Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘พี่ชายต้นเรือพลับตัดพ้อ! ประสิทธิภาพประสานงาน-การสื่อสาร ไม่มีอะไรทำให้เราเชื่อมั่นได้เลย

Posted on January 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703871

'พี่ชายต้นเรือพลับตัดพ้อ! ประสิทธิภาพประสานงาน-การสื่อสาร ไม่มีอะไรทำให้เราเชื่อมั่นได้เลย

‘พี่ชายต้นเรือพลับตัดพ้อ! ประสิทธิภาพประสานงาน-การสื่อสาร ไม่มีอะไรทำให้เราเชื่อมั่นได้เลย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.06 น.

วันที่ 12 มกราคม 2566 จากกรณีโฆษกกองทัพเรือ เผย ผลพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ผู้เสียชีวิตรายที่ 24 จากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปางคือ ว่าที่ นาวาตรี พลรัตน์ สิโรดม หรือ ต้นเรือพลับ เสาร์นี้เตรียมเคลื่อนร่างจาก ฐานทัพเรือกรุงเทพ ไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ณ วัดศรีเอี่ยม เขตบางนา

ล่าสุด พี่ชายต้นเรือพลับ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า  ไม่ใช่ว่าเราทำใจไม่ได้ หรือไม่ยอมรับความจริง แต่จากประสิทธิภาพของการประสานงานกับการสื่อสารในช่วงที่ผ่านมา ไม่มีอะไรทำให้เราเชื่อมั่นได้เลย การที่มีเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งญาติว่าฟันตรง โดยไม่ให้ข้อมูลอื่นๆ หรือมีหลักฐานประกอบเลย ถ้าเป็นคุณ คุณจะเชื่อไหม ตามหลักแล้ว ญาติมีสิทธิ์ที่จะรับรู้และเข้าถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และตามกระบวนการ เรามีสิทธิ์ที่จะร้องขอการตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อความมั่นใจว่าได้ส่งร่างคืนให้ถูกครอบครัว และอาจจะเป็นการซื้อเวลาให้ญาติมีเวลาทำใจมากขึ้น ผมเป็นหมอ ผมเป็นทหาร ผมรู้อยู่แล้วว่าโอกาสที่เค้าจะรอดหลัง 48-72 ชม. มันแทบจะไม่มีเลย 

คนที่บอกว่าทำใจยอมรับเหอะ หลายวันแล้ว ผมไม่รู้หรอกนะว่าเค้าเติบโตมายังไง แต่ครอบครัวของเราเติบโตมาด้วยความรัก การจะต้องสูญเสียใครไปสักคน มันไม่ใช่เรื่องง่าย ระยะเวลาในการทำใจของแต่ละคน หรือการจัดการกับอารมณ์ของแต่ละคนนั้นก็ไม่เหมือนกัน ผมเป็นพี่ผมยังปวดใจขนาดนี้ แล้วหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ล่ะครับ ไหนจะน้องสะใภ้ผมอีก แค่ต้องคิดว่าผมจะไม่ได้กอดน้องแล้ว น้องที่ผมอุ้มมาตั้งแต่น้องเกิด ไอ้หมาของผม ผมยังห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้ไม่ได้เลย ตัวผมเองก็เตรียมใจมาแล้วประมาณนึง ด้วยหลักการและเหตุผล สมองมันเข้าใจนะครับ แต่หัวใจเองมันก็ยังรับไม่ได้ มองเห็นอะไรก็คิดถึงน้องไปหมด พอคิดถึงแล้วน้ำตาก็ไหล แล้วพ่อแม่ผมล่ะครับ พวกท่านจะเป็นยังไง 

ผมขอขอบคุณสำหรับทุกๆกำลังใจที่ส่งมาให้นะครับ ตอนนี้ผมขอเวลาและขอความเป็นส่วนตัวให้คนในครอบครัวด้วยครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกคนมากๆจริงๆ #ต้นเรือพลับ #เรือหลวงสุโขทัย

อ่านรายละเอียด : ทร.เผยผลพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ผู้เสียชีวิตรายที่ 24 คือ ‘ต้นเรือพลับ’

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัตถุมงคล’หลวงปู่เหลือง’ บางรุ่นพุ่งเกือบครึ่งแสน เซียนพระต้องมีบูชา

Posted on January 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703761

วัตถุมงคล'หลวงปู่เหลือง' บางรุ่นพุ่งเกือบครึ่งแสน เซียนพระต้องมีบูชา

วัตถุมงคล’หลวงปู่เหลือง’ บางรุ่นพุ่งเกือบครึ่งแสน เซียนพระต้องมีบูชา

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.36 น.

วัตถุมงคล พระเครื่อง พระบูชา “หลวงปู่เหลือง” เซียนพระ แห่เช่าหากันคึกคัก บางรุ่นพุ่งเกือบ 50,000 บาท ขณะชาวพุทธ และลูกศิษย์จากทั่วสารทิศแห่กราบสรีระสังขาร “หลวงปู่เหลือง” เพื่อเป็นสิริมงคล               

12 มกราคม 2566  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพระเทพมงคลวัชราจารย์ หรือ หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม เจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ธรรมยุต) พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งอีสานใต้ ได้มรณภาพลง ด้วยโรคชราอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2566 เวลา 02.45 น. สิริอายุ 95 ปี 76 พรรษา

ทั้งนี้ คณะศิษยานุศิษย์ได้เชิญสรีระหลวงปู่เหลือง บรรจุไว้ในโลงแก้ว ณ ศาลาฉันทาคมานุสรณ์วัดกระดึงทอง อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ โดยได้ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมครบเป็นเวลา 7 วันแล้ว จากนี้จะเก็บสรีระสังขารของหลวงปู่ไว้ และมีการสวดอภิธรรมศพ เป็นเวลา 100 วัน เพื่อให้ศิษยานุศิษย์ได้เดินทางมากราบไหว้สรีระของหลวงปู่ เพื่อเป็นสิริมงคลต่อไป

โดยแต่ละวันได้มีข้าราชการ พระสงฆ์ ตลอดจนคณะศิษยานุศิษย์ ญาติโยมจากทั่วสารทิศจำนวนมาก หลั่งไหลมากราบสรีระของหลวงปู่เหลือง เป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะเดียวกันที่บริเวณ ชมรมพระเครื่อง เมืองแปะ ประตูนำชัย ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับให้ประชาชน และผู้นิยมพระเครื่อง พระบูชา มาเลือกหาพระเครื่อง วัตถุมงคล ของจังหวัดบุรีรัมย์ ปรากฏว่าได้มีประชาชนชาวบุรีรัมย์ และใกล้เคียงแห่เดินทางมาติดต่อขอเช่าพระเครื่อง วัตถุมงคลของหลวงปู่เหลือง จำนวนมาก

