Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

อายุวัฒนมงคล ‘สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์’ ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาแห่งยุค

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703599

อายุวัฒนมงคล 'สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์' ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาแห่งยุค

อายุวัฒนมงคล ‘สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์’ ปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาแห่งยุค

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.47 น.

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) เป็นปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาแห่งยุคปัจจุบันที่ได้รับความเคารพนับถืออย่างยิ่งและยอมรับอย่างกว้างขวางจากชาวไทยและชาวโลก ทั้งจากชาวพุทธและผู้ที่นับถือศาสนาอื่น พระเดชพระคุณท่านเป็นบุคคลตัวอย่างที่ดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย มีวัตรปฏิบัติที่อ่อนน้อมถ่อมตน ให้ความสำคัญและความสนใจแก่ผู้ที่เข้าพบโดยไม่เลือกชาติและศาสนาเป็นพระสงฆ์ที่ทำคุณประโยชน์ต่อวงการพระพุทธศาสนา และสังคมของมวลมนุษย์อย่างหาที่เปรียบได้ยาก ยืนหยัดอยู่บนความถูกต้องแห่งธรรมวินัย ปกป้องภัยพระพุทธศาสนาทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งวันที่ 12 มกราคมนี้เป็นวันอายุวัฒนมงคล 85 ปี สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต)

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ 13 ปี เมื่อปี พ.ศ.2494 และเข้ามาจำพรรษาที่วัดพระพิเรนทร์ กรุงเทพมหานคร จนสอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 9 ประโยค ขณะยังเป็นสามเณร นับเป็นรูปที่สองในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นรูปที่สี่ในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยได้รับการอุปสมบทโดยเป็นนาคหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2504 ณ พัทธสีมาวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปลด กิตฺติโสภโณ) สมเด็จพระสังฆราช เป็นพระอุปัชฌาย์

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เป็นพระนักวิชาการนักคิดนักเขียนผลงานทางพระพุทธศาสนารุ่นใหม่ มีผลงานทางวิชาการพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก ผลงานของท่านที่เป็นที่รู้จัก เช่น พุทธธรรม เป็นต้น ท่านได้รับการยกย่องจากทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก ด้วยผลงานของท่านทำให้ท่านได้รับรางวัลและดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายสถาบันทั้งในและนอกประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ท่านเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลการศึกษาเพื่อสันติภาพ จากยูเนสโก (UNESCO Prize for Peace Education)

นอกจากนี้ ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ที่ท่านได้รับรวมมีมากกว่า 15 สถาบัน ซึ่งนับว่าท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์ไทยที่ได้รับการยกย่องให้ได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์มากที่สุดในปัจจุบัน และในปี พ.ศ. 2549 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งเป็นราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ 

ประวัติ “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์” นามเดิม “ประยุทธ์ อารยางกูร” เกิดเมื่อพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ.2481 ณ บ้านใกล้ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี (แม่น้ำท่าจีน) ฝั่งตะวันออก บริเวณตลาดศรีประจันต์ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่ออายุได้ 6 ขวบเข้าเรียนชั้นอนุบาลในโรงเรียนอนุบาลครูเฉลียวที่ตลาดศรีประจันต์ จบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนประชาบาลชัยศรีประชาราษฎร์ จากนั้นบิดาได้พาเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนต่อระดับมัธยมที่โรงเรียนปทุมคงคา โดยพักอยู่ที่วัดพระพิเรนทร์ เด็กชายประยุทธ์เป็นเด็กเรียนเก่ง จึงได้รับทุนเรียนดีจากกระทรวงศึกษาธิการจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น และมีความใส่ใจในการเรียนมาก ช่วงเวลาปิดเทอมกลับมาอยู่ที่บ้าน ก็สามารถสอนภาษาอังกฤษแก่น้อง ๆ ได้ มีนิสัยรักการอ่านหนังสือ ชอบหนังสือต่างๆ โดยเฉพาะสารานุกรม ฝึกเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

จากคำบอกเล่าของญาติพี่น้องและคนใกล้ชิด กล่าวว่า เนื่องจากท่านเป็นเด็กสุขภาพไม่ใคร่ดีตั้งแต่เล็กจนโต วัยเยาว์ของท่านจะควบคู่ไปกับการเจ็บป่วยเรื่อยมา เป็นเกือบทุกโรค เป็นต้นว่า หัวใจรั่ว ท้องเสีย ท้องอืด ต้องผ่าตัดถึงสองครั้ง หูเป็นน้ำหนวกอักเสบเข้าไปในกระดูกพรุนถึงโพรงศีรษะ แพ้อากาศ โรคปอด นิ่วในไต หลอดลมอักเสบ กล้ามเนื้อแขนอักเสบ ไวรัสเข้าตา สายเสียงอักเสบ เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองข้างซ้ายเล็กลีบ เป็นต้น จากสุขภาพที่ไม่แข็งแรงเช่นนี้ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการศึกษาเล่าเรียนตามปกติ 

หลังจากจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทางบ้านจึงสนับสนุนให้ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร ที่วัดบ้านกร่าง ตำบลศรีประจันต์ ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้าน เพราะเล็งเห็นว่าการอยู่ในเพศบรรพชิตจะเอื้ออำนวยต่อการศึกษาได้มากกว่า เพราะไม่ต้องยุ่งยากเดินทางไปโรงเรียน และยังสามารถศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่วัดได้ เมื่อบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว ท่านได้เริ่มเล่าเรียนทางพระปริยัติธรรม จนกระทั่งปี พ.ศ.2496 ก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาจำพรรษาที่ วัดพระพิเรนทร์ สอบได้นักธรรมชั้นเอกและเปรียญธรรม 9 ประโยค ขณะยังเป็นสามเณร จึงได้รับพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์จากพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงรับเป็นนาคหลวง โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปลด กิตฺติโสภโณ) สมเด็จพระสังฆราช เป็นพระอุปัชฌาย์ ศึกษาจนกระทั่งได้รับปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 จาก มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พ.ศ. 2505 สำเร็จการศึกษาปริญญาพุทธศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และสอบได้ วิชาชุดครู พ.ม. ในปี พ.ศ. 2506 หลังจากสำเร็จการศึกษาเป็นอาจารย์ในมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นผู้ช่วยเลขาธิการและต่อมาเป็นรองเลขาธิการ จนถึง พ.ศ. 2517 มีบทบาททางด้านการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาของคณะสงฆ์ โดยพยายามเชื่อมโยงความรู้ทางธรรมให้เข้ากับปัญหาสังคมร่วมสมัย เคยดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ พ.ศ. 2515 ถึง พ.ศ. 2519

