Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ลึกลับในสนามข่าว : 19 ตุลาคม 2564 #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609747

ลึกลับในสนามข่าว : 19 ตุลาคม 2564

วันอังคาร ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

nn…ยังคงไว้วางใจสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ไม่ได้ พ่อแม่พี่น้อง “ห้ามประมาท การ์ดอย่าตก” เด็ดขาด ด้านกระทรวงสาธารณสุข รับบทหนักในฐานะแม่งานใหญ่ ทั้งรัฐมนตรี ยันผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการเจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการแพทย์ต้องเป็นด่านหน้าสู้เชื้อร้ายเหนื่อยต่อเนื่องมานับปี เดินสายติดตามงานสู้ระบาดไม่เว้นวันหยุด เช่นเดียวกับ  “พี่แหม่ม – สุพัชรี ธรรมเพชร”  ผู้ช่วยเลขานุการรมว.สาธารณสุข ที่นอกจากจะร่วมคณะกับ หมอตี๋ – ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุขไปลงพื้นที่ ตรวจราชการแล้ว หลังเสร็จสิ้นภารกิจกระทรวงก็ลุยลงพบปะประชาชนจังหวัดพัทลุงของตัวเอง ดูแลทุกข์สุข โดยเฉพาะช่วงนี้โควิด-19 ที่ภาคใต้มาแรง พี่แหม่ม-สุพัชรี ผู้แทนชาวบ้าน  พร้อมดูแล  เคียงข้างไม่ทิ้งกัน ..ยิ่งเมื่อทราบข่าวจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพิ่มขึ้นและส่วนใหญ่เป็นเด็ก เจ้าตัวก็รีบลงพื้นที่ทันที เพื่อดูแลเป็นธุระประสานงานร่วมกับอสม. ทั้งไปตรวจเยี่ยม นำสิ่งของเครื่องใช้ไปมอบให้…งานนี้กระจอกข่าวสังเกตเห็นรถประจำตำแหน่งของพี่แหม่ม ตระเวนไปแวะบ้านโน่นลงบ้านนี้แล้ว คล่องตัวดีแท้ ขึ้นลงง่าย อากาศถ่ายเทสะดวก บรรทุกของได้สบาย …ก่อนหน้านี้ก็มีบ้างที่พี่แหม่มซิ่งมอเตอร์ไซค์ทัวร์พื้นที่ และก็คุ้นๆว่า รมต.หมอตี๋ ก็ใช้เหมือนกันเวลาลงพื้นที่ ที่เมืองระยองฮิ  เรียบง่าย สมบุกสมบัน…สงสัยจะเป็น “รถทีม” กระทรวงหมอ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์สู้ไวรัสวายร้าย เป็นรถประจำตำแหน่งลงพื้นที่ ในระยะต่อแต่นี้ ที่เว้นระยะห่างได้  อากาศถ่ายเทเยี่ยม เข้ากับชีวิตวิถีใหม่โดยแท้ทรู…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มาดีไปดี มาดีไปไม่ดี มาไม่ดีแต่ไปดี มาไม่ดีไปไม่ดี’ พวกเราอยู่ในประเภทไหน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609769

'มาดีไปดี มาดีไปไม่ดี มาไม่ดีแต่ไปดี มาไม่ดีไปไม่ดี' พวกเราอยู่ในประเภทไหน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.31 น.

“…ชีวิตของพวกเราเป็นเหมือนการเดินทาง เวียนว่ายตายเกิดในภพต่างๆ มีการมาและมีการไป ถ้ามาดีไปดี ก็จะมีแต่ความสุขความเจริญ ถ้ามาไม่ดีไปไม่ดี ก็จะมีแต่ความทุกข์ความเสื่อม ถ้าประพฤติปฏิบัติ ตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เราก็จะไปดีและมาดี คำว่าดีในที่นี้หมายถึงสุคติ เวลาคนตายไป เรามักจะพูดว่า ขอให้ไปสู่สุคติ คือขอให้ไปดี ส่วนคำว่าไม่ดีก็คือทุคติ คือการไปไม่ดี ทุคติก็คืออบายนั่นเอง ได้แก่ภพของเดรัจฉาน เปรต อสุรกาย นรก คือที่ไปของผู้ที่ไปไม่ดี ส่วนสุคติ ก็คือภพของมนุษย์ เทพ พรหม อริยบุคคล มรรคผลนิพพาน คือที่ไปของผู้ที่ไปดี 

คนเราจึงมีอยู่ ๔ ประเภทด้วยกันคือ ๑. มาดีไปดี  ๒. มาดีไปไม่ดี  ๓. มาไม่ดีแต่ไปดี  ๔. มาไม่ดีไปไม่ดี พวกเราอยู่ในประเภทไหน ก็ขอให้พิจารณาดู การมาดีหมายถึง มาจากสวรรค์ มาเกิดเป็นมนุษย์ เช่นพระพุทธเจ้าของพวกเรา ท่านได้บำเพ็ญบุญบารมี ทำดีมาทุกภพทุกชาติ จนภพสุดท้ายของมนุษย์ ก็ได้เป็นพระเวสสันดร ได้ทำบุญทำทานอย่างมากมาย ไม่เสียดายทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทอง ภรรยาบุตรธิดา ถ้าใครขอให้บริจาค ก็ทรงบริจาคไป เพื่อทานบารมี หลังจากที่ได้ตายไป ก็ได้ไปเกิดบนสวรรค์ เมื่อหมดบุญที่จะอยู่บนสวรรค์ ก็ลงมาเกิดเป็นราชโอรส เป็นเจ้าชายสิทธัตถะ แล้วก็บำเพ็ญบุญต่อ ออกบวชปฏิบัติธรรม จนได้บรรลุเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อทรงเสด็จดับขันธ์ ก็ได้ไปสู่พระนิพพาน อย่างนี้เรียกว่า มาดีไปดี

พวกเราอาจจะมาดีบ้าง มาไม่ดีบ้าง ขึ้นอยู่กับบุญกับกรรมที่ทำไว้ในอดีตชาติ ถ้าทำดีก็ได้ไปเกิดบนสวรรค์ เมื่อหมดบุญก็กลับลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เรียกว่ามาดี ต่างกับผู้ที่มาไม่ดี คือผู้ที่ได้ทำบาปทำกรรมไว้ในอดีต แล้วต้องไปใช้กรรมในอบาย เมื่อหมดกรรมก็ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก แต่ต่างจากผู้ที่มาดี มาจากสวรรค์ ที่มีบุญบารมีติดตัวมาด้วย ผู้ที่มาจากอบาย มาเกิดเป็นมนุษย์ มาไม่ดี จะไม่มีบุญบารมีติดตัวมา รูปร่างหน้าตาก็สู้คนที่มีบุญบารมีไม่ได้ สติปัญญาความฉลาดก็สู้ไม่ได้ ฐานะการเงินการทองก็สู้ไม่ได้ นี่คือลักษณะของผู้ที่มาดีและมาไม่ดี ส่วนมาแล้วจะทำอะไรต่อไป เพื่อจะไปดีหรือไม่ดี ก็อีกเรื่องหนึ่ง 