โดย พระเครื่อง พระบูชา วัตถุมงคล ของหลวงปู่เหลือง มีจำนวนหลายรุ่นที่นักนิยมพระเครื่องพระบูชา กำลังหาเช่าบูชากันอยู่ แต่พระเครื่อง วัตถุมงคล ของหลวงปู่เหลือง ที่นักสะสมพระเครื่อง พระบูชาเป็นที่นิยม และราคาสูง ได้แก่ เหรียญหลวงปู่เหลือง เนื้อทองแดง รูปไข่ รุ่นแรก ปี 2530 พระสมเด็จ เนื้อผง หลวงปู่เหลือง รุ่นแรก ปี 2527 เหรียญล็อกเก็ต หลวงปู่เหลือง  รุ่นดอร์ทมุน ปี 2546 แจกที่ไทย และวัดสาขาหลวงปู่เหลือง ที่ประเทศเยอรมนี

นอกจากนี้ ยังมี เหรียญเจ้าสัว ห่มคลุม หลวงปู่เหลือง ปี 2559 และเหรียญมังกร หลวงปู่เหลือง รุ่นรวมพุทธคุณ 92  ปี 2559 ซึ่งมีพระเครื่องวัตถุมงคล ของหลวงปู่เหลือง บางรุ่น ขณะนี้มีราคาเกือบ 50,000 บาท รวมทั้งวัตถุมงคล ที่หลวงปู่เหลือง ท่านร่วมปลุกเสกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เหรียญหลักเมืองบุรีรัมย์ เหรียญพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช   

“นึก บุรีรัมย์” ผู้ให้เช่าพระเครื่อง พระบูชาบุรีรัมย์ วัตถุมงคล บอกว่า หลวงปู่เหลือง ท่านเป็นพระผู้มีวัตรปฏิบัติ มีความเพียรเป็นเลิศตลอดชีวิตของท่าน ตั้งแต่บวชได้พรรษาแรกก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจมอบให้แก่ศาสนา มุ่งปฏิบัติ วิปัสสนากรรมฐาน และหลวงปู่เหลืองยังเป็นพระที่รักสันโดษ ไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นเนื้อนาบุญของพุทธศาสนา โดยแท้ ทุกลมหายใจเข้าออกท่านกำหนดจิตด้วยกรรมฐานมีสติอยู่เสมอ

ซึ่งก็ได้สะสมพระเครื่องวัตถุมงคลมานากว่า 20 ปี ในส่วนพระเครื่องวัตถุมงคล ของหลวงปู่เหลือง ก็มีเก็บไว้ให้บูชา เช่ากันหลายรุ่น หากผู้นิยมพระเครื่อง พระบูชาสนใจ ก็สามารถมาสอบถามได้ที่ชมรมพระเครื่องเมืองแปะ ประตูนำชัย เขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์

ด้าน “แมน เขาสวนกวาง” ผู้นิยมพระเครื่องวัตถุมงคล มากว่า 20 ปี บอกว่า หลวงปู่เหลือง ท่านเป็นพระปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ศิษย์สายกรรมฐานหลวงปู่มั่น หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ดุลย์ หลังจาก หลวงปู่เหลือง ท่าน มรณภาพลง วัตถุมงคลของท่าน ก็เริ่มเสาะหาในกลุ่มลูกศิษย์เยอะขึ้น ซึ่งวัตถุมงคลจะมีหลายรุ่น เป็นที่นิยมก็จะเป็น เหรียญรุ่นแรก ปี 2530 สมเด็จรุ่นแรก เหรียญเจ้าสัว เหรียญมังกร เหรียญรวยมหาเศรษฐี และยังมีเหรียญหลวงปู่เหลืองอีกหลายรุ่น ช่วงนี้กำลังได้รับความนิยมจากศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่เหลือง ที่มากราบไหว้ และหาเช่าบูชากัน รู้สึกเสียใจที่หลวงปู่มรณภาพลง ซึ่งก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เหลือง ก็เศร้าเสียใจเหมือนกับทุกคน”

สำหรับ พระเทพมงคลวัชราจารย์ หรือ หลวงปู่เหลือง  ฉันทาคโม  เจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ธรรมยุต) อายุ 95 ปี 76 พรรษา มีนามเดิมว่า เหลือง ทรงแก้ว เกิดเมื่อวันอังคารที่ 1 พฤษภาคม 2470 ตรงกับวันแรม 4 ค่ำเดือน 6 ปีเถาะ ที่บ้านนาตัง ตำบลเขวาสินรินทร์ อำเภอเขวาสินรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ บิดาและมารดาคือ นายเที่ยง ทรงแก้ว และ นางเบียน ทองเชิด เป็นบุตรคนที่ 6 ในจำนวนพี่น้อง 8 คน

พ.ศ. 2487 บวชเณรที่วัดสุทธจินดา จ.นครราชสีมา เจ้าคุณอริยเวที เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2490 อุปสมบทที่วัดสุทธจินดา จ.นครราชสีมา มีพระญาณดิลก เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ. 2501 ไปอยู่วัดกระดึงทอง พ.ศ. 2515 เป็นเจ้าคณะตำบลในเมือง, เป็นเจ้าอาวาสวัดกระดึงทอง พ.ศ. 2517 อบรมพระสังฆาธิการชั้นต้น พ.ศ. 2518 อบรมพระสังฆาธิการชั้นสูง พ.ศ. 2519 ได้รับสัญญาบัตร ที่พระครูวิริยาภิวัฒน์ และเป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ. 2521 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองบุรีรัมย์ (ธ)  พ.ศ. 2522 ให้รักษาการแทน เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ (ธ) พ.ศ. 2523 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะธรรมยุตจังหวัดบุรีรัมย์ พ.ศ. 2528 ได้รับตราตั้งเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระชินวงศาจารย์ พ.ศ. 2535 ได้รับพระราชทานเป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชปัญญาวิสารัท จนถึงปัจจุบัน

พระเทพมงคลวัชราจารย์ เป็นศิษย์อาวุโสรูปหนึ่งของ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดถ้ำขาม จ.สกลนคร และพระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล) วัดรังสีปาลิวัน จ.กาฬสินธุ์ ท่านเจริญรอยตามครูบาอาจารย์ คือ การแน่วแน่กับการปฏิบัติภาวนาไม่เสื่อมคลาย อยู่อย่างสมถะ เรียบง่าย แทบไม่มีใครจำสมณะศักดิ์ของท่านได้ เรียกกันแต่ว่า หลวงปู่เหลือง วัดกระดึงทอง

จึงนับได้ว่า หลวงปู่เหลือง ฉันทาคโม ท่านได้ดำรงธาตุขันและวิถีชีวิตที่เหลืออยู่ในโลกสมมุตินี้ อย่างสมถะ แลเรียบง่ายมากที่สุด จึงได้รับสมญานามว่าเป็น “พระอรหันต์เจ้าผู้ติดดิน”.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โคราชพลิกฟื้นทั้งจังหวัดท่องเที่ยววิถีไทยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

Posted on January 13, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703754

โคราชพลิกฟื้นทั้งจังหวัดท่องเที่ยววิถีไทยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

โคราชพลิกฟื้นทั้งจังหวัดท่องเที่ยววิถีไทยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.21 น.