ต่อมาได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ และได้ทุ่มเทเวลาให้กับงานด้านวิชาการ ตีพิมพ์ผลงานเป็นหนังสือและบทความออกมาอย่างแพร่หลาย ทั้งร่วมเสวนาและสัมมนาทางวิชาการ กับนักวิชาการและปัญญาชนร่วมสมัยอย่างสม่ำเสมอ หนังสือพุทธธรรม ได้รับการยกย่องว่าเป็นเพชรน้ำเอกของวงการพุทธศาสนา ได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ 10 กว่าแห่ง และได้รับรางวัล “การศึกษาเพื่อสันติภาพ” จากยูเนสโก เมื่อปี พ.ศ. 2537 ซึ่งท่านได้มอบเงินรางวัลทั้งหมดให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดตั้งกองทุนการศึกษาพระธรรมปิฎกเพื่อสันติภาพ “พระ ป.อ.ปยุตโต” ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นตามลำดับเป็นพระราชวรมุนี พระเทพเวที พระธรรมปิฎก พระพรหมคุณาภรณ์ และสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งเป็นสมณศักดิ์ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

ปัจจุบัน “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์” ดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์พิเศษ ประจำมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นเจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และดูแลสำนักสงฆ์สายใจธรรม บนเทือกเขาสำโรงดงยาง ตำบลหนองแหน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นศ.สาวช่วยอาจารย์ทำงานวิจัยถูกสารเคมีเข้าตาจนตาบอด วอนมหาลัยรับผิดชอบ

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703592

นศ.สาวช่วยอาจารย์ทำงานวิจัยถูกสารเคมีเข้าตาจนตาบอด วอนมหาลัยรับผิดชอบ

นศ.สาวช่วยอาจารย์ทำงานวิจัยถูกสารเคมีเข้าตาจนตาบอด วอนมหาลัยรับผิดชอบ

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.33 น.

นักศึกษาสาวช่วยอาจารย์ทำงานวิจัย ถูกสารเคมีเข้าตาจนตาบอด ผ่านไป 3 ปี อาจารย์และมหาวิทยาลัยไม่ให้การช่วยเหลือ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไกล่เกลี่ยให้มหาวิทยาลัยรับผิดชอบ

วันที่ 11 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ หลังจากได้รับแจ้งว่า มีนักศึกษาหญิงของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.อุบลราชธานี ถูกสารเคมีเข้าตาขณะช่วยอาจารย์ทำงานวิจัย เป็นเหตุให้ดวงตาบอด 1 ข้าง กลายเป็นคนพิการ ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัย ส่วนอาจารย์หัวหน้าโครงการวิจัยได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้หยุดให้การช่วยเหลือทำให้ได้รับความเดือดร้อน ไปถึงได้พบกับนางดอกไม้ อายุ 43 ปี และ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 24 ปี นักศึกษาที่ประสบอุบัติเหตุจนตาบอด

น.ส.เอ เล่าว่า ปี 2562 ตนเรียนอยู่ปี 3 มหาวิทยาลัยในจังหวัดอุบลราชธานี ทุกวันศุกร์ตนจะกลับบ้านที่ อ.ขุนหาญ วันที่ 30 ส.ค.62 เป็นวันศุกร์ ตนกลับมาถึงบ้านแล้ว มีเพื่อนที่เรียนด้วยกันโทรศัพท์มาบอกว่าอาจารย์ให้ตนไปช่วยงานวิจัยในวันเสาร์ ที่ 31 ส.ค.62 ซึ่งอาจารย์ท่านนี้เป็นที่ปรึกษางานวิจัยของตนให้ไปช่วยงานส่วนตัวของอาจารย์โดยบอกให้เอางานวิจัยของตนไปทำด้วย ทั้งที่อาจารย์เคยบอกตนให้ไปช่วยงานหลายครั้งแล้วแต่ตนไม่ไป ตนเลี่ยงมาตลอด เพราะงานกิจกรรมของตนก็มีเยอะ มาวันนี้จึงยอมไป

น.ส.เอ เล่าอีกว่า วันนั้นช่วยอาจารย์ทำงานโครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนากระบวนการผลิตน้ำมันรำข้าวขาวดอกมะลิ 105 อินทรีย์พร้อมบริโภคที่มีอายุการเก็บรักษานาน” เป็นการทำเกี่ยวกับสารเคมีโดยวิธีการตวงผสม สารนั้นคือกรดอะซิตริกผสมคลอโรฟอร์มอัตราส่วน 3:2 ทำตั้งแต่ 09.00 น.จนกระทั่งถึงเวลา 17.00 น.ได้เกิดอุบัติเหตุสารเคมีดังกล่าวกระเด็นถูกบริเวณหัวไหล่ข้างซ้าย ใบหน้า และเข้าตาข้างซ้าย อาจารย์และคณะวิจัยได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์พร้อมกับแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ ก่อนที่จะส่งต่อไปที่โรงพยาบาลอุบลรักษ์ธนบุรีในเวลา 19.30 น.เนื่องจากมีแพทย์เฉพาะทางประจำการอยู่ ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นๆ อาจารย์หัวหน้าโครงการวิจัยจะรับผิดชอบจนกว่าจะหายเป็นปกติ

“เนื่องจากตาซ้ายของมองไม่เห็น จึงได้ไปตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลรามาธิบดี แพทย์แจ้งว่าเนื้อเยื่อถูกทำลายร้อยละ 70 แพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการหยอดซีรัมจากเลือดผู้ป่วยเป็นเวลา 2 เดือน สายตายังมองไม่เห็น แพทย์วางแผนที่จะปลูกถ่ายเนื้อเยื่อในขั้นตอนต่อไป ซึ่งการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อจะมีค่าใช้จ่ายสูง” น.ส.เอ กล่าว

