Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เช็คโควิดจาก ‘รพ.สนามธรรมศาสตร์’ ลุ้นคนไข้ต่ำกว่าหมื่น เดือนก.ย. เวฟ3+ เวฟ4 รอบนี้จบแน่ #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597414

เช็คโควิดจาก‘รพ.สนามธรรมศาสตร์’ ลุ้นคนไข้ต่ำกว่าหมื่น เดือนก.ย.เวฟ3+ เวฟ4 รอบนี้จบแน่

เช็คโควิดจาก‘รพ.สนามธรรมศาสตร์’ ลุ้นคนไข้ต่ำกว่าหมื่น เดือนก.ย.เวฟ3+ เวฟ4 รอบนี้จบแน่

วันพุธ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 09.08 น.

เช็คโควิดจาก‘รพ.สนามธรรมศาสตร์’ ลุ้นคนไข้ต่ำกว่าหมื่น เดือนก.ย.เวฟ3+ เวฟ4 รอบนี้จบแน่

25 สิงหาคม 2564 เพจเฟซบุ๊ก “โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์” โพสต์ข้อความเมื่อคืนวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด มีเนื้อหาดังนี้…

วันอังคารที่ 24 สิงหาคม วันที่ 136 ของโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ และวันที่ 75 ของศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์ รังสิต

 ข่าวดีของวันนี้คือจำนวนผู้ป่วยโควิดรายใหม่ทั่วประเทศลดลงมาบ้างเล็กน้อยจากเมื่อวานมาอยู่ที่ 17,165 คน แม้จะลดลงมาไม่กี่ร้อยคน แต่ก็เป็นไปตามทิศทางของการลงจากจุด Peak  มาแล้ว เมื่อดูค่าเฉลี่ยเจ็ดวันย้อนหลัง จากนี้ก็คงทรงตัวและค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ จนเหลือต่ำกว่าหมื่นคนในเดือนกันยายนเมื่อไหร่ ก็คงหมายความว่าเวฟ3 + เวฟ4 รอบนี้จบลงแน่แล้ว จะได้ใจชื้นขึ้นบ้าง และมีเวลาไปเตรียมตัว เตรียมกำลังรับเวฟ5 ต่อไป สำหรับพวกเรา และสำหรับผู้คนนอกระบบสาธารณสุขก็จะได้กลับไปเตรียมตัวทำมาหากินเพื่อฟื้นเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาได้บ้าง แม้ว่าอาจจะต้องทำใจกับตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ยังคงอยู่ที่มากกว่าวันละ 200 คนไปจนกว่าจะสิ้นเดือนนี้ก็ตาม

วันนี้เป็นวันที่สองที่เราจัดการฉีดวัคซีน Sinovac + Astra ที่ศูนย์รับวัคซีนธรรมศาสตร์ ด้วยเหตุผลที่ไม่มี Astra ส่งมาให้เราเลยตลอดเดือนสิงหาคมจนถึงวันนี้ จำนวนผู้มารับ Sinovac เข็มแรกก็ยังคงไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับเมื่อวานนี้ วันนี้มีคนมาฉีดวัคซีนทั้งสิ้น 1,294 คน จากจำนวนคิวที่เพิ่งมาจองกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่ลงทะเบียนจะมาฉีดวันนี้จำนวน 2,300 คน หรือคิดเป็นประมาณ 56.26% เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนเฉลี่ยที่มีคนมาฉีดระดับ 80-85% ของคิว Astra + Astra ก็คงทำให้เห็นได้ว่า ผู้มารับวัคซีนมีทัศนะอย่างไรต่อวัคซีนที่รัฐบาลเสนอให้เขามารับเป็นเข็มแรก

เหลืออีกสามวัน การฉีด Sinovac + Astra ก็จะจบลงและคิว Astra + Astra ที่จองกันไว้เกือบสองเดือนแล้ว ตั้งแต่เสาร์ที่ 28 สิงหาคมจะ Run ต่อไปตามเดิม แต่จนถึงวันนี้ เรายังไม่ได้รับแจ้งข่าวเรื่องการจะมี Astra ส่งมาที่จังหวัดปทุมธานี หรือมาที่ธรรมศาสตร์เลยนะ

เรากระวนกระวายใจเรื่องนี้เท่า ๆ กับทุกท่านที่มีคิวรอฉีดอยู่นั่นแหละ แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองว่าเมื่อนายกรัฐมนตรีบอกว่า Astra ที่เหลือทั้งหมดอีก 51 ล้านโดส จะมาส่งมอบให้เราภายในสิ้นปีนี้ ไม่ใช่กลางปีหน้าแล้ว จำนวนวัคซีนและความถี่ที่จะส่งมอบมาให้คนไทยได้ฉีดก็น่าจะมีเพิ่มขึ้นกว่าเดิม และพวกเราที่นี่ ทางตอนเหนือของ กทม.และปทุมธานี ก็น่าจะมีโอกาสได้รับวัคซีนมาเพิ่มอีกบ้างนะในอาทิตย์นี้ แม้ว่าพวกเราจะไม่ได้รับการแบ่งปันวัคซีน 150,000 โดส ที่มาจากการ swap กับรัฐบาลภูฎานเลยแม้แต่เข็มเดียวก็ตาม

สถานการณ์ที่ รพ.ธรรมศาสตร์ในรอบ 24 ชม. ที่ผ่านมา มีข่าวดีที่ไม่มีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตในโรงพยาบาลและมีบุคลากรของโรงพยาบาล มีผลตรวจเป็นบวกเพิ่มขึ้นอีกสองคน และเช้าวันนี้มีผู้ป่วยที่มีผลตรวจเป็นบวกค่อนข้างมากทั้งจาก swab RT-PCR และ ATK  รวมกันมากถึง 36+17 คน ยังดีที่เรายังมีเตียงพอรองรับได้ที่รพ.สนามอีกพอสมควรกับทั้งระบบ Home Isolation ก็สามารถแบ่งแยกผู้ป่วยที่ไม่มีอาการรุนแรงไปดูแลได้เกือบทั้งหมด แต่ในทางกลับกันวันนี้มีผู้ป่วยจาก Home Isolation ที่มีอาการไม่ค่อยดีนัก ถูกส่งกลับมานอนรักษาตัวในโรงพยาบาล ทั้งในรพ.สนามและโรงพยาบาลหลักอีกถึง 4 คน

ถ้ารวมจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดที่ธรรมศาสตร์รับดูแลอยู่ในเช้าวันนี้ เรามีผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวอยู่ในรพ.หลักจำนวน 73 คน (ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยวิกฤต 28 ราย) และดูแลผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลสนาม 313 ราย กับมีผู้ป่วยที่ยังคงแอดมิทอยู่ใน Home Isolation อีก 619 ราย รวมจำนวนผู้ป่วยโควิดสะสมทั้งหมดที่ระบบโรงพยาบาลธรรมศาสตร์รับดูแลอยู่ในวันนี้คือ 997 คน และถ้าหากนับยอดผู้ป่วยโควิดสะสมทั้งหมดที่เราดูแลรักษามา จะมีจำนวนรวมทั้งหมดจนถึงวันนี้รวม 7,716 คน นับเฉพาะตั้งแต่ 13 เมษายน 2564 เป็นต้นมา

ที่โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์เวฟ 3+4 ในวันที่ 136 นี้ จำนวนผู้ป่วยที่รับเข้ามาดูแล มีน้อยกว่าจำนวนผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วส่งกลับบ้าน ดูเหมือนว่าตัวเลขนี้สะท้อนจำนวนผู้ป่วยใหม่ทั่วประเทศที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าจำนวนคนที่รักษาหายออกจากโรงพยาบาลไปด้วยนะ วันนี้เรารับผู้ป่วยใหม่เข้ามารักษา 15 คนและมีผู้ป่วยที่รักษาหายกลับบ้านไป 19 คน ทำให้ยอดผู้ป่วยรวมในโรงพยาบาลสนามเหลืออยู่ที่ 301 คน

