Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

สกู๊ปแนวหน้า : คนไทยกับการย้ายถิ่น(1) ‘ชนบทสู่เมือง’4ยุคอพยพ #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607756

สกู๊ปแนวหน้า : คนไทยกับการย้ายถิ่น(1)  ‘ชนบทสู่เมือง’4ยุคอพยพ

วันอาทิตย์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“ใครๆ ก็อยากมีชีวิตที่ดีขึ้น” นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เกิด “การย้ายถิ่น” จากพื้นที่ที่มีความเจริญน้อยกว่าไปสู่พื้นที่ที่มีความเจริญมากกว่าเพื่อแสวงหาโอกาส ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล จัดการบรรยาย (ออนไลน์) ชุด “วิวัฒนาการการย้ายถิ่นของประเทศไทยร่วมสมัย” ฉายภาพประวัติศาสตร์การย้ายถิ่นของคนไทย แบ่งเป็น 2 ตอนคือ ในประเทศและระหว่างประเทศ จากนักวิชาการ 2 ท่านของสถาบันฯ

รศ.ดร.โยธิน แสวงดี ผู้รับหน้าที่บรรยายเรื่อง“การย้ายถิ่นภายในประเทศ” กล่าวว่า การย้ายถิ่นเกิดได้โดยอาศัยปัจจัย 2 ด้านคือ “ปัจจัยผลักดันจากต้นทาง-ปัจจัยดึงดูดจากปลายทาง” ที่สำคัญคือ “เศรษฐกิจ” เช่น ในชนบทการจ้างงานมีน้อย ในขณะที่ครัวเรือนมีฐานะไปทางยากจน รายได้ไม่เพียงพอเลี้ยงชีพ รวมถึงตัวแปรอย่างสภาพทางธรรมชาติ อาทิ พื้นที่มีความแห้งแล้ง กลับกันในเมืองใหญ่มีแสงสีศิวิไลซ์ มีการจ้างงานที่รายได้สูงกว่า จึงเป็นที่มาของชาวชนบทอพยพละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดเข้าไปหางานทำในเมือง

“ความคาดหวังที่คาดว่าจะได้ในถิ่นปลายทาง เช่น การมีงานทำ การได้รับค่าจ้างที่ดีขึ้น อาจจะไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังที่นักย้ายถิ่นต้องการ หลายคนก็ประสบความสำเร็จ หลายคนก็ไม่ประสบความสำเร็จ จากข้อมูลที่ผมเคยวิจัยไว้ ส่วนใหญ่ผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จจะย้ายถิ่นกลับบ้านภายใน 2 เดือน เพราะหากว่างงานภายใน 2 เดือนไม่มีใครจ้าง ค่าใช้จ่ายที่เตรียมตัวมา ค่าพักอาศัย ค่าอาหารต่างๆก็จะหมดไป” รศ.ดร.โยธิน กล่าว

ในการย้ายถิ่นและการอยู่อาศัยในพื้นที่ใหม่นั้นผู้ย้ายถิ่นมักพึ่งพาเครือญาติหรือเครือข่ายทางสังคม เช่น คนที่มาจากหมู่บ้านเดียวกัน คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันซึ่งประวัติศาสตร์การย้ายถิ่นในสังคมไทย อาจแบ่งได้เป็น4 ยุค ได้แก่ 1.ปี 2398-2513 ยุคนี้เรียกว่า “Thailand 1.0”สังคมไทยยังเป็น “สังคมเกษตรกรรม” การย้ายถิ่นยังเป็นระหว่างชนบทกับชนบทเพื่อแสวงหาที่ดิน เนื่องจากรัฐบาลในยุคนี้สนับสนุนให้ประชาชนจับจองที่ดินเพื่อทำการเกษตร การย้ายถิ่นในยุคนี้มักเป็นการย้ายถิ่นในภาคเดียวกัน เพราะการเดินทางข้ามภูมิภาคยังเป็นเรื่องยากลำบาก

กระทั่งเมื่อล่วงเข้าสู่ทศวรรษ 2500 ที่การคมนาคมพัฒนามากขึ้น พบการย้ายถิ่นจากจังหวัดภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่กรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือที่สมัยนั้นยังแยกกันระหว่างจังหวัดพระนครกับจังหวัดธนบุรี เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้จากสถิติการย้ายถิ่นเข้ากรุงเทพฯ ช่วงปี 2498-2503 อยู่ที่ 785,357 คน คิดเป็น 35.8 ต่อประชากร 1 พันคน แต่ในช่วงปี 2508-2513 จะอยู่ที่ 1,765,680 คน คิดเป็น 61.5 ต่อประชากร 1 พันคน

2.ปี 2513-2529 หรือเรียกว่า “Thailand 2.0” สังคมไทยเข้าสู่ “สังคมอุตสาหกรรม” ในช่วงแรกอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำให้พื้นที่แถบนี้เกิดโรงงานขึ้นจำนวนมาก ควบคู่ไปกับจัดตั้งสถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน รองรับการผลิตและพัฒนาแรงงานฝีมือ จากนั้นได้มีการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมขึ้นในพื้นที่ 2 จังหวัดชายฝั่งตะวันออก คือ ชลบุรีและระยอง เนื่องจากมีความพร้อมทั้งสนามบินและท่าเรือ นำไปสู่ทางเลือกในการย้ายถิ่นไปหางานทำเพิ่มขึ้น

3.ปี 2529-2559 หรือเรียกว่า “Thailand 3.0” สังคมไทยเข้าสู่ “ยุคเทคโนโลยี” นอกจากระบบคมนาคมจะดีขึ้น เช่น มีการตัดถนนสายรองเชื่อมถนนสายหลักมากขึ้นแล้ว ยังรวมถึงการสื่อสารด้วย เช่น โทรเลขและจดหมาย ต่อมาผู้คนเริ่มใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์กันอย่างแพร่หลาย ทำให้รับรู้ข้อมูลข่าวสารรวมถึงแหล่งงานได้มากขึ้น อีกด้านหนึ่ง ผู้ย้ายถิ่นรุ่นก่อนหน้าที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ปลายทางไม่ว่าจะเป็นที่พักแบบเช่าหรือซื้อ ก็จะคอยรองรับผู้ย้ายถิ่นหน้าใหม่ที่เป็นคนบ้านเดียวกัน อนึ่ง ยุคนี้เป็นอีกช่วงที่พบการย้ายถิ่นจากชนบทเข้าสู่เมืองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“ในปี 2535 สำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานว่าร้อยละการย้ายถิ่นจากเขตชนบทเข้าสู่เมืองจะประมาณ 15.5% แต่ที่น่าสังเกต พอขยับมาเป็นปี 2545 สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจาก 13.4% (ปี 2540) เป็น 19.2% (ปี 2545) นับว่ากราฟได้เขย่งขึ้นบ้าง สะท้อนว่าการย้ายถิ่นของประเทศไทยจากชนบทเข้าสู่เมืองยังมีความนิยมกันอยู่” รศ.ดร.โยธิน ระบุ

สุดท้ายคือ 4.ปี 2560-ปัจจุบัน หรือยุค“Thailand 4.0” ทิศทางของประเทศเริ่มเปลี่ยนจากการผลิตภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (ปี 2560-2564) มีการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robots) และระบบคอมพิวเตอร์มาใช้แทนแรงงานคนมากขึ้น ในยุคนี้การย้ายถิ่นยังคงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคกลาง เช่นเดิม เพราะมีความพร้อม

โดยเฉพาะการมีสนามบิน 2 แห่งอย่างดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ทำให้พื้นที่นี้ยังเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ หรือที่อยู่ถัดไป อย่างสนามบินอู่ตะเภา ในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก ตลอดจนสนามบินตาคลี จ.นครสวรรค์ (ปัจจุบันเป็นสนามบินทางทหาร) ที่มีศักยภาพรองรับการขนส่งทางอากาศ ทั้งนี้ “การย้ายถิ่นในประเทศยุค 4.0 มีน้อยมาก” หากนับจากปี 2560-2563 เฉลี่ยปีละ 5-6 แสนคน หรือคิดเป็นร้อยละ 0.8-1.0 เท่านั้น

รศ.ดร.โยธิน กล่าวต่อไปว่า หากดูข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี 2562 พบว่า กรุงเทพฯ ยังเป็นจังหวัดที่เป็นเป้าหมายการย้ายถิ่นมากที่สุด รองลงมาคือ เชียงใหม่ เมืองเอกของภาคเหนือ อันดับ 3 นครราชสีมา เมืองเอกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอันดับ 4 นครศรีธรรมราช เมืองทางภาคใต้ อนึ่ง “นับจากปี 2555 เป็นต้นมาพบการย้ายถิ่นของผู้สูงอายุ” โดยเป็นการย้ายออกจากกรุงเทพฯ และภาคกลางไปยังจังหวัดอื่นๆ ซึ่งมาจากการที่มีประชากรวัยเกษียณทั้งจากภาครัฐ (ราชการ-รัฐวิสาหกิจ) และภาคเอกชน (บริษัทห้างร้านต่างๆ)

และหากให้คาดการณ์ต่อไป “ในอนาคตเชื่อว่าการเดินทางไปหางานทำแบบข้ามจังหวัดหรือภูมิภาคไม่น่าจะมากเท่ายุคที่ผ่านมา” เนื่องจากเทคโนโลยีด้านการสื่อสารที่พัฒนาไปมาก เห็นได้จาก “การทำงานที่บ้าน (Work from Home)” เป็นกระแสที่มาแรงในปัจจุบัน พนักงานในสำนักงาน ไปจนถึงพ่อค้า-แม่ค้า สามารถทำงานของตนได้ทางออนไลน์ เมื่อรวมกับโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน ไฟฟ้า น้ำประปา ที่พัฒนามากขึ้นด้วยแล้ว ดังนั้นการอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทแต่มีคุณภาพชีวิตที่ดีท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่สวยงาม ก็นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

“แบบแผนการย้ายถิ่นของประเทศไทยในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล ที่จะส่งเสริมให้ Work from Home มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญยิ่ง ระบบคลื่น (สัญญาณโทรศัพท์และอินเตอร์เนต) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานคือไฟฟ้ากับน้ำหากมีการพัฒนาให้ดีขึ้นเพื่อส่งเสริมปัจจัยการผลิต ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่วางแผนไว้ ในความก้าวหน้าของประเทศไทยในยุคถัดไป” รศ.ดร.โยธิน กล่าวในท้ายที่สุด

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดสองปมปัญหา ‘เจ้าคุณบัวศรี’ ถูกถอดถอนออกจากเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607796

เปิดสองปมปัญหา 'เจ้าคุณบัวศรี' ถูกถอดถอนออกจากเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์

วันเสาร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 21.39 น.