นางดอกไม้ แม่ของนักศึกษาสาวผู้เคราะห์ร้าย กล่าวว่า หลังจากที่เกิดเหตุกับน้องแล้วทางอาจารย์หัวหน้าโครงการวิจัยก็ได้ให้ความช่วยเหลือมาเรื่อยๆ โดยโอนเงินเข้าบัญชีน้องเป็นค่าใช้จ่ายในการไปรักษา ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมที่อาจารย์ช่วยมาแล้วประมาณ 400,000 บาท จนกระทั่งเมื่อเดือนกันยายน 2565 อาจารย์โอนมาให้ 3,765 บาท หลังจากนั้นก็เงียบหายไปเลยไม่โอนมาอีก ตาน้องยังไม่หาย ยังต้องไปพบแพทย์ ไปตรวจตามนัด บางเดือนนัด 2-3 ครั้งก็มี ค่าใช้จ่ายไม่น้อย

แม่ของนักศึกษาสาวผู้เคราะห์ร้าย กล่าวต่อว่า ตนกับพ่อของน้องก็ต้องการไปนั่งคุยกับอาจารย์ต่อหน้า ให้รู้ว่าจะเอาอย่างไรต่อไป เพราะเงินก็ไม่ส่งมาช่วย ตาของน้องถึงขั้นบอดแล้ว เป็นคนพิการแล้ว เคยไปยื่นคำร้องขอทำใบอนุญาตขับขี่ก็ไม่ได้เพราะเป็นคนพิการ เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีโทรศัพท์เป็นเสียงผู้หญิงอ้างว่าเป็นน้องสาวของอาจารย์หัวหน้าโครงการ พูดกับแม่ว่า อาจารย์บอกว่าทางอาจารย์กับผู้ร่วมวิจัยได้ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายมามากแล้ว ขอหยุดการช่วยเหลือไว้แค่นี้ ให้ต่างฝ่ายต่างช่วยดูแลกันเอง ทำได้อย่างไร ตอนแรกอาจารย์ได้รับรองเป็นหนังสือมาแล้ว บอกว่าจะช่วยเหลือจนกว่าจะหาย ตาของลูกแม่ไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด ลูกแม่เกิดมาครบ 32 ประการ ทุกอย่างดีหมด ตาของลูกเสียเพราะไปช่วยงานอาจารย์ ไม่ใช่เพราะไปเรียนหรือทำงานของลูก อาจารย์จะไม่ช่วยเหลือเหรอ คงจะไม่ถูกต้อง

“ฉันและครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย ไม่มีเงินมากที่จะใช้จ่ายในการรักษาลูก ฉันไม่ต้องการที่จะฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล อยากคุยกันดีๆ จึงอยากขอวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยดูแล ไกล่เกลี่ยเรื่องของครอบครัวตนให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา ให้ตาลูกหายด้วย” นางดอกไม้ กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทนายตั้ม’เคลื่อนไหวต่อ! ถามใครกันแน่ทำเป็นขบวนการ ลั่นพรุ่งนี้มีเซอร์ไพรส์

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703570

'ทนายตั้ม'เคลื่อนไหวต่อ! ถามใครกันแน่ทำเป็นขบวนการ ลั่นพรุ่งนี้มีเซอร์ไพรส์

‘ทนายตั้ม’เคลื่อนไหวต่อ! ถามใครกันแน่ทำเป็นขบวนการ ลั่นพรุ่งนี้มีเซอร์ไพรส์

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.32 น.

วันที่ 11 มกราคม 2566 จากกรณีที่ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ออกมาโพสต์ถึงประเด็นร้อนอดีตรองนายกรัฐมนตรีฉาว ชื่อย่อ ย. แอบคบชู้กับหญิงสาวที่มีสามีแล้ว พร้อมกับรูปภาพสยิวหลุดว่อนโซเชียล จนกลายเป็นประเด็นดราม่าทางสังคม 

ล่าสุด นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เรื่องนี้ชักสนุก ใครกันแน่ทำเป็นขบวนการ!?

คดีนี้มีการอ้างว่าอดีตรองนายกรัฐมนตรีรักจริง  มีผูกข้อไม้ ข้อมือ และเอาสินสอดของหมั้นให้ฝ่ายหญิง ถ้าจะเรียกคืน ตามกฎหมายมันไม่ได้อยู่แล้ว เพราะอดีตรองนายกรัฐมนตรีรู้อยู่เต็มอกว่า ตัวเองมีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสอยู่ จะไปหมั้นกับผู้หญิงอื่นได้ยังไง และที่สำคัญการทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือ มีญาติผู้ใหญ่ฝ่ายไหนไปบ้างครับ มีรูปหลักฐานซักรูปหรือเปล่า หรือเป็นแค่ข้ออ้างลอยๆเพื่อแก้เกมไปวันๆ

ส่วนการจะอ้างว่าไม่รู้ว่าผู้หญิงมีสามีแล้ว คนระดับนี้ก่อนจะทำพิธีจะไม่เช็คกันเลยเหรอ หรือรู้อยู่เต็มอกแต่ไม่สนใจแค่นั้นเอง

ติดตามให้ดีนะครับ พรุ่งนี้มีเซอร์ไพร์ส

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ทนายตั้ม’เล็งฟ้องกลับ’อดีตรองนายก’ ยันไม่มีการสู่ขอให้เงิน 20 ล้าน

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fsittra%2Fposts%2Fpfbid02xF5z3HRcm8rYWmJV3TebZa7FydDYgqMasahupbmka642eohtEdKUxfENCrop7kmVl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนรักกล้วยไม้ห้ามพลาด! ม.ราชภัฎพิบูลสงครามเตรียมจัดงานเกษตรแฟร์ ‘ศึกช้างชนช้าง’

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703524

คนรักกล้วยไม้ห้ามพลาด! ม.ราชภัฎพิบูลสงครามเตรียมจัดงานเกษตรแฟร์ 'ศึกช้างชนช้าง'

คนรักกล้วยไม้ห้ามพลาด! ม.ราชภัฎพิบูลสงครามเตรียมจัดงานเกษตรแฟร์ ‘ศึกช้างชนช้าง’

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.25 น.

