20-21องศา ‘ยอดดอยภูลังกา’ต่ำสุด14องศา #SootinClaimon.Com

Posted on November 5, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613687

เช้านี้หมอกหนา! พะเยาหนาว20-21องศา 'ยอดดอยภูลังกา'ต่ำสุด14องศา

วันศุกร์ ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 08.00 น.

5 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดพะเยา หมอกเริ่มปกคลุมพื้นที่ อุณหภูมิลดลง หลังจากที่เมื่อวานนี้ มีฝนตกลงมา เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวโดยในเช้าวันนี้มีหมอกลงจัดมาก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์ อากาศเริ่มเย็น

โดยพื้นที่หมู่บ้านติดแนวป่า ชายเขา รอบๆตัวเมืองพะเยาหมอกลงหนามาก หลังจากที่เมื่อวานนี้ยังคงมีฝนตกลงมาในพื้นที่ ส่งผลให้อุณหภูมิลดลงและมีหมอก ส่วนบนยอดดอยภูลังกา อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 14 องศาเซลเซียส

ในพื้นที่จังหวัดพะเยา ในช่วงเช้าของวันนี้มีหมอกลงจัดมาก จนส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นเพียง 30 เมตร โดยหมอกได้เข้าปกคลุมอย่างหนาแน่น ซึ่งหมอกได้ปลุกคุมทั่วบริเวณพื้นที่ ส่วนที่กว๊านพะเยามีหมอกบาง สำหรับพื้นมีหมอกลงจัด โดยอุณหภูมิในพื้นราบอุณหภูมิต่ำสุดเช้านี้อยู่ที่ 20-21 องศาเซลเซียส ส่วนบนยอดดอยภูลังกา อ.ปงจ.พะเยา ต่ำสุดอยู่ที่ 14 องศาเซลเซียส -012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวแทบช็อก! เดินเข้าห้องน้ำเจอ ‘งูยักษ์’ เลื้อยพันเสาอยู่บนขื่อบ้าน #SootinClaimon.Com

Posted on November 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613638

สาวแทบช็อก! เดินเข้าห้องน้ำเจอ 'งูยักษ์' เลื้อยพันเสาอยู่บนขื่อบ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.51 น.

4 พ.ย.64 เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจับงูเหลือมตัวขนาดใหญ่ที่บริเวณบ้านเลขที่ 26 หมู่ 5 ตำบลอ่างแก้ว อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง จึงประสาน นางสาว รฐา ตะเพียนทอง เจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่มีความชำนาญในการจับงู เข้าไปช่วยเหลือ นางสาว ธัญญลักษณ์ หาญณรงค์ อายุ 47 ปี เล่าให้ฟังว่า ได้เดินเข้าห้องน้ำที่อยู่ด้านหลังบ้าน เห็นสิ่งดำๆพันอยู่ที่เสา จึงกลับไปเอาแวนตามาใส่แล้วมองไปดูเห็นแล้วแทบช็อก พบงูเหลือมตัวขนาดใหญ่ ยาวกว่า 4 เมตร ใช้หางพันอยู่บนขื่อด้านบนหลังคา ส่วนหัวห้อยลงมาพันอยู่กับเสาบ้าน จึงโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยนางสาว รฐา เข้ามาตรวจสอบ พบว่าหัวงูเหลือมห้อยลงมาอยู่ที่บริเวณด้านล่างข้างเสา ส่วนหางงูเหลือมยังอยู่บนขื่อ

จึงได้ใช้ความชำนาญในการจับงู เดินเข้าไปแล้วใช้มือจับไปที่บริเวณหัวงูเหลือมไว้ได้ อย่างปลอดภัย  พร้อมดึงตัวลงมาด้านล่างที่พื้นด้านล่าง แต่เจ้างูเหลือม ตัวขนาดใหญ่มาก  ไม่ยอมให้จับได้ง่ายๆ พยายามใช้หางพันที่ขาทั้งสองข้าง ของ นางสาว ระฐา   ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกคน  ต้องเข้ามาช่วยในการจับหางงูเหลือมออกจากขา โดยใช้เวลานานประมาณ 5 นาที จึงจับงูเหลือมออกมาได้ พร้อมช่วยกันนำใส่กระสอบปุ๋ยเตรียมนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ  ห่างไกลบ้านเรือนประชาชนต่อไป. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมมันอยู่ในตัวของเรา ‘อยู่ที่ปาก อยู่ที่ใจ อยู่ที่กายเรา’ พระธรรมเทศนา ‘หลวงปู่เบา โอภาโส’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613626

ธรรมมันอยู่ในตัวของเรา 'อยู่ที่ปาก อยู่ที่ใจ อยู่ที่กายเรา' พระธรรมเทศนา 'หลวงปู่เบา โอภาโส'

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.25 น.

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ (3 จบ) ธัมมาจารี สุขังเสติ ณ บัดนนี้อาตมาจะได้พระธรรมเทศนา ยกเอาธรรมะอันเป็นคำสั่งคำสอนของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ามาชี้แจงให้พุทธบริษัทศาสนิกชนทั้งหลายได้สดับรับฟัง ตามสมควรแก่เวลา การปฏิบัติธรรมนั้น คือ ปฏิบัติตัวของเรา คำว่า “ธัมมจารี สุขังเสติ” คือ ธรรมมันอยู่ในตัวของเราอยู่แล้ว ธรรมมันอยู่ในตัวของเรา อยู่ที่ไหน อยู่ที่ปาก อยู่ที่ใจ อยู่ที่กายเรา ธรรมอยู่นี้ ไม่ได้อยู่ที่อื่น ตัวของเราเป็นผู้ปฏิบัติธรรม นั่นแหละ คือ ธรรม เหมือนอย่างพี่น้องมาปฏิบัติธรรมในวัดแห่งนี้เป็นต้น ธรรม คือ รักษาปาก ปากพูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ อะไรที่เป็นโทษ เราไม่พูด อะไรที่เป็นโทษ โกหก หลอกลวง แช่ง ด่า เบียดเบียนคนอื่นอย่างนี้ เป็นต้น 

กาย เราก็ไม่ได้ไปฆ่าสัตว์ตัดชีวิต นี่ก็เป็นธรรมแล้ว ใจ เราก็อยู่กับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เรียกว่า พูดสามองค์โพธิ์ศรี เรียกว่า พูดภาษาพุทธทำนาย พุทธทำนาย ไม่รู้ใครเขียนเอาไว้ ก็คนรู้ ผู้รู้นั่นแหละ ทำนายเอาไว้ตามพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติ ดูในตำรับตำรา และก็มาทำ มาเขียนเป็นตัวภาษาไทย เริ่มต้นเดิมทีเป็นภาษาบาลี ก็มาถอดเป็นภาษาไทย เขียนเป็นหนังสือออกมา เนี่ยพุทธทำนาย อาตมาว่ามันถูกมาหมดน่ะ ถูกตามพุทธทำนาย ดูมา ดูมา ก็ถูกมา ถูกมา ในปัจจุบันนี้กำลังถูกอยู่ นอกนั้นผ่านมาหมดแล้ว ข้าวบ่มีลาน ก็ผ่านมาแล้ว ทำงานบ่มีผัวก็ผ่านมาหมดแล้ว เจ้าหัวบ่มีวัตรก็ผ่านมา แล้วก็โรคระบาดกำลังเผชิญอยู่ทุกวันนี้ ถ้าผ่านตรงนี้ไปก็อยู่เย็นเป็นสุข มีแต่คนมีถิ่นมีธรรมอยู่ด้วยกัน เชื่อใจวางใจกันได้ เพราะทุกวันนี้โลกอยู่ไม่เป็นสุข เพราะคนไม่มีศีลธรรม เกิดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน เพราะไม่มีศีลไม่มีธรรม กลัวสิ่งของจะหาย กลัวขโมยมาเอา กลัวเขามาโลภมาเอาของ มันกลัว ถ้ามีศีลธรรมแล้ว ไว้วางใจซึ่งกันและกัน อยู่อย่างสบ๊าย สบาย

ศีลธรรมเป็นประโยชน์อย่างนี่แหละ พระพุทธเจ้าจึงสอนให้มีศีลมีธรรม เป็นหนทางไปสู่ความพ้นทุกข์ ไม่มีทุกข์จริงๆ น่ะ ถ้าต่างคนต่างมีศีล ต่างคนต่างมีธรรม ไม่เป็นทุกข์ ที่ว่า “ธัมมาจารี สุขังเสติ” มีความสุข การปฏิบัติธรรมมีความสุขทางใจ ทางกาย ทางวาจา ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อตนเองและคนอื่น เป็นพิษเป็นภัยต่อตนเองยังไง พูดออกไปแล้ว มันเอาคืนไม่ได้ พูดออกไปแล้ว เอาคืนไม่ได้ ไปเข้าหูคนอื่นแล้ว ถ้าพูดไม่ดีก็เข้าหูคนอื่น ก็เอาคืนไม่ได้ นั่นเป็นพิษเป็นภัย เพราะฉะนั้น เมื่อเราปฏิบัติธรรมแล้ว จึงมีความสุข “สุขังเสติ” เป็นผู้ปฏิบัติธรรม มีความสุข มีความเจริญ ในหน้าที่การงาน มีความเจริญในความเป็นอยู่ มีความเจริญในวิถีชีวิตของเรา 