ถ้ามาแล้ว มีอุปนิสัยเดิมติดตัวมามาก ชอบทำความดี ชอบทำบุญ ไม่ชอบทำบาป ไม่ชอบอบายมุขต่างๆ ก็จะมุ่งไปสู่การทำความดี ทำบุญทำทาน หลีกเลี่ยงอบายมุขทั้งหลาย เช่นการเสพสุรายาเมา เล่นการพนัน เที่ยวกลางคืน อย่างที่พวกเราทั้งหลาย ได้มาบำเพ็ญกันในวันนี้ เรียกว่ามาบำเพ็ญเพื่อการไปดี แต่ถ้าไม่สนใจเรื่องการมาวัด มาทำบุญให้ทาน รักษาศีล ปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์ฟังธรรม ชอบแต่ไปเที่ยว ไปเล่น ไปดื่ม ไปกิน ไปหาความสุขชั่วขณะ จากการเสพสัมผัสรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะต่างๆ เสพสุรายาเมา ประพฤติผิดประเวณี ทำบาปทำกรรม เมื่อตายไปก็จะไปไม่ดี เพราะไม่ได้สร้างบุญสร้างกุศล ไม่ได้สะสมบารมีไว้ ก็จะไปสู่ที่ต่ำ นี่คือลักษณะของคนเรา มีทั้งมาดีไปดี มาดีแต่ไปไม่ดี มาไม่ดีแต่ไปดี มาไม่ดีไปไม่ดี

เหตุของการมาเป็นเรื่องของอดีต เราไปแก้ไม่ได้ เพราะอดีตผ่านไปแล้ว ถ้าได้ทำดี ทำบุญ ทำกุศล ก็จะมาดี ถ้าได้ทำบาปทำกรรม ก็จะมาไม่ดี แต่การไปเราสามารถควบคุมบังคับได้ เพราะขึ้นอยู่กับการกระทำของเราในปัจจุบันนี้ ถ้าหมั่นทำความดีอยู่เรื่อยๆ ทำบุญ ละบาป ฟังเทศน์ฟังธรรม กำจัดกิเลสความโลภโกรธหลง ก็จะไปดี ดีที่สุดก็จะไปถึงพระนิพพาน ดังที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกทั้งหลายได้ไปถึง เป็นสิ่งที่อยู่ในเอื้อมมืออยู่ในวิสัยของเรา เพราะมีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อม มีพระศาสดา คือพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า มีกายมีใจ พร้อมที่จะปฏิบัติ พร้อมที่จะฟังพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ขึ้นอยู่ว่าจะมีศรัทธาความเชื่อหรือไม่ มีวิริยะความขยันหมั่นเพียรที่จะปฏิบัติหรือไม่เท่านั้นเอง…”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มกลับจากทำงานต่างประเทศ นำความรู้ปลูก ‘แคคตัส’ สร้างรายได้งาม #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609717

หนุ่มกลับจากทำงานต่างประเทศ นำความรู้ปลูก 'แคคตัส' สร้างรายได้งาม

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.31 น.

หนุ่มกลับจากทำงานต่างประเทศ พกความรู้ความชำนาญ และขอเมล็ดพันธุ์แคคตัส นำกลับมาปลูกในไทย กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แคคตัสหลากหลายสายพันธุ์แหล่งใหญ่ จำหน่ายในราคาถูก เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ

18 ต.ค.64 ที่สวนจรัญแคกตัส หมู่ที่ 2 บ้านเนินสะอาด ตำบลท่าหมื่นราม อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นาย จรัญ สีบุตรา อายุ 53 ปี เจ้าของสวนจรัญแคกตัส ที่มีเนื้อที่สวนประมาณ 4 ไร่ 2 งาน ในที่ราบลุ่มเขาน้ำปาด นาย จรัญ เล่าว่า ก่อนหน้านั้นมีอาชีพทำนา เป็นชาววังทองโดยกำเนิด สมัยเป็นหนุ่ม ๆ ได้มีโอกาสเดินทางไปทำงานด้านการเกษตรที่ประเทศอิสราเอล เป็นคนคอยดูแลแคกตัสของชาวสวนที่นั่น และเป็นที่รักของเจ้าของสวน เลยให้ความรู้เรื่องการเพาะพันธุ์ ขยายพันธุ์ เทคนิคการดูแลแคกตัสมา ประกอบกับตนเป็นคนชอบอยู่แล้ว จึงมาค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองอีก ก่อนกลับประเทศไทย ได้ขอเมล็ดพันธุ์กลับมาด้วยแต่ไม่มาก เพื่อนำมาเพาะพันธุ์ต่อในไทย และตั้งใจจะทำอาชีพนี้ เพราะไม่อยากกลับไปเป็นชาวนาอีก เนื่องจากการเพาะแคกตัสขายเราสามารถกำหนดราคาเองได้ และทำนาเราไม่อาจจะกำหนดราคาข้าวเองได้เลย

เมื่อเวลาผ่านไป 24 ปี นาย จรัญ ได้สืบสานอุดมการณ์ของตนเองอย่างเรียบง่าย ลงทุนต่ำ แต่ผลผลิตงดงามมาก ขณะนี้ได้มีการเพาะพันธุ์แคกตัสเพื่อจำหน่ายหลากหลายสายพันธุ์ ส่วนใหญ่ก็จะดูความต้องการของตลาด เช่น สายพันธุ์ถังทอง สายพันธุ์ตะกูลเมโส แคกตัสเชิงเทียน และสายพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมาย อีกทั้งยังผสมสายพันธุ์เอง เช่น พันธุ์มงกุฎ ขายในราคาต้นละแสนสอง ส่วนต้นแคกตัสที่ตนเคยขายในราคาสูงสุดมาแล้ว คือ พันธุ์สเตโนซีเรียส ขายได้ต้นละ 1 แสนบาท ปัจจุบันยังมีเหลืออีกมาก และมีต้นสูงกว่า 3.5 เมตร ตั้งราคาขายไว้ในราคา หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ซึ่งก็มีคนจะมาซื้อเหมือนกันในราคานี้ แต่ยังติดสถานการณ์โควิด-19 จึงต้องรอ ส่วนสายพันธุ์หายาก เช่น พันธุ์บลู ต้นสีฟ้า มีอยู่ที่นี่แห่งเดียวที่ได้เพาะพันธุ์แล้วมีคนสนใจมาชม และซื้อไปประดับบ้าน มีคนรักแคกตัสบางคนก็เดินทางมารับไปจำหน่ายต่อ เพราะที่สวนจรัญแคกตัสเป็นจุดเพาะพันธุ์ขนาดใหญ่ และ กระจายแคกตัส ทั้งต้นแคกตัส และเมล็ดแคกตัสสู่ตลาด ทั้งการจำหน่ายแบบตรง และออนไลน์ มีคนงานประจำ 10 คน ทุกคนเป็นคนในหมู่บ้าน ซึ่งถือว่าเป็นการส่งเสริมให้เกิดการมีงานทำในหมู่บ้าน รายได้ต่อวันอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นบาท ต่อวัน ปัจจุบันสามารถปลดหนี้ที่เกิดจากการเป็นชาวนาหมดแล้ว

ในขณะที่การเพาะพันธุ์ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการขยายพื้นที่สวนออกไปอีก10 ไร่ โดยจะทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของอำเภอวังทองแห่งใหม่ สามารถเดิน และนั่งเกวียนชมแคกตัสกันได้ในอีกประมาณ 1 ปี จะได้เห็นแน่นอน ท่านใดสนใจสามารถติดต่อเข้าชมสวนจรัญแคกตัสได้ฟรี ที่ โทร 089-5415916 หรือที่เพจ Face book สวนจรัญ แคคตัส โดยมีลูกทั้ง 2 คน ของ นาย จรัญ เป็นแอดมินคอยดูแลอยู่ อ่อ ที่ลืมไม่ได้ก็คือ การเข้าชมในสวนแคกตัส ต้องใส่แมส และวัดใข้ก่อนเข้าสวน. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วุ่นอีกแล้ว!พระสายป่าเมืองน้ำดำทยอยลาออก ระบุรับไม่ได้การปกครองที่ไม่เป็นธรรม #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609709

วุ่นอีกแล้ว!พระสายป่าเมืองน้ำดำทยอยลาออก ระบุรับไม่ได้การปกครองที่ไม่เป็นธรรม

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.18 น.