วันที่ 12 ม.ค.66 ที่ศาลาประชาคมบ้านห้วยทราย หมู่ที่ 6 ตำบลหนองมะนาว อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นประธานเปิดกิจกรรม Kick off ประกาศวาระ ตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จุดนำร่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนางอรุณรัตน์ ชิงชนะ พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมาพร้อมด้วยผู้นำชุมชน ชาวบ้านในพื้นที่ร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างการรับรู้และเป็นการแสดงเจตจำนงร่วมในการขับเคลื่อนตำบลเข้มแข็ง ในจังหวัดนครราชสีมาทั้ง 32 ตำบล 32 อำเภอ เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูพลิกฟื้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยวแบบวิถีไทย

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมาได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการชุมชนโดยชุมชน ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็ง ประชาชนในตำบลน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างพลังชุมชน โดยใช้ของพลังชุมชน ในการพัฒนาชุมชน มาปรับใช้ในการขับเคลื่อนตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้มีความเข้มแข็งครอบคลุมทั้ง 3 มิติ คือ มิติด้านความมั่นคง มิติด้านความมั่งคั่ง และมิติด้านความยั่งยืน การขับเคลื่อนตำบลให้เข้มแข็งจะสัมฤทธิ์ผลได้จะต้องเติมเต็มในส่วนที่ขาด พัฒนาต่อยอดในส่วนที่มีความพร้อมอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือจาก 7 ภาคีเครือข่ายการพัฒนาของตำบล เพื่อให้ประชาชนทุกช่วงวัยในตำบล มีคุณภาพชีวิตที่ดีบนพื้นฐานของแนวคิด “ไม่ทิ้งใคร ไว้ข้างหลัง” นำสู่เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ด้านนางอรุณรัตน์ ชิงชนะ พัฒนาการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตำบลเข้มแข็ง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ตำบลมีการบริหารจัดการชุมชนโดยชุมชน เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง ประชาชนในตำบลน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถี มีการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยการบูรณาการ 7 ภาคีเครือข่ายการพัฒนา ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคผู้นำศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อมวลชน ทำหน้าที่ส่งเสริมพัฒนาตำบลให้มีความเข้มแข็ง ครอบคลุมใน 3 มิติ ดังนี้ 

มิติที่ 1 ด้านความมั่นคง ประกอบด้วย การสร้างความมั่นคงทางอาหาร การให้ความมั่นคงในชีวิตของประชาชน การสร้างความสามัคคีปรองดอง การยึดหลักประชาธิปไตย การทำให้ตำบลปลอดอบายมุขและยาเสพติด และการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการชุมชนในทุกด้าน มิติที่ 2 ด้านความมั่งคั่ง ประกอบด้วย การสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม การสร้างและพัฒนาแหล่งทุนชุมชน การสร้างเศรษฐกิจของตำบลให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนและ มิติที่ 3 ด้านความยั่งยืน ประกอบด้วย การส่งเสริมการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถีชีวิต การอนุรักษ์ปกปักรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการเรียนรู้ ของประชาชน เพื่อการพึ่งตนเอง และการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคีในการพัฒนา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดสถิติเด็กหายปี65 สูงขึ้นในรอบ 4 ปี อึ้ง 61%สมัครใจหนีจากบ้าน-กาง จว.สูงสุด

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

เปิดสถิติเด็กหายปี65 สูงขึ้นในรอบ 4 ปี อึ้ง 61%สมัครใจหนีจากบ้าน-กาง จว.สูงสุด

เปิดสถิติเด็กหายปี65 สูงขึ้นในรอบ 4 ปี อึ้ง 61%สมัครใจหนีจากบ้าน-กาง จว.สูงสุด

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.12 น.

เปิดสถิติเด็กหายปี65 สูงขึ้นในรอบ 4 ปี อึ้ง 61%สมัครใจหนีจากบ้าน-กาง จว.สูงสุด

12 มกราคม 2566 ที่ห้องประชุม 3 อาคารพิทักษ์สันติ ชั้น 19 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ถนนพหลโยธิน กทม. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ ผกก.ฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร 2 กองทะเบียนประวัติอาชญากร, พ.ต.ต.จักรี นารีผล สว.กก.สวัสดิภาพเด็กและสตรี , นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์ภาพรวมเด็กหายทั้งประเทศ และผลการช่วยเหลือในปีที่ผ่านมา

นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า เผยสถิติรับแจ้งเด็กหาย ของมูลนิธิกระจกเงา ปี 2565 ทั้งสิ้น 251  ราย ซึ่งถือว่าสถิติเด็กหายเพิ่มเติมสูงขึ้นในรอบ 4 ปี โดยสูงกว่าปี 2564 ถึง 25%  โดยสาเหตุหลักกว่า 61% หรือ 161 ราย คือเด็กที่สมัครใจหนีออกจากบ้าน  รองลงมาคือ กลุ่มเด็กที่มีพัฒนาการช้า มีความพิการทางสติปัญญา หรือป่วยทางจิตเวช สูญหายกว่า 21% หรือ 52 ราย  และมีเด็กถูกลักพาตัว 2 ราย

โดยช่วงอายุเฉลี่ยของเด็กที่หายออกจากบ้าน มากที่สุดคือช่วง อายุ 11-15 ปี รวม 157 ราย  รองลงมาคืออายุ 16-18 ปี รวม 67 ราย และช่วงแรกเกิดถึงสิบขวบ รวม 28 ราย ทั้งนี้ ช่วงอายุ 11-15 ปี เป็นกลุ่มมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นช่วงวัยที่มีสังคมเพื่อน ช่วงวัยที่เข้าถึงเทคโนโลยี และมีแรงขับทางเพศตามธรรมชาติ

จังหวัดที่มีเด็กสูญหายออกจากบ้านมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 70 ราย นนทบุรี 17 ราย  สมุทรปราการ 17 ราย ปทุมธานี 16 ราย  ชลบุรี และนครปฐม สูญหายเท่ากันคือ 9 ราย

สำหรับแนวโน้มสถานการณ์เด็กหาย พบว่าในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา  ปี 2565  มีสถิติรับแจ้งเด็กหายเพิ่มสูงขึ้น โดยกลุ่มวัยรุ่นอายุ 11-15 ปี ถือว่ามีความเสี่ยงในการตัดสินใจหนีออกจากบ้าน โดยเฉพาะเด็กที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัว ทำให้เด็กไปให้ความไว้วางใจเพื่อนหรือคนที่เพิ่งรู้จักในโลกออนไลน์ มากกว่าคนในครอบครัว จึงตัดสินใจหนีออกจากบ้านได้โดยง่าย  โดยจากข้อมูล เด็กยอมไปกับคนที่เพิ่งรู้จักหรือพูดคุยกันผ่านแอพพลิเคชั่น จาก facebook  instagram  tiktok  แม้ว่าเด็กจะสมัครใจหนีออกจากบ้านเอง แต่โลกภายนอกบ้าน มีอันตรายหลายอย่างสำหรับเด็ก ทั้งการคุกคามหรือหาประโยชน์ทางเพศกับเด็ก หรือมีความเสี่ยงในการถูกล่อลวง หรือกระทำความรุนแรง นอกจากนี้ยังมีเด็กที่หายออกจากบ้านและต่อมาพบว่าเด็กออกจากบ้านไปฆ่าตัวตายด้วย