ม.ราชภัฎพิบูลสงคราม พิษณุโลก เตรียมจัดงานเกษตรแฟร์ “ศึกช้างชนช้าง” ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 13-19 กุมภาพันธ์ 2566 พบกับการประกวดกล้วยไม้ชิงถ้วยประทานและกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

วันที่ 11 ม.ค.66 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ส่วนทะเลแก้ว ผศ.ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม รศ.ดร.โชติ บดีรัฐ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ นายวิรัช ทับทองหลาง ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนพันธุ์พืชและกล้วยไม้ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมในการจัดงาน เกษตรแฟร์ “ศึกช้างชนช้าง” โดยภายในงานจะมีไฮไลน์ที่น่าสนใจคืองานประกวดกล้วยไม้ที่ใหญ่ที่สุด ชิงถ้วยประทานพระเจ้าววรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยออกสู่สังคม เปิดการเรียนรู้ให้กับนักศึกษา บุคลากร และอาจารย์ โดยใช้งานเกษตรแฟร์ “ศึกช้างชนช้าง” เป็นห้องปฏิบัติการภาคสนามเพื่อถ่ายทอดความรู้ทุกมิติจากห้องเรียน อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประกอบการให้มีรายได้จากการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนกลับไปสู่ชุมชนและสังคม สร้างความสุขให้กับครอบครัว เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ และเพื่อกระตุ้นให้มีการปลููกเลี้ยงกล้วยไม้ ขยายพันธุ์กล้วยไม้ เป็นศูนย์การพัฒนาพันธุ์และเป็นศูนย์กางเศรษฐกิจการค้ากล้วยไม้ โดยงานมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-19 กุมภาพันธ์ 2566

ผศ.ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม ได้กล่าวว่า งานเกี่ยวกับพันธุ์พืช ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดพิษณุโลกของเรา คืองานกล้วยไม้ โดยเฉพาะพื้นที่พิษณุโลก คือกล้วยไม้ตระกูลช้างที่มีต้นกำเนิดอยู่พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะ จ.พิษณุโลก กล้วยไม้พันธุ์ช้างเรากำลังจะส่งเสริมเพื่อให้เป็นสินค้าเป็นพันธุ์พืชที่เป็นอัตลักษณ์ของพิษณุโลกโดยตรง ภายในงานจะมีการประกวดกล้วยไม้ ชิงถ้วยประทานฯ การประกวดผลิตผลทาางการเกษตร การประกวดตำข้าวลีลา ส้มตำลีลา การประกวดร้องเพลงร้องเพลงลูกทุ่ง ตลาดนัดสินค้า พันธุ์ไม้นานาชนิดจากทั่วประเทศ การจัดมหกรรมสินค้าปลอดภัย คาราวานสินค้าทางการเกษตร จัดงานวิ่ง NIGHT RUN BACK TO TECHNO กิจกรรมการแสดงของนักศึกษาลิเกคณะพิบูลฯ ที่เป็นนักศึกษาของเราทั้งหมดเพื่อสืบสานศิลปวัฒนธรรมให้คงไว้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กาฬสินธุ์เปิดตัว! สโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด ‘กาลาสินอส นักสู้แห่งเมืองน้ำดำ’

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703515

กาฬสินธุ์เปิดตัว! สโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด 'กาลาสินอส นักสู้แห่งเมืองน้ำดำ'

กาฬสินธุ์เปิดตัว! สโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด ‘กาลาสินอส นักสู้แห่งเมืองน้ำดำ’

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.42 น.

จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดตัวสโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด “กาลาสินอส นักสู้แห่งเมืองน้ำดำ” ชุดเตรียมทีมไทยแลนด์เซมิโปรลีก ที่จะสู้ศึก TS League ครั้งแรก ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ขอแรงเชียร์ แรงใจ จากแฟนบอล ให้การสนับสนุนทีมบอลของชาวกาฬสินธุ์ ก้าวไปสู่ความเป็นเลิศ และเป็นทีมบอลชั้นนำในอนาคต

11 มกราคม 2566 ที่สนามกีฬากลาง จ.กาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดตัวสโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด โดยมีนายสุเทพ ชัยวัฒน์ นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นายพิพัฒน์ วิชัยรัมย์ ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จ.กาฬสินธุ์ นายประยงค์ โมคภา นายกสมาคมกีฬาแห่ง จ.กาฬสินธุ์ พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคม นายตระการ ฆารตะสิงห์ ประธานสโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด นายภานุพงษ์ ไชยลุย รองประธานสโมสรฯ นายชาญชัย ภูครองเชิง ผู้จัดการทั่วไปฯ และสตาฟโค้ช นักฟุตบอล แฟนบอล ร่วมงานและให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก

นายภานุพงษ์ ไชยลุย รองประธานสโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด กล่าวว่า ทีมฟุตบอลสโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด “กาลาสินอส นักสู้แห่งเมืองน้ำดำ” ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรายการไทยแลนด์อะเมเจอร์ลีก แต่ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลให้ไม่สามารถจัดทำการแข่งขันได้ ในปีต่อมาเมื่อสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 คลี่คลาย ทีมฟุตบอลกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด จึงเริ่มเข้าร่วมการแข่งขันรายการต่างๆของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย

นายภานุพงษ์กล่าวอีกว่า ผู้เล่นทีมฟุตบอลสโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด เป็นคนกาฬสินธุ์ 80%  และต่างจังหวัด 20%  ซึ่งมีทักษะ ฝีเท้าดี มีประสบการณ์ นักเตะที่มีความมุ่งมั่นและแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ทั้งสตาฟโค้ชที่มีประสบการณ์ จึงมีความพร้อมทุกด้าน  

ทั้งนี้ ในฤดูกาล 2022-2023 สโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด ได้ส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันในรายการไทยแลนด์เซมิโปรลีก โดยมีทีมที่เข้าร่วมสมัครแข่งขันมากกว่า 90 ทีม แต่มีทีมที่ได้ผ่านการคัดเลือกเข้าทำการแข่งขัน 10 ทีมเท่านั้น ซึ่งทีมกาฬสินธุ์ยูไนเต็ดเป็น 1 ใน 10 ทีมของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ได้รับการคัดเลือก  โดยในวันเปิดตัวทีมในชุดเตรียมทีมไทยแลนด์เซมิโปรลีกวันนี้ จะได้ลงสนามนัดกระชับมิตรกับทีมมหาสารคามสามใบเถา (Mahasarakham SBT)  ทีมจาก T3 ที่กำลังลุ้นแชมป์ลีคโซนภาคอิสานในตอนนี้