พระสงฆ์สายป่าเมืองน้ำดำทยอยยื่นใบลาออกจากตำแหน่งพระสังฆาธิการต่อสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์แล้ว ระบุรับไม่ได้ต่อระบบการปกครองที่ไม่เป็นธรรม ด้านพระเล็กเตรียมฉลองตราตั้งหลังเข้าพิธีมอบพระบัญชาฯขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) เสาร์ 23 ต.ค.นี้

ความคืบหน้ากรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการและถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) รวมอยู่ด้วยนั้น

วันนี้ (18 ต.ค.64) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รายงานถึงกระแสต่อต้านการถอดถอนเจ้าคุณบัวศรี ออกจากเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ว่า ล่าสุดเฟซบุ๊กของพระครูโสภณธรรมอุดม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์พุทธคุณ เจ้าคณะอำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ระบายถึงความรู้สึกต่อมติมหาเถรสมาคมและการแสดงเจตนาลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอห้วยเม็ก ในวันนี้ถึง 2 ข้อความโดยข้อความแรกมีดังนี้

“พรหมจรรย์ที่มืดมนและเศร้าหมอง” พระภิกษุ-สามเณรในประเทศไทย ณ เวลานี้คาดว่ามีไม่เกิน 3 แสนรูปเมื่อเทียบกับประชากรในประเทศน่าจะเกือบ 70 ล้านคน อัตราเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 0.42 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งประเทศ

@ ข้าพเจ้าตั้งคำถามว่าในเมื่อพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นอีกเสาหลักหนึ่งของชาติที่มีมาแต่โบราณกาล ล้มลุกคลุกคลานต่อสู้ฟันฝ่าแม้ในภาวะมีศึกสงครามพระสงฆ์ยังต้องเป็นที่พึ่งทั้งทางกายและทางใจ “แต่ในปัจจุบันทำไมพระสงฆ์ต้องถูกกระทำย้ำยีได้ถึงเพียงนี้” จริงอยู่ที่ว่าเมื่อสละทางโลกมาแล้วก็ควรสละในเรื่องโลกๆที่เป็นโลกียวิสัยให้หมดตามไปด้วย

การถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดทั้ง 3 รูปโดยไม่มีการไตร่สวนและชี้มูลความผิดให้ประจักษ์ต่อสาธารณชนและต่อตัวของผู้กระทำผิดนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและชอบธรรมแล้วหรือ? อย่างน้อยการให้สิทธิ์และรักษาสิทธิ์ของความเป็นมนุษย์ควรจะมีให้โดยเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือฆราวาส

@ ประการสำคัญพระภิกษุ-สามเณร ทั่วราชอาณาจักรก็มีแค่ยิบมือเดียวแล้วจะให้สงฆ์ปกครองสงฆ์ไม่ได้จริงหรือ? พระภิกษุสามเณรเป็นกลุ่มบุคคลที่ต้องเข้ามาปกครองดูแลทุกกรณีด้วยหรือ? สิ่งเหล่านี้เป็นคำถามมาโดยตลอดและก็ไม่มีคำตอบมาโดยตลอดเช่นกัน

@ น่าจะถึงเวลาที่พระสงฆ์เราจะต้องแสดงออกในความต้องการที่จะปกครองตนเองโดยหลักธรรมวินัยโดยใช้หลักธรรมาธิปไตย ไม่ใช่ใช้หลักประชาธิปไตยของคนหมู่มากในยุคของคนที่ไม่รู้จักความผิดชอบชั่วดีอย่างในทุกวันนี้

กรณีของพระเถระทั้ง 3 รูปที่ท่านได้ถูกละเมิดสิทธิ์นั้นไม่ใช่ว่าท่านยึดติดยึดมั่นในลาภสักการะยศฐาบรรดาศักดิ์หรือต่อให้ท่านจะยึดติดก็ย่อมเป็นสิทธิ์ของท่านมิใช่หรือ ถ้าเห็นว่าท่านไม่ควรที่จะได้สิทธิ์นั้นครอบครองต่อไปก็ควรที่จะแจ้งสาเหตุดั่งกล่าวให้ท่านทราบ ขั้นของความผิดในทางโลกไล่เรียงตั้งแต่ประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือลดหลั่นตามการกระทำความผิดแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับพระเถระทั้งสามรูปนั้น บอกตรงๆ(ว่ารับไม่ได้จริงๆ) #คณะสงฆ์ไทยต้องให้ฆราวาสเป็นผู้ปกครองจริงหรือ

ส่วนข้อความที่สอง “เจตนาที่ขอลาออก” กระผม/อาตมา พระครูโสภณธรรมอุดมในส่วนตัวไม่รู้จักกับท่านพระครูสุทธิญาณโสภณ หรือท่านพระอาจารย์เล็ก ว่าที่เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ)เลย ฉะนั้น จึงไม่มีข้อครหาใดๆ ซึ่งกันและกันเพียงแต่รู้สึกว่า 30 ปีที่อยู่ในแวดวงพระสังฆาธิการนั้น การปกครองการบริหารจัดการคณะสงฆ์ไม่เป็นไปตามกฎหมาย บทบัญญัติ กฎมหาเถรสมาคม บทลงโทษที่นำมาใช้กับผู้ใต้บังคับบัญชากับใช้อำนาจโดยถ่ายเดียวไม่ได้ใช้ตามข้อกำหนดกฎเกณฑ์ที่วางไว้เลย

ดังนั้น ผม/อาตมา พระครูโสภณธรรมอุดม เจ้าคณะอำเภอห้วย(ธ) จ.กาฬสินธุ์ จึงขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอห้วยเม็ก(ธ) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป กรรมใดที่ผม/อาตมา ได้ล่วงเกินท่าทั้งหลายด้วย กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ด้วยความรู้ก็ดี ด้วยความไม่รู้ก็ดี ด้วยความมีสติก็ดี ด้วยความไม่มีสติก็ดี

ขอท่านทั้งจงงดซึ่งกรรมนั้น เฉกเช่นเดียวกัน ผม/อาตมา ก็ขออโหสิกรรมแก่ทุกๆท่านเช่นกัน #คุณธรรมสร้างชาติศาสนาสร้างใจประเทศไทยถึงจะไปรอด

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดโพธิ์พุทธคุณ และได้พบกับพระครูโสภณธรรมอุดม เจ้าคณะอำเภอห้วยเม็ก ซึ่งได้กล่าวระบายความในใจว่าหลังจากมหาเถรสมาคมได้ตั้งแต่ เจ้าคณะอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย มาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) องค์ใหม่ขึ้นมาแทนองค์เก่าที่ไม่ได้ชี้แจงความผิดในข้อหา ในฐานะที่เป็นพระสังฆาธิการด้วยนั้น ทำให้รู้สึกไม่มีความสบายใจในการปกครองพระภิกษุสงฆ์ กล่าวคือต่อไปในภายภาคหน้า มีการปลดพระสังฆาธิการโดยอำเภอใจแล้วไม่มีเหตุผลการอธิบายถึงสาเหตุการปลดทำให้พระสังฆาธิการหรือพระสงฆ์ที่ประกอบด้วยคุณงามความดีมีปฏิปทาที่น่าเลื่อมใส รู้สึกทำให้ท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วมีการปลดกลางอากาศ อาจจะทำให้ท่านเสียกำลังใจในการประพฤติปฏิบัติในเส้นทางการปกครองคณะสงฆ์ได้เพราะเหตุในข้างต้น