ถ้าไม่มีศีลมีธรรม ตกระกำลำบาก มีเงินก็เหมือนไม่มี เป็นเศรษฐีร่ำรวยก็เหมือนไม่มี มีความเร่าร้อน มีเงิน มีความร้อน เป็นพิษเป็นภัยต่อตนเอง กลัวคนจะมาปล้นมาจี้มาลักมาล้วงมาขโมย มีหวาดระแวงอยู่ตลอด จะไปไหนก็หวาดระแวง ถ้ามีศีลมีธรรมแล้วจะไปไหนก็สบาย ไม่ต้องกลัว เพราะศีลธรรมนั้นป้องกันภยันตรายทั้งปวงได้ ศีลธรรมนั้นปกปักรักษาเราได้ ศีลธรรมนั้นอยู่เย็นเป็นสุขทุกคนเมื่อปฏิบัติธรรม เพราะฉะนั้น วัดอโศการามมีพ่อแม่ครูบาอาจารย์ฯมาโปรดทุกวันอาทิตย์ ก็น่าอนุโมทนา ได้ฟังเทศน์พ่อแม่ครูอาจารย์ฯหลายท่านหลายองค์ อาจารย์สุธรรมฯ ก็ทราบว่ามาเทศน์อยู่เรื่อย 

อาจารย์เชาวน์ฯ ก็มาเทศน์ก็อยู่ใกล้กันกับอาจารย์เบา แต่ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ไข อายุพรรษาท่านก็บวชตามหลังอาจารย์เบา แต่ดูท่านเป็นพระผู้ใหญ่แล้ว เสียงดัง เสียงดี อาจารย์เชาวน์ฯ เสียงดัง เสียงดี อยู่ใกล้กัน อาตมาอยู่นครพนม อาจารย์เชาว์ฯอยู่สกลนคร อาจารย์สมหมายอยู่อุดร พระอาจารย์สุธรรมฯแต่ก่อนก็อยู่ใกล้กัน เดี๋ยวนี้ก็มาอยู่วัดหลวงตามหาบัว อาจารย์สุธรรมฯแต่ก่อนก็อยู่ใกล้กันกับอาจารย์เบาแหล่ะ ห่างกัน 10 กิโล 10 กว่ากิโล พอหลวงพ่อสุดใจมรณภาพก็อาจารย์สุธรรมมาอยู่ เป็นสายครูบาอาจารย์ฯ รุ่นราวคราวเดียวกัน ท่านแก่กว่าอาจารย์เบา 5 ปี อาจารย์สุธรรมฯ อาจารย์เชาวน์ก็อ่อนกว่าอาจารย์เบา 2-3 ปี อาจารย์สมหมายก็แก่กว่าอาจารย์เบา อยู่ 4-5 ปี เห็นกันเรื่อย ไปมาหาสู่กันอยู่เรื่อย นอกนั้นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ฯ ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไปหมดแล้ว เหลือแต่ลูกแต่หลานอยู่ด้วยกัน ก็รักษาธรรมะพ่อแม่ครูอาจารย์ฯเอาไว้ ข้อวัตรปฏิบัติ เดินจงกรม นั่งสมาธิ เหมือนอย่างพ่อแม่ครูอาจารย์ฯอบรมสั่งสอน รักษาให้มันยังคงอยู่ ตามที่วัดป่า หลวงปู่มั่นยิ่งลำบากกว่าพวกเรา ลำบากมากๆ เป็นองค์บุกเบิกครั้งแรกพระกัมมัฎฐาน ลำบากมาก อยู่ในภู ในเขา บางบ้านเขาก็ให้ข้าวกิน บางบ้านเขาก็ไม่ให้ข้าวกิน ท่านก็อดทน ทำความพากความเพียร 

อาหารการอยู่การฉันก็ลำบาก อาตมาไปอยู่ทางภาคเหนือ เขาเอาอะไรให้กินก็กินไปตามมีตามได้ คนแถวเราไม่มีหรอก เขาเอาอาหารใส่บาตรไม่เหมือนบ้านเรา คนภาคเหนือ คนชาวเขา ชาวภู ชาวเขา นั่นน่ะ อยู่บนดอย บนภู บนเขาน่ะ อาตมาเคยไปบิณฑบาต โน่นอำเภอแม่แจ่ม อำเภอจอมทอง ขึ้นไปทางดอยอินทนนท์ เขาใส่อะไร มะพร้าวนี่เขาใส่หมดลูกเลย เป็นลูก ไม่ได้ผ่า ไม่ได้อะไร แกะเปลือกแล้วใส่เลย กล้วยก็ใส่เป็นหวี ใส่บาตร ไม่ได้ปาด ไม่ได้อะไร ใส่เป็นหวี ใส่ให้พระ ไก่ก็ใส่เป็นตัว อาตมาไปบิณฑบาต  มันเป็นอย่างนั้น ไม่ได้พูดตามครูบาอาจารย์ฯน่ะ พูดด้วยตนเอง และ ปฏิบัติเห็นด้วยตนเอง เขาใส่เป็นตัว จะมากินยังไง ดีแต่มีเด็กวัดอยู่ด้วย เอามาให้เด็กวัดเขาทำให้พระฉันได้ หมากแตงโมก็ผ่าครึ่ง ก็ใส่บาตรไปเลย ไปบิณฑบาตก็ไม่ใช่เขาจะใส่ให้เราเลยน่ะ พระเดินไปเนี่ย เห็นอยู่พระไปบิณฑบาต แต่เขาคุยกันเฉย เขาคุยเสร็จถึงมาใส่บาตรให้เรา ถ้าเขาคุยยังไม่เสร็จ เราก็ต้องรออยู่นั่น ให้เขาคุยกันเสร็จซะก่อน โน่นนี้อะไร เรื่องวัว เรื่องควาย ก็ให้เขาทำธุระอะไรให้เสร็จก่อน แล้วเขาถึงจะมาใส่บาตร นี่ชาวเขา 

อาตมาไปสมัยยังเป็นพระหนุ่มๆ ยังเดินธุดงค์อยู่ เดินไปตามภู ตามเขา หลวงปู่มั่นยิ่งกว่านั้น สมัยห้าสิบปีคืนหลัง สมัยอาตมาก็ยังขนาดนี้ หลวงปู่มั่นยิ่งกว่านั้น บิณฑบาตเขาก็เอากบใส่บาตร ให้สูไปปันกันกินเน้อว่ายังงั้น เฮาก็เอาใบตองใส่กบ ใส่บาตร ไปปันกันกินเด้อ กบก็บ่ทันได้ตาย อือม์ นี่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ฯ ได้พบเห็นได้เผชิญมา ท่านก็ไป อยู่เมืองเหนือ หลายปีน่ะหลวงปู่มั่น อยู่เมืองเหนือหลายปี เพราะเมืองเหนือนั้นมีภูเขาเยอะ การภาวนาก็ดี ไม่มีคนไปเพ่นพ่าน มันเงียบ พ่อแม่ครูอาจารย์ฯหลายองค์ก็คนจังหวัดเลย ไปอยู่เชียงใหม่ พ่อแม่ครูอาจารย์ฯหลายองค์ หลวงปู่สิม หลวงปู่ชอบไปทนทุกข์ทรมานอยู่บนเขาบนดอย บนภูบนเขา เพราะปฏิบัติธรรมนั้นต้องไปอยู่ห่างไกลประชาชน อยู่ที่สงบสงัด หลวงตาบัว สบาย เวลาฉันเรายังไปบิณฑบาต ถ้าไม่บิณฑบาตก็นั่งสมาธิ เดินจงกรมอยู่หลายวันจะไปบิณฑบาต ก็บิณฑบาตมาฉัน 7 วัน 15 วัน เป็นเดือนก็มี 20 วัน อดข้าว มันหิวอยู่สองวันเท่านั้นแหละ นอกจากนั้นไม่หิว วันแรกสองวันนี่หิว สี่ห้าวันไปแล้ว ไม่หิว อยู่สบาย สบาย ไม่หิวเลย ฉันแต่น้ำ น้ำนี่อดไม่ได้ ขาดน้ำ ขาดไม่ได้ ขาดอาหารอยู่ได้ ขาดน้ำนี่อยู่ไม่ได้ พ่อแม่ครูอาจารย์ฯปฏิบัติ เอาชีวิตเป็นเดิมพัน ถ้ากลัวตายไม่เห็นอรรถไม่เห็นธรรม ถ้าไม่กลัวตาย จึงชนะได้ ถ้ากลัวนี่ไม่ชนะ แพ้ตลอด นี่คือการปฏิบัติธรรม 