การเตรียมแนวทางการบริหารจัดการรองรับเวฟต่อไปของโควิด( ถ้ามันจะมาอีก) อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อพวกเราจะเริ่มมีเวลาและโอกาสที่จะเตรียมตัวมากขึ้น คงจะต้องไปโฟกัสที่การบริหารจัดการระบบ Home Isolation ที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ และขยายขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วยออกไปให้ได้มากที่สุดเท่านั้น ที่จะพอช่วยให้เราจะสามารถดูแลผู้ป่วยในระดับที่มีจำนวน 4-5 เท่าของเวฟ4 ที่อาจจะมาถึงได้ พวกเราคงจะต้องคิดและตระเตรียมต่อไปในเรื่องนี้ เพราะเรายังคงจะต้องสู้รบอย่างจริงจังและยืดเยื้อกับโควิดต่อเนื่องไปอีกจนถึงปลายปีหน้าเป็นอย่างน้อยแน่นอน

รบครั้งนี้ยังไม่จบ ก็ต้องเตรียมรบคราวต่อไปอีกแล้ว ถ้าหากพวกเรารอดชีวิตจากศึกครั้งนี้ไปได้ แต่พวกเราก็จะทำต่อไปอย่างเต็มกำลังความสามารถนะ เพราะพวกเราคิดว่าเป็นหน้าที่ของพวกเราในการทำเรื่องเหล่านี้ให้กับทุก ๆ คน

#รักเธอประเทศไทย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แชร์สนั่นเอกสารการตายพ่อค้ายาโดนถุงคลุมหัวหมอระบุสาเหตุพิษจากสารแอมเฟตามีน #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597388

แชร์สนั่นเอกสารการตายพ่อค้ายาโดนถุงคลุมหัวหมอระบุสาเหตุพิษจากสารแอมเฟตามีน

แชร์สนั่นเอกสารการตายพ่อค้ายาโดนถุงคลุมหัวหมอระบุสาเหตุพิษจากสารแอมเฟตามีน

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 21.33 น.

วันที่ 24 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์เรื่องอื้อฉาวของนายตำรวจระดับผู้กำกับ (ผกก.) โรงพักแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ใช้ถุงคลุมหัวชายคนหนึ่งอย่างโหดเหี้ยม พร้อมกับระบุข้อความว่า “ผู้กำกับโจ้” ใช้ถุงคลุมศีรษะรีดเงิน 2 ล้านฆ่าพ่อค้ายาไปแล้วนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  เปิดคลิปทนายตั้ม แฉผกก.ฉาวใช้ถุงคลุมหัวรีดเงินพ่อค้ายาอย่างโหดเหี้ยม) 

ต่อมาปรากฎล่าสุดในโลกโซเซียลได้มีการแชร์หนังสือรับรองการตายของชายคนดังกล่าวที่ออกโดยโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ นครสวรรค์ ซึ่งระบุสาเหตุการตายของผู้ต้องหารายดังกล่าวว่า สันนิษฐานว่าพิษจากสารแอมเฟตามีน จนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และตั้งข้อสงสัยกันอย่างมากในโลกโซเชียลว่า สาเหตุการเสียชีวิตขัดกับข้อเท็จจริงที่เห็นหรือไม่ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ใจบุญเข้าช่วยเหลือ 2 ครอบครัวผู้ยากไร้ พบลูกสาวพิการ 2 ราย #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597383

ผู้ใจบุญเข้าช่วยเหลือ 2 ครอบครัวผู้ยากไร้ พบลูกสาวพิการ 2 ราย

ผู้ใจบุญเข้าช่วยเหลือ 2 ครอบครัวผู้ยากไร้ พบลูกสาวพิการ 2 ราย

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 21.00 น.

น้ำใจงาม! นายอำเภอกุมภวาปี พร้อมผู้ใจบุญชาวอ.กุมภวาปี เดินทางมอบถุงยังชีพและหาทางช่วยเหลือครอบครัวนางศิริวัน จิตรจำนงค์ ชาวบ้าน ม.4 ตำบลกุมภวาปี ซึ่งเป็นครอบครัวยากไร้ และมีบุตรสาวพิการแขนขาลีบถึง 2 คน

24 ส.ค.64 นายสุชาติ  ทอนมณี  นายอำเภอกุมภวาปี พร้อมด้วย นายเทศมนตรีตำบลกุมภวาปี,คณะผู้บริหารเทศบาลตำบลกุมภวาปี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พ่อค้า คหบดี เดินทางลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือให้แก่ครอบครัวนางศิริวัน จิตรจำนง อายุ 60 ปี ชาวบ้านบ้านกุมภวาปี หมู่ 4 ต.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี เบื้องต้นได้มอบถุงยังชีพ มอบเครื่องใช้ไฟฟ้า,เครื่องอุปโภค-บริโภค ที่จำเป็นในการดำรงชีพ เพื่อช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้น  พร้อมทั้งหาทางช่วยเหลือในระยะยาวต่อไป นอกจากนี้ยังมีผู้ใจบุญในอ.กุมภวาปีสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ ดินถมที่ จิตอาสาในชุมชน และชาวบ้านช่วยกัน ในการก่อสร้างห้องน้ำ และ ซ่อมแซมบ้านให้บางส่วน เพื่อให้มีสุขอนามัยที่ดีขึ้น

นายสุชาติ ทอนมณี นายอำเภอกุมภวาปี เปิดเผยว่า สำหรับครอบครัวนางศิริวันพบว่ามีฐานะยากจนมากนอกจากนี้ยังพบว่าบุตรสาวทั้ง 2 คนแขนขาลีบอีกด้วย โดยทางอำเภอฯ จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือต่อไป จากนั้นได้เดินทางไปมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ป่วยอีก 1 รายคือนางทองศูนย์ กองแก้ว หมู่ที่ 3 ตำบลกุมภวาปี      ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ดำเนินการภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19 ) อย่างเคร่งครัด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อดีตพยาบาลวัย 72 ปี นำเงินบำนาญซื้ออาหารให้ ‘นก-แมว’ ชาวบ้านโอดเดือดร้อน #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597375

อดีตพยาบาลวัย 72 ปี นำเงินบำนาญซื้ออาหารให้ 'นก-แมว' ชาวบ้านโอดเดือดร้อน

อดีตพยาบาลวัย 72 ปี นำเงินบำนาญซื้ออาหารให้ ‘นก-แมว’ ชาวบ้านโอดเดือดร้อน

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.57 น.