“ทำให้อาตมารู้สึกไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานคณะสงฆ์ที่มีเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์องค์ใหม่ อาตมาได้ยื่นเรื่องขอลาออกจากเจ้าคณะพระสังฆาธิการไว้แล้วที่สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ)” พระครูโสภณธรรมอุดม กล่าว

มีรายงานว่าขณะนี้พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะอำเภอและตำบล ได้เขียนจดหมายลาออกจากสังฆาธิการและยังมีเจ้าคณะอำเภอสมเด็จ (ธ) ได้ยื่นใบลาออกต่อสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์แล้ว

ส่วนความเคลื่อนไหวของพระครูสุทธิญาณโสภณ หรือท่านพระอาจารย์เล็ก ว่าที่เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) ปรากฏจากโซเชียล มีการทำแบนเนอร์ การฉลองตั้งพระครูเล็กเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ซึ่งจะมีพิธีมอบพระบัญชาฯ ให้พระครูสุทธิญาณโสภณ (เล็ก สุทธิญาโณ) เจ้าคณะอำเภอสังคม (ธ) และเจ้าอาวาสวัดป่านาขาม ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ในวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 13.00 น. ณ อาคาร 100 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวฮึดสู้ใช้เงินลงทุนก้อนสุดท้าย 3 พันบาท เปิดร้าน ‘ข้าวห่อ 10 บาท’ ลูกค้าเพียบ #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609708

สาวฮึดสู้ใช้เงินลงทุนก้อนสุดท้าย 3 พันบาท เปิดร้าน 'ข้าวห่อ 10 บาท' ลูกค้าเพียบ

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.16 น.

แม่เลี้ยงเดี่ยวคนขยันอยากมีกิจการของตัวเอง ใช้เงินลงทุนก้อนสุดท้าย 3,000 บาท เปิดขายข้าวห่อ 10 บาท อยากให้คนได้กินของอร่อยหลากหลายเมนูในราคาประหยัด ในสโลแกน ลูกค้าอยู่รอด แม่ค้าอยู่ได้ เปิดได้ 2 เดือน ลูกค้าขาประจำเพียบ

18 ต.ค.64 ที่ถนนพระองค์ดำ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ย่านอาหารการกินหลากหลายของคนเมืองพิษณุโลก ในทุก ๆ เช้าและทุกเย็น จะมีแม่ค้าจำนวนมากตั้งร้านสตรีทฟู้ดขายอาหารหลากหลาย ในภาคเช้า มีหลายสิบร้านค้าเปิดบริการริมถนนตั้งแต่ 06.00-09.00 น. มีอยู่ร้านหนึ่งที่เปิดใหม่และดูสะดุดตา ร้านข้าวห่อ 10 บาท บริเวณหน้าศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติภาค 9 พิษณุโลก และจะมีลูกค้าทั้งขาประจำและขาจร แวะเวียนมาอุดหนุนไม่ขาดสาย ด้วยสนนราคาที่ถูก และเมนูกับข้าวหลากหลายร่วม 20 กว่าอย่างในแต่ละวัน

ร้านข้าวห่อ 10 บาท เพิ่งเปิดขายมาได้ 2 เดือน ดำเนินงานโดย นางสาวเดือนเพ็ญ  เอี่ยมสาย อายุ 30ปี ชาว ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก แต่ละวันในทุกเช้า06.00-09.00 น. จะมาตั้งร้านขายด้วยเมนูกับข้าวสารพัดเฉลี่ยวันละ 26-27 อย่าง อาทิ ผัดกระเพาะไก่ ผัดกระเผาหมู ผัดฟักทอง ผัดหน่อหมาย น้ำพริก กะปิ ชะอม ไข่ดาว ไข่เจียว ข้าวต้มปลา น้ำส้ม ส่วนใหญ่ขายห่อละ 10 บาทเท่านั้น มีบางเมนูที่ลูกค้าสั่งเป็นกับข้าวใส่ถุงขายถุงละ 10-20 บาท แล้วแต่ลูกค้าต้องการ และทุกเช้าจะมีลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานมาอุดหนุนอย่างไม่ขาดสาย

นางสาวเดือนเพ็ญ  เอี่ยมสาย เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว มีลูกสองคน จบการศึกษาช่างอิเล็กทรอนิกส์โทรคมนาค ปวส. มวิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก เคยทำงานที่โรงแรมท็อปแลนด์มาร่วม 5 ปี ทั้งเป็นเด็กเสริฟ บาร์เท็นเดอร์ กระทั่งลูกคนแรกออกจากงานมาช่วยน้องสาวขายผัดใหญ่โตริมถนนพระองค์ดำในช่วงเย็น และด้วยฝันอยากมีกิจการของตนเอง ใช้เงินทุนก้อนสุดท้าย3,000 บาท  ซื้อุปกรณ์ทำครัว วัตถุดิบ มาเปิดขายร้านข้าวห่อ 10 บาท เมื่อสองเดือนก่อน วันแรกทำกับข้าวมาขาย 7 อย่าง สัปดาห์ที่สองค่อย ๆ เพิ่มกับข้าวมาเป็นวันละ 15 อย่าง เริ่มมีกำไรบ้าง ใช้เงินกำไรค่อย ๆ ทยอยซื้อของเข้าร้าน กระทั่งทุกวันนี้ ทำกับข้าวมาขายวันละ 27 อย่าง ที่สำคัญคือ เดือนเพ็ญทำคนเดียว ตั้งแต่ซื้อวัตถุดิบ ปรุงอาหาร ตั้งร้าน เก็บร้าน ล้างอุปกรณ์

นางสาวเดือนเพ็ญกล่าวว่า อยากมีกิจการของตนเอง และอยากเปิดร้านที่พออยู่ได้ ยิ่งเศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ค้อยดีเท่าไหร่ เราก็อยากแบ่งเป็นส่วนที่ตัวเองมีให้คนอื่นบ้าง ตามสโลแกนของตน ลูกค้าอยู่ได้ แม่ค้าอยู่รอด  จะมีคนบางกลุ่มที่ต้องประหยัดเงินเพื่อครอบครัว บางคนได้ค่าแรงวันละ 300 บาท กินกับข้าวร้านตน 2-3 มื้อ ต่อวัน หรือจ่ายเงิน 30 บาท จะมีเงินเหลือเก็บ 270 บาทให้ครอบครัว  บางคนเหลือเงินติดบัญชีไม่กี่สิบบาท ก็มาสแกนจ่ายข้าวตนได้ 10 บาท กับข้าวร้านตนรสชาติก็พอทานได้ ผลตอบรับที่ตนภูมิใจมากที่สุดคือ  ลูกค้าจะชมว่า อร่อย ร้านสะอาด น่าทาน แม่ค้าพูดดี เพราะตนง้อลูกค้า อยากให้เขากลับมาซื้อตน แต่ละวันมีกำไรเหลือบ้าง ไม่มีขาดทุน และใครไม่มีก็มาทานได้ฟรี ในทุกวันตนก็จะมีลูกค้าขาประจำที่ตนให้ทานฟรี เขาเป็น รปภ. และหลายครอบครัวที่เดือดร้อนตนก็ติดต่อให้มารับกับข้าวของตนไปกินฟรีได้ทุกวัน

สำหรับลูกค้าสนใจอุดหนุนข้าวห่อ 10 บาท ไปได้ทุกเช้าวันจันทร์-เสาร์  06.00-09.00 น. หยุดวันอาทิตย์ ร้านค้าตั้งริมถนนพระองค์ดำ ใกล้ ๆ ศูนย์บริจาคโลหิตภาค 9 พิษณุโลก อ.เมือง จ. พิษณุโลก  หรือ โทรศัพท์ 082-3953569  080-8482829.