พล.ต.ต.ศารุติ  แขวงโสภา ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กล่าวว่า เด็กหาย นับว่าเป็นปัญหาสำคัญของสังคม เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทุกประเทศทั่วโลก โดยในประเทศไทย แม้ว่า เด็กหายส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มของเด็กที่สมัครใจหนีออกจากบ้านก็ตาม แต่ท้ายสุดแล้ว เมื่อมีการแจ้งความเด็กหายมายังตำรวจ เราจะถือว่า ทุกกรณีมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เพราะการที่เด็ก ก้าวเท้าออกจากบ้าน ย่อมเกิดอันตรายได้รอบด้าน ทั้งสวัสดิภาพและความปลอดภัย  อาจเกิดการล่วงละเมิดทางเพศ หรือการแสวงหาผลประโยชน์กับเด็ก การมีความเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน อันนำมาซึ่งปัญหาสังคมในด้านอื่น ตลอดจนอาจตกเป็นผู้เสี่ยงหายจากการถูกค้ามนุษย์ 

ทั้งนี้ ตามที่มูลนิธิกระจกเงา ได้รายงานสถานการณ์เด็กหายเมื่อปีที่ผ่านมา มีกรณีที่เด็กถูกลักพาตัวไปเป็นเครื่องมือในการขอทาน โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมกับ กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (ดส) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ให้การช่วยเหลือ เด็กชายจีโอ โดยผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์ชักชวนเด็กไปกินขนมและเที่ยวเล่น จนเด็กเกิดความไว้วางใจ และพาเด็กไปเร่ขอทานในที่สถานที่สาธารณะ

ด้าน พ.ต.ต.จักรี นารีผลสารวัตรกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี  กล่าวว่า ตามที่มูลนิธิกระจกเงา ได้รายงานสถานการณ์เด็กหายเมื่อปีที่ผ่านมา มีกรณีที่เด็กถูกลักพาตัวไปเป็นเครื่องมือ โดยกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (ดส) กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับการประสานงานจากมูลนิธิกระจกเงา และร่วมกับ บก ปคม.ได้ให้การช่วยเหลือ เด็กชายจีโอ โดยผู้ก่อเหตุมีพฤติการณ์ชักชวนเด็กไปกินขนมและเที่ยวเล่น จนเด็กเกิดความไว้วางใจ และพาเด็กไปเร่ขอทานในสถานที่สาธารณะ  ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุ ถือว่า เป็นผู้กระทำความผิดซ้ำ เพราะเคยมีคดีพรากเด็ก ในท้องที่ สน มักกะสัน มาแล้ว

“ฝากย้ำเตือนไปยังผู้ปกครองในการเฝ้าระวังเด็กโดยเฉพาะช่วงอายุ 4-8 ขวบ จะมีความเสี่ยงสูงสุดในการถูกลักพาตัว  ปัจจัยเสี่ยงสูงสุด คือ การที่ผู้ปกครองปล่อยเด็กวิ่งเล่นตามลำพัง แม้ว่าบริเวณที่เด็กวิ่งเล่น จะคุ้นเคยอยู่มาตั้งแต่เด็ก ผู้ก่อเหตุจะใช้โอกาสนี้เข้ามาตีสนิทพูดคุยกับเด็กเมื่อเด็กอยู่ตามลำพัง  นอกจากนี้ผู้ก่อเหตุบางราย  เช่น กรณีน้องจีโอ ยังไปหลอกเด็กตามร้านเกมส์ ให้เงินเด็กในการเล่นเกมส์เพื่อหลอกล่อและเด็กตายใจ” พ.ต.ต.จักรี กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ ผกก.ฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร 2 กองทะเบียนประวัติอาชญากร กล่าวว่า ฝ่ายทะเบียนประวัติอาชญากร 2 กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถือว่าเป็นหน่วยงานแรกในประเทศไทยที่ใช้กระบวนการวาดภาพสเก็ตช์เด็กหายให้มีอายุเทียบเท่าปัจจุบัน (Age Progression) โดยใช้หลักสากลคือเด็กหายที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ยังตามหาไม่พบ จะทำการสเก็ตช์ภาพเพิ่มอายุ ทุก 2 ปี ส่วนเด็กหายที่มีอายุเกิน 18 ปี จะทำการ   สเก็ตช์ภาพทุก 5 ปี ซึ่งช่วงเวลาเหล่านั้น จะเป็นช่วงเวลาที่ลักษณะใบหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลง  ภาพสเก็ตซ์ในส่วนนี้จะใช้ภาพเดิมประชาสัมพันธ์คู่กันเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เพิ่มโอกาสให้พลเมืองดีจดจำคนหายได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันได้สเก็ตซ์ภาพเด็กหายร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา มากกว่า 10 ราย

ในวันนี้ พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ได้เปิดตัวภาพสเก็ตซ์ เด็กหายรายล่าสุด คือ นายธีรวุฒิ  ทัศนาพร หรือน้องกระติ๊บ อายุขณะหาย 16 ปี หายตัวไประหว่างขึ้นรถไฟไปโรงเรียนที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2561 หรือเมื่อ 4 ปีที่แล้ว  โดยปัจจุบันน้องกระติ๊บจะมีอายุครบ 20 ปี จึงได้สเก็ตซ์ภาพอายุปัจจุบันของน้องที่เปลี่ยนแปลงไป สำหรับการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ติดตามตัวอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ศารุติ  กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับวันเด็กที่จะถึงนี้ ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอฝากประชาสัมพันธ์ยังผู้ปกครอง เพื่อป้องกันเด็กสูญหายพลัดหลงในงานวันเกิด  

1.ผู้ปกครองต้องจดจำรูปพรรณของลูก ส่วนสูง น้ำหนัก ตำหนิ สีเสื้อผ้า 

2.ให้ถ่ายรูปล่าสุดพร้อมชุดที่สวมใส่ของลูกก่อนออกจากบ้าน

3.ทำป้ายชื่อ เบอร์ติดต่อครอบครัวติดตัวเด็กไว้

4.สอนลูก หากพลัดหลง นัดเจอกันจุดไหน ให้ใครช่วยเหลือ

5.สอนลูก หากตกอยู่ในอันตราย มีคนจูงมือไป พร้อมตะโกนให้คนช่วย 

ทั้งนี้ หากเกิดการสูญหาย หากค้นหาในบริเวณงานแล้วยังไม่พบตัว ให้โทรแจ้ง 1191 หรือ แจ้งความเด็กหายได้ทันทีโดยไม่ต้องรอครบ 24 ชม.

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระโตโน่’ บิณฑบาตวันแรกเมืองท่าแขก ชาวลาวแห่สาธุบุญ

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703698

'พระโตโน่' บิณฑบาตวันแรกเมืองท่าแขก ชาวลาวแห่สาธุบุญ

‘พระโตโน่’ บิณฑบาตวันแรกเมืองท่าแขก ชาวลาวแห่สาธุบุญ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.50 น.