เหมือนทหารสมัยก่อนก็เช่นเดียวกัน สมัยพระเจ้าตากสินตีหม้อข้าวหม้อแกงแตกหมด ถ้าไม่ชนะไม่ได้กินข้าว ต้องตีชนะ ถึงจะได้กินข้าว เอาอย่างนั้น “ทหาร” พระเราก็เช่นเดียวกัน ถ้ากลัวตายไม่เห็นธรรม ถ้าไม่กลัวตายจึงจะเห็นธรรมได้ เอาชีวิตเป็นเดิมพัน เหมือนกับหลวงตาบัวก็นั่งจนก้นแตก หลวงปู่มั่นเดินจงกรม จนพระบาทซ้อด เดินกลับไปกลับมา จนตีนซ้อด จนเป็นนิสัย เรียกว่า ข้อวัตรปฏิบัติเป็นนิสัย หลวงตาบัวก็เก้าสิบกว่าปีก็ยังเดินจงกรมอยู่ จนป่วยใกล้จะมรณภาพถึงหยุด เดินไม่ได้ ถึงไม่เดิน หลวงตามหาบัว เขาโทรไปบอกอาจารย์เบา อาจารย์เบาอยู่เชียงใหม่ อยู่อำเภอจอมทอง บอกว่าหลวงตามรณภาพแล้ว อาจารย์เบาก็รีบกลับมา มาวัดบ้านตาด เข้าไป ยังมีอยู่ ยังมีชีวิตอยู่ ท่านสลบไปสลบมา อาตมายังเข้าไปกราบหลวงตามหาบัว ก่อนจะหมดลม ไปกราบพระบาท กราบตีนท่าน เอาหัวไปใส่ตีนท่าน และ ออกมาไม่นาน ท่านก็หมดลม หมดลมในขณะนั้นเลย ถ้าพูดตามประสาบ้านเรา ก็คงจะคอยเราอยู่ไม่รู้ เขาโทรไปบอกตั้งแต่อยู่เชียงใหม่ว่า หลวงตาหมดลมแล้ว ก็รีบมา มาท่านยังอยู่ เพราะอะไร พออาตมาเข้าไปกราบ มีหมอ หมออยู่ไหนก็ไม่รู้ หมอที่อุปัฎฐากท่านน่ะ ก็เอาอะไร เอาเล็บเป็นเล็บไปกรีดพระบาทท่าน ท่านยังกระดิก กระดิกอยู่ เอาเล็บไปกรีดพระบาทท่าน ท่านยังกระดิก กระดิก แสดงว่าให้กรีด เพราะกระดิก แล้วอาจารย์เบาก็เข้าไปกราบ อาจารย์เบาออกมา ท่านเจ้าฟ้าหญิงเข้าไป จุฬาภรณ์เข้าไป แป๊บเดียวท่านก็หมดลม หลวงตามหาบัว พ่อแม่ครูบาอาจารย์ฯผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไปหมดแล้ว เหลือแต่พวกเราก็ถือข้อวัตรปฏิบัติพ่อแม่ครูบาอาจารย์ฯ ท่านสอนยังไง สอนให้นั่งสมาธิ สอนให้เดินจงกรม 

เดินทำไม? เดินจงกรม เปลี่ยนอิริยาบถ ทำไมเปลี่ยน สุขภาพร่างกายเรานี้ มันต้องเปลี่ยนอิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอน นั่งคือนั่งสมาธิ นอนก็นอนสมาธิ นอนสมาธินอนยังไง นอนสีหไสยาสน์ นอนตะแคงข้างขวา บริกรรมพุทโธ พุทโธ และ นอนภาวนา นอนภาวนา นอนตะแคงข้างขวา ทำยังงี้ พุทโธ พุทโธ จนหลับ นั่งก็คือนั่งสมาธิ เหมือนพี่น้องญาติโยมนั่งอยู่ในขณะนี้ เรียกว่า นั่งสมาธิ เดินทำไมต้องเดิน เปลี่ยนอิริยาบถ ทำไมเปลี่ยน ถ้าไม่เปลี่ยนอิริยาบถ ก็ไม่ได้ เดินจงกรม หลวงตาบัวเดินหนักด้วย หลวงปู่มั่นก็เดินหนัก อาจารย์เบายังไม่หนักเท่าไหร่ ทำเบาๆ ทำวัตรเย็นแล้วก็เดิน เดินเสร็จก็มาทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็นเสร็จก็ไปเดินจงกรม เดินไปเดินมา พอตีสี่ก็ลงมาทำวัตร หรือไม่ก็ไปนั่งสมาธิ อยากก็ฉันไม่อยากก็ไม่นั่ง ไปบิณบาตร อยู่นั่นเป็น 20 วัน 15 วันบ้าง 20 วันบ้าง 7 วันบ้าง สมัยทำความเพียร สมัยยังเป็นหนุ่ม ยังแข็งแรง ต้องเอาจริงเอาจัง ต้องทำจริงๆ ปฏิบัติจริงๆ นั่งสมาธิก็นั่งจริงๆ นั่ง ถ้ามันมีพุทโธ มันไม่ง่วงน่ะ ถ้าพุทโธหายมันจะง่วง ง่วงคืออะไร ง่วงคือ หาวหง๊อกๆ จะหาวนอนแล้ว นั่งพุทโธ พุทโธ มันง่วง มันขาดสติ มันเลยหงาวนอน ถ้ามีสติดู เริ่มแรกเดิมทีก็ดูลมหายใจเข้าออก หายใจเข้าก็พุทโธ พุทโธ อยู่อย่างนั้น เมื่อจิตมันละเอียด จิตมันนิ่ง แล้วก็ถอนออกมา ออกมาดู ดูอะไร ดูขนเล็บฟันหนังของเรานี่แหล่ะ ส่วนใดส่วนส่วนหนึ่ง ดูทำไม ดูให้มันเห็น ให้มันรู้ เห็นอะไร เห็นอรรถเห็นธรรม ดูขนเล็บฟันหนัง จึงให้กัมมัฎฐาน จึงมาเป็นกัมมัฎฐาน 

กรรม คือ การกระทำ ฐาน คือ ตั้งอยู่ในตัวของเรา ตั้งสติอยู่ในตัวของเรา ก็ดูขน ผม เล็บ ฟัน หนัง เหมือนพระเณรจะบวช อุปัชฌาย์ก็ให้กัมมัฎฐานมา เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ ตโจ ทันตา นขา โลมา เกสา ให้ดูขึ้นดูลงอยู่อย่างนี้ ไม่ต้องไปดูอย่างอื่น ดูขนเล็บฟันหนังเราเนี่ย นั่งภาวนา อย่าไปดูอย่างอื่น ให้จิตมันอยู่ในกัมมัฎฐานเนี่ย ให้จิตมันอยู่ในตัวของเราเนี่ย ไม่ให้จิตมันไปอยู่ในสมบัติต่างๆ ไม่ให้จิตมันไปอยู่กับยศฐาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่ง เพราะศีลธรรมนั้นไม่มีตำแหน่ง มีแต่ตัวของเรา มีแต่บริกรรมพุทโธ พุทโธ หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร มาเทศน์วัดป่าสุทธาวาส สอนพุทโธ หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ ให้ดูพุทโธ พุทโธ แปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เรียกว่า ธัมมจารี สุขังเสติ 

สุขังเสติ มันมีความสุข นั่งพุทโธ พุทโธ ไม่ต้องคิดไปโน่นไปนี่น่ะ ให้พุทโธ พุทโธ อยู่ตลอด จิตจะมีความสุข จิตมันเย็นสบาย จิตมันนิ่ง เย็นสบาย พุทโธ แปลว่า ผู้ตื่น ตื่นขึ้นก็ตั้งอกตั้งใจกับคุณงามความดี ตื่นต่อบาปต่อบุญต่อคุณต่อโทษ รู้จัก เหมือนคนตื่น คนตื่นนอนมันเห็นโน่น เห็นนี่ นี่เราตื่น เราดูในร่างกายเรา คือ เป็นผู้ตื่น เห็นร่างกายเรา มันเป็นของไม่เที่ยง ไม่จีรังยั่งยืน ของเที่ยงคือศีลธรรมเท่านั้น มันจะเที่ยงได้ ร่างกายเรามันไม่เที่ยง เดี๋ยวก็เปลี่ยนแปลงไป เดี๋ยวก็ตาย เดี๋ยวก็เกิด เดี๋ยวก็ตาย แต่การเกิดของเรานั้น ถ้าหากว่าเรามีศีล มีธรรม มีคุณงามความดี ก็มาเกิดเป็นคน ถ้าเราไม่มีศีลมีธรรมก็ไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นสัมภเวสี อสุรกาย อย่างนี้ เป็นต้น บาปก็ไม่ทำ บุญก็ไม่ทำ ไปเป็นสัมภเวสี 