ด้านนายศุภสิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตามที่สโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด ได้ร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมมือ ทำให้เกิดสโมสรนี้ขึ้น โดยมีแนวคิดในการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ประชาชน ได้พัฒนาไปสู่ความเป็นเลิศ  นับเป็นกิจกรรมที่ดี ที่ทุกภาคส่วนพึงให้การสนับสนุนส่งเสริม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางพัฒนาและหลักการทำงาน 3 ใจ  คือ เข้าใจ ไว้ใจ และร่วมใจ สำหรับการก่อตั้งทีมสโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด และได้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมแข่งขันในรายการไทยแลนด์เซมิโปรลีกในฤดูกาลนี้ จึงนับเป็นความภาคภูมิใจของชาวกาฬสินธุ์ และแฟนบอลทั่วไปด้วย

นายศุภศิษย์กล่าวอีกว่า การเกิดสโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด ซึ่งเสมือนเป็นทีมบอลของชาวกาฬสินธุ์ จึงขอแรงเชียร์ แรงใจ และการสนับสนุนจากทุกฝ่าย เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเลิศทางด้านกีฬา ประสบความสำเร็จในแข่งขัน และเป็นทีมชั้นนำในอนาคต เพื่อที่จะนำความสุขมาให้กับแฟนบอล ที่จะเป็นเมืองแห่งความสุขด้านการกีฬา จึงขอให้นักกีฬาและทีมงาน ได้ร่วมใจกันอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ และต้องรู้จักการมีน้ำในเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย  และให้ระลึกอยู่เสมอว่า สามัคคีคือพลัง ที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตร ในวันเปิดตัวสโมสรกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างสุดมัน ฟอร์มผู้เล่นคู่คี่สูสีตลอดเกมการแข่งขัน ผลัดกันรุกผลัดกันรับและลุ้นการทำประตู ก่อนที่เกม 90 นาที จะจบลงที่ทีมมหาสารคามสามใบเถา ชนะทีมกาฬสินธุ์ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 2:1 ประตู.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าอาวาสนำ’พระโตโน่’บิณฑบาตวันที่ 2 เตรียมข้ามโขงปฏิบัติธรรมวัดพระธาตุศรีโคตรบอง

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703499

เจ้าอาวาสนำ'พระโตโน่'บิณฑบาตวันที่ 2 เตรียมข้ามโขงปฏิบัติธรรมวัดพระธาตุศรีโคตรบอง

เจ้าอาวาสนำ’พระโตโน่’บิณฑบาตวันที่ 2 เตรียมข้ามโขงปฏิบัติธรรมวัดพระธาตุศรีโคตรบอง

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.08 น.

เชื่อบุญบารมีฝนหยุดตกก่อนเจ้าอาวาสนำ “พระโตโน่-ภาคิน สุทธิสัทโธ” ออกบิณฑบาตวันที่สอง เตรียมข้ามโขงปฏิบัติธรรมวัดพระธาตุศรีโคตรบอง 

เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 11 ม.ค.66 ที่ศาลาตรีมุขกาญจนาภิเษก วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม  พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10  เป็นประธานนำคณะพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ร่วมพิธีสวดมนต์เจริญภาวนาทำวัตรเช้า พร้อมแสดงพระธรรมเทศนา ก่อนที่จะนำพระภิกษุสงฆ์สามเณรออกเดินบิณฑบาต ซึ่งเป็น 1 ใน 10 กิจวัตรสงฆ์ โดยมี พระโตโน่-ภาคิน สุทธิสัทโธ พร้อมพระที่ร่วมอุปสมบทอีก 3 รูป ร่วมออกเดินบิณฑบาตเป็นวันที่สอง ในชุมชนเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม รวมระยะทางเดินไป-กลับกว่า 4 กิโลเมตร โดยมีญาติโยมสายศรัทธา ออกมาร่วมทำบุญตักบาตร อนุโมทนาบุญไม่ขาดสาย

หลังจากพระโตโน่ เข้าพิธีอุปสมบทตอบแทนคุณ สร้างอานิสงส์ให้แก่พี่น้องชาวไทยและชาวลาว ที่ให้การสนับสนุนโครงการว่ายน้ำข้ามโขงเพื่อการกุศล ช่วยเหลือโรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา จนประสบความสำเร็จได้เงินบริจาคมากกว่า 87 ล้านบาท ซึ่งจะนำเงินบริจาคดังกล่าว ไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลน พัฒนาด้านการบริการรักษาสุขภาพทั้งสองฝั่งไทยลาว

ขณะเดียวกันในช่วงก่อน พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมฯ/ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 จะนำพระโตโน่-ภาคิน สุทธิสัทโธ พร้อมคณะสงฆ์ออกบิณฑบาตตามกิจวัตรประจำวันสงฆ์ ได้มีฝนตกลงมาต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว สายศรัทธา เนื่องจากพอคณะสงฆ์พร้อมพระโตโน่-ภาคิน สุทธิสัทโธ เริ่มออกเดินบิณฑบาตจากหน้าวัด พบว่าฝนหยุดตกทันทีเหมือนสั่งได้ โดยชาวบ้านส่วนหนึ่งเชื่อเป็นอานิสงส์ผลบุญของการสร้างทานบารมีครั้งนี้ รวมถึงเป็นบารมีขององค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