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 24 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่หมู่บ้าน รุ่งเรือง5 ต.บางรักพัฒนาอ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมด้วย น.ส.ปีย์วรา จริยเมโธ สจ.นนทบุรีเขต3  นายธนัยนันท์ พลภาสวัฒน์รองนายกเทศบาลเมืองบางรักพัฒนา น.ส.เบญจวรรณ ศิริยิ่ง สท.เมืองบางรักพัฒนา เขต2 นายเกษม นุชเดื่อ ผู้ใหญ่บ้านหมู่15 เพื่อตรวจสอบกรณีคุณยายวัย 73 ปีอดีตพยาบาลโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง นำอาหารให้อาหารแมวและนกพิราบ จนทำให้เพื่อนบ้านได้รับความเดือดร้อนจนนำไปสู่การร้องเรียนและเป็นกระแสในโลกโซเชี่ยลอยู่ตอนนี้ 

นางประไพศรี สุวรรณราช อายุ 73 ปี อดีตพยาบาล บ้านเลขที่ 55/169 หมู่15 ต.บางรักพัฒนาอ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตนเป็นคนที่ให้อาหารสัตว์ตามที่เป็นข่าวจริง  ซึ่งเจตนาของตนคือตั้งใจจะให้เฉพาะอาหารเเมวเท่านั้น โดยตนนำเงินบำนาญที่ได้เเต่ละเดือนมาซื้ออาหารแมวเดือนละ 10 กิโลราคากิโล 450 บาท ตนจะให้อาหารแมววันละ 4 กิโล ส่วนบางวันถ้าเศษข้าวเย็นที่ทานเหลือ ตนก็จะโปรยให้นกกินบ้างแต่ไม่ได้ให้ทุกวัน ซึ่งตนทำแบบนี้มาประมาณ 3-4 ปีแล้ว ไม่คิดว่าการที่ตนทำบุญให้อาหารสัตว์จะทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อน หลังจากนี้ตนยืนยันว่าจะให้อาหารแมวเหมือนเดิม แต่จะเปลี่ยนเวลาให้ซึ่งปกติจะให้อาหารในช่วงเวลา 16.00 น. แต่หลังจากนี้จะเปลี่ยนเวลาให้อาหารเป็นเวลา 19.00 น.เป็นตนไป และจะไม่ให้อาหารนกอีกต่อไปแล้ว สุดท้ายอยากจะฝากไปถึงเพื่อนบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนว่า ถ้าสิ่งที่ตนทำอยู่ทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อน ตนก็ต้องขอโทษด้วย

ขณะที่นายสุรเชษฐ์ จีวรกุลนนท์ อายุ 22 ปี อาชีพรับจ้าง ซึ่งเป็น 1 ในผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน กล้าวว่าตนทำงานอยู่ติดกับที่คุณยายนำเศษอาหารมาให้นกพิราบตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ โดยสถานที่ทำงานประกอบกิจการประเภทอาหารลดน้ำหนัก(คีโต) ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องของกลิ่นมูลสัตว์ เศษอาหารเน่า ถ้าวันไหนฝนตก น้ำฝนก็จะพัดเศษอาหารที่เหลือ ไหลมากองอยู่ที่หน้าบ้าน อีกทั้งเศษอาหารดังกล่าว ยังลงไปอุดตันที่ท่อระบายน้ำอีกด้วย ก็อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการปัญหานี้ด้วย และไม่ใช่เเค่เรื่องเศษอาหารหรือกลิ่นเท่านั้น ยังมีเรื่องเชื้อโรคที่อาจจะมากับนกอีกด้วย ตนและเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียง อยากให้คุณยายหยุดให้อาหารสัตว์ เพื่อสุขอนามัยของทุกคนในชุมชนจะได้ไม่เสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อจากสัตว์ปีก

นายธนัยนันท์ พลภาสวัฒน์ รองนายกเทศบาลเมืองบางรักพัฒนา กล่าวว่า เบื้องต้นได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบแล้ว พบว่าคุณยาย ได้ให้อาหารนกจริง และคุณยายก็รับปากว่าจะไม่ให้อาหารนกอีกต่อไปแล้ว โดยจะให้เฉพาะอาหารแมวอย่างเดียว และจะเปลี่ยนเวลาให้อาหารแมวเป็นเวลากลางคืนแทน ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ในละเเวกใกล้เคียงต่างก็พึงพอใจ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่องประวัติ! ‘ผกก.โจ้’ หลังถูกเด้งปมรีดเงินผู้ต้องหายาเสพติด ดีกรีไฮโซเฟอร์รารี่ #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597360

ส่องประวัติ! 'ผกก.โจ้' หลังถูกเด้งปมรีดเงินผู้ต้องหายาเสพติด ดีกรีไฮโซเฟอร์รารี่

ส่องประวัติ! ‘ผกก.โจ้’ หลังถูกเด้งปมรีดเงินผู้ต้องหายาเสพติด ดีกรีไฮโซเฟอร์รารี่

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.18 น.

กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่า และเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับ “ผู้กำกับโจ้” หรือ “พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล” ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ โดยคำสั่งย้ายกะทันหัน จากรณีที่ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ ถูกกล่าวหาว่าใช้ถุงดำคลุมหัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิตคาโรงพัก ขณะพยายามรีดเงิน 2 ล้านบาท เพื่อแลกกับการได้รับอิสระ จากนั้นสั่งให้ลูกน้องนำศพส่งโรงพยาบาล โดยอ้างว่าผู้ตายเสพยาเกินขนาด จนเกิดเป็นข่าวฉาวสนั่นวงการตำรวจอย่างที่เป็นข่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : เปิดคลิปทนายตั้ม แฉผกก.ฉาวใช้ถุงคลุมหัวรีดเงินพ่อค้ายาอย่างโหดเหี้ยม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : นายกฯสั่งสอบด่วน! คลิป’ผกก.โจ้’เอาถุงดำคลุมหัวผู้ต้องหาเสียชีวิต

สำหรับประวัติของ “ผู้กำกับโจ้” เคยเป็นที่รู้จัก ในชื่อของ “สารวัตรโจ้”  อดีตแฟนหนุ่มของนักแสดงสาวสุดเซ็กซี่แถวหน้าของเมืองไทย ที่เคยมีข่าวคบหากันจนถึงขั้นเคยขอแต่งงานกันเลยทีเดียว แต่งานวิวาห์ก็ต้องล่มลงในฝันเนื่องจาก นักแสดงสาวจับได้ว่า ผู้กำกับโจ้มีลูกเมียอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ยังเคยมีฉายาว่า “โจ้ เฟอร์รารี่” ซึ่งพบว่าเป็นตำรวจที่มีชื่อในแวดวงไฮโซ มีเพื่อนพ้องอยู่แวดวงไฮโซตั้งแต่ตอนเป็นสารวัตร โดยฉายา โจ้ เฟอร์รารี่ ที่ได้รับเป็นเพราะ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ มีรถสปอร์ตหลายคัน รวมถึง แลมโบกินี Aventador LP 720-4 50 Anniversario ซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 50 ปี ของ Automobili Lamborghini ผลิตเพียง 100 คัน มูลค่าหลายสิบล้าน ซึ่งลือกันว่า ผู้กำกับโจ้ ได้รถหรูคันนี้มาเป็นคนแรกในไทย

สำหรับ ยศ “พันตำรวจเอก”  ผู้กำกับโจ้ได้มากจากการที่ได้ทำผลงานเกี่ยวกับการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด โดยมีผลงานการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ อย่างต่อเนื่อง จนได้รับยศ “พันตำรวจเอก” และย้ายมาประจำอยู่ที่ สภ.นครสวรรค์ ก่อนถูกสั่งย้ายในปัจจุบัน

ภาพจาก : รอบรั้วภูธร, วันนี้ที่ปากน้ำโพ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความตายนี้ให้เรานึกเตือนจิตเตือนใจเราให้ได้ : หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597358

ความตายนี้ให้เรานึกเตือนจิตเตือนใจเราให้ได้ : หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

ความตายนี้ให้เรานึกเตือนจิตเตือนใจเราให้ได้ : หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.07 น.