วันที่ 9 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) อยู่ด้วย ทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) และญาติธรรมออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน เนื่องจากมองว่าไม่เป็นธรรมและมีการล่ารายชื่อหนึ่งแสนถวายฎีกา รวมทั้งส่งหนังสือถึงคณะกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบความเป็นธรรมนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีรายงานข่าวจากสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติอ้างว่า การถอดถอนพระสังฆาธิการ 3 รูปโดยเฉพาะกรณีเจ้าคุณบัวศรี ว่าสาเหตุดังกล่าวอาจจะเกิดจากปัญหาการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในกรณีปัญหาของพระผู้ใหญ่รูปหนึ่งในเขตตำบลลำพาน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ถูกสีกาใกล้ชิดร้องเรียนว่าเสพเมถุน โดยเรื่องเกิดขึ้นในปี 2557 ที่เป็นเหตุอ้างว่าเจ้าคุณบัวศรี ละเว้นปล่อยวางไม่ดำเนินการใดๆ 

แต่มีข้อมูลจากแหล่งข่าววงในแจ้งว่า ปัญหาการร้องเรียนนี้เกิดขึ้นจริงในปีดังกล่าวซึ่งในปีเดียวกันได้มีการนำเรื่องเข้ามาที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นำเรื่องเข้ามาแจ้งยังสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) และวันที่ 30 กันยายน 2557 เจ้าคุณบัวศรี ได้เรียกประชุมสงฆ์ทำการตรวจสอบและมีมติร่วมกันว่าหลักฐานยังไม่ชัดเจนและไม่อาจเชื่อได้ว่าเป็นพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว โดยได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพฤติกรรมของสีกาคนนี้เป็นการทำขึ้นเพื่อกรรโชกทรัพย์ และทางวัดป่าฯได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว 2 คดีคือกรรโชกทรัพย์ 30 ล้านบาท และกระทำผิด พ.ร.บ.คอมฯ

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2557 สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) ได้ทำหนังสื่อรายงานถึงสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติว่าได้ดำเนินการสอบสวนเจ้าอาวาสวัดป่าฯ และได้ความว่าไม่เป็นความจริง เป็นเรื่องกุขึ้นมาและสีกาคนนั้นก็ยอมรับผิดและเดินทางมาขอขมาต่อหน้าตัวแทนเจ้าอาวาส พยานและพนักงานสอบสวน ทางคณะสงฆ์จึงยุติคดี และในที่ 6 พฤศจิกายน 2557 ทางคณะ (จ.จ.ธ) ได้ทำหนังสือรายงานสำนักงานพุทธศาสนา เพื่อแจ้งผลการสอบสวนเจ้าอาวาสวัดป่า และได้ความว่าไม่เป็นความจริง และสีกาคนนั้นก็ยอมรับผิดและทำการขอขมาและทางพนักงานสอบสวนทางวัดไม่ติดใจทั้งคดีอาญาและแพ่ง เป็นอันยุติด้วยดี

แต่แล้วเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2559 ได้มีหนังสือร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรมของหลวงรูปหนึ่งอีกครั้ง ซึ่งเป็นวัดเดิมที่ยุติเรื่องไปแล้วให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระรูปดังกล่าวกับแม่คนหนึ่งมีพฤติกรรมผิดวินัยสงฆ์ โดยมีซีดี บันทึกข้อมูลและไฟล์เสียงสนทนาชายหญิง ซึ่งเรื่องนี้เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2559 คณะสงฆ์ได้ตั้งคณะกรรมาการขึ้น 1 คณะจำนวน 11 รูป โดยมี ผอ.สนง.พุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ประสานงานให้สอบปากคำ ซึ่งพระผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและมอบอำนาจให้ลูกศิษย์ดำเนินคดีกับสีกาผู้ร้อง กรณีดังกล่าวขณะที่เรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว 

รายงานแจ้งว่าตามอนุวัตรตามกฏนิคหกรรมของมหาเถรเมื่อเรื่องร้องเรียนเป็นเรื่องเดียวกันกับทางโลก การพิจารณาจึงพักไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดทราบว่ากระบวนการนี้ศาลได้ลงโทษ ผู้ร้อง โดยยืนทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่มายกทั้งหมดในศาลฎีกา เนื่องจากสีกาคนนี้ได้เข้าถวายฎีกา

เมื่อเรื่องผ่านพ้นกระบวนการทางศาล คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) จึงเริ่มอธิกรณ์ใหม่ ซึ่งในระหว่างนั้นประมาณปี 2561 ซึ่งพระเทพสารเมธี ได้รับการแต่งตั้งไปรักษาการเจ้าคณะภาค 8 (ธ) ปกครอง 6 จังหวัดปะกอบด้วย จ.กาฬสินธุ์ จ.สกลนคร จ.มุกดาหาร จ.นครพนม จ.หนองคายและ จ.บึงกาฬ ในปีเดียวกันคาบเกี่ยวปี 2562 จึงได้นำกรณีนี้มอบหมายให้พระญาณลักขิต หรือหลวงพ่อแผน เจ้าอาวาสวัดวีรวงศาวาส ประธานสงฆ์วัดโสภณพัฒนาราม (วัดภูปูน) รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) เป็นรักษาการเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) ซึ่งได้ตั้งกรรมการสงฆ์ขึ้นมาชำระอธิกรณ์นี้ที่กำลังดำเนินการสอบสวน แต่เนื่องจากติดปัญหาโควิด จึงทำให้เกิดความล่าช้า

ส่วนอีกเหตุผลที่น่าจะเกี่ยวกับการถูกปลดเจ้าคุณบัวศรี คาดว่าจะเป็นเหตุเกิดขึ้นในช่วงที่เจ้าคุณบัวศรี ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าคณะภาค 8 (ธ) ซึ่งท่านเจ้าคุณบัวศรีได้เข้าไปตรวจสอบปัญหาการร้องเรียนระหว่างพระครูสุทธิญาณณโสภณ หรือครูบาเล็ก สุทธิญาโณ เจ้าคณะอำเภอสังคม ผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) กับหลวงพ่อจันมี อนาลโย แห่งวัดป่าแก้งใหม่ ซึ่งมีรายงานว่าหลวงพ่อจันมี ได้ถวายเงินให้ครูบาเล็กไปทำการก่อสร้างโรงพยาบาลสงฆ์ในอำเภอสังคม และบางส่วนก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2561 โดยใช้ชื่อตึกว่า ตึกอนาลโยเมตตาหลวงพ่อจันมี 

แต่ต่อมา ครูบาเล็กได้มีปัญหารุนแรงกับหลวงพ่อจันมี และครูบาเล็กได้ใช้อำนาจเจ้าคณะอำเภอสังคม(ธ) ปลดหลวงพ่อจันมี ด้านเจ้าคุณบัวศรี เห็นว่ามีปัญหาอธิกรณ์ จึงเข้าตรวจสอบและได้แก้ไขปัญหา ซึ่งพบว่ายังมีการปลดป้ายชื่อตึกพยาบาลออกจากเดิมของหลวงพ่อจันมี เป็น ตึกวรลาโภ อนุสรณ์หลวงปู่เหรียญ แต่ว่าการสร้างโรงพยาบาลนั้นมีพิรุธ จึงเดินหน้าทำการสอบสวนที่ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ จึงอาจทำให้ครูบาเล็กไม่พอใจ ได้ออกไปจำพรรษาที่วัดป่าพิชัยวัฒนมงคล ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และต่อมาก็มีคำสั่งมติให้ไปเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) จึงทำให้พุทธศาสนิกชนต้องการคำตอบว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับศาสนาพุทธที่เป็นศาสนาประจำชาติของไทย

จากกรณีดังกล่าวได้มีการตั้งข้อสงสัยในกลุ่มศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ว่า หากกรณีนี้มติมหาเถรสมาคมหรือสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ใช้เป็นประเด็นในการถอดถอนเจ้าคุณบัวศรี ก็ต้องถามว่าในเมื่อเจ้าคุณบัวศรี ยังไม่รู้ว่าตนเองมีปัญหาอธิกรณ์อะไรหรือมีความผิดอะไรตาม พ.ร.บ.สงฆ์ฯหรือกฏของมหาเถร การถอดถอนจะต้องมีการสอบสวน แต่เมื่อไม่มีการสอบสวนตามผู้ที่ใช้อำนาจก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157 ด้วยหรือไม่?  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วุ่นแล้ว!กำลัง ตร.เมืองคอนเข้าอารักขา 2 วัดเข้มหลัง มส.แต่งตั้งเจ้าคณะซ้ำซ้อน #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607792

วุ่นแล้ว!กำลัง ตร.เมืองคอนเข้าอารักขา 2 วัดเข้มหลัง มส.แต่งตั้งเจ้าคณะซ้ำซ้อน

วันเสาร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 20.05 น.

พิษคำสั่งปลดฟ้าผ่า มส.ทำวัดวุ่น! กำลังตำรวจเมืองคอนทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าอารักขา 2 วัดดังนครศรีธรรมราช หลัง มส.แต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดซ้ำซ้อน หวั่นมือที่ 3 สร้างสถานการณ์

วันที่ 9 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟสบุ๊ก “Uthit Siriwan” ของ ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ นักวิชาการอิสระด้านพระพุทธศาสนา โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า กรณีแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อคืนกลางดึกว่า เกิดข่าวลือสะพัดทั่วนครศรีธรรมราชว่า ฝ่ายตรงข้ามที่ศรัทธาคิดเห็นแตกต่างลงขันกันจ้างมือปืนบุกยิงท่านเจ้าคุณเจือ พระราชปริยัติเวที ที่ศิษยานุศิษย์ออกมาเคลื่อนไหวขอความเป็นธรรม อยู่ระหว่างถวายฎีกา และดำเนินการตามกฎหมาย ตำรวจต้องส่งกำลังอารักขา เพราะนครศรีธรรมราช เป็นเมืองคนดุ ดังที่บอกใช้เมตตานำ อภัยกำกับ แล้วอโหสิกรรมต่อกันให้เกียรติยกย่องคุณงามความดี พระราชาคณะ ที่ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ตามความจริง คือจะถอดถอน ก็ควรยกเป็นกิตติมศักดิ์ ก็ไม่มีใครทวงถามตรวจสอบการออกมติของมหาเถรสมาคม ฝ่ายชงเรื่อง อนุมัติ รับทราบมติ ทำถูกต้อง ชอบธรรม ก็ไม่บานปลายแบบที่เห็น ว่าที่จริง หลวงพี่เจ้าคุณเจือ เป็นพระปกครองง่าย เชื่อฟังน้อมปฏิบัติตามท่านเจ้าคุณพระธรรมวิมลโมลี เจ้าคณะภาค ๑๖ สั่ง ทุกประการ แต่ต้องปราศจากอคติ และชอบธรรม”

“พระเถระในมหาเถรสมาคมบางรูปเป็นห่วง ต่างก็ระบุว่าต่อไปจะต้องเกิดปัญหาแน่นอน แล้วก็เกิดปัญหาจริง ๆ อย่างที่คณะสงฆ์กาฬสินธุ์ คณะสงฆ์แปดริ้ว และคณะสงฆ์ปทุมธานีออกมาเคลื่อนไหว จนกลายเป็นเหตุบานปลาย สร้างความมัวหมองให้กับคณะสงฆ์ รวมไปถึงกรณีนี้ ที่มหาเถรสมาคมมีมติแต่งตั้งเจ้าคณะ จ.นครศรีธรรมราช ซ้อนตำแหน่งกัน สร้างความสับสนให้กับคณะสงฆ์และชาวพุทธเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเจ้าคณะจังหวัดรูปเดิมก็ยังอยู่ในตำแหน่ง ส่วนเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่ที่ได้รับตำแหน่งก็วางตัวไม่ถูก ดังนั้นจึงมีการเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์แต่ละจังหวัด ยื่นเรื่องใช้สิทธิตามกฎหมายทำหนังสือฎีกาทูลเกล้าฯ ถวาย”

“ทว่าเมื่อเรื่องราวยังไม่ยุติ นครศรีธรรมราช ไม่เหมือนปทุมธานี กาฬสินธุ์ หรือแปดริ้ว ก็มาเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้น จนทางการต้องส่งตำรวจอารักขาคุ้มครองตอนออกบิณฑบาต ป้องกันถูกมือปืนลอบยิง เพราะท่านเจ้าคุณเจือ มีปกติถือบิณฑบาตเป็นวัตร ยึดหลักปฏิปทาพระแท้ ถ้าใครสัมผัสตัวตนแท้จริง ท่านเป็นพระกินง่าย อยู่เรียบง่าย สมถะ ไม่ติดหรู ไม่ฟุ้งเฟ้อ วางตนเป็นตัวอย่างที่ดี คำถามคือถ้ามติ 30 กันยายน 2564 ชอบธรรม คงไม่เกิดเรื่องราวเยี่ยงนี้ขึ้น ถ้ากลั่นกรองนำเสนอการแต่งตั้งการถอดถอนตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ฟังความข้างเดียว ไม่ลำเอียง คณะสงฆ์นครศรีธรรมราช คงไม่ปั่นป่วนวุ่นวาย ระส่ำระสาย เช่นนี้ กรณี “เจ้าคุณเจือ” เคยมีปัญหาเรื่องวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ถูกผู้มีอิทธิพล บุกรุกที่ดินวัดและมีการฟ้องร้องกัน อ่านรายละเอียด https://thebuddh.com/?p=51860 อุกอาจ !! จ.นครศรีฯ ร้องสื่อกลุ่มอิทธิพลบุกยึดวัด ทุบทำลายกำแพง-ขู่พระห้ามจุ้นจ้าน “