สำหรับในส่วนของกิจวัตรสงฆ์ของพระ พระโตโน่-ภาคิน สุทธิสัทโธ วันนี้ภายหลังออกบิณฑบาต ฉันภัตตาหารเช้าเสร็จจะได้เดินทางข้ามไปยังเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อไปจำวัดปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง แขวงคำม่วน สปป.ลาว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของแขวงคำม่วน สปป.ลาว อีกทั้งพี่น้องชาวลาวยังถือเป็นพระธาตุคู่แฝดของพระธาตุพนม ซึ่งจากประวัติความเป็นมา พระธาตุศรีโคตรบอง มีการก่อสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 6 อายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นอนุสาวรีย์พระยาศรีโคตรบอง กษัตริย์แห่งอาณาจักรศรีโคตรบูร เนื่องจากที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าทั้ง 4 คือ พระกะกุสันโท พระโกนาคะมะโน พระกัดสะโบ และพระโคตะโม  ถือเป็นพระพุทธเจ้าผู้ทรงคุณวุฒิที่เดินทางมาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรสีโคตรบอง กาลผ่านมาโดยจากคำแนะนำของพระเถระทั้งหลาย เจ้าสุมินทะราชจึงได้ลงมือก่อสร้างพระธาตุสีโคตรตะบองขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติแก่พระยาสีโคตรบองและได้เอาพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ดินแดนแห่งนี้

ทั้งนี้ พระโตโน่-ภาคิน สุทธิสัทโธ เปิดเผยว่า ในวันนี้จะเดินทางข้ามไปที่แขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อจำวัดปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง และโปรดญาติโยมออกรับบิณฑบาตตามกิจวัตรสงฆ์ จากนั้นในวันที่ 13 มกราคม 2566 จะได้เดินทางกลับมาที่ จ.นครพนม เพื่อโปรดออกบิณฑบาตในเขตเทศบาลเมืองนครพนมที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช ให้ญาติโยมได้ร่วมทำบุญตักบาตร สาธุบุญร่วมกัน เป็นการสร้างอานิสงส์ตอบแทนคุณทั้งชาวไทยชาวลาว โดยยืนยันว่าจะสร้างทานบารมี ทำความดีเพื่อสังคมให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะพระสงฆ์ หรือในสถานะคนธรรมดา สำหรับกำหนดลาสิกขาจะมีขึ้นในวันที่ 15 มกราคม 2566 ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม จากนั้นจะเดินทางไปร่วมกุศลที่ จ.พระนครศรีอยุธยา – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสื้อวินเถื่อน?!! เตือนภัยวิน จยย. หลังคอนเสิร์ตที่ราชมังฯ หากินเหมือนโจร?

Posted on January 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703497

เสื้อวินเถื่อน?!! เตือนภัยวิน จยย. หลังคอนเสิร์ตที่ราชมังฯ หากินเหมือนโจร?

เสื้อวินเถื่อน?!! เตือนภัยวิน จยย. หลังคอนเสิร์ตที่ราชมังฯ หากินเหมือนโจร?

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 11.50 น.

11 ม.ค.66 จากกรณีมีผู้แชร์คลิปจากผู้ใช้ทวิตเตอร์ @gadevadee โพสต์คลิปเตือนสังคมว่ามีวินจักรยานยนต์ หลังคอนเสิร์ตGDA IN BKK ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่7ม.ค.ที่ผ่านมา

โดยระบุข้อความว่า “เตือนภัย ระวังวินมอไซค์หน้าคอน ขับออกมาหน้ามอ คิดคนละ780บาท ขับมายังไม่ถึง5นาทีเลย สุดท้ายเลยบอกว่าขอลดได้มั้ย เลยเอา2คน1000 งงมากอะมันบอกค่าเสื้อก็1500ละ มันเลยต้องเก็บคนละ780 พามาส่งที่เปลี่ยวแล้วรีดเงิน



ตอนนั้นตกใจมากเลยค่ะ มากับคุณแม่ด้วยกลัวจะไม่ปลอดภัยค่ะ แม่เลยต่อราคาว่า1000ได้มั้ย ตอนแรก1560ค่ะ เลยบอกอีก500ขอไว้ค่ารถกลับบ้านเถอะ ตอนแรกจะบังคับให้เราโอนค่ะ เราเลยบอกเน็ตไม่ดีไม่มีเน็ต เลยจะมาขอดูมือถือ เราตกใจเลยกดถ่ายคลิปอะคะ” .-008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : @gadevadee

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่รอให้เข้ามาป่วน! ‘สภ.แสนสุข’รุกสกัดถึงเพจรถซิ่ง จนสุดท้ายยอมเลิกทริปบางแสน

Posted on January 11, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703482

ไม่รอให้เข้ามาป่วน! ‘สภ.แสนสุข’รุกสกัดถึงเพจรถซิ่ง จนสุดท้ายยอมเลิกทริปบางแสน

ไม่รอให้เข้ามาป่วน! ‘สภ.แสนสุข’รุกสกัดถึงเพจรถซิ่ง จนสุดท้ายยอมเลิกทริปบางแสน

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.12 น.

11 ม.ค. 2566 เฟซบุ๊ก สถานีตำรวจภูธรแสนสุข โพสต์ข้อความระบุว่า การกระทำบางอย่าง อาจคิดหรือทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่เข้าใจข้อกฎหมาย แต่พอได้คุยกัน ก็ทราบว่าไม่มีเจตนา ทริปดังกล่าว ทางเพจ “มะพร้าวเถื่อน” ได้ยกเลิกแล้วนะครับ ส่วนใครที่เดินทางมากันเอง ก็ต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมายและเคารพสิทธิของผู้อื่น ไม่สร้างความเดือดร้อนให้สังคมนะครับ

โดยก่อนหน้านั้น ทาง สภ.แสนสุข ได้โพสต์ข้อความ #บางแสน เมืองท่องเที่ยว เที่ยวให้สนุก แต่อย่าสร้างความเดือดร้อน จะมาเที่ยวบางแสนเราไม่ว่า แต่อย่าทำผิดกฎหมาย อย่าให้ชาวบ้านเดือดร้อน #รถต้องถูกต้อง #ไม่แข่ง #ไม่ซิ่ง #ถ้าไม่ถูกต้องรับรองมีสะเทือน #ท่านพร้อมเราก็พร้อม #บางแสนไม่ใช่ดินแดนรถซิ่ง #ตำรวจแสนสุข

เบื้องต้นมีประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็นชื่นชมการทำงานของ สภ.แสนสุข ที่ทำงานเชิงรุกไม่รอให้เกืดเหตุเดือดร้อนรำคาญจากรถซิ่ง จนกลุ่มที่เตรียมตัวจะเข้ามาตัดสินใจยกเลิกแผนการในที่สุด

ขอบคุณที่มาจาก : สถานีตำรวจภูธรแสนสุข

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ร้องลูกถูกเพื่อนใช้ดินสอแทงตาบอด คู่กรณีโอดเรียกค่าเสียหายแพง ยันอุบัติเหตุเล่นกันเท่านั้น

Posted on January 11, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703478

แม่ร้องลูกถูกเพื่อนใช้ดินสอแทงตาบอด คู่กรณีโอดเรียกค่าเสียหายแพง ยันอุบัติเหตุเล่นกันเท่านั้น

แม่ร้องลูกถูกเพื่อนใช้ดินสอแทงตาบอด คู่กรณีโอดเรียกค่าเสียหายแพง ยันอุบัติเหตุเล่นกันเท่านั้น

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.41 น.