สัมภเวสีคืออะไร คือ เป็นผีหลอกคน ว่าผีหลอก เนี่ยพวกสัมภเวสี ไม่ได้เกิด ไม่ได้ตกนรก ไม่ได้เป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นวิญญาณท่องเที่ยวในวัฎฏะสงสารเนี่ย อยู่ตามต้นไม้ชายเขา มีทั้งหมด พระพุทธเจ้าเราจึงไม่ให้ตัดต้นไม้ ไม่ให้ดายหญ้า เพราะในต้นไม้ต้นหญ้านั้นมีวิญญาณของคนอยู่ ในต้นไม้ใบหญ้าน่ะ ทุกต้น มีวิญญาณสถิตย์อยู่ พระพุทธเจ้าจึงห้ามพระ บอกพระไม่ให้ตัดต้นไม้ ไม่ให้ดายหญ้า นี่ตามพระวินัยของพระ พระยังตัดต้นไม้ไม่ได้ ดายหญ้าไม่ได้ ญาติโยมทำได้ เพราะศีลไม่มาก ศีล 5 ข้อ แต่พระนี่ 227 ข้อ ศีลของพระ ละเอียด การดู การฉัน การไป การมา การพูด การจา การเดิน การนั่ง มันละเอียด จึงเป็นผู้ควรกราบ ควรไหว้ ควรสักการะ ควรให้ของพระ เพราะศีลเยอะ ข้อวัตรปฏิบัติเยอะ 227 ข้อ เพื่อจะให้จิตมันละเอียด จิตมันเห็นอรรถ เห็นธรรม ได้เยอะกว่าญาติโยม พ่อแม่ครูอาจารย์ฯหลายท่านหลายองค์ในปัจจุบันเรา แต่อนาคตเราไม่รู้ ถ้าพูดตามพุทธทำนาย โยมก็เห็นได้น่ะ เห็นธรรม เป็นพระโสดาบันได้ เป็นพระอนาคามี อนาคามีมรรค อนาคามีผลได้ เหมือนพระเจ้าสุทโธธนะ ท่านพ่อของพระพุทธเจ้า พระองค์ท่านก็เป็นคนก็ได้เป็นอรหันต์ได้ ไม่แพ้แม่พระสารีบุตร ท่านก็ได้สำเร็จเป็นพระโสดาบันได้ 

แม่พระสารีบุตร พระสารีบุตรไปโปรด ไปโปรดแม่ ลูก 7 คนไปบวชหมดเลย แม่นี่เครียด อยู่กับพ่อ 2 คน ลูกไปบวชหมด ลูกคนเล็กว่าจะให้บวชแต่น้อย สิว่าให้อยู่กับครอบครัว อยู่เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ คิดแต่งงานให้แต่น้อย ตั้งแต่อายุ 7 ปี แต่งงานให้ ในขณะที่จะแต่งงาน นั่งเกวียนไป๋ สมัยก่อนบ่มีรถ มันบ่มีรถ นั่งเกวียนไป ในระหว่างทางบอกโชเฟอร์เกวียน คนขับเกวียน จอดๆ จะลงไปธุระ ลงจากรถแล้วไปเล่ย ลงจากเกวียนแล้วไปเล่ย ย่างไปเล่ย ไปหาอ้าย ไปหาพระสารีบุตร ไปบวช อายุ 7 ปี นี่ว่าบุญเก่า มีบุญเก่า พ่อแม่ก็ไม่ให้ไป แต่ไปด้วยตนเอง บุญเก่ามี ไปด้วยบารมีธรรมพานำไป บารมีธรรมพาไป ไปบวช 

อาตมาก็ไปนั่งภาวนากับอาจารย์กงมา ตั้งแต่เป็นเด็ก เด็กขนาดไหน 7-8 ปี เข้าวัดตั้งแต่ยังเล็ก เล็กขนาดไหนไม่ทราบประมาณ 2 ปี 3 ปี ผู้ใหญ่บอก อย่าไปใกล้ อย่าไปใกล้แม่ชีหลาย ยังน้อยอยู่ จึงถอยออกมา มันสะอ่อน มันดีใจ เห็นนักบวชแล้วดีใจ บ่ให้เข้าไปใกล้ ก็ถอยออกมา พอโตขึ้นมาหน่อย ก็ไปภาวนากับหลวงปู่กงมา อาจารย์วิริยังค์ อาจารย์แบน เป็นครูบาอาจารย์ ไปภาวนาอยู่กับท่าน พอโตขึ้นมาหน่อย จนกระทั่งเข้าโรงเรียน ออกโรงเรียนแล้วไปบวชเลย ออกโรงเรียนแล้วเขาก็มาขอไปบวช แต่มหานิกาย เฉยๆ ไม่ได้เกลียด ไม่ได้ชัง แต่จิตใจมันเฉยๆ มันไม่อยากไป ถ้าพระกัมมัฎฐานมานี่อยากไป 

พอเขาบอกว่า พระกัมมัฎฐานมาแล้วนี่ ไปเลย ไปกับพระกัมมัฎฐานเลย ไปตั้งแต่วันนั้นยังไม่ได้กลับบ้านเลย เดินไปกับพระกัมมัฎฐาน ตั้งหลายเดือนถึงได้บวช เดินไปกับพระกัมมัฎฐาน เดินไป สมัยก่อนไม่มีรถ เดินไปกับพระกัมมัฎฐานแล้วก็ไปภาวนา พระกัมมัฎฐานจริงๆน่ะ อาตมาเป็นเณร คนตาย อาจารย์ท่านบอกว่า เณรไปภาวนา เอาอาตมาไปฝากไว้ มองเขาเผาศพน่ะ แล้วหลวงพ่อก็เดินกลับ นั่งอยู่นี่น่ะ ให้อยู่นี่น่ะ เป็นเณรอยู่ หลวงพ่อเดินกลับ กลัวพ่อมากกว่าผี กลัวครูบาอาจารย์ฯมากกว่าผี นั่งอยู่นั่นล่ะ พุทโธ พุทโธ อยู่นั่นแหล่ะ ผ้าจีวรนี่เปียกอยู่ เหงื่อแตก มันไหลเปียกผ้าจีวร นั่งสักพักจะมาเอา พักของครูบาอาจารย์ฯก็นั่นแหละ 3 ทุ่มจนตี5 

ตี 5 ก็มารับไปสวดมนต์เช้า ทำวัตรเช้า นี่พ่อแม่ครูอาจารย์ฯสอนไปฝึก ไม่ได้สอนเฉยๆน่ะ เอาไปฝึกด้วย เอาไปฝึกน่ะ ฝึกความกลัว จากนั้นท่านก็ให้ไปคนเดียว ไปภาวนา ถ้ามีคนตายมาเผาศพที่ป่าช้า ท่านบอกไปเลย ไปภาวนาเด้อนี่ กลัว จะกลัวอาจารย์ยิ่งกว่าผี เดิน เดินไป ไม่ได้เดินธรรมดาน่ะ กลัวผี ถ้าไม่เดินก็ไม่ได้ไป พ่อแม่ครูอาจารย์ฯบอกว่าต้องไป แต่กลัว ก็ไป เดินยังไง เอาตีนต่อกันไป เอาตีนยกขึ้น มาต่อตัวนี้ เอาตัวนี้มาต่อตัวนี้ ก้าวไป เอาตีนต่อตีนไป ไม่หยุด เดี๋ยวก็ถึง ไปถึง ไฟกำลังไหม้ นั่งภาวนาอยู่นั่นล่ะ 