เวลาต่อมา เพจ “Uthit Siriwan”ของ ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ โพสต์อีกว่า อัพเดต 09:32 9 ตุลาคม 2564….” ล่าสุดฝ่ายความมั่นคงกลัวสถานการณ์ร้อนระอุ และอาจมีมือที่ ๓ ผู้กำกับเมืองนครศรีธรรมราช สั่งกำลังตำรวจ อารักขาความปลอดภัยท่านเจ้าคุณ ทั้ง ๒ วัด คือวัดมุมป้อม กับวัดประดู่ เพราะทางตำรวจ วิเคราะห์จำลองสถานการณ์ว่า ฝ่ายตรงข้าม อาจโยนระเบิดไม่หวังผลคนเจ็บคนตาย ใส่วัดเจ้าคณะจังหวัดใหม่แล้วโยนความผิดใส่ พระสังฆาธิการ ที่สนับสนุนท่านเจ้าคุณเจือรวมถึงอาจตั้งข้อหาท่านเจ้าคุณเจือ เป็นผู้บงการเสียเอง โดยใส่ร้ายว่า เป็นผู้สูญเสียตำแหน่ง เลยเอาคืน …รอบคอบ ปลอดภัยไว้ก่อน ในนามของชาววัดวาอาราม ขอบพระคุณ ท่านนายพล พลตำรวจตรีสมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และท่านผู้กำกับ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช พันตำรวจเอกมณเทียร เบ้าทองที่เข้าใจความขัดแย้งในพื้นที่และช่วยอารักขาคุ้มครองเจ้าคณะจังหวัดที่มหาเถรสมาคมตั้งซ้อน ถ้าไม่อารักขาทั้ง ๒ วัดอาจบานปลายเพราะมติมหาเถรสมาคม ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔”

“เล่าย้อนความว่าจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ปทุมธานี และฉะเชิงเทรา ตรงที่ถูกถอดถอนแต่ไม่รายงานเจ้าคณะใหญ่หนใต้ เสนอกรรมการมหาเถรสมาคมขึ้นมา และไม่ถูกประจาน ทำให้อับอายขายหน้า เหมือน ๓ จังหวัด ที่จนบัดนี้ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชก็ตอบว่าไม่ได้เสนอปลด แล้วใครรายงานเบื้องสูง? คนนั้นแหละ…คาดว่า ๒ พ พัวพันกับเจ้าคณะภาค ๑๖ คล้ายที่กาฬสินธุ์ ตั้งข้อสงสัยและฝากบอกมา Same same”

โดยในเพจเดียวกันยังได้โพสต์ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่เข้าไปอารักขาเจ้าคุณเจือในวันมุมป้อม ต.ในเมือง และอาจารย์รั่น วัดประดู ค.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และภาพของ พลตำรวจตรีสมชาย ซื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และ พันตำรวจเอกมณเทียร เบ้าทอง ผู้กำกับ สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศรีธรรมราช  อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งทางคณะสงฆ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่มีใครยอมให้ข้อมูล

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบที่วัดมุมป้อม ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช พบว่ามีกำลังตำรวจชุดสืบสวนและชุดปราบปราม สภ.เมืองนครศรีธรรมราช สลับหมุนเวียนกำลังเข้าดูแลความสงบภายในวัด โดยมีญาติโยมจำนวนหนึ่งที่ทราบข่าวได้เดินทางมาที่วัดมุมป้อมเช่น

ขณะที่พระลูกวัดมุมป้อม กล่าาว่า ข่าวลือดังกล่าวไม่ทราบที่มาเช่นกันว่ามีทีมาจากไหน แต่ส่วนตัวไม่เชื่อ แต่เพื่อความไมประมาท หากมีกำลังตำรวจ เข้าดูแลความเรียบร้อยในวัดก็ดี ส่วนตัวไม่ได้วิตกกังวลอะไรกับข่าวลือดังกล่าว แต่ก็ไม่ประมาทเช่นกัน อย่างไรก็ตาม พระอาจารย์ “เจ้าคุณเจือ” ยังคงปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามปกติ รวมทั้งบิณฑบาต

ขณะที่บรรยากาศที่วัดประดู่พัฒนาราม ต.ท่าวัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช บรรยากาศเป็นไปอย่างปกติพระยังคงปฏิบัติกิจของสงฆ์เช่นกัน ขณะที่กำลังตำรวจทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช สลับหมุนเวียนเข้าดูแลความเรียนร้อยในวัดเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ล่าสุดในโลกโซเชียล มีการส่งต่อข้อความระบุ “เรียนพระสังฆาธิการระดับอำเภอ, ระดับตำบล ร่วมประชุมปรึกษาหารือและเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับพระเดชพระคุณ พระราชปริยัติเวที เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการที่มีมติแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดซ้ำซ้อนทั้งที่เจ้าคณะจังหวัดรูปเดิมยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ พร้อมกันในวันที่ 10 ตุลาคม 2564เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมประชุมพระเทพปัญญาสุธี วัดแจ้งวรวิหาร พระอารามหลวง นครศรีธรรมราช แจ้งข่าวโดยคณะสงฆ์นครและศิษยานุศิษย์”  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กิเลสลากมา ตัณหาลากไป’ : หลวงพ่อวิชัย เขมิโย #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607789

'กิเลสลากมา ตัณหาลากไป' : หลวงพ่อวิชัย เขมิโย

วันเสาร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.50 น.

หลวงพ่อวิชัย เขมิโย เจ้าอาวาสวัดถ้ำผาจม อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมตตาเป็นองค์แสดงธรรมองค์แรก ในหัวข้อ “กิเลสลากมา ตัณหาลากไป” ในงานพิธีหล่อพระพุทธเมตตาและองค์พ่อแม่ครูอาจารย์ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต , หลวงปู่ดูลย์ อตุโล และหลวงตามหาบัว ที่วัดป่าบางแสม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา (วัดสาขาของวัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จ.สุรินทร์ ซึ่งมีพระเทพวชิรญาณโสภณ หรือ ท่านเจ้าคุณเยื้อน ขนฺติพโล เป็นเจ้าอาวาส และ เป็นเจ้าคณะ จ.สุรินทร์)  ทาง “แนวหน้า ออนไลน์” จึงนำมาถอดเทปนำเสนอเป็นธรรมทาน ตอนที่ 2 ดังนี้ 

…ถ้าชีวิตของเรามันคิดฟุ้งซ่านมาก กิเลสลากมา ตัณหาลากไป ไปเหนือไปใต้ ไปใกล้ไปไกล เราก็จะได้เอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาเตือนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระเดชพระคุณท่าน (ท่านเจ้าคุณเยื้อนฯ ) พูดสัจธรรมสั้นๆ ให้พวกเราฟังอยู่ตลอดเวลา เพราะท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ดูลย์ หลวงปู่ดูลย์ท่านไม่พูดยาวหรอกคุณโยม ถ้าใครหยุดคนนั้นก็จะเห็นธรรมะ ถ้าใครละคนนั้นก็จะเห็นทางพ้นทุกข์ เรียกว่า เห็นพระนิพพานก็แล้วกันฃฃเพราะฉะนั้น เราทุกคนเกิดมาถ้าอยากมีความสุขต้องหยุด พระพุทธองค์ก็ทรงตรัสไว้เช่นนั้น สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง “เตสํ วูปสโม สุโข” การเข้าไประงับดับสังขารได้ เป็นสุขอย่างยิ่ง สังขารคือความปรุงแต่งทางใจที่ทำให้เราคิดอย่างนั้น คิดอย่างนี้ ความเป็นจริง ความคิดนั้น ไม่ใช่จิตหรอกโยม แต่จิตไปหลงความคิด ความคิดนั้นเป็นเจตสิก เป็นกิเลสก็แล้วกัน เป็นตัณหาก็แล้วแล้วกัน เป็นสังขารมาปรุงกัน แต่เมื่อคนเราไม่มีสติ คือ ผู้รู้ เตือนจิตเตือนใจตนเอง จิตองเราก็เลยไปหลง ไปปรุงแต่งว่าเป็นจิต จิตเป็นตัวผู้รับรู้เฉยๆ เหมือนทุกวันนี้ เรามักจะไปหลงเอาเรื่องคนอื่น มาเป็นเรื่องของเรา เหมือนจิตของเรา ถ้าไม่มีอำนาจ เขาจะไปเอาความคิดมาเป็นเราเป็นเขา เป็นของเราขึ้น เพราะขาดผุ้รู้ เพราะฉะนั้นจิตของคนเรา ถ้าไม่หยุด เราก็ไม่รู้ ถ้าไม่ดู เราก็ไม่เห็น ถ้าไม่ทำ มันก็ไม่เป็น ถ้าไม่ไ ปก็ไม่ถึง 

โบราณเขาถึงบอกว่า ไปให้สุด ขุดให้ถึง ก็ต้องไปให้สุดขุดให้ถึง ถ้าว่าไปก็หมายความว่า ที่สุดแห่งชีวิตของพวกเราทุกๆท่าน เรามีจุดจบกันอยู่ จุดสุดกันอยู่ ถ้าเราหยุดได้เมื่อไหร่ นั่นล่ะ เราถึงที่สุดของเราแล้ว สุด คือ หยุดคือหยุดทุกอย่าง แม้แต่ดีก็ยังไม่เอา ชั่วก็ยังไม่เอา ถ้าเราไปเอาดี ก็ยังถูกสังขารปรุงแต่ง เหมือนเราเอาบุญ บุญก็ยังพาเรามาเกิดอีก ทำยังไงเราจะทำอย่างหลวงปู่ดูลย์ท่านว่า ให้เราเอาเหนือบุญ คือ หลวงปู่ดูลย์สอนไม่ให้เรามาเกิดอีก ทุกขา สติ ปุณะปุณัง การเกิดเป็นทุกร่ำไป เอาอย่างนี้ก็แล้วกันที่เห็นชัดเจนที่สุด ถ้าโยมอยู่นิ่งๆ โยมมีความสุขไหม ถ้าเราไปหลงว่า ความคิดเป็นของเรา ทุกข์แล้ว

นั่นล่ะคือความเกิด เกิดทางจิตใจ เกิดอารมณ์ขึ้นมา แม้แต่เรานั่งฟังธรรมอยู่นี่ ก็เรียกว่า สนามธรรม หรือ เวทีธรรมที่นี่ สมมติว่าเราห่วงแมวว่า นี่เขาเอาอาหารให้แมวกินหรือยัง เกิดเป็นแมวแล้ว เพราะจิตของเราเป็นตัวเกิด จิตมันต้องทำให้เป็นตัวเกิดก่อน ถ้าคิดถึงแมวนี่เป็นโมหะแล้ว ก็ต้องเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน พระพุทธเจ้าตรัสไว้เช่นนั้น ถ้านึกถึงสุนัขก็ต้องเกิดเป็นสุนัข มีตัวอย่างเยอะ อยู่ในธมฺมบท ขุทฺทกนิกาย

คิดอยากเป็นสุนัขได้เป็น ทั้งๆที่สุนัขตัวนั้นไม่ต้องไปผสมพันธุ์เลย เป็นสุนัขตัวเมีย เพราะตายในขณะนั้น คืนนั้นปุ๊บ จิตคิดถึงสุนัขตัวนั้น อยากเป็นสุนัข แหม! เราคนจน กินข้าวในกะลา สุนัขตนนั้นเป็นของคฤหบดี คฤหบดีให้เอาจานทองใส่ให้สุนัขกิน สุนัขตัวนี้ทำไมมีบุญเหลือเกิน อยากจะเป็นสุนัข รับประทานอาหารมากไปหน่อย อันนี้รวบรัดตัดตอนโยม ท้องอืด เพราะไม่ได้กินข้าวมา 7 แล้ว ท้องอืดอาหารย่อยไม่ทันก็เลยตาย ตายตอนที่จิตคิดอยากจะเป็นสุนัข เข้าไปในท้องสุนัขทันทีเลย นั่นเห็นไหม คุณโยม มันอยู่ที่จิตของเรา เพราะฉะนั้น เวลาฟังธรรม จึงอย่าให้คิดถึงเรื่องอะไร หรือ ถ้าเราไม่อยากเกิด พอมันคิดมาปุ๊บ ดับมันปั๊บทันที ดับความเกิด ถึงให้รู้จักคำว่า หยุด อันนี้อาตมาชอบ ชอบยังไง 