-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คณะท่องเที่ยวฯ DPU กับมุมมองของ ‘ผู้ให้’ และ ‘ผู้ใช้’ บริการฟู้ดเดลิเวอรี่ #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609686

คณะท่องเที่ยวฯ DPU กับมุมมองของ 'ผู้ให้' และ 'ผู้ใช้' บริการฟู้ดเดลิเวอรี่

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.13 น.

เพราะอาหารคือพื้นฐานความต้องการของมนุษย์ ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจบริการที่กำลังได้รับความสนใจและเป็นธุรกิจที่อยู่คู่กับสังคมไทยมานาน นับรวมไปถึงวัฒนธรรมการรับประทานอาหารนอกบ้านที่ร้านอาหาร จนกลายเป็นธุรกิจบริการหนึ่งที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย และถือเป็นภาพลักษณ์ด้านวัฒนธรรมที่โดดเด่นในระดับนานาชาติ

ธุรกิจอาหารฟู้ดเดลิเวอรี (Food Delivery) หรือบริการสั่งซื้ออาหารออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน คือธุรกิจอาหารที่กำลังอยู่ในความนิยมของคนเมืองโดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมา หลายๆ คนพยายามรักษาระยะห่างและป้องกันตัวเองจากการอยู่ในที่ชุมชน โดยเฉพาะช่วงล็อคดาวน์ที่บริการฟู้ดเดลิเวอรีถูกเลือกให้เป็นทางออกสำคัญทางหนึ่งของธุรกิจร้านอาหาร จากสาเหตุการจำกัดบริการนั่งทานที่ร้าน ทำให้บริการฟู้ดเดลิเวอรีได้รับการตอบรับมากยิ่งขึ้นจนทำให้ภาครัฐมุ่งความสนใจไปที่ประเด็นเรื่องส่วนแบ่งการขาย หรือเรียกกันทั่วไปว่า GP หมายถึงค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บเฉลี่ยประมาณร้อยละ 30  จากยอดการขายของร้านอาหาร ถือเป็นประเด็นที่กล่าวถึงกันในระยะหนึ่ง และเป็นคำถามที่ควรมีคำตอบ!  

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธารีทิพย์ ทากิ อาจารย์ประจำสาขาการโรงแรมและธุรกิจอาหาร คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ปัจจุบันเป็นอาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา การจัดการธุรกิจร้านอาหาร เคยจัดเสวนากลุ่มย่อยกับตัวแทนผู้ประกอบการร้านอาหารและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อศึกษาถึงผลกระทบและเรียนรู้แนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการร้านอาหารในสถานการณ์โควิด-19 ล่าสุดได้สำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคและไรเดอร์ขนส่งอาหาร อีก 2 องค์ประกอบสำคัญของวงจรธุรกิจ ว่ารู้สึกอย่างไรต่อบริการฟู้ดเดลิเวอรีในช่วงล็อคดาวน์ที่ผ่านมา เป็นการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและต้องการให้เห็นถึงผลสะท้อนทางธุรกิจให้ครอบคลุมมากที่สุด

จากผลการสำรวจความคิดเห็นด้านการบริการฟู้ดเดลิเวอรีของผู้บริโภค จำนวน 335 คน และ ไรเดอร์ จากค่าย แกร็บ ไลน์แมน ฟู้ดแพนด้า โรบินฮู้ด และลาล่ามูฟ จำนวน 221 คน (รวมทั้งสิ้น 556 คน) ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระหว่างวันที่ 3 – 6 ตุลาคม 2564 พบว่า …

ประโยชน์ของบริการฟู้ดเดลิเวอรี

77.9% ของไรเดอร์มองว่าบริการดังกล่าวเป็นช่องทางในการหารายได้เสริมให้กับคนไทย ขณะที่ 56.3% ของไรเดอร์เห็นว่า บริการนี้ช่วยเพิ่มช่องทางในการขายและการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร

85.1% ของผู้ใช้บริการมองว่าบริการดังกล่าวช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค โดย 73.4% ระบุว่า บริการฟู้ดเดลิเวอรีช่วยทำให้ไม่ต้องออกนอกบ้าน สามารถลดความเสี่ยงในการเจอผู้คนจำนวนมาก

แนวทางการควบคุมส่วนแบ่งการขาย (GP)

62.9% ของไรเดอร์และ 69.9% ผู้ใช้บริการ แสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายภาครัฐเรื่องการควบคุมปรับลดส่วนแบ่งการขาย (GP) เพื่อช่วยเหลือร้านอาหาร โดย …

ไรเดอร์ 64.9% กังวลว่า การปรับลดค่า GP จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าตอบแทนขนส่งอาหาร และ 41.4% มองว่าผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารอาจหาช่องทางอื่นในการสร้างรายได้แทนการขายผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรี

ผู้บริโภค  49.9% เกรงว่าหากมีการปรับลดค่า GP จะส่งผลกระทบต่อราคาค่าบริการที่ผู้บริโภคต้องจ่ายเพิ่มขึ้น โดยผู้บริโภค 45.9% เห็นว่า อัตราค่า GP ในปัจจุบัน (สูงสุดไม่เกิน 30%) เหมาะสมอยู่แล้ว และส่งผลดีในระยะยาวต่อทุกฝ่ายในวงจรธุรกิจ และผู้บริโภค 31% มองว่าแนวคิดการควบคุมปรับลดค่า GP ของภาครัฐไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด

การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงค่าบริการจากการควบคุมส่วนแบ่งการขาย (GP)

59% ของไรเดอร์ระบุว่า หากค่าตอบแทนเกิดการเปลี่ยนแปลงจากการควบคุมปรับลดส่วนแบ่งการขาย (GP) ไรเดอร์จะรวมตัวกันประท้วง เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนการพิจารณา โดยไรเดอร์ 28.4% จะเรียกร้องให้แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีต้องแบกรับต้นทุนต่อไป และ/หรือ ผลักภาระไปให้ผู้บริโภค ขณะที่ไรเดอร์ 27% เลือกที่อยู่เฉยๆ และยอมรับสภาพหากมีการปรับลดค่าตอบแทน

46% ของผู้บริโภคระบุว่าจะเลิกใช้บริการฟู้ดเดลิเวอรีหากมีการปรับขึ้นของราคาค่าบริการขนส่ง และมีเพียง 14% เท่านั้นที่ยินยอมจ่ายค่าบริการขนส่งเพิ่มขึ้น

ความคาดหวังด้านการช่วยเหลือและสนับสนุนจากภาครัฐ

กว่า 73% ของผู้ตอบแบบสอบถาม (ทั้งไรเดอร์และผู้ใช้บริการ) ให้ความสำคัญกับการจัดหาวัคซีนเป็นอันดับแรก

56.2% ระบุว่ารัฐบาลควรมีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารในระยะยาว ขณะที่ 55% ไม่ต้องการให้เกิดการล็อคดาวน์อีก และ 46.2% เสนอให้ธนาคาร/สถาบันการเงินช่วยเรื่องการประนอมหนี้ หรือจัดโปรแกรมเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ

จากการรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคและไรเดอร์ สององค์ประกอบของวงจรธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรีในครั้งนี้ และผลการสนทนากลุ่มย่อยกับผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารครั้งที่ผ่านมา พบว่า การประกาศล็อคดาวน์หรือขอความร่วมมือไม่ให้บุคคลออกนอกเคหะสถาน เป็นหนึ่งปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการร้านอาหาร และเป็นตัวแปรที่จำกัดความคล่องตัวในการสร้างรายได้ของธุรกิจที่เกิดจากการสั่งซื้อของผู้บริโภค รวมทั้งส่งผลต่อรายได้และความเป็นอยู่ของไรเดอร์ สรุปได้ว่า บริการฟู้ดเดลิเวอรีเป็นเสมือนหนึ่งช่องทางการขายของธุรกิจร้านอาหาร ที่สามารถตอบโจทย์การเอาตัวรอดของธุรกิจในยามวิกฤติโควิด-19 และการปรับตัวของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยทำให้ธุรกิจร้านอาหารดำเนินได้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง และส่วนแบ่งการขาย (GP) ที่หลายๆ คนมองว่าเป็นประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ กลับไม่ใช่ตัวแปรที่ธุรกิจ ผู้บริโภค และไรเดอร์ให้ความสำคัญ และมองว่าไม่แตกต่างจากการลงทุนเพื่อเปิดหน้าร้าน หรือค่าเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า ซึ่งต้องเสียค่าเช่าบวกกับค่าส่วนแบ่งการขาย (GP) ให้กับห้างฯ ตามจำนวนอาหารหรือสินค้าที่ขายได้เช่นเดียวกัน

ธุรกิจร้านอาหารสามารถสร้างสภาพคล่องของรายได้ได้ฉันท์ใด ไรเดอร์และผู้บริโภคย่อมมีความพึงพอใจจากการให้และรับบริการฉันท์นั้น ปัจจุบัน วิชาการจัดการธุรกิจร้านอาหาร เป็นหนึ่งในรายวิชาของคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ที่เน้นให้ผู้เรียนมีความรู้ด้านการบริหารจัดการ วิเคราะห์รายได้และต้นทุน รวมถึงการศึกษานอกสถานที่ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดมุมมองของธุรกิจร้านอาหารที่แท้จริง และตระหนักถึงความยืดหยุ่นจากการปรับตัวของธุรกิจในสถานการณ์ต่างๆ ผู้สนใจศึกษาต่อด้านการจัดการธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ท่องเที่ยว และอีเวนต์ สามารถสอบถามการรับสมัครได้ที่ คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-16.30น. โทร. 029547300 ต่อ 118, 113.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เมี่ยงคำดอกบัวหลวง’ ฝีมือจิตอาสาหารายได้เข้า ‘วัดวังหิน’ บูรณะศาสนสถาน #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609646

'เมี่ยงคำดอกบัวหลวง' ฝีมือจิตอาสาหารายได้เข้า 'วัดวังหิน' บูรณะศาสนสถาน

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.37 น.

กลุ่มจิตอาสา ร่วมเปิดห้องขนมอิ่มบุญวัดวังหิน โชว์เมนูเมี่ยงคำดอกบัวหลวง แกล้มดอกไม้พื้นถิ่น กินได้ปลอดสารเคมี โพสขายออนไลน์ หารายได้ถวายวัดวังหิน บูรณะศาสนสถาน จัดตั้งโรงทานทุกวันอาทิตย์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยุคเกิดการระบาดของโควิด-19

18 ต.ค.64 ที่วัดวังหิน ม.1 ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก กลุ่มจิตอาสาห้องขนมอิ่มบุญวัดวังหิน กำลังง่วนอยู่กับการทำเมนูอาหารว่าง อย่างเมนูเมี่ยงดอกบัว เสริมทัพด้วยดอกไม้พื้นบ้าน ส่งลูกค้าตามออเดอร์ที่เปิดรับทางโลกออนไลน์ เพื่อนำรายได้ถวายวัด เพื่อพัฒนาปรับปรุงบูรณะวัดและจัดตั้งโรงทานทุกๆ วันอาทิตย์

นางแอน แสงจันทร์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/1 ถ.ศรีถมอรัตน์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้เล่าถึงที่มาที่ไปของห้องขนมอิ่มบุญวัดวังหิน ว่าเกิดขึ้นจากลูกชายตนเคยบวชอยู่วัดแห่งนี้ ก็มาทำบุญเรื่อยมาศรัทธาวัดนี้ เพราะจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยเหลือประชาชนเรื่อยมา จึงมารวมกลุ่มตั้งชื่อว่า “ห้องอิ่มบุญวัดวังหิน” ก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนทำเมนูอาหาร ขนม ของทานเล่นต่างๆ ที่ปัจจุบันหาทานยาก ซึ่งคนในกลุ่มก็จะปรึกษาหารือกันเรื่องเมนูว่าแต่ละสัปดาห์จะทำเมนูอะไร เมื่อก่อนเกิดการระบาดของโควิด ก็จะเปิดห้องขนมอิ่มบุญ ที่วัดแห่งนี้ ประชาชนทั่วไปก็จะแวะมาอุดหนุน จนกระทั่งเกิดการระบาดของโควิด ทำให้คนเข้าวัดน้อยลงไปถนัดตา ห้องขนมอิ่มบุญก็จำหน่ายไม่ค่อยได้เพราะคนไม่อยากออกจากบ้านกัน ตนจึงมานั่งหาวิธีกันว่าจะทำอย่างไรให้เรายังพอหารายได้มาช่วยวัดได้ถึงแม้ คนจะเข้าวัดน้อยลง จึงลองโพสขายทางสื่อโซเชียล โดยประเปลี่ยนเมนูไปทุกๆ สัปดาห์ ทั้งเมี่ยงคำบัวหลวง ข้าวแช่ชาววัง แตงโมปลาแห้ง ข้าวยำปักษ์ใต้ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ยอดจำหน่ายกลับมาเพิ่มขึ้นกว่าเดิมแม้คนเขาวัดจะน้อยลง โดยเฉพาะเมนู เมี่ยงคำดอกบัวหลวง ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆ จนต้องเพิ่มจำนวนการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า เพราะเมี่ยงคำดอกบัวหลวงของเราเป็นสูตรชาววัง น้ำเมี่ยงของเราจะเข้มข้นเป็นพิเศษ นำมาประยุกต์ให้แตกต่าง ด้วยการเสริม ดอกไม้พื้นถิ่น เช่น ดอกเฟื่องฟ้า ดอกเข็ม ดอกอัญชัน เกสรดอกบัว เข้าไปด้วย ซึ่งทานได้ปลอดสารเคมี 100%

นางแอน แสงจันทร์ บอกต่ออีกว่า กลุ่มจิตอาสาที่มาร่วมส่วนใหญ่จะมีงานประจำทำกัน และเป็นกลุ่มผู้ที่ศรัทธาในวัดแห่งนี้ โดยทุกๆ วันศุกร์จะเปิดรับออเดอร์ และวันเสาร์กลุ่มจิตอาสาที่ตรงกับวันหยุด ก็จะมารวมกลุ่มกันเตรียมวัตถุดิบ อย่างเมี่ยงคำดอกบัวหลวง ก็จะไปหาเก็บดอกบัวหลวงจากแหล่งน้ำทางธรรมชาติรอบๆ วัด มะนาว มะพร้าว ถั่ว สมาชิกในกลุ่มก็นำมาร่วมบุญ แต่อะไรที่หาเองไม่ได้ก็จะซื้อ โดยจำหน่ายชุดละ 99 บาท ปริมาณเยอะ สามารถทานได้ถึง 3 คน และวันอาทิตย์ก็จะจัดส่งตามออเดอร์ลูกค้าที่สั่งมา รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วจะถวายให้กับวัดวังหิน เพื่อจัดตั้งโรงทานทุกวันอาทิตย์ช่วยเหลือประชาชน และใช่ปรับปรุงบูรณะวัดวังหินต่อไป. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Elephant in the Room ช้างในห้อง ปัญหาใหญ่ที่ทำเป็นมองไม่เห็น หรือไม่มองตามความเป็นจริง #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609638

Elephant in the Room ช้างในห้อง ปัญหาใหญ่ที่ทำเป็นมองไม่เห็น หรือไม่มองตามความเป็นจริง

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.25 น.