นั่งไปนานๆ ไม่เห็นผี บ่เคยเห็นผี นั่งดู ดูลมหายใจ พุทโธ พุทโธ คนหลับตาเนอะ นั่ง “พุทโธ” หลับตาอยู่ได้ยินเสียงเดิน แช๊บ แช๊บ มา ผีหรือเปล่าว่าเนี่ย มาแล้วก็ย่ำ คว๊าบ คว๊าบ ต๊าย! ผีมันย่ำแคว่ว คว๊าบ คว๊าบ ย่ำก๊อบ ก๊อบ ก๊อบ ยิ่งย่ำยิ่งกลัว แต่ก็นั่งนิ่งอยู่นั่นแหล่ะ ดังก๊อบแก๊บๆ หรือมึงจะกินกูว่ะ จะกินตอนไหน พี้ๆตาเบิ่ง หมา ทางคนภาคอีสาน เวลาคนตายก็แต่งผ้าขาว เอากระดูก เอาไก่ เอาใส่ข้าว ให้คนตายกิ๋น หมาไปย่ำกระดูกไก่ดังกร๊อบๆ เลยบ่แม่นผี นั่งภาวนาต่อ นั่ง เขาว่าผี โดนพื้นมันขาด ตกอ้าแล้ว บ่ใช่ผี แต่พื้นมันขาด นั่งไปนานๆ ในกองไฟ แมลงไหม้มันมาตอมไฟ นกเค้า แคว๊ก แคว๊ก มาตอมไฟ มากินแมงไหม้อยู่ในไฟ มันตอมไฟ นกเค้ามันบินมา มันบินมา บ่บินมาซื่อๆ มันพัดเอาหัวเฮาเนี่ย ใกล้ๆ เลยตื่น เลยลืมตา เลยลุกออกมา มาย่านผีมาแล้ว เฮ็ดจั่งใด๋ บ่ย่านผี ผีมันเฮ็ดตามหลังไป ความคิดเด็กน้อย เลยเดินถอยหลังกลับมา เอาตีนต่อเดินถอยหลังกลับมา ออกจากป่าช้าเดินออกมา ถอยหลังออกมา แต่นั้นมาก็ไปเรื่อยๆ เลยไม่กลัวผี นี่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ฯสอน ไม่ได้สอนแต่ปาก สอนให้กระทำด้วย ใช่ไหม 

อาตมาเป็นเณร จึงมาบวชเป็นพระ จึงไม่กลัว ไปอยู่ไหนได้หมด เดินจงกรม ภาวนาอยู่คนเดียวก็ได้ เดินภาวนาตามภูตามเขา ไม่มีผี มีแต่ความกลัว ใจของเรา ไปหลอกเรา ใจเรานี่หลอกเรา ผีมันไม่หลอกหรอก ใจมันหลอก มันกล้าทำให้เราไม่ได้ นั่งสวดมนต์เนี่ย เสียงปึ้มปั้ม ปึ้มปั้ม ตกมาแต่ทางฟ้าน่ะ ก้อนหินขนาดนี้ เท่าก้อนเสา ตกบึ้มบั้ม บึ้มบั้มลงมา กำลังสวดมนต์อยู่ อาตมาก็ไม่ได้ไปดู ก็สวดมนต์ไปเรื่อยๆ พอสวดมนต์เสร็จไปดู ไม่มีอะไร ตกมาจากบนฟ้า ใส่หลังคา ตึ้มตั้มๆ ข้างศาลา สักรถสองรถ มันตกลง ก้อนหินเสียงดังตึ้มตั้มๆ ไปอยู่ป่าครั้งแรก มีจริง แต่มันไม่ทำอะไรให้เราได้ เพราะอะไร เพราะว่า มันทำให้เรากลัว มันทดสอบจิตใจผู้ปฏิบัติธรรม มันทดสอบปฏิบัติธรรม มันจะกลัวไหม ถ้ากลัวแล้วธรรมแตก เราก็ทำหน้าที่ของเราไปจนจบ แล้วไม่มีอะไร จากนั้นมาก็เป็นแสงขึ้นข้างบน ขึ้น เหมือนบั้งไฟดอก เป็นแสงพุ่งขึ้นข้างบน ที่หลวงพ่อฯอยู่มันเป็นแสงขึ้น คนในบ้านมองมาเห็น ห่างจากหมู่บ้าน 2 กิโล เขาเลี้ยวมาเห็น กลางวันก็เป็น กลางคืนก็เป็น เป็นแสงพุ่งขึ้นข้างบน กลางวันเขาก็เดินมาดู พอมาใกล้ๆแสงไม่มีแล้ว ดับไป พอมาใกล้ๆแสงก็ดับไป พออยู่ห่างๆจะมีแสงขึ้นไปด้านบน เขาเห็นแล้วเขามาพูดให้ฟัง 

อาตมาก็นั่งเฉยๆแหล่ะ ไม่มีอะไร ไม่ได้ทำอะไร มีแต่พุทโธ นั่นล่ะ พุทโธ จึงมีฤทธิ์ เพราะฉะนั้นพี่น้องญาติโยม อย่าไปลืมพุทโธ ให้ปฏิบัติ พุทโธ พุทโธ เป็นอรรถ เป็นธรรม ศักดิ์สิทธิ์จริง เห็นจริง รู้จริง รู้อรรถ รู้ธรรม เห็นจริง เห็นอรรถ เห็นธรรม พ่อแม่ครูอาจารย์ฯหลายองค์หลายท่าน ปฏิบัติแล้วเห็นอรรถเห็นธรรม มันอยู่ที่ไหน อยู่ที่ตัวของเราเนี่ย ไม่ได้อยู่ในตำราหรอก อยู่ในตัวของเราเนี่ย อยู่ในหัวใจเราเนี่ย อยู่ในตัว อยู่ในหัวใจเรา ธรรมมันอยู่นี่ เพราะฉะนั้น วันนี้พี่น้องญาติโยมมาปฏิบัติธรรมคือ ปฏิบัติตัวของเราเป็นบุญเป็นกุศล เป็นศิริมงคล 

พระธรรมเทศนา พระครูสามารถกิตติคุณ (เบา โอภาโส) วัดป่ากิตติพรพุทธาราม อำเภอวังยาง จังหวัดนครพนม  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หาดูยาก! ‘ต้นไม้คู่รัก’ กอดกันมานานหลายร้อยปี #SootinClaimon.Com

Posted on November 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613595

หาดูยาก! 'ต้นไม้คู่รัก' กอดกันมานานหลายร้อยปี

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 18.10 น.

4 พ.ย.64 ที่วัดพระธาตุจอมศิลป์ ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ได้มีต้นไทร และต้นเถาวัลย์ ขนาดใหญ่ ยืนต้นสูง กว่า 30 เมตร อยู่ด้วยกัน 2 ต้น อายุหลายร้อย ปี ขนาด 6 โอบโดยต้นไม้ต้นใหญ่เป็นต้นไทรขนาด 6 คนโอบและมีต้นคล้ายเถาวัลย์ขนาดใหญ่พันรัดรอบต้นไทร ตั้งแต่โคนต้นขึ้นไปจนถึงลำต้นต้นไทร ต้นไม้ 2 ชนิดนี้ ชาวบ้านบอกว่า อยู่ด้วยกันมาหลายร้อยปี ชาวบ้านเรียกว่าเป็นต้นไม้ คู่รัก ถือว่าเป็นต้นไม้ที่แปลกและหาดูได้ยาก

สำหรับ ต้นไทรมีลำต้นใหญ่ขนาด 6 คนโอบสูงประมาณ 30 เมตร แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมให้ความร่มรื่นไปทั่วบริเวณและพบว่าได้มีต้นคล้ายเถาวัลย์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ขนาดเส้นรอบวง 8 นิ้วพันรอบกับลำต้นไทรเป็นเกลียวอย่างสวยงาม โดยต้นไม้ทั้งคู่ ถือว่าเป็นต้นไม้ที่มีเพียงต้นเดียวในสวนรุกขชาติ บ้านถ้ำ ที่เป็นต้นไม้ใหญ่หาดูได้ยาก และมีอายุหลายร้อยปี เชื่อว่ามีนางไม้ รุกขเทวา สิงสถิตอยู่ด้วย. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กฟผ.แม่เมาะ ปรับโฉมเที่ยวแบบ New Normal 19 พ.ย.เป็นต้นไป #SootinClaimon.Com

Posted on November 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613542

กฟผ.แม่เมาะ ปรับโฉมเที่ยวแบบ New Normal 19 พ.ย.เป็นต้นไป

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.13 น.