คำว่า “ปัจจุบัน” คำว่าเดี๋ยวนี้นั้นให้ดู “ลมหายใจ” ก็รู้ ลมที่เข้าออกอยู่เดี๋ยวนี้เวลานี้เป็นปัจจุบัน อดีตมันล่วงไปแล้ว ก็ไม่ต้องไปเป็นทุกข์เป็นร้อนเพราะสิ่งใดล่วงไปแล้วสิ่งนั้นก็หมดไปแล้ว สิ่งใดที่ยังไม่มาถึงสิ่งนั้นก็ยังไม่มาถึง ไม่ควรไปคิดคำนึง ดีใจเสียใจเป็นเรื่องของกิเลส เวลานี้เรามาละกิเลส ละกิเลสราคะตัณหา ละกิเลสโทสะ ละกิเลสโมหะ

กิเลสเหล่านี้มันอยู่ที่จิตใจหลง จิตใจไม่ภาวนา จิตใจไม่รู้สึกในใจของตัวเองอยู่ ให้มารู้สึกในเวลาปัจจุบันนี้ว่า “มรณํ เม ภวิสฺสติ” มรณะ มะระณัง คือความตายนี้ให้เรานึกเตือนจิตเตือนใจเราให้ได้ เดี๋ยวนี้ที่เราจำได้ว่าความตาย ก็มักจะเห็นว่าคนโน้นตาย คนนี้ตาย ที่ล่วงมาแล้วบ้าง อันความตายที่มันมีอยู่ในตัวเราต้องมองให้เห็น อะไรที่มันอยู่ในตัวของเราที่มันตายไป คำว่าตายไปคือมันหมดไป สิ้นไป เปลี่ยนแปลงไป นั่นล่ะคือมันตายไป

แรกเริ่มเดิมทีทุกคนก่อนที่จะได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในโลกนี้ เราทุกคนไปปฏิสนธิวิญญาณในครรภ์มารดาทุกคน เมื่อได้นานเก้าเดือนสิบเดือนก็อยู่ไม่ได้ จำเป็นต้องคลอดออกมา ที่คลอดออกมานั้นก็คือว่า ตายจากในท้องแม่มาอยู่ข้างนอก อันนั้นก็ตายอย่างหนึ่ง แสดงว่าแต่ก่อนอยู่ในท้องแม่ในท้องมารดา เมื่อได้เก้าเดือนสิบเดือนแล้วไปไหนมาไหนลำบาก อุ้มท้องไปอย่างนั้นแหละ เพราะมันยังไม่ได้มาเกิดมันยังไม่คลอด พอคลอดออกมาแล้วก็มาอยู่ข้างนอก แล้วก็ให้เตือนใจเราว่า เกิดหรือว่าอยู่ในท้องแม่ลำบากลำบนที่สุด บางคนในท้องแม่คนเดียวอยู่ได้ตั้งสองคนสามคนขึ้นไปก็ยังมี ความทุกข์อยู่ในท้องแม่นั้นท่านว่ามีความลำบากที่สุด ที่จะแก้ได้ก็คือว่าแก้ภาวนานี่แหละ ไม่ให้จิตใจมาหลงในรูปในเสียงในกลิ่นในรสในโผฐฐัพพะธรรมารมณ์ แล้วจิตใจอันนี้จะไม่ได้ไปนอนในท้องแม่อันแสนทุกขเวทนานั้น

แต่เมื่อคลอดออกมาเกิดออกมาอยู่ข้างนอกแล้วเราก็มักจะลืม ให้นึกดูเสียเวลานี้ว่า ความทุกข์ที่เราอยู่ในท้องแม่ลำบากที่สุด แล้วเป็นสิ่งปฏิกูลโสโครกที่สุดการอยู่ในท้องมารดา ที่เราเกิดมานี้ก็คือว่า มันตายออกมานั่นเอง แต่คนเราไม่เรียกว่าตาย ตายคือมันเคลื่อนที่ไปจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง มาร้องไห้น้ำตาไหลอยู่ภายนอกอีกหลายเดือนหลายเวลาเหมือนกัน ที่เราว่าปวดแข้งปวดขาเวลาภาวนานี้มันเป็นเรื่องเล็ก เวลาเราอยู่ในท้องแม่นั้นเจ็บกว่านี้ยังทนได้ตั้งสิบเดือน การนั่งภาวนาข้างนอกไม่ถึงสิบเดือน ชั่วโมงหรือว่าสามสิบนาทีกว่าๆ ต้องมีความอดทน เราจะภาวนาแก้กิเลสในใจนี้แหละจึงจะไม่มานอนในท้องแม่อีก
…………………….

โอวาทธรรม พระอาจารย์สิม พุทฺธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง ต.บ้านถ้ำ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ขอบคุณลานธรรมจักร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านร้องตรวจสอบรุกที่ป่าสาธารณะ ตัดโค่นต้นไม้ใหญ่กว่า 400 ไร่ อีกฝ่ายโต้มี สปก. #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597352

ชาวบ้านร้องตรวจสอบรุกที่ป่าสาธารณะ ตัดโค่นต้นไม้ใหญ่กว่า 400 ไร่ อีกฝ่ายโต้มี สปก.

ชาวบ้านร้องตรวจสอบรุกที่ป่าสาธารณะ ตัดโค่นต้นไม้ใหญ่กว่า 400 ไร่ อีกฝ่ายโต้มี สปก.

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.52 น.

ตัวแทนชาวบ้านเสริมสุข ต.สะแกโพรง  อ.เมือง  จ.บุรีรัมย์ ร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งตรวจสอบเอาผิดคนจากนอกพื้นที่  ลักลอบเข้าไปแผ้วถาง ตัดโค่นต้นใหญ่ รุกที่ป่าสาธารณะโคกทม ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ  หวังฮุบเป็นของตัวเองมากกว่า 400 ไร่  อีกฝ่ายโต้มี สปก.ทำกินถูกต้องท้าตรวจสอบ  ขณะ อบต.รุดตรวจสอบ เบื้องต้นพบบางส่วนรุกป่าจริง เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายเตรียมประสาน สปก.ตรวจแนวเขต

24 ส.ค.64 ตัวแทนชาวบ้านบ้านเสริมสุข หมู่  20 ต.สะแกโพรง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีราษฎรจากนอกพื้นที่ทั้งใน ต.ลุมปุ๊ก อ.เมือง และ ต.บ้านยาง อ.ลำปลายมาศ ลักลอบเข้าไปแผ้วถางตัดโค่นต้นไม้ขนาดใหญ่ และใช้เครื่องจักรไถปรับพื้นที่บริเวณป่าสาธารณะประโยชน์โคกทม บ้านเสริมสุข ต.สะแกโพรง เพื่อปลูกมันสำปะหลัง หวังถือครองเป็นของตัวเอง ทั้งที่ที่ป่าสาธารณะดังกล่าวชาวบ้านจะใช้ประโยชน์ร่วมกันในการนำวัว ควายมาปล่อยเลี้ยงตั้งแต่บรรพบุรุษแล้ว   แต่พอถูกราษฎรจากนอกพื้นที่เข้ามาบุกรุกครอบครองทำกินอ้างสิทธิ์เป็นของตัวเองอย่างต่อเนื่องไปแล้วมากกว่า 400 ไร่ จากเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 900 ไร่ ที่ผ่านมา เคยร้องเรียนไปหลายหน่วยงานทั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอ สภาตำบล จนเวลาผ่านไปกว่า 10 ปีแล้วเรื่องก็ยังเงียบไม่มีการดำเนินการใดๆ จนทำให้มีผู้เข้ามาบุกรุกแผ้วถาง  ตัดโค่นต้นไม้เข้าไปทำกินเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกรงกลัวความผิด ซึ่งหากปล่อยไว้แบบนี้ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบและดำเนินการ เชื่อว่าอีกไม่นานก็คงไม่หลงเหลือสภาพป่า