ชาวลาวสาธุบุญ “พระโตโน่”ออกโปรดบิณฑบาตวันแรก เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ประเทศลาว ดาราตลก “อู๊ดเป็นต่อ” เป็นสังฆรี

เวลา 07.00 น. วันที่ 12 มกราคม 2566 ที่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว พระโตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ฉายาทางธรรม สุทฺธิสทฺโธ หรือ สุทธิสัทโธ แปลว่าผู้มีจิตบริสุทธิ์ และคณะสงค์ได้ร่วมกันทำกิจวัตรสงฆ์ในการอุปสมบทวันที่สี่ โดยครั้งนี้เป็นการเดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปจำวัดปฏิบัติธรรมเจริญภาวนาที่แขวงคำม่วน สปป.ลาว เป็นวันแรก พร้อมได้ออกเดินบิณฑบาตโปรดญาติโยมชาวเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อเป็นการสร้างอานิสงส์ร่วมกัน เป็นการตอบแทนคุณพี่น้องทั้งฝั่งไทยและลาว โดยยึดมั่นในการปฏิบัติกิจวัตรสงฆ์อย่างเคร่งครัดตลอดการอุปสมบทเป็นเวลา 7 วัน (9-15 มกราคม 66) ให้เกิดอานิสงส์ผลบุญมากที่สุดแก่ประชาชนทั้งชาวไทย ชาวลาว  หลังจากพี่น้องสองฟากฝั่งให้การสนับสนุนกิจกรรมว่ายน้ำข้ามโขง หนึ่งคนว่ายหลายคนให้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 65 ที่ผ่านมา เพื่อนำเงินบริจาคไปสนับสนุนช่วยเหลือซื้ออุปกรณ์การแพทย์แก่โรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลคำม่วน โดยได้ยอดบริจาคกว่า 87 ล้านบาท

ในครั้งนี้ที่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง ได้มีดาราตลกชื่อดัง อู๊ดเป็นต่อ-นายธีระชาติ ธีระวิทยากุล และทีมงานวงการบันเทิงเป็นสังฆรี ติดตามไปดูแลรับบาตรที่แขวงคำม่วน สปป.ลาวด้วย  และพระโตโน่จำวัดอยู่ฝั่งลาวจนถึงวันที่ 13 มกราคม 66 ก็จะเดินทางกลับมายังฝั่งไทยจังหวัดนครพนม

สำหรับเช้าวันที่ 14 มกราคม 2566 พระโตโน่มีกิจวัตรที่จะกลับมาโปรดบิณฑบาตญาติโยม ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช ก่อนจะกลับไปเตรียมลาสิกขากับพระเทพวรมุนี พระอุปัชฌาย์ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ในเช้าวันที่ 15 มกราคม 2566 ที่จะถึงนี้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปลูกผักปลอดสารพิษใช้พื้นที่ข้างบ้าน20ตรม. สร้างรายได้เดือนละ 4,000 บาท

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703690

ปลูกผักปลอดสารพิษใช้พื้นที่ข้างบ้าน20ตรม. สร้างรายได้เดือนละ 4,000 บาท

ปลูกผักปลอดสารพิษใช้พื้นที่ข้างบ้าน20ตรม. สร้างรายได้เดือนละ 4,000 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.08 น.

ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ใช้พื้นที่ว่างข้างบ้านเพียง 20 ตรม. 45 วันตัดขาย สร้างรายได้เดือนละ 4,000 บาท เหมาะสำหรับคนทำงานประจำที่ใช้พื้นที่ปลูกน้อย ดูแลง่ายก่อนทำงานและหลังทำงาน  

ชาวบ้านใช้ที่ข้างบ้านเพียง 20 ตารางเมตร ในกลางเมืองพิจิตร ของ นายอำนาจ กล่อมจิตต์  บริเวณบ้านเลขที่  28/15 ถ.สะหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร ที่นำเอาพื้นที่ว่างเปล่า หันมาปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ปลอดสารพิษ  เริ่มจากที่ปลูกไว้กินเอง จากนั้นขยาย พื้นที่ ใช้เวลาเพียง 45 วัน จนทำให้สามารถตัดผักจำหน่ายสร้างรายได้เสริมจากงานประจำ ถึง เดือน ละ 4000 บาท  

โดยการเริ่มจากการเพาะต้นกล้า ใช้ฟองน้ำสำเร็จรูปที่กรีดกากบาท วางเรียงบนถาดรอง รดฟองน้ำปลูกให้ชุ่ม พร้อมกับใช้มือกดฟองน้ำให้ซับน้ำให้อิ่มตัว แล้วนำเมล็ดสลัดที่ติดที่ปลายไม้มาใส่ลงไปในกลางฟองน้ำ จนได้ต้นกล้า จากนั้น ย้ายต้นผัก ใส่ถ้วย ลงเพาะในกล่องถาดโฟมที่มีน้ำอยู่ด้านล่าง ให้รากของผัก ดูดสารอาหารจากแร่ธาตุในน้ำ แทนการปลูกบนดิน   ใช้เวลา 45 วัน ปลูกแบบไล่รุ่น หมุนเวียน จึงตัดผลผลิตจำหน่ายได้  

นายอำนาจ กล่อมจิตต์  กล่าวว่า เริ่มที่ตนเอง กับครอบครัว ชอบท่องเที่ยว ในพื้นที่ธรรมชาติ จึงซื้อผัก ไปกินควบคู่กับอาหารจำพวกปิ้งย่าง   จึงลองศึกษาปลูกผักไว้เอง โดยศึกษาจากอินเตอร์เน็ต และ ทดลองปลูกเพียง 3 ถาด จากนั้นผักจึงให้ผลิตดี จึงขยายการปลูกเพิ่มมากขึ้น และ สามารถตัดจำหน่ายตัดจำหน่าย ครั้งละ 40 กิโลกรัม สร้างรายได้เสริมจากงานประจำการตัดแต่ละครั้ง เดือนละกว่า 4,000 บาท ซึ่งผักไฮโดรโปนิกส์เป็นผักที่มีคุณค่าทางอาหารสูง และไม่มีสารเคมีที่เป็นพิษต่อร่างกาย ยิ่งในช่วงฤดูหนาวผักจะให้ผลิตผลิตดี และ ดูแลรักษาง่าย

สำหรับผักไฮโดรโปนิกส์ เหมาะสำหรับการปลุกเสริม จากงานประจำ ที่ใช้เวลา ก่อนทำงาน และ หลังเลิกงาน มาดูแลผัก ซึ่งผักที่ปลูก มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคสูง เนื่องจากปลูกไว้กินเอง และเป็นที่นิยมสำหรับผู้รักสุขภาพ  ผู้บริโภคจึงได้รับประทานผักสดสะอาดที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งทางสวน จะตัดผักจำหน่าย  ให้กับผู้ที่สนใจ  ซึ่งยินดี ให้คำปรึกษา และ วิธีการปลูก หรือ ติดต่อ ทดลองนำไปรับประทาน  ได้ที่ เพจเฟสบุ๊ค    ผักสลัดพิจิตร ไฮโดรโปนิกส์ฟาร์ม หรือ ที่เบอร์โทรศัพท์ นายอำนาจ กล่อมจิตต์ โทร.0994478833

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สีสันแถลงข่าววันเด็ก! เยาวชนโชว์มินิคอนเสิร์ต’ทรงอย่างแบด’ ร็อกฟันน้ำนมโดดหน้าเวที

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703680

สีสันแถลงข่าววันเด็ก! เยาวชนโชว์มินิคอนเสิร์ต'ทรงอย่างแบด' ร็อกฟันน้ำนมโดดหน้าเวที

สีสันแถลงข่าววันเด็ก! เยาวชนโชว์มินิคอนเสิร์ต’ทรงอย่างแบด’ ร็อกฟันน้ำนมโดดหน้าเวที

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.44 น.