กฟผ.แม่เมาะ ปรับโฉมเทศกาลท่องเที่ยวฯ เที่ยวแบบ New Normal 19 พ.ย. เป็นต้นไป เตรียมพบกับ “เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะออนไลน์ ประจำปี 2564” 

เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ที่ กฟผ.แม่เมาะ จัดขึ้นมาต่อเนื่องมายาวนานมากกว่า 16 ครั้ง ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมส่งท้ายปีที่จังหวัดลำปางและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บรรจุไว้ในปฏิทินท่องเที่ยวประจำปี แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ที่ดูเหมือนจะควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง แต่การจัดกิจกรรมที่เป็นการรวมตัวของคนหมู่มากยังเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังเพื่อให้สอดรับกับการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงการเดินทางข้ามจังหวัดของประชาชน ขณะที่ จังหวัดลำปางเองก็ได้ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่ ดังนั้น กฟผ.แม่เมาะ จึงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานแบบ New Normal และใช้ชื่องานว่า “เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะออนไลน์ ประจำปี 2564” ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564

นายประจวบ ดอนคำมูล ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ (ชชม.) เปิดเผยว่า เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะออนไลน์ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “EGAT for All @Mae Moh Smart City” เพื่อให้สอดรับกับการที่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะที่มี นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะ ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ ได้ประกาศให้โครงการแผนพัฒนาแม่เมาะเมืองน่าอยู่ จังหวัดลำปาง หรือ Mae Moh Smart City เป็น 1 ใน 5 เมืองที่ได้รับมอบตราสัญลักษณ์เพื่อรับรองการเป็นพื้นที่พัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 เป็นระยะ

โดยโครงการนี้จะได้ส่งเสริมผลักดันให้ชุมชนในอำเภอแม่เมาะ มีการพัฒนา และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ตลอดจนมีสิ่งแวดล้อมที่ดีเหมาะแก่การอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน ภายหลังจากการปิดเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าแม่เมาะในปี พ.ศ. 2594 โดยเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมและขับเคลื่อนไปพร้อมกับ กฟผ. ผ่านแนวทาง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) ด้านพลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) และด้านเศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy)
นายประจวบ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอบเขตของเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะออนไลน์จะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ

1. การจัดทำเว็ปไซต์ http://maemoh-festival.egat.co.th/ ภายในรวบรวมเนื้อหาเกี่ยวกับ Virtual Exhibition นิทรรศการเสมือนจริง  แม่เมาะเมืองน่าอยู่ , 360° Virtual Tour การท่องเที่ยวเสมือนจริง 10 สถานที่สำคัญและสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณ กฟผ. แม่เมาะและอ.แม่เมาะ เช่น โรงไฟฟ้าแม่เมาะ , สวนพฤกษชาติ , สวนเฉลิมพระเกียรติฯ , สนามกอล์ฟ กฟผ.แม่เมาะ , ชุมชนบ้านเมาะหลวง , วัดรัตนคูหา (ถ้ำผากล้วย) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าออนไลน์ซึ่งเป็นการจัดแสดงแบบ 3D Virtual Exhibition จำนวน 15 ร้านค้า

2. Facebook Live ในเพจ https://www.facebook.com/maemohfestival ในวันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2564 ตั้งแต่เวลา 09.00-12.00 น. พิธีเปิดงานเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะออนไลน์ ประจำปี 2564 แบบเสมือนจริง Virtual Opening ระหว่างผู้บริหาร กฟผ. ที่ สำนักงานกลาง กฟผ. และ กฟผ.แม่เมาะ ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ร่วมในพิธีดังกล่าวด้วย ขณะเดียวกัน ยังมีการเสวนาเรื่อง “แม่เมาะเมืองน่าอยู่” กิจกรรมขายสินค้าออนไลน์ ของชุมชนในราคาพิเศษ กิจกรรมเล่นเกมส์รับของรางวัล พร้อมกับ การจัดนิทรรศการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ บริเวณอาคารพิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา
 สุดท้าย 3. การเที่ยวชมทุ่งดอกไม้รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน เป็นต้นไป สามารถเข้าชมทุ่งดอกไม้บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติฯ (ทุ่งบัวตอง) พื้นที่ทิ้งดินเดิมภายใน กฟผ.แม่เมาะ ชมการประดับตกแต่งสถานที่ยามค่ำคืนด้วยไฟ LED กันแบบจุใจกันตั้งแต่ 08.00-20.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ ขณะที่ ทุ่งดอกบัวตอง แลนด์มาร์คและไฮไลท์สำคัญก็จ่อคิวผลิดอกอวดโฉมความงามและจะบานสะพรั่งตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน  
.
ส่วนบริเวณสวนพฤกษชาติ ก็เปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ซึ่งภายในมีจุดท่องเที่ยว    ทั้ง พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ผู้ซึ่งมีพระบรมราชโองการให้สงวนแหล่งถ่านหินที่มีอยู่ในประเทศไว้ใช้ในราชการเท่านั้น ตั้งแต่ปี 2470 ทำให้ กฟผ. มีเหมืองถ่านหินขนาดใหญ่ ใช้ผลิตไฟฟ้าหล่อเลี้ยงภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานจนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลากว่า 94 ปีแล้ว นอกจากนี้ ยังมีลานสไลด์เดอร์หนึ่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถชมวิวบ่อเหมืองแบบ 180 องศา , พิพิธภัณฑ์เครื่องจักรเก่า และอุทยานพลังงานเป็นต้น

“การจัดงานในปีนี้มีความแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อลดความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว เป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่แบบเสมือนจริง หรือบางส่วนอยากมาชมสถานที่จริงก็ทำได้โดยปฏิบัติตามมาตรการป้องกันที่กำหนดไว้ พวกเราชาว กฟผ. ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งที่เราได้ทำจะสร้างความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงภาวะวิกฤต ได้บ้าง กฟผ. พร้อมเคียงข้างคนไทยและร่วมฟันฝ่าทุกวิกฤต” นายประจวบ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

3วันยังเงียบเหงา! เกาะสมุยเปิดท่องเที่ยว นทท.ต่างชาติน้อยไม่คึกคัก #SootinClaimon.Com

Posted on November 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613533

3วันยังเงียบเหงา! เกาะสมุยเปิดท่องเที่ยว นทท.ต่างชาติน้อยไม่คึกคัก

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.00 น.

4 พฤศจิกายน 2564 เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ภายหลังจากที่รัฐบาลประกาศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว 63 ประเทศ เข้ามาในประเทศโดยไม่ต้องกักตัวแบบมีเงื่อนไข และเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ 17 จังหวัดสีฟ้า เริ่มวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของประเทศ ผ่านไป 3 วัน ผู้ประกอบการในเกาะสมุยมีความตื่นตัวมากขึ้น โรงแรม ร้านอาหาร เริ่มกลับมาทยอยเปิดให้บริการอีกครั้ง มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น แม้ว่าช่วงแรกจะยังดูไม่คึกคักมาแต่ยอดการจองห้องพักของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นมากว่าเดือนตุลาคม

นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า ภายหลังจากเปิดประเทศก็มีหลากหลายธุรกิจมีความคึกคักมากขึ้น หลายธุรกิจได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง แต่ว่าการเปิดมาได้เพียง 3 วันจำนวนนักท่องเที่ยวยังไม่ได้เข้ามาเป็นจำนวนมากก็ตาม แต่ว่ายอดการเดินทางเข้ามาในเดือนพฤศจิกายนก็มีจำนวนมากกว่าเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คาดว่าจะถึง 2,000 คน และในเดือนธันวาคมจะถึง 3,000 คน ทั้งนี้หากท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานีสามารถให้เครื่องบินแบบเช่าเหมาลำขนาดใหญ่ลงได้ ก็จะทำให้มีนักท่องเที่ยวเยอะขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มตลาดรัสเซีย และอิสราเอล

ขณะเดียวกันก็มีข่าวดีที่ทางประเทศสิงคโปร์อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถทรานซิท (Transit) หรือการเดินทางผ่านเครื่องบินลงสิงคโปร์และต่อเครื่องบินมายังเกาะสมุยที่เป็นจุดหมายปลายทางได้ ซึ่งมีทั้งหมด 9 สายการบินหลัก ๆ รวมถึงสายการบินแควนตัสที่จะนำผู้โดยสารชาวออสเตรเลียทรานซิทยังเกาะสมุย ซึ่งทางสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุยก็พยายามประสานในหลาย ๆ เส้นทางเพื่อให้มีการเดินทางเข้ามายังเกาะสมุยได้ง่าย รวมถึงการแก้ไขตั๋วโดยสารให้เป็นแบบใบเดียว (Single Ticket) เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายมากขึ้น นักท่องเที่ยวก็จะเดินทางเข้ามาเกาะสมุยมากขึ้น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สัมผัส ‘ดินแดนต้องมนต์’ ข้ามทะลุมิติ ‘ประตูกาลเวลา’ ที่เมืองเก่าอยุธยา #SootinClaimon.Com

Posted on November 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613523

สัมผัส 'ดินแดนต้องมนต์' ข้ามทะลุมิติ 'ประตูกาลเวลา' ที่เมืองเก่าอยุธยา

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 14.32 น.