เวลานั่งสมาธิ บางท่านอาจจะบอกเอ๊ะ นั่งสมาธิมานานแล้ว ทำไมไม่เห็นสงบเลย ก็สงบยังไง เราไปนั่งปรุงนั่งแต่งกับเขา เราไปนั่งหลงความคิดตัวเอง เหมือนเราดูละคร อย่าไปเล่นกับมัน ดูเฉยๆ โยมคงจะเคยไปเห็นทางภาคอิสาน หมอลำซิ่งเขาอยู่บนเวที เราฟ้อนเหงื่อไหลไคลย้อยแทบตาย เมื่อเราไปหลงอย่างนั้น คือ ไปหลง ไปรำกับเขา ไปหลงเล่นกับเขา ดูดนตรีทางภาคกลางก็เช่นกัน ทั้งๆที่ไม่ได้อะไร เห็นเขาพาเต้นก็เต้นไป อันนี้คือ ความหลง เหมือนจิตของเราคุณโยม ถ้าไปหลงกับความคิดว่าเป็นของเรา เราก็เลยคล้อยตามมัน มันก็ไม่สงบ เพราะฉะนั้น จึงใช้คำว่า หยุด ถ้าหยุดแล้วจะเห็นธรรมะ ละแล้วจะเห็นนิพพาน เหมือนองคุลิมาลก็แล้วกัน 

องคุลิมาลฆ่าคนขนาดไหน คนก็ยังสงสัยว่า ทำไมท่านยังได้เป็นพระอรหันต์ ก็เพราะว่า ท่านรู้จักคำว่า “หยุด” ง่ายๆคุณโยม ถ้าเรานั่งสมาธิ ถ้าจิตปรุงแต่งเรื่องอะไรขึ้นมา หยุด หยุดลมหายใจสักนิดนึง โยมอย่าหายใจแรง หายใจเบาๆ ถ้ามันคิดขึ้นมา หยุด สตินั่น คือ ตัวเตือน “จิต” สติอธิปไตยสัพเพ ธัมมา ธรรมทั้งหลายทั้งปวง มีสติเป็นอธิปไตย มีสติเป็นใหญ่ เหมือนพวกเรามีกฎหมายเป็นใหญ่ ถ้าสติไม่มาปัญญาก็ไม่เกิด สติเตลิดปัญหาก็เกิดขึ้นมา คำว่า “สติ” คือ ผู้รู้ เราทำได้ อ่านหนังสือไม่ได้ สวดมนต์ไม่เป็นก็ทำได้ เห็นไหม คนเราสวดมนต์ไม่เป็นก็ขี้โกรธเป็นเหมือนกันน่ะ โลภเป็นเหมือนกัน สวดมนต์ไม่เป็น ก็โลภเป็น โกรธเป็นเหมือนกัน ถึงสวดมนต์ได้ มันก็เป็นเหมือนกัน เพราะฉะนั้น เอาง่ายๆ เอาตามที่พระพุทธเจ้าของเราสอน หยุด องคุลิมาล องคุลิมาลบอก เอ้อ…ข้าพเจ้าหยุดแล้วทำไมจึงวิ่งอยู่ จริงๆพระพุทธเจ้าไม่ได้วิ่งหรอก แต่ด้วยอำนาจบารมีของพระองค์ จะทำให้องคุลิมาลไล่ไม่ทัน เราหยุดแล้ว หยุดด้วยมือเปื้อนด้วยเลือด หยุดจากศาสตราอาวุธหมดแล้ว หยุดจากกองฟอนก้อนดินที่เคยขวางปาทำร้ายผู้อื่น เราหยุดแล้ว แต่เธอที่ยังไม่หยุด สะดุ้งเลยคุณโยม 

โอ้โห! เราไม่เคยได้ยินกระแสเสียงอย่างนี้เลย มีแต่คนใส่ร้ายป้ายสี พอได้ยินก็ดาบหลุดมือเลย หยุด ร้องไห้ คลานเข้าไปพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าไม่เคยได้ยินเสียงอย่างนี้เลย ได้ยินแต่เสียงสาปแช่ง ดุด่าว่าร้าย ใส่ร้ายป้ายสี แม้แต่แฟนสาวเขาก็ยังไม่เอา พ่อแม่ก็ยังไม่เอาข้าพเจ้า ที่จริงพ่อแม่เอาอยู่น่ะ แต่ตอนนั้นมันมืดอยู่ ข้าพเจ้าไม่มีที่พึ่ง 

องคุลิมาล เราจะเอาบุคคลที่เขาทิ้งแล้ว มา มา มา มาหาเราตถาคต เราตถาคตจะแสดงธรรมให้ฟัง หยุดซะ หยุด หยุด หยุดปรุงแต่งทุกอย่าง และ พอบวชกับพระพุทธแล้วก็ได้เป็นพระอรหันต์ บวชมาแล้วก็ยังเผลอนิดนึง ไปคิดถึงเรื่องสัญญาเก่า เคยตัดไม้ตัดมือคนมา ไม่รู้ว่าก้อนอิฐก้อนดินมาจากไหน ค้อน ก้อนดินน่ะโยม กระทบกับกายของท่าน ฟกช้ำดำเขียวไปหมด พระพุทธเจ้าล่วงรู้อยู่ พระคัจฉกุฎีล่วงรู้ เพ่งพระญาณฉายขึ้นไปอย่างกับไฟสปอร์ตไลท์ พุ่งปู๊ดไปหา สว่างอยู่ตรงหน้าองคุลิมาล ก็บอกว่า ให้หยุด หยุดสัญญา คือ สัญญาเก่า ไปยินเสียงพระพุทธเจ้าก็หยุดนิ่ง ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ขึ้นมา เพราะ “หยุด” เท่านั้น เราไม่ได้เป็นถึงขนาดนั้น แต่เราก็ค่อยๆทำไปโยม 

มันมีความสุขในชีวิตประจำวัน โยมอย่าลืมน่ะ ทำง่ายๆ เวลามันจะคิดห่วงโน่น ห่วงนี่ ให้ หยุด เพราะความห่วง คือ สร้างศัตรูให้กับชีวิตของเรา ถ้าเราเป็นห่วงอะไรน่ะ คุณโยม อันนั้นเป็นศัตรูในใจเรา ศัตรูอย่างใหญ่หลวงด้วยที่ทำให้เราเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฎฏะสงสาร เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงไม่ให้เราห่วง 

อดีตที่ผ่านไปแล้ว แล้วไป อนาคตที่ยังไม่มาถึง เราก็ไม่ต้องหัวเราะร้องไห้กับสิ่งนั้นว่า มันจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อดีตมันดีดไปดีดมา อนาคตมันคดไปคดมา แม้แต่ปัจจุบันโยม เอาปัจจุบันเป็นหลักอยู่ แต่ก็ไม่ให้ยึดติดกับปัจจุบัน เพราะปัจจุบันเป็นเวทนา เป็นเครื่องเสวยอารมณ์ อดีตเป็นเรื่องของสัญญาจำได้ อนาคตเป็นเรื่องของสังขารปรุงแต่ง แต่พระพุทธเจ้าให้ละละขันธ์ห้า เพราะสัญญาก็อยู่ในขันธ์ห้า เวทนาก็อยู่ในขันธ์ห้า รูปก็อยู่ในขันธ์ห้า วิญญาณก็อยู่ในขันธ์ห้า เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า เอ่อ ถ้าเราไปหลงเรื่องอนาคตนี่ อนาคตจะเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้ นี่ เราหลงแล้ว วาดมโนภาพไว้แล้ว สุดท้ายมันไม่เป็น ถ้าไม่เป็นก็กลุ้มใจอีก ทุกข์อีก ถ้าอดีตมันผ่านไปแล้ว ถือว่าจบไปแล้ว เหมือนเราทะเลาะกันตั้งแต่เมื่อเช้าโยม ถ้ามันจะปุ๊ดขึ้นมาอีก หยุด พอแล้ว จบไปแล้วเรื่องนั้น เราอโหสิให้ เราไม่มีเวรภัยต่อกัน เราไปคิดต่อ คิดต่อ เราก็สร้างกรรมต่อ และ เมื่อไหร่มันจะจบกัน ถ้าหากว่า มันกระทบเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เรื่องดีไม่ดีก็จบกันแล้ว เพราะเรื่องไม่ดีมันก็เกิด เรื่องไม่ดีมันก็เกิด คุณโยม เพราะฉะนั้นเราก็เลยบอกว่า เอ่อ รักดีหนีชั่ว ถ้าจะให้จิตสงบน่ะ 

แม้ปัจจุบันเราก็ให้เฉยๆ ให้สงบอย่างเดียว นิ่ง พอเรานิ่งแล้วทุกสิ่งมันก็ดับ แม้แต่คำว่า “ปัจจุบัน” ก็ไม่มี แล้วอย่าไปเข้าใจว่า เราเป็นผู้รู้อย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าเรายังเป็น “ผู้รู้” อยู่ อัสมิมานะสำคัญเกิด เราก็จะไม่พบธรรมะ เพราะอัตตาตัวตนอันนี้มาบังแล้ว ถ้าใครอยากรู้จริงๆ ให้ “หยุด” อย่าไปเข้าใจว่า เราเป็นผู้รู้ เราเป็นผู้เห็น เราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ นี่ ไปหลงมารยาของสังขาร ไปหลงมารยา เพราะความรู้สึกนึกคิดอย่างนั้น มันเหมือนเงา คุณโยม เงาของเรามันเป็นเพียงแค่มารยา ใครไปจับเงาถูกล่ะในกระจก จับถูกไหม จับเวลานาฬิกาพระอาทิตย์บ่าย คุณโยมจับเงาถูกไหม เวลาเราวิ่งไป มันก็วิ่งออกหน้าเราแล้ว ตะครุบมันไม่ทันสักที เหมือนเรากำลังจะมาวิ่งตามความรู้สึกนึกคิด วิ่งเท่าไหร่ โยมก็ไม่เห็นความสุข นอกจากคุณโยมจะหยุดอย่างที่กล่าวแล้ว อาตมาชอบคำนี้เหมือนกัน หยุดซะโยม อย่าคิดอะไร เอ้ย มันว่าให้ฉัน จบกันแล้ว ไม่ฉัน ไม่มีเรา ไม่มีเขาหรอก เราปฏิบัติรรมต้องให้อยู่เหนือเราเหนือเขาโยม ถ้าเรามีเรา มันก็มีเขา เหมือนโยมบางคน คนมีเขา 

หลวงพ่อเยื้อน ท่านเจ้าคุณบอกว่า “เอ้อ พรุ่งนี้จะหล่อพระน่ะ หล่อหลวงปู่ศักดิ์สิทธิ์ด้วย อาจารย์ของท่าน” ไปไปไป ไปหล่อกัน ไปเถอะยาย โอ้ย… ฉันไปไม่ได้ เพราะอะไรล่ะ?  เพราะ “เขา” ให้เลี้ยงหลาน แน่ะ! อย่าติดเขาน่ะโยม คนมีเขา เป็นอนาคา คาบ้าน คาเรือน มาไม่ได้แล้ว เมื่อไหร่เราจะมา หยุด คุณโยม หยุดว่าติดเรื่องนั้น ติดเรื่องนี้ ติดเขาติดเรา เพราะคนเราทุกคนเกิดมาคนเดียวน่ะโยม เมื่อท่านมา มีอะไรมากับเจ้า เจ้าจะเอาแต่สุขสนุกไฉน เมื่อเจ้ามาตัวเปล่า เจ้าจะเอาอะไร เจ้าก็ตายไปตัวเปล่าที่เจ้ามา มีอะไรมากับเราไหมโยม เสื้อผืนเดียว ผ้าถุงผืนเดียวก็ไม่มา ไม่ได้เอาอะไรมาสักอย่าง เวลาเราตายก็เหมือนกัน ก็ไม่ได้เอาอะไรไปสักอย่าง ในโลกนี้ คุณโยม ทุกสิ่งอย่างที่เรามี เราเป็น มันเป็นขยะของโลก 