โคราชแถลงข่าววันของเด็กแห่งชาติ โชว์มินิคอนเสิร์ต ‘ทรงอย่างแบด’ เพลงสุดโปรดของร็อกฟันน้ำนม

12 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล อาจารย์ ดร.ณัฐวัฒม์ วงษ์ชวลิตกฺล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล นายสนธยา อ่อนน่วม ที่ปรึกษาอธิการบดี อาจารย์ณัฏฐนันท์ ศรัณย์มงคล ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างกลพณิชยการนครราชสีมา อาจารย์เกษมสันต์ ครุฑกษัตริย์ไทย ผู้อำนวยการโรงเรียนเกียรติคุณวิทยา ได้ร่วมการแถลงข่าวมหกรรมวันของเด็กแห่งชาติ 

โดยจะจัดขึ้นวันที่ 13-14-15 มกราคม 2556 ซึ่งในระหว่างที่ทำการแถลงข่าว ได้มีการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากเยาวชน พร้อมทั้งมีการร้องเพลงชาติเด็ก ทรงอย่างแบด (Bad Boy)เจ้าของศิลปิน เปเปอร์ เพลนส์ สร้างความสนุกสนานเป็นอย่างมาก

ภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นปราสาทแห่งเวทมนต์ โดยภายในจะมีถ้ำเรืองแสง ห้องแสดงปราสาทเวทมนต์ สอยดาวเลเซอร์ เป่าปี่พิศวง ตู้ ปณ.พาโชค บอลกล้าท้าพายุ และกิจกรรมอีกมากมาย โดยจะทำการจัดขึ้นทั้งหมด 3 วัน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เด็กกล้าที่จะแสดงออกและได้ของรางวัลกลับบ้าน พร้อมทั้งยังมีกิจกรรมร้องเพลง การแสดง และของสมนาคุณอีกมากมาย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชื่นชม!! หนุ่มไปรษณีย์ช่วยคนป่วยลมชักล้มหัวฟาดพื้น ขณะส่งจดหมาย

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703673

ชื่นชม!! หนุ่มไปรษณีย์ช่วยคนป่วยลมชักล้มหัวฟาดพื้น ขณะส่งจดหมาย

ชื่นชม!! หนุ่มไปรษณีย์ช่วยคนป่วยลมชักล้มหัวฟาดพื้น ขณะส่งจดหมาย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.22 น.

12 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อโซเชียลดังในพื้นที่พังงา เฟซบุ๊ก บีคุงก์สมศักดิ์ แก้วจินดา (เก้าหกสาม) ได้โพสต์ข้อความว่า “ขอบคุณพี่​ ปณ.สุดหล่อของนบปริง​ ไป​ ส่ง​ จม.​กำลังถามส่ง​ จม.​ คนป่วยวูบล้ม​ ชักเกร็ง​ หัวแตก​  ต่อหน้าต่อตา​ ช่วยเรียกญาติ​ เรียก​1669​ วิ่งออกมาตามรถกู้ภัย​ ช่วยเหลือจนเสร็จสิ้น​ นำส่ง​รพ.ปลอดภัย​ ขอบคุณมากครับพี่ #หน่วยกู้ภัยวัดเก่าเจริญธรรม​ จุดเมืองพังงา” เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้เข้าชมและแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการชื่นชมและอยากเห็นหน้าพนักงานไปรษณีย์ที่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บรายดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางเข้าสำนักงานไปรษณีย์จังหวัดพังงา พบนายวิชาญ พรมแก้ว อายุ 47 ปี ตำแหน่ง พนักงานนำจ่ายไปรษณีย์เขตรับผิดชอบ หมู่ 3,4 ต.นบปริง อ.เมืองพังงา จ.พังงา พร้อมสอบถามได้ความว่า ขณะตนนำจ่ายไปรษณีย์ให้ประชาชนในพื้นที่มีเจ้าบ้านเดินออกมารับไปรษณีย์นำส่งมารับปกติ ขณะยืนคุยกันอยู่สังเกตุเห็นผู้รับไปรษณีย์ มีอาการชักเกร็งและล้มลงต่อหน้า จากนั้นมีเลือดไหลออกมา จึงตะโกนเรียกทางบ้านของผู้บาดเจ็บพร้อมโทรประสานทาง 1669 สักพัก รถหน่วยกู้ภัยได้เดินทางเข้ามารับผู้บาดเจ็บจนนำส่งโรงพยาบาลพังงาเสร็จสิ้น

กระทั่งเลิกงานตามปกติทราบว่ามีการโพสต์เรื่องราวที่ตนเองช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและมีคนเข้าชื่นชมในครั้งนี้ ซึ่งตนมองว่า ตนเองได้ช่วยเหลือตามสัญชาตญาณ แต่รู้สึกปลื้มใจที่ได้ทำความดีในครั้งนี้

ด้านนายสรายุทธ์ เกตุคง ผู้ช่วยไปรษณีย์จังหวัดพังงา กล่าวว่า ได้ชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่เข้าช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งทางไปรษณีย์ไทยได้อบรมบ่มนิสัยให้พนักงานทุกคนมีจิตใจในการช่วยเหลือประชาชนเป็นหลักอยู่แล้วไม่ว่าในหน้าที่การงานหรือการช่วยเหลือด้านต่างๆโดยเฉพาะความปลอดภัยทั้งร่างกายและทรัพย์สิน.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ดร.อนันต์’แชร์ประสบการณ์เจอเรื่องใหม่ เขียนงานลงวารสารวิชาการ

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703672

‘ดร.อนันต์’แชร์ประสบการณ์เจอเรื่องใหม่ เขียนงานลงวารสารวิชาการ

‘ดร.อนันต์’แชร์ประสบการณ์เจอเรื่องใหม่ เขียนงานลงวารสารวิชาการ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.09 น.