นายสวง วงสุวรรณ์ ตัวแทนชาวบ้านเสริมสุข บอกว่า เดิมป่าสาธารณประโยชน์โคกทมดังกล่าวมีสภาพอุดมสมบูรณ์ ชาวบ้านก็จะนำวัว ควายมาผูกเลี้ยงในป่าโดยเฉพาะช่วงทำนาจะไม่มีนำสัตว์ไปเลี้ยง แต่พอมีชาวบ้านจากนอกพื้นที่ลักลอบเข้ามาแผ้วถางป่า ตัดโค่นต้นไม้ใหญ่ ปรับพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังแสดงความเป็นเจ้าของ ชาวบ้านในพื้นที่นำวัว ควายมา เลี้ยงก็ถูกขับไล่ที่ผ่านมา ทั้งผู้นำชุมชน และชาวบ้านในพื้นที่เคยทำเรื่องร้องเรียนไปหลายหน่วยงานให้เข้ามาตรวจสอบและยับยั้งการบุกรุกป่าดังกล่าวจนจะถูกบุกรุกจนหมด แต่ก็ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบเอาผิดอย่างจริงจัง แค่มาดูแล้วก็หายเงียบไป เชื่อว่าหากปล่อยไว้แบบนี้อีกไม่นานก็คงจะถูกบุกรุกครอบครองจนหมด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการเอาผิดกับผู้บุกรุกด้วย เพื่อที่ผืนป่าดังกล่าวจะได้กลับมาเป็นของส่วนรวมอีกครั้ง

นางสุกานดา ราษฎรจาก ต.บ้านยาง อ.ลำปายมาศ ที่ทำกินอยู่ในพื้นที่ที่ถูกร้องเรียน ก็ยืนยันว่า ตนและชาวบ้านอีกประมาณ 9 ราย  ได้รับการจัดสรรที่ทำกินจากรัฐ  โดยมีการออกเอกสารสิทธิ์ สปก.ให้ทำกินอย่างถูกต้อง มาตั้งแต่ปี 2555 ไม่ได้เข้ามาบุกรุกตามที่ชาวบ้านร้องเรียน ก็พร้อมให้มีการตรวจสอบตามกระบวนการขั้นตอน    

ขณะที่เจ้าหน้าที่จาก อบต.สะแกโพรง ซึ่งได้รับมอบหมายจากทางอำเภอให้เข้ามาตรวจสอบกรณีที่ชาวบ้านร้องเรียน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ก็ระบุว่ามีพื้นที่บางส่วนที่มีการบุกรุกป่าสาธารณประโยชน์จริง  แต่ส่วนที่ชาวบ้านอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ สปก.ให้ทำกินอย่างถูกต้องนั้น ก็จะได้ประสาน สปก. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบรังวัดแนวเขตให้ชัดเจนอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ส่วนที่ลงมาตรวจสอบในวันนี้ก็จะรายงานผู้บังคับบัญชา และทางอำเภอรับทราบตามขั้นตอน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านผวา ‘ไอ้เข้’ ยาว 1.5 เมตร โผล่อาบแดดริมแม่น้ำเจ้าพระยา #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597345

ชาวบ้านผวา ‘ไอ้เข้’ ยาว1.5เมตร โผล่อาบแดดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ชาวบ้านผวา ‘ไอ้เข้’ ยาว1.5เมตร โผล่อาบแดดริมแม่น้ำเจ้าพระยา

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.29 น.

ชาวบ้านผวา ‘ไอ้เข้’ ยาว1.5เมตร โผล่อาบแดดริมแม่น้ำเจ้าพระยา หนุ่มวัย36ปีพบเห็นหยิบแห หว่านคลุมจระเข้ไว้ แล้วตามชาวบ้านมาช่วยกันจับตัวไว้ได้ นำส่งให้เจ้าหน้าที่ประมงอ่างทอง แต่ยังหวั่นใจ อาจจะมีตัวแม่และลูกอยู่อีก แจ้งชาวบ้านห้ามลงน้ำ

24 ส.ค.64 ที่บริเวณแพจอดเรือ ริมหาดทรายพ่อพระราม หมู่ 3 ตำบลราชสถิตย์  อำเภอไชโยจังหวัดอ่างทอง   พบนายมารุต  ทองทรัพย์ หรือยิ้ว อายุ36 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3ตำบลราชถิตย์ เล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงบ่ายเมื่อวานที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองได้นอนเปลญวนอยู่ที่บริเวณแพจอดเรือริมแม่น้ำ ได้พบเห็นจระเข้ขึ้นมานอนอาบแดดอยู่ที่บริเวณริมหาดข้างเกาะกอโสนจึงได้นำแหเข้าหวานคลุมไว้พร้อมเรียกชาวบ้านมาช่วยกันจับตัวจระเข้ไว้ได้

ซึ่งมีความยาวประมาณ 1.50เมตร น้ำหนัก 4กิโลกรัม พร้อมได้นำส่งให้เจ้าหน้าที่ประมงจังหวัดอ่างทองนำไปตรวจสอบเลี้ยงดู ซึ่งในตอนแรกที่ตนเองพบเจอนั้นไม่แน่ใจว่าเป็นจระเข้ เนื่องจากในแม่น้ำเจ้าพระยานั้นไม่มีใครพบเจอจระเข้มายาวนานแล้ว เมื่อตนเองพบเห็นจึงตั้งใจจับตัวไว้ให้ได้ กลัวว่าถ้าจับตัวไม่ได้เมื่อพูดออกไปแล้วจะมีชาวบ้านหาว่าโกหก จึงรวมพลังความกล้าใช้แหทอดคลุมแล้วนำตาข่ายล้อมไว้และจับตัวได้ในที่สุด แต่ก็หวั่นว่าจะมีจระเข้ที่เป็นตัวพ่อแม่ที่บริเวณใกล้เคียงอีกตอนนี้ไม่กล้าที่จะลงไปในน้ำเจ้าพระยาแล้ว

ด้านนาย นรรัตน์  พันธุ์ศักดิ์  อายุ 48ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2ตำบลราชสถิตย์  ที่มาช่วยกันจับจระเข้  เล่าให้ฟังว่า บริเวณหาดพ่อพระรามนั้นไม่พบจระเข้มานานแล้วซึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อนนั้นยังเคยพบเห็นลูกจระเข้อยู่ในกอผักตบชวาคาดว่าลอยมาจากบึงบอระเพชร จังหวัดนครสวรรค์ แต่เมื่อวานที่ผ่านมาพบว่ามานอนอาบแดดที่ริมหาดโชคดีช่วยกันจับไว้ได้ หากหนีไปได้คงสร้างอันตรายให้แก่ชาวบ้านอย่างเหลียกเลี้ยงไม่ได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ประมงบอกว่าเป็นจระเข้ไทย น้ำจืด แต่ไม่ทราบแหล่งที่มาก จึงประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนริมหาดพ่อพระรามไม่ควรลงน้ำเจ้าพระยาในช่วงนี้ เนื่องจากไม่ทราบว่าจะมีจระเข้หลงเหลืออยู่อีกหรือเปล่า กลัวเป็นอันตราย

ส่วนทางด้าน นางวันเพ็ญ สุขประเสริญ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลราชสถิตย์  เล่าให้ฟังได้ประกาศเตือนลูกบ้านให้ทราบแล้วไม่ควรลงเล่นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเนื่องจากพบจระเข้และจับไปได้แล้วเมื่อวานที่ผ่านมา แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีพ่อแม่และลูกจระเข้หลงเหลืออีกหรือเปล่า ตอนนี้ก็ได้บอกลูกบ้านให้ช่วยกันสอดส่องดูแลและรัดมะวัง ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันจระเข้กันต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฟังเสียงค้าน! โครงการผันน้ำยวมลงเขื่อนภูมิพล ชี้แก้ขาดแคลนน้ำไม่ถูกจุด #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597307

ฟังเสียงค้าน! โครงการผันน้ำยวมลงเขื่อนภูมิพล ชี้แก้ขาดแคลนน้ำไม่ถูกจุด

ฟังเสียงค้าน! โครงการผันน้ำยวมลงเขื่อนภูมิพล ชี้แก้ขาดแคลนน้ำไม่ถูกจุด

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.11 น.