อาตมาคิดว่า พระสารีบุตร คงจะรวยมากน่ะ ตึกสามชั้นขนาดนั้น กองมูลขยะ บ้านของท่าน ถ้าใครไปอินเดียก็เห็นแล้ว อยู่เมืองนาลันทา บ้านนางสุชาดาก็เหมือนกัน ก็เห็นเป็นแค่กองดินเท่านั้น เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าจึงว่า เป็นขยะของโลก ไม่มีใครเอาอะไรไปได้ หลวงพ่อฯเคยไปรดน้ำเศรษฐีโยม เขายื่นมือออกมา เขาบอกว่านี่ ฉันไม่ได้เอาไปน่ะ ถ้าไม่เชื่อเอาน้ำล้างมือก็ได้ ขี้ฝุ่นนิดเดียวก็เอาไปไม่ได้ เราจะหลงอะไรนักหนา ความหลงตัวนี้ เพราะขาดสติ ขาดผู้รู้ คำว่าสติ ลักษณะของสติ คือ ผู้รู้ เราจะอยู่ที่ไหนเราต้องอยู่กับผู้รู้ แม้แต่ที่เรานั่งขณะนี้ เราก็นั่งอยู่กับผู้รู้ ผู้รู้จริงๆ คือ ญาณ ญาณจะนำเราพาไป นำพาเราไปสู่พระนิพพาน 

แม้แต่พระพุทธองค์ตรัสรู้ พูดถึงเรื่อง “ญาณ” ทั้งนั้น บุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ อาสวกขยญาณ ญาณเหมือนผู้นำไป สู่เพระนิพพาน ปัญญาตัวนี้ก็คือญาณ อุปมาเหมือนบุรุษคนหนึ่ง เขาไม่รู้แก่น ไม้ เขาอยากได้แก่นไม้มาสร้างบ้าน แต่เขาไม่รู้ว่าอะไรเป็นแก่นไม้ เขาได้เข้าไปในป่า เขาไปเห็นกิ่งไม้กับใบไม้ เขานึกว่า เป็นแก่นไม้ ก็ไปเอากิ่งไม้กับใบไม้มา พอเอามาแล้ว จะทำอะไรได้ ไปหลงอยู่ว่า ฉันมีศีลกว่าเธอน่ะ เธอไม่มีศีล ฉันมีศีลกว่าเธอ จะว่าตัวเองมีศีล นี่ล่ะ ไปข่มคนอื่น บุคคลนั้นได้แต่กิ่งไม้ กับใบไม้ เพราะไปลงตัวตนว่า ตัวเอง ดีกว่าเขา สำคัญน่ะโยมน่ะ มีมากมาย ชาวพุทธเราอย่างนี้

อย่างที่สอง เฮ้ย! คนนี้มันไม่รู้แก่นไม้ คนที่สองก็เลยเข้าไปในป่าอีก ฉันจะไปเอาแก่นไม้มาให้ดูสิ เจ้านี้ เลยไปได้สะเก็ดต้นไม้ กับ เปลือกต้นไม้มา เขาก็ว่านี่แหล่ะ แก่นไม้ ว่า บุคคลหลงใน “สมาธิ” สมาธิดีก็เป็นกำลังใจ แต่อย่าหลง ถ้าหลงว่าเราเป็นคนมีสมาธิ เราเป็นคนสงบกว่าคนนั้น คนนี้ บุคคลนั้นได้แต่สะเก็ดต้นไม้ ได้แต่เปลือกต้นไม้ พระพุทธองค์อุปมาไว้น่ะ น่าคิดน่ะคุณโยม แล้วมีคนบางจำพวก โอ้ย!คนนี้มันโง่ คนไหนว่าคนอื่นโง่ เราโง่กว่าเขาอีกไม่รู้เท่าไหร่ ความโง่มันเต็มอัตราแล้ว มันล้นหัวใจออกมา มันจึงว่าคนอื่นโง่ ที่จริงเราโง่กว่าเขานั้นน่ะถ้าเราไม่ว่าเขาโง่ เราก็ไม่ใช่คนโง่ คนไหนว่าคนอื่นโง่ ก็โง่กว่าเขาแล้ว พระพุทธเจ้าอุปมาไว้อย่างนั้น คนนี้โง่ ฉันมีปัญญากว่าทุกคนเลย ฉันรู้หมด คดีโลก คดีธรรม รู้หมด หลงตัวเองว่า ตัวเองเป็นคนดีเลิศกว่าคนอื่นเขา บุคคลนี้ก็ได้แต่กระพี้ต้นไม้ เขายังไม่ได้แก่นเลย 

คนที่รู้แก่นไม้จริงๆคือ คนรู้จักทำจิตให้หลุดพ้น ดังที่หลวงพ่อฯบอกเมื่อกี้นี้ เราหยุดมันก็หลุดพ้นแล้วคุณโยม หยุดแค่นั้นไม่ไปแล้ว หยุดแค่นั้น อดีต อนาคต ดับหมด ถ้ารู้จักหยุด มันก็ดับ ถ้าขยับมันก็เกิด โยมเอาตรงนี้เป็นตัวอย่าง เพราะฉะนั้น เราจะทำยังไง เราจึงจะได้แก่นไม้ ชีวิตของเราเกิดมา โยมต้องรู้จักทำวิมุติให้หลุดพ้น สมมติว่าเราติดเรื่องอะไรทุกวันนี้ เราก็รู้ ไม่ต้องพรรณนา แล้วจะหาว่า อูย..หลวงพ่อฯเทศน์ โยมติดลูกติดหลานมาก มันจะทำให้เรามาเป็นทาสมันอีกน่ะ ก็บอกว่าไง นี่ยายแก่ ทนไม่ไหว ก็ใช่สิ ท่านไม่มีลูก ไม่มีหลาน ท่านก็ไม่ติดอ่ะสิ ว่า (พ่อแม่ครูอาจารย์ฯท่านเมตตาหัวเราะ) ไม่พอใจอ่ะสิ ไม่พอใจ ไม่ได้ว่ายายหรอก พูดความจริงให้ฟัง ก็นั่นแหล่ะ ท่านไม่มีลูกไม่มีหลาน ท่านก็ไม่ติดลูกติดหลานน่ะสิ ใครจะไม่รักลูกรักหลาน ว่าไปอย่างนั้นอีก เอ้าไม่เป็นไรยาย เดี๋ยวค่อยๆพิจารณาไปน่ะ ค่อยๆพิจารณาไปเรื่อยๆ เห็นไหมถ้าเราติดเรื่องอะไร ใจมันอยู่ป่า ไปเทศน์อยู่ป่าช้าโยม เขาก็ระดมธรรมกัน นี่จิตมันพาออกไปอยู่กับลูกกับหลาน เห็นไหมทุกข์ไหม กายกับใจมันไม่ตรงกัน ทุกข์ไหม เหมือนเรานั่งอยู่วัดนี่ ใจพัดเข้าไปในบ้าน ทุกข์แล้ว เพราะกายกับใจไม่ตรงกัน ถ้าโยมอยากมีความสุข ในขณะนี้ เวลานี้ ต้องทำกายกับใจให้ตรงกัน กายเรานั่งอยู่ไหน ให้ใจเราอยู่ตรงนั้น รูป เอ่อนี่ รูป นั่งอยู่ตรงนี้น่ะ ถ้าไม่สงบจะรู้เหรอ เมื่อสงบถึงจะรู้

ถ้ามันไม่สงบก็นึกถึงจุดใดจุดหนึ่งในใจ มีสามจุด ที่จะทำให้สงบน่ะโยม หนึ่ง ตรงกลางสมอง เหมือนเราทำความรู้สึก คำว่าเห็น คือ ทำความรู้สึกไว้ ตรงสมองของเรา พอเรานึกถึงสมองปุ๊บ หยุดเลย ถ้ายังไม่หยุด ตรงท้ายทอยเรา วัดเอาเลยตีนผมเราสัก สี่นิ้ว ถ้าสี่นิ้วจะตรงกลางสมองพอดี โอ่ยยังไม่สงบเหรอ ดูอุณาโลมสิคุณโยม ตรงนี้คุณโยม อุณาโลม เลยหัวคิ้วขึ้นมาสักนิดนึง อย่างที่เราเห็นหลวงพ่อพุทธชินราช หรือ หลวงพ่อฯหลายๆองค์ ท่านติดอุณาโลม คือ ที่นั้นน่ะ อุณาโลม เป็นที่ออกของญาณพระพุทธเจ้า เวลาพระพุทธเจ้าจะถ่ายทอดพระญาณ จะทอดออกจากตรงนี้ อุณาโลม เป็นช่องว่างของจิตตรงนี้ ในอภิธรรมก็มี ทิเบตบางคนจึงหลงโยม หลงเอาสิ่วมาเจาะเลย เจาให้เป็นปล่อง เพื่อให้ ญาณ อันนั้นเขาไม่ได้เข้าใจเรื่อง “ปรมัตถธรรม” ไม่ใช่อย่างนั้นโยม ต้องปฏิบัติ ญาณจึงจะออกตรงนี้ เพราะฉะนั้นเวลาเพ่งไปทีแรกก็จะตึงๆหน่อย ถ้าโยมคิดเรื่องอะไรมาก เอาไว้ตรงนี้ โยม กับกระหม่อมของเรา อันนี้ก็จะถึงกัน จุดเริ่มต้นมันมาจาก “หทัย” คือ หัวใจ แล้วมันจะพุ่งขึ้นมาตรงกระหม่อม แล้วก็มาตรงนี้ พูดให้โยมนำไปฏิบัติได้ ไม่ต้องว่า โอ้ย เรา ไม่มีเวลาไปวัด มันติดโน่นติดนี่ 

โยมมีเวลาหายใจไหม ถ้าเรามีเวลาหายใจ เราก็ต้องมีเวลาปฏิบัติ มาปฏิบัติธรรมนี่โยม คือ ปฏิบัติกายกับใจของเรา ให้มันสงบ ถ้าโยมมีสติเมื่อไหร่นั่นล่ะ โยมก็อยู่กับพระพุทธเจ้า ถ้าอยู่กับพระพุทธเจ้า เราก็มีความสุข พออยู่กับกิเลสดูสิ มีแต่ความร้อน ในตัว ความเร่าร้อน ราคะก็เป็นไฟ โทสะก็เป็นไห โมหะก็เป็นไฟ ราคะคิ คือ ไฟ คือราคา โทสะคิ คือ ไฟคือโทสะ โมหะคิ คือ ไฟโมหะ นี่ล่ะ ไฟบรรลัยกัลป์ไหม้ ไหม้สัตวโลกทั้งหลายทั้งปวงอยู่ขณะนี้ 

หลวงพ่อฯชอบคำนี้ พระพุทธองค์ทรงอุปมาอุปไมยว่า สัตวโลกทั้งหลายเหมือนพวกเราด้วยน่ะ ที่มีวิญญาณความดีอยู่ก็ดี ไม่มีวิญญาณอยู่ก็ดี ท่านอุปมาว่า ภูเขาทึบทั้งแท่งสูงเฉียดฟ้า กำลังพังทลายลงในขณะนี้ เวลานี้ พังทลายลงมาเผาขยี้ชีวิตสัตวโลกทั้งหลาย ไม่ให้มีความสุขเลย แล้วก็ย้อนมา พระพุทธองค์ว่า คำว่าภูเขาหินทึบทั้งแท่ง คือ ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความพรักพรากจากสิ่งที่น่ารักใคร่ น่าชอบใจ เห็นไหม ความเกิด ก็เป็นทุกข์ ความแก่ก็เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์ การพลัดพรากจากพี่น้องไป ใครก็ทุกข์ แต่สำหรับคุณโยมแล้วฏิบัติเข้าใจแล้ว ยิ่งแก่ยิ่งไม่ทุกข์โยม แต่คุณโยมถ้าไม่เข้าใจธรรมะเห็นไหมเหมือนเราไปดูหมอ โอ้ย คุณยายแก่แล้ว คุณยายถึงจะพบความสุข โอ้ย…มันโกหกหรอกโยม โอ้ย มันสวนทางพระพุทธเจ้า โอ้ย แก่แล้วมีความสุขที่ไหน

หลวงพ่อฯตอนสมัยหนุ่มๆ เข้าใจ แต่ยังไม่เข้าใจลึกซึ้ง ที่เขาว่า ความแก่ ความเจ็บ ความตาย เรายังไม่แก่ ยังไม่พบความจริง มันก็ยังไม่รู้ ทุกวันนี้ แค่ 76 ปี เท่านั้นโยม เดินยังเซหนอ เซหนอ ไปที่ไหนก็โดนจับทุกทีเลย โยมเขาจับ อย่างกับเราเป็นนักโทษ บางทีประคองด้วย อย่างที่เราเดินไม่ได้ เพราะเขากลัวเราล้ม มันสุขที่ไหน คนแก่ จะนั่งก็โอย จะลุกก็โอย เหมือนดอกไม้โรย ไม่มีเกสร เพราะฉะนั้นคุณโยมที่มาอดมาทนวันนี้ แต่มีครูบาอาจารย์เทศน์ สามรูปสามองค์ ท่านเอาอาหารมาป้อนให้เรา เอา “ธรรมโอสถ” มาให้เราดื่ม เราจะได้หายทุกข์ หายทุกข์ทางใจ คือ ไม่ต้องคิด ตั้งใจฟังอย่างเดียว ไม่ต้องส่งจิตมาหาท่านหรอก ตั้งสติไว้ที่หูของเรา มันจึงจะสงบ เพราะเสียงไปหาหูของเรา 