วันนี้ “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” จะพาไปดินแดนต้องมนต์ที่ครั้งหนึ่งต้องหาโอกาสไปให้ได้ หากไปเที่ยว จ.พระนครศรีอยุธยา สิ่งที่นบักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเลยที่จะต้องแวะไปชมความสวยงาม หรือที่หลายๆ คน เรียกอีกอย่างว่า “ประตูกาลเวลา” ที่ “วัดพระงาม” หมู่ 4 ต.คลองสระบัว อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

แต่สิ่งที่อเมซิ่งมากในช่วงนี้ คือ ภายหลังจากน้ำท่วม “วัดพระงาม” ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของจังหวัดเลยก็ว่าได้ เพราะระดับน้ำได้ท่วมบริเวณประตูกาลเวลา ทำให้ต้องพายเรือเหมือนได้ทะลุออกมาอีกมิติหนึ่ง ทำให้มีนักท่องเที่ยวแต่งชุดไทยมาท่องเที่ยวจำนวนมาก ต่างพากันนั่งเรือที่ชาวบ้านลากจูงเข้าไปยังบริเวณซุ้มประตูกาลเวลา โดยส่วนใหญ่คนที่ลากจะเป็นเด็กๆ ที่อยู่ในชุมชนใกล้กับวัด

ขณะเดียวกันก็จะมีพระภิกษุจากวัดศรีโพธิ์ ซึ่งอยู่ใกล้กันและน้ำไม่ท่วม เดินทางมารอรับบิณฑบาตรจากนักท่องเที่ยว โดยชาวบ้านจะเรียกเก็บค่าโดยสารอยู่ที่หัวละ 100 บาท โดยน้องๆที่รับจ้างจะเข็นเป็นระยะทางกว่า 200 เมตร จึงจะถึงประตูกาลเวลา ตลอดทั้งวันก็จะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาให้พาไปยังประตูกาลเวลา เพื่อถ่ายภาพ โดยช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมามากจะเป็นช่วงเช้าและเย็น เนื่องจากเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตก สามารถมองเห็นหรือถ่ายภาพผ่านช่องประตูกาลเวลาได้อย่างสวยงาม

นางมลทิรา ธงทอง ชาวบ้านที่มารับจ้างเข็นเรือเปิดเผยว่า น้ำท่วมนานกว่า 1 เดือนแล้ว มีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะคนที่ชอบถ่ายภาพมาจ้างให้พาไปถ่ายรูปตั้งแต่น้ำท่วมลึกเกือบ 2 เมตร ซึ่งช่วงแรกก็สามารถพายเรือได้ แต่ขณะนี้น้ำเริ่มลดลง ก็ต้องใช้วิธีเข็น โดยเก็บค่าโดยสารคนละ 100 บาทเท่านั้น คาดว่าอีกไม่เกิน 2 อาทิตย์น้ำก็น่าจะลงหมด รู้สึกเสียดายเหมือนกันอยากให้น้ำท่วมแบบนี้ เนื่องจากมีรายได้จากการรับจ้างพาคนไปที่ประตูกาลเวลา เฉลี่ยลำละ 1,200-2,000 บาท เป็นรายได้ที่ดีในช่วงน้ำท่วม

ขณะที่ ด.ญ.แพรวา พิมพ์สีคร้าม อายุ 10 ขวบ เปิดเผยว่ารับจ้างเข็นเรือมาประมาณ 1 เดือน เพื่อหารายได้ไปเรียนหนังสือตอนเปิดเทอม รู้สึกสนุกมาก โดยมีเพื่อนๆอีก 3 คน มาเข็นด้วย อยากให้น้ำท่วมนานๆ จะได้มีรายได้ ช่วยเหลือครอบครัว ส่วนพระวรวุฒิ สุทัศโน พระวัดศรีโพธิ์ เปิดเผยว่าที่วัดน้ำไม่ท่วมอยู่ใกล้กับวัดพระงาม ซึ่งเป็นวัดร้าง มีประชาชนสนใจนิมนต์มาใส่บาตรตอนเช้าเป็นพระจำ ก็ต้องเดินลุยน้ำและนั่งเรือ เพื่อให้ญาติโยมใส่บาตรอย่างมีความสุข แลถถือว่าเป็นอันซีนของอยุธยาด้วย. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หมอบุญ’นั่งมาในรถ ยันไม่ใช่ขบวนVIP-ขับสวนเลน ช่วงนั้นวิ่งวันเวย์ #SootinClaimon.Com

Posted on November 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613509

'หมอบุญ'นั่งมาในรถ ยันไม่ใช่ขบวนVIP-ขับสวนเลน ช่วงนั้นวิ่งวันเวย์

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 13.41 น.

‘หมอบุญ’นั่งมาในรถ ยันไม่ใช่ขบวนVIP-ขับสวนเลน ช่วงนั้นวิ่งวันเวย์

ยังคงเป็นข้อถกเถียงบนโลกออนไลน์ หลังจากที่สาวรายหนึ่งเผยคลิปจากล้องหน้ารถ ขณะขับไปบนถนนกำแพงเพชร 7 คู่ขนาน ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ 

จากในคลิป จะเห็นได้ว่าเป็นถนนที่วิ่งสวนเลน แต่กลับมีรถจักรยานยนต์ตำรวจ 2 คัน และตามมาด้วยรถเก๋งเบนซ์ เปิดไฟฉุกเฉินขอทาง ซึ่งเธอได้พูดในขณะนั้นว่า “ไม่หลบ ไม่หลบ ไม่หลบ เพราะนี่เป็นทางที่เราไป” ขณะเดียวกัน เธอก็ยังบีบแตรไปอีกด้วย จนกลายเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการนำขบวนที่ทำผิดกฎจราจร

ล่าสุด นายแพทย์บุญ วนาสิน หรือ หมอบุญ ได้เปิดเผยถึงกรณีนี้ผ่านทีมข่าวช่อง 3 ว่า เป็นเจ้าของรถเบนซ์คันที่ปรากฎในคลิปจริง และขณะเกิดเหตุ จนก็นั่งมาด้วย แต่ยืนยันว่าขับมาในเส้นทางที่ถูกต้องในชั่วโมงเร่งด่วน และใช้เส้นทางนี้มา 10 ปีแล้ว เพื่อไปทำงานจากสุขุมวิท ไปย่าน อสมท. ซึ่งหมอบุญ ยืนยันด้วยว่า ไม่มีรถนำขบวน แต่ในวันนั้นมีเจ้าหน้าที่จราจรมาในจังหวะนั้นพอดี ตนไม่ใช่รถคันแรก แต่เป็นคันที่ 7 หมอบุญ ยังเผยอีกว่า เคยใช้รถนำขบวนปีหนึ่ง 2-3 ครั้ง เมื่อเวลารถติดและไปประชุมกับรัฐมนตรีจึงขอให้มีรถนำขบวน

ด้าน อาร์ท เอกรัฐ ตะเคียนนุช นักข่าว-ผู้ประกาศข่าวช่องวัน เผยถึงถนนเส้นนี้ว่า อยู่ถนนกำแพงเพชรฯ ย่านเพชรบุรี
ปกติ จะมีการกำหนดเป็น “oneway” ในช่วงเช้า ประมาณ 06.30-09.00น.

ด้านเจ้าหน้าที่ ยอมรับว่าเป็น “ความผิดของตำรวจจราจร”สังกัด สน.มักกะสัน ที่เป็นเจ้าหน้าที่ท่านใหม่ เพิ่งปฏิบัติงาน และ “ไม่ได้กั้นเลน เพื่อให้วิ่งแบบ oneway” จึงเป็นเหตุให้รถวิ่งสวนเข้ามา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ครูปรีชา ใคร่ครวญ’ ลาบวชได้รับฉายา ‘ธัมมวโร’ แปลว่า ‘ผู้มีธรรม’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613489

'ครูปรีชา ใคร่ครวญ' ลาบวชได้รับฉายา 'ธัมมวโร' แปลว่า 'ผู้มีธรรม'

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 12.42 น.

“ครูปรีชา ใคร่ครวญ” ลาบวช เข้าสู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ถวายเป็นพระราชกุศลในหลวง ร.9 และเพื่อทดแทนคุณบิดามารดาได้รับฉายา “ธัมมวโร” แปลว่า “ผู้มีธรรม” 

เมื่อเวลา 08.50 น.วันที่ 4 พ.ย.64 นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา อายุ 54 ปี คู่กรณีคดีหวย 30 ล้านบาทอลเวงและเป็นเจ้าของวลีเด็ด “ความจริงก็คือความจริง” ที่เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ ได้ตัดสินใจลาบวชเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ที่วัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวง หรือวัดเหนือ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีครอบครัวพร้อมภรรยาและบุตร รวมทั้งกลุ่มเพื่อนครู รวมทั้งนางสาวพัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช และนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น เดินทางมาร่วมทำบุญงานอุปสมบทครูปรีชา ขาดเพียงแค่นางปณัญชญา สุขพูล หรือ เจ๊เกียว คนเดียวเท่านั้น