‘ดร.อนันต์’แชร์ประสบการณ์เจอเรื่องใหม่ เขียนงานลงวารสารวิชาการ

12 มกราคม 2566 ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana มีเนื้อหาดังนี้…

แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวครับ

ปกตินักวิจัยในฐานะผู้เขียนวารสารวิชาการมักจะไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ประเมิน หรือ Reviewer ให้กับงานของเรา ด้วยเหตุผลเรื่องของ Conflict of interest ที่อาจจะตามมาทีหลังได้ แต่ในช่วงหลังวารสารบางสำนักพิมพ์ เช่น กลุ่ม Frontiers จะเปิดเผยชื่อผู้ประเมินให้ทราบหลังงานวิจัยนั้นได้รับการตีพิมพ์ (Accept) ด้วยเหตุผลเรื่องความโปร่งใส ว่าคนประเมินงานนั้นๆมีตัวตนจริงๆ

ผมลองไปดูงานวิจัยที่ผมเคยประเมินและให้ตีพิมพ์ได้ใน Frontiers มี 17 เรื่อง และ มี 3 เรื่องที่ผมเป็น Editor คือ คนที่หาผู้ประเมินและตัดสินว่าควร Accept หรือ Reject งานนั้น แสดงว่ามีผู้แต่งอย่างน้อย 20 เรื่องที่ทราบว่าผมเป็นคนอ่าน ประเมินงานของเขา

ประเด็นที่อยากแชร์ คือ ผมไม่เคยได้รับ email จากคนเหล่านี้เลย ไม่ว่าจะเป็นการขอบคุณ หรือ อยากร่วมงานวิจัยด้วย หรือขอความช่วยเหลือใดๆกับงานวิจัยของเขา ตัวเองในฐานะ author ก็ไม่เคยติดต่อผู้ประเมินกลับไป ไม่มีการสานต่อความสัมพันธ์จากงานที่หมดหน้าที่ของแต่ละคน

เป็นเรื่องใหม่สำหรับผมมากที่ authors จะมาติดต่อหลังไมค์เพื่อให้ผมร่วมเขียน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน เพราะสุ่มเสี่ยงต่อ Conflict of Interest อย่างมากครับ

เน้นว่าเป็นความเห็นส่วนตัวครับ ซึ่งอาจแตกต่างจากคนอื่นๆได้

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fanan.jongkaewwattana%2Fposts%2Fpfbid0szGooiGDv4YPd61nKdVAomSmyoByc1qdQcZKu9g5iijbtPmxJtzLrzuk32XR8nWsl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘กัญชา’โอกาสของไทย การแพทย์ชุมชน-เศรษฐกิจ

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703632

สกู๊ปแนวหน้า : ‘กัญชา’โอกาสของไทย  การแพทย์ชุมชน-เศรษฐกิจ

สกู๊ปแนวหน้า : ‘กัญชา’โอกาสของไทย การแพทย์ชุมชน-เศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.45 น.

ยังคงต้องติดตามกันต่อไปกับ “(ร่าง) พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ….” ซึ่งภาคประชาชนพยายามผลักดันอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานการณ์ที่ของสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันใกล้จะสิ้นสุดลง โดยล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมามีการจัดงานเสวนาหัวข้อ “13 ภาพอนาคตกัญชาไทย จาก 13 ทัศนคตินักคิดและนักกิจกรรมสังคมไทย” ณ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

ภายในงานมีเสียงสะท้อนจากผู้ผลิตและใช้กัญชาเพื่อบำบัดรักษาโรคในระดับท้องถิ่น อาทิ ธนโชติ เธียรรุ่งโรจน์ ประธานวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรอากานิกส์ เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว กล่าวว่า มี 3 ประเด็นเกี่ยวกับกัญชาที่ต้องการนำเสนอ 1.ประชาชนต้องสามารถปลูกได้ 2.ประชาชนต้องใช้เป็น และ 3.ชุมชนต้องมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทั้งนี้ กัญชามีหลายสายพันธุ์ซึ่งแตกต่างกันไปตามปัจจัย เช่น ดิน น้ำ อากาศ ของแต่ละพื้นที่

ขณะเดียวกันก็ต้องมีองค์ความรู้ว่ากัญชาแต่ละสายพันธุ์เหมาะสมกับการใช้ทำอะไรหรือรักษาโรคใด
ขณะเดียวกันคนนำไปใช้ก็ต้องมีความรู้เพื่อให้ใช้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่นำยานอนหลับไปใช้แก้ปวดท้อง หรือนำกัญชาสายพันธุ์ที่ใช้ด้านสันทนาการไปใช้รักษาโรคมะเร็ง ดังนั้นทั้งคนปลูกและคนใช้จึงต้องได้รับการฝึกอบรมให้ใช้เป็นซึ่งจะนำไปสู่การคัดเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับการปลูกในแต่ละพื้นที่ด้วย

ส่วนประเด็นร่างกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …. ที่ยังอยู่ในการพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นั้น เท่าที่ทราบคือทางสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) รอไว้แล้ว 4 คณะ เพื่อเตรียมพิจารณา แต่จะต้องเข้าไปให้ถึงชั้น สว. ให้ได้ภายในต้นเดือน ก.พ. 2566 เพราะทาง สว. จะต้องส่งร่างกฎหมายกลับมาให้ฝั่ง สส. พิจารณากันอีกรอบ ดังนั้น ประชาชนจะต้องติดตามและเป็นกำลังหลักสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลง

“ผมเคยพูดไปครั้งหนึ่งแล้วว่าบ้านผมพรรคพลังประชารัฐทั้งจังหวัดเลย แต่วันนี้ผมรู้สึกว่าท่านอนุทินทำเพื่อชาวบ้าน ทำเพื่อเรา ผมเป็นกำลังใจแล้วก็จะผลักดันช่วย ถ้าโอกาสหน้าท่านได้กลับมาเป็นคณะรัฐบาล อยากให้ท่านดูกระทรวงสาธารณสุขต่อแล้วก็เดินต่อไป แต่ถ้ามันจบในสมัยนี้ได้ มันจะเป็นความมั่นคงของประชาชนที่เป็นรากหญ้าที่จะดูแลตัวเองได้ด้วยสารสกัดจากกัญชา อย่างถูกวิธีและถูกต้อง” ธนโชติ กล่าว

พระครูปัญญาวโรบล เจ้าอาวาสวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ที่วัดมีการรักษาผู้มีอาการทางจิตประสาท ผู้ป่วยลมชัก และบำบัดผู้ติดสุราเรื้อรัง โดยใช้สมุนไพรมาตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีกัญชาให้ใช้ กระทั่งต่อมาได้เข้าร่วมโครงการของ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตคณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จึงได้นำกัญชามาใช้กับอาการทั้ง 3 กลุ่มดังกล่าว รวมถึงผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่มีบัตร เนื่องจากบริเวณที่ตั้งของวัดเป็นชายแดน จึงพบปัญหาประชากรที่ไม่มีเอกสารแสดงสถานะบุคคล

“รพ.สต. ผู้ป่วยที่ไม่มีบัตรก็เอาเข้ามา เราจะแจกยาผู้ป่วยมะเร็งที่ไม่มีบัตร ตรงนี้เราดูแลมาค่อนข้างนานพอสมควร ดังนั้นกลุ่มพวกนี้เราก็จะเริ่มเห็นว่าการใช้สมุนไพรบำบัด ไม่ใช่กัญชาอย่างเดียว กัญชามันลดปวดดี นอนหลับดี กินดี แต่การขับพิษมะเร็งแพทย์แผนไทยองค์ความรู้เขาเยอะดังนั้นก็เชิญอาจารย์แพทย์มาประยุกต์ยา ก็เกิดการเรียนการสอนแล้วเราเอากัญชามาประยุกต์ยากับการแพทย์แผนไทยเลยเอาโรคนี้ๆ ปรุงยาไม่ต้องเยอะ ปรุงแค่ 2-3 อย่างก็ใช้เลย”พระครูปัญญาวโรบล กล่าว