ต้องอดทนน่ะคุณโยม เราจึงจะเห็นความจริง อดเก้าหน ทนเก้าที ลูกเอ๋ยเจ้าถึงจะเป็นคนดี เป็นเศรษฐีได้ คนแก่โยม แม่ตาย มีเมีย ลูก เมียคือ เมียของลูก ลูกสะใภ้ อยู่กับพ่อแก่ๆ ยากจน สร้างบ้านอยู่เชิงภูเขา พ่อก็เลยสั่งลูก ลูกเอ๋ย ถ้าเจ้าอดเก้าหน ทนเก้าที เจ้าจึงจะเป็นเศรษฐี ถ้าพ่อตาย ให้เอาศพพ่อไปฝังภูเขาชั้นที่เก้า นึกถึงคำพ่ออยู่ตลอด บังเอิญพ่อเลยตายลงไป แบกศพพ่อขึ้นไป แบกแต่เช้า ขึ้นไป ภูเขาเก้าชั้น นึกถึงแต่ว่า อดเก้าหน ทนเก้าที เจ้าจึงจะเป็นเศรษฐี อยากเป็นเศรษฐี พอเอาไปแล้วก็ฌาปนกิจศพ พอเสร็จแล้วก็ลงมา ลงมาจนค่ำแล้ว พลบค่ำแล้ว เหนื่อยมาก บ้านเสาไม้ไผ่ สี่เสาโยกเยก พอแกว่งขาก็ไหว แต่แกว่งขาไม่ค่อยอยากไหว อย่างว่า ทีนี้ก็เลยไปนั่งพิงเสาอยู่ใต้ถุนบ้าน ได้ยินเสียงคุยกันจู๋จี๋กัน โอ้โห แค่เราไปวันเดียวเท่านั้นล่ะ เมียเรามีชู้แล้ว คุยกันกระจุ๋มกระจิ๋ม แบบชู้สาว ทางนี้ก็ยกมีดขึ้นมา ขึ้นไปตัดคอ 

ก็ อือม์… ไม่เอาน่า พ่อเราสั่งไว้ อดเก้าหน ทนเก้าที ถึงจะเป็นเศรษฐี อยากเป็นเศรษฐีทีนี้ ทำไมเราจะต้องทำอย่างนั้น ก็อด ทางนั้นก็ทำใหญ่โยม ทางนี้ยิ่งอยากขึ้นไปตัดคอ ผลสุดท้ายก็ไม่เอาเว้ย เชื่อพ่อ เชื่อพ่อดีกว่า พ่อเราให้อดทน ก็เลยนั่งหลับไป พอหลับไปทีนี้ มันเหนื่อยมาก พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ทางภรรยาก็ทำอาหารเสร็จแล้ว ก็เอ๊ะ สามีออกไปเป็นยังไง ไปดีหรือไปร้าย คืนหนึ่งแล้วก็ยังไม่มา ลงไปจะไปตามหา ไปเห็นสามีนั่งพิงเสาหลับอยู่ เดินไปปลุก พ่อๆ ไปทานข้าว แม่ทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม่ไป อ้าวทำไมพ่อเป็นอย่างนี้ พ่อไม่เหนื่อยเหรอ เธอก็ไปกินกับแฟนเธอสิ อ้าวทำไมพ่อพูดอย่างนั้น อ้าวก็เมื่อคืนจู๋จี๋อยุ่ด้วยกันไม่ใช่หรือ นอนอยู่ด้วยกันนี่ อ๋อ ทำไมพูดอย่างนี้ เอ้า ไป ไป ขึ้นไป พยายามให้ขึ้นไป เมียอ้อนวอนให้ขึ้นไป พระอินทร์โยม เอาแท่งทองเท่ากับกองฟืน วางไว้แล้วเอาผ้าขาวคลุมไว้ นั่นไง แฟนเธอ นอนยังไม่ตื่น เหนื่อยล่ะสิ เมื่อคืนนี้ ทำอะไรถึงเหนื่อย เมื่อคืนนี้ อ๋อ อย่าไปพูดอย่างนั้น แม่มีความรักเดียวใจเดียว เคารพพ่อ รักพ่อ เหมือนพ่อ แม่ไม่ทำหรอก ก็ไม่ทำยังไง ก็มันนอนอยู่น่ะ ก็พ่อไปเปิดดูสิ เป็นคนไหม พอไปเปิดดูแล้วโยม เห็นเป็นแท่งทองคำ เท่ากับตัวคน อู้ย เรารวยแล้ว เรารวยแล้ว รวยเพราะพ่อเรา อดเก้าหน ทนเก้าที เจ้าจึงจะเป็นเศรษฐีได้ ตอนนี้ก็ประสบความสำเร็จแล้ว นั่น คนเราต้องอดทนโยม อดทนต่อความลำบาก อดทนต่อความตรากตรำ อดทนต่อความเจ็บใจ 

เหมือนวันนี้ โยมจะมาสร้างขันติ ความอดทน มาฟังเทศน์ครูบาอาจารย์ ฟังแล้ว มันชื่นใจโยม มีความสุขใจ ผู้ใดฟังธรรมบ่อยๆ ผู้นั้นชื่อว่า ผู้รับธรรม ผู้รับธรรมเป็นผู้เจริญ ผู้ชังธรรมเป็นผู้เสื่อม “ธมฺมกาโม ภวํ โหติ” ผู้ยินดีในธรรม เป็นผู้เจริญ “ธมฺมเทสฺสี ปราภโว” ผู้ชังธรรมเป็นผู้เสื่อม คำว่าชังธรรม ก็คือ เราไม่รักตัวนั่นล่ะ ชอบตามใจตัวเอง บางทีนั่งไปไม่เหน็ดไม่เหนื่อย ไม่ปวด เราก็นึกว่าปวด ไปห้องน้ำซะหน่อย ก็หนีไปเฉยๆ โยม อย่าเป็นสมาธิห้องน้ำน่ะ โยมต้องตั้งใจโยม วันนี้โยมจะได้อิ่มอก อิ่มใจ โยมต้องอดทนอย่างที่กล่าว แล้วโยมต้องหยุดด้วย น่ะโยม 

มองลงมาตรงกลางหน้าอกก็ได้ หยุด หยุดลมสักนิดนึง ไม่ต้องพิถีพิถัน ไม่ต้องมีรูปแบบอะไรมาก แล้วโยมเห็นความสุขตอนนี้เลย หายใจเข้าเบาๆ คอยดูสิว่า จิตสงบเราก็รู้ ไม่สงบเราก็รู้ แล้วความสงบมาตรงนี้เหรอ มันเงียบอย่างนี้เหรอ ไม่ได้คิดถึงเรื่องโน้นเรื่องนี้ เบากาย เบาใจ เบา สุดท้ายโยมก็เลยประสบพบกับความสุขแท้จริงในชีวิต สุขอะไรยิ่งกว่าความสงบไม่มีน่ะโยม โยมสงบเมื่อไหร่ โยมได้กำไรชีวิตเมื่อนั้น โยมไปหลงอารมณ์ปรุงแต่งเมื่อไหร่ โยมก็จะขาดทุนเมื่อนั้น เพราะฉะนั้น เราใช้ชีวิต อย่าถือเขา อย่าถือเรา มาอย่างนี้เหมือนกัน เราเหมือนพี่น้องร่วมเกิดแก่เจ็บตาย อย่าถือเขา ถือเรา ถือเราก็หนัก ถือเขาก็หนัก ถือเราก็เป็นทุกข์ ถือเขาก็เป็นทุกข์ ไม่ถือเขา ถือเรา เบาสบาย ให้เราละกันทุกคนเลยมานี่ ธรรมะอย่าไปเอามาคุณโยม เมื่อเราสร้างเมตตาขึ้นที่ไหน ธรรมะที่เราฟังจะขังอยู่ในใจของเรา ไม่ไหลออก เหมือนขันแก้ว ขันก้นดินโยม เทน้ำใส่ น้ำไม่ไหลออกหรอก ถ้าเราปฏิบัติธรรมโยม สนใจในธรรมแต่ขาดเมตตาเหมือนแก้วรั่วๆน่ะโยมน่ะ เพราะฉะนั้นทำขันธ์ของเราให้ดี 

เอาล่ะ วันนี้ก็จะเทศนาหลายองค์โยม สองสามรูป สองสามองค์ อาตมาชี้แจงสิ่งละอันพันละน้อยมาก็พอสมควรแก่กาลเวลา ท้ายที่สุดนี้ ขอให้คุณโยมทำบุญให้เป็น เห็นให้ถูกต้อง ไปให้สุดขุดให้ถึง แล้วโยมก็จะพ้นทุกข์เอง เทศนาประโยสาเน ในที่สุดนี้ ใครกำลังมีทุกข์ขอให้พ้นทุกข์ ใครกำลังมีโศกขอให้พ้นโศก กำลังมีภัยขอให้พ้นภัย หนี้เสนียดจัญไรทั้งหลายทั้งปวงก็ขอให้หมดไปสิ้นไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ขอชีพของท่านของจงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสาร จะทำธุรกิจการงานใดๆก็ขอให้ประสบผลสำเร็จ ในชีวิตโดยทั่วถึงกันเทอญ  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มหานิยม’แฉพระบางรูป-จนท.วิ่งแก้เอกสารใหม่ ปูดเจ้าคณะเมืองคอนถูกปองร้าย #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607764

'มหานิยม'แฉพระบางรูป-จนท.วิ่งแก้เอกสารใหม่ ปูดเจ้าคณะเมืองคอนถูกปองร้าย

วันเสาร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 17.33 น.

“มหานิยม เวชกามา” ปูดมีข่าวลือเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชอาจถูกปองร้ายจากกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ที่ไม่อยากให้เป็นเจ้าคณะจังหวัดต่อไป หลัง มส.มีคำสั่งปลด 3 เจ้าคณะจังหวัด ตอนนี้มีตำรวจเข้ามาดูแลความปลอดภัยที่วัดแล้ว พร้อมแฉขณะนี้มีพระบางรูปร่วมกับเจ้าหน้าที่บางคนกำลังวิ่งเต้นจัดทำเอกสารบางอย่างขึ้นมาใหม่

วันที่ 9 ต.ค.64 ดร.นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งปลดพระสังฤาธิการ 3 รูป ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดว่า ตนไม่ค่อยสบายใจข่าวลือที่ออกมาเกี่ยวกับเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช อาจถูกปองร้ายจากกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ที่ท่านเข้าไปบริหารจัดการที่ดินของวัดในจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เกิดความถูกต้อง ซึ่งผู้ที่เสียผลประโยชน์ไม่อยากให้ท่านเป็นเจ้าคณะจังหวัดต่อไป โดยอาศัยช่วงจังหวะเกิดปัญหาที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่ซ้อน เพื่อจะฉวยเป็นโอกาสโยนความผิดให้สถานการณ์ เมื่อเช้าตนได้โทรสอบถามเจ้าคุณเจือ ทราบว่า ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลความปลอดภัยที่วัดแล้ว

ดร.นิยม กล่าวต่อว่า การที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่ซ้อนเกิดปัญหามาก ทั้งที่พระราชปริยัติเวที หรือเจ้าคุณเจือ ยังอยู่ในตำแหน่ง ทางฝ่ายคณะสงฆ์นครศรีธรรมราช ก็ไม่รู้จะฟังใคร ปั่นป่วนกันไปหมด ทาง มส.ก็พยายามออกข่าวมาว่า ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ได้ตั้งเจ้าคณะจังหวัดซ้อน เพราะพระธรรมวิมลโมลี วัดไตรธรรมาราม เจ้าคณะภาค 16 มีคำสั่งปลดไปก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งไม่จริง ตนได้ข้อมูลมาไม่ตรงกับ มส.ก่อนที่มหาเถรสมาคมจะมีมติแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่เพียงไม่กี่วัน เจ้าคณะภาค 16 ยังมีหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัดในกิจการงานต่างๆ ของคณะสงฆ์จังหวัดนครศรีธรรมราชอยู่เลย แล้วจะบอกว่าเจ้าคณะภาคปลดแล้วได้อย่างไร 