สำหรับบรรยากาศในพิธีนั้นเป็นไปอย่างเรียบง่าย โดยในช่วงเช้าครูปรีชาได้โกนหัวสวมใส่ชุดนาค เดินรอบโบสต์ 3 รอบ จากนั้นโปรยทานที่ห่อด้วยสลากกินแบ่งรัฐบาลฉบับเก่าให้กับญาติโยมที่มาร่วมงานประมาณ 1000 ชิ้น จากนั้นได้เข้าพิธีอุปสมบท โดยมี เจ้าคุณเพิ่ม พระกิตติสุวัฒนาภรณ์  เจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวง เป็นพระอุปัชฌาย์  ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น โดยพระปรีชา ใครครวญได้รับฉายาว่า “ธัมมวโร” ซึ่งแปลว่า “ผู้มีธรรม”  

ทั้งนี้ พระปรีชา ใคร่ครวญ เปิดเผยภายหลังว่า อาตมามีความตั้งใจที่จะบวชมานานแล้ว ประการแรกคือตั้งใจบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และเพื่อทดแทนคุณบิดามารดา  แล้ววันนี้ก็ได้ฤกษ์อันเป็นมงคลก็เลยตัดสินใจเข้าอุปสมบท และที่เลือกอุปสมบทในวันนี้ เพราะว่าเป็นวันพฤหัสซึ่งเป็นวันครู อาตมาเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงถือฤกษ์วันนี้ในการอุปสมบท โดยมีความตั้งใจเอาไว้ว่า จะบวชเป็นเวลา 9 วัน  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชูวิทย์’ปรี๊ดแตกฉะแหลก‘เปิดประเทศ’ กระแทกรัฐ‘ให้เคี้ยว แต่ไม่ให้กลืน’ #SootinClaimon.Com

Posted on November 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613477

‘ชูวิทย์’ปรี๊ดแตกฉะแหลก‘เปิดประเทศ’ กระแทกรัฐ‘ให้เคี้ยว แต่ไม่ให้กลืน’

วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 11.44 น.

‘ชูวิทย์’ปรี๊ดแตกฉะแหลก‘เปิดประเทศ’ กระแทกรัฐ‘ให้เคี้ยว แต่ไม่ให้กลืน’

4 กันยายน 2564 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “เปิดประเทศ ให้เคี้ยว แต่ไม่ให้กลืน” มีเนื้อหาดังนี้…

เปิดประเทศ “ให้เคี้ยว แต่ไม่ให้กลืน”

เปิดประเทศมาตั้งแต่วันที่ 1 รัฐบาลประกาศปาวๆ  เชิญชวนต่างชาติมาท่องเที่ยว แต่หามีความพร้อมไม่?

เอาแค่ร้านอาหารที่ว่าให้ขายแอลกอฮอล์ หรือโรงแรมที่จะเปิดรับการเปิดประเทศต้องมี SHA Plus ไว้ควบคุม

ดูเหมือนจะปล่อยให้ดื่ม แต่ก็กั๊กไว้ด้วยระเบียบควบคุมหยุมหยิม จะว่าดีมันก็ดีที่ป้องกันไว้ก่อน

แต่การสมัคร SHA Plus มีขั้นตอนมากมายซับซ้อนยุ่งยาก เหมือนแทนที่จะสนับสนุน กลับซ้ำเติมให้ปิดต่อไป

แม้ว่าต้องมีการควบคุม แต่หน่วยงานรัฐควรจะช่วยธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ให้พร้อมรับการเปิดประเทศ ฟื้นฟูธุรกิจ ลืมตาอ้าปากได้โดยเร็ว

เพราะถึงจะเปิดประเทศแล้ว แต่ใช่ว่าทุกอย่างจะกลับไปได้ทันใจเหมือนก่อนโควิด

ภาระหน้าที่ของรัฐ คือ “สนับสนุน” ไม่ใช่ “ซ้ำเติม” แล้วเอาไปโฆษณา อ้างบุญคุณ เวลาแถลงข่าวอวดผลงาน

แถมระบบ SHA Plus ที่บังคับให้ทุกธุรกิจเปิดรับนักท่องเที่ยวต้องลงทะเบียน ยังล่มเอาเสียดื้อๆ เจ้าหน้าที่สารพัดก็เกิดขยัน ตรวจเช้าสายบ่ายเย็น ไม่มี SHA Plus เปิดไม่ได้

เมื่อก่อนตอนระบาดหนัก ติดต่อหน่วยงานราชการก็อ้างว่า “ช่วงโควิด ไม่มีใครมาทำงาน work from home กันหมด รอไปก่อน”

แต่ตอนนี้กลับฟิตจัด work from heart ตรวจแล้วตรวจอีกตอนคนเขาจะรีบทำมาหากิน หายาไส้ลูกเมีย เลี้ยงพนักงาน แค่เอาธุรกิจให้รอดยังลำบาก อย่าไปคิดหากำรี้กำไรเป็นกอบเป็นกำ เพราะมองเห็นอยู่แล้วว่าเป็นยังไง

ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้กับบรรดาผู้ประกอบการแต่อย่างใดเลย

ต้องสไตล์ “ตัวใครตัวมัน” เหมือนเช่นเคย

เพราะรัฐบาลไทยมักจะใช้นโยบาย  “ให้เคี้ยว แต่ไม่ให้กิน ให้กิน แต่ไม่ให้กลืน”

ทำอะไรกั๊กๆ กล้าๆ กลัวๆ ทำตัวเป็นคุณพ่อรู้ดี สั่งอย่างเดียว ส่วนลูกน้องก็ได้แต่ทำตามระเบียบไม่ให้ตกหล่น ไม่มีวิจารณญาณตัดสินอะไรได้ แล้วแต่นโยบายเบื้องบน

หาได้รู้ว่า ธุรกิจต่างๆ ที่ผ่านมา 2 ปีในช่วงโควิดต้องล่มสลาย ปิดตัว เจ๊ง ไปเท่าไหร่แล้ว?

ตอนนี้ยังจะมาสร้างบรรยากาศอึมครึม เข้มงวดด้วยการประเคนกฎระเบียบยิบย่อยมากมายหลากหลายหน่วยงานที่ขยันออกตรวจตรา

สงสารบรรดาธุรกิจที่หวังจะลืมตาอ้าปากในช่วงรัฐบาลประกาศเปิดประเทศ

แต่กลับต้องเจอมาตรการโหดสารพัด “ความไม่พร้อมแต่เสือกอยากเปิด”

เมื่อให้เปิด ก็ควรให้การสนับสนุน แนะนำ ไม่ใช่ควบคุม บีบคั้น ทำไม่ได้ก็เปิดไม่ได้ ในเมื่อรัฐบาลเป็นเจ้าภาพออกนโยบาย หากต้องการให้สำเร็จต้องมีคนที่เข้าใจทำงานครับท่าน

ไม่ใช่เอาคนมาหากินบนความเดือดร้อนของประชาชนคนหาเช้ากินค่ำ

คนทำธุรกิจร้อยล้านพันล้าน บริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์จะใช้มาตรฐานเดียวกันกับร้านค้าหรือ โรงแรมขนาดเล็กได้ไง?

เอาใจนายทุน แต่ไม่เห็นหัวชาวบ้าน

ทำงานกันสะเปะสะปะ หน่วยงานนั้นว่าอย่าง อีกหน่วยงานไปอีกอย่าง

บางทีหน่วยงานหนึ่งบอกสั่งไปแล้ว แต่อีกหน่วยงานบอกไม่รู้เรื่อง

การเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูธุรกิจให้ลืมตาอ้าปากได้ มันน่าจะพร้อมกว่านี้ไหม?

ไม่ใช่เปิดไป ช่วยตัวเองไป ทั้งๆ ที่ผ่านมาเจ็บตัวอยู่แล้ว ก็เข้าใจได้

แต่พอให้เปิดกลับขาดการสนับสนุน มีแต่การควบคุม

รายใหญ่รอด แต่รายกลางรายเล็กยังตายสนิทรับเปิดประเทศ

ส่วนรัฐทำได้แค่ประคองเอาตัวรอด รอจังหวะจัดทัพแข่งขัน เอาหน้าม้ามาสับคนเห็นต่าง แล้วรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา จ้องกลับมาบริหารประเทศรอบต่อไป

ใครคิดล้มเป็นถูกไล่ล่า ไม่ให้ทำซ้ำสอง

แหม เรื่องแบบนี้คิดได้เป็นตุเป็นตะ แต่เรื่องบริหารประเทศ ไม่เห็นเด็ดขาดแบบนี้เลย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,297,825 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
'ป้าตือ' ขึ้นแท่น 'มาดามแห่งวงการออนไลน์' คนใหม่ LIVE EP แรก คนดูชน 5 แสน!!! #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
Tech for Life : 9 พฤษภาคม 2564 #SootinClaimon.Com
'หนึ่งคำพูด...ล้านกำลังใจ' ส่งถึง 'เหล่านักรบเสื้อขาวและผู้ป่วย' สู้ศึกโควิด-19 #SootinClaimon.Com
แอลกอฮอล์ อาชญากรรม และการปฏิรูปตำรวจ(ไทย)

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d