สฤษดิ์ โชติช่วง ปราชญ์ชาวบ้านผู้รู้ด้านกัญชาแห่งเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า นับตั้งแต่เด็กได้ติดตามพ่อแม่ไปดูการปลูกข้าวไร่ ซึ่งเกษตรกรบนเกาะพะงันจะหว่านเมล็ดกัญชาควบคู่ไปกับเมล็ดข้าว ขณะที่ย่าก็เล่าว่า ตอนที่แม่คลอดคนก็ใช้กัญชาไปต้มให้เกิดเป็นไอขณะอยู่ไฟเพื่อทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ส่วนข้อกังวลเรื่องเด็กและเยาวชนติดยาเสพติดเพิ่มขึ้น สำหรับที่เกาะพะงันปัจจุบันยังไม่เป็นเช่นนั้น แม้ว่าบนเกาะจะเต็มไปด้วยชาวต่างชาติ ที่จำนวนไม่น้อยมีการใช้ยาเสพติดก็ตาม โดยชาวต่างชาติหลายคนก็บอกว่ากัญชาเลิกใช้ง่าย แต่จริงไม่จริงก็อีกเรื่องหนึ่ง

“กลุ่มวิสาหกิจในปัจจุบันนี้รวมตัวกัน 5 กลุ่ม สร้างเป็นเครือข่าย ทำข้อตกลงกับโรงพยาบาลเกาะพะงันเพื่อปลูกกัญชาเพื่อรักษาชาวเกาะพะงันฟรี โดยกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกให้ฟรี ไม่ได้แบ่งดอกแบ่งใบแบ่งต้นขาย ให้ทั้งหมดกับโรงพยาบาลแล้วก็ไม่ได้คิดสตางค์ คิดค่าตอบแทนอะไรทั้งสิ้น อันนั้นเป็นข้อตกลง ทำเอ็มโอยูกันไว้ และเราจะต้องทำต่อ” สฤษดิ์ กล่าว

นพ.ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ประเทศไทยพึ่งพาตนเองด้านยาได้น้อยมาก ซึ่งค่าใช้จ่ายในการนำเข้ายาจากต่างประเทศเฉลี่ยปีละ 1.3 แสนล้านบาท และยังมีแนวโน้มสูงขึ้น ทั้งนี้ ประเทศไทยมีตัวอย่างดีๆ มากมายเรื่องการใช้กัญชารักษาโรคมะเร็ง และไทยน่าจะสามารถก้าวกระโดดไปเป็นศูนย์กลางการรักษามะเร็งของโลกได้ เป็นการตอบสนองนโยบาย Health for Wealth (สุขภาพเพื่อความมั่งคั่ง) ได้อย่างดี เม็ดเงินจำนวนมากจะไหลเข้ามาและกระจายต่อไปยังชุมชน

“เราจะเห็นว่าปัจจุบันคนที่ต่อต้านกัญชาคือแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ถ้าเราเปิดมุมมองให้เขาเห็นว่าคุณมาช่วยกันทำสิ แล้วมันจะช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติด้วยนะ สถาบันวิจัย รัฐบาล แหล่งทุนวิจัยต่างๆ ต้องอัดฉีดให้กับคุณหมอแผนปัจจุบันมาทำวิจัยเรื่องนี้อย่างจริงจัง พันธุ์สมุนไพรดีๆ ที่เราอุตส่าห์อนุรักษ์ไว้” นพ.ปัตพงษ์ กล่าว

ดร.พิพัฒน์ นนธนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย นำหนังสือ “The Cannabis Health Index”
ซึ่งรวบรวมผลการศึกษาการใช้กัญชากับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ในแวดวงวิชาการของโลกตะวันตก ระบุเป็นระดับ 0 คือใช้ไม่ได้ผล ไปจนถึงระดับ 5 คือใช้ได้ผลดีมากที่สุด มาแสดงในงานด้วย โดยสมาคมฯ ได้จัดทำหลักสูตร “นักวิจัยกัญชาศาสตร์ (Cannabis Science Researcher : CSR)” เพื่อสร้างนักวิจัยที่สามารถผลิตผลงานวิชาการด้านกัญชาไปนำเสนอในงานประชุมวิชาการและตีพิมพ์ในวารสารวิชาการได้

“อนาคตของการวิจัยด้านกัญชาศาสตร์ ผมมองว่าเราวิจัยในแง่การผสมผสานระหว่างแพทย์แผนปัจจุบันกับแพทย์แผนไทย แล้วก็ตามหลักที่เรามีอยู่ และสายพันธุ์ที่เรามีอยู่ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างจากสายพันธุ์อื่นๆ เอามาจัดดูแล้วก็ใช้แบบ Cannabis Health Index เราก็น่าจะทำเป็น Thailand Cannabis Health Index บ้าง ด้วยสายพันธุ์ของภูพาน หางกระรอก สารพัดอะไรต่างๆ เยอะแยะ น่าทำ น่าเป็น Thailand Cannabis Health Index” นายกสมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย กล่าว
 

SCOOP@NAEWNA.COM
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,918,773 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

วงการการ์ดมีสะเทือน จ๋าย ไททศมิตร เดือด โพสต์ขู่แฉเบื้องลึกดาร์ค
'บ้านนางรำ'ฟาดดราม่าโดนใจ ทำเรตติงพุ่ง'แอนน่า'ปลื้มกระแสแรง ชวนลุ้นพีคขึ้นทุกตอน
อิหร่านเดือด! จ่อคุมช่องแคบฮอร์มุซอีก อ้างสหรัฐผิดสัญญา
นายกฯอนุทิน ยืดอก ขอโทษประชาชน ปมแม่ทัพภาค 4 ยันให้ความยุติธรรม คดีสส.กมลศักดิ์ 
นายกฯสั่งเติมงบปี’70 เร่งเดินหน้าดับไฟใต้
คุณแหน : 18 เมษายน 2569
กรุงเทพประกันภัยส่งเสริมความปลอดภัยให้กับนักเรียน จัดอบรมให้ความรู้การป้องกันอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง
แวดวงนักปกครอง : 18 เมษายน 2569
อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอล-เลบานอนหยุดยิง
โลกเดือดสงครามระอุ กูรูตลาดดิจิทัล ชี้ เศรษฐกิจพอเพียง คือยุทธศาสตร์ทางรอดหนึ่งเดียวของไทย

Recent Posts

  • “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” วิ่งแซงมนุษย์ขาดลอย ทุบสถิติโลกฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง
  • ทรัมป์เผยพบเอกสาร “น่าสนใจ” เกี่ยวกับยูเอฟโอ เตรียมเปิดเผยเร็ว ๆ นี้
  • แคลิฟอร์เนียสั่งจำคุก 3 ราย “ใส่ชุดหมี” ข่วนรถหรู หวังเคลมเงินประกันหลักล้าน
  • “มาชาโด” เจ้าของโนเบลสันติภาพเวเนซุเอลา ขอบคุณ “ทรัมป์” ยอมเสี่ยงเพื่อเสรีภาพ
  • ทุบสถิติประมูล “เสื้อชูชีพ” ผู้รอดชีวิตไททานิกปิดที่เกือบ 29 ล้านบาท

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d