เมื่อเจ้าคณะภาคยังมีหนังสือถึงท่าน ก็แสดงว่า ท่านยังอยู่ในตำแหน่ง ไม่ได้ถูกปลด หนังสือนั้นก็จะเป็นหลักฐานยืนยันอีกทางหนึ่ง แต่มหาเถรสมาคมไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน กลับมีมติแต่งตั้งรูปใหม่ซ้อนขึ้นมา ในทางปกครอง ถือว่า เป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง อย่างนี้ตามกฎมหาเถรสมาคม จะถือว่ากรรมการมหาเถรสมาคมทำผิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรงได้หรือไม่

“จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในเขตภาค 16 หากมีการปลดท่านออกจากตำแหน่งจริง เจ้าคณะภาคก็ต้องรายงานการปลดมายังเจ้าคณะใหญ่หนใต้ และเจ้าคณะใหญ่หนใต้ ต้องส่งเรื่องมายังสำนักพุทธ เพื่อแจ้ง มส.ทราบ ซึ่งจะต้องมีมติมหาเถรสมาคมออกมาก่อนหน้านี้ว่า ท่านถูกปลดพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว หนังสือรายงานการปลดต้องมีขึ้นมาตามลำดับการปกครอง เพราะเป็นถึงเจ้าคณะจังหวัด แต่ปรากฎว่า ท่านยังทำหน้าที่และเจ้าคณะภาค 16 ก็ยังมีหนังสือถึงท่านจนถึงวัน มส.มีมติ ตั้งเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่และยังมีข้อมูลอีกว่า เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ท่านก็ไม่รู้เรื่อง ท่านไม่เคยรายงานต่อ มส.เรื่องการปลดเจ้าคุณเจือ ออกจากตำแหน่ง และท่านไม่เคยแจ้ง มส.ขอตั้งเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่ เรื่องนี้เป็นปมใหญ่ซ้อนขึ้นมา มีใครแอบสอดไส้ตั้งเจ้าคณะจังหวัดซ้อนหรือไม่ มส.และสำนักพุทธ ต้องชี้แจงให้ชัดเจน” ดร.นิยม กล่าว

ดร.นิยม กล่าวอีกว่า เมื่อกรรมาธิการศาสนาฯเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง ตนจะขอให้เรียกเอกสารเหล่านี้ทั้งหมดมาประกอบการพิจารณาด้วย ในเบื้องต้นตนขอบอกไปยังเจ้าคณะจังหวัดต่างๆ ที่ถูกปลดว่า ต้องเอาหลักฐานที่มีไปแจ้งความไว้ก่อน ป้องกันกระบวนการทำหลักฐานย้อนหลัง เพราะตนทราบมาว่าขณะนี้มีพระบางรูปร่วมกับเจ้าหน้าที่บางคนกำลังวิ่งเต้นจัดทำเอกสารบางอย่างขึ้นมา  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพจดังแชร์ประสบการณ์ รถเกือบตกดอยภูคา จ.น่าน หลังรถข้างหลังเบรกไหม้ #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607758

เพจดังแชร์ประสบการณ์ รถเกือบตกดอยภูคา จ.น่าน  หลังรถข้างหลังเบรกไหม้

วันเสาร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.57 น.

วันที่ 9 ตุลาคม 2564 เพจฟซบุ๊ก ตามติดชีวิตผีบ้า ซึ่งเป็นเพจเกี่ยวกับการรีวิวการท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ เล่าประสบการณ์การเกิดอุบัติเหตุ สาเหตุจากรถข้างหลังเบรกไหม้ โดยระบุว่า

ถนนไม่ใช่ครู อย่าเรียนรู้ด้วยชีวิต #น่าน

#เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงรถเกือบตกเขาดอยภูคาเพราะรถข้างหลังเบรกไหม้ ได้แผลได้เลือด ชุดดริปแตก รถเด้งไปอีกเลน ดีที่ไม่มีรถสวนมา ข้างทางเป็นเหว ประตูหลังประตูข้างปิดไม่สนิท กันชนฉีก กินเวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเคลียร์เรียบร้อย ของพัง รถพังไม่เป็นไร ยังซ่อมยังซื้อใหม่ได้ โชคดีที่ทั้ง 2 ฝ่ายไม่มีใครเป็นอะไรมาก

วันนี้เลยอยากมาบอกเล่าถึงการขับรถขึ้นเขาลงเขา เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากเดินทางมาเที่ยวน่านนะคะ สาย 1256 จากบ่อเกลือมาปัว จุดที่เราเกิดอุบัติเหตุ คือจุดที่พี่เจ้าหน้าที่อุทยานบอกว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก เพราะเป็นช่วงลงเขายาวๆ อย่างต่อเนื่อง

ผ่านทางลาดสูงชันคดโค้งมามาก ใกล้จะลงถึงทางราบปกติแล้ว หลายๆ คันที่เหยียบเบรกตลอดเวลา มักเบรกร้อน เบรกไหม้กันช่วงนี้ เบรกวืด เบรกไหม้ ทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด หลายๆ คนไม่ได้ใช้เกียร์ต่ำ อย่างที่ป้ายข้างทางบอก

หลายๆ คน ลากเกียร์ D เหยียบเบรกแช่ลากยาว จะโค้ง จะลง ก็ใช้เกียร์ D และเบรก ซึ่งจริงๆ แล้วเราควรมองป้ายจราจรข้างทางบ้าง เขาจะมีบอกตลอดว่าใช้เกียร์อะไร ลงเขายาวกี่กิโลเมตร และให้ขับที่ความเร็วเท่าไร ในการลงเขาดอยภูคา ทางลาดชัน ต้องใช้ Engine Break หรือใช้เกียร์ต่ำช่วยนะคะ ใช้เกียร์ต่ำ 1-2 เพื่อฉุดให้รถมีกำลังขึ้นทางชัน และลดความเร็วเวลาลงเขาค่ะ ลงเขาใช้เกียร์ต่ำ รอบสูง เครื่องอาจเสียงดัง ไม่ต้องกลัวรถพัง มันไม่พังค่ะ เกียร์ต่ำเขาสร้างมาเพื่อสิ่งนี้ ถ้ารู้สึกความเร็วเริ่มขึ้นสูงเกินไป ให้เบรกแล้วปล่อยเป็นระยะๆ เหยียบปล่อยๆ อย่าเหยียบแช่นาน หากรู้สึกว่าเบรกวืด ได้กลิ่นไหม้ให้จอดพักรถตามจุดชมวิว จุดจอดรถ พักอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง พอเบรกหายร้อน เบรกก็จะกลับมาใช้ได้ปกติค่ะ มีสติอยู่เสมอ คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ประมาท เคารพกฎจราจร ไม่แซงทางโค้ง ไม่แซงเส้นทึบ อย่าเลี้ยวตัดโค้ง โค้งบังตาอย่าลืมบีบแตรเพื่อส่งสัญญาณให้รถที่สวนมาด้วยนะคะ ขับในความเร็วที่พอเหมาะ ขับเร็วเกินไปก็อันตราย ขับช้าเกินก็ลำบากเพื่อนร่วมทาง ถ้าไม่ชำนาญทาง รู้ตัวว่าขับช้า หากมีรถหลังส่งสัญญาณต้องการจะแซง อย่ากักเลน หลบให้เขาด้วยนะคะ

น่าน เป็นเมืองภูเขา ถ้าไม่ชำนาญไม่แน่ใจ แนะนำรถเช่าพร้อมคนขับนะคะ

สำหรับนักเดินทางที่อยากจะเช่ารถ

เราแนะนำว่าให้บอกทางร้านเช่าด้วยนะคะ ว่าต้องการจะเดินทางไปที่ไหนบ้างในน่าน ร้านเช่ารถจะได้จัดหารถที่เหมาะสม และแนะนำการใช้งานได้

-เกียร์ต่ำสำคัญมากนะคะ

-ก่อนออกเดินทางทุกครั้งอย่าลืมตรวจสภาพ เช็กความพร้อม ลมยาง ผ้าเบรก หม้อน้ำ น้ำมันเครื่อง ศึกษาเส้นทางก่อนไป

-พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าอดหลับอดนอนไม่ขับรถ

-ควรวางของในรถให้เป็นระเบียบ เพราะโดนชนขึ้นมาของกระจายและอาจกระเด็นมาโดนเราได้

-ขอให้เพื่อนๆ เดินทางปลอดภัยกันทุกคนนะคะ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศิษย์เจ้าคุณบัวศรีวอน’บิ๊กตู่’ยุติศึกคำสั่ง มส.ปลดฟ้าผ่า 3 เจ้าคณะจังหวัด #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607757

ศิษย์เจ้าคุณบัวศรีวอน'บิ๊กตู่'ยุติศึกคำสั่ง มส.ปลดฟ้าผ่า 3 เจ้าคณะจังหวัด

วันเสาร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 16.54 น.

ศิษย์ “เจ้าคุณบัวศรี” วอน “บิ๊กตู่” เข้ายุติปัญหากรณีคำสั่งปลด 3 พระสังฆาธิการออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ก่อนปัญหาบานปลาย 

ความคืบหน้ากรณีมหาเถรสมาคม (มส.) มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป โดยปรากฏทางสื่อโซเชียล เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี หรือเจ้าคุณบัวศรี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ผลดังกล่าวทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) และญาติธรรมเคลื่อนไหวมีมติคัดค้านทันทีเพราะมองว่าไม่เป็นธรรม และมีการล่ารายชื่อหนึ่งแสนถวายฎีกา และส่งหนังสือถึงคณะกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบความเป็นธรรม

ล่าสุดวันที่ 9 ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวที่วัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พุทธศาสนิกชนยังคงเข้าไปทำบุญถวายภัตตาหารเช้า และปฏิบัติธรรมกันตามปกติ ซึ่งวันนี้ “เจ้าคุณบัวศรี” หรือพระเทพสารเมธี ได้ลงมาปฏิบัติกิจสงฆ์ตามปกติโดยไม่พูดถึงสาเหตุการถอดถอน เช่นกันกับบรรดาญาติธรรมกำลังใจจอใจจ่อ และคาดหวังที่ทางมหาเถรสมาคม จะให้ความเป็นธรรม โดยเฉพาะในส่วนของสำนักพุทธศาสนา กับผลของการถวายฎีกา

นางเวียงใต้ ภูหวล อายุ 53 ปี อยู่เลขที่ 60 หมู่ที่ 3 ต.นาดี อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ความเสียใจต่อคำสั่งถอดถอน เจ้าคุณบัวศรี หรือ พระเทพสารเมธี ไม่ใช่เฉพาะตน แต่ชาวพุทธที่เลื่อมใสศรัทธาท่านเจ้าคุณบัวศรี เสียใจที่สุด เมื่อได้ยินข่าวก็ร้องไห้เพราะไม่มีใครรู้ว่าเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เมื่อติดตามข่าวยิ่งทำให้มั่นใจว่า คำสั่งนี้มีการสอดไส้ เพราะระดับพระผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบกิจการสงฆ์ยังปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าใครเสนอ หลังจากนี้ก็คงเป็นการเฝ้ารอเพราะทราบว่า มหาเถรสมาคมและสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติจะมีการประชุมกันและจะมีการแถลงข่าวออกมา

“กรณีนี้คงต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง หากบอกว่าท่านเจ้าคุณบัวศรี มีความผิด ก็ต้องถามกลับไปว่า ท่านผิดเรื่องอะไร ผิดเมื่อไหร่ มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือยัง เพราะการถอดถอนที่ไม่เป็นธรรมจะทำให้ประชาชนเสื่อมและไม่เคารพต่อกระบวนการยุติธรรม” นางเวียงใต้ กล่าว

นางเวียงใต้ กล่าวต่อว่า ในฐานะชาวพุทธคนหนึ่งทราบว่ามีการขอความเป็นธรรมไปยัง คณะกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ส่วนตัวก็ต้องการขอให้ท่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ท่านได้เข้ามาติดตามเรื่องนี้เพราะท่านนายกประยุทธ์ เป็นทหารเป็นคนดีก็ต้องขอความเมตตาให้ท่านเข้ามาร่วมตรวจสอบเพื่อเป็นการปกป้องพระพุทธศาสนาของชาติด้วย  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวใต้ผันตัวค้ากระท่อมเอาใจคอเคี้ยวแนะคนตกงานรับขายสร้างรายได้สู้ภัยโควิด #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607722

สาวใต้ผันตัวค้ากระท่อมเอาใจคอเคี้ยวแนะคนตกงานรับขายสร้างรายได้สู้ภัยโควิด

วันเสาร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 15.10 น.