หลายฝ่ายประสานเสียงค้านโครงการผันน้ำยวมลงเขื่อนภูมิพล นักวิชาการชี้แก้ขาดแคลนน้ำไม่ถูกจุด แต่ละปีปล่อยน้ำรั่วไหลจากระบบมหาศาล ติง“บิ๊กป้อม”ประธานบอร์ดสิ่งแวดล้อม-กนช.คนเดียวกันขาดการถ่วงดุล ส.ส.-ชาวบ้านโวยกระบวนการรับฟังเทียม-ไม่ฟังข้อโต้แย้ง

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมชลประทานผลักดันโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนภูมิพล ด้วยการผันน้ำจากลุ่มน้ำสาละวิน แม่น้ำยวม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านอุโมงค์ลอดผืนป่ากว่า 60 กิโลเมตร และผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) เรียบร้อยแล้ว ว่ารู้สึกแปลกใจที่โครงการนี้ผ่าน คชก.ได้อย่างรวดเร็วทั้งๆ ที่มีประเด็นที่ คชก. ควรตรวจสอบเพราะสิ่งที่หน่วยงานเสนอมายังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ

ดร.สิตางศุ์กล่าวว่า จริงๆแล้วตนไม่ได้มองแค่โครงการผันน้ำจากแม่น้ำยวมเพียงโครงการเดียว แต่ยังมีโครงการผันน้ำขนาดใหญ่อีกหลายโครงการ เช่นในภาคอีสานมีโครงการผันน้ำโขง ในภาคตะวันออกมีโครงการการผันน้ำข้ามลุ่มซึ่งอยู่ในชุดเดียวกันคือการพัฒนาแหล่งน้ำด้วยการหาน้ำต้นทุนเพิ่ม เนื่องจากในการบริหารจัดการน้ำนั้นมี 2 ด้าน คือ อุปสงค์และอุปทาน โดยที่ทางการไทยทำไม่หยุดยั้ง คืออุปทานอย่างเดียว ต่อให้จัดหาหรือทำอย่างไรก็ไม่เพียงพอ แม้ต้องไปหาทรัพยากรน้ำมาจากประเทศเพื่อนบ้านก็ตาม ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนแนวคิดโดยการจัดการน้ำของตัวเองมากกว่า ซึ่งกรณีผันน้ำจากแม่น้ำยวม โครงการเฟสแรก มีปริมาณน้ำราว 2,000 ล้าน ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และในเฟส 2 อีก 2,000 ล้าน ลบ.ม. โดยอ้างว่าช่วยพื้นที่ชลประทาน 1.6 ล้านไร่

 “เขาบอกพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนล่างและภาคกลาง มีน้ำไม่พอ จึงต้องหาน้ำมาแก้ปัญหาเพื่อให้พอสำหรับพื้นที่เดิม แต่พอเพิ่มน้ำอีก 2,000 ล้าน ก็จะขยายพื้นที่ใหม่อีก เมื่อถึงเวลาน้ำไม่พอก็หาน้ำมาเติมอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่มีวันที่น้ำจะพอ และไม่รู้จักจบจักสิ้น ที่สำคัญคือไม่มีแนวทางเรื่องของความสมดุลจากการพัฒนากับทรัพยากร ถ้าเราต้องการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำการเกษตร ควรเพิ่มศักยภาพการใช้น้ำเกษตร ควรเป็นเกษตรแบบเทคโนโลยีได้แล้ว ไม่ใช่เกษตรแบบเมื่อร้อยปีก่อน ตอนนี้ประสิทธิภาพของการใช้น้ำในภาคเกษตรมีแค่ 50% เราปล่อยให้สูญเสียน้ำไป 50% ทำไมเราถึงไม่เพิ่มประสิทธิภาพของระบบชลประทาน ถ้าเราไม่ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง น้ำก็หายไปอยู่ตลอดเวลา” นักวิชาการผู้นี้ กล่าว

ดร.สิตางศุ์ กล่าวว่า นอกจากน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว ในกรณีน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เราก็ทำน้ำหายไป 30% ในระบบท่อที่จ่ายน้ำไปให้ประชาชน เฉพาะแค่ 3 จังหวัดคือ กทม. นนทบุรีและ สมุทรปราการ ปัจจุบัน การประปานครหลวงผลิตน้ำวันละ 5.5 ล้าน ลบ.ม. แต่ทำน้ำหายไปในระบบท่อจ่ายน้ำวันละ 1.2 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งสามารถนำไปทำนาได้วันละ 1,200 ไร่ หรือ 30 วันสูญเสียน้ำทำนาไป 36 ล้าน ลบ.ม.หรือ ปีละกว่า 400 ล้าน ลบ.ม.หรือเท่ากับปริมาณน้ำครึ่งหนึ่งของเขื่อนป่าสักฯ แล้วยังมีการประปาภูมิภาคอีก ซึ่งมีพื้นที่เยอะกว่าการประปานครหลวง น้ำที่หายไปวันละ 30% จากระบบส่งน้ำ เช่น ท่อรั่ว ท่อแตก แทนที่จะเอาเงินลงทุนหาน้ำมาเติม สู้เราเอามาลงทุนกับระบบเพื่อไม่ให้น้ำหายไปไม่ดีกว่าหรือ ถ้าเราลดเปอร์เซ็นสูญเสียน้ำลงสัก 5% หรือวันละ 2.7 แสน ลบ.ม. เดือนละ 8 ล้าน ลบ.ม. เราจะทำนาได้เพิ่มอีก 8 พันกว่าไร

“เราไม่ตื่นเต้นกับการได้น้ำคืนมา แต่กลับไปตื่นเต้นกับโครงการที่ให้จีนเข้ามาช่วยลงทุนหาน้ำต้นทุนมากกว่า ในฐานะนักวิชาการด้านวิศวกรรมทรัพยากรน้ำมองว่า แทนที่จะหาทางเอาน้ำมาเติมแบบไม่รู้จักจบ อยากเสนอให้ช่วยกันพัฒนาประสิทธิภาพของระบบส่งน้ำของเราเอง ทั้งระบบชลประทาน ระบบจ่ายน้ำประปา เราบอกว่าอยากส่งออกข้าวเป็นที่ 1 ของโลก เราอยากพัฒนาอุตสาหกรรรม เราอยากได้ทุกอย่างเยอะหมด แต่ไม่รู้จักความสมดุลของการพัฒนา ไม่ได้ดูว่าเรามีทรัพยากรเท่าไร วิธีคิดของผู้บริหารต้องเปลี่ยน การลงทุนผันน้ำเพื่อมาทำนา ชาวนาประเทศไทยยังต้องทำงานด้วยวิถีเดิมๆ ไม่มีชาวนารวยทั้งที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ เพราะไม่มีการพัฒนาเลย ควรใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยชาวนาให้ทำน้อยแต่ได้มาก ไม่ใช่คาดหวังว่าพอน้ำเพิ่มแล้วชาวนาจะปลูกข้าวได้ 3-4 ครั้งต่อปี จะมาอ้างว่าเกษตรกรไม่ปรับตัวไม่ได้ ” ดร.สิตางศุ์ กล่าว