Elephant in the Room ช้างในห้อง ปัญหาใหญ่ที่ทำเป็นมองไม่เห็น หรือไม่มองตามความเป็นจริง

Elephant in the Room หรือ ช้างในห้อง ซึ่งเป็นสำนวนภาษาฝรั่งที่ไม่ได้มีความหมายถึงช้างโดยตรง แต่เป็นการเปรียบเทียบ คำถามหรือ อุปมาอุปมัย ประเด็นขัดแย้ง หมายถึง เรื่องจริงหรือปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้น แบบที่เห็นช้างอยู่ต่อหน้าต่อตา แต่คนในห้องกลับปล่อยละเลยโดยเจตนา ตั้งใจทำเป็นมองไม่เห็น

ซึ่งเรื่องนี้กำลังเป็นที่โด่งดัง และ มีการแสดงกันอย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ โดยภาพถ่าย ชื่อ “Elephant in the Room” โดย Adam Oswell จากประเทศออสเตรเลีย ได้รับรางวัลชนะเลิศในสาขา photojournalism ที่เน้นเรื่องการค้าที่ผิดกฎหมาย การทรมาน และจริยธรรม  สัตว์ป่า จากงานประกวดภาพ Wildlife Photographer of the Year Awards 2021 จัดโดย Natural Historical Museum London สหราชอาณาจักร จาก facebookของ คุณ Chawatat Thanoosing (https://www.facebook.com/chawatat.thanoosing/posts/10158517886790547) ซึ่งเป็นคนไทยที่ทำงานอยู่ที่ Natural Historical Museum London จากวิดีโอคลิป (https://www.youtube.com/watch?v=I0R32kCD5Tw  นาทีที่ 1.09.00 – 1.10.30) พิธีกรในงานนี้บอกว่า จากความคิดของภาพนี้ ช้างเป็นสัตว์ป่าควรอยู่ในป่า เป็นวิศวกรของป่าที่จะช่วยจัดการเรื่องนิเวศวิทยา ช้างเป็นสัตว์ฉลาด มีความจำเป็นเลิศ มีอายุยืน ไม่ควรนำมาใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้องด้วยการแสดงเหมือนสวนสัตว์ ไม่ควรออกมาอยู่ในที่เลี้ยงแคบๆแบบนี้ และ ภาพนี้เป็นภาพที่ทรงพลังบอกคนทั้งโลก

เรื่องช้างเล่นน้ำเคยถูกโจมตีจากกลุ่มพิทักษ์สัตว์มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2561 โดยครั้งนั้นทางองค์การสวนสัตว์ก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วครั้งหนึ่ง

ซึ่งข่าวที่ออกมาปัจจุบันนี้ทำให้องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกมาชี้แจงทันทีผ่าน Facebook (https://www.facebook.com/104972163017932/posts/1924707184377745/?d=n) ถึงบทบาทและหน้าที่ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย โดยเฉพาะงานต่างๆที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้าง เช่น การจัดตั้งคชอาณาจักรที่จังหวัดสุรินทร์เพื่อแก้ปัญหาช้างเร่ร่อนในเมืองใหญ่ งานวิจัยเกี่ยวกับช้าง ทั้งโภชนาการ และ ระบบสืบพันธุ์ การดูแลสุขภาพโดยสัตวแพทย์ และ การเล่นน้ำในสระว่ายน้ำที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวตามที่เป็นภาพ ซึ่งถือเป็นการฝึกในเชิงบวก (positive reinforcement) คือ การให้รางวัลเมื่อแสดงพฤติกรรมได้ถูกต้อง เลือกลงน้ำได้เอง ไม่มีใครบังคับ นี่คือการให้ทางเลือกกับสัตว์ และเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมของสัตว์ (enrichment) เพื่อให้สัตว์แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งช้างกับน้ำเป็นของคู่กัน ช้างชอบเล่นน้ำมาก และ เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกตามพฤติกรรมตามธรรมชาติ ของหลักสวัสดิภาพสัตว์ตามหลักมาตรฐานสากล 5 Domains ที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก

ย้อนกลับมาถึงชื่อหัวข้อภาพ คือ Elephant in The Room คือ มีปัญหาอยู่ตรงหน้า ซึ่งเจ้าของภาพ คณะกรรมการ และ พิธีกร คงหมายถึงการนำช้างซึ่งเป็นสัตว์ป่า มาฝึกเพื่อการแสดงแบบละครสัตว์ หรือ อยู่สวนสัตว์ หรือ ในปางช้างเพื่อการท่องเที่ยวแบบของประเทศไทย แล้วคนไทยหรือผู้ที่เกี่ยวข้องอาจจะมองไม่เห็น หรือ ทำเป็นมองไม่เห็น ไม่ใส่ใจ ไม่แก้ปัญหา (ตามที่เขาคิดว่าเป็นปัญหา)

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดกันมานาน และ พยายามที่จะมีการปรับความเข้าใจโดยให้ความรู้ออกไปให้มากที่สุด ว่าช้างถึงแม้ว่าจะเป็นชนิดเดียวกัน แต่ก็แยกและมีกฎหมายควบคุมดูแลเฉพาะ โดยแยกเป็นช้างบ้านซึ่งมีการจับมาใช้งานเป็นพันปีแล้วและยังคงอยู่จนปัจจุบัน (พ.ร.บ.สัตว์พาหนะ พ.ศ. 2482) และ ช้างป่า (พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2462)

หลายคนอาจจะมองว่าช้างเป็นสัตว์ป่าควรจะอยู่ในป่าเท่านั้น ไม่ควรมีช้างบ้าน นั่นหมายความว่าจะต้องมีการนำช้างบ้านที่มีอยู่ประมาณ 4,000 เชือก ปล่อยคืนสู่ป่า ซึ่งหมายความว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างและคนก็จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เนื่องจากพื้นที่ป่าไม่เพียงพอ โดยปัจจุบันช้างป่ามีอยู่ประมาณ 3,000-3,500 ตัว และ มีประชากรคงที่ถึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในป่าด้านตะวันออก ที่เกิดปัญหาความขัดแย้งรายวัน และ เป็นสิ่งที่ชาวบ้านไม่ยอมรับ การนำช้างคืนสู่ธรรมชาติเป็นสิ่งที่มีการทำมานานมากกว่า 20 ปี โดยมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ และ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช แต่ปัจจุบันได้มีนโยบายไม่นำช้างคืนสู่ธรรมชาติแล้ว แต่เป็นการดูแลช้างที่ปล่อยไปให้มีความเป็นอยู่ที่ดี

ในส่วนของช้างบ้านมีกฎหมายออกมาเพื่อดูแลช้างบ้านที่มีอยู่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีที่สุด เช่น ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง การจัดสวัสดิภาพช้างในปางช้าง พ.ศ. 2563 และ ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดมาตรฐานสินค้าการเกษตร: การปฏิบัติที่ดีสำหรับปางช้าง และ ยังจะมี พ.ร.บ.ช้าง ออกมาอีกในอนาคต

ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่พยายามปรับปรุงแก้ไขกันอยู่ เพียงแต่ข้อมูลเหล่านี้อาจจะไม่ถึงต่างประเทศ หรือ อาจจะถึงแต่ไม่เปิดใจรับฟัง เพราะตั้งธงไว้แล้วว่า ช้าง คือ สัตว์ป่าต้องอยู่ในป่าเท่านั้น อยู่กับคนไม่ได้

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องของช้างบ้าน เช่น การหย่านมเพื่อฝึก การใช้ขอและโซ่ในการควบคุมบังคับ การขี่ช้าง เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีงานศึกษา วิจัยและคำอธิบายมารองรับแล้ว แต่อาจจะยังไม่ได้มีการเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณชนมากเท่าที่ควร

ผมไม่สามารถบอกได้ว่าควาญที่ดูแลช้าง และสถานที่ที่ดูแลช้างบ้านจะดีเสมอไป บางครั้งก็มีการกระทำเกินกว่าเหตุและดูโหดร้ายเช่นเดียวกัน ทำให้คนในสังคมไทยที่ยังคุ้นชินกับการเลี้ยงดูช้างแบบไทยๆ ยังมองว่าโหดร้าย จะนับอะไรกับฝรั่งรักสัตว์ที่เข้ามาในไทยแล้วเห็นภาพการดูแลช้างที่ไม่คุ้นชิน และ มองว่าเป็นการทรมานสัตว์ ดังนั้นการจัดสวัสดิภาพสัตว์ และ การปฏิบัติที่ดีสำหรับสถานที่เลี้ยงช้างให้เหมาะสมกับบริบทของไทย เป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งเราก็มีกฎหมายออกมารองรับแล้ว ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น

ดังนั้นผมอยากให้ทุกคนเปิดความคิดให้กว้าง รับฟังความคิดเห็น และ เรียนรู้ตามความเป็นจริง ไม่ไปตามกระแส โดยเฉพาะการมีงานศึกษา วิจัย ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ มารองรับจะเป็นการยืนยันได้ดี

ฟังฝรั่งมากเกินไป จะสิ้นความเป็นไทยไปได้นะครับ

รศ.น.สพ.ดร.ฉัตรโชติ ทิตาราม ศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมืองคอนรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้งถวายวัดโดนพิษโควิดพระบิณฑบาตไม่ได้’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609632

เมืองคอนรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้งถวายวัดโดนพิษโควิดพระบิณฑบาตไม่ได้'

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.03 น.

ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช เมืองคอนเปิดรับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้งนำถวายวัด-หลังโควิดพ่นพิษพระสงฆ์ออกบิณฑบาตไม่ได้พระภิกษุ,สามเณรและลูกศิษย์วัดต้องหุงหาอาหารภถวายพระฉันกันเองเริ่มวัดแรกวัดโพธาราม (วัดควนเคร็ง) ต.เคร็ง อ.ชะอวด

วันที่ 18 ต.ค.64 ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือวัดต่าง ๆ ในชนบทเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พระภิกษุสามเณรไม่สามารถออกบิณฑบาตได้ตามปกติ และการจัดกิจกรรมทางศาสนกิจต่างก็ทำได้อยากลำบาก ต้องอยู่ในมาตรการควบคุมป้องกันไวรัสโควิดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดอย่างรุนแรง มีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละ 500 คนขึ้นไป และมีผู้เสียชีวิตสะสมวันละ 6-10 รายต่อเนื่องมาเป็นระเวลาหลายสัปดาห์ จน สบค.ได้ประกาศจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดควบคุมสูงสุดเข้มงวด (สีแดงเข้ม)

ล่าสุดสถานการร์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด – 19 ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2564 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 602 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 24,204 ราย รักษาหายแล้วสะสม 16,724 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 155 ราย โดยยอดเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เพศชาย 63 ปี อ.เมือง โรคประจำตัว ไขมันในเลือดสูง/ความดันโลหิตสูง

ขณะที่ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช เปิดรับบริจาคข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม เพื่อนำถวายให้กับพระภิกษุตามวัดต่าง ๆ โดยล่าสุดวัดโพธาราม (วัดควนเคร็ง) ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นวัดเล็ก ๆ ในชนบทห่างไกล ชาวบ้านในพื้นที่ได้เรี่ยไรนำปัจจัยมาช่วยเหลือพระและวัดได้ตามสมควร โดยมี “ผู้ใหญ่ไข่” อดีตผู้ใหญ่บ้านได้ประสานงานมาศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช เพื่อขอรับการสนับสนุนข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม เพื่อนำไปถวายให้พระภิกษุที่จำพรรษา ณ วัดโพธาราม หรือ วัดควนเคร็ง โดยกำหนดรวบรวมข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่มไปถวายวัดโพธาราม พรุ่งนี้ (19 ต.ค.) คณะออกจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช เวลา 10.00 น.ไปสมทบกับคณะวัดเขาพระทอง ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช คาดว่าจะเดินทางถึงวัดโพธราราม หรือวัดควนเคร็งในเวลา 13.00 น.

จึงกราบเรียนบอกบุญมายังพี่น้องชาวพุทธทกท่านที่อยากจะร่วมบุญกุศลช่วยเหลือพระภิกษุ-สามเณร ที่ได้รับผลกระทบตามวัดวาอารามต่าง ๆ โดยเริ่มต้นที่วัดควนเคร็ง ต.เคร็ง อ.ชะอวด บริจาคได้ที่นายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช โทร.081-6761299 ,นายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช 082-3333139 และพระมหาอารยนันต์ อานันโท วัดเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช โทร.094-7952998 หรือโอนเงินเขาบัญชีวัดเขาพระทอง822-063803-6 หรือบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชีพระอัจฉริยะ คงเรือง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธาราม วัดควนเคร็ง เลขบัญชี 425-0-30506-8 ได้  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้องจะไปเที่ยวไหน? เจอ’หมู’เดินชิวๆ บนทางด่วน’แจ้งวัฒนะ’ #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609620

น้องจะไปเที่ยวไหน? เจอ'หมู'เดินชิวๆ บนทางด่วน'แจ้งวัฒนะ'

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.23 น.

น้องหนีเที่ยว ?  เจอ’หมู’ขึ้นมาเดินชิวๆ บนทางด่วน’แจ้งวัฒนะ’

18 ตุลาคม 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mod Lali-Ta Phothisawang ได้โพสต์คลิปนาทีเจอ หมู ตัวหนึ่งเดินอยู่บนทางด่วน ระบุพิกัดว่า ทางด่วนแจ้งวัฒนะ 

โดยเจ้าตัวก็ไม่ทราบว่าเดินมาจากไหน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอ้าว และขณะเดียวกัน ก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการช่วยหมูตัวดังกล่าวแล้ว 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,300,366 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Social media to play major role in vote
Graffiti protests against the possibility of a delayed general election in Bangkok
How app culture turned astrology into a modern obsession
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
สนช.บุกเมืองช้าง รับฟังปัญหาประชาชน
Thomas to face Watson with No. 1 at stake in WGC Match Play semis
ชาวบ้านตกใจ! เจอแม่งูเหลือมชูคอสู้ นอนกกไข่ 9 ฟองในกอไผ่ หวิดโดนรถขุดดินทับตาย #SootinClaimon.Com
บุคคลในข่าว
ไร้เงา หมอสรณ ศาลปกครองสูงสุดงดอ่านคำสั่ง คดีเพิกถอนมติพ้นประธาน กสทช.
"มาดามเดียร์ วทันยา" โพสต์ เสียใจไร้คำชี้แจงการใช้งบจาก "รมว.สธ." #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d