ตามที่ประเทศไทยมีผลบังคับใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 8 พ.ศ.2564 ปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 ทำให้ชาวบ้านทั่วไปสามารถปลูกพืชกระท่อม เอาไว้ครอบครอง และสามารถซื้อขายหรือนำมาบริโภคได้อย่างเสรี ไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป ตามนโยบายรัฐบาลต้องการผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สามารถส่งขายเชิงพาณิชย์ หรืออุตสาหกรรมได้ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย

น.ส.มณธิรา เพ็งรัตน์ อายุ 29 ปีจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี จากเมืองสะตอ แดนใต้ ตามภูมิลำเนาเดิมจังหวัดนครศรีธรรมราช เก็บวุฒิปริญญาใส่ตู้แล้วผันตัวมาเป็นแม่ค้า จับพืชเศรษฐกิจมาแรงตัวใหม่ คือพืชกระท่อม มาจำหน่ายหารายได้ ในพื้นที่เมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังจากมีการประกาศปลดล็อกแล้ว

น.ส.มณธิรา เปิดเผยว่า เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ที่ระบาดหนัก ทำให้กลุ่มธุรกิจต่างปิดตัวลงไป เป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ยังหางานทำไม่ได้ เมื่อรู้ว่าพืชกระท่อมถูกปลดล็อก และมีคนให้ความสนใจกันมาก ตนเองเป็นคนใต้ที่พอจะเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับพืชกระท่อมตั้งแต่เด็ก ถึงสรรพคุณช่วยรักษาโรคหลายชนิด จึงสั่งพืชกระท่อมแบบชนิดใบมาจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัว

โดยจำหน่ายในราคา 350-500 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งก็มีลูกค้าให้ความสนใจจำนวนมาก ทั้งคนที่เคยใช้พืชกระท่อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเพื่อรักษาอาการป่วยต่างๆ และไม่เคยใช้เลย ส่วนในการนำไปใช้นั้นบางรายจะนำไปเคี้ยว บางรายจะนำไปต้มดื่มแทนน้ำชา ก็แล้วแต่กรรมวิถีที่จะช่วยให้ใช้พืชชนิดนี้ได้ง่าย เพราะบางคนไม่ชอบรสขมของพืชชนิดนี้

นอกจากนี้ ยังเล็งเห็นถึงกลุ่มคนที่อยู่ในสถานะตกงานจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 หากสนใจในพืชเศรษฐกิขตัวใหม่นี้และต้องการรับมาขายหารายได้มาเลี้ยงครอบครัวก็สามารถมารับพืชกระท่อมไปขายได้ในราคาที่สามารถไปทำกำไรต่อได้อย่างแน่นอน โดยติดต่อได้ที่เบอร์ 0615708675 หรือทางเพจเฟสบุ๊ค บ้านท่อม น้องกองทัพ ปลีกส่งเพื่อเป็นการจับมือกันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจนี้ไปด้วย  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! เสี่ยใหม่คนดังควักเงินซื้อวัว ‘เจ้าเพชรพันล้าน’ ราคาเกือบสองล้าน #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607710

ฮือฮา! เสี่ยใหม่คนดังควักเงินซื้อวัว 'เจ้าเพชรพันล้าน' ราคาเกือบสองล้าน

วันเสาร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.36 น.

ฮือฮาอีกแล้วเสี่ยคนดังควักเงินซื้อวัวฮินดูบราซิล  “เจ้าเพชรพันล้าน” ราคา 1.8 ล้านบาท รูปร่างดี หน้าตาดี หูยาว หน้าโก่งเข้าตำรา เจ้าของเผยซื้อมาในราคา 7 แสนบาทเลี้ยงได้หนึ่งปีก่อน “เสี่ยใหม่” คนดังมาพบเห็นขอซื้อต่อเพื่อนำไปรีดน้ำเชื้อขาย

วันที่ 9 ต.ค.64 ที่บริเวณรวยเพชรชัยฟาร์ม 7 ต.สายทอง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ได้มีการซื้อขายวัวชื่อ “เจ้าเพชรพันล้าน” เป็นวัวฮินดูบราซิล เพศผู้ อายุ 2 ปี มีรูปร่างหน้าตาดี หูยาว หน้าโก่ง ใบหูใหญ่ยาว หางยาว สีแดงดู่ หรือสีทองเม็ดมะขามในราคา 1.8 ล้านบาท และมีการส่งมอบเงินและวัวกัน โดยมีชาวบ้านและเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวพันธุ์มาเป็นสักขีพยานกันอย่างคึกคัก

นายสมปอง นิยมทอง อายุ 60 ปี ชาวสุพรรณบุรี ผู้ขายวัว เปิดเผยว่า ได้ไปพบ “เจ้าเพชรพันล้าน” ที่จังหวัดนครราชสีมาตอนนั้นอายุประมาณ 7 เดือนพบว่ามีรูปร่างหน้าตาดี หูยาว หน้าโก่ง ใบหูใหญ่ยาว หางยาว สีแดงดู่ หรือสีทองเม็ดมะขาม เข้าตำรา จึงได้ซื้อมาในราคา 7 แสนบาท และทำการเลี้ยงดูอย่างดีกว่า 1 ปี ต่อมาทาง “เสี่ยใหม่” นายธนันณัฏฐ์ ช้างงาม เจ้าของรวยเพชรชัยฟาร์ม ไปพบจึงขอซื้อโดยต่อตกลงกันในราคา 1.8 ล้านบาท วางมัดจำไว้ 5 แสนบาทและวันนี้ส่งมอบเงินอีก 1.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นการทำกำไรได้กว่า 1 ล้านบาทในเวลาเพียงปีเดียว

ด้านนายเชาวลิต วงษ์เงิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.สายทอง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ผู้ดูแลเพชรชัยฟาร์ม กล่าวว่า ทาง “เสี่ยใหม่” ได้มาพบวัวฮินดูบราซิล “เจ้าเพชรพันล้าน” อายุ 2 ปีตัวนี้มีรูปร่างหน้าตาดี หูยาว หน้าโก่ง ใบหูใหญ่ยาว หางยาว จึงได้ติดต่อขอซื้อในราคา 1.8 ล้านบาทซึ่งเป็นราคาที่แพงในการซื้อขายวัวฮินดูบราซิล เพื่อนำไปประกวดและเป็นพ่อพันธุ์รีดน้ำเชื้อส่งขายทั่วประเทศ นอกจากนั้น เสี่ยใหม่ ยังได้ซื้อ “เจ้าโอริโอ้” วัวฮินดูบราซิล เพศผู้อายุ 7 เดือนมาในราคา 1.9 ล้านบาท เลี้ยงไว้ที่รวยเพชรชัยฟาร์ม ซึ่งเป็นที่ฮือฮามาแล้ว  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ศิษยานุศิษย์เศร้า! สิ้นเกจิดังลุ่มน้ำบางปะกง ‘หลวงปู่ฟู’ ละสังขารสิริอายุ 99 ปี #SootinClaimon.Com

Posted on October 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/607706

ศิษยานุศิษย์เศร้า!  สิ้นเกจิดังลุ่มน้ำบางปะกง ‘หลวงปู่ฟู’ ละสังขารสิริอายุ 99 ปี

วันเสาร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 14.21 น.

วันที่ 9 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระมงคลสุทธิคุณ (หลวงปู่ฟู อติภทฺโท ป.ธ.4) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอบางปะกง และอดีตเจ้าอาวาสวัดบางสมัคร จ.ฉะเชิงเทรา มรณภาพอย่างสงบ เมื่อประมาณเวลา 02.00 น. ของวันนี้ สิริอายุ 99 ปี 79 พรรษา

สำหรับประวัติโดยย่อของ พระมงคลสุทธิคุณ หรือ หลวงพ่อฟู อติภทฺโท อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอบางปะกง , อดีตเจ้าอาวาสวัดบางสมัคร ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา  นามเดิมว่า ฟู ดวงดารา เกิดเมื่อวันอาทิตย์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2465 ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย ปีจอ ณ บ้านบางสมัคร อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โยมบิดาชื่อนายนุ่ม ดวงดารา โยมมารดาชื่อนางเปี่ยม ดวงดารา ในช่วงวัยเยาว์ ได้รับการศึกษาจนจบระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากนั้นจึงได้ออกมาช่วยบิดา-มารดาประกอบอาชีพ ด้วยครอบครัวมีฐานะยากจน

หลวงพ่อฟู อติภทฺโทได้เข้ารับการอุปสมบทวันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2485 ณ วัดบางสมัคร โดยมีพระครูพิบูลย์คณารักษ์ (หลวงพ่อดิ่ง คงฺคสุวณฺโณ) วัดบางวัว ผู้เป็นพระอาจารย์เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อชื่น วัดทองนพคุณ เขตคลองสาน กรุงเทพฯ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูเมธีธรรมโฆสิต (พระมหาจอม) วัดบางสมัคร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “อติภัทโท” หลังจากอุปสมบทแล้วท่านได้ศึกษาด้านคันถธุระ ณ วัดทองนพคุณ กรุงเทพฯ จนสามารถสอบได้นักธรรมโท และ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2487 ท่านได้ไปจำพรรษา ณ วัดอุทยานที จ.ชลบุรี เพื่อเรียนนักธรรมเอก

จนกระทั่งปี พ.ศ.2492 ท่านก็สอบได้เปรียญธรรม 4 ประโยค ต่อมาพรรษาที่ 16 ปี พ.ศ.2501 หลวงพ่อฟูได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอู่ตะเภา จ.ชลบุรี เลื่อนอันดับเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และตำแหน่งเจ้าคณะตำบลหนองไม้แดง จ.ชลบุรี จนกระทั่งปี พ.ศ.2503 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2505 ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางสมัคร จ.ฉะเชิงเทรา ว่างเว้นลงชาวบ้านและญาติโยม จึงนิมนต์ท่านให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดบางสมัครจวบจนมรณภาพ

หลวงปูฟูถือได้ว่าเป็นศิษย์รูปสุดท้ายของหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว ที่ได้รับการถ่ายทอดวิทยาคม ในการสร้างวัตถุมงคลลิง หรือ หนุมาน อันลือเลื่อง รวมทั้งสุดยอดวิชาของหลวงพ่อดิ่ง คือ “สูญผีไล่ผีคาถาพระเจ้าสิบหกพระองค์” ท่านนำวิชาอาคมของบรมครูแต่ละท่านมาใช้อย่างได้ผลดีทุกด้าน โดยเฉพาะด้านเมตตา มหานิยม แคล้วคลาด คงกระพัน มีเรื่องให้กล่าวขวัญกันไม่หยุดโดยเฉพาะในวงการพระเครื่อง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,301,842 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

CP All Laos strikes franchise deal for 7-Eleven stores #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
‘รุจ ศุภรุจ’ ปลื้มมีตติ้งออนไลน์ #แฟนแคมกับรุจ สุดอบอุ่น พร้อมเผยความในใจสุดซึ้ง #SootinClaimon.Com
Huawei 5G tie-up will not disrupt intelligence-sharing, U.S. officials say #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
'โม อมีนา-ติช่า'ประชันความแซ่บ สวมลูกไม้ซีทรูสุดเร้าร้อน
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
How app culture turned astrology into a modern obsession
'ปชป.'ขนรมต.ปราศรัยใหญ่ ก่อนเลือกตั้งซ่อมนครปฐม
แซ่บซี๊ดสนั่นไอจี! 'เจนี่'ปล่อยคลิปหวิวรับสงกรานต์ โชว์เรือนร่างเปลือยเปล่าสุดเซ็กซี่
ลอรีอัลคว้าเกรด AAA ด้านสิ่งแวดล้อมยั่งยืน CDP 5 ปีซ้อน #SootinClaimon.Com
Free entrance to Nong Nooch for residents of 9 provinces, 10 Bangkok districts #SootinClaimon.Com

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d