นักวิชาการด้านน้ำรายนี้กล่าวว่า โครงการผันน้ำจากแม่น้ำยวม เราจะมองแค่ปริมาณน้ำแบบเอาตัวเลขมาบวกหรือลบไม่ได้ โครงการที่ต้องสร้างอุโมงค์ผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ โดยผ่านป่าอุทยานฯ 1 แห่ง ป่าสงวนแห่งชาติ 6 แห่ง นี้ ส่งผลต่อความสมดุลในแง่ทรัพยากรธรรมชาตติด้วย การได้น้ำมา 1 หน่วยไม่ใช่แค่การแลกกับป่าแค่ 1 หน่วย แต่ป่า 1 หน่วยนั้นยังมีความหมายไปถึงสัตว์ป่า สัตว์น้ำ ความสมดุลของทรัพยากรดิน น้ำ และชีวิตอื่นๆ ที่พึ่งพาอาศัยกันตามห่วงโซ่อาหารและวัฎจักรของนิเวศด้วย และการผันน้ำข้ามลุ่มทำให้เกิดการโยกย้ายถิ่นฐานของเอเลี่ยนสปีชีส์ ซึ่งอาจทำให้ปลาบางสายพันธุ์สูญพันธุ์ และทำให้ปลาท้องถิ่นบางชนิดหายไป แต่ไม่มีการประเมินเรื่องโอกาสของการสูญพันธุ์ในรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพราะมันประเมินไม่ได้ ทรัพยากรธรรมชาติบางอย่างที่เราจะสูญเสียไปนี้เป็นการสูญเสียตลอดกาลที่เอาคืนมาไม่ได้ 

“หลังจากที่รายงานนี้ผ่าน คชก. แล้ว และจะถูกส่งไปถึงคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เราพบว่าตัวประธานคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนๆ เดียวกับประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) แล้วโครงการนี้จะไม่ผ่านได้อย่างไร จริงๆ แล้วสองตำแหน่งนี้ต้องถ่วงดุลย์ซึ่งกันและกัน มันคือ การพัฒนาและการอนุรักษ์ แต่สิ่งที่ปรากฎตอนนี้ คือ มันไม่มีการถ่วงดุลอะไรอีกแล้ว รองฯ ประวิตร ก็ต้องพิจารณาตามเอกสารที่นำเสนอขึ้นมาตามลำดับ โดยกรมชลประทาน และ คชก. จะมีใครบอกท่านไหมว่ามีอะไรที่ไม่เหมาะสมและคุ้มค่าหรือไม่ จะมีใครบอกท่านว่าไปพัฒนาด้านดีมานด์ ดีกว่ามั้ย เราไม่อยากได้ยินคำพูดว่าสูญเสียพื้นที่ป่าแค่นิดเดียว เพราะทรัพยากรมีประโยชน์ทั้งหมด เราก็ควรใช้และสร้างอย่างสมดุล ทุกวันนี้พื้นที่กักเก็บน้ำดูเหมือนไม่พอ ปริมาณน้ำแต่ละปี 8 แสนล้าน ลบ.ม. และไหลลงทะเลมากกว่า 2 แสน ล้าน ลบ.ม. หลายครั้งเรามีปัญหาน้ำท่วมเพราะฝนตกนอกอ่าง เราจึงควรพิจารณาเก็บกักด้วยรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่เขื่อนขนาดใหญ่ เราพูดถึงการเก็บกักไว้ในไร่นา แต่เรากลับส่งเสริมแค่ชื่อ ให้เป็นแค่สัญลักษณ์ของคำว่าเกษตรทฤษฎีใหม่ แล้วกลับไปสนับสนุนการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณมหาศาลอย่างจริงจัง มันคือความย้อนแย้งของภาครัฐ ของผู้บริหารระดับสูง ที่ควรจะปรับเปลี่ยน mindset หรือ หลักคิดได้แล้ว” ดร.สิตางศุ์ กล่าว

นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และเป็นคนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง จ.เชียงใหม่  กล่าวว่า ตนมีความกังวลหลายประเด็นต่อโครงการสร้างเขื่อนและผันน้ำยวมสู่เขื่อนภูมิพล เนื่องจากโครงการมีพื้นที่ดำเนินการทั้งหมดอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ทั้งเขตป่าสงวน และอุทยานแห่งชาติ ย่อมส่งผลกระทบต่อป่าต้นน้ำอย่างเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งกระบวนการทำอีไอเอที่มีมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นผู้ดำเนินการนั้น จากการลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่พบว่า ชาวบ้านไม่ได้มีส่วนร่วมที่แท้จริงในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น อีกทั้งหน่วยงานรัฐยังรีบเร่งผลักดันกระบวนการต่างๆ ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 ทั้งที่กระบวนการรับฟังความเห็นและการทำอีไอเอยังมีคำถามถึงผลกระทบด้านต่างๆ จากชาวบ้าน นอกจากนี้มีการตั้งข้อสังเกตถึงกลุ่มทุนด้านพลังงานและก่อสร้างจะเข้ามาลงทุนแทนรัฐบาลนั้น อาจเป็นการเข้ามาแสวงหาประโยชน์ร่วมกับกลุ่มทุนไทยหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องตอบคำถามของประชาชน

“ทำไมต้องเร่งดัน EIA ให้ผ่านในช่วงโควิด เพราะรู้อยู่แล้วว่าหากการทำ EIA หรือการรับฟังเสียงประชาชนต้องให้ความกระจ่างต่อประชาชนให้ชัดเจน แต่จากเสียงจากในพื้นที่นั้น ชาวบ้านแทบไม่มีส่วนร่วมที่แท้จริง เป็นการสอบถามด้วยแบบฟอร์มเท่านั้น การเร่งผลักดันจากรัฐบาลและ ส.ส.บางกลุ่มเช่นนี้ย่อมจะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกับชาวบ้าน และขอฝากไปที่ฝ่ายวิชาการที่รับจ้างทำเวทีว่า เรื่องความถูกต้องหรือจรรยาบรรณทางวิชาการก็เป็นเรื่องสำคัญ” นายมานพ กล่าว

นายมานพ กล่าวอีกว่า นอกจากผลกระทบกับป่าต้นน้ำแล้ว พื้นที่ที่อุโมงค์ผ่านป่ากว่า 60 กิโลเมตร จะกระทบต่อวิถีชุมชนของชาวบ้านกะเหรี่ยงจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ปากอุโมงค์ที่บ้านสบเงา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ที่มีการสร้างเขื่อนและปลายอุโมงค์ที่บ้านแม่งูด อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เป็นชุมชนที่เคยถูกอพยพเมื่อครั้งสร้างเขื่อนภูมิพลตั้งแต่ปี 2507 จนปัจจุบันยังไม่ได้รับค่าชดเชย แล้ววันนี้กำลังจะต้องถูกอพยพโยกย้ายอีกครั้ง นอกจากนี้ระหว่างเส้นทางอุโมงค์ผ่านจะมีการนำดินที่ขุดขึ้นมาไปกองทิ้งไว้อย่างไร

“สิ่งสำคัญคือยุทธศาสตร์ของประเทศการพัฒนาแหล่งน้ำ ผมเห็นด้วยว่าเป็นเรื่องจำเป็น แต่ประเทศไทย กรมชลประทานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีองค์ความรู้แค่การสร้างเขื่อนหรือ หมายถึงถ้าน้ำหมดก็ต้องวิ่งหาน้ำจากแหล่งอื่นไปเรื่อยๆ แล้วกรณีนี้ลุ่มน้ำยวมที่ไหลลงแม่น้ำเมยและแม่น้ำสาละวิน เป็นลุ่มน้ำนานาชาติ ระหว่างไทยกับพม่า คำถามสำคัญคือการผันน้ำจะส่งผลอย่างไรต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นอีกประเด็นที่ท้าทาย” นายมานพ กล่าว