แม่เด็กนักเรียนวัย 9 ปีร้องสื่อ ถูกเพื่อนนักเรียนร่วมห้องใช้ดินสอแทงตาผ่านมา 6 เดือน ยังไม่ได้รับการเยียวยา

11 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวสุวิริภรณ์ อายุ 29 ปี ชาวบ้าน หมู่ 1 ตำบลหันห้วยทราย อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา ได้นำเอกสารใบแจ้งความ สภ.บ้านหันห้วยทราย พร้อมด้วยเอกสารส่งตัวรักษาดวงตา ลูกชายน้อง FM วัย 9 ขวบ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราช ร้องสื่อมวลชน หลังผ่านไป 6 เดือน ยังไม่มีการเยียวยาจากโรงเรียนและผู้ปกครองคู่กรณี กลัวจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในครั้งนี้ 

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2565 เวลาประมาณ 14.30 น แม่ของน้อง FM เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเกือบจะ 6 เดือนแล้ว ซึ่งช่วงที่เหตุเด็กกำลังศึกษาเล่าเรียน อยู่กับเพื่อนๆภายในห้อง โดยมีคุณครูประจำชั้น ได้ปล่อยให้นักเรียนอยู่กันตามลำพัง ระหว่างนั้นได้ถูกเด็กชายเอ นามสมมุติ ใช้เข่าแทงกลางหลังเด็กชาย FM จนทำให้ล้มลงต่อจากนั้น เด็กชายบี (นามสมมุติ) ได้ใช้ดินสอแบบเปลี่ยนไส้ได้ แทงเข้าที่ดวงตาด้านซ้ายได้รับบาดเจ็บ ร้องด้วยอาการเจ็บปวด ซึ่งทั้งหมดเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ห้องเดียวกัน

ต่อมาครูประจำชั้นเข้ามาภายในห้องและสอบถามว่าทำกันทำไม แต่ไม่ตรวจสอบหรือดูอาการบาดเจ็บของน้อง FM ในความปกครองให้ดี ซึ่งในระหว่างนั้นไม่มีคุณครูภายในโรงเรียน โทรแจ้งรถพยาบาลหรือพาน้อง FM ไปทำการรักษาที่โรงพยาบาลแต่อย่างใด

จนกระทั่งถึงเวลาเลิกเรียนพ่อของน้อง FM ได้รับกลับบ้าน และสอบถามว่าดวงตาบาดเจ็บเพราะอะไร หลังจากทราบเรื่องจึงได้พาน้องเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลประทายก่อนที่จะถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอย่างเร่งด่วน โดยหมอแจ้งว่าดวงตาข้างซ้ายมองไม่เห็นต้องทำการผ่าตัดรักษาเป็นการเร่งด่วน แต่ไม่ยืนยันว่าจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

ปัจจุบันลูกชายได้มาพักรักษาตัวต่อที่บ้าน โดยดวงตาก็ไม่สามารถมองเห็นได้เหมือนเดิม จึงได้ทำการย้ายโรงเรียนซึ่งห่างจากโรงเรียนเดิมประมาณ 400 เมตร สาเหตุเพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยของโรงเรียนที่ฝากบุตรหลานเอาไว้ 

อย่างไรก็ตาม ทางนายธีรพงษ์ ผอ.โรงเรียน พร้อมด้วยคณะครูและผู้ปกครองคู่กรณี ได้มีการนำเงิน 7 หมื่นกว่าบาท ช่วยเป็นค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น แต่จากการพูดคุยการเยียวยาดวงตาของลูกและอนาคตในวันข้างหน้า ครอบครัว ได้ขอการเยียวยาไป 3,000,000 บาท แต่ทางโรงเรียนยังไม่สามารถรับข้อเสนอดังกล่าวได้ อ้างว่าเกิดจากอุบัติเหตุ จึงเกรงกลัวถึงอิทธิพลและเรื่องจะเงียบจึงได้ร้องสื่อเพื่อขอความช่วยเหลือหรือมีหน่วยงานใดยื่นมือเข้ามาช่วย

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนบ้านเพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริง โดยชาวบ้านแจ้งว่าทางโรงเรียนได้ทำการปิดโรงเรียนเพื่อนำนักเรียนไปทัศนศึกษาที่จังหวัดบุรีรัมย์

ด้านผู้ปกครองฝ่ายเด็กเอาดินสอแทงตาบอด โอดเรียกค่าเสียหายแพง ยันเป็นอุบัติเหตุเด็กเล่นกันเท่านั้น

ด้านผู้ปกครองของเด็กชายบี นามสมมุติ เด็กที่เอาดินสอแทงตา เปิดเผยว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2565 เวลา 14.30 น ในขณะนั้นมีนักเรียนอยู่ในห้องจำนวน 8-9 คน และได้เรียนหนังสือรวมถึงการหยอกล้อเล่นกัน จึงทำให้มีการบาดเจ็บที่ดวงตา โดยตนมองว่าลูกชายของตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายน้อง FM แต่อย่างใด มองว่าน่าจะเกิดจากอุบัติเหตุมากกว่า และก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

ต่อมาได้มีการพูดคุย ตนก็ได้มอบเงินจำนวน 35,000 บาท ที่ไปหยิบยืมชาวบ้านมา เนื่องจากว่าตนก็หาเช้ากินค่ำ และเงินจากโรงเรียนอีก 35,000 บาท รวมทั้งหมด 70,000 บาท มอบให้กับครอบครัวน้อง FM ต่อมาได้มีการพูดคุย ทั้งทางโรงเรียน ผู้บาดเจ็บและคู่กรณี ได้มีการเรียกเงินจำนวนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งตนก็ไม่รู้จะไปหาจากไหนมาให้ หากพูดคุยตกลงกันไม่ได้ก็ต้องปล่อยไปตามคดีความในชั้นศาลต่อไป เพราะตนก็เป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ

​นายธีรพงษ์ มะปะโท ผอ.โรงเรียน ได้เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า หลังจากที่เกิดเหตุ ทางคณะครูและโรงเรียนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามสอบถามอาการไปยังผู้ปกครองของน้อง FM อย่างใกล้ชิดอยู่ตลอด เพราะถือว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอยู่ภายในโรงเรียนจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบไม่ได้ แต่มันก็เป็นอุบัติเหตุที่นักเรียนหยอกกันจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งคณะครูก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะรุนแรงขนาดนี้ 

โดยเบื้องต้นทางโรงเรียนได้มีการช่วยเหลือไปแล้วประมาณ 80,000 บาท ยังไม่รวมค่าน้ำมันที่เดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาล โดยจากการพูดคุยกับครอบครัวของน้อง FM วัย 9 ปี นักเรียนชั้นป.3 ได้มีการยื่นข้อเสนอขอเยียวยาจำนวน 3 ล้านบาท โดยยังไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ซึ่งทางคณะครูและผู้ปกครอง ยินยอมที่จะเยียวยาอยู่แค่ 2 แสนบาท จึงอาจจะต้องหาคนกลางมาเป็นผู้ไกล่เกลี่ย และขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมตัวให้พร้อม!! สุพรรณฯจัดงาน ‘อนุสรณ์ดอนเจดีย์’ 15 วัน 15 คืน

Posted on January 11, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/703473

เตรียมตัวให้พร้อม!! สุพรรณฯจัดงาน 'อนุสรณ์ดอนเจดีย์' 15 วัน 15 คืน

เตรียมตัวให้พร้อม!! สุพรรณฯจัดงาน ‘อนุสรณ์ดอนเจดีย์’ 15 วัน 15 คืน

วันพุธ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.55 น.

11 ม.ค.66 ที่บริเวณพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผวจ.สุพรรณบุรี เป็นประธานจัดแถลงข่าวการจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ประจำปี 2566 ซึ่งจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนราชการ และภาคเอกชน เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และร่วมรำลึกถึงมหาวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทยมีความเป็นอิสระมาจนถึงทุกวันนี้

ซึ่งเป็นงานประเพณีประจำปีของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้เริ่มจัดงานตั้งแต่ปี 2502 เป็นต้นมา และเริ่มจัดให้มีการแสดงยุทธหัตถี ในปี 2523 รวมระยะเวลาจนถึงครั้งนี้ เป็นเวลา 64  ปี ในปีนี้ กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 18 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2566 รวม 15 วัน 15 คืน โดยมีกิจกรรมที่สำคัญของการจัดงาน คือ การแสดง แสง สี เสียง สงครามยุทธหัตถีอันยิ่งใหญ่ตระการตาด้วยช้างจริง ม้าจริง ในสถานที่จริงเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ให้ประชาชนชาวไทยทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยว ได้มีโอกาสชมพระบรมเดชานุภาพ และพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  โดยทำการแสดงรวม 10 วัน ๆ ละ 1 รอบ เริ่มแสดงตั้งแต่เวลา 19.30 น. ทุกรอบ ได้แก่ วันที่  18,20,21,22,23,27,28,29,30 มกราคม2566 และ 1 กุมภาพันธ์ 2566

มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การเดินแบบผ้าไทยโดยชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสุพรรณบุรี การประกวดธิดาดอนเจดีย์ ซึ่งแต่งกายด้วยชุดตะเบงมานเหมือนวีรสตรีไทยในอดีต การออกร้านธารากาชาด การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ของจังหวัดสุพรรณบุรี “ของดีวิถีคนเมืองเหน่อ ” และการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ มากมาย การจัดงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,918,867 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

วงการการ์ดมีสะเทือน จ๋าย ไททศมิตร เดือด โพสต์ขู่แฉเบื้องลึกดาร์ค
'บ้านนางรำ'ฟาดดราม่าโดนใจ ทำเรตติงพุ่ง'แอนน่า'ปลื้มกระแสแรง ชวนลุ้นพีคขึ้นทุกตอน
อิหร่านเดือด! จ่อคุมช่องแคบฮอร์มุซอีก อ้างสหรัฐผิดสัญญา
นายกฯอนุทิน ยืดอก ขอโทษประชาชน ปมแม่ทัพภาค 4 ยันให้ความยุติธรรม คดีสส.กมลศักดิ์ 
นายกฯสั่งเติมงบปี’70 เร่งเดินหน้าดับไฟใต้
กรุงเทพประกันภัยส่งเสริมความปลอดภัยให้กับนักเรียน จัดอบรมให้ความรู้การป้องกันอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง
แวดวงนักปกครอง : 18 เมษายน 2569
อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิสราเอล-เลบานอนหยุดยิง
คุณแหน : 18 เมษายน 2569
2 รมช.มหาดไทย อำนวยพรคณะร่วม พิธีฮัจย์ จ่อคืนเงินเหลือจ่ายให้ผู้แสวงบุญ กว่า 62 ล้านบาท

Recent Posts

  • “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” วิ่งแซงมนุษย์ขาดลอย ทุบสถิติโลกฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง
  • ทรัมป์เผยพบเอกสาร “น่าสนใจ” เกี่ยวกับยูเอฟโอ เตรียมเปิดเผยเร็ว ๆ นี้
  • แคลิฟอร์เนียสั่งจำคุก 3 ราย “ใส่ชุดหมี” ข่วนรถหรู หวังเคลมเงินประกันหลักล้าน
  • “มาชาโด” เจ้าของโนเบลสันติภาพเวเนซุเอลา ขอบคุณ “ทรัมป์” ยอมเสี่ยงเพื่อเสรีภาพ
  • ทุบสถิติประมูล “เสื้อชูชีพ” ผู้รอดชีวิตไททานิกปิดที่เกือบ 29 ล้านบาท

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d