น.ส.มึดา นาวานาถ ชาวบ้านท่าเรือ ต.สบเมย อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน 1 ในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำยวม กล่าวว่า เคยเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น 2 ครั้ง คือ ที่ เวทีบ้านแม่เงา และเวที อ.สบเมย แต่เห็นว่ากระบวนการถูกจัดขึ้นอย่างมีเป้าหมายแอบแฝง เนื่องจากในเวทีแรกที่บ้านแม่เงา มีชาวบ้านเข้าร่วม 30-40 คน เกือบทั้งหมดไม่มีใครสื่อสารภาษาไทยได้ แต่กระบวนการจัดขึ้นโดยใช้ภาษาไทยภาคกลางและไม่มีล่ามภาษาถิ่น และนำเสนอเนื้อหาแบบภาษาราชการ แม้แต่ตนเองที่ฟัง อ่าน เขียนภาษาไทยได้ ยังแทบไม่เข้าใจเนื้อหาที่นำเสนอ อีกทั้งมีการให้ชาวบ้านทำแบบประเมินการจัดงานและเก็บสำเนาบัตรประชาชน โดยให้ชาวบ้านเซ็นชื่อโดยไม่เข้าใจข้อความในเอกสาร ซึ่งอาจเป็นการลงชื่อว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับโครงการแล้วนำไปประกอบรายงานการประชุม ซึ่งการจัดเวทีแบบนี้ไม่ใช่กระบวนการที่ถูกต้อง

“ขนาดเราเป็นคนฟังอ่านเขียนไทยได้ ยังฟังเนื้อหาบนเวทีเข้าใจยากเพราะเป็นภาษาทางราชการล้วนๆ ชาวบ้านย่อมจิตนาการไม่ออกว่าหน้าตาเขื่อนจะใหญ่ขนาดไหน น้ำท่วมสูงระดับอย่างไร อุโมงค์ผันน้ำจะใหญ่ขนาดไหน ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการจัดเวทีแบบนี้จึงยกมือลุกขึ้นแสดงความเห็น แล้วถามชาวบ้านเป็นภาษาไทยว่ามีใครฟังภาษาไทยรู้เรื่องให้ยกมือ ทุกคนเงียบ แต่เมื่อถามเป็นภาษาปากเกอญอว่าใครฟังภาษาไทยไม่เข้าใจบ้าง เกือบทุกคนยกมือ เห็นชัดว่าแม้แต่คำถามง่ายๆ ชาวบ้านก็ไม่เข้าใจภาษาไทย เวทีที่จัดขึ้นจึงไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ความเห็นที่แท้จริง อาจจัดแค่ต้องการถ่ายรูปชาวบ้านยกมือเอาไปประกอบรายงาน” น.ส.มึดา กล่าว

น.ส.มึดา กล่าวต่อว่า ในเวทีที่สบเมย มีการนำกำลังตำรวจ ทหาร กว่า 300 นาย เฝ้ารักษาการรอบสถานที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น และมีการส่งเจ้าหน้าที่ประกบตนเองตลอดเวลาเพื่อไม่ให้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นในเวที ขณะที่ชาวบ้านแม้จะมีจัดล่ามให้แต่ไม่สามารถแปลให้ชาวบ้านได้ เพราะเป็นล่ามกะเหรี่ยงสะกอแต่ชาวบ้านเป็นกะเหรี่ยงโปว์ โดยการดูแลชาวบ้านในครั้งนี้ผิดจากปกติเพราะมีเจ้าหน้าที่คอยเอาใจชาวบ้านด้วยการบริการอาหารเครื่องดื่มตลอดอย่างใกล้ชิด เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างผิดวิสัย ตนมองว่าเวทีรับฟังครั้งนั้นถูกจัดขึ้นเพื่อการทำให้ครบกระบวนการตามกฎหมายเท่านั้น แต่ไม่ได้คำนึงถึงประสิทธิภาพของการรับฟังความเห็นที่แท้จริง

“ในการสรุปผลความก้าวหน้าของรายงาน ไม่มีการข้อมูลของดิฉันและชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาแสดงความเห็นคัดค้านในเวทีก่อนแต่อย่างใด ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงไม่มีข้อมูลที่ชาวบ้านเห็นแย้ง ข้อมูลหายไปไหน ทำไมไม่ได้รับการบันทึกการประชุม ล่าสุดมีข่าวไปทั่วประเทศว่าปลายปีจะดำเนินการได้ทันที แต่ต้องการถามกลับว่าชาวบ้านในพื้นที่รู้ความคืบหน้านี้หรือไม่ พอมีข่าวชาวบ้านก็มาถามว่าจะทำกันอย่างไร ต้องไปหานายกรัฐมนตรีหรือไม่ ชาวบ้านโกรธเพราะที่ผ่านมาส่งจดหมายคัดค้าน คำร้องเรียน ทุกงานทุกเวทีชาวบ้านพูดตลอดว่าไม่เห็นด้วย ช่วยกันจัดงานวันหยุดเขื่อนโลก เราส่งแถลงการณ์คัดค้าน พยายามสื่อสารตลอดเวลา แต่ทำไมรัฐบาลไม่เคยได้ยินเสียงของชาวบ้านเลย” น.ส.มึดา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดคลิปทนายตั้ม แฉผกก. ฉาวใช้ถุงคลุมหัวรีดเงินพ่อค้ายาอย่างโหดเหี้ยม #SootinClaimon.Com

Posted on August 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/597290

เปิดคลิปทนายตั้ม แฉผกก.ฉาวใช้ถุงคลุมหัวรีดเงินพ่อค้ายาอย่างโหดเหี้ยม

เปิดคลิปทนายตั้ม แฉผกก.ฉาวใช้ถุงคลุมหัวรีดเงินพ่อค้ายาอย่างโหดเหี้ยม

วันอังคาร ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.41 น.

วันนี้ (24 ส.ค.64) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับตำรวจระดับผู้กำกับ (ผกก.) กำลังใช้ถุงคลุมหัวชายคนหนึ่งที่กำลังตกเป็นข่าวโด่งดังในขณะนี้เพื่อรีดเงินจำนวน 2 ล้านบาทและฆ่าพ่อค้ายา พร้อมกับระบุข้อความและชื่อผู้กำกับที่กำลังตกเป็นข่าวดังไว้อย่างชัดเจนว่า “เปิดคลิปผู้กำกับโจ้ คลุมถุงรีดเงิน 2 ล้านฆ่าพ่อค้ายา ผมได้รับคลิปนี้มาจากตำรวจชั้นผู้น้อย ขอให้ผมช่วยนำคลิปนี้มอบให้แก่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝากบอกผมว่าให้ช่วยตามคดีนี้ก่อนที่พวกตนจะถูกฆ่า ผมได้เห็นคลิปนี้แล้วพูดไม่ออก นี่เป็นสิ่งที่ทำกับคนด้วยกันเหรอ ผู้ต้องหาก็ผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ตำรวจทำอย่างนี้ก็ไม่ต่างกับโจรในเครื่องแบบ ขอให้ทุกคนดูความโหดเหี้ยมด้วยสายตาตัวเองนะครับ” ทั้งนี้ ในคลิปนอกจากจะมีผู้กำกับโจ้ ตามที่ทนายตั้ม ระบุแล้วยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคน ซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ คลิกชมคลิป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,309,948 hits

Join 4,077 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Born to be King
พาณิชย์ ปลื้มผลเจรจาขายข้าว หอมมะลิร้อยเอ็ดมีออเดอร์ 1.47 แสนตัน
ราคาทองร่วง! ปรับลดทั้งวัน 2 ครั้ง รวม 250 รูปพรรณขายบาทละ 19,850
With its economy in free fall, Myanmar braces for the worst #SootinClaimon.Com
Chanthaburi on the table
[Weekender] Kimchi season
Helping Phuket youngsters establish a career
'น้องน้ำใส'เด็ก-เยาวชนดีเด่นปี59
ใครเอ่ย? นางร้ายอันฟอลสามี เหตุมือที่สามทำขาเตียงสั่น
Somsak’s sons pursue their political future in Bhumjaithai

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,631 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d